[Fic B1A4] My Hyung Neighbor นี่ผมไงจะใครล่ะฮะพี่ [JinChan]

ตอนที่ 26 : Chapter 26 : Be my Girl [Special end chapter]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 105
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    23 ต.ค. 59


Chapter 26 : Be my girl 




14 March 20XX

To…กระรอกเพื่อนเยิฟ ><

ว้อสซัพแม้นนนนไงไอ้แฮมบาโร่ ยังจำลายมือน่ารักๆของเพื่อนรักแกได้หรือเปล่า ฉันจะไม่ถามหรอกนะว่านายสบายดีมั้ย เพราะฉันว่าถึกๆอย่างนายยังไงโรคภัยไข้เจ็บก็คงไม่มากวนอยู่แล้วล่ะ คิคิ :P หวังว่านายก็คงจะสบายดีอย่างที่ฉันเดาไว้นะ

อากาศที่โซลเป็นไงบ้าง อยู่ที่โตเกียวเริ่มเข้าฤดูใบไม้ผลิแล้วแหละ อากาศดีใช้ได้เลย พี่จินยองบอกว่าตรงสวนหลังบ้านใหม่ของเรามีป่าเล็กๆที่มีดอกไม้สวยๆกับลูกกวางด้วย ถ้าว่างงานจากสถานทูตเมื่อไหร่ฮยองสัญญาว่าจะพาฉันไปถ่ายรูปสวยๆที่นั่นทันทีเลย เป็นไงล่ะฮยองฉันน่ารักไม่เปลี่ยนเลยใช่ม้าาา >///< ขอบคุณนายมากนะที่เตือนฉันตั้งแต่ตอนจะไปเรียนต่อใหม่ๆว่าให้เอากล้องไปด้วย ไม่งั้นฉันคงเหงาไม่มีอะไรทำแย่

แต่จะว่าไปตอนนี้ฉันก็ไม่เหงาเวลาพี่จินยองไปทำงานแล้วนะบาโร ตั้งแต่พี่จินยองกับฉันไปรับฮยอนอูมาเลี้ยงฉันก็มีอะไรทำเยอะแยะเต็มไปหมด เด็กผู้ชายนี่ซนอย่างที่ฮยองบอกจริงๆด้วย (.  .) นายเห็นรูปที่แนบมากับโปสการ์ดแล้วใช่มั้ย นายว่าลูกพวกเราน่ารักหรือเปล่าช่างเหอะยังไงฉันก็ต้องว่าลูกฉันน่ารักอยู่ดี ไม่ขอความเห็นจากนายก็ได้ (ฉันเห็นนะว่านายแอบทำหน้าหมั่นไส้ฉันอยู่ :P) แต่ฮยอนอูก็ไม่ได้ซนอย่างเดียวนะ ลูกเราเป็นเด็กดีขยันช่วยฉันทำงานบ้านทุกครั้งที่กลับมาจากโรงเรียนเลยล่ะ ทอดไข่เจียวอร่อยกว่าฉันทำอีกสงสัยพี่จินยองแอบไปสอนมาตอนไหนก็ไม่รู้

พูดแต่เรื่องฉันมานานนายคงจะเบื่อแย่ นายล่ะอยู่ที่โน่นเป็นไงบ้าง ไม่มีเพื่อนหน้าตาน่ารักอย่างฉันอยู่ต่อสู้ฝ่าฟันเคียงบ่าเคียงไหล่เรียนมหาลัยเดียวกันนายคงจะเหงาเหมือนกันใช่มั้ยเอ๊ะหรือว่าไม่อย่านึกนะว่าฉันเป็นลูกหมาน้อยใสซื่อจนถึงขั้นไม่รู้ข่าวคราวอะไรของนายเลย เห็นพี่ดงอูแอบกระซิบผ่านฮยองมาว่านายให้ซานดึลย้ายเข้ามาอยู่บ้านเดียวกับนายระหว่างที่เรียนมหาลัยใช่มั้ย -___-^ ร้ายกาจๆ ไม่ต้องเอาเรื่องมหาลัยเดียวกันมาอ้างเลยว่าอยู่บ้านนายแล้วเดินทางสะดวกมากกว่า ฉันรู้นิสัยนายดีชาบาโรอยากอยู่ใกล้ๆแฟนก็บอกมา ฉันไม่เอาไปล้อหรอกน่า >__^ ทีตอนแรกล่ะหาเรื่องแกล้งเขาจั๊งงงสุดท้ายนายก็ต้องพ่ายแพ้ต่อความรักในหัวใจตัวเอง (ห้ามถุยใส่หน้าฉันนะ!

ส่วนพี่ชินวูได้ข่าวว่าตอนนี้ได้ไปทำงานบริษัทพ่อแม่นายแล้วเหรอ เห็นมีรูปพี่เขาขึ้นนิตยาสารไฮโซบอสอะไรซักอย่างนี่แหละ มันมีวางขายที่ญี่ปุ่นด้วยนะจะบอกให้ พี่นายชักจะดังใหญ่แล้วนะชาบาโร ^^ ฝากยินดีกับพี่ชินวูด้วยเรื่องที่เปิดขยายสาขาค่ายเพลงสำเร็จ แล้วนายล่ะคิดไว้บ้างหรือยังว่าถ้าจบมาอยากทำงานเกี่ยวกับอะไร หัดเขียนโปสการ์ดมาหาฉันมั่งดิ! -^- เห็นมีแต่ฉันนี่แหละที่นั่งเขียนมือหงิกไปหานายคนเดียว แล้วก็ไม่ต้องใช้ให้ซานดึลเขียนมาหาฉันเพราะขี้เกียจเขียนเองเหมือนครั้งที่แล้วด้วย ฉันจำลายมือนายได้งงล่ะสิว่าฉันรู้ทันได้ยังไง ก็เพราะว่าฉันเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในโลกของนายไงไอ้กระรอก

ฉันต้องไปแล้วฮยองกลับมาจากสถานทูตแล้วล่ะ ฉันเพิ่งนึกได้ว่าหุงข้าวทิ้งเอาไว้ ฉบับนี้นายอ่านเรื่องของฉันไปแค่นี้ก่อนนะ แล้วจะเขียนหานายใหม่ T^T โดนฮยองทำโทษอีกแน่เลยยยยฉันนี่ขี้ลืมจัง!

คิดถึงนายและผองเพื่อนของเรา

กงชานนี่ ฆ่าคิตตี้ด้วยมือเปล่า

 

บาโรเก็บโปสการ์ดลงในซองจดหมายพลางหยิบกล่องคุกกี้ที่ใส่โปสการ์ดนับสิบใบที่เพื่อนส่งมาให้แทบทุกเดือนเก็บไว้รวมกันกับอันใหม่ เสียงทุ้มหัวเราะหึๆอย่างอารมณ์ดีตอนที่หยิบรูปที่แนบมากับซองขึ้นมาดูอีกครั้ง ในนั้นมีรูปผู้ชายผมสีน้ำตาลแดงกำลังยิ้มเท่ให้กล้องที่ถ่ายเอง โดยมีเด็กผู้ชายแก้มยุ้ยกำลังเป่าลูกโป่งรูปกระต่ายสีฟ้าอยู่บนตักด้วยแววตามุ่งมั่นแต่ก็ยังไม่วายจะหันมาชูสองนิ้วให้กล้อง ข้างๆไหล่กว้างของผู้ชายผมน้ำตาลแดงมีหนุ่มน้อยผมดำที่สวมสเวตเตอร์สีเทาพอดีตัวนั่งซบไหล่คนข้างๆอย่างเนียนๆตามสไตล์อ้อล้อของเจ้าตัวพลางดันทอดสายตาไปยังสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับทิศกล้องอย่างสิ้นเชิง แต่สิ่งที่ทุกคนในรูปมีเหมือนกันนั่นก็คือแววตาแห่งความสุข

“แอบดูรูปโป๊อยู่เหรอกระรอก -_-*

“เห้ยเข้ามาตอนไหนเนี่ยเป็ด” บาโรสะดุ้งแทบตกเก้าอี้ทำงานในห้องนอนด้วยความตกใจเมื่อหน้าใสและเสียงแหวๆของแฟนที่รักแอบชะโงกหน้าเข้ามาเยือนถึงที่

“ดูเพลินเลยสิท่าฉันเข้ามาตั้งนานถึงยังไม่รู้น่ะห๊ะ ฉันไปเข้าคลาสชดเชยวิชาประวัติศาสตร์แค่แป๊บเดียวนายถึงกับเหิมเกริมละเมิดข้อตกลงของเราเลยเหรอ -*-” ซานดึลยกมือขึ้นเท้าเอวระหว่างที่ต้องหน้าบาโรอย่างเอาเรื่อง

“นี่เบิกตาตี่ๆของนายดูซะก่อนว่านี่มันอะไร ใช่รูปโป๊ที่ไหนกัน” บาโรย่นปากพลางส่งรูปในมือให้ดู ซานดึลรับมาแล้วปรายตามองคนตรงหน้าที่ยักคิ้วกวนๆอย่างผู้ชนะ เสียงเล็กพูดออกมาอ่อยๆแต่ก็ยังดูถือตัวอยู่ดี

“จะไปรู้เหรอ ก็เห็นนายชอบดูบ่อยๆ -^-

“ฉันจะไปหาที่ไหนมาดูได้ล่ะ นายเล่นกวาดขุมทรัพย์ฉันเอาไปชั่งกิโลชายหมด” บาโรเอามือกอดอกอย่างเซ็งๆ ตั้งแต่เขาเป็นคนเสนอให้ซานดึลมาอยู่บ้านเดียวกับเขาเพื่อจะได้เดินทางไปมหาวิทยาลัยได้สะดวกพร้อมกันคนตัวเล็กก็เข้ามาจัดการกับระบบห้องนอนเขาหมด

ไม่เว้นแม้แต่สิ่งที่เพิ่งบอกไปเมื่อกี้ =_=

“กงชานมันเขียนถึงนายด้วยแหละ” คนผมดำบอกพร้อมพยักเพยิดไปที่เนื้อความในโปสการ์ด แววตาเล็กๆของหนุ่มน้อยผมน้ำตาลข้างๆดูสดใสขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินข่าวคราวจากเพื่อนที่อยู่ไกลถึงญี่ปุ่น

“เหรอ เขียนว่าอะไรอ่ะ”

“ก็เขียนประมาณว่ากำชับสั่งห้ามไม่ให้ฉันใช้ให้นายเขียนจดหมายแทนอีกเด็ดขาด เพราะนายลายมือไม่สวย :P

“ไอ้มั่ว กงชานน่ะเหรอจะพูดอย่างนั้น นายไปใส่สีตีไข่เอาเองซะมากกว่า” ซานดึลฉวยโปสการ์ดอันต่อๆไปมาอ่านพร้อมกระแทกก้นลงใส่ตักคนตัวโตอย่างแรงจนบาโรถึงกับทำหน้าเหยเก

“ที่บนเตียงก็มีเยอะแยะไม่ไปนั่งเล่า ตัวนายก็หนักจะตายชัก” ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่มือหนาก็โอบรั้งเอวเล็กเข้ามาใกล้ๆพลางอ่านเนื้อความในโปสการ์ดไปด้วยกันอีกครั้ง

“นี่ไงฉันว่าแล้วว่ากงชานต้องดูออกว่าไม่ใช่ลายมือนาย สมน้ำหน้า!” คนแก้มป่องหันมาแลบลิ้นใส่อย่างยียวนเมื่ออ่านถึงตอนที่ว่าแล้ว มือบางหยิบเอารูปที่เหลืออยู่หนึ่งแผ่นในมือของบาโรมาดูคร่าวๆเป็นแผ่นสุดท้าย

“กงชานกับรุ่นพี่จินยองไปถ่ายกับเด็กที่ไหนน่ะ น่ารักจัง” ซานดึลกล่าวอย่างชื่นชมเมื่อเพ่งมองไปยังรูป

“จะเด็กที่ไหนล่ะ ก็ลูกของมันกับรุ่นพี่จินยองไง”

“ที่บอกว่าจะไปรับมาเลี้ยงน่ะเหรอ”

“อืม” บาโรกดคางลงกับไหล่นุ่มนิ่มระหว่างที่ดูรูปนั้นไปด้วย “เห็นพี่จินยองบอกกับพี่ดงอูเปรยๆด้วยว่าจะไปรับเด็กผู้หญิงมาเลี้ยงอีกคน”

“สองคนนั้นเขาดูมีความสุขกันจังเลยเนอะ” ซานดึลเก็บรูปเข้าซองเหมือนเดิม มือใหญ่ที่โอบเอวไว้ค่อยๆเลื่อนรั้งคนตัวเล็กให้เข้ามาใกล้ ริมฝีปากอุ่นเป่าลมหายใจรดบนผิวแก้มก่อนจะฉวยโอกาสแนบลงไปกับเนื้อเนียนนุ่มขาวบนใบหน้าหนึ่งที

“นายไม่คิดอะไรบ้างเหรอหลังจากเห็นรูปแล้ว” บาโรพูดเสียงเจ้าเล่ห์ คนบนตักของเขาทำหน้าเหลอหลาเลิ่กลั่กทันที

“จะไปคิดอะไรล่ะ เราเองก็มีความสุขเหมือนกันนี่” แก้มของซานดึลเริ่มขึ้นสีชมพูใสเพิ่มดีกรีความน่าแกล้งให้ชาบาโรอีกแปดสิบเปอร์เซ็น

“ฉันรู้แต่สองคนนั้นเขานำหน้าเราไปไกลแล้วนะ” กระรอกส่งเสียงอ้อนมีเลศนัยน์

“นำหน้าอะไรกัน เดี๋ยวนายก็เรียนจบทำงานมีฐานะมั่นคงเหมือนรุ่นพี่จินยอง ธุรกิจค่ายเพลงของพี่ชินวูก็กำลังไปได้สวย ฉันเองก็จะเริ่มหางานทำเลยเหมือนกันไม่มีใครนำหน้าใครหรอก

“ไอ้เป็ดซื่อบื้อ~” บาโรเขกหัวคนตรงหน้าหนึ่งที “ใครเขาหมายถึงนำหน้าในเรื่องนั้น”

“อ้าวละ..แล้วนายหมายถึงเรื่องไหนล่ะ -///-” คนตัวเล็กเริ่มใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเมื่อสบสายตาหวานเชื่อมไม่น่าไว้วางใจของบาโรที่หยอดส่งมาให้ เห็นปกติมีแต่ทำหน้ากวนพูดจาด๊อกๆใส่ตลอด ไอ้ยิ้มหวานอย่างนี้แหละดูมีเลศนัยน์สุดๆ

“เขาจะมีลูกคนที่สองกันแล้วนะเป็ด ของเรายังไม่คลอดออกมาซักคนเลย” บาโรเขย่าตัวซานดึลพลางทำเสียงง้องแง้งให้ดูน่ารักเข้าไว้

“บาซานโรดึลไง เห็นพักนี้มันร้องหานายให้ไปให้อาหารมันแทบทุกวันเลยนะ”

“อันนั้นมันเป็นนก เท่ากับว่าเป็นลูกนายคนเดียวไม่เกี่ยวกับฉันซะหน่อย -3- ฉันอยากได้แบบที่เป็นคนจริงๆอ่ะ”

“นายอยู่บ้านที่มีคนเยอะแยะแบบนี้จะไปเอาตามอย่างเขาได้ยังไงกันเล่าไว้ลงหลักปักฐานให้มั่นคงก่อนแล้วค่อยมาพูดกันเรื่องนี้” ซานดึลรีบหาทางดีดตัวหนีจากมือแกร่งที่ล็อคเอวไว้เพื่อจะเดินหนี แต่ก็ดันโดนร่างยักษ์ของชาบาโรตะครุบกอดจากด้านหลังไว้เสียก่อน

“แสดงว่าถ้าบ้านไม่มีคนเยอะก็ทำได้อย่างงั้นสิ ^^

“ฮะ..เฮ้ย ฉันไม่เคยพูดอย่างนั้น! >///<” ซานดึลเริ่มอยู่ไม่เป็นสุขขณะที่ใบหน้าเข้มได้ไล้ลงมาหอมใบหน้าหวานข้างๆเรื่อยๆ

“วันนี้พี่ชินวูมีประชุมที่บริษัท พ่อกับแม่ฉันก็บินไปโปรโมทนักร้องในบริษัทที่อเมริกา

“นะ..นายจะมาบอกฉันทำม้ายยยย =///=*

“เอาสั้นๆเลยนะ” บาโรจับแบกร่างเล็กลงนอนกับเตียงพลางโน้มตัวลงไปกระซิบยิ้มๆใกล้หน้าใสที่แดงก่ำ “วันนี้ไม่มีใครอยู่บ้านไงล่ะ ^^

“คนชงคนใช้เยอะแยะ จะพูดว่าไม่มีใครอยู่ได้ยังไง!

“ทำตามคำพูดนายเมื่อกี้อย่าให้น้อยหน้าคู่อื่นเขานะ” ริมฝีปากหนาโน้มมาแตะสัมผัสช้าๆก่อนที่เสียงประตูเปิดจะดังขึ้นพร้อมกับร่างสันทัดดูมีภูมิฐานที่ปรากฎให้เห็นอยู่หน้าห้อง

“เย้ย! O[]o ฉันไปประชุมไม่กี่ชั่วโมงพวกนายถึงกับ” ชินวูที่อยู่ในชุดสูทหรูทำปากพะงาบๆกับภาพตรงหน้า

“อะไรของพี่เนี่ย แฟนเขาจะสวีทกัน” บาโรเอ่ยอย่างเซ็งๆ ขัดจังหวะได้ตรงเวลาอย่างนี้ทั้งปีตั้งแต่สมัยเรียนไฮสกูลแล้วสิน่า…-_-*

“รุ่นพี่ฮะเอาผมออกไปที T///T” ซานดึลร้องเสียงแง้วๆอยู่ในอ้อมกอดของบาโร

“ทำอะไรก็ทำไป ฉันไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ไปล่ะไม่อยากเป็นตากุ้งยิงเว้ยยย!” ว่าแล้วอดีตรุ่นพี่ประธานนักเรียนก็รีบชิ่งเดินหนีออกจากห้องไป

“เดี๋ยวดิพี่” บาโรเอ่ยรั้งไว้พลางหันกลับไปมองที่ประตู

“อะไรของนายอีกวะ” ชินวูหลับตาปี๋ไม่อยากเห็นภาพล่อแหลมตรงหน้า

“ฝากล็อคประตูห้องให้ด้วยนะครับ ^^

“เออ!

แกร๊ก~ ปัง

พอเสียงปิดกระแทกประตูห้องเบาลงไปคนผมดำก็หันมายิ้มหวานปนเจ้าเล่ห์ให้ลูกเป็ดน้อยในกำมืออีกครั้ง

“ไม่มีใครอยู่ขัดจังหวะแล้วนะ ^^ เสร็จฉันล่ะเป็ดน้อย~

ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย อย่าน้าาาาาาา ><

………………………………………….

“เหมือนได้ยินเสียงซานดึลเลยแฮะ” กงชานพึมพำอยู่คนเดียวพลางวางปากกาที่ใช้เขียนโปสการ์ดลงกับโต๊ะจิบน้ำชาหน้าระเบียงบ้าน คิ้วสวยมุ่นเข้าหากันพร้อมเงี่ยหูตะแคงฟังเสียงใหม่อีกครั้งแต่กลับได้รับสัมผัสอุ่นละมุนกดลงหอมกับหน้าไม่ทันตั้งตัว

“ตะแคงหูทำหน้ายุ่งอะไรอยู่คนเดียวฮึไอ้ลูกหมา ^^” คนที่เพิ่งฉวยโอกาสกับแก้มเขาเสร็จไปหันมาทำตาหยีพลางใช้ลำแขนแกร่งโอบรอบลำตัวบางไว้เบาๆจากด้านหลัง

“ฮยองงงง” เสียงหวานร้องขึ้นด้วยความดีใจเหมือนเดิมทุกครั้งเวลาที่คนรักกลับมาบ้าน ร่างบางกระโดดขึ้นโถมตัวกอดฝังหน้าใสลงไปกับลาดไหล่ก่อนจะกอดเขาให้แน่นขึ้นอีก

“โตจนเรียนมหาลัยปีสุดท้ายจะจบอยู่แล้วยังไม่เลิกอ้อนเป็นเด็กๆอีก” จินยองพูดแซวเล่นเมื่อเห็นกงชานทำตัวน่ารักอย่างนี้ทุกทีเวลาที่เห็นเขากลับถึงบ้าน

“วันนี้ที่ทำงานเหนื่อยมั้ย”

“เหนื่อย” ริมฝีปากหยักสีส้มหอมลงบนที่หน้าผากมน “แต่เติมพลังชาร์จแบตเมื่อกี้หายเหนื่อยแล้ว ^^” มืออุ่นลูบผมสีดำขลับแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดียวกัน

“จินยองฮยองของผมเก่งที่สุดในโลกอยู่แล้วเนอะ” กงชานชูนิ้วโป้งให้กำลังใจก่อนจะป้อนเอแคลร์ไส้ครีมในจานแก้วที่วางบนโต๊ะให้คนข้างๆอย่างเอาใจเต็มที่

“ทำเองเหรอ” จินยองเคี้ยวพลางมองหน้าคนตาแป๋วที่พยักหน้ายิ้มร่าอย่างกระตือรือร้น

“ฮะ ป้ามิซึกิข้างบ้านสอนให้ทำเมื่อตอนกลางวันนี้เอง ดีกว่าไปเสิร์ชหาสูตรในเน็ตตั้งเยอะแน่ะ” เสียงหวานพูดแจ้วๆ

“ฝีมือพัฒนาใหญ่แล้วนะเนี่ย อย่างนี้ฉันคงไม่ต้องทำกับข้าวให้นายกินแล้วมั้ง”

“ไม่ได้นะฮยอง ผมกินกับข้าวฮยองมาตั้งหลายปีจนติดรสมือฮยองไปแล้วนะ จะมาทิ้งกันไว้กลางทางอย่างนี้ได้ไงล่ะ” คนผมดำทำหน้ามุ่ยเล็กน้อย มือบางกอดคอคนรุ่นพี่ไว้แล้วซบหน้าลงไปอ้อนราวกับไม่อยากให้ทำอย่างที่พูดจริงๆ

“ฉันพูดเล่น ไม่ทิ้งหรอกจะทำให้กินไปตลอดชีวิตนี่แหละ” จินยองพูดประโยคหลังเบาๆพลางอมยิ้มคนเดียวเหมือนเดิมตามนิสัย ทำให้ร่างบางที่นั่งแนบชิดกันข้างๆยิ้มอย่างดีใจก่อนจะป้อนเอแคลร์ลูกใหญ่ให้รุ่นพี่อีกคำ

“พูดจาน่ารักอย่างนี้ต้องกินลูกใหญ่ๆเป็นรางวัล อร่อยมั้ยฮยอง” กงชานปัดมือทั้งสองข้างของตัวเองที่เลอะครีมลงพื้นก่อนที่จะโดนรุ่นพี่ตาเรียวช้อนดันแผ่นหลังบางเข้ามาใกล้แล้วเม้มกลีบปากบางนุ่มแทนคำตอบอีกรอบ

“อันนี้อร่อยกว่า” จินยองพูดยิ้มๆแล้วดึงริมฝีปากสีชมพูนุ่มนิ่มหวานละมุนอีกครั้งซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากคนรุ่นน้องเป็นอย่างดี

“พูดอย่างนี้ทีหลังไม่ทำให้กินแล้วนะ” เสียงหวานบ่นเขินๆพลางตีลงที่ไหล่เขา

“พูดความจริงก็ผิดอีก เด็กอะไรเนี่ย” แน่นอนว่าเดี๋ยวนี้จินยองพัฒนาสกิลในการหยอดของตัวเองขึ้นมาก จนกระทั่งถึงขั้นทำให้กงชานสามารถอายได้ง่ายๆทุกครั้งเวลาที่ตกอยู่ในอ้อมกอดอุ่นคุ้นเคยที่ใช้โอบกอดเจ้าตัวเวลาหลับทุกคืน คนผมดำร้องเสียงงุ้งงิ้งในลำคอก่อนจะช้อนดวงตากลมโตขึ้นทำหน้ามู่ทู่กลบเกลื่อนความเขิน

“ได้ชิมทุกวันแล้วไม่เบื่อไม่หวานเลี่ยนบ้างหรือไง”

“ไม่ฉันชอบกินของหวาน เออนี่แอบแต่งเพลงใหม่มาให้นายตอนอยู่ในสถานทูตด้วย” จินยองดึงเศษกระดาษยับๆออกมาจากชุดสูทฟอร์มเพื่อคลี่ให้หมาน้อยดู ศีรษะทุยผงกขึ้นมาเล็กน้อยพลางใช้ดวงตากลมโตใสแจ๋วมองสิ่งที่อยู่ในมือรุ่นพี่

“บอสไม่ว่าเอาเหรอฮะเอาเวลางานมาแต่งเพลงเนี่ย” ตาหวานหันมาทำหน้าดุเตือนเขา

“บอสจะมาห้ามไม่ให้ฉันคิดถึงนายได้ไงล่ะ (.///.)”

“แหวะ เสี่ยว” แต่ก่อนจินยองต้องเป็นคนพูดคำนี้ใส่เขา แต่พอเวลาผ่านไปหลายปีอะไรหลายอย่างก็เริ่มกลับตาลปัตรกันมากขึ้น ถึงกระนั้นยังไงกงชานก็ยังแอบเห็นว่าจองจินยองหน้าแดง

บางทีฮยองอาจจะคิดถึงเขาจริงโดยไม่ได้ตั้งใจหยอดมุกก็ได้ล่ะมั้ง…^^

“สงสัยผมคงหลีกเลี่ยงคำพูดนั้นที่ฮยองเคยบอกให้ฟังไม่ได้แล้วล่ะ” กงชานพูดขณะที่คลี่กระดาษดูเนื้อเพลงไปเรื่อยๆ เนื้อเพลงถือว่าหวานสมกับที่จินยองฮยองเป็นคนแต่ง คนรุ่นพี่จ้องมองหน้าใสก่อนจะเอ่ยถามออกมา

“คำพูดอะไร?

“ผมจำไม่ไหวแล้วนะฮะฮยอง นี่ฮยองแต่งให้ผมมากี่เพลงแล้วฮะเนี่ย ^^” กงชานวางแผ่นกระดาษลงบนตักพลางยิ้มให้คนผมน้ำตาลแดงที่กำลังเงยหน้าขึ้นมายิ้มน้อยๆด้วยความตื้นตันที่ไอ้หมาน้อยจำคำพูดของเขาที่เล่าให้ฟังได้ทุกประโยค

“ฉันอยากได้ยินคำนี้จากนายมากที่สุดเลยรู้มั้ย เพราะถ้านายพูดคำนี้ออกมาเมื่อไหร่ แสดงว่าเราอยู่ด้วยกันนานเกินกว่าที่ฉันจินตนาการวาดฝันเอาไว้” จินยองยกชาแก้วเดียวกันกับที่กงชานดื่มขึ้นมาจิบ

“เราก็ได้อยู่ด้วยกันตรงนี้แล้วนี่ไงฮะ ฮยองยังไม่ได้คิดชื่อเพลงเลยนี่ ให้ผมคิดให้มั้ย?” กงชานถามเมื่อพอกวาดตาขึ้นไปดูหัวกระดาษที่ว่างเปล่าแล้ว จินยองวางแก้วชาเซรามิกลงแล้วดึงร่างบางให้ขึ้นมานั่งซ้อนบนตัก

“ฉันคิดไว้แล้วเมื่อกี้” ดวงตาเรียวเล็กจ้องมองลึกลงไปในแววตาคู่โตสีดำที่มีเงาเขาสะท้อนออกมา จมูกโด่งดุนถูไถกับจมูกสวยเล็กๆบนใบหน้าใสเป็นการแสดงออกว่าจินยองฮยองของเขากำลังต้องการอ้อนขออะไรจากเขาซักอย่าง

“ชื่อเพลงอะไรฮะ” แม้จะพอรู้แนวอยู่บ้างแต่กงชานก็เลือกที่จะถามไปตามเกม

Be my girl” ริมฝีปากสีส้มอ่อนธรรมชาติเหยียดยิ้มพร้อมแตะเบาๆลงที่กลีบปากข้างบนอีกเฉียดๆเพราะหน้าผากและจมูกยังคงคลอเคลียกันอยู่ไม่ห่าง

“นี่ชื่อเพลงหรือว่าคำขอของฮยอง” แววตารุ่นน้องจ้องมองตอบอย่างรู้ทันไม่แพ้กัน

“นายคิดว่าไงล่ะ” แม้มักจะเป็นคำพูดเดิมคล้ายกับเมื่อหลายปีที่แล้วแต่กงชานก็ไม่เคยเบื่อที่จะฟังเลยซักครั้ง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเวลาที่จินยองฮยองพูดคำนี้มันดูมีเสน่ห์น่าดึงดูดแปลกๆ

“ผมก็เป็นของฮยองมาตั้งแต่แรกอยู่แล้วนี่ฮะ เป็นตั้งแต่วันที่ฮยองเดินมาเช็ดน้ำตาให้ผม จูงมือไปร้านหนังสือวิเศษด้วยกัน ชวนผมไปซื้อของเข้าบ้าน แต่งเพลงให้ จูบผม อยู่ด้วยกันมาเรื่อยๆ จากกัน กลับมาเจอกันอีกครั้งในคืนไวท์เดย์วันนั้น แล้วผมก็เป็นของฮยองตลอดมาจนถึงทุกวันนี้” กงชานร่ายยาวยั่วคนตรงหน้าทั้งที่รู้ว่าคนรุ่นพี่กำลังต้องการอะไร ก็แหมเล่นตัวนิดๆหน่อยๆก็เป็นสีสันของชีวิตคู่นี่เนอะ

“แล้ววันนี้ล่ะ?

“ฮยองเพิ่งกลับจากที่ทำงานมาเหนื่อยๆ กินน้ำกินท่าให้ชื่นใจดีกว่ามั้ยฮะ”

“ไม่เอาชานชิค” คนผมน้ำตาลแดงเริ่มยิ้มเจ้าเล่ห์นิดๆพลางรั้งเอวบางคนขี้ยั่วเข้ามาใกล้ก่อนจะกระซิบบอกบางอย่าง “ฉันอยากกินอะไรหวานๆ”

“เอแคลร์นี่ไง ฮยองยังกินไม่หมดเลย ^^

“นี่จะยั่วฉันไปถึงไหนฮึไอ้ลูกหมา” จินยองขมวดคิ้วมองคนน่ารักที่หัวเราะคิกคักทำเป็นอินโนเซนส์ไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่บนตักเขา ดวงตากลมโตมีเสน่ห์จ้องหยั่งลึกลงไปในแววตาเขาก่อนจะพูดถามเสียงหวานออกมา

“ถ้างั้นฮยองอยากกินอะไรล่ะ” คิ้วสวยกระดกขึ้นก่อนจะคล้องวงแขนบางกับต้นคอเขา ริมฝีปากสีชมพูฉ่ำคาบเอแคลร์ไว้ยื่นเข้ามาใกล้เป็นการเปิดทางให้คนรุ่นพี่ตอบคำถามโดยแสดงออกทางการกระทำมากกว่า ไม่รอช้าริมฝีปากหยักของคนตรงหน้าก็ค่อยๆโน้มเอียงเข้ามารับขนมหวานแล้วแตะบดขยี้เนื้อครีมที่เปรอะบนปากนุ่มละมุนหวานอย่างช้าๆก่อนจะค่อยๆเพิ่มดีกรีความหนักหน่วงถลำลึกเข้าไปในเรียวปากบางมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดคนรุ่นน้องก็ต้องเปลี่ยนท่านั่งมาเป็นคร่อมบนตักแกร่งแทนเพื่ออำนวยความสะดวกให้คนผมน้ำตาลแดงช้อนยกเอวบางให้ลอยขึ้นได้ง่าย

“อยากกินอะไรที่มันหวานอร่อยกว่าเอแคลร์ พอเข้าใจรือยัง” จินยองเผยอช่องปากระหว่างที่พูดเพื่อให้กงชานสามารถหายใจได้ทันก่อนจะประทับสัมผัสลงอีก ขาเรียวสวยกระหวัดยึดเกาะไว้กับเอวคนอายุมากกว่าพลางใช้มือเกาะลาดไหล่คนรุ่นพี่ไว้เพื่อความมั่นคงระหว่างที่จินยองยกร่างตัวเองให้สูงขึ้นอย่างง่ายดายพลางทำท่าจะพาเดินไปทางห้องนอน

“ปะป๊า อุ้มฮยอนอูแบบนั้นมั่งสิ” หากแต่มือเล็กของเด็กผู้ชายแก้มป่องที่สะกิดดึงชายเสื้อสูททำให้ร่างบางในอ้อมกอดเขาละริมฝีปากออกจากกันพลางสะดุ้งด้วยความตกใจเล็กน้อย ขาเรียวสวยที่เกาะก่ายเอวเขาอยู่ทำท่าจะคลายออกแต่จินยองก็ยังรั้งเอาไว้กับตัวอยู่อย่างนั้น

“พี่จินยอง ลูกอยู่ O///O” มือบางผลักแผ่นไหล่เขาออกแต่จินยองกลับไม่ได้ทำหน้าทำตาเดือดร้อนอะไรเลยซักนิด

“กลับมาแล้วเหรอครับตัวแสบ ทำการบ้านเสร็จหรือยัง” คนที่ถูกเรียกว่าปะป๊ายิ้มให้เด็กน้อยที่ว่าพลางอุ้มขึ้นมาให้ขี่คอแบบชิลๆแล้วใช้มือทั้งสองข้างประคองเอวบางของกงชานไว้ต่อ

“ยังเลยฮะ เหลือวิชาศิลปะ เซ็นเซให้วาดรูปครอบครัวของเรา ปะป๊าวาดคนให้ฮยอนอูหน่อยสิฮะ ฮยอนอูวาดคนไม่สวย” เด็กน้อยยื่นกระดาษกับสีเทียนมาให้เสร็จสรรพพร้อมทำหน้าอ้อนเจ้าของคอที่ขี่อยู่ ทำให้กงชานชิคหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อนึกถึงผลงานศิลปะของจินยองที่เคยวาดให้เขาตอนสมัยอยู่ไฮสกูล

“ขอร้องผิดคนแล้วฮยอนอู ให้หม่าม้ากงชานวาดให้ดีกว่า ปะป๊าวาดรูปไม่สวยหรอก” แม้แต่เจ้าตัวเขาก็ยังรู้เลยว่าฝีมือตัวเองเป็นยังไงถึงได้โบ้ยมาทางเขาซะได้

“หม่าม้าเจ็บปากมั้ยฮะ เมื่อกี้ปะป๊ากัดปากหม่าม้าทำไมหรอ (‘  ‘?)” คำถามใสซื่อของเด็กๆทำให้กงชานถึงนิ่งอึ้งหน้าแดงแปร๊ดพูดอะไรไม่ถูก ในขณะที่จินยองหัวเราะชอบใจอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวแม้แต่น้อย

“เพราะปะป๊ารักหม่าม้าของฮยอนอูมากไง เหมือนที่ป๊ะป๊ารักฮยอนอูมากก็เลยหอมแก้มฮยอนอูแล้วก็ให้ฮยอนอูขี่คอทุกวันไงครับ” จินยองพูดอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด นับว่าโชคดีมากแล้วที่ฮยอนอูเป็นเด็กที่เข้าใจอะไรได้ง่ายและไม่เคยถามเขาว่าทำไมถึงต้องเรียกผู้ชายอีกคนหนึ่งว่าหม่าม้า แต่ถ้าโตขึ้นไปเด็กน้อยก็จะรับรู้และเข้าใจในความรักของพวกเขาทั้งคู่เอง

“อ๋อออ แบบที่ปะป๊าอุ้มหม่าม้าตอนนี้ก็เป็นเพราะปะป๊ารักหม่าม้าเหมือนที่รักฮยอนอูใช่มั้ยฮะ ^^

“อืมฮึ” จินยองหันมายิ้มให้คนผมดำที่เอาแต่ก้มหน้างุดเพราะความเขินกับคำพูดแต่ละประโยคของเขา

“แต่ปะป๊าอย่ากัดหม่าม้าแรงนะฮะ ฮยอนอูกลัวหม่าม้าเจ็บ วันนี้ฮยอนอูก็เห็นหม่าม้าไปยืนรอปะป๊าที่หน้าบ้านตั้งหลายรอบแน่ะ สงสัยหม่าม้าคงอยากแบ่งเอแคลร์ไว้ให้ปะป๊ากิน ใช่มั้ยฮะหม่าม้า?” เด็กชายฮยอนอูหันไปถามหม่าม้าที่นั่งหน้าแดงบนแขนปะป๊ายิ่งกว่าเดิมเพราะโดนแฉซะหมดเปลือก

“หรอครับ แล้วหม่าม้าทำอะไรให้ปะป๊าอีกมั้ยตอนที่ปะป๊าไม่อยู่” จินยองกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ถามเด็กน้อยต่อไป

“หม่าม้าก็กวาดบ้าน ทำกับข้าว แต่งห้องนอน อาบน้ำรอปะป๊าตั้งแต่บ่ายสองโมงเลย ฮยอนอูชอบเห็นหม่าม้ามองดูนาฬิกาข้อมือเก่าๆของปะป๊าที่ตายแล้วก็ยิ้มอยู่คนเดียว”

“อะไรอีกลูก บอกปะป๊ามาให้หมดเลยว่าวันหนึ่งหม่าม้าของฮยอนอูทำอะไรมั่ง” จินยองชักสนุกเลยถามต่อทำให้มือบางแอบลอบหยิกที่เอวเขาเบาๆเพราะพยายามจะห้ามแต่ก็ไม่สำเร็จ

“หม่าม้าชอบเล่านิทานเรื่องราชินีหิมะให้ฮยอนอูฟัง ชอบชมด้วยว่าปะป๊าเล่าเรื่องนี้สนุกที่สุดในโลกแต่ยังเล่าให้หม่าม้าฟังไม่จบซะที”

“ฮ่ะฮ่า งั้นหรอครับ ^^

“ฮยะ..ฮยอนอู การบ้านยังไม่เสร็จไม่ใช่เหรอ รีบไปทำเข้าสิลูกเดี๋ยวคืนนี้นอนดึกไม่ได้ฟังนิทานที่หม่าม้าเล่านะ” กงชานรีบพูดขึ้นมากลางวงสนทนาพลางทำหน้าแดงทำให้จินยองยิ่งหัวเราะขำเข้าไปใหญ่

“งั้นฮยอนอูไปบ้านไคโตะก่อนนะฮะ จะได้ให้ไคโตะคุงช่วยสอนระบายสีสวยๆให้ด้วย ปะป๊ากับหม่าม้าจะได้ไม่ต้องมานั่งทำให้ฮยอนอู เดี๋ยวฮยอนอูเป็นคนไม่เก่ง...ปะป๊ากับหม่าม้าจะไม่ภูมิใจ”

ฮยอนอูหันไปบอกผู้ปกครองทั้งสองแล้วค่อยๆไต่ลงจากคอจินยองอย่างระมัดระวัง ไคโตะที่พูดถึงเป็นหลานชายของป้ามิซึกิข้างๆบ้านที่เรียนอยู่ห้องเดียวกันทำให้กลายเป็นเพื่อนสนิทตัวติดหนึบกับฮยอนอูไปโดยปริยาย ก็เลยไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เด็กๆจะสามารถวิ่งเข้านอกออกในทั้งสองรั้วบ้านกันได้อย่างตามสบายไม่มีการเคอะเขินแม้แต่น้อย

“อย่ากลับเกินหกโมงนะลูก ถ้าระบายสวยได้คะแนนจากเซ็นเซเต็มสิบเดี๋ยวปิดเทอมปะป๊าหม่าม้าจะพาไปเยี่ยมอาบาโร อาซานดึลแล้วก็ลุงชินวูที่เกาหลีดีมั้ย”

“เย้~ปะป๊าสัญญาแล้วนะฮะ” เด็กน้อยวิ่งเข้ามากอดผู้ปกครองทั้งสองด้วยความดีใจก่อนจะวิ่งอย่างร่าเริงไปอวดเพื่อนบ้านข้างๆ จินยองมองตามภาพนั้นด้วยความสุขใจก่อนจะหันมามองเด็กน้อยอีกคนที่โดนอุ้มอยู่บนกับดักอ้อมแขนเขามาได้ซักพักใหญ่แล้ว

“ไงเรา” สรรพนามที่ถูกเรียกแทนชื่อบ่อยที่สุดเป็นอันดับสองถูกทักออกมาพลางกระชับเอวบางให้เข้ามาจ้องหน้าใกล้ๆ

“ไงอะไรล่ะฮยอง -///-

“คิดถึงฉันเหมือนกันล่ะสิถึงได้รีบอาบน้ำออกไปด้อมๆมองๆรออยู่หน้าบ้านตั้งแต่สองโมง” จินยองจ้องอย่างเอาเรื่องทำให้ดวงตากลมโตต้องกระพริบปริบๆแล้วหลุบต่ำลง

“ฮยอนอูยังเด็กก็พูดอะไรไปเรื่อยแหละ ฮยองจะไปเชื่ออะไรลูกโม้ล่ะฮะ (.///.)”

“พิน็อคคิโอน้อยของฉันหน้าแดงหมดแล้ว คิดถึงนี่มันพูดยากตรงไหนกงชาน วันนี้ฉันคิดถึงก็เลยแต่งเพลงให้นายฉันยังเล่าให้นายฟังได้เลย” จินยองจับแก้มป่องแดงดึงออกเบาๆระหว่างสาวเท้าเดินไปตามทางในบ้าน

“ก็ฮยองแอบอู้งานไง -///- โดนบอสจับได้เมื่อไหร่ฮยองนั่นแหละจะโดนดุเอา”

“นี่ไง นายเป็นห่วงฉันอีกแล้ว ^^

“ปละ..เปล่านะ ฮยองขี้หลงตัวเอง ><” ทำไมเดี๋ยวนี้เขาติดนิสัยขี้อายมาจากจินยองสมัยก่อนได้นะ โลกนี้มันชักเพี้ยนไปใหญ่แล้ว

“แต่อย่างน้อยฉันก็เชื่อนะว่ามีอยู่เรื่องหนึ่งที่ลูกพูดความจริง” จินยองอุ้มกงชานมาถึงห้องนอนแล้วหย่อนร่างเพรียวบางลงบนเตียงฟูกนุ่มๆระหว่างที่โน้มหน้าเข้ามาคุยกัน

“เชื่อเรื่องอะไร”

“ก็เรื่องที่นายบอกว่าฉันเล่านิทานเก่งที่สุดในโลกไง ถ้านายไม่ชมฉันจริงๆฮยอนอูจะเอาเรื่องที่ไหนมาเล่าเป็นตุเป็นตะได้ขนาดนั้นล่ะ” ขายาวค่อยๆก้าวขึ้นมาแนบลำตัวนุ่มนิ่มที่ตัวเองเอามือเท้าแขนคร่อมอยู่บนฟูก แต่กงชานก็ไม่ยอมแพ้เรื่องเถียงง่ายๆ

“ฮยองอาจจะเคยเผลอเล่าให้ลูกฟังตอนที่ง่วงก็ได้”

“เป็นไปไม่ได้ใหญ่ เดี๋ยวนี้มีแต่ใครบางคนนั่นแหละที่หลับคอพับคออ่อนที่ห้องนั่งเล่นไปก่อน จนฉันต้องเป็นคนอุ้มขึ้นมานอนบนเตียงทุกคืนเลย” มือขาวของรุ่นพี่เริ่มอยู่ไม่สุขเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าพลางลูบคลำส่วนต่างๆบนร่างกายเขาไปเรื่อย

“แล้วนี่ฮยองอุ้มผมขึ้นมานอนบนเตียงทำไมล่ะฮะ ผมยังไม่ง่วงซะหน่อย” เสียงหวานว่าอุบอิบแต่จินยองก็ดันมองว่ามันน่ารักดี

“จะเล่านิทานให้ฟังไง นายอยากฟังมั้ยล่ะ”

“ฮยองก็ลองเล่ามาก่อนสิ ผมจะได้ตัดสินว่าอยากฟังหรือไม่อยากฟัง”

“กาลครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้เองมีหมาน้อยน่ารักตัวหนึ่งกำลังจะถูกหมาจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ขย้ำกิน” จินยองกดจูบลงที่หน้าผากเกลี้ยงใสของคนข้างล่างที่เอามือตีแขนเขาดังแปะ

“ติดเรท ไม่เหมาะแก่เด็กอายุศูนย์ถึงยี่สิบห้าปี”

“แล้วอยากจะฟังต่อมั้ยล่ะ”

“ฟังสิ” กงชานดึงจินยองให้โน้มลงมาอย่างรู้กัน คนผมอมน้ำตาลแดงยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะพูดต่อ

“งั้นเล่นบทบาทสมมติให้นิทานเป็นจริงเลยดีกว่า เล่าเฉยๆเดี๋ยวนายไม่รู้ว่าหมาน้อยตัวนั้นมันโดนหมาจิ้งจอกทำอะไรบ้าง”

“ตามใจฮยองเถอะฮะ ผมเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าฮยองจะเล่นบทบาทสมมติได้เก่งแค่ไหน

พูดจบประโยคกงชานก็ดึงคนข้างบนลงมาประทับกลีบปากนุ่มนิ่มเบาๆ จินยองจึงตอบสนองมอบจูบอ่อนหวานให้แก่คนบนเตียงที่ช่างยั่วรู้ใจเขาไปได้เสียทุกเรื่อง กลิ่นความรัก ความทรงจำอันแสนอบอุ่นหอมละมุนไปทั่วบ้านหลังน้อยๆทั้งสองหลังที่อยู่ห่างไกลกันคนละประเทศ แต่มีหัวใจ มิตรภาพและความผูกพันที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างประหลาด ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่กว่าที่ทั้งหมดจะได้กลับมาเจอและรวมตัวกันทำเรื่องสนุกในวัยช่วงเวลาวัยรุ่นด้วยกันอีกครั้ง แต่หากว่าพวกเขายังคิดถึงกันและกันอยู่เสมอก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะลืมกันไปหรอกใช่มั้ย?

“กงชานทีหลังนายไม่ต้องมาอาบน้ำรอฉันกลับบ้านแล้วนะ” จินยองถอนสัมผัสจากริมฝีปากฉ่ำหวานเพียงครู่พลางพูดยิ้มๆ

“ทำไมล่ะ แต่ก่อนฮยองเคร่งครัดกับผมเรื่องอาบน้ำจะตายนี่นา ไม่อาบเดี๋ยวฮยองก็หาว่าซกมกเป็นลูกหมาตัวดำมอมแมมอีก”

“คราวนี้ไม่ต้องแล้ว ไว้รออาบด้วยกันทีเดียวเลยไม่เปลืองน้ำดี”

“บ้าที่สุดเลยฮยองเนี่ย!” มือบางฟาดผัวะลงที่ต้นไหล่ก่อนจะหัวเราะทำหน้าแดงพอจินยองเริ่มเสยเส้นผมนุ่มสวยออกจากหน้าผากเขาแล้วแนบใบหน้าของตัวเองลงมาชิดกัน

“ฉันพูดจริงทำจริงนะ”

“ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ฮะ -///-

“ภรรยาใครทำไมน่ารักได้ขนาดนี้นะ ตามใจกันขนาดนี้ขอให้รางวัลหน่อย” ไม่ต้องรอคนข้างล่างตกลงจินยองก็กดเม้มริมฝีปากนุ่มละมุนอีกครั้งและอีกครั้ง นานจนกระทั่งเสื้อผ้าที่ถอดออกข้างๆเตียงเริ่มมีจำนวนชิ้นมากขึ้นเรื่อยๆ

“ฮยองฮะ ผมรู้สึกว่ามีคนแอบดูเราอยู่นะ” เสียงหวานกระเง้ากระงอดขึ้นพลางปรายสายตามองไปรอบห้องนอนที่ปิดกั้นม่านสีทึบไว้อย่างมิดชิดไม่ให้ใครเห็นได้ง่ายๆ

“ใครที่ไหน ฉันก็เห็นมีแต่เรานี่แหละที่อยู่ในห้องกันสองคน” จินยองสวมกอดร่างบางให้เข้ามาชิดกับแผ่นอกพลางชี้ให้ดูรอบๆห้องเพื่อให้คนรักสบายใจ

“ไม่รู้สิ แต่ผมรู้สึกว่ามีคนแถวนี้กำลังจับตามองเราเยอะแยะไปหมดเลย เหมือนเขากำลังจะรอดูฉาก NC ของเรายังไงอย่างนั้นแหละ” ดวงตากลมโตกระพริบอ้อนพร้อมทำหน้ามุ่ย

“ไม่มีถ้านายไม่สบายใจเดี๋ยวฉันปิดไฟให้ก็ได้” จินยองหอมแก้มใสเป็นการปลอบใจ

“แล้วฮยองจะมองเห็นเหรอ”

“ทะลึ่งใหญ่แล้วนะเรา ทำมาไม่รู้ตั้งกี่ทีแล้วครั้งนี้ทำไม่ถูกก็ให้มันรู้ไปสิ”

“ฮยอง! >< พูดอย่างนี้ได้ไงเดี๋ยวคนอ่านเขาก็รู้หมดหรอกฮะ” กงชานตีเตือนสติคนรักเบาๆ

“ใครคือคนอ่าน?

“ช่างเหอะ ฮยองไม่ปิดงั้นผมปิดเองแล้วนะ” มือบางเอื้อมไปกดปิดสวิตซ์ไฟจนทั้งห้องดับมืดเหลือเพียงแสงดาวเรืองแสงบางส่วนที่ติดอยู่บนผนังห้อง เห็นแต่ร่างสูงโปร่งอีกร่างที่กำลังกอดนัวเนียกับลำตัวบางแนบชิดไม่ให้ไปไหนห่าง

“อยากฟังฉันเล่านิทานเร็วๆก็บอกมา เดี๋ยวนี้ใจร้อนนะเนี่ย” คนผมน้ำตาลแดงแซวแล้วกระซิบเสียงนุ่มระหว่างเขยิบหน้าจูบลงที่ต้นคอสวยจนคนใต้ร่างเกาะก่ายแผ่นหลังกว้างเขาพร้อมกับระบายยิ้มบางสวยจนแก้มขึ้นสีแดง

“มืดขนาดนี้คงไม่มีใครเห็นแล้วแหละ เล่าต่อได้แล้วฮะ”

“ครับ เด็กดีของฮยอง ^^” ปากหยักของจินยองย้ายลงมาพรมจูบที่กลีบปากหวานอย่างดื่มด่ำพลางแนบร่างกายลงไปโน้มทับอีกฝ่ายจนไม่สามารถแยกออกได้ว่าใครเป็นใครในความมืดท่ามกลางแสงดาวสลัวๆในห้อง ทั้งคู่หล่อหลอมเป็นหนึ่งเดียวเพื่อมอบความสุขให้แก่กันและกันตามนิทานที่คนรุ่นพี่ได้เล่าทิ้งเอาไว้ในตอนแรกทุกประการ...

อ๊ะๆ อย่าแอบมองพวกเราล่ะฮะ ความจริงนี่ก็น่าจะได้เวลาจบเรื่องของพวกเราแล้วล่ะมั้งพาร์ทนี้คงเป็นพาร์ทสุดท้ายแล้วล่ะที่พวกคุณจะได้มาเจอแล้วก็ตามติดชีวิตของพวกเราเหมือนที่แล้วๆมา งานเลี้ยงมันก็ต้องมีวันเลิกรานะฮะทุกคนไปล่ะฮะ ผมต้องไปเป็น Be my girl ของพี่จินยองต่อ -///-

โอ๊ะจริงสิ แต่ก่อนไปผมขอทิ้งท้ายอะไรหน่อย หลายๆคนอาจจะยังค้างคาใจกับตอนจบของนิทานที่พี่จินยองเคยอ่านให้ผมฟังตอนเด็กๆใช่มั้ยฮะ งั้นผมจะขอเล่าไปพร้อมกับบทปิดฉากของพวกเราไปเลยแล้วกัน ตั้งใจฟังดีๆนะ….

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในฤดูหนาวอันแสนสวยงาม...มีหมาจิ้งจอกกับหมาน้อยคู่หนึ่งที่ได้เคยเจอ พลัดพรากจากกันและได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง ทั้งคู่มีความรักและความผูกพันที่เติบโตงดงามบานสะพรั่งเหมือนกับดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ และเมื่อพวกเขาเจอกันอีกครั้งในเวลาที่เหมาะสมบนจักรวาลกาแล็กซี่ที่กว้างใหญ่ทั้งสองก็ได้อยู่เคียงคู่กันเหมือนดังเช่นพระจันทร์และดวงดาวที่ส่องสว่างอยู่ใกล้กันบนฟากฟ้า ไม่เคยมีราชินีหิมะองค์ใดมาแยกความรักความผูกพันของทั้งคู่ออกจากกันได้อีกเลยตลอดกาล….จบบริบูรณ์

------------------------END--------------------------


PS. จบไปแย้ววววว~ จบของจริงแล้วค่ะ \^0^/ ฮ่าาาาา //บิดขี้เกียจ 360 องศา พอแต่งฟิคบีวันจบไปสองเรื่องแล้วรู้สึกสบายใจขึ้นเยอะจริงๆ ที่จริงมันจะไม่มีตอนนี้ก็ได้แต่แค่อยากลงให้เห็นเบื้องหลังของชีวิตทุกคนในเรื่อง ไม่อยากโฟกัสไปที่คู่ใดคู่หนึ่งก็เลยต้องแต่งเพิ่มเป็นพาร์ทสั้นๆลงอีกตอนหนึ่งค่ะ ขอบคุณรี้ดที่อยู่ด้วยกันมาจนจบเรื่องนะคะ เราบอกแล้วว่ายังไงก็จะไม่มีวันดองฟิคเรื่องนี้ อาจจะเถลไถลไปแต่งฟิคเรื่องอื่นบ้าง ^^;; แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาตายรังที่เรื่องนี้ตลอด 555 ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นดีๆที่ให้กำลังใจกัน ทุกเฟบที่หลงเข้ามากดหรืออะไรก็แล้วแต่ 5555 TwT ทุกยอดวิวที่เข้ามาส่องเช็คและอ่านทุกตอนที่อัพ รักรี้ดทุกคนมากนะ ถึงจินชานจะไม่ใช่คู่ชิบหลักของบีวันแต่ก็ยังอ่านกันอยู่ เราซาบซึ้งมากน้ำตาจะไหล TT ไว้เจอกันในเรื่อง Fardayo นะคะ เราจะไปเคลียร์ให้เสร็จอีกเรื่อง กิกิ 

แล้วก็...เรามีพลอตฟิคใหม่อีกเรื่องนึง (.  .) //อีกแล้ว? แต่จะรอให้แต่ง Fardayo ให้จบไปก่อนอีกเรื่องแล้วค่อยเอาลงค่ะสัญญาด้วยเกียรติของบาน่า ไม่งั้นสลับกันเอาลงแบบนี้เราเริ่มรู้สึกแล้วว่ามันเหนื่อยมากกกก T_T คู่ชิบจินชานเหมือนเดิมนะ เราแต่งคู่อื่นไม่เป็นอ่ะและคาดว่าถึงลองแต่งก็ไม่น่าจะรอด 55 ระหว่างที่รอ B1A4 คัมแบคก็หวังว่ารี้ดจะอ่านฟิคเรื่องนี้กับ Playful Ghost ที่เขียนจบไปแล้วฆ่าเวลากันไปก่อนก็ได้ หรือจะลองอ่าน Fardayo เราก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะพรีเซนต์ฟิคเรื่องใหม่ของเรา จะค่อยๆแต่งให้จบไปค่ะแล้วจะขึ้นเรื่องใหม่ที่ร่างดีเทลอยู่ -.,- สปอยล์ให้ว่าเรื่องนี้พี่จินยองจะไม่ใช่คน...และไม่ใช่วิญาณหรือสิ่งเหนือธรรมชาติเหมือนเรื่องก่อนๆ หึๆ รอติดตามกันต่อไปเมื่อแต่ง Fardayo จบแล้วค่ะ (ที่พูดนี่อีกนานมาก) 5555 บ๊ายบายนะพี่ชายผมแดงข้างบ้านและลูกหมาน้อยจอมอ้อร้อ T^T/ ฮรึก~ //ปาดน้ำตาส่งท้ายฟิค

ฟิคเรื่องนี้เป็นฟิคเรื่องแรกของบีวันที่แต่ง และใช้เวลาแต่งมาถึง 1 ปีเต็มๆ ไม่อยากให้จบ...แต่สุดท้ายก็จบลงไปแล้วบริบูรณ์ TwT

#MyHyungNeighbor


T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

83 ความคิดเห็น

  1. #70 ppatthara (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:16
    อ่า... ขออนุญาตเม้นในตอนจบทีเดียวเลยนะคะ
    เป็นเรื่องที่อ่านแล้วอบอุ่นใจเพราะได้ย้อนนึกถึงความทรงจำวัยเด็กของกงชานนี่ ฆ่าคิตตี้ด้วยมือเปล่า (!!?) ชอบฉากร้านหนังสือวิเศษ เป็นบรรยากาศที่น่ารัก มองเห็นแสงแดดอุ่นๆ ส่องเข้ามาตามช่องหน้าต่างเลยค่ะ และเรื่องโก๊ะๆ ของจินยอง กงชาน ตอนกลับมาพบกันใหม่ในฐานะเพื่อนบ้าน งุ้ยยยย ฟีลลิ่งแอบรักพี่ชายข้างบ้าน ไรท์เล่าการเติบโตของตัวละครได้น่ารัก จากวัยเด็กในความทรงจำ เป็นวันรุ่น และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ อ่า... มีลูกแล้วด้วย มองเห็นครอบครัวเล็กๆ ในบ้านหลังน้อยๆ อ่านมาถึงตรงนี้เขินการสนทนาของจินยองกับกงชานมากๆ เลย >///< จะรอติดตามอ่านฟิคของไรท์เรื่อยๆ นะคะ ไรท์อาจจะแต่งเสร็จ 10 เรื่องแล้วเรายังทยอยอ่านอยู่เลย คุณภาพเนื้อหาคับแน่น ยาวมากด้วย เหมือนอ่านแล้วต้องค่อยๆ ใช้เวลากับฟิคเรื่องนี้ไปทีละนิด ..ทีละนิด เอ่อ~ ว่าแต่สามารถให้คะแนนละมุนละไมได้ที่ปุ่มไหนเหรอคะ 555
    #70
    0
  2. #69 น้ำตาลเทียม (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 15:29
    โอยด้วยรักเเละขอบคุณไรท์ จะตามอ่านเรื่อยไป5555 ทุกคู่น่ารักลงตัว อ่านฟิคบีวันเรื่องนี้เเล้วอบอุ่นมาก ไรท์เขียนได้ดีมาก



    ปล.เราจะรอติดตามในทุกๆเรื่องของไรท์นะ 5555 เราไม่รู้จะให้กำลังใจทางไหนเราเลยเลือกที่จะเม้น หวังว่าไรท์จะมีกำลังใจในการสร้างสรรค์ฟิคดีงามแบบนี้อีกนะคะ :)
    #69
    1
    • #69-1 miledeela(จากตอนที่ 26)
      23 ตุลาคม 2559 / 15:49
      5555555 ขอบคุณมากเลยค่า เมื่อวานเราช็อคมาก เปิดมาเม้นในฟิคเก่าเพิ่มขึ้นแบบ...TwT โอ้ยดีใจมาก ขอบคุณมากเลยนะคะที่เม้นให้กำลังใจตลอดเลย ^^
      ไม่นึกว่าจะมีคนมาอ่านแล้ว เพราะฟิคบีวันเป็นไรที่คนแต่งน้อยขาดตลาดจริงๆ
      ยิ่งคู่แรร์ไอเท็มแบบเรายิ่งไม่ค่อยมีคนอ่าน แงงงง

      เรื่องนี้เป็นฟิคเรื่องแรกของเราที่แต่งค่ะ สำนวนการใช้ภาษาอาจจะยังไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่ ตรงไหนที่ผิดพลาดก็ต้องขอโทษรี้ดด้วยนะคะ
      เรามีฟิคบีวันอีกสองเรื่องอยู่ในไอดีเดิมนี่แหละ เรื่องนึงเป็นฟิคยาว อีกเรื่องเป็น SF
      สามารถตามอ่านได้ค่ะถ้าชอบ ฮือออ TT รี้ดมีความสุขเราก็ดีใจจจ

      สุดท้ายขอบคุณอีกครั้งค่ะ ด้วยรักและซาบซึ้งใจมากๆจริงๆ อยากกราบเบญจางคประดิษฐ์รี้ดงามๆ ซึ้งและเอ็นดูรี้ดเหลือเกิน 5555 ขอกอดที //ดึงมากอด TwT
      #69-1
  3. #42 MyJY (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 02:01
    จบแบบแฮปปี้มากๆเลย จบได้ประทับใจมากเลยค่ะ



    ขอบคุณที่มาต่อจนจบนะคะ



    จะติดตามไปเสมอๆ ทุกครั้งที่มีเวลาว่างนะคะ ❤❤❤
    #42
    0