[Fic B1A4] My Hyung Neighbor นี่ผมไงจะใครล่ะฮะพี่ [JinChan]

ตอนที่ 8 : Chapter 8 : Drive

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 108
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    22 ก.พ. 60


Chapter 8 : Drive




เข้าไปดีมั้ยวะ

ไม่ๆ ไม่เอาอ่ะ น่าอายจะตายไป ถ้าเจ้าเด็กนั่นรู้มีหวังผมได้อายกัดลิ้นตายเป็นรอบที่ร้อยแน่ 

ก็แค่เดินไปกดกริ่งหน้าบ้านแล้วก็ชวนออกไปข้างนอกด้วยกัน มันจะอะไรนักหนาวะจองจินยอง เรื่องแค่นี้นายทำไม่ได้เหรอ อิโธ่! ไอ้ป๊อด เฮ้ย! ผมไม่ได้ป๊อดนะ ผมก็ก็แค่อ๊ากกกก อธิบายไม่ถูกเว้ย ><

กงชานคือฉันอยากจะชวนนายไปเอิ่ม ช็อปปิ้งซื้อของเข้าบ้านอ่ะ รู้จักป่ะ!’

นี่ชวนไปซื้อของหรือตั้งใจเดินมาหาเรื่องวะเนี่ย เอาใหม่ๆ -_-;;

หมาน้อยไปซื้อของย้ายเข้าบ้านใหม่เป็นเพื่อนฉันหน่อยดิ ไม่มีใครไปเป็นเพื่อนเลย

แลดูเหมือนเป็นทางเลือกสุดท้าย ใครจะอยากไปด้วยกับแกฮะจินยอง

วันนี้อากาศดี๊ดี ออกไปเดินเล่นกัน ฉันเตรียมสายจูงไว้ให้นายแล้วววว กันหลงไงล่ะ ^^’

ถึงมันจะเหมือนลูกหมาแต่จริงๆมันก็เป็นคนนี่หว่า ชวนอย่างนี้มันอาจจะไม่ชอบก็ได้ -_-*

ไปซื้อของเข้าบ้านเป็นเพื่อนหน่อยนะ ถ้านายไปเดี๋ยวฉันมีรางวัลให้

เดี๋ยวมันก็ไม่ได้ต่างไปจากเดิมเลยนี่ ทำไมต้องวนกลับมาเข้าอีหรอบนี้ทุกทีเลย =_=;;

เฮ้ยยยย เอาไงดีวะเนี่ย ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีครั้งไหนหนักใจเท่านี้มาก่อนเลยนะ กับไอ้แค่เดินไปชวนรุ่นน้องข้างบ้านไปช่วยเลือกซื้อของเข้าบ้านใหม่เป็นเพื่อนแค่เนี้ยไม่เห็นมันจะยากตรงไหน ใครๆเขาก็ทำกันเยอะแยะ ทำตัวเป็นหมาจิ้งจอกตาขาวไปได้

แต่อะไรๆมันก็ดูยากไปหมดสำหรับจินยองถ้าคนที่ต้องชวนคือกงชานไม่น่าไปรู้เลยว่าเป็นรุ่นน้องตอนเด็กๆที่เคยเจอกันในร้านหนังสือ พรหมลิขิตพิลึกพิลั่นแค่วันเดียวแบบนั้นไม่น่าเชื่อว่าจะยังติดตรึงอยู่ในใจจนถึงทุกวันนี้ -_-;; แล้วทีนี้ลำบากใครล่ะถ้าไม่ใช่ไอ้คนที่รู้

รุ่นพี่ผมแดงชะเง้อหน้ามองดูรั้วบ้านข้างๆอย่างตั้งอกตั้งใจ เท้าก็พยายามเขย่งให้หัวพ้นรั้วเพื่อที่จะได้มองหารุ่นน้องได้ถนัด ทั้งที่วันนี้เป็นวันเสาร์แท้ๆ แต่กลับหายไปไหนของเขานะเมื่ออาทิตย์ก่อนเวลานี้ยังมาแอบด้อมๆมองๆเราเล่นกีตาร์ให้รูปปั้นแกะฟังได้เลย -_-* คิดถึงเรื่องนั้นแล้วก็ยังอายไม่หาย เด็กบ้าเข้ามาไม่ได้ให้สุ้มให้เสียง ปล่อยให้ร้องเพลงอยู่คนเดียวได้ตั้งนาน

มือของจินยองคว้าโทรศัพท์จากในกระเป๋ากางเกงเอี๊ยมที่ใส่อยู่ขึ้นมาดูนาฬิกา เก้าโมงแล้วก็น่าจะตื่นสิ หรือว่าไอ้หมาน้อยจะนอนขี้เซา มาปล่อยให้ฉันแอบชะเง้อมองนายแบบนี้มันไม่แฟร์เลยนะเฟ้ย ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมาถ้ำมองซะหน่อย แลดูโรคจิตชะมัดเลยตอนนี้

“กงชะ” พูดตะโกนออกไปได้แค่นั้นเสียงก็ถูกกลืนหายไปทุกรอบ จินยองเดินวนไปวนมาอยู่ตรงรั้วข้างบ้านจนแทบจะเป็นรูปวงกลม ตาเรียวรีก็เหลือบมองข้ามรั้วไปเป็นระยะๆ รอก็แต่ให้รุ่นน้องผมดำตาใสแป๋วคนนั้นเดินออกมาซะที เอหรือว่าจะไม่เข้าทางหน้าบ้าน แต่ปีนเข้าไปเลยดี

ถ้าอย่างนั้นก็ต้องหามูลเหตุจูงใจในการปีน เช่น เอ้อ! ฉันเห็นนกพิราบเดินทำตัวน่าสงสัยอยู่ในสนามบ้านนายอ่ะหรือ ส้มบ้านนายมันน่ากินดีฉันเลยปีนมาเก็บ’… แล้วไง? เหตุผลสะป๊อดสะแป๊ดอย่างนี้ใครๆก็อ้างได้ ถ้าเผลอทำของตกแล้วเข้าไปเก็บก็ค่อยว่าไปอย่าง

เออ! ความคิดดีนี่หว่า ทำของตกไง -.,- ฮ่าาาา เสร็จหมาจิ้งจอกล่ะ ทำอะไรตกไปบ้านข้างๆดีนะจะได้ไม่เสียฟอร์มด้วย อืมมมมมม ลูกแบดเป็นไง! เข้าท่าแฮะ บอกกงชานไปว่าฉันทำลูกแบดตกไปฝั่งบ้านนายเลยเข้ามาเก็บเอ้อ! เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าจะมาชวนนายไปซื้อของกันด้วย จะไปด้วยกันมั้ยล่ะ? อย่างนี้สิรับรองลื่นฉลุยมิชชั่นคอมพลีทแน่ๆ จองจินยองนายคือจิ้งจอกอัจฉริยะ! บิงโก

ว่าแล้วก็เดินไปหาลูกแบดมาก่อนดีกว่า คิดจะลงทุนการใหญ่ใจต้องกล้านิดหนึ่ง อุปกรณ์เสริมก็ต้องมีพึ่งเพื่อประสิทธิภาพที่ดีของภารกิจ รอแป๊บหนึ่งนะไอ้หมาน้อยเดี๋ยวฉันจะไปปรากฎตัวในบ้านนายเดี๋ยวนี้ล่ะ ขอไปหาลูกแบดก่อนแล้วเดี๋ยวเจอกัน

จินยองจะรู้บ้างไหมว่าอีกด้านหนึ่งกงชานก็กำลังคิดหาข้ออ้างเพื่อจะเข้าไปในบ้านอีกคนหนึ่งเช่นกัน เด็กน้อยผมดำตื่นมาตั้งแต่หกโมงเช้าแต่ยังไม่กล้าเดินออกไปทางสวนข้างบ้าน เพราะกลัวว่ารุ่นพี่ผมแดงจะมาซ้อมเล่นดนตรีเหมือนวันก่อน ถ้าบุ่มบ่ามเข้าไปแบบวันนั้นพี่จินยองอาจจะโกรธอีกก็ได้ เพราะฉะนั้นทางที่ดีต้องซักซ้อมบทให้เสร็จภายในบ้านก่อนทุกอย่างจะได้ดูออกมาเป็นธรรมชาติ

รุ่นพี่ฮะ คือการบ้านข้อนี้มันยากมากๆเลย ผมอยากให้รุ่นพี่ช่วยสอนให้หน่อยได้มั้ยฮะ

ไม่เนียนเลยอ่ะ พี่จินยองดูแว้บเดียวก็รู้แล้วว่ามันง่ายขนาดใช้ปากกาเขี่ยมั่วๆก็ยังเสร็จ หาข้ออ้างอื่นเถอะกงชานชิค

ผมหิวจังเลยฮะพี่ ขอเข้าไปกินอะไรในบ้านหน่อยได้มั้ยฮะ ผมทำกับข้าวไม่เป็นอ่า อยากกินฝีมือของรุ่นพี่จัง

อันนี้ก็ดูอ้อล้อแรงไป (แล้วที่ผ่านมาหนูไม่อ้อล้อเหรอลูก -.,-) คนอะไรทำกับข้าวไม่เป็นซักอย่าง อย่างน้อยต้มราเม็งหรือทอดไข่อะไรก็ต้องทำเป็นบ้าง ทำอย่างนี้พี่จินยองต้องมองว่าเป็นเด็กเหลือขอแน่เลย เที่ยวขอกับข้าวชาวบ้านเขาไปทั่ว -_-

พี่จินยอง ผมคิดมานานแล้วว่าสีผมของพี่มันดูโดดเด่นไม่เหมือนใคร ช่วยย้อมให้ผมหน่อยได้มั้ยฮะ ผมเองก็อยากดูดีเหมือนรุ่นพี่บ้าง

ร้านตัดผมในหมู่บ้านก็มีทำไมนายไม่ไปทำล่ะไอ้ลูกหมาแหงเลยพี่จินยองต้องว่ากลับมาอย่างนี้ชัวร์ คราวนี้ก็ไม่ได้เข้าไปในบ้านแถมยังถูกไล่ตะเพิดออกมาอีก

คอร์ดเพลงที่พี่เล่นต้อนเปิดหมวกมันมีคอร์ดอะไรบ้างเหรอฮะ ผมอยากเล่นได้บ้างจัง เผื่อจะได้ช่วยรุ่นพี่ทำงานได้

ใช่เลย! อันนี้แหละเวิร์คสุด! ถ้าคุยถึงเรื่องเพลงพี่จินยองจะอารมณ์ดีมากกว่าคุยเรื่องอื่น แถมคุยแบบนี้ก็ยังส่งผลไปถึงอนาคตด้วย จะได้อยู่ช่วยพี่จินยองทำงานทุกวัน ลุยเลยชานชิค ไฟท์ติ้ง! ><

ระหว่างนั้นจินยองก็เดินมาทางสวนข้างบ้านพร้อมลูกแบดที่อยู่ในมือ ปากสีส้มธรรมชาติแย้มยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ วันนี้แหละรับรองว่าครั้งเดียวก็ผ่านเลย เชื่อฝีมือจองจินยองคนนี้เถอะ วางแผนอะไรไม่เคยพลาดซักครั้ง

ฟ้าววววว

ร่างสูงผมสีไวน์ขว้างลูกแบดเข้าไปในสวนหลังบ้านข้างๆ เป็นเวลาเดียวกันกับที่กงชานเดินออกมาทางสวนข้างบ้านเพื่อจะมาหาจินยอง คนรุ่นพี่เบิกตาโตด้วยความตกใจเพราะไม่คิดว่ารุ่นน้องจะออกมาทันเห็นช็อตนั้นพอดิบพอดี ทียืนรอขาแข็งอยู่ตั้งนานทำไมไม่ยอมเดินออกมา!

ตุ้บ

เสียงลูกขนไก่ตกลงตรงหน้ากงชาน คนผมดำหยุดชะงักฝีเท้าพลางมองไปยังรุ่นพี่ข้างบ้านอย่างสงสัยปนขบขัน ร่างเพรียวบางก้มลงไปเก็บลูกแบดที่ถูกขว้างมาไว้ในมือแล้วเดินก้าวเข้าไปหาคนรุ่นพี่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม วันนี้คิดจะทำอะไรแปลกๆอีกล่ะ ดูสิหน้าเหวอเชียว

“อันยองฮะพี่จินยอง ^^” คนรุ่นน้องโบกมือทักทายตามปกติ จินยองยังคงแข็งนิ่งเป็นรูปปั้นจากการกระทำของตัวเองเมื่อกี้ไม่เลิก นายเห็นหรือเปล่ากงชานว่าฉันทำอะไรลงไป แต่ขออย่าให้เห็นเลยนะ…ผมไม่มีอะไรจะขายหน้าไปมากกว่านี้แล้ว T_T

“อ้อเอ่อ..ฮ่ะๆ หวัดดี ^__^;;” คนรุ่นพี่เกิดพูดติดอ่างขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ กงชานยิ้มเจ้าเล่ห์พลางเดินเอาแขนมาเท้าตรงรั้วบ้านข้างๆ ทำตัวอย่างนี้มีพิรุธชัวร์

“ตื่นแต่เช้าเชียวนะฮะ แต่งตัวเท่อย่างนี้จะออกไปไหนหรือเปล่า” กงชานมองไปยังเสื้อผ้าที่คนรุ่นพี่ใส่ แต่งตัวไม่ธรรมดาอีกแล้วนะฮะวันนี้ วันก่อนแต่งตัวเอาเสื้อทับในคาดเข็มขัดเหมือนสายัณห์ แต่วันนี้คนผมแดงมาในชุดยีนส์เอี๊ยมหมีสีน้ำเงินเข้มมีสายคล้องไหล่แค่ข้างเดียว อีกสายปล่อยออกตามแฟชั่นตัดกับเสื้อยืดสีขาวสกรีนรูปหัวกะโหลกสีเหลืองที่ใส่อยู่ด้านใน บนหัวมีหมวกแก๊ปสีน้ำเงินวาวๆใส่อยู่ ทำไมแต่งตัวแบบไหนก็ดูดีไปหมดเลยนะฮยอง

“ปละ..เปล่า” จินยองตอบเสียงตะกุกตะกัก “ฉันแค่ออกมาเล่นแบดเฉยๆ เห็นเขาว่ากันว่าออกกำลังกายตอนเช้าร่างกายจะสดชื่นแข็งแรง” เขาไหนก็ไม่รู้แต่ใช้อ้างไปก่อนแล้วกัน แอคติ้งเบ่งกล้ามให้ดูสมจริงให้ดูเป็นของแถมด้วยเอ้า!

“แล้วนายล่ะชานชิค ออกมาทำอะไรลับๆล่อๆที่สวนหืม?” จินยองเดินเอาแขนไปเท้าตรงรั้วบ้านบ้างพลางกัดริมฝีปากจ้องคนตรงหน้าอย่างจับผิด

“ผมเดินออกมาอย่างเปิดเผยซะขนาดนี้รุ่นพี่ยังว่าลับๆล่อๆอีกเหรอ” ท่าทางจับผิดของจินยองกงชานอดที่จะขำไม่ได้ ฮยองสงสัยจะชอบกัดริมฝีปากเวลาตื่นเต้นสินะ เห็นเป็นอย่างนี้มาหลายทีแล้ว

“นายเดินมาเงียบๆเก็บลูกแบดฉันขึ้นมาจากพื้นแล้วก็ยิ้มใสๆแบบนี้” จินยองยิ้มเลียนแบบกงชานก่อนจะกลับมาทำหน้าตาถมึงทึงอีกครั้งเมื่อเห็นว่ารุ่นน้องกำลังหัวเราะร่ากับท่าทางของตนเองอยู่

 “ขำอะไรของนายนักหนาห๊ะไอ้ลูกหมา ฉันก็แค่แสดงเลียนแบบนายให้ดูว่านายทำยังไงบ้างเท่านั้นเอง

“ฮ่าๆ ฮะ แต่พี่ทำแล้วมันน่ารักดี” คนชมเอียงคอพลางจ้องตาคนรุ่นพี่แบบที่ชอบทำบ่อยๆจนจินยองต้องหลบสายตา

“ทีหลังผมคงต้องให้แตรมาเป่าแล้วปูพรมแดงก่อนจะออกจากบ้านซะแล้วละมั้ง รุ่นพี่จะได้ไม่ว่าผมทำตัวลับๆล่อๆ ^^

“เออๆช่างเหอะ” คนผมแดงรีบผลักหน้าของรุ่นน้องให้ออกไปห่างๆก่อนที่จะหลุดยิ้มออกมา “ลูกแบดฉันน่ะเมื่อไหร่นายจะคืนซะที”

“อันนี้หรอฮะ” กงชานโยนลูกขนไก่ในมือขึ้นโชว์สองสามทีก่อนจะใช้ปากบางคาบส่วนที่เป็นขนไก่แล้วดุนตรงก้นที่เป็นจุกยางมาชนจมูกรุ่นพี่

         "อื้อออ กงชาน! เล่นอะไรของนายเนี่ย สกปรกจริงๆเลย” จินยองรีบถอยหน้าออกห่างเมื่อก้นลูกขนไก่มาชนกับจมูกโด่งของตัวเอง ในขณะที่คนแกล้งเอาแต่ขำอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร อยากมาว่าเราเหมือนลูกหมาดีนัก เจอลูกหมาแกล้งกลับแล้วฮยองจะรู้สึก -.,-

“อันนี้แหละลูกแบดฉัน เอาคืนมาได้แล้ว” จินยองจะคว้าเอาลูกแบดออกจากปากกงชาน แต่คนผมดำกลับชักกลับมาทางฝั่งบ้านตัวเองแล้วเปลี่ยนเอามาไว้ในมือเหมือนเดิม

“พี่ตอบผมมาก่อนสิฮะว่าพี่เล่นแบดโดยไม่มีไม้ตีแบดได้ยังไง ถ้าตอบได้แล้วผมถึงจะคืน” ไม่พูดเปล่าแต่ดันเอาลูกแบดไปไพล่แอบไว้ด้านหลังด้วย เล่นเอาจินยองหน้าเหวอไปมากกว่าเดิมเมื่อเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมเอาไม้แบดออกมาจากบ้านด้วยจริงๆ โอ๊ยตาย! ของสำคัญอย่างนี้ดันมาลืมง่ายๆได้ไง แล้วคราวนี้จะแก้ตัวกับไอ้ตัวแสบนี่ว่ายังไงกันล่ะเนี่ย

“ฉันฉันก็โยนมันเล่นแล้วก็รับเฉยๆไง เหมือนเวลาที่เล่นร่อนลูกยางน่ะ”

“หรอฮะ?

“ใช่ ฉันอยากรู้ว่ามันจะร่อนได้นานแค่ไหนก็เลยลองเล่นแบบนี้ดู”

“ไม่ใช่ว่าพี่โยนมันเข้ามาในบ้านผมหรอกเหรอ ^^

“บ้าหรือไง! ฉันไม่ได้ทำแบบนั้นซะหน่อย -///-*” คนปฏิเสธเริ่มหน้าแดงระเรื่อเมื่อรู้ตัวว่าโดนจับได้

“ผมเคยบอกพี่หรือยังว่าพี่เป็นคนที่โกหกไม่เก่ง” กงชานก้าวเข้ามาตรงรั้วบ้านข้างๆอีกครั้ง หน้าใสหมอบลงกับลำแขนเล็กที่พาดอยู่บนรั้วบ้าน ตาโตสีดำจ้องลึกลงไปในดวงตาเรียวเพื่อหาคำตอบ จินยองอึกอักก่อนจะพูดอะไรมั่วๆออกมา

“เอ้อ! เพิ่งนึกขึ้นได้ นายจะไปซื้อของย้ายเข้าบ้านใหม่กับฉันมั้ย ยังขาดอะไรต่ออะไรอีกเยอะเลย (_///_)” คนผมแดงพูดรัวเป็นปืนกลพลางก้มหน้างุดๆเพราะไม่อยากสบตากับรุ่นน้อง

“พี่จะชวนผมไปซื้อของก็ไม่เห็นต้องขว้างลูกแบดเข้าบ้านมาเลยนี่นา” กงชานพูดอย่างรู้ทันพลางยิ้มให้หนักกว่าเดิม เพราะรู้ว่ารุ่นพี่ผมแดงมักจะแพ้รอยยิ้มและดวงตาบ้องแบ๊วของตัวเอง

“ก็ก็นายไม่ออกมาซักทีอ่ะ ฉันก็เลยโอ๊ย! แล้วสรุปนายจะไปด้วยมั้ยเนี่ย ทำไมต้องบังคับให้ฉันพูดอะไรบ้าๆอย่างนี้ด้วยวะ T///T” จินยองเริ่มปะติดปะต่อคำไม่ถูก และแล้วก็ต้องหน้าแตกให้กับมันอีกจนได้ เจอกี่ทีเป็นต้องขายหน้าทุกรอบจนไม่มีหน้าจะให้ขายแล้วเนี่ยจองจินยอง

“ผมก็แค่อยากรู้เฉยๆว่าทำไมรุ่นพี่ต้องขว้างลูกแบดเข้าบ้านผมมาด้วย” รุ่นน้องผมดำยิ้ม “ผมเห็นกับตาเลยน้าาา พี่เล็งกะระยะแล้วก็ขว้างมันมา ฟิ้ววววแล้วลูกแบดนี่ก็มาตกตรงหน้าผมพอดี ^^” ยิ่งพูดล้อเลียนคนทำก็ยิ่งอายเข้าไปใหญ่ มันเห็นทุกช็อตตั้งแต่เริ่มทำแล้วจะมาถามตูทำแบดมินตันอะไรวะครับ T_T

“แต่ผมก็ดีใจนะที่เหตุผลมันเป็นอย่างที่พี่บอก ^__^” กงชานส่งลูกขนไก่คืนให้เจ้าของ จินยองรีบคว้าหมับเหมือนกลัวว่าคนตรงหน้าจะเล่นอะไรตุกติกอีก เห็นหน้าตาซื่อๆอย่างนี้แต่แผนสูงใช่เล่นเลยนะกงชานชิค

“สงสารก็แต่ลูกแบดนี่แหละ โดนพี่ใช้มาเป็นเครื่องมือซะได้”

“คระ..เครื่องมืออะไร!

“ก็เครื่องมือที่จะทำให้พี่ได้อยู่ใกล้ชิดผมนะซี่~ ^^” รุ่นน้องผมดำพูดยั่ว คนรุ่นพี่ก็เลยอายจนแทบจะอยู่ต่อไม่ไหวจึงรีบตัดบททันที

“นายไม่ไปด้วยกันฉันจะเข้าบ้านแล้วนะ” จินยองทำท่าจะสาวเท้ากลับเข้าบ้านแต่กลับโดนแขนนุ่มนิ่มออกแรงดึงมาไว้ในอ้อมกอดเสียเฉยๆ คางของคนรุ่นน้องวางเกยไว้บนไหล่ของรุ่นพี่อย่างออดอ้อนก่อนจะระบายยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าคนโดนกอดเริ่มหาทางรอดให้กับตัวเองโดยการสูดลมหายใจเข้าลึกป้องกันอาการหัวใจเต้นแรง

“ฮยองเป็นคนฟอร์มเยอะอย่างนี้ตลอดเลยเหรอฮะ ผมบอกตอนไหนกันว่าจะไม่ไป” กงชานขำคิกคักเมื่อเห็นจินยองพยายามจะก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างดื้อดึง ท่อนแขนบางก็เลยยิ่งโอบรัดแน่นกว่าเดิมสุดตัวพลางซบหน้าลงกับแผ่นหลังกว้างเพื่อกันหนี

“นายฟอร์มไม่เยอะเลยนี่กงชานชิค ฉันถามก็แค่ตอบเท่านั้นแหละว่าจะไปมั้ย -*-” มากอดผมไว้ทำไมวะคร้าบบบบ เขินโว้ย!

“ฮะ ผมไปได้ทุกที่แหละที่มีพี่อยู่ด้วย ^^” แก้มอุ่นแนบลงกับใบหน้าของรุ่นพี่ กลิ่นหอมเย็นคล้ายเลม่อนจากคนที่ตัวเองกอดรั้งโชยมาเข้าจมูกจนคนกอดอดทำจมูกฟุดฟิดไม่ได้

“ปล่อยได้แล้วฉันจะไปเตรียมรถ จินยองหันหน้าไปดีดจมูกกงชานอย่างหมั่นเขี้ยว ยิ่งทำจมูกยุกยิกอย่างนี้ยิ่งเหมือนลูกหมาเข้าไปใหญ่ กงชานก้มลงมองสิ่งที่กั้นระหว่างตัวเองกับจินยองอยู่อย่างขัดใจ

“เกลียดรั้วนี่จัง”

“หืม? เกลียดทำไม” จินยองถาม กงชานไม่ได้ตอบแต่คลายอ้อมกอดแล้วปีนรั้วที่กั้นอยู่แค่อกเข้ามาในบ้านข้างๆแทน

“หายเกลียดมันแล้วล่ะ ^^” หมาน้อยยิ้มแปล้พลางโอบรุ่นพี่จากด้านหลังเข้ามาแนบชิดกับอกอีกครั้ง จินยองไม่ถามต่อว่าทำไมเพราะเหตุผลที่กงชานทำมันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าทำไมถึงได้เกลียดรั้วนี้นักหนา เสียงหัวใจของรุ่นน้องผมดำที่อยู่ตรงกับหัวใจตัวเองเต้นถี่เร็วจนแยกไม่ออกว่าหัวใจใครเต้นแรงมากกว่ากัน ไออุ่นที่โอบกอดจากด้านหลังของคนที่ตัวเองเคยให้นั่งตักเมื่อตอนเป็นเด็กดูคุ้นเคยเสียจนจินยองแน่ใจเสียยิ่งกว่าแน่ว่านี่แหละคือกงชานชิคหมาน้อยของเขา

“กงชานฉันจะได้ไปเตรียมรถมั้ยเนี่ย” คนผมแดงพูดเสียงอ่อนกว่าเดิมเมื่อรุ่นน้องยังไม่ยอมคลายอ้อมกอดอุ่นเสียที

“หืมมม? ขับรถเป็นด้วย ^^” แก้มนุ่มยังคงซบอยู่กับใบหน้าด้านข้างพร้อมกระซิบแผ่วเบา โอ้ยยยย! อย่าอ้อล้อให้มากได้มั้ยไอ้ลูกหมา -///-

“เออน่า ขับเป็นแล้วกัน ไม่พานายไปแว้นซิ่งตายที่ไหนหรอก” จินยองอาศัยช่วงจังหวะที่ตอบลูบหัวกงชานแล้วดันตัวเองออกมาจากอ้อมกอดได้ทันท่วงที คนอายุน้อยกว่าคลายอ้อมแขนแล้วยิ้มละไมให้คนตรงหน้า

“มอเตอร์ไซค์เหรอฮะ”

“อืม พ่อแม่คงไม่สปอยล์ซื้อรถยนต์ให้ฉันขับทั้งที่ยังเรียนไม่จบมัธยมหรอก” คนผมแดงเดินนำมาที่รถมอเตอร์ไซค์คันน่ารักสีขาวสลับเขียวมินต์พลางขึ้นคร่อมหยิบกุญแจขึ้นมาสตาร์ท กงชานก้าวเข้ามาใกล้มอเตอร์ไซค์พร้อมมองคนตรงหน้า ตอนที่อยู่เฉยๆก็ว่าน่ารักแล้วพออยู่กับมอเตอร์ไซค์อย่างนี้แล้วดูเท่ไปอีกแบบเลยแฮะ

“ขับเป็นแน่นะฮะ” คนรุ่นน้องแซว

“จะขึ้นหรือไม่ขึ้นล่ะ -*-

“'ง่าาาา ขึ้นสิฮะพี่จินยอง อย่าใจร้อนสิ” มือเรียวจับไหล่รุ่นพี่พลางก้าวขาขึ้นซ้อนหลังอย่างทะมัดทะแมง หน้าใสชะโงกมายิ้มให้คนขับข้างหน้าเมื่อนั่งเรียบร้อยแล้ว

“ใส่นี่ซะ เดี๋ยวเกิดหัวร้างข้างแตกขึ้นมาแล้วจะยุ่ง” จินยองเอื้อมมือใส่หมวกกันน็อคสีชมพูพาสเทลให้กับคนข้างหลังอย่างเบามือ กงชานเริ่มทำปากงุ้มเมื่อได้ยินประโยคหลัง

“ไหนบอกขับเป็นไง (‘^‘;;)”

“ขับเป็นแต่ไม่ได้บอกว่าขับแข็งนี่”

“หา!? O[]O^

“จับไหล่แน่นๆนะน้อง พี่จะซิ่งแล้ว” คนผมแดงบิดคันเร่งสองสามทีมอเตอร์ไซค์คันเล็กก็วิ่งฉิวออกนอกบ้านผ่านถนนเล็กๆในหมู่บ้านไปอย่างเนิบๆ กงชานที่กลั้นหายใจอยู่ถึงกับถอนหายใจดังพรืดพลางระเบิดหัวเราะเสียงดัง

“ฮ่าๆ ฮยองฮะ ถ้านี่เรียกซิ่งงั้นหอยทากเป็นตะคริวก็เรียกซุปเปอร์แว้นแล้ว”” จินยองหัวเราะตาม ขนตาจากตาเรียวกระพริบถี่ขึ้นเล็กน้อยจากลมที่ตีหน้า

“ฉันก็แค่หลอกให้นายตกใจเล่นเฉยๆ หน้านายเหวอชะมัดเลยอ่ะตอนที่ร้อง หา!?’ ฮ่าๆๆ คิดแล้วขำ” รุ่นพี่ผมแดงที่ขับรถอยู่ข้างหน้าหัวเราะอย่างสะใจที่แกล้งคนซ้อนให้ใจหายได้สำเร็จ นานๆชานชิคจะตกหลุมพรางของหมาจิ้งจอกทีหนึ่ง

“นิสัยไม่ดีเลย” หน้ากงชานตอนนี้ได้กลับมาเกยอยู่บนไหล่ซ้ายของรุ่นพี่อีกครั้ง จินยองแกล้งเอาคางเรียวของตัวเองเคาะหัวคนที่นั่งซ้อนหลังไปทีหนึ่งด้วยความหมั่นเขี้ยว เด็กอะไรขี้อ้อนชะมัดยาดเลยให้ตายสิ!

“น้อยๆหน่อย ทีนายแกล้งฉันยังไม่เห็นฉันจะว่าอะไรเลย”

“แต่รุ่นพี่โวยวายซะลั่นเลยต่างหาก ^^” กงชานยังคงไม่ละคางของตัวเองออกจากซอกคอคนตรงหน้าง่ายๆ มือที่ใช้จับไหล่เป็นที่ยึดเริ่มผ่อนแรงลงบ้างเมื่อเห็นว่ารถไม่ได้ขับเร็วอย่างที่คิด

“นายอยากรู้วิธีขับมอเตอร์ไซค์สนุกๆมั้ย” จินยองยิ้มเจ้าเล่ห์

“ยังไงฮะ”

“นายก็แค่มองวิวทิวทัศน์ข้างๆทาง”

“อย่างนี้เหรอ” กงชานทำตามที่บอกอย่างว่าง่าย

“ใช่ แล้วก็แลบลิ้นออกไปด้วย”

“แอบอี๊อื๋อเอ่าอ๊ะ :P (แบบนี้หรือเปล่าฮะ)” คนผมดำแลบลิ้นตามที่บอก พอถึงจุดนี้จินยองก็ถึงกับปล่อยก๊ากออกมาอีกครั้งเมื่อเห็นคนผมดำตกหลุมพรางของตัวเองอีกแล้ว

“โอ๋ๆ ชานชิคเด็กดี มานี่มาเดี๋ยวปู่ให้กระดูกเป็นรางวัลนะ” จินยองเอื้อมแขนซ้ายไปลูบหัวคนข้างๆอย่างขบขัน สั่งให้ทำอะไรก็ทำหมดเลยนะเด็กคนนี้

“พี่จินยอง หลอกผมอีกแล้วเหรอ -^-” คราวนี้คนโดนแกล้งเลยแก้เผ็ดโดยการเลื่อนมือที่เคยจับไหล่ลงกระหวัดโอบเอวคนข้างหน้าเสียแน่นอย่างถือวิสาสะ จินยองถึงกับสะดุ้งทันทีที่ได้รับสัมผัสนั้น

“เฮ้ย นายอย่ามายุ่งกับเอวฉันนะไอ้ลูกหมา O_O

“ทำไมล่ะ จั๊กจี้เหรอฮะรุ่นพี่” กงชานหัวเราะชอบใจเมื่อเห็นคนขับกระตุกเหมือนโดนไฟฟ้าช็อตทันทีที่โอบเอว

“เออ ฉันบ้าจี้ นายจับไหล่ฉันได้แต่อย่าเลื่อนมาตรงเอวเข้าใจมั้ย” มือจินยองคว้ามือของรุ่นน้องมาไว้ตรงไหล่เองเสร็จสรรพยิ่งทำให้กงชานยิ้มขำเข้าไปใหญ่

“ไม่เห็นจะเข้าใจเลย -3-” มือทั้งสองแกล้งตกลงมาแถวๆเอวอีกรอบ

“ฮ่าๆๆ นี่ กงชะอ๊ากกก นายอย่าเล่นแบบนี้นะ ฉันจั๊กกะฮ่าๆๆ

“แบบไหนฮะ” คนแกล้งยิ้มร่ายื่นหน้าเข้ามากระซิบตรงข้างหูจนจินยองต้องเอียงหูข้างนั้นไปถูกับไหล่เพื่อดับอาการจั๊กจี้

“อะไรกันตรงหูก็ไม่ได้เหรอฮะ” คราวนี้กงชานชักเริ่มสนุกเลยเปลี่ยนหูข้างที่กระซิบมาเป็นข้างซ้ายทีขวาทีเพื่อที่จะยั่วคนขับข้างหน้ามากขึ้นกว่าเดิม

“ฮ่าๆ ม่ายด๊ายยยย นายอย่าเล่นอย่างนี้ดิ เดี๋ยวรถฉันล้ม อ๊ากกกก ฮ่าๆ”

“พี่เริ่มพูดไม่เป็นภาษาคนแล้วนะเนี่ย น่าสนุกจัง ^^

“อ๋อยยยย ฉะฮ่าๆ ก็ฉันไม่ไหวแล้วอ่า นายมันเด็กดื้อ ฮ่าๆ ฉันบอกว่าฉันบ้าจี้นายเคยฟังกันบ้างม้ายยย”

“ฮะฮยอง ผมไม่แกล้งแล้ว” กงชานเอาคางที่เกยอยู่บนไหล่จินยองออก ผมไม่อยากเป็นเด็กดื้อของฮยองหรอกฮะ ผมจะเป็นเด็กดีอย่างนี้ตลอดไปเลย

“จับไหล่ฉันไว้ เผื่อรถเกิดเป็นอะไรขึ้นมานายจะได้ไม่กลิ้งออกไปไหนไกล” จินยองพูดขึ้นเมื่อรู้สึกได้ว่าสัมผัสตรงไหล่ของตัวเองได้หายไปแล้ว ถ้าให้จินตนาการคนผมดำที่นั่งอยู่ข้างหลังคงเอามือทั้งสองข้างจับหัวเข่าตัวเองอยู่โดยไม่ได้เกาะอะไรยึดเหนี่ยวไว้เลย

“ไม่เป็นไรฮะ นั่งอย่างนี้ผมก็ไม่ตกไปง่ายๆหรอก”

“กงชานอย่าดื้อ” เสียงคนรุ่นพี่ชักดุพลางจับมือคนรุ่นน้องมาวางไว้บนไหล่เหมือนเดิม

“จับอย่างนี้อย่างน้อยถ้าเวลารถล้มนายก็ยังกลิ้งไปพร้อมฉัน ฉันจะได้แน่ใจว่านายไม่ได้กระเด็นไปไหนไกล เข้าใจมั้ย?” คนผมแดงเอ่ยอย่างจริงจัง แต่หารู้ไม่ว่าคนที่นั่งซ้อนท้ายอยู่ข้างหลังกำลังยิ้มอย่างมีความสุข เป็นห่วงผมขนาดนี้เลยเหรอฮะพี่จินยองแล้วอย่างนี้ผมจะกล้าทิ้งพี่ไปไหนได้อีกล่ะ

รถคันเล็กแล่นผ่านหมู่บ้านไปอย่างไม่เร่งรีบจนกระทั่งถึงที่หมายซึ่งเป็นร้านขายของจิปาถะขนาดเล็ก จินยองก้าวออกมาจากรถก่อนแล้วพากงชานเข้าไปในร้านนั้น เหมือนทุกอย่างที่เอาไว้แต่งบ้านจะถูกนำมารวมขายเอาไว้ที่นี่ ทั้งข้าวของ เครื่องใช้เล็กๆ เครื่องประดับตกแต่งรวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่

“พี่ยังขาดอะไรบ้างฮะ แต่ดูเหมือนที่นี่จะมีครบทุกอย่างเลย” กงชานมองไปรอบๆร้านอย่างอดที่จะทึ่งไม่ได้ ดูจากด้านนอกร้านก็ดูเล็กอยู่หรอก แต่พอเข้ามาข้างในกลับไม่ต่างอะไรจากโกดังเก็บเฟอร์นิเจอร์เลยซักนิดเดียว

“ฉันลิสต์มาบ้างคร่าวๆแล้ว” จินยองหยิบกระดาษที่เก็บพับในชุดเอี๊ยมหมีของตัวเองออกมา “อย่างแรกที่เราต้องซื้อก็คือพรมเช็ดเท้า”

“งั้นก็ต้องดูล็อคนี้สินะ” กงชานเดินสำรวจจนมาถึงโซนที่ขายข้าวของเครื่องใช้ประเภทผ้า จินยองเดินตามคนรุ่นน้องมาติดๆ

“แบบนี้เป็นไงฮะ” กงชานหยิบพรมสีฟ้ารูปก้อนเมฆขึ้นมา

“ผ้าแบบนี้แค่นายก้าวเดินออกมาจากห้องน้ำก็ลื่นล้มคอหักแล้ว” คนผมแดงส่ายหน้าเป็นการแสดงออกว่าไม่ผ่าน รุ่นน้องผมดำก็เลยต้องก้มๆเงยคัดเลือกพรมที่ดูแล้วน่าจะถูกใจรุ่นพี่ต่อไป

“งั้นผ้าแบบนี้ใช่มั้ยฮะที่พี่บอกว่าจะไม่ลื่นล้ม” พรมสีเทาที่ทำจากผ้าซับน้ำแบบหนาถูกชูขึ้นมาให้จินยองพิจารณา

“อืมก็ใช่นะ แต่ฉันไม่ชอบสี มันดูอึมทึมอย่างกับมีเมฆฝนมารออยู่หน้าประตูอย่างนั้นแหละ” คนรุ่นพี่เองก็พยายามเลือกหาพรมที่ถูกใจด้วยตัวเองอยู่เช่นกัน กงชานพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะเก็บพรมสีเทาเข้าที่เดิม รุ่นพี่ไม่ชอบสีหม่นๆงั้นก็ต้องเป็นสีสดใสแล้วก็มีเนื้อผ้าที่ดีสินะ

“พี่ฮะ ผมชอบอันนี้” กงชานชูพรมรูปอมยิ้มสีชมพูหวานขึ้นมา จินยองหันดูแล้วก็ต้องหัวเราะพลางหยิบพรมที่ตัวเองเลือกขึ้นมาโชว์เช่นกัน

“ฉันกำลังจะบอกนายเลยว่าฉันจะเอาลายนี้แหละ” คนผมแดงโบกพรมที่ลายเหมือนกันกับรุ่นน้องไปมา กงชานยิ้มตาหยีก่อนจะเดินเข้ามาหาคนรุ่นพี่แล้วหย่อนของลงไปในตะกร้า

“รุ่นพี่ชอบสีชมพูสินะ” คนรุ่นน้องยิ้มขำๆ

“เปล่า ฉันแค่ชอบอะไรที่มันน่ารักๆ” จินยองว่าพลางหยิบกระดาษขึ้นมาดูลิสต์รายการต่อไป แต่หน้าใสของกงชานกลับก้มลงมาอยู่แทนที่กระดาษพลางจ้องหน้าคนรุ่นพี่ตามประสาคนขี้เล่น

“งั้นอย่างผมนี่เข้าข่ายของน่ารักป่ะ” คนล้อเลียนเอานิ้วชี้สองข้างจิ้มแก้มป่องๆของตัวเองจนจินยองหลุดยิ้ม คนผมแดงรีบหลับตาแล้วผลักหน้ารุ่นน้องออกไปเบาๆ

“นายไม่ใช่ของน่ารัก” แต่นายเป็นคนที่น่ารักมากกงชาน

“ว้า แย่จัง” คนขี้เล่นทำหน้าผิดหวังก่อนจะตัดสินใจก้มดูลิสต์รายการที่อยู่ในมือรุ่นพี่

“อันต่อไปคือโคมไฟ” กงชานอ่านออกมาเบาๆ จินยองชี้ไปทางล็อคถัดไปซึ่งอยู่ไม่ไกลจากแผนกของใช้พวกผ้ามากนัก

“อยู่ตรงโน้นมั้ง เมื่อกี้เหมือนฉันจะเห็นอยู่” คราวนี้คนรุ่นพี่เป็นคนเดินนำไปก่อน ร่างเล็กผมแดงเดินเข้าไปในล็อคโคมไฟอย่างไม่รอช้าพลางเลือกหยิบชิ้นนี้ชิ้นนั้นขึ้นมาดูอย่างเพลิดเพลิน มือขาวหยิบโคมไฟรูปแมงกระพรุนสีน้ำเงินขึ้นมาด้วยความพอใจ เมื่อเห็นว่าถูกใจแล้วก็เลยจะหันไปถามความคิดเห็นของคนรุ่นน้องที่มาด้วย

“นายว่าอันนี้เป็นงะ” เสียงจินยองชะงักไปเมื่อมองไม่เห็นร่างโปร่งผมดำที่เดินตามมา จินยองวางโคมไฟลงแล้วหันรีหันขวางหากงชานที่ควรจะเดินตามมาตั้งนานแล้ว แต่กวาดสายตาหาจนทั่วก็ยังไม่เจอ

“กงชาน” คนรุ่นพี่เอ่ยปากเรียก แต่ก็ไม่มีวี่แววจะได้ยินเสียงคนที่เรียกหาตอบกลับมา

“กะ..กงชาน” นายอย่าเล่นแบบนี้สิ ฉันใจคอไม่ดีนะ นายยิ่งเป็นพวกชอบหลงทางอยู่ด้วย

“ไอ้ลูกหมา”

“พี่ฮะ อันนี้น่ารักจังเลย” จู่ๆร่างบอบบางก็หิ้วของพะรุงพะรังมาใส่ตะกร้าจนเต็ม คนผมแดงถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะทำหน้าให้เป็นปกติเพราะไม่อยากให้รุ่นน้องเห็นรอยความกังวลที่อยู่บนใบหน้าของตัวเอง

“นายไปขนอะไรมาใส่ตะกร้าเยอะแยะเต็มไปหมดเลยเนี่ย” จินยองโวยวาย

“เดี๋ยวผมจะแนะนำของแต่ละชิ้นให้ดูนะฮะว่ามันสำคัญขนาดไหน ^0^” กงชานยิ้มอย่างอารมณ์ดีพร้อมหยิบของชิ้นแรกออกมาจากตะกร้า

“อันนี้คือโปสเตอร์โพโรโร่กับผองเพื่อนฮะรุ่นพี่ ดูสิมีพี่กับผมกับผมนั่งอยู่ข้างกันด้วยนะ” กงชานชี้ไปที่รูปไดโนเสาร์และสุนัขจิ้งจอกที่นั่งอยู่ข้างกันบนเนินหิมะในโปสเตอร์ จินยองระบายยิ้มออกมากับความคิดของรุ่นน้อง

“แล้วอีกสามตัวนั่นใคร?” คนรุ่นพี่ถามพลางใช้นิ้วชี้ไปยังรูปหมีขาว กระรอกสีชมพูและเป็ดสีเหลืองที่เหลือในรูป

“อันนี้ก็คือพี่ชินวูที่นั่งข้างๆพี่ในห้องเรียนไง” กงชานชี้ที่รูปหมีขาว “ส่วนอีกสองตัวนี่คือเพื่อนผม ไอ้กระรอกสีชมพูนี่นอกจากจะเป็นเพื่อนผมแล้วก็ยังเป็นน้องชายพี่ชินวูด้วย”

“แล้วฉันจะรู้จักคนพวกนี้มั้ยเนี่ย -_-” จินยองขมวดคิ้ว

“ทำไมล่ะฮะ”

“ซื้อไปก็ไม่คุ้มอ่ะ มีใครก็ไม่รู้เพิ่มมาตั้งสามคน มองแล้วฉันอึดอัด”

“แปลว่าพี่อยากให้ในโปสเตอร์มีแค่หมาจิ้งจอกกับไดโนเสาร์ล่ะสิ” กงชานขำแต่จินยองที่เพิ่งนึกขึ้นได้กลับหน้าแดง

“ก็มันจริงนี่ คนพวกนั้นเป็นใครฉันจะไปรู้จักกับนายได้ยังไงกันล่ะ แล้วเห็นมั้ยว่าฉันนั่งอยู่ตรงกลาง ข้างซ้ายเป็นนายแต่ข้างขวาสองคนที่นั่งขนาบฉันอยู่นี่เป็นใครก็ไม่รู้ แล้วไหนยังจะเป็ดที่นั่งข้างนายอีก” คนเถียงก็หาเรื่องแถไปเรื่อยเพื่อไม่ให้ตัวเองเสียฟอร์ม

“พี่กำลังจะบอกว่ารู้สึกสบายใจเวลาที่อยู่กับผมงั้นเหรอฮะ ^^” คนรุ่นน้องพูดอย่างรู้ทัน

“ก็ฉันรู้จักแค่นายคนเดียวนี่ จะให้ไปสบายใจกับหมาที่ไหนล่ะ -_-*

“ก็ลูกหมาตัวนี้ไง” กงชานจับมือจินยองให้มาลูบหัวตัวเองอย่างออดอ้อนทำเอาคนผมแดงต้องลูบผมดำนุ่มนิ่มอย่างหมั่นไส้ปนหมั่นเขี้ยวไปพร้อมๆกัน

“งั้นอันนี้เอาเก็บไว้ที่บ้านผมก่อนก็ได้ ไว้ผมแนะนำคนพวกนี้ให้พี่ได้รู้จักเมื่อไหร่พี่ก็ค่อยเอาไปติดไว้ที่บ้านแล้วกันนะฮะ” กงชานสรุปแล้วหยิบของชิ้นต่อไปในตะกร้าขึ้นมา

ฉันรู้จักกับนายคนเดียวก็พอแล้วล่ะกงชาน แค่นี้ฉันก็มีความสุขกับช่วงเวลาที่เหลือมากพอแล้ว นายจะรู้มั้ยว่าฉันไม่ได้ต้องการคนอื่นเลยนอกจากนายไอ้หมาน้อย

“นี่คือ…!!!” กงชานบิ๊วท์อารมณเต็มที่แล้วโชว์บางอย่างให้ดู “ทาแด๊นนนน! ดาวติดผนังเรืองแสงงงง สวยใช่มั้ยฮะพี่จินยอง” ถุงบรรจุดาวพลาสติกนับสิบอันถูกยื่นมาตรงหน้าคนรุ่นพี่ มือคนรุ่นพี่รับมันมาอย่างงงๆ

“ตกลงมันบ้านนายหรือบ้านฉันกันแน่เนี่ย นายจะซื้อไปทำไม =_=;;

“ก็ผมชอบดูดาวอ่ะ ซื้อไปติดในห้องนอนพี่ไง”

“ติดในห้องนอนฉันแล้วนายจะมามองเห็นได้ยังไงกันไอ้ลูกหมา” คนผมแดงขำ

“ก็ไม่แน่น้าาาา” กงชานลากเสียงยาวพลางก้าวเข้ามาหาคนตรงหน้า

“ไม่แน่อะไร -_-^” จินยองเห็นท่าไม่ดีก็เลยถอยหนีจนแผ่นหลังกว้างไปติดกับเชล์ฟวางของ กงชานก็ยังไม่หยุดเข้ามาใกล้จนตาเรียวต้องรีบหลบสายตาที่จ้องมา

“ไม่แน่ว่าซักวันผมอาจจะได้ไปนอนในห้องพี่ก็ได้ ^^” คนผมดำยิ้มใสๆกระพริบตากลมบ้องแบ๊วให้ จินยองพยายามผลักร่างบางให้เว้นช่องว่างให้มากกว่านี้เพื่อจะซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำของตัวเอง

“เพ้อเจ้อ!” คนผมแดงพูดสบถเก๊กๆจนคนรุ่นน้องขำออกมาเสียงดัง

“ทำไมล่ะ พี่ไม่ชอบดูดาวเหรอ”

“เดินออกไปดูนอกบ้านนายก็เห็นแล้ว

“พี่นี่ไม่โรแมนติกเลยนะ นั่นมันใช่ดาวจริงๆซะที่ไหนกันล่ะฮะ ในเมืองหลวงอย่างนี้ก็มีแต่แสงไฟทั้งนั้น

“ที่นายถืออยู่มันก็ดาวพลาสติกเหมือนกันนั่นแหละ”

“แต่อย่างน้อยมันก็เป็นดาวของเราสองคนไง มีแค่พี่กับผมเท่านั้นที่ได้เห็น”

“แถมเรายังเหมือนเป็นคนสร้าง กำหนดตำแหน่งแล้วก็ติดมันเองกับมือด้วยนะ พี่ไม่รู้สึกบ้างหรอว่ามันดูวิเศษแค่ไหน” คนอยากซื้ออ้อนหน้าเศร้าพลางใช้สายตาดำขลับจ้องไปยังตาเรียวคมของคนรุ่นพี่ จินยองยิ้มขำกับท่าทางของรุ่นน้องที่ตอนนี้ดูเหมือนเด็กเล็กๆที่อ้อนอยากได้ของเล่นไม่มีผิด

“อืมๆ นายอยากซื้ออะไรก็ซื้อไป อันนี้ฉันให้ผ่านก็ได้” พอจบประโยคคนรุ่นน้องก็ยิ้มร่าดีใจเหมือนเด็กน้อยได้รับอนุญาตจากผู้ใหญ่ให้ออกไปเล่นนอกบ้าน

“ผมขอติดเองนะ” หน้าใสเอียงลงมาพูดใกล้ๆ

“เออ จะทำอะไรก็ทำไป หมดแล้วใช่มั้ยฉันจะได้ไปจ่ายตังค์” คนผมแดงเอาตะกร้าขึ้นมากำบังหน้าเพื่อไม่ให้หน้าคนรุ่นน้องเข้าถึงได้ง่ายๆ

“มีเท่าที่อยู่ในตะกร้านี่แหละฮะ” กงชานบอก จินยองจึงเดินไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์เสร็จสรรพก่อนจะลากไอ้ลูกหมาตัวแสบออกมานอกร้านตรงที่จอดรถไว้ ร่างบางผมดำจัดของใส่ตะกร้าหน้ารถมอเตอร์ไซค์ส่วนหนึ่งแล้วแบ่งส่วนที่เหลือไว้หิ้วเองตอนที่ขึ้นรถแล้ว

“นายวางของไว้ตรงเบาะก่อนก็ได้ ฉันมีบางอย่างจะให้นายก่อน” จินยองบอกพลางหยิบอะไรบางอย่างที่ส่งเสียงดังกรุ๋งกริ๋งออกมาจากถุง กงชานวางของที่ซื้อไว้กับเบาะอย่างระมัดระวังก่อนจะหันมาจ้องสิ่งที่อยู่ในมือรุ่นพี่ ตาใสแจ๋วเป็นประกายด้วยความดีใจหลังจากที่ได้เห็นของสิ่งนั้นแล้ว

“ให้ผมหรอฮะ”

“อืม ยื่นมือมาสิ” คนอายุมากกว่าสั่งแล้วก้มลงผูกเชือกกำไลข้อมือให้รุ่นน้องอย่างอ่อนโยน

กงชานมองสิ่งที่รุ่นพี่กำลังผูกให้ตัวเองตาไม่กระพริบ มันเป็นกำไลข้อมือสีดำที่ถูกร้อยเข้ากับกระพรวนเล็กๆแวววาวสีเงินเกือบสิบอัน ทำให้เวลาขยับข้อมือจะเกิดเสียงดังกรุ๋งกริ๋งน่ารักตลอดเวลา น่าแปลกที่ถึงมันจะเป็นเพียงของธรรมดาแต่กงชานกลับรู้สึกชอบมันมากเป็นพิเศษ เพียงแค่คนที่ให้เป็นรุ่นพี่ผมแดงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างก็ดูเหมือนจะมีความหมาย สวยงามและมีค่าไปเสียหมด สงสัยว่าผมจะเผลอชอบพี่เข้าเต็มๆซะแล้วล่ะมั้ง…จินยองฮยอง

ขอโทษด้วยนะฮะฮยองหมาจิ้งจอกในตอนเด็ก แต่ดูเหมือนว่าหัวใจผมในตอนนี้จะมีความสุขมากเหลือเกินเพียงแค่ได้อยู่ใกล้ๆกับพี่เขา ฮยองคงไม่โกรธผมหรอกใช่มั้ยถ้าผมดันรู้สึกรักพี่ชายข้างบ้านคนนี้ไปซะแล้วผมห้ามมันไม่ได้แล้วจริงๆ ผมพยายามเต็มที่แล้วนะฮะฮยอง...

“ใส่มันไว้นะ ไม่ว่านายจะไปที่ไหนก็ตาม” จินยองเงยหน้าขึ้นบอกหลังจากที่ผูกเชือกให้รุ่นน้องเสร็จแล้ว

“พี่มีเหตุผลที่ให้เจ้านี่กับผมใช่มั้ยฮะ” คนใส่กำไลเขย่ากระพรวนที่ติดอยู่กับข้อมือ เขามองหน้าตาจริงจังของจินยองตอนที่ผูกให้ก็พอจะรู้แล้วว่ารุ่นพี่คงจะมีเหตุผลบางอย่างที่จำเป็นจริงๆ

“นายจะได้ไม่หลงทางเวลาไปที่อื่น ฉันจะหานายเจอได้ง่ายจากเสียงกระพรวนนี่” จินยองอธิบาย กงชานมองคนตรงหน้ายิ้มๆแล้วดึงจินยองเข้ามากอดเบาๆ คราวนี้คนรุ่นพี่เองก็โอบกอดตอบเช่นกันพลางลูบผมดำขลับอย่างทะนุถนอม

“ขอบคุณฮะฮยอง” เสียงคนอายุน้อยกว่าพูดเสียงอู้อี้เพราะจมูกกดทับอยู่กับไหล่กว้างของคนรุ่นพี่

“ไม่เป็นไร มันไม่ได้แพงอะไรเลย”

“เปล่า ผมขอบคุณที่รุ่นพี่กลัวว่าผมจะหายไปต่างหาก” เสียงคนที่กอดชักสั่นแถมมีเสียงสูดน้ำมูกพร้อมด้วย ร่างบอบบางสะอื้นเบาๆจนจินยองต้องผละออกจากอ้อมกอดเพื่อดูสีหน้าของรุ่นน้องที่ตอนนี้มีคราบน้ำตาไหลเปรอะเต็มหน้า

“นายจะร้องทำไมฮะเด็กขี้แย” มือเล็กปาดน้ำตาที่ไหลออกจากหน้ารุ่นน้อง จมูกแดงๆที่เจ้าตัวกำลังเช็ดน้ำมูกออกทำให้จินยองแอบนึกถึงกงชานในตอนเด็กที่เช็ดน้ำมูกจนจมูกแดงเป็นกวางเรนเดียร์ เมื่อเก้าปีก่อนเป็นยังไงตอนนี้ก็เป็นอย่างนั้นไม่เคยเปลี่ยนเลยนะกงชานชิค

“ฉันแค่ไม่อยากใจหายใจคว่ำเหมือนตอนที่อยู่ในเมียงดงคืนแรกอีกแล้ว นายหายไปตอนนั้นทำเอาฉันแทบเป็นบ้า”

“เมื่อกี้ตอนที่อยู่ในร้านพี่ก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน” คนผมดำสบตารุ่นพี่ในขณะที่บอก

“เห?..อย่าบอกนะว่านาย

“ฮะ ผมเห็น” กงชานพยักหน้ายอมรับ “ผมเลยต้องรีบเอาของไปใส่ตะกร้าก่อนที่พี่จะสติแตกไปมากกว่านี้ไง พี่เป็นห่วงกลัวผมจะหลงทางมากขนาดนั้นเลยเหรอฮะ” จินยองละมือจากที่กำลังเช็ดน้ำตาให้รุ่นน้องแล้วเอามาตีหน้าผากตัวเองอย่างเซ็งๆ โดนจับได้อีกแล้วเหรอวะเนี่ย

“ฉันก็แค่

“เป็นห่วงผม”

…!

“ใช่มั้ยฮะ” ยื่นหน้ายิ้มๆเข้ามาถามอีกแล้ว บอกแล้วไงกงชานว่าอย่าทำแบบนี้ -///-

“มันไม่ได้พูดยากเลยนี่ฮะฮยอง เป็นห่วงผมใช่มั้ย”

กะ..กุญแจรถอยู่ไหนเนี่ย”

“อย่าเฉไฉสิพี่จินยองงงง” กงชานท้วงเมื่อเห็นคนผมแดงแกล้งทำเป็นหยิบหากุญแจจากกระเป๋าเอี๊ยม ดูก็รู้แล้วว่าแกล้งทำเป็นออกนอกเรื่องชัดๆ

“กลับบ้านได้แล้ว พอหายร้องไห้ก็พูดมากเลยนะนาย” จินยองขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์ตัดบทพลางสต๊าร์ทรถเป็นแกมบังคับว่าให้คนผมดำขึ้นมานั่งเร็วๆ

“พี่ก็เป็นอย่างนี้ทุกทีอ่ะ” เสียงคนผมดำกระเง้ากระงอดก่อนจะคิดอะไรบางอย่างออก ร่างบางสมส่วนขึ้นซ้อนมอเตอร์ไซค์พลางเอื้อมมือมาหวังจะโอบเอวคนตรงหน้าเพื่อแกล้งคืน

“ห้ามจับ! มือน่ะวางไว้ตรงนี้เลย” คนผมแดงพูดอย่างรู้ทันหลังจากได้อ่านแววตาของรุ่นน้องแล้ว มืออุ่นจับมือคนซ้อนท้ายมาไว้ที่ไหล่ตำแหน่งประจำทำเอากงชานร้องโอดครวญเสียงง้องแง้งเข้าไปใหญ่

“ทำไมคุณปู่ถึงได้ใจร้ายอย่างนี้นะ” กงชานแกล้งบ่นให้คนตรงหน้าได้ยินระหว่างที่รถเคลื่อนตัวออกไปจากร้านแล้ว จินยองหัวเราะเบาๆพลางเอียงหน้าตัวเองซบกับหน้าใสข้างๆที่ชอบแกล้งมาวางอยู่บนไหล่เป็นประจำ ก็ฉันพูดไม่เก่งนี่นาจะให้ทำยังไงล่ะ

“เพราะนายเป็นลูกหมาของฉันไง ยิ่งตอนนี้นายใส่กระพรวนที่ฉันซื้อให้แล้วนายจะหลงทางไปไหนไม่ได้อีกแล้วนะ”

“มันฟังดูเกือบดียังไงก็ไม่รู้อ่ะ” ลมหายใจอุ่นๆจากจมูกโด่งของคนซ้อนท้ายไล้อยู่ตรงคอคนขับอย่างอ้อยอิ่ง แก้มนุ่มที่แนบอยู่กับหน้าและคางที่เกยบนไหล่ไม่ได้ทำรุ่นพี่รู้สึกรำคาญแต่อย่างใด ตรงกันข้ามจินยองกลับรู้สึกเคยชินและไม่อยากนึกภาพเวลาที่สัมผัสนี้ต้องไกลห่างจากตัวเองในวันใดวันหนึ่งข้างหน้า กงชานถ้าเป็นไปได้ฉันไม่อยากจากนายไปไหนเลย

“นายหลับไปแล้วเหรอ” จินยองแกล้งเขย่าไหล่ตัวเองเมื่อไม่ได้ยินเสียงใสชวนคุยจ้อเหมือนอย่างเคย ลมหายใจของรุ่นน้องดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ดวงตาแป๋วตอนนี้หลับพริ้มไปบนไหล่กว้างของรุ่นพี่ที่ตัวเองชอบอย่างสบายใจ จินยองอมยิ้มชอบใจก่อนจะเอ่ยขึ้นเบาๆในขณะที่มอเตอร์ไซค์คันน้อยๆค่อยๆแล่นไปตามทางกลับหมู่บ้าน

“ทำตัวน่ารักอย่างนี้จะไม่ให้ฉันเป็นห่วงได้ยังไงล่ะ เด็กดีของฉัน” คนผมสีไวน์จับมือที่ห้อยอยู่ของคนซ้อนท้ายขึ้นมาคล้องที่เอวตัวเองหลวมๆพลางมองสร้อยที่อยู่ในมือคนใส่อย่างครุ่นคิด

หวังว่าสิ่งที่ฉันให้มันจะอยู่กับนายเกินกว่าเก้าปีนะกงชาน

คนผมดำที่ซ้อนท้ายแอบยิ้มระหว่างที่แกล้งทำเป็นหลับอย่างมีความสุข ประโยคนั้นของฮยองผมได้ยินหมดแล้ว พี่เองก็ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้นะพี่จินยอง แล้วไอ้หมาน้อยตัวนี้จะหยุดรักพี่ได้ยังไงกันไม่มีวันซะล่ะ! ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

83 ความคิดเห็น

  1. #77 Mr-V (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 20:23
    เขาสวีทกันจัง หืมๆๆ ไม่เอาไม่อิจ หื่ออออ
    #77
    0
  2. #50 น้ำตาลเทียม (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 17:25
    โอยยมันดีมาค่ะไรท์ เขินมากเลย อีปู่พูดไม่เก่งแต่การกระทำนี่ชัดมากเลยนะชานนี่ ทนกับความฟอร์มเยอะของอีปู่หน่อยเเล้วกัน
    #50
    0
  3. #28 aranya7180 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2558 / 21:37
    ทำไม มันดูซ้ำๆอ่ะไรท์ -..- ไรท์ลงซ้ำอ่อออ ???
    #28
    1
    • #28-1 miledeela(จากตอนที่ 8)
      17 พฤศจิกายน 2558 / 21:55
      เราแค่เข้ามารีไรท์ให้มันเป็นจินชานมากกว่าเดิมนิดนึงจ้า วันนี้เราว่างๆพอดี มันขึ้นว่าอัพเดทอ่อ? ขอโทษนะถ้ามันเด้งบ่อย แต่อยากรีไรท์ให้มันเสร็จๆจริงๆ T^T
      #28-1