[Fic B1A4] My Hyung Neighbor นี่ผมไงจะใครล่ะฮะพี่ [JinChan]

ตอนที่ 9 : Chapter 9 : Road

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 87
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    22 พ.ย. 58


Chapter 9 : Road




“เยลลี่เวิลด์เวิร์มรสสตรอเบอร์รี่เมล่อนทั้งหมดสิบถุงนะคะลูกค้า”

“ฮะ”

“จะรับอะไรเพิ่มเติมอีกหรือเปล่าคะ”

“ไม่ดีกว่าครับ”

“ทั้งหมดหนึ่งพันห้าร้อยวอนค่ะ” พนักงานร้านสะดวกซื้อหยิบถุงขนมเยลลี่รูปหนอนหลากสีใส่ถุงพลาสติกสีขาวที่มีตราโลโก้ของร้านส่งยื่นให้กับเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาล ร่างเล็กควักเงินจำนวนพอดีแล้วยื่นให้พนักงานสาวก่อนจะรับถุงนั้นมา ยิ้มใสถูกส่งให้กับหญิงสาวอย่างคนมีอัธยาศัยดีก่อนที่ร่างเล็กน่ารักจะเดินผละออกจากร้านไป ในขณะที่พนักงานสาวที่ถูกส่งยิ้มให้ยังหันไปกรี๊ดกร๊าดกับเพื่อนข้างๆไม่เลิก

“เด็กอะไรน่ารักจังเลยอ่ะแก ><

“นั่นสิ แกเห็นยิ้มนั่นป่ะ ใสซื่อมากอ่าาา

“ฉันเห็นเขามาซื้อขนมที่ร้านเราแทบทุกวันเลยนะ แกคิดว่าเขาซื้อไปให้ใครป่ะ”

“เออนั่นดิ ใครจะบ้ากินหมดนั่นทุกวัน อ๊ายยยย! ฉันอยากเป็นคนๆนั้นจังเลยอ่ะ ฮือออ TwT

ข้างนอกร้านสะดวกซื้อซานดึลยังคงเดินไปตามทางอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว วันนี้เป็นเช้าวันเสาร์ เขาตั้งใจจะออกมาซื้อขนมที่ตัวเองชอบและหาเครื่องครัวเข้าไปทำขนมที่บ้านเล็กน้อย มือเล็กฉีกซองขนมเยลลี่ออกอย่างอดใจไม่ไหวก่อนจะล้วงขนมออกจากถุงมากินอย่างเอร็ดอร่อยในระหว่างที่เดินดูของข้างทางไปเรื่อยๆ ความสุขของซานดึลคือการได้กินของอร่อยๆนี่นะ -.,-

พลั่ก!

ร่างเล็กกระเด็นอย่างแรงระหว่างที่กำลังจะเดินเลี้ยวตรงหัวมุมถนนเพราะดันไปชนกับใครบางคนเข้าจังๆ ขนมที่อยู่ในมือร่วงกระจัดกระจายเต็มพื้นฟุตบาธ ส่วนคนผมสีน้ำตาลก็ได้ลงไปกองกับพื้นพร้อมขนมเรียบร้อยแล้ว

“โอ๊ย! อะไรวะเนี่ย” เด็กวัยผู้ชายรุ่นตัวโตท่าทางเป็นหัวโจกสบถออกมาพลางปัดขนมออกจากตัวอย่างรังเกียจ พวกลูกกระจ๊อกที่เป็นเพื่อนสมุนต่างรีบเอาใจโดยการช่วยเอาเท้าเขี่ยขนมออกไปให้พ้นทางอย่างหยาบคาย ไม่มีใครสนใจซานดึลที่ลงไปนั่งจุ้มปุ๊กกับพื้นกับพื้นฟุตบาธเลยซักคนเดียว

แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้รู้สึกถือโทษโกรธอะไร กลับค่อยๆใช้มือยันตัวเองลุกขึ้นยืนแล้วรีบก้มหัวขอโทษอย่างคนมีมารยาทเป็นการใหญ่

“ขะ..ขอโทษฮะ เจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า” คนถามพยายามมองหาร่องรอยความเสียหายจากฝ่ายตรงข้าม

“เดินประสาอะไรวะ! คนตัวออกจะใหญ่มองไม่เห็นรึไง!” เด็กหยาบคายใช้มือผลักตัวคนที่ขอโทษลงไปนั่งกับพื้นอีกครั้ง

“ขอโทษฮะ ผมไม่ระวังเอง มัวแต่มองของกินเพลินไปหน่อย” หน้าซานดึลชักเจื่อนเมื่อได้เห็นกริยาต่ำทรามของคู่กรณี พวกแก๊งวัยรุ่นสี่ห้าคนมองหน้ากันไปมาอย่างรู้งานก่อนจะพร้อมใจกันดึงคอเสื้อของซานดึลขึ้นจนตัวลอย

“มองของกิน? นี่แกเรียกไอ้ที่หล่นอยู่กับพื้นนี่ว่าของกินเหรอวะ” เด็กถ่อยหยิบขนมที่ตกพื้นแล้วขึ้นมาจ่อหน้าพลางหัวเราะอย่างขบขัน

“มะ..มันอร่อยนะฮะ ถ้ายังไม่ตกพื้น” คนใสซื่อบอกเสียงจ๋อย

“ฮ่ะๆ ไอ้นี่แม่งตลกดีว่ะ น่าเอากลับไปเล่นที่บ้าน” ไอ้เด็กคนหัวหน้าใช้มือบีบแก้มขาวของซานดึลพลางใช้อีกมือปัดผมออกจากหน้าผู้เคราะห์ร้าย

“หน้าตาใช้ได้นี่หว่า ดูใสซื่ออินโนเซนส์ดี ฉันชอบ”

“เอ่อคือ”

“นั่นสิจุงฮี เล่นมันตรงนี้เลยก็ได้นะ” พวกลูกสมุนต่างพากันสนับสนุนทำให้หัวหน้าแก๊งยิ่งได้ใจเข้าไปใหญ่จนผลักร่างเล็กเข้าประชิดกำแพงในซอยแคบถัดไป คนโดนรังแกพยายามผลักไสพวกสวะสังคมออกจากตัวแต่ก็ไม่ได้ผล พวกมันมีกันเยอะเกิน...

“คิดสู้หรอวะ” คนที่ชื่อจุงฮีเข้ามาประชิดร่างคนผมสีน้ำตาลจนแทบจะแนบเป็นร่างเดียว คนโดนแกล้งน้ำตาไหลเป็นสาย ปากก็พยายามร้องให้คนช่วยแต่กลับโดนคนตรงหน้าบีบแก้มนุ่มเสียจนกรามปวดร้าวไปหมด

“แค่นี้ก็หมดแรงแล้วเหรอ ยังไม่ทันได้เล่นอะไรสนุกๆกันเลยนะ” พวกเดนมนุษย์ยิ้มล้อเลียน ซานดึลพยายามทั้งดิ้นและถีบสุดฤทธิ์ หากไม่ได้ยินเสียงใครบางคนที่คุ้นเคยเข้าเสียก่อน

“เห้ย! ทำกับเป็ดอย่างนี้แม่ไม่ว่าเอาหรอวะ” เสียงนั้นโพล่งขึ้นมากลางวงพร้อมกับปรากฎร่างสูงผมดำของชาบาโรที่กำลังยืนแทะสายไหมสีชมพูอยู่ตรงหน้าตรอกแคบนั่น

“บะบาร์เบอร์ T_T;;” ไม่ผิดแน่ คนเดียวในชีวิตที่ตั้งฉายาให้เขาได้ห่วยแตกอย่างนี้มีคนเดียวเท่านั้นก็คือชาบาโร แม้จะไม่ได้หันหน้าไปดูให้เต็มตาแต่ซานดึลก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่ามีคนมาช่วย

“แกเป็นใครวะ =_=*” พวกกลุ่มวัยรุ่นเบนความสนใจมามองคนผมดำที่ยืนเคี้ยวสายไหมอยู่แทน

“อ๊าาาา ไอ้ประโยคคลาสสิคของตัวร้ายในละครนี่เลิกใช้ซะทีเถอะ ฉันฟังมันมาจนเบื่อแล้ว” คนที่เพิ่งมาใหม่ใช้ปากรูดสายไหมคำสุดท้ายเข้าปากแล้วโยนไม้ทิ้งลงพื้นอย่างแรงก่อนจะก้าวเนิบๆเข้ามา

“แกคิดว่าตัวเองเป็นพระเอกรึไงห๊ะไอ้ฮิพฮ็อพ ยืนแทะสายไหมก่อนเข้ามาช่วยคนอื่นนี่นึกว่าดูดีแล้วใช่มั้ย”

“ช่วยไม่ได้ พวกนายอยากมายุ่งกับเป็ดของฉันตอนที่กำลังกินขนมอยู่พอดี” คนร่างสูงในเสื้อแจ๊คเก็ตตัวโคร่งก้าวเข้ามาใกล้แก๊งอันธพาลอย่างไม่เกรงกลัว มือใหญ่รีบคว้าแขนคนตัวเล็กที่ตัวแนบกำแพงให้มาอยู่ด้านหลังตัวเอง ซานดึลพยายามจับหลังบาโรให้ถอยออกมาจากซอยก่อนที่พวกวัยรุ่นเกเรจะย่างกายเข้ามาถึงร่างของเขา นายอย่าไปสู้กับมันเลยฉันขอร้องล่ะบาโร

“พูดงี้อยากหาเรื่องเจ็บตัวใช่มั้ยห๊ะไอ้หน่อมแน้ม!” จุงฮีปราดเข้ามาประชิดร่างสูงของคนผมดำ แต่บาโรไวกว่าเลยหลบไปอีกทางได้อย่างทันท่วงที

“ถามโง่ๆ” บาโรขยับหมวกแก๊ปที่สวมอยู่ให้ลงมาบังหน้าก่อนจะพูดประโยคต่อไป

“มีใครบ้างล่ะฮึที่อยากเจ็บตัว”

…?

“วิ่ง!” คนผมดำรีบฉุดคนข้างหลังให้หนีออกจากตรอกแคบอย่างว่องไว กว่าพวกวัยรุ่นนิสัยเสียจะทันได้รู้ตัวคนสองคนก็ออกวิ่งออกไปได้ไกลแล้ว

“หน็อย! เล่นลิ้นดีนัก ตามแม่งไป!” หัวหน้าแก๊งออกคำสั่งพลางวิ่งตามบาโรและซานดึลไปอย่างไม่ลดละ คนผมสีน้ำตาลหันกลับไปดูแก๊งอริที่วิ่งจี้มาอย่างรวดเร็วก็เริ่มใจเสีย

“นายมาที่นี่ได้ไงบาเลนซิเอก้า” ซานดึลหอบแฮ่กๆจากการวิ่งหันหน้าไปถามคนที่ช่วยตัวเอง แต่ขาของเขาก็ยังคงทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

“ในสถานการณ์อย่างนี้นายยังจะมีแก่ใจมาถามฉันอีกเรอะ! -*- รีบวิ่งให้มันเร็วเข้าเถอะ ขาสั้นแล้วยังจะมัวมาพูดมากอีก”

“ปากเสียไม่เปลี่ยนเลยจริงๆนะนายเนี่ย =*=

“ก็มันใช่เวลามั้ยเล่าเจ้าเป็ด” บาโรว่าคนที่วิ่งหนีอยู่ข้างๆอย่างขัดใจ มือใหญ่รีบฉุดคนตัวเล็กให้เลี้ยวไปตามเส้นทางบนถนน นี่มันในละครหรือเปล่าวะเนี่ย! ตำรวจมัวแต่ไปนั่งจิบกาแฟอยู่ในสถานีกันหมดหรือไง -_-? ถนนออกตั้งกว้างแต่กลับหาความช่วยเหลือจากใครไม่ได้เลย

“บ้าเอ๊ย! คนหายไปไหนกันหมด จะมีใครพอช่วยเราได้บ้างมั้ยเนี่ย”

“เราอาจจะอยู่ในวอล์คกิ้งเด๊ดก็ได้นะ นี่มันเมืองร้างชัดๆ”

“เงียบน่าอีซานดึล!” บาโรหันไปเอ็ดคนข้างๆพลางหันกลับไปมองก็พบพวกแก๊งวัยรุ่นที่วิ่งตามมาให้เห็นแต่รำไร

“ซวยชิบ! เคยเป็นนักวิ่งทีมชาติกันมารึไงวะ” คนผมดำสบถอย่างหัวเสียแล้วรีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นอีก แต่ยิ่งวิ่งก็เหมือนแรงจะยิ่งหมดจึงต้องตัดสินใจทำบางอย่าง

ฟึ่บ!

“เฮ้ย! นายจะบ้าหรอไอ้กระรอก ถึงเหงื่อจะออกนายก็ไม่ควรถอดเสื้อในที่สาธารณะนะ O[]O” ซานดึลร้องด้วยความตกใจเมื่อเห็นคนตัวใหญ่ถอดเสื้อเชิ้ตตัวนอกออกจนเห็นแต่เสื้อกล้ามสีเทาบางๆที่สวมอยู่ข้างใน บาโรไม่มีเวลาอธิบายให้คนพูดมากฟัง ได้แต่ขว้างเสื้อเชิ้ตไปข้างหลังอย่างแรงจนปลิวไปบังหน้าวัยรุ่นสองคนในแก๊งนั้นเต็มๆ

“โอ๊ย!” เสียงที่ร้องสบถและเสียงวิ่งหกล้มอยู่ด้านหลังเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ามีคนใดคนหนึ่งสะดุดล้มเพราะเสื้อนำโชคของเขาแน่นอน ช่วงจังหวะนั้นบาโรจึงดันตัวเองและซานดึลเข้าไปในตรอกแคบๆในถนนได้อย่างรวดเร็วโดยไม่มีใครเห็น เสื้อแค่ตัวเดียวไม่สามารถถ่วงเวลาได้มากนักคนผมดำเลยต้องรีบอุ้มเพื่อนร่วมทางหนีตายให้เข้าไปในถังขยะว่างที่มีอยู่แค่อันเดียวในตรอกนั้น เมื่อเห็นซานดึลเข้าไปแล้วร่างสูงก็ทำท่าจะก้าวขาเข้ามาบ้าง

“เฮ้ย มันแคบนะ นายจะเข้ามาได้ยังไง” คนตัวเล็กร้องโวย

“ฉันบอกให้เงียบไงเป็ดดึล ไม่แอบตรงนี้แล้วจะให้ฉันไปแอบตรงไหนห๊ะ!” บาโรไม่สนใจเสียงคัดค้านรีบยัดร่างตัวเองเข้าไปอย่างคล่องแคล่ว ดีที่เป็นถังขยะขนาดใหญ่พอสมควรและมีฝาปิดพร้อมก็เลยไม่ต้องทำอะไรมากนอกจากเอื้อมมือดึงฝาข้างบนให้ปิดลงมา

เสียงฝีเท้าของคนหลายคนวิ่งตึกๆเข้ามาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ความเงียบคืบคลานเข้ามาจนทั้งสองคนแทบเกือบจะลืมหายใจ

“มันหายไปไหนแล้ววะ” เสียงพวกนั้นดังลอยเข้ามาแว่วๆคล้ายว่าจะอยู่แค่ตรงหน้าตรอกนี่เอง ทั้งซานดึลและบาโรจึงต้องปิดปากตัวเองเงียบไปพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

ในนั้นทั้งแคบและเหม็นกลิ่นขยะไปทั่ว ขนาดเป็นถังเปล่าก็ยังไม่วายจะมีกลิ่นขยะเก่าที่โชยมารบกวน บาโรต้องนั่งชันขาขึ้นขึ้นแล้วให้ซานดึลขึ้นมานั่งทับบนตักตัวเอง มือทั้งสองของคนตัวใหญ่โอบแนบชิดกับร่างคนตัวเล็กอย่างไม่มีทางเลือกเนื่องจากขนาดของพื้นที่หลบภัยค่อนข้างมีจำกัด

“เผลอแป๊บเดียวมันจะหายไปได้ไง ถนนก็ออกจะโล่งอย่างนี้” ซานดึลจำเสียงนี้ได้ มันคือเสียงของจุงฮีคนที่เป็นหัวหน้าแก๊งและพยายามจะรังแกเขาอย่างน่ารังเกียจ หัวที่มีผมสีน้ำตาลปกคลุมเผลอถอยหลังเข้าซุกกับอกกว้างของคนที่โอบอยู่ข้างหลังด้วยความกลัว มือใหญ่ของบาโรย้ายมาจับหัวคนตัวเล็กเพื่อปลอบให้หายตื่นตกใจ ฉันอยู่นี่แล้วไงซานดึล

ตึกตัก ตึกตัก

ความเงียบทำให้เสียงหัวใจของคนที่โอบกอดอยู่ด้านหลังด้านหลังดังออกมาอย่างชัดเจน แผ่นหลังของซานดึลสามารถสัมผัสถึงความสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่งภายใต้เสื้อกล้ามบางๆสีเทานั้นได้ บาโรนายใจเต้นแรงอย่างนี้เพราะอะไรกัน กลัวคนพวกนั้นจะหาเจอหรือเพราะว่าเราสองคนอยู่ในสภาพที่อธิบายยากแบบนี้กันแน่

ที่ทำได้ในตอนนี้ก็แค่เหลียวมองคนตัวโตที่นั่งโอบอยู่ด้านหลัง บาโรยังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดไม่เปลี่ยนแปลง ตาเล็กสีดำเริ่มจ้องคนที่ถูกกอดกลับเมื่อเห็นว่าหน้าใสกำลังหันมามองตัวเองอยู่ด้วยแววตาแคลงสงสัย

นายได้ยินมันด้วยเหรออีซานดึลฉันก็ไม่รู้ว่าจะห้ามไม่ให้มันเป็นอย่างนี้ได้ยังไงเหมือนกัน ฉันว่ามันไม่ได้เป็นเพราะฉันวิ่งจนเหนื่อยหรอก มันเหมือนมีความรู้สึกบางอย่างผสมอยู่ด้วยระหว่างที่ฉันกอดนายไว้แบบนี้

“หรือว่ามันจะหลบอยู่ในตรอกนี่” เสียงของหนึ่งในนั้นพูดขึ้นมาทำให้คนสองคนที่แอบอยู่ถูกดึงเข้าสู่โลกของความเป็นจริงตรงหน้า บาโรยิ่งกระชับอ้อมแขนของตัวเองให้แน่นยิ่งกว่าเดิมด้วยความลืมตัวทำเอาคนตัวเล็กเผลอใจเต้นผิดจังหวะไปบ้างเหมือนกัน

“มันจะไปแอบตรงไหนได้ถ้าเข้ามาในนี้” เสียงจุงฮีถามพวกลูกกระจ๊อกที่เหลือ

“ไม่เคยเห็นในหนังหรือไงวะ มันก็ต้องหลบอยู่ในถังขยะนั่นแหละ”

กรรมเวร ดันรู้ดีอีกนะไอ้พวกนี้ วิสัยทัศน์ก้าวหน้ากันจริงๆ T_T;;

ทั้งที่ในถังขยะเหม็นแบบนี้แต่กลิ่นหอมดอกไม้อ่อนๆจากเสื้อกล้ามคนข้างหลังกลับชัดเจนเสียยิ่งกว่า แม้แต่เหงื่อของคนตัวโตในตอนนี้ก็ยังมีกลิ่นหอมจางๆกลิ่นเดียวกันปนอยู่ด้วย ทำให้ซานดึลรู้สึกผ่อนคลายลงบ้างแม้จะต้องอยู่ในที่ทั้งแคบทั้งมืดไร้ซึ่งความโรแมนติกอย่างในถังขยะวินาศสันตะโรนี่

“ถังขยะอันแค่นั้นเอาแค่ฉันกับแกยังยัดเข้าไปไม่รอดเลยอูจิน ใช้หัวแม่เท้าคิดรึไง!” แกนั่นแหละสมองหัวแม่เท้า เพราะฉันกับซานดึลยัดเข้ามาในถังขยะอันแคบๆของแกได้เฟ้ย กร๊ากกกกก (แอบสะใจแม้จะหลบอยู่ในถังขยะ -.,-)

“ตัวมันสองคนก็ไม่ใช่เล็กๆ แค่ไอ้ฮิพฮ็อพที่มาช่วยยัดตัวลงไปในนั้นถังก็แตกแล้ว”

หน็อย! ไอ้พวกบ้า เขาเรียกว่าแร็พเปอร์เฟ้ย! หาว่าฉันตัวใหญ่เรอะ -*- รอให้ออกไปนอกถังเมื่อไหร่นะจะอัดให้ปากแตกเลยคอยดู

ร่างเล็กของคนที่ถูกโอบกอดไหวเล็กน้อยเพราะพยายามกลั้นขำทำให้บาโรต้องใช้กำปั้นเขกหัวสั่งสอนเบาๆ ยังจะมีหน้ามาหัวเราะอีกนะอีซานดึล ถ้าฉันมาช่วยนายไม่ทันแล้วจะรู้สึก ชิ! เจ้าเป็ดไม่รู้สำนึก -^-

“จะยืนแช่กันตรงนี้อีกนานมั้ยวะ ไปหาที่อื่นต่อเซ่!” เมื่อสิ้นเสียงคนที่เป็นหัวหน้าออกคำสั่งพวกลูกสมุนก็พากันแยกย้ายออกจากบริเวณนั้น บาโรเงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆเบาลงไปเรื่อยๆจนไม่ได้ยินแล้วก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก มือของคนที่โอบอยู่ด้านหลังเอื้อมไปแง้มฝาถังขยะให้เปิดออกก่อนจะค่อยๆโผล่หัวออกไปดูอย่างระมัดระวัง

ไร้ซึ่งเงาขอคนที่ตามล่า…ก็แสดงว่าปลอดภัย

“ออกมาได้แล้ว มันไปกันหมดแล้วล่ะ” บาโรก้มหน้าบอกคนที่หลบอยู่ข้างใน ซานดึลช้อนตาขึ้นมามองอย่างระแวงพลางพยายามยืดตัวให้ลุกขึ้น

“นายออกไปก่อนสิ ยืนจังก้าอยู่อย่างนี้ฉันจะออกไปได้ยังไงล่ะ” คนตัวเล็กบอก บาโรพยายามยกขาข้างใดข้างหนึ่งออกมาแต่ก็เปล่าประโยชน์

“นายต้องออกไปก่อนสิเจ้าบ้า ตัวนายเล็กกว่าแถมยังอยู่ข้างหน้าก็ต้องออกไปได้ง่ายกว่าอยู่แล้ว”

“แต่ขาข้างนี้ของฉันมันซ้อนติดอยู่กับขาของนายนี่นา -_-;;” ซานดึลพยายามดึงขาที่ติดอยู่ออก ตอนเข้ายังยัดเข้ามาได้ทำไมตอนออกมันยากขนาดนี้นะโอ๊ยชีวิต!

“นี่! อย่าดึงอย่างนั้นสิอีซานอ๊ากกก O[]O

“เย้ย! O{}O^” เพราะออกแรงดึงมากเกินไปถังขยะก็เลยโงนเงนก่อนจะล้มครืนลงอย่างน่าอนาถ ร่างทั้งสองที่ติดแหง็กอยู่กับถังจึงกระเด็นออกมาพร้อมกันในที่สุด คนตัวเล็กเหมือนจะรู้สึกตัวได้ดีกว่าจึงพยุงตัวเองขึ้นยืนได้อย่างไม่ยากเย็นเท่าไหร่ ในขณะที่บาโรยังนอนกองอยู่กับพื้นพร้อมถังขยะที่ล้มอย่างน่าสงสาร

“ให้ตายสิ! ทำไมฉันต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้ทุกครั้งที่เจอนายด้วยนะ” คนผมดำว่าอย่างหงุดหงิดแล้วคลานไปหยิบหมวกแก๊ปที่กระเด็นออกไปมาใส่บนหัวตามเดิม

“ขอโทษด้วยนะ” ซานดึลยื่นมืออกไปให้คนตัวใหญ่ได้จับคว้าพยุงตัวเองขึ้น บาโรเองก็ไม่ได้ปฏิเสธ แต่พอยื่นมือไปจับเท่านั้นแหละก็ดูเหมือนคนที่ตัวเล็กกว่าจะพ่ายแพ้ต่อน้ำหนักของคนที่ฉุดก็เลยล้มลงไปทับร่างใหญ่อีกหน

“โอ๊ยเจ้าเป็ด! นายจะฉุดฉันทั้งทีก็ให้มันมีแรงหน่อยไม่ได้หรือไง” คนที่โดนทับหลับตาข่มความเจ็บเพราะโดนร่างเล็กร่วงมาทับเข้าอย่างจัง

“ฉันฉันขอโทษนะบา

“หยุดเลย! ถ้าขืนนายเรียกชื่อฉันผิดอีกฉันจะโมโหนายไปมากกว่านี้ -_-*

“ง่ะ T^T

“เพราะฉะนั้นหุบปากของนายไปซะ แล้วไม่ต้องพยายามช่วยฉันเข้าใจมั้ย”

“อะ..อืม” คราวนี้คนตัวเล็กเลยเงียบไปพักใหญ่ บาโรจึงค่อยๆผลักร่างที่ทับอยู่ข้างบนออกอย่างเบามือแล้วค่อยๆพยุงร่างของตัวเองให้ลุกขึ้นยืนอย่างยากเย็น อยู่ใกล้มันทีไรใจเต้นอย่างนี้ทุกทีเลยวุ้ย! หงุดหงิดก็หงุดหงิด รู้สึกดีก็รู้สึกดี นี่ฉันคงเป็นบ้าไปแล้วจริงๆ

“นายนายมีแผลนี่” คนตัวเล็กทำตาโตเมื่อเห็นรอยถลอกสีแดงลากยาวอยู่ตรงข้อศอกเพื่อน บาโรโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ

“ช่างมันเหอะ แผลเท่ายุงบินชนแค่นี้เอง นายนี่ก็ชอบโอเวอร์แอคติ้งตลอดเลยนะเป็นดึล” สงสัยจะได้มาตอนที่ถังขยะล้มแหงๆ เพราะตอนนั้นก็ถอดแจ๊คเก็ตแขนยาวปาใส่พวกนั้นไปแล้ว ข้อศอกก็เลยไปครูดกับพื้นเข้าเต็มๆสิทีนี้

“นี่แต่พื้นมันสกปรกนะ นายหกล้มตรงหน้าถังขยะเชียวนะกระรอก” ซานดึลทำท่าจะเดินเข้ามาดูแต่กลับโดนแขนใหญ่ของคนตรงหน้าใช้ยันหัวไม่ให้เข้ามาถึงตัวได้ง่ายๆเสียก่อน

“เป็นห่วงตัวเองก่อนดีมั้ยห๊ะเจ้าทึ่ม -_-* นายไปทำอีท่าไหนไอ้พวกนั้นมันถึงจะได้รุมเล่นอะไรต่อมิอะไรในตรอกโทรมๆแบบนั้นได้” ซานดึลชะงักไป

“ฉันแค่เดินกินขนมแล้วก็เผลอไปชนคนที่ชื่อจุงฮีเข้า” คนโดนซักทำปากเบะเมื่อต้องนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดก่อนหน้านี้

“พวกมันไม่พอใจก็เลยจะทำกับฉันอย่างที่นายเห็น” ซานดึลทอดลมหายใจยาว

“ไอ้พวกเลวนี่!” เสียงของคนผมดำดูเคร่งเครียดจนน่ากลัวทำให้ซานดึลถอยออกห่างด้วยความตกใจ พอเวลาที่โกรธทำไมถึงดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยนะ

“แล้วนายน่ะ..ไม่รู้จักสัญชาติญาณเอาตัวรอดหรือไง นายเป็นเป็ดจริงหรือเปล่าเนี่ย พวกมันมาเยอะขนาดนั้นนายก็ควรจะบินหนีสิ! ยืนบื้อแช่แข็งอยู่ทำไม”

“นี่! ฉันไม่ใช่เป็ดนะไอ้บ้า -^-*” คนตัวเล็กชักไม่พอใจ “ก็เพราะมันมากันเยอะแบบนั้นไงไงฉันถึงได้หนีไปไหนไม่พ้น แล้วทีนายล่ะ..นายยังฉุดฉันวิ่งหนีแทบไม่ทันจนต้องมาหลบในถังขยะนี่เลย เหม็นชะมัด”

พอคิดถึงเหตุการณ์ในถังขยะเมื่อกี้อยู่ดีๆคนตัวโตก็เกิดหน้าร้อนขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ เมื่อกี้นี้มันใกล้ชิดมากเลยนะ เราอุ้มเจ้านี่ขึ้นมานั่งบนตักแล้วก็ใช้มือโอบกอดไว้แนบกับอก แถมไอ้หัวใจบ้านี่ก็ยังเต้นรัวจนแทบจะกระเด้งหลุดออกมาข้างนอกเสียหายได้ โอ้ย! หรือว่าเราจะเมากลิ่นขยะวะ U_U

“แต่ถึงยังไงฉันก็ยังหาทางหนีทีไล่ฉุดนายให้หนีออกจากวงล้อมของไอ้พวกเถื่อนนั่นมาได้แล้วกัน แต่ก่อนหน้านั้นนายไม่คิดจะร้องให้ใครช่วยเลยด้วยซ้ำ ถ้าฉันไม่สงสัยว่าทำไมถึงได้มีขนมหนอนหกอยู่เต็มทางเดินป่านนี้ฉันก็คงหานายไม่เจอหรอก” บาโรพูดหน้าเครียดเหมือนผู้ปกครองกำลังซักไซ้เด็กที่มีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน พอถึงตอนนี้ซานดึลก็เหมือนจะน้ำตาไหลออกมาอีกครั้งอย่างอัดอั้น

“ก็มันจับแก้มฉันบีบแล้วก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆแบบเนี้ย”

คนตัวเล็กจับแก้มพร้อมลากหน้าคนตัวโตให้เข้ามาใกล้ๆอยู่ในระดับเดียวกันให้ดูประกอบ ดวงตาเล็กสีดำของบาโรดูมีแววตื่นตระหนกเล็กน้อยเมื่ออยู่ดีๆคนผมน้ำตาลก็กระทำการอุกอาจแบบไม่ทันตั้งตัว ยิ่งพอได้เห็นน้ำตาใสที่รื้นอยู่บนขอบตาของซานดึลใกล้ๆแล้วหัวใจที่เกือบนิ่งสงบเป็นปกติก็กลับเข้าสู่โหมดเต้นแรงอีกครั้ง

“นายจะให้ฉันเอาปากที่ไหนไปตะโกนร้องให้ช่วยห๊ะ” ดูเหมือนซานดึลจะไม่ทันได้สังเกตปฏิกริยาของคนตรงหน้าก็เลยโวยวายต่อทั้งที่มือเล็กยังคงจับหน้าคนผมดำแนบไว้ชิดใกล้อย่างนั้น มือของบาโรเผลอยกขึ้นมาลูบแก้มนิ่มของคนตรงหน้าอย่างแผ่วเบา

“ตรงนี้เหรอ…?

…?

“ตรงนี้เหรอที่มันทำกับนาย” แววตาของบาโรดูอ่อนโยนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนถูกส่งถ่ายทอดไปยังคนตรงหน้า ซานดึลค่อยๆพยักหน้ารับ สัมผัสของคนผมดำตรงหน้าตอนนี้ดูอบอุ่นไม่น่าขยะแขยงเหมือนกับไอ้สวะสังคมพวกนั้น มือเล็กจึงค่อยๆคลายออกจากใบหน้าใสที่ถูกดึงเข้ามาใกล้

“อะ..อืม ทีนี้นายเข้าใจแล้วหรือยังล่ะ” หน้าซานดึลเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อเพราะบาโรยังไม่ละมืออกจากบริเวณพวงแก้มนุ่มนิ่มเสียที สัมผัสอุ่นจากอุ้งมือคนตัวโตกว่าแตะไล้อยู่บนหน้าอย่างแผ่วเบา กระรอกนายเป็นอะไรไป อย่าทำให้ฉันชอบสัมผัสของนายไปมากกว่านี้สิ

“ในหนังสือร้อยแปดวิธีเอาตัวรอดจากอันตรายยังเขียนไว้เลยว่าถ้ามีคนจำนวนมากคิดจะทำร้ายเราอย่างนั้นให้วิ่งหนีเอาตัวรอดสถานเดียว” จู่ๆคนตัวโตก็เหมือนเพิ่งได้สติจึงละมือออกจากหน้าใสของคนตัวเล็กแล้วกลับมาพูดจากวนประสาทเหมือนเดิม

“ฉันรู้แล้วล่ะ ตอนแรกฉันยังนึกว่านายจะมีเรื่องกับคนพวกนั้นซะอีก เห็นเดินท่ากร่างเข้ามาซะคับตรอกเชียว -_-

“เป็นเพราะฉันมีสัญชาติญาณมากกว่านายไงเจ้าเป็ด -3- บาโรยกข้อศอกข้างที่เป็นแผลขึ้นดู รู้สึกแสบๆขึ้นมาแล้วแฮะ

“ฉันดีใจนะ

“ก็ต้องแหงอยู่แล้ว ถ้าฉันไม่มาช่วยนายป่านนี้นายคง

“ฉันดีใจที่นายตัดสินใจวิ่งหนีคนพวกนั้นแทนที่จะสู้”

“ตอนนั้นถึงฉันจะกลัวที่พวกนั้นพยายายามเข้ามาทำอะไรไม่ดีก็จริง แต่พอฉันมองหน้านายตอนที่หลบอยู่ข้างหลังแล้วมองหน้าคนพวกนั้นอีกครั้งฉันกลับกลัวว่านายจะต้องมาต่อสู้แล้วเจ็บตัวเพราะฉันมากกว่า”

“ถ้าตอนนั้นนายสู้แล้วต้องมาเดือดร้อนเพราะฉัน ฉันคง” ซานดึลอยากจะพูดต่อว่าฉันคงจะไม่สบายใจและรู้สึกผิดเอามากๆ แต่คนผมดำกลับเอื้อมมืออุ่นสองข้างไปลูบหัวปลอบประโลมคนขวัญเสียพลางยิ้มให้อย่างจริงใจ

“ฉันไม่เป็นไรอีซานดึล ^__^

“...

“ฉันจะอยู่แกล้งนายไปอีกยาวเลยล่ะเจ้าเป็ดทึ่ม นายไม่ต้องกลัวว่าจะเหงาไปหรอกนะ” พอพูดจบประโยคบาโรก็ปล่อยหัวเราะออกมาเสียงดัง ในขณะที่ซานดึลปัดมืออุ่นออกไปจากหัวอย่างหมดอารมณ์

“ฉันจริงจังนะเนี่ยชาบาบูน =_=^

“ฮ่าๆ นี่! ถ้านายคิดจะพูดอะไรจริงจังก็หัดเรียกชื่อฉันให้มันถูกเสียก่อน ฟังทีไรแล้วหมดมู้ดทุกทีเลย” บาโรว่าอย่างขำๆก่อนจะเดินออกจากตรอกกลับไปยังที่เก่าที่ได้ทิ้งเสื้อคลุมแขนยาวเอาไว้แล้วคนตัวโตก็ต้องหัวเสียอีกรอบ

“ไอ้พวกบ้าเอ๊ย! อยู่บ้านไม่มีเสื้อใส่กันรึไงวะ!” ซานดึลที่เดินตามออกมามองคนผมดำโวยวายอย่างงงๆ

“มีอะไรงั้นเหรอ” บาโรเอามือขึ้นเกาหัวอย่างหงุดหงิดก่อนจะหันมาตอบคำถาม

“มันเอาเสื้อแจ๊คเก็ตฉันไปด้วยอ่ะดิ ตัวนั้นพี่ชินวูอุตส่าห์ซื้อมาฝากตอนไปปารีสกับแม่ด้วย ตัวล่ะตั้งฮึ้ยยย! เอาเป็นว่าให้มันหาเงินมาใช้ฉันทั้งชีวิตก็ซื้อไม่ได้แล้วกัน -*-” ขายาวเตะฝุ่นบนถนนเพื่อระบายอารมณ์

“แถมสภาพฉันตอนนี้ก็ยัง” จมูกโด่งไล่ดมไปที่แขนของตัวเองเป็นการตรวจสอบกลิ่น

“เหม็นกลิ่นขยะชิบ =_=;;” บาโรบ่นเมื่อได้ดมเสื้อกล้ามบางของตัวเองแล้ว

 “ตัวนายหอมจะตายยังจะมาว่าเหม็นอีก” คนตัวเล็กพูดอย่างลืมตัว

“ห๊ะ? ตัวฉันหอม” บาโรเลิกคิ้วขึ้น

“เอ่อฉันหมายถึงตัวฉันก็เหม็นเหมือนกันนั่นแหละ อย่ามาบ่นหน่อยเลยน่า -0-;;” ฮู้! ดีนะที่ไม่ได้พูดว่าแม้แต่เหงื่อมันก็ยังหอมไปด้วย ไม่งั้นคงไม่รู้จะแก้ตัวยังไงแน่ๆอีซานดึล

“นายอยากลองมาใส่เสื้อกล้ามบางๆเดินร่อนไปทั่วเมืองเหมือนฉันมั้ยล่ะเจ้าเป็ด -*-” บาโรทำหน้างอเมื่อพอจะรู้ชะตากรรมตัวเองว่าต้องใส่เสื้อตัวนี้เพียงตัวเเดียวเดินโทงๆกลับบ้านชัวร์ ซานดึลหัวเราะคนตัวโตอย่างช่วยไม่ได้

“งั้นเดี๋ยวฉันซื้อให้นายตัวหนึ่ง เป็นค่าตอบแทนที่นายช่วยฉันไว้ไง” คนผมสีน้ำตาลบอกอย่างใจดีจนบาโรต้องใช้มือผลักหัวคนตัวเล็กอย่างหมั่นไส้

“ทำมาเป็นหน้าใหญ่ ไม่ต้องมาซื้อเสื้อให้ฉันหรอก แค่นายอย่าไปบอกเรื่องนี้กับพี่ชินวูก็พอ”

“ที่นายมีเรื่องกับพวกนั้นน่ะเหรอ แต่เราไม่ผิดนะบาจา พวกนั้นมาหาเรื่องเราก่อนแล้วเราก็ยังไม่ได้สู้อะไรกับมันเลยด้วยซ้ำ” ซานดึลพูดอย่างไม่เข้าใจ แต่คนผมดำทำหน้าจริงจังจนทำให้เขาไม่อยากพูดอะไรต่ออีก

“ฉันไม่อยากให้พี่ชินวูไม่สบายใจ การจะมีเรื่องทะเลาะกันมันไม่มีใครมาสนใจหรอกว่าใครจะเริ่มก่อนเริ่มหลัง”

“แต่

“แล้วพวกมันก็เรียนกันอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ แต่ฉันว่าคงไม่น่าจะใช่โรงเรียนเราเพราะไม่รู้สึกคุ้นหน้าพวกมันเลยซักคน” บาโรเอามือลูบข้อศอกตัวเองข้างที่เป็นแผลถลอกเพื่อบรรเทาอาการแสบ ซานดึลมองอาการคนผมดำอยู่นานแล้วจึงตัดสินใจพูดขึ้นมา

“นายไปหาที่ล้างแผลก่อนดีกว่า ฉันบอกแล้วไงว่าพื้นตรงนั้นมันสกปรก” ซานดึลลากคนดื้อออกไปจากบริเวณนั้น บาโรเดินตามมาอย่างไม่เต็มใจนักแต่เพราะแสบแผลอยู่พอควรถึงได้ยอมเดินตามมือเล็กที่จูงออกไปอย่างว่าง่าย

ซานดึลเหลือบมองสภาพคนข้างๆแล้วก็นึกตลก ชาบาโรที่ชอบแกล้งเขานักหนาตอนนี้อยู่ในสภาพที่สวมแค่เสื้อกล้ามบางๆเปียกเหงื่อจนผ้าแนบไปกับตัว เนื้อตัวมอมแมมเปื้อนทั้งเหงื่อและรอยปื้นดำๆจากการที่ไปแอบหลบอยู่ในถังเสียนาน ข้อศอกเป็นแผลถลอกมีเลือดออกซิบๆ ผมดำที่เคยเซ็ตทรงสวยอยู่เสมอตอนนี้กลับกระเซอะกระเซิงเหมือนโดนนกมาทำรังเป็นปี สภาพหน้านี่ยิ่งแล้วใหญ่มู่ทู่ยิ่งกว่ากระรอกที่อารมณ์บูดเวลาโดนแย่งลูกวอลนัทซะอีก ไม่คิดว่าจะเดินมาถึงจุดนี้ได้นะเนี่ย คิกคิก -.,-

คนตัวเล็กเดินเข้าไปซื้อพลาสเตอร์กับน้ำสะอาดในร้านก่อนจะเดินออกมาหาคนตัวโตที่นั่งรอหน้าบูดอารมณ์บ่จอยอยู่หน้าร้าน หน้าตาโหงวเฮ้งส่อแววเป็นกระรอกบอกบุญไม่รับอย่างนี้แสดงว่าเจ็บแผลอยู่ชัวร์

“อ่ะนี่ล้างซะ เชื้อโรคจะได้ไม่เข้าไปในแผล” ซานดึลยื่นอุปการณ์ทำแผลให้ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งตรงหน้าบันไดร้านเป็นเพื่อน บาโรรับมาอย่างไม่อิดออดพลางมองผู้คนที่เดินผ่านไปมาด้วยสายตาพิฆาต

มองอะไรกันครับ! ไม่เคยเห็นเด็กหน้าตาดีไปคลุกขยะมาหรือไง -_-*’

“เมื่อกี้ฉันเข้าไปในร้านป้าผู้หญิงทำหน้าอย่างกับว่าฉันไปฆ่าใครตายมาเลยอ่ะ” ซานดึลพูดเพื่อไม่ให้บาโรรู้สึกว่าตัวเองดูแย่อยู่คนเดียว ตาใสมองตามมือของคนผมดำที่พยายามเทน้ำราดข้อศอกข้างขวาของตัวเองแล้วจึงตัดสินใจใช้มือเล็กถูตรงที่สกปรกให้อย่างเบามือที่สุด

“อ๊าาา ตรงนั้นแหละๆ โอ๊ย! เบาๆมือหน่อยสิ” ถึงปากจะบ่นแต่ตาของคนที่โดนล้างแผลกับไม่ได้จ้องมาที่แผลตัวเองเลยซักนิด แผลก็เล็กนิดเดียวทำไมมันแสบซี้ดอย่างนี้ฟะ

“เมื่อกี้ตอนที่อยู่ในตรอกนายยังบอกฉันอยู่เลยว่าแผลเท่ายุงบินชน ทีตอนนี้ล่ะมาทำเป็นร้องโอดโอย” ซานดึลปิดพลาสเตอร์ให้หลังจากล้างเสร็จแล้ว บาโรหันมามองที่ข้อศอกตัวเองแล้วก็ต้องโวยวายอีกรอบ

“นายซื้อพลาสเตอร์อะไรมาแปะให้ฉันเนี่ย! -0-^

“ทำไมอ่ะ นายดูไม่ออกหรอว่ามันเป็นรูปกระรอก (‘  ‘)”

“ไอ้เรื่องนั้นอ่ะฉันรู้ แต่มีอย่างที่ไหนซื้อพลาสเตอร์สีชมพูหวานแหววมาแปะให้ผู้ชายอย่างชาบาโรห๊ะ!”

“เอ้า ทีตอนมาช่วยฉันนายยังยืนแทะสายไหมสีชมพูได้เลย”

“นั่นมันเหลือแค่ไม้เดียวในร้านก็เลยซื้อมา” กระรอกเริ่มเอาแต่ใจ

“ฉันว่าสีนี้มันก็เข้ากับนายดีออก ^^

“พูดอย่างนี้นายไม่ซื้อรูปสตรอเบอร์รี่สีแดงมาแปะให้ฉันด้วยเลยล่ะ -_-;;

“เมื่อกี้ฉันเห็นอยู่ในร้านขายยา เดี๋ยวเข้าไปซื้อให้ใหม่ก็ได้” ร่างเล็กทำท่าจะเดินกลับเข้าร้านไปใหม่แต่กลับโดนคนตัวโตรั้งให้นั่งเอาไว้ซะก่อน

“ฉันพูดประชด เวลาอย่างนี้ฉันก็พอรู้ตัวอยู่หรอกว่าไม่ควรเรื่องมาก แปะๆไปเหอะ” มือใหญ่ลูบสติ๊กเกอร์กระรอกที่แปะอยู่ตรงข้อศอกไปมา ซานดึลมองคนข้างๆอย่างขำๆ แล้วนายบาลีก็ต้องสิ้นฤทธิ์ให้กับเป็ดจนได้

“กินมั้ย ดูนายจะหิวๆนะ” คนใจดียื่นห่อขนมเยลลี่ที่เพิ่งซื้อมาให้

“ฉันว่านายควรจะเปลี่ยนขนมกินได้แล้วนะเป็ดดึล ซื้อเจ้านี่มาทีไรนายกับฉันต้องมีเรื่องบู๊ใส่กันทุกที =_=;;” บาโรหยิบขนมในมือขึ้นมามองหวาดๆก่อนจะเอาเข้าปากไป

“ฉันกับนายก็ทะเลาะกันอย่างนี้ทุกทีนั่นแหละ ไม่เกี่ยวกับขนมหรอก” คนตัวเล็กบอกอย่างคนมองโลกในแง่ดี

“จนแล้วจนรอดนายก็ยังจะปกป้องขนมนี่วันยังค่ำสินะ” บาโรหัวเราะ ซานดึลยักไล่พลางอมยิ้มอย่างมีความสุข

“แต่อย่างน้อยขนมนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นความทรงจำหลายๆเรื่องของฉันและนายนะบาดู”

“ไอ้เยลลี่หนอนเนี่ยนะเจ้าเป็ด -_-*

“อืม” ซานดึลยิ้มก่อนจะพูดต่อ

“ฉันได้รู้จักกับนายเพราะขนมนี่ ถึงจะเริ่มต้นได้ไม่สวยนักก็เถอะ แต่อย่างน้อยเราก็ได้รู้จักกันขั้นแรกในวันนั้น”

“นายใช้คำว่ารู้จักฉันได้ยังไงกัน ขนาดชื่อฉันนายยังเรียกไม่เคยถูกเลย” แม้จะถูกเหน็บแต่คนตัวเล็กก็ไม่ได้ถือโทษโกรธอะไรจนบาโรแอบแปลกใจอยู่เล็กน้อย ปกติพูดอย่างนี้มันต้องโวยวายแล้วนี่นาไอ้เป็ดดึลเป็นอะไรไป

“จนมาวันนี้ขนมเยลลี่ก็ทำให้ฉันได้รู้จักตัวตนด้านที่ดีของนายอีกด้านหนึ่ง ด้านแรกคือนายเป็นคนไม่เห็นแก่ตัว เพราะอย่างน้อยนายก็ไม่ได้เอาตัวรอดหนีเวรแล้วโยนภาระให้คนอื่นอ่ะนะ” ซานดึลยังคงพูดต่อไปคนเดียวโดยมีบาโรนั่งฟังอยู่เงียบๆ

“ส่วนด้านที่สองคือ….นายเป็นคนที่กล้าหาญมาก ถึงนายจะไม่รู้ตัวก็เถอะบาเซิล”

“ฉันจะรักษาสัญญาที่นายขอเอาไว้ ฉันจะไม่บอกเรื่องนี้ให้รุ่นพี่ชินวูรู้” ยิ้มใสซื่อถูกส่งให้กับคนที่นั่งข้างๆจนคนตัวโตยังอดที่จะยิ้มตอบกลับไม่ได้ ขอบใจนะอีซานดึล

“เห็นแก่ความเป็นน้องชายที่ดีแล้วก็ความเป็นคนดีบางส่วนของนาย” ซานดึลเก็บอุปกรณ์ทำแผลใส่ถุงแล้วลุกขึ้นยืน คนผมดำจึงลุกขึ้นบ้าง

“เป็นคนดีบางส่วน? ฉันช่วยนายไว้ขนาดนี้แล้วนายยังจะบอกว่าฉันเป็นคนดีแค่บางส่วนอยู่อีกเหรอ -^-”

“ก็ถ้านายไม่ขยันแกล้งฉันเวลาอยู่ที่โรงเรียนนายก็จะเป็นคนดีมากกว่านี้อยู่หรอก”

“ฝันไปเถอะ! :P” บาโรแลบลิ้นใส่ ซานดึลกำลังจะหันหลังกลับไปทางร้านแต่สายตาดันเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างแว้บๆที่อยู่อีกฝั่งถนนจนต้องรีบหันมามองแทบไม่ทัน

“เฮ้ยกระรอก! ฉันว่าเมื่อกี้เหมือนฉันจะเห็นกงชานนะ” บาโรหันไปมองตามสายตาที่คนผมสีน้ำตาลมองอยู่ทันที

“ไหนอ่ะ ไม่เห็นจะมีเลย”

“จริงๆ เหมือนกำลังซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์คนผมสีแดงที่รุ่นพี่ชินวูถามถึงอยู่ด้วย” ร่างเล็กยังชะเง้อมองไม่เลิกจนบาโรต้องเหนี่ยวหัวให้กลับมาที่เดิม

“นี่เจ้าเป็ด! กงชานมันไม่ใช่เด็กสก๊อยซักหน่อย แล้วรุ่นพี่คนนั้นเขาจะไปอยู่กับมันได้ยังไง นี่มันวันเสาร์นะ -_-

“ก็ทีนายยังมาเจอฉันโดยบังเอิญได้เลย” ซานดึลจิ๊ปากอย่างขัดใจพลางหันหน้ากลับไปมองอีกรอบ แต่ตอนนั้นอีกฝั่งถนนก็ไม่มีใครแล้ว

“นายตาฝาดแล้วล่ะดึลลี่ คิดอะไรกับกงชานป่ะเนี่ยเห็นเพ้อถึงมันจัง” บาโรเสียงขุ่นนิดหน่อยพอเห็นว่าซานดึลยังสนใจกับเรื่องนี้ไม่เลิก

“ก็ฉันเห็นจริงๆ แต่ตอนนี้พวกเขาหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้”

เฮ้ออออ เหนื่อยจะพูดกับเป็ด เถียงไปก็เหนื่อยเปล่าๆ อยากจะคิดอะไรก็คิดไปเลยเจ้าบ้า! -^-

“ฉันจะกลับบ้านแล้วนะ เดี๋ยวพี่ชินวูกลับมาเห็นฉันในสภาพนี้จะยุ่ง” คนผมดำตัดบท คราวนี้สามารถเรียกความสนใจจากคนตัวเล็กได้สำเร็จ

“เฮ้ยได้ไงล่ะบาลานซ์ ไปซื้อเครื่องครัวเป็นเพื่อนฉันก่อนสิ” มือเล็กรีบคว้าแขนคนตัวใหญ่ไว้แต่กลับโดนสะบัดออก

“เสียใจ ฉันต้องรีบกลับบ้านไปล้างเนื้อล้างตัวทำลายหลักฐานก่อน คงมัวมาเดินไร้สาระกับนายไม่ได้หรอกนะ”

“ไปล้างตัวที่บ้านฉันก็ได้แต่นายช่วยเดินเป็นเพื่อนหน่อย ฉันกลัวพวกนั้นมันย้อนกลับมาอ่ะ ^^;;” ซานดึลยิ้มใสอย่างออดอ้อนสุดฤทธิ์ ทำไมฉันต้องมางอนง้อไอ้กระรอกโรคจิตอย่างนี้ด้วยเนี่ยไม่เข้าใจตัวเองเลย

“ก็แล้วทำไมไม่ชวนกงชานไปเป็นเพื่อนล่ะห๊ะ เมื่อกี้ยังเห็นแว้บๆอยู่เลยไม่ใช่เหรอ ไม่กลับไปมองหาต่อล่ะ

“นายหวงกงชานก็ไม่เห็นต้องมาพูดประชดใส่ฉันเลยนี่นา” คนผมสีน้ำตาลพูดอย่างไม่เข้าใจเล่นเอากระรอกถอนหายใจเฮือกใหญ่ ฉันไม่ได้หวงกงชานโว้ยยย หวงนายนี่แหละไอ้เป็ดบื้อ

“นะๆ เดี๋ยวทำแพนเค้กให้กิน ^^” ร่างเล็กกระโดดเข้ามาเกาะไหล่จนบาโรแอบใจอ่อนจนได้

“เครปเค้กฉันก็ทำเป็นนะ นายชอบกินของหวานนี่”

“เอาราดน้ำผึ้งนะ” คนผมดำพูดอุบอิบ

“แถมรสแยมบลูเบอร์รี่ให้ด้วยก็ได้ ^^

“อืม ก็ไปสิ”

“เย่!” เพื่อนใหม่กระโดดเข้ามากอดคอคนตัวสูงอย่างถือวิสาสะพลางดันร่างคนตัวโตให้เดินไปข้างหน้าพร้อมชวนคุยอะไรเรื่อยเปื่อยตลอดทาง ก็แหมวันนี้กระรอกโร่อุตส่าห์ใจดีให้เขาทั้งทีนี่นะ เอาให้มันคุ้มๆหน่อย

นี่ฉันเห็นแก่แพนเค้กหรอกนะอีซานดึล ถ้าเป็นข้ออ้างอื่นล่ะก็อย่าหวังเลยว่าฉันจะไปกับนาย ชิ! เจ้าเป็ดบ้า ทำตัวน่ารักอย่างนี้ไงถึงได้โดนคนแกล้งอยู่ตลอด แต่หลังจากนี้ฉันจะเก็บนายไว้แกล้งเองคนเดียวเอาให้หนำใจไปเลย :P

************************************************

P.S. โอ้ยยยเปิดเทอม ขอเวลาเพลียแป๊บ 555 ชีวิตไม่สิ้นก็ดิ้นกันต่อไปนะคะ เราขึ้นปี 2 ปีนี้ ใครบอกว่าพอเป็นรุ่นพี่แล้วงานกิจกรรมจะน้อยลงมาเคลียร์กันด่วนๆ อย่าไปเชื่อค่าาาา แค่อาทิตย์แรกอีเวนท์ก็รัดตัวแทบจัดการไม่ทันแล้ว หลายๆคนก็คงอารมณ์เดียวกันใช่มั้ยคะ เห็นวิวที่เข้ามาอ่านช่วงเปิดเทอมดูเบาบางลงก็คงจะชะตากรรมเดียวกันนี่แหละเนอะ U_U แต่เราก็ยังกระเสือกระสนมาอัพฟิคตามปกตินะ 55 เหนื่อยนักก็พักมาอ่านฟิคเราบ้างก็ได้ค่ะ เซ็งๆก็กดเม้นๆโหวตๆให้เล่นๆให้ก็ได้ถือว่าบริหารนิ้วมือ -.,- ถ้าเราเขียนออกทะเลไปเยอะก็ช่วยดึงๆสติให้กลับมาหน่อยนะ บางทีฟีลลิ่งมันพาไป ขอบคุณทุกคนที่เสียสละเวลามาอ่านฟิคเรื่องแรกของเรานะคะ ตอนนี้ขอเวลาไปเคลียร์การบ้านก่อน มีพรีเซนต์อาทิตย์หน้าแต่ทำตัวชิวลอยลมมาก เจอกันอาทิตย์หน้าตอนเรามาอัพฟิคนะคะ บอกเกริ่นไว้ก่อนว่าเป็นพาร์ทของกงชานจินยองสลับกันไปกับพาร์ทบาดึลค่ะ ^^ สำหรับวันนี้ลาก่อยยยย~~~ อันยองทุกท่าน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

83 ความคิดเห็น

  1. #78 Mr-V (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 20:47
    โอ้ย ฉากบาจับแก้ม แล้วถามตรงนี้เหรอ คือดีมากฟิน เขินอะ
    แต่มา สะดุดกับ ชื่อ บาจานี่แหละ อ่าๆๆๆ ขำ
    #78
    0
  2. #51 น้ำตาลเทียม (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 19:59
    อีโร่แกรักเป็ดแล้วชะม้ายยย ตอนนี้ดี๊ดีอ่านเเล้วมีความสุข
    #51
    0
  3. #8 JYmy_love (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2558 / 06:48
    บาดึลน่ารักมากๆเลยค่ะ หมั่นไส้เจ้ากระรอกจริ้งจริง
    #8
    0