[Fic B1A4] My Hyung Neighbor นี่ผมไงจะใครล่ะฮะพี่ [JinChan]

ตอนที่ 18 : Chapter 18 : Baby Good night

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 142
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 ม.ค. 59

Chapter 18 : Baby Good night




กลิ่นหอมเลม่อนลอยมาจากห้องน้ำที่เปิดประตูอ้าซ่าอยู่ในบ้านหลังเล็กสีสดใสที่เจ้าของเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ได้ไม่กี่เดือน ข้างในห้องมีฟองสบู่เล็กๆลอยฟ่องจนปลิวตามลมออกมาข้างนอกเป็นบางส่วน หากเข้าไปดูข้างในก็จะเห็นผู้ชายตาเรียวผมแดงหน้าตาดีที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เตี้ยๆ มือขาวใช้ขยี้ทำความสะอาดสิ่งที่อยู่ตรงหน้าด้วยรอยยิ้มอายๆที่ดูกี่ทีก็ตัดสินใจไม่ได้ว่าเท่หรือน่ารักมากกว่ากัน

"มองอะไรนักหนา" ปากสีส้มหยักขยับว่าร่างบางที่นอนเอกเขนกอยู่ในอ่างอาบน้ำแห้งๆโดยยังใส่เสื้อผ้าอยู่ครบทุกชิ้น กงชานยิ้มพลางใช้ดวงตากลมกระพริบปริบๆมองคนที่สระผมให้ตัวเองอย่างขมีขมัน

"มองหน้าฮยอง"

"เออฉันรู้น่า แต่จะจ้องทำหน้าบ้องแบ๊วใส่ฉันอีกนานมั้ย" จินยองว่าพลางผลักหัวกลมที่เลยออกมานอกอ่างอย่างนึกหมั่นไส้ ฟองแชมพูสีขาวหยดลงมาที่พื้นเล็กน้อยแล้วจึงค่อยไหลลงท่อระบายน้ำไป

"นี่ก็หน้าเฉยๆของผมนะ"

"จะบอกว่าหน้าตัวเองดูแบ๊วโดยธรรมชาติว่างั้นเหอะ"

"ก็คงจะใช่ เพราะเวลาฮยองมองตาผมทีไรก็เห็นชอบอมยิ้มอยู่คนเดียวทุกที" ตากลมโตกระพริบปิ๊งๆพลางยิ้มใสให้รุ่นพี่ที่กำลังสระผมให้อยู่ จินยองละมือจากผมสีดำขลับเปียกๆตรงหน้าไปหยิบบางอย่างที่วางอยู่ใกล้มือแทน

"พูดมากเดี๋ยวเอาครีมนวดบีบใส่ปากเลยนี่ -_-//"

"โอ๊ะโอแย่จัง~ จินยองฮยองของเราเขินซะแล้ว ^^" เสียงหวานแซวไม่ขาดปากทำให้รุ่นพี่ผมแดงต้องกัดกระพุ้งแก้มกลั้นขำไปเพราะไม่อยากเสียฟอร์ม

"ฉันสระให้เสร็จก็รีบอาบน้ำเข้าล่ะ ใส่ชุดเปียกฝนนานๆเดี๋ยวเป็นหวัดเอา" จินยองวางขวดครีมนวดลงกับชั้นแล้วใช้น้ำจากฝักบัวล้างมือตัวเองรอให้ครบเวลานวดผม

"แล้วฮยองไม่อาบก่อนเหรอ?"

"ไม่ล่ะ เดี๋ยวรออาบต่อจากนาย"

"แต่ฮยองเปียกฝนมากกว่าผมอีกนะ เดินอุ้มผมมาตั้งนานกว่าจะยอมปล่อย -///-" กงชานเอาคางเกยอ่างอาบน้ำพลางพลิกหน้าแดงๆมามองจินยอง คนรุ่นพี่หัวเราะขำก่อนจะลูบหัวลื่นครีมนวดของไอ้หมาน้อยด้วยความเอ็นดู

"ฉันหัวแข็งจะตาย ไม่ได้เป็นหวัดง่ายๆเหมือนใครบางคนหรอก นายอาบก่อนแหละดีแล้ว" กงชานขมวดคิ้วพลางทำแก้มป่องอย่างขัดใจ

"ทำไมเราไม่เป่ายิงฉุบกันเหมือนเดิมล่ะฮะ ใครแพ้ก็อาบก่อนจะได้ตัดสินแฟร์ๆ"

"ไม่เอา เป่าทีไรก็แพ้นายทุกรอบ ไม่เห็นจะเคยชนะซักทีเลย" จินยองบ่น ปกติเวลาจะอาบน้ำเขากับกงชานมักจะเป่ายิงฉุบตัดสินกันว่าใครควรอาบก่อน แต่ตั้งแต่ที่ตั้งกฎนี้ขึ้นมาเขาก็ไม่เคยเอาชนะไอ้ลูกหมาได้เลยซักครั้ง เหมือนคนรุ่นน้องจะเดาใจถูกตลอดว่าเกมนี้เขาจะออกอะไร แล้วมันก็มักจะลงเอยด้วยการที่เขาเป็นฝ่ายแพ้แล้วก็ต้องอาบน้ำก่อนทุกครั้ง

แต่ครั้งนี้เขาอยากให้กงชานอาบก่อนก็เพราะกลัวเด็กน้อยจะเป็นหวัดเนื่องจากโดนละอองฝนมาไม่น้อย ก็เลยต้องยกเลิกเกมนี้ไปเป็นการชั่วคราว

"แต่ฮยองก็เป็นหวัดได้นี่ พี่เองก็ตากฝนหนักมาก่อนผมตั้งนานกว่าจะเข้ามาในร้านหนังสือไม่ใช่เหรอฮะ อาบก่อนเถอะ... เดี๋ยวผมออกไปเช็ดผมรอฮยองข้างนอกก่อนก็ได้" เรื่องอะไรล่ะ...กงชานก็เป็นห่วงฮยองสุดเท่ของเขาเหมือนกัน สภาพจินยองตอนที่เดินมาเจอเขาในร้านหนังสือก็ไม่ต่างอะไรจากคนตกสระน้ำทั้งตัวเท่าไหร่ แต่ติดที่ว่าตอนนั้นเขายังเสียใจอยู่ก็เลยไม่ยอมพูดแสดงความเห็นใจไปเท่านั้นแหละ

"ขี้เกียจอาบก็บอกมาเหอะไอ้ลูกหมาเน่า ครั้งก่อนที่มานอนบ้านฉันนายก็อยู่ดองซักแห้งใส่ชุดนักเรียนทั้งคืนไปหนหนึ่งแล้ว"

"ใครจะไปเหมือนฮยองล่ะฮะ เดินผ่านน้ำทุกเช้าก่อนไปโรงเรีย...แบละ! เอาแชมพูมาป้ายปากผมทำไมเนี่ย" เสียงใสโวยวายพลางขยับริมฝีปากยุกยิก ในขณะที่เจ้าของนิ้วที่แกล้งป้ายกลีบปากบางเอาแต่ขำจนตาหยี

"ก็นายพูดมากนี่ชานชิค ตอนอยู่ในร้านหนังสือใครก็ไม่รู้ยังงอนดิ้นไปดิ้นมาไม่ยอมพูดกับฉันอยู่เลย แล้วดูตอนนี้สิ..." ตาเรียวคมเหลือบมองร่างเพรียวสมส่วนที่หันมาค้อนขวับใส่เขา

"ตอนนี้ทำไมฮะ...? อ๋อ! จะบอกว่าผมพูดมากจนน่ารำคาญอีกล่ะสิ -^-"

"ไปติดเอานิสัยขี้งอนแบบนี้มาจากไหนนะ" คนผมแดงมองดูรุ่นน้องที่ทำหน้าบึ้งอย่างน่าเอ็นดู มือขาวเอื้อมไปหยิบฝักบัวที่ห้อยอยู่มาฉีดน้ำล้างครีมนวดออกให้อย่างรู้หน้าที่

"ก็รุ่นพี่ชอบทำให้ผมน้อยใจบ่อยๆเองนี่ฮะ"

"ระวังแล้วกัน งอนบ่อยๆอย่างนี้วันไหนฉันขี้เกียจง้อขึ้นมาแล้วนายจะรู้สึก"

"รุ่นพี่ไม่ขี้เกียจง้อผมหรอก เพราะทั้งชีวิตฮยองจะขี้เกียจอยู่แค่สองอย่าง" เสียงหวานพูดแจ้วๆอย่างมั่นใจระหว่างที่หลับตาพริ้มให้น้ำอุ่นๆไหลผ่านเส้นผม จินยองมองขนตาหนาที่เรียงต่อกันเป็นแพสวยบนแก้มปลั่งสีชมพูแล้วก็แอบอมยิ้มไม่ได้

"อะไรมั่ง"

"ขี้เกียจตื่นนอนกับจัดกระเป๋าไปโรงเรียนไง"

"ไม่ใช่แล้ว"

"ผิดเหรอ...ผิดตรงไหนฮะ?" ดวงตากลมลืมขึ้นมาทันทีพลางผงกหัวขึ้นมาด้วยความสงสัย

"ฉันไม่ได้ขี้เกียจตื่นนอน" จินยองบิดน้ำออกจากเส้นผมนุ่มเบาๆพลางหยิบผ้าผืนเล็กมาซับผม

"จะไม่ขี้เกียจได้ไง ผมมาปลุกฮยองทีไรก็ไม่เห็นฮยองจะยอมลุกง่ายๆซักวัน" กงชานย่นคิ้วพลางเงยหน้าขึ้นสบตาจินยองที่เริ่มจะหน้าแดงขึ้นมาทีะน้อย คิ้วสวยยิ่งขมวดเป็นปมเข้าไปใหญ่เมื่อเห็นคนรุ่นพี่หลุดขำหึๆอยู่คนเดียว

"มีอะไรน่าขำเหรอพี่จินยอง?"

"ขำลูกหมาเจ้าเล่ห์ที่ดันมาซื่อบื้อไม่เข้าเรื่องอย่างนายไง"

"ง่า...ผมซื่อบื้อตรงไหนกัน บอกผมมาเดี๋ยวนี้เลยนะ" หน้าหวานหันมาจ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง เห็นจินยองยิ่งหัวเราะขำก็ยิ่งเพิ่มดีกรีความสงสัยเข้าไปกันใหญ่

"พี่จินยองงงง~ ตกลงมันเรื่องอะไร" กงชานเขย่าตัวรุ่นพี่ไปมาพร้อมส่งเสียงอ้อน

"ไม่เอา บอกนายก็รู้หมดสิ"

"ไม่บอกงั้นผมก็ไม่อาบน้ำนะ จะใส่ชุดนี้ทั้งคืนให้ปอดบวมตายไปเลย"

"แล้วแต่นายนะ อยากดื้อไม่อาบน้ำตัวเหม็นฉึ่งอย่างนั้นก็ตามใจ"

"แต่ผมก็จะเป็นหวัด แล้วพอเป็นหวัดหนักๆเข้าผมก็จะตาย พอผมตายทีนี้ไม่มีใครคอยอยู่อ้อนฮยองอีกแน่" กงชานจับขอบอ่างอาบน้ำไว้แน่นอย่างไม่ยอมแพ้ จินยองกระตุกยิ้มอย่างเหนือชั้นกว่า

"แล้วไง...ถ้าตายนายก็จะไม่ได้กินของอร่อยๆกับครีมนมฝีมือฉันแล้วเหมือนกัน" ตาแป๋วของคนตรงหน้ากระพริบปริบๆเหมือนพยายามจะหาทางออกให้ตัวเอง

"แต่...ฮยองก็จะไม่มีทางได้แต่งเพลงให้ใครแล้วนะ ผมไม่อยู่ฮยองจะแต่งให้ใครล่ะจริงมั้ย" หมดข้อเถียงแล้วสินะถึงได้เอาเรื่องนี้มาอ้าง

"เยอะแยะจะตาย แต่งให้ชินวูไง...หรือบางทีฉันอาจจะเจอเด็กคนใหม่ในร้านหนังสือที่น่ารักกว่านี้แล้วก็ขี้งอนน้อยกว่านายก็ได้"

"มะ..ไม่จริงอ่ะ ฮยองโกหก" เด็กน้อยเริ่มปากเบะพลางส่ายหน้าไปมาทำให้จินยองอยากแกล้งยั่วมากกว่าเดิม

"จริงสิ ถ้าเจอฉันก็จะให้เขานั่งตักนุ่มๆ อ่านนิทานให้ฟังทุกคืน ทำอาหารอร่อยๆให้กินเวลาเลิกเรียน ตามใจคนคนนั้นให้มากพอๆกับนาย เพราะว่าเขาเป็นเด็กดีคนใหม่ของฉันไง"

"...ฮยองไม่มีทางทำอย่างนั้นใช่มั้ยฮะ" ริมฝีปากสีกุหลาบเริ่มงุ้มลงทำท่าเหมือนจะร้องไห้

"เปล่าเลย ถ้าเจอจริงๆฉันก็จะทำแบบที่พูดนี่แหละ เด็กดื้อไม่ยอมอาบน้ำแบบนายใครจะอยากเข้าใกล้ล่ะ"

หลอกเด็กน้อยเสร็จจินยองก็ลุกขึ้นยืนเช็ดมือก่อนจะเดินออกไปจากห้องน้ำแล้วปิดประตูให้ ถ้าไม่พูดอย่างนี้กงชานคงไม่มีทางยอมอาบน้ำก่อนเขา เมื่อกี้ก็เกือบแพ้สายตาแป๋วๆกับท่าทีขี้อ้อนนั่นไปแล้ว ส่วนเรื่องน้อยใจเดี๋ยวเอาไว้เคลียร์กันหลังจากนี้ก็ได้ ตอนนี้ขอแค่ให้ไอ้หมาน้อยไม่ดื้อยอมอาบน้ำก่อนเขาก็พอ

ซ่าาา~

ปากหยักสีส้มสวยคลี่ยิ้มขำเมื่อได้ยินเสียงน้ำจากฝักบัวที่เปิดมาจากข้างใน ในที่สุดลูกหมาก็คิดได้แล้วตกหลุมพรางเขาอีกรอบแล้ว ดูเผินๆกงชานเหมือนจะเป็นเด็กเจ้าเล่ห์ในตอนที่เจอกันแรกๆ แต่ไปๆมาๆคนผมดำก็กลายเป็นหมาน้อยขี้อ้อนแสนงอนที่ยอมตกหลุมพรางตื้นๆกับเรื่องไม่เป็นเรื่องของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ถ้าถามว่าชอบอย่างไหนมากกว่ากันเหรอ...อืมมม

รักหมดแหละ...ต่อให้ขี้งอนช่างประชดมากกว่านี้จินยองก็รับมือไหว ขอแค่ได้ดูแลไอ้หมาน้อยกงชานชิคขี้อ้อนตัวนี้ตลอดไปก็พอ

จินยองเดินไปหยิบเค้กวันเกิดที่บาโรแขวนทิ้งไว้ที่หน้าบ้านเขาออกมาจากกระเป๋าเป้เตรียมใส่ตู้เย็นไว้ให้ระหว่างที่รอเจ้าของวันเกิดอาบน้ำเสร็จ แต่ก็อดที่จะถือวิสาสะอ่านการ์ดที่ห้อยไว้กับกล่องเค้กด้วยความอยากรู้ไม่ได้ มือจึงเปิดแผ่นกระดาษที่พับสองทบเขียนข้อความยาวๆเอาไว้อย่างไม่ลังเลใจ

 

ฉันเอาของขวัญวันเกิดมาให้นายแล้วนะ ไม่ใช่เค้กนี่หรอกเพราะไอ้เป็ดดึลเป็นคนทำให้นายคนเดียว ถ้านายได้รับของขวัญชิ้นนั้นเมื่อไหร่ก็แปลว่านายคงหายเศร้าแล้วล่ะ ขอให้คืนดีรักกับของขวัญชิ้นนั้นนานๆ

ปล. อย่าทำตัวเป็นนางเอกละครน้ำเน่าอย่างนี้อีกนะเว้ยไอ้ชานชิคกี้ ฉันขี้เกียจต้องมาคิดแผนให้แกคืนดีกับรุ่นพี่อีก เหนื่อยชิบเป๋ง!

 

อ่านจบจินยองก็อดขำกับนิสัยห่ามๆของเพื่อนคนขี้งอนไม่ได้ การ์ดอะไรของมันวะ ไม่เห็นจะมีคำอวยพรวันเกิดซักประโยคตั้งแต่อ่านมา แถมก่อนจบยังมีการว่าบ่นส่งท้ายอีก สมแล้วกับที่เป็นชาบาโรกระรอกฟันยื่นเพื่อนตายของไอ้ลูกหมาเขา คบเป็นเพื่อนกันมาได้ยังไงตั้งนาน...นิสัยก็ไม่ได้ใกล้เคียงกันเลย

แกร๊ก

เสียงประตูห้องน้ำเปิดออกมาพร้อมกับใบหน้าเรียบเฉยบึ้งตึงของเด็กน้อยผมดำที่เดินดุ่มๆออกมาจากห้องน้ำโดยไม่สนใจเขาที่นั่งอยู่บนเตียงเลยซักนิด ผมเปียกๆลู่ลงมาตามใบหน้าใสจนดูตลกแต่ร่างบางก็ไม่ได้สนใจที่จะเอาผ้าเช็ดผมที่เขาให้ไว้เมื่อกี้เช็ดให้เรียบร้อย หางตาเหลือบมองมาทางเขาเล็กน้อยก่อนจะเชิดหน้าบึ้งๆกลับไปแล้วนั่งลงแถวปลายเตียงอีกฟากแทน คงเป็นเพราะโกรธหรือไม่ก็ยังงอนกับเรื่องในห้องน้ำเมื่อกี้อยู่แหงๆ คนผมแเดงจึงแกล้งวางเค้กไว้แถวนั้นแล้วหยิบผ้าเช็ดตัวของตัวเองที่เตรียมไว้ก่อนหน้านั้นเข้าไปอาบน้ำต่อโดยไม่สนใจเช่นกัน

กงชานหันหน้ากลับไปทางห้องน้ำเมื่อแน่ใจว่าประตูถูกปิดลงแน่แล้ว ลมหายใจถูกถอนออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะเบะปากออกเมื่อเห็นจินยองไม่ได้แสดงความสนใจตัวเอง ใช่สิ! ตอนนี้เขามันก็แค่ลูกไก่ในกำมือของรุ่นพี่ เป็นลูกหมาที่เขาซื้อมาด้วยความเอ็นดูเพราะเห็นว่าน่ารักในตอนแรก พอโตขึ้นมาทำนิสัยไม่ถูกใจเขาจะเอาไปทิ้งหรือหาตัวอื่นที่น่ารักมาเลี้ยงแทนใหม่เมื่อไหร่ก็ได้

เกลียดพี่จินยองแล้ว...ฮยองนิสัยไม่ดี เจ้าชู้ ขี้หลี ทำไมถึงเป็นคนอย่างนี้ไปได้นะมีการยอมรับเองซะด้วยว่าเจอคนใหม่ที่น่ารักแล้วก็นิสัยดีกว่าเขาที่ร้านหนังสือเดียวกัน อยากทำอะไรก็ทำไปเลย คงจะถือว่ายังไงเขาก็คงเปลี่ยนใจไปหาคนใหม่ไม่ได้อยู่แล้วใช่มั้ยถึงได้ทำตัวลั้นลามากขึ้นทุกวัน

ตากลมปรายสายตามองไปยังเค้กที่วางอยู่แถวโต๊ะตรงหัวเตียง ไม่รอช้า...ช่วงเวลาหงุดหงิดอย่างนี้มีแค่ของหวานนี่แหละที่ช่วยได้ กินเสร็จก็จะกลับบ้านแล้ว ไม่อยู่ให้เสียอารมณ์หรอก ชิ! -^-

กงชานตักเค้กเข้าปากอย่างหงุดหงิด ไม่ได้รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกินไปถึงครึ่งก้อนใหญ่ๆตั้งแต่เมื่อไหร่เพราะมัวแต่คิดเรื่องที่จินยองพูดตอนอยู่ในห้องน้ำ จนไม่ทันได้สังเกตว่าคนรุ่นพี่ได้อาบน้ำเสร็จและยืนมองจากข้างหลังมาได้พักใหญ่แล้ว จินยองมองพลางส่ายหน้ากับนิสัยน่ารักของหมาน้อยด้วยความขบขัน ครั้งก่อนที่โกรธเขาก็ยัดมาร์ชแมลโล่เข้าปากได้เป็นถุง พอมาครั้งนี้ก็ยัดเค้กวันเกิดตัวเองเข้าปากไปอีกครึ่งก้อนใหญ่ๆ ตัวก็บางนิดเดียวไม่น่าเชื่อว่าพอโกรธแล้วจะกินได้อย่างกับพายุเข้า

"อ้วน" จินยองทิ้งตัวลงนั่งข้างๆบนเตียงพลางยิ้มให้ กงชานเหลือบส่งสายตาพิฆาตมาให้ก่อนจะเคี้ยวเค้กที่อยู่ในปากต่อไปอย่างไม่สนใจ

"ทำไมไม่เช็ดผมฮึไอ้ลูกหมา เดี๋ยวก็ได้เป็นหวัดจริงๆจนได้" มืออุ่นรวบผ้าที่พาดอยู่บนไหล่บางยีผมสีดำนุ่มให้อย่างเอาใจ ถึงเวลาที่ต้องง้อเด็กขี้งอนจริงๆจังๆซะที

"ฮยองต้องมาเดือดร้อนทำไม ผมตายก็ไปหาลูกหมาตัวใหม่มาเลี้ยงก็จบ" ร่างบางสะบัดหัวพลางกระเถิบออก

"หาที่ไหนล่ะ?"

"ในร้านหนังสือไง เด็กดีคนใหม่ของฮยอง"

"ฮ่าๆ" จินยองกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่กับท่าทางของคนตรงหน้า ตาแป๋วหันมาสบตาเขาอย่างเคืองๆ

"ผมตายก็เป็นเรื่องน่าตลกสินะ" กงชานกอดอกมองคนรุ่นพี่ด้วยแววตาน้อยใจทำให้จินยองต้องรีบกลับลำแก้ตัวด้วยการเช็ดผมให้รุ่นน้องต่อไป

"ถ้าฉันอยากให้นายตายคงไม่พูดอย่างนั้นให้นายยอมไปอาบน้ำก่อนหรอกไอ้เด็กบ๊อง เคยรู้อะไรบ้างมั้ยเนี่ย ^^"

“พี่จะไปทำอะไรก็ไปทำเถอะ ไม่ต้องมาอยู่ดูแลผมหรอก ผมก็เจอฮยองคนใหม่ที่ร้านหนังสือแล้วเหมือนกัน -^-” ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้กงชานพูดไปแบบนั้น อาจเพราะอยากเกทับฮยองบ้างล่ะมั้งแต่ก็ดูเหมือนจะไม่เป็นผลเท่าไหร่เพราะจินยองก็ยังยิ้มร่าอยู่เหมือนเดิม

“เหรอ แล้วเขาเท่เท่าฉันมั้ย ^^

“แน่นอน เท่กว่า หล่อกว่า ย้อมผมสีม่วง ตัวหอมกลิ่นเอ่อ..แอปเปิล แล้วก็เล่านิทานเก่งกว่าฮยองเป็นไหนๆ” กงชานพยายามจะนึกเรื่องให้ดูสมจริงมากที่สุด

“แล้วฮยองคนนั้นตรวจการบ้านเก่งเท่าฉันหรือเปล่า” สายตาเจ้าเล่ห์เหลือบมองหน้าคนในอ้อมแขนที่ทำหน้าแดงๆพลางแกล้งกระเถิบหน้าเข้าไปใกล้ นานๆได้แกล้งไอ้หมาน้อยซักทีขอเอาซักนิดหนึ่งเถอะวันนี้

“อย่าเข้ามานะ!” คนปากเก่งรีบก้มหน้างุดทันทีด้วยความตกใจ  จินยองยิ้มขำ

“ปกตินายหลอกได้เนียนกว่านี้นี่นาชานชิค ทำไมวันนี้สกิลตกได้ล่ะ ^^” จินยองคล้องแขนแกร่งไว้ที่คอของกงชานแล้วดึงเข้ามาเช็ดผมใกล้ๆ

“ผมพูดเรื่องจริงนะ ฮยองทำใจยอมรับไม่ได้ล่ะสิเลยไม่ยอมเชื่อ!

“กงชานนน” คนรุ่นพี่ส่ายหน้ายิ้มๆพลางดุนจมูกคนขี้น้อยใจไปมาจนเจ้าตัวต้องย่นคอหนี “จมูกจะยาวเป็นพิน็อกคิโออยู่แล้วยังจะโม้ต่ออีก”

“ฮยองไม่หึงผมบ้างเลยเหรอฮะ”

“หึงทำไม? ดูก็รู้ว่านายไม่ได้พูดความจริง นายเองก็น่าจะดูออกนะว่าฉันเคยเจอเด็กดีคนใหม่ในร้านหนังสือที่ไหนกัน”

"ตกลงพูดเล่นเหรอ" กงชานช้อนสายตาหวานขึ้นมองหน้าเขาอย่างมีความหวัง

"อืม แฟนน่ารักอย่างนายหาไม่ได้ง่ายๆหรอก" หน้าจินยองแดงขึ้นอีกครั้งเมื่อพูดจบ ต่อให้หัดพูดแบบนี้แทบตายยังไงมันก็ไม่รู้สึกชินอยู่ดีนั่นแหละ คนตาแป๋วยิ้มพราวอย่างดีใจก่อนจะปรับสีหน้าได้เป็นคนละคนทันที

"แปลว่าไม่มีคนอื่นน่ารักกว่าผม?"

"อืม ไม่เคยเจอเลย ถึงน่ารักกว่านายฉันก็รักไม่ได้แล้ว" จินยองช่วยเช็ดผมเปียกๆของคนตรงหน้าอย่างเบามือ คนที่ถูกชมว่าน่ารักรีบยิ้มหน้าบานหยิบผ้าเช็ดผมอีกผืนมาเช็ดผมให้เขาเช่นกัน

"แล้วพูดหลอกผมอย่างนั้นทำไมฮะ"

"เป็นห่วง...อยากให้นายรีบอาบน้ำก่อน กลัวนายจะไม่สบาย" จินยองพยายามที่จะไม่พูดตะกุกตะกักสุดความสามารถ แต่ไอ้ความขี้อายกับนิสัยซึนๆขี้เก๊กอย่างนี้มันหายได้ง่ายๆซะเมื่อไหร่ล่ะ

"ฮยองก็ต้องเป็นห่วงตัวเองบ้างนะ งั้นทีหลังเราก็แก้ปัญหาอาบพร้อมกันไปเลยดีมั้ย ^^"

"ไอ้เด็กทะลึ่ง หยุดอ้อล้อบ้างก็ดีนะนายน่ะ =///=*" จินยองดันหัวทุยที่เช็ดผมให้อยู่ไปข้างหน้า กงชานยิ้มหัวเราะพลางตะแคงหน้าใช้ตาใสแจ๋วกระพริบใส่เขาตามแบบฉบับ

"มีอะไรให้น่าอายล่ะฮะ ฮยองก็ผู้ชาย ผมก็ผู้ชาย~"

"นี่ๆ ไม่เอา ไม่เล่นอย่างนี้แล้ว..." จินยองร้องห้ามอย่างขำๆเมื่อจู่ๆกงชานก็กระเถิบขึ้นมานั่งบนตักเขาได้หน้าตาเฉย สายตาเจ้าเล่ห์ของหมาน้อยเหลือบมองอย่างไม่น่าไว้วางใจพลางเกลี่ยผมสีไวน์บนหน้าผากเขาอย่างยั่วยวน

"กะ..กงชาน"

"ไม่เสียงสั่นสิพี่จินยอง ^^" นิ้วเรียวเขี่ยเส้นผมที่ระปิดคิ้วเขาอยู่พลางหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นใบหน้าเต็มๆของฮยอง

อยากจะบ้าตายเพราะไอ้ลูกหมานี่จริงๆ... T_T

"พอเปิดเห็นคิ้วอย่างนี้แล้วดูเหมือนเป็นคนละคนกันเลย ฮยองนี่แอบคิ้วสาหร่ายเหมือนกันนะเนี่ย" มือเล็กประคองใบหน้าเขาไว้พลางจ้องพิจารณาโครงหน้าที่ดูแปลกไปกว่าเดิม นิ้วชี้ค่อยๆลากวาดคิ้วหนาบนใบหน้าของเขาอย่างซุกซนจนคนรุ่นพี่เหลือบสังเกตเห็นสิ่งที่รุ่นน้องสวมใส่อยู่

"นึกยังไงเอาเสื้อกับกางเกงฉันมาใส่?" จินยองทักเมื่อเห็นเสื้อยืดสีสดตัวโคร่งกับกางเกงวอร์มปุๆที่เขาชอบใส่นอนบ่อยๆไปอยู่บนร่างบางของอีกคนซะได้

"เห็นฮยองชอบใส่บ่อยๆ คิดว่าน่าจะใส่สบายดีเลยลองหยิบมาใส่ดู มันดูเป็นยังไงเหรอฮะ?" กงชานก้มลงมองตัวเองเพราะชักจะเสียเซลฟ์ที่โดนทัก

"ตัวมันหลวมไป เห็นไปถึงไหนต่อไหนหมดแล้ว" จินยองจับคอเสื้อที่คว้านลึกให้กระเถิบไปข้างหลังอย่างคร่ำเคร่งทำให้กงชานมองดูแล้วหัวเราะตาม

"หัวโบราณซะด้วย ^^"

"ไปเปลี่ยนใหม่ดีกว่ามั้ง เสื้อผ้านายที่อยู่ในตู้นั่นก็มีตั้งเยอะ ใส่สบายเหมือนๆกันแหละ" จินยองยังไม่ล้มเลิกที่จะจัดเสื้อผ้าของกงชานให้มันดูเข้าที่เข้าทาง

"ไม่เอา ใส่ตัวนี้แล้วรู้สึกเหมือนผมเป็นส่วนหนึ่งของฮยอง" คนบนตักเขายังคงรั้น

"มันเกี่ยวกับเสื้อผ้าที่ไหนล่ะ -///- ที่นายมานั่งคร่อมบนตักฉันจนจะสิงร่างได้อย่างนี้มันยิ่งกว่าเป็นส่วนหนึ่งอีก"

"ผมรู้ ^^"

"รู้ก็ไปเปลี่ยนได้แล้ว ฝนตกอากาศเย็นอย่างนี้ยังจะใส่เสื้อบางๆอีก เดี๋ยวฉันไปเลือกชุดให้ก็ได้ถ้านายขี้เกียจเดินนักล่ะก็"

"ไม่เปลี่ยน ตัวนี้ก็ใส่สบายดีแล้ว หนาวเดี๋ยวค่อยกอดฮยองเอาก็ได้" พูดง่ายเนอะเด็กสมัยนี้ -_-^

"อย่าดื้อได้มั้ยชานชิค น้ำบนหัวก็หยดเปียกเสื้อจนแนบเนื้ออย่างนี้ไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือไง"

"ไม่นี่ แล้วฮยองรู้สึกอะไรเหรอฮะ" คิ้วบนหน้าใสกระดกขึ้นพลางจ้องหน้าเขา

"ถะ..ถามมากน่า บอกว่าให้ไปเปลี่ยนก็เปลี่ยนไปเถอะ!"

"ฮั่นแน่ะ...ผมเซ็กซี่ละซี่~ กลัวห้ามใจตัวเองไม่ไหวเหรอฮะ ^___^" ร่างโปร่งโอบรอบคอแนบชิดเข้าใกล้พลางสะบัดผมเปียกหอมใส่เขาจนดูยุ่งฟู ริมฝีปากบางเผยอออกพลางทำสีหน้ายั่วจนจินยองต้องหลับตาปี๋

"หลับตาทำไมฮะพี่จินยอง" เสียงหวานกระซิบแผ่วจงใจแกล้งจะยั่วเขาชัดๆ

"น้ำจากผมนายมันกระเด็นเข้าตาฉันเว้ย! ><"

"เหรอฮะ เดี๋ยวเช็ดให้นะ" หมาน้อยสัมผัสริมฝีปากลงบนเปลือกตาของเขาอย่างอ้อยอิ่ง จนหัวใจจินยองเต้นรัว

"เอาคืนที่ฮยองเช็ดน้ำตาให้ผมเมื่อเย็นแล้วกัน" เสียงใสหัวเราะขึ้นมาพลางยิ้มให้ จินยองได้แต่ทำหน้ายู่ด้วยความเจ็บใจ

"ไปเปลี่ยนเสื้อได้หรือยัง"

"บอกมาก่อนสิว่าผมเซ็กซี่"

"เออ นายเซ็กซี่มากกกกก" คนผมแดงแกล้งลากเสียงยาวประชด "ลงไปจากตักฉันได้แล้ว"

"ยัง บอกมาก่อนว่าที่ความจริงฮยองไม่ได้ขี้เกียจตื่นนอนหมายความว่ายังไง"

"ไอ้ลูกหมานี่! ได้คืบจะเอาศอกเชียวนะ -*-"

"ก็ถ้ามันไม่มีอะไรเสียหายก็ไม่เห็นต้องอายเลยนี่นา" นิ้วชี้เรียวใช้ม้วนเส้นผมที่ลงมาปรกหน้าเขาพลางยิ้มละไมให้ จินยองถอนหายใจด้วยความหนักใจกับตัวเองก่อนจะพูดเบาๆ

"ไม่ตื่นก็เพราะอยากให้นายปลุกไง (_ _;;)"

"ปลุกแบบกระโดดทับน่ะเหรอ"

"นายก็รู้นี่ว่าแบบไหน T///T" จินยองโพล่งขึ้นมาด้วยความเขิน กงชานหัวเราะออกมาอย่างเป็นต่อก่อนจะยื่นริมฝีปากบางเข้ามาใกล้เพื่อสาธิตให้ดู

"อ๋อ สงสัยจะอย่างนี้" ลมหายใจหอมๆกลิ่นยาสีฟันสตรอเบอร์รี่คลอเคลียอยู่ใกล้ๆแล้วยื่นริมฝีปากสีสวยเข้าไปจนห่างกันไม่ถึงฝ่ามือบัง เหมือนมีแรงดึงดูดจากใบหน้าของกันและกันมากขึ้นเรื่อยๆจนอดที่จะขยับเข้าใกล้กันให้มากขึ้นไม่ไหว จมูกโด่งเอียงแตะเฉียดเตรียมที่จะแลกเปลี่ยนสัมผัสหวานหากไม่มีเสียงนี้ดังขึ้นมาเสียก่อน

พูดือรอบเก มูดืออิทเก ตัทตือฮาเก~

จินยองละจมูกโด่งออกจากใบหน้าใสแล้วเอื้อมตัวไปหยิบสมาร์ทโฟนบนหัวเตียงตัวเองอย่างรู้สึกเสียดายนิดๆ กงชานถอนหายใจยาวออกมาพร้อมทำหน้าเซ็งก่อนจะผละตัวออกจากตักเพื่อไปเปลี่ยนเสื้อตามที่สัญญาไว้ จินยองจะได้คุยโทรศัพท์ได้สะดวกขึ้นกว่าเดิมด้วย

"ครับพ่อ" เสียงรุ่นพี่ที่คุยกับคนในโทรศัพท์ดูเคร่งเครียดตั้งแต่คำแรกที่รับสาย กงชานเลือกชุดในตู้เสร็จพอดีเลยไม่ได้อยู่ฟังจนจบจึงได้แต่ยิ้มให้ฮยองก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป

บางทีก็นึกเกลียดเสียงตัวเองเวลาที่มาขัดในช่วงเวลาเกือบสุขอย่างนี้จริงๆ -___-^ ว่าแต่พ่อของพี่จินยองโทรมาเหรอ? จากต่างประเทศเลยเนี่ยนะ สงสัยจะคิดถึงหรือไม่ก็มีธุระสำคัญจริงๆเพราะร้อยวันพันปีก็ไม่เคยเห็นครอบครัวรุ่นพี่จะติดต่อมา

แล้วทำไมเสียงพี่จินยองตอนที่คุยดูไม่ค่อยดีใจเท่าไหร่เลย...

กงชานส่ายหัวกับความคิดเยอะของตัวเองอยู่หน้ากระจกมัวๆจากละอองไอน้ำในห้องน้ำ มือบางจัดการถอดชุดแล้วเปลี่ยนเป็นชุดใหม่จนเสร็จตามความต้องการของคนรุ่นพี่แล้วแถมโปรโมชั่นแปรงฟันให้ด้วยเพราะเมื่อกี้ก็เพิ่งจะกินเค้กไปหยกๆแล้วยังไม่ได้ทำความสะอาดช่องปาก จนเสียงคุยโทรศัพท์ข้างนอกเหมือนจะจบลงก็เป็นเวลาพอดีกับที่คนผมดำบ้วนปากเช็ดหน้าเช็ดตาเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงแง้มประตูเดินออกมา

จินยองยังคงนั่งอยู่บนตำแหน่งเดิมบนเตียง สีหน้าของคนรุ่นพี่อยู่ในสภาพที่เดาอารมณ์ยากต่างจากก่อนที่เขาจะเข้าไปเปลี่ยนชุดลิบลับ น้ำเสียงที่ฟังดูเคร่งขรึมเมื่อครู่เทียบกันไม่ได้เลยกับใบหน้าเหม่อลอยเดาอารมณ์ไม่ถูกแบบที่เป็นในตอนนี้ พอกงชานเข้าไปนั่งใกล้ๆจินยองก็เหมือนจะฝืนยิ้มออกมาได้อย่างแนบเนียน

"ไงเบ็นเท็น ^^" ไม่ต้องแปลกใจหรอกว่าทำไมจู่ๆจินยองถึงได้ทักแบบนั้น ก็เพราะไอ้ชุดนอนที่กงชานใส่อยู่ในตอนนี้มันสกรีนลายการ์ตูนยอดฮิตของเด็กน้อยเอาไว้เต็มเสื้อเสียจนไม่มีที่ว่าง

"เปลี่ยนอย่างนี้โอเคขึ้นมั้ย" กงชานคลี่ชุดให้ดูตึงขึ้นพลางมองหน้าคนผมแดงรอคำตอบ

"น่ารักดี ไหนแปลงร่างให้ดูหน่อยซิ"

"ชูแว้บบบ~ ตลกละฮยอง" กงชานรับมุกพร้อมใช้มือผลักคนข้างๆที่ขำกับมุกตัวเอง จินยองจึงถือโอกาสฉวยมือบางเข้าไปดูใกล้ๆ

"หายเจ็บหรือยัง" ตาคมมองหน้าเจ้าของมือพลางกดสัมผัสเบาๆ

"ถามอีกแล้วนะ พี่ก็เพิ่งถามผมไปตอนที่อยู่ในร้านหนังสือเองไม่ใช่เหรอ"

"ก็ตอนนั้นมันคนละเวลากับตอนนี้ หายเจ็บหรือยัง?" จินยองถามซ้ำทำให้คนผมดำทำหน้ามุ่ยเพราะความปวด

"รายงานตั้งร้อยห้าสิบหน้านะฮยอง มันคงไม่หายเจ็บภายในสองสามชั่วโมงหรอก" แต่เห็นทีตอนที่งอนล่ะทุบเขาเอาๆ -_-^

"มานั่งนี่มา" จินยองตบที่ตักตัวเองพลางดึงร่างบางที่แทบจะกระโดดผลุงเข้าหาเขาทันทีที่ได้ยินเสียง สัมผัสน้ำหนักกดลงที่หน้าขาทีละนิดตามมวลร่างกายก่อนที่รุ่นพี่ผมแดงจะหยิบขวดแก้วใบเล็กๆรูปร่างแปลกตาบนหัวเตียงแล้วใช้นิ้วป้ายสิ่งที่บรรจุอยู่ข้างใน

"อะไรฮะ?" กงชานมองตามนิ้วคนรุ่นพี่

"ยาหม่อง แม่ฉันซื้อมาฝากตอนไปทำงานที่ไทย เห็นคนที่โน่นบอกว่ามันทานวดแก้ปวดเมื่อยได้ดี" ระหว่างที่อธิบายมืออุ่นก็ทายาลงบนมือบางอย่างอ่อนโยน สัมผัสเย็นจากเนื้อยาที่โดนผิวหนังทำให้กงชานตัวกระตุกเล็กน้อยด้วยความไม่เคยชิน

"กลิ่นเหมือนคนแก่เลยอ่ะ" ทำท่าดมจมูกฟุดฟิดพลางแกล้งทำเป็นจะงับนิ้วคนที่ทายาให้

"อยากโดนยาป้ายปากแทนมั้ยล่ะ?" จินยองชักมือกลับทันพลางหัวเราะ

"ไม่ชอบกลิ่นมันเลยฮยอง ได้กลิ่นแล้วเวียนหัว" กงชานทำหน้ายี้ใส่เมื่อได้ดมมือตัวเองแล้ว

"แพ้ท้องป่ะเนี่ย ^^"

"บ้าเหรอฮะ! จะไปท้องกับใครได้ล่ะ ผมยังใสซื่อบริสุทธิ์ผุดผ่องเป็นยองใยไร้สารสังเคราะห์ร้อยเปอร์เซนต์นะพี่จินยอง"

"เหรอ แล้วบอกฉันเพื่อ?" จินยองเลิกคิ้วใส่คนบนตักพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ จมูกโด่งสวยของกงชานโน้มเข้ามาดุนส่ายไปมาบนจมูกเขาพร้อมยิ้มเขินนิดหน่อย

"ไม่รู้สิ ก็อยากให้ฮยองรู้ไว้เฉยๆ" พูดจบมือบางก็ฉวยคว้าหนังสือนิทานขึ้นมาบังหน้าสีระเรื่อของตัวเองซะงั้น ดวงตาโตสีดำโผล่มาครึ่งหน้านอกหนังสือพลางเกยกดคางไว้กับไหล่จินยอง

"อ่านนิทานให้ฟังหน่อย ^///^"

"อะไรของนายเนี่ย กี่ขวบแล้วกงชาน" จินยองขำกับท่าทีเขินอายของเด็กน้อยที่ยังฝืนทำตัวอ้อล้อกระพริบตาปริบๆส่งเสียงอ้อนเขาอยู่บนบ่า

"เมื่อเก้าปีตอนนั้นฮยองยังอ่านให้ผมฟังไม่จบเลยนี่ฮะ อ่านต่อเร็วอย่าปล่อยให้ผมค้าง"

"หาเสิร์ชในเน็ตเอาก็ได้ นายไม่เคยหาตอนจบเรื่องนี้อ่านเองเลยหรือไงตั้งแต่ที่ไม่ได้เจอฉันวันนั้น" จินยองลูบผมสีดำขลับหอมๆที่ซุกถูไถอยู่กับแก้มเขาด้วยความหมั่นเขี้ยว ยิ่งนับวันกงชานยิ่งทำตัวอ้อนน่ารักมากขึ้นทุกทีจนบางครั้งเขาก็แอบใช้หน้าซบหัวเด็กน้อยกลับไปบ้างด้วยความลืมตัว

"ไม่เคย ผมคิดมาตลอดว่ายังไงผมก็ต้องได้เจอฮยองหมาจิ้งจอกคนนั้นอีกครั้งถ้าผมยังวนกลับไปที่เดิมบ่อยๆ"

"พอไม่เจอฉันก็กินแห้วเลยสิทีนี้" จินยองขำเพราะรู้ว่าตอนนั้นเขาได้ย้ายตามพ่อแม่ไปประเทศอื่นนานแล้ว

"ผิดหวังมาก" กงชานพยักหน้ายอมรับพร้อมเบะปาก "แต่ก็ยังอยู่รอตรงที่เดิมซ้ำๆมาได้ตั้งเก้าปี จนมาเจอพี่ผมแดงข้างบ้านเพี้ยนๆคนหนึ่ง..."

"นี่ๆ บอกกี่ทีแล้วว่าฉันไม่ได้เพี้ยน ถ้าเพี้ยนแล้วนายจะมาแอบถ้ำมองฉันเล่นกีตาร์ทำไมฮะไอ้ลูกหมา -_-^" จินยองใช้ไหล่ดันแผ่นหลังกงชานที่พิงอกอยู่พลางจ้องหน้าอย่างเอาเรื่อง คนบนตักหัวเราะเสียงใสราวกับว่ามันไม่ใช่เรื่องจริงจังอะไร

"ไม่เพี้ยนหรอกฮะ แค่เต้นเจ้าหญิงกระรอกให้รูปปั้นแกะดู ^^"

"ไม่ต้องนั่งตักแล้ว กลับไปนอนบ้านตัวเองเลยไป -_-*" จินยองพยายามดันตัวกงชานออกแต่มือเล็กกลับเกาะเหนี่ยวต้นคอไว้แน่นอย่างกับลูกลิง หน้าใสซบลงกับอกกว้างพลางพูดเสียงอู้อี้

"ให้นั่งครั้งนึงแล้วไม่ได้สลัดออกง่ายๆนะพี่จินยอง ^^"

"นายก็เลิกพูดถึงฉันตอนนั้นได้แล้ว คิดแล้วน่าอายชะมัด"

"เลิกพูดไม่ได้หรอก ผมชอบพูดถึงเขาบ่อยๆ เพราะผมน่ะ...รักฮยองคนนั้นมากเลย"

"..." ลำตัวบางเปลี่ยนเป็นโอบกอดเขาไว้หลวมๆพลางเกยหน้าไว้กับบ่าเขา จินยองสัมผัสได้ว่ามีหัวใจอีกดวงที่เต้นถี่เร็วไม่แพ้หัวใจเขากำลังทาบมาเบาๆที่อกด้านขวา หน้ากงชานหันกอดไปทางด้านหลังทำให้รุ่นพี่ผมแดงมองไม่เห็นหน้าของเจ้าตัวว่าเป็นยังไงบ้างในตอนนี้

"ดีแล้วล่ะที่ฮยองมองไม่เห็นหน้าผม ผมไม่อยากให้ฮยองรู้หรอกว่าหน้าผมกำลังแดงแล้วก็ร้อนมาก" คนผมดำบอกแบบขำๆทำให้จินยองหัวเราะตาม

"จะรู้ก็เพราะนายพูดเมื่อกี้นี่แหละ หันมาเหอะ...ฉันไม่ล้อนายแบบที่นายชอบทำกับฉันหรอก" จินยองลูบท้ายทอยที่กำลังก้มงุดฝังหน้าตัวเองอยู่อีกด้าน

"หลอกด่าผมป่ะเนี่ย"

"ใครจะไปด่านายลงล่ะไอ้คนอ้อล้อ"

"นั่นไง โดนผมแกล้งจนเก็บกดเลยต้องเอาคืนผมอย่างนี้เลยเหรอฮะพี่จินยอง" สัมผัสนุ่มยังคลอเคลียอยู่กับไหล่เขาซักพักก่อนจะหันพลิกกลับตัวยืนลุกออกจากตักเขาอย่างรวดเร็วจนไม่ทันสังเกตเห็นใบหน้าได้หากไม่จ้องดูดีๆ กงชานกดปิดสวิตซ์ไฟห้องนอนอย่างรวดเร็วจนทั้งห้องมีเพียงแสงสว่างจากดาวเรืองแสงที่ติดอยู่ตามผนังกับเพดานบางส่วนเท่านั้น

"อะไร? นายจะนอนแล้วเหรอ" จินยองถามเมื่อเห็นเงาลางๆขึ้นมาบนเตียงพลางดึงผ้าห่มมาคลุมตัวเอง กลิ่นหอมสบู่คล้ายๆกับตัวเขาค่อยๆเบียดเข้ามาในอ้อมแขนของเขาแล้วหนุนหัวลงบนต้นแขนแกร่งอย่างสบายใจ

"กงชานชิค" จินยองเรียกซ้ำอีกครั้งพลางกดคางลงบนศีรษะเพื่อกระตุ้นให้รุ่นน้องตอบ

"ฮะ" เสียงใสขานรับสั้นๆ

"ปิดไฟทำไม ไม่อยากให้ฉันอ่านนิทานให้ฟังแล้วเหรอ"

"ไม่ต้องก็ได้ฮะ เหมือนฮยองจะดูเหนื่อยๆ นอนเถอะ"

"ฉันยังไม่เหนื่อยซะหน่อย นายแหละ...ไม่อยากให้ฉันเห็นหน้าตอนเขินใช่มั้ยล่า~" จินยองล้อเลียนซึ่งก็ได้เสียงหัวเราะตอบรับจากหมาน้อยมาเบาๆ ร่างบางยุกยิกเพื่อหาท่านอนที่สบายให้ตัวเอง ตาแป๋วกลมๆเหลือบมองไปเห็นแสงสีเหลืองนวลกับแสงสีฟ้าอ่อนบนผนังห้องพอดี

"เหมือนเราเลย"

"หืม?" จินยองก้มลงมองตามเสียงหวานที่พูดงึมงำพลางเอี้ยวตัวมองไปที่ผนังตามมือที่ชี้

"พระจันทร์จินยองกับดาวงกงชาน ดาวสองดวงกำลังโอบกอดกันด้วยความดีใจที่ได้โคจรมาเจอกันอีกครั้งบนกาแล็กซี่มิลค์กี้เวย์ที่กว้างใหญ่และเงียบเหงาแห่งนี้" ถ้าเดาไม่ผิดไอ้ลูกหมาเขากำลังยิ้ม...

"เพ้อ ไหนบอกว่าจะนอนแล้วไง" จินยองว่ายิ้มๆแต่ก็อดหันไปมองดาวพลาสติกทั้งสองดวงที่ถูกแปะอยู่ใกล้กันตามคนช่างจินตนาการไม่ได้ แสงสีเหลืองและสีฟ้านวลตาประกบรวมกันกลายเป็นแสงเดียวท่ามกลางดาวดวงเล็กอื่นๆอีกมากมายบนผนังห้องสีน้ำเงินเข้มสวยเหมือนท้องฟ้ายามกลางคืน

"เมื่อกี้พ่อฮยองโทรมาเหรอฮะ" จู่ๆกงชานก็ถามขึ้น อาจจะถามช้าไปซักหน่อยแต่นั่นก็เป็นเพราะเขาอยากให้คนรุ่นพี่รู้สึกง่วงนอนเสียก่อนจะได้ยอมตอบคำถามเขามาตรงๆ

"อืม...โทรมาถามสารทุกข์สุกดิบกับเรื่องผลการเรียนนิดหน่อย"

แต่โชคร้าย...ที่จองจินยองยังไม่ง่วงเลยซักนิดเดียว เขาข่มตานอนหลับไม่ลงก็ตั้งแต่ตอนที่พ่อโทรมา เรื่องที่พ่อบอกคือเรื่องที่เขาไม่อยากจะรับรู้และมันก็ยากเกินกว่าที่เขาจะคิดหาหนทางแก้ไขคนเดียวได้

แต่เขาก็คงต้องคิดหาทางแก้ไขและรับมือกับมันคนเดียว...

"วันเกิดปีนี้นายอยากทำอะไรเป็นพิเศษมั้ยกงชาน" จินยองเปลี่ยนเป็นฝ่ายถามบ้างเพราะไม่อยากจะวกกลับไปเรื่องเดิมของตัวเอง

"เช่นอะไรฮะ?"

"อยากไปเที่ยวที่ไหน อยากไปกับใคร อยากไปทำอะไรบ้าง" หัวกลมที่หนุนแขนเขาอยู่ขยับนิดหน่อยอย่างใช้ความคิด

"อยากอยู่กับฮยอง" แล้วเด็กน้อยก็สรุปเอาสั้นๆง่ายๆ

"ไม่เอาสิ ฉันถามจริงๆ"  จินยองพยายามพูดให้จริงจัง กงชานหัวเราะพลางซุกลำตัวบางลงกับแผ่นอกเขา

"อยากไปปิกนิก เตรียมของอร่อยๆไปปูเสื่อกินกัน นอนเป่าดอกหญ้ากับกังหันลมเล่น ขี่มอเตอร์ไซค์รับลมในหมู่บ้านกับฮยอง"

"ไปเขียนวรรณกรรมซีไรต์ขายได้เลยนะเนี่ยไอ้ลูกหมา ทำไมโลกสวยจัง" จินยองขำกับความคิดคนรุ่นน้อง ตาเรียวหันไปสบกับใบหน้าใสที่ผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอเหมือนคนใกล้หลับก่อนจะตัดสินใจหยิบนาฬิกาข้อมือของตัวเองขึ้นมาดู

"อีกห้านาทีจะหมดวันเกิดนายแล้วนะ อยากขออะไรกับมิลค์กี้เวย์ศักดิ์สิทธิ์มั้ย" จินยองใช้มือเกลี่ยเส้นผมบนหน้าของรุ่นน้องเบาๆ กงชานกระพริบตาใสขึ้นมองพระจันทร์และดาวบนผนังก่อนจะหลับตาพริ้มแล้วยิ้มออกมาเมื่ออธิษฐานเสร็จ

"เสร็จแล้วฮะ ผมขอไม่เยอะหรอก" เสียงใสน่าฟังเอ่ยออกมาพลางใช้สายตาหวานมองหน้าฮยอง

"ฉันมีอะไรจะให้นายด้วย...เป็นของขวัญวันเกิดนาย"

"???"

"หละ..หลับตาก่อนสิ เดี๋ยวจะให้" คนผมแดงพูดเมื่อเห็นกงชานใช้ตาแป๋วจ้องหน้าตัวเองในความมืดด้วยความสงสัย เปลือกตาบางปรือลงอย่างว่าง่ายตามคำสั่ง จินยองมองใบหน้าของกงชานในความมืด พยายามจะทิ้งเรื่องทุกอย่างที่คิดสับสนอยู่ในตอนนี้ออกไปให้หมด นายว่าอีกนานแค่ไหนนะกงชาน...กว่าที่ดาวดวงนั้นกับพระจันทร์จะโคจรมาเจอกันอีกรอบ เจอกันเป็นครั้งสุดท้ายและอยู่ด้วยกันตลอดไป

ตลอดไปโดยไม่มีใครพลัดพรากเราจากกันได้อีก...

จินยองโน้มเอียงใบหน้าเข้ามาใกล้แล้วจูบมอบความรักให้คนตรงหน้าภายใต้ความมืดที่ปกคลุมทั่วห้องนอน พยายามส่งความหวานและความผูกพันไปให้ร่างบางในอ้อมกอดได้รับรู้ ลมหายใจอุ่นของทั้งคู่สอดรับประสานเป็นหนึ่งเดียวกันจนยากที่จะแยกขาด แสงดวงดาวบนผนังสลัวๆทำให้เห็นเรียวปากบางที่เม้มรับสัมผัสของรุ่นพี่ทั้งที่หลับตาอยู่อย่างนั้นตามคำสั่งอย่างเชื่อฟัง โอบกอดรัดประคองใบหน้าซึ่งกันและกันให้แนบชิดมากกว่าเดิมจนแทบจะหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน จินยองกุมมือกงชานที่วางบนใบหน้าไว้เบาๆพลางกระซิบถามเมื่อละริมฝีปากออกจากกันเพื่อพักยกซักครู่

"อยู่กับฉันนายมีความสุขมั้ย" เสียงพร่าถามข้างใบหูเล็ก กงชานยิ้มพลางใช้มืออีกข้างลูบโครงหน้าเขาแผ่วเบา

"ฮยองรู้สึกยังไงผมก็คงรู้สึกไม่ต่างกันหรอก..." ลมหายใจของกงชานรดแผ่วอยู่บนใบหน้าเขา ขนตาแพหนาเรียงอยู่บนพวงแก้มใสขณะที่ซุกหน้าเข้าหาจินยอง

"อยากหยุดเวลาไว้จัง ถ้าผมจะขอพรจากมิลค์กี้เวย์ศักดิ์สิทธิ์อีกข้อนึงมันจะเป็นจริงได้มั้ยฮะพี่จินยอง" หน้าผากมนคลอเคลียอยู่แถวสันจมูกจนสัมผัสกับริมฝีปากสีส้มที่ยื่นไปสัมผัสอย่างอ่อนโยน

"ฉันทำพรข้อนี้ของนายให้เป็นจริงได้นะ" ถ้าอยู่ในแสงสว่างปกติจินยองคงไม่กล้าพูดหรือทำอะไรแบบนี้แน่นอน มืออีกข้างใช้หยิบนาฬิกาข้อมือมาใส่ให้มือที่จับประสานกับมือกงชานอยู่แล้วสวมรัดข้อมือทั้งสองให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ฟันขาวแข็งแรงใช้กัดดึงเม็ดมะยมให้หลุดออกจากหน้าปัดทำให้เข็มนาทีและเข็มวินาทีหยุดกันแข่งเดิน คนผมดำลืมตามองข้อมือของตัวเองกับรุ่นพี่ที่ถูกคล้องเกี่ยวไว้ด้วยช่วงเวลาที่หยุดหมุนแล้วซุกใบหน้าลงกับซอกคอขาวอย่างดีใจ

"ขอบคุณฮะ...จินยองฮยอง" กงชานเผยอริมฝีปากทาบสัมผัสนุ่มกับปากหยักคนตรงหน้าแผ่วเบาพลางโอบรอบต้นคอให้โน้มแนบชิด ตักตวงความสุขและความหอมหวานให้แก่กันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นิ้วมือข้างที่สวมนาฬิกาหยุดเวลาไว้ค่อยๆบีบประสานเข้าหากันเพื่อเติมเต็มช่องว่างให้อีกฝ่ายพลางย้ำสัมผัสละมุนให้นุ่มลึกมากกว่าเดิม จินยองเชยคางของกงชานให้อยู่ในระดับเดียวกันระหว่างที่บรรจงป้อนความหวานและความผูกพันที่หอมกรุ่นไปทั่วห้องให้คนผมดำต่อไปเรื่อยๆโดยไม่มีท่าทีว่าจะหมด รัก...เขานิยามคำไหนที่มากกว่านี้ให้กับคนตรงหน้าไม่ได้อีกแล้ว เป็นไปได้ฉันอยากเป็นเหมือนมือของเราที่จับกันไม่มีวันปล่อย...อยู่ในเวลาที่หยุดหมุนอย่างนี้ตลอดไป แต่...

"ผมมีความสุขทุกวินาทีที่อยู่กับฮยองเลยนะ"

ชีวิตจริงมันไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราคิดเสมอหรอก...

 

"เวลาที่เราอยู่ด้วยกันเหมือนเป็นช่วงเวลาพิเศษทุกวินาทีของผม"

นายกับฉันเรามีความสุขที่ได้จินตนาการถึงอนาคตร่วมกัน

 

"ความรู้สึกที่ผมมีให้ฮยองก็เป็นสิ่งพิเศษ..."

ได้สร้างปัจจุบันอันหอมหวานด้วยกันสองคน

 

"แต่รู้อะไรไหมฮะ"

นายมีโลกที่สดใสนะกงชาน...

 

"สิ่งที่วิเศษที่สุดก็คือการที่เราได้รักแล้วก็ผูกพันกัน"

ฉันอยากอยู่กับนายบนโลกใบเล็กนี้ตลอดไป

 

"อย่าเพิ่งปล่อยช่วงเวลาวิเศษของเราไปนะจินยองฮยอง หยุดมันไว้ก่อนได้มั้ย..."

แต่ฉันคงทำไม่ได้

 

"ทำไมจะไม่ได้ล่ะ..."

ฉันต้องปล่อยให้เวลาหมุนในโลกของความเป็นจริง...

 

"ขอบคุณฮะ ^^"

 

อีกห้าเดือน...เวลาของฉันกับนายต้องหมุนต่อไปแล้วนะ

ขอรั้งไว้อีกห้าเดือน...แล้วนายกับฉันต้องกลับสู่โลกความจริง แต่ตอนนี้...

'ขอแค่ฉันได้อยู่กับนายในโลกใบเล็กของเราก็พอ'


...............................................


ร่างบางขยับตัวบิดขี้เกียจอยู่ในอ้อมกอดของรุ่นพี่ผมแดงอย่างน่ารัก กงชานลืมตากระพริบปริบๆรับแสงแดดกับอากาศสดชื่นหอมกลิ่นฝนที่ตกทั้งคืนพลางขยี้ดวงตากลมโตเบาๆ รุ่นพี่ที่นอนโอบกอดเขาอยู่ยังคงหลับขี้เซาไม่ตื่นอีกตามเคย กงชานยกมือข้างซ้ายที่สวมนาฬิกาข้อมือหยุดเดินขึ้นมาดูส่งผลให้มืออีกคนที่คล้องเกี่ยวจับกับมือเขาแน่นอยู่ในนาฬิกาเรือนเดียวกันยกขึ้นมาด้วย เข็มนาฬิกาบนหน้าปัดที่บอกเวลาห้าทุ่มห้าสิบเก้านาทีตั้งแต่เมื่อคืนทำให้เสียงใสหัวเราะออกมาเบาๆอย่างอารมณ์ดี

แม้แต่สัมผัสอบอุ่นละมุนคุ้นเคยของฮยองที่มอบให้ก็ยังวนเวียนติดที่ริมฝีปากบางสวยอยู่จนเช้า เมื่อคืนจินยองจูบเขานานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่ที่รู้ๆตอนที่ตื่นขึ้นมาปากของเขากับรุ่นพี่ก็ยังอยู่ในสภาพเหลื่อมซ้อนทับกันนิดๆ จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าใครหลับไปก่อนใคร...

เมื่อคืนไม่ใช่ความฝัน...จินยองฮยองยอมเสียเซล์ฟมอบของขวัญที่เขาชอบมากที่สุดให้ทั้งคืน แม้ว่าจะมีข้อแม้ว่าต้องหลับตาก่อนให้ก็ตาม แต่คนรุ่นพี่ก็ยอมทำตามใจหมาน้อยอย่างเขาทุกอย่าง...ถึงกระทั่งยอมเล่นมุกเสี่ยวหยุดเวลาให้พรเขาสมหวังจริงๆ นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เขาประทับใจในตัวฮยองผมแดงคนนี้ไม่น้อยเลย

"เมื่อคืนฮยองใจดีกับผมจังนะ ตื่นขึ้นมาจะกลับมาขี้เก๊กเหมือนเดิมอีกมั้ยฮะเนี่ย" กงชานพูดกับใบหน้าคมที่หลับใหลอยู่ในห้วงนิทราไม่ได้สติ นิ้วเรียวลากไล้ตั้งแต่กรอบหน้าเรียวกำลังดี คิ้วหนาที่ถูกปิดด้วยผมสีไวน์ จมูกโด่งเป็นสันรับกับปากหยักสีส้มสวยขึ้นสีแดงกว่าทุกวัน เปลือกตาเรียวรีที่ยังคงปิดสนิทจนไม่รู้สึกว่ามีเด็กซนกำลังวาดไล้โครงหน้าเขาอย่างเบามือ กงชานบีบมืออุ่นของจินยองข้างที่ประสานอยู่ด้วยกันเบาๆ

"พี่จินยอง เช้าแล้วฮะ" เสียงหวานเอ่ยเรียกพลางเขย่าร่างโปร่งเบาๆให้ตื่น แต่ก็อย่างว่า...รายนี้ตื่นง่ายๆได้ที่ไหน

หรือว่าต้องปลุกแบบที่รุ่นพี่ชอบ...ได้เลย งานถนัดของชานชิคอยู่แล้ว ^^

"ถ้าฮยองไม่ตื่นผมปลุกจริงแล้วนะ แล้วจะหาว่าผมไม่..." กงชานหยุดพูดกระทันหันเมื่อสัมผัสถึงลมหายใจร้อนที่ถูกระบายออกมาจากจมูกคนรุ่นพี่ มืออีกข้างรีบใช้เปิดผมสีไวน์ออกจากหน้าผาก เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดออกมาจากใบหน้าแดงก่ำจนชื้นเปียกโชก ลำตัวที่โอบกอดเขาไว้อุ่นจนร้อนเหมือนฮีตเตอร์ทำให้ดวงตาใสแจ๋วเบิกกว้างด้วยความตกใจ

"พี่จินยอง"  กงชานสัมผัสใบหน้าเรียวอีกครั้งพลางลุกขึ้นนั่ง ปากสีส้มดูแห้งผากขึ้นสีแดงเพราะพิษไข้ก่อนจะพึมพำบางคำออกมา

"ชาน..." ลำตัวสูงโปร่งคุดคู้เข้าหาผ้าห่มดูยังไม่รู้สึกตัวซะทีเดียว กงชานจำเป็นต้องถอดสิ่งที่รัดข้อมือของตัวเองกับรุ่นพี่ออกจากกันก่อนแล้วจึงหยิบผ้าห่มนวมมาคลุมตัวให้

“เป็นไข้จนได้นะฮะรุ่นพี่” กงชานมองคนตรงหน้าด้วยแววตากังวล เมื่อคืนเขาบอกให้ฮยองอาบน้ำก่อนเขาก็ไม่เชื่อ ตากฝนมาขนาดนั้นถ้าวันนี้ยังอยู่สบายดีก็คนเหล็กแล้ว คราวนี้คนรุ่นพี่เลยต้องมารับเคราะห์ไม่สบายแทนเขาไปเลย

“หนาว” เสียงแหบพร่าสั่นเพราะพิษไข้ ดวงตาทั้งสองยังลืมไม่ขึ้น กงชานดึงผ้าห่มอีกชั้นมาคลุมตัวคนรุ่นพี่ไว้พลางหอมที่หน้าผากเบาๆ

“ตัวร้อนจี๋เลย รอแป๊บหนึ่งนะฮะเดี๋ยวผมมา” จินยองไม่ไม่ได้พยักหน้ารับคำ ตาเรียวรียังคงปิดสนิทพลางย่นคิ้วเข้าหากันด้วยความทรมานจากหวัดพลางเอ่ยบางประโยคออกมา

“อานาตาโตะ อิโชเดวาตาชิวะ ชิอาวะซึเดส”

” กงชานพยายามเงี่ยหูฟังใกล้ๆปาก แต่ฟังยังไงก็ไม่เข้าใจ

“รุ่นพี่ว่าอะไรนะฮะ” จินยองยังนอนละเมอไม่ได้สติ ทั้งที่ลมหายใจติดขัดจากการคัดจมูกแต่ก็ยังพูดบางประโยคแผ่วเบา

“ฟุตาริกาโอจิจัง โอบาจังนินารุมาเดะ ซึตโตอิชโชงิอิโยะ” พูดจบร่างในผ้าห่มก็ห่อตัวแน่นขึ้นอีกเพราะความหนาว คนผมดำสวมกอดคนรุ่นพี่เอาไว้พลางแนบหน้าใสลงกับลำตัวชื้นเหงื่อเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้

“ละเมอเป็นภาษาเกาหลีสิฮะ ไม่งั้นผมจะฟังรู้เรื่องได้ไง” กงชานมองดูคนตรงหน้าด้วยแววตาห่วงใย ประโยคไม่ได้ศัพท์ยังคงพรั่งพรูออกมาจากปากอีกมากมายจนคนผมดำฟังแทบไม่ทัน นอกจากตอนง่วงนอนจะเหมือนคนเมาแล้วตอนไม่สบายยังจะละเมอซะโกอินเตอร์อีกเหรอเนี่ย สมแล้วที่รุ่นพี่มีพ่อแม่เป็นถึงทูต

“ชานกงชานอ่า” หน้าขาวซีดพร่ำเรียกชื่อเขาทั้งที่หลับตานอนซม

“ผมอยู่นี่ พี่จินยองนอนพักก่อนนะ ฮยองอย่าเพิ่งพูดอะไรเลย” กงชานลูบผมเปียกเหงื่อไปให้พ้นใบหน้าที่อุณหภูมิสูงปรี๊ดพลางบีบมืออุ่นที่จับมือเขาอยู่เบาๆ ร่างสูงโปร่งเริ่มสงบลงพลางกลืนน้ำลายลงคอแห้งผากอย่างยากเย็น เสียงแหบพร่ากระซิบบอกประโยคสุดท้ายกับเขาก่อนจะยอมนอนหลับตานิ่งๆไม่กระสับกระส่ายอีก

ไอชิเตอิมาสุ”

….” กงชานนิ่งไปก่อนจะคลี่ยิ้มมองคนตรงหน้าที่เริ่มผ่อนลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอมากขึ้นพร้อมบีบมือที่กุมเขาอยู่กลับเบาๆ

“เข้าใจแล้วฮะ รักฮยองเหมือนกันนะ” เสียงหวานกระซิบตอบพลางลุกขึ้นไปเตรียมของสำหรับคนป่วยที่ชั้นล่างด้วยหัวใจพองโต ถึงจะเพิ่งมาเข้าใจเอาคำสุดท้ายแต่ก็หยุดหัวใจตัวเองให้สูบฉีดเลือดน้อยลงไม่ได้ คนอะไรบอกรักง่ายๆไม่เคยจะทำเป็น -///- นี่ถ้าไม่สบายจนละเมอเขาจะมีโอกาสได้ฟังคำพวกนี้มั้ยเนี่ย

แล้วนี่เขาเดินลงมาทำอะไรน่ะ..อ๋อใช่! ของที่ต้องเตรียมสำหรับคนป่วยต้องมีอะไรบ้างนะ? ยา ปรอทวัดไข้ กะละมัง ผ้าชุบน้ำสะอาดๆ แล้วต้องมี

อ้อ! ผลไม้เปรี้ยวๆเพิ่มวิตามินไง กะละมังกับผ้าสะอาดข้างบนห้องก็มีอยู่แล้ว ส่วนปรอทกับยาแก้ไข้ก็น่าจะเก็บอยู่ในตู้ยานั่นแหละ ข้ามรั้วไปเด็ดส้มจากต้นที่บ้านเขามาปอกให้ฮยองกินดีกว่า จะได้มีแรงหายไวๆกลับมาเป็นคนขี้เก๊กซึนๆแบบเดิม เห็นหน้าซีดแดงก่ำของรุ่นพี่แล้วก็รู้สึกเห็นใจขึ้นมาจับใจ ถ้าจินยองไม่มัวมานั่งสระผมให้เขาเสียสละให้เขาอาบน้ำก่อนตัวเองก็คงไม่ต้องมานอนซมเป็นไข้หนักอย่างนี้ รุ่นพี่ต้องมาเป็นแบบนี้ก็เพราะผมแท้ๆเลย

คนรุ่นน้องหายออกไปเก็บส้มที่บ้านตัวเองได้ซักพักก็ย้อนกลับมาพร้อมกับผลไม้เต็มตะกร้าด้วยความเป็นห่วง ข้าวเช้าก็ยังไม่ได้เตรียมให้กิน ไข้ก็ยังไม่ได้วัด ตัวก็ยังไม่ได้เช็ดไม่ได้ทำอะไรให้ซักอย่าง ป่านนี้พี่จินยองจะเป็นยังไงบ้างนะอาการดีขึ้นหรือว่าจะแย่ลง? เขาเองก็ไม่เคยต้องมานั่งดูแลคนป่วยจริงจังอย่างนี้มาก่อนทุกอย่างเลยดูฉุกละหุกไปหมด กลับไปคงต้องรีบเตรียมกับข้าวไว้รองท้องคนป่วยก่อนเป็นอย่างแรก ตอนนี้พี่จินยองคงกำลังนอนพักอยู่...

ซะเมื่อไหร่ O_O^

“พี่จินยอง ลงมาทำอะไรข้างล่างฮะ” กงชานแทบจะรีบวางตะกร้าผลไม้แล้วถลาเข้าไปหาร่างสูงโปร่งผมแดงที่เดินโซเซลงมาทั้งชุดนอนเหมือนซอมบี้ทันที มือของรุ่นพี่ใช้ยันกำแพงระหว่างลงบันไดมาเรื่อยๆพลางพยายามปรือตามองหาเสียงคุ้นเคย

“กงชานไปไหนมาเหรอ” เสียงอู้อี้แหบๆของจินยองเอ่ยถามพลางพยายามจะก้าวลงที่พื้นโดยสวัสดิภาพ

“ไปหาผลไม้ให้ฮยองกิน ฮยองตากฝนเมื่อคืนเลยไม่สบายน่ะฮะ อ๊ะ!..ระวังหน่อยสิพี่จินยอง” ร่างบางรีบวิ่งไปประคองคนรุ่นพี่ทันทีเมื่อเห็นว่าเริ่มยืนได้โงนเงนใกล้เสียหลักเต็มที ตัวของจินยองยังคงอุ่นๆเกือบร้อนอยู่เหมือนเดิม

“ฉันหัวแข็งจะตาย”

“เมื่อคืนก็พูดอย่างนี้มาหนหนึ่งแล้ว เป็นไงล่ะฮะพอเช้าขึ้นมา” ดวงตากลมโตมองคนรุ่นพี่ดุๆด้วยความเป็นห่วงก่อนจะพยายามลากคนผมแดงให้มานั่งพักที่โซฟา เมื่อก่อนก็เคยแบกขึ้นไปนอนข้างบนได้แต่ทำไมตอนนี้ถึงได้ดูตัวหนักนักนะ ตัวก็ดูเท่าๆเดิมนี่นากลับกลายเป็นว่าตอนนี้จินยองเป็นคนที่อุ้มเขาไหวแทนซะแล้ว -_-;;

“กี่โมงแล้ว”

“ห้าทุ่มห้าสิบเก้านาที” คนผมดำตอบยิ้มๆพลางมองหน้าฮยองอย่างรู้กันว่าพูดถึงเรื่องอะไร

“เอาเวลาจริงๆ ตอนนี้กี่โมงแล้วกงชาน” จินยองลูบหัวเขาด้วยแรงอันน้อยนิด

“จะสิบเอ็ดโมงอยู่แล้วฮะ วันนี้ผมก็ตื่นสายเหมือนกันเลยไม่ได้ปลุกฮยอง”

“แล้วการ์ตูนตอนเช้าฉันล่ะ” จินยองถามเสียงละห้อยพลางไอแค่กๆออกมา

“ฉายจบไปนานแล้วฮะ”

“ทุกเรื่องเลยเหรอ” กงชานวางคนป่วยลงกับโซฟาอย่างขำๆ

“นี่มันสิบโมงครึ่งแล้วนะพี่จินยอง ใครเขาจะฉายการ์ตูนเวลานี้ให้ฮยองดูล่ะ”

“โดราเอม่อนกับโคนัน?

“จบไปตั้งแต่เก้าโมงครึ่งแล้ว”

“เกรททีเชอร์โอนิซึกะ?

“ผู้อำนวยการโรงเรียนให้เป็นครูแล้วฮะ”

“อาราเล่ล่ะ? วันพีซซันจิไปขึ้นเกาะใหม่หรือยัง?

“ฮะ ออกทะเลไปนานแล้ว ส่วนอาราเล่รู้สึกว่าดอกเตอร์สลัมป์จะแต่งงานกับคุณครูมิโดริไปวันนี้เอง”

“ไอ้เด็กบ้า! ทำไมนายถึงไม่ปลุกฉัน T_T” จินยองคร่ำครวญ น้ำตาลูกผู้ชายไหลลงมาตามแก้มเป็นสายทำให้กงชานรีบเช็ดให้ด้วยความตกใจ

“ฮยองร้องไห้ทำไมเนี่ย เสียใจที่ไม่ได้ดูการ์ตูนเหรอ” หลังมือของคนรุ่นน้องรีบป้ายน้ำตาร้อนๆออกจากดวงตาแดงก่ำให้อย่างเบามือ เขาพอเข้าใจว่าทุกเช้าวันหยุดเขาจะเป็นคนปลุกจินยองให้ตื่นมาดูการ์ตูนตอนแปดโมงด้วยกัน แต่ก็ไม่นึกว่าเรื่องเล็กน้อยขี้ประติ๋วแค่นี้จะทำให้จินยองถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาได้

“นายไม่ได้ปลุกฉัน ฉันก็เลยไม่ได้ตื่นมาดูลูฟี่เลย ไม่อยากไปซื้อมังงะมาอ่านย้อนหลังแล้วนะ” เสียงสูดน้ำมูกทั้งจากที่เป็นหวัดและร้องไห้ในเวลาเดียวกันดังขึ้นมาจนแยกไม่ออก กงชานขำออกมาพลางมองคนรุ่นพี่ที่ทำตัวเป็นเด็กด้วยความเหลือเชื่อ

“โอ๋~ไม่เอาน่าพี่จินยอง ดูในเว็บย้อนหลังเอาก็ได้” แขนยาวดึงรุ่นพี่บนโซฟาเข้ามากอดปลอบใจ จินยองยังคงน้ำตาไหลเพราะความเสียดายกงชานรู้ว่าเพราะไม่สบายคนรุ่นพี่ก็เลยอารมณ์อ่อนไหวง่ายเป็นพิเศษ เพราะเขาเองก็ชอบเป็นบ่อยๆจนแม่ต้องเอามาเล่าให้ฟังทีหลังเป็นประจำ

“มันไม่เหมือนกัน T_T

“เหมือนสิฮะ ไว้ผมนั่งดูเป็นเพื่อนรุ่นพี่อีกรอบก็ได้ ตอนนี้พี่เช็ดตัวกินอะไรรองท้องก่อนดีกว่าจะได้รีบกินยา”

“เช็ดตัว? มะ..ไม่ต้อง ฉันเช็ดเอง” จินยองปัดมือที่ถือผ้าชุบน้ำบิดหมาดของกงชานออกพลางทำหน้าตาตื่นเหมือนครั้งแรกที่เจอกันในโรงเรียน

“เช็ดตัวไง เดี๋ยวผมเช็ดให้ ฮยองจะเช็ดเองหมดได้ไงล่ะฮะ” กงชานมองจินยองที่จับชายเสื้อตัวเองไว้แน่นอย่างขำๆ คนผมแดงส่ายหน้าหวือพลางกระเถิบออกห่างชิดอีกด้านของโซฟา

“นายออกไปข้างนอก เดี๋ยวฉันเช็ดเอง” มือยาวพยายามจะคว้าผ้าที่อยู่ในมือรุ่นน้องมาถือ แต่ด้วยความไม่สบายก็เลยมีแรงน้อยทำให้กงชานเป็นฝ่ายชนะที่จับชายเสื้อคนผมแดงไว้ได้

“จะอายทำไมฮะฮยอง ไม่เช็ดเดี๋ยวไข้ก็เพิ่มขึ้นดูการ์ตูนด้วยกันไม่ได้นะ” เสียงหวานพยายามหว่านล้อมอธิบายให้ฟัง ขืนฮยองข้างบ้านยังดื้อไม่ยอมให้เขาเช็ดตัวอย่างนี้มีหวังไข้กลับแน่ๆ

“แต่นาย

“มันก็เหมือนๆกันนั่นแหละ ผมไม่ซีเรียสหรอกนะถ้าพี่ไม่มีกล้ามหรือซิกส์แพ็ค แต่จากที่ดูๆข้างนอกก็น่าจะพอดีแล้วนะ”

“ชานชิค! เป็นเด็กเป็นเล็กพูดจาทะลึ่ง =///=*

“ถ้าผมไม่สบายฮยองก็คงบังคับให้ผมทำแบบนี้เหมือนกัน เมื่อวานฮยองสระผมให้ผมแล้ว วันนี้ให้ผมเช็ดตัวให้ฮยองนะ”

ตาใสแจ๋วจ้องหน้าเขาอ้อนวอนแสดงความจริงใจ ที่ผ่านมาเขารู้สึกว่ามีแต่จินยองที่คอยดูแลเอาใจใส่เขามาโดยตลอดก็เลยอยากจะทำอะไรให้คนรุ่นพี่ได้บ้าง จินยองมองใบหน้าหวานตรงหน้าอย่างชั่งใจแล้วจึงค่อยๆผ่อนแรงลงจากชายเสื้อตัวเองที่ดึงขืนเอาไว้ พลางพยักหน้าแดงก่ำเพราะความอายและพิษไข้ของตัวเองเป็นเชิงยอมอนุญาต

“เช็ดเบาๆนะ เจ็บตัว” แค่พูดออกมาแค่นี้กงชานก็เข้าใจ จินยองก้มหน้าพลางยกแขนตัวเองขึ้นทีละน้อยเพื่อให้คนรุ่นน้องถอดเสื้อออกจากลำตัวสมส่วนได้ถนัด มือบางค่อยๆเลิกชายเสื้อเขาขึ้นพร้อมถอดเสื้อยืดที่ใช้นอนของเขาออกไปอย่างเบามือที่สุด ดวงตากลมโตพยายามจะไม่เพ่งมองไปที่หน้าท้องที่มีซิกส์แพ็คขึ้นน้อยๆกับแผ่นหลังที่เปล่าเปลือยของรุ่นพี่เพื่อให้จินยองได้สบายใจ เลยกลายเป็นว่าตัวเองซะงั้นที่ดันเผลอใจเต้นรัว

มองข้างนอกนึกว่าจะแอบผอมเก้งก้างพอๆกัน ไปเอากล้ามเนื้อดูดีแบบนี้มาจากไหนเนี่ย! แมนชะมัด

มือน้อยบิดผ้าชุบน้ำสีขาวลงกับกะละมังแล้วเช็ดโครงหน้าหล่อเหลาที่ดูซีดเซียวไปเพราะพิษไข้ให้อย่างเก้ๆกังๆ ดวงตาเรียวสวยจ้องมองเด็กน้อยที่เอาแต่ก้มหน้างุดอย่างขำๆพลางจับมือที่สั่นเทามากุมไว้

“เปลี่ยนใจให้ฉันเช็ดเองยังทันนะ” กงชานสะดุ้งด้วยความตกใจเล็กน้อยแต่ก็ยังฝืนทำหน้าตาระรื่นได้ต่อไป

“ก็ไม่มีอะไรนี่ มือผมก็หายเจ็บแล้ว รุ่นพี่ไม่ต้องห่วงกลัวผมเจ็บหรอก”

“อ้าวเหรอ เห็นสั่นเชียวเลยนึกว่ายังเจ็บอยู่” จินยองแอบอมยิ้มให้หน้าขึ้นสีชมพูระเรื่อของรุ่นน้อง ตอนแรกเขายอมรับนะว่าก็มีเขินอยู่บ้าง แต่พอเห็นไอ้หมาน้อยเป็นอย่างนี้แล้วความอยากแกล้งเลยมีมากกว่า

“เหรอฮะ สงสัยยังไม่ได้กินข้าวเช้ามั้งเลยไม่มีแรง”

โถเด็กน้อย เหตุผลอย่างกับนางเอกนิยาย ^^

“พอแล้วกงชาน เช็ดหน้าฉันจนสะอาดจะขึ้นเงาแว้บอยู่แล้ว เปลี่ยนไปเช็ดที่อื่นบ้าง” จินยองจับมือเย็นของกงชานให้หยุดพลางย้ายลงมาที่ไหล่ของตัวเอง หมาน้อยกระพริบตาปริบๆพร้อมสูดลมหายใจเข้าลึกดูน่าขบขัน ก่อนจะวางผ้าแล้วเช็ดตัวลงมาถึงลำแขนยาวแกร่งที่เขาเคยใช้หนุนนอนทุกวันอย่างเชื่อฟัง

แขนนี้เองสินะที่ฮยองใช้อุ้มเราเมื่อวาน แขนคู่นี้ที่โอบกอดเราทั้งคืนไม่แปลกใจเลยว่าทำไมจินยองถึงไม่เคยเมื่อยเวลาที่ให้เขานอนหนุนแขนหรือยกตัวเขาขึ้น ก็เล่นมีกล้ามพอดีแบบนี้ไหนจะไหล่กว้างๆที่เขาชอบเอาคางมาเกยเวลาอ้อนอีก ไม่นึกเลยว่าจะมีวันที่ได้เห็นมันเต็มๆตา

นี่กงชานชิคคิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย เช็ดตัวให้คนป่วยนะไม่ได้เรียนกายวิภาคอนาโตมี่มนุษย์ถึงต้องบรรยายทุกช็อต นายมันเด็กอ้อล้อ เด็กทะลึ่ง งื้ออออ >///<

“ส่ายหน้าทำไม กำลังต่อสู้กับความคิดตัวเองอยู่เหรอ” จินยองเหลือบมองพลางแย้มปากยิ้มกวนบีบจมูกเล็กด้วยความเอ็นดู

“เปล่า แค่กำลังคิดอยู่ว่าจะทำอะไรให้ฮยองกินดี ฮยองเจ็บคอมากมั้ยฮะ (.  .)” กงชานก้มหน้าก้มตาเช็ดตัวให้จินยอง พยายามที่จะไม่สบตาเรียวรีที่กรุ้มกริ่มเป็นประกายเหมือนตั้งใจแกล้งให้เขาเสียศูนย์เล่นๆ

“นายทำกับข้าวเป็นด้วยเหรอ เห็นปกติอ้อนให้ฉันทำให้กินทุกวัน” คนรุ่นพี่มองสีหน้าตื่นตระหนกขำๆ ตอนที่กงชานแกล้งเขาแรกๆแล้วเขามีปฏิกริยาอย่างนี้เจ้าตัวคงมีความสุขพิลึก

แต่ตอนนี้หมดเวลาสนุกของหมาน้อยแล้วครับตาหมาจิ้งจอกเอาคืนบ้าง

“ต้มรามยอนเป็น ทอดไข่ก็พอได้อยู่ฮะ” คนรุ่นน้องตอบตะกุกตะกักเพราะจินยองเล่นยันตัวขึ้นมานั่งบนโซฟาแล้วโอบเอวเขาเข้ามาปะทะแผงอกเปล่าเปลือย ดวงตาเรียวสวยกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ขณะที่จ้องลงไปในตาโตใสแจ๋วสีดำ

“อยากกินข้าวต้มกุ้ง ตามใจคนป่วยหน่อยสิ” ใบหน้าใสพยักหน้าหงึกหงักอย่างเคอะเขินแบบคนสติหลุดลอย ทำเป็นหรือเปล่าก็ไม่รู้ดีไม่ดีเขาคงต้องเข้าครัวไปทำอาหารให้ตัวเองกับหมาน้อยกินอีกตามเคย

“ได้เดี๋ยวผมไปทำให้นะ” กงชานรีบแช่ผ้าเช็ดตัวลงในอ่างแล้วทำท่าจะเดินออกไป แต่กลับโดนหมาจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ดึงนิ้วก้อยไว้เบาๆ

“เช็ดตัวให้ฉันเสร็จแล้วหรือไงถึงจะหนีไปทำกับข้าวน่ะ”

“เห็นฮยองบอกว่าอาย ให้ฮยองเช็ดที่เหลือเองดีกว่าฮะ” พูดจบร่างบางผมดำก็รีบดีดตัวออกเดินจ้ำๆเข้าไปในครัวทันที พอเห็นพ้นสายตาแล้วจินยองจึงจะปล่อยเสียงหัวเราะแหบพร่าออกมาด้วยความขำ ตกลงใครกันแน่ที่อายใคร รีบเดินเพราะเขินซะขนาดนั้นระวังใจลอยทำหม้อในครัวหล่นนะ

เคร้ง~ “โอ๊ยหม้ออะไรเนี่ย”

พูดยังไม่ทันขาดคำจริงๆด้วย วันนี้จินยองจะได้กินข้าวต้มกุ้งฝีมือแฟนตัวเองไหมนะ~ หึๆ ^^

หนึ่งชั่วโมงผ่านไปอย่างแสนทรมานจนจินยองต้องหยิบเสื้อยืดมาใส่ก่อนเพื่อบรรเทาความหนาวที่เข้ามาแตะสัมผัสจนเย็นเจ็บเนื้อ แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าข้าวต้มกุ้งที่มอบหมายให้กงชานไปทำจะเอามาเสิร์ฟถึงที่ซักที รุ่นพี่ผมแดงจึงต้องรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดพยุงร่างหน่วงๆของตัวเองให้เดินไปที่ครัวทีละนิด ปวดกระบอกตามากแค่ไหนก็ต้องทนเอาถ้าอยากเห็นใบหน้าใสๆน่ารักของอีกคนที่เก็บตัวอยู่ในห้องครัวมาได้พักหนึ่งแล้ว พอใกล้เดินถึงห้องกลิ่นข้าวหอมๆกับกุ้งต้มสุกก็เริ่มโชยมาพอให้มีกำลังใจในการเดินต่อไปบ้าง เมื่อแง้มประตูเข้าไปก็เห็นคนผมดำกำลังง่วนกับการเทอาหารใส่ชามจัดตกแต่งให้เขาอยู่พอดี คนผมแดงรีบลากเท้าเข้าไปใกล้ก่อนจะยึดกอดที่ไหล่คนรุ่นน้องเอาไว้พลางซุกหน้าลงไปกับแผ่นหลังบางอย่างหมดแรง

ไม่ได้คิดจะฉวยโอกาสตอนนี้นะ แต่มันหน้ามืดไม่มีแรงเดินแล้วจริงๆ -_-;;

“ฮยอง! เข้ามาทำไมฮะในนี้มันร้อน” กงชานรีบพลิกตัวหันมารับร่างคนข้างหลัง ตัวจินยองยังดูรุมๆอยู่บ้างนิดหน่อยแต่ก็ค่อนข้างดีขึ้นกว่าเมื่อเช้ามาก

“ผมทำให้เสร็จพอดีเลย เปิดหาวิธีทำในเน็ตตั้งนาน” หน้าหวานเปื้อนรอยยิ้มของคนรุ่นน้องผุดไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็กเพราะอบอยู่ในห้องครัวมาได้เป็นชั่วโมง จินยองเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีโทรศัพท์เปิดเน็ตเว็บทำอาหารทิ้งไว้วางอยู่ใกล้ตัวกงชาน ไอ้หมาน้อยคงพยายามจะทำอาหารจานนี้ให้เขาด้วยความยากลำบากจริงๆ

“ขอดูผลงานหน่อย” เสียงพร่าของจินยองพูดอยู่ข้างหูพลางพยายามจะชะโงกหน้ามองสิ่งที่อยู่ในชาม สิ่งที่เห็นคือกุ้งสีส้มต้มสุกกลิ่นหอมน่ากิน บนหน้าโรยด้วยต้นหอมผักชีและกระเทียมเจียวเล็กน้อยดูไม่จืดชืด เพียงแต่ว่าสิ่งที่เป็นวัตถุดิบหลักของจานมันดัน

“จำได้ว่าสั่งข้าวต้มกุ้งไปนะ ไม่ใช่โจ๊กกุ้ง” จินยองหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเมื่อได้เห็นข้าวที่เละเกินกว่าจะเป็นข้าวต้มเทใส่อยู่ในชาม แต่พอเห็นสีหน้าหงอยๆดูผิดหวังของกงชานจินยองจึงรีบพูดให้กำลังใจก่อนที่เจ้าตัวจะรู้สึกแย่เพราะอุตส่าห์ตั้งใจทำให้

“นายแค่ต้มข้าวนานไปหน่อยมันก็เลยออกมาเละไปนิดนึง ครั้งแรกทำได้เท่านี้ก็เก่งแล้วชานนี่” จินยองยิ้มให้กำลังคนหน้าใสที่ทำปากย่นน่ารักอยู่ข้างๆ สีหน้าของกงชานดูผิดหวังกับข้าวต้มชามนี้อยู่พอตัวเพราะอุตส่าห์ง่วนทำมันทั้งชั่วโมง

“แต่ฮยองอยากกินข้าวต้มกุ้งไม่ใช่โจ๊กกุ้งเละๆแบบนี้ ผมทำกับข้าวไม่เก่งเองแหละ”

“ไม่เป็นไร โจ๊กกุ้งก็กินคล่องคอดี ^^;;” ถึงจะรู้ว่ามันไม่มีใครในโลกที่ทำโจ๊กกุ้งเป็นอาหารแต่จินยองก็พยายามชมทั้งที่ยังไม่รู้ถึงรสชาติมันด้วยซ้ำ

“แต่

“รสชาติมันก็ดูน่าอร่อยอยู่นะ กลิ่นนี่หอมไปถึงห้องนั่งเล่นเลย"

"ยังไม่ทันได้ชิมเลย ฮยองไม่ต้องมาแกล้งชมผมหรอก"

"ดูจากหน้าตาคนทำก็รู้แล้วว่าต้องรสชาติดี (.////.)"

"ไม่เกี่ยวซะหน่อย ดีไม่ดีมีแต่ขี้มือเค็มๆ ฮยองกินได้หรือไง =///=" ส่วนอื่นก็ชิมมาแทบจะหมดแล้วไม่เห็นจะเค็มเลยซักส่วน

 "เชื่อเหอะฉันทำอาหารบ่อย ดูสิน่าอร่อยจะตาย” จินยองกดคางลงกับไหล่บางพลางยิ้มให้ พยายามจะรักษาระยะห่างไว้มากกว่าทุกทีเพราะกลัวไอ้หมาน้อยจะไม่สบายตามเขาไปอีกคน

“ยกออกไปกินข้างนอกกัน ฉันหิวแล้ว” จินยองตั้งตัวเองให้ตรงพลางจะเดินออกไปก่อนแต่มือบางของกงชานกลับฉุดเขาไว้

“พี่จินยองฮะ” แล้วริมฝีปากหวานก็ทาบลงมาบนปากอุ่นแห้งผากของเขาอย่างอ่อนโยนพร้อมพรมแตะสัมผัสรอบไปทั่วปากหยักแดงก่ำของเขาเบาๆ

“อื้มมม ทำอะไรของนาย เดี๋ยวก็ติดหวัดหรอก” จินยองรีบดันคนตาแป๋วที่ยิ้มร่าอยู่ให้ออกห่างด้วยความตกใจ

“รับวิตามินไง เดี๋ยวเดินไม่ไหวเซไปเซมาอีก ^^” เชื่อเขาเลยเด็กน้อยขี้อายน่ารักเมื่อกี้สงสัยถูกฆ่าตายไปพร้อมข้าวต้มกุ้งซะแล้ว -_-^

“ไม่ทำอย่างนี้แล้วนะ เดี๋ยวนายติดหวัดฉันขึ้นมาละ” เหมือนว่าคนรุ่นน้องจะไม่ฟังคำเตือนเขาเท่าไร่ถึงได้ยื่นปากเล็กเข้ามาดูดดึงอีกรอบ

“รู้ฮะ แต่ผมไม่ได้รังเกียจนี่ ^^

“ไอ้ดื้อ -///- เชื้อหวัดฉันแรงนะบอกไว้ก่อน” จินยองแทบจะเซเพราะหมดแรงแต่ดีที่ได้แขนบอบบางของกงชานช่วยประคองไว้ หน้าทั้งคู่เลยอยู่ในสภาพใกล้ชิดกันมากกว่าเดิม

“ไม่เป็นไร เราจะได้ไม่สบายคู่กันไง เก๋ดีนะฮยอง”

“เป็นหวัดนะกงชาน นายพูดเหมือนใส่เสื้อคู่เดินห้างด้วยกันได้ยังไง” จินยองพูดเตือนกำชับพลางพยายามจะยืนด้วยขาตัวเองในขณะที่กงชานกำลังเช็ดเหงื่อที่ไหลออกมาตามใบหน้าให้เขาอยู่อย่างอ้อยอิ่ง กลีบปากนุ่มกดลงบนหน้าผากเขาอีกรอบทำให้จินยองก้มลงมองทำหน้าดุ แต่ก็ไม่ได้พูดเตือนอะไรต่อแล้วเจ็บคอ T_T

“ไม่เป็นไรหรอกน่าฮยอง กว่าผมจะไม่สบายตามฮยองก็หายแล้วพอดี ทีนี้เราจะได้ผลัดดูแลกันอย่างเท่าเทียมไงฮะ”

“ตรรกะของนายมันไม่ได้เรื่องเลยชานชิค” จินยองส่ายหน้าน้อยๆอย่างอ่อนใจ ตาโตใสแจ๋วกระพริบปิ๊งๆให้เขาพลางเอ่ยเสียงใสออกมา

“ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะพี่จินยองทั้งเรื่องเมื่อคืนแล้วก็เรื่องเมื่อกี้ด้วย ชมแล้วต้องกินให้หมดนะฮะ” กงชานขู่พลางมองโจ๊กกุ้งของตัวเองอย่างเอาจริง จินยองยิ้มน้อยๆให้ก่อนจะยกแขนขึ้นลูบหัวกลมน้อยๆอย่างอ่อนโยน

“ไม่เป็นไร ชอบของขวัญฉันมั้ย” ระหว่างที่จินยองถามกงชานก็สังเกตได้ว่าหน้าจินยองดูแดงขึ้นเล็กน้อย คงไม่ได้เป็นเพราะอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นแต่เป็นเพราะคนรุ่นพี่กำลังเขิน

“ชอบยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ฮยองสูบกัญชาหรือเปล่าฮะ?

“ทำไมถามแบบนั้นล่ะ” จินยองขมวดคิ้ว กงชานมองหน้าจริงจังของจินยองที่ไม่เก็ทกับมุกตัวเองแล้วก็ขำ

“ผมเสพติดของขวัญฮยองมากเลย อยากได้ทู้กกกวัน" หน้าใสโน้มพร้อมโถมลำตัวบางขึ้นเกาะเกี่ยวต้นคอของรุ่นพี่จนถอยหลังไปชนเคาน์เตอร์ในครัว แต่โชคดีที่จินยองยกนิ้วโป้งขึ้นปิดปากเล็กที่ยื่นเข้ามาได้ทัน

"เดี๋ยวไม่สบาย ไว้จะให้วันหลัง" ตาเรียวยิ้มหยีอย่างเป็นต่อก่อนจะหยิกแก้มนุ่มของเด็กน้อยที่ทำหน้ายู่ด้วยความเอ็นดู

"นิดหนึ่งก็ไม่ได้เหรอฮะ (' ^ ')"

"ไม่ได้เด็ดขาด ยิ่งถ้าฉันไอหรือจามนายต้องรีบไปอยู่ให้ไกลๆฉันเลยนะเข้าใจมั้ย?"

"ทำไมต้องทำอย่างนั้นด้วย ฮยองไม่ใช่ตัวเชื้อโรคซักหน่อย" กงชานเอามือป้ายเหงื่อชื้นๆที่ผุดขึ้นตามหน้าของรุ่นพี่อีกรอบ ตากลมโตจ้องมองเข้าไปในดวงตาหยีสวยของจินยองที่ส่ายหน้ากับความหัวรั้นของไอ้ลูกหมา

"บางทีฉันก็นึกอยากให้นายรังเกียจฉันบ้าง" แขนยาวค่อยๆรั้งเอวบางเข้ามากอดไว้หลวมๆเหมือนยอมใจกับความดีคนรุ่นน้อง หน้าใสยุกยิกฝังอยู่กับแผงอกเขาเหมือนหาไออุ่นพลางกระชับอ้อมแขนน้อยให้แน่นตามเช่นกัน

"ท่าจะยากนะพี่จินยอง...ผมดันรักฮยองจนไม่รู้จะรังเกียจยังไงแล้ว" จินยองนึกถึงบทสนทนาที่พ่อพูดทางโทรศัพท์กับเขาเมื่อคืนแล้วก็ซุกหน้าลงกับผมสีดำนุ่มด้วยความห่วงหา กว่าจะหาเจอ...กว่าจะมีวันนี้ได้...มันไม่ใช่ง่ายๆเลยนะ อย่าให้มันต้องมาพังเพราะชีวิตของเขาเลย

"โจ๊กเย็นหมดแล้วมั้งฮยอง กินตอนร้อนๆดีกว่าเนอะเผื่อจะเหลือความอร่อยไว้บ้าง" กงชานผละออกไปหยิบโจ๊กมาถือแล้วชวนเขาออกไปกินที่ห้องรับแขก คนเป็นไข้ยิ้มพยักหน้าให้ก่อนจะเดินตามคนรุ่นน้องกลับไปนั่งที่โซฟาตามเดิม กงชานเตรียมช้อนส้อม แก้วน้ำและยาหลังอาหารไว้ให้พร้อมก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาถาม

"ผมต้องป้อนฮยองเหมือนในละครหรือเปล่าฮะ" จินยองยิ้มขำ กงชานชิคเป็นเด็กตลกอย่างนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

"ไม่ต้องหรอก ฉันแค่ไม่สบาย ไม่ได้เป็นอัมพาตแขนขาหักซะหน่อย"

"อ้อ แต่ฮยองยังป้อนผมทุกวันทั้งๆที่ผมก็ยังสบายดีได้เลยนี่" กงชานส่งชามโจ๊กให้จินยองพลางปรุงชามของตัวเอง

"ก็นายมันลูกนก เอะอะก็อ้าปากงาบๆรออาหารมาหย่อนใส่ปากอย่างเดียว" จินยองทำท่าอ้าปากกว้างล้อเลียนคนผมดำที่นั่งขำอยู่

"ผมไม่ได้อ้ากว้างอย่างฮยองซะหน่อย ฮยองทำซะผมดูน่าเกลียดเลย"

"แต่ก็...ไม่เป็นไรหรอก ฉันเต็มใจป้อน" ประโยคหลังคนรุ่นพี่พูดงึมงำพลางหลบตาตักโจ๊กเข้าปากไป ได้ยินดังนั้นกงชานเลยหย่อนตัวลงนั่งที่โซฟาเดียวกันพลางยิ้มใช้ไหล่บางกระแซะคนข้างๆ

"พูดอะไรอ่ะรุ่นพี่ ^^"

"ได้ยินแล้วยังจะถามซ้ำอีก" จินยองอมยิ้มกลอกตามองเพดาน

"อร่อยมั้ยฮะโจ๊กฝีมือผม"

"น่าจะพอใช้ได้อยู่นะ คนไม่สบายยังไงก็ลิ้นจระเข้อยู่แล้ว นายถามฉันตอนนี้ฉันจะตอบให้ถูกได้ไง" จินยองหยิบรีโมตบนโต๊ะข้างหน้ามาเปิดทีวีดู มือกดเลือกช่องรายการไปเรื่อยๆจนมาหยุดที่ช่องการ์ตูนเรื่องหนึ่ง

"จริงด้วยสินะ" กงชานพยักหน้าหงึกหงักระหว่างคิดตาม "อย่างนี้แสดงว่าที่ทำไปเมื่อกี้ก็ไม่หวานเลยสิ" คนผมดำพูดเบาๆกับตัวเองระหว่างที่ตักโจ๊กเข้าปาก ถึงจินยองจะไม่สบายแต่สมรรถภาพทางการได้ยินของหมาจิ้งจอกก็ยังเท่าเดิมนะครับ

"เหมือนเดิม..." จินยองตักโจ๊กเข้าปากอีกคำพลางอมยิ้มกับกุ้งในชาม

"...?"

"เคยบอกกับนายยังไงก็ยังเหมือนกับตอนนั้นแหละ" รุ่นพี่ผมแดงรีบๆพูดพลางหยิบยาและน้ำขึ้นมากินแก้เขินแต่ก็สำลักไม่เป็นท่าเพราะรีบกลืน ไอ้หมาน้อยที่นั่งข้างเขาหัวเราะออกมาอย่างไม่เกรงใจคนป่วย

"อย่าทำอะไรแก้เขินสิฮะฮยอง ค่อยๆกินก็ได้" กงชานยันตัวขึ้นนั่งบนตักเขาพลางหยิบผ้าสะอาดที่แช่ในกะละมังบนโต๊ะขึ้นมาเช็ดหน้าเช็ดตาและเสื้อเปียกๆให้เขา

"ก็นายทำตาวิบวับใส่ฉันอ่ะ" จินยองไอแค่กๆพลางชำเลืองมองคนบนตักอย่างคาดโทษ

"ก็บอกแล้วไงว่าหน้าธรรมชาติของผม ^^"

"ทำอย่างนี้กับคนอื่นบ่อยสิท่าเลยนึกว่าเป็นหน้าธรรมชาติ"

"ทำไมล่ะ...ฮยองหวงเหรอ" กงชานยิ้มใสกระพริบตาบ้องแบ๊วใส่เขา

"เปล่า...แค่จะพูดว่าเป็นคนเฟรนด์ลี่อย่างนี้ก็ดี จะได้มีเพื่อนเยอะๆ" จินยองอึกอักอยู่นานกว่าจะตอบมาได้

"เหรอ ^^"

"อืมมม จะดูการ์ตูนน่าอย่าเพิ่งกวน" ตาเรียวพยายามจะเน้นความสนใจไปที่จอโทรทัศน์ข้างหน้าที่มีการ์ตูนดิสนีย์เรื่องหนึ่งฉายอยู่พลางกัดกระพุ้งแก้มกลั้นความเขินไว้ กงชานมองสีหน้าของจินยองแล้วก็หัวเราะ หัวทุยซบลงกับลาดไหล่กว้างของรุ่นพี่ด้วยท่าทางออดอ้อน

"ไม่สบายอย่างนี้ยังให้ผมซบไหล่ไหวมั้ย"

"หัวนายก็ไม่ได้หนักอะไรนักหนานี่ไอ้ลูกหมา" ลำตัวนิ่มโอบกอดเขาไว้ด้วยความดีใจแล้วซักพักก็ไถลลงนอนบนตักต่อ

"แล้ว...นอนตักล่ะได้หรือเปล่า"

"...ตามใจสิ"

"ไม่เจ็บตัวใช่มั้ยฮะ"

"ไม่เจ็บ" ถึงเจ็บจริงใครจะบ่นให้เสียฟอร์ม

"นอนได้แน่นะ"

"ทุกส่วนในร่างกายฉันมันมีไว้ให้นายหมดแหละ นอนๆไปเหอะอย่าพูดเยอะ" จินยองหน้าแดงพลางรีบจับตัวเด็กน้อยจอมยุ่งที่หัวเราะชอบใจให้นอนบนตักเสียเองอย่างขำๆ ระหว่างที่นอนก็เอามือลูบหัวนุ่มนิ่มที่ซุกออดอ้อนให้เพราะรู้ว่าเจ้าตัวชอบให้เขาทำแบบนี้ทุกครั้งที่นอนตัก

แต่ก็ใช่ว่ากงชานจะหลอกนอนตักฮยองฟรีเปล่าๆ  มือบางของรุ่นน้องผมดำทำหน้าที่ปอกเปลือกส้มแยกกลีบให้เป็นคำเล็กๆป้อนคนรุ่นพี่ไม่ขาดปากตลอดเวลาที่ดูการ์ตูน ตาคมเรียวสวยของจินยองจ้องหน้าจอโทรทัศน์ไม่กระพริบ พอมีวัตถุสีส้มยื่นมาจ่อปากเมื่อไหร่ปากหยักก็จะรับของในมือคนที่นอนตักไปเคี้ยวตุ้ยๆโดยอัตโนมัติทำให้กงชานยิ้มชอบใจที่ได้ดูแลคนป่วยอย่างที่ตั้งใจไว้

กินเยอะๆนะฮยอง...จะได้หายไวๆ

"ย่าห์! ทำไมค็อปเปอร์ถึงทำกับทอดด์อย่างนี้ล่ะ ไหนบอกว่าเป็นเพื่อนรักกันไง" จินยองบ่นเมื่อถึงฉากที่หมาล่าเนื้อในการ์ตูนดูโกรธแค้นเพื่อนรักที่เป็นหมาจิ้งจอกอย่างรุนแรงจนถึงขั้นทะเลาะกัน

"คงห่างกันไปนานมั้งฮยอง ค็อปเปอร์ต้องแยกกับทอดด์ตั้งแต่ตอนเป็นลูกหมา ความคิดของมันก็เลยเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม" กงชานวิจารณ์ตาม

"รู้จักผูกพันกันมาตั้งนานแต่ดันมาโกรธกับเรื่องแค่นี้เนี่ยนะ...แค่ห่างกันมันไม่ใช่เหตุผลหรอก" จินยองทำหน้าบึ้งไม่พอใจใส่จอทีวี

"ดูฮยองอินมากเลยนะฮะเนี่ย แอบจินตนาการอะไรมากกว่านั้นหรือเปล่า" กงชานยิ้มอย่างรู้ทัน จินยองก็คงคิดไม่ต่างจากเขาเพราะตัวการ์ตูนหลักสองตัวของเรื่องนี้ก็คือลูกหมาจิ้งจอกสีส้มกับลูกหมาล่าเนื้อตาแป๋วแหววที่กำลังทะเลาะกันอยู่

ดูก็ไม่รู้เล้ยยยย...ว่าใกล้เคียงกับใคร

"ถ้าต้องห่างกัน...นายจะเป็นเหมือนค็อปเปอร์มั้ยกงชาน" จินยองคาบรับส้มที่มือบางส่งมาพลางจ้องหน้าคนบนตักที่ยิ้มหวานให้เขา

"ตอนนี้ผมเปลี่ยนไปจากเมื่อเก้าปีที่แล้วมั้ยล่ะ"

"ก็...อ้อล้อมากขึ้น"

"-___-* หึ"

"อ้าวไม่ใช่เหรอ ไหนมาดูชัดๆซิมีอะไรเปลี่ยนไปมั่ง" จินยองแกล้งดึงจมูกแหวกผมสีดำที่ปรกหน้าออกแล้วก้มลงไปดูใกล้ๆ คนบนตักทำหน้ามุ่ยพลางโวยวายสะบัดหน้าใสไปมา

"น่าเกลียดมากขึ้นมั้ง -^-"

"อย่าเพิ่งงอนสิ ยังไม่ได้พูดอะไรเลยซักคำ" นิ้วหนักดีดริมฝีปากนุ่มของคนที่นอนตักเป็นการหยอกเล่น

"ฮยองกินๆเข้าไปเลย ท่าทางจะหายดีแล้วมั้งเนี่ยถึงได้มีแรงมากวนผมได้" กงชานยัดกลีบส้มที่เหลือทั้งหมดใส่ปากคนป่วยซึ่งจินยองก็รับมาอย่างไม่ถือสาอะไรเด็กน้อยขี้งอน

"นายยังไม่ได้ตอบคำถามฉันเลย...ถ้าต้องห่างกันไปจริงๆนายจะเป็นแบบนั้นมั้ย" จินยองเขย่าหัวทุยที่นอนหนุนตักพลางพยักเพยิดไปที่หน้าจอโทรทัศน์ กงชานได้แต่ยิ้มแล้วส่ายหน้าไปมา

"ฮยองนี่บทจะเด็กก็เด็กซะเวอร์เลย การ์ตูนยังไงมันก็เป็นการ์ตูนวันยังค่ำ แล้วอีกอย่าง...ในเรื่องนี้หมาจิ้งจอกกับหมาล่าเนื้อมันเป็นเพื่อนรักกัน ไม่ใช่แบบเรา (.///.)" คนตอบชักจะเขินเองก็เลยซุกหน้าลงกับตักแกร่งมากกว่าเดิม

"แล้วแบบเรานี่มันเป็นแบบไหน ^^" จินยองพยายามขยับหน้าอายๆให้ออกมาจากตักแต่ก็ไม่เป็นผล ยิ่งอยากเห็นไอ้หมาน้อยก็ยิ่งซุกหนักมากกว่าเดิม

"แบบที่...ฮยองบอกว่าจะเป็นเสื้อกันฝนให้ผมไง" รุ่นน้องฉลาดยกคำของรุ่นพี่มาอ้าง มือเล็กนุ่มๆยกมือของจินยองมากอดตัวเองไว้แบบที่คนรุ่นพี่ทำเมื่อวาน จินยองมองตามคนบนตักอย่างเอ็นดูปนหนักใจแล้วจึงกระชับวงแขนให้แน่นกว่าเดิมเล็กน้อย

"โตขึ้นนายอยากเป็นอะไร นักวิทยาศาสตร์หรือครูสอนคณิตหรือเปล่า?"

"เป็นลูกหมาตัวเดิมของฮยอง ^^"

"อนาคตนายไม่ได้มีแค่ฉันนะกงชาน ถ้าวันหนึ่งฉันเกิดไม่ได้อยู่กับนายจะทำยังไง" คำถามจริงจังของคนรุ่นพี่ทำให้รุ่นน้องผมดำจ้องตาเขาปริบๆ

"ก็จะรอ...รุ่นพี่คงไม่ไปแล้วไปลับหรอกจริงมั้ยฮะ"

"..." จินยองเงียบไปกับคำตอบที่จริงจังพอกัน กงชานบีบมือเขาเล็กน้อยโดยไม่ได้พูดอะไรต่ออีก คนผมแดงถอยหายใจก่อนจะเกลี่ยผมนุ่มบนหน้าผากลูกหมาของเขาให้เข้าที่เข้าทาง

"เคยคิดจะไปเรียนต่อต่างประเทศบ้างหรือเปล่า" กงชานละความสนใจจากการ์ตูนช้อนสายตาขึ้นมามองหน้าเขาตรงๆแล้วก็ขำฝืดๆออกมา

"รุ่นพี่ก็เห็นนี่ว่าภาษาผมเข้าขั้นวิกฤตแค่ไหน ถ้าไปเที่ยวเฉยๆก็พอได้นะ แต่ถึงขั้นต้องไปเรียนต่อนี่ขอบาย"

"..." แล้วบรรยากาศก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง เงียบจนจินยองไม่ได้ยินเสียงโทรทัศน์ที่เปิดอยู่ แต่กลับได้ยินเสียงคนบนตักถอนหายใจน้อยๆแทน

"เมื่อคืนพ่อฮยองโทรมาเรื่องนี้ใช่มั้ยฮะ" มือที่จับประสานอยู่บีบมือเขาเบาๆเหมือนก็ลุ้นให้เขาตอบตรงๆเช่นกัน

"ปะติดปะต่อเรื่องเก่งเหมือนกันนี่"  จินยองจับจมูกจิ้มลิ้มของคนที่หนุนตักอย่างต้องการจะปลอบใจ มือบางค่อยๆยกมือร้อนชื้นของเขาไปประคองหน้าตัวเองแล้วถอนหายใจออกมาอีก

"ว่าแล้ว...เมื่อคืนดูฮยองซึ้งเกินเหตุ กะไว้ตั้งแต่แรกแล้วล่ะว่าต้องมีอะไร" คนผมดำพยายามจะพูดให้ดูตลกเพราะรู้ว่าจินยองก็คงคิดไม่ตกกับเรื่องนี้มาทั้งคืน

"โกรธหรือเปล่าที่ฉันเพิ่งมาบอกนายเอาวันนี้"

"ไม่เป็นไรฮะ ผมเข้าใจ..." กงชานยังคงจับมือคนรุ่นพี่แนบไว้กับแก้มตัวเองอย่างนั้น "ความจริงฮยองก็บอกผมหมดแล้วเมื่อเช้าตอนที่ละเมอ"

"ฮะ!? ฉันละเมอด้วยเหรอ? O_O^" จินยองผุดลุกด้วยความตกใจ หมาน้อยของเขายิ้มพร้อมพยักหน้า

"ถ้าเดาไม่ผิดไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่นใช่มั้ยฮะ"

"นี่ฉันเผลอบอกให้นายฟังหมดหมดนี่เลย?"

"เปล่าหรอก แต่รุ่นพี่ละเมอเป็นภาษาญี่ปุ่นมาตั้งหลายประโยค คงจะคิดมากเรื่องนี้จนไม่สบายเลยสิใช่มั้ยฮะ" กงชานเอื้อมเอาหลังมืออังหน้าผากอุ่นเพื่อทดสอบอุณหภูมิ ตัวของจินยองยังคงรุมๆอยู่บ้างแต่สีหน้าก็ดูสดใสขึ้นบ้างแล้ว ลำพังแค่ตากฝนอย่างเดียวคนรุ่นพี่คงไม่ถึงกับล้มป่วยหนักขนาดนี้ เพราะเจ้าตัวก็ยืนยันนักหนาว่าตัวเองหัวแข็งมาตั้งแต่ทีแรก

"ฉันไม่อยากให้นายลำบากใจถ้าเราต้องอยู่ไกลๆกันอีกรอบ ก็เลย..."

"ก็เลยเก็บเอาไปคิดมากคนเดียว" กงชานลุกขึ้นนั่งตักตอนที่พูดแทรกขึ้นมา "ไม่ทำอย่างนี้แล้วนะฮะพี่จินยอง มีอะไรก็คุยกันจะได้ช่วยกันคิดหาทางแก้ไขหรืออย่างน้อยฮยองก็จะได้ระบายให้ใครฟังบ้าง ทำอย่างนี้ผมเป็นห่วงฮยองมากเลยนะ…ไม่ชอบเลยเวลาเห็นฮยองนอนซมไม่สบาย" จินยองมองเด็กน้อยผมดำที่ทำปากเบะนั่งกอดอกเทศนาให้เขาฟังอยู่บนตักขำๆ ว่าแต่เขาเป็นเด็ก...บทตัวเองจะโตก็โตซะเร็วเชียว

"ครับ ไม่ทำแล้ว ^^"

"แน่นะ"

"คร้าบบบ จะดุไปไหนเนี่ยฮึไอ้ลูกหมา เอาซะฉันพูดตามนายไม่ทันแล้ว" จินยองดันหัวคนรุ่นน้องไปข้างหลังด้วยความเอ็นดู กงชานมองเขาอย่างไม่ไว้ใจก่อนจะพยักหน้าแบบยอมเชื่อก็ได้

"ฮยองไม่ต้องคิดมากหรอก ผมรอไหว เก้าปีที่แล้วยังรอมาได้เลย" แล้วลูกหมาตัวยุ่งก็เปลี่ยนเป็นพูดเสียงอ้อนเอามือโอบรอบคอเขาเสียเฉยๆ เด็กอะไรตามอารมณ์ให้ทันยากจริงๆ -_-^

"เหลือเวลาอีกห้าเดือนนะ นายต้องฝึกทำอาหารเองไว้ซะตั้งแต่ตอนนี้เลย ฉันจะได้ไม่ห่วงเวลาไปอยู่ที่โน่น" จินยองโอบเอวกงชานไว้หลวมๆระหว่างก้มดูขนาดเอวบางที่กอด กงชานมองตามสายตาเรียวรีพลางกระพริบตาปริบๆส่งคำถามไปให้

“มีอะไรเหรอฮะ?

"ทะเลาะกับฉันไปแค่สองวันแต่ทำไมนายดูผอมลงไปเยอะเลย ได้ทำอะไรกินเองตอนที่ฉันไม่อยู่บ้างหรือเปล่า" คนรุ่นพี่เงยหน้าขึ้นมาคาดคั้นคนผมดำที่ส่ายหน้าน้อยๆ

"ทำก็ไม่อร่อยเท่าฮยองทำหรอก คนอกหักฮยองจะให้กินอะไรเยอะแยะล่ะ" กงชานตอบหน้ามุ่ยเมื่อนึกถึงเรื่องสองวันก่อนทำให้คนรุ่นพี่ต้องยกมืออุ่นขึ้นมาลูบผมคนตรงหน้าอย่างอ่อนใจ

"ทีหลังต้องกินนะ กินให้เหมือนตอนที่นายโกรธหรืองอนฉันน่ะ...อย่างน้อยนายจะได้มีเนื้อมีหนังไม่ผอมแห้งเป็นหนังหุ้มกระดูกอย่างนี้"

"รุ่นพี่เองก็เหอะ...ไปญี่ปุ่นเจอสาวเอวบางร่างเล็กก็อย่าไปหลงเสน่ห์ล่ะ คนญี่ปุ่นยิ่งตัวเล็กน่ารักน่าพกพาอยู่ด้วย" กงชานพูดกำชับเสียงอุบอิบ พี่จองจินยองสุดเท่ของเขาดูเจ้าเสน่ห์จะตาย ขี้คร้านจะมีแต่สาวๆมาหว่านขายอ้อยให้พอไปถึงที่โน่น

"ไม่เอาหรอก ชอบลูกหมากินจุๆแหกหม้อแหกไหอย่างนายมากกว่า เลี้ยงยากดี ^^"

"นี่ชมหรือว่าฮะเนี่ย -^-*"

"ไม่ดีเหรอ มีแต่ฉันคนเดียวที่เลี้ยงนายได้น่ะ ลูกหมาซนๆกินเก่งอย่างนี้ไม่มีใครเอาอยู่หรอกนอกจากฉัน"

"มั่นใจในตัวเองไปมั้งฮยอง"

"ก็หรือไม่จริงล่ะ นายเคยบอกฉันเองนี่นาว่าฉันเป็นเจ้าของไอ้หมาน้อยตัวนี้" กงชานเบือนหน้าหนีสายตาเรียวรีที่แกล้งมาจ้องใกล้ๆพลางหาทางคิดเอาคืนคนรุ่นพี่บ้าง...รู้สึกว่าพักนี้จะทำให้เขาหน้าแดงบ่อยเกินไปแล้วนะ

"พูดได้ดีอย่างนี้...เชิญคุณจองจินยองเปิดปลากระป๋องด้วยมือเปล่าไปรับรางวัลเป็นยาแก้ไข้และวิตามินที่ชั้น..." กงชานลอยหน้าลอยตาพูดเลียนแบบเสียงโอเปอเรเตอร์ในโรงพยาบาลพลางเหลือบมองหน้าฮยองที่จ้องมองด้วยความมึนงงว่าเขาจะพูดอะไรต่อไป

"ชั้น...? ชั้นอะไรของนาย?"

"ชั้นรักเธอ ^///^" กงชานแกล้งยื่นริมฝีปากไปแต่จินยองไหวตัวทันเลยหลบไปได้หวุดหวิด

"ไอ้ลูกหมาเสี่ยว บอกว่าตอนนี้ไม่ได้ไง ฟังกันบ้างไหมเนี่ย ><" จินยองยันลำตัวบางที่นอนคร่อมเขาไว้ไม่ให้สุ้มเสี่ยงต่อการกระทำติดหวัด

"มามะ รับวิตามินก่อนฮยองจะได้มีแรงกระชุ่มกระชวยหายไวๆ ^3^"

"ไม่เอาาาา อย่าแกล้งฉันอย่างนี้ดิ เดี๋ยวติดไข้นะ"

"ไม่สน อยากให้ฮยองมีแรงฟิตปึ๋งปั๋ง"

"ฮ่าๆ กงชาน ไม่เล่นอย่างนี้ อื้มมม >///<"

"ฮยองเสร็จผมแน่ ไม่สบายอย่างนี้จะสู้อะไรผมด้ายยย"

"เล่นทีเผลอนี่หว่า"

"ทีใครทีมันต่างหากล่ะฮยอง มัวะ~" ริมฝีปากนุ่มไม่ต่างอะไรจากฟองนมคาปูชิโน่ประทับลงมายั่วอีกที จินยองพยายามจะหาทางหนีทีไล่แต่เรี่ยวแรงตอนนี้มันโดนไข้หวัดกลืนไปแล้วเรียบร้อย

"เอ๊ะ! ดื้อจริงๆเลยนายเนี่ย ไปไกลๆเลยเดี๋ยวติดหวัด"

"ทำอะไรตรงข้ามกับความคิดอีกแล้ว แล้วฮยองกอดเอวผมไว้ทำไมล่ะฮะ"

"กลัวนายจะกลิ้งตกโซฟาน่ะสิไอ้เด็กดื้อ"

"แน่จริงก็ปล่อยผมสิ"

"เรื่องอะไร มานอนบนโซฟาดีๆ"

"คุณปู่พูดจาล่อแหลม~"

"ไอ้ที่นายทำอยู่มันล่อแหลมยิ่งกว่าคำพูดฉันอีก ถ้าให้วิตามินฉันอีกทีฉันจะให้นายกลับแล้วนะ"

"ตบะแตกแล้วไงพี่จินยอง~ ให้มาสิ ผมรอรับวิตามินคืนอยู่..."

เสียงหวานเอ่ยคำพูดสุดท้ายก่อนที่ทั้งบ้านหลังเล็กจะเงียบไปจนเหลือแต่เสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน คงเดาได้ไม่ยากว่าจองจินยองทำให้ไอ้ลูกหมาตัวน้อยของเขาหยุดก่อกวนได้ยังไง ถ้าติดหวัดฉันไปจะมาโทษกันไม่ได้นะ...

นายอยากรู้ตอนจบของนิทานเรื่องนั้นใช่มั้ยกงชาน ฉันเองก็ไม่เคยอ่านหรอกนะว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง รู้แค่ว่า...ถ้าเด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายคนนั้นมีความสุขเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของที่เรามีในตอนนี้ นิทานเรื่องนี้ก็น่าจะเป็นนิทานที่จบลงอย่างมีความสุขชั่วนิจนิรันดร์ได้แล้วล่ะมั้ง...นายคิดอย่างฉันมั้ย?

อ่า...ผมไม่อยากให้คนที่ผมรักติดหวัดนะ แต่ถ้าสวีทเกิร์ลของผมจะหวานซะขนาดนี้...ขอวิตามินอีกซักรอบสองรอบก็คงไม่ผิดหรอก ขอโทษนะครับกงชาน~

 ******************************************

PS. เสร็จไปอีกหนึ่งพาร์ท >< สำหรับใครที่อยากรู้หรือยังค้างคาใจกับประโยคภาษาญี่ปุ่นที่จินยองฮยองละเมอออกมาเราก็ไม่ละเลยนะตัวเอง มีคำแปลบอกให้ท้ายพาร์ทเวลาอ่านจะได้อินๆกัน

ประโยคแรกที่ว่า อานาตาโตะ อิโชเดวาตาชิวะ ชิอาวะซึเดส มันแปลว่า ฉันมีความสุขเวลาที่ได้อยู่กับนายคือเราล้อมาจากฉากหยุดเวลาตอนที่ดูดาวในห้องของทั้งคู่ค่ะ เพราะรู้สึกว่ามีแต่กงชานคนเดียวที่ใจกล้าพูดประโยคนี้ ส่วนถ้าจะให้จินยองบอกออกมาตรงๆเราว่ามันก็ไม่ใช่คาแรคเตอร์ของฮยองในเรื่องเท่าไหร่อีกแหละก็เลยให้ละเมอออกมาเป็นภาษาญี่ปุ่นแทน เพราะในเรื่องนี้จินยองเป็นคนคิดเยอะแต่ไม่ค่อยบอกอะไรใคร กลายเป็นว่าเลยได้สร้างนิสัยแปลกๆให้พี่จินยองไปอีกหนึ่งอัน เฮ่ 555 ละเมออินเตอร์ได้อีก

ส่วนประโยคยาวๆอันหลังก็คือ ฟุตาริกาโอจิจัง โอบาจังนินารุมาเดะ ซึตโตอิชโชงิอิโยะ อันนี้แปลประมาณว่า ฉันอยากให้เราอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่าเป็นคุณตาคุณยายเลยนะ ประโยคนี้เราตั้งใจย้ำคาแรคเตอร์จินยองให้แน่นกว่าเดิม เพราะจินยองฮยองเป็นคนที่ชอบวาดฝันถึงอนาคตครอบครัว แอบอบอุ่นอยู่ลึกๆภายใต้หน้ากากซึนๆที่สร้างมาแก้เขินลูกอ้อนตื้นๆของไอ้หมาน้อยนั่นแหละพูดง่ายๆ ย้ำ! ฟิคเรื่องนี้เป็นจินชานนะเชื่อกันหน่อย 5555

เรารีไรท์ตอนแรกๆให้เป็นจินชานแล้ว ในช่วงเดือนธันวาจะเข้าไฟนอลซีซั่นของเด็กมหาลัย เราอาจจะมาอัพช้ากว่าเดิมซะหน่อยอนุโลมกันได้โนะ ^^;; สัญญาหลายครั้งแล้วว่าไม่มีทางจะทิ้งดองฟิคเรื่องนี้ เรารักบีวัน รักรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามเลยนะ ขอบคุณมากๆที่ให้กำลังใจและติดตามจนมาถึงตอนนี้ได้ สุดท้ายอยากจะบอกก่อนมาอัพครั้งหน้าว่าไอชิเตอิมาสุนะรี้ด 5555 #ยืมคำพูดพี่จินยองมาแล้วจากไปอย่างเงียบๆ บรัยส์ ^0^


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

83 ความคิดเห็น

  1. #60 น้ำตาลเทียม (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 01:21
    มันดีที่คุยกันทุกเรื่อง ปัญหาจะได้แก้ได้ ชอบนัเรื่องนี้แบบชัดเจนดีไม่คิดไปเอง ขอให้จินเชื่อใจก๊ง ก๊งไม่เปลี่ยนใจแน่นอน
    #60
    0
  2. #31 Funch (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2558 / 16:34
    หวาน หวานมากกก อิจสุดๆบอกเลย อยากมีแฟนแบบพี่จินยองค่ะ

    สระผมให้น้องด้วยอ่ะ ฮือออ อยากได้แบบเน้

    พี่จินยองก็นะ ชอบแกล้งพูดให้น้องงอน มันน่าตีจริงๆ

    หมาน้อยก็นะ โดนพี่แกล้งตลอด เป็นไงล่ะถึงตาพี่เค้าแล้ว โฮะๆๆ

    สงสารพี่จินยอง ไม่สบายเลยยย แต่ก็มีแฟนน่ารักๆคอนดูแลไม่ห่าง

    หึย อิจค่ะๆๆๆ น้องรักมากขนาดไหน พี่ไม่สบายก็ยังจูบไม่แคร์ว่าตัวเองจะป่วย

    แต่สุดท้ายก็คงป่วยจริงๆ ฮ่าๆๆๆๆ พี่เค้าแค่ฝากไข้ โฮะๆๆ ฝากยังไงน้าาา(?)



    ขอโทษนะมาเม้นซะเลทเลย พอดียุ่งกับโปรเจคเยอะมาก

    สอบไฟนอลมหาลัยก็ตั้งใจอ่านหนังสือนะ ไม่ต้องแต่งฟิคก่อน

    สอบเสร็จค่อยมาแต่งต่อนะ สู้ๆๆๆๆค่ะ
    #31
    0
  3. #30 Marakeenest (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2558 / 22:02
    ขอบคุนมากนะไรต์ขอบคุนที่คิดฟิคดีๆให้อ่าน อยากให้ไรต์มีกำลังใจทำต่อไปนะ ยุ่งอ่ะ ยุ่งได้นะ อย่าหายไปนานละกัน เค้าคิดถึงพี่จินชาน ????
    #30
    0