[Fic B1A4] My Hyung Neighbor นี่ผมไงจะใครล่ะฮะพี่ [JinChan]

ตอนที่ 3 : Chapter 3 : Only one

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 134
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    22 ก.พ. 60


Chapter 3 : Only one




            “บาโร นายอยู่ไหนแล้วเนี่ย?”  หนุ่มน้อยผมดำกรอกเสียงเข้าไปในโทรศัพท์พลางก้มลงมองดูนาฬิกาข้อมือของตนเองสลับกันไประหว่างรอคำตอบของเพื่อน

            (หืมมมม~ อารายยยย แล้วนี่เบอร์ใครอ่ะ)

            “บ้าเอ๊ย! หัดดูชื่อที่เมมไว้ในโทรศัพท์ก่อนจะถามมั่งเซ่ -_-* เป็นเพื่อนกันมาสี่ปีนายยังจำเสียงฉันไม่ได้อีกหรือไง!

            (อ๋อออ กงชานเพื่อนร้ากกกกก โทรมาหาแต่เช้ามีอะไรงั้นเหรอ ^^) อีกฝ่ายทำเสียงกวนประสาท

            “เออ ฉันเอง แกอยู่ไหนแล้วไอ้กระรอก”

            (อะไร วันนี้ฉันนัดกับนายไว้หรอ?) พอเพื่อนพูดประโยคนี้ออกมากงชานก็ถึงกับต้องเอามือตีหน้าผากตัวเองหนักๆแล้วถอนหายใจออกมาอีกหนึ่งที เอือมกับไอ้เพื่อนคนนี้จริงๆเลยให้ตายสิ

            “นายมีนัดกับโรงเรียนต่างหากล่ะ แม้แต่วันเปิดเทอมวันแรกนายก็จำไม่ได้ใช่มั้ยฮะ! -*-”

            (…!)

            “เอ้าอย่าเงียบดิฮะไอ้คุณเพื่อน รับสายเสียงเซ็กซี่อย่างนี้ฉันว่านายเพิ่งตื่นชัวร์เลย -_-^

            (เปิดเปิดเทอมอ๊ากกกกกก! @#$%^&*!@#$%&* แกเพิ่งโทรมาบอกฉันอะไรตอนนี้วะกงชาน TOT)

            “นายควรจะรู้ตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่หรือไง รีบมาเร็วๆเข้า อย่ามัวแต่ทำฟันยื่นอยู่เข้าใจมั้ย”  กงชานระบายยิ้มออกมาน้อยๆอย่างคนอารมณ์ดีที่เห็นเพื่อนกำลังสติแตก คนอย่างนี้มันก็ต้องเจอการดัดนิสัยด้วยวิธีนี้แหละถึงจะหลาบจำ

            “เวลานี้นายยังจะมีแก่จิตแก่ใจคิดคำมาแขวะฉันอีกนะไอ้เพื่อนบ้า -*- เออๆเดี๋ยวฉันรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ น้ำเนิ้มไม่ต้องอาบมันละ” พูดจบบาโรก็รีบตัดสายไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้กงชานอ้าปากหวอด้วยความตื่นตะลึงกับประโยคสุดท้ายที่เพื่อนเพิ่งจะพูดไป อี๋~ไอ้กระรอกเน่า นี่ถ้าไม่เห็นว่าเป็นเพื่อนนี่เลิกคบไปนานแล้วนะเนี่ย -_-*

            ถ้าจะรอให้บาโรมาถึงคงอีกนาน ไปกินข้าวที่โรงอาหารก่อนดีกว่า จะได้ซื้อข้าวไว้เผื่อมันด้วย มาสายอย่างนี้คงไม่ได้กินอะไรมาอีกตามเคย

            ร่างโปร่งบางสาวเท้าเดินไปยังโรงอาหารอย่างอารมณ์ดี เปิดเทอมใหม่โรงเรียนโซลฮวาอะคาเดมี่ก็ยังดูคึกคักเหมือนเคย ทันทีที่ก้าวเข้าเขตโรงอาหารเสียงคุยจ้อกแจ้กจอแจเหมือนนกกระจอกแตกรังของนักเรียนก็ลอยดังเข้ามาในหู เป็นธรรมดาของเด็กวัยรุ่นที่จากกันไปเป็นเดือนมันก็ต้องมีเรื่องมาโม้ให้เพื่อนฟังบ้างล่ะนะ อาหารจากร้านต่างๆพากันแข่งส่งกลิ่นหอมโชยเข้าจมูกเต็มๆ เรียกน้ำย่อยของหนุ่มน่ารักให้เดินเข้าไปใกล้ๆราวกับโดนมนต์สะกด

            อ๊าาาา กลิ่นต๊อกโบกีนี่นาต๊อกโบกีของโปรดของผม ><

            ก้าวขาเร็วๆเข้าร้านต๊อกโบกีไปแล้วก็ถือจานอาหารสีส้มๆดูหน้ากินออกมาจากร้านได้หนึ่งจาน ว่าแต่จะนั่งไหนดีล่ะ บาโรยังไม่มางั้นก็แสดงว่าเขาต้องนั่งกินข้าวคนเดียวงั้นเหรอ

            ไม่เอานะ ไม่ชอบกินข้าวคนเดียวในสถานที่แบบนี้เลย ที่ที่มีคนอยู่รอบตัวมากมายแต่ไม่มีใครเป็นเพื่อนเราซักคน แค่คิดก็หดหู่จะแย่แล้ว

            ใบหน้าใสที่ล้อมด้วยผมดำสนิททำปากย่นอย่างน่ารัก บ่งบอกว่าเขาไม่ค่อยชอบความคิดนี้ซักเท่าไหร่ สายตาเริ่มมองหาคนที่รู้จักเพื่อจะได้เข้าไปนั่งร่วมโต๊ะด้วย

            หืม? ที่ว่างๆตรงนั้นมันคืออะไรกันนะ

            เพิ่งสังเกตเห็นว่าในโรงอาหารนี้มีนักเรียนรวมตัวกันอยู่มากมายก็จริง แต่กลับไม่มีใครเดินเฉียดเข้าไปใกล้ตรงมุมนั้นเลย ทุกคนต่างพร้อมใจกันเหลือพื้นที่เป็นเวิ้งใหญ่ๆอย่างเห็นได้ชัดให้ใครบางคนนั่งที่ตรงนั้นอยู่คนเดียว

            ใครบางคนที่มีผมสีไวน์แดง

            กงชานจำคนๆนี้ได้แม่น ฮยองข้างบ้านของเขาที่เพิ่งเจอกันแล้วก็มีเรื่องต้องให้อับอายกันเมื่อวานนี่เอง จะมีซักกี่คนกันที่ทำผมสีแดงได้ดูดีขนาดนี้ และจะมีซักกี่คนกันที่กล้าทำผมสีนี้มาโรงเรียน มีแต่คนแปลกๆอย่างเขาเท่านั้นแหละที่ทำได้ จองจินยอง

            สงสัยจริงว่าเดินผ่านรั้วโรงเรียนเข้ามาได้ยังไงโดยไม่โดนฝ่ายปกครองเรียกตัว จะว่าแอบปีนรั้วโรงเรียนเข้ามาก็ไม่น่าใช่อีก ตัวก็ดูผอมๆก้างๆอย่างนี้ขืนปีนรั้วโรงเรียนโซลฮวาอะคาเดมี่มีหวังได้ตกลงมาคอหักก่อนเข้ามาเหยียบพื้นโรงเรียนแน่ ทำตัวลึกลับจังนะฮยองคนนี้

            ปากบางสวยเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวก่อนที่สองเท้าจะก้าวฉับๆเข้าไปนั่งโต๊ะเดียวกันกับรุ่นพี่ผมแดง คนอายุมากกว่าเงยหน้าขึ้นมองรุ่นน้องผมดำอย่างสงสัย ดูสิปากยังเลอะโยเกิร์ตรสส้มที่กินอยู่เลย ป่านนี้จะหายอายกับเรื่องเฉิ่มเบ๊อะเมื่อวานหรือยังนะ

            “อันยองฮะรุ่นพี่” กงชานเอ่ยทักทันทีเมื่อจัดการหย่อนก้นลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามของจินยองแล้ว ผู้คนในโรงอาหารจ้องมาที่พวกเขาเป็นตาเดียวกันอย่างสนอกสนใจ ในขณะที่จินยองเลิกคิ้วถามเป็นเชิงสงสัยแป๊บนึงก่อนจะตักโยเกิร์ตรสส้มเข้าปากต่อ

            “ลูกหมาข้างบ้านนี่” ประโยคนั้นไม่ได้สร้างความไม่พอใจให้กับกงชานแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามเขากลับหัวเราะออกมาจนจินยองต้องแอบเหลือบมองด้วยความหมั่นไส้ ขำอะไรกันนักกันหนาเนี่ย คนอุตส่าห์เก๊กเข้มแก้เขินอยู่ -*-

            “ฮะ แต่ถ้าจะเรียกให้ถูกต้องเรียกว่ากงชาน กงชานชิคฮะรุ่นพี่ ^^” รุ่นน้องผมดำยิ้มแย้มอย่างร่าเริงพลางนอนหมอบตัวลงกับโต๊ะเพื่อจะได้จ้องตารุ่นพี่ที่ก้มเขียนอะไรยุกยิกๆอยู่กับโต๊ะได้ถนัดกว่าเดิม จินยองเหลือบตามองอีกฝ่ายที่กำลังช้อนตาแป๋วๆมองเขาอยู่ ใบหน้าของกงชานอยู่ต่ำจากใบหน้าเขาเพียงคืบเพราะความจริงโต๊ะทานอาหารมันก็ไม่ได้ต่ำอะไรขนาดนั้นซะหน่อย อ้อนได้น่ารักเชียวนะไอ้ลูกหมาน้อย

            “นายทำท่าอย่างนี้จะอ้อนเอากระดูกหรือลูกบอลไหมพรมกันล่ะ” ปากก็ขมุบขมิบถามรุ่นน้องมือก็ทำท่าเหมือนเขียนอะไรไปเรื่อย แต่ใจมันมันติดไฮสปีดเทอร์โบไปไหนแล้ว ว้ากกกกก อย่าเข้ามาใกล้ผมอย่างนี้นะ T///T

            “ฮ่าๆ พี่เล่นมุกป่ะเนี่ย ลูกหมาที่ไหนเขาเล่นไหมพรมกันล่ะฮะ” กงชานขำพรืดออกมาอีกครั้งกับคำพูดของจินยอง คนถูกแซวทำหน้าเหลอหลา ก็ผมพูดผิดพูดถูกอย่างนี้ก็เพราะสายตาหวานๆของใครกันเล่า!

            “สรุปว่านายเป็นลูกหมาจริงๆด้วยสินะ เห็นรู้ไปหมดซะทุกเรื่อง” จินยองยังคงแถไปได้เรื่อย แต่เหมือนกงชานจะไม่ได้สนใจประเด็นนั้นแล้ว

            “พี่กินอะไรอยู่น่ะ ดูน่าอร่อยจัง” ตาใสแจ๋วนั่นมองไปที่กระปุกโยเกิร์ตรสส้มที่คนรุ่นพี่กำลังกินอยู่ คนถูกถามเลยขมวดคิ้วเข้าหากันอีกครั้ง

            “นายไม่รู้จักเหรอ โยเกิร์ตส้มรสโกโก้ครันช์” จินยองยกกระปุกโยเกิร์ตให้กงชานดูชัดๆ ข้างในไม่ได้มีแต่โยเกิร์ตหรือเนื้อส้มอย่างเดียว แต่ยังมีโกโก้ครันช์สีน้ำตาลเข้มถูกโรยไว้ปนกับเนื้อโยเกิร์ตด้วย

            “เดี๋ยวนี้บริษัทเขาหันมาจับมือผลิตแบรนด์สินค้าร่วมกันตั้งแต่เมื่อไหร่อ่ะ” คนรุ่นน้องจ้องสิ่งที่อยู่ในมือรุ่นพี่ไม่วางตา มันเข้ากันตรงไหนล่ะเนี่ย ช็อกโกแล็ตกับโยเกิร์ตผลไม้เปรี้ยวๆ -_-;;

            “เปล่าหรอก ฉันเอามาผสมกันเองแหละ” จินยองตักเข้าปากอีกครั้งอย่างไม่ใส่ใจ

คนบ้าอะไรกินโกโก้ครันช์กับโยเกิร์ต ติสท์ไปป่ะเนี่ย =__=

            “นายอยากลองดูมั้ยล่ะ?” เขายื่นให้กงชานพร้อมพูดประโยคติดปากโดยไม่ได้คิดอะไร แต่คนผมดำกลับนิ่งเงียบไปทันทีเหมือนตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเองชั่วขณะ

            เปล่าเขาไม่ได้กำลังชั่งใจว่าจะกินหรือไม่กินดี แต่ประโยคนี้มันฟังดูเหมือน

            “นายอยากลองดูมั้ยล่ะ” หน้าใสและรอยยิ้มใจดีของรุ่นพี่คนนั้นลอยเข้ามาในความทรงจำอีกครั้ง รุ่นพี่ฮะใช่รุ่นพี่หรือเปล่า?

บ้าน่า คนบนโลกนี้ก็พูดอย่างนี้ตั้งหลายคน

            แต่กับจินยองทำไมมันให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไปล่ะ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

            หมับ!

            พอเห็นรุ่นน้องเงียบไปรุ่นพี่ก็เลยทำตามใจตัวเองด้วยการยัดช้อนโยเกิร์ตป้อนเข้าปากคนที่นั่งตรงข้ามให้ได้ชิมทันใจ แววตาตกใจที่เพิ่งหลุดออกจากภวังค์ของกงชานเรียกรอยยิ้มจากใบหน้าจินยองได้เป็นกอง ในที่สุดก็ได้เอาคืนเจ้าเด็กแสบซะที สะใจจัง หึๆๆ -.,-

            “เป็นไง อึ้งกับรสชาติแห่งความอร่อยไปเลยล่ะสิ” คนแกล้งยิ้มร่าพลางดันกระปุกโยเกิร์ตตรงหน้าให้อย่างใจดี

            “ยกให้ นายเอาไปเลย ฉันไม่ชอบกินช้อนที่เลอะน้ำลายใครแล้ว” จินยองพูดจบก็หันกลับไปเขียนอะไรลงในสมุดต่อ ก็ตัวเองเป็นคนป้อนเขากับมือยังจะมาทำรังเกียจอีก -_-^ แต่จะว่าไปมันก็แอบอร่อยอยู่เหมือนกันนะ เก็บไว้ให้บาโรกินดีกว่า

            แต่ว่าช้อนอันนี้ของรุ่นพี่ผมจะเก็บรักษาไว้อย่างดีเลยนะ ><

            “แล้วนั่นดินสอหรือไม้กายสิทธิ์แฮร์รี่ พอตเตอร์น่ะ ทำไมมันถึงได้ยาวอย่างนั้นล่ะฮะ ^0^” กงชานยังไม่ละความพยายามที่จะชวนคนตรงหน้าคุย พอเหลือบไปเห็นดินสอขนาดยักษ์ที่ยาวเกินเหตุในมือจินยองก็เลยเอ่ยทักขึ้นมา ทำไมถึงชอบทำตัวแปลกๆนักนะ แต่นั่นแหละที่ทำให้รุ่นพี่ผมสีไวน์คนนี้ดูเด่นกว่าคนอื่น

            “นายอยากรู้หรอ” จินยองยิ้มเจ้าเล่ห์

            “ฮะ ผมอยากรู้” อยากรู้เรื่องทั้งหมดที่เกี่ยวกับรุ่นพี่นั่นแหละ พี่จินยอง

            “ฉันจะพิสูจน์ให้นายดู” คนผมแดงหยิบดินสอแล้วลุกขึ้นจากโต๊ะทันที พลางถกแขนเสื้อนักเรียนตัวนอกขึ้นเหนือข้อศอกอย่างคนทะทัดทะแมง กงชานมองดูยิ้มๆอย่างตั้งใจ จะเล่นอะไรแผลงๆอีกล่ะทีนี้

            “เอ๊กซ์เพ็คต์โต พาโทรนุม!” จินยองชี้ดินสอแท่งยาวไปทางกงชานพร้อมทำท่าร่ายคาถาเสียงดังอยู่กลางโรงอาหาร ส่งผลให้ผู้คนทั้งหมดที่อยู่ในบริเวณนั้นแทบหยุดการเคลื่อนไหวไปชั่วขณะ ถ้าเป็นในละครผู้กำกับคงใส่เสียงกาาาา กาาาา~~ ลงไปด้วย -_-;;

            ” ฮ่าๆ หนุ่มน้อยผมดำอยากจะหลุดขำรุ่นพี่คนนี้ซะเหลือเกิน แต่ใจก็อยากรู้มากกว่าว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป

            “นายเห็นสัตว์ผู้พิทักษ์ออกมาจากไม้นี่มั้ย?” จินยองดูเหมือนจะพอใจกับผลงานที่ทำลงไปอยู่พอควร เพราะเขาแสดงออกอย่างชัดเจนโดยการแกว่งดินสอนั่นไปมาเหมือนกับว่ามันเป็นไม้กายสิทธิ์จริงๆอย่างมีความสุข

            กงชานพอจะเดาออกแล้วว่าจินยองทำแบบนี้เพื่ออะไร เขาเองก็เป็นคนที่ฉลาดทันคนอยู่พอตัว ถ้าเขาตอบว่าไม่เห็นจินยองก็จะชนะและถามเขาย้อนกลับว่าแล้วทำไมถึงต้องถามอะไรไร้สาระแบบนี้ด้วย จากนั้นรุ่นพี่ผมสีไวน์ก็อาจจะตัดบทแล้วเดินจากเขาไปเลย

            แต่ผมยังอยากอยู่คุยกับพี่ต่อนี่นาขอโทษนะฮะที่ไม่เล่นไปตามเกม

            “เห็นสิ ^^” คนอายุน้อยกว่ายิ้มอย่างมีเลศนัยพลางลุกขึ้นเดินเข้ามาหารุ่นพี่ช้าๆ ถ้าจินยองยอมลงทุนทำตัวเพี้ยนต่อหน้าทุกคนโดยไม่อับอาย เขาเองก็จะอยากจะลองทำดูเหมือนกัน

            กงชานก้าวขาเนิบๆมาอยู่ตรงหน้าจินยอง เอียงหน้าเล็กน้อยเพื่อให้ได้องศาจ้องตาคนรุ่นพี่ได้ถนัด ตาแป๋วๆดูเหมือนใสซื่อไร้เดียงสาจ้องลึกลงไปในดวงตาคมเรียวเล็กของคนตรงหน้าไม่วางตา จนจินยองเริ่มหวั่นๆกับอาการของรุ่นน้อง

            “อะอะไร นายเห็นอะไร” แม้ใบหน้าจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อทีละน้อยแต่จินยองก็ยังทำเก่งเหมือนเคย นี่แค่โดนคนหน้าตาน่ารักจ้องหน้าใกล้ๆก็เขินแล้วเหรอวะเนี่ย ไอ้ลูกหมานี่มันแสบจริงๆ -*-

            “เห็น”  กงชานเว้นระยะคำพูดเพื่อยั่วอารมณ์คนตรงหน้าก่อนขยับหน้าเข้าไปใกล้จินยองมากกว่าเดิมจนปลายจมูกโด่งเฉียดไล้กับผิวแก้ม ปากบางตั้งใจให้โดนกระทบใบหูทำให้จินยองเริ่มเสียศูนย์

            “เห็นหมาจิ้งจอกเท่ๆตัวหนึ่งฮะรุ่นพี่ ^^”  คนผมดำยิ้มหลังจากกระซิบเสียงหวานข้างหูคนที่แข็งทื่อไปแล้วอย่างขบขัน ทำไมเวลาอายพี่ถึงได้น่ารักขนาดนี้นะพี่จินยอง

            “บะบ้านายมันเพี้ยน!” รุ่นพี่ผมสีไวน์ผลักเขาออกห่างเมื่อได้สติ ก่อนจะรีบเดินไปเก็บของบนโต๊ะที่วางระเกะระกะไปทั่วลงกระเป๋านักเรียนอย่างรวดเร็ว พอเก็บเสร็จก็ยังไม่วายจะหันกลับมาแขวะรุ่นน้องตัวแสบที่ยังคงยืนยิ้มยียวนกวนประสาทกระพริบตาปิ๊งๆอยู่ตรงที่เดิม

            “กงชานชิค ไอ้ลูกหมาจอมเพี้ยน” แล้วร่างสูงโปร่งก็รีบสาวเท้าเดินจากไปด้วยความอับอาย ทุกคนในโรงอาหารต่างพร้อมใจกันแหวกทางให้หนุ่มผมแดงเดินออกไปจากบริเวณนั้นโดยเร็วอย่างกับน้ำทะเลถูกแหวกด้วยไม้เท้าโมเสส กงชานเอามือลูบจมูกบริเวณที่ถูกแก้มจินยองเมื่อกี้ด้วยความลืมตัว ผู้ชายอะไร้แก้มหอมเป็นบ้า หอมเหมือนกลิ่นเลม่อน

            แล้วบังเอิญว่าผมก็ดันชอบเลม่อนด้วยสิฮะรุ่นพี่ ^^

            เสียงสัญญาณเริ่มคาบเรียนแรกดังกระจายออกมามาทางลำโพงทั่วทั้งบริเวณโรงเรียนโซลฮวาอะคาเดมี่ นักเรียนคนอื่นๆต่างแยกย้ายกันขึ้นห้องเรียนของตัวเอง เหลือก็เพียงแต่หนุ่มน้อยผมดำในชุดยูนิฟอร์มที่ยังยืนยิ้มกับเหตุการณ์เมื่อกี้อยู่ตรงที่เดิม แค่ได้แกล้งรุ่นพี่ผมแดงข้างบ้านที่เพิ่งย้ายมาก็ดูเหมือนว่าวันนี้เขาจะมีความสุขไปทั้งวัน จนลืมเพื่อนสนิทของตัวเองที่ยังมาไม่ถึงโรงเรียนซะทีอย่างชาบาโรไปซะสนิท

            แต่ทำไมล่ะฮะทำไมพี่ต้องแกล้งทำตัวแปลกๆเพื่อไม่ให้มีใครกล้าเข้าใกล้ด้วย ผมดูออกนะว่าลึกๆแล้วมีใครอีกคนซ่อนอยู่ข้างในตัวพี่ แล้วคนๆนั้นก็นิสัยดีมากๆซะด้วยสิ ผมอยากจะรู้จักกับเขาจัง แต่ดูเหมือนว่าผมจะคิดถึงใครอีกคนอยู่ตลอดเวลาซะแล้ว

            คิดถึงหมาจิ้งจอกขี้เก๊กที่กินโยเกิร์ตรสส้มผสมโกโก้ครั้นช์






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

83 ความคิดเห็น

  1. #45 น้ำตาลเทียม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 13:28
    ชอบ .gif  ของทุกตอนเลย มันเข้ากับเรื่องมาก
    เอาจริงๆ 5555 นายสองคนบ้าบิ่นพอกันเลยนะ  
    #45
    0