[Fic B1A4] My Hyung Neighbor นี่ผมไงจะใครล่ะฮะพี่ [JinChan]

ตอนที่ 15 : Chapter 15 : Feeling

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 94
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 พ.ย. 58


Chapter 15 : Feeling




"เมื่อกี้กงชานโทรมาเหรอ"

ซานดึลหันไปเลียบๆเคียงๆถามคุณชายเล็กเจ้าของบ้านที่นั่งต่อจอยเกมกับโทรทัศน์หน้าจอแอลซีดีราคาแพงหูฉี่ภายในห้องนอน ไม่แปลกหรอกที่บ้านอีตานี่จะมีของใช้หรูๆพวกนี้ ก็เล่นบ้านใหญ่โตอย่างกับพระราชวังบักกิ้งแฮมแต่เล่นอยู่กันแค่ไม่กี่คน เมื่อกี้ตอนที่เพิ่งเข้ามาในบ้านเขาก็ได้เจอกับคุณแม่ของบาโรแล้ว ท่านเป็นผู้หญิงที่ใจดีมาก แทนที่จะต่อว่าลูกชายที่ดันพาเพื่อนมาค้างบ้านกระทันหันไม่บอกไม่กล่าวกลับสั่งพวกสาวใช้ให้จัดห้องหับรองรับเขาเป็นอย่างดี ส่วนคุณพ่อของบาโรได้ข่าวว่าไปประชุมอยู่ที่ต่างประเทศ คงจะกลับประมาณเย็นพรุ่งนี้

"อืม นายก็คุยอยู่ด้วยกันเมื่อกี้จะถามอีกทำไมว่าใครโทรมา" บาโรหันไปวุ่นวายกับอุปกรณ์ไฟฟ้าตรงหน้าต่อ

ซานดึลไม่ได้ตั้งใจจะถามว่าใครโทรมา แต่อยากจะถามในความหมายว่ากงชานเป็นคนโทรมาหรือบาโรเป็นคนโทรไปต่างหาก อีตานี่ก็ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเล้ยยย -___-*

แล้วทำไมเขาต้องไปอยากรู้เรื่องส่วนตัวของอีตาบาบิยองนี่ด้วยล่ะเนี่ย...อีซานดึลเป็นคนชอบกินเผือกตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

"พี่ชินวูนอนคนละห้องกับนายเหรอ"

"ทำไม ถามอย่างนี้จะแอบย่องเข้าห้องพี่ชายฉันตอนดึกหรือไง"

"ไอ้กระรอกเสื่อม โรคจิตจริงๆเลยนายนี่ -*-" มือเล็กขว้างผ้าเช็ดตัวที่เพิ่งใช้เช็ดตัวหมาดๆมาจากห้องน้ำใส่คนปากเสีย แต่ยังดีที่ชาบาโรเอี้ยวตัวหลบได้ทัน

"ว้าววว~~ โยนผ้าเช็ดตัวมาให้ซะด้วย คิดอะไรกับฉันป่ะเนี่ยดึลลี่" คนตัวโตทำเสียงกวนพลางคลี่ผ้าเช็ดตัวในมือส่ายไปมา ซานดึลได้แต่กระทืบเท้าไปมาด้วยความขัดใจที่คิดหาคำเถียงไม่ออก

"จะคิดอกุศลอะไรก็เชิญคิดไปเลย แล้วเมื่อไหร่นายจะกลับไปอยู่ห้องตัวเองซักที" คนผมน้ำตาลยืนกอดอกมองผู้บุกรุกที่นั่งเลือกแผ่นเกมอยู่ในห้องเขาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว

"น้อยๆหน่อยอีซานดึล นี่มันบ้านฉันหรือเปล่านะถ้าจำไม่ผิด"

"แต่แม่นายยกห้องนี้ให้ฉันนอนคืนหนึ่งแล้ว"

"แต่นี่มันก็ห้องฉันตอนเด็กๆ นายจะนอนฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอก แต่ฉันก็ยังเข้าออกที่นี่ได้ตามใจเหมือนเดิม" บาโรผายมือกว้างอย่างผู้ชนะพลางยักคิ้วให้เป็นของแถม ห้องนอนที่แม่บาโรจัดให้ซานดึลนอนเคยเป็นห้องนอนของบาโรตอนเด็กๆ ในห้องนี้จึงเป็นเหมือนแหล่งรวมทรัพยากรทางของเล่นเก่าๆเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเกมบอย เลโก้ หุ่นยนต์ รถบังคับวิทยุรุ่นเจ๋งๆ ลูกบอลหลากประเภทตั้งแต่ลูกฟุตบอลเตะทีมชาติไปยันวอลเลย์บอลชายหาด หนังสือการ์ตูนเป็นกระตั้กที่วางเรียงอยู่บนชั้นอย่างเป็นระเบียบ โมเดลซุปเปอร์ฮีโร่ รวมถึง...

ไอ้เกมเพลย์ที่คนผมดำกำลังสาละวนต่อกับทีวีอย่างเป็นการเป็นงานจนไม่ยอมกลับห้องตัวเองอยู่นี่แหละ!

"ห้องนอนนายก็มีทีวีทำไมไม่ไปต่อล่ะห๊ะ?" ซานดึลว่าอย่างหงุดหงิด ปกติเวลานี้ถ้าอยู่ที่บ้านเขาก็คงจะอาบน้ำ ทำการบ้าน เขียนไดอารี่แล้วก็เข้านอนไปเรียบร้อยแล้ว ไม่ชินเลยแฮะพอต้องมาอยู่บ้านคนอื่นแบบนี้

"ก็เล่นห้องฉันมันไม่ได้ฟีลเหมือนตอนเด็กๆนี่ วันนี้เป็นอะไรไม่รู้จู่ๆก็อยากมารำลึกความหลัง ^^" บาโรแลบลิ้นใส่คนที่นั่งแปะอยู่ข้างๆกันบนพื้นห้องเพราะชักเมื่อยพอได้ยืนนานๆ

"รำลึกความหลังหรือตั้งใจจะแกล้งก่อกวนฉันกันแน่ ฉันชักจะง่วงแล้วนะ"

"ปกติอยู่บ้านนายเป็นเด็กอนามัยเหรอ"

"เด็กอนามัย?"

"แบบ...กินข้าว อาบน้ำแปรงฟัน ทำการบ้านเสร็จก็เขียนไดอารี่ กินนมอุ่นๆก่อนเข้านอนอะไรอย่างเงี้ย"

"เฮ้ย นายรู้ได้ไงอ่ะ O_O^" ซานดีลเบิกตาโตด้วยความเหลือเชื่อ นี่ชาบาโรสังเกตบุคลิกเขาได้ละเอียดขนาดนี้เชียวเหรอ

"เหมือนไอ้กงชานไม่มีผิด แต่ไอ้นั่นแค่ไม่เขียนไดอารี่ก่อนเข้านอนเหมือนนาย" ถ้าสังเกตไม่ผิดซานดึลแอบเห็นบาโรแอบอมยิ้มตอนที่พูดชื่อเมื่อกี้ด้วย ที่แท้ก็รู้เพราะเอาเขาไปเปรียบเทียบกับกงชานเองเหรอ...ทำไมอยู่ดีๆก็รู้สึกห่อเหี่ยวจัง

"นายกับกงชานสนิทกันมานานหรือยังเบลเยี่ยม"

"ต้องให้บอกกี่ครั้งฮะว่าฉันชื่อบาโร -_-^ แต่ก็ใช่...ฉันกับกงชานสนิทกันมาตั้งแต่อยู่เกรดเจ็ดแล้ว นายถามทำไม?" บาโรวางจอยสติ๊กลงกับพื้นแล้วจ้องหน้าคนผมน้ำตาลที่กำลังเหลอหลาอยู่

"เปล่า ฉันก็แค่สงสัยว่าทำไมดูนายรู้เรื่องกันและกันเยอะจัง นายเคยชวนกงชานมาค้างบ้านหรือเปล่า"

"ไม่เคย นายเป็นคนแรกที่ได้รับเกียรติมาค้างบ้านอันแสนหรูหราและโอ่อ่าของฉัน"

ถึงประโยคที่บาโรตอบจะดูน่าหมั่นไส้และกวนอารมณ์มากแค่ไหนแต่ซานดึลก็อดที่จะหัวใจพองโตเมื่อได้ยินคำตอบไม่ได้ ทำไมต้องดีใจด้วยนะ...ก็แค่กงชานไม่เคยได้มาค้างบ้านอีตานี่เหมือนเรา ><

"แต่ฉันเคยไปค้างบ้านกงชานอยู่ครั้งหนึ่ง"

แป่ว! อารมณ์ดีใจเมื่อกี้หายไปไหนหมดแล้ว -^-

"หรอ ไปทำไมอ่ะ" นอกจากจะชอบกินเผือกแล้วยังชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องคนอื่นด้วยเหรอเนี่ยเรา T_T

"พอดีว่าวันนั้นเป็นวันก่อนไปเข้าค่ายครั้งแรก ฉันตื่นเต้นมากจนนอนคนเดียวไม่หลับก็เลยขอแม่ไปค้างบ้านกงชาน" บาโรเล่าด้วยท่าทีสบายๆพลางกดเลือกเกมไปพลางๆ

"แล้วไปค้างที่นั่นนายได้ทำอะไรบ้าง" ซานดึลไถลตัวนอนคว่ำลงกับพื้นโดยไม่ลืมเอาหมอนรูปแมวน้ำมารองข้อศอก บาโรหันมามองคนตัวเล็กแล้วก็ขำออกมาพลางหยุดพอสเกมเอาไว้

"ก็ถ้านายอยากจะรู้เรื่องฉันขนาดนั้นล่ะก็ทำไมเราไม่มาเล่นเกมกันล่ะ" มือหนายื่นส่งจอยอีกอันให้

"ถ้าใครชนะหนึ่งเกมก็มีสิทธิ์ถามคำถามอีกคนได้ทีละข้อ" บาโรมองหน้าซานดึลสลับกับหน้าจอโทรทัศน์ระหว่างอธิบาย ซานดึลเบะปากอย่างไม่ชอบใจกับไอเดียนี้เท่าไหร่นัก

"นายนึกว่าฉันจะคิดตามนายไม่ทันเหรอ นายเล่นเกมนี้มาตั้งกี่รอบแล้ว...นายก็ต้องรู้วิธีเอาชนะคนอื่นได้เป็นธรรมดา แล้วอย่างนี้ฉันจะไม่ถูกนายถามจนพรุนไปเลยเรอะ!"

"ไม่หรอกน่าเป็ดดึล ฉันก็เพิ่งเคยเล่นเกมนี้กับคนอื่นเป็นครั้งแรกนะ ปกติอยู่บ้านก็เล่นคนเดียวตลอด ชวนพี่ชินวูมาเล่นด้วยกันตั้งหลายครั้งก็ไม่ยอมเล่น" บาโรพยายามโน้มน้าวสุดฤทธิ์พลางเอื้อมมือไปกอดคอเพื่อนที่นอนคว่ำอยู่กับพื้น

"สมแล้วล่ะ ฉันก็นึกภาพพี่ชินวูมานั่งเล่นเกมไร้สาระอย่างนี้ไม่ออกเหมือนกัน -___-^"

"เฮ้ย! เกมนี้ไม่ไร้สาระนะจ๊ะน้องหนู มีแต่คนฉลาดเท่านั้นแหละที่จะเล่นชนะได้” บาโรหยิกแก้มซานดึลพร้อมพูดเสียงเล็กล้อเลียนพอเห็นอีกคนทำท่าเป็นเด็กใสซื่อไม่เคยแตะต้องเกมเพลย์มาก่อน

"เกมอะไรฉันว่ามันก็ไร้สาระทั้งนั้นแหละ มีแต่ยิงกันไปขว้างระเบิดใส่กันมา เด็กสมัยนี่ถึงได้โตมาก้าวร้าวขี้แกล้งอย่างนายหมดไง"

"โอ้โห พูดอย่างนี้นายมาเล่นกับฉันซักเกมดีกว่ามาแก้มป่อง ฉันจะบอกอะไรให้นะ...เพราะนายไม่เคยเล่นเกมนี้ไงโตมาถึงได้ซื่อบื้อไม่ทันคนอยู่อย่างนี้" บาโรเปลี่ยนจากส่งจอยสติ๊กเป็นยัดใส่ในมือให้แทน ซานดึลมัวแต่รับมางงๆเลยไม่ทันสังเกตว่าบาโรได้พลิกร่างขึ้นมานั่งทับหลังเขาแล้ว

"โอ๊ย! ตัวก็ไม่ใช่เบาๆนะบัตเตอร์ฟลาย จะลุกขึ้นมานั่งทับหลังฉันทำไมเนี่ย!" ซานดึลโวยวายทำหน้านิ่วพลางพยายามจะเอี้ยวคอหันไปบอกคนข้างหลัง หลังคนนะเฟ้ย! นึกว่าเป็นเบาะกำมะหยี่ปูพรมเปอร์เซียเรอะ! -*-

"หยุดพูดแล้วก็ฟัง ไอ้ปุ่มที่นายจับอยู่เนี่ยมันเอาไว้กระโดด ด้านขวามือมีไว้ถอยหลัง ก็บังคับไปตามลูกศรอ่ะเอาง่ายๆ" เหมือนบาโรจะไม่สนใจเสียงแง้วๆที่ว่าอยู่ก็เลยยื่นหน้าจากด้านหลังเข้ามาอธิบายวิธีการใช้จอยสติ๊กให้ฟัง

"ฉันบอกนายเมื่อไหร่ว่าฉันจะเล่นเกมนี้ ฉันเองก็ไม่ได้อยากรู้เรื่องของนายมากขนาดนั้นซะหน่อย"

"แต่ฉันอยากรู้นี่..." คำพูดของบาโรทำให้ซานดึลหยุดร้องโวยวายลงทันที ทั้งห้องเหมือนตกอยู่ในความเงียบถ้าไม่มีเสียงฝนตกดังมาจากข้างนอก

อยากรู้เรื่องของฉันงั้นเหรอ (.///.) ก็ไม่เห็นต้องคิดไปไกลเลยนี่นะ...เราเองยังอยากรู้เรื่องของอีตานี่ได้เลย อีจองฮวาน...นายยังปกติดีอยู่...ไม่มีใครรู้สึกหวั่นไหวทั้งนั้น ทุกอย่างยังเหมือนเดิมสุดๆ! ฉันยังเกลียดไอ้กระรอกนี่เข้าไส้

จริงเหรอ T///T ทำไมฉันไม่รู้สึกแบบนั้นแล้วล่ะ ฮือออ

"พอจะยิงนายก็กดปุ่มตรงนี้ ไอ้นี่เอาไว้เลือกอาวุธ กลมๆนี่เอาไว้เปลี่ยนตัวเล่น นายต้องพยายามทำให้ทีมนายขว้างระเบิดให้โดนทีมฉันให้ได้ ใครลูกทีมพลังชีวิตหมดก่อนก็แพ้ ทีนี้นายก็แค่ตั้งชื่อลูกทีมห้าตัวของนายให้ครบ เข้าใจมั้ยเนี่ย?"

บาโรใช้แขนอ้อมจากไหล่ซานดึลสาธิตการใช้จอยดูเป็นตัวอย่าง ลมหายใจกลิ่นมินต์อุ่นๆของคนผมดำที่ไล้อยู่ตรงแก้มแดงทำให้หัวใจของซานดึลเต้นรัวอย่างควบคุมไม่ได้ เสียงทุ้มยังคงพูดอธิบายเรื่องกติการเล่นเกมต่อไปโดยที่ไม่รู้ว่าคนที่ตัวเองนอนทับอยู่กำลังรู้สึกเสียศูนย์

"นี่อีซานดึล..."

"หะ...ฮะ? ฉันเปล่าคิดอะไรนะ =[ ]=;;" พอแค่โดนสะกิดนิดหน่อยก็ถึงกับหลุดสิ่งพูดสิ่งที่กำลังนึกออกมาหมด ชาบาโรจ้องหน้าเขาด้วยความมึนงงกับคำพูดอยู่พักหนึ่งก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมาด้วยความขำพลางผลักหัวคนผมน้ำตาลที่ทำตัวลุกลี้ลุกลนจนน่าตลก

"อะไรของนายดึลลี่ ที่พูดไปนี่เข้าหัวบ้างมั้ยเนี่ย" บาโรเอามือโยกหัวกลมไปมาด้วยความขำ

"อะ..อ้อ เข้าสิ นายบอกว่าถ้าใครชนะก็มีสิทธิ์ถามอะไรก็ได้หนึ่งคำถาม"

"นั่นฉันพูดตั้งแต่ยังไม่ได้อธิบายเรื่องจอยแล้ว แสดงว่านายไม่ได้ฟังที่ฉันพูดเลยล่ะสิ มิน่าอาจารย์สั่งรายงานถึงได้ไม่รู้เรื่อง"

"เออใช่! เรายังทำรายงานกันไม่เสร็จเลย! -0-;;" อยู่ดีๆซานดึลก็เอี้ยวหน้าไปด้านหลังกระทันหัน เป็นจังหวะพอดีกับที่บาโรกำลังยื่นหน้าไปข้างหน้านั้นเพื่อจะดูจอยสติ๊กว่ายังมีส่วนไหนบ้างที่ยังไม่ได้อธิบาย ส่งผลให้...

จุ๊บ!

แก้มนุ่มของซานดึลขึ้นสีแดงเป็นเชอร์รี่สุกทันทีที่รู้สึกได้ถึงริมฝีปากอุ่นของคนด้านหลังที่ประทับรอยลงมาเต็มๆอย่างไม่ได้ตั้งใจ จมูกโด่งของบาโรที่ฝังอยู่ก็ยังนิ่งค้างอยู่บนเนื้อเนียนหอมกลิ่นแป้งด้วยความช็อคไม่แพ้กัน อัตราการเต้นของหัวใจใกล้จะเป็นขีดสุดเมื่อแขนยาวที่พาดกอดไว้บนไหล่กระตุกนิดๆด้วยความตกใจ ส่งผลให้ร่างเล็กที่อ่อนแรงอยู่แรงอยู่แล้วแทบจะโอนอ่อนไปแนบชิดกัน

"จะหันมาทำไมไม่บอกก่อนเล่า! -*-" และแล้วก็เป็นบาโรที่ได้สติก่อน ลำแขนแกร่งที่เคยกอดไหลเขาไว้หลวมๆแทบจะผลักเขาออกทันทีพลางพูดเสียงเขียวใส่

"ฉัน...ฉันจะไปรู้มั้ยล่ะว่านายจะยื่นหน้ามาทางนั้นพอดี T///T"

"ฉันก็ยื่นหน้ามาทางนี้ตั้งนานแล้ว นายนั่นแหละไอ้เป็ด หันมาไม่บอกไม่กล่าวปากฉันเลยเสียความบริสุทธิ์ให้แก้มเหม็นๆของนายไปเลย :P"

"ปากนายสิเหม็น แป้งที่ทาแก้มฉันก็ใช้กระป๋องเดียวกับของนายที่วางอยู่ในห้องน้ำนั่นแหละไอ้มั่ว!"

"แต่พอมาทากับลูกเป็ดขี้เหร่อย่างนายแป้งฉันมันก็ต้องเหม็นเป็นธรรมดา"

"ชาบาโร!"

"เรียกชื่อฉันถูกแล้วเหรออออ" คนตัวโตทำหน้ายียวนกวนประสาทจนซานดึลแทบอยากจะถีบร่างใหญ่กว่าให้ลุกออกจากร่างเขาเดี๋ยวนั้น

"สอนเสร็จก็ลุกไปสิ ตัวก็หนักยังกับกินช้างก่อนนอนทุกวัน"

"ก็ยังดีกว่านายแล้วกัน บวมเพราะไขมันอย่างนี้ระวังสุขภาพไม่ดีนะแจ๊ะ ^^" เออใช่ซี่! ใครจะไปผอมเพรียวแบบกงชานสุดที่รักของนายล่ะ

เอ๊ะเดี๋ยว...ทำไมเราต้องเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับกงชานด้วยล่ะ เมื่อกี้ก็ยังไม่ได้พูดอะไรถึงกงชานซักนิดไม่ใช่เหรอ +___+

"อ้าวเงียบ เถียงไม่ออกเหรอดึลลี่" บาโรเอาข้อศอกมากระทุ้งเรียกสติพร้อมกับยักคิ้วให้ ซานดึลถอนหายใจพลางส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจตัวเอง

"บาโร"

"ฮึ?"

"นายเคยรู้สึกเหมือนเพิ่งจะด้อยกว่าใครบางคนมั้ย?"

"อะไรของนาย รู้สึกเหมือนเพิ่งจะด้อย? -__-!"

"ก็อย่างเช่น แต่ก่อนนายไม่เคยคิดว่านายด้อยกว่านายจีเลย แต่พอนายบีพูดถึงนายจีบ่อยๆเข้านายก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองถูกบีบให้เล็กลงเล็กลงจนรู้สึกว่าไม่มีอะไรสู้เขาได้เลย"

"อย่างนายเนี่ยนะถูกบีบให้เล็กลง ไม่เห็นจะเล็กตรงไหนเลย" สายตาซนมองกวาดตั้งแต่หัวไปยันท่อนขา มือเล็กก็เลยตีป้าบเข้าให้

"ไม่เข้าใจคำเปรียบเปรยหรือไง ไม่ตอบก็ไม่ต้องตอบ ฉันก็แค่ลองถามสมมติเล่นๆไม่ได้คิดอะ..."

"ฉันว่านายก็คงแคร์นายบีมากก็เลยเก็บเอาคำพูดเขามาคิดไง"

"!!!"

"เพราะนายบอกเองนี่ว่าแต่ก่อนนายไม่เคยคิดว่านายจีดีกว่า แต่พอนายบีพูดนายก็กลับคิดว่าตัวเองด้อยลง เป็นเพราะนายอาจจะรู้สึกดีกับนายบีหรือให้ความสำคัญกับนายบีมากกว่าคนอื่น คำพูดของเขาก็เลยดูพิเศษแล้วก็มีผลกระทบกับจิตใจนาย"

"หระ...เหรอ"

อีตานี่จะรู้มั้ยนะว่านายบีที่พูดถึงคือใคร...ไหนยังจะนายจีอีก โอ๊ย! ยกตัวอย่างที่มันส่อแววน้อยกว่านี้ไม่ได้หรือไง ไอ้ตอนพูดก็ไม่ทันได้คิด T^T

"นายนี่สร้างสรรค์ดีนะ ปกติเขายกตัวอย่างนายเอกับนายบีกัน แต่นายนี่ข้ามขั้นไปตัวบีกับตัวจีเลย ^^"

เปลี่ยนใจ! ต่อให้พูดชื่อไปตรงๆก็คงยังไม่รู้หรอกมั้ง -_-*

"นายจะกินอะไรระหว่างเล่นเกมมั้ย เดี๋ยวฉันลงไปหยิบให้ บ้านฉันมีหมดทุกอย่างยกเว้นขนมหนอนของนาย" บาโรลุกขึ้นออกจากตัวซานดึลแล้วหันมาถาม แต่ก็ยังไม่วายจะพูดดักคอไว้ก่อน

"ขนมอะไรฉันก็กินได้หมดแหละ ทาโร่ห่อหนึ่งก็ได้มั้ง"

"กลัวไขมันเยอะล่ะสิ" คนผมดำหัวเราะขำกวนๆ "ได้ๆ เดี๋ยวหยิบมาให้ แล้วก็ไม่ต้องคิดจะล็อคประตูชิ่งนอนก่อนล่ะ เพราะฉันมีกุญแจทุกห้อง" บาโรขยิบตายั่วประสาทก่อนจะปิดประตูทิ้งให้ซานดึลจมอยู่กับความรู้สึกแปลกๆกับเรื่องเมื่อกี้อยู่คนเดียว

……

แคร์บาโรมากกว่าคนอื่นงั้นเหรออ๋ายยย~ ทำไมอยู่ดีก็ขนลุกขึ้นมาได้เนี่ย >< อย่างเราเนี่ยนะ? คนอย่างอีซานดึลที่โดนอีตานั่นแกล้งทุกวันเนี่ยนะจะรู้สึกใส่ใจคำพูดเหล่านั้นมากเป็นพิเศษ ไม่มีทาง! มันไม่ใช่เรื่องจริ๊งงงงงง >///<

 

โว้ย! เป็นบ้าอะไรวะเนี่ยชาบาโร ไหนมาจูนสมองหน่อยดิ๊! บอกสิว่าเรื่องเมื่อกี้นายไม่ได้เขิน ผมแค่หัวใจเต้นแรงเพราะตกใจ (?) ปกติคนเรามันหัวใจเต้นแรงได้แค่ไหนกันครับดันไม่รู้อีกเพราะอ่อนวิชาชีวะ -__-*// แต่พอตอนอยู่กับคนอื่นก็ไม่ยักจะมีอาการแบบนี้นี่หว่า

ตอนนี้ผมเลยต้องเล่นละครทำมาเป็นหยิบขนมเพื่อที่ตัวเองจะได้มานั่งสงบสติอารมณ์เงียบๆคนเดียวข้างตู้เย็น หน้าผมตอนนี้มันร้อนไปหมดทั้งที่ในห้องก็เปิดแอร์เย็นฉ่ำทิ้งไว้ตั้งนาน อยากจะโทรปรึกษากงชานแต่ก็ดันลืมเอาโทรศัพท์ลงมา ไอ้เพื่อนผมคนนี้นอกจากจะเก่งเรื่องอ้อล้อเป็นเลิศแล้วยังดำรงตำแหน่งเชี่ยวชาญชำนาญการพิเศษเรื่องความรักอีกด้วย คิดดู...คนบ้าอะไรมีรักครั้งแรกตั้งแต่แปดขวบ -__- แต่ตอนนี้เหมือนฮยองไอดอลมันจะตกกระป๋องไปซะแล้วตั้งแต่มีรุ่นพี่จินยองสุดติสท์ย้ายเข้ามาในโรงเรียนเรา

เห้ยเดี๋ยว! เรื่องตัวเองยังเอาไม่รอดจะคิดไปเรื่องของคนอื่นทำไมวะเนี่ย ผมทำตัวไม่ถูกจริงๆนะถ้าต้องกลับเข้าห้องไปอีกรอบ ไอ้ที่แสดงพูดจากวนๆไปเมื่อกี้น่ะเฟคทั้งนั้นแหละ เป็นไงล่ะครับ...สมควรได้รับรางวัลออสการ์เลยมั้ยล่ะ ก็เลยต้องมานั่งคิดไม่ตกข้างตู้เย็นอยู่อย่างนี้ไง อนาถซะไม่มี

"มานั่งทำอะไรตรงนี้ฮึไอ้น้องชาย" เสียงพี่ชายผมทักขึ้นมาพร้อมส่งสีหน้าประหลาดมาให้เมื่อเห็นผมนั่งชันเข่าทำท่าเหมือนจะเข้าสิงตู้เย็น

"มาไม่ให้สุ้มให้เสียงเลยนะพี่ชินวู"

"ก็ที่ถามไปเมื่อกี้ไม่เรียกให้สุ้มให้เสียงหรือไง ดึกดื่นป่านนี้มานั่งทำอะไรข้างตู้เย็น ปอบเข้าเหรอ" พี่ชินวูยกขวดน้ำในตู้เย็นขึ้นดื่มพลางขำ ตอนนี้พี่ชายผมอยู่ในเสื้อนอนลายตารางหมากรุกเรียบๆแต่ดูดีแบบมีออร่า คงจะเตรียมตัวเข้านอนตามประสาเด็กอนามัยแล้วล่ะ

"ปอบเข้าอะไรล่ะ มาหยิบขนมให้ไอ้เป็ดมัน" อ้างใครไม่ได้ก็อ้างไอ้เป็ดไปก่อนแล้วกันวะ ชื่อดันผุดขึ้นมาในสมองเป็นคนแรกเอง ช่วยไม่ได้! -^-

"แล้วนายไม่ได้มีส่วนกินด้วยเลยว่างั้น?"

"กินดิฮะพี่ หยิบเสร็จจะรีบขึ้นไปแล้วเนี่ย"

"ไหนอ่ะขนม ไม่เห็นจะมีซักห่อ" พี่ชินวูชะโงกหน้ามาดูใกล้ๆทำให้ผมเพิ่งนึกได้ว่าผมยังไม่ได้หยิบอะไรติดไม้ติดมือออกมาเลยนี่หว่า มัวแต่คิดเรื่องนั้นจนเพลินไปเลย TwT

"หึๆ นายเป็นอย่างนี้ทำให้ฉันนึกถึงตอนที่นายเพิ่งสอบเข้าโรงเรียนนี้ได้ใหม่ๆเลย เวลานายสับสนทีไรต้องมานั่งใจลอยข้างตู้เย็นทุกที" พี่ชินวูดันตัวเองขึ้นนั่งบนซิงค์ในครัวด้วยท่าทีสบายๆ ส่วนผมก็ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา

"ตอนนั้นนายสับสนแล้วก็กลัวว่าตัวเองจะไม่เหมาะเรียนต่อที่นี่ แล้วก็น่าแปลกที่พอนายเป็นอย่างนี้ทีไรฉันก็ต้องเดินลงมาหาน้ำดื่มทุกที" พี่ชินวูหัวเราะร่วนพลางส่ายหน้าไปมา ผมยอมรับนะว่าผมเป็นอย่างนี้ออกจะหลายครั้งอยู่ แต่ครั้งนี้ดูเหมือนผมจะรู้สึกแตกต่างจากครั้งอื่นหน่อยก็ตรงที่ไอ้ตัวปัญหาที่ทำให้รู้สึกสับสนกำลังนั่งรอผมอยู่ข้างบนห้องตัวเอง

"พี่ฮะ..."

"ความจริงซานดึลก็น่ารักดีนะ ดูเหมือนว่าแม่เราจะเอ็นดูเขาอยู่พอตัวเลยด้วยจากที่ดูเมื่อเย็น" พี่ชินวูพูดโพล่งขึ้นมากลางปล้อง ผมยังไม่ทันได้บอกเลยนะว่าเรื่องไหน ><

"บ้าน่าพี่ ไอ้มนุษย์เหงือกเนี่ยนะน่ารัก แม่เราพอเห็นว่าเป็นเพื่อนผมเขาก็เอ็นดูไปเรื่อยนั่นแหละ ขนาดเจอไอ้กงชานวันฟังผลสอบยังจะลากมันกลับมาบ้านเราให้ได้เลย" ผมเถียงพลางเทน้ำจากเหยือกยกขึ้นดื่มบ้าง

"แต่ฉันว่าซานดึลนิสัยน่ารักกว่าเพื่อนนายเยอะ อย่างน้อยหมอนั่นก็ไม่ทำตัวอ่อยขี้อ้อนแอ๊บแบ๊วจนดูน่าหมั่นไส้ ฉันเห็นทีไรก็ขัดหูขัดตาทุกที" พอได้ยินชื่อกงชานก็ดูเหมือนพี่ชินวูจะเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นคนละโทนทันที ผมรู้ว่าพักนี้พี่ผมกับกงชานไม่ค่อยกินเส้นกันเท่าไหร่นักเพราะมีเป้าหมายเดียวกันก็คือแย่งกันเอาใจพี่จินยอง แล้วก็ดูเหมือนรุ่นพี่จินยองจะเอนเอียงไปทางฝั่งไอ้เพื่อนลูกหมาของผมอย่างเห็นได้ชัด พี่ชินวูก็เลยยิ่งพาลเกลียดขี้หน้ามันไปกันใหญ่

"ผมว่าพี่ไม่ชอบมันอยู่แล้วมากกว่า ถ้าพี่ลองเปิดใจดูพี่จะรู้ว่ามันเป็นคนอย่างนั้นโดยธรรมชาติแล้วก็ไม่ได้มีอะไรเลวร้ายอย่างที่พี่คิด"

"แล้วนายล่ะ...ลองเปิดใจมองซานดึลดูหรือยัง"

"...!"

"แนะนำฉันก็ช่วยทำตามคำแนะนำตัวเองด้วยนะชาบาโร ฉันรู้ว่ามันออกจะทำยากซักนิดเพราะฉันเองก็ยังทำอย่างที่ว่านี้ไม่ได้เหมือนกัน แต่ฉันก็เชื่อว่านายจะทำได้ดีกว่าฉัน..."

"ทำ...ทำไมล่ะฮะพี่?"

"เพราะอย่างน้อยนายก็ยังมีความรู้สึกดีๆให้กับสิ่งที่นายต้องการจะเปิดใจรับอยู่แล้วไง ^^"

"...." รู้สึกดี...งั้นเหรอ? ไอ้อาการพวกนั้นมันเรียกว่าความรู้สึกดีใช่มั้ยนะ

"ชอบก็ยอมรับเถอะว่าชอบ โกหกกับหัวใจตัวเองนานๆมันไม่ดีหรอก นายต้องทำแกล้งบอกว่าเกลียดทั้งที่ตัวเองเริ่มรู้สึกดีกับเขาอย่างนี้ไม่เหนื่อยบ้างหรือไง" พี่ชินวูมองหน้าและตบไหล่ให้กำลังใจผม ร่างสูงยันตัวขึ้นยืนก่อนจะเก็บเหยือกน้ำเข้าตู้เย็นเหมือนเดิม

ผมเนี่ยนะชอบไอ้เป็ดดึล! บ้าไปใหญ่แล้ว รอให้วงบีวันเอโฟร์เลิกทำตัวหล่อได้ก่อนเหอะถึงจะเชื่อ ผมก็พอรู้อยู่หรอกว่าตอนนี้ผมไม่ได้เกลียดมันล้ำลึกแบบในตอนแรกที่เจอใหม่ๆแล้ว ที่ชอบแกล้งมันบ่อยๆก็เพราะเห็นว่ามันชอบทำตัวน่าแกล้งดี หรืออาจเป็นไปได้ว่าผมเคยชินกับการที่รู้สึกเกลียดซานดึลก็เลยต้องแกล้งมันไปเรื่อยๆเหมือนในวันแรกที่เจอกัน

ทั้งที่ความจริงความรู้สึกแบบนั้นมันหายไปหมดแล้ว!

"คิดเสร็จก็อย่าลืมหยิบทาโร่ไปให้เพื่อนด้วยล่ะ ฉันไปนอนละ ง่วง" พูดจบพี่ชินวูก็บิดขี้เกียจพร้อมหาวปากกว้างให้ดูว่าพี่แกง่วงจริงๆ บทจะชิ่งก็ชิ่งกันง่ายเวอร์ๆ แล้วทีนี้ผมจะเอาไงต่อ...จะนั่งแช่กอดตู้เย็นแก้เหงาหรือจะขึ้นไปเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่ในห้องดี

และแน่นอนว่า...ผมเลือกอย่างหลัง T_T ใครจะมานั่งอยู่ข้างตู้เย็นร้อนๆในห้องครัวมืดๆอย่างนี้คนเดียวล่ะ ผมน่ะขี้กลัวจะตาย โดยเฉพาะความมืดหรือพวกผีอะไรอย่างเนี้ย อย่างน้อยอยู่กับคนที่ทำให้หัวใจเต้นแรงอย่างอีซานดึลก็ยังดีกว่าต้องมานั่งหลอนอยู่คนเดียวแหละวะ ไอ้เป็ดนั่นทำให้ผมรู้สึกพึ่งพาได้เสมอยามที่ต้องเผชิญกับอะไรพวกนี้ อย่างกับเหตุการณ์ในห้องสมุดร้างเมื่อเย็นเนื้อตัวนุ่มนิ่มอุ่นๆของมันก็ช่วยทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายเวลาได้กอด เหมือนกับว่าผมได้หลุดพ้นจากโลกมืดๆน่ากลัวตรงหน้านี้แล้วเข้าไปอยู่ในอีกโลกที่ฟุ้งๆมีละอองสีขาวชวนฝันแทน และนั่นแหละที่ทำให้ผมทั้งรู้สึกดีแล้วก็แปลกๆไม่ชินกับตัวเองในเวลาเดียวกัน ไอ้เป็ดซื่อบื้อนี่มันกำลังจะทำให้ผมบ้ามากขึ้นทุกวัน...แล้วจะให้ผมทนอยู่เฉยทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ยังไง

ทำให้ผมรู้สึกดีมันก็ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองทำสิ...จริงมั้ยครับ

 

เสียงบิดลูกบิดประตูดังขึ้นมาก่อนที่คนผมดำตาตี่จะหิ้วของพะรุงพะรังเดินเข้ามาในห้อง เป็นไปตามที่คาด...คนตัวเล็กที่มาพักอาศัยชั่วคราวในห้องเขายังนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ที่เดิม ซานดึลเหลือบมองเจ้าของห้องที่เพิ่งเข้ามาก่อนจะหลบสายตาลงมองพื้นเมื่อเผลอนึกไปถึงเรื่องน่าอายเมื่อกี้

"ทำไมไปนานจัง"

"รอทาโร่อยู่ล่ะสิเลยคิดว่านาน ฉันก็รีบหยิบรีบขึ้นมาตามปกตินี่แหละ นายนี่มันเป็ดตะกละจริงๆ" บาโรพยายามพูดจิกกัดให้ติดขำเหมือนเดิมเพื่อที่บรรยากาศจะได้ดูไม่น่าอึดอัดจนเกินไป มือใหญ่กว่าส่งทาโร่ห่อใหญ่ให้ รอจนคนตัวเล็กยอมหลับหูหลับตายื่นมือไปรับมาส่งเดชด้วยท่าทางเก้ๆกังๆ ทำให้มือของทั้งสองเผลอสัมผัสกันอีกจนได้

"เอ่อ....แล้วบาซานโรดึลล่ะ" ถึงจะอายจนหน้าแดงอีกรอบแต่ซานดึลก็พยายามที่จะทำเฉยเข้าไว้

"นายเปลี่ยนใจจะกินมันแทนทาโร่แล้วเหรอ"

"บ้านนายสิ ฉันแค่จะถามว่าพ่อบ้านนายเอามันไปไว้ไหน ไม่ได้นึกจะจับมันต้มกินแบบนายซะหน่อย -^-" ซานดึลว่าพลางเชิดปากขึ้นทำให้บาโรอดมองตามด้วยความขำไม่ได้ ความจริงก็แอบน่ารักเหมือนกันนะเนี่ยถ้าดูดีๆ...

เย้ย! เมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วเรายังว่ามันเป็นมนุษย์เหงือกอยู่เลยนี่หว่า =[ ]=^ อย่าบอกนะว่าเรากำลังจะเอนเอียงตามคำพูดของพี่ชินวูไปแล้ว...

'ความจริงซานดึลก็น่ารักดีนะ เผลอๆอาจจะน่ารักมากกว่าเพื่อนนายด้วยซ้ำ...'

ไอ้เป็ดน่ารัก!? ต่อให้เอาไอน์สไตน์หรือเซอร์ไอแซคนิวตันมาให้คำนิยามเขาก็ไม่เชื่ออออ แว้กกก T[ ]T

"ตกลงบาซานโรดึลอยู่ไหน ถามตั้งนานทำไมไม่ตอบ" มือของซานดึลที่โบกไปมาอยู่ข้างหน้าช่วยรวมสติบาโรให้เข้ามาประกอบกันได้ทันที คนตัวสูงแกล้งทำเป็นกระแอมแก้เก้อก่อนจะตอบไปอย่างเสียไม่ได้

“มันก็อยู่ในที่ที่มันสมควรจะอยู่นั่นแหละ”

“แล้วมันที่ไหนเล่า! -*-” พอเป็นเรื่องของไอ้ลูกนกกลอยใจก็เหมือนว่าซานดึลจะให้ความสนใจและใส่อารมณ์มากเป็นพิเศษจนบาโรแอบหมั่นไส้ไอ้นกนั่นอยู่ตะหงิดๆ

“พ่อบ้านอาจจะส่งให้พ่อครัวเอาไปทำลาบขายที่ประเทศไทยแล้วแล้วก็ได้ หน้าตามันก็ยิ่งน่าเกลียดอยู่ :P

“ปากเสียยยย >O< จะไปไหนก็ไปเลยไปฉันไม่ถามแล้วก็ได้” ว่าแล้วซานดึลก็หยิบซองทาโร่ขึ้นมาฉีกแล้วยัดเส้นปลาใส่ปากเคี้ยวตุ้ยๆอย่างหงุดหงิด บาโรยิ้มแล้วก็ยื้อแย่งซองขนมมาถือเองก่อนที่คนผมน้ำตาลจะกินผิดวิธีไปมากกว่านี้

“ใครเขากินแบบนั้น นายนี่ไม่รู้จักวิธีการกินขนมอย่างสร้างสรรค์เลยสินะ” คนผมดำพูดพลางเอาเส้นทาโร่มามัดต่อกันเป็นเส้นๆ ช่วยเรียกความสนใจให้ซานดึลหันกลับมามองได้เป็นอย่างดี

“กินแบบนายแล้วมันจะสนุกยังไง O_o

“ซื่อบื้อจริงๆ เอ้า! คาบปลายอีกฝั่งหนึ่งไว้” บาโรส่งปลายอีกด้านหนึ่งให้ซานดึลคาบ ดวงตาเล็กมองตามอย่างงงๆแต่ก็ยอมงับอีกฝั่งแต่โดยดี

“จะเอามาร้อยเป็นหนังยางไว้โดดเล่นหรือไง -_-?” เสียงซานดึลฟังไม่ค่อยชัดเพราะพูดแบบไม่อ้าปาก บาโรยังคงจัดการร้อยปลาเส้นเป็นสายยาวจนกระทั่งขนมหมดห่อจึงหยิบปลายอีกฝั่งไปคาบไว้บ้าง

“ฉันร้อยทาโร่เป็นเส้นยาวๆจนหมดห่อแล้ว ทีนี้ก็เหลือแค่ว่าใครกินได้มากกว่ากันก็ชนะ ห่อนี้เหลือเป็นห่อสุดท้ายในบ้านซะด้วยสิ” คนตัวโตพูดเสียงเจ้าเล่ห์พลางค่อยๆเล็มปลายปลาเส้นมาทีละนิดทำเอาซานดึลแทบอ้าปากค้างด้วยความตกใจ

“เฮ้ยได้ไง ฉันเป็นคนบอกให้นายหยิบเอามาให้ฉันนะ =O=;;

“ไม่สน วินาทีนี้ใครดีใครได้เฟ้ย!” ปากหนาจัดการแทะเล็มขนมมาทีละน้อยๆจนสายที่ต่อยาวเริ่มสั้นลงเรื่อยๆ วินาทีนี้ซานดึก็ไม่สนใจอะไรทั้งนั้นแล้วเหมือนกัน รู้แต่ว่าทาโร่ทั้งหมดมันต้องเป็นของเขา! ของเขาคนเดียวววว ย้ากกกก ><

“ไอ้กระรอกขี้โกง นายเริ่มแทะก่อนก็ต้องได้มากกว่าอยู่แล้วดิ” ปากเล็กค่อยงับปลาเส้นเข้าไปอย่างรวดเร็ว

“ช่วยไม่ได้ นายอยากคิดตัดสินใจช้าเองทำไมล่ะ” บาโรเองก็ไม่ยอมแพ้จัดการฮุบเส้นปลาที่ต่ออย่างว่องไว สายเส้นปลาที่ต่อเริ่มตึงขึ้นเรื่อยๆทำให้ซานดึลกับบาโรต้องรีบคลานขยับเข้าหากันเพราะกลัวเส้นปลาจะขาดไปเสียก่อน นี่ทำไมพวกเขาต้องจริงจังกับเกมที่แข่งขนาดนี้ด้วยวะเนี่ย อ๋อ! เพราะมีของกินเป็นตัวหลอกล่อนี่เอง -_-

ครืนนน~

เสียงฟ้าที่คำรามข้างนอกดังขึ้นพร้อมกับไฟในห้องที่อยู่ดีๆก็ดับพรึ่บโดยอัตโนมัติ ธรรมดาฝนตกหนักแบบนี้ก็ต้องมีเหตุการณ์ไฟฟ้าดับบ้างเป็นปกติ แต่นี่มันดับผิดเวลาไปหน่อยม้ายยยย รอให้มันอยู่ในท่าที่หมิ่นเหม่ต่อการเกิดอุบัติเหตุน้อยกว่านี้แล้วค่อยดับไม่ได้หรือไง -*-

ไอ้อุบัติเหตุที่ว่าน่ะไม่ใช่พวกลื่นล้มหัวร้างข้างแตกอะไรแบบนี้หรอกนะ แต่ตอนนี้ทั้งสองคนอยู่ในท่าที่คลานหันหน้าเข้าหากันระหว่างที่งับปลาทาโร่เส้นเดียวกันเอาไว้ แถมมันยังเหลือสั้นกระจึ๊งเดียวแล้วต่างหาก!

“บะโบว์ลิ่ง”

“ฉันชื่อบาโร กินปลาก็ไม่ได้ช่วยให้สมองดีขึ้นเลยนะนาย” บาโรรู้สึกได้ว่าเสียงของซานดึลอยู่ตรงหน้าเขานี่เอง ลมหายใจอุ่นๆเป่าปะทะใส่หน้าเขาเบาๆทำให้บาโรต้องเพ่งสายตามองแต่ก็เห็นแค่ภาพไหวๆเลือนราง ทั้งห้องมืดตึ๊ดตื๋อไม่มีแสงไฟส่องลอดมาจากข้างนอกสักนิด ฝนตกหนักอย่างนี้สงสัยไฟจะตกทั่วเมือง

"นาย...ยังอยู่ใกล้ๆฉันใช่มั้ย" เสียงตบพื้นดังปุๆคงเป็นเพราะคนตัวเล็กคงพยายามจะควานหาเขาในความมืด บาโรค่อยๆยื่นมือไปข้างหน้าแต่ก็พบแต่ความว่างเปล่า ซานดึลคงจะพยายามหาเขาเช่นกันก็เลยเหมือนคลานหลบกันไปกันมาไม่เจอกันซักที

"ซานดึล นายอยู่เฉยๆไว้ก่อน เดี๋ยวฉันคลานไปหาเอง" บาโรค่อยๆเสี่ยงงับปลายเส้นปลาทาโร่ไปทีละนิด เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่จะนำทางเขาไปหาคนตัวเล็กได้

"เดี๋ยวๆ ไม่ต้องคลานเข้ามา" เสียงซานดึลดังมาจากทางขวา บาโรจึงคลำทางไปทางขวาตามต้นเสียงด้วยความกลัว

ไม่ชอบความมืดแบบนี้เลยบอกตรงๆ ขอหาที่พึ่งไว้ก่อนดีกว่า อย่างน้อยก็อุ่นใจกว่าอยู่คนเดียว T_T

"กระรอก...ฉันพูดจริงนะ นายอยู่เฉยๆดีกว่า เดี๋ยวไฟก็ติดแล้ว" เขารู้ว่าบาโรกลัวความมืดมากและไม่ชอบอยู่คนเดียว แต่เขากลัวอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นมากกว่า

"ไม่เอาอ่ะฉันกลัว นายอยู่ทางขวาใช่มั้ย" ซานดึลเริ่มรู้สึกว่าสายทาโร่ที่คาบอยู่เริ่มตึงขึ้นเรื่อยๆจนน่ากังวล ปากเล็กอยากจะปล่อยสิ่งที่คาบไว้ออกแต่ก็กลัวว่าจะแพ้เกมก็เลยงับทิ้งไว้อย่างนั้น นี่เขาเรียงลำดับความสำคัญผิดหรือรู้ตัวว่ามันไม่น่าจะทันกันแล้วนะถึงได้ทำแบบนี้...

"ฉันอยู่ทางซ้าย" คนตัวเล็กตัดสินใจบอกสิ่งที่ตรงข้ามไปหวังจะให้บาโรไปผิดทางจะได้ไม่ต้องเกิดเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานอย่างที่คิด แต่ก็ลืมนึกไปว่าซ้ายของเขาน่ะ...

มันคือทางขวาของบาโร!!!

"เจอละ" เส้นทาโร่คำสุดท้ายถูกกลืนหายไปพร้อมกับ...

จุ๊บ!

O///O

สิ่งอุ่นๆในความมืดข้างหน้าไม่ได้ละออกจากริมฝีปากเขาทันทีที่ได้สัมผัส เหมือนกับว่าบาโรจะยังงงๆอยู่ว่าสิ่งที่ได้สัมผัสตรงหน้าตัวเองคืออะไรถึงได้พยายามยื่นอวัยวะอุ่นๆบนใบหน้าของตัวเองเข้ามาใกล้จนแทบจะดูดกลืนริมฝีปากนุ่มของคนตัวเล็กเป็นสิ่งเดียวกัน ซานดึลอยากหยุดหายใจชั่วขณะเพื่อไม่ให้คนตรงหน้ารู้ว่าสิ่งที่สัมผัสอยู่จนแทบจะกลืนกินมันคือริมฝีปากของเขาเอง...

ไฟอย่าเพิ่งติดตอนนี้นะ ถ้าติดเขาคงไม่รู้จะทำหน้ายังไง T///T จูบแรกของเขา....อ๊างงงงงง ไอ้กระรอกเป็นคนได้ไปเหรอเนี่ย!

"นี่นายเหงื่อออกเยอะขนาดนี้เลยเหรอ แอร์เพิ่งดับไปไม่กี่นาทีเอง" บาโรถาม อีตานั่นคงจะสงสัยอยู่แน่นอนว่าทำไมสิ่งที่ตัวเองสัมผัสมันถึงได้ชุ่มชื้นเหลือเกิน

คำตอบอยู่ใกล้ติดอยู่ที่ปากท่านนี่เอง ก็เพราะมันเป็นอวัยวะที่เรียกว่าปากไงวะ T///T

"อะ..อืม เอาตัวนายออกไปไกลๆแขนฉันได้แล้ว" ซานดึลตัดสินใจพูดโกหกไป ไฟยังไม่เปิดอีตานี่ก็คงยังไม่รู้หรอก

"แขนนายเหรอ? ทำไมอยู่สูงจัง" ริมฝีปากหนากดลงมาเพื่อพิสูจน์สิ่งที่เพื่อนบอกทำให้ซานดึลชะงักแข็งทื่อไปอีกรอบ จมูกโด่งของคนตรงหน้าไซ้เข้ามานิดๆเหมือนอยากจะย้ำความมั่นใจว่าสิ่งที่เขาพูดมันเป็นความจริง

"แถมยังนุ่มเหมือนตูดเด็กเลย" เหมือนว่าบาโรจะละสัมผัสจากเขาไปแล้วจึงได้ถามออกมา ควรจะดีใจมั้ยที่คนตรงหน้าชมเขาว่าปากนุ่มเหมือนตูดเด็ก!

"อืม...ทาโลชั่นทุกวันก็งี้แหละ"

พรึ่บ!

ยังดีที่ซานดึลไหวตัวทันว่าไฟจะติด มือเล็กเลยผลักร่างสูงตรงหน้ากระเด็นออกไปอย่างแรงซะก่อนที่จะเห็นความจริงตรงหน้าว่าอะไรเป็นอะไร เสียงบาโรที่ล้มตุบลงกับพื้นทำให้เขาตกใจเล็กน้อยเพราะมันเป็นเสียงที่ดังอยู่พอสมควร บ่งบอกได้ว่าคนผมดำคงล้มไม่เป็นท่าสวยๆแบบพลิกสามตลบเหมือนในหนังแน่...แต่ก็ดีที่ยังผลักออกไปได้ทัน

"โอ๊ย! ผลักฉันทำไมเนี่ย" พอแสงไฟติดดีแล้วซานดึลก็ได้เห็นคนตัวโตทำหน้าเหยแกพลางคลำไหล่ตัวเองป้อยๆ คงจะล้มไหล่ไปชนกับผนังหรืออะไรซักอย่างล่ะมั้ง

"ก็...ก็ฉันตกใจที่ไฟมันติดนี่นา" หาเหตุผลได้ไม่สมเหตุสมผลเล้ยยยยอีจองฮวานไล่ต้อนห่านเป็นหรือเปล่า T^T

"ขวัญอ่อนจริงนะ กลัวความสว่างรึไงผลักฉันซะแรงเชียว -*-" บาโรว่าประชดพลางว่าเสียงเขียว ดวงตาสีดำสนิทเหลือบมองหาสิ่งที่ควรจะติดอยู่ในปากเขากับคนตัวเล็กแล้วก็ขมวดคิ้วอีกรอบ

"นายทำมันขาดเหรอ?"

"อะ..อะไร"

"ก็ทาโร่ไง ปากฉันไต่มาอยู่ที่แขนนายได้ก็แสดงว่านายทำมันขาดนานแล้วสิ" จนป่านนี้มันก็ยังเชื่ออีกวุ้ยว่าเป็นแขน!

"อ้อ...ขาดนานแล้วล่ะ ก่อนไฟจะดับซะอีกมั้ง ฉันถึงใช้มือค่อยๆดึงเส้นนั้นเข้ามาจนนายมาเจอแขนฉันไง (.  .;;)" ไขว้นิ้วไว้ข้างหลังเป็นโปรโมชั่นแถมเผื่อจะลดบาปลงได้บ้าง T^T

"เย่! งั้นฉันก็ชนะนายแล้วสิ (^0^)/" บาโรชูมือร้องตะโกนเหมือนเด็กๆ

"ชนะ...? ชนะอะไรของนาย"

"ก็กติกาเกมนี้มันบอกไว้ว่าห้ามคนไหนทำเส้นทาโร่ขาด ถ้าใครทำเส้นทาโร่ขาดจะด้วยเหตุใดก็ตามจะถูกปรับให้แพ้ทุกกรณี" เออ...ชนะอยู่แล้วล่ะ ชนะตั้งแต่ทำให้เขาใจเต้นแรง ชนะที่ได้ครอบครองทุกส่วนบนใบหน้าเขาตั้งแต่แก้มยันริมฝีปาก ชนะที่ทำให้เขารู้สึกหวั่นไหวได้

อีซานดึล...ยอมรับเถอะว่านายชอบชาบาโรเข้าแล้ว...

"อืม ดีใจด้วยที่ชนะ" ปากเล็กขยับพูดสิ่งที่อยู่ในความคิด แต่คนฟังคงไม่รู้หรอกว่าความหมายมันมีมากกว่านั้น

"ฮ้าวววว ง่วงจัง ฉันจะนอนแล้วนะ นายเองก็กลับไปนอนห้องนายได้แล้ว เดี๋ยวไฟก็ดับอีกรอบหรอก" ซานดึลแกล้งหาวหลอกๆเป็นการไล่คนตัวโตให้ออกจากห้องเขาไป แต่ร่างสูงกลับแน่นิ่งนั่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับ

"คืนนี้นอนด้วยคนดิ"

"ฮะ! ห้องนายก็มีไม่ไปนอนล่ะ ={}=;;"

"ก็ฉันกลัวไฟดับนี่หว่า นายเล่นขู่อย่างนี้ใครจะไปนอนลง"

"แล้วเวลานายนอนไม่ปิดไฟอยู่แล้วหรือไง จะมาก่อกวนฉันทำไมเนี่ย!" ซานดึลยิ่งโวยวายหนักเมื่อเห็นบาโรเดินไปล็อคประตูแล้วปิดทีวีที่เปิดทิ้งไว้เรียบร้อยเสร็จสรรพ

"กลัวผี กลัวฟ้าผ่าด้วย -3-" บาโรทิ้งตัวลงนอนกอดหมอนข้างที่วางไว้บนเตียงพลางยิ้มโบกมือให้เขา

"กู๊ดไนท์นะเป็ด ^^"

"เฮ้ยเดี๋ยวสินาย! นายจะมาแย่งที่ฉันนอนบนเตียงแบบนี้ไม่ได้นะ"

"นอนทีหลังปิดไฟให้ด้วย"

"ไอ้บ้านี่ คนเดียวก็นอนกินไปครึ่งค่อนเตียงแล้ว ลุกไปนอนห้องนายเดี๋ยวนี้เลยไปบริธนี่!"

"เสียใจ นั่นมันชื่อนักร้องฝรั่งสุดเซ็กซี่ซู่ซ่า นายเก็บไว้บอกเขาเองเหอะ"

"โว้ย~ บาโร!"

มือเล็กพยายามจะดึงร่างคนตัวโตที่จมอยู่บนเตียงให้ลุกขึ้นมา แต่กลายเป็นว่ากลับพ่ายแพ้ต่อน้ำหนักมวลร่างกายกับแรงโน้มถ่วงโลกซะนี่...ตอนนี้ซานดึลก็เลยลงไปกองกับฟูกที่นอนด้วยอีกคน แต่ถึงอย่างนั้นคนผมน้ำตาลก็ยังไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อโชคชะตาตัวเอง

"ถ้านายยังไม่ยอมลุกไปฉันเดินไปฟ้องแม่นายถึงห้องแน่!"

"ข้อหา?" คนตัวโตที่นอนตะแคงข้างๆเลิกคิ้วขึ้นพลางยิ้มพราวเจ้าเล่ห์

"ก็ข้อหาที่นายบังอาจเข้ามาก่อกวนฉันถึงในห้องที่แม่นายยกให้ฉันนอนหนึ่งคืนไง -^-"

"อู้หู~ ใหญ่โตจัง" ไอ้เสียงล้อเลียนแบบนี้แหละที่ทำเอาซานดึลอยากจะกระโดดทับคนปากดีซะที

"ฉันไปจริงนะ -*-"

"ไปได้ก็ไป" เรื่องไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเมื่อคนผมดำยกขาหนักๆมาก่ายเอวเขา ทำให้ร่างเล็กแทบจะจมมิดไปกับฟูก

"ปล่อยยยย ไหนบอกว่าง่วงไงไอ้กระรอก! ><"

"ยังไม่ได้บอกซักคำว่าง่วง แค่บอกว่าจะนอนด้วยเฉยๆ"

"ก็ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ให้นอน"

"อ๊ะๆ ฉันพูดว่าบอก ไม่ได้พูดว่าขอ อย่าเข้าใจผิดสิจ๊ะน้องเป็ดดึล ^__^"

"โธ่เว้ย!" พอทำอะไรไม่ได้ร่างเล็กก็เลยต้องทิ้งตัวลงนอนกับเตียงอย่างหมดสภาพ บาโรชำเลืองมองหน้าใสที่กำลังทำปากย่นด้วยความหงุดหงิดแล้วก็อยากจะขำ

"งั้นก็ไปนอนในตู้เสื้อผ้า" คนผมน้ำตาลสรุปเอาง่ายๆ

"คนนะครับไม่ใช่โดเรม่อน ถ้าฉันขาดออกซิเจนตายคาตู้ในบ้านตัวเองฉันจะมาหลอกนายเป็นคนแรกเลย -_-^"

"งั้นก็ไปนอนใต้เตียงซะก็หมดเรื่อง"

"ฉันเป็นชู้นายเหรอถึงต้องมานอนแอบหลบๆซ่อนๆใต้เตียงน่ะ :P"

"ชะ...ชู้เหรอ? O///O" อยู่ดีๆสัมผัสอุ่นตรงริมฝีปากก็วาบขึ้นมาในหัวทำเอาซานดึลหน้าแดงแปร๊ด คนที่นอนตะแคงข้างย่นคิ้วเข้าหากันพลางยื่นหน้าเข้ามาดูใกล้ๆด้วยความสงสัยส่งผลให้คนตัวเล็กหัวใจเต้นรัวกระหน่ำมากกว่าเดิม

"อีซานดึล?"

"เออ! จะนอนตรงไหนก็นอนไปเลย นอนแผ่สบายใจให้เต็มเตียงไปเลยไอ้บ้า! ><*" พูดจบคนโวยวายก็กระเด้งตัวไปปิดไฟห้องเองอย่างเหลืออด ไม่เคยเลย...เขาไม่เคยรู้สึกเขินตัวแทบแตกขนาดนี้ต่อหน้าใครมาก่อนจนไม่อยากให้คนขี้แกล้งข้างๆได้เห็นหน้าแดงๆของเขา

ร่างเล็กหย่อนตัวลงบนเตียงเดียวกันพลางตะแคงหน้าหันไปอีกทาง เสียงบาโรหัวเราะขำหึๆอยู่ในความมืดทำให้ซานดึลยิ่งประสาทเสียหนักกว่าเดิม คงจะดีใจล่ะสิที่แกล้งเขาได้สำเร็จ พนันได้เลยว่าตอนไปค้างอยู่บ้านกงชานอีตานี่ก็คงไม่ก่อกวนแกล้งเพื่อนอีกคนอย่างนี้หรอก อาจจะร้องเพลงกล่อมให้อีกคนนอนหลับฝันดีทั้งคืนเลยด้วยซ้ำ เห็นตอนอยู่ที่โรงเรียนก็ชอบโอ๋กันจัง... -^-

“นี่อีซานดึล”

“อะไร?

“พรุ่งนี้อย่าลืมหาข้อมูลทำรายงานนะ”

“อืมฉันรู้น่า”

“ตอนไปซื้อของให้ไอ้ลูกนกนั่นไม่ต้องเอามันไปด้วยนะ เดี๋ยวมันจิกฉันนิ้วขาดอีก”

“เวอร์” ซานดึลแอบยิ้มคนเดียวอยู่ในความมืด เขารู้ว่าความจริงบาโรก็แอบเอ็นดูบาซานโรดึลอยู่ไม่น้อยแต่ก็แกล้งทำเก๊กฟอร์มปากเสียไปอย่างนั้นแหละ

“ป่านนี้ไอ้กงชานคงนอนอ้อนหลับสบายอยู่ในบ้านพี่จินยองไปแล้วล่ะ” พอคนผมดำพูดประโยคนี้ขึ้นมาหัวใจซานดึลจากที่เคยร่าเริงก็กลับเหี่ยวลงอีกครั้ง หมอนี่เวลาจะทำอะไรก็มักจะนึกถึงกงชานเป็นคนแรกเสมอเลย จะมีซักครั้งมั้ยนะที่บาโรจะเผลอคิดถึงเขาบ้างแบบที่ไม่ใช่แบบเพื่อนสนิทหรือคนรักก็ได้

” เงียบดีกว่า เพราะไม่รู้จะตอบหรือทำน้ำเสียงให้ปกติยังไงดี

“นายหลับไปแล้วเหรอเป็ด” พอเห็นคนตัวเล็กที่นอนข้างๆไม่ตอบอะไรบาโรก็ยื่นเท้าเข้ามาเขี่ยเบาๆเป็นเชิงแหย่เล่น

“ไอ้เด็กอนามัยยย~” เสียงทุ้มที่ก่อกวนอยู่ข้างๆทำให้ซานดึลเผลอหันไปมองแต่ก็ยังเก๊กฟอร์มทำเสียงเขียวใส่เหมือนเคย

“เรียกทำไม? ฉันจะนอนแล้ว”

“อยากได้หมอนข้างมั้ย” บาโรกระทุ้งบางอย่างนุ่มๆมาโดนหลังเขา ซานดึลเอี้ยวตัวไปรับหมอนข้างมากอดพลางคิดในใจ

มีน้ำใจกับเขาก็เป็นเหมือนกันนี่นะอย่างน้อยบุกเข้ามานอนในห้องก่อกวนเขาจนนอนไม่หลับ แถมยังแย่งที่นอนเขาไปเกือยครึ่งเตียงแต่ก็ยังรู้จักเอาหมอนข้างมาคืน

“ขอบใจ” คนผมน้ำตาลตอบเบาๆ

“งั้นไหนๆฉันก็ยกหมอนข้างให้นายไปแล้ว นายก็เป็นหมอนข้างให้ฉันแทนเป็นการชดใช้แล้วกัน” พูดจบขาหนักๆก็ยกขึ้นมาก่ายบนลำตัวเขาอีกรอบทำเอาซานดึลกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ ขอถอนคำพูดที่ว่าเป็นคนมีน้ำใจคืนเถอะอย่างนี้ หว่านพืชหวังผลนี่หว่า

“สรุปนายจะก่อกวนฉันจนกว่าจะเช้าเลยใช่ป่ะ”

“น้อยไป ขอแถมโปรโมชั่นให้เป็นแกล้งนายทุกวันเลยแล้วกัน หมั่นไส้!” แขนยาวยกขึ้นมาพาดก่ายแถวลำคอก่อนที่คนแกล้งจะหัวเราะออกมาอย่างสะใจ สักพักขาและแขนของบาโรจึงค่อยๆเข้าที่เข้าทางไม่เกะกะพาดมั่วบนร่างกายเขาเหมือนเดิม

แต่ก็ไม่ใช่ว่าอีตานี่จะยกร่างกายของตัวเองออกไปซะทีเดียว เพราะซักพักคนตัวโตก็ดึงผ้าห่มออกจากตัวเขาไปได้หน้าตาเฉย แถมยังรู้สึกได้ว่ากระเถิบตัวมาเบียดแกล้งก่ายเขาไว้หลวมๆต่างจากเมื่อกี้จนซานดึลชักจะกลัวว่าบาโรอาจจะได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้น แต่ก็คิดว่าคงไม่ได้ยินแล้วล่ะเพราะป่านนี้คนที่นอนข้างๆเขาคงหลับสบายตามคนที่นึกถึงในตอนแรกไปแล้วเรียบร้อย จะรีบตามไปเจอเขาในฝันหรือไงก็ไม่รู้

“อื้อออ หนาว” แขนและขายาวที่กอดก่ายอยู่กระชับให้แน่นขึ้นเล็กน้อย เสียงทุ้มกวนๆดูอู้อี้คงเพราะคัดจมูกจากความหนาวเย็นของแอร์และบรรยากาศฝนตกข้างนอก เห็นดังนั้นซานดึลจึงแบ่งเจียดผ้าห่มไปให้ นี่เห็นว่าหนาวหรอกนะถึงได้ยอมนอนนิ่งเฉยๆให้กอดต่างหมอนข้างได้สบายใจขนาดนี้

วันนี้นายทำหัวใจฉันเต้นแรงมามากพอแล้วพักซะบ้างเถอะบาโร

บนเตียงนอนเดียวกันคนตัวโตได้แต่ค่อยๆหรี่ตาขึ้นมองท้ายทองคนที่นอนหันหลังให้ตัวเองกอดได้ตามใจโดยไม่บ่นซักนิดอย่างขำๆ ใสซื่อขนาดนี้จะไปตามใครเขาทันได้อีซานดึลคนอะไรตัวก็นุ่ม แถมปากก็ยังนุ่มอีก เก็บไว้แกล้งคนเดียวทั้งชีวิตยังไม่เบื่อเลยอย่างนี้

ถ้านายรู้สึกหรือคิดเหมือนกับฉันก็คงดีสินะ

*************************************

 PS. และแล้วดิฉันก็กลับมา เหอๆๆ//หัวเราะโหยหวน รู้สึกแต่งพาร์ทบาดึลตอนนี้เหมือนบาโรจะมีร่างกงชานกับจินยองอยู่ในตัวคนเดียวกันยังไงก็ไม่รู้ แอบอ้อนซึนและเจ้าเล่ห์แบบทรีอินวัน แต่ก็แต่งออกมาจนจบโดยสวัสดิภาพแบบสะบักสะบอม บอกเลยว่าใช้พลังงานในการแต่งพาร์ทบาดึลเยอะมาก แล้วก็จะออกมาอัพช้าแทบทุกพาร์ท 555

วันที่ 4-5 .. มีงาน Open house ของธรรมศาสตร์น้าาา อันนี้ไม่เกี่ยวกับฟิคแต่อยากประชาสัมพันธ์ #เดี๋ยวๆ -.,- รี้ดคนไหนมีความสนใจอยากเข้ามาอยู่ในรั้วแม่โดมเดียวกันก็ลองแวะมาดูบรรยากาศสร้างแรงบันดาลใจเก็บเกี่ยวประสบการณ์กันเยอะๆเน้อออ ไม่แน่เราอาจจะได้ป๊ะหน้าค่าตากันแบบเฉียดๆก็ได้ อยากให้กำลังใจเด็กม.6 ที่เพิ่งสอบแกทแพทไปด้วย สู้ๆนะตัวเธอ พ้นช่วงนี้ไปก็ยังไม่หายเหนื่อยอยู่ดี 55 (แล้วพูดทำไม) อาจจะหายเหนื่อยแหละตอนที่ได้คณะตรงตามเป้าหมายแล้ว แต่สอบตรงนี้มันก็แค่จุดเริ่มต้นชีวิตในมหาลัยอ่ะบอกเลย อยู่ในมหาลัยยังไงมันก็ยังเป็นแค่จุดจบของวัยมัธยม แล้วก็เตรียมเข้าสู่การทำงานในอนาคตอีกที ชีวิตของคนเรามันซับซ้อนและยาวไกลกว่าที่คิด //นั่งบ่นพร้อมปาดเหงื่อแป๊บ ถึงจะฝันสูงแค่ไหนแต่ถ้าไม่ลงมือทำให้ดีซะตั้งแต่ตอนนี้มันก็ไม่เกิดผลหรอก ความจริงกับความฝันมันต่างกันแค่ลงมือทำแค่นี้เอง เพราะฉะนั้นต้องทำไอ้แค่นี้ให้มันดีที่สุดเพื่อที่จะได้ไม่ต้องมานึกเสียดายในภายหลังนะว่าวันนั้นยังทำดีไม่พอ รี้ดกับบาน่าคนอื่นที่ไม่ใช่เด็กม.6 ก็เหมือนกันนะ Fighting! รีบค้นหาตัวเองให้เจอเร็วเข้า เราเป็นกำลังใจให้…  ถือว่าบิวท์อารมณ์ให้เข้ากับที่เชิญชวนมา Open house ซะหน่อยละกัน ^__^

(วันนี้ควรจะไปเขียนพ็อคเก็ตบุ๊คขายเนอะ อิป้านี่เทศนาไรของมันยืดยาว //เราเพิ่ง19 ขวบอยู่ปีสองเองนะขอออกตัวไว้ก่อน -.,- แต่แค่อยากคุยกับรี้ดอ่ะ 555 ชอบเห็นรี้ดเวลาเม้นในนิยายแล้วเหมือนคุยกับเราไปด้วย มันเห็นแล้วหายเหนื่อยจริงๆนะไม่ได้แกล้งหยอด กิกิ ^^)


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

83 ความคิดเห็น

  1. #57 น้ำตาลเทียม (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 22:41
    นังโร่แผนหล่อนนี่สูงนะ ว่าแต่ชานนี่หล่อนก็ขี้อ่อยเหมือนกันนั่นแหละ แต่ชอบตอนนี้บาดึลโคตรน่ารัก ยิ้มตลอดตอนเลย
    #57
    0
  2. #21 aranya7180 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 10:09
    งื้ออออออออ ฟินจิกหมอนนนนนนนน -//////- เป็ดน้อยน่ารักกกกกกก บาโรนี้แกรู้ใช่มั้ยว่าเป็นปากของเป็ดดึลลอ่ะ แต่แกกลับทำเป็นไม่รู้ ปากเป็ดดึลนุ่มจริงอ่ะ น่าทดลองจังงงงง -3- อิอิ มาต่อไวๆน่ะค่ะะะะ ไฟท์ติ้งค่ะไรท์
    #21
    0