[Fic B1A4] My Hyung Neighbor นี่ผมไงจะใครล่ะฮะพี่ [JinChan]

ตอนที่ 23 : Chapter 23 : Good Love

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 90
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    15 ส.ค. 59


Chapter 23 : Good love




รถยนต์ขนาดใหญ่สีดำหรูหราแล่นด้วยความเร็วที่แทบจะติดลบอย่างค่อยเป็นค่อยไปบนท้องถนนสายหนึ่ง โชคดีที่ถนนที่ว่านั้นแทบจะเกือบถูกจัดให้เรียกได้ว่าโล่งจนแทบไม่มีรถผ่านมาเลยซักคันเนื่องจากอยู่ในพื้นที่แถบชนบทชานเมือง จึงทำให้การขับกระฉึกกระฉักรวมถึงการค่อยๆชะลอดูข้างทางนั้นไม่เป็นการเสียมารยาทต่อคนอื่น เพราะไม่งั้นแล้วคงจะมีเสียงต่อว่าจากคนที่ขับตามหลังมาแล้วว่า

“ไอ้จินยอง ฉันว่าแกเปลี่ยนให้ฉันขับแทนเหอะว่ะ ขับรถอะไรของแกวะเนี่ยนี่รถป้ายแดงถอยใหม่ของฉันนะเว้ยไม่ใช่รถไฟของเล่นปู๊นๆที่ต้องขับกระฉึกกระฉักเดี๋ยวเบรกเดี๋ยวเหยียบเร่งซะมิด =_=^

“ฉันก็ขับมาตามที่จีพีเอสบอกแล้วนี่หว่า ทำไมยังไม่เจอพิกัดทะเลที่ว่าอีกวะ” จินยองเปลี่ยนเป็นจับพวงมาลัยด้วยมือข้างเดียวแล้วยืดแผ่นหลังที่พิงกับเบาะคนขับขึ้นเพื่อชะโงกดูเส้นทางที่ปรากฏในหน้าจอหน้ารถโดยไม่ได้สนใจกับคำเตือนของเพื่อนนัก ชินวูกลอกตาไปมาแล้วหันไปดูรุ่นน้องอีกสามคนข้างหลังที่หลับเอาหัวซุกกันตั้งแต่ขับหลงมาได้ครึ่งชั่วโมงอย่างปลงๆ ไม่ได้มีความอยากตื่นขึ้นมาช่วยกันดูทางเล้ยยยไอ้พวกนี้ - -‘

“กงชานก็หลับไปแล้ว แกไม่ต้องกลัวว่าจะเสียฟอร์มต่อหน้าแฟนแกหรอก บอกฉันมาตามตรงว่าที่แกยังหาชายหาดที่ว่าไม่เจอนี่เพราะแกหลงทางใช่มั้ย = =*

“ปละ..เปล่า คนอย่างฉันเนี่ยนะจะหลงทาง ฉันก็แค่ไม่เคยมาเส้นทางนี้ก็เลยไม่แน่ใจซักเท่าไหร่ว่าควรจะไปทางไหนต่อ” จินยองเถียงข้างๆคูๆแล้วเหยียบเบรกจนหน้าคนในรถเกือบทิ่มอีกครั้ง

“ก็ไหนแกบอกว่ามันอยู่ใกล้ๆกับเกาะส่วนตัวของญาติแกไง แกพูดอย่างนี้คือแกไม่รู้ทางเลยนี่ -0-;;

“ฉันรู้อีกนิดเดียวเราก็น่าจะเห็นชายหาดริมทะเลกันแล้ว แค่ตอนนี้ฉันงงๆกับเส้นทางนิดหน่อย” ประโยคหลังคนผมแดงพูดแบบอ้อมแอ้มทำให้ชินดงวูถึงกับตัดสินใจวางถุงคอร์นพัฟในมือลงแล้วปลดเข็มขัดเซฟตี้เบลท์ของตัวเองออก

“พอเลย จอดๆ ที่เหลือฉันขับเองแกไปนั่งที่ข้างคนขับโน่นไป -_-*

“เห้ย แกเชื่อฉันดิไอ้ดงอูว่าฉันแค่สับสนเส้นทางนิดเดียว O_O” จินยองยังไม่ยอมปล่อยพวงมาลัยจนเพื่อนต้องเอามือปัดออกแล้วดึงเบรกเองเสร็จสรรพ

“นิดเดียวบ้านแกสิ -*- จริงๆเราควรจะถึงทะเลตั้งแต่เที่ยงแล้ว นี่บ่ายกว่าจนจะเย็นฉันยังมองไม่เห็นทรายซักเม็ด”

“มันอาจจะผิดพลาดทางเทคนิคนิดหน่อยก็ได้นะไอ้หมี ^^;;

“ฉันถึงจะขับเองไง รถนี่ก็รถพ่อแม่ฉันเพิ่งถอยมาให้ที่สอบเข้ามหาลัยได้ ยอมให้แกขับโชว์แฟนมาตั้งหลายชั่วโมงก็ดีถมถืดเท่าไหร่แล้ว” ชินวูดึงเบรกมือขึ้นก่อนจะลุกขึ้นเปิดประตูเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับทำให้จินยองแอบเบ้ปากบ่นอุบอิบก่อนจะเปลี่ยนฝั่งนั่งให้เพื่อนมาขับแทนอย่างเสียไม่ได้

“ไอ้หมีงก มาเที่ยวเลี้ยงส่งฉันก่อนไปญี่ปุ่นวันมะรืนแท้ๆแกยังไม่ยอมตามใจเพื่อนอีก -3-” เมื่อสลับที่กันเรียบร้อยแล้วทั้งคู่ก็ปิดประตูลงพร้อมกับชินอูที่ลองศึกษาเส้นทางจากจีพีเอสใหม่อีกรอบ มุมปากของอดีตประธานนักเรียนโซลฮวาอะคาเดมี่กระตุกยิ้มขำๆเมื่อได้ฟังคำบ่นไร้สาระของเพื่อนแล้ว

“ขืนตามใจแกปล่อยให้ขับไม่รู้ทิศอย่างนี้ชาติหน้าตอนบ่ายๆคงไม่ถึงทะเลหรอก” รถยนต์ค่อยๆแล่นออกไปตามเส้นทางอีกครั้งแต่คราวนี้ดูน่าจะไปถูกเส้นทางมากกว่าที่ผ่านๆมา เป็นเวลาเดียวที่เสียงครางฮืมน่ารักเหมือนคนเพิ่งตื่นนอนดังมาจากด้านหลังพร้อมกับหัวเล็กที่ค่อยผงกขยี้ตาขึ้นมาดูวิวทิวทัศน์ข้างทางหลังจากหลับไปเป็นชั่วโมง จองจินยองรู้ทันทีว่าเป็นเสียงของใครโดยไม่ต้องหันหลังกลับดู

“เปลี่ยนมือเป็นแกขับกงชานเลยตื่นเลยเห็นมั้ย” จินยองหันไปแขวะเพื่อนพร้อมกับเหล่ตาหันกลับไปมองไอ้หมาน้อยที่ทำหน้าสลึมสลืองัวเงียมองไปรอบตัวอย่างงงๆ

“นี่เรายังไม่ถึงทะเลกันอีกเหรอฮะพี่จินยอง?

“ฮยองนายมันมัวแต่ขับพาเราหลงทางฉันก็เลยมาประจำการขับแทนให้อยู่นี่ไง” ชินวูขำพรืดเป็นเวลาเดียวกับที่จินยองยกมือขึ้นเบิ๊ดกะโหลกเพื่อนไปหนึ่งทีโทษฐานพูดมากแล้วหันมาลูบหัวกลมน้อยๆที่ยื่นหน้าและตาแป๋วๆมาซุกไหล่เขาอย่างอ่อนโยน

“เที่ยวฉลองก่อนส่งฮยองไปญี่ปุ่นครั้งนี้ผมฝันไม่ดีเลย T^T” กงชานส่งเสียงอ้อนพลางทำแก้มป่องอยู่บนไหล่กว้าง

“ฉันก็เห็นนายนอนละเมอเรื่องนี้อยู่ทุกคืนนั่นแหละ ฝันว่าฉันไปชอบสาวญี่ปุ่นเอวบางร่างน้อยเข้าให้หรือไง” จินยองพูดแซวพลางเหล่ตาหันไปมองใบน้าใสที่เกยคางอยู่บนไหล่เขายิ้มๆ

“ไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย -3- ขืนฮยองลองทำแบบนั้นเข้าจริงๆผมจะไปตามถึงญี่ปุ่นเลยคอยดู” คนรุ่นน้องพลิกหน้าตูมๆหันมาว่า

“ถ้างั้นไปวันแรกฉันก็จะหลีสาวที่โน่นหลายๆคนเลยเป็นไง นายจะได้รีบบินตามมาอยู่กับฉันตั้งแต่วันแรก จะได้ไม่ต้องไม่ต้องทนคิดถึงกันอยู่แบบนี้ ^^

“บ้า -///-” กงชานได้แต่ค้อนใส่แต่ก็ยอมซุกหน้าแดงๆลงหัวเราะคิกคักบนไหล่อุ่นของฮยองโดยดี จินยองยิ้มแล้วกดจมูกหอมลงบนหัวทุยสวยนั้นเบาๆก่อนจะได้ยินเสียงอะไรแทรกขึ้นมา

“โอ๊ยยย มดกัด คนจะหลับจะนอนยังจะสาดน้ำตาลเดือนห้าใส่กันอยู่ได้โว้ยยย~

“เขาเรียกว่าน้ำผึ้งเดือนห้าต่างหากล่ะบาเซโลน่าฉันจะตื่นก็เพราะเสียงนายโวยวายคนเดียวนั่นแหละ” ซานดึลค่อยๆขยับตัวออกจากไหล่ของบาโรพลางฟาดป้าบไปที่หน้าท้องแข็งๆด้วยความขัดใจ ชินวูมองผ่านกระจกหลังพลางระบายยิ้มออกมาด้วยความขำ

“ตื่นขึ้นมาครบซักทีนะพวกนาย คิดว่าจะปล่อยให้ฉันสำลักความหวานของไอ้คู่นี้ตายอยู่คนเดียวซะแล้ว”

“น่าเสียดายนะที่ป้าฉันไม่ให้ยูอามาทริปนี้ ไม่งั้นแกก็คงจะไม่ต้องมานั่งบ่นค่อนแคะคนอื่นเขาแบบนี้หรอกจริงมั้ยไอ้หมี” จินยองพูดถึงยูอาลูกพี่ลูกน้องเขาซึ่งตกลงคบเป็นแฟนกับชินวูมาได้ถึงสามเดือนแล้ว หลังจากที่ชินวูและจินยองเรียนจบเกรด 12 จากโรงเรียนไฮสกูลมาแล้วทั้งหมดก็ตัดสินใจว่าจะจัดทริปไปเที่ยวทะเลเพื่อเลี้ยงส่งจินยองก่อนจะบินไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นอีกสามวันข้างหน้า ยูอาไม่ได้มาเพราะป้าของจินยองเห็นว่าเธอเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวในกลุ่มและยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เท่าที่ควร ทำให้ทริปนี้จึงมีแค่เขา ชินวู กงชาน บาโรและซานดึลที่ขับรถกันมาเอง

เวลานี่ก็ผ่านไปเร็วจัง….เผลอแป๊บเดียววันมะรืนพี่จินยองก็จะไม่ได้อยู่กับเราแล้วเหรอเนี่ย

“ไว้ฉันมีเวลาไปเที่ยวกับยูอาสองคนตั้งเยอะแยะ เอามาเที่ยวกับพวกแกก็โดนพวกแกแซวแบบนี้อีกตามเคย” ชินวูว่าอย่างรู้ทันพลางเลี้ยวรถไปตามถนนอย่างช่ำชองลื่นไหลมากกว่าคนที่เคยขับเมื่อกี้เป็นกอง เส้นขอบฟ้ารำไรกับเสียงคลื่นลมทะเลที่ดังผ่านเข้ามาในกระจกรถทำให้คนที่อยู่บนรถใจชื้นมากขึ้นว่ายังไงก็ต้องถึงที่หมายแน่

“เฮ้ยนั่นไง ถึงทะเลแล้วโว้ยยยย~~” บาโรรีบชี้ไปที่กระจกหน้าด้วยความตื่นเต้น หาดทรายสีทองกับฟองคลื่นขาวฟ่องที่กระทบฝั่งดังซ่าช่วยเรียกพลังงานให้กับผู้มาเยือนทั้งห้าคนเป็นอย่างดีเป็นเวลากับที่ชินวูจอดรถลงบนที่จอดใกล้หาด พร้อมกับเหล่าทะโมนสามคนที่อยู่ด้านหลังก็กระโจนเปิดประตูรถลงไปวิ่งเตะทรายกันเป็นคนแรก พี่ใหญ่สองคนด้านหน้ารถหันมาส่ายหน้าพร้อมกันอย่างขำๆแล้วเปิดประตูรถตามออกไปบ้าง

“ไอ้ชานชิคกี้รอฉันด้วยยยย”

“แน่จริงก็วิ่งตามมาให้ทันเองดิขานายก็ออกจะใหญ่ไม่ใช่หรือไง ^^

“โอ๊ย~ T^T เห็นใจฉันมั่งเหอะตัวก็ไม่ได้เล็กผอมเพรียววิ่งไวเป็นลิงลมได้อย่างพวกนายนะ” ซานดึลโอดครวญเมื่อวิ่งตามเพื่อนทั้งสองลงทะเลสาดน้ำใส่กันแทบไม่ทัน กงชานวิ่งฝ่าลุยคลื่นลงไปดำผุดดำว่ายในน้ำเค็มๆอย่างร่าเริงพลางวักน้ำใส่เพื่อนทั้งสองที่เพิ่งวิ่งมาถึง วันหยุดสบายๆมีแค่ไม่กี่วันก็ควรจะใช้ให้มันคุ้มค่าหน่อยสิจริงมั้ย

“มีใครสนใจจะเล่นบอลชายหาดกับฉันบ้าง” บาโรชวนพลางชูลูกบอลที่หนีบแขนมาด้วยขึ้นมา กงชานสาดน้ำใส่แล้วเพื่อนแล้วหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนาน

“เล่นน้ำเสร็จก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยขึ้นไปเล่นก็ได้ อ๊ะฮยองฮะ ลงมาเล่นด้วยกันสิ” คนหน้าหวานโบกมือเรียกรุ่นพี่ผมแดงที่ยืนมองพวกเขาด้วยสายตายิ้มๆอยู่ริมชายหาดไม่ยอมลงมาเล่นด้วย จินยองส่ายหน้าปฏิเสธ

“พวกนายเล่นกันไปก่อนเถอะ ฉันไม่ค่อยชอบเล่นน้ำอะไรแบบนี้เท่าไหร่ ไปเตรียมของกินให้พวกนายก่อนดีกว่า”

“โห่ววว อะไรเนี่ยรุ่นพี่ มาถึงทะเลทั้งทียังจะห่วงเรื่องปากท้องคนอื่นอีก” บาโรที่เปียกซ่กไปทั้งตัวเรียบร้อยแล้วโผล่ขึ้นมาโวยวายเหนือผืนน้ำ จินยองหัวเราะไม่ตอบอะไรแต่กลับเดินไปขนสัมภาระที่ต้องใช้ลงมาเท่าที่จำเป็นแทน

“เล่นเสร็จแล้วก็รีบไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดซะล่ะแล้วค่อยมากินข้าว ฉันโทรจองโรงแรมแถวๆนี้เอาไว้แล้วเดี๋ยวคืนนี้เราจะไปนอนที่โน่นกัน” ชินวูเดินตามมาสมทบกำชับคำสั่งอีกคน

“อ้าว คิดว่าเราจะแค้มปิ้งนอนกางเต๊นท์ดูดาวริมหาดอะไรเทือกๆนั้นซะอีก” ซานดึลเกาหัว

“อันนั้นค่อยทำก่อนจะกลับไปนอนโรงแรมกันก็ได้ แต่คงไม่ได้กางเตนท์นอนกันตรงนี้หรอกเพราะเอาแค่เตนท์อันเล็กมาแค่อันเดียว จินยองเดี๋ยวคืนนี้ฉันขอดื่มเลี้ยงส่งนายหน่อยคงไม่ว่าอะไรหรอกใช่มั้ย ^^” ชินวูโชว์ขวดเครื่องดื่มสีเขียวมาพลางขยิบตาอย่างรู้กัน จินยองก้มลงหยิบกล่องหมูหมักที่เก็บไว้ท้ายรถพลางยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ

“เดี๋ยวเตรียมของแกล้มให้” คนผมแดงบอกแค่นั้นพลางโยนกระป๋องเบียร์พร้อมกระติกน้ำแข็งเป็นเชิงว่าช่วยเอาไปจัดการให้ด้วย ชินดงวูถองศอกใส่เพื่อนพลางยิ้มเจ้าเล่ห์เหลือบตาไปที่รุ่นน้องสามคนที่ยังเล่นน้ำไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่

“ร้ายนะเราน่ะ กงชานรู้ด้วยมั้ยเนี่ย” จินยองยกยิ้มมุมปากแล้วเตรียมของโน่นนี่ออกมาจากท้ายรถต่อไปเงียบๆ

“รู้ปกติก็เก็บไว้ในตู้เย็นที่บ้านอยู่แล้วแต่ไม่ค่อยเอาออกมากิน”

“ดีว่ะ เห็นอย่างนี้แล้วแฟนแกก็ไม่ว่าอะไร?

“กงชานก็ไม่ค่อยชอบให้ฉันกินหรอก ฉันเองก็ไม่ค่อยชอบกินเท่าไหร่อยู่แล้ว แค่มีไว้เอามารับญาติผู้ใหญ่เวลาที่มาเยี่ยมบ้าน ถ้าจะกินเองก็นานๆเวลาแต่งเพลงไม่ออกถึงจะยกมาดื่มซักที แต่ก็ไม่อยากให้ไอ้ลูกหมามันเห็น น้องยังเด็กอยู่”

“ถุยยย! - -; อธิบายซะพระเอก จะขึ้นเกรดสิบสองอยู่แล้วยังจะมีหน้ามาเรียกว่าเด็กอีก ถามจริงเหอะว่ะไปนอนห้องเดียวทุกวันอย่างนี้มัวแต่ทำอะไรกันอยู่ฮึไอ้หัวแดง” ชินวูนั่งแหมะลงบนท้ายรถพลางยกขาข้างหนึ่งขึ้นมาชันเข่าแล้วถามด้วยคำถามตรงไปตรงมา จินยองชะงักมือที่จับที่คีบเลือกเนื้อมาไว้ในกล่องพักหนึ่งพร้อมกลอกตาขึ้นมองข้างบนอย่างใช้ความคิด

“ก็ฟังนิทาน นอนนับดาว นอนดูหนัง แล้วก็นอน”

“นอนเลย?” ชินวูถามซ้ำ

“แกจะถามทำแป๊ะซิ้มอะไรวะเนี่ย =_=* ไม่ให้นอนแล้วจะให้ทำอะไร ชื่อมันก็บอกอยู่ว่าห้องนอน”

“ความคิดไม่ต่อยอดเลยนะแก ไม่น่าล่ะจนถึงทุกวันนี้พวกแกก็ยังมีออร่าหวานมุ้งมิ้งเป็นเด็กน้อยกันไม่เลิกซะที” ชินดงอูส่ายหน้าอย่างปลงๆก่อนจะได้รับฝ่ามือจากคนผมสีไวน์ประเคนเข้ากลางกระหม่อมให้อย่างแรง

“แกสิพวกความคิดไม่ต่อยอดแถมยังอกุศลอีกต่างหาก -*- ว่างนักก็ไปแช่เบียร์ติดเตาถ่านย่างเนื้อให้ฉันโน่นไป”

“อะไรวะ พูดความจริงก็รับไม่ได้อีกเห้ยๆๆ O_O;; ไปก็ได้ พูดแค่นี้ทำเป็นของขึ้นนะไอ้หัวซอสปลากระป๋อง” ชินวูรีบวิ่งแจ้นไปจัดเตรียมสถานที่ทันทีเมื่อเห็นมือหนาของเพื่อนทำท่าจะยกขึ้นมาอีกรอบ จินยองมองตามพลางส่ายหน้าอย่างอ่อนใจก่อนจะหันกลับไปเตรียมของต่อ ชั่วขณะหนึ่งดวงตายาวเรียวก็แอบลอบมองไปที่ร่างบางที่กำลังเล่นน้ำทะเลกับเพื่อนอย่างสนุกสนาน ใบหน้าใสผุดพราวไปด้วยหยาดน้ำทะเลหากแต่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มกว้างแห่งความสุขทำให้ปากหยักสีส้มอ่อนของคนที่มองดูระบายยิ้มน้อยๆยามเมื่อเห็นภาพนั้น

ชอบที่สุดก็ตอนที่ได้เห็นกงชานชิคมีความสุขร่าเริงสดใส เวลาที่ไอ้หมาน้อยยิ้มหรือหัวเราะแม้ว่าจะไม่ได้ยิ้มให้กับเขาก็ตาม แต่นั่นก็มักจะทำให้จองจินยองมีความสุขตามไปด้วยเสมอ แม้ว่าจะแสดงออกทางสีหน้าหรือการกระทำไม่เก่งเท่าไหร่แต่ใจจริงแล้วคนผมแดงก็อยากจะดูแลเด็กน้อยคนนี้ไปตลอดชีวิตให้ดีที่สุด อยากจะทะนุถนอมเอาไว้ให้อยู่กับตัวเองนานๆ ไม่อยากจะพรากจากกันไปไกลเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว

นี่แหละคือกฎแห่งความผูกพันที่เกิดขึ้นพอรักและผูกพันกันก็ต้องทำใจในวันที่ต้องห่างไกล ช่วงเวลาแค่ไม่กี่เดือนที่กงชานรู้ความจริงว่าเขาต้องไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นตามคำสั่งของพ่อและแม่ไม่ได้ช่วยตักตวงช่วงเวลาแห่งความสุขที่อยู่ด้วยกันซักเท่าไหร่ อันที่จริงชีวิตของพวกเขาเองก็มีความสุขมากถึงแม้จะไม่ได้หวือหวาหรือมีอะไรที่ลึกซึ้งกันมากกว่าที่ได้เห็น แต่ก็เป็นความรักที่หวานและดื่มด่ำไปตามช่วงวัยที่เป็นอยู่ ได้เรียนรู้นิสัยซึ่งกันและกันจนมั่นใจมากพอว่าเด็กน้อยคนนี้แหละคือคนที่เขาตามหาและเฝ้ารอมาทั้งชีวิต

 สงสัยคงจะเป็นเขาเองล่ะมั้งที่เป็นฝ่ายไม่รู้จักพอต่อให้เขามีเวลาอยู่กับกงชานนานถึงสิบปีก่อนจะไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นจินยองก็เชื่อว่าเขาไม่อาจจะตักตวงช่วงเวลาเหล่านั้นได้เท่ากับที่ตัวเองต้องการอยู่ดี ก็ใครบ้างล่ะที่อยากจะจากคนรักไปไกลถึงสี่ปีทั้งที่เคยพรากจากกันมาแล้วครั้งหนึ่งจนรู้ว่าความคิดถึงและความทรมานมันไม่ได้ต่างไปจากกันเท่าไหร่เลย แต่ในเมื่ออนาคตของเขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้จินยองก็จำเป็นที่จะต้องเผชิญหน้ากับมัน

ขออย่าให้กงชานคิดแบบเดียวกับที่เขาคิดอยู่ในตอนนี้เลย เพราะไม่อย่างนั้นไอ้หมาน้อยก็คงกำลังจะไม่มีความสุขกับชีวิตเท่าไหร่นัก ขอให้ใช้ชีวิตอย่างร่าเริงสดใสแบบรอยยิ้มที่เขากำลังเห็นอยู่ในขณะนี้แค่นั้นก็พอ

 

เวลาและกิจกรรมช่วงบ่ายแก่เกือบเย็นผ่านไปอย่างรวดเร็วพอๆกับหลายเดือนที่ผ่านมา ควันสีขาวฉุยลอยพุ่งกลางอากาศตัดกับท้องฟ้าสีดำสนิทยามค่ำคืนพร้อมกับกลิ่นหอมฉุยของเนื้อย่างที่มีคนห้าคนกำลังล้อมวงกินพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน หนึ่งในนั้นมีประธานนักเรียนที่เริ่มหน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์จากแอลกอฮอลที่กรอกเข้าปากเพียงไม่กี่แก้ว ชาบาโรหลับฟุบอยู่ข้างๆพี่ชายมีขวดโซจูสีเขียวอื๋อที่กอดอยู่ในอ้อมอกราวกับหวงแหนนักหนาแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังขำเอิ๊กอ๊ากกับบทสนทนาที่ฟังไม่ค่อยจะได้ศัพท์ได้ ซานดึลที่นั่งอยู่ข้างๆกันพยายามคุมสติตัวเองหลังจากที่โดนแฟนหน้ากระรอกคะยั้นคะยอให้ลองชิมไปนิดเดียว ตอนนี้หัวของเป็ดน้อยหมุนติ้วไม่ต่างอะไรกับคนโดนปั่นจิ้งหรีดมาร้อยรอบแต่ก็ยังคีบเนื้อย่างเข้าปากเอาๆเพื่อให้สติยังอยู่กับตัวด้วยการยัดของกินเข้าปาก

ส่วนไอ้หมาน้อยที่ในแก้วมีแต่น้ำเปล่าก็ยังอุตส่าห์ส่งเสียงโวยวายหัวเราะคิกคักเมาแอ๋กับเขาได้ เพราะแค่จินยองออกไปโทรศัพท์แป๊บเดียวโดยทิ้งแก้วโซจูของตัวเองไว้กับโต๊ะคนรุ่นน้องก็ดันหยิบแก้วผิดเอาแก้วโซจูเขาไปซดได้หน้าตาเฉยเพราะนึกว่าเป็นน้ำเปล่า - -^ ถึงจะแตะลิ้นไปแค่นิดเดียวหรือดื่มไปไม่กี่อึกแต่ก็ทำให้เด็กน้อยน่ารักของเขามีสภาพเหมือนอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ได้

“พวกนายรู้อ๊ะป่าวววว~ พี่จินยองของฉันทำเสียงโดเรม่อนได้เหมือนมากเลยน้าาา~~ ^0^

“จริงเหรอค้าบบบรุ่นพี่จินยอง ทำให้พวกผมดูเป็นขวัญตาหน่อยเซ่~” บาโรตะแคงหน้าที่นอนฟุบกับโต๊ะมาถามเขาด้วยเสียงยานคางก่อนจะสลบไป จินยองวางกระป๋องเบียร์ลงเพื่อรับลำตัวบอบบางที่กำลังโงนเงนไม่ได้สติของแฟนตัวเองมาประคองไว้อย่างหนักใจ

“กงชาน นายเมามากแล้วนะ”

“เมาอะรายยยย ผมไม่เมาน้าาา >///< กินแค่น้ำเปล่าจะเมาได้ยังไงล่ะเน้อซานดึล” ตากลมแป๋วเชื่อมๆหันไปขอความเห็นจากเป็ดแก้มป่องที่เริ่มไม่ได้สติไปแล้วอีกคน

“อะ..อืมช่ายยย ฉันหลับก่อนนะวันนี้ฉันง่วงอ่าาา” ว่าแล้วเหยื่อฤทธิ์แอลกอฮอลก็สลบสไลไม่ได้สติไปอีกคนพร้อมกับชิ้นเนื้อที่คาอยู่ในปาก จินยองกอดลำตัวบางไว้ไม่ให้ดิ้นยุกยิกเดินเซไปแผลงฤทธิ์ที่ไหนอีกพลางดุเสียงเข้ม

“ก็นายเผลอกินโซจูฉันเข้าไปตั้งครึ่งแก้วไงล่ะ -_-; พูดจาเลอะเทอะออกทะเลขนาดนี้ฉันว่ากลับไปนอนที่โรงแรมดีกว่าเดี๋ยวฉันพาไปส่ง” จินยองทำท่าจะจูงมืออีกคนให้ลุกขึ้นเดินกลับโรงแรมตามแต่แขนยาวเล็กกลับคล้องคอเขาโน้มลงมาเสียแน่นพลางกระโดดผลุงขึ้นนั่งทับบนตักเขาทันทีจนลุกไปไหนไม่ได้อีก

“ไม่อาววว อยู่ในโรงแรมไม่มีดาวให้นับ ไม่มีหน้าของฮยองให้มองด้วย ^///^” ดวงตากลมใสยิ้มร่าแล้วซุกหน้าถูไถกับแผ่นอกเขาเหมือนลูกหมาเชื่องตัวน้อยๆที่กำลังอ้อนเจ้าของจนชินดงอูที่มองอยู่นานเผลอขำออกมา จินยองส่งสายตาพิฆาตหันไปถามห้วนๆ

“ขำอะไรของแกห๊ะไอ้หมี -*-

“เปล๊าไอ้เราก็คิดภาพคนรุ่นพี่ดื่มแล้วเมามีรุ่นน้องที่เป็นแฟนคอยประคองกันไปส่ง นี่กลายเป็นไอ้คนที่ไม่เคยกินเหล้ากินเบียร์ดันเมาแล้วมีคนติสท์ๆอย่างแกอยู่ดูแลซะงั้น ตลกเป็นบ้า ฮ่ะฮ่าๆ ^^

“ฉันบอกแกแล้วว่าให้ดูแก้วกงชานดีๆ เป็นไงล่ะพูดเคยผิดคำฉันมั้ย” จินยองประคองหัวนุ่มนิ่มหอมกลิ่นแชมพูเด็กที่ซุกอกให้พยายามนั่งด้วยตัวเองแต่ก็ไม่เป็นผล

“ใครจะไปรู้ล่ะ เผลอแป๊บเดียวแฟนแกก็กระดกแก้วแกเข้าปากไปแล้วนี่หว่า” ชินวูโบ้ยไม่รับผิดแล้วหัวเราะอีก

“ฮยองทำเสียงหยดน้ำให้ผมฟังหน่อยยย” เสียงหวานที่นั่งซุกอยู่บนตักยังมีแรงเรียกร้องให้เขาทำนู่นทำนี่ไปเรื่อยๆจนจินยองต้องกระชับอ้อมกอดนั้นให้มากขึ้นพลางคุยด้วยอย่างใจเย็น

“ไม่ได้หรอก วันนี้ท่อประปาเสียน้ำเลยไม่ไหลเข้าใจมั้ยฮึ?” คนผมสีไวน์ก้มลงไปพูดกับใบหน้าหวานที่มุ่ยลงในอ้อมกอดอย่างเอ็นดูไปตามเรื่องตามราว

“ฮยองอายใช่ม้าาา~ถ้าต้องทำต่อหน้าใครหลายๆคน  ถ้าฮยองไปอยู่ที่ญี่ปุ่นต้องกล้าแสดงออกให้มากกว่านี้นะสัญญาสิ”

” จินยองเงียบไปเมื่อกงชานพูดถึงเรื่องที่เขากำลังคิดพอดี ชินวูเงยหน้าขึ้นสบตาเพื่อนอย่างรู้ทันพลางเอ่ยแซวแก้บรรยากาศที่เริ่มมีความเครียดหน่อยๆ

“เอ้าสัญญากับแฟนตัวเองไปดิครับ มัวแต่อมพะนำอะไรอยู่คุณจองจินยองเปิดปลากระป๋องด้วยมือเปล่า” ชินวูยกกระป๋องเบียร์ขึ้นจิบแล้วพยักเพยิดไปที่กงชาน จินยองพยักหน้าแกนๆอย่างไม่อยากจะรับปากเท่าไหร่นัก

“อืม”

“น่ารักที่สุด ^0^ ห้ามลืมฉายาที่ผมตั้งให้ไว้ด้วยนะ ห้ามให้คนอื่นมาเรียกเหมือนกันด้วย มีผมเรียกได้แค่คนเดียวโอเคนะพี่จินยองงงง?

ได้”

“และที่สำคัญที่สุดเลยยยย~” กงชานหาวหวอดๆแล้วซบหน้าลงนอนในอ้อมกอดคนรุ่นพี่ขณะที่นั่งอยู่บนตักอย่างสบายใจแบบนั้นก่อนจะเอ่ยคำพูดสุดท้ายออกมาแล้วหลับปุ๋ยไป

“ฮยองห้ามลืมลูกหมาตัวนี้นะ

” ลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกอย่างสม่ำเสมอทำให้จินยองวางใจว่ากงชานได้หลับไปแน่แล้วจริงๆ ยิ้มอ่อนๆถูกระบายออกมาจากริมฝีปากอมส้มแล้วปล่อยให้หัวเล็กซุกเข้าหาไออุ่นจากอ้อมกอดเขาอยู่อย่างนั้น มือขาวเขี่ยปรอยผมที่ปรกหน้าผากแฟนตัวเองที่กำลังหลับไม่ได้สติออกแล้วกดริมฝีปากตัวเองลงกับหน้าผากกว้างเนียนด้วยท่าทีเคอะเขินเล็กน้อยแบบที่ชอบทำให้ตอนที่อีกฝ่ายนอนหลับไปแล้วเป็นประจำ

“นายนั่นล่ะ” รุ่นพี่ผมไวน์พูดยิ้มๆพลางจับมือเล็กชื้นเหงื่อประสานเข้าหากับมือตัวเองระหว่างที่มองสร้อยกระพรวนสีเงินแวววาวบนข้อมืออีกคน “อย่าให้เห็นว่าลืมฮยองก็แล้วกัน”

เสียงทุ้มบอกกับใบหน้าน่ารักที่กำลังหลับตาพริ้มเหมือนกำลังยิ้มมีความสุขอยู่ในอ้อมกอดเขาเงียบๆคนเดียว ชินวูมองการกระทำเพื่อแล้วส่ายหน้าจิ๊ปากไปมาเป็นเชิงล้อเลียน

“ทำไมไม่บอกตอนที่เขาได้สติล่ะวะ -_-;

“นี่แกยังไม่เมาแอ๋ตามน้องแกไปอีกเหรอ” จินยองเหลือบตามองเพื่อนที่พูดแทรกบทสนทนาระหว่างเขากับกงชานขึ้นมาเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีอีกคนนั่งอยู่ด้วย

“จะว่าไปก็เริ่มไม่ไหวแล้วว่ะ ไม่คุ้นลิ้น ปกติอยู่บ้านกินแต่ไวน์ยุโรป” ชินวูส่ายหน้าปลงๆ จินยองขำกับความอวดรวยของเพื่อนเล็กน้อยแล้วยกกระป๋องเบียร์ตัวเองข้นมาจิบต่อ นิ้วยาวไล่ไปบนสายกีตาร์ตัวโปรดที่พกติดตัวมาด้วยท่าทีสบายๆแม้ว่าจะมีร่างเล็กบางที่นอนซบไหล่นั่งบนตักเขาทั้งคน ชินวูเหยียดขาใต้โต๊ะด้วยท่าทีทางที่สบายมากขึ้นพลางหลับตาฟังเสียงเพลงที่เพื่อนดีด

"นายนี่ขนาดเมาแล้วยังดีดกีตาร์ถูกจังหวะอีกนะ ฉันล่ะโคตรยอมใจ” ประธานนักเรียนเอ่ยขำๆ จินยองยกยิ้มมุมปากก่อนจะเริ่มเปิดฉากพูดออกมา

“ของอย่างนี้มันอยู่ในสายเลือด ฉันเล่นมาตั้งแต่เด็กแล้ว

“งั้นเหรอ มิน่าล่ะตอนโตแกถึงไม่ยอมเปลี่ยนเป็นอาชีพอื่นซะที ชอบมากเลยเหรอแต่งเพลงน่ะ” ชินวูเองก็ไม่ค่อยรู้ตัวแล้วเช่นกันว่าได้ถามอะไรออกไปบ้าง ความมึนงงเริ่มแล่นเข้าสู่โสตประสาททำให้เขาอยากหลับตาพักแล้วฟังเฉพาะเสียงที่เพื่อนพูดเฉยๆมากกว่า

“นายรู้ไหม ฉันเริ่มแต่งเพลงมาตั้งแต่มาตั้งแต่ตอนสิบขวบ” จินยองเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่มีดวงดาวส่องแสงกะพริบระยิบระยับอยู่ด้านบนแล้วกดตาก้มมองคนที่กำลังนอนนิ่งหลับตาพริ้มในอ้อมกอดเขาอยู่ “เพลงนั้นชื่อเพลง Bling girl

“อ่อออ” ชินวูส่งเสียงยานคางตอบรับ

“ฉันเคยบอกกงชานว่าฉันไม่ได้แต่งเพลง Sweet Girl ให้เขาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันตอนเด็กๆ แต่ฉันก็ไม่ได้บอกอีกเหมือนกันว่าเพลงแรกในชีวิตของฉันก็เป็นของเขา” มืออบอุ่นไล้วนลูบหัวไอ้หมาน้อยที่นอนพิงไหล่เขาอย่างเบามือ ดวงตาเรียวรีที่ลอบมองเสี้ยวใบหน้าหวานนั้นเต็มไปด้วยความรักความผูกพันที่อัดแน่นอยู่ข้างใน น่าเสียดายที่เจ้าตัวไม่ค่อยได้สัมผัสเท่าไหร่เนื่องจากพอตอนเขามีสติดีคนรุ่นพี่ก็มักไม่ค่อยแสดงออกมาให้เห็น

“ครั้งแรกที่ฉันเจอกงชานหน้าร้านหนังสือนั่นฉันอยากเข้าไปคุยกับเด็กคนนี้มากๆเลยล่ะ แต่ติดที่เขากำลังร้องไห้อยู่นี่สิ ถ้าให้คิดภาพตอนนั้นฉันคงดูเหมือนเด็กงุ่นง่านที่สะพายกีตาร์แอบอยู่หลังเสาชัวร์ๆ” จินยองยิ้มขำคนเดียวระหว่างที่พูดระบายสิ่งที่อยู่ในใจมานานนับปีออกมาจากปากตัวเอง

“แต่แปลกนะไอ้ดงอู”

“อะไรอีกล่ะ~

“ถึงกงชานจะร้องไห้อยู่ในตอนนั้น แต่ฉันกลับมองว่าเขาดูน่ารักมากเลยล่ะ น่ารักสดใสจนอยากจะเห็นใบหน้าที่น่ารักมากกว่านี้ของเขาอีก ต้องน่ารักมากกว่านี้แน่ๆถ้าเกิดว่าไม่มีน้ำตาที่ไหลอยู่เต็มแก้มอย่างนั้น” จินยองลูบแก้มเนียนใสอมชมพูของคนในอ้อมกอดเบาๆระหว่างที่พูดอยู่คนเดียว ชินวูพยักหน้าหงึกหงักคล้ายกับเข้าใจในสิ่งที่เขาพูดแค่บางส่วน

“ตอนแรกฉันก็รวบรวมความกล้าอยู่นานกว่าจะถามคำถามงี่เง่านั่นออกไป ฮ่ะๆ แต่กงชานคงจะเข้าใจว่าฉันถามจริงๆว่าเขาสะอึกอยู่หรือเปล่า ฉันก็แค่อยากเป็นคนที่ทำให้เด็กคนนี้หยุดร้องไห้แล้วก็กลับมายิ้มได้อีกครั้ง กงชานดูมีความสุขมากตอนที่นั่งบนตักแล้วฟังนิทานที่ฉันเล่า”

“อืมมม”

“จริงๆแล้วฉันไม่รู้เหมือนกันว่ากงชานรู้หรือเปล่าว่าตอนที่มีเขานั่งบนตักให้แขนฉันได้กอด ฉันเองก็ใจเต้นแรงเหมือนกัน คิดแล้วน่าอายชะมัด” จินยองซดเบียร์ที่เหลือเข้าไปอึกใหญ่แล้วเกากีตาร์เป็นเพลงต่อ “แต่เพื่อความสุขของกงชาน..หลายครั้งที่ฉันยอมฝืนนิสัยขี้อายของตัวเองเพื่อที่จะแสดงให้เขาเห็นว่าฉันเองก็รักเขาไม่ต่างกัน เพราะกงชานนั่นล่ะกงชานคือความสดใสในชีวิตของฉัน”

จินยองเริ่มพูดจาไม่ได้ศัพท์เลยวางกระป๋องเบียร์เปล่าลงบ้างแล้วคีบเนื้อชิ้นเล็กๆเข้าปากเพราะยังไม่อยากเมาตอนนี้ มีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาอยากพูดระบายออกมาแม้ว่าในเวลานี้จะไม่มีใครอยู่รับฟังเขาเลยซักคนก็ตาม

“ฉันไม่เคยเล่นเพลงนี้เปิดหมวกที่เมียงดงให้ใครฟัง นั่นเป็นเพราะฉันอยากดีดเพลงนี้ให้กงชานได้ฟังคนเดียว เพลงที่แต่งขึ้นเพราะความรู้สึกที่สวยงามที่เกิดขึ้นเพราะเขา มันสมควรจะเป็นแค่ของกงชาน”

“จะอ้วก” ชินวูยังมีแก่จิตแก่ใจตอบเพื่อนแล้วขำเอง จินยองเองก็ส่ายหน้าแล้วยิ้มให้กับความน้ำเน่าของตัวเองเช่นกัน ใบหน้าภายใต้กรอบแว่นผงกขึ้นมาจากพนักพิงเก้าอี้ผ้าใบเล็กน้อยก่อนจะเป็นฝ่ายถามบ้าง

“แกอยู่มาเกือบสิบปีด้วยความรู้สึกที่ไม่เคยเปลี่ยนไปแม้แต่นิดเดียวเลยเนี่ยนะ ทำไมน้ำเน่าเหมือนละครหลังข่าวจังเลยว้าาา~

“ใครบอกว่าไม่เปลี่ยน” จินยองผงกหัวขึ้นแล้วยิ้มด้วยดวงตากรุ้มกริ่มเจ้าเล่ห์ที่เห็นได้ไม่บ่อยนัก “คนเราพอโตขึ้นความรู้สึกมันก็เปลี่ยนไปทั้งนั้นแหละ”

“ก็เห็นแกก็ยังรอกงชานอยู่ทู้กกกกวัน แล้วมันจะเรียกว่าเปลี่ยนได้ยังไง”

“มันเปลี่ยนไปตั้งแต่วันแรกที่ฉันเห็นกงชานอีกทีตอนอยู่ที่ข้างบ้านนั่นแหละ ความรู้สึกมันไม่เหมือนกับตอนที่ฉันเห็นเด็กน้อยคนเดิมคนนั้นเลยนายรู้มั้ย กงชานคนนี้ทั้งหวานแล้วก็สดใสด้วย อยากได้มาเป็นแฟนมากๆเลย ฉันแทบจะลืมเด็กคนเดิมไปซะสนิทแน่ะ รู้สึกผิดโคตรๆ”

จินยองพูดออกแนวเพ้อแล้วดีดเป็นอินโทรเพลงสวีทเกิร์ลตามความคิดจนชินวูขำเพราะรู้ว่าเพื่อนคงกรึ่มได้ที่แล้ว พอเมาก็พูดเพ้อเจ้อได้น้ำไหลไฟแลบไม่ค่อยต่างอะไรจากตอนที่ง่วงนอนซักเท่าไหร่ น่าอัดคลิปเก็บไว้แบล็คเมลดีเหมือนกัน แต่ก็น่าเสียดายที่ตอนนี้เขาเองก็มึนหัวคุมสติไม่อยู่จนจำไม่ได้แล้วว่าเวลาอัดคลิปนี่เขาต้องทำกันยังไง =_=^

“แกเคยบอกว่าแกอยากทำบริษัทค่ายเพลงต่อจากพ่อแม่แกใช่มั้ยไอ้หมี” ดวงตาเรียวคมหันมาสบตาคนเป็นเพื่อนที่กำลังพยักหน้าหงึกหงักอีกครั้ง ปากสีส้มคลี่ยิ้มอย่างพึงพอใจแล้วพูดถึงความฝันของตัวเองบ้าง

“ฉันเคยบอกแกว่าไม่อยากเป็นนักแต่งเพลงเพราะมันดูหวือหวาไป แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจละ

“อ้าว ไหงงั้นอ่ะ? -__-*

“พอเรียนจบฉันก็จะเข้าทำงานที่สถานฑูต แล้วก็แต่งเพลงส่งค่ายเพลงนายขายเป็นลิขสิทธิ์ส่วนตัวด้วย แกต้องรับซื้อทุกเพลงจากฉันนะเว้ยไม่งั้นฉันจะโป้งงง” เออะอะไรของมันวะเนี่ย =__=;;

“พอขายเพลงให้นายเสร็จฉันก็จะมีเงินทุนสำรอง ฉันจะเอาไปซื้อบ้านหลังเล็กๆที่ดูเป็นส่วนตัวซักที่ จะเอาไว้อยู่กับกงชานสองคน

“แล้วบ้านเก่าแก?

“เดี๋ยวพ่อแม่ฉันก็ขายทิ้งเองแหละแกเชื่อดิ ฉันจะเอากงชานมาอยู่ด้วยถ้าเขาเรียนจบเมื่อไหร่ ไอ้ลูกหมาต้องชอบแน่ๆ เราจะมีลูกด้วยกันสี่คน สี่คนนั่นแหละกำลังดีสำหรับฉันเลยยย แกว่าเยอะไปป่ะวะ?” ไอ้เพื่อนเวร! -__-* ทีถามเมื่อกลางวันล่ะบอกไม่เคยคิด น้องยังเด็กอย่างนั้นอย่างนี้ พอเมาแล้วถึงจะมาสารภาพหมดเปลือก มันน่า… -*-

“ฉัน..ว่ามันก็ต้องแล้วแต่กงชานด้วยมั้ง” ชินวูเองก็ปะติดปะต่อคำพูดไม่ค่อยจะถูกแล้วเหมือนกัน เสียงจินยองหัวเราะชอบใจราวกับว่ามันเป็นความฝันที่สวยงามก่อนจะพูดจ้อต่อ

“กงชานอยากมีสองคนฉันจำด้ายยย คนแรกอยากให้เป็นลูกชายหน้าตาหล่อๆเหมือนฉัน คนที่สองอยากให้เป็นลูกสาวบ้องแบ๊วแบบคุณแม่ ฉันจำมันได้หมดแหละ ฉันเก่งงง~

“เออ เก่งแต่เรื่องพวกนี้แหละแกน่ะ เพ้อจบยังวะเนี่ยยุงจะหามตายอยู่แล้ว” ชินวูตวัดมือตบยุงสะเปะสะปะดังเผียะอย่างรำคาญ ถึงจะสงสารเพื่อนที่นานๆจะได้ระบายความในใจออกมาซักทีแต่ให้แลกกับไข้เลือดออกอย่างนี้ประธานนักเรียนดีเด่นก็ขอบายล่ะครับ -_-;

“แกจะกลับโรงแรมละเหรอออ”

“เออออ จะเที่ยงคืนอยู่แล้วใครจะมานั่งบริจาคเลือดให้ยุงกินฟรีๆล่าาา” ชินวูยกมือขึ้นกุมขมับที่เต้นตุ้บๆระหว่างที่ฝืนยืนตัวตรงลุกขึ้นยืน จินยองสะบัดหัวไปมาแล้วกระพริบตาไล่ความมึนก่อนจะพยักหน้าเห็นดีเห็นงามด้วยระหว่างที่ยืนโซเซปรับม่านสายตาให้คุ้นชินกับแสงสว่าง

“ไวจังวะ อีก 25 ชั่วโมงฉันก็ต้องบินไปญี่ปุ่นแล้วหรอ”

“อืม ตอนเมานอกจากดีดกีตาร์คล่องแล้วยังคิดเลขถูกอีกนะนาย -_-^

“แน่น้อนนนน!!! ฉันมีแฟนฉันคิดเลขเก่ง~ ^^” เอากับมันดิ วู้วววว ผมจะบ้าตายกับไอ้เพื่อนหัวแดงนี่สาบานครั้งหน้าถ้าผมเห็นมันเมาอีกเมื่อไหร่ผมจะไม่เฉียดเข้าใกล้มันเลยคอยดู

“กงชานนน กลับห้องกับฮยองนะ” เสียงทุ้มที่เคยฟังดูกวนตีนระดับแปดเวลาพูดกับเพื่อนกลับฟังดูอบอุ่นอ่อนโยนขึ้นมาทันตาเพียงแค่ก้มหน้าพูดกับคนในอ้อมกอด เสียงครางฮืมน่ารักออกมาจากริมฝีปากแดงฉ่ำเหมือนจะไม่รู้เรื่องรู้ราวพลางคล้องวงแขนกับไหล่เขาแล้วซุกอกกว้างหลับต่อไป จองจินยองค่อยๆลุกขึ้นพลางขำกับกริยานั้นเล็กน้อยก่อนจะหันไปอวดเพื่อนด้วยความเมาที่ยังไม่สร่าง

“น่ารักเนอะแฟนฉัน”

“เออ ฉันว่าแกรีบ

“ม่ายเป็นไร เดี๋ยวฉันเอากงชานกลับไปส่งห้องเอง แกจะได้ไม่ต้องลำบากงายยย” จินยองรีบพูดดักหน้าแล้วแบกร่างเล็กบางขึ้นไว้บนไหล่ก่อนจะเดินโซเซไปตามทางกลับโรงแรมอย่างทุลักทุเล ชินวูจะพูดอีกครั้งแต่เสียงห้าวของเพื่อนที่อุ้มแฟนไว้บนบ่าก็ตะโกนตอบกลับมาอีก

“แฟนช้านนน..ฉันดูแลเองได้ ฉันจะคอยดูแลกงชานตลอดชีวิตฉันเอง” พูดเพียงแค่นั้นร่างสูงที่เคยมีร่างบางพาดไว้บนบ่าก็ค่อยๆหายลับไปตามทางที่มีแสงไฟริบหรี่ เดาว่าก็คงจะเดินไปถึงโรงแรมอยู่หรอก แต่เขานี่สิ..ร่างสันทัดของชินดงอูเอามือขยี้หัวอย่างหงุดหงิดใจ ไอ้ที่จะบอกมันเมื่อกี้น่ะไม่ใช่เรื่องแฟนมันซะหน่อย ฟังให้จบหน่อยก็ไม่ได้

แล้วใครจะอยู่เป็นเทศกิจเก็บของใส่รถกับร่างไอ้สองคนที่นอนฟุบอยู่นี่ล่ะวะครับ! T_T เอาแต่แฟนตัวเองไปแล้วก็ลืมคนอื่นซะสนิทเลยนะไอ้คุณจินยอง ไอ้เพื่อนหัวแดงจอมติสท์!!!

 

แสงแดดยามเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นส่องแยงตาทะลุกระจกระเบียงใสของโรงแรมลงมายังสองร่างที่นอนเคียงข้างกันบนเตียงนุ่มๆสีขาวทำให้ร่างเล็กบางที่อยู่ในอ้อมกอดอุ่นของคนรุ่นพี่ขยี้ตาเล็กน้อยแล้วพลิกตัวมองไปยังรอบห้องเพื่อสำรวจสถานที่ นี่มันห้องที่จองไว้ในโรงแรมนี่...จำได้ว่าเมื่อคืนเขาดื่มแก้วน้ำเปล่าแล้วก็มึนหัวจำอะไรไม่ได้ซักอย่าง จำได้แค่ลางๆว่าบาโรตะโกนว่าชิบหายก่อนจะรีบเรียกพี่จินยองที่คุยโทรศัพท์อยู่ข้างนอกหาดให้เข้ามาดู จากนั้นสติทั้งหมดก็ดับวูบ -_-^

กงชานยกมือกุมศีรษะด้วยความมึนที่ยังหลงเหลืออยู่บ้างพลางพยายามจะผงกหัวขึ้นจากฟูกเตียงนุ่มสบายน่าให้นอนต่อนั้น แต่ภาพตรงหน้าก็ชวนให้ดวงตากลมโตหยุดมองแล้วยิ้มออกมาน้อยๆยามเมื่อเห็นรุ่นพี่ผมแดงที่นอนกอดให้เขาหนุนแขนเหมือนเคยกำลังโอบกระชับร่างเขาให้เข้ามากอดใกล้ๆอย่างไม่รู้ตัว กลิ่นโซจูยังคงติดอยู่ที่เสื้อผ้าตัวเดิมตีกันกับกลิ่นเบียร์มั่วไปหมดแต่ก็ไม่ได้ทำให้คนรุ่นน้องรู้สึกรังเกียจหรือขยะแขยงแต่อย่างใด ใบหน้าคมคายของจินยองยังคงหลับไม่รู้สติเพราะฤทธิ์เครื่องดื่มแอลกอฮอลที่ซัดเข้าไปเมื่อคืน กงชานยื่นใบหน้าน่ารักของตัวเองเข้ามาใกล้พลางใช้มือประคองโครงหน้าหล่อเหลานั้นเบาๆ

“อุ้มผมขึ้นมานอนอีกแล้วเหรอฮะ? ^^” เสียงหวานพูดกับใบหน้าที่ยังอยู่ในห้วงนิทราไม่ยอมตื่นซะที ฮยองเวลามองใกล้ๆนี่ก็เท่เหมือนกันแฮะ แต่จะดูดีมากกว่านี้ถ้าลืมตาขึ้นมาทำท่าเก๊กฟอร์มจัดใส่เขา

ถ้าได้ตื่นขึ้นมาเจอพี่จินยองอย่างนี้ทุกวันก็ดีสิอยากได้ยินเสียงนุ่มๆของฮยองถามเขาว่าเมื่อคืนหลับสบายดีมั้ยนายฝันดีเหมือนกับฉันหรือเปล่า? -///- มีแขนแข็งแรงกับแผงอกอุ่นๆให้นอนซุกไปทั้งชีวิต นอนเล่นอยู่บนเตียงนุ่มๆนี่ด้วยกันทุกเช้าจนเขาเป็นคนเตือนให้ฮยองไปอาบน้ำเตรียมตัวไปทำงาน จากนั้นเขาก็จะลงไปเตรียมข้าวเช้าแบบง่ายๆให้ฮยองได้กินแล้วก็ให้พี่จินยองชมว่าอร่อยจัง ทั้งๆที่อาจจะทำไหม้หรือทำผิดสูตรไปเสียเยอะแต่ฮยองก็ยังฝืนกินจนหมดเพื่อเอาใจเขา

ไม่ใช่จินยองคนเดียวหรอกที่มีความฝันไอ้หมาน้อยที่อยู่ในวงแขนเขาเองก็มีความฝันดีที่อยากทำร่วมกับฮยองตรงหน้าเหมือนกัน เพียงแต่เขาก็ไม่กล้าบอกเพราะเกรงว่าจะเป็นการรั้งจินยองให้หยุดอยู่กับที่ ชีวิตดีๆของฮยองยังรออยู่ข้างหน้า

เหลือเวลาอีกแค่วันเดียว พรุ่งนี้ตอนเย็นฮยองก็ต้องจากเขาไปแล้ว

“ขอบคุณที่ดูแลผมมาอย่างดีตลอดนะฮะพี่จินยอง ไปอยู่ที่โน่นฮยองห้ามลืมผมนะ ผมจะผมจะคิดถึงฮยองทุกวันเลย” น้ำตาสีใสไหลกลิ้งลงบนแก้มนุ่มก่อนจะถูกปาดออกไปอย่างรวดเร็ว หากจินยองตื่นมาเห็นเขาในสภาพนี้อาจจะไม่สบายใจและไม่ยอมไปเรียนต่อก็ได้ เขาจะต้องเข้มแข็งห้ามให้พี่จินยองเห็นว่าเราอ่อนแอเด็ดขาด

“ผมอยากให้ฮยองอยู่ที่โน่นมีเพื่อนเยอะๆ ฮยองต้องตั้งใจเรียนเข้านะ จินยองฮยองของผมน่ะ..เก่งที่สุดอยู่แล้ว” กงชานฝืนยิ้มเมื่อนึกถึงระยะเวลาที่เหลือของเขาทั้งคู่ พี่จินยองเองจะรู้ไหมนะว่าที่จริงแล้วเมื่อวานเขาทำเป็นฝืนยิ้มมีความสุขแค่ไหน จินยองฮยองอยากให้เขามีความสุขก็เลยพามาเที่ยวแต่พอเอาเข้าจริงๆแล้วยามเมื่อคิดถึงเรื่องนั้นทีไรมันก็เป็นเรื่องยากที่จะไม่มีน้ำตา

“ถ้าเราเจอกันอีกครั้งผมก็อยากจะอยู่กับฮยองตลอดไปนะ ผมไม่อยากให้ฮยองจากผมไปไหนอีกแล้ว” จมูกเล็กแนบลงชิดจมูกโด่งเป็นสันของอีกคนระหว่างที่พูด กงชานรู้ว่าการเฝ้ารอใครซักคนมันเหนื่อยและทรมานมากเพียงใด รู้แม้กระทั่งจินยองฮยองเองก็ไม่อยากให้เขาคิดแบบเดียวกัน พี่จินยองอยากให้เรามีความสุข

ร่างเล็กบางค่อยๆยันตัวขึ้นมาจากฟูกที่นอนสีขาวสะอาดตาแล้วหันไปมองคนที่ตัวเองรักซึ่งกำลังหลับสนิทอีกรอบด้วยแววตาแห่งความสุข ปล่อยให้ฮยองได้พักบ้างเถอะพี่จินยองของเขาทั้งเมื่อวานและตลอดระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมาคงจะเหนื่อยมาน่าดู กงชานลุกขึ้นไปอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันตามกิจวัตรประจำวันปกติ กะว่าจะลุกขึ้นไปสูดอากาศยามเช้าแถวริมชายหาดนอกโรงแรมให้จิตใจปลอดโปร่งไม่ฟุ้งซ่านเสียหน่อย จริงๆวางแผนไว้ซะดิบดีว่าจะชวนพี่จินยองตื่นขึ้นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นของวันใหม่ด้วยกัน แต่จะทำไงได้ในเมื่อคนรุ่นพี่ยังแฮงค์จากเมื่อคืนแบบนี้ -_-^

สองข้างทางริมหาดเป็นเหมือนตลาดถนนคนเดินขนาดย่อยๆ มีร้านขายของที่ระลึก ของกินของใช้ หรือแม้แต่คาเฟ่เล็กๆให้ได้นั่งจิบกาแฟชมวิวก็ยังตั้งเรียงรายไปทั่วบริเวณ เห็นอย่างนี้แล้วอยากจะซื้อคาปูชิโน่ร้อนๆซักแก้วเอาไปฝากฮยองแก้มึนเหมือนกัน เขากินแค่ฟองนม ฮยองก็กินกาแฟไปแบบที่เคยทำกันเมื่อก่อน ถึงจะชอบกินแตกต่างกันแต่ก็ยังอยู่ด้วยกันได้ด้วยความรักและความเข้าใจที่หล่อเลี้ยงชีวิตของทั้งคู่ให้หวานฉ่ำละมุนละไมแบบนี้

เห็นมั้ยล่ะขนาดเปลี่ยนบรรยากาศมาเดินข้างนอกโรงแรมก็ยังเพ้อเจ้อถึงเรื่องเก่าๆจนได้เลยกงชานนี่ T^T

“อ้าว ตื่นเช้าจังกงชาน หายมึนหัวหรือยัง?” ซานดึลที่ผละออกมาจากเคาน์เตอร์สั่งกาแฟหันมาทักเขาพร้อมสะกิดบาโรที่กำลังต่อคิวซื้อชาอยู่ให้หันมาเช่นกัน

“ก็ยังแฮงค์ๆอยู่นิดหน่อย เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกับฉันงั้นเหรอ” กงชานสะบัดใบหน้าเล็กน้อยพร้อมถาม บาโรหัวเราะก๊ากทันที

“ก็นายดันไปซดแก้วโซจูของพี่จินยองเข้าอ่ะดิ จากนั้นไม่ทันไรนายก็เมาแอ๋รั่วหลุดโลกทำเสียงแมวน้ำกับขันเหมือนไก่ให้พวกฉันดูกันทั้งโต๊ะ ฮ่ะๆ โคตรบันเทิงอ่ะพูดตามตรง ถ้าพี่จินยองไม่ดึงนายไว้นายคงเต้นท่ากระรอกอีกท่าให้พวกฉันดูไปแล้ว” คนตัวโตหัวเราะไม่บันยะบันยังเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน กงชานอ้าปากหวอก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างตบหน้าตัวเอง

“ฉันทำเสียงแมวน้ำกับไก่ด้วยเหรอ -0-///

“ชิมแพนซีก็มา แต่นายทำได้เหมือนมากเลยนะกงชาน ^^” ซานดึลเสริมพร้อมพยายามกลั้นขำเพื่อรักษามารยาท กงชานหันไปสั่งกาแฟแล้วเอามือลูบแก้มตัวเองด้วยความอาย

“บ้าจริง ฉันทำแบบนั้นไปได้ยังไง T///T แล้วพี่จินยองว่ายังไงบ้าง”

“จะว่าอะไรล่ะ พอห้ามนายไม่ได้รุ่นพี่ก็ขำแล้วก็บอกว่านายทำแล้วน่ารักดีไปอีกแบบ พวกฉันก็เลยปล่อยให้นายทำไป เห็นพี่ชินวูบอกว่ารุ่นพี่จินยองแบกนายไปส่งที่ห้องด้วยนะเมื่อคืน กลับถึงห้องหรือเปล่าวะ? ^.,^” บาโรแหย่กระเซ้าเพื่อนสนิทเล่น กงชานหน้าแดงก่อนจะหันมาแหวเสียงเขียว

“ถะ..ถึงสิ อะไรคือไม่ถึงของนายไม่ทราบ ถามอะไรของแกห๊ะไอ้ทะลึ่ง! ><

“ว้าววว งั้นก็ไม่น่ามีอะไรต้องเป็นห่วงนะถ้าถึงห้องแล้ว ตื่นเช้าขึ้นมามีอะไรผิดปกติบ้างมั้ย?” บาโรยักคิ้วแกล้งแซวต่อไป กงชานอึกอักพลางเอ่ยถามเสียงตะกุกตะกัก

“ก็..ก็ปกติดี ทำไมแกต้องคิดว่ามันจะมีอะไรผิดปกติกับฉันด้วย”

“ก็เห็นเมื่อคืนพี่ชินวูพูดว่ารุ่นพี่เมาหนักมาก เพ้อพูดแต่ชื่อนายไม่หยุด ยิ่งเป็นคนซังนัมจาแบบนั้นเวลาที่เมาแล้วก็จะยิ่งเปิดเผยตัวตนอีกแบบออกมา จากคนขี้อายเหมือนหมาจิ้งจอกที่อบอุ่นแสนดีเวลาอยู่กับแฟนก็อาจจะเปลี่ยนไปเป็นจิ้งจอกห้าวตัวร้ายก็ได้ =.,=

“ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้นแหละหยุดพูดแล้วก็จิบชาคาโมไมล์ของนายไปเถอะ ป่านนี้พี่จินยองยังไม่ตื่นเลยนายคิดว่าเมื่อคืนเขาจะทำอะไรฉันได้หา!” กงชานดันหน้าผากเพื่อนที่คิดอกุศลไปข้างหลังด้วยความหมั่นไส้ บาโรกับซานดึลหัวเราะกันคิกคักกันก่อนจะรอกงชานรับคาปูชิโน่ร้อนมาแล้วเดินเล่นริมชายหาดไปด้วยกัน

“เฮ้อออ ฉันคงเคว้างคว้างน่าดูถ้าพี่จบจากโรงเรียนนี้ไปแล้ว” บาโรจิบชาพร้อมชวนเพื่อนอีกสองคนคุยระหว่างเดินเหยียบไปบนผืนทรายนุ่มๆสบายเท้าให้ผ่อนคลาย ตอนเช้าริมทะเลอย่างนี้ยังไม่ค่อยมีคนมาเดินเล่นมากเท่าไหร่ ทำให้หาดดูเงียบสงบกว่าตอนบ่ายที่พวกเขามาถึงเมื่อวานเป็นกอง

“ทำไม ไม่มีพี่ชายที่เป็นประธานนักเรียนดีเด่นคอยคุ้มกะลาหัวนายแล้วน่ะสิ -_-” ซานดึลว่าอย่างรู้ทัน

“มันก็ถูกของนายนะเป็ด แต่มันก็ดีตรงที่เวลาฉันไปมีเรื่องกับใครจะได้ไม่ต้องเดือดร้อนมาให้พี่ชินวูช่วยแก้อีก” บาโรว่าอย่างเคร่งขรึม ซานดึลกับกงชานพยักหน้าเห็นด้วย

“ในที่สุดรุ่นพี่ชินวูก็ได้หลุดพ้นจากบ่วงกรรมที่มีกับนายซะที รุ่นพี่สอบเข้ามหาลัยดีๆในโซลได้ที่เดียวกับรุ่นพี่ยูอาด้วยพ่อแม่นายคงดีใจ” กงชานค่อยๆจิบฟองครีมขาวนุ่มด้านบนเข้าปากไปให้เหลือแต่ส่วนที่เป็นกาแฟ

“ดีใจสิ บางครั้งฉันก็คิดเหมือนกันนะว่าฉันไม่ค่อยทำอะไรให้พ่อกับแม่ภูมิใจในตัวฉันได้เลย นายคิดว่าปีหน้าฉันควรจะลงสมัครประธานนักเรียนบ้างดีไหม”

“ได้ข่าวว่าซอนอูก็จะสมัครเหมือนกัน นายจะสู้หมอนั่นไหวเร้อออ หมอนั่นเรียนเก่งเป็นถึงมือเบสวงดนตรีของโรงเรียน สาวๆคงเทคะแนนเลือกกันตรึม” ซานดึลว่าอย่างขำๆ บาโรนิ่วหน้าทันที

“ไอ้ซอนอูก็ซอนอูเถอะ ดูนายจะเข้าข้างมันออกนอกหน้าจังนะ -^-*

“อ้าว ก็มันจริง ถ้าขืนนายสมัครฉันว่าคนที่จะเลือกนายแน่ๆก็คงมีแค่ฉันกับกงชานสองคนนั่นแหละ คนอื่นเขาก็รู้กันทั้งนั้นว่านายมันตัวป่วนแห่งโซลฮวาอะคาเดมี่ มาโรงเรียนก็สายทุกวัน จะมาขึ้นแท่นเป็นประธานนักเรียนได้ยังไง จริงมั้ยกงชาน” ซานดึลหันไปถามความเห็นจากกงชานหลังจากที่ได้ว่าจิกกัดคนตัวโตผมดำไปแล้ว

“ฮ่าๆ ไม่แน่อาจจะมีนายเลือกแค่คนเดียวนะซานดึล เพราะฉันอาจจะเปลี่ยนใจไปเลือกซอนอูแทนไอ้เพื่อนหน้ากระรอกนี่ ^^

“ไอ้ชานชิคกี้ไอ้เพื่อนทรยศ T_T” บาโรทำหน้าเบ้หลังจากได้ฟังสองคนนี้ว่าแซวเขามาได้พักใหญ่ก่อนที่มือหนาจะกำหมัดขึ้นแล้วปรายตามองไปยังเพื่อนทั้งสองคนที่เดินขนาบข้างกันอยู่

“คอยดูนะ ฉันจะทำให้พวกนายเห็นว่าชาบาโรคนนี้ก็มีดีกับเขาเหมือนกัน รอให้ฉันได้ขึ้นแท่นเป็นประธานนักเรียนคนใหม่ซะก่อนเถอะแล้วพวกนายจะเหวอ ฉันจะไม่มีทางเลือกพวกนายสองคนเป็นคณะกรรมการนักเรียนเด็ดขาด -__-^

“เออ ฉันจะถ่างตาคอยดูวันนั้นแล้วกันนะคุณชายชาบาโร” กงชานว่าแซวอย่างอารมณ์ดีโดยไม่ทันได้สังเกตสีหน้าเพื่อนทั้งสองที่เริ่มเปลี่ยนสีไปทีละน้อยเมื่อได้เห็นเสื้อฮู้ดคุ้นตาที่เคยเป็นของบาโรสวมใส่อยู่กับใครคนหนึ่งที่ทั้งสองไม่อยากจะเจอและอยากจะลืมไปจากสมองมากที่สุดในโลก ซานดึลมีสีหน้าซีดเผือดแต่ยังไม่ทันไรบาโรก็สะกิดคนตัวเล็กผมน้ำตาลแก้มป่องไปก่อนซะแล้ว

“ซานดึล

“อะ..อืม ฉันเห็นแล้ว” ซานดึลมองไปยังกลุ่มคนนั้นด้วยความหวาดกลัวและเริ่มแน่ใจว่าใช่คนที่พวกเขาคิดแน่ ทันทีที่มองมาเห็นพวกเขาพวกคนถ่อยเหล่านั้นก็รีบพยักเพยิดแล้วเดินเข้ามาห้อมหน้าห้อมหลังพวกเขาทันที

จุงฮี….ไอ้คนพวกนั้นมันมาที่นี่ได้ยังไงเนี่ย! T^T

“เอ่อ..พวกนาย เราเคยรู้จักคนพวกนี้ด้วยเหรอ O_O^” กงชานสะกิดเพื่อนทั้งสองคนยิกๆเมื่อแก๊งค์อันธพาลนั้นค่อยๆเดินเข้ามาใกล้พลางมองเขาด้วยสายตาไม่เป็นมิตรอย่างเห็นได้ชัด บาโรอยากจะตอบคำถามเพื่อนตาแป๋วอยู่เหมือนกันหากแต่ไม่ใช่ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้

“ไง ครั้งก่อนไปซ่อนมุดหัวกันอยู่ที่ไหนมาวะพวกฉันถึงได้ปล่อยพวกแกเล็ดรอดมือไปได้” จุงฮีปราดเข้ามายิ้มกวนโอ๊ยแล้วมองไปยังคนแก้มป่องที่หลบอยู่ข้างหลังชาบาโรด้วยแววตาสะใจ

“เสื้อฉันใส่ดีใช่มั้ยล่ะพวกแกก็เลยเก็บเอาไปเป็นที่ระลึกใส่ติดมาจนถึงทุกวันนี้” บาโรยิ้มเหยียดพลางมองเสื้อตัวเองที่สวมใส่อยู่บนตัวอีกคน

“ปากดีเหมือนเดิมเลยนะไอ้ฮิพฮอพ เจอไปครั้งนั้นยังไม่เข็ดอีกหรือไง ครั้งนี้เอาใครมาด้วยล่ะเนี่ยฮึตากลมแป๋วเชียว ^^” จุงฮีทำท่าเอื้อมมือไปจับหน้ากงชานแต่ร่างบางกลับถอยหนีทันแล้วส่งสายตาดุให้ทันที

“พวกแกเป็นใครกันเนี่ย มาขวางทางพวกเราทำไมไม่ทราบ งานการไม่มีให้ทำหรือไงเที่ยวมาระรานชาวบ้านเขาแบบนี้น่ะห๊ะ! -*-

“ปากเก่งกว่าหนูน้อยแก้มป่องนี่ซะด้วย สงสัยจะได้ของเล่นใหม่แถมมาอีกอันแล้วสิ ถามไอ้แรพเพื่อนนายดูสิว่ามันเคยไปมีเรื่องอะไรกับฉันไว้” จุงฮีปรายตามองมายังบาโรที่ขมวดคิ้วแน่นหาทางหนีทีไล่อยู่ มันเล่นล้อมปิดช่องทางไว้แบบนี้แล้วการจะหนีคงไม่ง่ายเหมือนครั้งก่อน

“ฉันก็ขอโทษนายไปแล้วไง ฉันไม่ได้มองทางก็เลยเดินไปชนกับนายเอง อย่าจองเวรหาเรื่องพวกเราอีกเลยนะ ถือให้เลิกแล้วต่อกันเหอะ T^T” ซานดึลตัดสินใจพูดขึ้นมา พวกนักเรียนชั้นต่ำหัวเราะเยาะเย้ยเมื่อเห็นท่าทางหวาดกลัวแบบนั้นแล้ว

“เรื่องนั้นน่ะมันจบไปนานแล้วแก้มป่อง ^^ แบลคลิสต์ใหม่ของพวกนายก็คือไอ้ฮิพฮอพแฟนนายมันทำให้ฉันกับเพื่อนโดนตำรวจคุมตัวไปโรงพักต่างหากล่ะ!

“ฉันไปทำอย่างนั้นให้แกเมื่อไหร่วะหาจำมั่วหรือเปล่าวะเนี่ย ต่อยนายซักหมัดฉันยังไม่เคยทำเลย =*=” บาโรว่าอย่างหัวเสีย ลูกน้องคนหนึ่งในกลุ่มกลอกตาขึ้นมองบนก่อนจะพูดออกมา

“วันนั้นหลังจากที่มีเรื่องกับแกพวกฉันก็โดนตำรวจจับค้นตัวข้อหาพกอาวุธ ถ้าไม่ใช่เพราะพวกแกทำให้คนทั้งถนนแตกตื่นฉันก็คงไม่ต้องมาโดนคุมตัวไปโรงพักแบบนี้!

“ตรรกศาสตร์อะไรของพวกแกเนี่ยโคตรมั่วเลย -*- นายก็พกอาวุธกันมาเองไม่ใช่หรือไงแล้วเอาพวกฉันไปเกี่ยวอะไรด้วยวะ”

“แกจะปัดความรับผิดชอบว่ามันไม่ใช่ความผิดแกงั้นสิ..

“เออ!

“งั้นฉันก็จะให้พวกแกรับผิดชอบกันวันนี้เดี๋ยวนี้แหละ เฮ้ยเอามันให้เละ” ทันทีที่สิ้นเสียงคำสั่งของหัวหน้าแก๊งค์อันธพาลทั้งวงก็มะรุมมะตุ้มกันราวกับกำลังแยกลูกฟุตบอลเตะเข้าโกล บาโรหลบหมัดจุงฮีได้ทันแต่ก็โดนลูกน้องอีกสองสามคนถีบจนล้มลงไปกองกับพื้นทราย กงชานกำแก้วกาแฟในมือแน่นก่อนจะขว้างหมัดลงไปจนน้ำแข็งกระจายไปทั่วบริเวณ เดินออกมานอกบริเวณที่ชุมคนอย่างนี้คงจะหาคนมาช่วยยาก พวกมันถึงได้กล้าเดินเข้ามาหาเรื่องพวกเขาแบบนี้ ซานดึลพยายามจะเข้าไปช่วยบาโรแต่ก็โดนลูกน้องก้ามปูของพวกมันลากออกมาเสียก่อน คนตัวเล็กมองไปยังคนผมดำที่กำลังเตะต่อยแลกหมัดกับพวกหมาหมู่ด้วยแววตาสิ้นหวังพลางพยายามจะดิ้นรนเข้าช่วย

“ซานดึล หลบ!” กงชานคว้าขวดโซจูที่เป็นขยะแถวริมชายหาดขึ้นมาแล้วออกแรงฟาดไปที่ท้ายทอยของพวกมันเต็มๆ ซานดึลอ้าปากค้างเมื่อเห็นว่ามีเลือดไหลซึมออกจากหัวคนพวกนั้น กงชานรีบกระตุกมือให้เพื่อนได้สติก่อนจะกดโทรหาจินยองอย่างรวดเร็ว แต่ก็เพิ่งนึกขึ้นว่าเวลานี้รุ่นพี่คงยังไม่ตื่นเลยรีบวางสายแล้วกดหาชินวูแทนร้อนรน รับสิฮะรุ่นพี่

“เก่งนักนะมึง ตัวแค่นี้ฤทธิ์เยอะนักใช่มั้ย” มือหนาสาบยื้อโทรศัพท์ในมือเขามาแล้วขว้างลงทะเลไปด้วยความโมโห กงชานถอยกรูดไปข้างหลังแต่ก็โดนพวกมันจับกระชากข้อมือเสียแน่นจนสร้อยกระพรวนที่จินยองสวมให้กับมือขาดสะบั้น ร่างบางถูกเหวี่ยงจนลงไปนอนกองบนพื้นใกล้ๆบาโรที่กำลังลังพยายามสู้พวกมันจนสุดชีวิตแต่ก็ไม่อาจต้านทานพละกำลังที่เหลือได้ ชั่วแวบหนึ่งที่หางตากงชานเห็นว่าคนที่ชื่อจุงฮีกำลังเงื้อไม้จะฟาดลงมาที่หัวของบาโร ดวงตากลมโตเบิกกว้างมองไปที่ร่างเพื่อนที่ล้มสะบักสะบอมอยู่กับพื้นด้วยความตกใจ

“บาโรระวัง!!!

พลั่ก

เสียงไม้ขนาดใหญ่ถูกฟาดเข้ามาที่ศีรษะของใครคนหนึ่งเต็มๆ หากแต่ไม่ใช่ของคนที่พวกมันหมายตาจ้องจะทำร้ายให้อาการสาหัส หากแต่เป็นร่างเล็กบางของหมาน้อยที่พุ่งเข้ามารับแรงกระแทกนั้นแทนเพื่อนได้ทันเวลาพอดี บาโรและซานดึลมองภาพนั้นด้วยความตกใจเมื่อเห็นร่างบอบบางนั้นค่อยๆทรุดลงนอนคว่ำข้างๆเขาพร้อมกับเลือดที่ไหลริน ดวงตากลมค่อยๆปรือลงก่อนจะฟุบลงกับพื้นทรายด้วยความหมดแรงจากความเจ็บปวดที่กำลังแผ่ซ่านไปทั่วร่าง

“กงชาน!!!

กงชานได้ยินเสียงของทั้งซานดึลและบาโรตะโกนขึ้นมาพร้อมกันก่อนที่โสตประสาทการรับรู้ของตัวเองจะค่อยๆดับลงไปเรื่อยๆ มือเล็กเปื้อนเลือดจากศีรษะพยายามเอื้อมมือไปข้างหน้าเพื่อแตะเศษสร้อยกระพรวนที่ขาดเป็นสองส่วนไม่มีชิ้นดีตรงหน้าพลางค่อยๆปรือตาลงพร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายรอบตัวที่เริ่มแผ่วเบาลงเรื่อยๆ ปลายนิ้วแตะสัมผัสกับกระพรวนสีเงินแววาวตรงหน้าดังกรุ๋งกริ๋งก่อนที่น้ำตาจะไหลผ่านใบหน้าอาบแก้มและริมฝีปากสีชมพูใสที่ฝืนยิ้มเป็นครั้งสุดท้าย 

ภาพใบหน้าของจินยอง เสียงพูดและร้องเพลงของคนรุ่นพี่ สัมผัสอบอุ่นที่ไล้วนไปทั่วทั้งหน้ายามเมื่อริมฝีปากคุ้นเคยคู่นั้นประทับลงมาหาเขา อ้อมกอดมั่นคงแข็งแรงที่ไม่เคยทิ้งเขาให้เผชิญหน้าอยู่กับความเหงาตามลำพังแม้แต่วินาทีเดียว ภาพความทรงจำที่เคยทำด้วยกันตั้งแต่เจอกันทั้งหมดกลอย้อนกลับไปราวกับฉายซ้ำอีกรอบพร้อมกับคราบน้ำตาและคราบเลือดที่ไหลริน ดวงตากลมค่อยๆหลับลงช้าๆพร้อมรอยยิ้มแห่งความสุขที่ดูขมขื่นยามเมื่อนึกถึงสิ่งเหล่านั้น สติและภาพที่เห็นตรงหน้าทั้งหมดดับวูบหายไปราวกับไม่เหลืออะไรให้ได้ไขว่คว้าอีกต่อไปแล้ว...ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีกำลังจะหายจากตัวเขาไปทีละอย่าง ไม่เว้นแม้แต่คนที่เขารักมากที่สุด

พี่จินยองผมขอโทษนะฮะ ขอโทษจริงๆ…’


PS. เอิ่มมม...หายไปนานอีกแล้ว -_-; รี้ดยังจำเรื่องนี้กันได้อยู่ใช่มั้ยคะ? เราเขียนใกล้จบเต็มทีแล้ว อีกสามตอนก็จบบริบูรณ์แล้วแน่นอน บางคนอาจจะตกใจเห็นเรื่องใสๆหวานๆมาตลอดพอมาตอนนี้เข้าดราม่าเฉย (?) TwT มันดราม่าหรือเปล่าอ่ะ นี่เรื่องมาถึงจุดพีคแล้วนะแอบสงสารเมนเล็กน้อย 5555 ถ้าอยากรู้ว่าไอ้หมาน้อยจอมอ้อร้อจะเป็นยังไงต่อไป พี่จินยองจะได้ไปเรียนต่อไหม จะมีเรื่องวุ่นๆอะไรเกิดขึ้นกับทั้งห้าคนนี้อีกก็ต้องคอยติดตามชมกันใน Chapter หน้าค่ะ เพิ่งมาเริ่มเจ้มจ้นตอนจะจบเรื่อง ฮ่าาาาา ขออนุญาตเปลี่ยนธีมใหม่นะคะเนื่องจากธีมเก่ามันเอาลงแล้วใช้ไม่ได้อ่ะ TT สำหรับวันนี้ลาก่อนนนนน รักรี้ดทุกคนนะคะ ^^ //ดึงมากอดทีคิดถึงฟิคเรื่องนี้กับรี้ดหนักมาก T^T

รักฮยองผมแดงกับไอ้หมาน้อยมากนะ อีกสามตอนก็จบแล้วมีความใจหาย เขียนมาปีนึงเต็มๆ T^T


 
T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

83 ความคิดเห็น

  1. #66 น้ำตาลเทียม (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 14:04
    อ้าวตอนแรกกำลังจะมาชมเลยกงชานเก่งจังลูก ไหงเป็นงี่ได้อ่าาา โอยไม่นะ TT อุปสรรคอะไรมันจะเยอะเเยะ

    ปล.พี่จินยองเมานี่น่ารักเนาะ
    #66
    0
  2. #38 rainyzheza (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 21:46
    เห้ยๆๆๆๆ ไหงมาเป็นแบบเน้
    กงชานต้องไม่เป็นอะไรนะ งื้อออ สงสาร
    ไรท์แกล้งเมนอีกแล้วนะ คราวนี้พี่จินยองต้องยกเลิกไม่ไปญี่ปุ่นแน่เลย
    พี่จินยองไม่ยอมปล่อยให้กงชานอยู่คนเดียวแน่ๆ
    น่าเป็นห่วงเด็กน้อยเหลือเกินลูก ขอให้พระคุ้มครองนะ
    ตอนกลางคืนยังมุ้งมิ้งหวานๆ พี่จินยองระบายความรู้สึกแบบตื้นตันใจมาก
    พอตอนเช้าแค่ห่างจากฮยองมาไม่ถึงชั่วโมงหนูก็โดนทำร้ายแบบนี้ 
    พี่จินยองคงเป็นห่วงมากๆอ่ะ นี่ยังเป็นห่วงเลย งื้อออ ค้าง

    สู้ๆๆๆเน้อ อ่านตอนนี้แล้วตกจึยเบย 
    เป็นกำลังใจให้นะ จะรอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ
    #38
    0