[Fic B1A4] My Hyung Neighbor นี่ผมไงจะใครล่ะฮะพี่ [JinChan]

ตอนที่ 21 : Chapter 21 : OK

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 91
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    5 ก.พ. 59

Chapter 21 : OK


“เมื่อกี้แกพูดว่าอะไรนะไอ้กระรอก แกทำอะไรซานดึลนะ!” เสียงโวยวายโล้งเล้งดังขึ้นมาจากเพื่อนรักหน้าหวานทันทีที่บาโรเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นจบไป

“แกจะให้ฉันพูดซ้ำทำไมวะไอ้ชานชิคกี้ หูตึงเรอะ! -_-* แล้วมาตะโกนเสียงดังใส่ฉันทำไม ฉันมาขอให้แกช่วยนะเว้ย”

“ฉันไม่ได้หูตึงไม่ได้ยินที่แกพูด แต่กำลังไม่เชื่อหูตัวเองว่าทำไมถึงได้มีเพื่อนสมองปลาทองได้ขนาดนี้ต่างหากเล่าแกทำอะไรลงไปรู้ตัวบ้างม้ายยย….!!!” ร่างบางทำท่าจะเดินเข้ามาเขย่าตัวไอ้คนที่เล่าจบอย่างเอาเรื่องทันทีแต่ดีที่ได้รุ่นพี่ผมแดงอีกคนรั้งเอวเอาไว้ก่อน

“ไม่เอาน่าชานนี่”

“แต่ฮยองฮะ ดูมันทำเข้าสิ T^T

“อยู่เฉยๆเถอะเราน่ะ เรื่องของเขาสองคนต้องปล่อยให้เขาจัดการกันเอง”

“อ้าวทำไมพูดอย่างนี้ล่ะฮะรุ่นพี่จินยอง ทีเรื่องรุ่นพี่กับไอ้ชานชิคผมยังจัดการให้เลยนะ” กลับเป็นบาโรที่โวยวายขึ้นมาบ้าง

“เรื่องของฉันกับกงชานมันใช่แบบนายที่ไหนล่ะ อย่างน้อยฉันก็ไม่เคยไปเอาเป็นว่าฉันไม่เคยทำอะไรกับกงชานแบบที่นายทำกับซานดึลแล้วกัน =_=;;” จินยองทิ้งตัวลงนั่งกับโซฟาด้วยท่าทีสบายๆ มีกงชานยืนกอดอกทำปากงุ้มมองเพื่อนตัวต้นเหตุของเพื่อนอยู่ข้างๆกันก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างรุ่นพี่ไปอีกคน บาโรฉวยหยิบคุกกี้ในโหลที่วางบนโต๊ะขึ้นมากัดแก้เครียดอย่างถือวิสาสะ

“นั่นฉันทำให้กงชานนะ -_-*

“ก็ผมเครียดอ่ะรุ่นพี่จะทำใหม่ให้มันกินเป็นปี๊ปก็ยังทำได้เลย T__T*

“รสบัตเตอร์ครีมของผมด้วยอ่ะฮยอง T^T” กงชานหันไปฟ้องคนข้างๆ

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันทำให้กินใหม่เนอะ ^^

“นี่สนใจฉันบ้างมั้ยเนี่ยฉันเครียดอยู่นะโว้ยยย!!! TOT

“ก็สนใจอยู่ไงงงงง (-_-)(-_-)” ทั้งหมาจิ้งจอกและหมาน้อยตอบออกมาพร้อมกัน บาโรถอนหายใจอย่างอัดอั้นก่อนจะยัดคุกกี้บัตเตอร์ครีมเข้าปากเคี้ยวกร้วมๆไปกว่าครึ่งโหล มีกงชานที่นั่งมองคุกกี้ตัวเองแล้วทำตาปริบๆ ก่อนที่จินยองจะเอามือปิดตาไอ้ลูกหมาของตัวเองเอาไว้พลางพลูบหัวอีกฝ่ายอย่างปลอบใจว่าอย่าไปสนใจกระรอกตะกละเลยนะอะไรประมาณนั้น

อุตส่าห์ลงทุนมาปรึกษาเพื่อนสนิทถึงที่บ้าน คิดว่าพอกดออดแล้วมันจะเดินออกมารับที่ไหนได้รอนานเกือบชั่วโมงกว่าที่ไอ้เจ้าของบ้านจะเดินออกมาจากสนามหญ้าบ้านข้างๆแล้วร้องทักเขา สรุปมันเคยอยู่บ้านตัวเองซักวันบ้างมั้ยเนี่ย! =*= พอเข้ามาในบ้านข้างๆก็มาเจอสภาพรุ่นพี่ผมสีไวน์สุดติสท์ที่นอนเกากีตาร์อยู่ในบ้านตัวเองแล้วหันมามองเขาอย่างงงๆ ส่วนไอ้คนที่ไม่ใช่เจ้าของบ้านแต่ดันเชิญเขามาในบ้านคนอื่นกลับทำตัวคุ้นเคยกับบ้านหลังนี้ราวกับว่าเป็นเจ้าของบ้านซะเอง

ช่างมันตอนนี้บาโรเครียด! T_T* ยิ่งมาเจอไอ้พวกนี้ก็ยิ่งเครียดดดด ฮึ้ย!

“นายน่ะมันทำอะไรไม่รู้จักคิด ใช้อารมณ์แก้ไขปัญหาแบบนั้นคิดว่ามันจะเท่เหมือนพระเอกมังงะหรือไง” และแล้วก็เป็นจินยองที่พูดออกมาบ้างพร้อมหยิบรีโมตเปิดทีวีไปที่ช่องการ์ตูนญี่ปุ่น

บอกทีว่ารุ่นพี่คนนี้สนใจเขาอย่างที่พูดจริงๆ -_-^

“ก็..ก็ผมไม่รู้ แค่เห็นไอ้เป็ดซื่อบื้อนั่นจูบกับไอ้ซอนอูหน้าบ้านสติผมก็ไม่เหลือแล้ว”

“ทำไมนายไม่คิดบ้างล่ะว่าตอนที่เขาโดนนายจูบมันก็เหมือนกับตอนที่เขาโดนคนก่อนหน้านั้นจูบนั่นแหละ ซานดึลอาจจะโดนบังคับขู่เข็ญหรือจู่โจมแบบไม่ได้ตั้งตัวก็ได้” คราวนี้เป็นกงชานที่พูดว่าเขาเป็นชุดพร้อมหรี่เสียงโทรทัศน์ที่แฟนตัวเองเปิดเล็กน้อยเพื่อที่จะได้ฟังที่บาโรพูดชัดมากขึ้น

“ก็ก็ไม่รู้เว้ยก็บอกแล้วไงว่าตอนนั้นฉันไม่มีสติ นายจะตอกย้ำฉันไปถึงไหนเนี่ย ฉันมาให้นายให้คำปรึกษานะไม่ใช่ซ้ำเติม”

“ซ้ำเติมอย่างนี้แหละดี นายจะได้เลิกทำนิสัยห่ามๆแก้ปัญหาด้วยวิธีดิบๆเถื่อนๆอย่างนี้ซักทีไง นี่เลิกกินคุกกี้ฉันได้แล้วจะหมดโหลอยู่แล้วเนี่ย -*-” กงชานคว้าโหลในมือบาโรมาปิดฝาแล้วส่งให้จินยองเอาไปแอบใต้โซฟา พอไม่มีอะไรอยู่ในปากบาโรก็เริ่มสติแตกอีกครั้ง

“โอ๊ยยยแล้วยิ่งเมื่อเช้าพี่ชินวูมาบอกกับฉันว่าซานดึลยื่นใบลาออกจากโรงเรียนเทอมนี้ฉันก็ยิ่งทำอะไรไม่ถูก ที่ฉันทำมันร้ายแรงนักหรือไง T_T

“เออ! (*-_-)(*-_-)” ทีอย่างนี้ล่ะสามัคคีกันหันมาตอบ แต่ไม่รู้ว่าที่ตอบเป็นเพราะเห็นด้วยจริงๆหรือรำคาญที่เขาไปรบกวนการดูการ์ตูนตอนเช้าของสองคนนี้กันแน่

“แล้วนายมัวแต่มานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออะไรอยู่ตรงนี้ จะปล่อยให้เขาย้ายโรงเรียนไปก่อนแล้วค่อยมาขอโทษหรือไง”

“นี่นายไล่ฉันเหรอไอ้ชานชิคกี้ TOT*

“ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียว พี่จินยองก็อยากให้นายเลิกโวยวายแล้วไปแก้ไขอะไรให้มันถูกต้องซะที ใช่มั้ยฮะฮยอง”

“อืม ไปสิชิ่วๆ (-_-)/” เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยได้ขนาดนี้ก็เพราะเขาเป็นกาวช่วยสมานรอยร้าวจากเรื่องครั้งก่อนให้ไม่ใช่หรือไง ไอ้พวกไม่สำนึกบุญคุณ

“แล้วนายจะไล่ให้ฉันไปที่ไหน ฉันอุตส่าห์ถ่อมาถึงบ้านนายกับรุ่นพี่ทั้งทีมาเหยียบในบ้านไม่ถึงชั่วโมงจะไล่ฉันกลับแล้วเรอะ!

“นี่นายใช้คำว่าถ่อลุงคนขับรถก็จอดรอรับนายอยู่ตรงหน้าบ้านไม่ใช่หรือไง =_=” จินยองละสายตาออกจากจอโทรทัศน์แล้วชำเลืองมองไปยังหน้าประตูบ้านตัวเองที่มีผู้ชายใส่ยูนิฟอร์มน่าเกรงขามยืนอยู่

“ขอซักเรื่องที่รุ่นพี่จะไม่รู้ -_-

“หัดกินปลาซะมั่งเดี๋ยวก็ฉลาดเหมือนฉันเองนั่นแหละ ไม่ต้องเสียใจไปนะ” จินยองตบไหล่พร้อมยกยิ้มที่มุมปากแล้วหันไปดูการ์ตูนต่อไป โอ๊ยทำไมไอ้รุ่นพี่ติสท์นี่มัน…-*-

“นายก็เคยไปส่งซานดึลที่บ้านไม่ใช่หรือไง ก็ตามไปขอโทษเขาที่บ้านซะสิไม่เห็นจะยากเลย” กงชานออกความคิดเห็น

“มันก็เคยแต่จะให้ไปถึงที่บ้านเพื่อที่จะพูดคำว่าขอโทษแค่นี้นายว่ามันไม่แปลกไปหน่อยเหรอ” บาโรเกาหัวอย่างสิ้นคิด ความจริงเขาเคยไปส่งซานดึลที่บ้านก่อนหน้านั้นแล้วครั้งหนึ่งตอนที่คนตัวเล็กโดนกุ๊ยพวกนั้นไล่ล่า แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เคยเล่าให้ใครฟังแม้แต่กงชานเพราะกลัวว่าเรื่องนี้จะไปถึงหูพี่ชินวูแล้วเป็นเรื่องบานปลายใหญ่โต

“ไม่เห็นจะแปลก คำขอโทษจากปากคนที่เราแคร์มากที่สุดใครได้ยินก็ต้องยกโทษให้ทั้งนั้นแหละ ยิ่งถ้านายตามไปง้อถึงที่บ้านมันก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่านายจริงใจกับเขามากๆ มีเหรอจะไม่ใจอ่อนยกโทษให้” กงชานเอี้ยวตัวจากโซฟาหันมาพูดกับเขาอีกรอบ ส่วนจินยองก็นั่งอมยิ้มปริศนาพลางพูดอะไรบางอย่างกับคนข้างๆ

“เหมือนตอนที่ฉันปีนระเบียงเอาเพลงสวีทเกิร์ลไปให้ฟังแล้วนายใจอ่อนน่ะเหรอ ^^

“เงียบไปเลยฮยองน่ะ =///=

“แล้วถ้าไปถึงฉันควรจะพูดอะไรก่อนดี ฉันวางตัวไม่ถูกหรอกนะก่อนหน้านั้นก็ทำอะไรแย่ๆใส่ไอ้เป็ดไปตั้งเยอะ”

“ก็รู้นี่ว่าทำไม่ดีไว้เยอะแล้วยังจะเก๊กไม่ไปง้อเขาอีก -.,-” กงชานอ้าปากรอรับคุกกี้บัตเตอร์ครีมจากมือจินยองแล้วยักคิ้วใส่บาโร มันคงให้พี่จินยองเอาไปแอบแถวๆนั้นนั่นแหละ ไม่อยากให้เพื่อนกินจนลงทุนซ่อนขนาดนี้เลยเหรอเนี่ยไอ้ลูกหมาขี้ตืด

“ก็ถ้านายคิดว่าอยากจะไปที่บ้านเขาเพื่อที่จะพูดแค่ว่าขอโทษก็แล้วแต่นายเลยนะ ฉันก็แนะนำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว นอกจากให้นายหัดกินปลาเยอะๆเหมือนเดิม” พอพูดกับเขาหน้าจินยองก็กลับมาเป็นเก๊กเรียบเฉยไร้ความรู้สึกเหมือนเดิมพลางเอามือเคาะๆที่หัวประกอบไปด้วย แล้วไอ้รอยยิ้มละไมเหมือนที่ให้ไอ้ลูกหมาเมื่อกี้มันหายไปไหนหมดวะเนี่ย คนอะไรสองมาตรฐาน T^T

“ยังจะมานั่งฟันยื่นอยู่อีก ไปได้แล้วฉันจะดูการ์ตูนกับฮยอง”

“นี่แกไล่ฉันรอบที่สามแล้วนะกงชาน T[]T

“งั้นฉันไล่นายอีกคนเป็นรอบที่สี่ ให้คำแนะนำแล้วก็รีบไปทำซะมัวแต่มาโอดครวญอยู่ได้เอ๊ะ เมื่อกี้อูซกพูดว่าอะไรนะกงชานฉันไม่ได้ยิน”

“ไม่ใช่อูซกแต่เป็นลูฟี่ฮะฮยอง ^^

“อ้าวเหรอ นายนอนตักฉันก็ได้นะเวลาดูจะได้ไม่เมื่อยคอ”

“ดีฮะ กำลังรอฮยองชวนอยู่เลยยย ^0^

ว้อยยยยถ้าจะกดดันด้วยการสาดความหวานใส่กันขนาดนี้ตูไปก็ได้ครับ! -*- อย่ารอให้ถึงวันของบาโรเมื่อไหร่นะแม่จะสวีทกันเยอะๆเอาให้น้ำตาลมิตรผลขายไม่ออกขาดตลาดไปเลยคอยดู

“ฉันไปก็ได้!!! =*=

“บ๊ายบายยยย(^__^)/” ดูมันโบกมือลั้นลาไม่รู้สำนึกกันสองคน ไม่คิดจะรั้งกันไว้หน่อยหรือง้ายยยย เชื่อพวกมันเลย

 

สรุปแล้วนั่นก็คือเหตุผลที่บาโรมายืนเด่นเป็นสง่าอยู่หน้าบ้านของอีซานดึลในตอนนี้ เขาให้คนขับรถกลับบ้านไปก่อนโดยไม่ต้องรอเพราะเดี๋ยวเขาจะลองหาทางกลับเอง เพราะไม่รู้การขอโทษครั้งนี้มันต้องใช้เวลานานซักเท่าไหร่กว่าไอ้เป็ดซื่อบื้อจะยอมใจอ่อน

นี่มันจะยอมให้อภัยเขาจริงๆเหรอวะเนี่ย T^T ทำไมครั้งนี้รู้สึกไม่มั่นใจเลยก็ไม่รู้ เพื่อนอย่างไอ้กงชานจะช่วยอะไรเขาได้ซักแค่ไหนกัน โอ๊ยแล้วนี่เขาคิดอะไรอยู่ถึงได้ลงทุนไปขอคำปรึกษาอย่างมันถึงบ้านถ้าคำแนะนำมันไม่ได้ผลแล้วเขาหน้าแตกกลับไปล่ะจะทำยังไงดี

“ใครมายืนด้อมๆมองๆอยู่หน้าบ้านน่ะ ทำไมไม่กดออดเรียกฮะพ่อคุณ เป็นโจรขโมยหรือไง -_-*” เสียงดุของผู้หญิงวัยกลางคนดังมาจากทางสนามหน้าบ้านพร้อมด้วยร่างตุ้ยนุ้ยที่เดินถือสายยางรดน้ำต้นไม้มาทางเขา สัญชาตญาณบอกให้บาโรก้าวถอยหลังทันทีเมื่อเห็นสายตาเฮี้ยบๆที่กำลังหรี่ตามองเขาอย่างพิจารณา

“สะ..สวัสดีครับ” ยกมือไหว้ไปก่อนละกันวะ =_=; แต่ถ้าเดาจากรูปร่างไม่ผิดคงไม่พ้นเป็นแม่ไอ้เป็ดชัวร์

“แอบมาพ่นสีใส่กำแพงบ้านฉันหรือเปล่าเนี่ยแต่งตัวแว้นอย่างนี้ -_-*” แว้นนี่มันสไตล์ฮิปฮ็อปชัดๆเรียกซะเสียเลย

“ผมเป็นเพื่อนของซานดึลครับ ซานดึลอยู่ข้างในบ้านหรือเปล่า?” บาโรแอบชำเลืองมองเข้าไปในบ้านหลังย่อมสีสวยที่ปิดประตูอยู่ทำให้มองไม่เห็นอะไรในบ้าน

“เพื่อนคนอย่างจองฮวานมันมีเพื่อนด้วยหรือไง บอกฉันมาดีๆมาหลอกขายประกันหรือเครื่องกรองน้ำใช่มั้ยเนี่ยไอ้หนุ่ม” โอ๊ยไปกันใหญ่แล้ว จะบ้าตายกับคนบ้านนี้ -*-

“ผมชาบาโรไงครับ ที่คุณแม่อนุญาติให้ซานดึลมานอนค้างบ้านผมคืนนั้นน่ะ ไม่น่ามองเป็นเด็กแว้นหรือเซลขายประกันได้เลยนะฮะ”

“นะ..นี่คุณชายชาบาโรเหรอ (O_O!)---~

“เย้ยอย่าหันสายยางมาทางผมสิ T_T” บาโรกระโดดเหยงๆเมื่อละอองน้ำจากสายยางหันมาทางตัวเอง

“ว้ายโทษทีๆ คุณชายจะมาบ้านทำไมไม่บอกเจ้าจองฮวานไว้ก่อนล่ะคะ น้าจะได้เตรียมบ้านไว้รองรีบดีกว่านี้” คนตรงหน้ารีบวางสายยางลงพื้นแล้วเปิดประตูดึงเขาเข้ามาในบ้านอย่างรวดเร็วราวกับเป็นคนละคน เมื่อกี้เขายังเป็นเซลขายเครื่องกรองน้ำอยู่เลยไม่ใช่หรือไง

“ซานดึลอยู่ข้างในใช่มั้ยครับ”

“โอ๊ยไม่อยู่หรอกค่ะ ออกไปซื้อขนมกับอะไรมาทำกินน่ะ แต่อีกเดี๋ยวซักพักก็กลับแล้วล่ะค่ะ คุณชายจะรีบไปทำธุระที่ไหนต่อหรือเปล่าคะ O_O;;

“อ๋อ มะ..ไม่ครับ ^^;; ที่จริงเรียกผมว่าบาโรเฉยๆก็ได้ เพราะใครๆก็เรียกกันอย่างอย่างนั้นทั้งนั้น เรียกอย่างนี้แล้วรู้สึกแปลกๆ”

“ว้ายๆไม่แปลกหรอกค่ะคุณชาย หน้าตาราศรีคุณชายจับขนาดนี้ใครไม่เรียกคุณชายก็ใจร้ายใจดำกันเกินไปแล้วล่ะมั้ง ^__^

แล้วเมื่อกี้ใครกันที่เป็นเด็กแว้นมาพ่นสีที่กำแพงบ้านคุณน้านะฮึ? -__-;;

“บ้านน้ามีแต่น้ำเปล่าซะด้วย เดี๋ยวโทรบอกจองฮวานให้ซื้อน้ำมาต้อนรับคุณชายดีกง่าจะได้ดูไม่น่ากละ

“ไม่ต้องครับอย่าเพิ่งบอกไอ้เป็ด..เอ้ย! อย่าเพิ่งบอกซานดึลนะครับว่าผมมาที่นี่” บาโรรีบร้องห้ามเมื่อคุณนายอีทำท่าจะหยิบมือถือออกมาจากผ้ากันเปื้อน

“อ้าวทำไมล่ะคะ มีอะไรกันหรือเปล่า?

“คือผมว่า..มันจะไปรบกวนซานดึลเขาเปล่าๆน่ะฮะ น้ำเปล่าผมก็กินได้ไม่เป็นไรหรอก ^^” แย่งกล่องข้าวลูกคุณนายกินทุกวันยังอยู่มาได้เลย

“แหม นิสัยน่ารักติดดินอย่างนี้ไม่น่าล่ะจองฮวานถึงเก็บเอามาเล่าให้ฟังไม่ขาดปากเลย” คนเป็นแม่เอามือทาบอกราวกับเป็นเรื่องเพ้อฝันสวยงาม

“ซานดึลเนี่ยนะฮ่าๆ สงสัยจะนินทาผมมากกว่าล่ะมั้งไม่น่าจะเล่าเฉยๆหรอก” บาโรหัวเราะแห้งๆระหว่างที่หย่อนก้นนั่งลงบนโซฟาในห้องรับรองแขก

“มันก็มีบ้างแหละค่ะ ลูกชายน้ามันปากกรรไกรจะตายไม่รู้ไปได้เชื้อจากใครมา” ไม่น่าจะสงสัยเลยนะความจริง -_-^

“แต่ส่วนใหญ่ชอบมาเล่าให้ฟังมากกว่าว่าคุณชายชอบกินไส้กรอกชีสในกล่องข้าวกลางวันของเขา พักหลังๆนี้ก็เลยมาขอให้ฉันทำเพิ่มให้น่ะค่ะ กลัวว่าคุณชายจะกินไม่อิ่ม เขาไม่ได้งุบงิบเอาไปกินคนเดียวใช่มั้ยคะ?

….ซานดึลสังเกตด้วยเหรอว่าเขาชอบแย่งกินอะไรมากที่สุด ไม่น่าล่ะพักหลังๆเวลาเขาแย่งถึงดูไม่ค่อยเดือดร้อนเท่าไหร่เลย ที่แท้ก็ตั้งใจเอามาเตรียมเผื่อไว้ให้อยู่แล้วหรอกเหรอเนี่ย

“ไม่ครับ เขาแบ่งให้ผมกินตลอดแหละ” นัยน์ตาของบาโรไหววูบรู้สึกผิดเล็กน้อยยามเมื่อตอบคำถาม

“แหม่นึกว่าจะเก็บเอาไว้กินคนเดียวแล้วเชียว แสดงว่าเขาให้ความสำคัญกับคุณชายมากเลยนะคะเนี่ยถึงขนาดแบ่งของกินที่ตัวเองชอบให้” คุณนายอียิ้มน้อยยิ้มใหญ่ตบเข่าดังฉาด

“ปกติเขาไม่แบ่งของกินให้ใครเหรอครับ”

“ถามแปลกๆ คุณชายก็ดูขนาดตัวมันสิคะ ถ้าแบ่งให้ใครกินแล้วจะออกมากลมเป็นลูกแตงโมขนาดนั้นเหรอ” บางทีคนบ้านนี้ก็พูดจาตรงเกินไป -_-

“บาซานโรดึลอยู่ตรงไหนเรอฮะ” บาโรเอ่ยถามถึงลูกนกที่ได้ฝากคนตัวเล็กเลี้ยงเอาไว้พักหนึ่งแล้ว

“อยู่ในห้องนอนซานดึลชั้นบนน่ะค่ะ ตัวติดกันอย่างกับอะไรดี แทบจะกินนอนอาบน้ำด้วยกันอยู่แล้ว คุณชายอยากขึ้นไปดูมันหน่อยมั้ยล่ะคะ”

“งั้นผมขออนุญาตนะครับ” บาโรทำท่ากำลังจะก้าวขาขึ้นบันไดไปชั้นบนที่คุณนายอีชี้เมื่อกี้ “แต่ถ้าซานดึลกลับมาอย่าเพิ่งบอกเขานะครับว่าผมอยู่ข้างบน”

“เอ่อค่ะ ห้องนอนเขาอยู่ทางขวามือเดินตรงไปท้ายสุดเลย เอ้อคุณชาย” คุณนายอีรีบเรียกคนตัวสูงผมดำที่ขึ้นบันไดไปได้ครึ่งทางแล้ว

“คุณชายพอทราบมั้ยคะว่าทำไมเขาถึงจะให้ดิฉันลาออกจากโรงเรียนให้อีกแล้ว อยู่ที่โรงเรียนเขาไปมีปัญหาหรือมีเรื่องกับใครหรือเปล่า”

….” คำถามจากหญิงร่างท้วมทำให้บาโรถึงกับหยุดชะงักไป ซานดึลคงไม่เคยเล่าเรื่องที่เขาทำอะไรเลวร้ายกับตัวเองลงไปบ้างให้ใครฟัง

“เขาน่ะเป็นคนที่มีเพื่อนยากมากเลย ถึงจะดูร่าเริงอย่างนั้นแต่จริงๆแล้วข้างในเขาเป็นคนที่ค่อนข้างอ่อนไหวและไม่ค่อยเปิดใจยอมรับใครหรอกค่ะ ตอนอยู่ที่โรงเรียนเก่าเขาถึงได้ไม่มีเพื่อนที่สนิทเลย”

คุณนายอีเดินไปเทน้ำใส่เหยือกไปด้วยระหว่างที่เล่าด้วยท่าทีเนิบๆ ชาบาโรหยุดค้างอยู่ที่เดิมแล้วตั้งใจฟังสิ่งที่คนตรงหน้ากำลังระบายด้วยความอยากรู้ มิน่าล่ะคนตัวเล็กถึงไม่เคยเล่าถึงชีวิตในโรงเรียนเก่าให้เขาฟังเลย ถึงจะโดนซักไซ้ตอนที่ติดอยู่ในห้องสมุดด้วยกันอยู่นานก็ตาม อีซานดึลคงว้าเหว่มากสินะ

แล้วเขาก็ดันไปทำอะไรให้ซานดึลรู้สึกย่ำแย่กับการไว้ใจคนคนหนึ่งมากไปกว่าเดิมอีก โอ๊ยนี่เขาทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย T_T

“ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่เขาก็ดูเหมือนจะมีความสุขดี อย่างน้อยก็มีเพื่อนมากขึ้นกว่าเดิมแถมแต่ละคนก็ดูเป็นเพื่อนดีๆทั้งนั้น นอกจากคุณชายแล้วก็จะมีเพื่อนอีกคนที่เขาชอบเอากลับมาเล่าให้ฟังบ่อยๆ รู้สึกว่าจะชื่อคังซานหรืออะไรนี่แหละที่นั่งข้างๆกัน”

“กงชานครับ =_=;

“อ่าๆ นั่นแหละค่ะ เขาพูดถึงไม่บ่อยเท่าคุณชายไงน้าเลยจำชื่อไม่ค่อยได้” คุณนายอีหัวเราะแหะๆ “ส่วนใหญ่เวลากลับจากที่โรงเรียนเขาจะเล่าถึงแต่คุณชายซะเยอะ ถึงจะบอกว่าคุณชายชอบแกล้งเขาในตอนแรกๆแต่พักหลังมานี่เขากลับดูสนิทกับคุณชายมากกว่าใครเลย”

“มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อมากนะคะที่เขาโทรมาขออนุญาตน้าไปค้างบ้านคุณชาย ปกติเขาเป็นคนติดบ้านมาก กลับบ้านก็กลับตรงเวลาตลอด วันนั้นที่เขาโทรมาน้าแทบไม่เชื่อหูตัวเองเลยล่ะค่ะ แต่พอเขาบอกว่าบ้านเพื่อนที่จะไปค้างคือบ้านคุณชายน้าก็เบาใจ” ประโยคนี้แม่ของซานดึลบอกเขาด้วยรอยยิ้มที่แอบเจือแฝงด้วยความสุข บาโรลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น

ถ้าแม่ซานดึลรู้ว่าวันนั้นเขาแกล้งทำอะไรไอ้เป็ดไปบ้างเขาจะโดนข้อหากระทำล่วงละเมิดมั้ยเนี่ย T^T ผมไม่ได้เป็นคนดีอย่างนั้นหรอกครับเชื่อสิ! ฝากอีซานดึลไว้กับผมก็เหมือนกับฝากลูกวอลนัทไว้กับกระรอกนั่นแหละ!

“ขอบคุณคุณชายมากเลยนะคะที่ดูแลลูกชายน้าเป็นอย่างดีทั้งในโรงเรียนแล้วก็ทั้งนอกโรงเรียนด้วย เห็นเมื่อหลายเดือนก่อนซานดึลก็เล่าให้ฟังว่าคุณชายมากินแพนเค้กที่เขาทำที่บ้าน เสียดายที่วันนั้นน้าไม่ได้อยู่ต้อนรับ ไม่งั้นคงจะจำหน้าคุณชายได้ไปแล้ว”

“ไม่เป็นไรครับ อีซานดึลเป็นคนเลี้ยงง่ายแล้วก็มีชีวิตชีวามากๆ” บาโรพูดพลางยิ้มออกมาเล็กน้อยยามเมื่อนึกถึงหน้าคนที่กำลังถูกกล่าวถึง

มีชีวิตชีวามากๆก่อนที่เขาจะทำอะไรแย่ๆลงไปในวันนั้น ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่อยากจะให้อภัยตัวเอง

“เพราะงั้นช่วยโน้มน้าวให้เขาเรียนที่นี่ต่อด้วยเถอะค่ะ น้าคิดว่าเขาคงจะฟังคุณชายมากกว่าใคร อยู่ที่นี่ซานดึลได้มีเพื่อนดีๆเยอะแยะ น้าไม่อยากให้เขาทิ้งอนาคตที่ดีเพราะความสับสนในชีวิตวัยรุ่นแค่ชั่ววูบ” คุณนายอีเดินมาจับมือหนามากุมไว้เบาๆ บาโรได้แต่ลอบถอนหายใจด้วยความหนักใจอยู่ลึกๆ

เขาจะไม่ยอมกลับมาเรียนต่อก็เพราะผมนี่แหละ ไม่ได้รู้อะไรบ้างเล้ยยย U_U;;

“ครับ ผมจะพยายามพูดกับเขาอีกที” ชาบาโรตอบรับคำแค่สั้นๆก่อนจะโค้งให้เจ้าของบ้านเป็นเชิงขออนุญาตขึ้นไปรอข้างบน คุณนายอีพยักหน้าแล้วปล่อยให้แขกทำตัวตามสบายอย่างที่ได้พูดเอาไว้ ส่วนตัวเองก็กลับไปรดน้ำต้นไม้ที่หน้าบ้านต่อ บ้านของซานดึลเป็นบ้านที่มีฐานะปานกลาง ตัวบ้านแบ่งเป็นสัดส่วนมีระเบียบไม่เล็กหรือใหญ่กว้างขวางมากจนเกินไป ทำให้ไม่เป็นการยากที่บาโรจะหาห้องนอนของคนตัวเล็กเจอได้อย่างง่ายดายตั้งแต่นาทีแรกที่ได้ขึ้นไปชั้นบน

ประตูป้ายชื่อรูปเป็ดสีเหลืองสดใสที่เขียนว่าจองฮวานถูกผลักออกให้เปิด ห้องนอนเล็กๆแต่จัดเป็นระเบียบและเปิดหน้าต่างทิ้งเอาไว้ให้ลมพัดลอดผ้าม่านเข้ามาทำให้ไม่รู้สึกร้อนอบอ้าวที่จะต้องนั่งรอ บาโรตัดสินใจเลือกที่จะนั่งแปะก้นอยู่ที่เก้าอี้ทำงานริมหน้าต่างพลางมองสำรวจโต๊ะตรงหน้าอย่างคร่าวๆ ส่วนใหญ่หนังสือที่วางกองบนโต๊ะจะเกี่ยวกับวิชาสังคมประวัติศาสตร์หรือไม่ก็เป็นหนังสือคู่มือการทำขนมหวานทั้งนั้น มีบ้างที่จะมีวิชาอื่นวางแซมอยู่ประปราย

อ่านซักเล่มคั่นเวลาคงไม่เป็นการเสียมารยาทไปหรอกมั้ง

มือหนาคว้าหนังสือสูตรทำขนมขึ้นมาดูรูปผ่านๆแบบไม่ใส่ใจนักในตอนแรก ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมอีซานดึลถึงได้ตัวกลมตุ้ยนุ้ยแก้มห้อยได้ขนาดนี้ ก็เล่นช่างสรรหาสูตรของหวานมาทำกินเองได้ตลอดคงไม่มีวันผอมเพรียวลงไปได้หรอก

แล้วต้องวงรูปแพนเค้กราดน้ำผึ้งด้วยหมึกสีแดงไว้ทำไม -_-? แถมยังกาดอกจันไว้ซะดอกเบ้อเริ่มเต็มหน้ากระดาษอีก เป็นเครื่องหมายประมาณว่าต้องฝึกฝนทำเมนูนี้ให้เก่งมากกว่านี้หรือเปล่า แต่จากที่ได้ชิมฝีมอตอนนั้นก็โอเคแล้วนี่

“จิ๊บ!!! \(‘^‘)/” เสียงร้องคุ้นๆที่ดังมาจากบนโต๊ะทำงานทำให้บาโรลดหนังสือที่อ่านอยู่ลงเล็กน้อย

“ไงไอ้นกมารหัวขน =_=” คนตัวโตทักพลางหรี่ตามองไปที่ตัวต้นเสียงอย่างไม่ค่อยไว้ใจซักเท่าไหร่

“จิ๊บๆ” บาซานโรดึลกระโดดไปทำตัวเกะกะบนหนังสือสูตรขนมที่เขากำลังอ่านแทนพลางเอียงคอมองวงกลมสีแดงในรูปภาพแพนเค้กเช่นกัน

“นั่นสิ ฉันก็งงว่าเจ้านายแกจะวงไว้ทำไมเหมือนกัน”

“จิ๊บ”

“แกรู้งั้นเหรอ เหอะเชื่อตายแหละ”

“จิ๊บๆๆ”

“แกอยู่ที่นี่เจ้านายแกคงเลี้ยงดีเลยสิ อย่างน้อยก็ดูไม่ขี้เหร่ขนหรอมแหรมเหมือนแต่ก่อนแล้ว”

“จิ๊บ -*-

“ไม่ได้ล้อเล่นนะ ตอนนั้นแกน่าเกลียดมากจริงๆ แต่ตอนนี้แกก็ดูโอเคเป็นนกมีคลาสขึ้นมาหน่อยหนึ่งแล้ว”

“จิ๊บๆ”

“นี่ฉันกำลังคุยกับนกอยู่เหรอ สงสัยแกจะบ้าไปแล้วจริงๆชาบาโร T_T” บาโรเสยผมตัวเองขึ้นไปด้วยความหนักใจ ว่าไอ้เป็ดเพี้ยนไว้มากแล้วตอนนี้ดันมาติดเชื้อเพี้ยนไปเองซะงั้น บาซานโรดึลยังคงเพ่งมองไปที่รูปแพนเค้กก่อนจะกระพือปีกไปที่หัวเตียงแล้วคาบกุญแจดอกเล็กๆกลับมา

“อะไร?” บาโรถามเมื่อกุญแจดอกที่ว่านั่นถูกเหวี่ยงด้วยจะงอยปากมาใส่มือเขา

“จิ๊บๆๆ” บาซานโรดึลไม่ได้หยุดแค่นั้นแต่ดันกระพือปีกบินขึ้นเพ่อผลักกองหนังสือที่วางกองพะเนินบนโต๊ะให้ตกลงไป แล้วพยายามจะดึงอะไรบางอย่างออกมาจากหนังสือกองนั้น

“เฮ้ยทำอะไร เดี๋ยวแม่ไอ้เป็ดก็ว่าฉันหรอก ไปรื้อของเจ้านายแกทำไม ออกมา” บาโรลุกขึ้นไปเก็บหนังสือซ้อนกันแล้วเอามาวางบนโต๊ะเหมือนเดิม แล้วเขาก็พบว่าบาซานโรดึลกกำลังจะดึงอะไรออกมาจากในนั้น

“ไดอารี่เจ้านายแกเหรอ” คนตัวโตเหล่ตาถามนกที่บินมาเกาะบนบ่า

“จิ๊บ ^^

“แกจะให้ฉันไขเปิดอ่านด้วยกุญแจดอกนี้เหรอ?

“จิ๊บๆ ^^

“มันจะเป็นการละลาบละล้วงเขาเกินไปหรือเปล่า นี่มันเรื่องส่วนตัวเขาเลยนะ ปกติฉันก็เป็นคนมีมารยาทดีอยู่ด้วย -3-” บาโรหยิบกุญแจมาจากจะงอยเล็กแล้วไขดังแกร๊กอย่างรวดเร็ว

“จิ๊บๆ -_-;” ถ้าเดาไม่ผิดบาซานโรดึลคงกำลังบอกว่ามารยาทดีมากเลยเนอะแหงมๆ แต่ใครสนล่ะ ขนาดสัตว์เลี้ยงยังสนับสนุนให้เปิดอ่านขนาดนี้มีเหรอที่ชาบาโรจะขัดศรัทธา

“มันไม่ใช่สมุดเด๊ธโน้ตอะไรนั่นเหมือนในหนังใช่มั้ย เจ้านายแกคงไม่คิดแค้นฉันจนสาปแช่งเขียนชื่อฉันเข้าไปในสมุดพรรค์นั้นหรอกนะบาซานโรดึล” บาโรเหมือนพยายามจะพูดบรรเทาความตื่นเต้นของตัวเองระหว่างที่เปิดไล่อ่านไปทีละหน้า บาซานโรดึลชะโงกหน้าเข้ามาดูด้วย

“หรือเปิดออกมาแล้วคงไม่ได้ปลดปล่อยความทรงจำของลอร์ดโวลด์เดอโมลด์ในวัยเด็กออกมาใช่หรือเปล่า O_O

“จิ๊บบบ!! -*-” เสียงโวยวายฟังดูหงุดหงิดของสัตว์ปีกทำให้คนตัวโตต้องรีบพลิกหน้ากระดาษต่อๆไปเพื่อเอาใจสัตว์โลกหน้าตาน่าเกลียดน่าชังตัวนี้ก่อนจะมาสะดุดกับบันทึกวันหนึ่งที่คนตัวเล็กผมน้ำตาลได้วาดรูปเอาไว้ เป็นหนึ่งในบันทึกไม่กี่หน้าที่มีรูปภาพประกอบทำให้บาโรเปิดค้างแล้วอ่านแบบออกเสียงให้นกที่เกาะอยู่บนไหล่ฟัง

“นี่มันรูปวันที่ฉันไปช่วยเจ้านายแกออกมาจากไอ้สวะพวกนั้นนี่  9 กันยายน วันนี้ฉันได้เรียนรู้จากนายไปมากเลยนะชาบาโร นายเป็นคนดีคนหนึ่งที่ฉันสัมผัสได้ มันคงจะดีกว่านี้ถ้าเราเริ่มต้นกันด้วยเหตุการณ์ที่น่าประทับใจในวันแรกที่เจอกัน

บาโรย้อนคิดไปยังวันแรกที่ได้เจอกับซานดึลในห้องเรียนแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้ วันนั้นถึงจะลงเอยด้วยการที่อีซานดึลยัดขนมเยลลี่รูปหนอนใส่ปากเขา แต่มันก็ทำให้เขากับคนตัวเล็กได้รู้จักกันในแง่มุมที่เปิดเผยตรงไปตรงมา ตอนนั้นไม่มีใครเลยที่เฟคใส่หน้ากากเข้าหากัน

“ฉันดีใจนะที่คนที่มาช่วยฉันในวันนี้เป็นนาย ถึงนายจะไม่ยอมรับเสื้อจากฉันก็เถอะ =_= ฉันพยายามจะเดินไปดูหลายร้านแล้วนะหลังจากที่นายมากินแพนเค้กที่บ้านฉัน แต่มันก็ไม่มีแบบที่นายใส่เลยซักตัว ใครสั่งใครสอนให้ซื้อเสื้อแบรนด์เนมดังขนาดนั้นมาใส่ฮะชาบาโร!!!

บาโรหลุดขำเมื่ออ่านไปแล้วนึกภาพสีหน้าและน้ำเสียงที่ซานดึลใช้ในการเขียน ความจริงอีกหนึ่งข้อที่เขาเพิ่งรู้ก็คือซานดึลพยายามที่จะไปหาซื้อเสื้อแบบเดียวกับที่เขาใส่แล้วโดนพวกนักเรียนกุ๊ยขโมยไปมาชดใช้ให้ แต่จะไปเจอได้ไงในเมื่อแม่และพี่ชินวูซื้อมาฝากเขาตอนที่ไปฝรั่งเศส ไม่ได้รู้อะไรบ้างเล้ยยย

“ปล.วันนี้ฉันไม่มีชื่อจะเรียกนายแล้ว สงสัยต้องไปเปิดดิคชันนารีจดเพิ่ม ทำไมพักนี้ฉันถึงได้เรียกชื่อนายเปลืองอย่างนี้นะ” บาโรขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความไม่เข้าใจกับความหมายตอนที่อ่านประโยคนี้จบไป

“เรียกชื่อฉันเปลืองเจ้านายแกเขียนอะไรน่ะพอรู้มั้ย” บาโรหันไปถามบาซานโรดึลแล้วก็เหมือนกับไอ้นกฉลาดเป็นกรดนี่จะส่ายหน้าให้เขา

“ดิคชันนารี?” บาโรเอ่ยพึมพำกับตัวเองพร้อมเหล่ตาไปที่หนังสือดิคชันนารีภาษาอังกฤษเล่มเล็กๆขนาดพกพาที่วางกองรวมอยู่กับหนังสืออื่นๆอย่างครุ่นคิด มือใหญ่ตัดสินใจถือวิสาสะเสียมารยาทหยิบหนังสือเล่มนั้นออกมาเปิดดู แล้วก็พบกับกระดาษโน้ตเล็กๆที่เสียบคั่นไว้ในหมวดตัวอักษร B

“เจ้านายแกดูดาร์วินชี่โค้ดมากไปหรือไงถึงได้ทำอะไรง่ายๆไม่เป็น -_-” บาโรบ่นขณะที่หยิบกระดาษโน้ตแผ่นที่ว่านั้นออกมาดูด้วยความมึนงง ในนั้นมีคำศัพท์ต่างๆที่ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร ที่เขียนลิสต์เอาไว้โดยลายมือของเจ้าของห้องที่ไม่อยู่ในตอนนี้ มีไล่เรียงตั้งแต่ Ba ไปเรื่อยๆจนถึง By ส่วนใหญ่ตัวอักษรที่ขึ้นต้นด้วย Ba จะถูกปากกาแดงเส้นเล็กๆขีดฆ่าไปเสียหมด แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้บาโรเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้ได้ง่ายขึ้น

“บาบูน บาบิโลน บาซิลลัส  บาคุกัน บาห์เรนจะเอาคำศัพท์พิลึกพิลั่นพวกนี้ทำอะไร เจ้านายแกนี่ก็แปลก ข้อสอบแกทแพทเข้ามหาลัยคงไม่เอาศัพท์พวกนี้มาออกหรอกจริงมั้ย”

“จิ๊บ”

“ลืมไป แกคงไม่รู้จักหรอกมั้ง แกเป็นนกนี่ =_=^” บาโรส่ายหน้าปลงๆให้กับตัวเองอีกครั้งที่เผลอหันไปถามความเห็นจากอดีตคู่อริอีกแล้ว ในกระดาษยังมีคำว่าบานาน่า บาเทนเดอร์ บาร์บี้ บาร์บีก้อน บารัคโอบาม่า จะเขียนคำที่ขึ้นต้นด้วยบาซ้ำไว้ทำไมตั้งหลายอัน สู้เอาไปจำคำศัพท์จากตัวอักษรอื่นไม่ดีกว่าหรือไง

เดี๋ยวนะซ้ำงั้นเหรอ?

นี่..รอฉันด้วยสิบารัคโอบาม่า…’

ฉันจำได้ว่านายเคยเรียกฉันด้วยชื่อนี้ไปแล้วนะ

นายจำได้ด้วยเหรอว่าฉันเคยเรียกนายด้วยชื่อไหนไปบ้าง

ชื่อที่นายตั้งให้ฉันแต่ละชื่อองค์กรนาซ่ายังเอาไปตั้งเป็นชื่อยานอวกาศได้สบายเลยเป็ด -*-

ก็ดีแล้วไง นายจะได้มีหลายๆชื่อให้เลือก ชื่อนายต่อให้ท่องจำเป็นบทอาขยานฉันก็จำไม่ได้อยู่ดีไม่รู้เป็นยังไง

หรือว่า…? อะไรกัน ก็ซานดึลบอกว่าจำชื่อเขาไม่ได้ไม่ใช่เหรอ ตั้งแต่เจอกันครั้งแรกนับครั้งได้เลยที่คนผมน้ำตาลจะเรียกชื่อเขาได้อย่างถูกต้องทุกคำ แต่พักหลังมานี้ความจริงก็เริ่มจะเรียกถูกแล้วนะ

ที่เรียกถูกเป็นเพราะเพิ่งจำได้หรือเพราะคำศัพท์พวกนี้ถูกขีดฆ่าทิ้งหมดแล้วกันแน่

แต่ซานดึลจะทำเรื่องพวกนี้ให้มันดูยุ่งยากทำไมกัน บาโรคิดกับตัวเองอย่างไม่เข้าใจก่อนที่มือหนาจะรีบเปิดหน้ากระดาษอย่างเร็วไปวันที่บันทึกเกือบล่าสุด เริ่มจากวันที่ไปทัศนศึกษาที่คนตัวเล็กเริ่มมีท่าทีแปลกๆกับเขา

“ชาบาโรฉันเคยคิดมาตลอดว่าไม่มีใครที่เหมือนนาย แต่วันนี้ฉันเจอคนๆหนึ่งที่เป็นญาติกับนายที่ชื่อซอนอู… เขาหน้าตาเหมือนนายมากเลยนะ แล้วก็นิสัยค่อนข้างดีเลย และที่สำคัญเขามาบอกว่าเขาแอบชอบฉันมานานแล้ว” บาโรกำกระดาษในมือแน่นแล้วอ่านประโยคถัดไปเพื่อให้รู้เรื่องเร็วขึ้น

“แต่ถ้าจะเดาว่าฉันเขินหรือตอบตกลงคบกับเขาไปเดี๋ยวนั้นก็คงผิด :P ฉันแค่สงสัยว่าทำไมนายถึงไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ฉันฟังบ้างเลย ทั้งๆที่ฉันก็คิดว่าเราก็น่าจะสนิทกันแล้วแท้ๆ แต่กับคนนั้นนายคงบอกเขาหมดทุกเรื่องสินะ แต่ฉันก็พอเข้าใจว่านายกับกงชานสนิทกันมาก่อน ฉันคงไม่มีสิทธิ์ไปทำท่าน้อยใจอะไรใส่นายเวลาที่เห็นนายมองกงชานด้วยสายตาแบบนั้น แต่วันนี้ฉันกลับรู้สึกไปแล้วน่าอายชะมัดเลยเนอะ ^^

บาโรรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองหยุดเต้นไปเสี้ยววินาที เขากับกงชานเนี่ยนะ!? นี่ไอ้เป็ดมันคิดอะไรอยู่ ซานดึลแอบน้อยใจเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับกงชานมาตลอดเลยเหรอ แล้ววันนั้นถ้าจำไม่ผิดเขากับกงชานดัน

“ฉันว่ามันบ้ามากเลยที่พอฉันเห็นภาพนายกอดกับกงชานแล้วฉันดันมีเหงื่อไหลออกมาจากตา ฉันคิดว่านั่นคงไม่ใช่น้ำตาหรอกใช่มั้ยนะฉันแค่เหนื่อยกับความรู้สึกนี้มามากพอแล้ว ฉันโกหกตัวเองมาตลอด พยายามจะทำตัวเองไม่ให้ชอบนายเกินกว่าเพื่อนหรือคู่กัด แต่ฉันก็ทำไม่ได้ฉันขอโทษนะชาบาโร แต่ฉันจะลองศึกษานิสัยคนที่มีส่วนคล้ายกับนายแล้วก็รักฉันดู หวังว่านี่คงจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง นายเองก็จะได้ไม่รู้สึกอึดอัดเวลาอยู่ใกล้ฉัน เอาใจช่วยฉันด้วยล่ะ

บาโรไม่อ่านอะไรที่ซานดึลเขียนในวันนั้นไปมากกว่านี้ แต่กลับเลือกเปิดไปในวันที่เขากับซานดึลพูดกันเป็นวันสุดท้าย วันนั้นที่เขาทำสิ่งที่เลวร้ายใส่คนตัวเล็กไปจนตอนนี้ทุกอย่างที่เคยดีแทบไม่มีหลงเหลือติดอยู่ในความรู้สึกอีกคนอยู่เลย

“ของเล่นที่เขาเอาไว้เล่นชั่วคราวยังไงก็ไม่เคยมีความสำคัญกับเจ้าของมันในระยะยาวหรอก ฉันรู้ว่านายเกลียดฉันแต่ฉันก็แอบคาดหวังมาตลอดว่าฉันอาจจะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของนาย แค่เพื่อนเท่านั้นก็ดีแล้ว แต่วันนี้นายได้แสดงให้ฉันเห็นแล้วว่านายไม่เคยแม้แต่ที่จะเห็นฉันเป็นเพื่อนเลย มันเหมือนกับว่าทุกอย่างที่ฉันคิดว่ามันจริงมาตลอดเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ” บาโรรู้สึกจุกที่คอหอยและหนังตาเริ่มหน่วงแต่ก็ยังทนอ่านต่อไป

“ทางเลือกของคนโง่คือการวิ่งหนีปัญหา ตอนนี้ฉันขอเลือกที่จะใช้ทางนั้น ทั้งฉันและนายจะได้รู้สึกสบายใจด้วยกันทั้งคู่ ที่ผ่านมาเราทะเลาะกัดกันเถียงกันมาตลอดไม่มีใครยอมใคร แต่เราก็ยังกลับมาคืนดีกันได้ แต่การทะเลาะครั้งนี้มันไม่เหมือนกับครั้งที่แล้วๆมา ต้องมีคนที่เลือกถอยเดินออกไปหนึ่งก้าวหรืออาจจะไกลมากกว่านั้น และฉันขอเลือกที่จะเป็นคนคนนั้นเอง

ไม่น่าล่ะซานดึลถึงได้ตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนแบบนี้ เขาไม่อยากไม่อยากที่จะต้องนึกสภาพวันที่ตัวเองไปโรงเรียนโดยไม่มีคนชื่ออีซานดึลรออยู่ ไม่อยากจะต้องแกล้งใครหรือทำตัวเรียกร้องความสนใจไปทั่วถ้าคนคนนั้นไม่ใช่อีซานดึล แล้วถ้าเป็นแบบนี้เขาควรจะต้องทำ

“ทำอะไรน่ะ!” บาโรสะดุ้งไปเล็กน้อยแล้วเอี้ยวตัวหันมามองต้นเสียงที่ยืนเหวออยู่ที่หน้าประตู ซานดึลปล่อยถุงขนมเยลลี่รูปหนอนลงกับพื้นแล้วมองไปที่บาโรและสมุดไดอารี่ของตัวเองสลับกัน

“ซานดึล นี่มันอะไรกัน” บาโรชูดิคชันนารีที่วางลงไปแล้วขึ้นมาถืออีกเล่ม ดวงตาเล็กของซานดึลเบิกกว้างมากขึ้นอีกพลางรีบสาวเท้าเข้ามาหยิบเอาสิ่งนั้นไปจากเขา

“นี่นายอ่านมันงั้นเหรอ ใครใช้ให้นายเข้ามายุ่งยุ่มย่ามกับห้องนอนคนอื่นเขาแบบนี้ฮะชาบาโร!

“เรียกชื่อฉันถูกนี่นา แล้วที่ผ่านมานายจะแกล้งเรียกผิดๆไปเพื่ออะไรฮึอีซานดึล” บาโรรั้งซานดึลด้วยการล็อคเอวจากด้านหลังเบาๆ แค่ออกแรงเบาๆเท่านั้นคนตัวเล็กก็ไม่สามารถสู้หรือต่อกรอะไรกับเขาได้แล้ว

“พูดอะไรของนาย ปล่อยฉันนะฉันไม่รู้เรื่อง”

“อย่าโกหกฉัน เราเป็นเพื่อนสนิทกันไม่ใช่หรือไง”

!!!” แค่เพียงเสียงทุ้มที่คุ้นเคยพูดดีๆกับเขาข้างหูก็ทำให้หัวใจของซานดึลอ่อนยวบขึ้นมา ริมฝีปากนุ่มนิ่มสีชมพูถูกฟันขาวกัดเอาไว้เพื่อสะกดอารมณ์เศร้าและน้อยใจที่ตีผสมปนเปกันเต็มอกไปหมด บาโรค่อยๆหมุนตัวร่างตรงหน้าให้หันกลับมาเผชิญหน้าจ้องตากับเขาตรงๆ

“ฉันกับกงชานมันไม่ใช่ในแบบที่นายคิดนะ กงชานเป็นคนที่น่ารักมากแต่ฉันก็ไม่เคยคิดกับมันเกินเลยมากกว่าคำว่าเพื่อนสนิทอีกคนเลยซักครั้งเดียว เพราะมันเองก็มีคนที่มันรักมาตลอดสิบปีแล้วเขาก็รักมันมากๆด้วย”

“นายจะมาพูดให้ฉันฟังทำไม”

“โธ่เว้ยก็นายชอบฉันไม่ใช่หรือไง” บาโรเผลอสบถออกมาพลางเกาหัวกับความอินโนเซนส์ของคนตรงหน้าอย่างหัวเสีย ซานดึลหลุบตาลงต่ำก่อนที่น้ำตาจะค่อยๆไหลออกมาจากดวงตาเล็กสีดำอย่างกลั้นไม่อยู่ เพราะบาโรพูดอย่างนี้เพราะเขาชอบบาโรแค่เขาคนเดียว

คนตัวโตถอนหายใจพลางรวบรวมสติและคำพูดใหม่อีกครั้ง ทำไมการจะพูดอะไรต่อหน้าซานดึลมันถึงได้ยากเย็นขนาดนี้นะ ตอนนี้เขาลืมไปหมดแล้วว่าเขามาที่นี่ทำไม มาเพื่อพูดอะไร มันรู้แค่ว่าแค่เขาได้เห็นหน้าคนตัวเล็กอย่างนี้ก็พอแล้ว

ก็ถ้านายคิดว่าอยากจะไปที่บ้านเขาเพื่อที่จะพูดแค่ว่าขอโทษก็แล้วแต่นายเลยนะ ฉันก็แนะนำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว นอกจากให้นายหัดกินปลาเยอะๆเหมือนเดิม

บางทีอาจจะถูกของรุ่นพี่จินยองที่เขาดั้นด้นมาถึงที่นี่คงไม่ใช่เพราะอยากจะมาขอโทษเพียงอย่างเดียวหรอกมั้ง มันมีอีกคำที่ควรจะบอกออกไป แต่ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะตัดสินใจบอกออกไปเมื่อไหร่ ตอนนี้ที่ยังมีซานดึลอยู่ตรงหน้า หรือว่าตอนที่รวบรวมความกล้าได้แต่ไม่มีคนตัวเล็กแก้มป่องอยู่ในอ้อมกอดเขาอย่างนี้อีกแล้ว

“และและฉันเองก็ชอบนายเหมือนกัน เราจะกลับมาคุยกันดีๆเหมือนเดิมไม่ได้แล้วหรือไง”

!!!

“เอาล่ะฉันรู้ว่าปกติเราก็ไม่เคยจะคุยอะไรดีๆใส่กันอยู่แล้ว แต่เราก็มีความสุขกับการได้พูดคุยกันแบบนั้นไม่ใช่เหรอเป็ด นายจะมาโกรธทำท่าปั้นปึ่งเถียงกระโชกโฮกฮากใส่ฉันแบบนี้มันไม่เวิร์คเลยนะเว้ย”

“นะนายพูดว่าไงนะ”

“ฉันบอกว่า” บาโรกระเถิบเข้าไปใกล้หูพลางจิ๊ปากอย่างขัดใจที่ต้องพูดอีกรอบ “ฉันชอบนายยยย!!! ถ้านายยังต้องให้ฉันพูดซ้ำอีกรอบล่ะก็ฉันจะเอาไอ้บาซานโรดึลไปต้มรามยอนกินแน่”

“ฮึก T^T

“นี่นายจะร้องไห้ทำไมเนี่ย ดีใจจนน้ำตาไหลเลยเหรอ หรือว่าฉันตะโกนเสียงดังไป?” บาโรจับแขนบางเขย่าขณะที่ตะแคงมองหน้าที่สะอื้นเบาๆอย่างไม่รู้จะทำไง นี่เขาทำอะไรผิดไปงั้นเหรอ โอ้ยก็คนมันไม่เคยทำอะไรหวานๆนี่หว่า จะให้มาปรับตัวทำตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้วมั้ง

“หรือว่ากลัวฉันจะต้มไอ้นกขี้เหร่นั่นกินจริงฉันไม่ต้มหรอกน่า หนังเหนียวขนหรอมแหรมอย่างนั้นกินไปก็ท้องเสียอาหารเป็นพิษเปล่าๆ”

“จิ๊บ! -*-

“หยุดเลยไอ้กระรอกบ้า นายเพิ่งจะมาบอกอะไรตอนนี้ฮะ แล้วที่นายทำแย่ๆพวกนั้นไว้กับฉันนี่มันหมายความว่ายังไง มันดูสวนทางกับคำพูดนายทุกอย่างเลยนะ!” ซานดึลทุบเข้าที่ไหล่หนาดังอั้กแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ชาบาโรปล่อยเป็ดอ้วนให้หนีออกไปได้

“ก็ฉันหึงนายอยู่รู้ตัวบ้างไม่ได้หรือไง ฉันโมโหที่เห็นนายมาจูบกับไอ้ซอนอูถึงหน้าบ้านก็เลยพูดพาลอย่างนั้นออกไป มันจูบเลยนะเป็ด! ทีนายเห็นฉันกอดกับกงชานวันนั้นยังเอามาระบายกับสมุดบันทึกร้องไห้แทบเป็นแทบตายเลย สมุดจ๋าฮึกๆ”

“ไม่ต้องมาล้อเลียนฉันเลยนะไอ้คนมารยาทแย่ ขึ้นมาในห้องฉันไม่พอยังจะมายุ่งกับของส่วนตัวฉันอีก นี่แม่ฉันปล่อยให้นายขึ้นมาได้ยังไงกันนะ”

“ก็แม่นายนั่นแหละบอกให้ฉันขึ้นมารอนายข้างบนห้อง ^^” เยี่ยมเลย ฮึ่มมมม -_-*

“งั้นก็ออกไปซะ นี่มันห้องฉัน ฉันไม่ต้อนรับนาย ฉันเกลียดนายยิ่งกว่าปรสิตในลำไส้กับสิ่งที่นายทำเลวกับฉันไว้ ออกไปจากห้องฉันได้แล้วชาบาโร!

“นายเกลียดฉันจริงเหรอถ้าเกลียดฉันแล้วทำไมต้องหนีปัญหาด้วยการยื่นใบลาออกจากโรงเรียนด้วย”

!!!

“ถ้าไม่บอกฉันคงคิดว่านายกำลังหนีหน้าไปให้ห่างๆคนที่รู้สึกรักเพื่อให้ลืมเรื่องต่างๆได้เร็วชัวร์” บาโรกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์พลางรั้งเอวนุ่มนิ่มให้เข้ามาใกล้อีกระดับ ทำเอาซานดึลทำหน้าเลิ่กลั่กพูดจาไม่ถูกไปพักใหญ่

“พูดพล่ามอะไร ใครหนีหน้านายไม่ทราบอย่ามาคิดเองเออเองแบบนี้นะ”

“ก็ถ้าไม่อยากให้ฉันคิดเองเออเองงั้นก็บอกมาสิว่าไอ้คำศัพท์ในดิคชันนารีพวกนี้มันคืออะไร” บาโรชูสมุดในมือขึ้นมาให้ดูต่อหน้าอีกครั้งพลางหยิบกระดาษโน้ตที่มีลิสต์คำศัพท์ออกมาโชว์

“เท่าที่จำได้คำศัพท์พวกนี้มันเคยเป็นชื่อที่นายเรียกฉันไม่ซ้ำวันไม่ใช่หรือไง” บาโรโบกกระดาษตรงหน้าไปมาอย่างยียวน ซานดึลได้แต่กระโดดหย็องแหย็งเพื่อที่จะเอากระดาษแผ่นนั้นคืนเพราะอีฝ่ายดันเกิดมาตัวโตกว่า

“ย่าห์!!! ชาบาโร มันชักจะมากเกินไปแล้วมั้ง -*-

“แล้วยังจะสมุดไดอารี่เล่มนี้อีก บรรยายซะฉันแทบร้องไห้ตามแน่ะ ไม่นึกเลยนะเนี่ยว่าที่ฉันทำนายว่านายเป็นเด็กอนามัยที่ดื่มนมอุ่นๆเขียนไดอารี่ก่อนเข้านอนในวันนั้นจะเป็นจริง”

“ฉันจะกินนมดื่มบาร์คาดี้หรือเขียนไดอารี่ก่อนเข้านอนซักกี่เล่มมันก็เรื่องของฉัน เอาคืนมา!

“ไม่ :P

“ไม่งั้นฉันจะตะโกนเรียกแม่ให้ขึ้นมาเพ่นหัวกบาลนายออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้แหละ”

“แม่นายขอร้องให้ฉันช่วยพูดกับนายให้อยู่โรงเรียนนี้ต่อ และฉันก็กำลังทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายนี้อย่างเต็มความสามารถ” บาโรล็อคเอวซานดึลให้เลิกดิ้นได้แม้ว่าส่วนบนคนผมน้ำตาลจะยังคงประทุษร้ายเขาเป็นระยะอยู่ก็ตาม

“ฉันยื่นข้อเสนอกับนาย ถ้านายยอมบอกว่านายจดคำพวกนี้มาจากดิคชันนารีทำไมฉันก็จะยอมปล่อยนายไป แต่ถ้านายไม่ยอมบอกฉันก็จะถือซะว่านายอยากให้ฉันกอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่ในห้องนอนตัวเองแบบนี้ไปเรื่อยๆ” บาโรยื่นคำขู่ไม้ตาย

“นี่นายกล้าดียังไงมาขู่ฉันถึงในบ้านแถมยังทำตามใจตัวเองอย่างนี้หา!

“จะบอกหรือไม่บอก”

“ไม่บอกงั้นฉันพูดก่อนก็ได้ ฉันขอโทษที่ทำอะไรแย่ๆใส่นายไปในวันนั้น แต่ที่ฉันทำไปก็เพราะว่าฉันชอบนาย ชอบจนไม่รู้ว่าตัวเองเริ่มชอบตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้อีกทีฉันก็ไม่ชอบเห็นเวลาคนอื่นเข้าใกล้นายแล้ว”

!!!

“ฉันไม่เคยเสแสร้งเวลาที่ต้องอยู่กับนาย ถึงนายจะทำให้ฉันปวดหัวกับความซื่อบื้อได้ตลอดแต่ฉันก็ชอบช่วงเวลาพวกนั้นนะ เราไม่จำเป็นต้องพูดจาดีๆใส่กันตลอดเวลาแต่ฉันก็รู้สึกได้ว่าเวลาที่ฉันเดือดร้อนฉันจะมีนายอยู่ข้างๆตลอด นายล่ะเคยรู้สึกอย่างนี้บ้างมั้ย

รู้สึกบ้างมั้ยน่ะเหรอก็คงรู้สึกล่ะมั้ง อย่างน้อยก็ตอนที่บาโรไปช่วยเขาจากพวกนักเรียนกุ๊ยวันนั้น วันที่เจอบาซานโรดึล วันที่ไฟดับแล้วต้องติดอยู่ด้วยกันในห้องสมุด จะวันไหนเขาก็มีชาบาโรอยู่ข้างๆตลอด ถึงจะช่วยได้บ้างทำตัวเป็นภาระบ้างก็เถอะ -_-

“วันที่ทะเลาะกับนายวันนั้นฉันแทบบ้า ยิ่งมารู้จากพี่ชินวูว่านายจะลาออกฉันก็ยิ่งทำอะไรไม่ถูก ฉันไม่รู้จะไปขอคำปรึกษาจากใครก็เลยต้องไปขอคำปรึกษาจากพี่จินยองกับไอ้ชานชิคถึงบ้าน ถึงไอ้พวกนั้นจะ…=_=; ช่างเหอะ เอาเป็นว่าพวกนั้นแนะนำให้ฉันมาขอโทษนายตรงๆแล้วนอกจากนั้นฉันอยากจะพูดอะไรก็พูดกับนายไปซะ และนี่แหละคือสิ่งที่ฉันอยากจะพูดนอกเหนือจากคำว่าขอโทษ” บาโรพล่ามยาวพลางถอนหายใจยาวออกมาระหว่างที่มองบหน้าอีกฝ่ายที่นิ่งไป

“ฉันก็จะบอกนายแค่นี้แหละ อย่าลาออกจากโรงเรียนเลยนะอีซานดึล ฉันไม่ได้ขอร้องเพราะแม่นายสั่งมา แต่เป็นเพราะฉันเองที่ไม่อยากให้นายออกไป”

“นี่ฉันพูดมาตั้งเยอะแล้วนายไม่คิดจะอธิบายอะไรให้ฉันฟังหน่อยรึไง อย่าเงียบอย่างนี้ดิ ฉันไม่ชอบบรรยากาศมาคุอย่างนี้เลยนะ”

“อีซาน..

“ฉันจดไว้ก็เพราะไม่อยากให้นายลืมฉัน” เสียงอ้อมแอ้มที่พูดออกมาอย่างรวดเร็วรวดเดียวจบทำให้บาโรต้องตะแคงหูฟังพร้อมหยุดพูดกระทันหัน

“อะ..อะไรนะ เมื่อกี้นายพูดอะไรเอาให้มันชัดเจนกว่านี้หน่อยสิ -_-;;

“ฉันก็พูดไปแล้วไง นายอยากพูดมากไม่ได้ยินเองก็ช่วยไม่ได้” ซานดึลว่าพลางถองศอกใส่กล้ามท้องของบาโรอย่างแรงแต่บาโรก็ยังไม่ยอมหลงกลง่ายๆ

“นายพูดเร็วอย่างกับติดไอพ่นอย่างนั้นต่อให้เอาแร็พเปอร์วงบีวันเอโฟร์มาฟังก็ไม่รู้เรื่อง ถ้าพูดกำกวมไม่ได้ใจความอย่างนี้ก็อย่าหวังเลยว่าฉันจะปล่อยนายออกไปจากห้อง” บาโรออกแรงรัดตัวร่างตรงหน้าที่ดิ้นขลุกขลักมากกว่าเดิม

“ชาบาโร!

“ตั้งแต่รู้ว่าจำชื่อฉันได้นี่เรียกใหญ่เลยนะ~

“ฉันอยากให้นายจำฉันได้ไงเล่าก็เลยแกล้งเรียกชื่อนายผิดๆก็ก็ตั้งแต่เจอหน้ากันครั้งแรกนายก็ทำท่าเหมือนรังเกียจไม่ชอบหน้าฉัน ฉันก็เลยคิดชื่อแปลกๆให้นายจดจำฉันได้ง่ายๆนายจะได้อารมณ์ดีเวลาที่ถูกเรียก แต่กลายเป็นว่านายไม่ชอบขี้หน้าฉันมากกว่าเดิม” ซานดึลก้มหน้าก้มตาบอก ส่วนบาโรหน้าเหวอกว่าเดิม

“สักพักฉันก็เริ่มทำใจยอมรับว่านายคงเกลียดฉันไปอีกนาน ก็เลยยอมเรียกชื่อนายผิดไม่ซ้ำกันทุกวันอย่างนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ถึงนายจะไม่ชอบขี้หน้าฉันแต่การที่เรียกชื่อนายแปลกๆแล้วนายแกล้งฉันมากขึ้นฉันก็พอใจแล้วที่ได้อยู่ใกล้ชิดเป็นเพื่อนคู่กัดนายแบบนี้”

“แล้วนายก็เปิดดิคชันนารีหาคำศัพท์ที่ขึ้นต้นด้วยบาทุกวันเพื่อที่จะเอามาเรียกชื่อฉันแบบนี้เนี่ยนะ!

“อืม (.  .)”

“โอ๊ยฉันล่ะเชื่อนายเลยอีซานดึล ฮ่ะๆ ใครสั่งใครสอนให้ฉันจำนายด้วยวิธีแบบนั้น” บาโรเผลอหลุดขำออกมา

“มันไม่ใช่เรื่องตลกเลยนะไอ้กระรอก นายหัวเราะทำไมเนี่ย T^T

“ก็นายน่ารักอ่ะ”

O///O

“เอ่อฉันหมายถึง” บาโรหลุบตาต่ำเอามือเกาหัวแกรกๆเมื่อเห็นคนตัวเล็กในอ้อมแขนนิ่งเงียบทำหน้าแดงไปพักใหญ่หลังจากได้ยินคำพูดของเขา “เอ่อก็หมายความอย่างนั้นจริงๆนั่นแหละ นายน่ารัก” สุดท้ายพอไม่รู้จะแก้ตัวว่ายังไงก็ต้องพูดคำเดิมออกไปอยู่ดี

“ปละ..ปล่อยฉันได้ยัง (_ _)” ซานดึลก้มลงมองท่อนแขนยาวที่โอบรอบเอวไว้ด้วยท่าทีงกๆเงิ่นไม่ต่างกัน บาโรจึงค่อยๆผ่อนแรงจากท่อนแขนแกร่งออกทีละนิด

“นายจะยอมกลับไปเรียนที่เดิมแล้วใช่มั้ยเป็ด” คนตัวโตถามย้ำเพื่อความแน่ใจ

“ไม่รู้สิฉันจะยอมกลับไปเรียนได้ก็เพราะว่าแม่ฉันขอร้องเอาไว้ ไม่ใช่แค่เพราะนายมาพูดดีอ้อนวอนฉันถึงบ้าน”

“โหอะไรเนี่ยทำไมเดี๋ยวนี้นายทำตัวเรื่องเยอะขนาดนี้ฮะดึลลี่” บาโรโวยวาย

“ช่วยไม่ได้ ก็นายอยากทำอะไรแย่ๆให้ฉันเกิดความลังเลใจเอง” ซานดึลแลบลิ้นใส่ แต่นั่นก็เป็นสัญญาณบ่งบอกกับบาโรได้ว่าซานดึลคงหายโกรธเขาในระดับหนึ่ง ถึงขนาดยอมทำหน้าทะเล้นยียวนแทนที่จะเงียบไม่พูดไม่จาทำตัวมาคุได้แล้ว

“ถึงยังไงฉันก็ไม่ปล่อยให้นายเล็ดรอดน้ำมือฉันไปได้หรอก ตอนนี้ใบลาออกที่นายยื่นฝากไว้ให้พี่ชินวูก็อยู่ในมือฉันแล้ว ฉันจะฉีกหรือเอาไปเผาทิ้งเมื่อไหร่ก็ย่อมทำได้”

“นะ..นายว่าไงนะ O_o” ซานดึลอ้าปากค้าง

“ฮ้า~ มีพี่ชายเป็นถึงประธานนักเรียนนี่มันมีข้อดีแบบนี้เอง ^^

“นายไอ้กระรอกขี้โกง ฉันไม่เชื่อหรอกว่าพี่ชินวูจะยอมให้ใบลาออกนั่นกับนาย นายต้องไปบังคับขู่เข็ญหรือแอบขโมยมาแน่ๆ =*=

“จะด้วยวิธีไหนมันก็มาจากความสามารถเฉพาะตัวของฉันล้วนๆ” บาโรหยิบใบลาออกจากโรงเรียนที่พับสี่ทบอยู่ในกระเป๋ากางเกงมาคลี่ให้ดู หลังจากนั้น

แควกกกก~

“ถ้านายไปแล้วฉันจะแกล้งใครล่ะซานดึล ^__^” บาโรฉีกยิ้มกว้างพลางโปรยเศษกระดาษพวกนั้นลงมาจากมือต่อหน้าต่อตา ในขณะที่ซานดึลแทบอยากจะกระโดดงับคอคนตรงหน้าให้มันรู้แล้วรู้รอดไปที่ทำให้เขาดูเป็นฝ่ายเสียเปรียบได้ทุกเรื่อง

“ชาบาโรคอยดูนะฉันจะไปถ่ายเอกสารเผื่อมาซักร้อยแผ่น จะยื่นให้ผอ.โดยตรงซักร้อยครั้งฉันก็จะทำ ฉันจะอยู่หรือจะไปแล้วมันไปหนักส่วนไหนของนายไม่ทราบ”

“หนักสิ ตัวนายตอนนี้ก็หนักตั้งหกสิบกว่ากิโอ๊ยล้อเล้นนิดเดียวเองทำไมต้องใช้ความรุนแรงกันด้วยเนี่ย ไม่ยอมรับความจริงซะบ้างเล้ยยย” บาโรรีบชักเท้ากลับเมื่อโดนเป็ดอ้วนกระทืบจนแทบจมดิน

“ปากเสีย พูดจาด๊อกๆอย่างนี้อย่าหวังเลยว่าฉันจะยอมกลับไปอยู่โรงเรียนเดียวกับนายอีก”

“เฮ้ยๆฉันขอโทษษษ จะให้ฉันทำอะไรก็ได้แค่นายยอมกลับมาเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน อยู่ห้องเดียวกัน เรียนด้วยกันเหมือนเดิมฉันยอมทำให้ทุกอย่างเลย” บาโรรีบดึงแขนซานดึลเอาไว้เมื่อเห็นคนตัวเล็กทำท่าจะเดินออกไปจากห้องจริงๆ

“อะไรก็ได้งั้นเหรอ?” ซานดึลทวนคำด้วยความสนใจ

“นายอยากให้ฉันทำตัวแบบไหน ทำอะไร ฉันยอมทำให้ได้ทุกอย่างจริงๆนะ ชดเชยสิ่งที่ฉันทำไม่ดีเข้าใจนายผิดไปในวันนั้น” บาโรรีบพยักหน้าอย่างกระตือรือร้นเพราะกลัวว่าซานดึลอาจจะลาออกจริงๆ คนตัวเล็กกลอกตาขึ้นมองเพดานพลางทำสีหน้าครุ่นคิดอย่างกรุ้มกริ่ม

ช่วงเวลานี้แล้วสินะที่เขาจะเป็นฝ่ายได้เปรียบบ้าง ^^+ หึๆ

“นายยิ้มแบบนี้ทีไรทำไมฉันรู้สึกใจคอไม่ดีเลย =_=;

“ก่อนอื่นเลยนะชาบาโร ฉันต้องขอชี้แจงเป็นอย่างแรกว่าจนถึงในตอนนี้ฉันก็ยังไม่ได้ให้อภัยรู้สึกหายโกรธนายซะทีเดียวหรอกนะ” อีซานดึลเดินวนรอบตัวของบาโรอย่างเหนือชั้นกว่า “การกระทำของนายในครั้งนั้นน่ะมันร้ายแรงมาก รู้ตัวใช่มั้ย”

“ฉันรู้ U_U แต่จะให้ฉันทำยังไงล่ะ” บาโรก้มหน้ายอมรับผิด

“นายต้องพิสูจน์ให้ฉันเห็นว่าฉันจะสามารถกลับไปเชื่อใจนายได้อีก โดยที่นายจะไม่แกล้งหรือทำร้ายฉันจิตใจร่างกายของฉันไม่ว่าจะในกรณีใดๆก็ตาม”

“เฮ้ยเดี๋ยว นายหมายความว่าหยอกนิดหยอกหน่อยก็ไม่ได้เลยเหรอ”

“ถ้ามันจะทำให้ฉันไม่พอใจหรือไม่ชอบนายก็ไม่มีสิทธิ์ทำอะไรทั้งนั้น” ซานดึลยิ้มกว้างพร้อมเข้ามาตบไหล่คนตัวสูงกว่าที่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ถ้าชาบาโรไม่ได้แกล้งเขาอีกดูท่าว่าน่าจะขาดใจตายเป็นแน่

“อืม โอเค ฉันจะพยายามแสดงให้นายเห็นว่านิสัยฉันจริงๆแล้วมันก็ดีเหมือนหน้าตาที่เห็นนี่แหละ”

“อี๋ ฉันยังไม่ทันให้อภัยนายก็หลงตัวเองขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย :P จริงมั้ยบาซานโรดึล” ซานดึลหันไปพยักเพยิดกับสัตว์เลี้ยงที่เปลี่ยนเป็นบินโผเข้ามาเกาะไหล่เขาแทน

“ทีงี้ล่ะเปลี่ยนข้างเชียวนะแก” บาโรว่าปากขมุบขมิบ

“อย่ามาเรียกลูกฉันแบบจิกกัดแบบนั้นนะ -^-

“หึ ถ้าไอ้นี่เป็นลูกนายงั้นฉันก็เป็นพ่อมันน่ะสิ เพราะฉันเป็นคนเจอมันทำให้มันได้มาอยู่กับนายอย่างนี้ได้” บาโรยิ้มอย่างมีเลศนัยน์

“บาซานโรดึลคงยอมเป็นนกกำพร้าขาดพ่อดีกว่ามีพ่อเป็นกระรอกนิสัยไม่ได้เรื่องแบบนาย -_- หยุดฝันกลางวันแล้วก็กลับบ้านตัวเองไปได้แล้ว” ซานดึลโบกมือไล่แต่กับโดนมือหนาคว้าเอวเอาไว้เสียก่อน

“เดี๋ยวสิ ในสถานการณ์แบบนี้นายไม่คิดว่าเราควรจะทำอะไรก่อนเหรอ” บาโรยักคิ้วถามใบหน้าที่เรียบตึงของอีกฝ่าย

“อะไรของนาย” ซานดึลจิ๊ปากอย่างไม่พอใจ

“ก็นายชอบฉัน แล้วฉันก็ชอบนายเหมือนกัน” บาโรอมยิ้มพลางเอานิ้วชี้ทั้งสองข้างชนกัน

“เหอะเพราะฉะนั้นนายก็ควรจะกลับบ้านไปทบทวนว่าจะพิสูจน์ยังไงให้ฉันกลับไปเป็นเพื่อนนายเหมือนเดิมได้แล้ว มัวแต่ทำตัวเพ้อเจ้อมุ้งมิ้งอยู่ได้” ซานดึลว่าพร้อมแยกเขี้ยวใส่แต่บาโรก็ยังคงล็อคตัวเขาไว้แน่น

“ตอนนั้นนายเป็นคนพูดเองนี่ว่าไม่เห็นฉันเป็นเพื่อนแล้ว เพราะฉะนั้นฉันก็จะไม่ขัดใจนายตามที่ตกลงกันไว้เมื่อกี้ไง”

“พะ..พูดบ้าอะไร ฉันไปบอกนายอย่างนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ไม่ให้เป็นเพื่อนแล้วจะให้ไปเป็นอะไรกันหา!” ซานดึลเริ่มประสาทเสียเมื่อเห็นบาโรยิ้มตาหยีล้อเลียนเขา

“นั่นสินะ..ควรจะเป็นอะไรดี”

“เป็น

…!

“เป็นคู่กัดกันเหมือนเดิมดีมั้ย ^___^

“อะ..อะไรนะ -_-^” เป็นคู่กัดกันเหมือนเดิม แย่งข้าวกล่องกัน เถียงกันไปเถียงกันมาน่ะนะทำไมรู้สึกผิดหวังหน่อยๆแฮะ

“ทำไมอ่ะ หรือว่านายหวังอะไรมากกว่านั้น” คิ้วหนายกขึ้นถามหน้าใสที่ที่ดูเหวอไปชั่วขณะ

“หวังอะไรแค่ฉันยอมให้นายกลับมาเป็นเพื่อนได้แค่นี้ก็บุญหล่นทับนายถมถืดแล้ว นายน่ะพิสูจน์ให้ฉันเห็นก่อนเถอะว่าทำได้อย่างที่พูดจริงๆ -^-” ซานดึลเบ้ปากให้กับความกวนโอ๊ยของคนตรงหน้า ตั้งแต่รู้ความลับเราก็ดูมั่นหน้าขึ้นมาทันตาเห็นเชียวนะ

“งั้นเปลี่ยนเป็นทำข้ามสเต็ปไปเลยได้มั้ย”

“อะไรของนายอีกล่ะทีนี้ -_-*

“ถ้าฉันพิสูจน์ให้นายเห็นได้ฉันจะขอเลื่อนสถานะเป็นอะไรที่มากกว่าเพื่อน ตกลงป่ะ” บาโรยื่นข้อเสนออีกครั้ง ซานดึลมองคนตรงหน้าด้วยความไม่ไว้วางใจ

“มากกว่าเพื่อน…? นายหมายถึงเพื่อนสนิทน่ะเหรอ”

“ซื่อบื้อไม่เปลี่ยนเลยแฮะ =_=^ งั้นฉันเปลี่ยนคำพูดใหม่เป็นมากกว่าเพื่อนสนิทก็ได้ นายเข้าใจหรือยัง” ปากเล็กเม้มเข้าหากันเล็กน้อยเหมือนใช้ความคิด

“มากกว่าเพื่อนสนิท งั้นก็ต้องเป็นเพื่อนที่สนิทมากที่สุดในโลกน่ะสิ”

“ย่าห์นี่นายจงใจยั่วโมโหฉันใช่มั้ยเนี่ยอีซานดึล -*-

“อ๊ะๆ ห้ามว่ากระทำการประทุษร้ายหรือแกล้งอะไรฉัน จำข้อตกลงของเราเอาไว้ให้ดี ^^” ซานดึลกลั้นขำกับหน้าบูดของกระรอกที่โวยวายแทบไม่ไหวเพราะโดนขัดจมาแล้วหลายเรื่อง ชาบาโรเอามือกอดอกแล้วพ่นลมหายใจออกมาแรงๆเป็นการระบายอารมณ์ แต่ก็เอาเถอะซานดึลยอมให้โอกาสเขาแก้ตัวอย่างนี้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว อย่างน้อยวิธีการง้อแบบจริงใจของไอ้กงชานกับรุ่นพี่จินยองก็ได้ผล แต่ยังไม่ทันจะหันหลังกลับไปพูดมือเล็กก็คว้าบีบต้นแขนเขาไว้เบาๆ

“ฉันไม่ได้ซื่อบบื้อขนาดนั้นหรอกน่าชาบาโร รู้หรอกน่าว่าคำว่ามากกว่าเพื่อนของนายมันหมายถึงอะไร ^^

…!

“โอเค” เสียงใสบอกเขาพลางกลั้วขำแค่นั้นก่อนจะเดินไปเก็บถุงเยลลี่ที่ทำตกอยู่หน้าห้องด้วยท่าทีไม่รู้ไม่ชี้เหมือนไม่ได้พูดอะไรออกมา ชาบาโรยังคงยืนงงมองค้างไปยังคนแก้มป่องที่แอบอมยิ้มน้อยๆอย่างไม่เชื่อสายตา โอเค…? มันหมายความว่าอะไรน่ะ

“จะยืนบื้ออยู่ตรงนั้นอีกนานมั้ย มาช่วยฉันเก็บถุงเยลลี่ตรงนี้หน่อย หัดทำความดีเก็บคะแนนให้เป็นได้มากกว่าเพื่อนซะตั้งแต่ตอนนี้แหละ เรื่องแค่นี้ก็ต้องให้ฉันบอกนะบาบิโลเนีย”

รอยยิ้มที่ผุดออกมาตรงลักยิ้มน้อยๆระหว่างที่พูดบอกเขา ทำให้บาโรเริ่มมั่นใจว่าซานดึลคงหมายความแบบที่เขาคิดจริงๆ ริมฝีปากหนาฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจพลางรีบกระวีกระวาดไปช่วยคนตัวเล็กเก็บของด้วยความรีบร้อนพลางแอบอมยิ้มกันอยู่สองคนระหว่างที่ก้มหน้าก้มตาเก็บ

“จะอยู่กินข้าวก่อนก็ได้นะ แม่ฉันคงออกไปตลาดซื้อของมาทำกับข้าวให้นาย” ซานดึลพูดขึ้นลอยๆแต่ก็ยังไม่ยอมสบตาคนที่ช่วยเก็บของอยู่ดี

“นายหมายความว่าโอเคแล้วจริงๆใช่มั้ย” บาโรแทบกลั้นความดีใจเอาไว้ไม่อยู่ จะได้เอาไปข่มไอ้พวกมีความรักอยู่ในโลกฟรุ้งฟริ้งก็คราวนี้แหละโว้ย!!! -.,- ว่าชาบาโรจะไม่โสดแล้ว

“โอเคก็คือโอเค” ซานดึลไม่ขยายความอะไรมากกว่านั้นพลางลุกขึ้นยืนยิ้มให้บาโรที่ยืนอ้าปากค้างด้วยความอึ้งไม่เลิก นายนี่พอเอาจริงๆก็ดูเป็นพวกไม่ประสีประสากับความรักเหมือนกันเนอะ

“พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิว่านายจริงใจกับฉันจริงๆ” ซานดึลทิ้งท้ายไว้สวยๆก่อนจะเดินลงบันไดไปด้วยความรู้สึกอิ่มเอมไม่ต่างกัน อยากจะได้บทพูดสวยๆแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ในที่สุดก็ได้มีโอกาสทำแบบชาวบ้านเขาซะที ความรักของคู่อื่นจะเป็นยังไงหวานกันแค่ไหนก็ไม่รู้ แต่แค่รู้ว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้แม้อาจจะมีกัดกันบ้าง ทะเลาะกันหนักแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าเขายังมั่นใจในตัวผู้ชายดิบเถื่อนแต่ติงต๊องคนนี้ก็อย่าลังเลที่จะตอบว่า โอเค’ เลย และครั้งนี้อีซานดึลแน่ใจว่าเขาตัดสินใจได้ถูกแล้วจริงๆ

“แล้วฉันจะทำให้นายเห็นว่านายตัดสินใจไม่ผิดหรอกที่แอบชอบคนอย่างฉันมาตั้งนาน เข้าใจมั้ยอีซานดึลเป็ดซื่อบื้อ ^^” เสียงบาโรตะโกนไล่หลังตามมาอย่างร่าเริง ยังไงคนนี้ก็ยังโหล่ทำอะไรไม่เต็มบาทเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน นี่เขาแอบหลงรักคนกวนๆขี้แกล้งแบบนี้ไปได้ยังไงกันนะ

ถ้าคิดว่าตัดสินใจผิดฉันจะยังรักนายมาจนถึงทุกวันนี้มั้ย ชาบาโรไอ้กระรอกที่ซื่อบื้อกว่า =///= อิอิ

***************************************************

PS. โอ้ยยย หายไปนานอีกแล้ว TwT ตอนนี้แต่งยากมากอ่ะ ไม่รู้ว่าจะให้จบตรงไหนดี ระหว่างที่หายไปเราก็แอบไปอัพ SF เรื่องใหม่ชื่อ Plaful Ghost ใครก็ได้ช่วยทีผมโดนผีลวนลามไว้แล้วตอนหนึ่ง เป็นฟิคสั้นๆของบีวันนี่แหละแต่ฟีลต่างจากเรื่องนี้เยอะตรงที่...อื้มมม ไม่เอาดีกว่าเดี๋ยวหาว่าสปอยล์ ให้รี้ดลองไปอ่านเองดีกว่า -.,- เราใช้ไอดีเดิมแต่งนะ ว่างๆระหว่างเรื่องนี้อัพช้าก็ไปอ่านคั่นเวลาได้ ฝาก SF เรื่องใหม่ของเราด้วยน้าาา ^^ สำหรับตอนนี้ใครที่เชียร์คู่บาดึลก็ได้เฮกันซะที หลังจากกินมาม่าอยู่นานคู่นี้ก็ได้เริ่มต้นชีวิตดีๆกับเขามั่ง 555 ขอบคุณมากเลยนะคะที่อยู่ด้วยกันมาจนถึง ณ จุดๆนี้ที่ฟิคใกล้จบแล้ว เรามานับถอยหลังห้าตอนสุดท้ายที่เหลือกันดีกว่า ฮึก~เศร้า TT

ปล. ขอบคุณคนที่เข้ามาเม้นทุกคนมากเลยนะ บางคนเราเห็นเม้นแทบทุกตอนเลยแถมไม่ได้เม้นสั้นๆด้วย เหนื่อยมั้ยคนดี TwT 555 //บีบๆนวดๆ นอกจากบีวันแล้วก็มีรี้ดนี่แหละที่เป็นกำลังใจสำคัญอยากให้เขียนเรื่องนี้ต่อ ขอบคุณจริงๆนะคะที่เข้ามาเปิดเช็คอ่านทุกวันให้ยอดวิวพอกระเตื้องขึ้นบ้าง (แลดูอเนจอนาถ ^^;;) ขอบคุณที่แม้พอจะรู้ว่าฟิคเรื่องนี้เป็นจินชานทุกคนก็ยังคงอ่านต่อ เราเข้าใจว่าคนชิบกงยองกันเยอะก็เลยไม่ได้ตั้งความหวังไรมาก แค่นี้ก็มากพอแล้วสำหรับประสบการณ์นักเขียนมือใหม่อย่างเรา ขอบคุณอีกครั้งหนึ่งค่ะ -/\- 정말 감사합니다.

แจกรูปบาดึล ซีซั่นกรีทติ้งของบีวันปีนี้เขางานดีจริงๆนะคุณ 5555 //งานโปรโมทให้ผู้ก็มา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

83 ความคิดเห็น

  1. #64 น้ำตาลเทียม (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 02:51
    ถึงกระรอกซื่อบื้อเป็ดก็รักแหละ ตอนนี้ขอเป็นเอฟซีบาซานโรดึล นกจริงๆหรอ ทำไมแสนรู้555 แกทำได้ดีมากในตอนนี้ พ่อแม่แกควรดีกัน
    #64
    0
  2. #63 น้ำตาลเทียม (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 02:51
    ถึงกระรอกซื่อบื้อเป็ดก็รักแหละ ตอนนี้ขอเป็นเอฟซีบาซานโรดึล นกจริงๆหรอ ทำไมแสนรู้555 แกทำได้ดีมากในตอนนี้ พ่อแม่แกควรดีกัน
    #63
    0
  3. #37 SOJumper (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 มีนาคม 2559 / 11:29
    คู่รักข้างบ้านนี่จะหวานไปไหน ????
    มดคงมาทำรังเต็มสองบ้านแล้วมั้งนั่น 5555
    สงสารบาโรจริงจัง อุตส่าห์มาขอคำปรึกษา
    ละดูคู่นั้นทำสิ ฮาาา

    ในที่สุดกระรอกเป็ดน้อยก็เข้าใจกันซะที
    (คนอ่านลุ้นจะแย่) พยายามอีกนิดนะบานอฟฟี่ เอ้ย บาโร
    จะได้ไปสวีทเย้ยคู่ฮยองผมแดงกบลูกหมาขี้อ่อยบ้าง

    ขอบคุณไรท์นะฮาฟฟฟ
    #37
    0
  4. #36 Funch (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:51
    555555555555 สงสารชบาตอนแรก

    อุส่าห์ไปหาเพื่อนรักถึงบ้านเพื่อขอคำปรึกษา

    แต่โดนเพื่อนรักกับแฟนด่ากลับอีก แถมยังไม่สนใจใยดีเพื่อนชบาสักคน

    จินชานก็นะ ลดความหวานใส่กันบ้างก็ได้นะ มดขึ้นมาเป็นกองทับแล้วค่าา

    คู่จินชานนี้ลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมืองแน่นอน แต่อีกเดี๋ยวบาดึลก็คงจะตามไปติดๆ

    มาถึงจุดนี้ก็ขอแสดงความยินดีกับคู่บาดึลด้วยนะ เย่ๆๆๆ สุดท้ายก็ลงเอยกันแว้วว

    ก็ขอให้รักกันนานๆ หวานกันให้เหมือนคู่จินชานเลยนะ จะรออ่านค่ะ



    ใกล้จบแล้วหรอออ ไรท์สู้ๆๆๆนะคะ

    ตอนนี้ก็ตามฟิคของไรท์ทั้งสองเรื่องเลย

    ว่างๆไรท์มานวดมือให้หน่อยก็ได้ค่ะ อิอิ 5555555

    เดี๋ยวเรานวดคืนให้ด้วย ไรท์พิมพ์ฟิคก็น่าจะเมื่อยเหมือนกัน

    #36
    0