คัดลอกลิงก์เเล้ว

[OS B1A4] The Soulmate Gachapon (70%)

โดย choco_collon

เคยไขแหวนไข่แต่มันดันออกมากลายเป็นหมากฝรั่งมั้ย ฉันก็เหมือนกัน ไขกาชาปองเนื้อคู่อยากได้บาโร แต่ดันได้หมากฝรั่งแทน พูดไม่ผิดหรอก หมอนี่มันหมากฝรั่งเกาะติดชีวิตฉันชัดๆ จองจินยอง ฉันไม่ได้อยากได้นายเลย!!

ยอดวิวรวม

133

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


133

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  30 ส.ค. 62 / 14:51 น.
นิยาย [OS B1A4] The Soulmate Gachapon (70%) [OS B1A4] The Soulmate Gachapon (70%) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

[OS] The Soulmate Gachapon




“รู้ไหมจินยอง นายมันก็แค่หมากฝรั่งทำตัวตามติดชีวิตฉันไปวันๆทั้งที่ฉันไม่เคยต้องการ

เหมือนหมากฝรั่งที่อยู่ในตู้แหวนไข่ ที่พอฉันอยากได้แหวนสวยๆในกาชาปองนายก็ดันเสนอตัวเองให้ร่วงตกลงมาแทน

ฉันยอมรับว่าฉันเป็นคนดวงซวย ซวยที่ไขกาชาปองหวังอยากจะได้แหวน แต่ดันได้หมากฝรั่งอย่างนายมาแทนนี่ไง”

           

tb

เนื้อเรื่อง อัปเดต 30 ส.ค. 62 / 14:51



 

[OS] The Soulmate Gachapon


ปีบีวันศักราช 0423 ยุคสมัยที่ผู้คนบนโลกยกเลิกการนับเวลาแบบเดิมและเปลี่ยนแปลงการนับปีสากลให้เหมือนกันทั่วโลก ประชากรบนโลกเริ่มลดจำนวนลงเพราะพิษจากเศรษฐกิจและปัญหามลภาวะจากสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้มนุษย์บนโลกมีค่านิยมในการใช้ชีวิตครอบครัวที่แตกต่างจากในอดีตอย่างเห็นได้ชัด มนุษย์เริ่มไม่สนใจการใช้ชีวิตคู่และไม่นิยมมีบุตรเพื่อสร้างพันธะในการดูแลผู้อื่นนอกจากตนเอง จากสภาพสังคมดังกล่าวส่งผลให้ประชากรทุกประเทศต้องอยู่ในภาวะพึ่งพาเทคโนโลยีให้มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันมากขึ้น เนื่องจากความเป็นมนุษย์นั้นไม่ได้มีความสำคัญและไม่สามารถตอบสนองความต้องการ รวมถึงความรู้สึกภายในจิตใจของประกรโลกในยุคสมัยนี้ได้ คณะรัฐมนตรีและรัฐบาลทุกประเทศจึงได้ปรับเปลี่ยนตรากฎหมายฉบับใหม่ให้สอดคล้องกับภาวะที่ประเทศทุกประเทศบนโลกกำลังเผชิญ การทำมนุษย์โคลนนิ่งซึ่งมีต้นแบบมาจากบุคคลในอดีตไม่มีความผิดหรือขัดต่อศีลธรรมอันดีงาม ไม่สร้างการลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์อีกต่อไป เพราะการโคลนนิ่งมนุษย์ในครั้งนี้ของมนุษย์ทั่วโลกถูกใช้ขึ้นเพื่อ….

ให้เป็นตัวเลือกของมนุษย์ในการเลือกคู่ครอง’

 

ร้านบาน่ากาชาปอง ปีบีวันศักราช 0440

แสดงโปรไฟล์การ์ดข้อมูลของคุณด้วยครับ” ชายรูปร่างท่าทางเหมือนหมีที่ดูท่าทางแล้วคงจะไม่พ้นสถานะความเป็นเจ้าของร้านที่นี่ได้แบมือขอตรวจสอบเอกสารบางอย่างจากแขกคนใหม่ที่มาเยือนร้านตรงหน้า แต่กลับได้เสียงขุ่นๆคล้ายอาการของคนบ่นงึมงำของคนตรงหน้าตอบกลับมาแทน

กับฉันพี่ก็ต้องตรวจด้วยหรือไง -*-”

เราจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบและยืนยันในโปรไฟล์การ์ดข้อมูลของลูกค้าที่เข้ามาในร้านทุกคนว่าอายุ 27 ปีตามที่กฎหมายระบุว่าต้องไขกาชาปองเลือกคู่จริง และทำข้อตกลงสัญญาหลังจากไขกาชาปองเสร็จสิ้นลงในโปรไฟล์การ์ดข้อมูลของคุณ”

ชินดงอู เจ้าของร้านร่างหมียักษ์ยังคงยืนยันกับลูกค้าตัวผอมเพรียวหน้าตาหงิกง้ำที่พูดจายึกยักเหมือนเดิม หากแต่ในน้ำเสียงที่ดุนิ่งๆนั้นยังเจือไปด้วยรอยยิ้มน้อยๆที่ดูใจดีของเจ้าของร้านคนหล่ออบอุ่นประจำเมือง WM ทาวน์ ว่าคงรู้จักและคุ้นเคยกับหนุ่มน้อยร่างผอมตรงหน้ามาอยู่พอสมควร อีกฝ่ายถอนหายใจฮึดฮัดระหว่างที่กลอกตาแล้วบ่นเสียงเย็นเยือกออกมาจากริมฝีปากฉ่ำลิปสติกสีส้มอย่างหัวเสีย

เชื่อเขาเลย” หากแต่มือบางที่ล้วงหายเข้าไปในคอเสื้อคว้านลึกตัวบางสีดำม่วงก็ล้วงหยิบเอาการ์ดสีเขียวเล็กๆที่คล้องคอติดตัวไว้ตลอดเวลาส่งยื่นให้เจ้าของร้านตามที่ต้องการ ชินอูก้มหัวพร้อมส่งรอยยิ้มอบอุ่นให้ลูกค้าคนนี้อีกที

ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือนะครับ คุณกงชานชิค ^^”

ให้เร็วเข้าเถอะ” ดวงตากลมสวยดำขลับของอีกคนตวัดกลอกมองไปอีกทางด้วยอาการเซ็งที่ต้องรอกระบวนการในการทำงานอะไรที่ชักช้ายืดยาดไม่ทันใจแบบนี้ ชินอูนำการ์ดสีเขียวพาสเทลแอปเปิลไลม์เล็กๆที่ได้จากกงชานไปแตะบนแป้นสแกนข้อมูลอัตโนมัติของร้านด้วยท่าทีที่ไม่เร่งรีบตามที่อีกคนคาดหวังเท่าไหร่ ก่อนที่ข้อมูลทั้งหมดในการ์ดจะถูกฉายออกมาเป็นภาพโฮโลแกรมสามมิติจนแสงส่องสว่างไปทั่วร้าน

รูปถ่ายหากแต่อยู่ในไฟล์ที่สามารถเคลื่อนไหวได้ ข้อมูลวันเดือนปีที่เกิด ชื่อ อายุ น้ำหนัก ส่วนสูง รวมถึงนิสัยใจคอของผู้ที่เป็นเจ้าของการ์ดที่ว่านั้นลอยเคว้งอยู่กลางอากาศอย่างน่าอัศจรรย์ หากแต่อะไรก็ดูน่าอัศจรรย์ได้ทั้งนั้นในเมื่อตอนนี้พวกเขาเกิดในยุคโลกอนาคตที่ห่างไกลจากโลกยุคสมัยคริสตศักราชมาเกินกว่าจะจินตนาการได้

ย่อโฮโลแกรมนั่นให้เล็กลงหน่อยได้มั้ย พี่อยากป่าวประกาศข้อมูลส่วนตัวของฉันให้คนอื่นรับรู้ด้วยหรือไง” คิ้วสวยโก่งที่มุ่นเข้าหากันและน้ำเสียงเย็นเยียบที่ทักท้วงขึ้นมาอีกรอบทำให้ชินอูรู้ทันทีว่าลูกค้าแสนเซ็กซี่คนนี้คงจะไม่พอใจเขาขึ้นมาอีกรอบแล้ว

กลิ่นน้ำหอมคล้ายดอกพีโอนี่จางๆจากร่างบางระหง ผมสีดำนุ่มดูหนามือเส้นใหญ่ที่ปล่อยเคลียตามทรงธรรมชาติให้ระโครงหน้าสวยเรียวเป็นรูปไข่ เปลือกตาบางแต้มด้วยอายส์แชโดว์สีส้มโทนนู้ดอ่อนๆได้อย่างลงตัว ริมฝีปากบางรูปกระจับสีเดียวเปลือกตาที่มักจะขยับเอื้อนเอ่ยคำพูดเย็นเยียบออกมาไม่กี่คำพูดแต่เย็นชาไปจนถึงขั้วหัวใจ เสื้อเชิ้ตสีเข้มอมม่วงตัวบางและกางเกงสแลกสีดำแนบเนื้อจนเห็นสัดส่วนร่างบางทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าดูมีเสน่ห์น่าค้นหาหากมองในมุมคนที่รู้จักแต่เพียงผิวเผิน

แต่ติดที่ว่าเขาดันรู้จักตัวตนที่แท้จริงของชายหนุ่มหน้าสวยตรงหน้านี่สิ มันเลยทำให้ชินอูไม่เคยมีความคิดหลงใหลได้ปลื้มกับเสน่ห์เย้ายวนของคนตรงหน้าเลยสักนิด เห็นกันมาตั้งแต่ตัวเขาเองยังเป็นแค่อินเทิร์นฝึกงานที่นี่ และอีกคนเป็นเด็กม.ต้นตัวจ้อยผอมกะหร่องดูกะโปโลมาคอยเฝ้ามองกาชาปองที่อยากไขได้เมื่อโตขึ้นด้วยแววตาหลงใหล จนเวลาผ่านไปตอนนี้กงชานเติบโตมีอายุครบกำหนดจนได้รับอนุญาตทางกฎหมายให้ไขกาชาปองเลือกแฟนเป็นของตัวเองได้ตามที่ต้องการแล้ว และเขาเองก็ไม่ใช่อินเทิร์นอีกต่อไป หากแต่ได้รับเลื่อนตำแหน่งให้เป็นเจ้าของร้านกาชาปองเลือกคู่จากมนุษย์โคลนนิ่งในร้านที่ใหญ่และหรูหราฟู่ฟ่าที่สุดของเมือง WM ทาวน์อย่างเต็มตัว

นายก็รู้ว่าข้อมูลในโปรไฟล์การ์ดไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ นอกจากผู้ที่ได้รับหน้าที่อภิสิทธิ์ในการคีย์ข้อมูล...อย่างฉัน” ชินอูขยับมือไปย่อโฮโลแกรมที่ว่านั้นลงพลางเว้นวรรคคำพูดแล้วยกยิ้มคีย์แล้วก็ถือว่าคีย์เลย และนายจะไม่สามารถปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมข้อมูลส่วนตัวอะไรในนี้ได้อีก เพราะงั้นไม่มีใครเอาข้อมูลของนายไปทำอะไรมิดีมิร้ายแน่นอน”

ข้อมูลในโปรไฟล์การ์ดโฮโลแกรมที่ใช้แสดงตัวที่ว่านั้นทำหน้าที่คล้ายกับบัตรประจำตัวประชาชนของคนในยุคสมัยก่อนหน้านั้นนั่นเอง เพียงแต่ในสมัยนี้มนุษย์ได้พัฒนาเก็บระบบข้อมูลส่วนตัวเอาไว้ในรูปแบบของการ์ดข้อมูลเล็กๆที่สามารถลิงค์กับเครื่องใช้ไฟฟ้าและสามารถฉายออกมาเป็นภาพโฮโลแกรมสามมิติได้ สะดวกต่อการพกพาและมีฐานข้อมูลเก็บรักษาความปลอดภัยแน่นหนากว่าบัตรประชาชนเชยๆสมัยโน้นเป็นกอง มีข้อมูลยิบย่อยอีกเยอะแยะมากมายที่เพิ่มขึ้นมาเพื่อใส่ลงไปในระบบ เช่น นิสัยใจคอ ประวัติการเรียนและการทำงาน ในโปรไฟล์การ์ดนี้จะบอกฐานข้อมูลคล้ายกับเรซูเม่ที่คนใช้ในการสมัครงานอย่างถูกต้องแม่นยำ ไม่มีการบิดเบือนเพราะถูกออกมาโดยรัฐบาลในแต่ละประเทศ อย่างน้อยรูปที่โชว์หราบนโปรไฟล์โฮโลแกรมก็ดูมีชีวิตชีวาเคลื่อนไหวได้ ไม่เหมือนรูปผีดิบตายซากที่พยายามจะยิ้มดูดีให้กับกล้องกากๆภาพแตกลายแบบสมัยก่อน...

รู้แล้วน่า แต่ฉันก็ไม่อยากให้ข้อมูลฉันมันไปโชว์หรากลางอากาศแบบนั้นมั้ย” กงชานชิคเริ่มทำหน้าปั่นปึ่งเอามือกอดอกแน่นเมื่อได้ยินเสียงชินดงอูหัวเราะออกมาเบาๆอย่างเอ็นดู

ลูกค้าเกิดวันที่ 14 สิงหาคม ปีบีวันศักราช 0423 เท่ากับปีนี้คุณลูกค้าอายุ 27 ปีบริบูรณ์ตามที่กฎหมายกำหนดจริง” ชินอูมองตรวจสอบข้อมูลขณะที่ใช้นิ้วชี้เลื่อนภาพโฮโลแกรมกลางอากาศให้สไลด์ผ่านไปทีละช่อง

จะให้ฉันไขกาชาปองได้หรือยัง”

วันนี้วันที่เท่าไหร่นะครับ”

“14 สิงหาและมันก็เป็นวันเกิดฉันพอดี -_-” กงชานสูดลมหายใจเข้าลึกข่มอารมณ์กับความเฉื่อยของคนตรงหน้าสุดขีด เขาเปลี่ยนความคิดใหม่แล้ว...ชินดงอูไม่ใช่เป็นเพียงเจ้าของร้านกาชาปองเลือกคู่หน้าหมีที่รูปร่างเหมือนหมี แต่ยังมีท่าทีเฉื่อยไม่ต่างอะไรจากสล็อตตัวหนึ่งอีกด้วย

จริงด้วย วันนี้เป็นวันเกิดของคุณลูกค้าพอดี งั้นก็แปลว่าคุณมีคุณสมบัติครบถ้วนในการที่จะไขกาชาปองเลือกคู่ได้ตามที่กฎหมายว่าด้วยบรรพครอบครัวได้กำหนด” ชินอูยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ ยกโปรไฟล์การ์ดห้อยคอขนาดจิ๋วออกจากตัวเครื่องฉายโฮโลแกรมแล้วส่งคืนให้กงชานเชิญข้างในร้านได้เลยครับ”

ก็แค่นั้น” เสียงเย่อหยิ่งว่าอย่างหงุดหงิดพร้อมกับรีบคว้าโปรไฟล์การ์ดของตัวเองนำมาเก็บห้อยคอไว้อย่างเดิม แล้วรีบก้าวขาฉับๆตามชินอูที่เดินนำหน้าเข้าไปข้างในก่อนแล้วอย่างกระตือรือร้น

เขารอวันนี้มานานกว่า 12 ปีแล้ว...วันที่กฎหมายได้ระบุชัดเจนว่าบุคคลทุกคนที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้ หากผู้ใดอายุ 27 ปีแล้วยังไม่มีคนรัก ยังไม่ได้อยู่ในสถานภาพสมรสหรือมีคู่ครองจากการประสบปัญหาภาวะประชากรบนโลกขาดแคลนในขณะนี้ กฎหมายได้บังคับให้บุคคลเหล่าต้องทำการเลือกคู่ครองจากมนุษย์โคลนนิ่ง ซึ่งสามารถดำเนินการได้โดยการนำบัตรโปรไฟล์การ์ดของตนเองไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่หรือพนักงานในร้านไขกาชาปองเลือกคู่ร้านใดก็ได้ในเมือง และพนักงานในร้านจะดำเนินการทำสัญญาในการเลือกคู่ของบุคคลนั้นจนสำเร็จลุล่วงตามกระบวนการ หากฝ่าฝืนจะมีโทษระงับการใช้โปรไฟล์การ์ดของบุคคลเหล่านั้นเป็นเวลา 20 ปี ซึ่งจะส่งผลให้บุคคลที่ต้องโทษไม่สามารถทำธุรกรรมหรือใช้ข้อมูลของตนเองในการทำงานได้อีก

สมัยนี้ใครๆก็ต้องใช้โปรไฟล์การ์ดในการใช้ชีวิตแต่ละวันกันทั้งนั้น เรียกได้ว่ามันเป็นสิ่งสำคัญที่เปรียบเหมือนอวัยวะที่ 33 ในร่างกายของมนุษย์ยุสมัยนี้เลยก็ว่าได้ แล้วใครจะไปกล้าฝ่าฝืนกฎหมายในข้อนี้กันได้ล่ะ...

ร้านนี้ยังเหมือนกับครั้งสุดท้ายที่เคยมาเลย" กงชานว่าอย่าคนอารมณ์ดีขึ้นเมื่อได้เข้ามาในตัวร้านที่มีตู้กาชาปองมนุษย์โคลนนิ่งแบบต่างๆใส่แคปซูลขนาดยักษ์เก็บบรรจุห่อเอาไว้ในตู้วางเรียงรายอยู่เต็มพื้นที่บริเวณร้านให้ลูกค้าได้ไขเลือกตามใจชอบ

คุณเพิ่งจะมาร้านผมครั้งสุดท้ายเมื่อวานนี้” ชินอูว่าด้วยน้ำเสียงเตือนสติ แต่อีกคนกลับยิ้มแย้มตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใสราวกับเป็นคนละคนกับลูกค้าที่ยืนหน้าร้านเมื่อครู่

อ้อเหรอ จริงด้วย ^^”

หากถามว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้กงชานแวะเวียนมาที่ร้านกาชาปองเลือกคู่แบบนี้ทุกวันทั้งที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์เลือกคู่ได้ คงสามารถตอบได้คำตอบเดียวว่านั่นเป็นเพราะกาชาปองมนุษย์โคลนนิ่งผู้ชายร่างกำยำหากแต่มีฟันกระต่ายน่ารักดูขี้เล่นที่อยู่ในแคปซูลเกือบสุดท้ายอันนั้น ที่ทำให้เด็กน้อยกงชานชิคในวัย 15 ปี ตกหลุมรักกาชาปองมนุษย์โคลนนิ่งแคปซูลนี้ตั้งแต่แรกเห็น

พี่รู้ดีว่านายมีตัวเลือกเดียวในใจอยู่แล้ว” พอได้เข้ามาในตัวร้านตรงพื้นที่ที่ดูมีเป็นส่วนตัวมากกว่าข้างนอก สรรพนามของชินอูก็เปลี่ยนตามไปด้วยทันที อันที่จริงเขากับกงชานชิครู้จักคุ้นเคยกันดีเลยแหละเพราะว่า...

ฉันใช้เวลาตั้งสิบกว่าปีในการเรียนรู้จากลูกค้าคนอื่นๆในร้านนี้ว่าต้องตอบคำถามทดสอบใจยังไง ถึงจะไขกาชาปองได้บาโรมาเป็นแฟน โอกาสครั้งเดียวในชีวิตฉันจะไม่ยอมให้มันพลาดไปอย่างแน่นอน” ริมฝีปากสีส้มสวยเบะใส่กาชาปองแคปซูลที่บรรจุมนุษย์โคลนนิ่งอื่นอย่างไม่น่ามอง แต่แล้วประกายตาของเจ้าตัวจะเปลี่ยนไปเมื่อทอดสายตามองไปยังแคปซูลที่กำลังพูดถึง

ใช่...แคปซูลมนุษย์โคลนนิ่งคนนั้นที่กงชานหมายตาชื่อว่าบาโร’ ปีแล้วปีเล่าที่กงชานได้แต่เฝ้ามองมนุษย์โคลนนิ่งแคปซูลนี้ด้วยความหวังว่าไม่อยากให้มีใครไขได้บาโรไปก่อนที่ตัวเองจะอายุครบ 27 ปี และเหมือนจะเป็นโชคดีที่สวรรค์เข้าข้างเด็กตัวน้อยที่แม้เวลาจะผ่านไปนานถึง 12 ปีจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีมนุษย์โลกจริงๆคนไหน ไขแคปซูลกาชาปองได้บาโรได้ไปครอบครองเสียที ทั้งๆที่กาชาปองแคปซูลนี้ก็เป็นที่หมายตาของคนที่สัญจรผ่านร้านไปมาอยู่หลายต่อหลายคน ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูดีมีเสน่ห์หล่อน่าดึงดูดเช่นกัน

ใช่ว่าจะมีใครไขได้บาโรไปง่ายๆซะเมื่อไหร่ กาชาปองแคปซูลนี้ถูกสร้างขึ้นมาให้มีนิสัยเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จะมีก็แต่คนที่ความชอบ รสนิยม หรือมีนิสัยคล้ายๆกับมนุษย์โคลนนิ่งคนนี้เท่านั้นจึงจะสามารถตอบคำถามได้เหมาะสมจับคู่ตรงกับนิสัยของบาโรพอดี ซึ่งนายก็น่าจะเห็นแล้วนี่ว่าจนป่านนี้ก็ยังไม่มีใครทำได้”

สิ่งที่ชินอูพูดอธิบายนั้นหมายถึงว่า มนุษย์ที่มีอายุถึงเกณฑ์ 27 ปีบริบูรณ์จนมีสิทธิ์ที่จะสามารถไขกาชาปองเลือกคู่ได้นั้น ไม่ใช่ว่าจะสามารถเลือกกาชาปองแคปซูลมนุษย์โคลนนิ่งใบไหนก็ได้ที่ถูกใจตนเอง แต่ก่อนที่จะไขกาชาปองนั้นต้องมีการทดสอบในเรื่องของนิสัย ความชอบ รสนิยม หรือการใช้ชีวิตของตัวมนุษย์คนนั้นเสียก่อนว่ามีความเข้ากันกับมนุษย์โคลนนิ่งในร้านคนไหน ก่อนที่เครื่องคัดสรรกาชาปองจะคัดสรรไข่แคปซูลมนุษย์โคลนนิ่งใบที่มีความเหมาะสมกับคนที่ตอบคำถามมากที่สุดมาให้

เมื่อได้กาชาปองได้ถูกไขและคัดเลือกโดยระบบอัตโนมัติออกมาแล้ว จะไม่สามารถทำการเปลี่ยนแปลงหรือปฏิเสธไม่รับกาชาปองแคปซูลใบนั้นได้อีกตามเงื่อนไขสัญญาที่ต้องเซ็นก่อนจะเข้าสู่กระบวนการเลือกสรรกาชาปอง...สัญญานั้นมีอายุนานถึง 6 เดือน ระบุไว้บุคคลที่ไขกาชาปองเลือกคู่ออกมานั้น จะต้องอยู่ด้วยกันกับมนุษย์โคลนนิ่งที่ตนเองได้เลือกมาเพื่อคบหาดูใจเป็นคนรักในระยะเวลา 6 เดือนเต็มนับจากวันที่ไขกาชาปองแคปซูลนั้นออกมา สัญญานี้จะสิ้นสุดลงก็ต่อเมื่อครบอายุสัญญา 6 เดือนตามที่กำหนด หรือในอีกกรณีหนึ่งก็คือมนุษย์โคลนนิ่งจากกาชาปองที่ไขนั้นได้เกิดมีความรู้สึกนึกคิดเป็นของตนเองขึ้นมา มีความรักหรืออยากจะใช้ชีวิตกับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่บุคคลที่ไขกาชาปองของตนเองออกมาอีกต่อไป...

ถึงสัญญาที่ฉันต้องเซ็นยอมรับมันจะน่ากลัวแค่ไหนพี่ก็เปลี่ยนใจฉันไม่ได้หรอก ส่งมา...ฉันจะได้เซ็นให้มันจบๆไปทีเดียว” กงชานว่าอย่างง่ายๆในระหว่างที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ด้วยท่าทีชิลๆไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนอะไร ชินอูถอนหายใจ

นายจะไม่อ่านทวนมันซ้ำก่อนจริงๆเหรอ”

ฉันฟังพี่อ่านข้อสัญญานั่นให้ลูกค้าฟังมาตั้ง 12 ปีกว่าแล้ว ป่านนี้ตัวอักษรทุกตัวมันฝังเข้าไปในซีรีบรัมฉันหมดแล้วมั้ง!”

ฉันแค่อยากให้นายได้คิด ได้ตัดสินใจให้รอบคอบดีๆเสียก่อน เพราะระยะเวลา 6 เดือนมันอาจจะฟังดูเหมือนแป๊บเดียว แต่ถ้ามันเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมามันจะเป็นระยะเวลาที่นาย...”

อย่าพูดคำว่าผิดพลาด เพราะไม่มีทางที่ฉันจะยอมทำให้ทุกอย่างที่เตรียมตัวมาเป็นอย่างดีมันพังลงง่ายๆอย่างแน่นอน” กงชานตวัดสายตาโฉบเฉี่ยวมองชินอูที่กำลังพูดด้วยความกังวลอย่างนิ่งๆ จนชินอูที่กำลังจะอธิบายเพิ่มถึงกับจำใจต้องหยุดคำพูดเอาไว้แค่นั้น

ถ้านายแน่ใจขนาดนั้น...พี่คงขัดอะไรไม่ได้” ชินอูหลุบสายตาลงก่อนจะหยิบโน้ตแพดสัญญาพร้อมปากกาเซ็นชื่อที่วางไว้บนโต๊ะทำงานของตัวเองส่งให้กงชานถึงจะปฏิเสธไม่ได้ว่ามีหลายคนที่ยอมตอบฝืนใจกับความคิดในหัวตัวเองเพื่อให้ได้มนุษย์โคลนนิ่งที่ตัวเองชอบมาเป็นแฟนได้สำเร็จ แต่อย่าลืมว่าตัวนายก็คือตัวนาย...และนิสัยคนมันไม่ได้เปลี่ยนกันง่ายๆเพื่อคนคนหนึ่งซะเมื่อไหร่”

“...”

ซักวันนายก็ต้องเปิดเผยความเป็นตัวตนที่แท้จริงของนายออกมาให้เขาเห็น ถ้าถึงวันนั้นนายกับกาชาปองที่เลือกยังไปด้วยกันได้ดีก็นับว่าเป็นโชคดีบุญหล่นทับของนายไป แต่ถ้าไม่....”

ฉันจะรับผลเสียในส่วนนั้นเอง พี่ไม่ต้องกังวลไปหรอก” กงชานโบกมือไล่ปัดรำคาญกับความขี้พล่ามของอีกคนแล้วใช้ปากกาเซ็นลายเส้นหวัดๆลงในโน้ตแพดสัญญาอย่างไม่ลังเล ชินอูพยักหน้าหงึกๆอย่างจำใจกับความหัวแข็งของลูกค้า

ถือว่านายตัดสินใจไปแล้วนะ”

คำถามทดสอบล่ะ”

อยู่นี่แล้ว” กงชานไม่สนใจฟังคำเตือนของอีกคนเพราะกำลังจดจ่อกับคำถามทดสอบใจเพื่อที่จะเป็นตัวตัดสินว่าเขาจะได้กาชาปองแคปซูลไหนในร้านไปเป็นคู่ชีวิต 6 เดือน มือหนาของชินอูเอื้อมไปหยิบเฮ้ดโฟนสีใสคล้ายกระจกที่วางคู่บนโต๊ะกับโน้ตแพดสัญญาที่กงชานเพิ่งเซ็นไปนำมาให้ลูกค้าตามความต้องการ ข้างๆหูเฮ้ดโฟนมีช่องเล็กสำหรับเอาไว้เสียบโปรไฟล์การ์ดของลูกค้าแต่ละคนที่เข้ามาในร้านเพื่อใช้บริการไขกาชาปองแคปซูลมนุษย์โคลนนิ่งเข้าไปในตัวเครื่อง และเมื่อเสียบโปรไฟล์การ์ดอันเล็กจิ๋วที่ว่านั่นเข้าไปในเฮ้ดโฟนเรียบร้อยแล้วระบบจะประมวลคำถามทดสอบใจจากประวัติเบื้องต้นของลูกค้า ประสบการณ์ชีวิตและนิสัยใจคอที่มีข้อมูลบรรจุอยู่ในโปรไฟล์การ์ดทั้งหมดเรียบร้อยแล้วโดยอัตโนมัติ

และแน่นอนว่าไม่เคยมีคำถามไหนที่ระบบกาชาปองจะประมวลผลมาเพื่อทดลอบลูกค้าแต่ละคนได้เหมือนหรือซ้ำกันเลยซักคำถาม เทคโนโลยีบางอย่างในโลกอนาคตตอนนี้ก็หัวสมองฉลาดล้ำหน้าเกินไปกว่าที่จะให้มนุษย์ได้มีช่องทางการโกงวิธีไขกาชาปอง เหมือนกับเด็กที่พอสอบเสร็จแล้วก็วิ่งออกมานอกห้องสอบเพื่อบอกข้อสอบเพื่อนแบบนั้นหรอก...

จะมีแค่นายเท่านั้นที่ได้ยินเสียงคำถามออกมาจากเฮ้ดโฟนที่ใส่” ชินอูอธิบายก่อนที่กงชานจะตัดสินใจครอบมันลงบนศีรษะคำถามของนายจะไม่มีทางเหมือนกับคนที่แล้ว และคนต่อมาที่มาใช้บริการที่นี่ก็จะไม่มีทางได้ตอบคำถามข้อเดียวกับนาย”

ตื่นเต้นจังแฮะพอต้องใส่จริงๆ” มือสวยลูบเฮ้ดโฟนที่ว่านั้นด้วยความประหม่า หากแต่ตั้งใจเอาไว้แน่วแน่แล้วว่ายังไงวันนี้ตัวเองก็ต้องไขกาชาปองเลือกคู่จากร้านนี้กลับไปพร้อมกับมนุษย์โคลนนิ่งที่ถูกใจตัวเองให้ได้

จำไว้ว่าระบบจะอ่านคำตอบจากคลื่นสมองแรกของนายที่คิดหลังจากได้ฟังคำถาม เพราะฉะนั้นนายมีโอกาสแค่ครั้งเดียวเท่านั้น บังคับควบคุมความคิดตัวเองให้ดีๆก่อนจะเผลอตัวคิดอะไร” คำแนะนำของชินอูทำให้อยู่ดีๆก็ทำให้น้ำลายที่เคยแห้งผากอยู่ในลำคอหนืดขึ้นมาเฉยๆซะอย่างนั้น พูดจากดดันกันเข้าไป!

รู้แล้วน่า”

ใส่โปรไฟล์การ์ดเข้าไป” ไม่ต้องให้ชินอูต้องพูดซ้ำอีกรอบกงชานก็ล้วงโปรไฟล์การ์ดของตัวเองออกมาจากคอเสื้ออีกครั้ง ริมฝีปากบางสีส้มจัดเม้มเข้าหากันอย่างชั่งใจก่อนจะหลับหูหลับตาเสียบๆมันเข้าไปในเฮ้ดโฟนให้หมดเรื่องหมดราว

โอ๊ะ...ได้ยินเสียงในระบบกำลังพูดกับเขาแล้ว!

 

ยินดีต้อนรับคุณลูกค้ากงชานชิค เข้าสู่ระบบบริการเลือกคู่จากการไขกาชาปองมนุษย์โคลนนิ่ง สุดยอดนวัตกรรมแห่งปีบีวันศักราช 0423 บริการที่ครองใจประชากรทั้งโลกมาแล้วกว่า 27 ปี ร้านกาชาปองสาขาที่ท่านใช้บริการอยู่ในขณะนี้คือร้านบาน่ากาชาปอง ถนนวอนมินเวนิวโรดส์ เมือง WM Town ประเทศบีวันเอโฟร์ หากต้องการยืนยันที่อยู่ของท่านว่าถูกต้อง กรุณาส่งความคิดจิตใต้สำนึกของท่านมาหาเรา....”

 

ถามเวิ่นเว้อชักช้ายืดยาดชะมัด! มันก็ต้องใช่อยู่แล้วมั้ยทำอย่างกับที่ร้านนี้ไม่มีตำแหน่งตั้งอยู่บนแผนที่ดาวเทียมบนโลกอย่างนั้นแหละ -*-

 

ขออภัยที่ระบบอยู่ในกระบวนการถามยืนยันตัวตนที่เวิ่นเว้อ ชักช้า และอืดอาด ยืนยันตัวตนเรียบร้อยจากระบบจิตใต้สำนึกของท่าน ขอบคุณที่ตอบคำถามของเราด้วยความซื่อสัตย์...”

 

รู้สึกเหมือนกำลังโดนเครื่องกาชาปองเลือกคู่ด่ายังไงก็ไม่รู้แฮะ เล่นย้อนมาซะทุกคำพูดเราขนาดนี้ไม่เลียนเสียงในความคิดเขาให้เหมือนตอนที่พูดไปเลยล่ะ จะได้ครบสูตรไปเลย! -_-;

 

ระบบกำลังคัดเลือกกาชาปองเนื้อคู่ออกมาให้ท่าน กรุณารอสักครู่ระหว่างประมวลผล....”

 

“...”

ประ..ประมวลผล?? หะ...เฮ้ย!!! เดี๋ยวสิ! ไอ้คำถามยืนยันตัวตนเมื่อกี้นี้นี่นับว่าเป็นคำถามทดสอบจิตใจแล้วเหรอ!? O[]O เขายังไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำก็คิดว่ามันจะถามอะไรลึกลับซับซ้อนมากกว่านี้นี่!!! แบบนี้มันไม่แฟร์เลยนี่นา!!!

เดี๋ยว! ไอ้เครื่องบ้าเฮงซวยก๊องแก๊งเอ๊ย!!!!!” กงชานแทบจะถอดเฮ้ดโฟนใสทุ่มลงกับพื้นเดี๋ยวนั้นด้วยความลนลาน ในขณะที่ชินอูกลับไปนั่งสมาธิหนีความวุ่นวายที่รู้ว่าจะเกิดขึ้นตั้งแต่แรกอยู่บนโต๊ะทำงานตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เจ้าของร้านหมีสล็อตค่อยๆหรี่ตาที่ปิดขึ้นมามองคนสวยที่ยังคงโวยวายทะเลาะกับเครื่องเลือกกาชาปองไม่เลิกตรงหน้า แล้วประสานมือในท่าโยคะเข้าด้วยกันอย่างไม่ทุกข์ร้อนต่อสิ่งใดรอบตัว

ฉันบอกแล้วว่าให้ควบคุมจิตใต้สำนึก U_U”

ยังจะมีหน้ามาซ้ำเติมกันอีกนะพี่ชินอู! ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่านั่นมันเรียกว่าคำถามทดสอบได้ด้วย” กงชานหันมาแหวใส่อย่างคนโกรธแข่งกับเสียงกุกกักๆในตู้กาชาปองที่ตอนนี้น่าจะเลือกคนที่เป็นเนื้อคู่พร้อมใช้ชีวิตกับเขา 6 เดือนไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

ฉันไม่ได้รับรู้คำถามนั้น คนที่รู้และได้ยินมีเพียงแค่นาย…”

เลิกนั่งสมาธิท่าโยคะพิลึกนั่นแล้วมาช่วยฉันหยุดไอ้เครื่องบ้านี่ทีได้มั้ยเนี่ย! -*-”

นายไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนแปลงอะไรอีกแล้ว สัญญาย่อมมีพันธะผูกพันนานถึง 6 เดือนตามเงื่อนไขที่นายเซ็นไว้นี่ไง” ชินอูเอามือทั้งสองข้างวางไว้ที่เข่าแล้วพ่นลมหายใจออกอย่างใจเย็น ไม่ต้องลืมตาในตอนนี้เขาก็รู้ว่ากงชานชิคลูกค้าคนเซ็กซี่ของเขากำลังหัวเสียกับเรื่องนี้แค่ไหน เสียงหวึ่งๆของตู้กาชาปองยังคงทำงานอย่างต่อเนื่องแข่งกับเสียงเคาะตู้ปังๆอย่างสิ้นหวังของกงชาน

พี่ชินอู!!!”

ไม่ว่ากาชาปองแคปซูลนั้นจะใช่บาโรอย่างที่นายคาดหวังไว้หรือไม่ใช่ นายก็ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่นายได้คิดและเลือกตามที่ระบุไว้ในสัญญา

“...!!!”

กิ๊ง~ ตึ้ง!!!!!

เสียงคล้ายของแข็งขนาดใหญ่กระแทกลงตรงช่องรับของที่ตู้กาชาปองพอดิบพอดี เดาได้เลยว่ากาชาปองที่ระบบได้ประมวลผลว่าเหมาะสมกับกงชานน่าจะออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชินอูลืมตาแล้วคลี่ยิ้มให้กับกงชานที่ทึ้งหัวตัวเองในท่าเดิมค้างอย่างคนสติแตก มองจ้องเขม็งไปที่แคปซูลสีเขียวที่ตกลงมาตรงทางออกตู้อย่างกล้าๆกลัวๆว่าจะใช่คนที่เขาคิดฝันไว้แต่แรกไหม...ภายในร้านตกอยู่ในความเงียบ ได้ยินแต่เสียงหอบหายใจด้วยความลุ้นของกงชานหอบแฮ่กๆอยู่ข้างๆ จนกระทั่งชินอูได้ทำลายความเงียบนั้นลง

ของมาถึงแล้ว”

ฉันไม่กล้าแกะ O_O;;”

นายแกะเองน่าจะดีสุด สร้างความประทับใจแรกด้วยการแกะห่อแคปซูลต้อนรับแฟนตัวเองที่ต้องใช้ชีวิตด้วยกันไปอีก 6 เดือนไง” กงชานแทบจะกัดเล็บตัวเองทิ้งให้หมดซะเดี๋ยวนั้น ถ้าแกะออกมาแล้วไม่ใช่หน้าของบาโรล่ะ!?

คือ...”

ถ้าไม่แกะที่นี่นายก็ต้องแบกกลับไปแกะที่บ้านอยู่ดี เลือกเอาว่านายจะแกะที่นี่พร้อมฉัน หรือจะแบกกลับไปลุ้นเซอร์ไพรส์แกะที่บ้านเองคนเดียว” บ้าบอไปกันใหญ่! ทำอย่างนั้นเขาคงได้ช็อคตายตั้งแต่เปิดฝาแคปซูลแล้วมั้ยล่ะ! T^T

ก็..ก็ได้”

มืออันสั่นเทาค่อยๆเอื้อมไปบิดฝาแคปซูลยักษ์ที่ร่วงลงมาตรงช่องรับของด้วยท่าทีเก้ๆกังๆไม่ถนัดซักเท่าไหร่ ออกแรงหมุนอยู่นานกว่าจะได้ยินเสียงสุญญากาศที่หลุดออกจากกันดังป๊อก! เผยให้เห็นร่างของคนที่ค่อยๆขยับตัวในท่านอนอยู่ข้างในแคปซูลด้วยท่าทีงัวเงียเหมือนคนเพิ่งตื่นได้สติ มนุษย์โคลนนิ่งหากไม่ได้รับออกซิเจนจากข้างนอกแคปซูลจะยังคงสภาพเป็นเจ้าชายเจ้าหญิงนิทราอย่างคนไม่มีชีวิตอยู่อย่างนั้น จนกว่าจะมีคนมาเปิดแคปซูลนั้นออกพลังงานชีวิตร่างกายจึงจะเริ่มทำงานจากออกซิเจนที่ไหลเวียนเข้ามาในปอด

ผมมองอะไรไม่เห็น...” เสียงอู้อี้ทุ้มหูที่ดังออกมาจากกระดาษกันกระแทกที่ปิดบังโปะหน้าแทบหมดทำให้กงชานต้องชะเง้อเข้าไปมองในแคปซูลใหม่อีกรอบ ร่างสูงในนั้นค่อยๆขยับเขยื้อนตัวทีละน้อยจนเห็นข้อมือผอมๆของผู้ชายตัวซีดที่ล้วงออกมานอกแคปซูลเพื่อควานหาอะไรบางอย่าง กงชานแทบหยุดหายใจเพราะมองดูจากขนาดข้อมือและสีผิวซีดๆแบบนั้นดูก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คนที่เขาหวัง...

ไอ้ตู้บ้านี่มันดันตัดสินจากแค่ความคิดชั่ววูบของเขาแล้วส่งใครมาก็ไม่รู้...คนที่ไม่ใช่บาโรยังไงเขาก็ไม่อยากเอา

ช่วยผมด้วย” พอหันกลับไปมองอีกทีร่างสูงที่ว่านั้นก็ลุกขึ้นนั่งชันขาในแคปซูลกาชาปองแคบๆแล้วพยายามหรี่ตามองพวกเขาราวกับคนที่มองเห็นอะไรไม่ชัด กงชานเริ่มขมวดคิ้วถอนหายใจหนักออกมาแต่ก็ไม่ยอมยื่นมือเข้าไปช่วยคนที่ร้องขอความช่วยเหลือในตอนนี้อยู่ดี

เขาคงต้องใช้แว่น เอานี่ไปให้เขาสิ” เป็นเสียงของชินอูที่ยัดแว่นสายตาใส่มือเขาแล้วพยักเพยิดไปทางผู้มาใหม่ด้วยสายตาโอบอ้อมอารี กงชานทำหน้านิ่งเบะปากอย่างไม่ชอบใจกับความคิดนี้เท่าไหร่นัก แต่ก็ยอมเดินหวั่นๆเข้าไปหาร่างของชายตัวผอมที่นั่งคุดคู้อยู่ในแคปซูลเพราะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองได้เซ็นสัญญาไว้อย่างไม่ค่อยจะเต็มใจ

อ่ะนี่แว่น!” พูดจบยื่นให้เสร็จก็สะบัดหน้าหันไปอีกทาง สัมผัสจากมืออุ่นๆที่โดนปลายนิ้วเฉียดๆทำให้กงชานแทบจะชักมือตัวเองหนี เขาไม่อยากจับมือใครทั้งนั้นที่ไม่ใช่บาโร

ให้ผมใส่เหรอ” เสียงที่ถามซื่อๆนั่นทำให้ร่างบางอดทำเสียงจิ๊ด้วยความหงุดหงิดไม่ได้ กงชานหันหน้าหงิกๆของตัวเองไปเผชิญหน้ากับคนที่นั่งอยู่ในแคปซูลตามสัญชาตญาณหวังที่จะตอบคำถามนั้นตัดรำคาญไป แต่กลับพบว่าใบหน้าของใครคนหน้าได้อยู่ใกล้เขาจนปลายจมูกโด่งๆนั้นแทบจะไล้แก้มเขาไปอย่างไม่ได้ตั้งใจซะแล้ว

ชายหนุ่มตัวผอมหากแต่ดูไม่ขี้โรคเท่าไหร่นัก ผิวขาวซีด ผมดำแสกปัดข้าง ใส่แว่นตาสีทองเชยๆที่เขาเพิ่งยื่นให้ไป ภายใต้กรอบแว่นกงชานเห็นดวงตายาวเรียวและคิ้วเข้มหนาเหมือนสาหร่ายที่ถูกผมหน้าปิดระไว้บางส่วน ประกายแววตาของชายคนนั้นจ้องมองมาที่ดวงตาเขาพอดิบพอดีก่อนจะกะพริบด้วยความงุนงงสองสามทีแล้วคลี่ริมฝีปากยิ้มบางๆออกมาด้วยความตื้นตัน คล้ายกับว่ากำลังค้นพบสิ่งมหัศจรรย์ที่อยู่ตรงหน้า

ผมเห็นกงชานชัดแล้ว”

“...”

สวัสดีกงชาน ผมชื่อจินยอง”

อีตาแว่นเฉิ่มเนี่ยนะที่ตู้กาชาปองนี่คัดสรรมาให้เราแล้ว?

จองจินยอง”

แล้วนายเฉิ่มนี่พูดพล่ามอะไรของเขาคนเดียวน่ะ...

ผมจะดูแลกงชานให้ดีเอง จะพยายามทำให้กงชานชอบผมภายใน 6 เดือนนี้ที่เราอยู่ด้วยกันให้ได้เลย ผมสัญญา”

 

ไม่...ฉันไม่มีวันชอบนาย

ฉันไม่มีวันชอบนาย เพราะนายเป็นกาชาปองที่ฉันไม่ได้ตั้งใจจะไขออกมาตั้งแต่ต้น

ฉันเกลียดนาย...นายเฉิ่มจองจินยอง!!!


 


 


 

บ้านกงชานน่าอยู่ดี” คนที่เข้ามาใหม่ยิ้มตาหยีอย่างคนที่มองโลกในแง่ดีขณะที่เอ่ยปากชม ต่างจากสีหน้าเจ้าของบ้านที่กำลังคว่ำเป็นปลาทูดูไม่ได้ปลาบปลื้มกับคำชมที่ว่านั่นเท่าไหร่

นายมีโอกาสได้อยู่ที่นี่ 6 เดือนแค่นั้นแหละ”

“...แต่..โอกาสของผมอาจจะมีมากขึ้นก็ได้ถ้า...”

นี่ ฟังฉันให้ดีนะ” กงชานสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วหันมาพูดกับจินยองที่สายตาสลดลงด้วยน้ำเสียงจริงจังไม่มีวันที่โอกาสของนายจะเพิ่มมากขึ้น เข้าใจที่ฉันพูดมั้ย”

“...”

ที่ฉันยอมเอานายมาไว้ที่บ้าน ยอมรับนายออกมาจากร้านก็เพื่อทำตามข้อตกลงในสัญญาบ้าๆนั่นตามกฎหมายแล้วรอเวลา 6 เดือนให้มันรีบๆผ่านไป พอถึงเวลาที่สัญญานั่นหมดเมื่อไหร่ฉันก็จะเอานายกลับไปไว้ที่ร้านพี่ชินอูเหมือนเดิม รอให้คนอื่นที่เขาเหมาะสมกับนายมารับนายไปเป็นแฟน”

แต่...กงชานไขผมออกมา ผมคิดว่ากงชานจะ...”

นายเป็นแค่ความผิดพลาดที่ฉันไม่ได้ตั้งใจอยากให้มันเกิดขึ้น เข้าใจแค่นี้ก็น่าจะพอ”

“....” สีหน้าแววตาของจินยองที่เคยร่าเริงก่อนที่จะเดินเข้ามาในบ้านถอดสีลงอย่างชัดเจน ดวงตายาวเรียวที่เคยสดใสอยู่ก่อนหน้านี้อ่อนแสงลงก่อนจะหลุบต่ำเพื่อซ่อนความเศร้าภายใต้คำพูดของอีกคนที่กรีดแทงใจเขาเอาไว้

เราเป็นแค่ความผิดพลาดที่เขาไม่ได้ตั้งใจอยากจะให้มันออกมาเป็นแบบนี้สินะ....

เขาไม่ได้ต้องการเรา ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นแค่ความผิดพลาดที่เขาพร้อมจะผลักเราออกไปจากชีวิตเมื่อไหร่ก็ได้ตามที่เขาต้องการเมื่อถึงเวลาหมดสัญญา...

กงชาน...มีคนในใจอยู่แล้วเหรอ” เป็นครั้งแรกที่ร่างสูงผอมๆเก้กังนั่นเป็นคนตั้งคำถามก่อน

อืม” ร่างบางพยักหน้าก่อนจะถอดกระเป๋าสะพายสายยาวออกจากข้างลำตัวแล้วเหวี่ยงมันลงไปบนโซฟาใกล้ๆ

“...เขา....หล่อมั้ย หน้าตาดีหรือเปล่า” ทุกคำพูดที่จินยองพูดออกมาจากปากนั้น เขาแทบจะไม่กล้าสบสายตาตัวเองกับกงชานในตอนนี้เลยซักประโยคเดียว

ดีกว่านาย” กงชานว่าง่ายๆแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวนั้นตามกระเป๋าใบเล็กที่ตัวเองเพิ่งโยนพ้นตัวไป จินยองยังคงกะพริบตาปริบๆเพราะไม่รู้ว่าตัวเองควรจะเอาตัวเองไปไว้ในจุดไหนดี

เป็นมนุษย์จริงๆหรือว่าเป็นเหมือนผม”

เป็นเหมือนกับนาย” คนสวยเม้มริมฝีปากอย่างชั่งใจก่อนจะตอบแล้วก็ตัดสินใจตอบไปตรงๆ ในเมื่อไหนๆก็ไหนๆแล้วนายเฉิ่มนี่รู้สถานะตัวเองในตอนนี้ได้มันก็เป็นเรื่องดี จะได้ไม่ต้องประมาณตัวเองตั้งความหวังเอาไว้สูง

กงชานคงจะ...เฝ้ามองเขามาหลายปีแล้วสินะ”

นายนี่ยุ่งเกินไปแล้วนะ! -*-” กงชานหันไปดุด้วยเสียงที่ดังขึ้นเพราะความรำคาญ “แฟนก็ไม่ใช่ถามอะไรซอกแซกจริง”

ผมขอโทษ...” จินยองก้มหน้าเอ่ยเสียงหงอย “แล้วกงชานอยากให้ผมเป็นอะไรตอนที่เรา...ยังค้างอยู่ในสถานะแบบนี้”

“....” อาจเป็นคำถามที่ฟังดูแปลก แต่กงชานก็เข้าใจได้ทันทีว่าการค้างอยู่ในสถานะแบบนี้ในความหมายของจินยองนั้นหมายความว่ายังไง ปกติสัญญานั้นที่เซ็นไปจะระบุไว้ชัดเจนว่ามนุษย์โคลนนิ่งและบุคคลที่ไขกาชาปองแคปซูลออกมานั้นจะต้องตกลงเซ็นสัญญาเป็นแฟนคบหาดูใจกันเป็นเวลา 6 เดือนเต็มในทางนิตินัย แต่ในทางพฤตินัยนั้นก็เป็นอีกเรื่อง เชื่อว่ามีคู่รักคนกับมนุษย์โคลนนิ่งจำนวนไม่น้อยที่แม้จะเซ็นสัญญาตกลงเป็นแฟนกันในระยะเวลา 6 เดือนเรียบร้อยเสร็จสรรพแล้ว แต่ในทางพฤตินัยก็เลือกที่จะปฏิบัติตัวไม่เหมือนกับคนที่รักกัน

เรื่องของความรู้สึกและหัวใจมันมักจะซับซ้อน ก็เลยจำเป็นที่จะต้องแหกกฎอยู่เสมอแบบนี้แหละ....

ไม่รู้สิ” เป็นเสียงของกงชานที่แผ่วลงซะเอง คิ้วสวยขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างหนักใจ

ไม่เป็นไร...”

นายเลิกทำเสียงเศร้าเหมือนผู้ชายหงอยๆทำตัวดราม่าเศร้าๆอยู่ตลอดเวลาได้มั้ย ฉันเห็นแล้วมันขัดลูกตาชะมัด -*-” ร่างบางที่นอนเอนตัวอยู่บนโซฟาสุญญากาศทรงพระจันทร์เสี้ยวกลางห้องนั่งเล่นถึงกับพลิกตัวหมุนโซฟาหันมาว่าเขาอีกครั้ง จินยองเงยหน้าขึ้นจากพื้นก่อนจะดันแว่นขึ้นให้อยู่ในระดับสายตาแล้วยิ้มแหยๆ

มันเป็นบุคลิกโดยธรรมชาติของผม แต่ถ้ากงชานไม่ชอบผมจะพยายามแก้นะ ^^;;”

ถ้าจะแก้ให้ฉันรู้สึกชอบนายคงจะต้องแก้หมดทั้งตัวตั้งแต่ปลายผมจรดเล็บเท้านั่นแหละ ซึ่งฉันก็ไม่ได้มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องไปชอบนาย ทำไปก็เสียเวลาเปล่าประโยชน์” มือเรียวยกขึ้นโบกกลางอากาศสี่สิบห้าองศา ก่อนที่จอฉายทีวีโฮโลแกรมในห้องนั่งเล่นจะเริ่มระบบการทำงานอัตโนมัติ จินยองมองสิ่งนั้นอย่างจดจำก่อนจะหันมาตอบที่กงชานพูดเพื่อไม่ให้ขาดช่วง

อย่างน้อยกงชานจะได้ไม่ต้องรำคาญลูกตาเวลามองผมไง”

นี่ไง นายเถียงยอกย้อนฉันทุกเรื่องและนั่นเป็นหนึ่งในร้อยล้านข้อเสียในตัวนายที่ฉันไม่มีวันชอบ!” กงชานชิคเบ้ปากไม่ได้สนใจฟังเสียงนักข่าวที่รายงานข่าวอยู่บนจอโฮโลแกรมเลยแม้แต่นิดเดียว เหมือนเจ้าตัวตั้งใจจะเปิดเพื่อให้รู้สึกว่าห้องนั่งเล่นที่อยู่นี้ไม่เงียบจนอึดอัดไปแค่นั้น...

กงชานไม่ชอบให้คนขัดความคิดตัวเองใช่มั้ย”

ใช่ อันที่จริงฉันเกลียดเลยแหละ -_-”

แล้วก็ไม่ชอบให้คนทำเสียงหงอยใส่”

จริงๆแล้วนายควรใช้คำว่ารำคาญมากกว่า”

“รวมถึงไม่ชอบให้ใครมาถามอะไรเยอะๆเพราะเหมือนเป็นการเซ้าซี้ด้วย”

และมันเป็นสิ่งที่นายกำลังทำกับฉันอยู่ในตอนนี้ -_-* เงียบซักทีเถอะ ฉันจะดูข่าว” โครงหน้าสวยสะบัดพรืดหันไปทางหน้าจออย่างไม่ใยดี จินยองเอียงคออย่างพินิจวิเคราะห์

กงชานไม่ได้ดูซักหน่อย แค่รำคาญเสียงผมเฉยๆก็เลยอยากตัดบทให้มันจบๆไป (‘ ‘)”

เออ!!! จะเหตุผลไหนนายไม่ต้องพูดเลยนั่นแหละดีที่สุด! =*=” เสียงหวานเย็นเยียบหากแต่กระฟัดกระเฟียดและสายตาเหวี่ยงๆถูกส่งมาที่ชายหนุ่มอีกระลอกเป็นครั้งที่นับไม่ถ้วนตังแต่เหยียบเข้ามาในบ้านหลังนี้

กงชานจะลองอ่านคู่มือของผมฆ่าเวลาไปก่อนมั้ย”

ฉันไม่ได้อยารู้เรื่องราวในชีวิตนาย! เพราะฉันปักใจไม่ชอบนายตั้งแต่แรกเห็นตั้งแต่นายลุกออกมาจากกาชาปองบ้าๆนั่นแล้วไม่ใช่บาโรอย่างที่ฉันหวังแล้ว เชิญนายอยู่คนเดียวใช้ชีวิตให้หงอยเหงาเหมือนต้นกระบองเพชรในทะเลทรายแห้งๆไปเถอะ!!”

“...”

กงชานถอนหายใจเป็นครั้งสุดท้ายด้วยอารมณ์โมโหก่อนจะหันหน้าเบนสายตาไปทางจอทีวีโฮโลแกรมที่ไม่ได้ตั้งใจดูแก้ขัดต่อไป นานเท่าไหร่ไม่รู้ที่เจ้าของบ้านรู้สึกว่าเสียงทุ้มของบุคคลหน้าใหม่ในบ้านเงียบหายไปนานพอสมควร ดวงตาสวยจึงตวัดหันมาสำรวจห้องนั่งเล่นตัวเองโดยละเอียดอีกรอบ แล้วพบว่าจินยองไม่ได้ยืนอยู่ตรงที่เดิมแล้ว

หายไปไหนของอีตาเฉิ่มนั่นอีกเนี่ย!

นี่...!” กงชานลองกวาดสายตาเรียกหาอีกคนอีกรอบ แต่ก็ไม่พบร่องรอยหรือวี่แววว่าอีกคนจะไปไหนได้ นอกเสียจาก....

ฟุดฟิดๆ~~

นั่นกลิ่นอะไรน่ะ?” กลิ่นหอมคล้ายซุปกิมจิออร์แกนิคที่โชยมาทางอีกฝั่งหนึ่งของบ้านทำให้กงชานรีบสาวเท้ายาวๆอย่างเร่งรีบหาต้นตอที่มาของกลิ่นหอมที่ว่านั่นก่อนจะกดรหัสประตูอย่างเร่งรีบเข้ามาในห้อง เตรียมพร้อมจะหาเรื่องซัดใส่อีกคนทันที หากแต่พอเข้าไปแล้วสภาพห้องครัวที่ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย ข้าวของใช้และเครื่องครัวที่แยกประเภทจัดเป็นหมวดหมู่ได้อย่างชัดเจน และพื้นที่สะอาดสะอ้านหายเหนียวเหนอะหนะเวลาเดินตรงหน้าก็ทำให้ความคิดที่จะว่าอีกฝ่ายชั่ววูบนั้นหายวับไปชั่วขณะในพริบตา

นายเข้ามายุ่งอะไรกับห้องครัวฉัน”

อ่า...ห้องครัวจริงๆด้วยสินะ ตอนแรกผมคิดว่าห้องนี้เป็นห้องเก็บของซะอีก เห็นมีอะไรต่ออะไรก็ไม่รู้วางกองไปทั่วเลย (‘ ^ ‘)” ท่าทางจินยองที่พูดกับตัวเองซื่อๆในขณะที่คนซุปสีแดงในหม้อไปด้วยอย่างใจเย็นทำให้กงชานถึงกับฟันกรอดๆ

นายนี่มัน...-*- มารยาทมีบ้างมั้ยเนี่ย เที่ยวเดินร่อนไปร่อนมาในบ้านคนอื่นตามใจชอบแบบนี้ไม่อายบ้างหรือไง”

อ้อ ผมเจอถุงเท้าซ่อนอยู่ในตู้ชั้นเก็บจานด้วย กงชานวางไว้แบบนี้ไม่มีซานต้าที่ไหนหาเจอแล้วเอาของขวัญมาใส่ให้หรอก”

นายกำลังทำให้บ้านฉันเหม็นไปหมดเพราะกลิ่นซุปน่าเกลียดๆนั่น!” คนหน้ามุ่ยประกาศกร้าวบ้านทั้งบ้านฉันโดนกลิ่นซุปนายกลบเหม็นไปหมดอย่างกับโดนกิมจิท่วมทั้งบ้านรู้ไว้ด้วย”

ผมว่าผมก็ทำตามสูตรเป๊ะๆนะ...ไม่เหม็นซักหน่อย”

นี่นายกล้าเถียงฉันเหรอ!!”

ไม่เหม็นแน่นอน ตอนนี้ผมยังได้กลิ่นน้ำหอมกงชานลอยฟุ้งในห้องอยู่เลย จะเหม็นได้ยังไง^^” จินยองว่าอย่างใจเย็นพลางยิ้มให้เล่นเอาคนที่ถูกพาดพิงถึงกับกลืนคำพูดที่จะด่าหาเรื่องต่อไปเข้าปากอย่างเถียงไม่ออก พร้อมกับสูดจมูกฟุดฟิดดมกลิ่นตัวเองเพื่อเช็คความแน่ใจ

นายมัน...อีตาแว่นโรคจิต -*-”

กงชานไม่เคยทำอาหารในห้องนี้เลยเหรอ ผมเห็นมีอาหารอัดก๊าซตุนไว้เต็มตู้เลย” จินยองถามโดยไม่สนใจในเสียงว่าครหาเขาในทางที่ไม่ดีอุบอิบๆจากปากอีกคนเท่าไหร่ ในยุคสมัยของโลกอนาคตที่คนเริ่มเรียนรู้ว่าการกินอาหารแช่แข็งและผ่านกระบวนการอุ่นด้วยไมโครเวฟนั้นไม่ดีต่อสุขภาพ จึงเริ่มมีการคิดค้นนวัตกรรมอาหารอัดก๊าซเพื่อรักษาสภาพอาหารให้คงอยู่ไว้ไม่ให้เน่าเสีย โดยที่ไม่ต้องแช่แข็งในตู้เย็นและเอาไปอุ่นไมโครเวฟให้ยุ่งยากและเป็นอันตรายแก่ร่างกายต่อไป คล้ายกับคงสภาพบางสิ่งไว้ในสุญญากาศตลอดเวลาจนกว่าจะถูกแกะหรือเปิดออกมา

เพราะแบบนั้นการทำอาหารสดๆจากเตาจึงไม่ใช่เรื่องจำเป็นในกิจวัตรประจำวันมนุษย์อีกต่อไป ในห้องครัวบางบ้านถึงกับไม่เคยซื้อเครื่องใช้ในครัวอะไรเข้าบ้านมาเลยด้วยซ้ำ จะหาเตาแก๊สทำอาหารยังแทบจะหาแบบพลิกแผ่นดินนับบ้านได้ที่จะเก็บเอาไว้ แต่ในบ้านของกงชานกลับมีสิ่งที่ว่านั่นทั้งๆที่เจ้าตัวไม่เคยใช้หรือแตะมันเลยซักครั้ง นับว่าเป็นเรื่องที่น่าแปลก...

นายหลุดมาจากแคปซูลหรือยุคคริสต์ศักราชกันแน่ ไม่มีใครที่ไหนเขาเสียเวลาทำอาหารกันแล้ว =_=”

กินของร้อนๆมันให้ความรู้สึกอบอุ่นกับร่างกายดีกว่านี่นา ช่วงนี้หน้าฝนด้วยกงชานควรจะกินอะไรร้อนๆให้เยอะๆนะ กงชานลองชิมดูสิ” จินยองเชื้อเชิญขณะที่กำลังใช้จวักตักซุปขึ้นมาจรดริมฝีปากตัวเอง

ไม่ล่ะ ฉันไม่ค่อยชอบกินของร้อน”

ขี้เกียจเป่าเหรอ O_O”

จะเหตุผลไหนมันก็เรื่องของฉันน่า! ฉันชอบอาหารสุญญากาศมากกว่าซุปเหม็นๆของนายตั้งเยอะ” กงชานชิคแปะก้นตัวเองลงกับเก้าอี้สีขาวลอยฟ้าที่ใช้ประจุอิเล็กตรอนผลักจากบนพื้นให้ลอยโดยไม่ต้องมีขาตั้ง ก่อนจะหยิบคิมบับสุญญากาศถุงหนึ่งจากตู้ออกมาแกะเตรียมจะกิน

ผมเป่าให้แล้ว กินซุปนี่เถอะ” มือซีดๆที่ใหญ่กว่าเขี่ยคิมบับของเขาไปอีกฝั่งแล้วตั้งซุปตัวเองวางตรงหน้าแทน คิ้วของกงชานแทบจะผูกกันเป็นโบว์เมื่อโดนขัดใจมากๆเข้า

อะไรของนายเนี่ย! ก็บอกว่าฉันไม่ชอบ”

เสียงกงชานขึ้นจมูกแล้ว พรุ่งนี้ได้เป็นหวัดเพราะตากฝนก่อนไปร้านวันนี้แน่ๆเลย” จินยองยังคงคอนเซปต์เดิมที่ไม่สนใจเสียงบ่นงุ้งงิ้งของอีกคนตามเคยคิมบับสุญญากาศช่วยแก้หวัดไม่ได้หรอก”

งั้นฉันจะไปกินยาแทน หลบ!”

กงชานก็แค่ไม่อยากกินของที่ผมทำ ทั้งๆที่ตัวเองก็ชอบกินซุปกิมจิแท้ๆเลยยังจะดื้ออีก”

“...!! ดะ..ดื้อ?? นี่นายกล้าใช้คำเลี่ยนๆแบบนี้กับฉันได้ไงฮะ!! อุ๊บ!” คนขี้หงุดหงิดแทบจะตบโต๊ะดีดตัวออกจากเก้าอี้ด้วยความโมโหที่อีกคนทำเป็นรู้ดีเกี่ยวกับตัวเขาไปซะทุกเรื่อง แต่ช้อนสแตนเลสที่ตักซุปสีแดงนั่นเข้ามาในปากก็เป็นตัวช่วยทำให้คนที่กำลังโวยวายนั้นเงียบลงไปได้แต่โดยดี จินยองส่งสายตายิ้มอ่อนโยนให้ภายใต้แว่นกรอบโตสีทองที่กำลังขึ้นฝ้ามัวเพราะไอร้อนจากซุปในหม้อ

รสชาติใช้ได้มั้ย ^^”

            นาย...นายรู้สูตรแม่ฉันได้ยังไง...”

นี่สูตรของแม่กงชานสินะ” จินยองหยิบสมุดโน้ตที่กระดาษค่อนข้างกรอบจนเหลืองออกมาจากในตู้เก็บภาชนะเครื่องครัวใช่อันเดียวกับที่ผมเห็นในโปรไฟล์ไอดีการ์ดกงชานหรือเปล่า?”

ฉันไม่เห็นจะเคยรู้มาก่อนเลยว่าในนั้นมันมีสูตรซุปกิมจิที่แม่ฉันซ่อนเอาไว้ด้วย -_-“ กงชานเม้มริมฝีปากลิ้มรสหยดน้ำซุปที่ติดอยู่แล้วเมื่อกี้ที่นายบอกว่าเห็นในโปรไฟล์ไอดีการ์ดฉันหมายความว่ายังไง”

ตอนที่กงชานตอบคำถามเพื่อให้ระบบทำการเลือกคัดสรรกาชาปองที่เหมาะสมที่สุดให้ตัวเอง มนุษย์โคลนนิ่งที่อยู่ในกาชาปองแคปซูลอย่างผมจะสามารถรับรู้ข้อมูลส่วนตัวของกงชานในไอดีการ์ดนั้นได้ เนื่องจากตอนนั้นในระบบของเราทำงานเพื่อเชื่อมโยงจับคู่นิสัยความชอบของกันและกันให้มีความคล้ายคลึงและเหมาะสมในการใช้ชีวิตคู่...”

จินยองหลบตาต่ำเพราะรู้สึกไม่มั่นใจเท่าไหร่นักว่าจะสามารถพูดคำนี้ออกมาได้เต็มปากเต็มคำมากแค่ไหน คำว่า ‘เหมาสม’ นั้น สำหรับกงชานเขาคงใช่สิ่งที่เหมาะสมในการใช้ชีวิตคู่เลยซักนิดเดียว กงชานเขามีคนอื่นในใจอยู่แล้ว ที่เรามีหน้าที่ทำใน 6 เดือนนับจากนี้ก็คือแค่ดูแลเขาให้ดีที่สุดแล้วรอให้เขาส่งเราคืนกลับเจ้าแคปซูลกาชาปองในร้าน และให้เขาไขกาชาปองได้ใบอื่นที่ไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดเหมือนอย่างเรา ก็เท่านั้นเอง...

อ้าว! จะเว้นวรรคให้ฉันลุ้นนานๆทำไม เกิดเด๊ดแอร์น็อคกลางอากาศขึ้นมาหรือไงนายเฉิ่ม! -*-” เสียงเล็กหากแต่เย็นยะเยียบทรงอำนาจเหมือนสามารถกุมทุกอย่างไว้อยู่หมัด และแรงตีจากมือนุ่มลงที่แขนเขาขากคนที่นั่งซดซุปกิมจิอย่างเผลอตัวช่วยทำให้จินยองย้ายสายตาตัวเองมาจ้องดวงตาดุหากแต่คมสวยตรงหน้าได้อีกครั้ง ดูเหมือนว่าเจ้าตัวกำลังดื่มด่ำกับรสชาติซุปกิมจิออร์แกนิคที่เขาทำจนลืมให้ความสนใจกับคำที่เขากำลังคิดมากในขณะนี้ไปซะสนิท

พอมัวแต่กินของอร่อยๆจนลืมนิสัยเย็นชาของตัวเองแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากเด็กคนหนึ่งเลยแฮะ กงชานนี่มีมุมน่ารักเหมือนกันนะ ^^

นายยิ้มอะไร ข้าวติดปากฉันงั้นเหรอ” ดวงตาสีดำกลมโตนั้นหยุดนิ่งมองตามใบหน้าเขาที่ยกยิ้มอย่างคลางแคลงใจก่อนจะใช้มือปัดเศษข้าวที่คิดว่าติดปากตัวเองออก จินยองหัวเราะชอบใจ

เปล่า ไม่มีอะไรติดหน้ากงชานหรอก”

งั้นก็เลิกยิ้มแบบนั้นได้แล้ว ยิ้มทีหนึ่งตาจะปิดหมดแบบนั้นยังจะยิ้มอยู่ได้” กงชานซดซุปกิมจิจนหมดถ้วยสรุปก็บอกมาซักทีสิว่าพอนายเห็นโปรไฟล์ไอดีการ์ดฉันแล้วยังไงต่อ!”

ก็...ในนั้นมันมีข้อมูลบอกไว้ด้วยว่าอาหารที่กงชานชอบมากที่สุดคือซุปกิมจิออร์แกนิค แต่ว่าต้องเป็นฝีมือของแม่ตัวเองเท่านั้นกงชานถึงจะยอมกิน แล้วพอดีว่าผมก็ดันมาเจอสูตรของแม่กงชานตอนเข้ามาทำอาหารในห้องนี้พอดี ก็เลยอยากทำให้กงชานลองชิมดู” จินยองยิ้มอย่างภาคภูมิใจขณะที่มองซุปในมือกงชานที่ตอนนี้เหลือแต่คราบกิมจิสีแดงอยู่ที่ถ้วยเท่านั้น คนหน้าหงิกก็ยิ่งหน้าหักมากกว่าเดิมก่อนจะดันถ้วยออกไปให้ไกลจากสายตาเพื่อปกปิดหลักฐาน

ทำเป็นรู้ดี”

สรุปมันคือสูตรแม่กงชานจริงๆใช่มั้ย”

ในโปรไฟล์ไอดีการ์ดมันไม่ได้ระบุไว้หรือไง นายก็เห็นไม่ใช่หรือไงว่าฉันกินแต่ฝีมือแม่เท่านั้น” กงชานชิคทำเป็นกอดอกเชิดหน้าไม่สนใจกับรสชาติของซุปที่อร่อยเหาะเมื่อกี้นี้

ไว้ว่างๆผมจะสอนกงชานให้ทำบ้าง เวลากงชานคิดถึงแม่จะได้ทำให้ตัวเองกินได้ไง”

นี่!! =*= มันจะล้ำเส้นกันเกินไปแล้วนะนายจินยอง”

โอ๊ะ กงชานยอมเรียกชื่อผมแล้ว ดีใจจัง ^^”

“....!!” มันใช่ประเด็นมั้ยเนี่ยอีตาเฉิ่มนี่ เขาเรียกว่าเผลอต่างหากล่ะไม่ใช่ยอม!!

กงชานเรียกชื่อผมแบบนี้บ่อยๆแทนคำว่าอีตาแว่นเฉิ่มก็ดีนะ ผมว่าดูน่าฟังกว่าคำเมื่อกี้เยอะเลย” ใบหน้าของจินยองขึ้นสีแดงเรื่อเล็กน้อยในขณะที่พูดแนะนำ กงชานตวัดดวงตาหนีพลางเชิดปลายคางขึ้น

ฝันไปเหอะ เรียกนายเฉิ่มก็ติดปากฉันดีอยู่แล้ว”

พูดแบบนี้ฟังแล้วไม่ค่อยน่ารักเลย”

นายคิดว่าฉันเป็นเด็กๆหรือไง! ฉันจะเรียกนายด้วยชื่อไหนมันก็เป็นสิทธิ์ของฉัน ฉันก็ไม่ได้อยากน่ารักในสายตานายอยู่แล้วด้วย” คนหน้าสวยขมวดคิ้วพันกันแน่นเป็นแค่นุษย์กาชาปองโคลนนิ่งแท้ๆ ทำมาเป็นรู้ดีสอนนู่นสอนนี่กับคนอื่นอยู่ได้ น่ารำคาญชะมัดเลยคนอย่างนายน่ะ ถ้าเป็นมนุษย์ใช้ชีวิตธรรมดาปกติคงจู้จี้น่าเบื่อเป็นบ้า”

“....” คราวนี้เป็นตาของจินยองที่นิ่งงันไปบ้าง กงชานลอบถอนหายใจอย่างหงุดหงิดตามอารมณ์คนขี้ฉุนเฉียวก่อนจะมาตระหนักได้ทีหลังว่าตัวเองพูดอะไรออกไปเมื่อครู่นี้

เอ่อ...ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเหยียดเรื่องที่นายไม่ได้เป็นมนุษย์แบบฉันนะนะ แค่รำคาญที่นาย...”

ถ้ากงชานเอาผมไปคืนที่ร้านแล้วไขเขาคนนั้นออกมาได้ กงชานจะพูดแบบนี้กับเขาแบบที่พูดกับผมหรือเปล่า”

“....นาย...นี่นายกล้าย้อนฉันงั้นเหรอ!”

ผมรู้ว่ากงชานคงไม่ทำเพราะเขาคือคนที่กงชานรัก คนที่รักกันก็คงไม่เลือกที่จะพูดถ้อยคำที่ทำร้ายจิตใจใส่อีกคน” คนร่างสูงใส่แว่นก้มหัวถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้ววางคลี่ไว้ตรงพนักพิงเก้าอี้สุญญากาศแต่ถ้าเป็นเขา...ผมไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ว่าเขาจะไม่โกรธกงชานแบบผมหรือเปล่า” นัยน์ตาสดใสของจินยองเริ่มอ่อนลงอีกครั้ง

เขาต้องไม่โกรธฉันอยู่แล้ว เพราะถ้าฉันไขเขาได้นั่นก็แปลว่าเราเหมาะสมที่จะเป็นแฟนใช้ชีวิตคู่กันไง ไม่เหมือนอย่างนายหรอกที่หล่นออกมาทั้งที่ฉันไม่ได้ต้องการ -*-”

“....”

เหมือนหมากฝรั่งที่มันอยู่ในตู้ไขไข่แบบในนิทานโลกคริสตศักราชที่แม่ฉันเล่าให้ฟังไง เด็กเล็กๆที่เขาไขไข่ในตู้เขาก็อยากได้แหวนไข่ทั้งนั้นแหละ แต่ถ้าเด็กคนไหนโชคร้ายก็จะได้หมากฝรั่งไปแทนแหวนของเล่นที่อยู่ในไข่ นายเองก็เป็นแบบนั้น เป็นหมากฝรั่งที่หล่นออกมาจากตู้ไขไข่”

“....”

แต่...ฉันก็คิดว่าอาจจะมีเด็กบางคนที่รสนิยมแปลกๆชอบเคี้ยวหมากฝรั่งเวลาที่ไขไข่จากตู้ก็ได้นะ เพียงแต่คนๆนั้นมันไม่ใช่ฉัน -_-;” กงชานเลือกที่จะพูดให้แรงลงเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาเศร้าๆของจินยองที่หลบลงกับโต๊ะกินข้าวอีกครั้ง มือขาวซีดของจินยองเลื่อนไปเก็บถ้วยซุปกิมจิของกงชานที่วางทิ้งไว้แทน

ผมรู้ กงชานวางใจเถอะ”

วางใจเรื่องอะไร”

ถ้ากงชานได้เจอคนที่กงชานรัก หรือไขกาชาปองได้มนุษย์โคลนนิ่งคนนั้นที่กงชานต้องการ ผมสัญญาว่าจะไม่รั้งกงชานไว้อีก”

“....” พอพูดแบบนี้แล้วเหมือนกับว่า...

เพียงแต่ตอนนี้ผมคงไม่สบายใจถ้าไม่ได้ทำหน้าที่ดูแลกงชานอย่างเต็มที่ตามพันธะสัญญาที่เซ็นในร้านบาน่ากาชาปอง เพราะงั้นกงชานอย่าเพิ่งรำคาญผมนักเลยนะ ถ้าผมจะคอยดูแลกงชานแบบนี้ไปก่อนจนกว่าจะครบ 6 เดือน”

“....” นายเฉิ่มนี่ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลยเหรอถ้าต้องปล่อยเราไปจริงๆ

ผมจะพยายามเป็นหมากฝรั่งที่ไม่ทำให้กงชานรู้สึกรำคาญหรืออึดอัด อาจจะตามติดชีวิตกงชานหรือถามอะไรซอกแซกไปบ้าง แต่มันก็เป็นเพราะหมากฝรั่งก้อนนั้นอาจจะอยากรู้ว่ากงชานชอบกินรสอะไร ชอบกลิ่นไหน มันจะได้ปรับตัวได้ถูกก็เท่านั้นเอง”

พูดอะไรซับซ้อนวุ่นวาย” กงชานรีบโพล่งขึ้นตัดบทเพราะไม่อยากจะมองหน้าจินยองที่หงอยลงไปถนัดตาหากเปรียบเทียบกับก่อนหน้านี้นายก็รู้แล้วนี่ตอนนี้ว่าฉันชอบกินรสอะไร กลิ่นแบบไหน”

“O_O”

ไม่ใช่หรือไงล่ะ -_-//”

งั้นก็แสดงว่าผมมาถูกทางแล้วใช่หรือเปล่า”

ก็ไม่ได้ตรงเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้ผิด” คนหน้างอตอบอย่าไว้ลายแต่ก็อย่าให้หมากฝรั่งนั่นปรับตัวมากจนล้ำเส้นธรรมชาติตัวเองจนอยากเป็นแหวนไข่ก็แล้วกัน ฉันขอเตือนไว้ก่อน” กงชานชี้นิ้วพลางเลื่อนสายตาไปมองมือของจินยองที่ถือชามตัวเองไว้

นายจะเอาชามนั่นไปไหน”

ผมจะเอาไปทำความสะอาดเข้าเครื่องสแกนเลเซอร์โมเลกุลเศษอาหาร เห็นกงชานกินเสร็จตั้งนานแล้ว” จินยองตอบพลางคลี่ยิ้มจนตาหยีเพียงเพราะได้รับคำพูดดีๆไม่กี่ประโยคจากคนตรงหน้า

ทำเป็นรู้ดีอีกแล้ว ฉันกินเองก็ทำความสะอาดเองได้น่า” กงชานย่นจมูกพลางดึงถ้วยนั้นกลับมา จินยองเอียงคอมองด้วยความสงสัย

งั้นทำไมกงชานไม่เก็บเลยล่ะ”

ฉันจะเก็บตอนไหนมันก็ไม่ใช่เรื่องของนาย ฉันเก็บของฉันเองได้นายจะไปไหนก็ไปเถอะ ที่นอนนายฉันก็เตรียมไว้ให้แล้วขึ้นลิฟต์บ้านไปเลี้ยวซ้ายห้องที่สองก็เจอ -^-” กงชานรีบไล่พลางเหล่สายตาไปที่หม้อต้มซุปอย่างมีพิรุธ ทำเอาจินยองที่เกาหัวแกรกๆเพราะความงงแอบดันแว่นขึ้นแล้วเหล่ตามองตามอย่างวิเคราะห์

หรือว่ากงชานยังไม่อิ่มงั้นเหรอ อยากตักเพิ่มอีกหรือเปล่าเดี๋ยวผมไปทำเพิ่มให้ ^_^”

คระ..ใครบอกว่าฉันยังไม่อิ่มกัน! -*-”

ถ้าไม่อิ่มก็ไม่เห็นต้องโวยวายเสียงดังเลยนี่กงชาน บอกผมว่าไม่อิ่มผมก็เต็มใจทำให้กงชานกินอยู่ดีนะ” จินยองไม่สนใจฟังเสียงคนที่นั่งร่วมโต๊ะซึ่งกำลังกัดฟันกรอดๆแล้วยึดถ้วยนั้นมาตักซุปกิมจิออร์แกนิคเพิ่มให้คนฟอร์มจัดอีกหนึ่งชาม โดยmujไม่รู้เลยว่านั่นยิ่งส่งผลให้อีกฝ่ายหัวเสียมากขึ้น

บอกว่าอย่ามายุ่งไง ไม่ต้องมาทำเป็นรู้ดีเรื่องตัวฉันด้วย! ไม่อย่างนั้นตลอด 6 เดือนนับจากนี้อย่าหวังเลยว่าฉันจะคุยกับนาย!”

โอเคๆ ผมไม่ยุ่งแล้วก็ได้” จินยองวางทัพพีลงกับหม้อแล้วชูสองมือขึ้นอย่างยอมแพ้แต่ถ้ากงชานยังไม่อิ่ม ยังมีซุปอยู่ในหม้ออีกเพียบเลยนะ”

ฉันไม่สน”

งั้นผมไปอาบน้ำนอนก็ได้ กงชานบอกว่าห้องผมอยู่ชั้นสองห้องที่สองทางซ้ายมือใช่มั้ย”

อืม” แม้แต่ตอนตอบอีกคนก็ไม่แม้แต่จะหันมาสบตาเขา จินยองเข้าใจได้ทันทีว่ากงชานคงต้องการพื้นที่ส่วนตัวในเวลานี้

แล้วก็...ขอบคุณที่ให้ผมได้ดูแลกงชานในวันนี้นะ”

“...”

ผมสัญญาว่าจะพยายามเป็นหมากฝรั่งในตู้ไขไข่ที่ดีของกงชาน”

“...” เสียงทุ้มน่าฟังที่พูดประโยคนั้นจนจบเบาลงไปพร้อมกับเสียงประตูเลื่อนอัตโนมัติในห้องครัวที่ปิดลงตามกลไกของมันปกติ บ่งบอกได้ว่าอีกคนหนึ่งคงออกไปจากห้องตามที่พูดแล้ว ดวงตาที่มีแววตาเย่อหยิ่งนั้นจึงค่อยๆหันมามองซุปกิมจิอุ่นๆที่อยู่ในหม้ออย่างไว้เชิง ก่อนจะใช้ทัพพีตักน้ำซุปและผักกาดดองหอมฉุยน่ากินนั้นขึ้นมาใส่ถ้วยตัวเองอย่างที่อีกคนเคยจะทำให้เมื่อกี้ แต่กลับถูกเขาปฏิเสธตวาดแว้ดใส่ไปเสียก่อน

ทำมาเป็นรู้ดี....คิดว่าทำซุปกิมจิรสชาติเหมือนแม่ฉันได้แล้วฉันจะรักเมตตานายมากขึ้นงั้นเหรอ บอกเลยว่าไม่มีวัน!!


บ้านกงชานน่าอยู่ดี” คนที่เข้ามาใหม่ยิ้มตาหยีอย่างคนที่มองโลกในแง่ดีขณะที่เอ่ยปากชม ต่างจากสีหน้าเจ้าของบ้านที่กำลังคว่ำเป็นปลาทูดูไม่ได้ปลาบปลื้มกับคำชมที่ว่านั่นเท่าไหร่

นายมีโอกาสได้อยู่ที่นี่ 6 เดือนแค่นั้นแหละ”

“...แต่..โอกาสของผมอาจจะมีมากขึ้นก็ได้ถ้า...”

นี่ ฟังฉันให้ดีนะ” กงชานสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วหันมาพูดกับจินยองที่สายตาสลดลงด้วยน้ำเสียงจริงจังไม่มีวันที่โอกาสของนายจะเพิ่มมากขึ้น เข้าใจที่ฉันพูดมั้ย”

“...”

ที่ฉันยอมเอานายมาไว้ที่บ้าน ยอมรับนายออกมาจากร้านก็เพื่อทำตามข้อตกลงในสัญญาบ้าๆนั่นตามกฎหมายแล้วรอเวลา 6 เดือนให้มันรีบๆผ่านไป พอถึงเวลาที่สัญญานั่นหมดเมื่อไหร่ฉันก็จะเอานายกลับไปไว้ที่ร้านพี่ชินอูเหมือนเดิม รอให้คนอื่นที่เขาเหมาะสมกับนายมารับนายไปเป็นแฟน”

แต่...กงชานไขผมออกมา ผมคิดว่ากงชานจะ...”

นายเป็นแค่ความผิดพลาดที่ฉันไม่ได้ตั้งใจอยากให้มันเกิดขึ้น เข้าใจแค่นี้ก็น่าจะพอ”

“....” สีหน้าแววตาของจินยองที่เคยร่าเริงก่อนที่จะเดินเข้ามาในบ้านถอดสีลงอย่างชัดเจน ดวงตายาวเรียวที่เคยสดใสอยู่ก่อนหน้านี้อ่อนแสงลงก่อนจะหลุบต่ำเพื่อซ่อนความเศร้าภายใต้คำพูดของอีกคนที่กรีดแทงใจเขาเอาไว้

เราเป็นแค่ความผิดพลาดที่เขาไม่ได้ตั้งใจอยากจะให้มันออกมาเป็นแบบนี้สินะ....

เขาไม่ได้ต้องการเรา ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นแค่ความผิดพลาดที่เขาพร้อมจะผลักเราออกไปจากชีวิตเมื่อไหร่ก็ได้ตามที่เขาต้องการเมื่อถึงเวลาหมดสัญญา...

กงชาน...มีคนในใจอยู่แล้วเหรอ” เป็นครั้งแรกที่ร่างสูงผอมๆเก้กังนั่นเป็นคนตั้งคำถามก่อน

อืม” ร่างบางพยักหน้าก่อนจะถอดกระเป๋าสะพายสายยาวออกจากข้างลำตัวแล้วเหวี่ยงมันลงไปบนโซฟาใกล้ๆ

“...เขา....หล่อมั้ย หน้าตาดีหรือเปล่า” ทุกคำพูดที่จินยองพูดออกมาจากปากนั้น เขาแทบจะไม่กล้าสบสายตาตัวเองกับกงชานในตอนนี้เลยซักประโยคเดียว

ดีกว่านาย” กงชานว่าง่ายๆแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวนั้นตามกระเป๋าใบเล็กที่ตัวเองเพิ่งโยนพ้นตัวไป จินยองยังคงกะพริบตาปริบๆเพราะไม่รู้ว่าตัวเองควรจะเอาตัวเองไปไว้ในจุดไหนดี

เป็นมนุษย์จริงๆหรือว่าเป็นเหมือนผม”

เป็นเหมือนกับนาย” คนสวยเม้มริมฝีปากอย่างชั่งใจก่อนจะตอบแล้วก็ตัดสินใจตอบไปตรงๆ ในเมื่อไหนๆก็ไหนๆแล้วนายเฉิ่มนี่รู้สถานะตัวเองในตอนนี้ได้มันก็เป็นเรื่องดี จะได้ไม่ต้องประมาณตัวเองตั้งความหวังเอาไว้สูง

กงชานคงจะ...เฝ้ามองเขามาหลายปีแล้วสินะ”

นายนี่ยุ่งเกินไปแล้วนะ! -*-” กงชานหันไปดุด้วยเสียงที่ดังขึ้นเพราะความรำคาญ “แฟนก็ไม่ใช่ถามอะไรซอกแซกจริง”

ผมขอโทษ...” จินยองก้มหน้าเอ่ยเสียงหงอย “แล้วกงชานอยากให้ผมเป็นอะไรตอนที่เรา...ยังค้างอยู่ในสถานะแบบนี้”

“....” อาจเป็นคำถามที่ฟังดูแปลก แต่กงชานก็เข้าใจได้ทันทีว่าการค้างอยู่ในสถานะแบบนี้ในความหมายของจินยองนั้นหมายความว่ายังไง ปกติสัญญานั้นที่เซ็นไปจะระบุไว้ชัดเจนว่ามนุษย์โคลนนิ่งและบุคคลที่ไขกาชาปองแคปซูลออกมานั้นจะต้องตกลงเซ็นสัญญาเป็นแฟนคบหาดูใจกันเป็นเวลา 6 เดือนเต็มในทางนิตินัย แต่ในทางพฤตินัยนั้นก็เป็นอีกเรื่อง เชื่อว่ามีคู่รักคนกับมนุษย์โคลนนิ่งจำนวนไม่น้อยที่แม้จะเซ็นสัญญาตกลงเป็นแฟนกันในระยะเวลา 6 เดือนเรียบร้อยเสร็จสรรพแล้ว แต่ในทางพฤตินัยก็เลือกที่จะปฏิบัติตัวไม่เหมือนกับคนที่รักกัน

เรื่องของความรู้สึกและหัวใจมันมักจะซับซ้อน ก็เลยจำเป็นที่จะต้องแหกกฎอยู่เสมอแบบนี้แหละ....

ไม่รู้สิ” เป็นเสียงของกงชานที่แผ่วลงซะเอง คิ้วสวยขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างหนักใจ

ไม่เป็นไร...”

นายเลิกทำเสียงเศร้าเหมือนผู้ชายหงอยๆทำตัวดราม่าเศร้าๆอยู่ตลอดเวลาได้มั้ย ฉันเห็นแล้วมันขัดลูกตาชะมัด -*-” ร่างบางที่นอนเอนตัวอยู่บนโซฟาสุญญากาศทรงพระจันทร์เสี้ยวกลางห้องนั่งเล่นถึงกับพลิกตัวหมุนโซฟาหันมาว่าเขาอีกครั้ง จินยองเงยหน้าขึ้นจากพื้นก่อนจะดันแว่นขึ้นให้อยู่ในระดับสายตาแล้วยิ้มแหยๆ

มันเป็นบุคลิกโดยธรรมชาติของผม แต่ถ้ากงชานไม่ชอบผมจะพยายามแก้นะ ^^;;”

ถ้าจะแก้ให้ฉันรู้สึกชอบนายคงจะต้องแก้หมดทั้งตัวตั้งแต่ปลายผมจรดเล็บเท้านั่นแหละ ซึ่งฉันก็ไม่ได้มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องไปชอบนาย ทำไปก็เสียเวลาเปล่าประโยชน์” มือเรียวยกขึ้นโบกกลางอากาศสี่สิบห้าองศา ก่อนที่จอฉายทีวีโฮโลแกรมในห้องนั่งเล่นจะเริ่มระบบการทำงานอัตโนมัติ จินยองมองสิ่งนั้นอย่างจดจำก่อนจะหันมาตอบที่กงชานพูดเพื่อไม่ให้ขาดช่วง

อย่างน้อยกงชานจะได้ไม่ต้องรำคาญลูกตาเวลามองผมไง”

นี่ไง นายเถียงยอกย้อนฉันทุกเรื่องและนั่นเป็นหนึ่งในร้อยล้านข้อเสียในตัวนายที่ฉันไม่มีวันชอบ!” กงชานชิคเบ้ปากไม่ได้สนใจฟังเสียงนักข่าวที่รายงานข่าวอยู่บนจอโฮโลแกรมเลยแม้แต่นิดเดียว เหมือนเจ้าตัวตั้งใจจะเปิดเพื่อให้รู้สึกว่าห้องนั่งเล่นที่อยู่นี้ไม่เงียบจนอึดอัดไปแค่นั้น...

กงชานไม่ชอบให้คนขัดความคิดตัวเองใช่มั้ย”

ใช่ อันที่จริงฉันเกลียดเลยแหละ -_-”

แล้วก็ไม่ชอบให้คนทำเสียงหงอยใส่”

จริงๆแล้วนายควรใช้คำว่ารำคาญมากกว่า”

“รวมถึงไม่ชอบให้ใครมาถามอะไรเยอะๆเพราะเหมือนเป็นการเซ้าซี้ด้วย”

และมันเป็นสิ่งที่นายกำลังทำกับฉันอยู่ในตอนนี้ -_-* เงียบซักทีเถอะ ฉันจะดูข่าว” โครงหน้าสวยสะบัดพรืดหันไปทางหน้าจออย่างไม่ใยดี จินยองเอียงคออย่างพินิจวิเคราะห์

กงชานไม่ได้ดูซักหน่อย แค่รำคาญเสียงผมเฉยๆก็เลยอยากตัดบทให้มันจบๆไป (‘ ‘)”

เออ!!! จะเหตุผลไหนนายไม่ต้องพูดเลยนั่นแหละดีที่สุด! =*=” เสียงหวานเย็นเยียบหากแต่กระฟัดกระเฟียดและสายตาเหวี่ยงๆถูกส่งมาที่ชายหนุ่มอีกระลอกเป็นครั้งที่นับไม่ถ้วนตังแต่เหยียบเข้ามาในบ้านหลังนี้

กงชานจะลองอ่านคู่มือของผมฆ่าเวลาไปก่อนมั้ย”

ฉันไม่ได้อยารู้เรื่องราวในชีวิตนาย! เพราะฉันปักใจไม่ชอบนายตั้งแต่แรกเห็นตั้งแต่นายลุกออกมาจากกาชาปองบ้าๆนั่นแล้วไม่ใช่บาโรอย่างที่ฉันหวังแล้ว เชิญนายอยู่คนเดียวใช้ชีวิตให้หงอยเหงาเหมือนต้นกระบองเพชรในทะเลทรายแห้งๆไปเถอะ!!”

“...”

กงชานถอนหายใจเป็นครั้งสุดท้ายด้วยอารมณ์โมโหก่อนจะหันหน้าเบนสายตาไปทางจอทีวีโฮโลแกรมที่ไม่ได้ตั้งใจดูแก้ขัดต่อไป นานเท่าไหร่ไม่รู้ที่เจ้าของบ้านรู้สึกว่าเสียงทุ้มของบุคคลหน้าใหม่ในบ้านเงียบหายไปนานพอสมควร ดวงตาสวยจึงตวัดหันมาสำรวจห้องนั่งเล่นตัวเองโดยละเอียดอีกรอบ แล้วพบว่าจินยองไม่ได้ยืนอยู่ตรงที่เดิมแล้ว

หายไปไหนของอีตาเฉิ่มนั่นอีกเนี่ย!

นี่...!” กงชานลองกวาดสายตาเรียกหาอีกคนอีกรอบ แต่ก็ไม่พบร่องรอยหรือวี่แววว่าอีกคนจะไปไหนได้ นอกเสียจาก....

ฟุดฟิดๆ~~

นั่นกลิ่นอะไรน่ะ?” กลิ่นหอมคล้ายซุปกิมจิออร์แกนิคที่โชยมาทางอีกฝั่งหนึ่งของบ้านทำให้กงชานรีบสาวเท้ายาวๆอย่างเร่งรีบหาต้นตอที่มาของกลิ่นหอมที่ว่านั่นก่อนจะกดรหัสประตูอย่างเร่งรีบเข้ามาในห้อง เตรียมพร้อมจะหาเรื่องซัดใส่อีกคนทันที หากแต่พอเข้าไปแล้วสภาพห้องครัวที่ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย ข้าวของใช้และเครื่องครัวที่แยกประเภทจัดเป็นหมวดหมู่ได้อย่างชัดเจน และพื้นที่สะอาดสะอ้านหายเหนียวเหนอะหนะเวลาเดินตรงหน้าก็ทำให้ความคิดที่จะว่าอีกฝ่ายชั่ววูบนั้นหายวับไปชั่วขณะในพริบตา

นายเข้ามายุ่งอะไรกับห้องครัวฉัน”

อ่า...ห้องครัวจริงๆด้วยสินะ ตอนแรกผมคิดว่าห้องนี้เป็นห้องเก็บของซะอีก เห็นมีอะไรต่ออะไรก็ไม่รู้วางกองไปทั่วเลย (‘ ^ ‘)” ท่าทางจินยองที่พูดกับตัวเองซื่อๆในขณะที่คนซุปสีแดงในหม้อไปด้วยอย่างใจเย็นทำให้กงชานถึงกับฟันกรอดๆ

นายนี่มัน...-*- มารยาทมีบ้างมั้ยเนี่ย เที่ยวเดินร่อนไปร่อนมาในบ้านคนอื่นตามใจชอบแบบนี้ไม่อายบ้างหรือไง”

อ้อ ผมเจอถุงเท้าซ่อนอยู่ในตู้ชั้นเก็บจานด้วย กงชานวางไว้แบบนี้ไม่มีซานต้าที่ไหนหาเจอแล้วเอาของขวัญมาใส่ให้หรอก”

นายกำลังทำให้บ้านฉันเหม็นไปหมดเพราะกลิ่นซุปน่าเกลียดๆนั่น!” คนหน้ามุ่ยประกาศกร้าวบ้านทั้งบ้านฉันโดนกลิ่นซุปนายกลบเหม็นไปหมดอย่างกับโดนกิมจิท่วมทั้งบ้านรู้ไว้ด้วย”

ผมว่าผมก็ทำตามสูตรเป๊ะๆนะ...ไม่เหม็นซักหน่อย”

นี่นายกล้าเถียงฉันเหรอ!!”

ไม่เหม็นแน่นอน ตอนนี้ผมยังได้กลิ่นน้ำหอมกงชานลอยฟุ้งในห้องอยู่เลย จะเหม็นได้ยังไง^^” จินยองว่าอย่างใจเย็นพลางยิ้มให้เล่นเอาคนที่ถูกพาดพิงถึงกับกลืนคำพูดที่จะด่าหาเรื่องต่อไปเข้าปากอย่างเถียงไม่ออก พร้อมกับสูดจมูกฟุดฟิดดมกลิ่นตัวเองเพื่อเช็คความแน่ใจ

นายมัน...อีตาแว่นโรคจิต -*-”

กงชานไม่เคยทำอาหารในห้องนี้เลยเหรอ ผมเห็นมีอาหารอัดก๊าซตุนไว้เต็มตู้เลย” จินยองถามโดยไม่สนใจในเสียงว่าครหาเขาในทางที่ไม่ดีอุบอิบๆจากปากอีกคนเท่าไหร่ ในยุคสมัยของโลกอนาคตที่คนเริ่มเรียนรู้ว่าการกินอาหารแช่แข็งและผ่านกระบวนการอุ่นด้วยไมโครเวฟนั้นไม่ดีต่อสุขภาพ จึงเริ่มมีการคิดค้นนวัตกรรมอาหารอัดก๊าซเพื่อรักษาสภาพอาหารให้คงอยู่ไว้ไม่ให้เน่าเสีย โดยที่ไม่ต้องแช่แข็งในตู้เย็นและเอาไปอุ่นไมโครเวฟให้ยุ่งยากและเป็นอันตรายแก่ร่างกายต่อไป คล้ายกับคงสภาพบางสิ่งไว้ในสุญญากาศตลอดเวลาจนกว่าจะถูกแกะหรือเปิดออกมา

เพราะแบบนั้นการทำอาหารสดๆจากเตาจึงไม่ใช่เรื่องจำเป็นในกิจวัตรประจำวันมนุษย์อีกต่อไป ในห้องครัวบางบ้านถึงกับไม่เคยซื้อเครื่องใช้ในครัวอะไรเข้าบ้านมาเลยด้วยซ้ำ จะหาเตาแก๊สทำอาหารยังแทบจะหาแบบพลิกแผ่นดินนับบ้านได้ที่จะเก็บเอาไว้ แต่ในบ้านของกงชานกลับมีสิ่งที่ว่านั่นทั้งๆที่เจ้าตัวไม่เคยใช้หรือแตะมันเลยซักครั้ง นับว่าเป็นเรื่องที่น่าแปลก...

นายหลุดมาจากแคปซูลหรือยุคคริสต์ศักราชกันแน่ ไม่มีใครที่ไหนเขาเสียเวลาทำอาหารกันแล้ว =_=”

กินของร้อนๆมันให้ความรู้สึกอบอุ่นกับร่างกายดีกว่านี่นา ช่วงนี้หน้าฝนด้วยกงชานควรจะกินอะไรร้อนๆให้เยอะๆนะ กงชานลองชิมดูสิ” จินยองเชื้อเชิญขณะที่กำลังใช้จวักตักซุปขึ้นมาจรดริมฝีปากตัวเอง

ไม่ล่ะ ฉันไม่ค่อยชอบกินของร้อน”

ขี้เกียจเป่าเหรอ O_O”

จะเหตุผลไหนมันก็เรื่องของฉันน่า! ฉันชอบอาหารสุญญากาศมากกว่าซุปเหม็นๆของนายตั้งเยอะ” กงชานชิคแปะก้นตัวเองลงกับเก้าอี้สีขาวลอยฟ้าที่ใช้ประจุอิเล็กตรอนผลักจากบนพื้นให้ลอยโดยไม่ต้องมีขาตั้ง ก่อนจะหยิบคิมบับสุญญากาศถุงหนึ่งจากตู้ออกมาแกะเตรียมจะกิน

ผมเป่าให้แล้ว กินซุปนี่เถอะ” มือซีดๆที่ใหญ่กว่าเขี่ยคิมบับของเขาไปอีกฝั่งแล้วตั้งซุปตัวเองวางตรงหน้าแทน คิ้วของกงชานแทบจะผูกกันเป็นโบว์เมื่อโดนขัดใจมากๆเข้า

อะไรของนายเนี่ย! ก็บอกว่าฉันไม่ชอบ”

เสียงกงชานขึ้นจมูกแล้ว พรุ่งนี้ได้เป็นหวัดเพราะตากฝนก่อนไปร้านวันนี้แน่ๆเลย” จินยองยังคงคอนเซปต์เดิมที่ไม่สนใจเสียงบ่นงุ้งงิ้งของอีกคนตามเคยคิมบับสุญญากาศช่วยแก้หวัดไม่ได้หรอก”

งั้นฉันจะไปกินยาแทน หลบ!”

กงชานก็แค่ไม่อยากกินของที่ผมทำ ทั้งๆที่ตัวเองก็ชอบกินซุปกิมจิแท้ๆเลยยังจะดื้ออีก”

“...!! ดะ..ดื้อ?? นี่นายกล้าใช้คำเลี่ยนๆแบบนี้กับฉันได้ไงฮะ!! อุ๊บ!” คนขี้หงุดหงิดแทบจะตบโต๊ะดีดตัวออกจากเก้าอี้ด้วยความโมโหที่อีกคนทำเป็นรู้ดีเกี่ยวกับตัวเขาไปซะทุกเรื่อง แต่ช้อนสแตนเลสที่ตักซุปสีแดงนั่นเข้ามาในปากก็เป็นตัวช่วยทำให้คนที่กำลังโวยวายนั้นเงียบลงไปได้แต่โดยดี จินยองส่งสายตายิ้มอ่อนโยนให้ภายใต้แว่นกรอบโตสีทองที่กำลังขึ้นฝ้ามัวเพราะไอร้อนจากซุปในหม้อ

รสชาติใช้ได้มั้ย ^^”

            นาย...นายรู้สูตรแม่ฉันได้ยังไง...”

นี่สูตรของแม่กงชานสินะ” จินยองหยิบสมุดโน้ตที่กระดาษค่อนข้างกรอบจนเหลืองออกมาจากในตู้เก็บภาชนะเครื่องครัวใช่อันเดียวกับที่ผมเห็นในโปรไฟล์ไอดีการ์ดกงชานหรือเปล่า?”

ฉันไม่เห็นจะเคยรู้มาก่อนเลยว่าในนั้นมันมีสูตรซุปกิมจิที่แม่ฉันซ่อนเอาไว้ด้วย -_-“ กงชานเม้มริมฝีปากลิ้มรสหยดน้ำซุปที่ติดอยู่แล้วเมื่อกี้ที่นายบอกว่าเห็นในโปรไฟล์ไอดีการ์ดฉันหมายความว่ายังไง”

ตอนที่กงชานตอบคำถามเพื่อให้ระบบทำการเลือกคัดสรรกาชาปองที่เหมาะสมที่สุดให้ตัวเอง มนุษย์โคลนนิ่งที่อยู่ในกาชาปองแคปซูลอย่างผมจะสามารถรับรู้ข้อมูลส่วนตัวของกงชานในไอดีการ์ดนั้นได้ เนื่องจากตอนนั้นในระบบของเราทำงานเพื่อเชื่อมโยงจับคู่นิสัยความชอบของกันและกันให้มีความคล้ายคลึงและเหมาะสมในการใช้ชีวิตคู่...”

จินยองหลบตาต่ำเพราะรู้สึกไม่มั่นใจเท่าไหร่นักว่าจะสามารถพูดคำนี้ออกมาได้เต็มปากเต็มคำมากแค่ไหน คำว่า ‘เหมาสม’ นั้น สำหรับกงชานเขาคงใช่สิ่งที่เหมาะสมในการใช้ชีวิตคู่เลยซักนิดเดียว กงชานเขามีคนอื่นในใจอยู่แล้ว ที่เรามีหน้าที่ทำใน 6 เดือนนับจากนี้ก็คือแค่ดูแลเขาให้ดีที่สุดแล้วรอให้เขาส่งเราคืนกลับเจ้าแคปซูลกาชาปองในร้าน และให้เขาไขกาชาปองได้ใบอื่นที่ไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดเหมือนอย่างเรา ก็เท่านั้นเอง...

อ้าว! จะเว้นวรรคให้ฉันลุ้นนานๆทำไม เกิดเด๊ดแอร์น็อคกลางอากาศขึ้นมาหรือไงนายเฉิ่ม! -*-” เสียงเล็กหากแต่เย็นยะเยียบทรงอำนาจเหมือนสามารถกุมทุกอย่างไว้อยู่หมัด และแรงตีจากมือนุ่มลงที่แขนเขาขากคนที่นั่งซดซุปกิมจิอย่างเผลอตัวช่วยทำให้จินยองย้ายสายตาตัวเองมาจ้องดวงตาดุหากแต่คมสวยตรงหน้าได้อีกครั้ง ดูเหมือนว่าเจ้าตัวกำลังดื่มด่ำกับรสชาติซุปกิมจิออร์แกนิคที่เขาทำจนลืมให้ความสนใจกับคำที่เขากำลังคิดมากในขณะนี้ไปซะสนิท

พอมัวแต่กินของอร่อยๆจนลืมนิสัยเย็นชาของตัวเองแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากเด็กคนหนึ่งเลยแฮะ กงชานนี่มีมุมน่ารักเหมือนกันนะ ^^

นายยิ้มอะไร ข้าวติดปากฉันงั้นเหรอ” ดวงตาสีดำกลมโตนั้นหยุดนิ่งมองตามใบหน้าเขาที่ยกยิ้มอย่างคลางแคลงใจก่อนจะใช้มือปัดเศษข้าวที่คิดว่าติดปากตัวเองออก จินยองหัวเราะชอบใจ

เปล่า ไม่มีอะไรติดหน้ากงชานหรอก”

งั้นก็เลิกยิ้มแบบนั้นได้แล้ว ยิ้มทีหนึ่งตาจะปิดหมดแบบนั้นยังจะยิ้มอยู่ได้” กงชานซดซุปกิมจิจนหมดถ้วยสรุปก็บอกมาซักทีสิว่าพอนายเห็นโปรไฟล์ไอดีการ์ดฉันแล้วยังไงต่อ!”

ก็...ในนั้นมันมีข้อมูลบอกไว้ด้วยว่าอาหารที่กงชานชอบมากที่สุดคือซุปกิมจิออร์แกนิค แต่ว่าต้องเป็นฝีมือของแม่ตัวเองเท่านั้นกงชานถึงจะยอมกิน แล้วพอดีว่าผมก็ดันมาเจอสูตรของแม่กงชานตอนเข้ามาทำอาหารในห้องนี้พอดี ก็เลยอยากทำให้กงชานลองชิมดู” จินยองยิ้มอย่างภาคภูมิใจขณะที่มองซุปในมือกงชานที่ตอนนี้เหลือแต่คราบกิมจิสีแดงอยู่ที่ถ้วยเท่านั้น คนหน้าหงิกก็ยิ่งหน้าหักมากกว่าเดิมก่อนจะดันถ้วยออกไปให้ไกลจากสายตาเพื่อปกปิดหลักฐาน

ทำเป็นรู้ดี”

สรุปมันคือสูตรแม่กงชานจริงๆใช่มั้ย”

ในโปรไฟล์ไอดีการ์ดมันไม่ได้ระบุไว้หรือไง นายก็เห็นไม่ใช่หรือไงว่าฉันกินแต่ฝีมือแม่เท่านั้น” กงชานชิคทำเป็นกอดอกเชิดหน้าไม่สนใจกับรสชาติของซุปที่อร่อยเหาะเมื่อกี้นี้

ไว้ว่างๆผมจะสอนกงชานให้ทำบ้าง เวลากงชานคิดถึงแม่จะได้ทำให้ตัวเองกินได้ไง”

นี่!! =*= มันจะล้ำเส้นกันเกินไปแล้วนะนายจินยอง”

โอ๊ะ กงชานยอมเรียกชื่อผมแล้ว ดีใจจัง ^^”

“....!!” มันใช่ประเด็นมั้ยเนี่ยอีตาเฉิ่มนี่ เขาเรียกว่าเผลอต่างหากล่ะไม่ใช่ยอม!!

กงชานเรียกชื่อผมแบบนี้บ่อยๆแทนคำว่าอีตาแว่นเฉิ่มก็ดีนะ ผมว่าดูน่าฟังกว่าคำเมื่อกี้เยอะเลย” ใบหน้าของจินยองขึ้นสีแดงเรื่อเล็กน้อยในขณะที่พูดแนะนำ กงชานตวัดดวงตาหนีพลางเชิดปลายคางขึ้น

ฝันไปเหอะ เรียกนายเฉิ่มก็ติดปากฉันดีอยู่แล้ว”

พูดแบบนี้ฟังแล้วไม่ค่อยน่ารักเลย”

นายคิดว่าฉันเป็นเด็กๆหรือไง! ฉันจะเรียกนายด้วยชื่อไหนมันก็เป็นสิทธิ์ของฉัน ฉันก็ไม่ได้อยากน่ารักในสายตานายอยู่แล้วด้วย” คนหน้าสวยขมวดคิ้วพันกันแน่นเป็นแค่นุษย์กาชาปองโคลนนิ่งแท้ๆ ทำมาเป็นรู้ดีสอนนู่นสอนนี่กับคนอื่นอยู่ได้ น่ารำคาญชะมัดเลยคนอย่างนายน่ะ ถ้าเป็นมนุษย์ใช้ชีวิตธรรมดาปกติคงจู้จี้น่าเบื่อเป็นบ้า”

“....” คราวนี้เป็นตาของจินยองที่นิ่งงันไปบ้าง กงชานลอบถอนหายใจอย่างหงุดหงิดตามอารมณ์คนขี้ฉุนเฉียวก่อนจะมาตระหนักได้ทีหลังว่าตัวเองพูดอะไรออกไปเมื่อครู่นี้

เอ่อ...ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเหยียดเรื่องที่นายไม่ได้เป็นมนุษย์แบบฉันนะนะ แค่รำคาญที่นาย...”

ถ้ากงชานเอาผมไปคืนที่ร้านแล้วไขเขาคนนั้นออกมาได้ กงชานจะพูดแบบนี้กับเขาแบบที่พูดกับผมหรือเปล่า”

“....นาย...นี่นายกล้าย้อนฉันงั้นเหรอ!”

ผมรู้ว่ากงชานคงไม่ทำเพราะเขาคือคนที่กงชานรัก คนที่รักกันก็คงไม่เลือกที่จะพูดถ้อยคำที่ทำร้ายจิตใจใส่อีกคน” คนร่างสูงใส่แว่นก้มหัวถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้ววางคลี่ไว้ตรงพนักพิงเก้าอี้สุญญากาศแต่ถ้าเป็นเขา...ผมไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ว่าเขาจะไม่โกรธกงชานแบบผมหรือเปล่า” นัยน์ตาสดใสของจินยองเริ่มอ่อนลงอีกครั้ง

เขาต้องไม่โกรธฉันอยู่แล้ว เพราะถ้าฉันไขเขาได้นั่นก็แปลว่าเราเหมาะสมที่จะเป็นแฟนใช้ชีวิตคู่กันไง ไม่เหมือนอย่างนายหรอกที่หล่นออกมาทั้งที่ฉันไม่ได้ต้องการ -*-”

“....”

เหมือนหมากฝรั่งที่มันอยู่ในตู้ไขไข่แบบในนิทานโลกคริสตศักราชที่แม่ฉันเล่าให้ฟังไง เด็กเล็กๆที่เขาไขไข่ในตู้เขาก็อยากได้แหวนไข่ทั้งนั้นแหละ แต่ถ้าเด็กคนไหนโชคร้ายก็จะได้หมากฝรั่งไปแทนแหวนของเล่นที่อยู่ในไข่ นายเองก็เป็นแบบนั้น เป็นหมากฝรั่งที่หล่นออกมาจากตู้ไขไข่”

“....”

แต่...ฉันก็คิดว่าอาจจะมีเด็กบางคนที่รสนิยมแปลกๆชอบเคี้ยวหมากฝรั่งเวลาที่ไขไข่จากตู้ก็ได้นะ เพียงแต่คนๆนั้นมันไม่ใช่ฉัน -_-;” กงชานเลือกที่จะพูดให้แรงลงเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาเศร้าๆของจินยองที่หลบลงกับโต๊ะกินข้าวอีกครั้ง มือขาวซีดของจินยองเลื่อนไปเก็บถ้วยซุปกิมจิของกงชานที่วางทิ้งไว้แทน

ผมรู้ กงชานวางใจเถอะ”

วางใจเรื่องอะไร”

ถ้ากงชานได้เจอคนที่กงชานรัก หรือไขกาชาปองได้มนุษย์โคลนนิ่งคนนั้นที่กงชานต้องการ ผมสัญญาว่าจะไม่รั้งกงชานไว้อีก”

“....” พอพูดแบบนี้แล้วเหมือนกับว่า...

เพียงแต่ตอนนี้ผมคงไม่สบายใจถ้าไม่ได้ทำหน้าที่ดูแลกงชานอย่างเต็มที่ตามพันธะสัญญาที่เซ็นในร้านบาน่ากาชาปอง เพราะงั้นกงชานอย่าเพิ่งรำคาญผมนักเลยนะ ถ้าผมจะคอยดูแลกงชานแบบนี้ไปก่อนจนกว่าจะครบ 6 เดือน”

“....” นายเฉิ่มนี่ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลยเหรอถ้าต้องปล่อยเราไปจริงๆ

ผมจะพยายามเป็นหมากฝรั่งที่ไม่ทำให้กงชานรู้สึกรำคาญหรืออึดอัด อาจจะตามติดชีวิตกงชานหรือถามอะไรซอกแซกไปบ้าง แต่มันก็เป็นเพราะหมากฝรั่งก้อนนั้นอาจจะอยากรู้ว่ากงชานชอบกินรสอะไร ชอบกลิ่นไหน มันจะได้ปรับตัวได้ถูกก็เท่านั้นเอง”

พูดอะไรซับซ้อนวุ่นวาย” กงชานรีบโพล่งขึ้นตัดบทเพราะไม่อยากจะมองหน้าจินยองที่หงอยลงไปถนัดตาหากเปรียบเทียบกับก่อนหน้านี้นายก็รู้แล้วนี่ตอนนี้ว่าฉันชอบกินรสอะไร กลิ่นแบบไหน”

“O_O”

ไม่ใช่หรือไงล่ะ -_-//”

งั้นก็แสดงว่าผมมาถูกทางแล้วใช่หรือเปล่า”

ก็ไม่ได้ตรงเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้ผิด” คนหน้างอตอบอย่าไว้ลายแต่ก็อย่าให้หมากฝรั่งนั่นปรับตัวมากจนล้ำเส้นธรรมชาติตัวเองจนอยากเป็นแหวนไข่ก็แล้วกัน ฉันขอเตือนไว้ก่อน” กงชานชี้นิ้วพลางเลื่อนสายตาไปมองมือของจินยองที่ถือชามตัวเองไว้

นายจะเอาชามนั่นไปไหน”

ผมจะเอาไปทำความสะอาดเข้าเครื่องสแกนเลเซอร์โมเลกุลเศษอาหาร เห็นกงชานกินเสร็จตั้งนานแล้ว” จินยองตอบพลางคลี่ยิ้มจนตาหยีเพียงเพราะได้รับคำพูดดีๆไม่กี่ประโยคจากคนตรงหน้า

ทำเป็นรู้ดีอีกแล้ว ฉันกินเองก็ทำความสะอาดเองได้น่า” กงชานย่นจมูกพลางดึงถ้วยนั้นกลับมา จินยองเอียงคอมองด้วยความสงสัย

งั้นทำไมกงชานไม่เก็บเลยล่ะ”

ฉันจะเก็บตอนไหนมันก็ไม่ใช่เรื่องของนาย ฉันเก็บของฉันเองได้นายจะไปไหนก็ไปเถอะ ที่นอนนายฉันก็เตรียมไว้ให้แล้วขึ้นลิฟต์บ้านไปเลี้ยวซ้ายห้องที่สองก็เจอ -^-” กงชานรีบไล่พลางเหล่สายตาไปที่หม้อต้มซุปอย่างมีพิรุธ ทำเอาจินยองที่เกาหัวแกรกๆเพราะความงงแอบดันแว่นขึ้นแล้วเหล่ตามองตามอย่างวิเคราะห์

หรือว่ากงชานยังไม่อิ่มงั้นเหรอ อยากตักเพิ่มอีกหรือเปล่าเดี๋ยวผมไปทำเพิ่มให้ ^_^”

คระ..ใครบอกว่าฉันยังไม่อิ่มกัน! -*-”

ถ้าไม่อิ่มก็ไม่เห็นต้องโวยวายเสียงดังเลยนี่กงชาน บอกผมว่าไม่อิ่มผมก็เต็มใจทำให้กงชานกินอยู่ดีนะ” จินยองไม่สนใจฟังเสียงคนที่นั่งร่วมโต๊ะซึ่งกำลังกัดฟันกรอดๆแล้วยึดถ้วยนั้นมาตักซุปกิมจิออร์แกนิคเพิ่มให้คนฟอร์มจัดอีกหนึ่งชาม โดยmujไม่รู้เลยว่านั่นยิ่งส่งผลให้อีกฝ่ายหัวเสียมากขึ้น

บอกว่าอย่ามายุ่งไง ไม่ต้องมาทำเป็นรู้ดีเรื่องตัวฉันด้วย! ไม่อย่างนั้นตลอด 6 เดือนนับจากนี้อย่าหวังเลยว่าฉันจะคุยกับนาย!”

โอเคๆ ผมไม่ยุ่งแล้วก็ได้” จินยองวางทัพพีลงกับหม้อแล้วชูสองมือขึ้นอย่างยอมแพ้แต่ถ้ากงชานยังไม่อิ่ม ยังมีซุปอยู่ในหม้ออีกเพียบเลยนะ”

ฉันไม่สน”

งั้นผมไปอาบน้ำนอนก็ได้ กงชานบอกว่าห้องผมอยู่ชั้นสองห้องที่สองทางซ้ายมือใช่มั้ย”

อืม” แม้แต่ตอนตอบอีกคนก็ไม่แม้แต่จะหันมาสบตาเขา จินยองเข้าใจได้ทันทีว่ากงชานคงต้องการพื้นที่ส่วนตัวในเวลานี้

แล้วก็...ขอบคุณที่ให้ผมได้ดูแลกงชานในวันนี้นะ”

“...”

ผมสัญญาว่าจะพยายามเป็นหมากฝรั่งในตู้ไขไข่ที่ดีของกงชาน”

“...” เสียงทุ้มน่าฟังที่พูดประโยคนั้นจนจบเบาลงไปพร้อมกับเสียงประตูเลื่อนอัตโนมัติในห้องครัวที่ปิดลงตามกลไกของมันปกติ บ่งบอกได้ว่าอีกคนหนึ่งคงออกไปจากห้องตามที่พูดแล้ว ดวงตาที่มีแววตาเย่อหยิ่งนั้นจึงค่อยๆหันมามองซุปกิมจิอุ่นๆที่อยู่ในหม้ออย่างไว้เชิง ก่อนจะใช้ทัพพีตักน้ำซุปและผักกาดดองหอมฉุยน่ากินนั้นขึ้นมาใส่ถ้วยตัวเองอย่างที่อีกคนเคยจะทำให้เมื่อกี้ แต่กลับถูกเขาปฏิเสธตวาดแว้ดใส่ไปเสียก่อน

ทำมาเป็นรู้ดี....คิดว่าทำซุปกิมจิรสชาติเหมือนแม่ฉันได้แล้วฉันจะรักเมตตานายมากขึ้นงั้นเหรอ บอกเลยว่าไม่มีวัน!


นายเฉิ่มมมม ไปดูหน้าจออินเตอร์คอมตรงหน้าบ้านให้หน่อยสิว่าใครมา” เป็นเสียงของเจ้าของบ้านหน้าหวานที่กำลังนั่งแกว่งขากินแตงโมผ้าซีกอยู่ตรงสวนตะโกนบอกคนที่กำลังเช็ดประตูกระจกที่กั้นระหว่างระเบียงห้องนั่งเล่นชั้นหนึ่งกับสวนหลังบ้านอย่างขะมักเขม้น จินยองวางมือจากผ้าเช็ดกระจกลงเพื่อมองภาพเจ้าของต้นเสียงที่เคี้ยวแตงโมที่เขาปอกหั่นแข่เย็นไว้ตุ้ยๆ แล้วพ่นเม็ดสีดำออกมาจากเรียวปากบางด้วยความเอ็นดู กงชานมักจะเล่นพ่นเมล็ดไปที่สวนหลังบ้านแบบนี้เสมอเวลาที่กินแตงโมเป็นอาหารว่าง

ดูแบบนี้แล้วไม่เหมือนกงชานชิคที่คนเขาว่าทั้งสวย หยิ่ง เซ็กซี่อย่างที่เคยเจอในตอนแรกเลย เหมือนเด็กน้อยหน้าสวยจอมดื้อเงียบที่อยู่ในร่างผู้ชายหน้าหวานตัวบางซะมากกว่า ยิ่งเขาอยู่ด้วยกันกับกงชานมานานมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งค้นพบว่าตัวเองตกหลุมรักคนคนนี้มากขึ้นเท่านั้น มากมายเสียยิ่งกว่าตอนที่เขาออกจากแคปซูลมาแล้วเห็นหน้ากงชานในวันนั้นเมื่อ 5 เดือนก่อนเสียอีก

คนเราจะสามารถตกหลุมรักคนคนหนึ่งได้ลึกที่สุดเท่าไหร่กันนะ....ทำไมความรักที่เขามีให้กงชานมันถึงไม่เคยลดลงหรือเท่าเดิมซักที นั่นคือสิ่งที่จองจินยองสงสัยและเฝ้าถามตัวเองมาตลอดเวลาที่สายตาของเขาจ้องมองไปที่ร่างบางแสนเย่อหยิ่งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคู่รักโดยนิตินัยของเขาตรงหน้า ไม่รู้สินะ...เพราะทุกอย่างมันรวมออกมาเป็นกงชานคนนี้ล่ะมั้ง เขาถึงไม่เคยเบื่อที่จะรักอีกคนให้มากขึ้นกว่าเดิมทุกวันเลย

มองอะไร ไม่ไปเปิดซักทีเล่า!” ริมฝีปากแดงฉ่ำเลอะคราบแตงโมว่าเขาเสียงแข็งผ่านกระจกที่กั้นระเบียงกับห้องนั่งเล่นเหมือนที่ทำทุกครั้ง จินยองยกยิ้มอ่อนโยนแล้วส่ายหน้าน้อยๆ

กำลังคิดอยู่ว่าเมื่อไหร่กงชานจะเลิกกินแตงโมเก่งแบบนี้ซักทีนะ ^^”

ยุ่ง” และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งคำยอดฮิตที่กงชานมักจะใช้ตอบย้อนเขาเป็นประจำ “นายมีแค่หน้าที่ปอกให้ฉันกินแบบนี้ก็พอแล้ว”

กินมากๆท้องจะเสียนะกงชาน”

เมื่อไหร่นายจะเลิกเอาเวลาที่บ่นฉันเป็นลุงแก่ในยุคคริสตศักราชของนายไปเปิดประตูให้แขกของฉันซักทีเนี่ย นายก็รู้ว่าวันหยุดแบบนี้ฉันขี้เกียจลุก” ไม่พูดเปล่า แต่เจ้าของเสียงที่บ่นอุบอิบกลับล้มลงนอนหงายแผ่ตึงอยู่ตรงระเบียงข้างสวนอย่างคนหมดรง จินยองวางผ้าเช็ดกระจกในมือลงเพื่อดันแว่นสายตาขึ้นแล้วย่อตัวลงนั่งยองๆตรงข้ามหัวกลมน้อยๆที่นอนหงายลงกับพื้น

กงชานก็ขี้เกียจแบบนี้ทุกวันนั่นแหละ”

“...” ที่เงียบไปไม่ใช่เป็นเพราะคำพูดแซะของอีกฝ่ายที่ยิ่งนับวันยิ่งต่อปากต่อคำกับเขาเก่งมากกว่าวันแรกที่เจอกัน แต่เป็นเพราะเงยหน้าขึ้นไปสบดวงตาเรียวยาวที่กำลังยิ้มหยีภายใต้กรอบแว่นให้เขาอยู่ต่างหาก

บ้าจริง นี่หน้าหนาวแท้ๆทำไมอยู่ดีๆถึได้รู้สึกร้อนจนมีเหงื่ออกที่หน้าได้มากขนาดนี้นะ ระบบในร่างกายเขาเผลผลาญไม่ปกติหรือไง -*-

หลอกด่าฉันอีกแล้วนะนายแว่น!”

ผมไปเปิดประตูล่ะ” พูดจบร่างสูงที่เคยนั่งยองยองค้ำหัวเขาก็ผละออกไปเปิดประตูให้กับแขกหน้าบ้านได้อย่างหน้าตาเฉย หน็อย! ยิ่งนับวันสกิลปีกกล้าขาแข็งของนายเฉิ่มนี่ยิ่งแข็งข้อกับเขามากขึ้นทุกวันๆ นี่ถ้าอยู่ด้วยกันจนครบ 6 เดือนเมื่อไหร่เขาไม่ต้องกลายเป็นหัวหลักหัวตอไปก่อนหน้านั้นแล้วเหรอ?!

เอ๊ะ...จะว่าไปนายเฉิ่มนี่อยู่กับเขามาได้กี่เดือนแล้วนะ ทำไมเขาถึงไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตานับวันรอเคาท์ดาวน์วันที่จะได้ปลดแอกตัวเองจากพันธะสัญญาที่เซ็นไปชุ่ยๆในร้านบาน่ากาชาปองโน่นเลย อ่อ...ต้องเป็นเพราะช่วงนี้เขามีงานยุ่งนู่นนี่อะไรหลายๆอย่างให้จัดการล่ะมั้งก็เลยลืมเรื่องนี้ไปซะสนิท ก็ดูสิ...ก็ขนาดตัวนายแว่นเองยังไม่เห็นดูเดือดร้อนอะไรเลย เห็นยังยิ้มหน้าระรื่นทำตัวซื่อๆกวนโมโหเขาได้ทุกวัน

กงชาน” เสียงเปิดประตูจากทางหน้าบ้านดังแกร๊กทำให้กงชานรู้ได้ว่าจินยองคงจะเปิดประตูต้อนรับแขกให้เข้ามาหาแล้วเพื่อนกงชานมาหาน่ะ” น้ำเสียงประโยคหลังดูแผ่วเบาราวกับเจ้าของคำพูดกำลังนิ่งอึ้งกับอะไรบางอย่างตรงหน้า แต่ก็ไม่มีเวลาให้กงชานได้สนใจปฏิกิริยาของจินยองมากนัก เพราะเสียงคุ้นเคยแหลมแสบแก้วหูของเพื่อนรักก็ดังทะลุโสตประสาทเข้ามาซะก่อน

กงชานเพื่อนเลิฟฟฟฟฟฟ มาให้ฉันกอดหน่อยเร็ววววว”

อะไรของแกเนี่ยซานดึล อย่าบอกนะว่าแกเมามาแต่เช้าเลยอ่ะ -*-” คนหน้าสวยที่ตอนนนี้เช็ดคราบแตงโมออกจากปากเรียบร้อยเพื่อต้อนรับแขกถึงกับเบ้ปากรีบอ้าแขนรับเพื่อนตัวกลมที่เดินเซตุปั๊ดตุเป๋เหมือนเสียหลักเข้ามาในบ้าน กลิ่นไวน์ที่โชยหึ่งมาจากเสื้อโค้ธสีเหลืองทำให้กงชานพอประเมินสถานการณ์ก่อนหน้านี้ได้ทันทีว่าเพื่อนของเขาผ่านสมรภูมิอะไรมาบ้าง

ทำมะ! ดื่มในบ้านตัวเองก็ผิดด้วยรึไง เอิ้กกกก” ซานดึลพ่นลมใส่เพื่อนพลางยิ้มแปล้แล้วซบลงเอาแก้มป่องถูๆกับไหล่บางของกงชาน

อุบาทว์จริงๆเลยแกนี่! =_=* แกดื่มในร้านตัวเองแต่ดันมาเมาแอ๋ที่บ้านฉันไงประเด็นน่ะ ไปเฮิร์ทจากหนุ่มคนไหนมาถึงได้มาหมดสภาพแบบนี้เนี่ย” กงชานกลั้นใจฮึบแรกเฮือกสุดท้ายในการยกแขนเพื่อนขึ้นมาพาดรอบคอตัวเองเพื่อประคองพาไปยังโซฟาใกล้ๆ

ไม่ได้เฮิร์ท แต่มันเจ็บในหัวจายยยย T^T”

นายเฉิ่ม นายอยู่ไหนน่ะมาช่วยฉันหน่อยเร็ว”

“...”

จินยอง! นายได้ยินที่ฉันพูดมั้ยเนี่ยฉันหนักจะตายอยู่แล้ว”

คุณ…เป็นใครครับ”

“???” เสียงทุ้มของจินยองที่กำลังทักบุคคลปริศนาที่ยังคงยืนอยู่หน้าบ้านทำให้กงชานต้องรีบเบนความสนใจไปทางนั้นแทนเพื่อนที่กำลังเมาแอ๋ได้ที่จนแทบจะสิงกับโซฟาอยู่รอมร่อ ดวงตาของจินยองมีแววเบิกกว้างคล้ายกับคนที่ตกใจและช็อคกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าจนสามารถขยับตัวได้ และนั่นทำให้คนเป็นเจ้าของบ้านต้องเดินก้าวฉับๆออกมาดูที่หน้าประตูบ้านด้วยตัวเอง

นายพูดอยู่กับใครน่ะ”

กงชานอย่าเพิ่งออกมานะ” จินยองรีบร้องห้ามจนมีท่าทีดูน่าสงสัย

ทำไมฉันจะออกมาไม่ได้ ในเมื่อนี่มันเป็นบ้านของ....” เสียงที่กำลังจะว่าเอ็ดเขากลับแผ่วลงไปอีกคนยามเมื่อดวงตาคู่สวยของเจ้าตัวได้สบกับใครอีกคนที่จินยองร้องห้ามตอนแรกนักหนาว่าอย่าออกมาดู จากแววตาตื่นตระหนกของเจ้าของบ้านในตอนแรกกลายเป็นแววตาของความดีใจปลื้มปิติ ก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนอีกครั้งเป็นความเขินบนสีหน้าที่กำลังขึ้นสีแดงระเรื่อราวกับผลแอปเปิลสด

บะ..บาโร -///-” เป็นครั้งแรกที่จินยองได้เห็นท่าทีเขินอายของกงชานอย่างชัดเจน โครงหน้าสวยได้รูปของแฟนทางนิตินัยเขาเอาแต่ก้มงุดหลบไปมาในขณะที่เกาหัวตัวเองแก้เขินแกรกๆ แขกหนุ่มหล่อที่ยังยืนค้างอยู่ตรงหน้าประตูบ้านก้มลงมองใบหน้าสวยหวานที่ทำหน้าเก้ๆกังๆใส่เขาอย่างเป็นมิตร

รู้จักชื่อฉันด้วยเหรอ ^^” เพียงแค่อีกคนยิ้มมากงชานก็แทบละลายไปตรงหน้าโดยที่ยังไม่ทันได้เปิดประตูต้อนรับ จินยองมองคนทั้งสองคนสลับกันด้วยแววตาที่ซึมลงไปเล็กน้อยยามที่มั่นใจแล้วว่าคนตรงหน้าคือคนเดียวกับที่เขาคิดจริงๆ

จินยองเคยเห็นบาโรมานับครั้งไม่ถ้วน ตู้กาชาปองของเขาเองก็อยู่ใกล้ติดกับตู้ของบาโร หากแต่กงชานชิคไม่เคยที่จะสังเกตตู้รอบๆข้างนอกจากตู้กาชาปองตู้นั้นที่ตัวเองได้หมายตาเอาไว้จนมองข้ามเขาที่อยู่ใกล้ๆไม่ได้ไกลกันมาตลอดอย่างง่ายดาย แม้ว่าในวันนี้บาโรจะแต่งตัวด้วยชุดที่ต่างออกไปจากเดิมไม่เหมือนกับตอนที่อยู่ในแคปซูล แต่จินยองก็จำมนุษย์โคลนนิ่งเช่นเดียวกับเขาคนนี้ได้ไม่มีวันลืม

ระ..รู้จักสิ ใช่บาโรจริงด้วย แหะๆ” กงชานหัวเราะแห้งกลบเกลื่อนความเขินของตัวเองที่กำลังแล่นสูงปรี๊ดผ่านทางความร้อนบนใบหน้า ท่าทางของเคอะเขินที่แสดงออกของกงชานทำให้จินยองเริ่มรู้สึกว่าเขากำลังเป็นส่วนเกินของบทสนทนานี้ทีละน้อยจนเหมือนตัวเองหดเหลือตัวกระจ้อยร่อย

ไม่สิ...อันที่จริงเขาคงเป็นส่วนเกินในชีวิตของกงชานมาตั้งนานแล้ว เพียงแต่วันนี้ทุกอย่างมันชัดเจนมากขึ้นก็เท่านั้นเอง

นายมาทำอะไรที่นี่งั้นเหรอ มากับซานดึลใช่หรือเปล่า” กงชานกลายเป็นคนจ้อไม่หยุดทันทีที่ได้พูดคุยกับคนตรงหน้าที่เฝ้าฝันมานาน บาโรในตอนนี้เป็นมนุษย์โคลนนิ่งที่แต่งตัวเท่ในชุดเสื้อหนังแขนยาวสีดำตัวเท่ เซ็ตผมดูดีทันสมัย ไม่เหมือนเขาที่ก่อนออกมาจากแคปซูลกาชาปองเป็นยังไงวันนี้ก็ยังคงบุคลิกก็ยังคงเฉิ่มๆเชยๆอย่างนั้น

ฉันเป็น...แฟนของซานดึล”

“....!!” จากคนที่เคยพูดจ้อเสียงอ่อนเสียงหวานกลับเงียบราวกับมีใครมาถอดปลั๊กออกเมื่อได้ฟังคำตอบจากแขกที่อยู่ตรงหน้าแล้ว จินยองแอบเห็นริมฝีปากของกงชานแอบสั่นเล็กน้อยก่อนที่จะถูกเม้มเข้าหากันเพื่อนกลบอาการของคนอ่อนแอไม่ให้ใครเห็น กงชานที่เขาชอบและเฝ้าแอบมองมาตลอดยังไงก็ยังคงเป็นคนที่ภายนอกดูเข้มแข็งและถือดีในตัวตนอยู่เสมอ จินยองรักในจุดนี้ของกงชานมากยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

แฟนอะไรกัน หมอนั่นไม่ใช่แฟนช้านนนน~~!!” เสียงโวยวายอู้อี้ดังมาจากคนเมาแอ๋ที่นอนพับคออ่อนอยู่บนโซฟา ประโยคคำตอบของชาบาโรทำให้เพื่อนตัวกลมของกงชานถึงกับต้องลุกขึ้นมาโหวกเหวกแก้ต่างให้ตัวเองด้วยการเถียงคอเป็นเอ็น

หมะ..หมายความว่ายังไงไม่ใช่แฟนแก” แววตาของกงชานกลับมาเปล่งประกายสดใสอีกครั้งเพียงแค่เพราะได้ยินคำพูดของเพื่อนเมื้อกี้นี้ จินยองมองออกว่ากงชานพร้อมจะหวังกับเรื่องนี้เสมอ เหมือนอย่างที่เขาเองก็เฝ้าหวังให้กงชานหันมามองเขาที่อยู่ข้างๆซักครั้งไม่ต่างกัน

นายไขได้ฉันออกมา เพราะงั้นฉันก็ต้องเซ็นสัญญาลองคบเป็นแฟนนาย 6 เดือนก็ถูกต้องแล้ว จะบอกอะไรให้นะวันๆมีคนมาจ้องต่อคิวรอจองฉันเป็นสิบๆคนเพื่อจะไขให้ได้ฉันเป็นแฟนในวันเกิดตัวเอง นายไขได้ฉันออกมาก็นับว่าบุญหล่นทับเท่าไหร่แล้วยัยเป็ดย่างเอ็มเค ยังจะเอาอะไรมาไม่พอใจอีก -_-” บาโรโต้กลับทันทีแต่ก็ยังไม่วายเก๊กหล่อตามสไตล์ตัวเอง

แก...แกดูอีตาบ้านี่นะกงชาน! T^T ปากโฮ่งๆเหมือนโดนฟันกระรอกเฉาะมาเกิดแบบนี้ นิสัยก็เพลย์บอยซะขนาดนั้นแกยังจะให้ฉันเป็นแฟนกับคนแบบนี้ลงอีกเหรอ!!”

นี่...แกสร่างเมาแล้วเหรอซานดึล ^^;;”

ฉันดื่มหนักจนเมาก็เพราะชีช้ำกะหล่ำปลีจากการไขได้มนุษย์โคลนนิ่งอย่างหมอนี่มาเป็นแฟนนี่แหละจะบอกให้” ซานดึลลุกขึ้นมานั่งขยี้ตาตัวเองป้อยๆอย่างคนมีเรื่องหงุดหงิดรำคาญใจทำไมสวรรค์ถึงต้องลงโทษฉันด้วยวิธีการแบบนี้ด้วยอ่ะแก ฉันรู้นะว่าตอนเด็กๆฉันเผลอทำให้คนตกหลุมรักเอาไว้เยอะ แต่ก็ไม่เห็นจะต้องให้ฉันชดใช้กรรมด้วยวิธีนี้เลยนี่ T[]T”

ชดใช้กรรมบ้านแกสิยัยเพื่อนซื่อบื้อเอ๊ย! ถ้าเป็นฉันนะนี่มันคือสวรรค์ชั้นที่ล้านเจ็ดชัดๆ!! ทำไมโชคชะตาบุญวาสนาของคนเรามันถึงได้ต่างกันแบบนี้นะ คนหนึ่งมีของดีอยู่ในมือก็ดันไม่เห็นคุณค่า ส่วนอีกคนอยากได้ของมีค่าแทบตาย แต่ก็ดันได้อะไรมาครอบครองก็ไม่รู้!

ว่าแต่ว่าเอ๊ะ...ถ้าสมมติว่าโชคชะตาของสองคนนั้นเกิดสลับกันขึ้นมาเมื่อไหร่ อะไรๆก็คงจะเป็นไปอย่างที่สองคนนั้นหวังไว้แต่ต้นแหละเนอะ ว่ามั้ย ;)

แกใจเย็นน่า ทุกอย่างมันต้องมีทางแก้เสมอ” กงชานผุดยิ้มมุมปากพลางเอาน้ำเย็นเข้าลูบปลอบเพื่อน สายตาแอบเหลือบมองไปยังจินยองและบาโรที่ยืนอยู่ข้างๆกัน และก็ได้เห็นว่าจินยองเองก็ก็จ้องมองมาทางเขาตั้งแต่ก่อนหน้านั้นอยู่แล้วราวกับรู้ทันในสิ่งที่เขากำลังคิด

กงชาน...” มนุษย์แว่นที่ใส่แว่นเรียกชื่อเขาด้วยสีหน้าเศร้าๆปนหวาดวิตก ซานดึลหันไปมองเจ้าเสียงทุ้มนุ่มๆของผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงมุมห้องอย่างเพิ่งสังเกตขึ้นได้ว่ามีคนอยู่ในห้องนี้อีกคนหนึ่ง

อุ๊ยตาย หนุ่มแว่นสุดเนิร์ดนั่นใครอ่ะ”

“....” ไร้เสียงตอบรับจากกงชานที่ก็เลิกลั่กมองเขากับซานดึลสลับคนละทีสองที จินยองเดาว่ากงชานคงกำลังใช้ความคิดว่าควรจะตอบว่าถึงสถานะความสัมพันธ์ของเขาทั้งคู่ยังไงดี

ผมเป็นแฟ...”

มนุษย์โคลนนิ่งจากแคปซูลกาชาปองที่ฉันไขได้แบบไม่เต็มใจเมื่อตอนวันเกิดน่ะ”

“...”

เหมือนที่แกไขได้บาโรออกมาแบบไม่เต็มใจอย่างที่บอกฉันไง” กงชานขยิบตาให้ซานดึลพลางเอาศอกกระทุ้งเพื่อนเป็นซิกแนลอย่างรู้กัน และดูเหมือนว่าเพื่อนแก้มป่องของกงชานก็ดูจะเข้าใจกับภาษาใบ้ที่เพื่อนพยายามจะสื่อเป็นอย่างดีซะด้วย

อ้อ~ ฉันว่าพ่อหนุ่มเนิร์ดของแกก็น่ารักดีนะ -.,-” ซานดึลยิ้มตาหวานเชื่อมใส่จินยองที่ยืนไม่รู้อิโหน่อิเหน่อยู่กับบาโรอืม...ฉันว่ามันก็คงจริงอย่างที่แกพูดแหละกงชาน ทุกอย่างมันย่อมต้องมีทางแก้เสมอ”

ทำไมผมถึงรู้สึกไม่ค่อยดีกับคำพูดพวกนั้นเท่าไหร่เลย”

อย่าว่าแต่นายเลย ฉันเองก็รู้สึกแปลกๆเหมือนกัน” หนุ่มนักรักบาโรเอาศอกขึ้นมาเท้าไหล่จินยองได้อย่างหน้าตาเฉย หากแต่มนุษย์โคลนนิ่งอีกคนก็ไม่ได้ว่าอะไรนอกจากมีสายตางงๆที่ส่งไปให้คนข้างๆว่าเราไปสนิทกันตอนไหนน่ะ?

พวกนายมีสิทธิ์ที่จะไม่ออกความเห็นอะไรทั้งนั้นแหละ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มนุษย์ธรรมดาอย่างฉันกับกงชานจะปรึกษาหารือกัน” ซานดึลยิ้มกริ่มหันไปพยักเพยิดกับเพื่อน

แกอยากจะเอาบาโรมาสลับกับจินยองกี่วันก็ว่ามา”

อะไรนะ! สลับงั้นเหรอ!?” บาโรโวยวาย

ตามหลักแล้วทำอย่างนี้มันผิดกฎข้อสัญญาที่เซ็นเอาไว้นี่” จินยองท้วงเสียงเริ่มแข็งมากขึ้นเมื่อได้ฟังไอเดียที่ไม่เข้าท่าของมนุษย์ทั้งคู่แล้ว

ตามหลักแล้ว...มันทำได้! เพราะฉันไม่สนเรื่องผิดกฎหรือไม่ผิดกฎ” กงชานนั่งไขว่ห้างสบายใจแล้วอีกอย่างช่วงระยะเวลา 6 เดือนที่ลองคบกันมนุษย์โคลนนิ่งยังไงก็ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของคู่ที่ทดลองคบไม่ใช่หรือไง”

ใช่ และนั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมถึงต้องมีกฎห้ามสลับคู่มนุษย์โคลนนิ่งกับคนอื่นยังไงล่ะกงชาน” จินยองดันแว่นขึ้น คิ้วหนาขมวดแน่นเป็นปมต่างจากเวลาปกติที่มักจะเก็บอารมณ์ไว้อยู่ตลอด

นายจะมาหัวหมออะไรกับฉันตอนนี้ฮึ?”

“....”

นายพูดผิดแล้วนายเฉิ่ม เพราะว่าพวกนายต้องอยู่ภายใต้การดูแลของมนุษย์ นั่นก็เลยหมายความว่าฉันมีสิทธิ์ที่จะยกนายให้กับใครตอนไหนก็ได้ไง การสลับคู่กันแบบนี้มันก็แค่เรื่องจิ๊บๆ เผื่อนายไม่รู้ฉันจะบอกให้เอาบุญ...ว่าคู่อื่นเขาก็ทำกันแบบนี้ตั้งเยอะแยะเวลาเจอคู่มนุษย์โคลนนิ่งที่ไม่ถูกใจหรือไม่ตรงสเปคตัวเอง” กงชานเริ่มขึ้นน้ำเสียงไม่พอใจบ้าง

แต่ยังไงมันก็ไม่ถูกต้อง ใช่ไหม?” จินยองหันไปพึ่งทางเลือกสุดท้ายอย่างบาโรที่นิ่งเงียบอยู่นานหลังจากที่มีประเด็นนี้ถกขึ้นมา

ฉันยังไงก็ได้” เหมือนจะไม่ได้เตี๊ยมกันมาก่อนทำให้บาโรตอบตามที่ใจตัวเองนึกออกไปจริงๆอย่างนั้นอันที่จริงถึงฉันจะเป็นมนุษย์โคลนนิ่งแต่ฉันก็ไม่ชอบอยู่กับคนที่ต้องฝืนใจคบกับฉันหรอก ฉันว่าฉันเองก็มีดีมากพอที่จะทำให้คนอื่นอีกตั้งมากมายมาตกหลุมรักและลองคบหาด้วย”

ฉันก็อยากให้นายคิดแบบนั้นแหละ ถ้านายมั่นใจว่าตัวเองดูรวมๆแล้วมีเสน่ห์เหลือเกินขนาดนั้นนายจะมาเกาะหนึบติดกับฉันคนเดียวทำไม” ซานดึลเบะปากเอามือกอดอกอย่างนึกหมั่นไส้

เพราะฉันกลัวว่านอกจากมนุษย์โคลนนิ่งที่นายไขได้ออกมาอบย่างฉันแล้วจะไม่มีใครเต็มใจอยากคบกับนายน่ะสิยัยเป็ดเอ็มเค”

นาย!!!!”

เอาล่ะ พอแล้วๆๆ อย่าเพิ่งมาตีกันตอนนี้ได้มั้ย” กงชานรีบยกมือห้ามศึกก่อนที่สองคนนี้จะบู๊ใส่กันไปมากกว่านี้ ดูก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คู่สร้างคู่สมกันขนาดไหน มาบ้านเขายังไม่ถึงชั่วโมงก็ตีกันแทบจะทุกวินาทีขนาดนี้ -_-*

นายก็ดูที่อีตานี่มันพูดสิกงชาน!”

สามวันพอมั้ย สำหรับการทดลองสลับคู่มนุษย์โคลนนิ่งของพวกเรา” กงชานไม่สนใจในสิ่งที่เพื่อนตัวกลมของตัวเองอธิบายเท่าไหร่เพราะอยากเคลียร์ให้เรื่องที่ว่านี้มันจบๆไปซักที โอกาสอยู่ใกล้แค่เอื้อมขนาดนี้แล้ว พรหมลิขิตจากเบื้องบนก็อุตส่าห์ส่งบาโรให้มาอยู่กับคนใกล้ตัวเขาขนาดนี้แล้ว เขาจะไม่มีวันปล่อยคนที่เขาเฝ้าฝันถึงอย่างบาโรหลุดมือไปเด็ดขาด!

ไม่น้อยไปหน่อยเหรอ” บาโรว่าประชดพลางเหล่ส่งสายตาไปที่ซานดึลอย่างกวนๆ คนแก้มยุ้ยที่กำลังโดนท้าทายกัดฟันกรอด

งั้น 7 วันไปเลย!! คนที่มันไม่ใช่น่ะอยู่กันแค่วันเดียวก็รู้แล้วว่าไม่ได้เกิดมาคู่กัน เหมือนฉันกับนายที่กัดกันแทบตายอย่างในตอนนี้ไง” ซานดึลว่ากลับเสียงแหวพลางกอดอกแล้วหันไปถามความเห็นจินยองที่ไม่พูดอะไรซักคำตั้งแต่สามคนที่เหลือตกลงกันในสัญญาเรื่องนี้หรือจินยองคิดว่าไง อยากไปอยู่กับฉันมากกว่าสามวันมั้ย?”

“....”

เงียบไม่มีเสียงตอบรับเห็นด้วยหรือปฏิเสธใดๆออกมาจากหนุ่มแว่นที่ซานดึลกำลังสนทนาอยู่ด้วย กงชานจึงส่งสายตาดุมายังร่างสูงที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงตรงหน้าพร้อมกับพูดเสียงแข็งเพื่อเป็นการเร่งให้อีกฝ่ายรีบตอบตกลงไป

นายจะไปอยู่เกินกว่าสามวันก็ได้ฉันอนุญาตไม่ได้จะว่าอะไรนายหรอกน่า”

“....”

เพื่อนฉันน่ะทำกับข้าวก็เก่ง ห้องครัวถูกเปิดใช้ทุกวันเลยไม่ได้ซอมซ่อเป็นหิองครัวร้างๆแบบบ้านฉันหรอก มีห้องหนังสือที่ทำมาจากกระดาษเหมือนในยุคคริสตศักราชแบบที่นายบ่นว่าอยากอ่านแยกไว้ต่างหากในตัวร้านด้วย แล้วก็มีบอร์ดเกม...”

ผมไม่ได้ชอบของพวกนั้นเลยซักนิด” จินยองว่าเสียงแผ่ว คนสวยที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามเขายักไหล่อย่างไม่ได้เดือดร้อน

ฉันก็โฆษณาให้นายฟังพอเป็นพิธีไปงั้นๆแหละ ยังไงนายก็ต้องไปตามคำสั่งฉันอยู่ดี”

ผมไม่ได้ชอบของพวกนั้น ผมชอบแค่กงชาน”

“....”

ชอบแค่กงชานคนเดียว เพราะงั้นของพวกนั้นไม่ได้มีความหมายอะไรสำหรับ...”

ก็ฉันบอกแล้วไงว่าหมากฝรั่งอย่างนายยังไงก็ไม่มีวันกลายเป็นแหวนไข่ได้! แล้วนี่ก็ใกล้หมดสัญญาของเราหกเดือนอยู่แล้วด้วย ไม่ช้าก็เร็วยังไงนายก็ต้องไปจากชีวิตฉัน” กงชานพูดพลางถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายเมื่อเห็นสีหน้าซึมเศร้าของจินยองที่สลดลงอย่างน่าสงสาร บวกกับคำพูดตรงๆของฝ่ายตรงข้ามที่พูดออกมาเมื่อกี้ก็เล่นทำเอาคนฟังถึงกับต้องทำเสียงเขียวกลบเกลื่อนอาการเลิ่กลั่กของตัวเองแทบไม่ทัน

นายเฉิ่มนี่จะมายึดติดอะไรอยู่กับเขานักหนานะ ก็แค่ครั้งหนึ่งในชีวิตที่เผลอฟลุคไขได้กาชาปองที่ไม่ได้ตั้งใจออกมา แต่ทำไมสำหรับอีกคนเขาถึงเหมือนกลายเป็นทุกเรื่องราวที่มีอยู่ในทุกช่วงชีวิตจนต้องยึดติดเอาตัวไปผูกพันในชีวิตได้ขนาดนี้

ถึงผมจะกลายเป็นแหวนไข่ไม่ได้ แต่ผมก็ปฏิเสธตัวเองไม่ได้เลยว่าผมก็ยังเฝ้ารอวันนั้น...วันที่กงชานอาจจะเปลี่ยนใจชอบหมากฝรั่งขึ้นมา”

“....” เสียงสั่นเครือของจินยองทำให้กงชานนิ่งงันพูดอะไรไม่ออกไปชั่วครู่ ริมฝีปากฉ่ำด้วยลิปสติกสีเชอร์รี่เม้มเข้าหากันอย่างคิดไม่ตกว่าควรจะพูดด้วยคำพูดแบบไหนถึงจะสามารถถนอมน้ำใจฝ่ายตรงข้ามแต่ก็สามารถผลักเขาให้ไปจากตัวเองได้ดี

เดี๋ยวนะ...นี่เขาจะต้องถนอมน้ำใจนายมนุษย์โคลนนิ่งหน้าตาเชยแถมนิสัยอ่อนปวกเปียกน่ารำคาญแบบนี้ทำไมกัน ไร้สาระน่า!

ฉันไม่มีวันเปลี่ยนใจไปชอบหมากฝรั่ง! ฉันเกลียดทุกอย่างที่ทำตัวน่าหงุดหงิดติดฉันแจ พอเคี้ยวไปนานๆก็มีแต่ความจืดชืดจนทุกคนไม่มีใครต้องการและต้องหากระดาษห่อเพื่อทิ้ง และทุกอย่างที่ว่านั่นฉันก็กำลังหมายถึงนาย”

กงชานกำลังจะคายผมทิ้งแล้วให้คนอื่นลองเคี้ยวผมต่ออย่างนั้นเหรอ”

ทุกสรรพสิ่งรอบตัวเงียบเสียงลงไปอีกครั้ง แม้แต่บาโรและซานดึลที่เคยร่วมอยู่ในบทสนทนาด้วยก็ทำได้แค่กะพริบตาปริบๆใส่กันด้วยความไม่เข้าใจถึงเนื้อหานัยยะที่ทั้งคู่กำลังสื่อถึงกัน

นี่ยัยเป็ดเอ็มเค รู้มั้ยว่าสองคนนี้เขากำลังพูดถึงเรื่องอะไรกัน”

นายกับฉันก็ยืนฟังอยู่ด้วยกันจะมาถามทำซากฟอสซิลอะไรล่ะ!” ซานดึลสะบัดไหล่ตัวเองออกจากการเป็นที่วางแขนของคนกวนอารมณ์อย่างรำคาญพลางชักสีหน้าใส่ บาโรแลบลิ้นกลับ ตัดภาพมาที่บรรยากาศทางฝั่งจินยองกับกงชานที่นิ่งเงียบใส่กันราวกับทำสงครามเย็นดูแล้วช่างต่างกันลิบลับ

ถ้านายรักฉันอย่างที่พูดจริงน่ะจินยอง...”

“...” ไม่กี่ครั้งจริงๆที่กงชานจะเรียกเขาด้วยชื่อจริงแบบนี้อย่างถูกต้องแทนคำว่านายเฉิ่ม แต่ครั้งนี้เขากลับไม่รู้สึกดีใจเลยแม้แต่น้อยที่ได้ยินชื่อของตัวเองออกมาจากปากคนที่เขารักหมดหัวใจตรงหน้า เสียงถอนหายใจออกมาจากร่างบางที่ยืนยั้งเรียบเรียงประโยคที่จะพูดอย่าวงยากเย็นก่อนจะพูดประโยคต่อไปที่เขาไม่เคยคิดแม้แต่ที่จะอยากทำ

นายช่วยปล่อยฉันให้ไปหาคนที่ฉันรักจริงๆเถอะ”

เขาไม่เคยคิดอยากจะปล่อยคนตรงหน้าให้จากไปไหน แม้จะสัญญากับตัวเองว่าห้ามทำในสิ่งที่เห็นแก่ตัวกับความรักที่เขามีให้กงชานเป็นอันขาดก็ตาม

ทั้งๆที่ก็ย้ำและสัญญากับตัวเองเอาไว้แบบนั้น แต่ทำไมในเวลานี้เขากลับกลืนน้ำลายตัวเองเพื่อฝ่าฝืนคำสั่งแล้วคิดอยากจะเป็นแหวนไข่ที่กงชานชอบนักชอบหนากัน หรือนี่คืออารมณ์ที่มนุษย์ธรรมดาเรียกว่าอิจฉาอย่างนั้นเหรอ...

เพราะเคยเป็นมนุษย์โคลนนิ่งที่ว่าง่าย กงชานสั่งให้ทำอะไรก็ยอมทำตามใจทุกอย่าง ในวันนี้เขาถึงไม่มีค่าอะไรที่คนๆหนึ่งจะยอมเก็บถนอมเพื่อรักษาเอาไว้ ต่างจากอีกคนที่แม้จะไม่ต้องทำอะไรกงชานก็รักและรู้สึกดีด้วยมาตั้งแต่ต้น โดยที่คนคนนั้นไม่ต้องทำอะไรให้เหนื่อยหรือเปลืองกายเปลืองใจเสียความรู้สึกอย่างที่เขาเป็นเลยแม้แต่น้อย

เป็นจองจินยองที่เป็นหมากฝรั่งในตู้แหวนไข่แบบนี้ไม่เห็นจะดีตรงไหน ในเมื่อกงชานไม่เคยเห็นค่าเขาตลอดเวลาตั้งแต่แรกเริ่มเห็นหน้ากันจนวันนี้ แม้แต่สถานะกงชานก็ไม่เคยบอกกับคนอื่นว่าเขาเป็นแฟนหรือคนรักตามที่พันธะสัญญาได้ผูกมัดเอาไว้ เขามันไร้ค่ายิ่งกว่ามนุษย์โคลนนิ่งในแคปซูลคนอื่นๆที่เกิดมาเสียอีก ในเมื่อคนที่ไขได้เขาก็ไม่เคยจะเห็นเขาอยู่ในสายตา เป็นแค่ตัวอะไรก็ไม่รู้ที่อยู่ในสถานะที่ไม่เคยชัดเจนตลอดเวลาหลายเดือนที่อยู่ด้วยกัน

ได้ ถ้ากงชานต้องการแบบนั้น ดีแล้วล่ะที่พูดออกมาตรงๆ” คราวนี้กลับเป็นกงชานบ้างที่เงียบไป เพราะสัมผัสได้จากกระแสอารมณ์และคำพูดประหลาดของอีกคนที่ใช้น้ำเสียงผิดแปลกไปยามเมื่อพูดกับเขา จินยองไม่เคยใช้น้ำเสียงหรือแสดงสีหน้าโกรธแบบนี้ใส่เขาสักครั้งตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่อยู่ด้วยกัน ราวกับว่าอีกคนกำลังจะแสดงให้เขาเห็นในเชิงประชดว่ากำลังน้อยใจ

คนอย่างจองจินยองเนี่ยนะที่จะแสดงออกว่าไม่พอใจเขาได้ลง มนุษย์โคลนนิ่งแคปซูลใส่แว่นตาเชยๆหนาเตอะ วันๆเอาแต่ยิ้มมองโลกในแง่ดี เวลาที่เขาพูดอะไรแย่ๆใส่หรือร้ายแรงแค่ไหนคนๆนี้ก็ได้แต่เอียงคอทำหน้าสงสัย ก่อนจะบอกว่าจะปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นเพื่อให้เราพอใจ ทั้งๆที่ก็รู้ว่ามันยากที่จะมีวันนั้น...

ในวันนี้เขาทำให้มนุษย์โคลนนิ่งที่แสนซื่อนิสัยดีตรงหน้ากลายเป็นคนมีอารมณ์ฉุนเฉียวไปเสียแล้ว ดีแล้วล่ะที่เขาส่งให้อีกคนไปเปิดโลกอยู่กับซานดึลที่เป็นคนอื่นเสียบ้าง ขืนอยู่กับเขาต่อไปเรื่อยๆแบบนี้จินยองจะไม่มีทางได้รับรู้ว่าการเปิดใจให้กับผู้อื่นนั้นเป็นการสร้างโอกาสให้กับชีวิตตัวเองขนาดไหน และที่สำคัญ...เขาก็จะได้กำจัดหมากฝรั่งที่น่ารำคาญออกไปจากตัวซักที

ผมขอตัวไปเก็บของข้างบนก่อน ไม่อยากให้ซานดึลต้องรอนาน” จินยองว่าพลางเหลือบไปทางซานดึลที่ทำตาเป็นประกายวิบวับอยู่

อุ๊ย กงชานเรียกชื่อฉันไม่กี่ทีก็จำชื่อได้แล้วอ่ะ ทำตัวน่ารักช่างใส่ใจจังเลยนะจินยอง~ ใครได้เป็นแฟนงี้สงสัยรักตายเลย” คนแก้มตุ่ยพูดอย่างมีจริตบิดไปบิดมาพลางตีแขนของชายหนุ่มอีกคนที่ยืนข้างบาโรด้วยความเขิน ริมฝีปากหยักของจินยองคลี่ยิ้มบางๆให้กับเจ้าของหัวใจคนใหม่ที่เขากำลังจะย้ายไปอยู่ด้วยตามมารยาทที่ดี

ผมจำเป็นที่จะต้องเอาใจใส่ซานดึลอยู่แล้ว เผื่อซานดึลจะได้รักแล้วก็เอ็นดูเมตตาผมในฐานะแฟนคนหนึ่งให้นานกว่า 6 เดือน ผมไม่อยากให้ซานดึลต้องพยายามกำจัดผมทิ้งเหมือนขยะที่ไม่มีใครต้องการ” เหมือนกับคนบางคนที่ไม่เห็นรู้ร้อนรู้หนาวอะไรหากเขาจะต้องไปจากบ้านหลังนี้

พูดอะไรอย่างนั้นเล่า ฉันก็ต้องให้เกียรตินายในฐานะแฟนคนใหม่ของฉันอยู่แล้วสิ นายอยากจะไปเที่ยวที่ไหน อยากกินอะไรก็บอกฉันได้ตามสบายเลยนะไม่ต้องเกรงใจ” ซานดึลบอกอย่างร่าเริงเล่นเอาบาโรที่ฟังอยู่นานแอบเบ้ปากแลบลิ้นอย่างคลื่นไส้

หาเพื่อนอ้วนไปด้วยกันล่ะสิไม่ว่า”

นายว่าไงนะนายชาบาโร!!”

จะเถียงกันอีกนานมั้ย นายจะรีบเก็บของก็รีบไปซักทีสิ ชักช้ายืดยาดอยู่นั่นแหละน่ารำคาญชะมัด” จู่ๆกงชานก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเมื่อตัวเองไม่ได้มีส่วนร่วมในบทสนทนาครั้งนี้ หรืออาจเป็นเพราะแค่ตัวเองไม่ใช่ประเด็นในการถูกพูดถึงของใครบางคนเมื่อกี้นี้อีกต่อไปเหมือนอย่างที่เคย

กงชานไม่อยากให้ผมอยู่ที่นี่จนรอไม่ไหวเลยต้องรีบไล่ผมแล้วหรือไง” จินยองว่าด้วยแววตาตัดพ้อชัดเจน กงชานกอดอกตัวเองอย่างถือตัว

ใช่ รีบๆออกไปซักทีฉันจะได้ให้บาโรเอาของส่วนตัวที่ตรียมมาไปจัดในห้องนั้นแทนของนาย”

ไม่ต้องหรอก ให้บาโรใช้ของผมไปก็ได้ ของใช้ของผมในห้องนั้นก็ไม่ได้มีอะไรมาก คงไม่ทำให้เกะกะห้องเดิมมากหรอก” จินยองตอบอย่างใจกว้าง แต่คำตอบกลับไปกระตุกต่อมโมโหของใครบางคนเข้าเสียนี่

อ๋อ ฉันลืมไป นายคงจะหวังให้ซานดึลซื้อของทั้งหมดนั่นให้นายได้ใหม่สบายๆอยู่แล้วเนอะ ดีจังเลยนะได้ไปอยู่กับคนที่มีบ้านเป็นเจ้าของร้านคาเฟ่รวยๆเนี่ย” เสียงเล็กที่ว่าเขาอย่างกระทบกระเทียบไม่ได้ทำให้จินยองเจ็บปวดกับการกระทำของมนุษย์ใจร้ายไปมากกว่านี้ เจ้าของร่างสูงพยักหน้าแต่ก็ไม่ได้ปริปากพูดอะไร

แหงสิ แฟนใหม่ฉันทั้งคนนายจะให้ฉันดูแลทิ้งๆขว้างๆใช้ของเหลือๆจากผู้ชายซกมกอย่างนั้นได้ยังไงล่ะกงชาน นายนี่ก็พูดแปลกๆ” ซานดึลออกโรงปกป้องแทนพลางยิ้มให้จินยองที่หน้าซึมเศร้าไป

งั้นผมขอเก็บแค่เสื้อผ้าแล้วก็ของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นก็พอ ผมเก็บไวจัดกระเป๋าไว...คงไม่ทำให้กงชานลำบากใจจนทนรอไม่ไหวขนาดนั้นหรอก”

อืม งั้นก็ตามสบาย แต่อย่าให้นานนักล่ะ...”

และนั่นเป็นคำพูดครั้งสุดท้ายในรอบหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาที่ฉันได้พูดกันมนุษย์โคลนนิ่งแคปซูลนิสัยเปื่อยแฉะจืดชืดน่ารำคาญคนนั้น ไปซะได้ก็ดี...ขี้คร้านว่าพอได้ออกไปเที่ยวเปิดหูเปิดตานอกบ้านจะไม่อยากกลับมาที่นี่เสียอีก และหลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์เต็มชีวิตฉันก็มีท่าทีว่าจะสงบสุขขึ้นมากทีเดียวเลยล่ะ

สงบสุขที่หมายถึงเงียบสงบจนไม่เหลือความสุขในชีวิตซังกะตายของฉันอีกเลย....

******************************************70%***********************************************


**************************70%**************************


ผลงานอื่นๆ ของ choco_collon

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 01:29
    กรี๊ดดด เรือดิฉันมาค่ะคุณกิตติคะ เป็นเขินเลยค่ะ แต่มาต่อรอบนี้ค่าตัวมนุษย์โคลนจินยองช่างน้อยนิด แถมตอนจบยังโดนตัดบทจากกงชานซะปักใหญ่ คนใจรว้าย!!!!!!
    #4
    0
  2. #3 Mr-V (@Mr-V) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 01:21
    รู้สึกจุกๆเรื่องหมากฝรั่ง อย่าเปลี่ยนแปลงตัวเองจนเกินไปละำอหนุ่มกาชาปอง กงชานคือใจร้ายยย จะตี!!! สงสารเขาหน่อยยย งุยยย เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายนะเราอะ
    #3
    0
  3. วันที่ 4 กันยายน 2562 / 23:51

    กงชานใจร้ายมาก สงสารตาคนโคลนนิ่งมาก แง่ กงชานไม่รักไม่เป็นไรมาบ้านเราได้เลยค่ะ พร้อมนั่งกินซุปกิมจิ24ชม. >..< เอ๋ แต่จินยองไปรู้สูตรคุณแม่ได้ไงนะ???” //สู้ๆค่ะไรท์ ฮึบๆ

    #2
    0
  4. วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 18:56

    ชอบความครีเอทจังเลยค่ะ ทั้งปีบีวันศักราช และพวกบัตรประจำตัวแบบโฮโลแกรม มันทันสมัยมากๆ จะรอต่อจนจบนะคะ สู้ๆค่ะ แลดูกงชานจะไม่เลิกเหม็นขี้หน้ากาชาตัวนี้ง่ายๆเลยด้วยสิ

    #1
    0