[Fic B1A4] My Hyung Neighbor นี่ผมไงจะใครล่ะฮะพี่ [JinChan]

ตอนที่ 22 : Chapter 22 : It's Christmas Time

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 87
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 มิ.ย. 59


Chapter 22 : It's Christmas Time




“พี่จินยองให้ทายนี่ใคร ^^” มือเล็กเย็นๆที่สัมผัสลงปิดที่เปลือกตาทั้งสองข้างทำให้จินยองต้องหยุดอ่านสิ่งที่เขียนอยู่ในกระดาษเอสี่ตรงหน้าแล้วเอี้ยวตัวหันกลับไปแตะประคองลูบคลำใบหน้าของคนขี้แกล้งอย่างแผ่วเบาเป็นการเล่นด้วย

“จมูกแบนดั้งแหมบๆเย็นๆอย่างนี้คงต้องเป็นลูกหมาภูมิต้านทานต่ำชัวร์”

“ไม่แหมบซะหน่อย ผิด!” เสียงใสโวยวายแล้วยื่นใบหน้าของตัวเองเข้ามาให้คนที่มองไม่เห็นได้คลำได้ถนัดขึ้น

“งั้นดูจากเป็นมนุษย์ตาสามชั้นอย่างนี้คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากกงชานชิคจอมยุ่ง” จินยองทายอีกหลังจากได้ลูบตรงแถวเปลือกตาบางของคนตรงหน้าไปแล้ว

“ไม่ใช่ ทายผิดอีกแล้วฮะ” เสียงหวานหัวเราะคิกคักใหญ่เมื่อได้แกล้งรุ่นพี่สำเร็จ มือขาวอุ่นเลื่อนมาจับตรงใบหูนิ่มของทั้งสองข้างแล้วแกล้งขยำเล็กน้อยจนมีเสียงอื๊อในลำคอของอีกฝ่ายร้องออกมา พร้อมกับมือสวยอีกข้างที่ตีเบาๆพลางหัวเราะขำเป็นของแถม

“หูแข็งผมกลิ่นตุๆไม่สระจนซกมกแบบนี้ ใช่ไอ้ลูกหมามอมแมมหรือเปล่า?

“พูดอย่างนี้ไม่เล่นกับฮยองด้วยแล้ว -^- สะอาดนักก็นั่งท่องบทไปคนเดียวเลย” มือบางทำท่าจะปล่อยแล้วเดินจากไปแต่จินยองกลับดึงกระตุกเอาไว้ให้นิ่งอยู่กับที่ซะก่อน

“เดี๋ยวๆ ขอพิสูจน์อีกที่”

“อะไรล่ะ ทายผิดไปตั้งเยอะแล้วยังจะดื้อทายอีกนะฮยะ” เสียงพูดเจื้อยแจ้วถูกปิดไปพร้อมกับสัมผัสละไมที่เอี้ยวหน้าหันมาพรมแตะอย่างแผ่วเบาทั่วริมฝีปากทั้งที่ถูกปิดตาอยู่อย่างช่ำชอง คนถูกรั้งนิ่งอึ้งไปพักใหญ่ก่อนจะเผยอกลีบปากหวานออกให้คนรุ่นพี่มอบสัมผัสดึงดูดเบาๆแล้วปล่อยออกเมื่อเห็นว่าชิมมานานพอสมควร ยิ้มเจ้าเล่ห์กระตุกอยู่ที่มุมปากคนผมสีไวน์ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปกระซิบกับหน้าใสที่หายใจรดแผ่วใกล้ๆ

“หวานอย่างนี้สวีทเกิร์ลของจองจินยองเปิดปลากระป๋องด้วยมือเปล่าใช่หรือเปล่านะ” นิ้วเรียวที่ปิดตาอยู่ค่อยๆคลายออกให้แสงเล็ดรอดผ่านเข้ามา เผยให้เห็นหน้ายิ้มหวานและดวงตากลมโตบ้องแบ๊วของอีกคนที่วางเกยคางไว้กับซอกคอเขาอย่างออดอ้อนน่ารัก

“อืม ถูกแล้วฮะ -///-” จมูกเล็กกดลงบนแก้มสีแดงเรื่อของเขาเบาๆเป็นการให้รางวัล จินยองหลุบตาลงมองกระดาษยิ้มๆแล้วลูบหัวหอมแชมพูเด็กที่เคยแซวว่าเหม็นเมื่อกี้ด้วยความหมั่นเขี้ยว ใครบอกว่าเหม็นก็เล่นสระทุกวันจนหอมแบบนี้จะไปเหม็นได้ยังไง เจ้าตัวก็คงจะรู้ดีว่าเขาแค่พูดเล่นแต่ก็แกล้งงอนไปตามประสาอย่างนั้นแหละ

“โอ๊ยยย ดั้งแหมบๆ ตาสามชั้น หูนิ่มๆ หวานละมุนแบบนี้สวีทเกิร์ลของฉันหรือเปล่าน้าาา~

“ไม่ใช่แล้วกระรอก ต้องจมูกเย็นๆ ผมกลิ่นตุๆ หวานอย่างนี้ใช่เด็กดีของฉันไหมน้าาาต่างหากล่ะ ความจำปลาทองแล้วยังจะทำเป็นจำได้อีก” เสียงแซวดังมาจากสองคู่หูกระรอกกับเป็ดกลายพันธุ์ที่กวาดห้องทำเวรกันอยู่สองคนมาซักระยะหนึ่งแล้ว หน้าจินยองขึ้นสีแดงกว่าเดิมเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ได้อยู่ในบ้านกันสองคนเหมือนอย่างที่แล้วๆมา ส่วนกงชานก็เอาแต่หัวเราะยิ้มเขินบนตักฮยองเมื่อโดนเพื่อนแซวหนักๆเข้า

“เงียบไปเลยพวกนายน่ะ ผิดกันทั้งคู่นั่นแหละยังจะแซวคนอื่นอีกนะ” กงชานหันกลับไปว่าแทนเมื่อเห็นคนรุ่นพี่ค่อนข้างอายพอสมควรกับคำแซว

“ใช่ มันต้องจมูกแบนๆ ตาสามชั้น กลิ่นผมตุๆ หูแข็ง หวานละมุนอย่างนี้ใช่สวีทเกิร์ลของจองจินยองเปิดปลากระป๋องด้วยมือเปล่าหรือเปล่าน้าาามันถึงจะถูกต่างหากล่ะเด็กพวกนี้” ชินวูที่เพิ่งเดินเข้ามายักคิ้วกวนๆใส่คู่หูหมาก่อนจะเดินไปเขกหัวบาโรและซานดึลคนละทีด้วยความหมั่นไส้ แต่ก็ไม่ลืมที่จะปิดประตูห้องเรียนเกรด 11 ห้อง ให้ด้วยเพื่อความเป็นส่วนตัว

“แกนั่นแหละเงียบไปเลยไอ้หมี -_-^” จินยองขว้างกระป๋องน้ำองุ่นไปจัดการเพื่อนตัวเองแต่ชินวูก็หลบได้อย่างว่องไว คราวนี้เป็นกงชานบ้างที่ก้มหน้างุดเพราะโดนพี่ชายของเพื่อนแซว

“เขาว่ากันว่าคนมีความรักมักจะตาบอด สงสัยจะจริงนะไอ้หัวแดงฝีมือนายดูตกไปเยอะเลยว่ะ ^^” ประธานนักเรียนยิ้มกวน

“ฉันบอกให้หยุดแซวไง กงชานอายไม่กล้าพูดอะไรแล้ว” จินยองหาอะไรจะขว้างไปสั่งสอนอีกแต่คนหน้าใสที่นั่งบนตักเขากลับส่ายหวือแล้วจับมือเขาไว้เป็นเชิงห้าม ตาเรียวหันมาสบกับใบหน้าหวานของรุ่นน้องก่อนจะค่อยๆลดมือลงแล้วลูบหัวคนตรงหน้าด้วยความเอ็นดู ชินวูแลบลิ้นใส่ด้วยความหมั่นไส้

“เป็นคนดีเชื่อฟังแฟนนะครับคุณจองจินยองเปิดปลากระป๋องด้วยมือเปล่า :P

“เออ อย่าให้ฉันเห็นนายตอนมีแฟนแล้วโอ๋แฟนมากกว่านี้นะ ไอ้คุณชินดงอูล่าหมีพูห์ด้วยมือเปล่า -_-*” จินยองหันกลับไปแขวะด้วยฉายาในแอพพลิเคชั่นไลน์ของเพื่อนอีกคน บาโรและซานดึลที่กวาดพื้อนอยู่หลังห้องหัวเราะคิกคักชอบใจเหมือนได้ดูสงครามในห้องย่อยๆ

“นี่ถ้าฉันพูดกับนายจะเป็นยังไงนะเป็ด แก้มห้อยๆ ปากแบนตัวกลมดิ๊กอย่างนี้ใช่อีซานดึลเป็ดอ้วนหรือเปล่าน้าาา~” บาโรก๊อปปี้คำพูดเอาไปล้อเลียนใส่คนข้างๆต่อ

“ฉันก็จะได้เพ่นหัวกบาลนายด้วยไม้กวาดนี่ไงชาบาโรนี่นายหาว่าฉันอ้วนเหรอ!! -0-*

“ปล๊าวววว มีเนื้อมีหนังนิดๆหน่อยๆมันก็ตุ้ยนุ้ยน่ารักดี” บาโรดีดแก้มยุ้ยของเป็ดหน้าหวานที่กวาดพื้นข้างๆพร้อมแลบลิ้นใส่ แทบทำเอาซานดึลอยากเอาดอกหญ้าจากปลายไม้กวาดป้ายหน้ากระรอกให้มันรู้แล้วรู้รอดไป

“มันก็ความหมายเดียวกับคำว่าอ้วนมั้ยฮะเจ้ากระรอก!

“อ๊ะๆ โมโหฉันแล้วอย่ากระทืบเท้านะเป็ด เดี๋ยวพื้นห้องเรียนร้าวฉันไม่มีปัญญาจ่าย”

“ชาบาโรรรร ><*

“นี่หยุดเถียงกันเรื่องไร้สาระได้แล้ว ฮยองฉันไม่มีสมาธิท่องบท -^-” กงชานเอี้ยวตัวหันไปว่าทั้งสองคนที่ส่งเสียงดังอยู่หลังห้อง

“ฉันว่าสมาธิรุ่นพี่จินยองมันแตกซ่านตั้งแต่นายไปนั่งอี๋อ๋ออยู่บนตักแล้วมั้งไอ้ชานชิคกี้ นี่ยังไม่นับเรื่องเมื่อกี้อีกนะจูบหวานกันสนั่นห้องเรียนอย่างนั้นถ้าพวกฉันไม่ปิดประตูห้องทำเวรให้พวกนายมานั่งสวีทกันทุกอาทิตย์คิดเหรอว่าจะไม่มีใครเห็น” เสียงชาบาโรว่ากลับ

“ไอ้หมี จัดการน้องแกทีดิ๊ -_-*

“เรื่องอะไร น้องชายฉัน..ฉันก็ต้องเข้าข้างเป็นธรรมดาป่ะวะ” ชินวูยักไหล่ใส่จินยองแล้วเดินไปช่วยลบกระดานหน้าห้อง

“ฉันว่าบทละครวันคริสต์มาสของรุ่นพี่จินยองก็ไม่น่าจะท่องยากอะไรเลยนะ จำจากบทพูดที่พูดเวลาสวีทกับนายทุกวันก็น่าจะไม่ต้องซ้อมไปทั้งเดือนแล้วมั้งงง~

“ซานดึล นายติดเชื้อพูดจากวนอารมณ์มาจากบาโรมากขึ้นทุกวันแล้วรู้ตัวบ้างมั้ยเนี่ย” กงชานทำหน้ามุ่ยใส่เพื่อนเมื่อแม้แต่ซานดึลก็ยังไม่ยอมพูดจาเข้าข้างตัวเอง ส่วนซานดึลก็ได้แต่ทำปากเบ้พร้อมเหล่มองคนตัวโตข้างๆด้วยสายตาหมั่นไส้

“ฉันว่าอย่างน้อยฉันก็ยังพูดจาดีกว่าไอ้กระรอกนี่หลายขุม =_=*

“อย่างนี้แหละ คนเป็นแฟนกันมันก็มักจะติดนิสัยซึ่งกันและกันมาเป็นเรื่องธรรมดานะกงชานเพื่อนเลิฟ ^^” บาโรโอบไหล่ซานดึลที่ตาขวางดิ้นยุกยิกอยู่ให้เข้ามาใกล้

“ฉันไปตกลงเป็นแฟนกับนายตั้งแต่เมื่อไหร่ อย่ามามั่วนิ่มได้มั้ย นิสัยน่ะพัฒนาขึ้นบ้างแล้วเหรอ -*-” ซานดึลเอานิ้วจิ้มกลางหน้าผากของบาโร

“เดี๋ยวนี้ฉันเปลี่ยนไปเยอะแล้วนะอีซานดึล นายก็เห็นนี่ว่าฉันพิสูจน์ความดีให้นายเห็นมาตั้งหลายอย่าง”

“แค่ช่วยเลี้ยงบาซานโรดึลกับเดินไปรับไปส่งที่บ้านฉันทุกวันมันไม่ได้หมายความว่าฉันจะยอมให้อภัยนายหรอกนะ -_-;

“แล้วที่ฉันช่วยนายทำเวรวันนี้ล่ะ”

“นั่นมันก็เวรนายด้วยไม่ใช่หรือไง”

“จะเถียงกันอีกนานมั้ยสองคนนี้ กวาดตรงนั้นเสร็จก็ช่วยมาซักผ้าเช็ดกระดานตรงหน้าห้องด้วยครับ ฉันช่วยเช็ดจนเลขเด็ดจะผุดออกมาอยู่แล้วเนี่ย” ชินวูวางผ้าขี้ริ้วลงที่รางชอล์กอย่างหงุดหงิดเมื่อเห็นน้องชายตัวเองยังเถียงกับเป็ดตัวกลมไม่เลิกเสียที

“ผมกำลังถ่วงเวลาให้รุ่นพี่จินยองกับไอ้ชานชิคกี้มันมีเวลาสวีทกันได้อย่างเต็มที่ต่างหากล่ะฮะ พี่ควรจะเห็นใจแล้วก็ซาบซึ้งในน้ำใจอันกว้างขวางของผมนะพี่ชินวู -3-

“นี่ๆเรื่องอะไรมาพาดพิงถึงฉันฮะชาบาโร นายต่างหากล่ะที่อยากสวีทกับซานดึลจนต้องเอาพวกฉันมาเป็นข้ออ้างปิดห้องทำเวร ฉันก็แค่มาอาศัยสถานที่ท่องบทละครวันคริสต์มาสก็เท่านั้น จริงมั้ยกงชาน” จินยองว่ากลับพลางหันไปถามร่างบางที่นั่งซบหน้าใสออเซาะอยู่กับไหล่ตัวเอง

“ถูกต้องที่สุดเลยฮะฮยอง ^^

“เฮ้ยเป็ด ทำไมนายไม่ช่วยฉันเถียงเลยล่ะ เห็นมั้ยว่าฝ่ายโน้นมันมีมากกว่าเราฉันก็เลยไม่เคยชนะซักทีเลยเนี่ย” บาโรหันไปหาพวก

“เรื่องอะไรนายอยากเถียงก็เถียงไปคนเดียวสิ ฉันจะรีบทำเวรให้เสร็จ” ซานดึลยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ

“พี่ดงอู ช่วยผมด้วยฮะ T^T” กระรอกน้อยหันไปหาที่พึ่งสุดท้าย

“ก่อนจะให้ฉันช่วยนายมาเช็ดกระดานก่อนดีมั้ยฮึบาโร -*- ฉันพูดเป็นครั้งที่ร้อยแล้วมั้งว่าพื้นข้างหลังน่ะมันไม่ต้องไปกวาดแล้ว ที่พวกนายควรจะทำตอนนี้น่ะคือเช็ดกระดาน เช็ดกระดานน่ะเข้าใจมั้ยยยยหรือต้องให้ฉันชี้นิ้วแล้วพูดว่าดูปากดงอูอีกรอบ =___=*

ชินวูวางผ้าลงอีกรอบอย่างเหลืออด คู่หนึ่งก็หวานมุ้งมิ้งเห็นดีเห็นงามกันเป็นปี่เป็นขลุ่ย อีกคู่ก็กัดกันแทบห้องเรียนสะเทือน นี่ใครมันช่างจับแต่งให้ไอ้สองคู่นี้มันมาอยู่ร่วมห้องเดียวกันกลุ่มเดียวกันได้เนี่ย (ไรท์เองค่ะ (‘  ‘)/ //ยกมือให้พี่หมีแกหน่อย)

“หึๆ เขาว่าคนไม่มีความรักชีวิตมักจะขาดสีสันและเหี่ยวเฉาเหมือนหมีที่จำศีลในถ้ำมืดด้วยความว้าเหว่” จินยองยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยแต่ตายังคงท่องบทละครอยู่

“นายว่าใครฮะจินยอง -_-;

“เปล่านี่ แค่ท่องโคลงของเช็คสเปียร์เล่นๆ”

“ฉันแน่ใจว่าไอ้บทละครคริสต์มาสหรรษากับซานต้าหัวแดงที่นายนั่งซ้อมอยู่คงไม่ใช่เช็คสเปียร์เป็นคนแต่งหรอกมั้ง =_=^ นี่กะจะเอาคืนที่ฉันว่านายเมื่อกี้ใช่มั้ย”

“รุ่นพี่ก็หาคนรู้ใจซักคนสิฮะ จะได้ไม่ต้องทนฟังคนอื่นพูดกระทบกระเทียบไง” ซานดึลเสนอความคิดซึ่งคราวนี้บาโรก็พยักหน้าอย่างเห็นดีเห็นงามด้วย

“พวกนายไม่เข้าใจหรอก คนเป็นประธานนักเรียนมันก็ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับรุ่นน้อง ฉันยังต้องรักษาและยึดมั่นในหลักอุดมการณ์ที่แน่วแน่ของฉันไว้ให้นักเรียนรุ่นหลังให้ดู” ชินวูเอามือไพล่หลังแล้วเดินเนิบๆเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยความภาคภูมิใจ

“อุดมการณ์รักษาเกาะคานทองนิเวศอย่างแนบแน่นมั่นคงของรุ่นพี่น่ะเหรอฮะ ^^

“กงชานชิคจินยอง ดูแฟนนายพูดเข้าดิ๊  -*-” ชินวูหันไปเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันกับรุ่นน้องหน้าสวยที่พูดแทรกขึ้นมา ทำเอาบาโรและซานดึลขำก๊ากที่เพื่อนรักพูดได้จี้ใจดำรุ่นพี่อีกคนตรงพอดี

“ก็ถูกแล้วนี่ กงชานพูดไม่ผิดซะหน่อย” แม้สายตาจะยังอ่านบทละครของห้องแต่มุมปากสีส้มกลับยิ้มเหยียดเจ้าเล่ห์ออกมาจนชินวูนึกหมั่นไส้กับนิสัยของไอ้เพื่อนหัวแดงขึ้นมากทุกที แต่ก่อนเคยหลงไปชอบมันได้ยังไงวะเนี่ย พอได้รู้จักกันจริงๆถึงได้รู้ว่ากวนทีนชิบ =_=*

“เอ๊ออออจำเอาไว้แล้วกัน ต่อไปนี้ถ้าใครมัวแต่ไปรับแฟนจนมาโรงเรียนสาย ทะเลาะกับแฟนจนเพื่อนต้องวิ่งไปฟ้องถึงห้องกรรมการนักเรียน หรือโดนอาจารย์ว่าเหน็บแนมเรื่องสีผมมาฉันจะตัดคะแนนไม่ไว้หน้าให้หมดเลย -^-

“ไม่นะฮะพี่ชินวู ผมพูดเตือนพี่ด้วยความหวังดีหยอกๆประสาพี่น้องนะกิ๊วๆ ^0^;;

“ใช่ฮะรุ่นพี่ ผมก็แค่เออออไปตามไอ้กระรอกน้องชายรุ่นพี่ อย่าคิดมากเลยนะฮะ ^^;;

“ดงอูเพื่อนเลิฟฟฟ พรุ่งนี้อยากกินแกงกิมจิมั้ยเดี๋ยวฉันทำมาฝาก ^___^;;

“ผมก็จะช่วยฮยองเข้าครัวทำด้วยนะฮะรุ่นพี่ ><;;

ดูดูไอ้พวกนี้ -__-^ พอยกเรื่องนี้มาอ้างนี่กลับลำกันแทบไม่ทัน นี่มันยังเห็นเขาเป็นรุ่นพี่ประธานนักเรียนกันอยู่มั้ย ตอบบบ!

“จินยอง แล้วนี่นายไม่ต้องซ้อมบทกับยูอาเหรอ” ชินวูถามถึงเพื่อนผู้หญิงอีกคนในห้องที่ได้รับบทเป็นนางเอกละครเวทีเรื่องเดียวกับที่จินยองเล่น

“วันนี้ยังไม่ต้อง ยูอาบอกว่าอยากให้ฝ่ายทำฉากเคลียร์พื้นที่ให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยนัดมาซ้อมกันทีเดียวเลย ตอนนี้ฉันยังมีเวลาอยู่ไร้สาระกับพวกนายอีกนาน”

“เอ๊ะไอ้นี่เผลอเป็นพูดกัดตลอด -_-*” ชินวูจิ๊ปากพลางเหลือบค้อนร่างสูงโปร่งของเพื่อนที่นั่งเหยียดขาสบายบนเก้าอี้ห้องเรียน “แล้วนี่จะกลับกันกี่โมง จะไปซื้อมั้ยของแต่งฉลองวันคริสต์มาสที่บ้านน่ะ”

“พวกผมใกล้ทำเวรเสร็จแล้วครับพี่ รอแต่ดึลลี่เช็ดกระดานอยู่ยังไม่เสร็จซักทีเดี๋ยวจะได้ไปกันเลย” บาโรโบ้ยไปทางซานดึลที่กระโดดดึ๋งๆยักแย่ยักยันเช็ดกระดานไม่ถึงซักที เป็ดอ้วนหันมาส่งสายตาพิฆาตใส่ทันทีที่ได้ยิน

“อยากให้เสร็จเร็วนักก็มาช่วยฉันลบเซ่ต้องให้บอกกี่ครั้งฮะว่าอย่ามอบหมายให้ฉันเช็ดกระดาน เคยเอื้อมเช็ดถึงที่ไหนกันล่ะ” ซานดึลบ่นงุ้งงิ้งในประโยคสุดท้าย ทำให้ชาบาโรเดินเข้ามากระแซะยิ้มเจ้าเล่ห์

“ฉันให้ยืมขาเอามั้ยล่ะ ^^+

“ไม่ต้องมุกเก่าแล้วยังจะเอามาลีโนเวทใหม่อีก -_-;

“ว้าาา เซ็ง โดนเป็ดจับได้ซะงั้น -3-

“ฉันกับกงชานเสร็จแล้วนะ นายอยากได้อะไรไปตกแต่งหรือจะเลือกเอามาใช้กับงานละครเวทีห้องก็เลือกไปตามสบายเลย เดี๋ยวฉันค่อยไปตามจ่ายจากค่าอุปกรณ์ทีหลัง” จินยองเก็บบทใส่แฟ้มแล้วลุกขึ้นยืน บาโรได้ยินดังนั้นจึงต้องเข้าไปช่วยคู่หูคู่กัดคู่รักลบกระดานด้วยความเร่งรีบ เดี๋ยวก็ได้โดนไอ้กงชานชิคกี้บ่นอีกว่าทำให้ฮยองมันช้าเสียเวลาอย่างนั้นอย่างนี้อีก :P เดือดร้อนแทนแฟนตัวเองไปหมดไอ้ลูกหมานี่

“ทำไมไม่เลือกเองวะ นายเป็นนักแสดงก็น่าจะเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะกับบทเองดิ นี่อะไรคอสตูมก็ไม่ยุ่งท่องแต่บทอย่างเดียว” ชินวูเกาหัวแกรกๆด้วยความปลงกับความติสท์โลกส่วนตัวสูงของเพื่อน

“ฉันก็ไม่ได้อยากเล่นตั้งแต่ทีแรกอยู่แล้ว ถ้าไม่ติดว่าอาจารย์เป็นคนเลือกแล้วเพื่อนทั้งห้องอีกยกโขยงสนับสนุนพร้อมใจกันยัดเยียดบทให้ฉันก็คงปฏิเสธไปแล้วชิลๆ =_=

“โห..นี่นายใช้คำว่ายัดเยียดได้ไง ได้เป็นพระเอกคู่กับยูอาดาวเกรดสิบสองเลยนะเว้ย ยัยนั่นแฟนบอยรุ่นพี่รุ่นน้องรุ่นเดียวกันเพียบ ตอนนี้มีแต่คนคิดอยากจะดักซ้อมนายกันครึ่งโรงเรียนเพราะอิจฉายังจะมาทำบ่นอีก” ชินวูผลักหัวที่ย้อมผมสีไวน์ด้วยความหมั่นไส้ เขายังจำสีหน้าของเพื่อนสนิทตอนที่โดนอาจารย์คัดตัวได้ดี สีหน้าตอนถูกเอ่ยชื่อนี่บอกบุญไม่รับสุดๆโดยไม่คิดจะปิดบังความรู้สึกกันซักนิด

“หนึ่งในนั้นไม่ใช่ฉันแน่ล่ะ ถ้ามีใครอยากเล่นแล้วเสนอตัวมาขอบทจากฉัน ฉันยังให้ฟรีๆได้เลยคิดดูเหอะ นายก็รู้นี่ว่าตอนเย็นฉันไม่ว่าง” จินยองขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจนักยามเมื่อนึกย้อนถึงเรื่องนี้ แน่ล่ะหนึ่งในเพื่อนทั้งห้องที่โหวตชื่อเขาก็มีไอ้ดงอูนี่แหละเป็นตัวตั้งตัวตีเลย -_-

“แค่เล่นดนตรีเปิดหมวกที่เมียงดงฉันก็ไม่เห็นนายจะทำอย่างอื่นต่อแล้วนี่หว่า บ้านนายพ่อแม่ก็ยังส่งเงินมาให้พอใช้ไม่ใช่หรือไง”

“แล้วใครจะไปส่งกงชานกลับบ้าน ฉันต้องตื่นขึ้นมาทำกับข้าวเผื่อมื้อเย็นวันเว้นวันก็เพราะต้องกลับบ้านดึกวันที่มีซ้อมละคร แถมการบ้านภาษาอังกฤษก็ไม่มีใครสอนกงชานอีก” ที่แท้ก็ติดแฟน คำก็กงชาน สองคำก็กงชาน วุ้ยยยประธานนักเรียนขอหมั่นไส้เพื่อนหน่อยเถอะครับ :P

“ผมกลับเองได้ฮะฮยอง การบ้านภาษาอังกฤษตรงไหนที่ทำไม่ได้เดี๋ยวผมค่อยเก็บมาถามฮยองตอนมืดๆหน่อยก็ได้ ^^” กงชานยิ้มใสให้จินยองที่ทำหน้าบึ้งเพื่อให้กำลังใจ

“รุ่นพี่ฮะ ไอ้ชานชิคกี้แฟนรุ่นพี่มันไม่ได้อยู่อนุบาลแพนด้าน้อยแล้วนะครับ =_=^ ปล่อยไว้ซักเดือนหนึ่งมันยังอยู่ได้เลยไม่ต้องไปดูแลมันมากหรอก” บาโรเสริมขึ้นมา

“แต่มันก็ใกล้คริสต์มาสแล้วนะ ฉันก็อยากจะ

“ไม่เป็นไรพี่จินยอง แต่ก่อนผมก็กลับบ้านอยู่บ้านคนเดียวมาได้ตั้งนาน วันไหนหิวๆผมก็ทอดไข่ ต้มรามยอน หรือไม่ก็ทำโจ๊กกุ้งกินเองก็ได้เนอะ ^^” มือเล็กบีบมือเขาเบาๆเป็นเชิงย้ำความมั่นใจให้คนรุ่นพี่ไม่กังวล ชินวูส่ายหน้าน้อยๆอย่างอ่อนใจ

“พูดอย่างนี้ไอ้หัวแดงมันเป็นห่วงนายหนักกว่าเดิมอีกมั้งเนี่ย -_-; หาเมนูทำที่มันสร้างสรรค์มากกว่านี้ไม่ได้หรือไง”

“ก็ผมทำได้อยู่แค่สามเมนูนี่นา (.  .;;)” ตาแป๋วกลมโตหลบลงอย่างรู้สึกผิดที่ตัวเองเหมือนเป็นภาระให้คนรุ่นพี่ กลายเป็นว่าต้องเป็นชินวูที่ส่ายหน้าพูดกับเพื่อนอย่างเอือมๆ

“บอกแล้วใช้ชีวิตโสดอย่างฉันสบายกว่าตั้งเยอะ แล้วก็มาว่าฉันชอบหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง -3-

“พวกผมเสร็จแล้ว จะไปกันได้เลยหรือยังฮะ” ซานดึลหันมาบอกพลางวางผ้าชุบน้ำและแปรงลบกระดานเก็บเข้าที่ ส่วนบาโรก็ปิดหน้าต่างทุกบานจนครบเรียบร้อยแล้วเดินตามมาสมทบพี่ชายและคนอื่นๆที่หน้าประตูห้องเรียน ชินวูกับจินยองหันมาเช็คจำนวนคนแล้วพยักหน้าให้กัน

“แกจะไปรถคันเดียวกับพวกฉันมั้ย จะได้บอกให้ลุงคนขับรถที่มารับยกมอเตอร์ไซค์แกขึ้นรถไปก่อนซะตั้งแต่ตอนนี้เลย ไม่งั้นเสียเวลากว่าพวกเราจะเดินไปถึงที่ลานจอดรถอีก” ชินวูหันมาถามความเห็นเพื่อนสนิทที่ขี่มอเตอร์ไซค์คันเก่งมาโรงเรียนทุกวัน

“ไม่ล่ะ พวกแกไปนั่งไปคันเดียวกันสามคนเหอะ เดี๋ยวฉันขี่มอเตอร์ไซค์ไปกับกงชานก็ได้ห้างก็อยู่ใกล้ๆโรงเรียนแค่นี้” จินยองบอกปัดพลางหันมามองคนผมดำที่จับมือยืนอยู่ข้างกัน “หรือนายจะไปกับไอ้พวกนี้ก็ได้นะจะได้นั่งตากแอร์เย็นๆในรถ เดี๋ยวค่อยไปเจอกันที่โน่นอีกทีก็ได้”

“ไม่ล่ะฮะ ผมไปกับฮยองดีกว่า รับลมเย็นๆข้างนอกก็สนุกดี เดี๋ยวฮยองเหงาไม่มีคนชวนคุย ^^” กงชานสั่นหน้าบอกอย่างร่าเริง ส่งผลให้รุ่นพี่ผมสีไวน์แอบหันไปอมยิ้มกับความน่ารักของไอ้หมาน้อยอีกทางอย่างไว้ฟอร์ม ยังไงซะกงชานก็ไม่มีวันทิ้งเขาให้ไปไหนมาไหนคนเดียวต่อให้จะมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่าเสนออยู่ตรงหน้าก็ตาม

“หึดีใจใหญ่ๆไอ้หัวแดง ไม่อยากให้เขากับคนอื่นก็ไม่ต้องถามก็ได้มั้งวันหลัง” ชินวูที่แอบเห็นสีหน้าเอ่ยแซวขึ้นมา จินยองหันไปขมวดคิ้วแยกเขี้ยวใส่เพื่อนที่ดันมารู้ดีเห็นสีหน้าเขาอีก

“เออๆ เอาตามนั้นแหละ เจอกันอีกทีที่บูธของตกแต่งห้องชั้นสี่เลยแล้วกัน ไปกงชาน” จินยองจับมือรุ่นน้องเลี้ยวไปอีกทางที่เป็นลานจอดมอเตอร์ไซค์ ชินวูกับสองคู่หูคู่กัดเองก็เดินไปขึ้นรถยุโรปราคาแพงที่มีลุงคนขับเจ้าประจำยืนทำท่าเข้มคอยเปิดประตูรออยู่เช่นกัน ต่างคนต่างแยกกันขึ้นรถของตัวเองแล้วแล่นออกสู่ถนนใหญ่แต่มีปลายทางเดียวกันคือห้างสรรพสินค้าใกล้โรงเรียน

ทำไมเขาต้องไปซื้อของตกแต่งพวกนี้ด้วยตัวเองน่ะเหรอ ก็เพราะว่าอีกอาทิตย์หนึ่งก็ใกล้จะถึงวันคริสต์มาสแล้วน่ะสิทั้งห้าคนก็เลยตกลงกันว่าจะจัดงานปาร์ตี้เล็กๆน้อยๆฉลองที่บ้านของจินยองต้อนรับเทศกาลเสียหน่อย ตอนแรกทุกคนลงความเห็นอยากจะจัดที่บ้านของชินวูและบาโรเพราะมีสถานที่กว้างขวาง แต่ในวันนั้นพ่อกับแม่ของสองพี่น้องกระรอกและหมีดันใช้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงของทางบริษัทซะนี่ ดังนั้นทั้งหมดจึงต้องเปลี่ยนแผนมาจัดที่บ้านของจินยองแทน แต่ก็ดีไปอีกอย่างเพราะทุกคนรู้จักที่อยู่บ้านกันหมดจึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะเดินทางไป แถมบ้านก็ยังอยู่ติดกับบ้านกงชานด้วยก็เลยทำให้ขยายสถานที่จัดงานออกไปได้อีกหากจำเป็น

ส่วนที่โรงเรียนเองก็มีกิจกรรมที่นักเรียนทุกชั้นต้องทำเช่นกัน แต่นักเรียนเกรดสิบสองจะมีโปรเจคต์ก่อนต้อนรับการปิดภาคเรียนที่หนักกว่าชั้นอื่นหน่อยก็คือต้องจัดแสดงละครเวทีในวันคริสต์มาส จินยองได้รับบทเป็นพระเอกเอลฟ์หนุ่มผู้มีจิตวิญญาณและความเชื่อในวันคริสต์มาสที่แสนจะเลือนราง แต่ได้ไปเจอและตกหลุมรักกับเอลฟ์สาวช่างทำรองเท้าที่อาศัยอยู่ในบ้านของซานต้าคลอสซึ่งก็คือยูอาชินวูพูดถึงเมื่อกี้ ทำให้จิตวิญญาณของเอลฟ์หนุ่มนั้นเปล่งประกายและสร้างวันคริสต์มาสนี้ให้งดงามได้ด้วยความศรัทธาในรักที่ให้กับเอลฟ์สาว -_-^ ฟังแล้วถึงอยากจะเอาต้นคริสต์มาสเคาะหัวคนคิดบทที่คิดออกมาได้ติงต๊องสมบูรณ์แบบแต่ทั้งหมดก็ต้องเล่นไปตามน้ำตามบทบาทที่มี กงชานเห็นจินยองนั่งท่องบทมาหลายวันแล้วแต่ยังไม่ได้ซ้อมจริงเสียที เป็นเพราะเป็นห่วงเรื่องนั้นเรื่องนี้บวกกับยูอาเองก็อยากจะให้ฝ่ายทำฉากทำให้เสร็จไปก่อน นี่เขากำลังเป็นตัวถ่วงงานรุ่นพี่ไม่ให้เดินหรือเปล่านะ

“พี่จินยอง” เสียงหวานอ่อนๆของคนที่ใส่หมวกกันน็อคสีชมพูนั่งซ้อนท้ายอยู่ด้านหลังเอ่ยเรียกเขา จินยองกระชับมือเล็กที่โอบเอวเขาอยู่กลับเบาๆเป็นเชิงรับรู้เพราะไม่สามารถหันไปคุยได้เนื่องจากขับรถอยู่บนถนนใหญ่

“ไงไอ้ลูกหมา เรียกเสียงอ้อนอย่างนี้จะเอาอะไรอีกล่ะ” คนรุ่นพี่แซวยิ้มๆ

“เปล่าหรอกฮะ” กงชานปฏิเสธแล้วแอบอมยิ้มผ่านแผ่นหลังกว้างที่ซบอยู่ พี่จินยองมักจะใส่ใจเขาอย่างนี้เสมอแหละ “แค่จะถามว่าซ้อมท่องบทไปถึงไหนแล้ว?

“ก็ยังจำไม่ค่อยได้เท่าไหร่” จินยองบอกไปตามตรง ก็ไอ้บทนั้นน่ะไม่ได้มีความเป็นตัวเขาเลยซักนิดเดียวนี่นา -_-* “ฉันกังวลนิดหน่อยถ้าต้องแสดงร่วมกับคนอื่นจริงๆ เพราะฉันเองก็ไม่ได้มีทักษะเรื่องการแสดงเท่าไหร่”

“รุ่นพี่ทำได้อยู่แล้ว ก็พูดเวลาเหมือนกับที่พูดกับผมเหมือนอย่างที่ซานดึลว่านั่นแหละ” กงชานกลั้วขำระหว่างที่ให้กำลังใจ เครื่องมอเตอร์ไซค์เริ่มแล่นออกสู่ถนนอีกเส้นหนึ่งอีกครั้งหลังจากติดไฟแดงมาได้นานอยู่พักหนึ่ง เสียงจินยองถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนจะตอบเขา

“นายก็รู้ว่าฉันเป็นพวกแสดงไม่ค่อยเก่ง ยิ่งต้องแสดงกับยูอาแล้ว” จินยองเว้นระยะออกมาพลางขำเล็กน้อย กงชานขมวดคิ้วอย่างไม่ค่อยเข้าใจ เป็นรุ่นพี่ยูอาแล้วมันทำไมเหรอ -_-?

“ช่างเถอะ นายเองระหว่างที่ฉันไม่อยู่ก็ห้ามอู้ไม่ทำการบ้านนะ โดยเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษ” จินยองว่าอย่างรู้ทัน เสียงใสของคนที่เอาคางเกยบนไหล่เขาหัวเราะคิกคัก

“ก็ภาษาอังกฤษมันยากนี่ -3- จนป่านนี้ผมยังเขียนคำว่าเอลิปั๊นท์ไม่ถูกเลย”

“ฮ่าๆ เด็กบ๊อง เอเลเฟนท์ต่างหากล่ะ นายจบผ่านเกรด 10 มาได้ยังไงกันแค่คำว่าช้างยังอ่านผิดเลยกงชานชิค” จินยองขำพรืดกับสกิลภาษาต่างประเทศอันแสนสะป๊อดสะแป๊ดของรุ่นน้อง ปากบางเล็กๆสีกุหลาบย่นเข้าหากันแล้วส่งสายตาเคืองๆมาให้ใบหน้าคนขับที่ตัวเองเอาแก้มแนบอยู่ด้านข้าง

“ไม่รู้แหละ ฮยองเองก็ผ่านขึ้นมาชั้นเกรดสิบสองได้ยังไงขนาดว่ากราฟไฮเปอร์โบล่ายังวาดผิดเลยนี่นะ ^^

“นี่หัดทำตัวเถียงคำไม่ตกฟากอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ยฮึ”

“ก็คงตั้งแต่ได้เป็นแฟนกับฮยองข้างบ้านผมแดงจอมขี้เก๊กที่ชื่อจองจินยองล่ะมั้ง ^///^” กงชานพูดเสียงกระซิบลงท้ายแผ่วเบาข้างหูราวกับตั้งใจจะยั่วกัน จินยองหน้าขึ้นสีเล็กน้อยเมื่อได้หันไปสบดวงตากลมหวานใสที่กระพริบปิ๊งๆรออยู่บนไหล่ อ่าให้ตายเถอะ ใครจะช่างยั่วจอมอ้อล้อเท่าแฟนเขาคงไม่มีอีกแล้วล่ะ

“เขินเหรอฮะพี่จินยอง ยังขับรถต่อไหวมั้ยฮะเนี่ย” คนช่างยั่วแนบใบหน้าลงข้างๆเขาระหว่างที่หัวเราะพลางกอดกระชับเอวคนขับให้แนบขึ้น

“นั่นสิสงสัยคงต้องปล่อยลูกหมาตัวก่อกวนเอาไว้แถวนี้แล้วล่ะมั้งจะได้มีสมาธิขับ” จินยองยื่นคำขู่ทำให้ใบหน้าใสนั้นมุ่ยลง

“ทำได้ก็เอาสิ ปล่อยคราวนี้ฮยองไม่ได้ไปตามหาเจอตัวมันได้ง่ายๆที่ร้านหนังสือวิเศษแล้วนะ -^-

“ถ้าตามหาไม่เจอฉันก็จะตามเสียงกระพรวนที่เคยให้ไว้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะหาเจออีกครั้ง”

“แล้วถ้ามันถอดกระพรวนออกล่ะ ฮยองก็จะหามันไม่เจอแล้วเหรอ” เด็กน้อยช่างเถียงยังคงชวนคุยจ้อไม่หยุดตามที่ได้เคยบอกเขาไว้ตั้งแต่ก่อนออกมาจากโรงเรียนจริงๆ จินยองเอี้ยวหน้าหันไปมองคนที่ซ้อนท้ายอยู่ด้านหลังก่อนจะแอบระบายยิ้มแล้วกดจมูกลงบนแก้มใสสีชมพูด้วยท่าทีงกๆเงิ่นๆเล็กน้อย

“ยังไงฉันจำได้อยู่แล้วว่าลูกหมาของฉันมันขี้อ้อนขนาดไหน” กงชานขำเมื่อเห็นจินยองพยายามกลั้นยิ้มพลางซบหน้านอนลงบนไหล่กว้างของคนรุ่นพี่ให้มากกว่าเดิม

“ผมก็รู้อยู่แล้วแหละว่าเจ้าของลูกหมาตัวนั้นเขาฟอร์มจัดขนาดไหน” พูดเพียงแค่นั้นจมูกเล็กก็ตะแคงฝังกดคืนบนใบหน้าเรียวเข้มแล้วยิ้มร่า “อ้อนเจ้าของเอาไว้กันลืมน่ะฮะ เผื่อเขาจำไม่ได้แล้วจะยุ่ง ^^

เฮ้ออออ อยู่กับไอ้ลูกหมานี่แล้วผมเหนื่อยทุกทีเลยให้ตายสิ หาเรื่องให้ใจเต้นแรงได้ทุกวัน แต่ก็นะแฟนใครก็ต้องเอ็นดูแหละจริงมั้ยครับ ห่วงแต่ว่าวันนี้ผมจะขับรถไปถึงห้างมั้ยนี่สิ  เปล่าหรอกผมไม่ได้ว่ากงชานเป็นตัวถ่วงเวลาหรือตั้งใจจะทิ้งคนตัวยุ่งไว้อย่างที่พูดจริงๆหรอกครับ แค่กลัวใจตัวเองจะหักรถเลี้ยวกลับบ้านแทนมากกว่า อยู่ที่บ้านของเราจะทำอะไรก็สะดวกมากกว่าอยู่บนท้องถนนใหญ่แบบนี้อยู่แล้วถูกไหมล่ะครับ หึหึ ^^

 

ห้างสรรพสินค้า BABA FOR U

“มาช้าขนาดนี้เป็นเพราะขับมอเตอร์ไซค์มาหรือมัวไปอี๋อ๋อกันแน่วะ” พอมาถึงจุดนัดหมายก็เป็นชินดงอูที่เป็นคนเริ่มเปิดประเด็น บาโรกับซานดึลกำลังเล่นของตกแต่งเอาสายรุ้งมาพันตัวกันอยู่ด้านหลังพลางหันหลังกลับมามองหมาจิ้งจอกและหมาน้อยที่เพิ่งเดินทางมาถึง

“ผมว่าน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่านะครับพี่ ตอนนั่งรถมาก็เห็นมีแต่มดหล่นเต็มถนนไปหมด สงสัยน่าจะมาจากพวกมีความรักหวานชื่นแถวนี้แหละ”

“นายเองก็เหมือนกันนั่นแหละ -_-* ขามาก็แกล้งแย่งขนมซานดึลมาตลอดทางไม่ใช่หรือไง” ชินวูหันไปแขวะน้องชายที่เที่ยวเอาสายรุ้งแกล้งพันตัวเพื่อนอีกคนไม่เลิก

“แบบนั้นถือว่าเรียกสวีทที่ไหนล่ะครับพี่ ก็แค่หยอกล้อเล่นกันตามประสาเพื่อนน่ะ -3-

“หยอกล้อบ้านนายสิ -*- เอาสายรุ่งคันๆพวกนี้ออกไปจากตัวฉันได้แล้ว!” ซานดึลโวยวายทำให้กระรอจอมกวนต้องรีบถอดสิ่งที่ว่านั่นตามคำสั่งเพื่อเอาใจอีกคนทันที

“เราจะเริ่มจากเลือกซื้ออะไรกันก่อนดี คอสตูมนี่ฉันขอบายว่ะ จนป่านนี้ยังจินตนาการไม่ออกเลยว่าไอ้ชุดเอลฟ์นั่นมันหน้าตาเป็นยังไง -_-;” จินยองพ่นลมหายใจออกมาอย่างหน่ายๆกับบทที่ตัวเองได้รับมอบหมายให้แสดง

“เรื่องนั้นแกไม่ต้องเป็นห่วง ฉันกับน้องชายเลือกไว้ให้ตั้งแต่พวกแกยังมาไม่ถึงแล้ว เรื่องแฟชั่นขอให้ไว้ใจพวกฉันได้” ชินวูยกเสื้อผ้าสีเขียวสลับขาวกับหมวกและรองเท้าแหลมๆขึ้นมาให้ดูส่งผลให้คนผมแดงถึงกับออกอาการผงะถอยไปทันที

“นี่คอนเซปต์ผีตานีที่เมืองไทยหรือไงวะ =_=*

“ชุดเอลฟ์วันคริสต์มาสนะครับรุ่นพี่ จะให้ใส่สีม่วงสลับเหลืองเป็นธนาคารไทยพาณิชย์ได้ยังไงล่ะ” บาโรออกโรงปกป้องชุดที่ตัวเองเลือกหลังจากแก้สายรุ้งออกจากตัวซานดึลได้หมดแล้ว

“แล้วรองเท้านี่ถ้าฉันเดินไปเตะส้นเท้าใครนี่มันจะทิ่มเท้าเขาเป็นแผลมั้ยเนี่ย ทำไมปลายมันแหลมเล็กอย่างนี้วะ -*-” จินยองบ่นเมื่อชูรองเท้าขึ้นมาดูใกล้ๆ ขืนใส่ไอ้นี่เล่นในวันงานจริงมีหวังโดนหัวเราะกันทั้งโรงเรียนแน่

“รองเท้าผมเป็นคนเลือกเองแหละฮะ เอลฟ์มันก็ต้องใส่รองเท้าทรงปลายแหลมๆอย่างนั้นก็ถูกแล้ว ส่วนหมวกน่ารักๆอันนั้นรุ่นพี่ชินวูเป็นคนเลือกเอง ชอบมั้ยฮะรุ่นพี่จินยอง ^^” ซานดึลรีบพรีเซนต์อย่างภาคภูมิใจ เล่นเอาจินยองถึงกับอยากถอดเชือกรองเท้ามาผูกคอตายซะเดี๋ยวนั้น หากแต่โดนเสียงใสของคนที่ยืนอยู่ข้างๆแทรกขึ้นมาก่อน

“เท่จัง ^0^ ใส่แล้วต้องเหมาะกับฮยองแน่ๆเลยฮะ” มือเล็กฉวยชุดที่อยู่ในมือเขามาลองทาบแล้วคลี่ยิ้มน่ารักเมื่อเห็นผลงานแล้ว “ยิ่งฮยองย้อมผมแดงอย่างนี้ยิ่งดูหล่อเหมาะเข้ากับเทศกาลคริสต์มาสสุดๆไปเลย ^^

“นายพูดจริงเหรอ”

“ฮะ เท่ระเบิดระเบ้อ ฮยองใส่สีเขียวแล้วดูดีออก ผมชอบ ^^” กงชานพยักหน้าตอบอย่างกระตือรือร้น จินยองลองมองดูชุดที่ร่างบางถืออยู่อีกครั้งแล้วก้มหน้าแอบคิดพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง ปากสีส้มอ่อนอมยิ้มออกมาคนเดียวเงียบๆเมื่อนึกถึงคำชมเมื่อกี้ ถ้าคนตรงหน้าบอกว่าดูดีเขาก็จะเชื่อ

“อืม ชุดนี้ก็ได้มั้ง จริงๆก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไร” คนขี้เก๊กยอมตอบตกลงจนได้ พวกสามคนที่เหลือที่ยืนมองอยู่ถึงกับเบ้ปากแล้วถอนหายใจกันเป็นแถบ

“ดูเอาเหอะ เพื่อนกับรุ่นน้องเลือกให้ตั้งนานบอกไม่อยากใส่บ่นนั่นบ่นนี่ แฟนชมนิดเดียวถึงกับเปลี่ยนใจยอมใส่ซะงั้น มาตรฐานคนเรามันอยู่ตรงไหนวะ -_-” ชินวูหันไปนินทากับซานดึลและบาโรที่กำลังพยักหน้าเห็นดีเห็นงามด้วย จินยองถอดไม้แขวนออกจากชุดแล้วเคาะหัวเรียงตัวเบาๆทันทีด้วยความหมั่นไส้

“น้อยๆหน่อย ก็พวกแกไม่ใช่หรือไงที่หลอกให้ฉันใส่มาสคอตเต่าทองแจกโบชัวร์อยู่หน้าสวนสนุกน่ะ =*=

“ก็ตอนนั้นรุ่นพี่บอกว่าบอกว่าอยากหางานพิเศษทำนอกจากเปิดหมวกนี่ครับ -.,- คึคึ” บาโรหัวเราะอย่างออกนอกหน้า ตอนนั้นจินยองอยากจะหารายได้พิเศษเพื่อซื้อเครื่องอัดเสียงแบบใหม่เอาไว้แต่งเพลงก็เลยยอมไปทำงานตามที่บาโร ชินวูและซานดึลแนะนำ แต่ผลปรากฎว่า

“แต่นายก็ไม่ได้บอกฉันว่าจะให้ใส่ชุดเต่าทองทุเรศๆแบบนั้นทำงานนี่ T_T* แถมยังแอบถ่ายรูปฉันเอาไปลงเพจคิวท์นัมจาอะไรนั่นของโรงเรียนเราอีก!

“ฉันก็แค่อยากโปรโมทให้แกไงจินยอง หลังจากนั้นก็มีแฟนคลับรุ่นน้องตามกรี๊ดนายเพิ่มขึ้นตั้งเยอะไม่เห็นเหรอ ^^” ชินวูแก้ตัวแทนน้องชาย

“เห็นแล้วน่ะสิถึงได้รำคาญชะมัด ตามตื๊อได้ไม่เว้นแต่ละวันขนาดจะเข้าห้องน้ำฉันยังต้องตรวจดูแล้วดูอีก แล้วอะไรคืออัดวิดิโอตอนฉันเต้นเพลงโปรโมทสวนสนุกเอาไปให้กงชานดูฮะฉันก็บอกแล้วไม่ใช่หรือไงว่าอย่าให้กงชานเห็นคลิปนั้นเด็ดขาด -*-

ตรงส่วนนี้แหละที่จินยองอับอายมากที่สุด ตอนนั้นเขาหายหน้าหายตาไปทำพาร์ทไทม์ที่สวนสนุกบ่อยๆโดยไม่บอกกงชานทำให้คนรุ่นน้องถึงกับงอนตุ๊บป่องไปพักใหญ่ที่พักนี้เขาไม่มีเวลาให้ แต่ถึงอย่างนั้นจินยองก็กะว่าจะเอาไว้เคลียร์กันทีหลังเพราะไม่อยากให้กงชานรู้ว่าเขาโหมทำงานหนักไป เดี๋ยวจะไม่สบายใจด้วยกันหมดซะเปล่าๆ รวมถึงชุดเต่าทองที่ใส่นั่นมันก็สุดแสนจะพิลึกกึกกือจนไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปซุกไว้ตรงไหนถ้าแฟนดันมาเห็นเข้า แต่ไอ้เจ้าพวกบ้านี่ก็ดันมาทำพังตอนที่แอบอัดวิดิโอเขาตอนทำงานเอาไปให้กงชานดูจนได้ รุ่นน้องผมดำถึงได้หายงอนเขาอย่างง่ายๆแล้ววิ่งแจ้นตามมาบุกที่ทำงานเขาเพื่อถ่ายรูปด้วยถึงสวนสนุก ความเด็กน้อยนี่ก็นะ…-_-^ ทีง้อแทบตายล่ะไม่ยักกะหายงอน

“ก็แล้วทำไมฮยองต้องปิดบังผมด้วยล่ะ บอกแล้วไม่ใช่เหรอฮะว่ามีอะไรก็คุยกันตรงๆไม่ใช่แอบไปคิดตัดสินใจเองแบบนี้ -3-” กงชานสะบัดหน้าหันไปทำปากจู๋แก้มป่องอีกทางส่งผลให้จินยองถึงกับมองตาละห้อยพลางดึงนิ้วก้อยเรียวของอีกคนเมื่อดันพูดในเรื่องที่แฟนไม่ค่อยพอใจออกไป

“โอ้โหแฮะ แกเตรียมใจไว้เหอะไอ้หัวซอสปลากระป๋อง แต่งงานเมื่อไหร่แกโดนคุมอยู่หมัดแน่ ขนาดตอนเป็นแฟนแกยังต้องอ้อนง้อเขาขนาดนี้” ชินวูมองเพื่อนที่แทบเปลี่ยนเป็นคนละบุคลิกกับเวลาที่อยู่ต่อหน้าเพื่อนในโรงเรียนลิบลับ จะว่าไปก็แปลกตาดีเหมือนกันที่เห็นคนติสท์ไม่แคร์โลกอย่างไอ้หมอนี่ต้องมาทำอะไรแบบนี้ น่าสนุกดีจังแฮะ ^^

“เงียบไปเหอะน่า เรื่องของพวกฉันสองคนพวกแกไม่เกี่ยว =*=” จินยองหันมาเถียงทำหน้าเก๊กทันควัน

“อ้อใช่ เรื่องของผัวเมียคนนอกอย่างพวกฉันคงไม่เกี่ยวหรอก เชิญง้อกันตามสบายเดี๋ยวพวกฉันรอแอบฟังอยู่ตรงนี้กันเงียบๆเอง ^^

“ไอ้…-*-

“หืมมมอันนั้นอะไรน่ะฮะพี่จินยอง *0*” นิ้วก้อยของไอ้หมาน้อยหลุดจากมืออุ่นไปตามด้วยเจ้าของร่างเพรียวบางที่วิ่งถลาต๊อกแต๊กไปหยุดที่ของแต่งต้นคริสต์มาสเตี้ยๆที่แขวนอยู่ใกล้เชลฟ์วางขายขนมหวานด้วยความกระตือรือร้น มีจินยองที่ก้าวเท้าเนิบๆตามมาหยุดอยู่ข้างกันพลางดูสิ่งที่เจ้าตัวชี้แล้วทำท่าตื่นเต้นใหญ่

“จิงเจอร์เบรดไง ไม่เคยเห็นเหรอ” มือขาวปลดขนมหวานสีน้ำตาลสลับขาวที่ทำเป็นรูปทรงต่างๆลงมาให้รุ่นน้องได้ดูใกล้ๆ พอเอามาแขวนกับต้นคริสต์มาสในเทศกาลแบบนี้ก็เลยยิ่งขับให้เจ้าของหวานชิ้นนั้นดูน่ากินขึ้นไปอีก

“ยาสามัญประจำบ้านเอามาใช้ทำขนมได้ด้วยเหรอ (‘  ‘)”

“นั่นมันทิงเจอร์ไม่ใช่จิงเจอร์ จิงเจอร์ที่แปลว่าขิงน่ะ” จินยองหันมาอธิบายเสียงขำ เฮ้อ~ ไอ้ที่ติวภาษาอังกฤษให้ทุกคืนนี่ไม่ได้ช่วยทำให้กงชานเข้าใจมากขึ้นกว่าเดิมเลยใช่ไหมเนี่ย ได้ฟังคำตอบแล้วไอ้ลูกหมาน้อยยิ่งขมวดคิ้วมุ่นเข้าไปใหญ่

“อย่างนี้มันก็เผ็ดน่ะสิฮยอง หน้าตาน่ารักๆอย่างนายไม่น่าจะเผ็ดได้เลยนะ” กงชานหันไปพูดพึมพัมกับขนมขิงที่จินยองส่งมาให้

“ไม่เผ็ดหรอก กินแล้วมันก็จะอุ่นๆซ่าๆในลิ้นเหมือนกินคุกกี้โรยน้ำตาลรสขิงนั่นแหละ เขาจะนิยมกินกันในช่วงที่เป็นหน้าหนาวโดยเฉพาะเด็กๆ เอาไปแขวนแต่งต้นคริสต์มาสก็ได้” จินยองอธิบายให้ฟัง

“งั้นซื้อไปแต่งที่บ้านนะ ผมชอบจังมันหน้าตาน่ารักดี แถมฟังจากที่ฮยองเล่ามันก็ดูน่าอร่อยด้วย”

“ซื้อไปทำไมเปลืองเปล่าๆ ของตกแต่งต้นคริสต์มาสสวยๆทางโน้นก็มีตั้งเยอะ” จินยองหันไปชี้ทางเชลฟ์ที่มีตุ๊กตารูปนางฟ้า ซานต้าคลอสและระฆังแก้วเล็กๆสวยงามที่อยู่ล็อคถัดไป กงชานหันไปมองของพวกนั้นแค่แว้บเดียวแล้วก็ทำปากงุ้มส่ายหน้าหวือ

“ไม่เอา ผมไม่ชอบแบบนั้น มันสวยก็จริงแต่ก็กินไม่ได้นี่นา (‘^’)”

“กงชานฉัน..ต้องซื้อของที่เอาไปแต่งฉากละครที่โรงเรียนได้ด้วย” จินยองพูดเบาๆให้ได้ยินกันแค่สองคน คนรุ่นน้องสบดวงตาเรียวยาวของรุ่นพี่ผมแดงที่ก้มหน้าก้มตาพูดก็พอจะจับน้ำเสียงที่หนักใจนั้นได้

“ช่วงนี้ฉันคงไม่ได้ไปทำงานพิเศษที่เมียงดงพักใหญ่เพราะต้องอยู่ซ้อมละครจนเย็น พ่อแม่ของฉันท่านเองก็ส่งเงินมาเท่าเดิม เพราะฉะนั้นก็เลยต้องลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลงไปด้วย นายพอเข้าใจใช่มั้ย” น้ำเสียงของฮยองที่พูดออกมาดูอายเกินกว่าที่จะพูดตรงๆ กงชานหันหลังกลับไปมองชุดตุ๊กตาขนมขิงเป็นครั้งสุดท้ายพลางกระพริบตาปริบๆอย่างเสียดาย แต่ก็พอเข้าใจว่าคนรุ่นพี่มีความจำกัดในการใช้เงินมากแค่ไหน

“อ๋อ...ไม่เป็นไรหรอกพี่จินยอง ^^ ผมก็ไม่ได้บอกว่าจะให้ฮยองซื้อให้ซักหน่อยนี่ฮะ ก็ช่วยไม่ได้จริงๆนี่นาที่ละครฮยองไม่มีของตกแต่งเป็นขนมขิง ผมเลยอดลองกินเลย” ดวงตากลมบ้องแบ๊วฝืนพูดอ้อนอย่างอารมณ์ดีพร้อมจับมือคนรักแกว่งไปมาเบาๆ ถึงใจจริงลึกๆจะอยากได้ขนมขิงน่ารักนี่เป็นของขวัญวันคริสต์มาสจากพี่จินยองก็เถอะแต่ถ้าฮยองมีความจำเป็นแบบนี้แล้วยิ่งทำอย่างนั้นไปก็จะยิ่งเป็นการเรียกร้องงี่เง่าแบบเด็กไปซะเปล่า

ที่ผ่านมาพี่จินยองก็ให้เขามาเยอะมากพอแล้ว ทั้งดูแลเทคแคร์เป็นอย่างดี กับแค่ปัญหาเรื่องแค่นี้ถ้าเขาจะไม่พยายามทำความเข้าใจก็ดูจะเป็นเด็กเอาแต่ใจไปหน่อยล่ะมั้ง จริงๆแค่พี่จินยองอยู่ด้วยกันในวันคริสต์มาสที่ใกล้จะถึงก็เป็นของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับกงชานชิคแล้ว

"โกรธหรือเปล่า ไม่ใช่พูดยิ้มๆอย่างนี้แล้วมางอนตุ๊บป่องกับฉันทีหลังนะ” แววตาที่ดูกังวลของรุ่นพี่ผมแดงทำให้กงชานหลุดหัวเราะออกมา ฮยองมักจะคิดมากกลัวเขางอนอย่างนี้เสมอแหละ จริงๆเขาเองก็ไม่ใช่เด็กตั้งแง่แสนงอนอะไรขนาดนั้นซะหน่อยนี่นา -3-

“ผมจะไปโกรธอะไรฮยองล่ะฮะ กับไอ้แค่ซื้อขนมหลอกเด็กอย่างนี้ให้กินไม่ได้เนี่ยนะ ^__^

“จินยอง มาดูนี่สิว่าฉันเจอใคร” เสียงเรียกของชินวูทำให้ทั้งสองต้องหยุดการสนทนาไว้เพียงแค่นั้นแล้วหันกลับมามองทางโซนขายเสื้อผ้า กลุ่มรุ่นพี่ผู้หญิงเกรดสิบสองยืนยิ้มให้พลางโบกมือทักทายมาทางพวกเขาอย่างเขินๆพอเป็นพิธี กงชานพอจะจำได้ว่าคนที่มีดวงตาสวยเหมือนลูกกวางตัวน้อยๆและมีรูปหน้าเรียวรับกับปากเล็กจิ้มลิ้มที่ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงกลางกลุ่มนั้นคือใคร ออร่าความน่ารักเด้งโดดขนาดนี้คงต้องเป็นรุ่นพี่ยูอาที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นนางเอกคู่กับพี่จินยองปีนี้แน่เลย

สวยจังเลยแฮะตัวก็เล็กน่ารักน่าพกพา ผิวพรรณเองก็ดูเปล่งปลั่งขาวผ่องเป็นธรรมชาติ แต่กริยาท่าทางนั้นกลับดูถือตัวและดูพกความมั่นใจตัวเองอยู่พอประมาณสมกับที่เป็นดาวประจำโรงเรียน มิน่าล่ะถึงได้มีคนนับถือแล้วก็เคารพรุ่นพี่ แม้แต่พวกแฟนบอยที่จ้องจะจีบอยู่ก็ไม่มีใครกล้าทำอะไรล่วงเกินรุ่นพี่สาวสวยคนนี้เลยแม้แต่นิดเดียว เพราะมีการวางตัวดีแบบนี้นี่เอง

“ไงจินยอง ^^” ดวงตากลมโตแต่ดูมีอำนาจนั้นส่งยิ้มมาให้คนข้างๆตัวเขาแล้วเลยมามองทางเขาเล็กน้อย กงชานรีบก้มหัวทำความเคารพคนเป็นรุ่นพี่อย่างพอเป็นพิธี ยิ่งมองใกล้ๆแบบนี้ยิ่งดูสวยสง่าจังเลย

“มาซื้อของแถวนี้เหมือนกันเหรอยูอา” น่าแปลกที่คนเคร่งขรึมในสายตาคนอื่นอย่างจินยองยิ้มกลับให้พร้อมทักทายรุ่นพี่คนสวยอย่างเป็นกันเอง คงจะต้องรู้จักหรือไม่ก็พูดคุยกันเรื่องซ้อมละครกันมาก่อนล่ะมั้งรุ่นพี่เองก็เรียนอยู่ห้องเดียวกับฮยองไม่ใช่เหรอ

“ใช่ พอดีว่าฉันเห็นฝ่ายฉากเริ่มงานเดินมาได้เยอะแล้วก็เลยจะมาเดินหาซื้อชุดที่ใช้สำหรับแสดงน่ะ นายเองก็เหมือนกันเหรอ”

“อืม แต่พอดีว่าได้ของตัวเองแล้วก็เลยจะมาดูของตกแต่งฉากกับงานเลี้ยงที่บ้านด้วยเลย เธอจะเลือกชุดสีเขียวโทนไหนฉันจะได้เลือกใหม่ให้เข้ากัน” ความจินยองยังไงก็ยังเป็นจินยองอยู่วันยังค่ำ ต่อให้ติสท์ลืมโลกมากแต่ไหนแต่ฮยองของเขาก็เป็นสุภาพบุรุษพอที่จะให้ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายเลือกก่อน แต่ไม่รู้สิ กับเพื่อนผู้หญิงคนอื่นก็ไม่เห็นฮยองจะยอมพูดอะไรด้วยซักคำ แต่กับรุ่นพี่ยูอาถึงได้

นายก็รู้ว่าฉันเป็นพวกแสดงไม่ค่อยเก่ง ยิ่งต้องแสดงกับยูอาแล้ว…”

คำพูดแปลกๆของจินยองตอนที่ขับมอเตอร์ไซค์มาห้างฯแอบแว้บเข้ามาในหัวจนได้ ทำให้กงชานต้องรีบสะบัดหน้าเบาๆเพื่อไล่ความคิดนั้นออกไปให้เร็วที่สุด ก็แค่คนทำงานด้วยกันก็เลยต้องสนิทสนมกันเป็นพิเศษไว้ล่ะมั้ง ไม่เห็นว่าจะเป็นเรื่องแปลกอะไรเลยนี่ T_T อย่างี่เง่าไปหน่อยเลยน่ากงชานชิค

“ฉันสิที่ต้องถามนายว่านายเลือกชุดสีเขียวโทนไหนไป ก็นายพูดเองว่านายเลือกเสร็จไปแล้วนี่นา ไม่ต้องมาทำเก๊กพูดเป็นสุภาพบุรุษไปมาเหมือนพวกนักเรียนชายคนอื่นได้มั้ย ฟังแล้วแปลกหูชะมัด” ยูอาโบกมืออย่างรำคาญใจก่อนที่ทั้งคู่จะหัวเราะออกมาพร้อมกันราวกับต่างคนก็ต่างคิดแบบนั้นไว้อยู่แล้ว จินยองยกแขนขึ้นเกาหัวเล็กน้อยพลางกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆระหว่างที่ก้มหน้าอมยิ้มขำ กงชานแอบมองดูปฏิกริยานั้นก็พอรู้ว่าจองจินยองจะทำท่าแบบนี้ได้ก็ต่อเมื่อ

จินยองฮยองของเขากำลังเขิน

เขินงั้นเหรอใช่แน่ล่ะ หน้าฮยองเริ่มขึ้นสีแดงหน่อยๆแล้ว อยู่ด้วยกันมาตั้งนานทำไมกงชานจะดูไม่รู้ว่าจินยองจะมีการแสดงท่าทีเขินอายแบบไหน ถ้าไม่เก๊กหน้าบึ้งขรึมๆใส่ก็แอบอมยิ้มกัดริมฝีปากตัวเองแบบนี้แหละ ตะ..แต่รุ่นพี่ยูอาก็สวยเหมือนกันนี่นา ผู้ชายอย่างฮยองเห็นเข้าก็ต้องเขินบ้างเป็นธรรมดานี่เนอะ ^^;;

แต่ทำไมกับเราถึงได้ชอบวางฟอร์มปฏิเสธทำเสียงดุๆใส่ตลอดเลยล่ะ T^T ทั้งๆที่เขาทั้งอ้อร้อออดอ้อนสารพัดก็ไม่ค่อยเห็นว่าจะมีรอยยิ้มอย่างนี้หลุดออกมาซักเท่าไหร่ แทบจะนับครั้งได้ที่จินยองจะยอมรับตรงว่าเขิน

"โอเคๆ ไม่เก๊กแล้วก็ได้ ว่าจะให้เธอช่วยเลือกหมวกที่ใช้แสดงใหม่ให้หน่อย ให้ไอ้ดงอูเลือกให้แล้วออกมาดูสะเหร่อยังไงก็ไม่รู้” คนรุ่นพี่ว่ากลั้วขำในขณะที่ประธานนักเรียนที่โดนว่าอ้าปากหวอ

“อ้าว พูดให้มันดีๆนะไอ้หัวแดง ฉันก็ไม่ใช่ฝ่ายคอสตูมนะเว้ยถึงะจจับโน่นมาแมทช์นี่ได้ดูดีทุกชุด ยอมมาช่วยแกเลือกก็ดีเท่าไหร่แล้ว -*-

“ฮ่าๆ มาเลือกด้วยกันเถอะจะได้ดูไปในธีมเดียวกัน เซนส์ทางแฟชั่นของผู้หญิงมักจะดีกว่าของผู้ชายเสมอแหละเชื่อฉันสิ” ยูอาชักชวนพลางดึงแขนจินยองกลับไปทางโซนเสื้อผ้าใหม่อีกครั้ง ชินวูพยักหน้าอย่างเห็นด้วยแล้วเดินชวนกลุ่มพวกเพื่อนๆผู้หญิงเดินคุยนำไปก่อนอย่างอารมณ์ดี รุ่นพี่ผมสีไวน์หัวเราะขำกันตามประสาเพื่อนอยู่เกรดเดียวกันพลางหันมาบอกแล้วลูบหัวไอ้หมาน้อยของตัวเองเบาๆ

“นายจะไปดูอะไรก่อนก็ได้ เดี๋ยวค่อยกลับมาเจอกันที่ตรงนี้นะ ขอฉันกลับไปเลือกเสื้อผ้าใหม่แป๊บนึง”

“ฮะ ^^” กงชานรับคำแล้วมองแผ่นหลังจินยองที่เดินหายไปไกลเรื่อยๆจนถึงโซนเสื้อผ้า ใบหน้าใสหันไปทางซ้ายทีขวาทีอย่างไม่รู้จะเดินไปดูอะไรดีแล้วจึงตัดสินใจเดินมารวมกลุ่มกับซานดึลและบาโรที่แยกตัวมาอยู่ในมุมขนมอีกครั้ง ซานดึลกำลังเลือกขนมเยลลี่รูปหนอนใส่ตะกร้าในขณะที่บาโรก็กำลังอ้อนขอซื้อช็อคโกแลตกับเลโก้ราคาแพงเอาไปซ่อนไว้ที่บ้านคนตัวเล็กก่อน แต่กลับโดนเป็ดตัวกลมตีมือดังเผียะแล้วส่ายหน้าปฏิเสธแล้วสั่งเอาไปเก็บที่เดิม ดูเป็นภาพที่คุ้นตาก็จริง แต่กงชานก็ชอบที่จะมองเวลาที่คนอื่นมีความสุขอยู่ด้วยกัน เฮ้อออเลือกของขวัญวันคริสต์มาสให้พี่จินยองซักชิ้นดีกว่า ระหว่างที่อยู่ในช่วงเวลาน่าเบื่อแบบนี้

“อ้าว แล้วรุ่นพี่จินยองไปไหนซะล่ะไอ้ชานชิคกี้” เพื่อนหน้ากระรอกหันมาทักเมื่อเห็นลูกหมาน้อยเดินหน้าหงอยคอตกกลับมาคนเดียว

“ไปเลือกชุดกับพวกรุ่นพี่ยูอาใหม่น่ะ พี่นายก็อยู่ที่นั่นด้วยเดี๋ยวก็คงกลับมา” กงชานเดินไปเคาะโหลใส่ลูกกวาดเบาๆพลางจ้องมองเข้าไปในขวดโหลหลากสีที่วางเรียงรายกันอยู่ ซื้ออย่างนี้ไปเป็นของขวัญจะดูโหลไปไหมเนี่ย เผลอๆพี่จินยองอาจจะกินไม่หมดแล้วก็ต้องลำบากเขามานั่งเก็บที่เหลือกินคนเดียวอีก -_-^

“ฉันบอกว่าให้เอาไปเก็บที่เดิมไงกระรอก บ้านนายก็มีตั้งเยอะตั้งแยะแล้วจะซื้อไปอีกทำไม เลโก้พวกนี้มันก็ใช้ประโยชน์ได้แค่ตั้งโชว์หาอย่างอื่นที่มันใช้ประโยชน์ได้มากกว่านี้มาดีกว่า” เสียงซานดึลว่าย้ำอีกครั้งเมื่อบาโรแอบหย่อนกล่องเลโก้ลงไปในตะกร้าช็อปปิ้งเบาๆ

“ก็ฉันมีเงินอ่ะ! =3= จะซื้ออะไรก็ซื้อได้ไม่เห็นต้องมานั่งคิดเล็กคิดน้อยแบบนายเลย”

“งั้นก็ซื้อไปเล้ยยยย แต่อย่าเอามาเก็บซ่อนไว้ที่บ้านฉันอีกนะ -^-* อยากซื้อเองก็เอาไปไว้ที่บ้านตัวเอง เดินถือถุงนี่เข้าไปให้แม่นายเห็นจะจะไปเลยสิถ้าแน่จริง” ซานดึลหันมาแลบลิ้นใส่อย่างเป็นต่อเพราะแม่ของบาโรเคยพูดกับเขาว่าอย่าตามใจลูกของตัวเองให้มากนัก โดยเฉพาะเรื่องแอบซื้อของเล่นให้รีบมารายงานทันทีถ้ารู้

“นายอย่าเอาแม่ฉันมาอ้างได้ไหมเนี่ยเป็ด! TOT อยากให้แม่ฉันหักค่าขนมฉันเอาไปให้พี่ชินวูอีกหรือไง”

“ก็เพราะว่าแม่นายเห็นว่านายมีเยอะเกินแล้วน่ะสิ แถมของพวกนี้ก็แทบใช้ประโยชน์ไม่ได้เลยนอกจากเอามาวางประดับบ้านนายให้ดูรกกว่าเดิม บางกล่องนายซื้อไปยังไม่ได้แกะเอามาต่อด้วยซ้ำ” คำพูดของซานดึลทำให้กงชานฉุกคิดขึ้นได้ จริงสิควรจะซื้อของที่ฮยองใช้ประโยชน์ได้ พี่จินยองเองก็ไม่ใช่คนที่มีความคิดเด็กๆแล้ว คงจะอยากได้อะไรที่มันมีสาระใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างมากกว่า

“ซานดึล นายว่าฉันควรซื้อของขวัญวันคริสต์มาสอะไรให้พี่จินยองดี ฉันพยายามนึกตั้งนานแล้วก็นึกไม่ออกซักทีว่าฮยองอยากได้อะไร -3-” กงชานมุ่นคิ้วสวยไปด้วยระหว่างที่วางโหลลูกกวาหลากสีลงที่เดิม บาโรเบ้ปากเมื่อเห็นว่าซานดึลไม่ยอมอนุญาตจึงยอมเอาเลโก้ไปเก็บไว้ที่เดิมอย่างไม่เต็มใจนัก ซานดึลถอนหายใจกับความเด็กน้อยของคู่หูหน้ากระรอกแล้วหันมาตอบกงชาน

“รุ่นพี่จินยองงั้นเหรอเอไม่รู้เหมือนกันสิ พักนี้รุ่นพี่เคยบ่นกับนายบ้างไหมว่าอยากได้อะไร”

“จะพักนี้หรือพักไหนฮยองก็ไม่เคยหลุดเรื่องพวกนี้ออกมาซักครั้งนั่นแหละ -^- ถ้าอยากได้อะไรฮยองก็จะแค่ทำงานเก็บเงินแล้วก็ไปซื้อเอง” กงชานชิคถอนหายใจอย่างหนักใจ

“นั่นสิ ขนาดแฟนรุ่นพี่อย่างนายยังไม่รู้แล้วฉันจะไปเดาใจคนติสท์ๆอย่างนั้นออกได้ยังไงกันล่ะ =_=; นายก็ลองไปหลอกๆถามมาก่อนสิว่ารุ่นพี่มีอะไรที่อยากได้อยู่หรือเปล่า” ซานดึลให้คำแนะนำพลางปรายสายตามองไปยังกลุ่มรุ่นพี่เกรดสิบสองที่ยืนลองเสื้อหัวเราะกันอย่างครึกครื้นอยู่ หนึ่งในนั้นมียูอาที่กำลังทาบเสื้อลงกับอกและไหล่กว้างของจินยองแล้วพูดอะไรบางอย่างยิ้มๆกันอยู่สองคน ตาเล็กหรี่ลงด้วยความสงสัย

“แปลกจัง ทำไมรุ่นพี่ถึงได้สนิทกับรุ่นพี่ยูอาเร็วอย่างนี้นะ”

T^T บอกแล้วเห็นไหม ไม่ใช่แค่เขาที่คิดไปเองคนเดียวซะหน่อย ใครเห็นก็ต้องพูดแบบนี้ทั้งนั้น แงงงงง

“ก็เขาเรียนอยู่ห้องเดียวกันก็เลยอาจจะสนิทกันไวก็ได้มั้ง” กงชานหลุบสายตาพยายามไม่มองภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า

“นายจำตอนก่อนที่พี่จินยองจะสนิทกับพี่ชินวูได้หรือเปล่า ขนาดนั่งข้างกันยังต้องใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะคุยกันได้เลย แต่นี่เป็นผู้หญิงไม่น่าจะคุยกันถูกคอได้เร็วไวขนาดนี้นะ” ซานดึลยังคงจับตามองอย่างผิดสังเกต ไม่ใช่ว่ากงชานไม่รู้ขนาดตอนที่เขาพยายามจะเข้าหาพี่จินยองในตอนแรกที่เพิ่งย้ายเข้ามายังต้องใช้ความพยายามในการเข้าใกล้ขนาดไหนทุกวันนี้ก็ยังจำได้ไม่มีวันลืม แต่กับรุ่นพี่ยูอาฮยองกลับทำให้ความรู้สึกมันแตกต่างออกไป

ดูเคอะเขินเวลาที่ได้พูดคุย ไม่กล้าสบตาตรงๆ แต่ก็ดูเป็นกันเองในเวลาเดียวกันที่ได้อยู่ใกล้ๆ ความสัมพันธ์ความรู้สึกแบบนี้มันเรียกว่าอะไรกันนะ…?

“ตอนนั้นรุ่นพี่อาจจะยังเพิ่งปรับตัวใหม่ๆก็เลยสนิทกับคนยาก แต่พออยู่ไปนานๆเข้าก็คงชินแล้วก็เข้ากับคนได้ง่ายไปเองนั่นแหละ” กงชานตอบปัดเลี่ยงๆเพื่อหลีกหนีความรู้สึกคลางแคลงใจที่เริ่มก่อตัวขึ้นพลางหยิบจับโน่นนี่ขึ้นมาดูฆ่าเวลา ซานดึลหันมาใช้ไหล่กระแซะพลางเลิกคิ้วขึ้น

“นายคิดแบบนั้นจริงหรอ”

“กะ..ก็จริงน่ะสิ ฮยองเองก็เป็นคนนะ ต้องมีเพื่อนมีสังคมบ้างเป็นธรรมดา” ดวงตาคู่กลมมีแววหลุกหลิกระหว่างที่ช้อนตาขึ้นมองไปยังโซนเสื้อผ้าที่มีจินยองกำลังเอามือลูบหัวยูอาอยูอย่างเอ็นดู ส่วนยูอาเองก็เอาไม้แขวนเสื้อตีที่ข้างไหล่เขาๆแล้วยัดเสื้อตัวที่เลือกให้ใส่มือของคนรุ่นพี่อย่างสนิทสนม จริงๆก็แอบขัดใจนิดๆนั่นแหละ แต่ยังไงก็ควรต้องเชื่อใจพี่จินยองเป็นอันดับแรกไม่ใช่เหรอ พี่จินยองไม่มีทางทำนิสัยแบบที่เขาคิดได้หรอก

“แล้วสรุปนายจะเลือกซื้ออะไรให้เป็นของขวัญพี่จินยองล่ะ ฉันว่าไม่ต้องก็ได้มั้งเพราะดูรุ่นพี่เองก็ยังไม่เห็นว่าจะมีท่าทีซื้ออะไรให้นายเลย” บาโรพยักเพยิดไปทางนั้นเมื่อเดินเอาเลโก้ไปเก็บไว้ที่ชั้นเรียบร้อยแล้ว กงชานย่นปากเล็กน้อยพลางส่ายหน้าเหมือนเด็กดื้อที่ยืนยันจะซื้อของเล่นให้ได้

“ไม่เห็นเกี่ยวเลยว่าฮยองจะซื้อให้ฉันหรือเปล่า สำหรับฉันแค่ฮยองอยู่ด้วยกันก็เป็นของขวัญวันคริสต์มาสที่ดีที่สุดแล้ว”

“จะอ้วก =_= คนมีความรักมันต้องพูดจาหวานเลี่ยนมองอะไรมุ้งมิ้งอย่างนี้ตลอดเลยหรือไง” บาโรส่ายหน้าอย่างระอาก่อนจะโดนฝ่ามือของเป็ดอ้วนหวดเข้าไปเต็มแรง

“ไปว่าเพื่อน เพื่อนคิดอย่างนี้ก็ดีแล้ว ไม่เหมือนนายหรอกแม้แต่ใจจะคิดเอื้อเฟื้อซื้อของขวัญให้กับคนอื่นซักคนยังไม่มีเลย!

“โธ่ววว ดึลลี่ ใจจริงฉันก็คิดซื้อของขวัญให้นายอยู่หรอกนะ แต่ตอนนี้ยังนึกไม่ออกว่าจะซื้ออะไรให้ดีเท่านั้นแหละ” บาโรรีบแก้ตัวแล้วยิ้มแหยลูบแขนที่ชาเพราะถูกตีป้อยๆ

“ชิ ทำเป็นอ้าง -^- กงชาน ฉันว่าถ้านายไม่รู้ว่าพี่จินยองอยากได้อะไรจริงๆงั้นเราลองทำของแฮนด์เมดกันดีมั้ย ถึงจะไม่ใช่ของที่อยากได้แต่ฉันว่ายังไงมันก็มีคุณค่าทางใจดีออก” ซานดึลเลิกสนใจบาโรแล้วหันมาเสนอความคิดให้กับเพื่อน กงชานนิ่งคิดไป

“ไอ้ดีฉันก็ว่ามันดีอยู่หรอกนะ แต่ฉันทำอะไรพวกนี้ไม่เป็นเลยนี่สิ T^T” หมาน้อยว่าอย่างหนักใจ เขาไม่เคยมีเรื่องอะไรที่ทำแล้วถนัดดีเป็นเรื่องๆซักอย่าง ทำกับข้าวก็ไม่อร่อย งานฝีมือก็ไม่เคยสนใจคิดจะทำ

“แต่งเพลงเพราะๆให้พี่จินยองไง นายอยู่กับพี่จินยองมาตั้งเกือบปีนึงแล้วคงจะซึมซับวิชาการแต่งเพลงมาจากแฟนได้เยอะแล้วสิใช่มั้ย ^^

“ไม่อ่ะ T_T ฉันไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เลย” กงชานสารภาพออกมาตามตรง ต่อให้มีบ่อยครั้งที่เขาตามคนรุ่นพี่ไปร้องเพลงด้วยกันที่เมียงดงจริงหรืออยู่ช่วยฮยองแต่งเพลงหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีครั้งไหนเลยที่กงชานชิคจะรู้สึกว่าตัวเองถนัดทางด้านนี้

“ไปแนะนำอย่างนั้นได้ยังไงฮะเป็ดดึล รุ่นพี่จินยองแต่งเพลงเก่งจะตายชัก ขืนเอาเพลงที่เราแต่งแบบสะป๊อดสะแป๊ดเอาไปให้มีหวังขายหน้าตายเลยดิ -_-* ทำอาหารให้ดีมั้ยกงชาน” บาโรแย้งแล้วเสนอบ้าง

“รุ่นพี่จินยองเองก็เป็นบร๊ะเจ้าแห่งการทำอาหารเหมือนกันนั่นแหละนายดูกับข้าวแต่ละอย่างที่รุ่นพี่ทำให้กงชานกินสิ อย่างกับออกมาจากฝีมือเชฟภัตตาคารห้าดาว =*= ขัดฉันแล้วก็ไม่ได้ดูตัวเองเลยนะกระรอก” ซานดึลแหวเข้าให้ กงชานถอนหายใจยาวพลางเบะปากเล็กน้อยเป็นกริยาประจำที่เจ้าตัวกำลังคิดหนัก ซึ่งก็เป็นไม่ค่อยบ่อยครั้งนักเพราะปกติชีวิตที่แสนสุขสบายของลูกหมาน้อยก็ไม่เคยต้องมีเรื่องอะไรเก็บเอามาคิดให้หนักหัว

“เออถักสเว๊ตเตอร์ให้ดีมั้ย ทำเป็นลายอักษรรูปตัวเจแทนคำว่าจินยองตัวใหญ่ๆกลางเสื้อฉันว่าก็เข้าท่าดีนะ ฉันเองก็มีความรู้พอจะสอนนายให้ถักได้อยู่ถ้านายสนใจฉันจะสอนให้” ซานดึลเขย่าตัวกงชานอย่างตื่นเต้นเมื่อนึกออกราวกับว่าจะเป็นคนถักไปให้เสียเอง กงชานมองดูรูปร่างจินยองฮยองพลางคิดหนักระหว่างที่พึมพำออกมา

“ก็ดีนะช่วงนี้อากาศก็หนาวอยู่ ฮยองคงไม่ค่อยสนใจดูแลสุขภาพตัวเองเท่าไหร่” เสียงใสนิ่งไม่พูดไปอีกพักหนึ่งระหว่างที่คิดไตร่ตรอง “แต่เทศกาลคริสต์มาสมันก็ใกล้จะถึงเต็มทีแล้วนะ แล้วเพิ่งมาถักเอาตอนนี้มันจะทันเหรอ (‘^‘)” พอมาคำนวณเวลาดีๆทุกคนก็เริ่มนึกขึ้นได้ว่าเวลาที่เหลืออยู่มีจำกัดแค่ไหน เสียงพึมพำดังเล็ดรอดออกมาจากปากซานดึลคล้ายๆว่าจริงด้วยก่อนจะเกาหัวคิดไม่ตกอีกรอบ

“งั้นก็ถักอะไรที่มันเล็กแล้วก็ใช้เวลาน้อยกว่านั้นสิจะไปยากอะไร แล้วก็ต้องเป็นสิ่งที่ให้ความอบอุ่นได้เหมือนกันด้วย” บาโรพูดแทรกระหว่างที่เอามือเท้ากับเชล์ฟวางของแก้เมื่อย

“อะไรของนายล่ะไอ้ที่ว่าเล็กกว่าแต่ก็ให้ประโยชน์คล้ายกับสเว๊ตเตอร์น่ะ -__-*

“ก็ผ้าพันคอไง” บาโรพูดออกมาอย่างง่ายๆ ซานดึลกับกงชานหันมามองหน้ากันก่อนจะยิ้มกว้างแล้วกระโดดเข้ากอดเพื่อนหน้ากระรอกอย่างพร้อมเพรียงกัน

“นายนี่ก็มีมุมฉลาดเหมือนกันนะเนี่ยบาเซโลน่า ^^

“ฉันเพิ่งเห็นนายทำตัวเป็นเพื่อนที่มีประโยชน์ก็วันนี้นี่แหละ ^[]^

“เฮ้ยนี่ชมหรือว่ากันวะเนี่ย ปล่อยได้แล้วฉันหายใจไม่ออก วู้ววว =_=^” บาโรค่อยๆแกะแขนของเป็ดอ้วนและลูกหมาอ้อร้อออกไปทีละคน รู้สึกไม่ชินเท่าไหร่ที่จู่ๆก็เกิดเป็นคนที่มีไอเดียบรรเจิดขึ้นมาแบบนี้

“งั้นนายลองไปหาไหมพรมที่ใช้ถักกับพวกของจกแต่งผ้าพันคอตรงมุมเสื้อผ้าตรงโน้นนะ เลือกสีเอาที่นายคิดว่าเข้ากันแล้วพี่จินยองจะชอบ ฉันขอดูขนมคุกกี้แถวๆนี้ก่อนเดี๋ยวจะตามไปช่วยเลือกอีกที” พอนัดแนะเสร็จกงชานก็รีบแอบเลียบๆเคียงๆไปดูอุปกรณ์ทำผ้าพันคอตามที่ซานดึลบอก ถ้าเดินโจ่งแจ้งออกไปอย่างนั้นมีหวังพี่จินยองคงเห็นแล้วก็สงสัยชัวร์ ระหว่างที่เดินเลือกอยู่อีกฝั่งหนึ่งหูของกงชานก็ดันได้ยินเสียงใครคนหนึ่งลอยมากระทบที่ข้างหูจากเชลฟ์เลือกของอีกฝั่งด้วยความบังเอิญ

“เธอจะซื้อสีนี้เอาไปถักผ้าพันคอให้จินยองจริงๆเหรอยูอา”

” กงชานได้แต่ยืนตัวแข็งอยู่ที่เดิมอีกฝั่งแล้วฟังบทสนทนานั้นเงียบๆต่อไป อะไรกันเนี่ยรุ่นพี่ยูอาก็จะถักผ้าพันคอให้ฮยองเป็นของขวัญเหมือนกันเหรอ?

“อื้ม ฉันเห็นช่วงนี้หิมะก็ตกแต่จินยองก็ไม่เห็นจะใส่อะไรอุ่นๆมาโรงเรียนเท่าไหร่ คงเห็นว่าอีกไม่นานก็ต้องย้ายไปเรียนญี่ปุ่นล่ะมั้งก็เลยไม่ได้ซื้ออะไรจากที่นี่ไปมาก” นั่นคือเสียงของยูอาที่กำลังเลือกของและไหมพรมใส่ตะกร้าอย่างชำนาญ นี่รุ่นพี่ยูอารู้เรื่องที่ฮยองจะไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นด้วยด้วยเหรอเนี่ย ไหนฮยองบอกว่าไม่อยากจะบอกใครเท่าไหร่เพราะไม่อยากให้คนรู้เยอะไง

ทีพอคนรู้จักกันมาตั้งสิบปีกลับปิดปากเงียบไม่ยอมบอกจนไม่สบายละเมอออกมาเองถึงได้รู้ แต่ทีกับคนที่เพิ่งรู้จักกันไม่นานกลับบอกเขาหมดเปลือกแบบไม่คิดลังเลซะงั้น อะไรของฮยองกันเนี่ย ขืนมีมากกว่านี้อีกผมจะงอนจริงๆแล้วนะ -^-;;

“จินยองเนี่ยนะจะไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น O_O ทำไมเธอถึงได้รู้เรื่องของจินยองเยอะจังเนี่ยฮึยูอา” นั่นสิ ทำไมถึงได้รู้เยอะอย่างนี้ T_T

“ก็เขาเป็นคนบอกฉันเอง”

” เจ็บมั้ยล่ะกงชานชิค T^T อยากให้เขาบอกตรงๆดีนัก

“เธอกับจินยองนี่ดูสนิทสนมกันไวจังเลยนะ ตอนที่แสดงละครด้วยกันแอบมีซัมติงสปาร์คป่ะเนี่ย ปกติจินยองก็ไม่ค่อยพูดกับเพื่อนรุ่นน้องนอกกลุ่มเท่าไหร่นอกจากเธอเนี่ยแหละ หนุ่มฮอตสุดติสท์กับสาวดาวโรงเรียนผู้แสนมั่น ฟังดูเหมาะกันดีเนอะว่าไหม” ยัยเพื่อนสนิทหน้าแป้นพูดแซวขึ้นมาพลางหันไปหัวเราะคิกคักกับเพื่อนที่เหลือทำให้ยูอายิ้มๆแล้วตีมือเบาๆเป็นเชิงปราม

“หยุดพูดอย่างนั้นได้แล้วน่า จิ้นไม่เข้าท่าเลยพวกเธอเนี่ย” แต่ถึงเสียงมีอำนาจนั้นจะดุแต่ก็ออกแนวกลั้วขำเสียมากกว่า กงชานยู่ปากอย่างไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก ฮยองอยู่ทางนั้นกับพี่ชินอูเสียไกลก็เลยไม่ได้ยินที่พวกสาวๆนี่เมาท์กัน

“นี่ฉันพูดจริงนะ เขาบอกว่าคนเป็นเนื้อคู่มักจะหน้าคล้ายๆกัน เธอเองกับจินยองก็มีส่วนคล้ายกันไม่น้อยเลยนะฉันว่า ดูปากนี่สิดูเผินๆนึกว่าเป็นคนเดียวกัน” คนพวกนั้นยังพูดล้อไม่เลิกแล้วมองปากของจินยองและยูอาสลับกัน

“พูดเป็นเล่น ฉันไม่ใช่ฝาแฝดพี่น้องท้องพ่อท้องแม่เดียวกับเขาซะหน่อย เลิกหันไปมองเขาได้แล้วเดี๋ยวเขาก็สงสัยหรอก” ยูอาส่ายหน้าอย่างระอาแล้วแอบอมยิ้มขำ จินยองกับชินอูที่อยู่ทางโซนของประกอบฉากหันมามองทางพวกผู้หญิงอย่างงงๆเมื่ออยู่ดีๆก็รู้สึกเหมือนโดนจ้องมอง ทำให้ยูอาก้มลงเลือกของที่เชลฟ์เพื่อหลบสายตาพลางทำหน้าแดงๆราวกับเขินหน่อยๆที่โดนมองกลับ

รุ่นพี่ยูอาเองก็เขินฮยองเหมือนกันเหรอเนี่ย… มะ..ไม่หรอก ^^;; เพราะโดนล้อก็เลยต้องหน้าแดงเป็นธรรมดา แต่พี่จินยองนี่สิที่พูดตอนนั้นที่กำลังขับมอเตอร์ไซค์อยู่มันหมายความว่ายังไงนะ

นายก็รู้ว่าฉันเป็นพวกแสดงไม่ค่อยเก่ง ยิ่งต้องแสดงกับยูอาแล้ว…”

ม่ายยยยยย TOT ใครก็ได้ช่วยเอาประโยคนี้ออกไปจากหัวของกงชานชิคที~

ดีล่ะ ในเมื่อจะให้ของขวัญเหมือนกันก็ไม่เป็นไร เขาก็จะทำในส่วนของตัวเองออกมาให้ดีที่สุดก็พอ ถ้าเราทำอะไรให้เต็มที่ยังไงมันก็ต้องออกมาดูดีอยู่แล้วล่ะใช่มั้ยฮะ -^- อย่างน้อยในตอนนี้กงชานชิคก็ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนของรุ่นพี่จองจินยองนะ ถึงคนอื่นนอกกลุ่มอาจจะไม่รู้แต่แค่เขากับเพื่อนๆรู้กันแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ยังไงเขาก็เป็นคนที่ใกล้ชิดพี่จินยองและต้องดูแลฮยองให้ดีที่สุด จะต้องทำให้พี่จินยองเห็นให้ได้ว่าเราไม่ใช่เด็กน้อยที่ขี้งอนด้วยเรื่องไร้สาระอย่างนั้นอีกแล้ว เขาคือคนที่พร้อมจะฝากชีวิตไว้กับพี่จินยองคนนี้

แต่ไอ้เรื่องที่ไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นแล้วรุ่นพี่ยูอารู้นี่ยังไงก็ต้องถามให้รู้เรื่อง ฮึ่ยยยย! =*= ฮยองนะฮยอง!

 

“นายแน่ใจนะว่าฮยองยังนั่งเปลี่ยนชุดอยู่ที่หลังเวที” กงชานกระซิบถามซานดึลที่กำลังแอบอยู่ข้างเสาที่เดียวกับตัวเองเช่นกัน หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมากงชานเอาแต่เก็บตัวอยู่ในบ้านหรือไม่ก็ไปที่บ้านซานดึลบ่อยๆเพื่อเรียนรู้การถักผ้าพันคอและอบคุกกี้วันคริสต์มาสให้เป็นของขวัญแก่จินยอง จนตอนนี้ของที่ว่านั้นก็เสร็จสมบูรณ์และอยู่ในมือน้อยๆเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่เพียงแอบเอาไปวางไว้ใต้เก๊ะก็เท่านั้น

“แน่ใจเสียยิ่งกว่าแน่ใจอีก ฉันให้บาโรคอยตามติดประกบเอาไว้ ถ้ารุ่นพี่จินยองแสดงละครเสร็จแล้วขึ้นมาเมื่อไหร่อีตานั่นจะไลน์มาเอง นายรีบเอาไปวางไว้ใต้โต๊ะพี่จินยองเถอะเดี๋ยวมีใครมาเห็นเข้า” ซานดึลดันตัวกงชานน้อยๆให้เข้าไปในห้อง

“แต่ฉันรู้สึกไม่มั่นใจยังไงก็ไม่รู้ หน้าตามันก็แปลกๆอยู่นะฉันว่า” กงชานมองโหลคุกกี้และห่อผ้าพันคอในมือตัวเองพร้อมกระพริบตาปริบๆ เขามีเวลาแค่หนึ่งอาทิตย์กับการเรียนรู้การทำของทั้งหมดนี่ แถมตอนที่ซ้อมทำก็ใช่ว่ามันจะออกมาดีซะเมื่อไหร่ =_=

“เฮ้ย! -0-;; กระรอกมันไลน์มาแล้วนายรีบเอาเข้าไปวางเดี๋ยวนี้เลยแล้วค่อยทำตามแผนที่วางกันไว้” ซานดึลสะดุ้งทันทีเมื่อโทรศัพท์ที่อยู่ในมือสั่นครืดๆ กงชานมีหน้าตาตื่นตระหนกพลางรีบวิ่งน้อยๆเข้าไปในห้องที่โต๊ะเดิมของจินยอง ใต้เก๊ะนั้นมีห่อผ้าพันคอสวยงามและไวท์ช็อคโกแลตที่คาดว่าน่าจะเป็นของยูอาวางไว้ก่อนแล้ว คนผมดำกลืนน้ำลายดังเอื๊อกอย่างหวั่นๆ ขนาดมองเฉียดๆยังรู้เลยว่างานของรุ่นพี่ยูอาทำมาประณีตขนาดไหน

“มัวแต่ทำอะไรอยู่ พี่จินยองเดินมาตรงบันไดแล้ว รีบปีนหนีไปทางระเบียงเข้าห้องข้างๆเลยดีกว่า ขืนออกไปอย่างนี้โดนจับได้ทั้งฉันและนายแน่” ซานดึลรีบวิ่งทั่กๆเข้ามาในห้องคว้าข้อแขนเล็กของคนที่ชักช้าให้ปีนลงระเบียงตามกันไปติดๆ เสียงพูดคุยของกลุ่มผู้ชายซึ่งน่าจะมีจินยอง บาโรและชินอูที่เดินคุยกันเริ่มดังเข้าใกล้ประตูห้องเข้ามาเรื่อยๆ แต่ทั้งคู่ก็ปีนระเบียงห้องเรียนไปหลบอีกห้องที่ไม่มีคนเรียบร้อยแล้ว

“โฮ้ยยยย เกือบโดนจับได้แล้วไหมล่ะ =[]=^ นายมัวแต่ดูอะไรอยู่กงชานถึงได้ยืนนิ่งค้างแข็งเป็นรูปปั้นอย่างนั้น พี่จินยองแอบซ่อนหนังสือโป๊ไว้ใต้โต๊ะเรียนหรือไง” ซานดึลหันมาพูดหลังจากที่ปีนระเบียงกลับเข้ามาในห้องอีกห้องแล้วอย่างตื่นเต้นกับเหตุการณ์เมื่อกี้ไม่หาย

“เปล่าฉันเผอิญเห็นผ้าพันคอกับช็อคโกแลตของรุ่นพี่ยูอาที่ทำให้ฮยองน่ะ รุ่นพี่เขาทำสวยมากเลย” กงชานพูดด้วยน้ำเสียงเจื่อนๆ

“อะไรนะ นี่ยัยรุ่นพี่ดาวโรงเรียนนั่นก็แอบทำของขวัญให้แฟนนายเหมือนกันเหรอทำไมนายไม่เห็นบอกฉันเลยซักคำล่ะ รู้มานานแค่ไหนแล้ว” ซานดึลโวยวายซักเป็นชุดในขณะที่กงชานพยักหน้ารับหงึกๆ

“ก็ตั้งแต่วันที่ไปซื้อของกันนั่นแหละ ฉันเองก็ไม่ได้คิดมากอะไรก็เลยไม่บอกน่าจะดีกว่า”

“ไม่จริงหรอก ถ้านายไม่คิดมากแล้วจะมาทำหน้าหงอยมู่ทู่เป็นลูกหมาอดข้าวอยู่อย่างนี้ทำไม” ซานดึลว่าอย่างรู้ทัน กงชานนิ่งเงียบไม่ได้ตอบอะไรเพราะในใจลึกๆก็แอบกลัวเหมือนกันว่ายิ่งทำอย่างนี้มันจะยิ่งกลายเป็นการเปรียบเทียบเข้าจนได้

“ไป!” ซานดึลกระตุกมือบางของเพื่อนเบาๆ

“ไปไหน?

“ไปดูผลงานที่เราทำให้เห็นกับตาน่ะสิว่าพี่จินยองจะชอบของใครมากกว่ากัน ถ้ารุ่นพี่ไม่เลือกของนายก็แสดงว่าสายตาถั่วลิสงเต็มทีแล้ว” ซานดึลไม่รอให้กงชานพูดตอบอะไรไปมากกว่านี้แต่กลับลากแล้วเดินดุ่มๆออกหน้ากลับเข้าทางประตูห้องนักเรียนเกรดสิบสองที่มีจินยอง ชินอูและบาโรนั่งอยู่ทันที

“ดะ..เดี๋ยวสิ ฉันว่าฉันไม่เข้าไปน่าจะดีกว่า” กงชานส่ายหน้าหวือระหว่างที่ยังค้างอยู่หน้าประตู

“เข้ามาเหอะน่า ของอย่างนี้มันต้องมาเห็นด้วยตาตัวเอง นายหายไปบ้านฉันหลายวันอย่างนี้ฉันว่าพี่จินยองเองก็เริ่มสงสัยเหมือนกันนั่นแหละ”

“แต่ฮยองก็ไม่ได้ถามถึงฉันเลยนี่ใช่มั้ย?

อะ..เอ่อคือ” ความเงียบเข้าปกคลุมทันทีที่คำถามนั้นถูกหลุดออกมา กงชานถอนหายใจพลางห่อไหล่ด้วยท่าทีที่เหี่ยวเฉาลง เขารู้ว่าที่ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์ที่เขาหายไปบ้านซานดึลเพื่อเตรียมตัวทำของขวัญจินยองก็ไม่ได้ถามถึงเขาจากเพื่อนคนไหนเลย แต่คนรุ่นน้องก็พยายามจะทำความเข้าใจว่ารุ่นพี่คงจะยุ่งกับการซ้อมละครจนไม่มีเวลาสังเกตเห็นว่าแฟนไม่ได้อยู่บ้านและไม่ได้อยู่กินข้าวเช้าหรือมาโรงเรียนพร้อมกันเหมือนเคย

ยุ่งแค่ไหนกันนะถึงลืมไปสนิทว่ายังมีลูกหมาตัวน้อยที่แอบกลับบ้านตอนดึกๆแล้วชะโงกดูว่าไฟข้างบ้านของคนรุ่นพี่ดับไปหรือยัง หากยังไม่ดับเขาก็คงจะขอเข้าไปให้ช่วยสอนการบ้านภาษาอังกฤษ กินข้าว พูดคุยหรือนอนเล่นด้วยกันแบบที่แต่ก่อนเคยทำเสียหน่อย แต่ก็โชคร้ายที่ไฟในบ้านของจินยองนั้นไม่เคยติดอยู่นานเกินสี่ทุ่มซักครั้ง นั่นทำให้รุ่นน้องผมดำเข้าใจได้ไม่ยากว่าจินยองฮยองคงล็อคบ้านและนอนหลับไปแล้ว

ไม่ได้อยากจะทำตัวงี่เง่ามีปัญหาเรียกร้องความสนใจพร่ำเพรื่อแบบเด็กๆหรอกนะ แต่ถ้าเจออย่างนี้เป็นใครก็คงอดคิดไม่ได้จริงๆ

“อ้าวซานดึล กงชาน มายืนอยู่นานหรือยัง ฉันขอยืมการบ้านวิชาสังคมกับเลขเอามาลอกหน่อยดิ” แล้วก็เป็นบาโรที่หันมาเจอพวกเขาเป็นคนแรกพร้อมทำหน้าที่เล่นละครทำเป็นไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ได้อย่างแนบเนียน อีซานดึลเองก็รีบปั้นหน้าจูงกงชานที่พยายามฝืนยิ้มอยู่ให้เข้ามานั่งร่วมวงสนทนาด้วยอย่างรู้งาน

“อยู่ในกระเป๋าน่ะ กลับไปห้องเดี๋ยวฉันค่อยหยิบให้” ซานดึลส่งซิกส์ไปทางบาโรที่นั่งขนาบจินยองอยู่อีกข้างตรงข้ามกับชินวูพลางบุ้ยปากไปที่ใต้เก๊ะของจินยอง ขนาดนั่งอยู่ด้วยกันแท้ๆเขายังไม่พูดกันเลยคิดดูสิ ลำบากเพื่อนต้องมาเชื่อมประสานงานแทนอีก เชื่อเขาเล้ยยย =_=**

“หืมอะไรอยู่ใต้เก๊ะรุ่นพี่น่ะ แอบมีจดหมายรักกับขนมของรุ่นน้องส่งมาให้ก็ไม่บอก กลัวไอ้ชานชิคกี้มันจะหึงเหรอครับ ^^” บาโรถือวิสาสะเอื้อมมือไปหยิบโหลคุกกี้และห่อผ้าพันคอทั้งสองห่ออกมาวางไว้บนโต๊ะ ซานดึลเอามือลูบหน้าอย่างหนักใจเพราะมองว่าชาบาโรเป็นคนที่แสดงละครได้โอเวอร์ไม่เนียนอย่างนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

“เห้ย มีตั้งสองห่อนี่หว่า เห็นเงียบๆอย่างนี้ร้ายเหมือนกันนะไอ้หัวแดง แอบไปหว่านเสน่ห์ใส่รุ่นน้องสวยๆคนไหนแล้วไม่แบ่งเพื่อนหรือเปล่า” ชินวูแซวยิ้มๆพลางลอบหันไปมองกงชานที่เม้มปากนิดๆด้วยความลุ้นด้วยความสงสัย

“เงียบไปเหอะน่า ฉันก็เพิ่งเห็นนี่แหละว่ามันมี -_-^” จินยองจับโหลคุกกี้ขึ้นมาพลิกดูด้วยความประหลาดใจ ชื่อเช่อก็ไม่เขียนระบุตัวตนมา คงจะเป็นซาแซงรุ่นน้องที่แอบตามกรี๊ดเลยไม่อยากให้เขารู้แหงมๆ

“หูยยยย มีไวท์ช็อคโกแลตด้วย ห่อมาซะน่ากินเลย ลาภปากของพวกเราแล้วว่ะ” ชินวูเอื้อมมือมาจะหยิบฉกกินแต่จินยองกลับจับเบี่ยงเอาไปไว้อีกด้านไว้ทัน

“ไม่ต้องเลยไอ้หมี อันนี้ฉันจะกินเองดูจากทรงแล้วน่าจะอร่อยอยู่ แกเอาคุกกี้โหลนี้ไปแบ่งกันกินไป ดูแล้วอบไหม้ๆยังไงก็ไม่รู้ กินเข้าไปมีหวังเป็นมะเร็งตาย”

จินยองดันโหลคุกกี้ที่อยู่ใกล้มือเอาไปให้เพื่อน บาโรและซานดึลหันมาจ้องกงชานที่ก้มหน้างุดอย่างหน้าเสียทันทีพร้อมรีบแก้สถานการณ์ให้

“แหม่ รุ่นพี่พูดงี้ถ้าผมเป็นคนที่ทำมาให้คงเสียใจตายเลยนะเนี่ย ^0^;; ลองชิมก่อนก็ได้นี่ฮะว่ารสชาติมันไม่ดีอย่างที่คิดหรือเปล่าแล้วค่อยตัดสิน ไอ้ดำๆนี่เขาอาจจะใส่ช็อคโกแลตตอนอบมาก็ได้นะ” บาโรว่า

“ช็อคโกแลตอะไร ดูก็รู้แล้วว่าเป็นรอยไหม้ชัดๆ -_-; กงชานนายไม่ต้องไปกินกับไอ้พวกนี้ก็ได้นะ มากินไวท์ช็อคโกแลตกับฉันดีกว่า” จินยองหันมาชวนคนที่ก้มหน้าไม่พูดจาตั้งแต่เดินเข้ามานั่งให้กินด้วยกันเหมือนเคย แต่หัวน้อยๆกลับส่ายพูดขึ้นเรียบๆ

“ไม่ล่ะฮะ ผมชอบกินคุกกี้ไหม้ๆมากกว่า ถ้ารุ่นพี่ไม่เอาผมขอเอากลับไปกินนะฮะ” กงชานคว้าโหลคุกกี้นั้นมาเปิด บาโรกับซานดึลแทบจะมองหน้ากันด้วยความลำบากใจ เอาแล้วไงรุ่นพี่จินยองทำงานเข้าให้แล้ว T_T

“ฉันว่าอย่าเลย นายมากินกับฉันดีกว่าน่า ดูสินี่ช็อคโกแลตของโปรดนายด้วย” จินยองยังคงพยายามหลอกล่อให้ลูกหมาน้อยมากินด้วยกัน มือขาวแกะกล่องเล็กๆอีกกล่องออกแล้วส่งไวท์ช็อคโกแลตยื่นให้พลางชมจนออกนอกหน้า โดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่เลยว่าแฟนตัวเองกำลังแอบจิกตาหน้าตูมอยู่เงียบๆ

“อ้าปากสิ อร่อยมากเลยนะ ฉันแบ่งให้นายเป็นกรณีพิเศษ ไอ้พวกนั้นก็ปล่อยมันกินคุกกี้ขมๆไหม้ๆไปเถอะ ^^” ดวงตาเรียวหยียิ้มอย่างอารมณ์ดีพลางส่งไวท์ช็อคโกแลตจ่อปากเล็กสีชมพูใสที่ยังคงเม้มปิดสนิทเพื่อข่มอารมณ์

“ถ้ามันอร่อยรุ่นพี่ก็กินไปเถอะ ผมไม่ชอบกินอะไรหวานๆ มันเลี่ยน” กงชานพูดแค่นั้นก็ยัดคุกกี้ทั้งอันเข้าปากเพื่อดับความโมโห รสชาติเป็นยังไงก็ไม่ต้องไปสนใจมันแล้ว รู้แค่ว่าตอนนี้อยู่ในโหมดอารมณ์น้อยใจมากๆก็พอ!

“ไหนฉันขอลองกินหน่อยซิว่ารสชาติที่แฟนนายชอบมันเป็นยังไง อุ๊บโอ้ยขมขนาดนี้น่าจะเอามาทำเป็นช็อคโกแลตแทนอันนี้นะเนี่ย -0-;;” ชินวูที่เอื้อมมือมาชิมหยิบคุกกี้จากโหลเข้าปากถึงกับแทบอยากคายทิ้งแล้วเอาไปอบใหม่ซะเอง กงชานชิคมันกินกัดกร้วมๆไม่สะทกสะท้านอะไรเลยเข้าไปได้ยังไงกัน กงชานกอดโหลคุกกี้แน่นแล้วเบือนหน้าไปทางอื่น

“รุ่นพี่ไปกินกับฮยองเถอะฮะ เดี๋ยวโหลนี้ผมจัดการเอง -^-” กลีบปากบางเริ่มเชิดขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินคนว่าหลายๆคนเข้า แต่รุ่นพี่ทั้งสองคนก็ไม่ได้สังเกตอะไรเพราะมัวแต่เอร็ดอร่อยกับไวท์ช็อคโกแลตกล่องกระจิ๋วหลิวตรงหน้าอยู่

“อ๊ะ สองห่อนี้ยังไม่ได้แกะเลยนี่อยากรู้จังว่ามันเป็นอะไร ^^;;” ซานดึลยิ้มแหยๆพลางส่งห่อผ้าพันคอทั้งสองให้กับจินยองเป็นการกระตุ้นให้แกะเมื่อเห็นสีหน้าเพื่อนรักเริ่มหงิกขึ้นเรื่อยๆ จินยองเคี้ยวไวท์ช็อคโกลแลตหงับๆแล้วเริ่มเปิดจากห่อของกงชานก่อน

“ผ้าคลุมไหล่เหรอ? =_=; ยายฉันอยู่ตั้งสวีเดนค่าส่งไปให้คงจะแพงไปหน่อย เห็นท่านบ่นว่าอยากได้พอดี” จินยองขมวดคิ้วระหว่าที่คลี่ผ้าพันคอสีเขียวสดสลับขาวออกมาดู

“เอ่อผมคิดว่ามันน่าจะเป็นผ้าพันคอนะฮะรุ่นพี่  ดูนี่สิ มีรูปปักไว้อยู่ด้วย ^__^;;” ซานดึลรีบแก้ลำให้แทนพลางชี้ไปที่ลวดลายที่กงชานตั้งใจปักเอาไว้ตรงชายผ้า

“รูปกล้วยแปลกจังทำไมถึงปักกล้วยเป็นสีแดง -_-” จินยองมองใกล้ๆแล้วพึมพำ กงชานย่นจมูกแล้วยัดคุกกี้คำโตใส่เข้าปากอีกคำอย่างไม่ปรานีช่องปากของตัวเอง กล้วยบ้าบออะไรกันล่ะฮยอง! =*= นั่นมัน

“ตัว สีแดงต่างหากล่ะครับ โอ้โหซาแซงของรุ่นพี่นี่มีความคิดสร้างสรรค์สุดยอดไปเลย” บาโรเองก็รีบแก้สถานการ์เช่นกันระหว่างที่มองกงชานนั่งตะแคงด้านข้างให้อย่างป็นห่วง งอนแน่แล้วไอ้ลูกหมาเพื่อนเขามันคงงอนแย่แล้ว TwT

“ไม่เห็นจะเหมือนตรงไหนเลย มองยังไงมันก็เป็นกล้วยชัดๆ” จินยองตอบอย่างไม่ใส่ใจนักก่อนเก็บผ้าพันคออันนั้นใส่ห่อไว้อย่างเดิมแล้วหยิบห่อของยูอาขึ้นมาแกะ กงชานยัดคุกกี้สองอันเข้าปากแล้วเคี้ยวกัดกร้วมด้วยความหงุดหงิด เอาเลยสิติของเขาให้หนำใจแล้วก็ชมอีกอันได้ตามสบายเลย ทีหลังจะไม่ทำอะไรให้ฮยองแล้วคอยดู! T_T*

“สงสัยอันนี้เป็นของคนเดียวกับที่ทำช็อคโกแลตแน่เลย เนื้อผ้าดีสีแดงเด่นเข้ากับผมฉันสุดๆไปเลยพวกนายว่ามั้ย ^^” จินยองเอาขึ้นมาพันคอพลางหันไปขอความเห็นจากรุ่นน้องอีกสองคนที่นั่งเหงื่อตกอยู่ข้างๆ “นายว่าฉันใส่สีนี้แล้วหล่อมั้ยชานนี่” คนรุ่นพี่ถามอีกอย่างไม่รู้สึกรู้สา

“ฮะ -*-” คุกกี้เกือบครึ่งโหลถูกเคี้ยวบดละเอียดไปภายในพริบตา

“เออ ฉันลืมบอกไปงานเลี้ยงคริสต์มาสที่จะจัดที่บ้านเราวันนี้ฉันกับชินวูชวนยูอามาด้วยนะ”

…!” จินยองหันไปพูดยิ้มๆกับชินวูหลังจากที่บอกรุ่นน้องทั้งสามคนไปเสร็จ บาโรกับซานดึลอ้าปากหวอในขณะที่กงชานเองก็เลือกเคี้ยวคุกกี้แล้วทำหน้าบึ้งมู่ทู่ยิ่งกว่าเดิม

“ทะ..ทำไมชวนรุ่นพี่ยูอาไปด้วยล่ะครับพี่ พี่เขาเองก็

“ฉันรู้ว่ายูอาไม่ค่อยสนิทกับกลุ่มพวกเรา แต่อีกเดี๋ยวก็ได้สนิทกันแล้วปาร์ตี้ฉลองคริสต์มาสกันหลายๆคนน่าสนุกดีออก” จินยองให้เหตุผลแล้วเคี้ยวช็อคโกแลตอย่างมีความสุข ชินวูเองก็ยิ้มๆไม่ได้พูดขยายความอะไรต่อจากนี้

“หรือนายว่ายังไงชานนี่ บ้านเราจะรับคนมาปาร์ตี้เพิ่มอีกซักคนก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้งเนอะ เนื้อที่ก็ออกตั้งกว้าง” จินยองหันมาถามความเห็นอีกเช่นเคย กงชานตวัดสายตามองแล้วพูดเสียงนิ่งๆอย่างเป็นปกติที่สุด

“ตามใจฮยองเถอะ รุ่นพี่ยูอาก็เป็นเพื่อนของฮยองนี่นา ผมขอตัวเข้าห้องเรียนแล้วนะฮะ พอดีว่ายังเคลียร์งานไม่เสร็จ” พูดจบใบหน้าใสก็สะบัดพรืดแล้วลุกออกจากวงสนทนาไป บาโรและซานดึลลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าร้อนใจพร้อมกันแล้วหันมาว่าจินยองกับชินอูที่ยังคงมองสถานการณ์ด้วยความมึนงงอย่างพร้อมเพรียง

“รุ่นพี่นี่มันไม่ได้เรื่องเลย! T_T*” พูดจบอีซานดึลก็รีบวิ่งตามเพื่อนของตัวเองออกจากห้องไปคนแรก จินยองเกาหัวแกรกอย่างไม่เข้าใจพลางหันไปถามชินวูและบาโร

“ฉันทำอะไรผิดไปหรือเปล่า พักนี้กงชานดูแปลกๆนะ -_-;

โอ้ยยยยยแล้วไอ้สองคนนั้นก็ดันมาทิ้งระเบิดไว้กับเขาอีก T_T แล้วเขาจะจัดการกับไอ้รุ่นพี่ติสท์นี่ยังไงล่ะเนี่ย ไม่พ้นต้องลำบากชาบาโรผู้น่าสงสารที่ต้องตามเคลียร์ทุกสถานการณ์อีกแล้วสิเนี่ย เห้ออออ! =_=*

 

นี่ก็จะสองทุ่มกว่าอยู่แล้วแต่กงชานกับบาโรก็ยังต้องมานั่งเสียบบาร์บีคิวปิ้งบนเตาแก้หิวกันไปก่อนสามคน เพราะจินยองกับชินอูออกรถที่เพิ่งถอยมาใหม่เอาไปรับยูอาที่บ้านเพราะเธอดันลืมเตรียมของขวัญเอามาด้วยก็เลยมาบ้านนี้หลังจากเลิกเรียนพร้อมกันไม่ได้ เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกก็ดันพูดรับปากออกไปแล้วนี่นะว่าตามใจพี่จินยอง อยากจะทำอะไรหรือชวนใครที่ไหนก็เชิญตามสบายเลย ส่วนเขาก็ไม่จำเป็นต้องมาใส่ใจก็ได้ =^=

“ฉันว่าย้ายเตานี่เข้าไปไว้ข้างใต้หลังคาเถอะ หิมะเริ่มลงอีกแล้ว” ซานดึลหันไปบอกเพื่อนทั้งสองก่อนที่บาโรจะหาอะไรมาดับไฟอย่างรู้หน้าที่ สถานที่รอบบ้านทั้งสองถูกประดับประดาไปด้วยแสงไฟส่องประกายระยิบระยับ มีของขวัญ ถุงเท้าแขวนหน้าเตาผิงในบ้าน ต้นคริสต์มาสขนาดย่อมถูกตั้งตระหง่านอยู่ริมสวนพร้อมด้วยของประดับตกแต่งสวยงามแวววาว รอก็แต่คนที่เหลือและรออยู่จะมาร่วมงานปาร์ตี้ด้วยก็เท่านั้น

“เดี๋ยวฉันเดินไปเอาสับปะรดกับเนื้อในบ้านมาเพิ่มให้ พวกนายช่วยขยับของกันไปก่อนแล้วกันเดี๋ยวฉันตามมา” กงชานว่าอย่างเซ็งๆแล้วถือจานบาร์บีคิวที่ปิ้งไว้รอใครบางคนพร้อมถาดเนื้อปีนรั้วกลับเข้าไปในบ้านตัวเองด้วย ไปนานกันขนาดนี้คงจะเปลี่ยนใจไปฉลองงานเลี้ยงคริสต์มาสที่อื่นกันแล้วล่ะมั้ง -^- เพราะฉะนั้นบาร์บีคิวที่ปิ้งไว้นี่ก็คงไม่จำเป็นแล้วล่ะ กินเองคนเดียวซะให้หมดก็ได้!

หมับ!

ทันทีที่เปิดประตูห้องครัวเข้ามากะว่าจะเอาเนื้อไปเพิ่มเอวบางก็ถูกคว้าไปกอดเสียแนบพร้อมกับประตูครัวที่ปิดลงเองอัตโนมัติราวกับมีใครใช้เวทมนต์ กลิ่นหอมเลม่อนอ่อนๆจากร่างด้านหลังที่โชยมาทำให้ริมฝีปากบางที่กะจะร้องขอความช่วยเหลือต้องเปลี่ยนใจกระทันหัน แล้วหันมาดูคนข้างหลังหน้าตาตื่น

“แฮ่ตกใจมั้ย ^^” ดวงตาหยีเล็กเรียวที่ยิ้มอ้อนสำนึกผิดให้ทำให้ริมฝีปากสีกุหลามงุ้มลงแล้วว่าทันที

“มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ฮะฮยอง แล้วนี่มากอดผมไว้ทำไมปล่อยนะ! -^-*

“ทำไมล่ะ ฉันอุตส่าห์ปิดประตูให้แล้วนะเนี่ย จริงๆฉันก็อายอยู่เหมือนกันนะถ้าต้องทำอะไรแบบนี้ต่อหน้านาย” จินยองว่าพลางหน้าแดงก่ำเล็กน้อย

“ถ้าอายก็ไม่ต้องมากอดสิ เอามือออกไปได้แล้วฮะผมจะเอาเนื้อกับสับปะรดไปเพิ่ม” กงชานว่าอย่างหัวเสีย แต่แล้วมืออุ่นด้านหลังที่ยื่นอะไรตรงหน้ามาให้กลับทำให้ร่างบางหยุดดิ้นยุกยิกไปแล้วขยี้ดวงกลมให้เห็นชัดๆอีกครั้ง

“ชอบหรือเปล่า? ฉันอบเองเลยนะ -_-^” ใบหน้าหล่อเหลายังคงแนบอยู่ด้านข้างแล้วโอบกอดไว้อย่างนั้นอย่างเก๊กฟอร์มเล็กน้อย ขนมขิงสีน้ำตาลโรยด้วยเกล็ดน้ำตาลหลากสีถูกจัดวางเรียงไว้ในกล่องอย่าสวยงาม รูปร่างของขนมไม่ใช่รูปที่ตามห้างสรรพสินค้าจะขายทั่วไป แต่เป็นรูปหมาจิ้งจอก หัวใจ และลูกหมาวางเรียงสลับกันทีละชั้น กงชานเกือบจะทำตาวาวพยักหน้ารับแต่ก็นึกขึ้นมาได้

“แล้วไงเอามาให้ผมทำไมฮะ”

“ไม่เอาน่าชานนี่ ฉันอุตส่าห์หัดทำตั้งอาทิตย์นึงเลยนะ จะไม่กินมันซักชิ้นเลยหรือไง” จินยองว่าอย่างจนใจสุดๆ

“ถ้าจะเอาขนมมาให้ผมแค่นี้งั้นก็ออกไปข้างนอกเถอะฮะ เกะกะผมจะทำงานในครัว” กงชานจะสะบัดออกอีกแต่คนรุ่นพี่กลับโพล่งถามขึ้นมาก่อน

“ทำไมเมื่อเช้าไม่ไปดูฉันขึ้นแสดง”

“ฉันมองลงมาจากเวทีแล้วไม่เจอนายน่ะ นายไปทำอะไรมา” คราวนี้จินยองถามด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางจ้องดวงตากลมโตที่มีแววขุ่นเคืองเขาอยู่อย่างเอาเรื่อง

“ถึงผมไม่ได้ไปดูรุ่นพี่ก็ทำมันออกมาได้ดีอยู่แล้วแหละ หนุ่มฮอตกับสาวดาวโรงเรียนไฮสคูลสุดมั่นฟังยังไงคนที่ดูก็น่าจะชอบ”

“แต่ฉันกลับรู้สึกว่าครั้งนี้ตัวเองแสดงได้แย่มาก ฉันไม่สามารถทำอย่างนั้นกับยูอาแบบที่ฉันทำกับนายอย่างที่นายแนะนำได้เลย” จินยองสารภาพตามตรงพลางถอนหายใจออกมา กงชานแค่นหัวเราะเบาๆก่อนจะพูดกับเจ้าของใบหน้าเรียวที่วางบนไหล่บางด้านข้าง

“รุ่นพี่คงจะเขินน่ะฮะ”

“อืม ฉันเขิน

…!

“เพราะฉันไม่ชินที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้กับลูกพี่ลูกน้องตัวเอง แถมยังเป็นคนที่เพื่อนตัวเองกำลังคบอยู่อย่างเงียบๆอีกต่างหาก”

“ฮะ!? =0=;; เมื่อกี้รุ่นพี่ว่าไงนะ” แทบจะทันทีที่กงชานหันกลับไปเมื่อได้ยินคำตอบออกมาจากปาก แต่พอสัมผัสได้ว่ามีลมหายใจจมูกโด่งที่เป่ารดผิวแก้มอยู่ก็เลยต้องหันหยุดชะงักไว้ครึ่งทางอย่างนั้น เจ้าของใบหน้าใสมองเขม่นพลางเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันที่ต้องตกเป็นเบื้องล่างของหมาจิ้งจอกเจ้าเล่ห์เพราะความเป็นเด็กน้อยวันยังค่ำ จินยองยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วพูดต่อ

“สรุปคือกังวลเรื่องนี้อยู่ด้วยจริงๆสินะ ^^ รู้แล้วอย่าไปบอกใครล่ะ มันให้ฉันเก็บเป็นความลับ”

“ความลับเยอะจริงนะฮยองเนี่ย -_-* ฮยองกับรุ่นพี่ยูอาเป็นลูกพี่ลูกน้องกันจริงเหรอ ทำไมไม่เห็นฮยองเล่าให้ผมฟังเลย” กงชานสบดวงตาเรียวรีอย่างไม่ค่อยไว้วางใจในคำพูดเท่าไหร่นัก

“จริงๆก็เพิ่งรู้ได้ไม่นานนี่แหละตั้งแต่เริ่มซ้อมละครด้วยกัน ยูอาเป็นลูกของป้าห่างๆของฉันอีกที ฉันเคยไปเล่นที่บ้านนั้นเหมือนกันสมัยเด็กๆก็เลยสนิทกับยูอาด้วยเหมือนกัน” จินยองเริ่มเล่าให้ฟังจนหมดโดยมีกงชานที่นั่งฟังอยู่นิ่งๆเหมือนกับฟังนิทาน

“ตอนที่รู้ตอนแรกๆฉันก็เขินเหมือนกันนะที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้กับลูกพี่ลูกน้องตัวเอง แต่เราสองคนก็ตกลงกันแล้วว่าจะไม่บอกให้เพื่อนในห้องเรียนรู้ เพราะพวกเขาก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรู้นี่นา แล้วอีกอย่างที่ยูอาเกาะฉันแจช่วงนี้เป็นเพราะเธอมาขอร้องอะไรกับฉันบางอย่าง”

“อย่าบอกนะว่ารุ่นพี่ยูอาแอบชอบรุ่นพี่ชินวูอยู่ก็เลยขอร้องให้ฮยองไปคุยกับเพื่อนให้ แล้วพอเขาตกลงเป็นแฟนกันฮยองก็ต้องเก็บเป็นความลับเพราะต้องรักษาภาพพจน์ประธานนักเรียนดีเด่นของเพื่อนกับภาพพจน์ดาวโรงเรียนของลูกพี่ลูกน้องตัวเองไว้ -^-

“นายรู้ได้ไง? =_=;; ไอ้หมีมันเล่าให้นายฟังหมดแล้วเหรอ”

“ผมเดาเล่นๆ! เรื่องแปลกๆบังเอิญแบบนี้ก็มีในโลกเหมือนกันเหรอเนี่ย -0-;;” กงชานฝืนหัวเราะกับความตลกสับสนที่บังเอิญเกิดขึ้นกับพวกเขาจนเรื่องยุ่งเหยิงอีรุงตุงนังกันไปหมด จินยองส่ายหน้าน้อยๆอย่างเหลือเชื่อที่แฟนตัวเองดันเข้าใจผิดได้ลงล็อคเข้ากับสถานการณ์พอดี

“ฉันขอโทษนะที่ว่าคุกกี้กับผ้าพันคอที่นายถักให้เมื่อเช้า คือฉันเพิ่งรู้มาจากบาโรนี่แหละว่านายตั้งใจแอบไปหลบทำให้ฉันที่บ้านซานดึลเป็นของขวัญตั้งหนึ่งอาทิตย์” พอกงชานเหลือบตาหันกลับไปมองดีๆก็เห็นว่าที่คอของจินยองถูกพันด้วยผ้าพันคอสีเขียวอื๋อที่พูดถึงอยู่ คงจะรีบใส่มาเอาใจง้อเขาล่ะสิ เล่นว่าไว้ซะเยอะเลยนี่ -^-

“ฉันใส่สีเขียวแล้วดูดีหรือเปล่า เห็นนายเคยบอกฉันอย่างนั้น” หน้าของฮยองผมแดงระหว่างที่ก้มหน้าก้มตาถามฉายแววเคอะเขินขึ้นมาอีกครั้ง

“ถ้าฮยองเห็นว่ามันไม่ดีก็ไม่ต้องฝืนใส่ก็ได้นะฮะ ผ้าพันคอปักรูปกล้วยสีแดงห่วยๆแบบนี้ใส่ไปข้างนอกคงอายคนอื่นเขาแย่”

“รูปตัวเจไม่ใช่เหรอ”

“ก็ฮยองบอกเองนี่ว่ามันเป็นกล้วยสีแดงอ่ะ! T^T” กงชานหันมาทุบไหล่คนที่สวมกอดอยู่ข้างหลังด้วยความขัดใจหนึ่งทีแล้วทำหน้ามุ่ย จินยองหัวเราะขำกับท่าทางเด็กน้อยนั้นก่อนจะรั้งเอวบางคอดเข้ามากอดอย่างเอ็นดูที่ในที่สุดลูกหมาจอมดื้อก็ยอมหันกลับมาคุยดีๆกับเขาเสียที ง้อกอดจากด้านหลังมาได้ตั้งนาน

“ฉันยอมรับนะว่าถ้านายไม่ใช่คนทำให้มันก็ไม่ต่างอะไรไปจากผ้าธรรมดาๆชิ้นหนึ่ง แต่ถ้าแฟนเป็นคนทำให้ต่อให้มันขี้เหร่ยังไงฉันก็ชอบ” ดวงตายาวเรียวที่ทอดมองใบหน้าหวานมีแววกลั้วขำพลางลูบผมสีดำนุ่มเบาๆ มือข้างหนึ่งใช้จับแกว่งข้อมือที่สวมกำไลกระพรวนติดตัวไว้ตลอดเวลาอย่างอารมณ์ดี

“ฮยองกำลังจะบอกว่าจริงๆแล้วมันก็น่าเกลียดงั้นสิ -*-

“ก็พอดูได้แหละไม่ได้น่าเกลียดอะไร แต่ที่ฉันแกล้งติไปเยอะอย่างนั้นเพราะไม่อยากให้นายคิดมากหาว่าฉันชมซาแซงรุ่นน้องพวกนั้นจนเกินเหตุต่างหาก เกิดนายงอนฉันขึ้นมาเหมือนตอนนี้อีกแล้วจะยุ่ง” จินยองให้เหตุผลระหว่างที่นั่งมองกงชานยันลำตัวบางขึ้นไปนั่งบนเคาน์เตอร์ครัวเพื่อคุยกับเขาดีๆ

“แต่ก็ชมช็อคโกแลตกับผ้าพันคอของรุ่นพี่ยูอาใหญ่เลยนี่นะ อร่อยมากไหมล่ะคงกินหมดกล่องไปแล้วล่ะสิ”

“ก็ตั้งแต่รู้ว่านายเป็นคนทำคุกกี้โหลนั้นฉันก็ยกช็อคโกแลตกล่องนั้นให้ไอ้หมีไปเลย” จินยองเท้าแขนกับเคาน์เตอร์ครัวยิ้มๆ กงชานนั่งเล่นแกว่งขาพลางอมยิ้มชอบใจกับคำตอบแต่ก็ยังไม่วายเก๊กตีหน้ามุ่ยมู่ทู่ต่อไปอยู่ดีจนคนรุ่นพี่หยิบขนมขิงรูปหมาจิ้งจอกชิ้นหนึ่งจากกล่องขึ้นมาจ่อที่ปากอย่างเอาใจ

“หายโกรธฉันหรือยัง ^^

“ทำรูปหนูหน้าแหลมมาให้ผมกินทำไม” กงชานว่ายิ้มๆอย่างเจ้าเล่ห์ที่ได้ว่าเอาคืนซะบ้าง จินยองหัวเราะขำอีกกับความเหลี่ยมจัดของแฟนก่อนจะโบกขนมตรงหน้าไปมาเพื่อง้อ

“ถ้านายได้ว่าขนมฉันแล้วจะทำให้หายโกรธก็ว่าได้ตามใจเลย” จิงเจอร์เบรดรูปจิ้งจอกแตะลงที่กลีบปากบางเบาๆก่อนที่ส่วนหูจะโดนเด็กน้อยแทะไปกิน กงชานรับมาไว้ในมือตัวเองแล้วเริ่มกินชิ้นอื่นๆต่อ ดวงตากลมโตมองรูปหัวใจที่ถือไว้ในมือแล้วเริ่มวิจารณ์

“นี่คงเป็นรูปใบโพธิ์สีน้ำตาลสินะ เหมือนจะมีกลิ่นไหม้ติดอยู่นิดๆด้วยนะเนี่ย” น้ำเสียงของไอ้หมาน้อยดูมีแววเป็นต่อพลางเริ่มไขว่ห้างใส่คนอายุมากกว่าที่เอาแขนยันคร่อมเคาน์เตอร์ที่มีร่างบางนั่งกินขนมอยู่อย่างสบายอารมณ์

“แล้วแต่จะคิดเลย” จินยองว่าขำๆระหว่างที่มองปากบางที่เคี้ยวขนมที่เขาทำตุ้ยๆจนแก้มป่อง อยากดูแลให้มีความสุขอย่างนี้ไปตลอดชีวิตจังแฮะ

“ส่วนนี่” กงชานหยิบรูปหมาน้อยขึ้นมาพิจารณาก่อนจะสรุปสั้นๆง่ายๆ “คิตตี้เหรอทำไมต้องผูกโบว์ไว้ตรงหูแหลมๆด้วย ^^

“ฉันตั้งใจทำเป็นรูปลูกหมาแถวนี้ที่กำลังนั่งกินขนมตุ้ยๆจนแก้มป่องอยู่ต่างหาก” จินยองแก้ก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมกันกับกงชาน คิ้วเรียวสวยบนใบหน้าหวานเลิกขึ้นเป็นเชิงคำถามเมื่อเห็นว่าฮยองยังไม่ยอมออกไปจากเคาน์เตอร์ที่ยืนแนบอยู่เสียที

“มีอะไรจะพูดอีกอย่างนั้นเหรอฮะพี่จินยอง จะเอาขนมมาง้อผมแค่นี้ใช่มั้ย” กงชานยิ้มพราวพร้อมจ้องหน้าเขินอายที่ยิ้มกรุ้มกริ่มแปลกๆของรุ่นพี่ผมแดง

“เปล่า จะมาทวงของขวัญวันคริสต์มาสของตัวเองคืนด้วย”

“อะไรของฮยองอีกล่ะ ไปเปิดประตูได้แล้วฮะ บาโร ซานดึล พี่ชินวูกับรุ่นพี่ยูอารอเนื้อเอาไปปิ้งบาร์บีคิวนานแย่แล้วมั้งเนี่ย” กงชานพยายามจะดันแขนจินยองที่คร่อมเท้าเคาน์เตอร์อยู่ออกแต่คนรุ่นพี่กลับไม่ยอมปล่อยแล้วทวงด้วยน้ำเสียงอ้อนอย่างที่กงชานชิคจะมีสิทธิ์ได้ยินเพียงคนเดียว

“คุกกี้โหลนั้นของฉันล่ะ นายกินคนเดียวหมดไปแล้วหรือไง”

“ก็เคี้ยวๆแล้วก็กลืนไปอยู่ในท้องผมหมดแล้วน่ะสิ ฮยองอยากบอกว่ามันไม่อร่อยเองช่วยไม่ได้ ผมเลยจัดการกินคนเดียวจนหมดเลย” กงชานแลบลิ้นใส่แล้วหัวเราะคิกคักอย่างสะใจ น่าแปลกที่จินยองกลับกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย

“โกรธงอนฉันจนต้องหาขนมยัดใส่ปากเยอะขนาดนั้นเลยเหรอไอ้ลูกหมา นั่นมันของขวัญของฉันนะ ไหนนายบอกว่าตั้งใจทำให้ฉันไง ฉันยังไม่ได้ลองชิมซักคำเลย”

“แต่ผมเป็นคนทำนี่ ฮยองอยากเอาคืนก็ล้วงกระเพาะผมเอาเองแล้วกัน อุ๊บ!” ริมฝีปากเล็กที่กำลังถียงแจ้วๆอยู่ถูกปิดด้วยริมฝีปากสีส้มไปเสียมิด ก่อนที่คนรุ่นพี่ที่ค่อยๆแตะกลืนริมฝีปากอมชมพูนุ่มนิ่มนั่นอยู่ทีละนิดจะโน้มลำคอบางของลูกหมาน้อยตัวแสบที่นั่งบนเคาน์เตอร์ให้ก้มลงมาเพื่อรับสัมผัสนุ่มละมุนอ่อนหวานได้ถนัด ลมหายใจที่ตักตวงจากกันและกันมีกลิ่นหอมของขิงสมุนไพรและความหวานปะแล่มจากจิงเจอร์เบรดติดอยู่ที่เรียวปากบางชวนให้น่าแกล้งกดซ้ำลงไปอีกที

"ทำอะไรของฮยองเนี่ย!" เจ้าตัวโวยวายเขินๆระหว่างที่ผลักไหล่กว้างที่แนบชิดออกเพราะมีจมูกโด่งที่คลอเคลียอยู่ใกล้กับใบหน้าตัวเองแค่คืบ ดวงตาเจ้าเล่ห์ของหมาจิ้งจอกยิ้มขำแล้วกดสัมผัสแตะริมฝีปากเบาๆลงกับริมฝีปากเล็กอีกได้หน้าตาเฉย

"จะเอาคุกกี้ของตัวเองที่อยู่ในนี้คืนไง ^///^"

"มันมีที่ไหนกันล่ะฮะก็ผมเพิ่งบอกว่ากินไปหมดแล้ว ><"

"งั้นก็จะหาอย่างอื่นที่มันหวานอร่อยกินแทนคุกกี้ นายพอมีชดใช้มั้ยล่ะคำตอบของจินยองเช่นเอากงชานกลอกสายตามองบนเพดานแล้วขำร่า

"อยากจูบผมก็บอกมาเถอะฮยอง รู้จักกันมาจะสิบปีแล้วนะยังมาทำเก๊กฟอร์มอยู่ได้กงชานยังหัวเราะไม่หยุดกับความขี้เก๊กของแฟนตัวเอง จินยองหลบตาลงอมยิ้มกับพื้นแล้วเถียงต่ออย่างไว้ฟอร์ม

"บอกว่าทวงคุกกี้ก็คือทวงคุกกี้สิคนผมสีไวน์เกาหัวแก้เก้อ โครงหน้าเรียวคมถูกมือบางช้อนขึ้นมาก่อนที่เจ้าของดวงตากลมบ้องแบ๊วจะเอ่ยเสียงยั่ว พร้อมด้วยความอบอุ่นจากริมฝีปากนุ่มนิ่มที่มอบให้อย่างเต็มใจและเนิ่นนานกว่าทุกครั้งเป็นพิเศษ

"พอดีว่ามีแค่อันนี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะแทนคุกกี้ไหม้ๆได้มั้ย ^^" พูดจบดวงหน้าหวานก็ก้มลงทาบกับริมฝีปากกับคนรุ่นพี่อย่างรู้กัน เป็นไปได้จินยองอยากจะตอบกงชานชิคเหลือเกินว่าที่ให้น่ะ...มันคุ้มกว่าคุกกี้โหลนั้นเป็นไหนๆ ไม่รู้ว่าความอบอุ่นที่เกิดขึ้นในตอนที่มอบสัมผัสให้กันมันเกิดจากความอุ่นจากขนมปังขิงหรือว่าเป็นเพราะหัวใจทั้งสองดวงที่กำลังผลิบานไปด้วยความรักกันแน่ ต่อให้วันข้างหน้าจะเจอศึกหนักที่ทำให้ใจทั้งสองไขว้เขวแค่ไหน หิมะข้างนอกจะตกหนักมากเพียงใด แต่เพียงรู้ว่าสัมผัสที่มอบให้แก่กันนี้ไม่มีวันจะพรากออกจากกันง่ายๆ แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว

“กงชานมันออกไปเอาเนื้อในบ้านหรือออกไปล่าเนื้อมาทำกินกันแน่เนี่ย ออกไปนานอย่างนี้ไม่ใช่หลงทางอยู่ในครัวหรอกนะ” บาโรเดินบ่นงึมงำกับซานดึลระหว่างที่กำลังเดินมาตามเพื่อนถึงในบ้านเพราะเห็นออกไปนานเกิน

“เห็นรุ่นพี่ชินวูก็บอกว่ารุ่นพี่จินยองก็หายไปเหมือนกัน ไม่ใช่สองคนนั้นไปเจอกันทะเลาะกันบ้านแตกปะ…O_O!! ตาเถรยายชีขี่ช็อปเปอร์!” ซานดึลที่ผลักประตูครัวออกอุทานขึ้น มือเล็กที่เปิดประตูแง้มออกชะงักไว้เพียงเท่านั้นกับภาพที่เห็นตรงหน้า ทำให้บาโรอดที่จะอยากรู้มีส่วนร่วมด้วยไม่ได้

“อะไรของนาย ไอ้ชานชิคกี้มันกระโดดกัดคอพี่จินยองไปแล้วเรอะ! O_O;” มือหนาผลักหัวเป็ดอ้วนให้ออกไปให้พ้นทางก่อนจะช็อคซีนีม่ากับสิ่งที่เห็นตรงหน้า แต่ถามว่าไอ้คู่รักที่กำลังจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันอยู่ข้างในมันรู้ตัวมั้ย..ก็ไม่ T^T

“อะ..เอ่อ ฉันว่าเราไม่จำเป็นต้องปิ้งบาร์บีคิวก็ได้แล้วล่ะเนอะ ^^;;” ซานดึลกับบาโรค่อยๆจับประตูให้ปิดลงอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้รบกวนเวลาของคนทั้งคู่ที่อยู่ข้างใน ตาทั้งสองสบกันอย่างเคอะเขินที่ดันต้องมาเห็นอะไรแบบนี้กับตาตัวเองพร้อมกัน

“แล้วเราจะปล่อยให้

“ปล่อยเขาไว้อย่างนั้นแหละเป็ด นายล็อคประตูให้เขาแล้วหรือยัง? โอ๊ยตีฉันทำไม” บาโรโวยวาย

“ความคิดอกุศลจริงๆเลยนายเนี่ย >< ปล่อยไว้อย่างนั้นแหละเขาคงไม่ทำอะไรกันเกินเลยไปมากกว่านี้หรอก” อีซานดึลก้มหน้างุด ปากแนบปากขนาดนั้นต่อให้เห็นสองคนนี้แอบพลอดรักในห้องเรียนกันกี่ครั้งก็ไม่ชินอยู่ดี โอ๊ยยยย -///-

“ฉันไม่ได้กลัวว่าสองคนนั้นจะทำอะไรเกินเลย แต่ฉันกลัวว่าจะมีใครเปิดประตูเข้าไปแล้วเจอแบบที่เราเจอต่างหากล่ะ นายคิดไปถึงไหนแล้วอีซานดึล” ชาบาโรยักคิ้วกวนแซวคนแก้มป่องที่ยังหน้าแดงไม่หายจากเหตุการณ์เมื่อกี้ ซานดึลเริ่มอึกอักขึ้นมาทันที

“กะ..ก็กลัวว่าเขาโอ๊ยช่างมันเถอะ T_T อะไรของสองคนนี้ก็ไม่รู้ เดี๋ยวงอนกันเดี๋ยวดีกัน โผล่มาอีกทีดันจูบกันหน้าตาหวานชื่นเฉย” ซานดึลว่าอย่างปลงๆ

“ชีวิตคู่มันก็ต้องมีสีสันแบบนี้แหละ ดูอย่างพี่ชินวูกับรุ่นพี่ยูอาสิ ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมาชอบกันได้ ไอ้เราก็คิดว่าที่ส่งสายตาหวานเชื่อมมาทางกลุ่มพวกเราบ่อยๆจะส่งมาให้พี่จินยองซะอีก นึกไม่ถึงเลยว่ารุ่นพี่ยูอาจะแอบชอบพี่ชินวูมาตั้งนานแล้ว” บาโรเอ่ยอย่างขำๆพลางปรายตามองไปยังสองคนที่ถูกพูดถึงซึ่งกำลังป้อนบาร์บีคิวที่เหลืออยู่กินกันหน้าระรื่น ทำให้ซานดึลสังเกตเห็นรอยปื้นบางอย่างบนหน้าอีกคน

“บาโร หน้านายเลอะขี้ถ่านแน่ะ” ซานดึลยื่นมือเล็กไปเช็ดรอยสีดำบนแก้มให้อย่างไม่ต้องรอเจ้าของร่างกายอนุญาต ชาบาโรแอบอมยิ้มแล้วยื่นหน้าให้เช็ดโดยดีเพราะนานๆทีซานดึลถึงจะใจดีกับเขาซักครั้ง แก้มป่องพองออกอย่างขัดใจนิดหน่อยเมื่อเห็นว่าเช็ดเท่าไหร่รอยเปื้อนนั้นก็ไม่ยอมหลุดออกซะที

“ตลกชะมัด มัวแต่ย่างบาร์บีคิวให้คนอื่นกินจนลืมดูหน้าตัวเองหรือไง”คนตัวเล็กแขวะ

“ขอบใจนะอีซานดึล ^^

“ไม่ต้องมาขอบใจฉันหรอก หน้านายเลอะขนาดนี้เป็นใครก็ต้อง..

“ขอบใจที่นายอยู่ด้วยกันกับฉันในวันนี้ แล้วก็เชื่อและให้โอกาสในตัวฉันตลอดมา” บาโรพูดออกมาอย่างไม่ค่อยชินเท่าไหร่เช่นกัน ดวงตาเล็กของทั้งคู่ผลัดกันหลบลงมองที่พื้น อยู่ดีๆก็เหมือนหัวใจถูกห่อด้วยผ้าห่มอุ่นๆทั้งที่อากาศข้างนอกเริ่มหนาวเย็นเพราะมีหิมะเริ่มโปรยปรายทั่วกรุงโซล ซานดึลกดริมฝีปากเล็กลงกับรอยเปื้อนคนตรงหน้าอย่างฉับไวก่อนจะดีดตัวออกไปให้ห่างจากวงแขนของอีกคนทันทีแล้ววิ่งออกไปข้างนอกตอนที่บาโรยังหน้าเหวออยู่

“ถือซะว่าของขวัญวันคริสต์มาสของฉันก็คือการช่วยเช็ดรอยเปื้อนที่หน้านายให้แล้วกันนะ ^^

“นี่เดี๋ยวสิอีซานดึล นายยังเช็ดออกไม่หมดเลยนะกลับมารับผิดชอบก่อน” ชาบาโรวิ่งตามไปติดๆด้วยความเบิกบานใจหลังจากได้รับของขวัญชิ้นนั้นแล้ว ความอบอุ่นและเสียงเพลงวันคริสต์มาสเริ่มปกคลุมไปทั่วหมู่บ้านโพโรโร่วิลเลจราวกับรู้ว่าหัวใจของคนที่อยู่ในหมู่บ้านกำลังผลิบานเต็มไปด้วยความรัก หิมะสีขาวโปรยปรายจากท้องฟ้าร่วงลงมาแตะดอกมิสเซิลโทลที่แขวนไว้หน้าประตูบ้านเข้ากับเทศกาล กลิ่นหอมของคุกกี้ นมและลูกกวาดอบอวลไปทั่วบริเวณระหว่างที่เสียงกระดิ่งจากเพลงคริสต์มาสเริ่มบรรเลงขึ้น

ข้างหลังบานประตูห้องครัวจินยองเพิ่งถอนริมฝีปากออกจากความนุ่มละมุนตรงหน้าเพื่อให้เวลาคนรุ่นน้องได้ตักตวงลมหายใจเข้าบ้าง กงชานปรือตาออกจากภวังค์และสัมผัสอบอุ่นที่ถูกมอบให้โดยรุ่นพี่ที่ประคองใบหน้าของตัวเองอย่างแผ่วเบาพลางยิ้มแล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง

“หิมะข้างนอกตกแล้วนี่ฮะฮยอง”

“ทำไม…? กลัวว่าจะมีราชินีหิมะมาเอาตัวฉันไปอีกหรือไง” จินยองแซวเล่นๆพลางหัวเราะกันเพราะรู้ดีว่ากำลังพูดถึงเรื่องอะไร หน้าใสส่ายน้อยๆก่อนจะโผอ้อมกอดเล็กเข้าใส่คนอายุมากกว่าที่รั้งเอวบางให้โน้มลงมาจากเคาน์เตอร์ในครัว

“เมอร์รี่คริสต์มาสนะฮะพี่จินยอง” จินยองรับลำตัวบางที่ยันลงมาอุ้มไว้หลวมๆอย่างเอ็นดู

“เมอร์รี่คริสต์มาสเช่นกันไอ้ลูกหมาน้อย ^^

“ผมว่าเราเอาเนื้อไป..ดะ..เดี๋ยวนะฮะ ฮยองจะอุ้มผมไปไหน O_O” กงชานเริ่มดิ้นยุกยิกเมื่อเห็นจินยองยังอุ้มตัวเองไว้อยู่อย่างนั้นพลางทำท่าจะเปิดประตูออกไปจากห้องครัว

“เนื้อน่ะเขาคงไม่กินกันแล้วแหละ เราเล่นหายไปนานขนาดนี้” คนรุ่นพี่ตอบลอยหน้าลอยตาได้หน้าตาเฉยพลางกระชับอ้อมแขนให้ลูกหมาตัวน้อยได้คล้องเกี่ยวแขนกับลำคอตัวเองได้ถนัด

“แต่ยังไงเราก็ต้องกลับไปที่งานปาร์ตี้นะฮะ ทุกคนรอเราอยู่” เด็กน้อยยังคงเถียง

“ไม่มีใครอยู่รอนายได้นานเท่าฉันอีกแล้วเชื่อสิ ^__^

“เดี๋ยวฮยอง พูดอย่างนี้จะไปไหนฮะ พูดให้รู้เรื่องก่อนได้ไหมเนี่ยพี่จินยองจะอุ้มผมไปไหนตามใจแบบนี้ไม่ได้นะ ><” เสียงใสโวยวายเมื่อเห็นว่าทางที่จะไปไม่ใช่ทางที่จัดงานปาร์ตี้ในบ้าน

“ก็ไปที่ที่ไม่มีใครมากวนน่ะสิ เมื่อกี้ที่อยู่ในห้องครัวฉันรู้สึกว่ามีคนแอบมอง” จินยองยกยิ้มวางหย่อนร่างบางไว้หน้าเตาผิงที่มีต้นคริสต์มาสที่ถูกประดับประดาด้วยขนมขิงจนเต็มต้นทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังเป็นของตกแต่งธรรมดาๆอยู่ แม้แต่ถุงเท้าทุกคู่ที่มีเอาไว้ใส่ของขวัญก็มีขนมขิงบรรจุอยู่ข้างในจนเต็ม ดวงตาหวานแอบเหล่มองคนผมแดงอย่างรู้ทัน

“ที่นี่แหละ น่าจะทำเลได้ที่แล้วล่ะมั้ง” จินยองบอกลอยๆ

“ฝีมือฮยองแอบไปทำมาเมื่อกี้ล่ะสิ คิดจะเอาทิงเจอร์เบรดมาล่อผมหรือไงฮะ” เสียงหวานเอ่ยด้วยความมั่นใจ จินยองหัวเราะอย่างเอ็นดูพลางกดจุมพิตลงบนกลีบปากนุ่มหวานอีกครั้งและอีกครั้งไม่มีวันเบื่อใต้ต้นคริสต์มาสที่กำลังส่องแสงระยิบระยับแข่งกับความอุ่นจากเตาผิงที่ลุกโชน กงชานเองก็ไม่ได้ว่าอะไรเขาเพราะพอจะรู้อยู่แล้วว่าตัวเองโดนอุ้มมาถึงที่นี่เพื่ออะไร แต่เป็นไปได้จินยองอยากจะสอนไอ้ลูกหมาน้อยของเขาให้พูดติดปากเสียที สงสัยคริสต์มาสปีหน้าต้องอบรมแบบนี้ซ้ำใหม่อีกรอบซะแล้วถึงจะยอมจำ

เขาเรียกว่าจิงเจอร์เบรดนะครับ….กงชาน ^^

 

PS. ออกแนวหลงเทศกาลไปหน่อยสำหรับพาร์ทนี้ 5555 จริงๆอยากเอาลงให้ทันตั้งแต่คริสต์มาสเมื่อธันวาแล้ว แต่นี่เลทไปหกเดือน!!! เราห่างหายจากเรื่องนี้ไปนานมากเพราะเราแอบไปแต่งแล้วก็ลงฟิคใหม่อีกสองเรื่องมา เรื่องแรกจบไปแล้วอย่างแฮปปี้เอ็นดิ้ง (?) กับเรื่อง Playful Ghost แนะนำใครที่ยังไม่อ่านให้ลองอ่านดูก็ได้ค่ะ แล้วคุณจะพบกับคาแรคเตอร์พี่จินยองที่แตกต่างไปจากเรื่องนี้โดยสิ้นเชิง TwT ส่วนอีกเรื่องเราเพิ่งลงไปได้แค่ตอนเดียวค่ะ ชื่อเรื่อง Fardayo เรื่องนี้เราจะทยอยเอาลงควบคู่ไปกับเรื่องฮยองผมแดงนี่ไปเรื่อยๆเพราะคาแรคเตอร์ของตัวละครค่อนข้างคาบเกี่ยวไปในทางเดียวกันอยู่

สาเหตุที่เราแต่งเรื่องอื่นจบนานแล้วแต่ก็ยังลงเรื่องนี้ช้าเป็นเพราะว่าเราต้องรื้อคาแรคเตอร์เรื่องนี้ออกมาดูใหม่ ลงทุนอ่านใหม่ตั้งแต่ต้นหมดเลยค่ะ เพราะสารภาพตามตรงว่าเราจำอินเนอร์ของตัวละครไม่ค่อยได้ 5555 ขอโทษด้วยนะคะถ้าเกิดว่าเขียนมาถึงตอนนี้แล้วบุคลิกตัวละครมันดูเปลี่ยนๆไป T_T แต่ไม่เป็นไรเนอะ มันยังพออ่านรู้เรื่องเหมือนเป็นเรื่องเดียวกันอยู่ใช่มั้ย พาร์ทนี้ไม่มีไรมากเลยค่ะ มันคือการแต่งดำเนินเรื่องให้รู้ว่าผ่านไปอีกเทศกาลแล้วนะ ส่วนผู้หญิงที่เราเอารูปลงก็คือยูอา OHMYGIRLS วงรุ่นน้องของรุ่นพี่ B1A4 ค่ะ เราเอาตัวละครใหม่มาแจมด้วยตอนนี้นิดนึงเพราะเพิ่งตระหนักได้ว่าพี่หมีไม่มีคู่ 5555 กติกาเหมือนเดิม เม้นได้ติได้ชมได้แต่อย่าว่าแรงนะเราไม่สตรองพอ ฮรึกกก =w= ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะ ^^

แถมรูปพี่จินยองกับยูอาค่ะ วงน้องของบีวันก็งานดีเหมือนกันนะเออ -.,-

    

  

  

                                                                                           

  

  

 

              。SYDNEY♔


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

83 ความคิดเห็น

  1. #65 น้ำตาลเทียม (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 13:45
    หวานมากกกก จินชานหวานจนมดขึ้น เอาตริงๆตอนแรกก็สงสารชานนี่นะ 555 อุตส่าห์ทำมาให้โดนว่าซะยับเยินเลย สงสารยาดึลด้วยที่คอยแก้สถานการณ์555
    #65
    0