[Fic B1A4] My Hyung Neighbor นี่ผมไงจะใครล่ะฮะพี่ [JinChan]

ตอนที่ 14 : Chapter 14 : You are a girl, I am a boy

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 135
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 ก.พ. 60


Chapter 14: You are a girl, I am a boy


          


“อ่ะนี่ นมอุ่นๆของนาย” ร่างโปร่งผมแดงวางแก้วนมลายโพโรโร่ลงบนโต๊ะให้รุ่นน้องก่อนจะนั่งลงขัดสามาธิข้างๆกัน คนผมดำที่กำลังจดลอกอะไรในหนังสือยุกยิกหันมายิ้มให้ก่อนจะทำงานของตัวเองต่อไป

“ขอบคุณฮะ”

“ไม่กินเหรอ”

“ก็ยังไม่หิวนี่” กงชานขยับหนังสือที่กำลังลอกใส่กระดาษอยู่ให้เข้ามาใกล้แล้วก้มหน้าก้มตาจดด้วยท่าทางเอาจริงเอาจังจนจินยองลอบมองด้วยความสงสัย แม้แต่ของกินก็ยังเบี่ยงเบนความสนใจไอ้หมาน้อยไม่ได้เลยแฮะวันนี้ แปลก

“อาจารย์ให้การบ้านมาเยอะหรือไงวันนี้”

“ฮะ รายงานเขียนด้วยลายมือไม่ต่ำกว่ายี่สิบหน้า” หน้าใสหมอบเอาถูกับโต๊ะทำการบ้านเหมือนเหนื่อยล้าเสียเต็มประดาพลางสะบัดมือรัวๆ ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองฮยองข้างบ้านพร้อมทำหน้าบ้องแบ๊วใส่จนจินยองต้องระบายหัวเราะออกมา

“ทำหน้าอ้อนอย่างนี้จะเอาอะไรอีกล่ะ”

“อยากให้ฮยองตรวจการบ้านให้” คนน่ารักเอียงแก้มป่องไปทางซ้ายทีขวาทีแล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้

“นายก็รีบทำให้เสร็จเข้าสิ มัวแต่เอาหน้าถูกับโต๊ะอยู่อย่างนี้ปากกามันคงจะเขียนรายงานได้เองมั้ง” จินยองหันไปหยิบการบ้านในกระเป๋าเป้ตัวเองออกมาทำบ้าง

“ฮยองไม่รู้จริงๆเหรอว่าผมหมายถึงตรวจการบ้านอย่างไหน” คางมนแปะลงกับไหล่กว้างของจินยองจนปลายจมูกเล็กแตะเฉียดผิวแก้มไปเพียงนิดเดียว มือรุ่นพี่ที่กำลังวางสมุดการบ้านลงบนโต๊ะเดียวกันถึงกับชะงักแข็งทื่อไปทันที

“ตรวจให้นิดเดียวเอง ถือว่าชาร์ตแบตให้ผมก็ได้ จะได้มีแรงทำงานต่อไงฮะ” เสียงหวานละมุนกระซิบอ้อนต่อรอง พอได้ยินเสียงนี้กระซิบทีไรใจของจินยองก็อ่อนยวบลงทุกที ไม่มีเลยซักครั้งที่เขาจะชนะกงชานชิคได้

“แล้วนี่นายทำรายงานวิชาอะไรอยู่”

“เปลี่ยนเรื่องได้ไม่เนียนเลย ^^” กงชานเป่าลมใส่หูเบาๆจนจินยองต้องย่นตะแคงคอลงไปถูกับไหล่ข้างนั้น ส่งผลให้ใบหน้าใสที่เกยอยู่บนไหล่ซึ่งกำลังเผยอริมฝีปากบางรออยู่แล้วแนบลงไปกับแก้มแดงของรุ่นพี่เข้าอย่างจัง กงชานรู้ดีอยู่แล้วว่าทำยังไงจินยองถึงจะตกหลุมพรางเขาแค่ทำให้จั๊กจี้แค่นี้หมาจิ้งจอกก็เสร็จไอ้หมาน้อยแล้ว

“กงชานชิค ไอ้เด็กเจ้าเล่ห์ ทำงานของนายต่อไปเลยไป” พอผละริมฝีปากสีกุหลาบออกจาแก้มนุ่มเท่านั้นรุ่นพี่ก็ว่าแก้เขินเขาได้ฉอดๆ

“อะไรกัน พี่เป็นคนยกหน้าผมไปถูกับแก้มเองน้า~

“ก็ใครใช้ให้นายเอาหน้ามาวางบนไหล่ฉันเล่า!

“ฮยองบอกผมว่าเอาหน้ามาถูกับโต๊ะมันไม่ดีนี่นา ผมเลยเอามาวางบนไหล่ฮยองแทน”

“เถียงได้ข้างๆคูๆเลยนะนาย ที่อื่นมีตั้งเยอะแยะไม่วาง ไอ้คนอ้อ

พูดือรอบเก~~ มูดืออิทเก ตาตึทฮาเก โกกานาจูชีโอ แมอีรันบอนชิก ซายงฮาชีโอ~

เสียงสมาร์ทโฟนที่สั่นครืดๆอยู่บนโต๊ะทำให้การโต้เถียงที่แสนน่ารักต้องหยุดชะงักลง แต่ถึงกระนั้นหมาน้อยเจ้าเล่ห์ก็ยังไม่ยอมเอาคางออกไปจากบ่าคนรุ่นพี่เสียที

“เสียงริงโทนเพราะดีนะฮะ” คนผมดำเอ่ยแซว เพราะไอ้เสียงเพลงยอดฮิตที่จินยองตั้งไว้เป็นเสียงเรียกเข้ามันไม่ใช่เสียงของนักร้องต้นฉบับ แต่เป็นเสียงร้องหวานละมุนของไอ้ลูกหมาขี้อ้อนที่กำลังนั่งแกล้งเขาอยู่ข้างๆนี่เอง

ใช่จินยองตั้งเสียงร้องของกงชานเป็นเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ โดยเหตุผลก็ไม่มีอะไรมาก เขาแค่คิดว่ากงชานร้องเพลงนี้ได้น่ารักดีแล้วเสียงหวานๆของเจ้าตัวก็เหมาะที่จะร้องเพลงทำนองแบบนี้ก็เลยแอบอัดไว้ตอนทั้งคู่กำลังซ้อมเล่นเพลงไปเปิดหมวกที่เมียงดง ทีกงชานยังตั้งเพลง Sweet girl ที่เขาร้องเป็นริงโทนได้เลยนี่นาแล้วทำไมเขาจะทำบ้างไม่ได้ล่ะ

แต่ก็ไม่คิดว่าจะโดนจับได้เร็วขนาดนี้ -__-

“นี่..ฉันจะรับโทรศัพท์”

“ก็รับไปสิฮะ” ยิ้มใสทำหน้าตาอินโนเซนส์ใส่ แต่ก็ยังไม่ยอมย้ายกลีบปากบางออกไปไกลๆแก้มเขาซักที จินยองเลยต้องหลับหูหลับตาเอื้อมหยิบสมาร์ทโฟนบนโต๊ะแล้วคุยแนบกับหูอีกข้างทั้งๆที่หน้าตัวเองก็ยังแดงร้อนฉ่าอยู่อย่างนั้น

“ฮะ..ฮัลโหล” แม้แต่เสียงที่รับก็ยังสั่นเพราะดันหันไปสบตาใสแจ๋วที่กระพริบปิ๊งๆใส่บนไหล่อีกข้าง ขี้อายไม่เปลี่ยนเลยนะฮยอง ^^

(ไงจินยอง นายว่างอยู่หรือเปล่า?)

“อะ..อ่า ชินวูเองเหรอ มีอะไรหรือเปล่า” คนผมแดงเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก

(ฉันจะโทรมาถามการบ้านนายเฉยๆ ชั่วโมงที่ฉันลงไปประชุมสภานักเรียนอาจารย์ได้สั่งงานอะไรไว้ท้ายชั่วโมงมั้ย?)

“อ๋อ..อะ อืม สั่งแหละมั้ง อ้อใช่! สะ..สั่งสิ รอแป๊บนะ ฉะ..ฉันจดไว้ในสมุด”

(นายเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมเสียงดูสั่นๆ?) จะไม่ให้สั่นได้ไงก็ไอ้หมาน้อยที่เคยซบไหล่เขาอยู่ได้ย้ายถิ่นฐานคลานกระดึ๊บๆมานั่งคร่อมบนตักเขาแทนแล้วในเวลานี้ ยิ่งพอได้ยินว่าเป็นชินวูโทรมาก็ยิ่งทำให้กงชานอยากแกล้งทั้งคนผมแดงและพี่ชายของเพื่อนหนักกว่าเดิม

แกล้งจินยองน่ะแกล้งไม่ยากหรอกเพราะปกติคนรุ่นน้องก็ช่างสรรหาวิธีการต่างๆมาแหย่รุ่นพี่ให้โวยวายทำหน้าแดงได้ทุกวันอยู่แล้ว

“ไม่มีอะไรหรอก คะ..แค่เปิดแอร์เย็นไปหน่อยเลยหนาว” มือหนาคลำสะเปะสะปะหาสมุดจดการบ้านในกระเป๋าเป้เพราะกงชานดันเอาแขนยาวมาพาดไว้บนลาดไหล่แถมยังเอาหน้าผากแปะไว้กับหน้าเขาจนชิดกันอีกต่างหากจะดุตอนนี้ก็ดันดุไม่ได้อีก บ้าจริงว้อย! T///T

“มีให้ไปหาบทความจากในหนังสือที่ตัวเองชอบ พร้อมบอกเหตุผลและวะ..วาดรูปประกอบ”

(อ่อ..แค่นี้ใช่มั้ย?)

“อืม มีแค่นี้แหละ ส่งวันอังคารหน้า”

(ขอบใจนะ ต้องรบกวนนายอยู่เรื่อยเลย)

“มะ..ไม่เป็นไร เพื่อนก็ต้องช่วยเพื่อนสิ” พอพูดจบประโยคนี้กงชานก็ทำปากบึนล้อเลียนพูดทวนประโยคคนอายุมากกว่าแบบไม่ออกเสียงทำให้จินยองเผลอหัวเราะออกมา คนปลายสายถึงกับงงแต่ก็ไม่ได้ซักไซ้ถามอะไรเพิ่มเติม

(จินยอง)

“หะ..หืม?

“งานกลุ่มโปรเจ็คต์เวิร์ควิชาภาษาอังกฤษนายยังไม่มีกลุ่มใช่มั้ย”

“อ่อ ชะ..ใช่ งานนั้นฉันกะว่าจะทำคนเดียว”

“ทำไมไม่มาอยู่กลุ่มเดียวกับฉันล่ะ กลุ่มฉันยังขาดอีกคนนึง ถ้านายมาอยู่ด้วยก็ครบพอดี”

“เห!? เอางั้นก็ได้..อ๊ะ กงชานนน” จินยองเผลอร้องออกไปเมื่อรุ่นน้องเป่าลมใส่ผมหน้าของเขาจนเหม่งเปิดแล้วจุ๊บเบาๆบนหน้าผากของเขาหนึ่งทีเหมือนจะแกล้งยั่วให้เสียสมาธิ

(กงชาน?)

“อ้อ! ปละ..เปล่า อยู่สิ เพื่อนนายโอเคกับฉันแน่นะชินวู”

(คิดมากน่า ไม่มีใครรังเกียจนายหรอกจินยอง ทุกคนอยากให้นายเข้าร่วมกลุ่มนะ)

โดยเฉพาะไอ้คนที่พูดนั่นแหละที่อยากมากกว่าใครเพื่อน -^- อย่านึกนะว่าชานชิคจะรู้ไม่ทัน แต่เขาก็ไม่อยากให้จินยองเดือดร้อนไม่มีกลุ่มทำงานส่งเลยปล่อยๆให้เลยตามเลยไป

(เราตกลงกันว่าจะไปทำโปรเจ็คต์เวิร์คสัมภาษณ์ชาวต่างชาติที่เมียงดงวันศุกร์หน้าเลยนะ งานจะได้เสร็จเร็วๆ)

“อื้ม ก็ดี ที่โน่นนักท่องเที่ยวเยอะ แล้วฉันก็...ต้องไปเล่นดนตรีทางนั้นพอดีเลย” รุ่นพี่ผมแดงพยายามหลบดวงตาแป๋วๆของคนตรงหน้าที่อยู่ใกล้กันเพียงฝ่ามือบัง เมื่อเห็นว่ามุกเดิมยั่วไม่ได้ผลริมฝีปากสีชมพูใสเลยกดพรมจูบตรงสันจมูกลากยาวลงมาเรื่อยๆพลางลงน้ำหนักสัมผัสให้มากกว่าเดิม ไม่นะจินยอง! แกอย่าเพิ่งตบะแตกดิวะ คุยเรื่องงานให้รู้เรื่องก่อนนนน

(แล้วก็..มีอีกเรื่อง วันพุธหน้าที่เราต้องไปทัศนศึกษาน่ะ..)

“ทำไมเหรอ” คนผมแดงยังคงต้องต่อสู้กับคนก่อกวนแสนขี้อ้อนตรงหน้าอย่างสุดฤทธิ์ด้วยการหลับตาปี๋ทำหน้านิ่งเฉย

(นายมีคนนั่งบนรถด้วยหรือยัง?) กลีบปากบางของชานชิคหยุดจ่อไว้แค่ริมฝีปากสีส้มของคนที่กำลังพูดโทรศัพท์พลางยิ้มละไมยั่วยวนให้ ณ ตอนนี้สิ่งที่จินยองทำได้มีเพียงแค่จ้องดวงตากลมโตสีดำที่กำลังมองหน้าส่งสายตาหวานให้เขาอยู่และตอบปลายสายไปสั้นๆแค่นั้น

“ยัง”

(ถ้าไม่มีเรามานั่งข้างกันมั้ย เพราะว่า) ชินวูพูดอะไรต่อจากนี้จินยองก็ไม่ได้ฟังแล้ว ริมฝีปากสีชมพูสวยของคนตรงหน้ารีบกดทาบลงมามอบสัมผัสหวานละมุนให้เขาเบาๆเมื่อได้ยินประโยคเชิญชวนที่ดังอยู่ในโทรศัพท์ ขอโทษนะฮะพี่ชินวู แต่จินยองฮยองของผมคงตอบรับคำชวนของรุ่นพี่ไม่ได้แล้วล่ะให้มันรู้ซะบ้างว่าเวลานี้พี่จินยองจะสนใจใครมากกว่ากัน

มือเล็กประคองใบหน้าเขาไว้พลางเบียดกายเอียงหน้าให้ได้องศาที่ถนัด รุ่นพี่ผมแดงเม้มปากสวยตอบสนองเบาๆด้วยความลืมตัวพลางใช้แขนอีกข้างเกี่ยวคอกงชานไว้หลวมๆ ตาทั้งสองจ้องหน้าซึ่งกันและกันระหว่างที่แลกเปลี่ยนสัมผัสนุ่มนวลอ่อนโยนให้แก่กันเรื่อยๆจนได้ยินเสียงเฟ้นริมฝีปากดังขึ้นมาเบาๆ โทรศัพท์ในมือคนผมแดงค่อยๆหลุดแล้วร่วงลงสู่พื้นดังกึก ช่วยเรียกสติของจินยองให้กลับมาได้ทันท่วงที

“ถึงกับมือไม้อ่อนเลยเหรอฮะ ^^” กงชานพูดเบาๆในขณะที่ยังนั่งอยู่บนตักด้วยใบหน้าที่ใกล้ชิดกันในท่าเดิม จินยองหน้าแดงซ่านพลางใช้มือเก็บโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วปิดตรงลำโพงเพื่อไม่ให้มีเสียงเข้า

“เป็นเด็กอย่าขี้แกล้งได้มั้ยฮึ?

“ขนาดทำอย่างนี้ทุกวันฮยองยังไม่ชินอีกเหรอเนี่ย คุยเรื่องงานเสร็จก็ปิดไปได้แล้วจะได้ตรวจการบ้านต่อ” ฟังไม่ผิดหรอกทั้งสองคนจูบกันทุกวันจริงๆ แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจินยองจะชินและหายเขินเวลาที่เขาทำอย่างนี้ได้เลย คนหนึ่งก็ขี้แกล้งช่างยั่วจนน่าหมั่นไส้ ส่วนอีกคนก็แมนทุกเรื่องแต่ดันมาซึนได้โล่กับเรื่องพรรค์นี้

แต่ก็ไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้เลยว่าชอบที่อีกฝ่ายเป็นคนแบบนี้มากแค่ไหน

“บ้า ฉันไม่ได้ไร้ความรับผิดชอบอย่างนั้นนะ

“งั้นบอกรุ่นพี่ชินวูไปก็ได้นี่ฮะว่านี่มันเวลาครอบครัวของเรา ^__^

“ตลก! ฉันไปเป็นครอบครัวเดียวกับนายตั้งแต่เมื่อไหร่ บอกอย่างนั้นชินวูคงจะเข้าใจอยู่หรอก” จินยองขยี้ผมดำนุ่มนิ่มที่คลอเคลียอยู่ใกล้ๆด้วยความมันเขี้ยว

“ผมว่าเขาน่าจะเข้าใจนะ เห็นวางสายไปตั้งนานแล้ว” กงชานพยักเพยิดส่งสายตามองไปยังโทรศัพท์ที่ดับสนิทอยู่ในมือรุ่นพี่ จินยองมองตามแล้วรีบยกโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คด้วยความตกใจ และก็เป็นดั่งที่คนผมดำพูดชินดงอูได้วางสายไปนานแล้วจริงๆ คนข้างๆเขาหัวเราะคิกคักด้วยความชอบใจเมื่อเห็นว่าผลงานตัวเองสำเร็จไปได้ด้วยดี  กงชานชิคไอ้เด็กแสบ -_-*

เป๊าะ

“โอ๊ย! นั่นมันปากกานะฮะฮยอง เอามาเคาะหัวผมทำไม” ปากบางงุ้มลงเล็กน้อยแต่ก็ยังหัวเราะไม่เลิก

 “ยังจะมาทำหน้าแบ๊วหัวเราะคิกๆอยู่อีก ถ้าเกิดว่าเขามีธุระสำคัญขึ้นมาล่ะ”

“ฮยองอยากคุยกับเขามากขนาดนั้นเลยเหรอ (‘ ^ ‘)”

“อย่ามาเข้าโหมดดราม่า -_-^ สรุปว่าเมื่อกี้เขาคุยกับฉันเรื่องอะไรเลยไม่ได้ฟังเลย” จินยองเอามือเกาหัวแกรกๆ กงชานแอบอมยิ้มด้วยความดีใจที่จินยองไม่ได้ยินประโยคสุดท้ายที่ชินวูถาม แสดงว่าแผนการทะลวงสมาธิเขาลุล่วงไปได้โดยสมบูรณ์ไร้ที่ติ คิคิ ^^

“หรือนายรู้ (-  -  )” จินยองหันมาจับผิดกงชานที่ยังปั้นหน้าแบ๊วอยู่

“ปล๊าววว ผมจะรู้ได้ไงล่ะฮะ เมื่อกี้ก็นั่งตรวจการบ้านฉีดวัคซีนชาร์ตแบตอยู่ด้วยกันกับรุ่นพี่นี่ ” ทีคำพวกนี้ล่ะจำแม่นจริงนะไอ้ลูกหมาหื่น

“แล้วทำไมจู่ๆนายถึงได้เอ่อ..ชาร์ตแบตเข้ามาใส่ฉันอย่างนั้น นายได้ยินชินวูพูดว่าอะไรใช่มั้ย”

“ไม่มี้!

“ชานชิค นายกำลังขึ้นเสียงสูงอยู่นะ” จินยองจ้องหน้ากงชานอย่างคาดโทษพลางขยับตัวเข้าไปใกล้

หม่ายหมี่ เสียงต่ำขนาดนี้เชื่อผมได้หรือยังฮะ”

“อ๊า..จิ๊! นายนี่มัน..คนผมแดงผลักหัวรุ่นน้องด้วยความเอ็นดูก่อนจะหลุดขำออกมา มีแต่กงชานนี่แหละที่รู้วิธีทำให้เขาหัวเราะได้อย่างนี้ ส่วนคนอื่นที่โรงเรียนแค่ได้เห็นเขากระตุกยิ้มมุมปากก็ถือว่าเป็นบุญตาเท่าไหร่แล้ว

“วันนี้พี่มีการบ้านเลขอีกหรือเปล่า” กงชานเปลี่ยนเรื่องถามขณะที่มือก็ยังใช้ทำงานของตัวเองต่อไปเรื่อยๆ

“ไม่มี ฉันทำที่โรงเรียนเสร็จหมดแล้ว เหลือแต่วิชาศิลปะ”

“ว้า..เลยอดช่วยรุ่นพี่ทำเลย” กงชานทำเสียงเสียดายนิดๆ ปกติเวลาที่จินยองมีการบ้านวิชาคำนวณหรือที่เกี่ยวกับตัวเลขมาจากโรงเรียนเขาจะเป็นคนช่วยทำเสียส่วนใหญ่ กงชานรู้ว่าจินยองไม่ค่อยสันทัดเรื่องพวกนี้มากนักจนถึงกับเรียกว่าเกลียดเลยก็ว่าได้ วิชาที่คนรุ่นพี่ทำได้ดีก็เห็นจะมีแต่ดนตรีและพวกภาษาต่างๆเพราะมีพ่อแม่เป็นถึงทูต ทำให้จินยองมักจะช่วยกงชานทำวิชาภาษาอังกฤษอยู่บ่อยๆเป็นการแลกเปลี่ยนกัน

“ถ้าอยากทำเดี๋ยวคราวหน้าฉันไปบอกอาจารย์ให้สั่งมาเยอะๆก็ได้” คนผมแดงพูดติดขำเมื่อเห็นไอ้ลูกหมาทำหน้าเสียดายเวอร์จนเกินเหตุ

“ไม่ต้องเลยฮะ มาช่วยผมลอกรายงานทัศนศึกษาของอาจารย์ปาร์คดีกว่า ยังเหลืออีกตั้งสิบกว่าหน้า" กงชานถอนหายใจยาว

“ฝันไปเหอะ ฉันก็ต้องทำการบ้านของฉันเหมือนกัน” จินยองแลบลิ้นใส่พลางหยิบกระดาษวาดเขียนออกมาจากกระเป๋าเพื่อเตรียมตัววาดรูปวิชาศิลปะที่อาจารย์สั่ง เสียงกงชานบ่นว่าออกมาเบาๆพลางทำปากเบะ

“หมาจิ้งจอกใจดำ”

“ลูกหมาจอมขี้เกียจ” จินยองว่ากลับทำเสียงงุ้งงิ้งตามกงชานก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมกัน ต่างคนต่างชำเลืองมองอีกฝ่ายที่กำลังขะมักเขม้นทำการบ้านอย่างขำๆ

“รุ่นพี่วันศุกร์หน้ารุ่นพี่ไม่ว่างจริงๆเหรอ” จู่ๆกงชานก็ถามออกมาหลังจากที่เงียบไปได้ซักพัก ตาของรุ่นน้องไม่ได้สบกับตาเรียวสวยเหมือนเคยในขณะที่ถาม

“ฮั่นแน่ แอบฟังฉันพูดโทรศัพท์ล่ะสิ” จินยองระบายยิ้มออกมา “ไม่ว่างหรอก ฉันมีนัดทำโปรเจ็คต์เวิร์ควิชาภาษาอังกฤษที่เมียงดงน่ะ นายถามอย่างนี้มีอะไรหรือเปล่า” จินยองวางดินสอในมือลงหันไปมองหน้าคนผมดำข้างๆ

“เปล่า แค่สงสัยเฉยๆน่ะฮะว่าพี่จะไปเล่นเปิดหมวกเหมือนเดิมมั้ย” ตาใสหันมายิ้มให้อีกฝ่ายกลบเกลื่อน ความจริงกงชานแค่อยากจะชวนจินยองมาทำอะไรเล็กๆน้อยๆฉลองวันเกิดด้วยกัน แต่เขาก็ไม่ได้งี่เง่าจนถึงขนาดแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวไม่ออก ในเมื่อจินยองมีนัดทำงานจริงๆกงชานก็คงจะต้องปล่อยไปถึงแม้จะรู้สึกเสียดายอยู่นิดๆก็ตาม ขืนถ้าเขาบอกความจริงว่าวันศุกร์หน้าเป็นวันเกิดเขามีหวังคนรุ่นพี่ได้แคนเซิลนัดทำงานหรือไม่ก็เบี้ยวไม่ไปแน่ๆ ทั้งๆที่จินยองกำลังจะเข้ากับเด็กเกรดสิบสองคนอื่นได้ดีแล้วแท้ๆ เขาไม่อยากให้ตัวเองต้องมาเป็นตัวถ่วงของรุ่นพี่ ถ้าจินยองยังยึดติดอยู่กับเขาแค่คนเดียวโอกาสที่จะมีเพื่อนคนอื่นเพิ่มขึ้นก็จะยิ่งน้อยลงตามมา

ฮยองต้องมีอนาคตที่ดีกว่านี้นะฮะ ถึงผมจะไม่ได้เป็นคนเดียวที่เข้ามาผูกพันในชีวิตของฮยอง แต่ผมจะเป็นส่วนหนึ่งและคอยอยู่เคียงข้างฮยองตลอดไปเอง

“อืมมม แต่จะว่าไปฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่างานมันจะทำเสร็จกี่โมง นายจะไปที่โน่นพร้อมกับฉันเลยก็ได้ เผื่อถ้าเลิกไม่เย็นมากจะได้เล่นเปิดหมวกกันต่อเลย” จินยองวางแผนในหัวเสร็จสรรพ

“แหม ไม่ค่อยจะขยันทำงานงกเก็บเงินเลยนะฮะ บ้านหลังนี้ก็จ่ายหมดแล้วยังจะรีบเก็บเงินเอาไปทำอะไรอีก”

“เก็บไว้ขอลูกหมาแต่งงานมั้ง” จินยองพูดแหย่เขินๆ กงชานถึงกับขำพรืดออกมาเพราะคนรุ่นพี่เล่นแซวเองหน้าแดงเองซะงั้น

“งั้นต้องเก็บเยอะๆหน่อยนะฮะเพราะค่าตัวผมแพง” ว่าพลางหับไปจุ๊บปากคนผมแดงลวกๆหลังจากลอกรายงานเกือบเสร็จหมดทุกหน้าแล้ว ทำเอาจินยองยิ่งเขินหนักเข้าไปใหญ่ ไม่น่าหาเรื่องเปิดประเด็นเองเลยจองจินยอง...แกมันหมาจิ้งจอกซื่อบื้อ TwT

“ทำไมถึงแพงได้ล่ะ นายจะมาโก่งราคาตัวเองไม่ได้นะเพราะฉันหมั้นนายไว้แล้ว” คนผมแดงถามเมื่อละริมฝีปากออกจากกัน

“ฮ่าๆ มั่วหรือเปล่า ฮยองหมั้นผมไว้ตอนไหนทำไมผมไม่เห็นรู้เลย” กงชานเปลี่ยนมาเป็นนอนพักหนุนตักคนกำลังวาดรูปอยู่แทน หน้าจินยองฮยองเวลาที่อายนี่โคตรจะที่สุดแห่งความดูดี เขาเลยอยากที่จะนอนจ้องใบหน้าเท่และแววตาอบอุ่นนี้ไปนานๆ

ยิ่งถ้าเป็นตลอดชีวิตได้เลยก็ยิ่งดี...

“นี่ไงหลักฐาน ฉันซื้อให้แล้วก็ใส่ให้นายเองกับมือด้วย หรือนายจะเถียง” คนผมแดงยกข้อมือของคนรุ่นน้องขึ้นมา กงชานถึงกับขำก๊ากเข้าไปใหญ่พอได้เห็นของหมั้นที่คนรุ่นพี่พูดถึง

“กำไลข้อมือกระพรวนเนี่ยนะ”

“ทำไม? นายไม่ชอบเหรอ โอเคฉันจะได้เอาคืน -^-

“อ๊าาา ฮยองอย่างอนสิ ผมบอกตอนไหนว่าไม่ชอบ” กงชานรีบซุกหน้าลงกับตักอุ่นพลางถูไถหน้ากับแขนหอมๆอย่างงอนง้อ ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆก่อนจะค่อยๆยันตัวขึ้นมาโอบคอคนผมแดงไว้พลางมองสิ่งที่มักจะถูกคล้องอยู่บนต้นคอขาวอยู่ตลอดเวลาในช่วงนี้

“ถ้างั้นเฮดโฟนอันนี้ก็ถือว่าเป็นของหมั้นจากผมนะ ^^

“อ้าว ไม่ใช่ของกำนัลที่นายส่งมาง้อขอคืนดีจากฉันเหรอ”

“พูดผิดพูดใหม่ได้นะฮะพี่จินยอง ใครกันแน่ที่ทนคิดถึงผมไม่ไหวจนถึงกับปีนหน้าต่างขึ้นมาง้อฉีดวัคซีนให้ผมถึงในห้องนอน” ลูกหมาพูดเสียงเจ้าเล่ห์

“นายจะล้อฉันเรื่องนี้อีกนานไหมเนี่ย คราวหน้าถ้านายงอนอีกฉันจะไม่ง้อนายแล้วคอยดู -_-//” ถึงจะทำหน้าตึงแต่กงชานก็ดูออกว่าไอ้ที่จินยองทำหน้าบึ้งแบบนี้น่ะมันเป็นเพราะกลบเกลื่อนความเขินชัดๆ

“โอ๋ไม่เอาน่าฮยอง ถ้าฮยองไม่ง้อผมแล้วผมจะไปทำการบ้านที่บ้านใครล่ะ” คนน่ารักชันเข่าขึ้นหยิกแก้มทั้งสองข้างด้วยความหมั่นเขี้ยวก่อนจะโถมตัวลงมาซบกับอกเขาอย่างออดอ้อน จินยองตีลงไปที่ท่อนแขนนิ่มเบาๆหนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้

“แค่เนี้ยนะเหตุผลของนาย”

“ฮยองคาดหวังอะไรมากกว่านี้ล่ะฮะ ^^” กงชานผงกหัวขึ้นถามเสียงใสระหว่างที่ใช้หน้าซุกกับอกเขาอยู่ ตอนนี้แหละที่จินยองเริ่มรู้ตัวว่าเป็นฝ่ายเสียเปรียบอีกแล้วเพราะลำแขนบางเริ่มกระชับเขาให้เข้าไปใกล้เรื่อยๆในขณะที่ยังนอนทับบนลำตัวเขาเต็มๆ

“อยากให้ผมมีเหตุผลอะไรอีกก็บอกมาเถอะ อย่าปากแข็งเลยพี่จินยอง” กงชานพูดเสียงยั่วจนจินยองเริ่มดิ้นขลุกขลักไม่เป็นสุขอยู่ในวงแขนของลูกหมาจอมอ้อล้อ ไม่ใช่ว่าไม่ชอบสัมผัสนี้แต่เกลียดเวลาที่ตัวเองต้องมาใจเต้นแรงต่อหน้าอีกฝ่ายโดยที่ไม่สามารถบังคับอะไรได้เลยต่างหาก

“อื้อออ ปล่อยได้แล้วกงชาน”

“อ๋อยยย~อยู่ดีๆก็หมดเรี่ยวแรง ครอกกก”

“นี่! อย่ามาทำเนียนนะ” จินยองขำทั้งๆที่ยังนอนหงายโดยมีกงชานนอนทับโอบอยู่บนลำตัวอยู่อย่างนั้น จะลุกก็ไม่มีแรงลุกเพราะไอ้ลูกหมาตัวดีดันแกล้งทำเป็นหลับซบผมสีดำนุ่มนิ่มลงกับซอกคอเขาจนรู้สึกจั๊กจี้

“หัวใจพี่เต้นแร้งแรง~” เห็นมั้ย บอกแล้วว่าไอ้ลูกหมามันต้องรู้เพราะเล่นนอนแนบลำตัวลงมาซะขนาดนั้น

“ใช่ที่ไหน ฉันหัวเราะจนเหนื่อยต่างหาก..เห้ย! นายจะทำอะไร” จินยองร้องเมื่อนิ้วซนแกล้งจิ้มลงมาที่เอวเขาพร้อมใช้จมูกเล็กซุกไซ้คอให้หนักกว่าเดิม

“ทำให้รุ่นพี่หัวเราะจนเหนื่อย จะได้รู้ว่าหัวใจเต้นแรงเพราะหัวเราะจริงหรือเปล่า” นิ้วทั้งห้าพรมจิ้มลงบนเอวของรุ่นพี่ไม่ยั้งทำให้คนผมแดงดิ้นหนักหัวเราะจนตัวโยนด้วนความจั๊กจี้ เสียงหัวเราะของกงชานเริ่มดังขึ้นมาประสานกันเมื่อจินยองเริ่มถูขาทั้งสองลงกับพื้นพลางบิดหน้าไปมา แขนยาวโอบรัดตัวกงชานชิคไว้แน่นเพื่อให้หยุดการกระทำที่แสนทรมานนี้

“ฮ่าๆๆ ไม่เอา หยุดน่ากงชาน ฮ่ะๆ” คนผมแดงพูดน้ำหูน้ำตาไหลเพราะหัวเราะด้วยความขำจนเสียงที่ออกมาเริ่มไม่เป็นภาษา

“ไม่หยุด หัวเราะหนักขนาดนี้ไม่เห็นหัวใจจะเต้นแรงขึ้นเลย” หน้าใสแนบลงกับอกเพื่อตรวจสอบ ปากที่เคยฝังอยู่แถวซอกคอเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นงับติ่งหูของรุ่นพี่ลงเบาๆแทน

“โอ๊ยฮ่าๆๆ ฉันใจเต้นเพราะนาย ฉันใจเต้นเพราะนายยย

“อะไรนะ~ ฮยองพูดอะไรงึมงำอยู่คนเดียวผมไม่เห็นจะได้ยินเลย ^^

“ฉันบอกว่าฉันใจเต้นแรงเพราะนายยย ปล่อยได้แล้ววว ฮ่าๆๆๆ” คนรุ่นพี่ยังหัวเราะไม่เลิกเพราะไม่มีท่าทีว่ารุ่นน้องจะยอมปล่อยง่ายๆ วงแขนของคนแกล้งค่อยๆผ่อนแรงลงเป็นกอดเขาไว้หลวมๆแทน

“พูดอีกทีสิฮะ” เสียงหวานกระซิบแผ่วที่ข้างหูพลางแนบแก้มตัวเองเข้าไปสัมผัสหน้าแดงๆของอีกฝ่าย

“กงชานชิคฉันใจเต้นเพราะนายคนเดียว รู้มั้ยไอ้เด็กบ๊อง” เมื่อเห็นว่ากงชานเลิกแกล้งแล้วจินยองจึงใช้มือนุ่มนิ่มลูบไปที่ท้ายทอยของเด็กน้อยเบาๆด้วยความเอ็นดู

“เกือบดีอยู่แล้วเชียวถ้าไม่มีคำต่อท้าย” ร่างรุ่นน้องยันตัวเองขึ้นมาเล็กน้อยพอให้คนรุ่นพี่ได้หายใจสะดวก มือและนิ้วโป้งใช้เกลี่ยน้ำตาที่ไหลลงมาเปรอะแก้มให้

“ขำจนน้ำตาไหลเลย น่าสงสารจัง”

การกระทำของไอ้ลูกหมาที่ยังนอนทับเขาอยู่มันช่างสวนทางกับคำว่าสงสารเหลือเกิน นี่จินยองจะเชื่อใจไอ้ลูกหมาขี้แกล้งตัวนี้ได้ไหมเนี่ย -_-^

“หิวนมแล้วอ่ะฮยอง” ปากสีกุหลาบงุ้มลงพลางจ้องหน้าเขาส่งเสียงอ้อน

“ก็วางไว้ให้บนโต๊ะนั่นไงไม่กินเล่า”

“ไม่อยากกินแบบนี้ อยากกินแบบที่ฮยองเคยแบ่งให้กินครั้งก่อน"

"เยอะนะนายอ่ะ" ถึงปากจะบ่นแต่ร่างโปร่งผมแดงก็ลุกขึ้นเดินเข้าไปในครัวทำให้ให้ไอ้ลูกหมากินอยู่ดี เสียงแก้วกระทบกับช้อนดังแคร้งๆอยู่ในคร้วซักพักจินยองก็ออกมาพร้อมกับแก้วเซรามิกที่มีกาแฟคาปูชิโนหอมฉุยอยู่ข้างใน

"หอมจัง~ ^^" กงชานรีบชมเอาใจเมื่อมือของรุ่นพี่ส่งแก้วลายลูกหมามาให้

"รู้ได้ไงว่าหอม กาแฟก็กินไม่เป็น" คราวนี้รุ่นพี่เปลี่ยนที่นั่งมาเป็นฝั่งตรงข้ามแทนพลางหยิบยางรัดในกระเป๋ามามัดผมข้างหน้าเป็นจุกเล็กๆให้รุ่นน้อง กงชานยื่นหน้าใสเข้ามาใกล้อย่างรู้งาน จินยองมักจะมัดผมให้เขาอย่างนี้เสมอเวลาที่นั่งทำการบ้านด้วยกัน ซึ่งเขาก็ชอบอยู่ไม่น้อยเพราะนอกจากจะไม่เกะกะเวลาทำงานแล้วจินยองฮยองก็เคยชมอ้อมๆว่าทำทรงนี้แล้วน่ารักดี

"ไม่จำเป็นต้องกินเป็นผมก็รู้ว่ามันหอมได้นี่ฮะ ผมชอบแค่กลิ่นแต่ไม่ชอบรสชาติมันผิดด้วยเหรอ" คนผมดำหยิบแก้วกาแฟอุ่นขึ้นมาจิบเฉพาะหน้าที่เป็นครีมนมจนหมดแล้วส่งส่วนกาแฟที่ไม่กินกลับมาให้รุ่นพี่จัดการ

"สมกับเป็นลูกหมาจริงๆ ดมแค่กลิ่นก็มีความสุขได้แล้วว่างั้น..." จินยองหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาดื่มต่อ ปากหยักสีส้มสวยเลือกแตะลงเฉพาะฝั่งที่กงชานใช้จิบไปก่อนแล้วเท่านั้น รุ่นน้องผมดำแอบสังเกตมองการกระทำนั้นยิ้มๆแล้วก็อดแซวไม่ได้

"น่ารักจัง แอบจูบผมทางอ้อมด้วย ^^"

"อะ..อะไรของนาย แค่บังเอิญจิบโดนฝั่งเดียวกันหรอกน่า -///-" กลอกตาไปมาทำสีหน้าเลิ่กลั่กพลางเปลี่ยนฝั่งที่ดื่มทันทีที่โดนทัก

"แอบโรแมนติกเหมือนกันนะฮยอง อยากจูบผมก็บอกกันตรงๆก็ได้จะได้ไม่ต้องมานั่งทำอะไรแบบนี้ให้ลำบาก"

"นอกจากจะขี้แกล้งแล้วนายยังขี้มโนอีกหรือไง บอกว่าบังเอิญก็บังเอิญสิ" คนปากหนักยังคงไม่ยอมรับทำให้กงชานยิ้มเจ้าเล่ห์กรุ้มกริ่มคิดหาทางออกให้ฮยองเลิกวางฟอร์มเสียที แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้...ของอย่างนี้มันต้องรอเวลา หึๆ

ครืดๆ

เสียงแจ้งเตือนจากแอพแชทในสมาร์ทโฟนของกงชานสั่นขึ้นมา หนุ่มน้อยผมดำละมือจากรายงานมหาภัยตรงหน้าแล้วหยิบสมาร์ทโฟนสีหวานของตัวเองขึ้นมาดู ปรากฎว่าเป็นเพื่อนรักของเขาเองที่ดันส่งข้อความประหลาดๆอ่านไม่ได้ศัพท์มาให้ คิ้วดำมุ่นเข้าหากันระหว่างที่จ้องไปยังหน้าจอจนจินยองมองตามสายตาด้วยความสงสัย

"ทำหน้าอึไม่ออกอีกแล้ว ไม่ตอบเพื่อนไปล่ะ" จินยองยื่นปากกามาเขี่ยผมจุกเล็กๆพลางยิ้มให้

"ไม่รู้จะตอบยังไงดี" คนทำหน้าอึไม่ออกยังจ้องโทรศัพท์ไม่เลิก

"อ้าวทำไมล่ะ หรือว่าเพื่อนส่งคลิปโป๊มาให้เลยลำบากใจ O.O^" คนผมแดงชะโงกหน้ามาดูแต่รุ่นน้องดันชักมือกลับซะก่อนพลางเบะปากออกเล็กน้อย

"ฮยองก็พูดเป็นเล่น ทีอย่างนี้ล่ะเกิดสนใจขึ้นมาเชียวนะฮะ" คงจะดูอะไรพวกนี้บ่อยล่ะสิท่า ทีกับเราแค่ยอมรับว่าจูบด้วยกันยังยาก พอเป็นเรื่องนี้กลับสนใจออกนอกหน้าเลยนะ

"ก็ถ้ามันเป็นเรื่องของนายฉันก็ต้องสนใจสิกงชาน" จินยองพูดออกมาด้วยสีหน้าปกติเพราะไม่ได้คิดอะไร แต่หัวใจกงชานกลับเต้นแรงกับประโยคธรรมดาที่คนรุ่นพี่เผลอพูดออกมาซะอย่างนั้น

สนใจ...เพราะเป็นเรื่องของผมงั้นเหรอฮะ? ชอบคำนี้ของพี่จินยองจัง

ตึกตัก ตึกตัก

"สรุปให้ฉันดูได้หรือยัง?"

รุ่นพี่จะไม่สนใจถ้าไม่ใช่เรื่องของเรา งื้ออออ >///<

"ชานนี่ -__-"

ตึกตัก~ ไม่สนถ้า...โอ๊ยรู้สึกดี

"ไอ้ลูกหมา"

"หะ...ฮะ?"

"เป็นอะไร ทำไมหน้าแดง"

" -///- ดะ...แดงหรอ?"

"เอ...หรือว่าร้อน แต่แอร์ก็เปิดตั้งยี่สิบห้าองศาแล้วนี่นา" จินยองหันไปเช็คอุณหภูมิจากรีโมตแอร์ กงชานพยายามลูบหน้าให้เป็นปกติแต่ทำยังไงก็ไม่ทัน ตาเรียวสวยของจินยองหันมาจ้องหน้าเขาพลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้ทำให้ประโยคเดิมที่พูดรีเพลย์ในหัวซ้ำอีกรอบ

'ก็ถ้ามันเป็นเรื่องของนายฉันก็ต้องสนใจสิกงชาน...'

อ๊ากกก กงชานชิคจอมหน้าหนาวันนี้เป็นอะไรไปแล้วนะ

"นาย..." จินยองหรี่ตาพลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้อีกระดับ มือนุ่มนิ่มแปะลงที่แก้มร้อนฉ่าทั้งสองข้างพลางจ้องดวงตากลมโตของคนตรงหน้าที่ดูหลุกหลิกชอบกล ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มเมื่อพอจะประมวลข้อมูลได้แล้ว

"กำลังเขินสินะ"

"อะไรกันฮะ ฮยองมั่วแล้ว ผม..ผมไมได้เขินนะ!"

"เสียงสูงกว่านี้ได้อีกมั้ย ^^"

"อ๊ากกก ฮยองอย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ >///<"

"ฮ่าๆๆๆ" จินยองระบายหัวเราะออกมาเสียงดังพลางฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะแล้วหัวเราะต่อไม่บันยะบันยัง คนหน้าแดงซ่านเอามือปิดแก้มชมพูใสสุกปลั่งของตัวเองด้วยความไม่ชินกับความรู้สึกแบบนี้

ปกติเคยเขินหน้าแดงต่อหน้าพี่จินยองซะเมื่อไหร่ล่ะ วันนี้เขาเป็นอะไรไป...

"เขินเรื่องอะไรฮึ?" พอสงบสติอารมณ์ได้แล้วคนรุ่นพี่ก็เงยหน้าขึ้นจากโต๊ะมายิงคำถามใส่

"ไม่บอกหรอก"

"ต้องให้ฉันไล่แอคชั่นเมื่อกี้ไปทีละอย่างมั้ย"

"จ้างให้ยังไงฮยองก็เดาไม่ถูก :P"

"เริ่มจากเพื่อนนายส่งอะไรไม่รู้มาให้ นายก็ยังหน้าปกติอยู่ ฉันก็เลยถามนายว่าเพื่อนส่งคลิปโป๊มาให้หรือไง ตรงนี้ก็ไม่น่าจะเขินได้เพราะนายก็ดูชินชากับการกระทำล่อแหลมอย่างนี้แทบทุกวัน..."

"แรงงงง -___-;;"

"พอฉันถามอย่างนั้นไปนายก็ชักมือถือกลับทำท่าทางฮึดฮัดใส่แล้วก็ถามกลับว่าฉันจะสนใจเรื่องพวกนี้ทำไม ฉันก็เลยตอบนายไปว่าฉันก็ต้องสนใจอยู่แล้วถ้าเรื่องนั้นมันเป็นเรื่องของนาย..."

(.///.) ฉ่า~

"หรือว่าประโยคนี้?" หมาจิ้งจอกเหล่ตาดูปฏิกริยาของหมาน้อยตรงหน้าที่ดูเหมือนจะเริ่มหน้าแดงขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อเป็นการพิสูจน์...

"ก็ถ้ามันเป็นเรื่องของนายฉันก็ต้องสนใจอยู่แล้วสิกงชาน"

(_/////_) หน้าร้อนจนจะทอดไข่ดาวได้อยู่แล้วฮะ เล่นทวนทั้งประโยคได้เป๊ะขนาดนี้

"ก็ถ้ามันเป็นเรื่องของนายฉันก็ต้องสนใจอยู่แล้วสิกงชาน~ ^^"

"พอได้แล้วฮะ จะพูดซ้ำทำไมหลายรอบเนี่ยฮยอง -///-"

"สรุปประโยคนี้สินะ"

"อืม" พอกงชานยอมรับออกมาเท่านั้นรุ่นพี่ก็เริ่มกลั้นขำไม่อยู่แล้วปล่อยก๊ากออกมาอีกรอบ

"ทีทำอย่างอื่นน่าอายกว่านี้ไม่ยักเขิน ดันมาเขินกับประโยคไม่เป็นเรื่องแค่นี้เนี่ยนะชานชิค" ตาของจินยองยิ่งหยีเข้าไปใหญ่ตอนที่หัวเราะรุ่นน้องผมดำ

"ไม่รู้สิ เวลาที่ฮยองพูดมันฟังดูมีความหมายกับผมมากเลยนะ...ผมชอบประโยคเมื่อกี้มากกว่าประโยคบอกรักทั่วๆไปอีก"

นิ้วโป้งใช้เขี่ยกันไปมาใต้โต๊ะทำให้จินยองรู้ว่ากงชานคงเขินอย่างที่พูดมาจริงๆ เด็กน้อยเอ๊ยยย...ดันมาตกม้าตายกับเรื่องแค่นี้เอง นี่เขาเผลอมองข้ามกับเรื่องใกล้ตัวพวกนี้ไปได้ยังไงกัน ไม่งั้นกงชานคงได้โดนแกล้งให้หน้าแดงทุกวันแทนเขาไปตั้งนานแล้ว

"ฉันจะจำไว้ว่านายอ่อนไหวกับคำง่ายๆพวกนี้ เวลานายอายนี่น่าเอ็นดูชะมัดเลยกงชานชิค" แขนยาวเอื้อมไปหยิกจมูกคนหน้าใสที่กำลังก้มหน้างุดๆกลบเกลื่อน อย่างน้อยวันนี้เขาก็ชนะกงชานไปแล้วหนึ่งรอบเรื่องที่ทำให้ไอ้ลูกหมาเขินได้

"บาโรมันแค่ส่งอะไรไม่รู้แปลกๆมาให้ ผมเลยไม่รู้จะตอบยังไง" กงชานวกกลับมาเรื่องเดิมแล้วยื่นสมาร์ทโฟนให้คนรุ่นพี่ดูข้อความประหลาดที่พิมพ์มาครึ่งๆกลางๆ คิ้วสวยเลิกขึ้นข้างเดียวพร้อมรับสิ่งที่อยู่ในมือรุ่นน้องมาพิจารณาซักพัก

 

ชาบาโร เฉาะแตงโมด้วยฟันเปล่า  

ช่วยด้ 

                                          07.14

 

"นี่ชื่อเพื่อนนายเหรอเนี่ย -_-^"

"ผมไม่ได้ให้ฮยองโฟกัสตรงนั้น ดูตรงข้อความสิฮะ" คนผมดำเอานิ้วจิ้มๆลงบนหน้าจอ จินยองมองตามแล้วก็เริ่มจะขมวดคิ้วตามอีกคน

"ใช่คำว่าช่วยด้วยหรือเปล่า?"

"นั่นแหละ บาโรเพิ่งส่งมาให้ผมตอนหนึ่งทุ่มกว่าๆ ซึ่งเวลานี้มันก็ควรจะถึงบ้านตัวเองตั้งนานแล้วจริงมั้ยฮะ ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย" กงชานทำหน้าคิดหนักกว่าเดิมขณะที่พยายามจะเดาสถานการณ์

"อืมก็ถูกของนาย แถมข้อความก็ยังพิมพ์ไม่จบด้วย เหมือนกำลังรีบร้อนเพราะอะไรซักอย่าง" จินยองมองกลับไปที่ข้อความนั้นอีกครั้ง ลึกๆก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดีว่าเพื่อนของรุ่นน้องต้องการจะสื่ออะไรของมัน

"หรือบาโรจะตกอยู่ในอันตราย" กงชานพูดด้วยน้ำเสียงกังวลทำให้คนรุ่นพี่ยิ้มให้กำลังใจพลางเอามือตบที่บ่าบางเบาๆให้คืนสติ

"ดูโคนันมากไปป่ะเนี่ย คนอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินจริงๆเขาไม่มัวมานั่งใจเย็นพิมพ์แชทอยู่หรอก ป่านนี้เพื่อนนายต้องส่งพิกัดจีพีเอสหรือไม่ก็โทรมาหานายตั้งนานแล้ว เชื่อฉันสิ"

"ฟังจากที่พูดมาฮยองน่าจะดูมากกว่าผมอีกนะ วิเคราะห์ได้เป็นฉากเชียว =_="

"ก็ตื่นมาดูพร้อมกันทุกเช้าวันเสาร์อาทิตย์ไม่ใช่หรือไง" กงชานกลั้วหัวเราะกับคำพูดจินยอง แต่ก็ยังมีอีกอย่างที่ยังสงสัยค้างคาใจอยู่

"แต่ซานดึลก็โทรทางแชทมาหาผมเหมือนกันนะ แต่เหมือนสัญญาณตอนนั้นจะไม่ดีก็เลยโทรไม่ติด เพิ่งจะขึ้นแจ้งเตือนมาในแชทเมื่อกี้เอง" กงชานโชว์หน้าจอโทรศัพท์ให้จินยองดูอีกครั้ง

"ใครคืออีจองฮวาน ไล่ต้อนห่านด้วยมือเปล่า =_=?"

 "ก็ซานดึลไอ้เป็ดน้อยที่ฮยองชอบเรียกนั่นแหละ มันชื่อจริงชื่อจองฮวานไงฮะ ฮยองนี่ไม่เคยจำชื่อเพื่อนผมได้เลยนะเนี่ย"

"ฉันก็จำได้แค่นายคนเดียวนั่นแหละ จะให้จำชื่อใครเยอะแยะนักหนา เปลืองพื้นที่เมมโมรี่ฉันเปล่าๆ" คนผมแดงยักไหล่ไม่ใส่ใจพลางหยิบกาแฟขึ้นมาจิบ

"แล้วชื่อผมจำไปมันไม่รกสมองฮยองหรือไง"

"จะรกได้ไงก็นายสำคัญ" จินยองพูดออกมาด้วยสีหน้าปกติอีกแล้ว

"มะ..มันใช่เวลามาทำให้เขินมั้ยฮะพี่จินยอง >///<"

"อะไรของนาย? คำเมื่อกี้ก็เขินเหรอ ทำไมฉันไม่เห็นรู้สึกอะไรเวลาพูดเลยล่ะ -_-^"

"ฮยองต่างหากที่แปลก ทีพอคำพวกนี้ล่ะพูดได้พูดดี พอเป็นคำที่คนอื่นเขาพูดกันตรงๆเยอะแยะกลับไม่ยอมพูด"  กงชานค้อนใส่พลางชักโทรศัพท์กลับไปส่งสติ๊กเกอร์เครื่องหมายคำถามให้ทั้งสองกล่องข้อความหลังจากที่มัวแต่ต่อล้อต่อเถียงกับจินยองอยู่นาน

 

กงชานนี่ ฆ่าคิตตี้ด้วยมือเปล่า 

???

                                        07.37

"กงชาน...ชื่อนายนี่มัน...ฮ่ะๆๆ" จินยองหลุดขำเมื่อได้เห็นชื่อที่รุ่นน้องใช้ในแอพแชทชื่อดังขณะที่กำลังพิมพ์ข้อความส่งไป คนอายุน้อยกว่าทำปากจู๋ย่นคิ้วใส่เขาอย่างน่ารักราวกับว่ามันไม่ใช่เรื่องน่าหัวเราะ

"เท่ดีออก ฮยองหัวเราะทำไม" ครับๆ ทั้งเท่ทั้งโหดสุดๆไปเลยพ่อคนเก่ง ฆ่าคิตตี้ด้วยมือเปล่าได้นี่เป็นเรื่องที่น่ายกย่องบูชาน่าสรรเสริญจริงๆ บ่งบอกมากว่าคนตั้งชื่อนี้คงจะเกลียดแมวเข้าไส้ได้สมกับสรรพนามที่เขาใช้เรียกเจ้าตัวอยู่ทุกวัน

"ถ้านายจะเอาคำคล้องจองเป็นสระอีทำไมไม่ฆ่าเทเลทับบี้ล่ะ คิตตี้มันก็น่ารักดีออกนะ" จินยองมองคนผมดำที่กำลังนั่งจ้องหน้าจอไม่วางตาด้วยแววตาขำๆ ท่าทางไอ้ลูกหมาของเขาคงจะเป็นห่วงเพื่อนมากเลยไม่ยอมวางมือถือซะที คนรุ่นพี่ก็เลยชวนคุยแก้เครียดไปพลางๆก่อน

"เทเลทับบี้มันมีตั้งหลายตัว ถ้าตั้งอย่างนั้นมันจะดูโหดเกินไปน่ะฮะ แต่ถ้าเป็นคิตตี้มันก็แค่แมวไม่มีปากหน้าแบ๊วๆผูกโบว์สีแดงที่หู โดนลูกหมาซักตัวไม่ชอบก็คงไม่ผิดหรอกมั้ง" รุ่นน้องอธิบายให้ฟังยิ้มๆเหมือนจะยอมรับในฉายาของตัวเองที่จินยองตั้งให้ด้วยความภาคภูมิใจ

"ตั้งให้มั่งสิ"

"ฮะ?"

"ชื่อแชทฉันน่ะ นายช่วยตั้งให้หน่อย เอาให้เท่ๆเหมือนนายนะกงชานนี่" จินยองส่งสมาร์ทโฟนสีขาวไร้เคสห่อหุ้มไปให้กงชานถือ คนผมดำกระพริบตาปริบๆรับมาอย่างมึนงง ฮยองคิดอะไรของเขาอยู่เนี่ย

"เห็นผมตั้งแล้วน่ารักใช่ม้าาา~ ฮยองเลยอยากตั้งตาม" กงชานหยิบมือถือของจินยองขึ้นมาทำหน้าครุ่นคิดพลางกดก๊อกแก๊กๆลงในโทรศัพท์ คนผมแดงมองภาพนั้นแล้วก็อมยิ้มตาม เด็กยังไงก็เป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ โดนเบี่ยงประเด็นความสนใจนิดเดียวก็ลืมหมดแล้วว่าเคยกังวลเรื่องอะไรอยู่ เหมือนกับตอนที่กงชานเคยหลงทางตอนเด็กเขาก็แค่แต่งเรื่องร้านหนังสือวิเศษขึ้นมาแล้วก็อ่านนิทานให้ฟัง แค่นั้นเด็กน้อยก็หยุดร้องไห้แล้วกลับมาหัวเราะร่าอยู่บนตักรุ่นพี่แปลกหน้าอย่างเขาซะแล้ว

"เสร็จแล้วฮะ ^^" คนตรงหน้าส่งสมาร์ทโฟนคืนมาให้เขา ตาเรียวได้รูปบิกโตด้วยความตกใจมือเห็นชื่อที่ปรากฎเด่นหราอยู่บนหน้าจอ

"เฮ้ย! ทำไมของฉันมันเป็นแบบนี้ล่ะ? ไม่มีชื่ออื่นที่ดีกว่านี้แล้วหรือไงห๊ะ?"

"เอาน่าพี่จินยอง ชื่อนี้ก็เท่ดีออก แปลกแหวกแนวติสท์ๆไม่เหมือนใครด้วยนะฮะ"

"จองจินยอง เปิดปลากระป๋องด้วยมือเปล่าเนี่ยนะ นายบอกมาซิว่ามีส่วนไหนที่เท่ -_-*" จินยองแทบอยากจะย้อนเวลากลับไปเอามือถือตัวเองคืนเมื่อสามสิบกว่าวินาทีก่อน รู้งี้หาวิธีเบี่ยงเบนความสนใจอย่างอื่นซะก็ดี

"ก็สระอองที่ดีๆมันหายากนี่ฮะ ชื่อนี้ยังไงก็ดูดีกว่าจองจินยองฆ่าคิงคองด้วยมือเปล่านะ ^^"

"อันนั้นก็โหดไป ไม่รู้แหละ ตั้งใหม่ให้เลยยยย เอาเป็นจองจินยองตีปิงปองด้วยมือเปล่าอะไรก็ได้ T_T" คนผมแดงเริ่มโยเยเป็นเด็กๆทำให้กงชานคลี่ยิ้มออกมาอย่างขำๆ

"ผมตั้งให้เพราะว่ามันเหมาะกับฮยองดีแล้ว ชื่อแปลกๆก็ต้องคู่กับคนติสท์ๆอย่างรุ่นพี่นี่แหละ ฮยองของผมเป็นคนเท่ ชอบทำอาหารให้ผมกินด้วยความชำนาญจนสามารถเปิดปลากระป๋องด้วยมือเปล่าได้ ผมสีแดง เวลาอายก็ชอบทำหน้าแดงเหมือนซอสปลากระป๋อง อร่อยเหมือนปลากระป๋อง และที่สำคัญ..." คนผมดำเว้นช่วงทำหน้าตาเจ้าเล่ห์เขยิบเข้ามาใกล้จนจินยองเริ่มหวาดๆ

"อะไร? ให้เหตุผลมาดีๆนะกงชานชิค ไม่งั้นนายต้องตั้งชื่อใหม่ให้ฉันจริงๆด้วย -__-;;" พยายามปั้นหน้าเฉยสุดฤทธิ์เมื่อกงชานจ้องหน้าเขาเนิ่นนานพลางใช้แขนโอบรอบคอไว้

"ผมเป็นลูกหมาที่ชอบกินปลากระป๋อง ^^" ริมฝีปากนุ่มจูบเบาๆที่ปลายจมูกโด่งของคนรุ่นพี่ ทำไมเขาจะไม่รู้ล่ะว่าจินยองกำลังหาอะไรอย่างอื่นให้ทำเพื่อไม่ให้เขาคิดมาก ในเมื่อฮยองทำตัวน่ารักอย่างนี้หมาน้อยก็ต้องให้รางวัลเป็นธรรมดา จินยองทำหน้าเหงื่อตกแล้วหลบสายตาหวานเยิ้มของกงชานอีกตามเคย

"ยังอยากให้ผมตั้งชื่อให้ใหม่มั้ยฮะ" ถ้าไม่มีโต๊ะมาคั่นกลางป่านนี้ทั้งสองคนคงตัวติดแนบชิดกันไปแล้ว

"เหตุผลใช้ได้ ผ่าน" โถ...แล้วทีแรกทำเป็นวางมาดนะฮะรุ่นพี่

"ฉัน...เข้าไปทำกับข้าวให้นายกินดีกว่า นายยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลยนี่เนอะ" รุ่นพี่ผมแดงแกะแขนยาวที่เกาะก่ายอยู่บนลาดไหล่แล้วลุกเข้าครัวไปซะดื้อๆ นี่แหละวิธีแก้เขินของจินยองฮยอง...เขินทีไรก็ลุกขึ้นไปทำกับข้าวให้เขากินทุกที กะจะขุนเขาให้กลายเป็นลูกหมาอ้วนไปเลยหรือเปล่านะ ถ้าอยู่ด้วยกันเกินสิบปีแล้วจินยองยังมีนิสัยขี้อายอยู่อย่างนี้ล่ะก็มีหวังเขาได้กลายเป็นชานชิคพุงกลมแทนร่างสูงโปร่งผอมเพรียวแบบนี้แน่

เอ้อ! ว่าแต่เพื่อนกระรอกเขาเป็นยังไงบ้างล่ะเนี่ย ไหนจะยังซานดึลที่โทรมาอีก กงชานรู้นิสัยเพื่อนเขาดี ถ้าไม่มีเหตุจำเป็นจริงๆสองคนนั้นคงไม่ติดต่อมาหาเขาพร้อมกันหรอก หรือพวกมันจะอยู่ด้วยกันตอนที่แชทมาหาเขา?

ก็แล้วทำไมเขาไม่โทรไปถามสองคนนั้นให้มันรู้เรื่องไปเลยล่ะ มัวแต่นั่งบื้อส่งสติ๊กเกอร์ไปถามอยู่ได้ตั้งนาน มือบางรีบกดโทรศัพท์ต่อสายไปยังเพื่อนสนิททันที ฝนข้างนอกยังคงเทกระหน่ำลงมาไม่มีท่าทีว่าจะหยุดตั้งแต่เมื่อเย็น พอเข้าเดือนสิงหาคมใกล้ถึงวันเกิดเขาเมื่อไหร่ฤดูฝนจะออกฤทธิ์อย่างนี้ทุกปีไม่เคยเปลี่ยน จนเขาเริ่มจะชินแล้วที่จัดงานปาร์ตี้วันเกิดข้างนอกบ้านไม่ได้ทำให้ต้องฉลองอะไรเงียบๆภายในบ้านแทน เสียงปลายสายยังคงว่างไม่มีคนรับอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะมีเสียงคุ้นเคยดังแทรกเข้ามา

(ไง ไม่โทรมาพรุ่งนี้เลยล่ะไอ้เพื่อนบังเกิดเกล้า) อะไรของมัน พอรับสายได้ก็ว่าประชดเขากลับมาเลยนะคุณชาบาโร

"มีแรงว่าฉันอย่างนี้แสดงว่ายังอยู่สุขสบายดีนี่ แล้วนายจะส่งข้อความประหลาดๆมาให้ฉันทำไมไม่ทราบฮะบาโร =_="

(ก็ตอนนั้นมีเรื่องนิดหน่อย แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว มัวแต่จู๋จี๋ดู๋ดี๋อยู่ที่บ้านพี่จินยองจนลืมเพื่อนเลยนะนาย ไม่ได้รู้เลยว่าฉันต้องอยู่เผชิญกับอะไรบ้าง T_T)

"พูดมากว่ะ" กงชานเผลอหยิบกาแฟของจินยองขึ้นมาซดแก้เขินแล้วก็แทบจะสำลักออกมาเพราะรสชาติที่ไม่คุ้นเคยเพราะดันไม่เคยกินมาก่อน "แค่กๆ นายก็เล่ามาสิถ้าอยากให้ฉันรู้ขนาดนั้นล่ะก็"

(ไม่เล่า อยากรู้ก็มาถามซานดึลเอาเอง นายมันลูกหมาทิ้งเพื่อน ไอ้ลูกนกลืมรัง ฉันไม่อยากคุยกับนายแล้วไอ้ชานชิคกี้)

"เกี่ยวไรกับลูกนกวะ -_-^ แต่เดี๋ยว...เมื่อกี้นายบอกว่าซานดึลอยู่กับนายเหรอ ดึกดื่นขนาดนี้เนี่ยนะ?"

(ถ้าอยากรู้ก็ไปถามสาวยาคูลท์ข้างบ้านนายเองสิ ทีนายยังนอนค้างอยู่บ้านพี่จินยองได้แทบทุกวันแล้วทำไมคนอื่นจะอยู่ด้วยกันดึกดื่นไม่ได้)

"ก็นั่นมันไม่เหมือนกัน ฉันกับพี่จินยองอยู่บ้านใกล้กันแค่ปีนรั้วเข้ามาก็นอนค้างได้แล้ว พูดอย่างนี้หมายความว่าซานดึลอยู่บ้านนายใช่มั้ย"

(ฮะ?...คุยกับกงชาน...เปล่า มันเพิ่งโทรกลับมา...น่าจะทำเสร็จแล้วมั้ง เออ! ชานชิค ไปบ้านพี่จินยองตั้งนานนี่ทำรายงานเสร็จหรือยัง) ปลายสายเหมือนจะหันไปคุยกับใครบางคนพักหนึ่งแล้วหันกลับมาคุยกับเขาต่อโดยไม่ได้สนใจคำถามก่อนหน้านี้ซักนิด ซึ่งถ้ากงชานจำไม่ผิดเสียงแง้วๆที่ได้ยินเข้ามาในโทรศัพท์แว่วๆน่าจะเป็นเสียงของซานดึล

"เหลืออีกประมาณห้าหกหน้า เขียนจนมือจะเป็นอัมพาตแล้วเนี่ย"

(อะไรวะ ไปตั้งนานยังทำไม่เสร็จอีก มัวแต่ไปทำตัวอ้อล้ออยู่ล่ะสิงานเลยไม่คืบหน้า...เฮ้ยนี่มันแปรงสีฟันฉัน เอาไปล้างเดี๋ยวนี้เลยเป็ดดึลลล!) บาโรคุยกับเขาไม่ทันจบประโยคก็หันไปให้ความสนใจกับเสียงเบาๆของอีกคนที่อยู่บ้านเดียวกันอีกรอบ วันนี้เขากับมันจะคุยกันรู้เรื่องไหมเนี่ย -_-;;

"อากลิโอโอลิโอกับหมูผัดกิมจิมาแล้ว" ร่างสูงที่ตัวยังหอมกลิ่นอาหารติดมาจากในครัวหย่อนตัวลงนั่งจุ้มปุ๊กใกล้ๆคนผมดำ ตาเรียวหันไปมองรุ่นน้องที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่แล้วก็รีบตะครุบปากตัวเองแทบไม่ทันเพราะไม่ทันได้สังเกต

"คุยกับเพื่อนอยู่เหรอ?" จินยองทำท่าจะกระเถิบออกห่างเพราะไม่อยากให้เสียงเข้า แต่คนมือไวกลับใช้มืออีกข้างโอบเอวเขาแล้วทิ้งตัวนอนบนตักเสียเต็มแรง

"จะไปไหนล่ะฮยอง อยู่ด้วยกันตรงนี้แหละ" เวลาไอ้ลูกหมาพูดเสียงอย่างนี้ทีไรทำไมจินยองต้องรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะโดนคุกคามอีกในไม่ช้าทุกที

(โอ๊ะโอ~ ไม่ขัดจังหวะนายดีกว่า กินหมูผัดกิมจิกับอาราบาโต้โอริโอให้อร่อยนะเพื่อน บายยยย~)

"อร่อยแน่ บาย ^^" มือบางตัดสายทิ้งแล้ววางโทรศัพท์ลงกับพื้นข้างๆ จินยองใช้อีกมือวาดรูปทำการบ้านพลางชำเลืองมองสายตาบ้องแบ๊วที่นอนหนุนตักอย่างเก้ๆกังๆ

"ฉันมาขัดจังหวะคุยหรือเปล่า ทำไมรีบวางจัง"

"ผมให้ความสำคัญกับเวลาครอบครัวมากกว่านี่ฮะ" มือบางของรุ่นน้องสอดประสานกับมือข้างที่ว่างของจินยองพลางยกขึ้นมาแตะที่ริมฝีปากสีชมพูฉ่ำของตัวเองเบาๆ ทำเอารุ่นพี่ผมแดงต้องวางดินสอที่ร่างภาพลงแล้วเสยผมไอ้ลูกหมาแก้เขินไป

"เพ้อเจ้อ ฉันไปเป็นครอบครัวเดียวกับนายตอนไหน"

"เราอยู่บ้านเดียวกันแทบทุกวันอย่างนี้ยังไม่ใช่ครอบครัวครัวเดียวกันอีกเหรอ" พักหลังนี้กงชานชอบหาข้ออ้างเข้ามาอยู่ในบ้านจินยองได้ทุกวัน เดี๋ยวทำการบ้านไม่ได้บ้างล่ะ เดี๋ยวก็หิวแต่ที่บ้านไม่มีอะไรกิบ้างล่ะ จนตอนนี้ทุกห้องในบ้านจินยองมีแต่ของใช้ส่วนตัวของไอ้ลูกหมาวางคู่กับของใช้เขาเต็มพื้นที่ไปหมด เหลือแค่ย้ายทะเบียนบ้านมาก็น่าจะเป็นครอบครัวเดียวกันอย่างที่บอกนั่นแหละ

"บ้านนายน่ะหลังนู้น ไม่ได้กลับไปดูแลกุหลาบตั้งหลายวันระวังหนอนมันกินใบล่ะ" จินยองพูดถึงกุหลาบที่กงชานปลูกไว้ข้างหน้าต่างคู่กับต้นถั่วของเขาเอง

"รุ่นพี่เป็นห่วงความผูกพันของเราขนาดนี้เลยเหรอฮะ ผมดีใจจัง ^^"

"ฉันก็แค่เป็นห่วงกลัวมันเป็นกุหลาบไม่สมประกอบ" คนผมแดงพยายามจะจดจ่อสมาธิกับการวาดรูปมากกว่าเดิม

"ผมเห็นนะ...ฮยองรดน้ำให้ต้นถั่วทุกวันไม่ขาดตกบกพร่องเลย จนต้นกระบองเพชรข้างๆมันจะเฉาตายหมดแล้วเพราะมีเจ้าของลำเอียง" คนผมดำพูดพลางอดที่จะดมฟุดฟิดแถวลำตัวของคนรุ่นพี่ไม่ได้ กลิ่นอาหารที่ทำมาจากในครัวยังคงติดเสื้อผ้าและเนื้อตัวอยู่ทำให้จินยองเริ่มจะเสียศูนย์เมื่อไอ้ลูกหมาเริ่มยันตัวขึ้นมาดมแถวหน้าเขา

"หิวก็กินสิ อาหารมันอยู่ทางนี้จะมาดมอะไรกับตัวฉันล่ะ"

"ทางนี้มันน่ากินกว่า" หน้าใสซุกลงแถวซอกไหล่กว้างแล้วแปะจมูกลงกับแก้มเขา ตาแป๋วหันกลับไปมองอาหารบนโต๊ะก่อนจะเอ่ยถามออกมา

"อาหารมันร้อนมั้ยฮะ ผมชอบกินอาหารร้อนๆ"

"ทำไม..หนาวเหรอ?"

"เปล่า รุ่นพี่จะได้ป้อนให้"

ขอซักวันที่ไอ้เด็กนี่มันจะไม่หยอดเถอะครับ อุตส่าห์ชี้นำทางมาขนาดนี้แล้วถ้าไม่ป้อนก็คงจะเสียน้ำใจคนอ้อนน่าดู คิดได้ดังนั้นมือขาวเลยหยิบช้อนตักหมูผัดกิมจิคู่กับเส้นพาสต้าแล้วยกขึ้นจ่อที่ปากของรุ่นน้อง

"อ้ามมมม~" จินยองทำเสียงเหมือนป้อนข้าวเด็กพลางวนช้อนไปมาในอากาศยั่วคนที่อ้าปากกว้างรออยู่บนไหล่ ก่อนจะแกล้งแปะเฉียดให้เลอะแก้มแล้วหย่อนลงปากเล็กของคนผมดำในที่สุด

"อื้ออ~ แก้มผมเลอะแล้วเห็นมั้ยเนี่ยฮยอง" กงชานโวยวาย "แก่เป็นคุณปู่ก็อย่างนี้แหละ สายตาฝ้าฟางจนแยกไม่ออกอันไหนแก้มอันไหนปาก -.,-"

"ชานชิค! ไอ้เด็กนิสัยไม่ดี บ่นนักก็กินเองไปเลยไป" จินยองวางช้อนลงทำการบ้านของตัวเองต่อ

"เดี๋ยวสิฮะ รับผิดชอบที่ทำแก้มผมเลอะก่อน" แก้มนุ่มเลอะๆถูไถกับแก้มเนียนของรุ่นพี่ทำให้จินยองร้องเสียงอู้อี้ออกมาเบาๆ หน้าไม่รู้ว่าแดงจากการเสียดสีหรืออายเพราะสัมผัสจากใครบางคนกันแน่

"แค่นี้ก็เสมอกันแล้วนะพี่จินยอง" เสียงใสพูดขึ้นหลังจากป้ายหน้าอีกคนเลอะจนพอใจแล้ว ตาเรียวสวยค้อนดุวงใหญ่ แต่ก็แอบเห็นได้ว่ามีความสุขเล็กๆซ่อนอยู่ในแววตาเวลาที่มองไปยังคนตรงหน้า

"เออ...หลบๆ ฉันจะทำงาน งานนายน่ะเสร็จแล้วหรือไง"

"ยัง เดี๋ยวเก็บไว้ทำพรุ่งนี้ต่อก็ได้"

"ผลัดวันประกันพรุ่งอย่างนี้เดี๋ยวก็เป็นดินพอกหางหมูหรอก รีบๆทำให้เสร็จเร็ววันนี้จะได้กลับไปนอนบ้านตัวเอง" ก็นั่นแหละฮะเหตุผลที่ผมไม่อยากทำให้มันเสร็จ พี่จินยองนี่ก็ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย -3-

"รับทราบแล้วฮะฮยองงงง แต่ขอนอนพักแป๊บนึงไม่ได้เหรอ เขียนมาตั้งสิบกว่าหน้ามือแทบจะแหลกแล้วเนี่ย" กงชานไถลลงไปนอนตักจินยองต่อพลางบ่นเสียงอุบอิบ รุ่นพี่ที่กำลังวาดภาพแอบเหลือบมองตามเล็กน้อย

"ผมจะนอนอยู่นิ่งๆ ไม่ยุกยิกไปมารบกวนฮยองหรอกฮะ สัญญาด้วยเกียรติของลูกหมาผู้น่ารัก ^^" นิ้วก้อยเกี่ยวสอดเข้ามาเมื่อเห็นว่าคนผมแดงทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ จินยองยิ้มให้คนบนตักน้อยๆแล้วรีบทำงานของตัวเองต่อไป เสียงฝนดินสอระบายสีลงกระดาษดังอยู่เป็นระยะๆสลับกับเสียงกบเหลาแบบหมุนปั่นที่รุ่นพี่ใช้ ห้องที่ตกอยู่ในความเงียบมีแต่เสียงฝนตกจั้กๆอยู่ข้างนอกกับอากาศที่เย็นสบายกำลังดีทำให้กงชานมีความคิดอยากชวนรุ่นพี่ตรงหน้าทำอะไรแก้ง่วง

ครืดดดด~

โทรศัพท์บนโต๊ะคนผมแดงเกิดสั่นขึ้นมาทำให้เจ้าของเครื่องต้องวางดินสอสีที่ใช้ระบายอยู่แล้วหยิบอุปกรณ์สื่อสารที่สั่นเป็นเจ้าเข้าขึ้นมาดู

"จะวิดิโอคอลมาทำไมเนี่ย" ตาเรียวก้มลงถามคนที่นอนถือโทรศัพท์ซุกหน้าอยู่บนตักไม่รู้ร้อนรู้หนาว

"รับสิฮะ" กงชานยิ้มร่า

"จะทำอะไรแผลงๆอีกล่ะทีนี้"

"รับก่อนเถอะฮะ เดี๋ยวฮยองก็รู้เอง" เด็กน้อยยังคงคะยั้นยอพลางชี้ไปที่เครื่องมือสื่อสาร จินยองมองอย่างชั่งใจก่อนจะกดรับสายไปจนได้ด้วยความใจอ่อน

"อันยองงง~" หน้าคนที่กำลังโบกไม้โบกมือในหน้าจอมือถือก็เป็นคนเดียวกันกับคนที่เอาหัวนอนหนุนตักเขาอยู่ในตอนนี้

"ไหนบอกจะไม่กวนฉันทำงานไง" คนรุ่นพี่เท้าแขนเอามือเหยียดออกจับโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะ

"โถ่ เหนื่อยนักก็พักบ้างเถอะฮยอง หน้าบูดแทบจะบูดเป็นตูดจิ้งจอกขมิบแล้ว ไม่เชื่อก็ลองดูหน้าตัวเองข้างบนสิฮะ" จินยองขมวดคิ้วก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเพดานบ้าน หน้าเขามันจะขึ้นไปอยู่บนนั้นได้ยังไงฟะ?

"ไม่ใช่ข้างบนนั้นนนน ผมหมายถึงมุมบนขวาหน้าจอมือถือ" เสียงกงชานหัวเราะขำอยู่บนตักแทรกมากับเสียงลำโพงที่ดังอยู่จนทำให้ดูเหมือนมีเสียงสะท้อน จินยองหันกลับมามองมุมบนขวาในหน้าจอตามที่รุ่นน้องบอกก็พบว่ามีหน้าตัวเองกำลังมุ่นคิ้วทำหน้ามู่ทู่ตามที่กงชานบอกจริงๆ ต่างกับอีกคนในหน้าจอใหญ่ที่กำลังยิ้มร่าเริงแจ่มใสทำตาหยีให้จนเขาเผลอหัวเราะออกมาเบาๆ

"ใครจะไปอะเลิร์ทได้ตลอดเวลาเหมือนนายล่ะ คนโตกว่าก็ต้องมีเรื่องให้คิดเยอะกว่าหนักกว่าเป็นธรรมดา" จินยองดีดหน้าผากใส่หน้าจอโทรศัพท์ด้วยความหมั่นไส้

"ฮยองก็เกิดก่อนผมไม่กี่ปีเอง ทำไมถึงชอบว่าตัวเองโตแล้วนักนะ บ่นเป็นคุณปู่แบบนี้ระวังความเครียดสะสมไม่รู้ด้วย"

"จะเครียดก็เพราะนายนี่แหละ ช่างสรรหาเรื่องมาให้ฉันทำได้ตลอด"

"ฮ่ะๆ อย่าบอกนะว่าผมเป็นคนแรกที่คอลมาหาพี่"

"อืม คงไม่มีใครไร้สาระได้เท่านายแล้วล่ะชานชิค อยู่ใกล้แค่ก้มหน้าหากันก็เจอยังจะให้มองหน้าในจอโทรศัพท์อีก"

"ก็โต๊ะนี่มันบังหน้าผมนี่ฮะ ก้มลงมาเดี๋ยวฮยองจะเห็นหน้าตาน่ารักของผมได้ไม่เต็มตา ^^"

"อ้วก หลงตัวเองไปไอ้ลูกหมา" หัวคนที่นอนหนุนตักสั่นไหวเล็กน้อยเพราะกำลังขำกับความเสี่ยวของตัวเองเช่นเดียวกันกับคนรุ่นพี่

"ตกลงผมเป็นคนแรกที่คอลมาหาฮยองจริงดิ?"

"ก็อืมสิ ฉันไม่ได้เฟรนด์ลี่มีเพื่อนเยอะแยะอย่างนายนะ นายคงทำอย่างนี้กับคนอื่นบ่อยล่ะสิท่า" คนผมแดงทำแก้มป่องพลางเป่าลมออกมาใส่กล้องหน้ามือถือ

"คอลน่ะคอลบ่อย แต่ที่คอลระหว่างหนุนตักไปด้วยก็มีแค่ฮยองคนเดียวนี่แหละ รู้สึกอยู่ใกล้แค่ไหนก็ยังคิดถึงอยู่ดี"

"แหวะ"

"อ๊ะ! ยิ้มอย่างนั้นแหละฮยอง เอาแบบเมื่อกี้เลย"

"อะไรของนาย?"

"ยิ้มเขินๆแบบเมื่อกี้เอาไว้นะฮะแล้วเรามาถ่ายรูปกัน" กงชานเอามือปัดๆผมเตรียมพร้อมระหว่างที่ชวน

"ถ่ายรูป? ไม่เอา สภาพหน้าฉันโทรมจะตายชัก อย่างกับคนทำงานแบกข้าวสารมาสิบปี -__-^"

"แต่หน้าเมื่อกี้ฮยองดูดีมากเลยนะ ผมเสียดายอ่ะถ้าไม่ถ่ายเก็บไว้" คนขี้อ้อนทำเสียงเศร้าหน้าสลด

"..."

"นะฮะ...เรายังไม่เคยมีรูปถ่ายคู่กันเลย *___*"

"อะ...อืม ลองก็ได้"

"เย้! นับหนึ่งสองสามแล้วแคปหน้าจอพร้อมกันนะ"

"อืม"

"หนึ่ง สอง ฮยองไม่ยิ้มเลยอ่ะ" คนผมดำท้วงเมื่อเห็นมุมปากคนในหน้าจอไม่ยอมกระดกขึ้น

"ก็ยิ้มแล้วไง" จินยองกระตุกมุมปากทำตาโตทำให้กงชานขำออกมา

"ขอยิ้มแบบเมื่อกี้ดีกว่า เท่กว่าเยอะเลย" แบบไหนวะ ดันสต๊าฟหน้าไว้ไม่ทันอีก

"หนึ่ง สอง พี่จองจินยองเปิดปลากระป๋องด้วยมือเปล่า~"

"อุ๊บ! ฮ่ะๆๆ"

พอกงชานให้สัญญาณเสร็จเสียงแคปหน้าจอของโทรศัพท์ทั้งสองเครื่องก็ดังขึ้นมาพร้อมกัน เป็นช่วงจังหวะที่จินยองเผลอหัวเราะกับชื่อประหลาดที่กงชานตั้งให้พอดี

"ยิ้มอย่างนี้แหละฮะที่ผมบอกว่าดูดี ^___^" ถ่ายรูปเสร็จทั้งสองคนก็ปิดวิดิโอคอลแลกรูปตัวเองดูกันด้วยความขำ รูปกงชานในเครื่องจินยองเป็นหนุ่มน้อยหน้าหวานกำลังขยิบตาทำหน้าพริ้มอยู่จนคนดูต้องระบายยิ้มออกมาบางๆ ไอ้ลูกหมานี่มันก็แอ๊บหน้าได้ดูดีตลอดเวลาจริงๆ

"ตั้งเป็นวอลเปเปอร์กันมั้ยฮยอง" กงชานชวนนำร่องพลางมองรูปจินยองที่ยิ้มอยู่ในโทรศัพท์เขาอย่างถูกใจ

"รูปนายในเครื่องฉันยังจะใหญ่กว่ารูปที่นายถ่ายในเครื่องตัวเองตั้งเยอะ มาเอารูปจากเครื่องฉันไปสิเดี๋ยวส่งให้"

"ไม่ต้องส่งหรอก ตั้งอย่างนี้แหละ แลกรูปกันไง...คนดูโทรศัพท์จะได้งงว่านี่มันเครื่องใครกันแน่"

"เอาจริงดิ หน้าฉันโคตรบวมเลยนะ O_o"

"แต่ผมชอบนี่ ฮยองยิ้มอย่างนี้ดูเป็นธรรมชาติมากเลย" กงชานว่าพลางยิ้มออกมาอีกครั้ง ยิ้มอย่างนี้แหละที่จินยองฮยองมักจะยิ้มเวลาที่มองมาที่เขาเพียงแค่คนเดียว มันทำให้เขารู้สึกชอบรูปนี้เป็นพิเศษ

"อืม นายรูปนี้ก็น่ารักดีเหมือนกัน ดูอ้อล้อได้น่ารักดี" จินยองเอานิ้วจิ้มๆไปที่แก้มป่องๆของคนในหน้าจออย่างอิจฉาและระบายหัวเราะออกมา กงชานที่ตั้งค่าวอลเปเปอร์ของตัวเองเสร็จจึงหันมามองรุ่นพี่ด้วยรอยยิ้มละไมยั่วยวนแบบในรูป

"ก็ถ้าพี่ชอบรูปของผมก็ตั้งเป็นวอลเปเปอร์สิฮะ ผมตั้งของผมเสร็จแล้วน้าาา~ ^^" คนนอนบนตักชูเครื่องของตัวเองให้ดูพลางโบกไปมา ในหน้าจอมีหน้าของจินยองกำลังยิ้มหัวเราะตาหยีเด่นหรารูปใหญ่กว่าเจ้าของโทรศัพท์ตัวจริงที่มีกรอบรูปของตัวเองเล็กๆอยู่มุมบนขวาของหน้าจอซะอีก

"อ่ะ ของฉันก็เสร็จแล้ว" จินยองโชว์วอลเปเปอร์ในโทรศัพท์ของตัวเองให้ดูพลางลูบผมนุ่มนิ่มสีดำที่ซุกไซ้อยู่บนตักเขาไปด้วย เลยกลายเป็นว่าตอนนี้ทั้งคู่มีวอลเปเปอร์ที่มีหน้าของแต่ละฝ่ายสลับเครื่องกันไปโดยปริยาย แต่ยังไงจินยองและกงชานก็ดูพอใจกับผลงานตัวเองและมีความสุขไม่แพ้กันเลย แม้รูปที่ตั้งมันจะไม่ใช่รูปหน้าตัวเองก็ตาม

"ฮยองชอบเด็กมั้ย"

"ก็...ชอบบางคน ถ้าคนไหนนิสัยไม่น่ารักก็ไม่ชอบ" โดยเฉพาะเด็กน้อยผมดำที่อยู่ในร้านหนังสือนั่นแหละที่เขาชอบมากที่สุด อันนี้จินยองคิดพลางยิ้มอยู่คนเดียวแต่ไม่ได้บอกออกไป

"เด็กผู้ชายล่ะชอบมั้ย"

"ถามทำไม?"

"ผมน่ะ...ชอบเด็กผู้ชายนะ ถ้ามีลูกผมก็อยากให้เป็นลูกชาย" คนบนตักว่ายิ้มๆ

"ฉันคิดว่านิสัยอย่างนายน่าจะชอบเด็กผู้หญิงซะอีก เด็กผู้ชายน่ะซนจะตาย นายรับมือไม่ไหวหรอก"

"ไม่หรอกมั้ง เขาว่าถ้าเรารักใครมากๆลูกก็จะออกมาเหมือนกับคนคนนั้น ฮยองตอนเด็กๆซนหรือเปล่าฮะ?" พอเจอคำถามนี้เข้าไปจินยองก็ถึงกับหน้าขึ้นสีแดงระเรื่ออีกครั้ง กงชานยังคงจ้องหน้าเขายิ้มๆแล้วซุกหน้าลงกับลำตัวเขาอย่างออดอ้อน ต้องยอมรับล่ะนะว่าเรื่องทำให้เขาเขินน่ะเป็นงานถนัดของชานชิคจริงๆ

"งั้นถ้าฉันอยากมีลูกสาวล่ะ"

"ฮยองไม่ชอบเด็กผู้ชายเหรอ?"

"อยากมีลูกสาวผมสีดำ ตากลมโตแบ๊วๆ ปากสีชมพูนุ่มๆ ช่างประจบขี้อ้อนเหมือนนาย..." เดี๋ยวนี้จินยองก็หัดหยอดกลับเป็นแล้วนะครับ อยู่กันมาตั้งนานใครจะไม่พัฒนาสกิลให้ก้าวหน้าล่ะ -..-

"งั้นมีสองคนเลยเป็นไง คนโตขอเป็นลูกชายตาหยีๆผิวขาวปากสีส้มขี้อายเหมือนฮยอง อีกคนเป็นเด็กผู้หญิงผมดำหน้าตาน่ารักขี้อ้อนเหมือนผม"

"ฮืมมม...ก็ดีนะ" เสียงเจ้าของตักนุ่มดูเนือยๆลงทำให้กงชานต้องเงยหน้าขึ้นมอง ตาหยีตี่ๆเริ่มจะปรือเพราะความเหนื่อยล้าจากการทำการบ้านและความง่วงที่เริ่มคืบคลานเข้ามา ในขณะที่ใบหน้าเรียวได้ไถลงไปแนบกับกระดาษวาดเขียนที่วางอยู่บนโต๊ะนานแล้ว กงชานมองดูคนตรงหน้าเงียบๆด้วยความขำ ช่วงเวลาสนุกกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว คอยดูนะฮะ...

"ฮยอง" กงชานเรียกทดสอบแต่ก็ไร้เสียงตอบรับจากคนรุ่นพี่

"ใจคอนายกะจะมีแค่สองคนเองหรือไงหืมชานชิค?" เสียงเล็ดรอดแผ่วเบาออกมาจากริมฝีปากหยักงุ้มฟังไม่ได้ศัพท์เท่าไหร่ แต่ยังไงก็ไม่เกินความสามารถของคนที่เคยชินกับอาการเหล่านี้อย่างกงชานที่จะฟังออกหรอก

จากที่เคยอยู่ด้วยกันมาหลายเดือนทำให้กงชานได้รับรู้นิสัยแปลกๆของจินยองอีกอย่าง เวลาง่วงนอนหนักๆทีไรฮยองข้างบ้านของเขาจะไม่ต่างอะไรไปจากคนเมา ถามอะไรก็ตอบหมดทุกอย่าง แถมคำตอบที่ได้น่ะ...มันคือสิ่งที่อยู่ในใจลึกๆที่คนรุ่นพี่ทำปากแข็งไม่ยอมพูดออกในเวลารู้สึกตัวดีๆซะด้วย บางทีคนผมแดงก็มักจะพูดอะไรแปลกๆที่ทำให้เขาอมยิ้มด้วยความเอ็นดูปนขำไปด้วยไม่ได้ อย่างเช่นประโยคเมื่อกี้ไง...

"ถ้าไม่มีสองคนแล้วฮยองอยากมีกี่คนล่ะฮะ" รุ่นน้องยังหลอกตะล่อมถามคนสติหลุดลอยต่อไป

"งืมมม สี่คน แต่กลัวนายจะไม่ไหว" เลี้ยงไม่ไหวหรือทำอะไรไม่ไหวหว่า แต่ก็ไม่อยากจะคิดอะไรไปมากกว่านี้เพราะจินยองก็ยังไม่เคยทำอะไรอย่างที่ว่ากับเขาเลยสักครั้ง

"ฮะ ผมจะพยายามนะ" ถึงจะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้โดยธรรมชาติแต่กงชานก็อดที่จะยิ้มไม่ได้

"หรือจะมีแค่สองคนก็ได้ตามใจนาย แต่ต้องมีกับนายเท่านั้นนะ ลูกของเราต้องน่ารักมากแน่ๆเลย~"

คิก ไม่ต้องสงสัยหรอกนะฮะว่าทำไมผมถึงได้รักพี่จินยองมากขนาดนี้ ตามใจเด็กน้อยอย่างผมแถมยังซื่อสัตย์ได้แม้กระทั่งตอนไม่รู้สึกตัวคงไม่มีใครแล้วล่ะที่จะทำได้ มีแค่ฮยองข้างบ้านของผมคนเดียวนี่แหละที่ผมจะรักและยอมอ้อนให้หมดทั้งใจ

"พี่จินยอง"

"หืมมม?"

"พี่อยากจูบกับผมแต่ไม่กล้าบอกใช่ไหมฮะ"

"...อืมมม ไม่กล้าขอ...กลัวนายเบื่อ ปกตินายก็จูบฉันก่อนบ่อยๆอยู่แล้วเน่~" กรอบหน้าคมที่ล้อมรอบด้วยผมสีไวน์ขยับเล็กน้อยเพื่อให้ได้ท่าฟุบนอนที่ถนัด กงชานลุกขึ้นนั่งพลางยิ้มให้คนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่มากเกินจะบรรยายแล้วกดริมฝีปากดึงปากหยักสีส้มที่กำลังนอนหลับสบายไม่ได้สติ ปากอุ่นของรุ่นพี่เม้มขบพลางแทรกลิ้นเข้ามากระหวัดลิ้นเรียวของรุ่นน้องด้วยความเผลอไผล ตาเฉียงยังคงหลับขีดเป็นเส้นตรงไม่รู้สึกตัวเพราะกำลังง่วงนอนเต็มที่ ก่อนที่ปากนุ่มสีหวานของรุ่นน้องจะถอนจูบออกแล้วหอมแก้มกลิ่นเลม่อนคล้ายน้ำหอมเย็นๆของผู้ชายให้เป็นของแถมแทน

"ไม่เบื่อหรอก ฮยองขอผมได้ตลอดนะ จะได้ไม่ต้องไปจูบกับแก้วเซรามิกทางอ้อมแบบนั้นอีก" ถึงจะรู้ว่าพอตื่นมาจินยองก็จำอะไรไม่ได้แล้วแต่ยังไงกงชานก็อยากจะบอกให้คนตรงหน้ารู้อยู่ดี

"จริงเหรออออ~"

"ฮะ ผมไม่โกหกฮยองหรอก"

"งั้นขออีกรอบนะ" กงชานล่ะอยากจะอัดเสียงของจินยองตอนนี้ไว้จริงๆ แต่ก็เกรงว่าจะเป็นการแบล็คเมลรุ่นพี่จนเกินไป ร่างบางก็เลยได้แต่ฟุบหมอบลงกับโต๊ะญี่ปุ่นตั้งพื้นข้างๆกัน ตะแคงหน้าหวานหันไปทางรุ่นพี่แล้วป้อนจูบตามคำขอที่สั่งมาอย่างเต็มใจอีกรอบ ช่วงเวลาที่แสมหอมหวานดำเนินต่อไปเรื่อยๆโดยไม่มีการรุกล้ำที่เลยเถิดไปมากกว่านั้น เปลือกตาของจินยองปิดลงสนิทขณะที่กำลังแลกเปลี่ยมสัมผัสละมุนนุ่มลิ้นอย่างเพลิดเพลิน ปากหยักสีส้มเผยอออกเล็กน้อยหลังจากที่รุ่นน้องผละริมฝีปากเล็กๆแดงฉ่ำออกแล้ว มุมปากของรุ่นพี่ผมแดงกระตุกยิ้มน้อยๆอย่างพอใจก่อนจะเผลอตัวชมออกมา

"...หวานจัง"

"-///-" ดีนะเนี่ยที่จินยองหลับอยู่เลยอดเห็นหน้าแดงๆของกงชานที่กำลังขึ้นสีอีกครั้ง

"สวีทเกิร์ลของฉัน หวานไม่เคยเปลี่ยนเลย..."

"ฮยองก็น่ารักไม่เคยเปลี่ยนเหมือนกัน ขอบคุณที่ดูแลผมเป็นอย่างดีนะฮะรุ่นพี่" กงชานใช้นิ้วมือเกลี่ยเส้นผมสีไวน์สวยไม่ให้มาเกะกะหน้าคนนอนหลับสบายพลางเอ่ยขอบคุณอย่างจริงใจ

"อยากอยู่กับนายอย่างนี้ตลอดไปจังชานนี่~" จินยองขยับหน้าเข้ามาหาคนหน้าหวานอย่างไม่รู้ตัว

"รุ่นพี่ก็อย่าหนีผมไปไหนสิฮะ" กงชานไม่ค่อยเข้าใจประโยคที่จินยองชอบเผลอพูดบ่อยๆตอนหลับประโยคนี้ซักเท่าไหร่ ในเวลาที่คุยกันเขาเองก็ไม่อยากจะถามให้เสียบรรยากาศก็เลยยังไม่ได้รู้เรื่องกันซักทีว่าตกลงมันเป็นเรื่องอะไร

"ทำยังไงดี..." คิ้วเข้มที่ถูกปิดด้วยผมสีแดงวิ่งเข้าหากันเหมือนคนกำลังจะฝันร้าย กงชานได้แต่ยื่นจมูกโด่งเข้าไปแตะสัมผัสบนจมูกเย็นของอีกคนเบาๆเป็นการเรียกสติให้คนตรงหน้ากลับมาฝันดีอีกรอบแบบที่เคยทำเป็นประจำ พอได้รับสัมผัสคุ้นเคยแล้วปากหยักสีส้มสวยก็เหมือนจะผ่อนคลายลงแล้วคลี่ยิ้มออกมาได้อีกครั้ง

"ฉันรักนายมากๆเลยนะชานชิค"

"ฮะ ผมก็รักจินยองฮยองเหมือนกัน ฝันดีนะฮะรุ่นพี่" นี่แหละความเป็นจริงที่จินยองมักจะแกล้งทำกลบเกลื่อนไม่ยอมพูดออกมา คนผมดำตัดสินใจทาบทับริมฝีปากลงไปบนหน้าผากรุ่นพี่เบาๆอีกครั้ง หลับลึกขนาดนี้คงไม่ตื่นง่ายๆแล้วแหละ แต่ก่อนจะลุกขึ้นยืนเพื่อเตรียมตัวกลับบ้านตัวเอง พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นผลงานที่รุ่นพี่วาดรูประบายสีเกือบจะดสร็จอยู่แล้วพอดี ด้วยความอยากรู้จึงแอบดึงกระดาษออกมาจากร่างโปร่งที่นอนทับอย่างเบามือ

รูปเด็กผู้ชายที่น่าจะมาจากหนังสือวรรณกรรมเรื่องเจ้าชายน้อยกำลังยืนมองไปที่ดอกกุหลาบดอกหนึ่งที่ถูกปลูกอยู่บนดาวเคราะห์ดวงเล็กๆ แต่ติดที่ว่าเจ้าชายน้อยที่ควรจะมีผมสีเหลืองเหมือนในหนังสือกลับมีผมสีดำสนิทซะนี่...ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจินยองตั้งใจจะวาดให้เหมือนใคร

ดวงตากลมโตสีดำหันไปยิ้มให้กับคนผมแดงที่หลับไปแล้วอย่างขำๆ พลางกวาดตาสำรวจรูปให้ละเอียดกว่าเดิมอีก ข้างๆเจ้าชายน้อยมีหมาจิ้งจอกสีส้มจนเกือบจะออกสีไวน์แดงกำลังก้มมองดูดอกกุหลาบจากอีกฝั่งเช่นกัน ข้างใต้รูปมีตัวหนังสือที่เขียนด้วยลายมือคนวาดซึ่งครั้งนี้ดูบรรจงตั้งใจคัดมากกว่าปกติบรรยายเอาไว้ กงชานมองดูจินยองที่นอนหลับสนิทอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าคนตรงหน้ายังหลับอยู่พลางอ่านออกเสียงเบาๆ

" 'ทำให้เชื่องแปลว่าอะไร' เจ้าชายน้อยถาม หมาจิ้งจอกจึงตอบกลับมาว่า

'เป็นสิ่งซึ่งมักถูกลืม มันคือการสร้างความสัมพันธ์อันแนบแน่น สำหรับฉันเธอเป็นเพียงเด็กชายตัวเล็กๆ เธอเองก็ไม่ต้องการฉันที่เป็นสุนัขจิ้งจอกธรรมดาๆเหมือนกับสุนัขจิ้งจอกอื่นๆอีกแสนตัว แต่ถ้าเมื่อใดเธอคุ้นเคยใกล้ชิดกับฉัน เมื่อนั้น 'เราต่างก็ต้องการซึ่งกันและกัน' เธอจะเป็นเด็กคนเดียวในโลกสำหรับฉัน และฉันก็จะเป็นสุนัขจิ้งจอกตัวเดียวในโลกสำหรับเธอด้วย...' "

อ่านจบคนผมดำก็ยิ้มกว้าง ม่านน้ำตาใสเอ่อคลอหน่วงขึ้นมาบังดวงตาจนพร่าเบลอเล็กน้อยพลางมองไปที่ฮยองตรงหน้า จินยองนึกถึงเขาอยู่ตลอดเวลาแถมยังดูแลเขาได้ดีเสมอต้นเสมอปลายไม่เคยเปลี่ยนไปเลยซักนิด กงชานไม่อยากจะนึกวันที่ไม่มีรุ่นพี่ผมแดงคนนี้อยู่ข้างๆ ถึงผมจะไม่รู้ว่าฮยองจะต้องจากผมไปด้วยเหตุผลอะไร แต่ผมก็อยากที่จะอยู่เคียงข้างฮยองอย่างนี้ตลอดไปนะฮะ พี่อย่าทิ้งลูกหมาตัวนี้ไปโดยไม่หันหลังกลับมานะ...พี่จินยอง

ร่างเพรียวบางตัดสินใจวางกระดาษลงที่เดิมพลางปาดน้ำตาตัวเองออก หน้าใสโน้มลงกระซิบเสียงแผ่วข้างๆหูคนหลับเป็นตายไปแล้วอีกครั้ง

"ไม่ต้องห่วงนะพี่จินยอง ฮยองจะเป็นหมาจิ้งจอกตัวเดียวในโลกสำหรับผมนะฮะ ผมสัญญา" ริมฝีปากนุ่มยื่นแตะสัมผัสลงบนแก้มหอมอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้รุ่นพี่ตื่น ปากของคนโดนลักหลับแย้มยกขึ้นมาก่อนจะเอ่ยเสียงอู้อี้ตอบ

"นายก็เป็นเด็กคนเดียวในโลกของฉันนะ...เด็กดี" ดู๊ดู ขนาดสติไม่ค่อยครบยังอุตส่าห์จำบทความในหนังสือได้เป๊ะขนาดนี้ สงสัยคงจะวนอ่านประโยคนี้มาหลายรอบน่าดู

"คืนนี้ผมนอนนี่นะ" ไหนๆก็ไหนๆแล้วก็เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสเลยแล้วกัน ขืนขอตอนที่ยังไม่หลับมีหวังพี่จินยองปากแข็งไม่อนุญาตอีกตามเคย

"อืมมม ตามใจนายสิ" เสร็จหมาน้อยล่ะงานนี้ ^^

"ฮยองขึ้นไปนอนบนห้องดีกว่า มานั่งฟุบแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก"

"ง่วงแล้ว เดินไม่ไหว นายพาฉันขึ้นไปนอนหน่อย..." คนเป็นรุ่นพี่ส่งเสียงอ้อนเป็นเด็กๆพลางชูแขนขึ้นเล็กน้อย เด็กแรงเยอะเลยอ้อมมาพยุงตัวคนร่างสูงโปร่งให้ลุกขึ้นจากพื้นตามคำขอแล้วถูแก้มนุ่มลงไปสัมผัสอย่างรักใคร่

"ฮะ ไปนอนนับดาวด้วยกันนะ"

"เย่~นับดาววว" เสียงอู้อี้พูดแค่นั้นก็หลับคอพับคออ่อนซุกซอกคออุ่นของเขาไปอย่างคนหมดสภาพ

...พี่เป็นคนบอกให้ผมช่วยพาขึ้นไปนอนข้างบนห้องด้วยกันเองนะฮะพี่จินยอง ถ้าคืนนี้ผมนอนหนุนแขนฮยองจนเมื่อยหรือกอดฮยองไว้ทั้งคืนจะมาบ่นเอาทีหลังไม่ได้แล้วนะ~

เป็นเด็กดีก็ต้องเชื่อฟังทำตามคำสั่งของผู้ใหญ่สิฮะ จริงมั้ย? ^^


**************************

PS. ข้าวใหม่ปลามันก็เงี้ย 555 อยากให้รี้ดจดจำช่วงเวลาหวานๆอย่างนี้ไว้ให้ดีเพราะเราคิดว่าใกล้ถึงจุดที่เราต้องเปลี่ยนโหมดบ้างละ ฟิคที่ดีก็ควรมีหลากหลายอารมณ์จริงมั้ยคะ //ยิ้มเจ้าเล่ห์ -.,- สำหรับใครที่ไม่เข้าใจกับฉากที่เราบรรยายตอนที่เขาแคปรูปคู่กันเราก็ยกภาพประกอบข้างบนมาให้ดูแล้วนะ ซ้ายมือที่เป็นรูปหน้าจินยองจะเป็นวอลเปเปอร์ของกงชาน ส่วนหน้ากงชานก็เป็นวอลเปเปอร์ของจินยอง ไม่งงนะ...พูดง่ายๆก็แค่สลับกัน 55 ส่วนเสียงริงโทนจินยองเราก็แปะเป็นยูทูปไว้ข้างล่างนี้เผื่อใครไม่เคยฟัง (นังก๊งร้องได้ละมุนมาก ถถถ) พยายามจินตนาการนะว่าคนดีดกีตาร์คือจินยอง อยากให้รี้ดเดอร์อินไปด้วยกันจะได้นึกภาพตามได้ เราแอบมารีไรท์ตอนที่ 1 เพิ่มเติมด้วยนะ ถ้าสังเกตจะเห็นได้ว่ามีเนื้อหาเพิ่มมานิดนึง ตอนที่แต่งตอนนั้นเรารีบแต่งรีบพิมพ์ไงเพราะแรงบันดาลใจกำลังมา ก็เลยลืมบรรยายใส่รายละเอียดบางอย่างไปเยอะเลย มาเพิ่มเอาตอนนี้คงไม่ว่ากันหรอกเนอะ (ยิ้มอ่อน ^___^)

เม้นติชมได้นะจะได้รู้แนวทางในการเขียนกับพล็อตตอนๆต่อๆไป เพราะเราใช้หลักเขียนไปเรื่อยๆอ่ะ ถ้าถามว่าอีกกี่บทจบตัวเราเองก็ยังไม่รู้เลย รู้แต่ว่าไม่อยากดองข้ามไว้สองสามปีไรงี้ ฝากติชมกันด้วยนะคะ...ตัวเราเองไม่ค่อยได้อ่านฟิคเท่าไหร่อ่ะก็เลยไม่รู้ว่าที่ทำอยู่เนี่ยมันดีจริงมั้ยหรือควรแก้ไขตรงไหนบ้าง ขออภัยด้วยนะคะถ้าบางทีแต่งไม่ดีหรือไม่ถูกใจเพราะเราอ่อนด๋อยประสบการณ์ (.  .) #ก้มหน้ารับผิด เรื่องนี้มันเป็นเรื่องแรกจริงๆแต่ก็ท้าทายดี เวลาแต่งก็มีความสุขอบอุ่นละมุนละไม 55 ไปละ พล่ามซะนาน เจอกันใหม่ตอนอัพครั้งหน้าค่ะ ^^







นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

83 ความคิดเห็น

  1. #83 Mr-V (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 01:53
    คิตตี้ไม่ใช่แมว ฮ่าๆๆๆๆ ล้อเล่นนะไรท์ ตั้งแต่รู้ว่านางไม่ใล่แมวก็พาล 55
    เขาหวานกันจังหึยยยยย อย่ามีลูกสาวเหมือนแม่เลยนะพี่จินยองหนูขอ คาดว่าถ้าความแรงเหมือนแม่ คงจะ มีผู้ชาย เต็มที่นั่งสนามบอล
    #83
    0
  2. #56 น้ำตาลเทียม (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 22:22
    นัวเนียมาก หวานมาก มดขึ้นเต็มจอแหล่ววว รี้ดอิจฉาและหมั่นไส้เเล้วนะ
    #56
    0
  3. #19 Bana (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 12:42
    ชอบมากค่าไรท์ แต่งได้น่ารักหวานมากๆเลย ฟินสุดๆ

    ไรท์แต่งได้ดีแล้วว อ่านง่ายด้วย ชอบๆๆๆค่ะ

    กงยองตอนนี้คือนัวเนีย อ้อนกันไปอ้อนกันมา น่ารักกกกก

    พี่จินยองอยากมีลูกตั้งสี่คนแน้ะ ไม่ธรรมดา 55555555

    ไรท์จะเปลี่ยนโหมดเป็นดราม่าใช่ม้ายยยย ไม่อ้าวววว

    ขอเวลาทำใจแปป เศร้าอ่ะ กงยองรักกันมากอ่ะ

    ไรท์สู้ๆๆๆๆนะคะ
    #19
    0
  4. #18 Pimmieeee (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2558 / 15:05
    อัพต่อน้าาาาาาา โอ๊ยฟินแรงมากกก
    ชื่อดนี่ยฟรุ้งฟริ้งแรงมากง่ะ ชอบง่ะปังแรงมากง่ะ><
    #18
    0
  5. #17 aranya7180 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2558 / 22:26
    งื้ออออออออ ฟินนนง่าาาา จองจินยอง เปิดปลากระป๋องด้วยมือเปล่า รู้สึกชอบชื่อนี้จัง 555555555555 ไรท์อ่าามาอัพบ่อยๆน่ะะะ เป็นกำลังใจให้ ลีดอยากอ่านของเป็ดดึลแย้ววว มาแต่งต่อด้วยน่ะคร้าาาาา พี่ไรท์คนงามมมมของลีด 555555555 ไฟท์ติ้ง!~
    #หวังว่าพรุ่งนี้จะได้อ่านตอนต่อไป (ไม่ใช่ล่ะ) 55555555555 สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ???
    #17
    0