[Fic B1A4] My Hyung Neighbor นี่ผมไงจะใครล่ะฮะพี่ [JinChan]

ตอนที่ 5 : Chapter 5 : Lonely

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 129
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    22 ก.พ. 60


Chapter 5 : Lonely




“แล้วตกลงพี่ชินวูเขาว่าไงบ้าง”  กงชานถามเพื่อนขณะที่มือก็ใช้ส้อมจิ้มไส้กรอกเข้าปากไปด้วย ซานดึลเองก็นั่งร่วมโต๊ะกินข้าวอยู่กับกงชานและบาโรเช่นกัน ไหนๆก็อุตส่าห์ทะเลาะกันไปแล้วถือว่าเพิ่มความสนิทสนมกันมาอีกระดับหนึ่งก็แล้วกัน (ตรรกะอะไรฟะไรท์เตอร์ -_-*)

“จะว่าอะไร พี่ก็บ่นฉันอีกตามเคย” บาโรตอบทั้งๆที่ข้าวยังเต็มปาก

“ถามจริง พวกนายเป็นพี่น้องแท้ๆกันแน่เหรอ ไม่เห็นจะมีอะไรที่เหมือนกันซักนิด -_-^” ซานดึลมองหน้าบาโรที่กำลังเคี้ยวข้าวตุ้ยๆอย่างพิจารณา แม่เก็บอีตาบาบิโลนนี่มาเลี้ยงหรือเปล่าเนี่ย

“น้อยๆหน่อยเจ้าเป็ด ฉันนี่แหละน้องชายแท้ๆสุดรักสุดหวงของพี่ชินวู นายมีปัญหาตรงไหนมิทราบฮะ =3=

“ปละเปล่านี่ พวกนายแค่หน้าไม่เหมือนกันเลยอ่ะ ฉันก็เลยสงสัย” ถึงพี่ชินวูจะดูดีในสายตาคนอื่นก็จริง แต่ฉันว่านายดูน่ารักมากกว่านะบาโรเลิกมองโลกในแง่ร้ายซักทีเถอะ

บาโรย้อนคิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาไม่กี่นาทีนี้ ตอนที่พี่ชายเรียกเขาไปคุยนอกห้อง

“เมื่อไหร่นายจะเลิกสร้างปัญหาซักทีบาโร พี่ตามแก้ทั้งหมดนี่ให้นายไม่ได้หรอกนะ” ชินวูพูดกับน้องชายอย่างใจเย็น ไอ้รักน้องชายมันก็ต้องรักอยู่แล้ว แต่ศักดิ์ศรีและหน้าที่ความเป็นประธานนักเรียนมันก็ค้ำคออยู่เหมือนกัน

“ผมไม่ได้เป็นคนเริ่มนะฮะพี่ มันเป็นคนกระโจนเข้าใส่ผมเองนะ” คนเป็นน้องชายปฏิเสธความผิด พออยู่กับพี่ชายบาโรก็กลายเป็นกระรอกเชื่องขึ้นมาทันที

“เด็กใหม่อีซานดึลเพิ่งย้ายมาจากอินฮวาไฮสคูล” ชินวูหยิบแฟ้มประวัตินักเรียนขึ้นมาเช็ค

“จะเป็นไปได้ซักกี่เปอร์เซนต์กันที่เด็กใหม่จะแผลงฤทธิ์ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเรียนถ้านายไม่ได้เข้าไปยั่วโมโหเขาก่อน =_=*” ประธานหมีลดแฟ้มลงต่ำจ้องน้องชายอย่างจับพิรุธ พอเห็นท่าไม่ดีน้องชายแสนรักก็รีบทำท่าอ้อนสุดฤทธิ์สุดเดช

“พี่ฮะก็มันหน้าตากวนประสาทอ่าาา เห็นแล้วอยากแกล้งเล่นๆ แกล้งเล่นๆเฉยๆจริงนะครับพี่”

“เล่นเฉยๆอะไรเสียงดังลงไปถึงตึกชั้นล่าง พี่ก็เห็นเขาหน้าตาไร้เดียงสาดีออก มีเหรอที่คนอย่างนั้นจะไปกวนประสาทใครได้”

“พี่อย่าไปตกหลุมพรางหมอนี่นะ O3O! มันอาจจะหน้าตาใสซื่อเหมือนเป็ดก็จริง แต่พี่ไม่เห็นเหรอว่าท่าทางมันน่าแกล้งแค่ไหน”

“นายนี่ท่าจะเป็นเอามากนะบาโร แล้วเรื่องมาสายล่ะว่าไง” ชินวูเบี่ยงประเด็นเมื่อเห็นว่าน้องชายเริ่มตอบแถออกทะเลเข้าไปทุกที

“ก็ทำไมพี่ไม่ปลุกผมล่ะคร้าบบบบ นี่ถ้ากงชานมันไม่โทรมาผมคงยังหลับอยู่ที่บ้านแหงๆ” โยนความผิดให้คนอื่นเสร็จกระรอกน้อยก็เบะปากอย่างเอาแต่ใจตามประสาน้องชายคนเล็ก

“พี่ขอโทษ แต่พอดีวันนี้ต้องรีบมาเตรียมงานอะไรที่โรงเรียนหลายอย่างก็เลยไม่อยากปลุกนายแต่เช้า” เดี๋ยวจะหงุดหงิดงุ่นง่านว่านอนไม่พออีก เฮ้อออ มีน้องชายเป็นกระรอกเอาแต่ใจนี่เหนื่อยหน่อยนะชินวู

“เพราะพี่ไม่ปลุกผม ผมก็เลยโดนไอ้เด็กใหม่ปากเป็ดนั่นแย่งที่นั่ง แถมยังแย่งเพื่อนไปจากผมด้วย T_T

“เอาล่ะๆ พี่จะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นแล้วกัน เพราะความจริงเวรตรวจหน้าโรงเรียนในเวลานั้นมันก็ไม่ใช่ของพี่” ในทีสุดชินวูก็ต้องยอมอ่อนข้อให้น้องชายจนได้ เยสสสสส พี่ชายผมน่ารักที่สุดในโลกเลยครับ ><

“แต่เรื่องซานดึลขอให้เป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตนายนะบาโร นายไม่สงสารเขาบ้างหรือไง มาเรียนวันแรกก็โดนนายบู๊ใส่แล้วอ่ะ”

“พี่พูดอะไรของพี่เนี่ย ผมต่างหากที่ถูกจู่โจม ไม่ใช่มัน T^T

“อ้าว ก็นายสารภาพเองว่านายชอบแกล้งเขา แล้วจะให้ฉันเข้าใจว่ายังไง =_=” ชอบแบบเป็ดๆก็ไม่บอกนะน้องผม

“ง่า พี่คร้าบบบบ TwT

“หรือถ้าจะแกล้งนายก็ไปแกล้งให้ไกลๆหูไกลๆตาหน่อย อย่าให้มันมาเป็นภาระลูกตาฉันเข้าใจมั้ย?” ยอมพบกันครึ่งทางก็ได้วะ ดูท่าทางน้องผมจะไม่ยอมเลิกแกล้งเด็กใหม่คนนี้ง่ายๆ ประโยคนั้นทำให้บาโรยิ้มออกมาทันที

“จริงอ่ะ ขอบคุณครับพี่ พี่นี่น่ารักมากเลยรู้ตัวป่ะ ^^” ว่าเสร็จบาโรก็กระโดดหอมพี่ชายฟอดใหญ่เหมือนเด็กๆเล่นเอาชินวูถึงกับต้องผลักหน้าน้องชายออกไป

“ให้มันน้อยๆหน่อยชาบาโร พี่เป็นถึงประธานนักเรียนแล้วนะ” พี่ชายว่าด้วยความเอ็นดู อะไรมันจะดีใจออกนอกหน้าขนาดนั้น ดูท่าซานดึลจะไม่ใช่คนธรรมดาสำหรับบาโรไปแล้วล่ะสิงานนี้

“เออบาโร เห็นเมื่อเช้านายยังไม่ได้กินข้าวมาเลยเตรียมนี่ไว้ให้” กงชานสะกิดบาโรให้ตื่นออกจากความคิดแล้วยื่นกระปุกโยเกิร์ตส้มรสโกโก้ครันช์ให้เพื่อน

“เฮ้ย! อย่างนี้ดิเขาถึงเรียกว่าเพื่อนกันจริงๆ ขอบใจนะกงชาน” บาโรยิ้มแปล้เมื่อเห็นว่ากงชานยังไม่ลืมตัวเองจนซานดึลที่นั่งมองอยู่ยังอดที่จะแขวะไม่ได้

“ทำไมทีขนมฉันนายไม่เห็นรับมาดีๆอย่างนี้เลย” น้ำเสียงที่เจือด้วยความน้อยใจของซานดึลทำให้บาโรอยากยั่วคนตรงหน้าหนักมากขึ้นกว่าเดิม

“ก็ฉันไม่ชอบกินของนายอ่ะ อะไรที่เป็นของกงชานมันก็ต้องอร่อยกว่าอยู่แล้ว” คนฟังยิ่งใจแป้วหนักกว่าเดิม

“อ้าว แล้วช้อนหายไปไหนวะ เขาไม่ได้ให้มาหรอ -_-?” บาโรมองหาช้อนจนแทบจะพลิกก้นกระปุกโยเกิร์ตดูข้างใต้

“นายก็ใช้ช้อนนายไปสิ อันนี้มันช้อนของฉัน” กงชานชูช้อนโยเกิร์ตสีส้มอันเล็กในมือขึ้นมาโบกไปมาอย่างอารมณ์ดี ช้อนพี่จินยองเรื่องอะไรฉันต้องให้นายใช้ด้วยล่ะ

“อ้าวแล้วนั่นนายจะไปไหนน่ะ ข้าวกล่องไม่อร่อยหรือไง” บาโรถามขึ้นเมื่อเห็นจู่ๆกงชานก็ลุกขึ้นยืนถือข้าวกล่องที่เหลืออีกครึ่งออกนอกห้องไป

“เปลี่ยนบรรยากาศ ^^” เชิญพวกแกแฮฟอะลันช์กันไปสองคนเถอะนะบาโร

พอเห็นกงชานตอบสั้นๆบาโรก็ขี้เกียจจะถามต่อ จะไปกินข้าวบนดาดฟ้าหรือหลังคาโรงเรียนก็เรื่องของมันเถอะ ณ จุดๆนี้ความหิวมันชนะเลิศ ขอกินก่อนแล้วกันนะเพื่อน

บาโรกระดกโยเกิร์ตเข้าปากด้วยความหิว แต่พอสัมผัสกับรสชาติปะแล่มๆแล้วก็ถึงกับรีบวางแทบไม่ทัน แหวะ! อะไรของมันวะเนี่ย กินเข้าไปได้ไงฟะ! อาหารหมูหรือเปล่าก็ไม่รู้ สงสัยกงชานจะชอบกินของแปลกแฮะ

ตาเล็กๆของคนตัวโตเริ่มเบนเป้าหมายไปที่กล่องข้าวน่ากินของคนข้างหน้าแทน หึๆ อีซานดึล นายเสร็จฉันแน่ -.,-

“ขอนี่แล้วกันนะ” ว่าแล้วบาโรก็คีบเบค่อนออกไปจากกล่องข้าวซานดึลหน้าตาเฉย คนตัวเล็กถึงกับอ้าปากวอ

“นายบาร์เบียร์ นั่นมันเบค่อนของฉันนะ เอาคืนมาเดี๋ยวนี้เลย >O<

“ม่ายห้ายยยยย o-3-o” บาโรเอียงคอไปมาพลางเคี้ยวเบค่อนแจ้บๆอย่างกวนประสาท ในขณะที่ซานดึลทำได้แต่คร่ำครวญเขย่าไหล่คนแกล้งอย่างทำอะไรไม่ได้

ได้แกล้งเป็ดนี่มันมีความสุขจริงๆว้อยยยยย แหง็บๆ (เคี้ยวข้าวต่อ)

 

อีกด้านหนึ่ง กงชานเดินขึ้นบันไดมาพร้อมกับกล่องข้าวกลางวันที่อยู่ในมือ ตาใสแจ๋วเหมือนเด็กๆสำรวจไปทั่วชั้นบนที่ตนเพิ่งเคยมาเหยียบ ชั้นของรุ่นพี่เกรด 12…พี่จินยองอยู่ห้องไหนกันนะ

หนุ่มน้อยผมดำถามตัวเองในใจก่อนจะตัดสินใจก้าวขายาวเดินไล่ดูทีละห้อง รุ่นพี่บางคนมีท่าทางประหลาดใจเมื่อเห็นรุ่นน้องหน้าตาน่ารักมาชะโงกมองหาใครที่หน้าบานประตูห้อง แต่ถ้ามองแล้วไม่เจอคนที่เขาตั้งใจมาหากงชานก็จะยิ้มแล้วผงกหัวให้หนึ่งทีก่อนจะเดินอารมณ์ดีไปหาห้องถัดไป เป็นเช่นนี้เกือบทุกห้อง

ขายาวที่ก้าวเดินมาหยุดที่ห้องนักเรียนเกรด 12 ห้อง 2 รุ่นพี่ผมสีไวน์แดงกำลังหยิบข้าวกล่องที่เตรียมมาวางบนโต๊ะอย่างสบายอารมณ์ คนรุ่นน้องระบายยิ้มออกมาอย่างมีความสุขเมื่อได้เห็นคนที่เขาตั้งใจจะมาเจอ ร่างเพรียวเดินไปนั่งที่โต๊ะข้างๆอย่างถือวิสาสะ

“ดีฮะ ^^” กงชานขยับเก้าอี้ออกก่อนดันตัวเองเข้าไปนั่งเบียดใกล้ๆจินยอง ทำเอาคนที่นั่งอยู่ถึงกับสะดุ้งโหยง

“นายอีกแล้วหรอไอ้ลูกหมา O_O” ตาเรียวของรุ่นพี่เบิกกว้างเมื่อเห็นรุ่นน้องใช้ร่างบางเบียดกับร่างของตัวเองพร้อมวางกล่องข้าวลงบนโต๊ะ

“ผมกงชานชิคฮะรุ่นพี่ ^^” คนอายุน้อยกว่ายิ้มใสเอาคางเกยบนไหล่ของคนข้างๆ

“ฉันรู้แล้วว่านายชื่ออะไร แต่นายมาทำอะไรที่ห้องฉันฮะ! -*-” จินยองแกล้งพูดเสียงดังกลบเกลื่อนให้กงชานรู้สึกกลัว แต่เหมือนว่าจะไม่เป็นไปตามคาดเพราะรุ่นน้องดูไม่มีท่าทีสะทกสะท้านซักนิด

“ถามแปลกๆ ผมเดินถือกล่องข้าวมาซะโจ่งแจ้งขนาดนี้สงสัยจะมานั่งรีดผ้าล่ะม้างงง~” ไอ้โอ๊ย!นึกคำด่ามันไม่ถูกเล้ยวุ้ย!

“แล้วหาห้องฉันเจอได้ยังไง -_-;;

“ไม่เห็นยากเลย ก็แค่ไล่ดูทีละห้อง” สีผมเด่นอย่างนี้หาได้ง่ายจะตาย ไม่มีใครทำแล้วดูดีเท่าพี่หรอกพี่จินยอง ^__^

“นะ...นายไม่มีเพื่อนคบหรือไงถึงต้องมานั่งกินกับฉันน่ะ =_=;;” จินยองพยายามเขยิบเก้าอี้ถอยห่างจากตัวอันตรายข้างๆ แต่ก็ดูเหมือนว่ากงชานจะไม่ให้ความร่วมมือเท่าไหร่ถึงได้เอาตัวเข้ามาเบียดรุ่นพี่ร่างโปร่งสูงมากกว่าเดิม

“มีฮะ แต่กินกับเพื่อนครึ่งหนึ่ง เหลืออีกครึ่งกล่องเก็บไว้กินกับรุ่นพี่ไง” คนพยายามคุกคามยิ้มหวานใสซื่อ ยิ่งได้เห็นคนข้างๆมีท่าทางตื่นตระหนกตกใจก็ยิ่งขำ จินยองยังคงขยับเก้าอี้ออกห่างจนกระทั่งกงชานแกล้งเบียดเข้าไปใกล้มากกว่าเดิม รุ่นพี่ผมแดงก็ถึงกับกระโดดลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจเพราะหันไปเจอหน้าหวานใสที่ยื่นมาใกล้จนเกินเหตุ

“เบียดฉันอย่างนี้ไม่ขึ้นมาตั้งบนตักไปเลยล่ะเด็กบ๊อง! -*- ตาเรียวของรุ่นพี่ยังคงมีแววตื่นตระหนกอยู่ แต่ท่าทางที่แสดงออกมาตอนที่ยืนคือพร้อมตั้งการ์ดสู้กับรุ่นน้องผมดำทุกเมื่อจนกงชานถึงกับขำลั่นห้อง

“ฮ่าๆ ทำไมพี่ทำตัวเหมือนกระต่ายอย่างนี้ล่ะฮะ” กงชานมองจินยองด้วยแววตาเอ็นดูปนขำกับท่าทางเก๊กๆของคนตรงหน้า ทำอย่างกับเด็กๆ พี่โตแล้วนะจินยอง

“กระต่ายบ้าอะไร! เมื่อเช้านายยังบอกว่าฉันเป็นหมาจิ้งจอกอยู่เลย” คนตอบหน้าแดงก่ำ ไม่รู้ว่าเพราะโกรธหรืออายเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อเช้ากันแน่

“นี่อย่าบอกนะว่าพี่คิดเรื่องเมื่อเช้าทั้งวันเลยอ่ะ” กงชานเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงคำถาม นัยน์ตากลมโตสวยมองลึกลงไปในดวงตาของรุ่นพี่เพื่อคาดคั้นเอาคำตอบ

“ทั้งวันอะไร นายตกคณิตศาสตร์หรือเปล่าไอ้ลูกหมา นี่มันเพิ่งพักกลางวันเอง”

“แปลว่าตอนนี้พี่ก็ยังคิดอยู่สินะ ^^” คำพูดของกงชานทำให้จินยองรู้แล้วว่าตัวเองเผลอหลุดพูดอะไรออกมา ได้แต่ทำหน้าตาเลิ่กลั่กอย่างคนไปต่อไม่เป็นเหมือนหมาจิ้งจอกจนตรอก

“มานั่งเหอะ ยืนอย่างนั้นไม่เมื่อยเหรอฮะ” รุ่นน้องผมดำเอามือตบตรงเก้าอี้ข้างๆที่เคยเป็นของจินยอง เจ้าตัวยังคงมองอย่างระแวงไม่ยอมไว้ใจ ไอ้ลูกหมานี่มันจะแกล้งยั่วอะไรเราอีกฟะ

“มานั่งเถอะนะ ผมไม่แกล้งรุ่นพี่แล้ว ตอนนี้หิวข้าวมากกว่า” กงชานใช้ช้อนตักผักเข้าปากอย่างคนไม่คิดอะไรเยอะ แต่จินยองก็ยังไม่ยอมมานั่งง่ายๆอยู่ดี

“หรือว่าต้องให้ใช้แครอทล่อ ^___^” กงชานเงยหน้าขึ้นมาถามจินยองขำๆ จนคนรุ่นพี่ต้องตวาดทำเสียงดุให้

ฉันไม่ใช่กระต่ายนะ ฉันเป็นหมาจิ้งจอกที่แสนฉลาดต่างหาก

“ง่าาา หมาจิ้งจอกก็หมาจิ้งจอก มานั่งตรงนี้เถอะ พี่ไม่หิวหรือไง” กงชานระบายยิ้มออกมาพยายามชักชวนรุ่นพี่ผมแดงมากินข้าวด้วยกันเต็มที่ ในที่สุดจินยองก็ยอมมานั่งจนได้ แต่

“พี่ฮะ นั่งห่างอย่างนั้นมันก็ไม่ต่างอะไรจากการกินข้าวคนเดียวเลยนะ (‘^’)” คนรุ่นน้องโวยวายเมื่อเห็นรุ่นพี่กระเถิบเก้าอี้กับโต๊ะออกไปซะไกล

“แล้วใครใช้ให้นายหิ้วกล่องข้าวมานั่งกินกับฉันกันล่ะ” เมื่อเห็นว่าตัวเองน่าจะพ้นจากรัศมีอันตรายแล้วจินยองก็เริ่มเปิดกล่องข้าวของตัวเองอย่างอารมณ์ดี อ๊าาา ซาซิมิ ได้เวลากินซักทีนะจองจินยอง หิวโว้ยยยย 

กงชานได้แต่มองจินยองที่กำลังเริงร่ากับกล่องข้าวแล้วก็ทำหน้าตามู่ทู่อยู่คนเดียว อะไรเนี่ยคนอุตส่าห์จะผูกมิตรด้วยแท้ๆ ทำไมต้องทำท่าทางเหินห่างอย่างนั้นด้วยนะ…เรามันน่ารังเกียจจนเขาไม่อยากเข้าใกล้ขนาดนั้นเลยหรือไง

มืออีกข้างที่ห้อยอยู่เผลอปัดหนังสือที่วางอยู่ใต้เก๊ะตกด้วยความบังเอิญ กงชานก้มลงไปเก็บหนังสือที่นอนแอ้งแม้งกับพื้นขึ้นมา แต่ตาดันไวเห็นชื่อคนเป็นเจ้าของซะก่อน

ชินดงอู

อะไร? นี่พี่จินยองได้นั่งข้างพี่ชินวูเหรอเนี่ย อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น โลกเราบางทีก็กลมไปมั้ย กลายเป็นว่าพี่ชายของบาโรก็ได้อยู่ห้องเดียวกับพี่จินยองงั้นสิ

“แล้วหมาจิ้งจอกนี่ต้องใช้อะไรล่อเหรอฮะ มันถึงจะยอมมานั่งข้างๆ” น้ำเสียงตัดพ้ออย่างชัดเจนทำให้คนรุ่นพี่แอบที่จะเหลือบตาหันไปมองไม่ได้ ปากบางงุ้มลงทำตาละห้อย อย่ามาทำหน้าตาเศร้าอย่างนั้นนะไอ้หมาน้อย

“ไม่รู้สิ อาจจะเป็นลูกหมูสามตัวหรือไม่ก็หนูน้อยหมวกแดงล่ะมั้ง” อย่าไปใส่ใจไอ้เด็กจอมแบ๊วนั่นนะจินยอง กินข้าวของนายต่อไป

“ที่พี่พูดมานั่นมันหมาป่าไม่ใช่เหรอ -_-;;” ปลาดิบที่กำลังจะกลืนกลับกลืนไม่เข้าทันทีเมื่อได้ยินคำถามของรุ่นน้อง ว้ากกกก! หน้าแตกอีกแล้วมั้ยล่ะผม

“ถ้าฉันอยากให้มันเป็นหมาจิ้งจอก มันก็ต้องเป็นหมาจิ้งจอก” คนรุ่นพี่พูดอย่างเอาแต่ใจ ก็ตูไม่ผิดอ่ะเอาเดะ

“โอเค” กงชานหยิบโบสีแดงที่อยู่ใต้เก๊ะโต๊ะอื่นขึ้นมาผูกผมข้างหน้าเป็นจุกตั้งสูงเหมือนน้ำพุแล้วเข้าไปนั่งตรงข้ามรุ่นพี่อีกครั้ง

“คุณปู่ฮะ ผมมาเยี่ยมแล้วคร้าบบบบ วันนี้ผมเอาข้าวกล่องมาฝากคุณปู่ด้วยน้าาาา” หน้าใสลงไปหมอบกับโต๊ะอย่างออดอ้อน ตาใสแจ๋วกระพริบปิ๊งๆจ้องตารุ่นพี่ตาเรียวอย่างเอาใจ

“นี่! ไม่ใช่ว่าแค่นายเอาโบสีแดงมาผูกแล้วจะกลายเป็นหนูน้อยหมวกแดงได้นะเจ้าเด็กบ้า! -0-;;” ที่เสียงดังนี่ไม่ใช่เพราะรำคาญหรอก แต่กำลังกลบเกลื่อนอยู่ต่างหาก เอาหน้าออกไปไกลๆผม T///T

“คุณปู่ใจร้ายยยยย” กงชานทำแก้มป่องเอียงหน้าไปมากับโต๊ะเรียนจนจินยองต้องจับหัวที่เกยอยู่กับโต๊ะให้หยุด

“นายฮ่าๆ ทำอย่างนี้เดี๋ยวหน้าก็เป็นสิวหรอก” มือของรุ่นพี่ประกบแก้มนุ่มทั้งสองข้างของคนตรงหน้าไม่ให้ถูกับโต๊ะ หลุดขำออกมาจนได้นะครับพี่จินยอง

“กินข้าวด้วยกันนะฮะคุณปู่ ผมอุตส่าห์เดินมาหาคุณปู่ตั้งไกลเลยนะ” ไกลมากกกก ขึ้นบันไดมาก็ถึงแล้ว

“ใครเป็นปู่นาย ในเรื่องหนูน้อยหมวกแดงไม่มีคุณปู่ซักหน่อย”

“หรือพี่อยากเป็นคุณยายอ่ะ?

“ฉันจะไม่กินข้าวกับนายก็เพราะอย่างนี้แหละ -*-”

“ฮะๆ ผมขอโทษ ^^” คนอ้อนรีบกระเด้งตัวขึ้นมาอย่างกระตือรือร้น กว่าจะยอมนี่เล่นเอาซะเหนื่อยเลยนะฮะรุ่นพี่

“แล้วเพื่อนห้องพี่ลงไปไหนกันหมดฮะ ห้องอื่นยังเห็นอยู่กันเต็มห้องเลยนี่” กงชานถามพลางมองไปรอบๆห้องด้วยความสงสัย ก็ว่าทำไมมันเงียบผิดปกติ ที่แท้ก็ไม่มีนักเรียนอยู่บนห้องเลยซักคนนี่เอง

“ลงไปกินข้าวที่โรงอาหารหมดแล้ว” คนผมแดงตอบขณะที่ตักปลาดิบเข้าปากอีกคำ คงจะจริง เด็กเกรดสิบสองส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครกินข้าวบนห้องเรียนเท่าไหร่หรอก

“แล้วพี่ไม่ลงไปกินกับเขาเหรอ?” คำถามของกงชานทำเอาจินยองถึงกับชะงักไปเล็กน้อย

“ฉันชอบกินคนเดียวมากกว่า” คนผมแดงพูดโกหกพลางเหลือบมองรุ่นน้องที่ตักข้าวผัดเบค่อนเข้าปากอย่างยากเย็นอยู่นานก่อนจะพูดขึ้นมาอย่างขัดใจ

“ใช้ช้อนเล็กแบบนั้นเมื่อไหร่นายจะอิ่ม ใครสั่งใครสอนให้ใช้ช้อนโยเกิร์ตตักข้าวกินกัน -_-^”  มือทั้งสองข้างจัดการตัดเบค่อนชิ้นยาวๆให้สั้นลงด้วยช้อนส้อมที่อยู่ในมือก่อนจะป้อนเข้าปากรุ่นน้องผมดำที่อ้ารออยู่แล้ว

“นายไม่ได้เอาช้อนมาโรงเรียนหรือไง ถ้านายรู้ตัวว่าไม่ได้เอามาก็ควรจะลงไปซื้อก่อนสิ” พอเห็นว่าข้าวในปากรุ่นน้องหมดแล้วคนเป็นรุ่นพี่ก็ตักใส่ปากให้ทันทีอย่างรู้หน้าที่ ระหว่างที่รอกงชานเคี้ยวเสร็จจินยองก็ตักข้าวส่วนของตัวเองกินไปพลางๆสลับกัน

“ฮะ ผมจะจำไว้ ^^” กงชานยิ้มให้คนตรงหน้า ผมเอาช้อนของตัวเองมาฮะ แต่ก็อยากใช้อันนี้มากกว่าก็พี่จินยองอุตส่าห์ให้ผมมาทั้งทีนี่นา

“ดีมาก กินง่ายๆโตไวๆนะไอ้หมาน้อย” จัดการป้อนอีกคำใส่ปากรุ่นน้องตรงหน้าพลางลูบหัวด้วยความหมั่นเขี้ยว เด็กอะไรวะ! ผมนุ่มชะมัด

“พี่โกหกได้ไม่เนียนเลยรู้ตัวหรือเปล่า” จู่ๆกงชานก็พูดขึ้นมา จินยองตวัดดวงตาคมขึ้นมอง

“นายพูดถึงเรื่องอะไร”

“พี่ชอบทำทุกอย่างตรงข้ามกับสิ่งที่คิดตลอดเลยเหรอฮะ?

“ฉันไม่รู้ว่านายพูดเรื่องอะไรกันแน่”

“พี่น่ะ..ไม่ได้ชอบกินข้าวคนเดียวซะหน่อย” เหมือนทุกอย่ารอบตัวที่เงียบอยู่แล้วจะเงียบยิ่งกว่าเดิม จินยองได้แต่ก้มหน้าตักซาซิมิเข้าปากตัวเองต่อไป

“นายจะมารู้ดีเกินกว่าตัวฉันได้ยังไง” ปากของจินยองยิ้มออกมาอย่างขมขื่น

“คนชอบกินข้าวคนเดียวที่ไหนจะมานั่งเทคแคร์คนอื่นขนาดนี้ล่ะฮะ พี่สังเกตว่าผมใช้ช้อนเล็กก็เลยตักข้าวไม่ถนัดก็เลยป้อนให้ผม แบบนี้ไม่มีใครที่ชอบกินข้าวคนเดียวเขาทำกันหรอก ^___^

คนถูกจับผิดไม่ได้พูดอะไรตอบโต้ ชัดเจนว่าที่กงชานพูดมานั้นเป็นเรื่องจริง

“งั้นไว้ผมจะขึ้นมากินข้าวกับรุ่นพี่อย่างนี้ทุกวันเลยดีมั้ยฮะ ^^” จินยองยังคงเงียบทำให้กงชานยิ่งได้ใจเข้าไปใหญ่

“ไม่ตอบถือว่ารุ่นพี่ตกลงแล้วนะ” หน้าใสยื่นหน้าเข้ามาใกล้คนผมแดงทำให้คนที่ถูกคุกคามยิ่งดันตัวเองให้ออกห่างอีกรอบ

“เออๆ ตามใจนายสิ” ความจริงก็เงียบไปอย่างนั้นแหละ ไม่อยากพูดออกมาตรงๆเพราะฟอร์มมันเยอะ ไอ้ลูกหมานี่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ทีไรเป็นต้องเขินทุกทีเลยให้ตายสิ! นี่ผมต้องแพ้เพราะไอ้ลูกไม้โง่ๆนี่กี่รอบกันเนี่ย

“เย็นนี้กลับบ้านพร้อมกันนะฮะพี่จินยอง” กงชานเอ่ยชวนอีก แต่จินยองกลับส่ายหน้าปฏิเสธ

“ไม่ได้ ฉันต้องทำงาน”  รุ่นน้องผมดำเบิกตาโตราวกับไม่เชื่อหูตัวเอง

“ทำงาน พี่เนี่ยนะ? งานพาร์ทไทม์หรอ”

“เปล่า งานอิสระ” ตาเรียวเล็กมองหน้ารุ่นน้องยิ้มอย่างเป็นต่อ

“รุ่นพี่นี่น่าสนใจจัง” กงชานพูดแล้วมองหน้าจินยองยิ้มๆ ทำไมต้องทำตัวลึกลับขนาดนี้ด้วยนะฮยองคนนี้

“ผมอยากเห็นพี่ทำงานด้วย เย็นนี้ขอไปด้วยคนสิ” หน้าจินยองหันขวับทันทีเมื่อได้ยินประโยคที่เพิ่งพูดออกมาของรุ่นน้อง

“นายจะตามติดชีวิตฉันเป็นรายการวาไรตี้โชว์เลยหรือไง”

“เขาเรียกว่าเรียลลิตี้โชว์ต่างหากล่ะรุ่นพี่” ร่างเพรียวบางลุกขึ้นยืนเมื่อเก็บกล่องข้าวที่กินหมดเกลี้ยงเรียบร้อยแล้ว

“รอผมด้วยนะฮะเย็นนี้ เจอกันที่หน้าโรงเรียนหลังเลิกเรียน” คนอายุน้อยกว่าขยิบตาชูสองนิ้วทำแก้มป่องก่อนจะทำท่าเดินออกไป

“ฉันบอกนายตอนไหนกันน่ะว่าจะให้นายไป -0-;;

“ไม่งั้นเรื่องเจ้าหญิงกระรอกกับแฟนคลับแกะในสวนหึๆ ทำยังไงดีน้าาาา ^^+

“เห้ย! นายอย่าหลุดพูดออกมาเชียวนะไอ้เด็กบ้า O[]o!

“เจอกันหลังเลิกเรียนฮะพี่จินยอง” กงชานโบกมือให้รุ่นพี่ผมแดงที่หน้าเหวอไปแล้วอย่างผู้ชนะก่อนจะเดินลงบันไดกลับไปห้องตัวเองอย่างมีความสุข ใครว่าชานชิคเป็นเด็กใสซื่อเหมือนหน้าตากันล่ะ คิดผิดคิดใหม่ได้นะ

“บาร์ยกทรง! นายจะยัดข้าวใส่จมูกฉันทำไมกันเนี่ย T^T

“โอ๊ะๆขอโทษ พอดีว่าปากนายมันแบนเล็กนิดเดียวฉันเลยเห็นว่าจมูกนายเป็นปากน่ะ ฮ่าๆๆๆ”

“ไม่ตลกเลยนะไอ้กระรอกบ้า TOT” เสียงซานดึลกับบาโรเถียงกันดังออกมาจากห้องก่อนที่กงชานจะก้าวขาไปข้างในซะอีก เมื่อเข้าไปก็เห็นภาพเพื่อนตัวแสบของตัวเองกำลังป้อนข้าวห่อสาหร่ายให้กับเด็กใหม่จนทั้งสาหร่ายและข้าวเปรอะหน้าเปรอะตาเต็มไปหมด

“นายสองคนเล่นอะไรกันเนี่ย =_=” กงชานมองดูเพื่อนทั้งสองคนอย่างสังเวช

“กงชานนนนน ไอ้บาร์บีคิวนี่มันแกล้งช้านนนน T_T

“นี่ๆ คนอุตส่าห์หวังดีป้อนข้าวให้ จะได้กระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยังไงล่ะดึลลี่” บาโรจับแก้มซานดึลบีบแล้วยัดข้าวห่อสาหร่ายเข้าปากไปอีกคำ

“นายหวังดีหรืออยากจะแกล้งซานดึลกันแน่ฮะบาโร” กงชานว่าอย่างขำๆ บรรยากาศเหมือนเมื่อกี้ แต่ฟีลลิ่งต่างกันลิบลับเลยแฮะ

“ซานดึล สาหร่ายเลอะเต็มหน้านายหมดแล้ว เดี๋ยวฉันเช็ดให้นะ” กงชานอาสาจะเอื้อมมือไปเช็ดให้เมื่อได้เห็นสภาพหน้าพอกสาหร่ายของซานดึลแล้ว แต่บาโรกลับปัดมือเขาทิ้งซะเฉยๆ

“นายน่ะอยู่เฉยๆไปเหอะ ทำเลอะเองก็ต้องเช็ดเองได้สิ นายอีกคนกินให้มันดีๆหน่อยไม่ได้หรือไงเป็ดดึล -_-*” อะ..อะไรของมันวะเนี่ย เห็นอยู่ชัดๆว่าป้อนไม่ดียังจะไปโทษคนกินอีก เฮ้ออออ หนักใจแทนซานดึล มาวันแรกก็โดนไอ้กระรอกโร่แผลงฤทธิ์ใส่ซะแล้ว

แต่แล้วกงชานก็ต้องตกตะลึงมากกว่าเดิมเมื่อเห็นบาโรลงทุนเอาแขนเสื้อชุดยูนิฟอร์มของตัวเองไปเช็ดสาหร่ายออกจากหน้าซานดึลเสียเองต่อหน้าต่อตา นี่คงจะเป็นฉากในละครน้ำเน่าหลังข่าวที่โรแมนติกมากถ้า

“เสื้อฉันเปื้อนเหงื่อพอดี ขอเช็ดหน้านายหน่อยแล้วกันนะ ^^” คำพูดของบาโรนี่แหละตัวทำลายโมเม้นต์นี้สุดๆ

“อยากทำอะไรก็ทำไปเลยไป” เสียงซานดึลฟังดูปลงตก คงจะทำใจได้แล้วว่าต่อแต่นี้ไปคงจะต้องรับชะตากรรมอย่างนี้ไปทุกวัน กงชานเองก็ส่ายหน้าอย่างช่วยอะไรไม่ได้ก่อนจะหย่อนตัวลงบนเก้าอี้ของตัวเองเพื่อเตรียมตัวเรียนในคาบบ่าย

“เออกงชาน ว่าจะถามนายตั้งแต่เดินเข้ามาละ คิดว่าแบ๊วมากป่ะวะถึงได้ผูกจุกเป็นเรดาร์รับสัญญาณแบบนั้นน่ะ -_- กงชานขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำทักของบาโรก่อนเอามือไปจับบนหัวตัวเอง เออใช่! ลืมเอาออกซะสนิทเลย

“ฉันไปปลอมตัวเป็นหนูน้อยหมวกแดงหลอกคุณปู่มา น่ารักมั้ยล่ะ ^^” คนถูกทักชูสองนิ้วเป็นหูกระต่ายบนหัวแล้วยิ้มตาหยีให้เพื่อนทั้งสอง

“นายเพี้ยนไปแล้วจริงๆกงชานชิค -_-^” บาโรส่ายหน้าให้เพื่อนสนิท ผิดกับซานดึลที่ชูนิ้วโป้งให้อย่างชื่นชมแล้วพูดว่า

“นายทำทรงนี้แล้วน่ารักมากๆเลย ^0^” พูดจบคนชมก็โดนคนตัวใหญ่ที่นั่งกินข้าวตรงข้ามผลักหัวเข้าไปเต็มๆ

“กินข้าวของนายให้หมดไปเถอะ อะไรกันพวกนายนี่รสนิยมห่วยกันชะมัดเลย -^-” บาโรเบะปากก่อนจะตักข้าวของตัวเองเข้าปากอีกคำ ซานดึลแอบทำหน้ายักษ์ใส่ในช่วงจังหวะที่บาโรก้มลงตักข้าวอย่างหมั่นไส้ ในขณะที่กงชานชิคกำลังเอามือลูบหัวตัวเองยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว

ดีมาก กินง่ายๆโตไวๆนะไอ้หมาน้อย

ภาพของจินยองและสัมผัสอุ่นๆยังคงวนเวียนอยู่ในความรู้สึก กงชานชอบมองจินยองเวลาที่เผลอหลุดยิ้มเพราะลูกไม้ออดอ้อนของเขา ก็แปลกดีนะ...เจอกันแค่สองวันแต่ทำไมถึงรู้สึกว่าเหมือนเคยพบกันมานานแล้วก็ไม่รู้ แถมสัมผัสอุ่นๆที่ลูบหัวเมื่อกี้มันก็รู้สึกคุ้นจนน่าประหลาดใจ

ตายละ! สงสัยพี่จินยองจะเรียกเขาว่าไอ้ลูกหมาเยอะไปหน่อยเลยเริ่มทำตัวเหมือนลูกหมามากขึ้นทุกวันล่ะมั้งเนี่ย ทั้งทำตัวขี้อ้อน ฝึกรับกิ่งไม้ กินอาหารผสม แถมตอนนี้ยังมีการมาจดจงจดจำกับสัมผัสแรกอีก กงชานชิคสงสัยจะกลายเป็นลูกหมาจริงๆซะแล้ว

          และไอ้หมาน้อยตัวนี้แหละที่ตอนเย็นจะมาคอยเจ้าของที่มันรักหน้าประตูโรงเรียน อย่าเพิ่งหนีผมไปไหนนะฮะพี่จินยอง เย็นนี้พาผมไปเดินเล่นด้วยกันหน่อยนะ

*******************************

          PS.โอ้สสสส Orz ในที่สุดก็ลงมาถึงตอนที่ซักที ตอนนี้เราเพิ่งเรียนซัมเมอร์จบไปก็เลยมีเวลาว่างมากเป็นพิเศษ (ว่างมากจริงๆแบบนอนกลิ้งทั้งวันก็ยังทำได้ 55) บอกเลยว่าฟิคเรื่องนี้วางพล็อตอยู่กระจึ๋งนึงในหัว แต่ที่แต่งนี่คือมาจากอินเนอร์ล้วนๆ ไม่ได้มีการเตรียมการล่วงหน้าว่าจะแต่งแต่อย่างใด ใช้หลักแต่งไปเรื่อยๆอ่ะ (อินดี้ป่ะล่ะ) แต่ยังไงก็รับรองว่าจบนะ จะไม่ปล่อยให้เป็นนิยายค้างสต๊อล์คแน่นอน  ยิ่งตอนนี้เด็กเลือดของเราใกล้จะคัมแบ็ค 10 ..นี้แล้วกำลังใจนี่มาตรึม!!! รีทวิตทั้งวันไม่ต้องทำอย่างอื่นละ >< ได้ฟังพรีเวอร์ชั่นของอัลบัมนี้กันไปแล้วใช่มั้ยคะ บอกเลยว่าอัลบัมนี้บีวันเล่นใหญ่มาก เรานี่อยากจะสลบแผ่คาพื้นให้เมมเบอร์ทั้ง 5 เลย 555 รอฟัง SWEET GIRL ฟูลเวอร์ชั่นอย่างใจจดใจจ่อกันอยู่ใช่มั้ยคะ BANA แต่ตอนนี้ระหว่างรอก็ขอให้อ่านฟิคเราไปพลางๆแก้เซ็งก่อนกันนะ เราอยากได้คอมเม้นมั่งอ่ะ แล้วแต่จิตศรัทธาเลย 555 ยังไงก็ขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอด 5 ตอนนะคะ เป็นกำลังใจให้บีวันของพวกเราและรอฟังสวีทเกิร์ลด้วยน้าาาา ขอบคุณมากค่ะ (-/\-)

                                                                 "หนูน้อยหมวกแดงกับคุณปู่จอมเก๊ก" อิอิ //แถมรูป


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

83 ความคิดเห็น

  1. #73 Mr-V (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 03:07
    ทะเลาะกันจริงเป็ดกับกระรอกเนี่ย ส่วนกงก็รุกจังเลย. อิอิ
    #73
    0
  2. #47 น้ำตาลเทียม (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 13:49
    ชานนี่หนูบุกแรงมากเลยนะ555 ดีๆถือว่าทำดีไม่เสียเวลา
    ชานดึลกะบาโรนี่หาเรื่องกันตลอด แต่ชอบนะตลกดี
    #47
    0
  3. #5 little benzbenz (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2558 / 05:10
    น่ารักมากอ่าา
    #5
    0
  4. #4 cnkdo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2558 / 23:39
    เรามาเม้นให้แล้วเราติดตามนะมาอัพเร็วล่ะ? เดี๋ยวเราแซงนะอิอิ 
    #4
    5
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #4-5 miledeela(จากตอนที่ 5)
      4 สิงหาคม 2558 / 22:49
      อ่าว เพิ่งอยู่ปี 1 อ่อ เราจะขึ้นปี 2 แล้วอ่ะ แต่เผือกเรียนเร็วไปหนึ่งปี 555 งั้นก็น่าจะอายุเท่ากันแหละ สู้ๆน้าาาา ติดตามอยู่ เราอยู่มหา'ลัยยังไม่เคยเจอใครเป็น BANA เหมือนกันเลยอ่ะ ออกแนวเก็บกดดด TwT
      #4-5
  5. #3 cnkdo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2558 / 23:38
    เรามาเม้นให้แล้วเราติดตามนะมาอัพเร็วล่ะ? เดี๋ยวเราแซงนะอิอิ 
    #3
    0