[Fic B1A4] My Hyung Neighbor นี่ผมไงจะใครล่ะฮะพี่ [JinChan]

ตอนที่ 19 : Chapter 19 : Solo day

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 84
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    5 ก.พ. 59



Chapter 19 : Solo day




“ไง กว่าจะมาโรงเรียนได้นะไอ้ชานชิคกี้” บาโรเอ่ยทักเพื่อนซี้หน้าตาน่ารักที่เพิ่งโผล่มาโรงเรียนได้ในรอบสัปดาห์ตั้งแต่หยุดยาวหลังวันไปทัศนศึกษาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ตากลมโตที่โผล่ออกมาพ้นแมสก์คาดปากดูแพรวพราวมีความสุขล้นปรี่จนน่าหมั่นไส้

“หยุดไปนาน สงสัยต้องลอกการบ้านนายแล้วมั้ง” น้ำเสียงของกงชานที่ตอบดูสดใสร่าเริงไม่เหมือนคนที่เพิ่งอกหักมาทำให้บาโรพอจะเดาสถานการณ์ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากที่เขาโทรไปเคลียร์ให้เจ้าตัวแล้ว

“แล้วนี่ใส่ผ้าคาดปากทำไมวะ กลัวว่าพี่จินยองจะเห็นเลยต้องหลบหน้าเหรอ”

“บ้าทำไมฉันต้องหลบหน้าฮยองด้วย แค่เป็นหวัดเฉยๆก็เลยใส่กันไว้ =///=” กงชานสูดน้ำมูกฟึดๆแล้วก็ไอแค่กๆออกมา หน้าของเพื่อนดูแดงแต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะไม่สบายหรือพูดถึงรุ่นพี่อีกคนกันแน่

“นี่แสดงว่านายกับรุ่นพี่…^^” บาโรยิ้มเจ้าเล่ห์พลางชี้สลับไปที่ห้องข้างบน กงชานระบายยิ้มกลอกสายตาไปมาพลางยักไหล่เหมือนจะบอกว่าก็ธรรมดาอ่ะนะ

“เออ เป็นอย่างที่นายคิดนั่นแหละ”

“เฮ้ยฉันโทรไปว่าครั้งเดียวถึงกับพัฒนาเคลียร์กันจัดหนักจัดเต็มขนาดนี้เลยเหรอวะ O.O!

ป้าบ!

หนังสือภาษาเกาหลีเล่มหนาฟาดลงบนหัวคนผมดำตัวโตที่ดันคิดอกุศลไม่เข้าเรื่อง

“ฉันหมายถึงคืนดีกันแล้วโว้ย ><” ถึงจะทำหน้าตาไม่พอใจที่ถูกแซวแต่หน้าใสก็ยังแดงซ่านไปกว่าครึ่ง บาโรหัวเราะชอบใจในขณะที่โยกเก้าอี้ที่นั่งของโต๊ะข้างกงชานเล่นไปพลางๆ

“โหยอะไรวะเนี่ยยย รุ่นพี่จินยองนี่ไม่ได้เรื่องเลย ฉันอุตส่าห์เปิดทางสว่างให้แล้วแท้ๆ -3- กงชานเงื้อมือจะฟาดหนังสือใส่หัวเขาอีกหนแต่บาโรก็ยกแขนกันไว้ทันแล้วโผล่หน้ามาแลบลิ้นใส่

“ใครจะไปคิดแต่เรื่องทะลึ่งตึงตังแบบนายห๊ะไอ้กระรอก นี่ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีกับนายเรื่องที่เอาเรื่องนี้ไปบอกพี่จินยองเลยนะ แล้วไหนจะยังเรื่องที่นายโทรไปด่ารุ่นพี่อีก! -^-”

“อ้าว ไม่ทำอย่างนี้แล้วรุ่นพี่จะได้รู้ความจริงเมื่อไหร่ล่ะวะ ถ้าฉันไม่โทรไปหาพี่จินยองป่านนี้นายก็ยังคงนั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งเอากระดาษรายงานมาซับน้ำตาอยู่ที่บ้านนั่นแหละ” บาโรเขกหัวเพื่อนสนิทที่ดันหันกลับมาว่าเขาซะได้ กงชานเอามือกุมหัวพลางค้อนเหลือบมอง

“ก็ฉันบอกนายแล้วไงว่าห้ามบอกพี่จินยองเด็ดขาด สุดท้ายนายก็ปากโป้งไปบอกจนได้ พวกไม่รักษาสัญญา -^-

“เออ ไอ้ลูกหมาน้อยผู้ซื่อสัตย์ ทีหลังฉันจะไม่ช่วยนายแล้วถ้ารู้ว่าจะทำบุญแล้วบูชาโทษขนาดนี้”

บาโรหยิบกล่องข้าวกลางวันขึ้นมาวางที่โต๊ะอย่างขำๆกับท่าทีเป็นเดือดเป็นร้อนแทนของเพื่อน เมื่อเช้ากงชานก็มาสายเลยทำให้ไม่มีโอกาสได้คุยกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้น พอตกคาบพักกลางวันกระรอกฟันยื่นก็เลยขอเสนอหน้าสัมภาษณ์ลูกหมาน้อยผู้กำลังอินเลิฟให้จุใจเสียหน่อย อยากรู้ว่าแผนการของตัวเองเมื่อวันศุกร์มันได้ผลชะงัดทันใจแค่ไหนบ้าง

อ้อแล้วก็ไม่ต้องแปลกใจล่ะว่าเขามานั่งตรงที่ข้างๆกงชานได้ยังไง ก็ในเมื่อเดี๋ยวนี้พอถึงเวลากินข้าวกลางวันซานดึลก็มักจะหายหน้าหายตาไปนั่งกินกับเพื่อนคนใหม่อีกห้องหนึ่งเป็นประจำ ที่นั่งตรงนี้มันก็เลยว่างไปโดยปริยาย คิดแล้วก็น่าหมั่นไส้เช้าก็เดินมาส่งที่ห้อง กลางวันก็รับไปกินข้าวกลางวันที่ห้องเดียวกัน เย็นก็เดินไปส่งกันแทบถึงบ้าน ไอ้ซอนอูมันนึกว่ามันเป็นเจ้าหน้าที่พิทักษ์เป็ดหรือไงวะถึงได้ตามล้อมหน้าล้อมหลังไอ้ดึลได้ทั้งวี่ทั้งวันแบบนี้ -*-

ไอ้เป็ดก็อีกคน พอมีคนเข้ามาตีซี้หน่อยนี่ก็ระริกระรี้ดีใจออกนอกหน้าจนแทบจะบินได้เลยนะ ไอ้ซอนอูจะจับมือก็ปล่อยให้มันจับ มันอยากจะโอบก็ปล่อยให้โอบง่ายๆไม่ว่าไม่บ่นอะไรเลยซักคำ ทีพอกับเขาแหย่นิดแหย่หน่อยล่ะทำเป็นหวงตัวแทบจะกระโดดทับให้ได้ อยากไปอยู่กับมันนักแน่จริงก็ย้ายห้องไปเรียนด้วยกันไปเลยไป! =*= ชิ่ว!

อะไรอ่ะ นี่เขาบ่นในใจดังจนถึงขนาดเพื่อนในห้องพากันเงียบโดยไม่ได้นัดหมายเลยเหรอ แล้วนั่นหันไปมองอะไรกันที่หน้าประตูห้อง แร็พเปอร์วงบีวันเอโฟร์มาถ่ายรายการรันนิ่งแมนที่โรงเรียนหรือไงถึงได้พากันเหลือบแรงขนาดนั้น (  - -)

ร่างโปร่งของรุ่นพี่ผมแดงเดินหน้าเรียบเฉยเข้ามาในห้องเขาอย่างไว้ฟอร์มเต็มที่ แต่ดูยังไงก็ยังหลงเหลือแววตาเก้ๆกังๆอยู่ในดวงตาเรียวรีมีเสน่ห์นั่นอยู่ดี ขายาวก้าวเนิบๆมาทางโต๊ะแถวเขาแบบไม่แคร์สื่อเมื่อทอดสายตาหาเป้าหมายที่ตั้งใจเดินมาหาพบแล้ว

“ฮยอง ^^” ถ้ามีหางบาโรว่ากงชานคงกระดิกรัวดิ๊กๆไปแล้วแหละ อะไรจะดีใจได้ขนาดนั้นก็แค่รุ่นพี่ผมแดงหน้าตาหล่อดูดีที่มันรักเดินสะพายกระติกน้ำลายโพโรโระเข้ามาในห้องนี้เป็นครั้งแรก จินยองหยุดหย่อนตัวลงที่เก้าอี้ใกล้ๆกับกงชาน พลางปรายตามองมาที่เพื่อนซี้ฟันกระรอกที่นั่งอยู่ข้างๆกันด้วยแววตาที่คาดเดาไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่

“ไงฮะรุ่นพี่ เป็นหวัดเหมือนกันเหรอ ^___^” บาโรแซวเมื่อเห็นผ้าคาดปากเพนท์รูปจมูกจิ้งจอกแหลมๆปิดใบหน้าอีกครึ่งส่วนของผู้ที่มาใหม่เช่นเดียวกันกับเพื่อนตัวเอง คนที่ถูกแซวได้แต่ทำหน้าแดงแต่ก็ยังเก๊กวางฟอร์มจัดได้เหมือนเดิม

“อืม ตากฝนมาเลยเป็นหวัด” จินยองตอบเสียงคัดจมูกพลางสูดน้ำมูกด้วยกริยาเหมือนคนข้างๆไม่มีผิด

“เอแต่ที่ฉันไปหานายที่บ้านเมื่อวันพฤหัสก็ยังไม่เห็นนายจะเป็นอะไรเลยนี่ไอ้ชานชิค ใครเป็นคนแพร่เชื้อใส่ใครล่ะ ^^

“ถามมากน่า -///- แม้แต่ไอ้เพื่อนลูกหมาผู้อ้อล้อของเขาก็ยังไม่ยอมปริปากบอก เจ้าตัวเกาจมูกที่อยู่ภายใต้หน้ากากแมสก์รูปหมาน้อยอย่างเขินๆ พลางหันไปสบตากับรุ่นพี่ผมแดงข้างๆที่ดูสายตาหลุกหลิกมีเลศนัยน์ไม่แพ้กัน  สงสัยเรื่องนี้จะมีซัมธิงรอง หึๆ

“ฮยองเดินมาถึงที่นี่มีธุระอะไรหรือเปล่าฮะ” กงชานพูดเสียงแหบดูน่าตลก มือบางเอื้อมไปแตะทดสอบอุณหภูมิจากหน้าผากที่มีผมสีไวน์ปรกอยู่อย่างลวกๆเพราะไม่อยากทำอะไรประเจิดประเจ้อต่อหน้าเพื่อนทั้งห้อง

แหมแต่แค่นี้ก็เห็นกันไปยันอีกตึกแล้วล่ะครับ วุ้ยหมั่นไส้ -_-^

“นายหายเจ็บคอหรือยัง?” จินยองถามระหว่างที่เอื้อมมือไปดึงแมสก์ลายลูกหมาให้ออกจากจมูกคนผมดำตาแป๋ว จะได้หายใจได้คล่องขึ้นนิดหนึ่ง

“แค่กๆ ยังไม่ค่อยหายเลยอ่ะฮยอง กินอะไรไม่ค่อยได้เลยเนี่ย T^T” กงชานทำตาแดงๆดูน่าสงสาร หูยยยย แต่บอกเลยว่าใครดูก็รู้ชัดๆว่าเพื่อนเขาตั้งใจขายอ้อยกันอยู่เห็นๆ ทำไมบาโรจะไม่รู้จักนิสัยไอ้ชานชิคเพื่อนรักของเขาได้ล่ะ -.,-

“กินนี่สิเผื่อจะดีขึ้น ทำมาให้ตอนเรียนคาบคหกรรม” จินยองส่งกระติกน้ำลายโพโรโร่ให้รุ่นน้องที่ยังตาฉ่ำจมูกแดงอยู่ดื่ม

“อะไรฮะ”

“น้ำผึ้งผสมมะนาว ฉันใส่เกลือลงไปให้นิดหน่อยจะได้ไม่หวานแสบคอไป จิบเยอะๆจะได้เสียงไม่แหบ” แต่ดูเหมือนรุ่นพี่ผมไวน์จะไม่ได้สนใจว่าคนตรงหน้าเขาจะแกล้งอ้อล้อจนเกินเหตุไปหรือเปล่า ถึงได้เอามือลูบหัวพลางยิ้มให้ไอ้หมาน้อยอย่างเอ็นดูเสียอีก

ออร่าความมุ้งมิ้งของสองคนนี้นี่มันเกินต้านทานจริงโว้ยยยยทำอะไรเกรงใจคนอะโลนบ้างสิวะ ไอ้พวกโลกสดใสหัวใจสีชมพูบลิ๊งค์ๆ T_T

 “ฮยองตั้งใจทำมาให้ผมเหรอ ^^

“เปล่าก็ก็เห็นว่ามะนาวกับน้ำผึ้งในห้องคหกรรมมันเหลือๆก็เลยเอามาผสมกัน ฉันไม่ได้เตรียมอะไรมาจากบ้านก่อนเลยนะ -_-;;

“อ๋อ กระติกลายโพโรโร่น่ารักแบบนี้ก็หาเอาในห้องคหกรรมเหมือนกันใช่มั้ยฮะ” ลูกหมาน้อยส่งสายตายิ้มเจ้าเล่ห์รู้ทันทำให้จินยองขมวดคิ้ววางฟอร์มมากกว่าเดิม

“เสียงแหบแล้วยังจะพูดเยอะอยู่ได้ เดี๋ยวก็มาบ่นแสบคอทีหลังอีก กินๆเข้าไปเลยไอ้ลูกหมา” คนผมแดงเทน้ำใส่ฝากระติกแล้วป้อนรุ่นน้องให้หยุดพูดแซวแก้เขิน แต่มองยังไงมันก็เป็นการแอบป้อนกันโดยเอาเรื่องป่วยมาบังหน้ามากกว่า กงชานกลืนน้ำทั้งฝาอึ้กๆลงคอก่อนจะยิ้มแปล้ออกมาเหมือนเด็กๆ

“อ้าาา อร่อยกลมกล่อมรสอูมามิ ^^

“นั่นมันผงชูรส มั่วจริงๆเลยกงชานชิค เอ้าๆน้ำมูกไหลแล้ว” จินยองรีบคว้าทิชชู่ที่วางอยู่บนโต๊ะมาซับจมูกแดงของคนตรงหน้าที่มีน้ำมูกไหลออกมาอย่างไม่นึกรังเกียจ กงชานเผลอสูดน้ำเมือกเหนียวๆเข้าไปอีกทำให้คนผมแดงต้องประคองท้ายทอยคนรุ่นน้องให้ก้มต่ำพลางสั่งเสียงนุ่ม

“ยังจะสูดเข้าไปอีก สั่งออกมา” พอสิ้นเสียงคำสั่งเสียงฟืดยาวๆก็ถูกระบายออกมาจากจมูกโด่งสวย จินยองรอจนกว่ากงชานจะสั่งออกมาเสร็จแล้วจึงม้วนทิชชู่เปื้อนน้ำมูกไว้บนตักตัวเองแล้วถามคนตรงหน้าอีก

“หมดหรือยัง?” ตาเรียวก้มลงไปถามใบหน้าใสที่ส่ายนิดๆแทนคำตอบ มือของรุ่นพี่จึงหยิบกระดาษอีกสองสามแผ่นมาห่อจมูกให้ใหม่แล้วทำแบบเดิม ทุกขั้นตอนการกระทำดูเหมือนจินยองจะมีแววตาห่วงใยเพื่อนเขาแฝงอยู่ไม่น้อย บาโรก็เชื่อว่ากงชานชิคก็คงจะรู้ ไม่งั้นมันคงจะไม่กล้าทำตัวอ้อนได้ขนาดนี้หรอก

แต่ถ้าให้เช็ดน้ำมูกอย่างนี้….ถ้าเป็นบาโรก็ขอเซย์โนล่ะครับ ยอมรับเลยว่าขยะแขยงเพื่อน พี่จินยองทำไปจะกินข้าวลงหรือเปล่าหรอก =__=;;

“ทำจมูกแดงเป็นกวางเรนเดียร์อีกแล้ว ทีหลังอย่าสั่งแรงอย่างนี้อีกล่ะเดี๋ยวหูอื้อ” แต่ดูจากทรงแล้วก็น่าจะกินลงเหมือนเดิม แขนยาวเอื้อมไปหยิกจมูกที่เคยเปื้อนคราบน้ำมูกของคนตรงหน้าแล้วโยนทิชชู่ที่ใช้แล้วทิ้งถังขยะไปราวกับว่านั่นเป็นลูกบาสเก็ตบอลไม่ใช่ทิชชู่เปื้อนอะไรเขียวๆที่มีแต่เชื้อโรค -0-;;

“ฉันบอกแล้วไงว่าเป็นหวัดมันไม่ใช่เรื่องสนุก ทีนี้นายเชื่อหรือยังล่ะ” จินยองพูดเบาๆให้ได้ยินกันไม่เยอะ แต่บาโรก็ยังได้ยินเสียงง้องแง้งที่แอบกระซิบหยอกล้อกันอยู่ดี

“ไม่เป็นไร ผมเต็มใจอยากเป็น ^///^

“ไอ้เด็กดื้อ คราวหน้าฉันจะไม่รับวิตามินจากนายแล้ว -///-*

“ให้มันจริง แต่วิตามินผมอร่อยนะฮยองห้ามใจไม่ไหวหรอก” กงชานซบหน้าลงกับไหล่คนข้างๆพลางถูไถไปมา มีจินยองอ้าปากทำท่าจะงับหูแบบหลอกๆแล้วหัวเราะกันคิกคักอยู่สองคน

เหอะๆ มีความสุขกันจริงนะ วิตามินอะไรของมันอยากจะรู้จริงจริ๊งงงง -_-^

“ถูหน้าอย่างนี้แอบเช็ดน้ำมูกกับเสื้อฉันป่ะเนี่ยไอ้ลูกหมา”

“เปล๊าาา

“เสียงสูงเชียว กลับบ้านไปเป็นคราบล่ะโดนดีแน่” จินยองเอาคางเคาะหัวที่หนุนอยู่บนไหล่ด้วยความหมั่นเขี้ยว เสียงอู้อี้จากการเป็นหวัดของคนผมดำเอ่ยถาม

“โดนอะไรฮะ”

“โดนซักเสื้อนักเรียนให้ฉันทั้งอาทิตย์ไงจะอะไรซะอีกล่ะ”

“พี่จินยองซกมก ขี้เกียจซักเสื้อแล้วโบ้ยให้รุ่นน้อง~” กงชานโวยวายแล้วเอาหน้าถูให้หนักกว่าเดิม

“ก็นายอยากมาซกมกใส่ฉันก่อนทำไมล่ะ ดาวนายก็จะไม่ได้นอนนับกับฉันแน่ถ้าไข้ยังไม่ลดภายในสามวัน” สงสัยว่าสองคนนี้คงจะมีข้อตกลงอะไรซักอย่างเพื่อเอาไว้ใช้ให้อีกฝ่ายหายไข้เร็วๆล่ะมั้งเพราะตอนนี้กงชานก็ทำหน้ายู่ไปแล้วเรียบร้อยพอคนรุ่นพี่ยกเอาข้ออ้างเมื่อกี้มาขู่

“เออนี่ฮยองอย่าลืมกินยาหลังอาหารนะฮะไข้จะได้ลด” กงชานหยิบแผงยาสีชมพูออกมาจากกระเป๋าเป้ตัวเองแล้วส่งให้คนรุ่นพี่เมื่อนึกขึ้นได้

“ก็ตั้งใจเดินมากินข้าวกับนายนี่แหละ นายจะได้กินยาพร้อมฉันทีเดียวไปเลย” เออมัวแต่เตือนกันไปเตือนกันมาอย่างนี้ก็คงไม่แปลกหรอกถ้าจะลืมกินของตัวเอง -_-*

“วันนี้รุ่นพี่ทำอะไรมาน่ะ กลิ่นหอมฮ้อมหอม” กงชานชะเง้อมองกล่องข้าวของอีกคนที่จัดเรียงเป็นรูปตัวการ์ตูนดูสวยน่ากิน

“แกงจืดผักกาดขาวกับไข่ตุ๋นใส่แครอท”

“ทำไมทำกับข้าวเก่งจัง” กงชานหันมามองกับข้าวของตัวเองแล้วก็ทำหน้าหงอยลงกว่าเดิม กล่องข้าวใบน่ารักมีแต่โจ๊กกุ้งหน้าตาดูดีกว่าที่ทำตอนแรกเล็กน้อยบรรจุอยู่ข้างในตามประสาเด็กน้อยเพิ่งหัดทำอาหาร

“แลกกันกินมั้ยล่ะ ทำหน้าหูลู่หางตกเชียว” จินยองเห็นหน้าเศร้าของไอ้หมาน้อยก็เลยอดที่จะถามไม่ได้ เขารู้ว่ากงชานทำเมนูคนป่วยอันนี้เป็นอยู่อันเดียวก็เลยต้องทำมากินเองที่โรงเรียนซ้ำๆกันทุกวัน

“ไม่เอา ของผมมันดูเละๆไม่น่ากิน ฮยองกินของตัวเองไปเถอะฮะ” กงชานส่ายหน้าปฏิเสธแล้วตักโจ๊กเข้าปากไปอย่างจนใจ จินยองยิ้มขำพลางจัดการดึงกล่องข้าวกลางวันของคนตรงหน้ามาสลับกับของตัวเองแล้วลูบหัวราวกับอีกฝ่ายเป็นเด็กสามขวบ

“กินของฉันไปเหอะ มีวิตามิน เกลือแร่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรตครบในกล่องเดียว คนไม่สบายใหม่ๆก็ต้องกินอาหารให้มันหลากหลายมีสีสัน จะได้ไม่มาเบื่อกินอาหารไม่ลงเอาตอนหลัง” ดวงตาเรียวรีที่ส่งให้ยิ้มอ่อนโยนพลางสั่งสอนเสียยืดยาว

“ไม่ ฮยองกินโจ๊กกุ้งห่วยๆมาหลายวันแล้วนะ ให้ผมกินของที่ผมทำเองดีกว่า” กงชานพยายามจะเอากล่องข้าวคืนแต่กลับโดนรุ่นพี่ผมแดงตักไข่ตุ๋นป้อนใส่ปากเล็กเสียก่อน

“อย่าดื้อสิชานชิค ลองกินคุณแครอทดูก่อน ^^” ปากบางเคี้ยวแหง็บๆก่อนจะทำตาเป็นประกายเมื่อสัมผัสรสมือที่ถูกปากเพราะเคยกินอยู่แทบทุกวัน คนรุ่นพี่หลุดหัวเราะออกมาอย่างพอใจเมื่อเห็นแววตาสดใสของไอ้หมาน้อยตรงหน้าเปล่งประกายออกมาอย่างชัดเจน

“อร่อยล่ะสิยิ้มแก้มแทบแตกอย่างนี้” จินยองเท้าคางมอง

“ทำไมฮยองทำอะไรก็อร่อยไปหมดเลยนะ”

“ไม่ต้องมาพูดยอฉันหรอก อ่ะ..อีกคำ” คราวนี้พอคนรุ่นพี่ส่งช้อนที่ป้อนข้าวมาให้ปากบางก็งับไปเคี้ยวแต่โดยดีไม่มีอิดออดอีก พอเห็นกงชานหายดื้อแล้วจินยองจึงเริ่มลงมือจัดการกับโจ๊กกุ้งตรงหน้าตัวเองบ้างจะได้กินยาพร้อมกัน

“กลับบ้านไปสอนผมทำบ้างนะ คราวหน้าฮยองจะได้กินอย่างอื่นบ้างนอกจากโจ๊กกุ้งเละๆ กินเข้าไปได้ไงแทบทุกวัน เห็นแล้วผมยังเบื่อแทนเลย” คางมนเกยมาที่ไหล่เขาพลางมองลงมาที่กล่องข้าวขณะที่เคี้ยวตุ้ยๆจนแก้มใสพองออก จินยองดุนจมูกของอีกฝ่ายเบาๆไปหนึ่งทีเล่นเอาชาบาโรที่เผลอหันไปมองแทบจะตกเก้าอี้หงายเงิบ

“ไม่เบื่อหรอก แฟนอุตส่าห์ทำให้”

…..เออะ ใครก็ได้เอากระรอกออกไปจากตรงนี้ที T^T ยังจำเป็นต้องมีบาโรอยู่ในซีนนี้อยู่มั้ย ว้ากกกกกกก ไม่น่าทำให้มันดีกันเลย!

“ดุนมาทำไม จมูกผมเลอะน้ำมูกอยู่ (.///.)”

“น้ำตาลูกหมาฉันยังกินมาแล้วเลย”

“ก็นั่นน่ะสิ เค็มปิ๊ดปี๋อย่างนั้นยังจะกินอยู่ได้”

“เหรอ ฉันก็เห็นนายทำหน้าเคลิ้มละมุนละไมดีออกตอนที่ฉันเช็ดให้”

“อะ..อะไร ผมจะผลักฮยองออกไปตั้งหลายรอบแต่ใครไม่รู้จับผมให้นั่งตักอยู่นั่นแหละ”

“แล้วลูกหมาที่ไหนกันที่ตอนแรกดิ้นดุ๊กดิ๊กแทบตายสุดท้ายก็มานั่งสบายอยู่บนตักฉันทุกวันน่ะฮึ? ^^

“ไม่พูดกับรุ่นพี่ดีกว่า ฮยองชักจะพูดไม่รู้เรื่องแล้ว (  -///-)”

เอี๊ยด!

“อ้าวจะไปไหนอ่ะบาโร ไม่อยู่กินข้าวด้วยกันเหรอ” กงชานถามเมื่อเห็นอยู่ดีๆเพื่อนก็ลุกหยิบกล่องข้าวเดินออกไปข้างนอกห้อง

“จะหนีมด ขึ้นโต๊ะเรียนจนกัดขาฉันเจ็บไปหมดแล้วตั้งแต่นายกับรุ่นพี่คุยกัน =_=*” พูดจบคนผมดำตัวโตก็สะบัดหน้าพรืดเดินออกจากห้องไปด้วยความหมั่นไส้ ถามว่าตัวต้นเหตุสองคนนั่นรู้สึกผิดอะไรมั้ยก็เปล่า เห็นยังหับไปสบตากันปิ๊งๆทำหน้าแดงคุยกันกระหนุงกระหนิงหวานฉ่ำเหมือนเดิม

เบื่อจริงๆไอ้พวกมีความรักเนี่ยรู้งี้ไม่เคลียร์ให้มันเข้าใจกันก็ดี สุดท้ายเขาก็ต้องเป็นกระรอกหัวเน่าโดนเนรเทศเฉดหัวออกมานั่งกินข้าวข้างนอกคนเดียว -*-

แล้วเขาจะไปนั่งแอบกินข้าวที่ไหนล่ะวะ! ห้องตัวเองก็กลับไม่ได้ ห้องคนอื่นก็ใช่ว่าจะรู้จักสนิทสนมกันซะเมื่อไหร่ ขืนเดินดุ่มๆเข้าไปมีหวังโดนมองว่าบ้าชัวร์ ใครจะไปติสท์ไม่แคร์สายตาคนอื่นได้เท่ารุ่นพี่จินยองคงไม่มีแล้วล่ะ อยู่ดีๆก็ใส่แมสก์ลายจิ้งจอกหิ้วกระติกน้ำโพโรโร่กับกล่องข้าวกลางวันไปกินในห้องรุ่นน้องที่เพิ่งเคยเดินเข้ามาเหยียบเป็นครั้งแรก แค่คิดจะทำบาโรก็ไม่เอาด้วยแล้ว เขาล่ะนับถือในความอาร์ทตัวพ่อของพี่จินยองจริงๆ (-/\-)

เอ้อพูดถึงพี่เขายังมีพี่ชายที่แสนดีอยู่อีกตั้งหนึ่งคนนี่หว่า ตั้งแต่วันศุกร์ที่บาโรโทรไปเคลียร์กับจินยองเรื่องกงชานพี่ชินวูของเขาก็อกหักไปตามระเบียบ ถึงกับโหมทำงานหนักไม่ยอมกินข้าวกินปลามาได้อยู่พักหนึ่งกว่าจะกลับมาดีเหมือนเดิม แต่ก็ดีแล้วที่พี่ชายเขาทำใจยอมรับได้และเลิกเกลียดกงชานแบบไร้เหตุผลซะที การยอมรับความจริงกับเรื่องบางเรื่องบาโรก็เข้าใจว่ามันเป็นเรื่องที่ยากลำบากอยู่เหมือนกัน แต่ยังไงซะพี่ชายของเขาก็ได้ผ่านจุดๆนั้นมาได้ด้วยดี ต่อจากนี้พี่ชินวูก็คงจะมีภูมิต้านทานที่จะต่อสู้กับเรื่องแบบนี้อยู่ไม่น้อยจากประสบการณ์ครั้งแรกที่ผ่านมา สตรองนะครับพี่!

ไปกินข้าวเป็นเพื่อนพี่ชินวูดีกว่าพี่จินยองก็ลงมากินกับไอ้กงชานถึงในห้องแล้วคงจะเหงาแย่เลย

“นายไม่สนใจจะเข้าชมรมดนตรีสากลจริงเหรอซานดึล”

…?” หืมมมซานดึลงั้นเหรอ

บาโรหยุดฝีเท้าที่ห้องข้างๆซึ่งมีนักเรียนไม่กี่คนกำลังนั่งทานข้าวกลางวันกันอยู่ในห้อง หนึ่งในนั้นก็มีบุคคลแปลกหน้าที่มาจากห้องอื่นและถูกเอ่ยชื่อในตอนแรกกับญาติลูกพี่ลูกน้องของเขากำลังนั่งประจันหน้าในระยะใกล้ชิดอยู่บนโต๊ะนักเรียน

ไม่รู้สิ ฉันคงต้องขอเวลากลับไปคิดดูก่อน” คนตัวเล็กคีบผักโขมกับชีสเข้าปากแล้วก้มหน้าก้มตาจัดการส่วนที่เหลือในกล่องข้าวต่อไป

“แต่ฉันว่าเสียงนายเหมาะจะร้องกับเพลงสตริงจริงๆนะ ถ้ามีนายเข้ามาร่วมวงด้วยก็คงจะดี” ซอนอูจิ้มไส้กรอกในกล่องข้าวตัวเองให้ซานดึลไป เฮอะทำเป็นสุภาพบุรุษ ไม่น่าไอ้เป็ดถึงได้หลงใหลได้ปลื้มมันนัก

“ซอนอูบางอย่างแค่เหมาะสมอย่างเดียวมันก็ไม่พอหรอกนะ” นัยน์ตาของซานดึลแอบวูบไหวเล็กน้อยตอนที่พูดประโยคนี้ คนผมสีน้ำตาลไหม้ช้อนสายตาขึ้นมองอย่างไม่เข้าใจนัก

“แล้วนอกจากความเหมาะสมมันต้องมีอะไรนอกจากนี้อีกเหรอ?

…! เอ่อช่างมันเถอะ ^^

ความชอบไง ถ้าแค่เหมาะสมแต่ไม่ได้รู้สึกรักหรือชอบในสิ่งนั้น ฉันว่ามันก็คงทำใจให้อยู่ด้วยกันลำบากเหมือนกับที่ฉันกำลังเป็นอยู่ในตอนนี้

“นี่พักนี้ดูนายกินน้อยลงนะ ไม่สบายหรือเปล่า” ซอนอูวางตะเกียบลงแล้วพิจารณาสีหน้าไร้ความสุขของคนตรงหน้าอย่างห่วงใย ซานดึลนั่งเขี่ยผักโขมเล่นก่อนจะฝืนยิ้มโชว์เหงือกออกมาให้ดูตลกเป็นการกลบเกลื่อน

“พูดอะไรของนาย ฉันสบายดี ดูสิเหงือกสีแดงสดเลย ^[+++]^

“ฮ่าๆ ฉันไม่ได้จะเลือกปลาไปทำกับข้าวนะ ให้ดูเหงือกทำไมเนี่ย” ชาซอนอูหัวเราะกับอาการของคนตัวเล็กที่ยังยิ้มโชว์เหงือกจนแห้งแล้วยิงฟันส่ายหน้าไปมา หน้าตามีความสุขของซานดึลและเสียงหัวเราะของซอนอูทำให้บาโรที่ยืนเบี่ยงตัวอยู่หน้าประตูห้องพ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิดแล้วรีบย่ำฝีเท้าออกจากบริเวณนั้นโดยไม่รู้เหตุผลว่าทำไม

ทำไมเราต้องหงุดหงิดเวลาเห็นสองคนนั้นอยู่ด้วยกันด้วยวะ!

อาจจะเป็นเพราะรอยยิ้มกับท่าทางเป็นกันเองจากคนตัวเล็กที่เขาไม่เคยได้ หรือเสียงหัวเราะร่าเริงของญาติลูกพี่ลูกน้องเขาในตอนนนี้มันฟังดูกวนประสาทอย่างสิ้นเชิง เป็นเสียงหัวเราะเย้ยหยันที่ยิ่งตอกย้ำพูดวนไปวนมาในสมองว่าเขาไม่มีทางได้ซานดึลกลับมา

แต่ช่างปะไรแค่หาคนแกล้งคนใหม่แค่นี้ก็ไม่เห็นจะยาก เพียงแต่ว่าจะมีใครที่แกล้งแล้วสนุกได้เท่าไอ้เป็ดดึลอีกหรือเปล่า จะมีใครที่พอเขาแย่งขนมไปกินแล้วจะโวยวายกระโดดทับมั้ย มีคนที่ไหนบ้างที่ยอมทำแพนเค้กราดน้ำผึ้งแสนอร่อยให้จนสุดตัวเพียงแค่แลกกับการที่อยากให้เขาไปเป็นเพื่อนซื้อของด้วย จะมีซักกี่คนที่เวลาเขากลัวผีจะให้ยืมตัวนุ่มๆกอดได้อย่างสบายใจทั้งที่ความจริงก็โดนแกล้งก่อนหน้านั้นมาหลายต่อหลายยกแล้ว

หรือจะมีใครที่พอโดนเขาจูบแล้วยังทำตัวใสซื่อมองโลกในแง่ดีว่าเขาไม่ได้ตั้งใจทำและไม่รู้เรื่องทั้งหมดคงไม่มีแล้วสินะ นายมันลิมิเต็ดอิดิชั่นจริงๆอีซานดึล

บาโรไม่มีทางรู้หรอกว่าพอเขาสาวเท้าเดินออกไปพ้นบริเวณหน้าประตูรอยยิ้มหลอกๆของซานดึลก็ค่อยๆจางลงไปเมื่อหวนนึกถึงใครอีกคนเช่นกัน ดวงตาเล็กมองมือของซอนอูที่ยังใช้ช้อนตักอาหารส่วนของตัวเองมาใส่กล่องข้าวเขาด้วยความเป็นห่วงกลัวว่าเขาจะกินได้น้อย

“นี่ซอนอู” มือใหญ่ของอีกฝ่ายชะงักเมื่อได้ยินเสียงแล้วจ้องมองคนตรงหน้าด้วยดวงตาซุกซนเหมือนเคย

“มีอะไรนายไม่ชอบกินของที่ฉันตักให้เหรอ?”  ซอนอูมองซานดึลกับอาหารในช้อนสลับกันด้วยแววตาไม่เข้าใจ คนผมน้ำตาลแก้มป่องย่นปากทำตาลอยเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามบางประโยคออกมา

“นายไม่คิดจะแย่งข้าวกล่องของฉันไปกินบ้างเหรอ”

…?

ฮ่ะๆ ฉันจะทำอย่างนั้นทำไมอ่ะ แค่นี้นายก็ผอมจะตายอยู่แล้ว ฉันไม่กล้าเบียดเบียนข้าวกลางวันนายหรอก ^^

คนตัวสูงหัวเราะฝืดๆแล้วจับหัวกลมโยกส่ายไปมาเล็กน้อย ซานดึลได้แต่พยักหน้าแล้วตักเบค่อนใส่ปากตัวเองไปในขณะที่กำลังจมอยู่กับความคิดบางอย่าง

นายพูดถูกบาโร ไม่มีใครที่เหมือนนายซักคน

ไม่เคยมีใครที่ทำให้ฉันรู้สึกชอบได้เท่านายเลยกระรอกโรคจิต



“เหอะชวนเข้าชมรมวงดนตรีสากลงั้นเหรอ”

บาโรเดินพึมพำคนเดียวพลางปรายตาไปทางห้องที่เดินจากมาอย่างงุ่นง่าน นักเรียนรุ่นพี่ที่เดินสวนไปมาระหว่างทางขึ้นบันไดต่างเหลือบมองน้องชายประธานนักเรียนที่มีอารมณ์แปรปรวนยิ่งกว่าผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนอย่างสะพรึงแล้วค่อยๆถอยออกห่างทีละนิด

“มองอะไร -*-

“ปละ..เปล่าจ้ะ ^^;;” รุ่นพี่ผู้หญิงใส่แว่นหน้าตาเนิร์ดทำหน้าเหงื่อตกพร้อมก้าวถอยไปทางอื่นอย่างหวาดๆ น้องชายประธานนักเรียนหรือกระรอกหน้าร้อนไม่ได้ฉีดวัคซีนกันแน่ฟะดุซะพวกรุ่นพี่ถอยห่างกันซะหมดอย่างนี้

“ชวนไม่ได้ดูตาม้าตาเรือเลย ร้องเพลงชาติใครๆก็ร้องเพราะได้ทั้งนั้นแหละ หาเรื่องชมซะมากกว่า” พูดพลางเบะปากออกด้วยความหมั่นไส้ มือหนาของใครบางคนที่เอื้อมมาแตะที่บ่าทำให้คนขี้บ่นสะดุ้งหันกลับมามองด้วยความตกใจ

“แอบเอาโซจูมาดื่มในโรงเรียนหรือไง เดินบ่นอะไรอยู่คนเดียว =_=” ชินวูที่เพิ่งเดินลงบันไดมาจับไหล่น้องชายมาพิจารณา ก็ไม่ได้เมานี่หว่า

“อ้าวพี่ กำลังตามหาอยู่พอดีเลย กินข้าวด้วยคนดิฮะ” บาโรหันมามองแล้วก็โล่งที่เจ้าของมือคู่นั้นเป็นของพี่ชายที่ตัวเองกำลังหาตัวพอดี

“เห้ยวันนี้นึกครึ้มอะไรอยากมากินข้าวกับฉัน แล้วซานดึลล่ะ? เห็นปกติเดี๋ยวนี้ก็นั่งกินโต๊ะเดียวกันได้แล้วใช่หรือไง” ชินวูมองน้องชายอย่างไม่เข้าใจ

“โวะพี่อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้มากได้มั้ย วันนี้ผมอยากนั่งกินกับพี่นี่มันผิดปกติมากหรือไง -*-

“เออ ผิดมาก ปกตินายเคยมานั่งกินกับฉันที่ไหนล่ะ แต่ก่อนฉันชวนก็พูดไม่เอาลูกเดียว อยากจะกินกับเพื่อนอย่างนั้นอย่างนี้ วันนี้เป็นอะไรถึงได้วิ่งโร่มาชวนถึงที่” ชินวูถามอย่างจับผิด แววตาของบาโรที่กลอกไปมาดูอารมณ์เสียอยู่ไม่น้อยที่โดนถามอะไรซอกแซกมากๆเข้า

“หงุดหงิด อารมณ์ไม่จอย ไอ้ชานชิคกี้ก็อยู่กับพี่จินยองในห้องเลยไม่อยากไปกวนมัน ส่วนไอ้คนที่พี่ว่าตอนแรกเดี๋ยวนี้เคยอยู่ติดกับห้องที่ไหนล่ะ มีคนมารับไปไหนต่อไหนด้วยตลอด” บาโรส่งกล่องข้าวให้ชินวูถือพลางเอาหลังพิงที่จับบันได ชินวูมองตามสายตาของน้องชายที่ตวัดไปทางห้องใกล้ๆอย่างเป็นระยะก็พอจะเดาเรื่องออก

“แล้วที่นายมาเดินหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่แบบนี้เนี่ยมันเป็นเพราะเพื่อนคนแรกที่พูดถึงหรือคนสุดท้ายที่นายพูดค่อนแคะประชดเขาอยู่ล่ะ?” ชินวูกอดไหล่น้องชายอย่างรู้ทัน บาโรส่งสายตามองพี่ชายด้วยอารมณ์สุดกลั้น เหมือนจะรู้คำตอบอยู่ในใจแต่ก็มีอะไรบางอย่างที่ทำให้ไม่อยากพูดออกไปเพราะไม่อยากจะยอมรับ

“หงุดหงิดมันทั้งสองคู่นั่นแหละ ทำตัวอยู่ในโลกสีชมพูอย่างกับโลกนี้มันฟรุ้งฟริ้งเสียเต็มประดา” สุดท้ายก็โทษทั้งหมดไปเลยนี่แหละง่ายดี -_-*

“นายจะไปหงุดหงิดอะไรจินยองกับกงชานฮะที่สองคนนั้นกลับมาปรับความเข้าใจกันได้มันก็ไม่ใช่เพราะนายคอยช่วยเสริมเป็นแรงเชียร์หรือไง น่าจะโมโหอีกคู่หนึ่งมากกว่าล่ะมั้ง” ชินวูหัวเราะฝืดๆให้กับความหัวดื้อของน้องชายตัวเอง

“เรื่องรุ่นพี่จินยองพี่โอเคใช่มั้ยครับ” บาโรลอบมองใบหน้าของประธานนักเรียนอย่างเกรงใจ ที่พี่ชินวูต้องมาอกหักกินข้าวไม่ลงมาตั้งหลายวันก็เพราะว่าน้องชายแท้ๆอย่างเขาที่โทรไปบอกความจริงกับจินยอง แต่ถ้าพูดตามหลักความถูกต้อง...มันก็ถูกแล้วล่ะที่เขาเลือกทำแบบนี้

“อืม ฉันน่ะโอเค แต่ตอนนี้คนที่ไม่โอเคน่ะคือนาย ที่พูดกันข้างตู้เย็นวันนั้นมันไม่ได้ซึมซับเข้าไปในหัวนายเลยใช่มั้ยเนี่ย บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้ชัดเจนกับความรู้สึกตัวเอง” ชินวูเอานิ้วจิ้มกะโหลกของบาโรอย่างนึกหมั่นไส้

“พี่อย่าพูดอย่างนี้ดิ ชัดจงชัดเจนอะไรน่าขนลุกชะมัด ไปกินข้าวกันเหอะผมหิว -^-

“เออ ก็เพราะนายเป็นอย่างนี้ไงถึงได้โดนคนอื่นคาบไปกิน ขนาดเด็กใหม่ใสซื่ออย่างซานดึลนายยังไม่มีน้ำยาจีบให้ติดฉันก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว ถึงฉันจะเอาชนะใจจินยองไม่ได้แต่ฉันก็สารภาพบอกความรู้สึกที่อยากจะบอกกับเขาจนไม่เหลืออะไรติดค้างคาราคาซัง ไม่เหมือนนายเอาแต่เก๊กฟอร์มแกล้งเขาไปแกล้งเขามาอยู่นั่นแหละ แล้วเมื่อไหร่เขาจะรู้”

“ก็ไม่มีอะไรให้ต้องรู้นี่ฮะ!” ตั้งแต่อกหักจากพี่จินยองนี่ก้าวร้าวฮาร์ดคอขึ้นเยอะเลยนะครับพี่ชายผม -_-^

“งั้นก็จงไม่รู้ต่อไป โน่นคนที่นายพูดถึงเขาเดินมาโน่นแล้ว” ชินวูบุ้ยปากไปทางห้องที่บาโรเพิ่งเดินจากมา มีญาติลูกพี่ลูกน้องของพวกเขาเดินนำหน้าขึ้นบันไดคนแรก ตามด้วยซานดึลที่ดูเหมือนจะออกอาการชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นบาโรยืนคุยกับชินวูอยู่ตรงนี้

“หวัดดีฮะพี่ชินวู ไงบาโร ^^” ซอนอูโค้งทักทายญาติผู้พี่ก่อนจะหันมาโบกมือให้คนที่ยืนอยู่ข้างๆกันตามลำดับ

“พักนี้ไม่เห็นคุณป้าแวะมาเยี่ยมที่บ้านเลย ไว้นายแวะมาหาเราที่บ้านบ้างสิซอนอู แม่พวกเราก็บ่นคิดถึงหลานชายบ่อยๆ ใช่มั้ยบาโร” ชินวูเอาศอกกระทุ้งคนข้างๆที่มัวแต่ทำหน้าตาบอกบุญไม่รับอยู่เงียบๆ

“อืม มาก็มาแค่คนในครอบครัวล่ะ ไม่ต้องเอาคนนอกเข้ามาแวะเยี่ยมเยียนด้วย” บาโรปรายตามองซานดึลที่ช่วงนี้ดูตัวติดหนึบกับซอนอูมากเป็นพิเศษ คนตัวเล็กได้ฟังก็ได้แต่ก้มหน้าซ่อนแววตาสลดวูบกับคำพูดห่างเหินของอีกคน

“พูดอะไรอย่างนั้นบาโร บ้านก็ออกจะใหญ่มีพื้นที่เยอะแยะ ใครไปใครมาเจ้าบ้านที่ดีก็ต้องต้อนรับหมดแหละ แขกถ้ามาถึงบ้านเราแล้วก็ไม่มีใครจัดว่าเป็นคนนอกหรอก” ชินวูใช้สายตาและคำพูดเตือนน้องชายที่กำลังพูดจากระทบกระเทียบอีกคน บาโรฟังจบก็ได้แต่เบือนหน้าหนีไม่อยากแม้แต่จะมองหน้าตาใสซื่อของคนที่เคยสนิทสนมด้วยยิ่งเห็นเดินมากับไอ้ซอนอูก็ยิ่งหงุดหงิด คิดว่าจะใช้ให้ไอ้นี่จะเป็นเกราะกำบังกันเขาไม่ให้แกล้งได้ล่ะสิ เหอะ!

“แล้วนั่นรุ่นพี่ยังไม่ได้กินข้าวกลางวันอีกเหรอฮะ นี่ก็ใกล้จะหมดเวลาพักเที่ยงแล้วนะ” ซอนอูทักเมื่อเหลือบไปเห็นกล่องข้าวของบาโรที่อยู่ในมือชินวู ประธานนักเรียนเหลือบหันไปมองน้องชายตัวเองที่ทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ก่อนจะหาเรื่องเดินออกจากวงสนทนา

“ฉันไปเข้าห้องเรียนก่อนนะ พอดีวันนี้เป็นเวรทำความสะอาดห้องแลปด้วย นายก็อยู่คุยกับพี่ชินวูไปแล้วกัน” บาโรผละออกไปดื้อๆด้วยสีหน้ารำคาญอย่างชัดเจน ซานดึลแอบมองตามคนตัวสูงด้วยความเป็นห่วงนั่นมันไม่ใช่กล่องข้าวของพี่ชินวูซะหน่อย กล่องข้าวทรงรูปลูกวอลนัทก็มีแต่คนคนเดียวเท่านั้นแหละที่เป็นเจ้าของ แถมที่ดูกับข้าวก็ยังไม่ได้พร่องไปเลยซักนิดเดียว

บาโรยังไม่ได้กินข้าวกลางวันหรอกเหรอ…?

“ผมไปก่อนนะฮะ มีนัดกับอาจารย์ที่ปรึกษาเรื่องทำโครงงานเหมือนกัน นายจะไปห้องวิทย์พร้อมบาโรเลยมั้ยเป็ดน้อย” ซอนอูหันมาถามซานดึล คนผมน้ำตาลหลุดออกจากภวังค์ขณะที่มองตามแผ่นหลังของบาโรที่เดินไปไกลแล้ว

“อะ..อื้ม นายรีบไปเถอะซอนอู เดี๋ยวจะผิดเวลานัดกับอาจารย์”

“งั้นผมไปก่อนนะครับรุ่นพี่ เลิกเรียนเจอกันที่เดิมนะซานดึล” ซอนอูหันมาบอกลาญาติฝั่งพี่และโบกมือบ๊ายบายให้ซานดึลตามลำดับ ก่อนจะเดินก้าวเท้าเร็วๆไปยังห้องพักครูบนตึกชั้นบน คนตัวเล็กหันกลับไปมองอีกคนที่เดินออกจากวงสนทนาไปนานแล้วค่อยหันมามองรุ่นพี่ประธานนักเรียนดีเด่นเหมือนอยากจะขอคำแนะนำอะไรบางอย่าง ซึ่งก็ได้แต่ท่าทางพยักหน้าแกนๆไปทางอีกคนส่งกลับมาให้พร้อมกล่องข้าวกลางวันในมือ ซานดึลจึงรับมาแล้วรีบเดินไปที่ห้องแลปทันที

“ไม่มีใครมาสายเกินกว่านี้แล้วใช่มั้ยอาจารย์จะได้ให้เริ่มจับคู่ทำการทดลองซักที” อาจารย์จุนแจผู้สอนประจำวิชาเคมีนักเรียนเกรด 11 พูดพลางมองซานดึลที่เพิ่งเข้ามาในห้องเป็นคนสุดท้ายอย่างตำหนินิดๆ ซานดึลรีบก้มหัวก่อนจะเดินเข้าไปนั่งประจำที่ตัวเองอย่างเร่งรีบเพราะโดนสายตาเพื่อนทั้งห้องกำลังจับจ้องอยู่ ส่วนบาโรเข้าไปนั่งหน้านิ่งตรงที่ตัวเองโดยไม่ได้สนใจเขาเลยสักนิดเดียว

“วันนี้เราจะมาลองไตเตรทสารจริงๆดู เราก็ได้เรียนเรื่องปริมาณสารสัมพันธ์มาจากอาทิตย์ก่อนแล้วใช่มั้ยครับ คราวนี้อาจารย์จะให้ทดลองหาความเข้มข้นของกรดไฮดรอลิกแล้วสรุปผลการทดลอง จับคู่ทำแลปแล้วเดินมารับสารที่หน้าห้อง หลอดทดลองกับปิเปตอยู่ในตู้ใส่อุปกรณ์ เดินไปเอาอย่างเป็นระเบียบอย่าให้ตกแตกเหมือนคราวที่แล้วล่ะ”

อาจารย์หนุ่มกำชับบอกเสร็จสรรพภายในครั้งเดียวแล้วหันมาขึ้นกระดานหน้าห้องชี้แจงขั้นตอนในการไตเตรทอย่างคร่าวๆ นักเรียนทุกคนต่างพากันจับคู่แล้วเดินออกมารับสารละลายหน้าห้องกลับไปที่โต๊ะของตัวเองอย่างไม่มีปัญหาอะไร ซานดึลชำเลืองไปทางบาโรที่กำลังหันไปหาคนอื่นโดยมองข้ามตัวเองไปอย่างชั่งใจ บรรยากาศตอนนี้ดูวุ่นวายก็จริงแต่มันน่าอึดอัดชะมัด

ปกติถ้าถึงคาบวิชาเคมีบาโรจะเป็นคู่ทำแลปทดลองกับเขา ส่วนกงชานจะยอมเสียสละตัวเองไปคู่กับคนอื่นเพราะรู้ว่าซานดึลสนิทกับบาโรแค่คนเดียวในห้อง ก็บอกแล้วไงเขามันตัวขัดขวางไม่ให้สองคนนี้ได้อยู่ใกล้ชิดกัน ตอนแรกที่ได้คู่กันบาโรก็แสดงท่าทีเหมือนรำคาญไม่พอใจอยู่บ้าง แต่หลังจากวันนั้นเวลาถึงคาบทดลองทำแลปทีไรคนตัวโตก็จะเดินเข้ามาชวนเขาจับคู่ก่อนทุกที เป็นอย่างนี้จนเขาเริ่มเคยชินและอุ่นใจว่าอย่างน้อยในวันที่เขาไม่มีใครเขาก็จะมีเพื่อนอีกคนคอยอยู่ข้างๆเวลาที่ทุกคนในห้องเรียนมองข้ามเขาไป

แต่เวลานี้เพื่อนคนที่เขารู้สึกดีด้วยกลับกลายเป็นคนที่มองข้ามเขาไปซะเองเขาไม่ชินเลยจริงๆถ้าต้องเป็นคนเอ่ยปากชวนบาโรก่อน แล้วยิ่งพักนี้บาโรกับเขาก็เริ่มจะทำตัวห่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ มันก็เลยยิ่งน่าลำบากใจเข้าไปใหญ่เมื่อต้องการจะพูดอะไรด้วยกันซักคำ

บาโรฉัน….

“ยุนจี เธอมีคู่ทำแลปหรือยัง? ^^” บาโรหันไปถามเพื่อนอีกคนหนึ่งที่นั่งข้างๆกันเป็นช่วงจังหวะเดียวกันกับที่ซานดึลกำลังจะรวบรวมความกล้าเรียกชื่ออดีตคู่ทำแลปพอดี การกระทำของคนผมน้ำตาลเลยค้างหยุดไว้แค่นั้น

เขามีเพื่อนเยอะแยะไม่จำเป็นต้องมาแคร์ความรู้สึกนายหรอกซานดึล นายอยู่ที่ไหนก็เป็นส่วนเกินไปหมดแหละ

“ยังเลยบาโร นายล่ะ”

“ฉันก็ยังไม่มีคู่เหมือนกัน ไปรับสารละลายหน้าห้องกันมั้ยถ้างั้น?” บาโรพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ชั่วแว้บหนึ่งซานดึลมั่นใจว่าบาโรมองเห็นเขาที่กำลังจะเดินเข้ามาชวน แต่คนตัวโตก็แกล้งทำเป็นเมินหันไปพูดกับคนอื่นแทน

ไม่ผิดหรอกเขาเป็นคนที่ตีตัวออกมาจากบาโรเอง ถ้าไม่อยากให้ความรู้สึกที่เป็นอยู่มันถลำลึกมากไปกว่านี้ก็ควรพอใจกับความสัมพันธ์แบบนี้สิซานดึลไม่ควรจะมารู้สึกเจ็บแบบนี้เลยนะ

“ฮายทุกคนนนนมีคู่ทำแลปกันแล้วหรือยัง ^0^” เสียงหมาน้อยผู้ร่าเริงแห่งห้องทักขึ้นพลางหันไปมองทางบาโร ยุนจีและซานดึลสลับกัน

“นายไปคู่กับซานดึลดีกว่าไอ้กระรอก เดี๋ยวฉันเป็นคู่แลปให้กับยุนจีเอง ^0^” กงชานรีบถลาเข้ามาแทรกกลางวงพร้อมกับยิ้มแบ๊วไม่รู้เรื่องให้ หลังจากได้สังเกตเห็นว่าซานดึลมองบาโรมาได้ซักพักแล้ว บรรยากาศมาคุแบบนี้มีเหรอที่ชานนี่จะไม่เข้ามาเคลียร์ให้

“อะไรของนายวะกงชาน ไม่มีคนอื่นให้คู่แล้วหรือไง -*-” บาโรส่งสายตาหงุดหงิดให้เพื่อนรักที่เดินแทรกเข้ามาไม่ได้ดูตาม้าตาเรือแถมยังเอาคู่แลปคนใหม่ของเขาไปอีก

“ซานดึลก็ไม่มีคู่เหมือนกัน เดี๋ยวฉันคู่กับยุนจีให้ นายก็ไปคู่กับซานดึลเหมือนเดิมไง ไม่เห็นจะมีอะไรน่าเข้าใจยากตรงไหนเลยนี่เนอะ ^^” กงชานรีบลากยุนจีออกไปจากวง ซึ่งเธอก็หันมายิ้มแหยๆให้กับบาโรแล้วเดินตามไปอย่างง่ายดาย แหงล่ะนอกจากกงชานจะเก่งเลขแล้วก็ยังเก่งวิทยาศาสตร์ด้วยถึงมันจะไม่ค่อยชอบเรียนวิชานี้ก็ตาม ใครๆก็อยากเป็นคู่แลปด้วยทั้งนั้น แต่เรื่องอะไรมาเอาที่พึ่งสุดท้ายของเขาไปฟะ!

สายตารำคาญใจถูกส่งมายังซานดึลที่ยืนงกๆเงิ่นๆทำอะไรไม่ถูก บาโรถอนหายใจอย่างหงุดหงิดก่อนจะเดินไปรับสารละลายหน้าห้องโดยไม่ได้พูดอะไรกับเขาซักคำ ซานดึลพยายามจะพูดว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะแยกบาโรออกจากยุนจี ไม่ได้ตั้งใจให้กงชานมาจับคู่ให้แบบนี้ ไม่ได้อยากจะเรียกร้องความสนใจหรือให้คนอื่นเสียสละอะไรให้ทั้งนั้น แต่ก็ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์เพราะคนตัวโตดูไม่อยากแม้แต่จะมองหน้าเขาซักวินาทีเดียว

มันต้องเป็นแบบนี้ไปอีกนานเท่าไหร่นะ…? แต่ก็ไม่เห็นจะแปลก ปกติบาโรก็เกลียดเขาอยู่แล้ว แต่มันไม่ใช่เกลียดแบบนี้เกลียดแบบที่ไม่พูดอะไรด้วยกันซักคำ เกลียดแบบที่ไม่อยากแม้แต่จะอยู่ใกล้ ไม่อยากสบตา มองหน้าหรือพูดคุยกัน เกลียดแบบนี้มันอึดอัดบีบคั้นหัวใจกันเกินไป… ยอมให้บาโรกลับมาแกล้งพูดจากวนประสาทเหมือนเดิมยังจะดีซะกว่า เหมือนวันที่เขาได้ไปค้างบ้านบาโร และเป็นวันที่บันทึกความทรงจำแห่งความสุขครั้งสุดท้ายเอาไว้ก่อนที่ทุกอย่างมันจะเลือนลางจางหายไปหมดเหมือนในวันนี้

ซานดึลเดินไปหยิบปิเปตและหลอดทดลองจากตู้หลังห้องแล้วกลับมาที่โต๊ะแลปเช่นเดิม เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่บาโรเพิ่งรับสารละลายเสร็จแล้วแขวนบิวเรตไว้กับขาตั้ง ต่างคนต่างทำหน้าที่ส่วนของตัวเองไปเงียบจนกระทั่งคนตัวโตทำเสียงจิ๊จ็ในลำคอด้วยความไม่พอใจเมื่อไม่สามารถแขวนบิวเรตให้นิ่งอยู่บนขาตั้งได้ ซานดึลแอบชำเลืองมองอย่างชั่งใจก่อนจะ

“นาย..ต้องแขวนมันไว้อย่างนี้สิ ไม่อย่างนั้นมันจะอยู่ได้ยังไง” น้ำเสียงกล้าๆกลัวๆเอ่ยออกมาแล้วตัดสินใจกระเถิบเข้าไปช่วยอีกแรง แล้วก็เป็นอย่างที่คาดพอเขาเข้าไปช่วยบาโรก็เดินหลีกออกไปทำอย่างอื่นแทน ซานดึลจึงได้แต่กลืนน้ำลายลงคอกลั้นความจุกที่คอหอยก่อนจะทำหน้าที่ใหม่ของตัวเองต่อไป

“นายยังไม่ได้กินข้าวเหรอ ไม่สบายหรือเปล่า” คนตัวเล็กถามข้อสงสัยอีกครั้งเพื่อให้บรรยากาศที่มาคุของเขาทั้งคู่เจือจางลง

เงียบอีกแล้วเหรอ…? อย่าเงียบอย่างนี้สิบาโร ตอบฉันซักคำก็ยังดี

“กงชานบอกฉันเมื่อเช้าว่านายยังไม่ได้ทำการบ้านวิชาประวัติศาสตร์ เอาของฉันไปดูก่อนมั้ย จะส่งคาบหน้าอยู่แล้วนะ”

“หรือถ้านายไม่อยากลอกของฉันก็เอาของกงชานไปดูก่อนก็ได้ นายไม่ชอบอ่านลายมือของฉันอยู่แล้วนี่เนอะ อ่านของ

“เงียบซะที ฉันจะทำงาน” น้ำเสียงเย็นชาน่ากลัวพูดใส่เขาเป็นครั้งแรก แม้แต่ตอนที่ตวาดว่าดวงตาที่เคยดูขี้เล่นก็ยังไม่หันมาสบสายตากันแม้แต่นิดเดียว ซานดึลนิ่งเงียบกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอด้วยความตะลึง เขารู้ว่าบาโรชอบว่าเขาแต่กับครั้งนี้แววตาที่ส่งมามันดูเกรี้ยวกราดเสียจนน่าตกใจ

“หมะ..แหม ในที่สุดนายก็กลับมาพูดได้ซักทีนะ สองสามวันมานี้ฉันคิดว่านายลืมปากเอาไว้ที่บ้านซะอีก” ซานดึลฝืนยิ้มหัวเราะแห้งๆ บาโรยังคงผสมกรดไฮโดรคลอลิกในบีกเกอร์เข้ากับฟีนอล์ฟทาลีนสีชมพูที่หยดลงมาจากบิวเรตดูหงุดหงิดรำคาญใจ

“นี่ๆ นายผสมเยอะเกินไปแล้ว” คนตัวเล็กร้องห้ามเมื่อเห็นปริมาณสารที่หยดลงไป แต่บาโรก็ยังทำเป็นหูทวนลมไม่ได้ยินที่เขาพูด

“บะ..บราซิล นายไม่ต้องผสมแล้ว พอแค่นั้นแหละเดี๋ยวฉันทำเอง” ซานดึลรีบเอาบีกเกอร์ออกมาให้ห่างจากสารละลายที่คนตัวโตถืออยู่ แต่บาโรก็ยื้อเอาไว้ส่งผลให้ไฮโดรคอลิกที่เทใส่ข้างในกระฉอกออกมาโดนมือบาโรเต็มๆ

“โอ๊ย!” ของเหลวสีชมพูอมม่วงสัมผัสลงใส่มือใหญ่แล้วไหลหยดนองเต็มพื้นห้อง ซานดึลรีบวางของในมือลงพร้อมฉวยข้อมือของคนตรงหน้ามาดูด้วยความตกใจ

“บาโรฉะ..ฉันขอโทษนะ เจ็บมากมั้ย ไปห้องพยาบาลกะ..

“บอกแล้วไงว่าไม่ต้องมายุ่งฉันจะทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน ทำส่วนของนายให้มันดีก่อนเถอะ” บาโรสะบัดมืออกพร้อมตวาดไล่ทำสายตาฉุนเฉียวน่ากลัว มือหนาหยิบกระเป๋านักเรียนขึ้นมาสะพายแล้วเดินออกจากห้องแลปไปทันทีท่ามกลางความตกตะลึงของเพื่อนๆทั้งห้อง

“บาโร เดี๋ยว” ซานดึลทำท่าจะลุกตามไปแต่กงชานก็รีบรั้งดึงแขนเพื่อนเอาไว้ซะก่อน

“ซานดึล อย่าเพิ่งตามมันไป ปล่อยให้มันไปสงบสติอารมณ์คนเดียวก่อน” หน้าใสส่ายน้อยๆเป็นเชิงห้ามเพราะรู้นิสัยของเพื่อนสนิทดี ก้อนแข็งๆที่จุกคอในตอนแรกพังทลายลงพร้อมกับม่านน้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ตั้งแต่เดินเข้าห้องมา

“นายเกลียดอะไรฉันนักหนา โกรธฉันเรื่องอะไร นายตอบฉันมาก่อนสิ!

แม้จะรู้ว่าบาโรเดินออกไปจากห้องนานแล้วแต่คนตัวเล็กก็ยังตะโกนทั้งที่ยืนปาดน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ จากที่คิดในตอนแรกว่าการที่ได้อยู่กับคนที่นิสัยหน้าตาเหมือนกับบาโรจะช่วยทำให้เขาตัดใจได้ง่ายขึ้น กลับกลายเป็นว่าตอนนี้เขายิ่งโหยหาคนที่เคยแกล้งเขาทุกวันยิ่งกว่าเดิม ไม่มีใครที่เขาอยู่ด้วยแล้วรู้สึกดีเท่ากับชาบาโรคนขี้แกล้งที่เกลียดเขาเข้าไส้อีกแล้ว กำแพงที่เขาสร้างลงมามันได้พังลงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้แต่ตอนนี้จะให้ทุกอย่างกลับเป็นเหมือนเดิมมันคงไม่ง่ายอีกต่อไป

“มีเรื่องอะไรกัน?” อาจารย์จุนแจหันมาคาดโทษทางต้นเสียงแทนคนที่เดินออกไปจากคลาสแล้ว

“ไม่มีอะไรฮะ แค่ทำสารละลายหก เดี๋ยวพวกเราช่วยกันเก็บกวาดเอง ^^;;” กงชานรีบดันซานดึลมาไว้ข้างหลังพลางเคลียร์สถานการณ์คุกรุ่นให้เร็วที่สุด ก่อนที่ห้องแลปแห่งนี้จะระเบิดไปด้วยอารมณ์ร้อนเป็นไฟของทั้งอาจารย์และลูกศิษย์

“แล้วคู่ทำแลปเธอเขาจะเข้ามาในคลาสอีกมั้ยอีจองฮวาน” อาจารย์จุนแจเหลือบมองไปทางประตูหน้าห้องที่เพิ่งจะมีคนออกไป

“ฮึกไม่รู้สิฮะ” ซานดึลพยายามข่มเสียงสั่นเทาของตัวเองเอาไว้ตอนที่ตอบคำถาม บาโรเรากลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้แล้วใช่มั้ย ไม่มีวันที่นายจะกลับมาแกล้งฉันอีกแล้วสินะ

“ถ้าเป็นอย่างนั้นอาจารย์คงจำเป็นต้องเช็คว่าเขาขาดเรียนในคลาสนี้” อาจารย์เคมีหยิบใบรายชื่อขึ้นมาเช็คอย่างไม่ใส่ใจกับอารมณ์นักเรียนที่ตอบคำถามเท่าไหร่นัก

“เธอคงต้องทำแลปงานนี้คนเดียวแล้วล่ะ แล้วถ้าอยากให้เพื่อนเธอมีคะแนนก็ไปตามเขามาสอบซ่อมทดลองใหม่ด้วยกันวันหลังแล้วกัน” ปากกาแดงขีดฆ่าลงบนช่องรายชื่อของบาโร ซานดึลเช็ดน้ำตาหยดสุดท้ายก่อนจะเดินไปช่วยกงชานหยิบผ้าชุบน้ำมาซับทำความสะอาดพื้นห้องอย่างหมดเรี่ยวแรง

“อ๊ะระวังหน่อยซานดึล มันเป็นกรดแก่น่ะ พยายามอย่าให้มันโดนมือ” กงชานเตือนคนใจลอยที่มีแววตาเศร้าสร้อย ดวงตาเล็กเหลือบมองเพื่อนอีกคนที่คลี่ยิ้มกว้างปลอบใจและมักจะมีรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าเสมอ กงชานเป็นคนน่ารัก ร่าเริงแม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่ตึงเครียดแค่ไหนก็ตาม ไม่น่าล่ะบาโรถึงได้อารมณ์ดียิ้มแย้มเวลาอยู่ด้วยกันตลอด

บาโรเมื่อกี้บาโรก็ทำสารละลายหกใส่มือนี่นา!

“กรดกรดเหรอ!? O_O” ซานดึลสะดุ้งด้วยความตกใจเมื่อนึกขึ้นได้

“ใจเย็น กรดแก่แต่เมื่อกี้เจือจางแล้ว บาโรไม่เป็นไรมากหรอก รีบไปล้างมือเดี๋ยวก็หายแล้วเชื่อฉันสิ” เหมือนว่ากงชานจะรู้ทันความคิดของเพื่อนข้างๆได้ดี แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นซานดึลก็ยังคงมีสีหน้ากังวลใจอยู่เล็กน้อย เพราะรู้ว่าบาโรเป็นพวกไม่ค่อยชอบใส่ใจกับแผลเล็กๆน้อยๆบนร่างกายตัวเองเท่าไหร่นัก

“ฉันถามอะไรนายหน่อยได้มั้ย” กงชานพูดขณะที่ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดสารละลายที่หกบนพื้น

“ฮึกอะไรเหรอ” ซานดึลพยายามจะส่งยิ้มแหยๆไปให้เพื่อนหน้าตาน่ารักที่ช่วยตัวเองเก็บกวาดทำความสะอาดพื้นอยู่ทั้งที่ในใจอยากร้องไห้เสียเต็มประดา

“พักนี้นายสองคนมีเรื่องอะไรโกรธกันอยู่หรือเปล่า”

“มะ..ไม่นี่ ฮึกปกติบาโรก็ไม่ชอบขี้หน้าฉันอยู่แล้ว ไม่แปลกหรอกที่เขาอารมณ์เสียเวลาเห็นหน้าฉัน” ซานดึลยกมือป้ายน้ำตาด้วยแขนเสื้อป้อยๆ

“ไม่หรอก บาโรชอบเล่นกับนายนะ ฉันยังไม่เคยเห็นมันกวนใครแล้วดูมีชีวิตชีวาเท่ากับเวลาที่อยู่กับนายมาก่อนเลย” กงชานว่าขำๆพลางยื่นผ้าเช็ดหน้าสีหวานให้

“ฮึกไม่จริงอ่ะ อยู่กับนายสิบาโรถึงจะมีความสุข ฉันรู้ว่านายกำลังปลอบฉันอยู่”

“ฉันปลอบนายโดยการพูดความจริงต่างหากล่ะ :)” มือเล็กช่วยเช็ดหยาดน้ำสีใสให้ออกไปจากแก้มป่องอีกแรง ถ้าซานดึลจะเป็นห่วงบาโรมากขนาดนี้กงชานก็พอจะรู้แล้วล่ะว่าเพื่อนตัวเล็กของเขากำลังรู้สึกยังไงกับเพื่อนสนิทตัวเอง

“รู้มั้ยว่านายแคร์ความรู้สึกบาโรมากๆเลยนะ ^^

…!

“ทำหน้าตื่นอย่างนี้แสดงว่ารู้ความรู้สึกตัวเองแล้วสิ ว้า~ กะจะพูดให้นายรู้ใจตัวเองซักหน่อย แต่คงไม่ต้องแล้วล่ะมั้ง”

“พะพูดอะไรของนายน่ะกงชาน!” คนผมน้ำตาลทำท่าตกใจพลางกระเถิบถอยห่างจากคนที่ยิ้มหวานปนเจ้าเล่ห์ภายใต้แมสก์คาดปากด้วยความขบขันอยู่

“อ๊ะๆ อย่าโวยวายดังสิ เดี๋ยวคนอื่นก็รู้หมดหรอกว่านายชอบบาโรอยู่ ^^

“นายพูดอย่างนี้ได้ยังไงกันเนี่ย” ซานดึลอ้าปากหวอพร้อมรีบคลานเข้ามาปิดปากลูกหมาน้อยที่กำลังหัวเราะคิกคักอย่างร่าเริง

“ไม่ปฏิเสธแต่กลับรีบมาปิดปากฉันแทน แสดงว่าจริงสินะ” กงชานแกะมือซานดึลออกแล้วกระซิบให้ได้ยินกันเบาๆแค่สองคน นี่ถ้าไม่เห็นกันจะจะว่าคนตรงหน้าเขาคือกงชานชิคจริงๆซานดึลคงไม่มีทางเชื่อแน่ คนอะไรทั้งแบ๊วทั้งเจ้าเล่ห์ได้ครบสูตรในเวลาเดียวกัน นั่งข้างกันมาตั้งเกือบปีเพิ่งจะมารู้เอาวันนี้ว่าเพื่อนเขามีหลายร่าง

“ฮึก~ หยุดพูดไปเลย T^T

“กลืนน้ำตาตัวเองซะนายจะได้ไม่สะอึก จินยองฮยองสอนฉันมา” กงชานพูดเมื่อเห็นซานดึลทำท่าจะร้องไห้อีก ชื่อของบุคคลที่สามช่วยสะกิดต่อมความสงสัยที่ค้างคาใจมานานของซานดึลได้พอดี

“จริงสิ ตกลงนายกับรุ่นพี่จินยองเป็นอะไรกันแน่ ฉันเห็นนายกับรุ่นพี่ชอบเดินกระหนุงกระหนิงกันออกบ่อย แต่บาโรก็เหมือนจะชอบนายด้วยเหมือนกัน”

“อ๋อออ นี่นายแอบหึงบาโรมาตลอดเลยเหรอ ^__^

“นายไม่ตอบคำถามฉันอ่ะ T_T

“ฮ่าๆๆ นายนี่น่ารักจังเลย ไม่น่าล่ะไอ้กระรอกโร่มันถึงได้ชอบแกล้งนายนักหนา” กงชานทิ้งทวนประโยคสุดท้ายเอาไว้ก่อนจะเอาผ้าไปซักที่อ่างน้ำ ซานดึลนั่งกระพริบตาปริบๆอยู่กับพื้นห้องก่อนจะเอานิ้วแคะหูตัวเอง

“ฉันไม่เห็นเข้าใจที่นายพูดเลยซักประโยค”

“เคยมีคนบอกมั้ยว่านายซื่อบื้อ =_=” กงชานบิดน้ำออกแล้วหันมาว่า

“บาโรเคยพูด”

“ก็นั่นแหละฉันว่านายก็เป็นคนที่ออกจะแคร์ความรู้สึกเพื่อนฉันมากคนหนึ่ง เผลอๆอาจจะมากกว่าฉันด้วยมั้ง แต่น่าแปลกที่นายมองความรู้สึกอีกอย่างของบาโรไม่ออก” คนผมดำตาแป๋วตากผ้าเช็ดพื้นไว้ที่ระเบียงห้องแลปแล้วเดินกลับมายื่นมือฉุดซานดึลให้ลุกขึ้น

“แต่อย่างว่าแหละ ขนาดตัวมันยังไม่เข้าใจตัวเองเลย จะไปหวังให้นายเข้าใจตัวมันได้ยังไง” กงชานระบายยิ้มขำอีกครั้งขณะที่ใช้มือบางผสมสารไทเทรตให้เพื่อนด้วยท่าทางคล่องแคล่ว ซานดึลจะได้มีคะแนนทำแลปในชั่วโมงไปก่อนโดยไม่ต้องมาเสียคะแนนไปฟรีๆเพราะบาโร

“นี่เย็นนี้ฝากเอากล่องข้าวไปให้มันหน่อยสิ เมื่อตอนกลางวันฉันเห็นมันทำหน้าหงุดหงิดยังไงชอบกล คนอย่างบาโรถ้าไม่กินข้าวกลางวันก็ไม่สมกับเป็นชาบาโรจอมแย่งสูบข้าวกล่องนายน่ะสิ”

“กล่องข้าวไอ้กระรอกก็อยู่ที่นายแล้วนี่ใช่มั้ย? ^^” กงชานบีบไหล่ทั้งสองข้างของซานดึลเป็นการให้กำลังใจ ซานดึลมีสีหน้าลังเล

“แต่บาโรยังโกรธฉันอยู่ อันที่จริงฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาโกรธฉันเรื่องอะไร -_-;; อ่าคือจะว่าไปฉันก็รู้แหละ แต่แค่ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมต้องโกรธมากมายขนาดนี้ หรืออาจจะเป็นเพราะวะ..

“ใจเย็นนนนน นายแค่สับสนสนน่ะ ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าพวกนายเคืองกันเรื่องอะไร แต่พอเห็นบรรยากาศรอบตัวเป็นอย่างนี้มันก็น่าอึดอัดเป็นบ้า แนะนำว่าไม่นายก็บาโรฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งควรเป็นคนเริ่มปรับความเข้าใจกันก่อน ไม่งั้น” กงชานส่ายหน้าไปมาพร้อมทำเสียงจุ๊ๆประกอบ

“ไม่งั้นอะไร?” ซานดึลตั้งใจฟัง

“ไม่งั้นมันก็คาราคาซังกันอยู่แบบเนี้ยแหละ นายเคยสนิทกันมากไม่ใช่หรือไง แค่พูดง้อถามว่าโกรธเรื่องอะไรแค่ไม่กี่คำก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องยากเลยนี่นา” กงชานพยายามจะช่วยเพื่อนบ้าง เพราะบาโรเองก็เคยช่วยปรับความเข้าใจให้เขากับจินยองคืนดีกันมาแล้ว แต่ไอ้คู่หูคู่กัดฟัดมันส์ฮานี่ท่าจะเป็นเคสที่ยากกว่าเคสเขาอยู่เอาการ

งานช้างของลูกหมาน้อยล่ะงานนี้ =_=;;

“แต่เย็นนี้ฉันมีนัดกับซอนอูแล้วนะ” ซานดึลบอกเสียงอ่อยอย่างรู้สึกผิด

“เดี๋ยวๆ ซอนอูนี่ใคร นี่ฉันไม่มาโรงเรียนแค่สองสามวันทำไมมันเกิดเรื่องยุ่งอีนุงตุงนังได้ขนาดนี้เนี่ย” คนผมดำขมวดคิ้วสวยทำปากยู่ด้วยความหนักใจพลางเอามือเกาหัวแกรกๆ

“ซอนอูเป็นลูกพี่ลูกน้องของบาโร ฉันเจอเขาครั้งแรกตอนวันที่ไปทัศนศึกษานั่นแหละ เขาเป็นคนเดินเข้ามาทักฉันก่อน หน้าตาเขาเหมือนบาโรมากแถมนิสัยตอนแรกก็ออกจะคล้ายอยู่หรอก ฉันก็เลยฮื้อออออ!” ซานดึลเสยผมสีน้ำตาลอ่อนนุ่มด้วยความหงุดหงิดบ้าง อะไรทำให้เขาคิดทางออกให้กับตัวเองได้บ้องตื้นขนาดนี้กันเนี่ย!

“พอๆ ฉันพอจะเข้าใจแล้วล่ะ” กงชานรีบยกมือห้ามพร้อมสูดน้ำมูกไอแค่กๆออกมาเล็กน้อย โดนหวัดเล่นงานแล้วยังต้องมาช่วยพวกนี้ให้มาคืนดีกันอีก โตขึ้นไปเปิดบริษัทเลิฟเซอร์วิสท่าทางจะรุ่งแฮะ -_-^

“ฟังฉันนะซานดึล บาโรก็คือบาโร ซอนอูก็คือซอนอู ถ้านายแค่แกล้งลองชอบนายนั่นเพื่อที่จะได้ลืมหรือหลอกตัวเองว่าไม่ชอบบาโรล่ะก็ฉันขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าไม่มีทางที่จะสำเร็จแน่นอน”

T^T

“อ๊าจริงๆเลย ฉันว่าฉันก็ออกจะเป็นหมาน้อยที่ใสซื่อสุดๆแล้วนะ เจอนายเข้าไปที่ยอมใจเลยซานดึล” กงชานว่าอย่างปลงๆพร้อมชมตัวเองเสร็จสรรพ “นายก็เลือกเอาแล้วกันว่าจะไปตามนัดนายรักทดแทนของนายหรือไปปรับความเข้าใจกับตัวจริงออริจินัลอย่างเพื่อนฉัน”

“สปอยล์มาซะขนาดนี้ถ้าฉันเลือกไปตามนัดของซอนอูนายก็คงจะว่าฉันซื่อบื้ออีกรอบใช่มั้ย”

“ก็ถามใจตัวเองดูแล้วกันเนอะ ^^” กงชานยักไหล่สวยๆส่งท้ายก่อนจะฉีกกระดาษรายงานยื่นให้ “เขียนสรุปผลการทดลองคนเดียวให้เสร็จตอนนี้หรือจะเก็บเอาไปเขียนกับคู่ทำแลปของนายตอนเย็นมันก็แล้วแต่นาย”

เออออ ก็คู่ตัวเองมันไม่มีปัญหาอะไรแล้วนี่ พูดสวยเก๋ยังไงก็ดูเหนือชั้นกว่าวันยังค่ำ ยัยไรท์เตอร์ก็ไม่ยอมแต่งให้คู่ผมเป็นคู่หวานฉ่ำลงเอยกันซะที T_T กินมาม่ามาหลายตอนจนอืดแล้วนะ(เรื่องอะไรมาโทษฉันยะดึล :P)

กริ๊งงง~

เสียงออดเปลี่ยนคาบเรียนดังขึ้นมาก่อนที่นักเรียนทุกคนจะทำความเคารพอาจารย์แล้วเดินเปลี่ยนห้องไปเรียนวิชาประวัติศาสตร์ เป็นอย่างที่คาดบาโรไม่ได้เข้าเรียนอีกเลยนับตั้งแต่เดินออกจากห้องเคมีไป หลังเลิกเรียนซานดึลและกงชานช่วยกันตามหาทั้งในห้องน้ำ ห้องพยาบาล สนามฟุตบอลหรือแม้แต่ในห้องสมุดร้างที่เขาทั้งคู่เคยติดอยู่ด้วยกันแต่ก็ไม่พบ จนกระทั่งทั้งคู่เพิ่งจะมาตระหนักได้ว่าคนที่เขาควรตามหามากที่สุดในตอนนี้ก็คือ ชินดงอู

“อ๋อ มันให้ฉันโทรเรียกคนขับรถที่บ้านมารับกลับไปตั้งแต่คาบห้าแล้วล่ะ” เสียงประธานนักเรียนที่เพิ่งเลิกเรียนแล้วเดินลงมาจากห้องเรียนพร้อมกับเพื่อนสนิทผมแดงเล่าให้ฟัง

“มีอะไรกันหรือเปล่า เห็นก่อนกลับบ้านไปสีหน้าบาโรยิ่งดูไม่ค่อยดีอยู่ด้วย ถามอะไรก็ไม่ยอมตอบ บอกแค่ว่าไม่ค่อยสบายอยากพักผ่อน” ชินวูถามด้วยความเป็นห่วงน้องชายพลางหันมาทางซานดึลที่ยืนหน้าซีดเหงื่อตก

“ผมแค่อยากเจอเขา” พลาสเตอร์สีชมพูหวานลายสตรอเบอร์รี่ที่เพิ่งซื้อมาจากร้านค้าในโรงเรียนถูกกำแน่นอยู่ในมือเล็ก ปากบางเม้มเข้าหากันแน่นอย่างคนคิดไม่ตกมาหลายวัน ถ้าบาโรไม่ยอมล้างมือล่ะ? ถ้าเขาไม่ยอมทายาทำแผลไม่ยอมดูแลตัวเอง ถ้าเขาไม่มีคะแนนทำแลปแล้วโดนอาจารย์เคมีปรับให้สอบตก นี่ขนาดคะแนนเข้าชั้นเรียนบาโรก็โดนหักไปแล้ว ถ้าคาบหน้ายังไม่ยอมเข้าอีกล่ะก็

“บาโรก็คงอยู่ที่บ้านนั่นแหละ แล้วนี่มันกินข้าวกลางวันไปแล้วหรือยัง” ชินวูเหลือบไปเห็นกล่องข้าวกลางวันของน้องชายอยู่ในมือเล็กจึงถาม ซานดึลส่ายหน้าเศร้าๆแทนคำตอบเพราะตอนนี้เขายังไม่มีแก่จิตแก่ใจจะพูดหรือคิดอะไรทั้งนั้น

“อ่ะนี่กงชาน” จินยองเดินขึ้นมาอยู่ข้างหน้าชินวูพลางยื่นบางสิ่งให้คนผมดำรับเมื่อเห็นบทสนทนาระหว่างชินวูกับซานดึลดูเงียบไป

“ฮยองเอากุญแจบ้านฮยองมาให้ผมทำไมฮะ” ตาแป๋วเงยขึ้นสบสายตาคนรุ่นพี่งงๆ

“วันนี้ฉันจะไปส่งนายที่บ้านแล้วออกไปเปิดหมวกที่เมียงดงต่อ ถ้าอยู่บ้านแล้วไม่รู้จะทำอะไรกินให้ไขกุญแจไปเอากับข้าวที่บ้านฉันก็ได้ รู้สึกจะมีข้าวผัดกับแตงโมผ่าแล้วอยู่ในตู้เย็นล่ะมั้ง กินเสร็จแล้วนายจะได้ทานยาหลังอาหารเลยไม่ต้องรอฉัน” คนผมแดงพูดพลางเอามือลูบหัวรุ่นน้องผมดำตรงหน้าที่เริ่มยู่ปากไม่ชอบใจ

“ฮยองยังไม่หายดีเลยจะไปร้องเพลงได้ยังไง ไม่ต้องไปทำงานซักวันก็ได้นี่ฮะ”

“ไม่ได้ ค่าน้ำค่าไฟมันก็เพิ่มขึ้น ฉันไม่ได้บอกพ่อกับแม่ว่านายมาอยู่ด้วยกันท่านก็เลยส่งเงินมาให้ตามปกติ ที่เหลือฉันก็ต้องหาเองเข้าใจมั้ยฮึ ^^” มืออุ่นยีผมนุ่มนิ่มด้วยความเอ็นดูในขณะที่เจ้าตัวส่ายหน้าหวือพลางกุมมือเขาไว้เบาๆ

“ไม่เอา ฮยองต้องมาทำงานหนักขึ้นเพราะผมอย่างนี้ไม่ดีเลย ให้ผมไปด้วยนะพี่จินยอง จะได้ไปช่วยกันร้องเพลง ค่าน้ำค่าไฟเดือนนี้เดี๋ยวทุบกระปุกผมเอาก่อนก็ได้”

“ฮ่ะๆ เสียงแหบอย่างนี้จะไปร้องเพลงได้ยังไงล่ะกงชาน กลับบ้านกินข้าวกินยา จิบน้ำผึ้งผสมมะนาวที่ฉันทำให้เยอะๆ นอนอย่าให้มันดึกมากแล้วห่มผ้าหนาๆเข้าไว้ รับรองไม่เกินสามวันนายได้ไปร้องเพลงกับฉันเหมือนเดิมแน่” จินยองหัวเราะพลางคล้องคอกงชานทำท่าจะพาเดินไปที่จอดมอเตอร์ไซค์แต่ไอ้หมาน้อยกลับแข็งขืนไว้

“จะกลับหรือไม่กลับ” รุ่นพี่ผมแดงหันมาถามย้ำ

“ม่ายยยย ผมไม่มีวันทิ้งฮยองไปทำงานคนเดียวแน่ -^- เกิดฮยองไข้ขึ้นอีกรอบเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมากลางเมียงดงล่ะจะทำยังไง” เสียงหวานเถียงอย่างไม่ยอมแพ้

“คิดมาก ฉันไม่เป็นไรแล้ว นายนั่นแหละที่ต้องกลับไปพักผ่อนที่บ้าน เห็นวันนี้อาจารย์สั่งการบ้านมาเยอะไม่ใช่หรือไง”

“ไม่กลับ ฮยองไม่ต้องมาเก๊กแข็งแรงหรอกผมดูออก ยังไงก็จะไปด้วย” กงชานบึนปากเอามือกอดอกยืนอยู่กับที่ไม่ยอมขยับเขยื้อน

“ฉันหายดีแล้ว ถ้านายยังดื้อไม่ยอมเชื่ออีกฉันจะทำแบบที่พานายออกจากร้านหนังสือคราวนั้นต่อหน้าทุกคนตอนนี้แหละ” จินยองก้มตัวลงทำท่าจะช้อนแบกร่างบางขึ้นแต่คนผมดำไหวตัวทันเลยรีบกระโดดถอยห่างไปก่อน

“อยะ..อย่านะพี่จินยอง! O_O

“งั้นก็อย่าดื้อ กลับบ้านไปกินยารีบเข้านอน ฉันจะพยายามกลับไม่เกินสองทุ่ม แล้วไม่ต้องมานั่งชะเง้อรอตรงสวนข้างบ้านตากน้ำค้างรอฉันแล้วเข้าใจมั้ย” จินยองดักทาง กงชานทำหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยเพราะครั้งนี้ไม่สามารถเถียงเอาชนะรุ่นพี่ได้

“สัญญาสิไอ้ลูกหมา” น้ำเสียงและแววตาจริงจังทำให้ดวงตากลมโตต้องช้อนเหลือบขึ้นมามองก่อนจะพยักหน้ารับคำแกนๆ นิ้วก้อยของจินยองคล้องเกี่ยวกับนิ้วเรียวไว้หลวมๆก่อนจะออกแรงดึงให้ร่างบางกระเถิบเข้ามาใกล้แล้วทาบริมฝีปากหยักลงกับหน้าผากมนลวกๆหนึ่งที

“สัญญาเหมือนกันว่าจะไม่กลับเกินสองทุ่ม ไม่ต้องเก็บห้องให้ฉันแล้วนะ เดี๋ยวฉันกลับไปเก็บเอง”

“ฮะ (.  .) ห้ามผิดสัญญานะฮยอง”

“อืม กลับบ้านกัน เดี๋ยวมืดฝนเกิดตกกลางทางอีก” จินยองจูงมือรุ่นน้องผมดำเพื่อพาไปยังลานจอดรถโรงเรียนก่อนจะหันมาโบกมือลาเพื่อนสนิทและรุ่นน้องอีกคนที่ยืนนิ่งไม่ได้พูดอะไรกันเป็นเวลานานแล้ว ชินวูพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้เนือยๆแล้วพูดกับซานดึลที่โบกมือลาเพื่อนเศร้าๆอยู่เช่นกัน

“จริงสิ เห็นซอนอูตามหาตัวนายอยู่ เย็นนี้มีนัดกันไปทำอะไรกันหรือเปล่า” ซานดึลสะดุ้งเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองนัดกับอีกคนเอาไว้ แต่จะให้ไปตอนนี้ก็คงไม่ได้แล้วล่ะ

“รุ่นพี่ฮะ งั้นผมฝากบอกซอนอูด้วยนะว่าผมคงไปเลือกซื้อของขวัญเป็นเพื่อนเขาไม่ได้แล้ว ขอโทษด้วยจริงๆที่ผิดสัญญาไม่ได้ไปตามนัด ขอตัวล่ะฮะ”

คนตัวเล็กบอกรวดเดียวจบก่อนจะรีบเดินออกนอกประตูโรงเรียนไปขึ้นรถเมล์ เส้นทางที่กำลังจะไปก็คือบ้านของชาบาโร ซานดึลจำเส้นทางได้ดีแม้จะเคยไปค้างแค่ครั้งเดียวแถมตอนเดินทางก็ยังอยู่ในช่วงเวลาที่มืดมองไม่เห็นอะไร อันที่จริงบ้านของบาโรก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านเขาเท่าไหร่ กะว่าถ้าเอากล่องข้าวกลางวันกับพลาสเตอร์ไปให้ก็จะถามเรื่องบาซานโรดึลที่ฝากเลี้ยงเอาไว้และเคลียร์เรื่องที่โกรธกันให้รู้เรื่องซะที

สองเท้าก้าวมาหยุดหน้าบ้านหลังใหญ่คุ้นตาพลางพยายามสอดส่องทะลุรั้วบ้านเข้าไป รั้วบ้านที่สูงเกินสองเมตรทำให้ซานดึลเลือกที่จะเดินเลาะตามกำแพงเพื่อตามหาออดกดแทน หากแต่โดนมือหนาของใครบางคนที่มีหน้าตาคล้ายคลึงกับเจ้าของบ้านฉุดเอาไว้ก่อน

“ซอนอู นายมาทำอะไรที่นี่เนี่ย” ซานดึลผละออกจากมือที่กุมต้นแขน คนผมน้ำตาลแดงที่ถูกทักส่งรอยยิ้มขี้เล่นมาให้เช่นเคยแม้ว่าน้ำเสียงที่ถามจะดูเศร้าขัดกับหน้าตาก็ตาม

“ได้ยินจากพี่ชินวูว่านายต้องรีบมาทำธุระด่วน ก็เลยลองเดาเล่นๆว่านายน่าจะมาที่บ้านนี้ เห็นเพื่อนห้องนายพูดอยู่ว่าวันนี้นายกับบาโรทะเลาะกันแล้วนายก็มาจริงๆ ^^” ซอนอูเอาหลังพิงกำแพงรั้วแล้วยิ้มออกมา ยิ่งได้ฟังคำพูดแสนดีแบบนี้ซานดึลก็ยิ่งรู้สึกผิดมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

“คือฉันฉันขอโทษนะ แต่ฉันคิดว่าฉันคงไปเที่ยวกับนายวันนี้ไม่ได้แล้วล่ะก็เลยฝากบอกพี่ชินวูไปแบบนั้น ถึงไปด้วยกันฉันก็คงไม่มีอารมณ์สนุกไปกับนาย เพราะฉัน” คนผมน้ำตาลสารภาพออกมาตามตรงแต่กลับโดนนิ้วโป้งหนาแตะที่ริมฝีปากเบาๆเป็นเชิงห้ามไม่ให้พูดต่อ

“ชู่ววว ไม่ต้องพูดต่อแล้วล่ะเป็ดน้อย ฉันเข้าใจ ^^” เสียงห้าวของซอนอูสั่นเล็กน้อย อาจเป็นเพราะกำลังกลั้นอารมณ์บางอย่างเอาไว้ทั้งที่ตายังฝืนยิ้ม

“แต่ฉันจำเป็นต้องบอกนาย ฉันไม่ดีเองแหละที่ลากนายเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับความรู้สึกบ้าๆพวกนี้ ฉันไม่ใช่คนดีอย่างที่นายเข้าใจหรอกซอนอู  นายยังรู้จักฉันดีไม่พอ ความจริงแล้วฉัน” ริมฝีปากหนาของคนตรงหน้าเลื่อนมาปิดปากเล็กที่พูดจาระล่ำระลักเพราะสติแตกเบาๆพลางโน้มเอียงใบหน้าเล็กน้อยก่อนจะผละออกอย่างเร็วที่สุด ซานดึลเบิกตาโตด้วยความตกใจแล้วรีบถอยห่างออกจากคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกยุ่งเหยิงที่ยากจะจัดการยิ่งกว่าเดิม เมื่อกี้เมื่อกี้มันไม่ใช่ความจริงใช่มั้ยเขาโดนคนตรงหน้าจูบทั้งที่ยังไม่ได้ตั้งตัวด้วยซ้ำ!

“นายจะบอกว่าความจริงแล้วนายชอบบาโรใช่มั้ยล่ะ” น้ำตาที่กลั้นไว้หยดแรกของซอนอูไหลออกมาแต่คนตัวสูงก็รีบใช้แขนยาวปาดออกไปอย่างรวดเร็วพร้อมยิ้มกลบเกลื่อน ซานดึลยังคงนิ่งแข็งติดอยู่กับกำแพงที่เดิมด้วยความช็อค

“ถ้านายจะบอกฉันอย่างนี้ ฉันก็ต้องขอโทษนายเหมือนกันที่ฉันจะบอกนายว่าฉันไม่อยากฟัง ฉันเองก็ไม่ใช่คนดีอย่างที่นายคิดหรอกนะซานดึลแต่ฉันก็มั่นใจว่าฉันดีพอที่จะปล่อยนายไปหาคนที่ทำให้นายมีความสุข”

” ไม่จริงมันไม่ใช่ความจริง จูบเมื่อกี้มัน

“เพียงแต่ฉันยังไม่ใช่คนดีพอที่อดใจรั้งนายไว้ด้วยวิธีโง่ๆครั้งสุดท้ายก่อนที่จะปล่อยนายไปหาบาโรได้ ขอโทษด้วยสำหรับการกระทำเมื่อกี้” ซอนอูถอยเว้นห่างออกมาให้ซานดึลได้สบายใจ สีหน้าตื่นตระหนกเหมือนอยากจะร้องไห้ของคนตัวเล็กสร้างความเจ็บปวดใจให้เขายิ่งกว่าเดิม ซานดึลพยายามกลั้นเสียงสะอื้นและน้ำตาเอาไว้ หัวสมองตอนนี้ขาวโพลนไปหมดจนไม่รู้ว่าควรจะพูดหรือทำยังไงต่อไปดี

“ฉันพอจะรู้นานแล้วแหละว่านายแอบชอบบาโรอยู่ แต่ยังไงซะความรักมันก็ต้องมาพร้อมกับความหวัง ฉันถึงได้แอบหวังลมๆแล้งๆว่าถ้านายได้รู้จักฉันฉันก็คงจะยังพอมีโอกาสเข้าไปแทนที่บาโรได้บ้าง”

“แต่ยังไงซะ คนที่นายชอบก็คือชาบาโร ต่อให้ฉันหน้าตาเหมือนเขาแค่ไหนหรือนิสัยคล้ายกันยังไงฉันก็ไม่สามารถเป็นเขาให้นายไม่ได้ ขอโทษด้วยนะ

“นายไม่ต้องขอโทษอะไรฉันแล้วซอนอู” เป็นประโยคแรกที่ในสมองซานดึลพอจะเรียบเรียงเป็นคำพูดได้

“จริงๆนะ ฉันปิ๊งนายตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยินเสียงร้องเพลง เรื่องที่ฉันเล่าให้นายฟังวันนั้นน่ะฉันยังยืนยันว่าเป็นความจริงนะอีซานดึล ^^” ซอนอูหัวเราะอย่างขมขื่น “แม้แต่วันทัศนศึกษาที่นายเสียใจเรื่องบาโรฉันก็ยังห้ามใจตัวเองไม่ให้เดินเข้าไปใกล้ๆนายไม่ได้ ฉันอยากให้นายรู้จักฉัน เห็นว่าฉันยังเป็นคนที่มีตัวตนคนหนึ่งที่สามารถสร้างความสุขให้นายได้ไม่แพ้ชาบาโรเลย แต่ยังไงความสุขของนายก็คงอยู่ที่บาโรคนเดียวไม่ใช่ฉัน”

“พอแล้วซอนอู ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว” ซานดึลเอื้อมมือเล็กไปเช็ดน้ำตาให้คนตรงหน้าพลางสะอื้นหนัก เป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาพอจะทำให้กับซอนอูได้

“นายทำถูกแล้วล่ะที่เลือกทำตามความรู้สึกตัวเอง อย่าเพิ่งยอมแพ้ง่ายๆนะซานดึล นายเป็นคนที่เข้มแข็งในสายตาของฉันเสมอนะ” คนผมน้ำตาลแดงยื่นห่อเยลลี่รูปหนอนที่มักจะเห็นคนผมน้ำตาลชอบกินอยู่บ่อยๆกลับคืนให้ก่อนจะสะพายกระเป๋านักเรียนเดินห่างออกไปเรื่อยๆ

“นั่นนายจะไปไหน?” ซานดึลถามทั้งที่ยังเอาแขนเสื้อป้ายเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้า ซอนอูหันมายิ้มให้กับคนแก้มป่องที่ยังยืนอยู่ที่เดิมหน้ารั้วบ้านของบาโร

“กลับไปอยู่ในที่ที่ฉันควรจะอยู่ ฉันเอาเยลลี่คืนให้นายแล้ว นายไม่ต้องมารับผิดชอบอะไรฉันทั้งนั้นนะซานดึล จริงจังกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้านายก็พอ ^__^

“นายโอเคแน่นะ”

“ฮ่ะๆฮ่า จะว่าไปก็ไม่หรอก” น้ำตาไหลพรากลงมาอาบแก้มซอนอูอีกครั้งก่อนที่จะของใบหน้าจะยกมือขึ้นมาเช็ดออกอย่างรวดเร็ว “ว่าจะไปร้องไห้ใต้ฝักบัวเปิดเพลงเศร้าเคล้าน้ำตาอย่างที่พวกพระรองชอบทำกันซะหน่อย ถ้าทำแล้วได้ผลหายเศร้าใจเมื่อไหร่ฉันจะกลับมาบอกนายนะ”

คนขี้เล่นโบกมือลาคลี่ยิ้มกว้างอย่างจริงใจอีกครั้งแล้วเดินหันหลังกลับไปโดยไม่หันกลับมามองข้างหลังอีกเลย อาจเป็นเพราะเขากำลังร้องไห้อย่างหนักหรืออาจต้องการลืมความรู้สึกนี้ออกไปจากใจเร็วๆจึงทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง แต่ซานดึลก็ยังดีใจซอนอูคือคนเขาได้เลือกให้เข้ามาพัวพันในชีวิต ถ้าเป็นคนอื่นเรื่องทุกอย่างอาจจะยุ่งมากกว่านี้และเขาอาจจะโดนอะไรที่หนักหนาสาหัสมากกว่าเดิมก็ได้

ติ๊งต่อง~

ซานดึลรวบรวมความกล้าอยู่นานกว่าจะตัดสินใจกดออดที่ติดอยู่บนรั้วข้างหน้าได้ ถึงเวลาต้องจัดการปัญหาคาราคาซังให้หมดไปซะที ถ้าเจอหน้าบาโรเขาจะพูดว่ายังไงดีนะ มีหลายคำพูดที่อยากจะพูดในตอนนี้แต่ไม่สามารถพูดออกไปได้หมดในทีเดียว จะเรียบเรียงยังไงให้มันดูไม่เข้าใจยาก ควรพูดเรื่องไหนก่อนดี เกริ่นก่อนดีมั้ยหรือว่า….

แอ๊ดดดด ----

ดวงตาเย็นชาของเจ้าของบ้านที่เปิดประตูออกมาทำให้ซานดึลเกิดอาการร้อนๆหนาวๆขึ้นมาทันที แต่ถึงกระนั้นคนตัวเล็กก็ยังยิ้มกว้างรับพลางปาดรอยคราบน้ำตาจากการร้องไห้เมื่อกี้ออกจากหน้าเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกต

“นึกว่าพ่อบ้านนายจะมาเปิดให้ซะอีก ดีจังที่นายไม่เป็นอะไร”

” สายตาคมกริบมองมานิ่งๆจนแทบทำให้ซานดึลกลายเป็นน้ำแข็งได้หากจ้องมองนานๆ บาโรยังคงไม่พูดอะไรกับเขาซักคำเหมือนเดิม เพียงแต่ยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงพลางจ้องมองเขาด้วยสายตาดุดัน ซานดึลจึงเหลือบมองไปที่มือคนตัวโตแทน

“ตั้งแต่ที่ฉันทำสารหกใส่นายได้ล้างมือหรือยังกงชานบอกว่ามันเป็นกรดแต่ก็เจือจางแล้ว ถ้านายไม่รีบล้างมันอาจจะกัดผิวนายได้นะ”

“ฉันเอาพลาสเตอร์มาให้นายด้วย เห็นครั้งก่อนนายบอกว่าอยากได้ลายสตรอเบอร์รี่สีชมพูฉันก็เลยซื้อมาให้ ชอบมั้ยล่ะน่ารักดีออกน้าาา ^^ มาพร้อมกล่องข้าวกลางวันที่นายลืมทิ้งไว้ที่โรงเรียนด้วย พักนี้ไม่ค่อยได้กินข้าวล่ะสิสมองด้านความจำก็เลยทำงานได้ไม่ดี ฉันว่านายควร

“พูดจบหรือยัง”

“อะ..อะไรนะ?” รอยยิ้มใสบนใบหน้าเหือดหายไปทันทีเมื่อได้ยินประโยคเย็นชาเมื่อกี้

“ล้อเล่นกับความรู้สึกฉันอย่างนี้คิดว่ามันตลกมากมั้ย!” เสียงบาโรเริ่มแข็งจนเกือบกลายเป็นตะโกนใส่

“พูดอะไรของนายน่ะ ใครเล่นกับ

 “เหอะนายควรจะคิดได้โดยไม่ต้องมาให้ฉันนั่งบอกนะ มาหาฉันถึงที่บ้าน เอาข้าวเอาพลาสเตอร์งี่เง่ามาให้ ทำตัวแสนดีสารพัดทั้งที่จริงๆนายเพิ่งจูบกับญาติอีกคนของฉันไปเนี่ยนะอีซานดึล!” บาโรก้าวออกมาจากประตูบ้านพลางดันซานดึลติดกำแพงด้วยความโมโห ซานดึลขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้เพราะมือใหญ่ที่ล็อคและความรู้สึกตกใจในขณะเดียวกัน

“นี่นายเห็นด้วยเหรอ…?” คนตัวเล็กหน้าซีดเผือดลงทันที

“นายคิดว่าฉันโง่เง่าตาบอดหรือไง คนยืนจูบกันทนโท่โจ๋งครึ่มอยู่หน้าบ้านมองจากระเบียงห้องฉันมาก็เห็นไปสามบ้านแปดบ้านแล้ว ไปพลอดรักกันที่อื่นนี่มันคงลำบากพวกนายมากสินะ!” มุมปากหยักเหยียดออกอย่างนึกเย้ยหยันสมเพชในตัวเอง ซานดึลส่ายหน้าไปมาพยายามจะพูดอธิบาย

“มันไม่ใช่อย่างนั้น ซอนอูจูบฉันก็จริงแต่

“นายไม่ต้องมาอธิบายให้ฉันฟังหรอก นายเองก็ไม่ได้มีความสำคัญมากพอที่ฉันจะต้องไปสนใจชีวิตนายเหมือนกัน แต่ที่ฉันโมโหก็เพราะพวกนายดันมาทำบัดสีบัดเถลิงอยู่หน้าบ้านฉันต่างหาก”

…!!!

มันไม่สำคัญงั้นเหรอที่ผ่านมาเขาไม่เคยมีความสำคัญกับบาโรเลยสินะ นั่นน่ะสิถ้าเป็นอย่างนั้นทำไมคนตรงหน้าเขาจะต้องมาสนใจว่าเขาจะไปทำอะไรที่ไหนกับใครด้วยล่ะ มีก็แต่เขานี่แหละที่คอยแอบใส่ใจเป็นห่วงคนที่ไม่ได้ชอบตัวเองอยู่ข้างเดียวมาตลอด ไม่ได้สำเหนียกเจียมตัวเองเลยอีซานดึล

“นายต้องการอะไรกันแน่ ทำตัวใสซื่อเข้ามาตีสนิทกับฉันอย่างนี้เพื่ออะไรฮะ!” บาโรบีบท่อนแขนบางแรงขึ้นเรื่อยๆทำให้ซานดึลเบ้หน้าด้วยความเจ็บปวด น้ำตาไหลพรากลงมาตามแก้มใสไม่ขาดสายเมื่อบาโรล็อคข้อมือเล็กให้ติดกับผนังแล้วออกแรงบีบให้มากยิ่งขึ้น

“บาโร ฉันเจ็บ

“เจ็บสิดี ฉันจะสั่งสอนให้นายรู้ว่าการที่นายหลอกลวงทำเป็นใสซื่อให้ท่าคนโน้นคนนี้ปั่นหัวเขาไปเรื่อยมันเป็นยังไง” มือหนาบีบแก้มนุ่มนิ่มตรงหน้าจนกรามปวดร้าวไปหมด

“ฮึกปล่อยฉันเถอะ ขอร้องล่ะ”

“บีบน้ำตาไปก็ไม่ได้ผลแล้วล่ะ ตอนนี้ฉันดูเกมนายออกหมดแล้ว มันก็แค่การแสดงกับมิตรภาพจอมปลอมที่นายสร้างขึ้นมาหลอกให้ฉันตายใจ”

“ฮือไม่ใช่..ไม่ใช่อย่างนั้น” ซานดึลพยายามดิ้นรนออกจากอ้อมแขนที่ใช้ดันตัวเขาให้ติดตรึงกำแพง ชาบาโรที่เขารู้จักไม่ใช่คนแบบนี้ใครก็ได้ช่วยเขาออกไปจากที่นี่ที

“ดิ้นทำไมล่ะชอบอย่างนี้นักไม่ใช่หรือไง เดี๋ยวฉันจะสนองความต้องการของนายให้เอง อย่ามาทำเป็นสำออยให้มากนักเลย” จมูกที่มีลมหายใจร้อนระอุเหมือนอารมณ์ข้างในเริ่มซุกไปตามซอกคอขาว ซานดึลพยายามใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีอยู่ผลักออกแต่ก็ไร้ผล ภาพพวกนักเรียนกุ๊ยที่เคยหาเรื่องเขาฉายทาบซ้อนขึ้นมาในความทรงจำทำให้คนตัวเล็กเริ่มร้องไห้หนักขึ้น

“อย่าปล่อยฉัน อย่ะ..อย่าทำ ฮึก!..ฮือ” ยิ่งดิ้นบาโรก็ยิ่งเพิ่มดีกรีการรุกล้ำร่างกายให้หนักยิ่งขึ้น จากที่เคยขบซุกไซ้ตามซอกคอริมฝีปากหนากลับบดขยี้เรียวปากนุ่มแล้วกดสัมผัสให้รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซานดึลทั้งผลักทั้งดันร่างสูงให้ออกห่างเพื่อให้เว้นพื้นที่ให้พอหายใจได้บ้าง แต่ยิ่งต่อต้านสัมผัสระห่ำนั้นก็ยิ่งฝังเน้นลึกประกบติดกับอวัยวะบนใบหน้าของเขา ประกบใกล้จนบาโรสัมผัสได้ถึงน้ำชื้นๆที่ไหลเปียกกับใบหน้าและไหล่ของตัวเอง

“นายไม่มีสิทธิ์ทำอย่างนี้กับใครทั้งนั้น เพราะนายเป็นของเล่นของฉันคนเดียว จำเอาไว้อีซานดึล!” บาโรบอกเน้นย้ำคำพูดกรีดแทงจิตใจที่ข้างหูก่อนจะกลับไปซุกที่ซอกคอเนียนตามเดิมเพราะสติที่ขาดผึงไปพร้อมอารมณ์ ซานดึลรวบรวมพละกำลังเฮือกสุดท้ายเพื่อผลักเขาออกจากตัวก่อนที่ฝ่ามือเล็กจะฟาดลงกับใบหน้าหล่อเข้มตรงหน้าเต็มแรง

เผียะ!

ชาบาโรหันหน้าไปตามแรงที่ถูกกระทำ แก้มข้างที่โดนฟาดรู้สึกชาดิกแต่ก็ไม่ได้เจ็บปวดเท่าภาพที่ร่างบางตรงหน้าเซทรุดลงกับกำแพงด้วยท่าทางหมดแรงเพราะต่อสู้กับสิ่งที่หวาดกลัวภายในจิตใจกับการกระทำของคนตรงหน้าอย่างหนัก ริมฝีปากนุ่มนิ่มดูแดงเจ่อเพราะสัมผัสบดขยี้รุนแรงไม่ปรานีเมื่อกี้ หน้าของซานดึลขาวซีดเผือดแต่มีนัยน์ตาแดงก่ำเพราะน้ำตาไหลพรากลงมาไม่ขาดสาย ในตอนนี้คนผมน้ำตาลเหมือนลูกนกตัวน้อยที่อยู่ในสภาพหวาดกลัวจากโลกภายนอกที่แสนโหดร้ายเกินที่จะอยู่ไหว

“ซานดึล” ก่อนที่สมองจะประมวลอะไรทันบาโรก็เผลอเรียกชื่อนั้นไปแล้ว คนร่างสูงใจอ่อนยวบลงทันทีเมื่อได้เห็นน้ำตาเม็ดเล็กๆที่ไหลกลิ้งผ่านแก้มนวล ลำตัวที่สั่นเทาเหลือบมองเขาอย่างผิดหวังแล้วกระเถิบหนีถอยห่างจนตัวแนบกับรั้วบ้าน

“ซานดึล นาย” มือเล็กปัดมือที่ยื่นเข้าไปเพื่อจะช่วยฉุดให้ลุกขึ้นออกอย่างแรง ใบหน้าใสซบลงกับเข่าแล้วร้องไห้สะอื้นออกมาอย่างหนักดูไม่เหมือนคนที่บาโรกล่าวหาเลยซักนิด

เหมือนคนใสซื่อบริสุทธิ์ที่ขวัญเสียเพราะเจอเรื่องแย่ๆที่ซัดกระหน่ำเข้ามาในเวลาเดียวอย่างไม่ทันตั้งตัว

“อย่าห้ามแตะตัวฉัน” ร่างบางสะอื้นไหวโยนพลางเอามือปิดหน้าที่ร้องไห้เอาไว้

“เป็ดฉันขอโทษ นายลุกขึ้นมาเถอะ” บาโรพยายามจะเข้าไปช่วยใกล้ๆด้วยความรู้สึกผิด แต่คนที่โดนทำร้ายก็ไม่ไว้ใจเขาเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

“นายพูดถูก ฉันมันก็แค่ของเล่นชิ้นหนึ่งของนายที่ผ่านมาฉันยอมให้นายทำอะไรกับตัวฉันก็ได้ แต่ครั้งนี้นายดูถูกฉันมากเกินไปแล้วชาบาโร” ซานดึลค่อยๆประคองตัวเองขึ้นมาอย่างยากเย็น ดวงตาเล็กฉ่ำน้ำตาจ้องมองคนตรงหน้าด้วยความผิดหวัง หัวใจของบาโรเต้นช้าลงเรื่อยๆคล้ายจะบีบอัดแตกเป็นเสี่ยงๆพอได้เห็นรอยนิ้วฟกช้ำแดงเป็นจ้ำๆบนแก้ม เนื้อตัวของคนตัวเล็กดูมอมแมมเพราะมัวแต่ดิ้นรนต่อสู้เอาตัวรอดจากเงื้อมมือของเขา

“วันนั้นที่ฉันมาค้างบ้านนายนายตั้งใจจะแกล้งจูบฉันใช่มั้ย”

คือ” บาโรอึกอักเงียบไป ซานดึลเม้มริมฝีปากอย่างสะกดอารมณ์เต็มที่แต่ก็ไม่สามารถทนเก็บความเสียใจข้างในไว้ได้ ที่ผ่านมาบาโรก็แค่เห็นเขาเป็นของเล่นชิ้นหนึ่งที่ขยี้ขยำแกล้งเล่นให้เจ็บยังไงก็ได้ การกระทำที่เผลอทำให้เขาใจเต้นแทบตายคนที่ทำเขาก็แค่ล้อเล่นกับความรู้สึกเขาเฉยๆ

ก็แค่ของเล่นชิ้นหนึ่งอย่างที่เขาพูดไว้ ไม่มีค่า ไม่มีความหมายอะไรจนคิดอยากจะทำลายมันเมื่อไหร่ก็ได้ โดยที่คนที่เล่นไม่ได้มีความรู้สึกเสียใจอะไรเลย!...

ของเล่นที่ชื่ออีซานดึลมันฝันสูงเกินไปจนคิดอยากจะกลายเป็นคนจริงๆที่เล่นกับเจ้าของของมันได้ ไม่ใช่สิ่งของที่ไร้ค่าแบบที่เป็นอยู่ แล้วมันก็ต้องเจ็บเพราะรู้ว่าเจ้าของไม่ได้รู้สึกอยากอยู่กับมันเท่าที่มันรู้สึก

“ฉันไม่ควรเลยไม่ควรรู้สึกไว้ใจนายอย่างนี้เลยบาโร สุดท้ายนายก็ทำกับฉันไม่ต่างอะไรจากไอ้พวกนั้น ที่นายมาช่วยฉันวันนั้นกับสิ่งที่นายทำกับฉันวันนี้มันหักล้างจนติดลบไปหมดแล้ว นายนั่นแหละที่หลอกให้ฉันไว้ใจว่านายไม่เหมือนกับพวกคนที่จ้องทำร้ายฉัน ฉันมันโง่เองที่ดันไปหลงเชื่อแล้วก็ชอบคนอย่างนาย!

“หะ..ฮะ!?” บาโรยืนนิ่งอึ้งด้วยความตะลึงกับสิ่งที่เพิ่งหลุดออกมาจากปากคนที่เขาทำร้ายเองกับมือ นี่ซานดึลชอบเขาเหรอ…?

“แต่ตอนนี้อย่าหวังเลยว่าแม้แต่เศษเสี้ยวความรู้สึกดีๆฉันก็จะมีให้นาย นายสร้างความรู้สึกแย่ๆด้วยการทำสิ่งเลวๆใส่ฉันจนทับถมความรู้สึกพวกนั้นหมดแล้ว เวลานี้มีอยู่ความรู้สึกเดียวเท่านั้นแหละที่ฉันมีให้นาย

“ฉันเกลียดนาย!!! เกลียดที่สุดเกลียดจนให้อภัยกับสิ่งแย่ๆที่นายทำไม่ได้อีกแล้ว หวังว่าเราคงไม่ต้องมาเจอกันอีกนะ เพราะถ้าเจอกันอีกฉันกลัวว่าจะทนเก็บความรู้สึกเกลียดนี้ไว้ไม่ไหว

“ฮึกลาก่อน ชาบาโร”

“ซานดึล!” บาโรพยายามจะรั้งมือเอาไว้แต่ซานดึลกลับสะบัดจนหลุดแล้ววิ่งหนีเขาไปขึ้นแท็กซี่ที่จอดรับอย่างรวดเร็ว เหมือนหัวสมองโพลนขาวไปหมดตั้งแต่ได้ทำสิ่งแย่ๆที่ว่านั้นลงลงไป นี่เขาทำบ้าอะไรกับซานดึลลงไป ชาบาโรคนนี้กำลังจะเป็นบ้าเพราะความรู้สึกผิดที่เกาะกินหัวใจจนหนาวเหน็บไปทั้งร่างกาย

ร่างสูงทรุดลงนั่งกับพื้นหน้าบ้านอย่างหมดเรี่ยวแรงไม่ต่างกัน พลาสเตอร์และกล่องข้าวกลางวันที่ซานดึลเอามาให้ตกลงกระจัดกระจายเต็มบริเวณถนนเป็นเครื่องย้ำเตือนความจำว่าเมื่อกี้เขาได้ทำสิ่งที่ไม่น่าให้อภัยอะไรลงไปบ้าง น้ำตาของคนสำนึกผิดไหลนองเต็มหน้าพลางหยิบของพวกนั้นขึ้นมาดูราวกับจะใช้มันเป็นตัวแทนของคนที่เขาทำร้ายลงไปเมื่อครู่นี้

ไม่มีแล้วใช่มั้ยความสัมพันธ์เก่าๆของพวกเขามันต้องจบลงแล้วจริงๆเหรอ จบด้วยน้ำมือของเขาที่เป็นคนทำลายมันลงจนแหลกสะบั้นด้วยตัวเอง จบแบบที่ไม่มีทางที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก

อีซานดึลฉันขอโทษ

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

.

.

ฉันเองก็รักนายเหมือนกัน….ช่วยยกโทษให้ฉันที

*********************************************

PS. มาอัพเต็มร้อยเปอร์เซนต์แล้วค่ะรี้ดที่เคารพรัก TwT ก่อนอื่นต้องขอโทษก่อนเลยที่หายไปนานมากกว่าปกติ ช่วงนี้เรายุ่งมาก ต้องทำซับ อัพเพจบ้าน หยุดเทศกาลปีใหม่ เรื่องเรียนเรื่องสอบที่เพิ่งเสร็จไปสดๆร้อนๆบลาๆ อ้อขอโทษอีกครั้งด้วยที่ปีใหม่ปุ๊บก็ต้อนรับด้วยตอนดราม่าเลย ชบาแลดูเลวได้ใจมาก แต่งออกมาเป็นอย่างนี้ได้ยังไงก็ไม่รู้ 555 ความจริงเราเอ็นดูบามากนะแต่อารมณ์มันพาไป ดึลก็รันทดน่าสงสารสุดๆ ส่วนจินชานอื้มมมม ก็อย่างที่เห็นว่ามาตรฐานของไรท์อยู่ตรงไหน ลำเอียงอย่างเห็นได้ชัด คึคึ -.,- ไว้จะมาอัพตอนหน้าหวานๆเป็นการไถ่โทษละกันเนอะ สุขสันต์วันปีใหม่นะคะรี้ดทุกคน มีความสุขต้อนรับปีใหม่กันให้มากๆนะค้าาา ^___^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

83 ความคิดเห็น

  1. #61 น้ำตาลเทียม (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 02:00
    พังมากๆเลย พังสุด อีโร่แกทำอะไรลงไป ดึลลี่เองก็ทำไม่ถูกนั่นจริง แต่แกจะใจร้ายเกินไปแล้วบาโรร ไม่คิดเลยว่าคู่บาดึลหรือทอมแอนด์เจอรี่จะดรามาขนาดนี้
    #61
    0
  2. #32 Funch (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2558 / 19:48
    มา25% แต่ความหวานกงยองคือเกิน100%ไปแล้วค่าไรท์

    สงสารชบา นั่งอยู่ท่ามกลางความรักอันฟรุ้งฟริ้ง อิจฉาเหมือนกันล่ะสิ

    กงยองก็นะ ทำตัวเหมือนโลกใบนี้มีกันอยู่แค่สองคน สงสารคนโสดบ้างงงงงง!!!!!

    เมื่อไหร่บาดึลจะกลับมาคืนดีกันนนน กลับมาทะเลาะกันเร็วๆนะ

    บาโรก็รู้ใจตัวเองได้แล้ว แล้วก็ไปง้อดึลลี่เป็ดหน้าหวานส่ะ



    สู้ๆๆๆๆค่ะ ทั้งสอบไฟนอลทั้งแต่งฟิคเลยนะ

    เราเห็นๆ ไรท์แต่งหน้านิยายใช้รูปได้น่ารักมาก ชอบๆๆ
    #32
    0