คัดลอกลิงก์เเล้ว

[OS B1A4] Spinning Love (JinChan)

โดย choco_collon

"เพราะเวลาที่เราตกหลุมรักใคร คนคนนั้นก็จะกลายเป็นมนุษย์สีชมพู..."

ยอดวิวรวม

113

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


113

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


3
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  19 ธ.ค. 60 / 02:48 น.
นิยาย [OS B1A4] Spinning Love (JinChan) [OS B1A4] Spinning Love (JinChan) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

 

[OS : B1A4]

SPINNING LOVE


Relationship : JinChan

Rate : 13 Yrs




“...เวลาที่เรามีความรักให้ใคร แปลกใจบ้างไหมที่เรามองเห็นเขาเป็นมนุษย์สีชมพู

เวลาที่เราเก็บพื้นที่ในใจเอาไว้ให้ใครคนหนึ่งตลอดไป แปลกใจบ้างไหมว่าตลอดไปนี่มันจะต้องยาวนานซักเท่าไหร่กัน


s
n
a
p

เนื้อเรื่อง อัปเดต 19 ธ.ค. 60 / 02:48


 

OS : SPINNIG LOVE




            ในดินแดนสวนสนุกหรรษาที่มีเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของผู้คนมากมายที่มาเยือนยังสถานที่แห่งนี้ ขนมลูกกวาดหลากสีรสหวานแสบลิ้น เครื่องเล่นชิงช้าสวรรค์และม้าหมุนลายประณีตน่ารักที่หมุนติ้วตามเสียงเพลงจังหวะสดใส คณะละครสัตว์และตัวตลกเสื้อผ้าสีสันฉูดฉาดตาที่โยนลูกบอลสีต่างๆสลับกันไปมาเองก็เรียกเสียงหัวเราะครื้นเครงได้สมกับสถานที่ที่ผู้คนส่วนมากมักจะขนานนามว่าเป็นแหล่งที่บรรจุความสุขในยามเยาว์วัย

            แต่กับใครบางคนที่ถึงแม้ตัวเองจะอยู่ในวัยเยาว์ในขณะนั้นก็จริงกลับทำหน้าตาบึ้งตึงเหมือนกับไม่ได้รับความสุขจากสิ่งแวดล้อมรอบข้างในตอนนี้แม้แต่นิดเดียว มีเพียงร่างของเด็กผู้ชายตัวเล็กๆหน้าหวานตรงหน้าที่นั่งกัดช็อคโกแลตบาร์ยี่ห้อหรูห่อกระดาษสีแดงสดข้างๆกันเท่านั้นที่ดวงตาเรียวคมคู่นั้นพอที่จะทอดมองแล้วอมยิ้มมีความสุขไปได้ด้วยบ้าง

“พี่จินยอง” เด็กชายตัวน้อยอีกคนที่ใส่เสื้อเอี๊ยมสีหลืองลายลูกเจี๊ยบทับกับเสื้อแขนยาวสีขาวผ่องสดใสแย้มยิ้มจนตาหยีระหว่างที่ดึงชายเสื้อเชิร์ตของเด็กชายรุ่นพี่ร่างสูงหน้าบูดคนนั้นเอาไว้ แววตาเรียวยาวที่จ้องกลับมาแสดงอาการว่ากำลังเบื่อหน่ายกับความจุ้นจ้านเจ๊าะแจ๊ะของอีกคนได้อย่างชัดเจน

            “อะไร”

            “ชานชิคระบายสีรูปพี่จินยองมาให้ เอาไประบายตรงข้างๆม้าหมุนนู่นแน่ะจะได้ไม่กวนพี่จินยองกับกงชาน ชานชิคให้พี่จินยองนะ ^^” มือเล็กที่เปรอะเปื้อนไปด้วยผงสีเทียนยัดแผ่นกระดาษที่วาดรูปลายเส้นยึกยือเอาไว้ใส่ในมือของรุ่นพี่แล้วยิ้มตาหยีให้อีกครั้ง แต่กลับโดนเด็กน้อยหน้าหวานที่หน้าตาเหมือนกันราวกับแกะ แต่ดูท่าทางแล้วสดใสร่าเริงคล่องแคล่วมากกว่าแย่งกระดาษแผ่นนั้นเอาไปดูต่อหน้าต่อตาโดยที่ไม่สามารถทัดทานแรงได้

            “โอ้โห~ ตัววาดพี่จินยองเหมือนใส่เสื้อเชิร์ตลายผ้าขาวม้าเลยอ่ะ ตาก็เล็กข้างโตข้างอย่างกับไปโดนใครต่อยมาแน่ะ ฮ่าๆ ^[]^

            “ชานชิคไม่ได้ให้กงชานซะหน่อย ชานชิคตั้งใจวาดให้พี่จินยองไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตัวเลย T^T” เด็กน้อยใส่เอี๊ยมลายลูกเจี๊ยบบอกเสียงแผ่วเมื่อเห็นแฝดคนพี่วิจารณ์ผลงานของตัวเองซะย่อยยับน่าอับอาย แก้มห้อยๆนั้นกลายเป็นสีแดงปลั่งยามเมื่อลอบมองหันไปยังรุ่นพี่วัยไม่เกิน 12 ขวบที่ตนเองตั้งใจจะให้ของชิ้นนี้เป็นของขวัญ จินยองลูกชายเจ้าของสวนสนุกแห่งนี้ได้แต่กลอกตาไปมาพร้อมถอนหายใจ

            “ไม่รับไว้ได้มั้ย วาดอะไรไม่เห็นจะดูรู้เรื่องเลย”

            “ว้ายโดนพี่จินยองปฏิเสธครั้งที่เท่าไหร่แล้วยังไม่เข็ดอีกตัวนี่” ทันทีที่พูดจบประโยคแฝดคนพี่ก็รีบพูดเสียงเจื้อยแจ้วสำทับพร้อมกับแลบลิ้นใส่ทันที จินยองมองเด็กน้อยอีกคนที่ใส่เอี๊ยมลายกระต่ายน้อยสีชมพูสดใสแบบเดียวกันพลางแอบอมยิ้มกับความน่ารักร่าเริงของอีกฝ่ายเงียบๆ แฝดคนน้องมีอาการหน้าหงอยไปแป๊บเดียวก่อนจะยิ้มมองโลกในแง่ดีแล้วพูดอธิบายใหม่

            “ชานชิควาดพี่จินยองกับชานชิคกำลังจับมือกัน กงชานกำลังนั่งอยู่บนเรือหงส์ตรงนี้คนเดียว นี่ไงพี่จินยองดูออกหรือยัง”

            “ก็บอกว่ามันไม่สวย แล้วทำไมต้องระบายตัวพี่สีชมพูทั้งตัวแบบนั้นด้วยน่ากลัวพิลึกอย่างกับเป็นมนุษย์หมูแน่ะ -_-*” จินยองจิ๊ปากแล้วหันไปแกะช็อคโกแลตให้กงชานที่นั่งข้างๆให้กินได้ถนัดๆโดยไม่ได้สนใจอีกฝ่ายหนึ่งที่พูดเสียงเจื้อยแจ้วเท่าไหร่นัก

            “ก็ก็ชานชิคชอบพี่จินยอง ตัวพี่จินยองเลยเป็นสีชมพู -///-

            “เหลวไหล งั้นถ้าพี่เกลียดนายตัวนายก็จะเป็นสีดำด้วยอย่างนั้นใช่หรือเปล่า”

            “

            “กงชาน เมื่อกี้บอกว่าอยากกินไอติมช็อคโกแลตใช่มั้ย เดี๋ยวพี่ไปซื้อตรงนู้นให้” จินยองเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่นักแล้วหันไปถามแฝดคนพี่แทน กงชานรีบพยักหน้าทำตาโตตื่นเต้น

            “จริงอ่ะ *0* เอาโคนลูกใหญ่ๆเลยนะเดี๋ยวกงชานรอพี่จินยองอยู่ตรงนี้ได้ป่ะ กงชานเมื่อยแล้ว”

            “ตามใจเราสิ”

            “เดี๋ยว ชานชิคจะไปด้วย ^^” หนีไม่พ้นเท่าไหร่ก็โดนเด็กจอมตื๊ออีกคนวิ่งเตาะแตะมาหอบแฮ่กๆอยู่ข้างกันแม้ว่าจะรีบสาวเท้าให้เดินหนีเร็วซักแค่ไหน แต่เด็กน้อยชานชิคก็มักจะตามเขาทันเสมอตลอดระยะเวลาเกือบหนึ่งอาทิตย์ที่พ่อแม่ทั้งคู่เอาเด็กฝาแฝดมาฝากไว้กับพ่อแม่เขาให้ดูแลชั่วคราว เนื่องจากพ่อแม่ของทั้งคู่ติดประชุมโปรเจคสร้างสวนน้ำที่ต่างประเทศทำให้ไม่มีใครดูแลเด็กสองคนนี้ นอกเสียจากพ่อแม่ของเขาที่เป็นเพื่อนรักกันและพอจะไว้ใจกันได้เนื่องจากสนิทกันมานานและทำธุรกิจเกี่ยวกับสวนสนุกคล้ายๆกัน

            และเพราะความเป็นนักธุรกิจเหมือนกันจึงทำให้พ่อและแม่ของจินยองทั้งคู่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลลูกชายฝาแฝดของเพื่อนเท่าไหร่นัก ภาระส่งมอบดูแลเด็กทั้งสองคนนี้จึงต้องตกอยู่กับพี่เลี้ยงจำเป็นวัย 12 ขวบอย่างจองจินยองแทน ในฐานะพี่ชายแสนดีที่พ่อกับแม่มอบหมายและคาดหวังว่าต้องทำตัวดีๆกับน้องๆทั้งสองคนอย่างเท่าเทียมกัน แต่ดูเหมือนอะไรๆมันจะไม่ได้เป็นไปตามที่ผู้ใหญ่คาดหวังเท่าไหร่หรอก

            “จะตามมาทำไมเนี่ย แล้วทิ้งกงชานไว้คนเดียวแบบนั้นได้ยังไง” จินยองบอกเสียงเขียวเมื่อหันมาเห็นเด็กแฝดจอมจุ้นที่น่ารำคาญอีกคนตามติดชีวิตเขาแจมายันร้านขายไอติม ดวงตาใสแจ๋วนั้นกระพริบปริบๆแล้วหันกลับไปมองยังทางที่เดินจากมา

            “ชานชิคเองก็อยากได้ลูกโป่งหมีอันนู้นด้วย เลยจะรีบมาบอกพี่จินยองว่าซื้อให้หน่อย ^__^

            “เงินพี่หมดแล้ว ซื้อให้ไม่ได้หรอก” จินยองบอกปัดอย่างไร้เยื่อใยพลางจ่ายตังค์เหรียญให้กับพ่อค้าระหว่างที่รับไอติมช็อคโกแลตทั้งสองโคนมา ชานชิคมองลูกโป่งตาละห้อยก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่วอีกครั้ง

            “เงินหมดแต่ทำไมยังซื้อไอติมให้พี่กงชานได้เลยล่ะ”

            “ถามมาก ก็ตอนนั้นยังไม่หมด ตอนนี้หมดแล้วเข้าใจมั้ยจะมาตามอะไรพี่นักหนา -*-” จริงๆแล้วจินยองยังเหลือเงินที่พ่อกับแม่ให้เขาเอาไว้สำหรับดูแลน้องทั้งสองคนอีกจำนวนหนึ่ง แต่ไม่รู้อะไรดลใจทำให้เขาอยากบอกชานชิคแบบนั้นไป

            “ถ้าเหลือไม่มากงั้นหยอดไขแหวนไข่ให้ชานชิคกับกงชานก็ได้นะ พี่กงชานก็อยากได้แหวนไข่เป็นของขวัญเหมือนกัน” เจ้าตัวใช้นิ้วป้อมๆนั่นชี้ไปที่ตู้หมุนไข่เสี่ยงทายแล้วทำหน้าให้ดูอ้อนมากที่สุด แม้จะรู้ดีว่าตัวเองจะน่ารักสู้แฝดพี่ในสายตาคนตรงหน้าไม่ได้เลยก็ตาม

            “ของขวัญของขวัญอะไร” จินยองเริ่มถามด้วยความสนใจเมื่อเห็นว่ามีชื่อกงชานอยู่ในนั้นด้วย ชานชิคยิ้มแก้มปริที่ในที่สุดอีกคนก็ยอมเป็นฝ่ายเอ่ยถามเขาก่อน

            “วันนี้เป็นวันเกิดกงชานกับชานชิค เดี๋ยวตอนเย็นป้ายูบินก็จะมารับพวกเราไปฉลองงานเป่าเค้กวันเกิดที่บ้านด้วย พี่จินยองจะไปเลือกเค้กด้วยกันมั้ย ^^” ชานชิคเอ่ยถึงแม่บ้านที่บ้านอย่างดีใจตามประสาเด็ก ตลอดหลายวันที่พ่อแม่เอาพวกเขามาฝากไว้กับครอบครัวจินยองก็เหมือนคนรุ่นพี่จะมองเขาขวางหูขวางตาไปซะหมดถ้าเทียบกับกงชานที่น่ารักสดใสและคล่องแคล่วมากกว่าเด็กขี้แยพูดน้อยอย่างเขา แม้แต่คนอื่นเองก็คงรู้สึกรักและเอ็นดูกงชานมากกว่าเหมือนกันแต่เด็กน้อยก็ยังคงมองโลกในแง่ดีด้วยการคิดว่าอย่างน้อยกับจินยองที่มีอายุวัยไล่เลี่ยกันและเป็นฮีโร่ในสายตาเขาก็คงจะไม่คิดเช่นนั้น

            “อยากได้แหวนไข่เหรอ” จินยองพูดอย่างชั่งใจเหมือนนึกอะไรดีๆออก

            “อยากสิ ถ้าได้เป็นของขวัญชานชิคกับพี่กงชานต้องดีใจมากแน่ๆเลย ^^

            “งั้นชานชิคเอาไอติมอันนี้ไปให้พี่กงชานนะ พี่ไขเสร็จแล้วพี่จะรีบตามไป” จินยองยื่นโคนไอติมช็อคโกแลตให้เด็กตัวน้อยถือแล้วหมุนตัวเดินไปยังตู้ไขไข่ที่ไม่ไกลจากร้านไอติมตรงนี้เท่าไหร่มาก เด็กน้อยชานชิคร้องด้วยความดีใจสมหวังแล้วยอมวิ่งกลับไปหาแฝดผู้พี่ตามคำสั่งของเขาแต่โดยดี จินยองตบเงินในกระเป๋าตัวเองระหว่างที่เหล่ตามองอีกฝ่าย

            บอกว่าจะซื้อให้แต่ก็ไม่ได้บอกนี่ว่าจะซื้อให้ใคร


 


            “ชานชิค ชานชิคตัวรีบตื่นเดี๋ยวนี้เลยนะ! >[]<” หมอนนุ่มๆถูกฟาดลงกับใบหน้าใสของใครอีกคนที่นอนอย่างสงบอยู่บนเตียงอย่างแรง ชานชิควัย 22 ปีปรือเปลือกตาสวยมองพี่ฝาแฝดที่กำลังแผดเสียงรบกวนช่วงเวลาการนอนของเขาอยู่บนเตียงชั้นสองอย่างยากเย็น

            “ฮื้อออ T^T ก็บอกแล้วไงว่าเค้าไม่ไป”

            “ตัวตกลงกับเค้าแล้วว่าจะไปนัดเดทกับพี่จินยองที่เคยเจอกันสมัยเด็กๆนั่นแทนเค้า แล้วเค้าจะไปสอบวิชาตัดต่อวิดิโออะไรนั่นแทนตัวไง ตัวคิดจะเบี้ยวข้อตกลงของเราเหรอ” กงชานเอามือเท้าสะเอวจ้องมองแฝดคนน้องที่ทำหน้างอแงมุดหมอนอย่างเอาเรื่อง ชานชิคสั่นหน้าหวือพลางพยายามสลัดความฝันในวัยเด็กที่เพิ่งตื่นขึ้นมาเมื่อกี้

            “มันไม่ใช่เรื่องอะไรของเค้าเลยซักนิด พ่อแม่หมั้นตัวไว้กับพี่จินยองเองก็ไปเคลียร์ด้วยตัวเองสิมาเกี่ยวอะไรกับชานชิคล่ะ U_U

            “งั้นตัวจะยอมให้ตัวเองได้เกรดวิชานี้ติด หรือไง วิชานี้มันยากน้าตัวสอบมาหลายครั้งได้ข่าวว่าก็ซ่อมทุกครั้งเลยนี่ -.,-” กงชานพูดหว่านล้อมเสียงเจ้าเล่ห์ ชานชิคได้แต่ทำปากงุ้มเถียงอะไรแฝดพี่ไม่ได้

            ก็ใช่กงชานเป็นคนที่มักจะทำอะไรทุกเรื่องได้ดีกว่าเขามาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว หัวดีกว่า ร่าเริงกว่า พูดคุยเก่งกว่า น่ารักมีเสน่ห์มากกว่า มีคนมาชอบเยอะแยะมากกว่า พ่อกับแม่เองก็คิดแบบนั้นถึงได้พยายามผลักดันทั้งเรื่องเรียนและกิจกรรมของกงชานจนได้ติดเป็นขวัญใจมหาลัยและเดือนคณะ ใครๆก็รักและเอ็นดูกงชานกันทั้งนั้น ต่างจากเขาที่เป็นฝาแฝดน้องของกงชานที่หน้าเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้วแท้ๆ แต่กลับทำอะไรไม่ได้เรื่องในสายตาใครๆจนกลายเป็นเหมือนเงาของกงชานมาโดยตลอด

            ทั้งคู่สอบติดเรียนคณะนิเทศในมหาวิทยาลัยแห่งเดียวกัน แต่ทุกคนในมหาวิทยาลัยแน่นอนว่าก็ต้องรู้จักแต่กงชานกันทั้งนั้น กงชานได้เรียนอยู่สาขาการแสดงเพราะมีหน้าตาที่น่ารักและบุคลิกที่ดูมั่นใจในตัวเอง ในขณะที่ชานชิคเรียนอยู่สาขาเบื้องหลังบทละครโทรทัศน์ที่ไม่ค่อยมีใครเห็นความสำคัญเท่าใดนัก ดูสิขนาดสาขาที่เรียนยังบ่งบอกตัวตนกันได้ขนาดนี้เลย แล้วเขาจะไปปลอมตัวเป็นกงชานที่ใครๆต่างก็พากันหลงรักได้ยังไงกันล่ะ T^T

            “ตัวอย่ามาเอาเรื่องเกรดมาขู่เค้าได้มั้ย ตัวก็รู้ว่าเค้าเรียนเก่งสู้ตัวไม่ได้หรอก” ชานชิคพูดอย่างเจียมตัว ในขณะที่กงชานยิ้มร่าแล้วกระโดดเล่นบนฟูกเตียงตบไหล่เขาแปะๆ

            “ก็นั่นไง อยากให้เค้าไปสอบแทนตัวให้ได้คะแนนดีๆ ตัวก็ไปนัดเดทตามที่ตกลงกันเอาไว้สิ โอกาสดีๆแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆนะ ตอนเด็กๆตัวก็ชอบพี่จินยองมากไม่ใช่หรือไงเค้าจำได้”

            “ไม่ใช่นะ! Y^Y นั่นมันเรื่องสมัยนานมาแล้ว คนใจร้ายแบบนั้นเค้าไม่มีทางชอบมาจนถึงทุกวันนี้หรอก ตัวเก็บเอามาล้อเค้าไม่ได้หรอกนะจะบอกให้” ชานชิคผุดตัวลุกขึ้นนั่งหน้าแดง

            “ล้อได้ไม่ได้ไม่รู้แหละ แต่เมื่อวันก่อนเค้าจัดโต๊ะหนังสือตัวเปิดในลิ้นชักดูยังเจอรูปวาดพี่จินยองตัวสีชมพูที่ตัวเคยวาดให้พี่เขาตอนนั้นอยู่เลย :P

            “…!!

            “อะไรเนี่ยตัวยังชอบพี่เขาอยู่อีกเหรอเรื่องมันก็ผ่านมาตั้งหลายปีแล้วนะ พี่เขาไปเรียนต่อเมืองนอกเพื่อจะมาสืบทอดกิจการขยายสาขาสวนสนุกตั้งหลายปีตั้งแต่สมัยไฮสกูล ตัวไม่ได้เจอหน้าพี่เขามาจะเป็นสิบๆปีอยู่แล้วแถมพี่เขาก็ทำกับตัวไว้ขนาดนั้นตัวจำไม่ได้หรือไง” กงชานเตือนสติคนน้องที่นั่งหน้าหงอยไป ชานชิคเม้มเรียวปากบางแน่นไม่ปริปากพูดอะไรซักคำ

            “จำได้สิ ชานชิคจำได้

            “จะว่าไปตอนนั้นพวกเราก็นิสัยเด็กกันจัง แต่ที่พี่เขาทำแบบนั้นกับตัวมาตลอดหลายวันก็ใจร้ายมากเลยนะ ไขแหวนไข่มาเป็นของขวัญวันเกิดให้เค้าแค่คนเดียวแล้วทิ้งตัวไว้ข้างทะเลสาบคนเดียวแบบนั้น

            “

                .

                .

                .

            “ทำไมชานชิคขึ้นไปนั่งบนเรือปั่นคุณหงส์ด้วยไม่ได้ล่ะ ชานชิคอยากไปกับพี่จินยองกับกงชานด้วย” เสียงชานชิคในวัยเด็กเริ่มงอแงเมื่อโดนจินยองสั่งห้ามเขาไม่ให้ขึ้นไปนั่งบนเรือถีบที่สวนสนุกด้วยกัน กงชานในวัยเด็กไม่ได้สนใจน้องตัวเองที่ทำสีหน้าละห้อยเท่าไหร่นักเพราะมัวแต่ตื่นเต้นกับการได้ถีบเรือหงส์ปั่นเป็นครั้งแรก

            “ก็เรือมันนั่งปั่นได้แค่สองคน ชานชิครอพวกพี่อยู่ตรงนี้แหละเดี๋ยวพวกพี่ไปไม่นานหรอก” จินยองแก้ตัวพลางกำแหวนไข่ที่ตัวเองอุตส่าห์ไปไขจากตู้แมชชีนเสียแน่นด้วยความตื่นเต้น นี่เป็นโอกาสที่ดีที่เขาจะได้สารภาพความในใจโดยไม่มีใครมาเป็นอุปสรรคคอยขัดขวางเหมือนวันที่แล้วๆมาอีก

            “ไม่ยุติธรรมเลย ชานชิคเองก็อยากนั่งเรือคุณหงส์เหมือนกัน ให้ชานชิครอตรงนี้ชานชิคเบื่อ T^T

            “เอ๊ะทีเค้ายังรอตัวกับพี่จินยองไปซื้อไอติมกันตั้งนานสองนานได้เลยนี่ ตัวแค่รอเค้ากับพี่จินยองที่ฝั่งแค่นี้ทำเป็นบ่นไปได้ -3-” ชานชิคอยากจะเถียงเหลือเกินว่านั่นมันก็เป็นเพราะความขี้เกียจเดินของกงชานเองไม่ใช่หรือไงแต่ก็เถียงอะไรไม่ได้ เพราะรู้ว่าถึงเถียงไปอีกคนหนึ่งจะเข้าข้างใครมากกว่ากัน

            “ชานชิคเหงาจริงๆนะละ..แล้วถ้าสมมติเกิดมีใครมาจับตัวชานชิคไปเหมือนในละครล่ะ” เด็กน้อยในชุดเอี๊ยมลายลูกเจี๊ยบสีเหลืองว่าหน้าเศร้าสลด จินยองถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย

            “เด็กน่ารำคาญตามติดคนอื่นแจแบบนี้ใครจับไปได้คงหนวกหูตายเลย”

            “

            “รออยู่ตรงนี้แหละ เดี๋ยวพี่กลับมาเลือกเค้กเป็นเพื่อน คืนนี้พี่จะไปงานปาร์ตี้ที่บ้านพวกเราด้วย” จินยองใช้วิธีปลอบประโลมแทนซึ่งนั่นก็ได้ผลตามคาด ชานชิคเกิดอาการดีใจมากจนเลิกงอแงทันที

            “พี่จินยองจะไปงานเลี้ยงกับพวกเราแล้วเหรอ ^^ เย้ชานชิคดีใจที่สุดเลยที่พี่จินยองบอกแบบนี้”

            “เพราะงั้นต้องเป็นเด็กดีเชื่อฟังพี่ รอพี่อยู่ตรงนี้ห้ามดื้อห้ามซนไปวิ่งเล่นที่ไหนไกลล่ะ”

            “ได้เลย ชานชิคจะรอพี่ๆอยู่ตรงฝั่งนี้นะ ^0^

            ชานชิคยิ้มแป้นยืนส่งเรือหงส์ลำน้อยสีชมพูน่ารักที่มีจินยองและกงชานนั่งปั่นออกไปยังทะเลสาบด้วยกันจนไกลพ้นสายตาประมาณหนึ่ง เด็กน้อยเลือกที่จะนั่งเล่นต่อใบต้นสนริมทะเลสาบในสวนสนุกเงียบๆคนเดียวแข่งกับพระอาทิตย์สีส้มลูกกลมที่ค่อยๆตกพ้นลับขอบฟ้าและแผ่นน้ำริมทะเลสาบไปเรื่อยๆ แสงสีม่วงอ่อนเหมือนลูกพลัมของก้อนเมฆที่สะท้อนตัดแสงริบหรี่ยามเย็นค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นผืนฟ้าห่มด้วยความมืดสีน้ำเงินดำสนิท แม้ริมทะเลสาบที่นั่งรอจะมียุงตอมกัดบ้างตามธรรมชาติ แต่ดอกไม้ใบหญ้าแถวนั้นก็ทำให้ชานชิครอคอยคนทั้งสองที่ปั่นเรือออกไปริมทะเลสาบด้วยความรู้สึกที่เพลินใจไม่เบื่อมากกว่า เพียงแค่จินยองบอกว่าเย็นวันนี้จะกลับมาไปเลือกเค้กสำหรับฉลองปาร์ตี้วันเกิดที่บ้านด้วยกัน

            ไม่รู้ว่าเพราะอะไรที่ทำให้เด็กน้อยรู้สึกอยากเกาะติดพี่ชายคนนี้ตัวหนึบเป็นตังเมทั้งที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานตั้งแต่เมื่ออาทิตย์ก่อนที่พ่อแม่เอาพวกเขามาฝากไว้ที่นี่ อาจจะเป็นเพราะท่าทีเท่ๆที่เย็นชาของพี่จินยองที่ทำให้เด็กน้อยอยากละลายแท่งไอติมเดินได้นี้ให้สำเร็จ อาจจะเป็นเพราะพี่จินยองชอบเดินเร็วเวลาอยู่ใกล้ๆเขาเสมอทำให้ชานชิคอยากเดินตามพี่จินยองให้ทัน อาจะเป็นเพราะพี่จินยองเป็นคนไม่ชอบยิ้มเวลาที่อยู่กับเขาเด็กน้อยชานชิคก็เลยชอบจินตนาการรอยยิ้มบนใบหน้าพี่ชายที่ทำหน้าที่พี่เลี้ยงจำเป็นคนนี้ว่ามันจะอบอุ่นแค่ไหนเวลาที่ส่งยิ้มเอ็นดูมาให้เขาเพียงคนเดียว

            ไม่ว่ายังไงพี่จองจินยองคนนี้ก็ดูเป็นฮีโร่ที่สุดยอดที่สุดในสายตาของเขาเสมอ

            แสงสว่างจากไฟเทียนที่จุดขึ้นกลางทะเลสาบทำให้ดวงตากลมๆของชานชิคหันกลับไปมองให้ความสนใจกับเรือของพี่ชายฝาแฝดและฮีโร่คนเก่งของตัวเองที่เพิ่งแล่นออกไปอีกครั้ง แม้ว่าสายตาของชานชิคจะไม่ได้ดีมากแต่ก็พอเห็นได้ว่าพี่จินยองกำลังจุดเทียนวันเกิดให้กับกงชานบนขนมคัพเค้กสีหวานที่เตรียมการซื้อใส่กล่องมาอย่างดี พี่จินยองกำลังยิ้มเขินให้พี่ฝาแฝดของเขาขณะที่ยื่นแหวนไข่ที่เขาเคยบ่นนักหนาว่าอยากได้ให้เป็นของขวัญวันเกิดให้กับกงชาน ความรู้สึกร้อนผะผ่าวและความหนักอึ้งจากหยดน้ำที่เอ่อขังเต็มริมขอบตาทำให้เสียงสะอื้นของเด็กน้อยค่อยๆดังเล็ดรอดออกมาพลางใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำหูน้ำตาของตัวเองที่ไหลแหมะลงป้อยๆ ริมฝีปากสีชมพูซีดจากความเหน็บหนาวที่ได้รอคอยอยู่ตรงริมทะเลสาบมาได้พักหนึ่งเบะออกแล้วก้มหน้ามองดูรูปบนกระดาษที่ตัวเองวาดลายเส้นยึกยือและเคยจะให้อีกคนเป็นของขวัญเนื่องในวันเกิดของตัวเองปล่อยให้น้ำตาไหลรินใส่หยดลงไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าแล้วสะอื้นฮักๆจนลำตัวเล็กไหวโยน

            เขาที่อยู่ตรงนี้มองเห็นทั้งสองคนที่อยู่บนเรือหมดทุกอย่าง แต่กับพี่จินยองที่อยู่ตรงนั้นกับกงชานจะมองเห็นเขาที่อยู่ตรงนี้บ้างไหมว่ากำลังร้องไห้หนักแค่ไหน ตราบใดที่พี่จินยองอยู่ข้างๆพี่กงชานเขาจะไม่มีวันมีตัวตนในสายตาของใครเลย ไม่มีวันที่จินยองจะมองเห็นเด็กน้อยที่ชื่อชานชิคที่รออยู่ตรงนี้เลย

            ทั้งๆที่ก็หน้าตาเหมือนกัน เกิดในวันเดียวกันแท้ๆแต่เขากลับไม่เคยได้รับความรักจากใครเท่ากับที่กงชานเคยได้รับ แม้แต่กับพี่จินยองที่เพิ่งได้เจอกันไม่นานก็ยังมองไม่เห็นเขาเลยซักนิด เขามันเป็นได้ก็แค่รูปวาดของพี่กงชานที่ลายเส้นยึกยือน่าเกลียดเหมือนกับภาพที่เขาวาดเองนี่แหละ แม้แต่เงาก็ยังดูมีคุณค่าดูสวยงามมากกว่านั้น

            ชานชิควิ่งเหยาะๆเช็ดน้ำหูน้ำตาที่ไหลรินร้องไห้อยู่คนเดียวเงียบๆในรถฟักทองด้านหลังสวนสนุกชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า ใจของเด็กน้อยไม่อยากจะกลับไปที่ริมทะเลสาบให้เห็นภาพที่โหดร้ายแบบนั้นอีกแล้ว ไม่รู้ว่าพี่จินยองกับกงชานจะออกตามหาเขาหรือเปล่าเพราะภาพที่เห็นครั้งสุดท้ายทั้งคู่ก็ยังดูเล่นกันอย่างสนุกสนานดี

            “คุณหนูป้ากับพี่ๆตามหาคุณหนูแทบแย่ คุณหนูมาร้องไห้ตรงนี้ทำไมคนเดียวคะเนี่ย!” เสียงของป้ายูบินอุทานขึ้นทันทีที่เปิดประตูรถม้าของเล่นแล้วหาเขาเจอ ชานชิคอยู่ในสภาพจมูกแดงแปร๊ดหน้าเปรอะเปื้อนน้ำตานั่งกอดเข่าคุดคู้อยู่ในรถม้าฟักทอง หน้าตามีแต่น้ำมูกน้ำตาเกรอะกรังและยังคงร้องไห้กระซิกๆไม่เลิกอย่างน่าสงสาร คงจะมีแต่ป้ายูบินนี่แหละมั้งที่ยังคงเป็นห่วงและรักเขามาตลอดจริงๆ

            “พี่จินยองใจร้าย ชานชิคอยากกลับบ้านแล้วป้ายูบิน”

            “โถคุณหนูของป้า ถ้างั้นกลับบ้านกันเถอะค่ะคุณจินยองน่าจะไปรออยู่ในรถเตรียมไปงานปาร์ตี้วันเกิดคุณหนูแล้วนะคะ” หญิงวัยกลางคนพยายามพูดหลอกล่อแต่เด็กน้อยกลับส่ายหน้าหวือ

            “ชานชิคจะกลับบ้าน ไม่อยากกินเค้กไม่อยากได้ของขวัญแล้ว พี่กงชานเขาก็ได้กินไปแล้วด้วย

            “งั้นไว้พรุ่งนี้เราค่อยมาหาคุณจินยองที่นี่กันใหม่แล้วกันนะคะคุณหนู คุณหนูรีบออกมาหาป้าเถอะค่ะนั่งอยู่ในนั้นอากาศมันหนาวจะเป็นหวัดเอานะคะ” แม้จะไม่เข้าใจในเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ทั้งหมดมากแต่สาวใช้ก็อยากให้คุณหนูของเธอรีบกลับมาร่าเริงเร็วๆจึงได้พูดหลอกล่อในสิ่งที่คิดว่าคุณหนูของเธอน่าจะชอบไปแบบนั้น

            “วันพรุ่งนี้ชานชิคก็จะไม่มาแล้ว ชานชิคเหนื่อยอยากพักอยู่บ้านไม่อยากมาแล้ว” ชานชิคร้องไห้โฮซ้ำออกมาอีกรอบก่อนจะโผเข้ากอดสาวใช้ที่รับตัวบางเล็กๆนั้นมากอดปลอบประโลมอยู่พักใหญ่กว่าเด็กน้อยจะยอมสงบเสียงสะอื้นแห่งความทุกข์เศร้าใจลงไปได้ แม้จะเจอเรื่องร้ายๆในชีวิตวัยเด็กมาเยอะแค่ไหนแต่ยูบินก็ยังไม่เคยเห็นคุณหนูชานชิคของเธอร้องไห้หนักมากขนาดนี้มาก่อน มีก็แต่จะยิ้มสู้ตลอดไม่ว่าโลกและคนรอบข้างจะปฏิบัติกับคุณหนูของเธออย่างเลวร้ายและไม่ยุติธรรมแค่ไหน

            “คุณหนูไม่อยากมาเล่นกับคุณจินยองแล้วเหรอคะ” ใบหน้าใสที่ซบไหลเธอส่ายถูไปมาเป็นการปฏิเสธแต่ไม่พูดอะไรไปมากกว่านี้ จะให้เขาบากหน้ามาที่นี่อีกทำไมในเมื่อตลอดเวลาที่ผ่านมาจินยองก็เอาแต่สนใจเล่นแต่กับกงชาน

            “ไม่มาก็ไม่เป็นไรค่ะ ยูบินจะบอกคุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายให้ว่าคุณหนูไม่สบายออกไปข้างนอกไม่ได้ ใครไม่อยากคุยกับคุณหนูก็ช่างแต่ยูบินจะอยู่เป็นเพื่อนเล่นกับคุณหนูเองนะ” มือที่อบอุ่นนั้นลูบหัวเด็กน้อยปลอบประโลมให้หยุดร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า นานจนกว่าเด็กน้อยจะผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้าและความเศร้าโศกที่เกาะกุมห่อหุ้มหัวใจไปได้ และนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ชานชิคก็ไม่สบายเป็นไข้หวัดใหญ่อย่างหนักจากการตากลมหนาวในคืนวันเกิดของตัวเองและกงชานทั้งคืน และก็ไม่เคยกลับไปยังสวนสนุก Mizo Land ของจินยองอีกเลย แม้ว่ากงชานจะมารบเร้าให้ชานชิคไปที่นั่นเป็นเพื่อนตนหลังจากทุกเย็นที่กลับมาจากที่นั่นมากแค่ไหนก็ตาม

                .

                .

                .

            “ตอนนั้นเค้าถามตัวตั้งนานกว่าจะรู้ว่าตัวป่วยและซึมไปเพราะอะไร รู้งี้นะเค้าจะอยู่บ้านเป็นเพื่อนตัวไม่มีวันไปที่นั่นอีกเลยคอยดูสิ -^-” กงชานพูดแล้วทำหน้าหงุดหงิดแทนน้อง ชานชิคยิ้มหวานแล้วส่ายหัวนิดๆ

            “ช่างเถอะ เรื่องมันก็ตั้งแต่สมัยเด็กๆแล้ว ตัวนั่นแหละเค้าเห็นตอนที่รับคัพเค้กวันเกิดกับแหวนไข่พี่จินยองมาตัวก็ดูมีความสุขดีนี่ ไม่ต้องทำมาเป็นเข้าข้างชานชิคเลย”

            “อ้าว มาโทษเค้าซะงั้นอ่ะ ยังไม่เลิกหึงอีกเหรอเรื่องก็ผ่านมาตั้งหลายปีแล้วไม่ใช่หรือไง คนใจร้ายพรรค์นั้นจะไปจดจำให้เปลืองหัวใจทำไม๊คัพเค้กอันนั้นพอขึ้นจากฝั่งมาเค้าก็อดกินเพราะต้องออกตามหาตัวทั่วสวนสนุกเพราะอยู่ดีๆตัวก็หายไป แหวนไข่บ้าบอก๊องแก๊งนั่นที่พี่เขาให้มาก็เอาไปเก็บไว้ที่ไหนแล้วก็ไม่รู้” กงชานขึ้นเสียงสูงล้อเลียนแล้วเหล่ตามองปฏิกริยาคนน้อง

            “ตัวก็พูดเองว่าพี่จินยองใจร้าย แล้วตัวยังจะให้เค้าไปปลอมตัวเป็นตัวเองไปเดทหลอกๆกับพี่เขาอีก ตัวเป็นห่วงเค้าจริงหรือเปล่าเนี่ยทำไมเอาเค้าไปไว้กับคนใจร้ายแบบนั้น T^T” ชานชิคทำหน้างอ

            “เค้าว่าชานชิคกลัวที่จะต้องกลับไปเจอกับความรักครั้งแรกของตัวเองมากกว่า ไม่งั้นเค้าเอาเกรดมาล่อชานชิคแบบนี้ชานชิคต้องไปตั้งนานแล้วสิ”

            “ไม่จริงนะชานชิคไม่ได้กลัวซะหน่อย ชะ..ชานชิคไม่ได้ชอบพี่เขาแล้ว O_O” อีกคนแก้ตัวเสียงระล่ำระลักทำหน้าแดง

            “จริงดิ ถ้าตัวยังชอบเฟิร์สท์เลิฟของตัวอยู่เค้ากะจะไปคุยกับพ่อแม่ว่าให้เปลี่ยนคู่หมั้นพี่จินยองจากเค้าเป็นตัวซักหน่อย น่าเสียดายจังเลยเนอะ -.,-

            “ตัวนี่พูดเป็นเล่นไปได้น่าไม่อาย (.///.)” ชานชิคหันหน้าหลบไปทางอื่นเมื่อได้ฟังกงชานพูดเล่นแซวไม่เป็นเรื่อง แฝดพี่ยิ้มขำคิกคักก่อนจะเอ่ยเอาไหล่แซะอีกฝ่ายเป็นการให้กำลังใจ

            “เอาน่า~ ถือว่าทำเพื่อเค้าซักครั้งนะ ตัวปลอมตัวไปเป็นเค้าตัวมีสิทธิ์จะทำอะไรกับพี่เขาก็ได้ จะปฏิเสธคุยหรือยกเลิกเรื่องหมั้นอะไรแทนเค้าไปเลยยิ่งดีเค้าไม่อยากแต่งกับพี่จินยองตามคำสั่งคลุมถุงชนของพ่อกับแม่ ตัวช่วยเค้าหน่อยนะ ^^” พอได้ยินลูกอ้อนของคนพี่ชานชิคก็ได้แต่ทำหน้าหนักใจ

            “ถ้าจะยกเลิกทำไมตัวไม่ไปคุยกับพี่เขาเองล่ะ เกิดเขาจับขึ้นมาได้ว่าชานชิคไม่ใช่กงชานตัวจริงไม่ยุ่งกว่าเหรอ”

            “ตัวก็ขี้กังวลไปได้!” กงชานตีแขนกลมกลึงได้ส่วนของชานชิคดังเผียะเมื่อเห็นอีกคนทำหน้ามุ่ยเหมือนไม่เห็นด้วย “ตัวก็รู้ว่าพี่ชินอูแฟนเค้าขี้หึงแค่ไหน ขืนไปเจอหรือรู้ว่าเค้านัดเดทอยู่กับพี่จินยองเค้าก็ตายน่ะสิ เค้าเองก็ไม่อยากบอกพ่อกับแม่ตอนนี้ด้วยว่าเค้ามีแฟนแล้ว”

               ประโยคหลังกงชานหรี่เสียงให้เบาลงพลางมองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง ชานชิคมุ่นคิ้วพลางยู่ปากแล้วหยิบแว่นหนาเตอะบนหัวเตียงนอนของตัวเองมาใส่ จะว่าไปเมื่อโตมาทั้งคู่ก็แตกต่างกันที่ตรงนี้แหละชานชิคสายตาสั้นจึงต้องใส่แว่นสายตาทำให้หลายคนยิ่งซ้ำเติมว่าบุคลิกและหน้าตาของเขาแย่กว่ากงชาน

            “หัวสมัยใหม่ชะมัด คบกับแฟนทางสไกป์มาตั้งหลายปีจะไว้ใจได้หรือเปล่าก็ไม่รู้”

            “ตัวนั่นแหละที่หัวโบราณ เค้าไปสืบประวัติพี่ชินอูมาแล้วย่ะครอบครัวพี่เขาก็ทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ใหญ่โตเท่าๆพี่จินยองลูกเพื่อนพ่อลูกเพื่อนแม่ที่พ่อกับแม่จัดสรรหามาให้เค้าเลย แถมดีกรีจบเมืองนอกมาจากมหาวิทยาลัยเดียวกับพี่จินยองเลยด้วย!” กงชานทำท่าฝันหวานทำให้ชานชิคกลอกตาไปมาอย่างไม่เข้าใจความรู้สึกหรือความคิดพี่ฝาแฝดตนเองเท่าไหร่นัก แต่ก็นั่นแหละเมื่อวานเขาก็ตกปากรับคำกับกงชานไปแล้วว่าเค้าจะหาทางช่วยพี่ทันทีที่รู้เรื่องคู่หมั้นคลุมถุงชนที่พ่อกับแม่หามาให้ แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะกลายเป็นแบบนี้แบบที่คู่หมั้นของกงชานคนนั้นคือพี่จินยอง เฟิร์สท์เลิฟในวัยเด็กของเขาที่ไม่น่าจดจำ T_T

            “ไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้วไป เดี๋ยวเค้าจะจัดการแปลงโฉมตัวใหม่ เอาให้ทุกคนมองตัวครั้งแรกก็คิดว่าเป็นกงชานคนน่ารักของคณะนิเทศให้หมดเลย”

            “แต่

            “เชื่อใจเค้าสิ ^^

            “เฮ้อก็ได้ U_U

            และนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ชานชิคต้องมายืนบิดตัวไปมาอยู่ตรงหน้าสวนสนุก Mizo Land ตั้งแต่ช่วงสายของวัน กงชานบอกเขาว่าเวลามีนัดเดทกับใครเราก็ไม่ควรไปถึงที่นัดหมายผิดเวลา เขาเองก็ไม่เคยนัดเดทกับใครมาก่อนพี่จินยองหรอกแต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองจะต้องแต่งตัวให้น่ารักเหมือนกงชานขนาดนี้แล้วมายืนหน้าสถานที่ที่เป็นความทรงจำร้ายๆของเขาตอนเด็กๆด้วยคนเดินผ่านไปผ่านมาซื้อต๋วสวนสนุกก็มองเขาแทบจะเก้าในสิบคน ทะ..ทำไมเหรอ มันดูประหลาดไปอย่างนั้นหรือเปล่า เขาว่าแล้วว่าการที่เขาปลอมตัวเป็นกงชานอย่างนี้มันต้องไม่เวิร์คแล้วก็ต้องมีคนจับได้แน่นอนเลย แง T^T

            แปะๆ

            อมยิ้มเสียบไม้ลูกกลมเล็กๆอุณหภูมิเย็นเฉียบจากอากาศที่เริ่มเย็นข้างนอกถูกยื่นมาจากด้านหลังสะกิดที่แก้มป่องๆขึ้นสีเลือดฝาดของโครงหน้าสวยที่ยืนรอใครบางคนอยู่นานพักใหญ่สองที ชานชิคเหลือบตามองอมยิ้มจุปาจุ๊ปส์สีเขียวอมเหลืองรสแอปเปิลที่มีมือหนาของใครบางยื่นมาวางบนไหล่แล้วเอียงจิ้มแก้มของตนเองอย่างประหลาดใจ ก่อนที่ดวงตากลมโตใสแจ๋วจะเบิกกว้างเมื่อเห็นใบหน้าคมคายของใครบางคนที่ยืนนิ่งทำเป็นกระแอมแก้เขินหลบตาเขาแล้วเอาอมยิ้มที่ว่านั่นเอียงเข้าจิ้มแก้มนุ่มๆของเขาหน้าตายอีกรอบ

            “รอนานมั้ยกงชาน -_-//

            “พี่จินยอง ^^” นาทีนี้ความโกรธในครั้งวัยเยาว์ได้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงแค่ความปลื้มปิติดีใจที่ได้เห็นหน้าใครบางคนที่ได้ห่างหายไปจากชีวิตนานนับหลายปียืนอยู่ตรงหน้าแทน ร่างสูงโปร่งสวมเสื้อเชิร์ตผ้ายีนส์แขนยาวหนากับกางเกงขายาวสบายๆ ดวงตาดุๆเรียวพาดเฉียงมีเสน่ห์เหมือนเดิมเวลาที่ได้มองเมื่อครั้งยังเด็กๆ จมูกโด่งเป็นสัน โครงหน้าคมที่ได้รูปมากขึ้นรับกับเส้นผมหนาสีบลอนด์ทองที่ย้อมสมกับเป็นนักเรียนนอกเพิ่งกลับมาทำให้ชานชิคยิ้มรับให้กับชายตรงหน้าตาหยีแม้ว่าชื่อที่ถูกเรียกออกมาจากเสียงทุ้มหูนั้นจะไม่ใช่ชื่อของตนเองเลยก็ตาม

            “หน้าตากงชานยังเหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิดเลย พี่เห็นครั้งแรกก็จำได้ ไม่งั้นคงไม่แกล้งเอาอมยิ้มมาจิ้มแก้มเราแบบนี้หรอก” จินยองคลี่ยิ้มน้อยๆให้พลางมองชุดเอี๊ยมหมีสีเหลืองที่อีกคนถูกจับใส่มาด้วยแววตาขำๆ ชานชิคหัวเราะแหะๆอย่างไม่รู้จะตอบยังไงดี ถ้าเป็นกงชานต้องพูดให้มากกว่านี้สิ รีบพูดเร็วเดี๋ยวก็โดนพี่เขาจับได้หรอก! T[]T

            “อ๋อฮะ ^^;;

            “ฮะ?” จินยองขึ้นเสียงสูงเหมือนประหลาดใจที่เห็นอีกคนตอบกลับมาแค่นี้ ชานชิคระล่ำระลักคิดคำพูด

            “อมยิ้มนี่ซื้อมาให้กงชานเหรอ ^__^” ชานชิคหยิบอมยิ้มในมือจินยองมาแกะแก้เขินฆ่าเวลา สายตาของอีกคนที่มองมามีแววกลั้วขำเอ็นดูแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรที่มากกว่านั้น

            “จำได้ว่าชอบ เดี๋ยวยืนรอนานๆขาดน้ำตาลจะเป็นลมไปซะก่อน โตแล้วพี่แบกไม่ไหวหรอกนะ” มือของจินยองคว้าอมยิ้มนั้นมาแกะแปลือกออกให้อย่างง่ายดายเมื่อดูออกเห็นใครอีกคนพยายามแกะอยู่นานแล้วก็ไม่ได้กินซักที ชานชิคก้มหัวขอบคุณงุดๆเป็นกงชานพี่จินยองก็จะพูดด้วยปฏิบัติตัวดีแบบนี้เองสินะ (.///.)

            “กงชานชอบกินรสโคล่านะ ไม่ได้ชอบรสแอปเปิลซะหน่อย” ชานชิคบอกตรงๆ คนที่ชอบกินแต่รสแอปเปิลสีฉูดฉาดอย่างนี้คงมีแค่เขาคนเดียว ส่วนกงชานที่ไม่กินก็เอาแต่บ่นว่าใส่สีอาหารฉูดฉาดน่ากลัวไป อย่ามากินอะไรที่น่ากลัวแบบนี้ให้เขาเห็นอีก -_-;

            “ที่ร้านมันเหลือแค่สองแท่ง พี่หยิบมาได้แค่นี้” จินยองว่าพลางเหลือบตามองไปยังร้านค้าที่เพิ่งซื้อขนมมา ชานชิคฟังน้ำเสียงอีกคนที่รู้สึกผิดก็ได้แต่สั่นหน้าพั่บๆอย่างตลกแล้วรีบพูดแก้ตัว

            “ไม่เป็นไรฮะ ชานเอ้ย กงชานไม่ได้ซีเรียส เรื่องแค่นี้เองโตๆกันแล้ว O_O

            “โตแล้วแต่เมื่อกี้ยังเห็นแกะเปลือกอมยิ้มไม่ออกเลยนี่” จินยองว่าแหย่ขำๆแล้วหันไปมองทางเข้าสวนสนุกขณะที่กำลังอมแท่งอมยิ้มรสส้มของตัวเอง “เข้าไปข้างในกันเถอะ อากาศข้างนอกเริ่มหนาวแล้ว”

            “ฮะ” ด้วยความที่วางตัวไม่ถูกประกอบกับการที่มือของทั้งคู่แตะโดนกันทำให้เกิดไฟฟ้าสถิตเจ็บแปล๊บจนคนตัวเล็กทำหน้านิ่วทำให้บรรยากาศยิ่งกระอักกระอ่วนเข้าไปกันใหญ่ ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วงจึงไม่แปลกที่จะมีลมเย็นๆในต้นฤดูหนาวพัดปะทะกายจนผิวแห้งเกิดไฟฟ้าสถิตบ้าง จินยองสังเกตเห็นคนร่างบางที่เหลือบมองเขาเป็นระยะแต่ไม่ยอมเข้าใกล้เขาเพราะกลัวโดนไฟฟ้าสถิตใส่อย่างเมื่อกี้อีกด้วยอาการยิ้มน้อยๆอย่างน่าตลก ระหว่างที่เดินไปตามทางคนรุ่นพี่จึงคว้ามือบางมากุมหมับหลวมๆเข้าให้อย่างไม่ทันตั้งตัวส่งผลให้ชานชิคยิ่งตัวแข็งทื่อเหมือนโดนไฟฟ้าเป็นแสนโวลต์ช็อตเข้าไปกันใหญ่

            “พะ..พี่จินยอง O_O;;

            “เดินห่างกันทำไมตั้งไกลที่ออกตั้งกว้าง มาเดินด้วยกันตรงนี้สิ คนจะได้ดูรู้หน่อยว่ามาด้วยกัน” ชายหนุ่มผมสีบลอนด์ว่าง่ายๆแล้วกระตุกมือนุ่มนิ่มและลำตัวเบาหวิวให้มาเดินอยู่ข้างๆกันได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องใช้แรงอะไรมาก

            “กงชานแค่กลัวเจ็บเหมือนเมื่อกี้อีก (.  .)”

            “ไฟฟ้าสถิตน่ะเหรอ”

            “เมื่อกี้มันดังเปรี๊ยะเลย ศักย์ไฟฟ้าในตัวเรามันคงไม่ตรงกัน” คนโดนช็อตว่าเสียงอุบอิบเรียกเสียงหัวเราะขำจากจินยองจนน่าแปลกใจจนคนร่างเพรียวต้องหันมาทำปากงุ้มใส่ “พี่จินยองขำอะไร กงชานเจ็บไม่เห็นจะน่าขำตรงไหนเลย -^-

            “เขาเรียกว่าศักย์มันไม่เท่ากันเด็กโง่ ไฟฟ้านะไม่ใช่แม่เหล็กขั้วตรงกันจะได้ผลักออกจากกัน แต่ไฟฟ้าถ้าศักย์เท่าๆกันมันจะไม่ช็อตกันแบบที่เห็นเมื่อกี้หรอก”

            “ก็กงชานไม่เก่งเคมีมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมแล้วนี่

            “มันอยู่ในวิชาฟิสิกส์น่ะ ^^

            “อ้อ O_O

            “โง่อีกแล้วเด็กอะไร” จินยองพึมพำยิ้มๆแล้วถูนิ้วสากๆของตัวเองกับมือเล็กข้างที่จับอยู่ไปมา คนตัวเล็กมุดหน้ามองมือสองข้างที่จับกันก่อนจะอมยิ้มเบิกบานใจ ตลอดเวลาที่อยู่กับจินยองตอนเด็กๆน้อยครั้งที่คนรุ่นพี่จะยอมให้เขาแตะต้องตัวซักครั้ง แต่กับกงชานพี่จินยองคงกล้าแตะโดยไม่คิดอะไร

            นี่เขากำลังมีความสุขเวลาที่ตัวเองได้อยู่ในสถานะแทนที่ที่เคยเป็นของกงชานเหรอเนี่ยไม่ดีเลยชานชิค ทำไมนิสัยแย่แบบนี้นะ U_U

            “ถ้าจับแน่นๆแบบนี้” ร่างสูงว่าพลางประสานนิ้วเข้าด้วยกันแล้วยกมือทั้งสองข้างที่กุมเข้าหากันแน่นขึ้นมาให้ดู “จะเป็นการถ่ายเททำให้ศักย์ไฟฟ้าในตัวเราไหลเวียนเท่าๆกัน ไฟฟ้าจะไม่ช็อตเราแบบเมื่อกี้อีก”

            “งั้นถ้าเราจับมือกันแบบนี้ไปตลอดเวลาที่เราอยู่ด้วยกันเลยจะได้มั้ย กงชานไม่อยากเจ็บแบบนั้นอีกแล้ว”

            “” จินยองเงียบไปพลางยกคิ้วหันมามองคนตัวเล็กที่อยู่ๆก็พูดอะไรแบบนั้นออกมา ชานชิคที่ยิ้มแฉ่งหุบยิ้มลงเมื่อเห็นสีหน้าของจินยองดูนิ่งอึ้งไปพลางยกมือขึ้นมาโบกไปมาหยอยๆ

            “มะ..ไม่ได้หมายถึงอย่างนั้นนะ คือกงชานหมายถึงแค่ว่าช่วงเวลาที่เราเดทกันวันนี้พี่จะ” พูดไม่ทันจบประโยคจินยองก็ดึงมือข้างที่เคยจับมาประสานใหม่แล้วยิ้มกับพื้นคนเดียวเงียบๆ

            “ก็ยังไม่ได้พูดซักคำเลยนี่ว่าไม่ได้ ต้องพูดเยอะแบบนั้นทำไม” ความอบอุ่นที่ถูกส่งถ่ายทอดผ่านฝ่ามือทั้งสองที่โอบอุ้มกันและกันอยู่นั้นทำให้แก้มเนียนทั้งสองข้างของชานชิคร้อนผ่าวขึ้นมาซะดื้อๆ ทั้งที่อากาศวันนี้ค่อนข้างจะเย็นจัดจนทำให้แก้มแทบจะชาไร้ความรู้สึกอยู่แล้วเชียว

            “กินฮาริโบ้มั้ยฮะ ตอนเด็กๆพี่จินยองชอบกินสีเขียวนี่เนอะ” ชานชิคว่าตะกุกตะกักเปลี่ยนเรื่องคุยพลางยื่นเยลลี่ในถุงใส่ปากจินยองอย่างเงอะงะด้วยท่าทีกล้าๆกลัวๆ จินยองพ่นหัวเราะกับความซื่อของอีกคนพลางถามตรงๆระหว่างที่เคี้ยวเยลลี่รูปหมีตัวเล็กๆไปด้วย

            “ตกลงว่าเรามาที่นี่เพื่อเดทกันก่อนหมั้นจริงๆใช่มั้ย”

            “จริงๆชานเอ่อ กงชานก็ยังไม่ค่อยแน่ใจ (.  .;;)”

            “พี่ถามจริงๆนะ ก่อนหน้านี้เราไม่เคยมีแฟนที่คบกันมาก่อนจะเดทกับพี่เลยเหรอ” จินยองถามออกมาด้วยท่าทีสบายๆระหว่างที่นั่งลงบนหีบสมบัติรูปปั้นจำลองในเรื่องบ้านแจ๊คผู้ฆ่ายักษ์ ชานชิคมีท่าทีนิ่งไปเหมือนคนไม่รู้ว่าควรจะตอบยังไงดี จินยองจึงเริ่มขยายความต่อหลังจากที่มองใบหน้าสับสนของเขามาได้ซักระยะหนึ่งแล้ว “พี่เห็นกงชานดูเขินๆเวลาที่อยู่กับพี่น่ะ ไม่เห็นร่าเริงพูดเก่งเหมือนตอนเด็กเลย พี่ทำให้กงชานอึดอัดหรือเปล่า?

            “ปละ..เปล่าเลยไม่ใช่แบบนั้น O_O กงชานแค่ไม่ชินน่ะเวลาที่อยู่กับคนที่กลับมาเจอกันอีกครั้งหลังจากที่หายไม่เจอหน้ากันตั้งนาน ได้ข่าวว่าคุณลุงกับคุณป้าจองส่งพี่จินยองไปเรียนที่อังกฤษตั้งแต่ขึ้นไฮสกูลเลยเหรอฮะ เรียนที่นั่นคนเดียวพี่จินยองเหงามั้ย” ชานชิครีบเปลี่ยนเรื่องคุยถามสารทุกข์สุขดิบก่อนที่อีกคนจะจับไต๋ได้ซะก่อน จะให้ตอบยังไงล่ะว่าความจริงเขายังไม่เคยมีแฟนซักคน ในขณะที่กงชานน่ะทั้งป๊อปทั้งน่ารักขนาดนั้น ใครได้ฟังคงจับได้แน่นอนว่าเขาไม่ใช่กงชานตัวจริง U_U;

            จริงๆแล้วเขาเป็นคนที่โกหกใครไม่เก่งจริงๆด้วย ป่านนี้กงชานที่ไปสอบแทนเขาจะเป็นยังไงบ้างนะ แต่อย่างน้อยเชื่อว่ากงชานคงไม่ต้องอยู่ในสถานะที่น่าหนักใจเท่านี้หรอก

            “อ้อใช่ จริงๆเขาวางแผนให้พี่ย้ายไปเรียนที่โน่นตั้งแต่เกรด แต่พี่ติดปัญหาชีวิตนิดหน่อยตอนนั้นเลยยังไม่อยากไป” ชั่วเสี้ยวหนึ่งชานชิคเห็นนัยน์ตาเรียวยาวของจินยองทั้งสองข้างฉายแววยิ้มออกมาอย่างขมขื่นพลางจ้องมองดูเขาที่กำลังค้นหาความรู้สึกจริงๆในสายตาเขาด้วยความเป็นห่วง มืออีกข้างส่งให้คนตัวเล็กปีนขึ้นมานั่งบนรูปปั้นเห็ดสีแดงข้างๆกันแล้วช่วยดึงพยุงขึ้นมาจนสำเร็จ

            “ปัญหาชีวิต?

            “อืม พี่คงรู้สึกไม่ดีกับตัวเองมากๆถ้าจะทิ้งทุกอย่างที่นี่ไปเรียนที่นั่นโดยที่ยังไม่ได้จัดการอะไรเลย” จินยองมองท่าทีน่าเอ็นดูของอีกคนที่นั่งห้อยขาเงยหน้าฟังเขาพูดทุกถ้อยคำแล้วหยิบเยลลี่รูปหมีสีแดงกลิ่นสตรอเบอร์รี่จ่อปากให้

            “อ้าปากสิ”

            “นี่พี่จินยองจะบอกว่ากงชานชวนพูดเยอะจนไม่อยากฟังอย่างนั้นหรือเปล่า” ชานชิคดูมีท่าทีที่ผ่อนคลายยามเมื่ออยู่กับอีกคนมากขึ้นเมื่อเห็นจินยองดูมีท่าทีไม่ได้เลวร้ายเฉยชากับเขาเหมือนเดิมตอนเด็กๆ แหงล่ะตอนนี้พี่จินยองนึกว่าเราคือกงชานนี่ T_T

            “เปล่า แค่อยากทำอะไรให้มันเหมือนคู่รักคู่อื่นเขาบ้าง” ดวงตาเจ้าเล่ห์ที่แอบมีแววระยิบระยับปรายตามองดูคู่รักรอบข้างที่สวีทหวานแหววนั่งป้อนไอติมถ่ายรูปเซลฟี่ด้วยกันหวานชื่น ชานชิคมองตามแล้วก็หันกลับมากระพริบตาปริบๆใส่เขา

            “เราเพิ่งจะเริ่มต้นเรียนรู้กันเองนี่ ให้เวลากงชานได้คิดหน่อยสิฮะ (‘ ^ ‘)” ไม่ได้นะชานชิค กงชานสั่งให้นายมายกเลิกงานหมั้นแล้วคุยกับพี่เขาให้รู้เรื่องไม่ใช่เหรอว่าไม่เห็นด้วยกับการคลุมถุงชนอะไรนี่! T^T พูดมันออกไปสิมัวแต่อ้ำอึ้งแบบนี้เมื่อไหร่จะได้เข้าประเด็นซักที!

            “ช่วงระยะเวลาตั้งแต่ตอนที่กงชานเคยเจอแล้วมาเที่ยวเล่นที่นี่กับพี่ตอนเด็กๆ พี่ก็มั่นใจว่าพี่ไม่ได้เปลี่ยนไปหรอกนะ” จินยองว่าเรื่อยๆพลางหยิบเยลลี่จากถุงเข้าปากอีกอัน ไม่เปลี่ยนแน่ล่ะแม้แต่ครั้งแรกที่เขาได้เห็นหน้าพี่จินยองเมื่อกี้ความรู้สึกที่ผ่านมานับสิบปีของเขาก็ดูเหมือนจะยังไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปซักนิดเลยเหมือนกัน เขายังคงจำอีกคนได้แม้ว่าความทรงจำสีหม่นๆนั้นจะถูกเก็บไว้ในลิ้นชักนานแค่ไหนแล้วก็ตาม

            ไม่ได้สิต้องรีบเข้าเรื่องตัดบทให้เร็วที่สุด นายยอมเดทอยู่กับพี่จินยองแบบนี้มันยิ่งเป็นการตอกย้ำตัวเองไม่ใช่หรือไงว่านายยังตัดใจจากคนใจร้ายคนนี้ไม่เคยได้เลยชานชิค นายกำลังมีความสุขที่ได้ใช้เวลาไร้สาระพวกนี้ร่วมกับพี่จินยอง! TOT

            “คือกงชานมาคิดๆดูว่านี่มันก็ยุคสมัยไหนกันแล้วไม่ใช่เหรอฮะพี่จินยอง…!! เพราะฉะนั้นกงชานว่า

            “แป๊บนึงนะ หนังตากงชานเหมือนพับไม่เท่ากันเลย นอนดึกเหรอช่วงนี้” สีหน้ายุ่งๆของจินยองจ้องมาที่เขาช่วยขัดจังหวะเรื่องสำคัญที่กำลังจะพูดไปได้ซะสนิท สัมผัสจากนิ้วโป้งสากๆไล้บริเวณหนังตาข้างซ้ายอย่างพิจารณาเมื่อเห็นหนังตาข้างนั้นมีแค่ครึ่งชั้นแล้วพินิจมองดูใกล้ๆ ชานชิคแทบหยุดลืมหายใจเมื่อใบหน้าหล่อเนียนนั้นกระเถิบเข้ามาดูใบหน้าอีกคนให้ชัดๆพลางร้องโวยวายออกมาเบาๆ

            “นะ..นั่นมันแผลเป็นที่ตากงชานต่างหาก พี่จินยองทักอย่างนี้กงชานอายนะ T^T

            “อ้าวเหรอ ฮ่าๆ พี่ไม่รู้ก็เห็นตอนเด็กๆยังไม่มีแบบนี้เลยนี่”

            “” อันที่จริงชานชิคมีแผลเป็นที่ตาข้างซ้ายแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆแล้ว แต่พี่จินยองคงไม่ทันได้สังเกตเพราะคงมัวแต่ให้ความสนใจกับกงชานที่พี่จินยองชอบมากกว่า แต่ก็ดีแล้วล่ะที่จำไม่ได้แบบนี้พี่จินยองจะได้ไม่ต้องจับได้เร็วๆนี้ว่าเราไม่ใช่คนที่พี่เขานึกฝันเอาไว้

            “นี่ใส่คอนแทคเลนส์ด้วยเหรอ สายตาเป็นอะไร” จินยองจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาเขาระหว่างที่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆแล้วถาม ชานชิคเริ่มสติหลุดลอยเพราะควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้มากขึ้นทุกที สัมผัสอบอุ่นจากผิวมือที่ไล้ใบหน้าเบาๆอย่างอ่อนโยนไม่มีพิษภัย ดวงตาเรียวยาวมีเสน่ห์ที่จ้องมองเขาด้วยความเป็นห่วงที่จริงใจ ลมหายใจหอมกลิ่นอมยิ้มรสส้มที่กำลังอมอยู่ ทั้งหมดนี่มันกำลังจะปลุกผีเสื้อนับร้อยตัวในท้องเขาให้ตื่นขึ้นมาในไม่ช้า

            “ยะ..ยาว” ดวงตากลมใสจ้องตาเขาปริบๆแล้วเอ่ยถึงนัยน์ตาหยีๆของเขา คิ้วเข้มข้างหนึ่งของจินยองกระดกขึ้นมองใบหน้าที่ไร้เดียงสาตรงหน้าทันทีที่ได้ยินคำตอบ

            “ยาวกงชานแก่แล้วเหรอ ^^

            “อ่ามะ..ไม่ใช่ๆ >///< กงชานหมายถึงเรื่องมันยาวน่ะ คือตอนประถมปลายกงชานอยู่แต่ในบ้านไม่ได้ออกไปไหนก็เลยเอาแต่เล่นเกมในคอม สายตาก็เลยสั้น” กงชานตัวปลอมรีบลุกลี้ลุกลนอธิบายให้เขาฟังอย่างเข้าใจ จินยองยิ้มกริ่มด้วยสีหน้าที่ดูไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่

            “ช่างเถอะ เมื่อกี้กงชานจะบอกพี่ว่าอะไรนะนี่มันก็ยุคสมัยไหนกันแล้ว…?” จินยองยังไม่ลืมประเด็นที่เขาพูดค้างเอาไว้ อีกฝ่ายที่หลบหน้าหลบตาทำหน้าแดงถึงกับรีบพยักหน้าหงึกหงักสมทบ

            “ชะ..ใช่ฮะ นี่มันก็ยุคสมัยไหนกันแล้ว กงชาน

            หงับ

            จินยองงับแท่งอมยิ้มรสแอปเปิลในมือเล็กๆของอีกคนมาอมได้หน้าตาเฉยพลางเงยหน้าขึ้นมองเป็นเชิงว่าอีกคนทำไมถึงหยุดเล่าไปซะดื้อๆ ชานชิคอ้าปากค้างหยุดเล่าแค่นั้นพร้อมกับมองคนตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นแรงอย่างหยุดยั้งไม่ได้ จินยองยิ้มมุมปากหน่อยๆก่อนจะพูดเสริมง่ายๆเมื่อเห็นอีกคนนิ่งค้างไป

            “แค่อยากชิมว่ารสแอปเปิลมันอร่อยมั้ยหรือเปล่าน่ะ”

            “เอ่อฮะ -0-;;

            “ถ้ากงชานซีเรียสอมรสส้มของพี่คืนก็ได้นะ ถือว่าแลกกัน” จินยองยื่นให้พลางยักไหล่แฟร์ๆ ชานชิคระบายร้อยยิ้มออกมาน้อยๆพลางถามด้วยประกายแววตาที่ดูดีใจตื่นเต้น

            “ได้จริงๆเหรอ *0*

            “ทำไมต้องทำหน้าตื่นเต้นขนาดนั้นด้วย” จินยองขำท่าทางของอีกคน แต่ยังไม่ทันที่จะส่งให้อีกคนลองชิมริมฝีปากเล็กๆอมชมพูก็ยื่นมางับแท่งอมยิ้มรสส้มในมือเขาไปลองอย่างไม่รังเกียจ มือน้อยๆที่จับมือเขาอยู่ใช้บังคับทิศทางแท่งอมยิ้มเหมือนกำลังถือไม้อยู่อีกที จินยองมองภาพน่าเอ็นดูนั้นอยู่นานแล้วอดลูบหัวทุยน้อยๆที่มีกลิ่นน้ำยาสระผมกลิ่นเยลลี่อ่อนๆไม่ได้

            “ทำตัวเหมือนลูกหมาเลย กินง่ายๆจากมือพี่แบบนี้”

            “ก็พี่จินยองให้กงชานชิมเองนี่ รสส้มของพี่จินยองมันก็อร่อยอยู่นะแต่ว่า” คนหน้าสวยนิ่วหน้าพลางละปากที่ดูดของหวานอยู่ออกเพื่อพิจารณาแท่งอมยิ้มรสส้มของจินยองที่เหลืออยู่กระติ๊ดเดียว “มันไม่เห็นจะแฟร์เลยนี่ พี่จินยองดูดไปตั้งเยอะแล้วแถมยังได้กินของกงชานที่เหลือตั้งแท่งใหญ่ -3-

            “ขี้งกนะเราอ่ะ ไว้พี่จะซื้อคืนแท่งใหม่ให้ถ้าที่ร้านมีแล้วกัน” จินยองมองอีกคนที่เอาอมยิ้มเขาไปดูดเหมือนเด็กแลกของกันง่ายๆแล้วก็เผลอหัวเราะขำออกมา รอยยิ้มร่าเริงที่ฉายบนใบหน้าใสทำให้มุมปากของชายหนุ่มอดที่จะยกขึ้นตามบ้างไม่ได้ “ขอโทษที่ขัดจังหวะอีกแล้ว กงชานพูดเรื่องที่กงชานจะพูดเถอะ”

            “ไม่เป็นไรฮะพี่จินยอง กงชานไม่อยากพูดมันแล้วล่ะ ^^” ชานชิคอมยิ้มน้อยๆระหว่างที่นั่งกินของหวานพลางนั่งไกวขาเล็กๆที่นั่งอยู่บนรูปปั้นดอกเห็ดสีแดงในนิทานอย่างสุขใจ ประโยคสั้นๆที่ตอบไปหากแต่สื่อถึงความรู้สึกนึกคิดในใจของอีกคนได้เป็นอย่างดี

            “ชานชิคเป็นยังไงบ้างเหรอตอนนี้ ได้เรียนที่เดียวกันอยู่หรือเปล่า” อยู่ดีๆจินยองก็ถามออกมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยทำเอาชานชิคที่อมจุปาจุ๊ปส์สลับกับเคี้ยวหมีฮาริโบ้อยู่ถึงกับแทบไอแค่กๆสำลักพุ่งออกมา จินยองหันมามองตามด้วยความตกใจพลางใช้มือลูบหลังบาง

            “เป็นอะไรหรือเปล่า”

            “ไม่เป็นไรฮะ ^^;; แค่ฮาริโบ้ติดคอ แค่กๆ” อย่าบอกนะว่าจับได้แล้วว่าเราคือชานชิคก็เลยจะทดสอบพิรุธของเราอย่างนั้นเหรอ ไม่น้าาา T[]T

            กงชานจะเป็นอะไรมั้ยถ้าเค้าอยากอยู่ในสถานะเดียวกันของตัวให้นานมากกว่านี้ เค้าหยุดความคิดนี้ไม่ได้จริงๆแต่เค้าก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้เค้ามีความสุขแค่ไหนที่ได้เป็นตัว

            “อย่ากินขนมพร้อมกันสิ เดี๋ยวก็ติดคอหรอก” จินยองรับเอาฮาริโบ้ในมือน้อยๆมาถือซะเองแล้วส่งกระติกน้ำให้อีกคนเอาไปจิบแก้ติดคออย่างว่องไว “ไม่ได้เจอชานชิคนานมากเลย ตั้งแต่วันนั้นริมทะเลสาบที่อยู่ๆชานชิคก็หายไป

            “ฮ่าๆ เห็นป้ายูบินบอกว่าชานชิคแค่ง่วงแอบไปนอนหลับอยู่ในรถม้าฟักทองน่ะฮะ ตื่นเช้ามาก็เลยเป็นหวัดจับไข้ซะนานเป็นอาทิตย์เลย” ชานชิคยิ้มขำกลบเกลื่อนแววตาเศร้าๆที่ใกล้จะร้องไห้เต็มทนของตัวเอง พี่จินยองคงไม่รู้สาเหตุที่เขาไม่ได้มาที่นี่อีกเลยเพราะเขาเองก็ไม่ใช่คนที่พี่จินยองในวัยเด็กตอนนั้นจะให้ความสำคัญเท่ากงชาน ขนาดงานวันเกิดของเขาสองคนพี่จินยองยังซื้อแหวนไข่กับคัพเค้กเป่าเทียนให้แค่กงชานเลย

            ชานชิคตัวก็เป็นได้แค่รูปวาดลายเส้นยึกยือน่าเกลียดของกงชานนั่นแหละ

            “งั้นเหรอ คงจะอย่างนั้น ใครจะมานั่งรอเราอยู่ริมทะเลสาบได้ตั้งนาน หนาวก็หนาว” จินยองพูดออกมาอย่างโล่งใจ ต่างจากชานชิคที่นิ่งเงียบคิดถึงภาพวันนั้นด้วยความเศร้าใจ เขานี่แหละคือคนโง่ที่ยอมเชื่อฟังพี่จินยองทุกอย่าง เขานี่แหละคือคนโง่ที่ยังรอพี่จินยองมาตลอดไม่ใช่แค่เฉพาะริมทะเลสาบในวันนั้น แต่ยังรอมาจนถึงทุกวันนี้

            เขาไม่เคยลบลืมความทรงจำเกี่ยวกับพี่จินยองออกไปจากใจได้เลย ไม่ว่าความทรงจำนั้นมันจะเป็นเรื่องดีหรือเลวร้ายแค่ไหนก็ตาม

            “เราจะนั่งกันอยู่ในบ้านแจ๊คผู้ฆ่ายักษ์กันอีกนานมั้ยฮะ” กงชานรีบท้วงเปลี่ยนประเด็นคุย นัยน์ตาใสรื้นม่านน้ำตาพยายามกระพริบตาถี่ๆเพื่อไล่หยดน้ำตาให้หายไปจากดวงตาให้หมดแล้วฝืนยิ้มร่าเริง จินยองนึกขึ้นได้กระโดดลงมาจากรูปปั้นหีบสมบัติที่ตัวเองนั่งอยู่พลางรับลำตัวบอบบางของชานชิคที่ค่อยๆหย่อนลงจากรูปปั้นเห็ดอันเล็กอย่างระมัดระวังด้วยเช่นกัน

            “กงชานอยากเล่นอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า แต่กงชานก็มาเล่นที่นี่จนครบเกือบหมดทุกอย่างตั้งแต่เด็กแล้วนี่เนอะ”

            “ไม่ฮะ ยังมีอยู่อีกหลายเครื่องเล่นเลยที่ตอนเด็กๆกงชานไม่ได้มาเล่นกับพี่จินยอง ^^” เสียงใสตอบอย่างร่าเริง

            “ฮึมีด้วยเหรอ”

            “ไวกิ้งกับรถไฟเหาะไง”

            “จริงสิ” จินยองเหมือนพูดแล้วคลี่ยิ้มบางๆให้กับตัวเองเสียมากกว่า “งั้นเราไปเล่นกัน”

            เดทวันนี้ของกงชานตัวปลอมและจินยองเป็นไปอย่างราบรื่นเรียบง่ายมากกว่าที่คิด สถานที่เดิมๆคุ้นตาในความทรงจำหลังจากที่ไม่ได้มาเสียนาน เครื่องเล่นใหม่ๆที่ทั้งคู่ยังไม่เคยได้เล่นด้วยกันตอนเด็กๆ บทสนทนาในเรื่องที่เหมือนคุ้นเคยกันมานานแสนนานโดยไม่ต้องนึกถึงหรือพาดพิงไปยังเรื่องคนอื่น ไม่ต้องนึกถึงเรื่องครอบครัวของอีกฝ่ายแม้ว่าการนัดเดทครั้งนี้จะมีสาเหตุหลักมาจากครอบครัวทั้งคู่อย่างที่รู้ๆกันก็ตาม ประเด็นที่คุยกันมีแค่ประสบการณ์เรื่องราวของพวกเขาทั้งคู่ในช่วงระยะเวลาที่ต้องห่างกัน 

               และนั่นก็เป็นสิ่งที่ทั้งคู่ให้ความเห็นตรงกันในใจว่าเป็นอย่างนี้มันก็ดีอยู่แล้ว ที่จะไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องของคนอื่นในเวลาหนึ่งวันที่เป็นช่วงเวลาของพวกเขา ขนมและน้ำที่ผลัดกันซื้อป้อนให้กันไม่เหมือนกับตอนเด็กๆที่มีแค่จินยองที่ต้องเป็นฝ่ายวิ่งวุ่นหามาให้ ทั้งคู่ผลัดสลับกันเลือกเครื่องเล่นที่ตัวเองชอบแล้วไปเล่นด้วยกันเครื่องแล้วเครื่องเล่าจนกระทั่งต้องมานั่งพักที่ม้านั่งข้างม้าหมุนสีหวานตัวเดิมที่ชานชิคเคยเอารูปวาดที่ระบายสีในวันเกิดตัวเองมาให้จินยอง

            “ตอนที่อยู่บนชิงช้าสวรรค์กงชานร้องลงท้ายด้วยคำว่าอะไรนะ”

            “พี่จินยองไหวมั้ยเนี่ย สภาพหน้าพี่ดูแย่มากเลยนะฮะตั้งแต่ขึ้นไปบนรถไฟเหาะนั่น” ชานชิคหันซ้ายหันขวาหาถุงพลาสติกให้จินยองที่ดูมีอาการมึนหัวหน้าซีดเหงื่อแตกพลั่กมารองปากให้ แต่คนร่างสูงกลับส่ายหน้าปฏิเสธพลางสูดลมหายใจยาว

            “ไม่เอาอ่ะ อ้วกต่อหน้ากงชานพี่ก็ดูไม่เท่ดิ เล่นต่อเพลงกันต่อดีกว่าเดี๋ยวก็ลืมหายเวียนหัวเอง”

            “เวลาแบบนี้กงชานไม่ซีเรียสหรอกนะว่าพี่จะอ้วกแล้วเท่หรือไม่เท่อ่ะ T^T

            “ไวกิ้งนั่นเวียนหัวเป็นบ้าเลยเพิ่งรู้” จินยองหัวเราะขำทั้งที่หน้าซีดแล้วแล้วเผลออาเจียนออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ โชคดีที่ชานชิคเห็นท่าไม่ดีตั้งแต่แรกเลยเอาถุงมารองคางชายหนุ่มเอาไว้ทันแล้วลูบหลังคนตรงหน้าอย่างอ่อนโยนอยู่ข้างๆ

            “รู้งี้ไม่น่าชวนพี่จินยองเล่นของพวกนั้นตั้งแต่แรกเลย T_T

            “ไม่เป็นไรน่า พี่เต็มใจอยากเล่น” เสียงทุ้มนั้นเหมือนพูดแล้วยิ้มกับตัวเอง “ตอนเด็กๆเราก็ไม่เคยเล่นกันแบบนี้ไม่ใช่หรือไง”

            “ก็ใช่ แต่พี่จินยองก็ไม่ต้องตามใจกงชานหมดทุกอย่างก็ได้” กงชานพูดพลางลูบหลังคนตรงหน้าต่อด้วยความเป็นห่วง ไม่ผิดหรอกตอนเด็กๆพวกเขาสามคนไม่เคยได้เล่นเครื่องเล่นน่าหวาดเสียวแบบนี้เพราะกงชานเป็นคนที่ไม่ชอบเล่นอะไรแบบนี้อยู่แล้ว ต่างจากชานชิคที่อ้อนวอนอยากขึ้นไปลองเล่นดูบ้างแต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือจากจินยองเลยซักครั้ง เพราะจินยองก็มีหน้าที่หลักคือต้องตามใจกงชาน

            “พี่อ้วกหมดสภาพแบบนี้แล้วกงชานยังจะมองพี่เป็นฮี่โร่เหมือนตอนเด็กๆอยู่มั้ย” จินยองยิ้มถามหน้าทะเล้นต่างจากชานชิคที่หน้ามุ่ยกับคำถามหยอกเล่นพิเรนทร์ของอีกคน

            “พูดอะไรของพี่จินยองน่ะ การตัดสินใครคนนึงจากการอ้วกมันใช่เรื่องที่ไหนกันเล่าพี่จินยองอ้วกมันก็ไม่ได้แปลว่าพี่จินยองต้องอ่อนแอซะหน่อย ยังจะมายิ้มถามหน้าระรื่นอีกตัวเองก็ไม่สบายอยู่แท้ๆเลย -^-

            “บ่นเป็นคนแก่ไปได้พอโตมา ^^” จินยองยิ่งขำเข้าไปกันใหญ่เมื่อมือสวยม้วนแผ่นทิชชู่ใส่มือตัวเองอย่างรวดเร็วแล้วใช้ซับริมฝีปากที่เลอะเทอะของเขาให้อย่างคล่องแคล่วไม่นึกรังเกียจเลยซักนิด มืออีกข้างหยิบเอาขวดน้ำที่พกในกระเป๋าเป้ออกมาเปิดให้แล้วยื่นให้เขาดื่ม หลังจากนั้นก็ผูกปากถุงที่เขาอาเจียนใส่แล้วทิ้งลงในถังขยะใกล้ๆ ภาพเหล่านั้นยอมรับว่ามันทำให้เขามองร่างบางที่จัดการนู่นนี่ให้อย่างเพลินตา แม้ว่ามันจะเป็นการเห็นแก่ตัวไปหน่อยที่เห็นอีกฝ่ายเป็นคนทำหน้าที่ดูแลเขาเสียตั้งนานแต่ก็ไม่ยอมช่วยอะไร สายตาเจ้าเล่ห์ที่จ้องมองอยู่พักใหญ่นั้นทำให้เจ้าของโครงหน้าหวานที่กำลังเอาผ้าชุบน้ำเพื่อใช้ซับเหงื่อเริ่มรู้ตัวว่าตัวเองกำลังถูกจ้องมอง

            “มองอะไรฮะ หายมึนหัวดีแล้วเหรอถึงมาใช้สายตามองนั่นมองนี่ได้”

            “มองเรานั่นแหละ ยิ่งมองยิ่งเหมือนคนแก่ ^^

            “ให้กินอ้วกตัวเองดีมั้ยฮะเนี่ยมึนหัวแล้วพูดเยอะจัง -^-” พูดแซวไม่ทันไรใบหน้าใสนั้นก็งอง้ำทำท่าจะหยิบอ้วกในถุงขยะขึ้นมาขู่เขาฟ่อๆ เสียงทุ้มนั้นระบายหัวเราะด้วยความสบายใจพลางชวนคุยเล่นต่อ

            “สรุปว่าบนชิงช้าสวรรค์นั่นเราต่อเพลงกันถึงไหนแล้วนะ”

            “งืม กงชานลงท้ายด้วยเพลงโรลลิ่งของบีวันเอโฟร์ แอมโรลลิ่งอิน เดอะโรลลิ่งอิน เดอะโรลลิ่งอินเดอะดีพพพ~” อีกคนก็ช่างหลอกล่อง่ายชวนเล่นอะไรก็เล่นตามเขาไปหมด

            “โหแบบนี้ยากอ่ะลงท้ายด้วยคำว่าดีพ เพลงอะไรจะขึ้นต้นเพลงด้วยคำว่าดีพกันล่ะ” จินยองบ่นอุบขณะที่มือเล็กๆนั่นใช้ผ้านุ่มๆสีขาวซับหน้าผากให้เขาอย่างเผลอตัว

            “ต่อไม่ได้งั้นก็ต้องยอมแพ้กงชานสิฮะ ^^

            “ไม่ยอม”

            “หนึ่ง

            “เห้ย ทำไมนับเร็วงี้อ่ะขี้โกงนี่”

            “สองงง”

            “เดี๋ยวๆขอคิดก่อนอะไรดี

            “สามหมดเวลา!! พี่จินยองมีสิทธิ์ที่จะไม่พูด ^0^” ชานชิคหัวเราะออกมาด้วยความสนุกที่สามารถเอาชนะใครอีกคนได้สำเร็จ “กงชานชนะงั้นเดี๋ยวกงชานจะเป็นฝ่ายเลือกเครื่องเล่นอันสุดท้ายเอง อืมเอาอันไหนดีล่ะ” ชานชิคกวาดสายตามองหาเครื่องเล่นที่เหลือในสวนสนุกที่เล่นมาทั้งวันอย่างใช้ความคิด ก่อนที่ดวงตาสีดำขลับคู่สวยจะไปสะดุดเข้ากับผืนน้ำใสราวกับกระจกที่ถูกโอบล้อมไปด้วยต้นสนเขียวครึ้มไม่ใกล้ไม่ไกล

            “กงชานอยากนั่งเรือปั่น

            “” จินยองมองอีกฝ่ายยิ้มๆอย่างประหลาดใจที่จู่ๆอีกคนก็ชวนแบบนั้น ชานชิคยิ้มตอบแล้วกระตุกมืออีกฝ่ายน้อยๆเป็นเชิงเชิญชวนให้ลุกขึ้นด้วยกัน

            “พี่จินยองปั่นไหวมั้ย”

            “ไหวสิ ปั่นไม่ไหวพี่ก็ไม่เท่ในสายตาเราอ่ะดิ”

            “บ้า เลิกเล่นมุกนั้นซักทีได้มั้ยเนี่ย” ชานชิคขำแล้วลากอีกคนมาที่ริมทะเลสาบได้สำเร็จ ทั้งสองเท้าผลัดกันปั่นเรือหงส์เอื่อยๆด้วยท่าทีผ่อนคลายสบายไม่รีบเร่งจนกระทั่งมาถึงริมทะเลสาบที่มีสายลมเย็นและความร่มรื่นจากต้นสนรอบๆพัดเอื่อยฉิว พระอาทิตย์ที่กำลังตกดินสะท้อนกับระลอกคลื่นน้ำเป็นแสงระยับวิบวับตัดกับท้องฟ้ายามเย็นทำให้ทั้งคู่ยิ้มแล้วเอนหลังพิงไปข้างหลังเบาะเรือรูปเป็ดน้อยพร้อมกัน

            “สวยจัง” ชานชิคกล่าวด้วยน้ำเสียงชื่นชมระหว่างที่ดูผลส้มลูกโตกำลังจะจูบลับหายไปในผืนน้ำ

            “นึกถึงตอนนั้นเนอะว่ามั้ย” คำพูดของจินยองสร้างความเงียบอย่างฉับพลันให้กับบรรยากาศโดยรอบ ชานชิคไม่ได้ตอบเพราะเข้าใจดีว่าจินยองกำลังพูดถึงตอนที่ได้มาปั่นเรือแล้วสารภาพรักกับกงชานตอนเด็กๆ และแน่นอนว่าในเหตุการณ์นั้นมันไม่เคยมีเขาเกี่ยวข้องอยู่เลยแม้แต่นิดเดียว

            “ถ้าเราอยากได้แหวนไข่พี่ก็จะไปไขมันมาให้ ถ้าเราอยากเล่นเครื่องเล่นชิ้นไหนพี่ก็จะพาเราไปเล่นให้หมด เราอยากกินขนมอยากได้ไอติมซักกี่แท่ง พี่ก็ไม่อยากจะลังเลที่จะซื้อให้เราอีกแล้ว”

            “กงชานไม่ใช่เด็กแล้ว กงชานไม่อยากได้มันแล้วล่ะ” ชานชิคพูดด้วยน้ำเสียงที่จุกอยู่ในลำคอด้วยความรู้สึกเศร้าใจปนรู้สึกผิดที่ตัวเองต้องมาหลอกลวงจินยองในวันนี้ คนที่พี่จินยองอยากจะคุยประโยคนี้ด้วยในตอนนี้มันไม่ใช่เขา นี่ไม่ใช่ที่ที่มีสำหรับเขามาตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะเป็นตอนเด็กๆหรือในตอนนี้ที่อยู่ด้วยกันก็ตาม

            เขามันก็แค่เป็นตัวแทนจอมปลอมที่รอคอยรับความรักที่จินยองมีให้อยู่ในที่ของกงชานอย่างน่าไม่อาย น่าไม่อายที่ไม่ยอมจบความสุขของตัวเองที่มีในวันนี้กับพี่จินยองลงเพียงเท่านี้ซะที ยิ่งอยู่ด้วยกันเขาก็ยิ่งเหมือนเป็นน้องที่โลภอยากได้ความสุขที่เขาตั้งใจจะมอบให้กับพี่เก็บไว้กับตัวเองคนเดียวไปนานๆ

            “ไม่ว่าจะเป็นตอนนั้นหรือตอนนี้ พี่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพี่เห็นแก่ตัวมากแค่ไหน” จินยองเลื่อนมือมากุมประสานกับนิ้วที่เย็นเฉียบของชานชิคแน่นก่อนจะเงยหน้าขึ้นถาม “หนาวเหรอ”

            “อื้ม หนาวสิฮะ” ชานชิคบอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพลางเบนหน้ามองไปทางอื่นเพื่อซ่อนหยดน้ำตาที่กำลังไหลรินของตัวเองเอาไว้ เมื่อนึกถึงความรู้สึกที่รอพี่จินยองและกงชานอยู่ที่ริมทะเลสาบด้วยความหนาวเย็นในวันนั้น จินยองคลี่ยิ้มบางๆพลางถอดเสื้อแจ๊คเกตยีนส์แขนยาวของตัวเองมาสวมทับให้ ใบหน้าสวยยิ่งซีดด้วยความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ตีกันอยู่ในใจเข้าไปกันใหญ่

            “จับมือกันไว้อย่างนี้จะได้ไม่หนาว พี่เองก็ไม่อยากให้เราหลงทางจากกันไปไหนไกลอีกแล้ว” จินยองพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังระหว่างที่จ้องใบหน้าสวยและจมูกแดงๆที่ใกล้ร้องไห้เต็มทนของคนตรงหน้า

            “อย่าพูดมันออกมามากกว่านี้นะพี่จินยอง

            “พี่ชอบเรา”

            “ฮึกบอกว่าอย่าพูดไง” ชานชิคเริ่มร้องไห้แล้วเช็ดน้ำตาที่หยดลงมาจากขนตาแพยาวด้วยความรู้สึกผิดที่ประดังประเดถาโถมเข้ามา ผนวกกับความเสียใจที่ได้รู้ความจริงว่าภายในใจของจินยองนั้นยังคงมีความรักให้กับกงชานมาตลอดไม่เคยเปลี่ยน ไม่ว่าเขาจะเป็นภาพวาดลายเส้นน่าเกลียดที่เป็นตัวแทนของอีกคนและเฝ้ารอพี่จินยองด้วยความเหน็บหนาวตรงที่เดิมด้วยความอดทนมานานซักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่เคยทำให้หัวใจและความรู้สึกของคนที่อยู่ตรงหน้าเปลี่ยนแปลงไปได้เลย ในใจพี่จินยองตรงที่นั้นยังคงเป็นของกงชานและเก็บไว้ให้กงชานตลอดมาเสมอหลายปีไม่ว่าจะนานซักเท่าไหร่

            นี่ตัวมาทำอะไรในที่ของกงชานกันแน่เหรอชานชิคออกไปจากที่คนอื่นได้แล้ว

            “พี่จะพูดสิ่งที่พี่อยากพูดมาหลายปี เราห้ามพี่ไม่ได้หรอก” โดยฉับพลันอ้อมแขนอบอุ่นก็ดึงคนข้างๆเข้ามาตระกรองกอดเสียแน่นอย่างไม่ทันตั้งตัว ชานชิคสะอึกสะอื้นขืนตัวดิ้นขลุกขลักงอแงอยู่ในอ้อมกอดของคนรุ่นพี่พลางซบหน้าร้องไห้กับไหล่กว้างขณะที่ส่ายหน้าไปมา

            “มันไม่ใช่

            “ไม่ใช่อะไร” จินยองปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนละมุน

            “คำนั้นมันไม่เหมาะจะเป็นของผม ที่ตรงนี้เองก็ด้วย ฮือ”

            “เหมาะสิ มันเป็นของเรามาตั้งหลายปีแล้ว” จินยองว่ายิ้มๆพลางพยายามเช็ดน้ำตาให้คนขี้แย แต่อีกฝ่ายดูจะไม่ให้ความร่วมมือเอาเสียเลย

            “พี่จินยองไม่เข้าใจ ถ้าพี่รู้พี่จะไม่มีวันพูดหรือทำแบบนั้นออกมา แบบที่พี่ทำกับผมอยู่ในตอนนี้ แบบที่” จินยองไม่ปล่อยให้คนตรงหน้าพูดงอแงด้วยถ้อยคำอะไรใส่เขาไปมากกว่านี้ ริมฝีปากหนาประกบเข้ากับเรียวปากหวานละมุนเหมือนวิปครีมของคนตรงหน้าพลางป้อนละเลียดสัมผัสส่งถ่ายทอดความอบอุ่นของลมหายใจแก่กันช้าๆ ดวงตากลมโตใสเหมือนลูกแก้วที่พร่างพรายไปด้วยหยดน้ำตาเบิกกว้างสะท้อนกับแสงพระอาทิตย์สุดท้ายในยามเย็นแล้วจิกไหล่เขาแน่นด้วยความตกใจ ทันทีที่ละริมฝีปากออกจินยองก็ไม่ปล่อยให้คนตรงหน้าชิงพูดอะไรก่อนเขา

            “บอกแล้วว่าพี่เต็มใจทำ อย่างไหนที่พี่ไม่เคยทำให้ในตอนนี้พี่ก็จะทำ ไม่ว่าตอนนี้หรือตอนนั้นพี่ก็จะเต็มใจทำแบบนี้ให้เรา”

            “ฮึกพี่ทำแบบนี้ทำไม พี่ไม่ฟังผมเลยแล้วพี่จะต้องมาเสียใจในภายหลัง ผมไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น” มือน้อยๆเริ่มทุบลงกับไหล่เขาด้วยความหงุดหงิดที่ไม่สามารถพูดหรือทำอะไรได้ตามใจตัวเองที่คิดซักอย่าง ริมฝีปากหยักของจินยองระบายยิ้มออกมา

            “ไม่เสียใจหรอก สิ่งเดียวที่พี่เสียใจก็คือการที่พี่ทิ้งเราเอาไว้แบบนั้น”

            “พี่ไม่เข้าใจ ผมมีความจริงจะบอกกับพี่

            “พี่ชอบชานชิค นั่นแหละคือความจริงที่เราควรจะรับรู้”

            “…!!

            คนช่างงอแงอยู่ดีๆก็เหมือนโดนไฟช็อตนิ่งค้างไปอีกรอบ จินยองยังคงมีสีหน้าจริงจังรอฟังคำพูดที่ออกมาจากปากสวยของอีกคนที่ง้างคำพูดให้ออกมาไม่ได้ตั้งแต่ที่ฟังเขาสารภาพไป

            “พี่จินยองพูดชื่อใครนะ

            “ก็บอกแล้วไงว่าให้เราตั้งใจฟังให้ดีๆ” เจ้าของนัยน์ตาที่มีรอยยิ้มนั้นว่าอย่างเอ็นดูก่อนจะกอดเขาให้แน่นขึ้นกว่าเดิมแล้วกระซิบข้างหูให้ฟังชัดๆอีกรอบ “พี่ชอบชานชิค ^^

            “พี่รู้มาตั้งแต่ต้นเลยนี่ว่าผมไม่ใช่กงชาน” ชานชิครีบผลักตัวออกจากอ้อมแขนเขาแต่ก็ไปไหนไม่รอดเพราะอยู่ในสถานที่แคบๆอย่างในเรือปั่นลำเล็กแบบนี้

            “ใครๆเขาก็รู้กันทั้งนั้นแหละ พี่รู้ กงชานรู้ พ่อแม่ของพวกเราสองคนก็รู้” จินยองพูดออกมาด้วยสีหน้าขำๆ “มันตลกมากเลยนะรู้มั้ยเวลาที่เห็นชานชิคพยายามจะกลบเกลื่อนความเป็นตัวเองที่น่ารักแบบนั้นเวลาอยู่ต่อหน้าพี่มาตลอดทั้งวัน ทั้งที่พี่ว่าเป็นแบบที่ชานชิคเป็นตั้งแต่เด็กมันก็ดีอยู่แล้วแท้ๆ” คนเจ้าเล่ห์ว่าต่อ

            “แต่สุดท้ายชานชิคก็ปิดความน่ารักของตัวเองไว้ไม่อยู่หรอก ^^

            “นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมทุกคนรู้หมดเลยยกเว้นชานชิคคนเดียวล่ะ ทุกคนสนุกกันมากนักใช่มั้ยหลอกชานชิคให้รู้สึกผิดแบบนี้เนี่ย! T^T

            “ถ้าพี่กับพ่อแม่ชานชิคไม่หลอก ชานชิคคงไม่ยอมมาเจอพี่เหมือนตอนเด็กๆอีกใช่มั้ย” จินยองกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ ชานชิคเริ่มกระฟึดกระฟัดงอแงอีกรอบ

            “พี่จินยองทำกับชานชิคไว้ขนาดนั้นชานชิคจะมีหน้ากลับมาเจอพี่จินยองได้ยังไงล่ะ พี่จินยองชอบแต่กงชานชานชิคไม่อยากพยายามเข้าไปอยู่ในตำแหน่งนั้นอีกแล้ว”

            “คนที่ใจแข็งกว่าพี่ก็คือชานชิคไม่ใช่หรือไง เพราะชานชิคไม่ยอมกลับมาเจอพี่อีกเลย พี่ไปเยี่ยมชานชิคที่บ้านตอนที่ชานชิคป่วยก็โดนป้ายูบินว่าเหน็บซะชุดใหญ่ การ์ดกับลูกโป่งที่ซื้อมาให้ตลอดเคยไปถึงมือเราหรือเปล่าก็ไม่รู้” คำสารภาพของจินยองทำให้ชานชิคนิ่งและตั้งใจฟังให้มากกว่าเดิม

            “พี่จินยองมาเยี่ยมชานชิคที่บ้านตลอดเลยเหรอ มาเยี่ยมทำไมพี่จินยองเกลียดชานชิคจะตายนี่”

            “พี่ขอโทษนะที่ทำให้เราป่วยซะหนักเลยตอนนั้น ส่วนคำถามที่ว่าเกลียดเรามั้ยเกลียดสิ พี่เกลียดเวลาเราชอบยิ้มน่ารักประหลาดๆนั่นใส่พี่ มันทำให้พี่รู้สึกว่าตัวพี่กำลังจะกลายเป็นมนุษย์หมูสีชมพูแบบที่เราวาดระบายสีภาพให้พี่ในตอนนั้น ยิ่งเราตามติดพี่แจเท่าไหร่พี่ก็ยิ่งรำคาญไม่อยากอยู่ใกล้ๆให้เรายิ้มแบบนั้นใส่พี่อีก”

            “

            “วันนั้นที่เป็นวันเกิดของพวกเรา พี่ตั้งใจไขแหวนไข่มาให้พวกเราสองลูก ไข่ลูกหนึ่งพี่ไขได้แค่หมากฝรั่งกิ๊กก๊อก ส่วนอีกใบเป็นแหวนไข่ของแท้จากสวนสนุกที่เปลี่ยนสีได้ตามอารมณ์ พี่อยากจะไขให้ได้แหวนทั้งสองใบนะ แต่พอดีว่าวันนั้นพี่เอาไปซื้อไอติมให้กงชานหมดแล้ว” จินยองหัวเราะแห้งๆระหว่างที่ย้อนอดีตเล่าถึงเหตุการณ์วันนั้น

“พี่กลัวว่ากงชานจะไม่พอใจถ้าให้ของขวัญพวกเราพร้อมๆกัน แล้วเห็นว่าของขวัญของชานชิคดูดีมากกว่า พี่เลยวางแผนว่าพี่จะแยกให้ของขวัญกงชานไปก่อน ส่วนของของขวัญของเราพี่ตั้งใจจะให้เราตอนไปปาร์ตี้งานวันเกิดที่บ้าน เพราะงั้นพี่เลยยอมตกลงไปงานวันเกิดของพวกเราในวันนั้นที่ชานชิคอุตส่าห์ดีใจนักหนา แต่วันนั้นสุดท้ายแล้วพี่ก็ไม่มีโอกาสได้ไป”

“ชานชิคไม่รู้ชานชิคเห็นพี่จินยองอยากปั่นเรือกับกงชานสองคน แล้วชานชิคก็เห็นพี่จินยองให้ของขวัญกับกงชานที่ริมทะเลสาบตอนที่ปั่นเรือไปไกลแล้ว T^T

“พี่ก็ไม่นึกเหมือนกันว่าชานชิคจะเห็นแล้วเข้าใจผิดจนไม่สบายล้มป่วยไปขนาดนั้น ตอนนั้นพี่รู้สึกผิดมากแต่พี่กลับทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากจะรอให้ชานชิคกลับมาหาพี่เอง พี่รอเรามาเล่นที่สวนสนุกด้วยกันสามคนเหมือนเดิมทุกวัน พี่เชื่อว่าชานชิคที่เคยเดินตามพี่ทันแม้ว่าพี่จะแกล้งเดินเร็วแค่ไหนมาตลอดจะต้องวิ่งตามพี่ทันอีกครั้งแน่ๆ แต่สุดท้ายพี่ก็มารู้ตัวในวันที่สายไปแล้วว่าพี่คิดผิด

“พี่จินยอง

“ครั้งนี้พี่เลยแกล้งเดินให้ช้าลง เพื่อที่ชานชิคจะได้เดินย้อนกลับมาหาพี่ได้เอง แบบนี้เราจะได้เดินไปพร้อมกันได้ง่ายหน่อยว่ามั้ย ^^” จินยองกุมมือเล็กที่หนาวเย็นให้แน่นเพื่อมองความอบอุ่นให้แก่กันมากขึ้น แต่ดูเหมือนความร้อนและอบอุ่นตอนนี้จะไปกองอยู่ที่แก้มทั้งสองข้างของอีกคนซะแล้ว

“คนอะไรเจ้าแผนการที่สุด ชานชิคนึกว่าตัวเองจะเป็นฝ่ายที่ต้มพี่จินยองสำเร็จแล้วซะอีก -///- ที่แท้ชานชิคต่างหากล่ะที่เป็นฝ่ายโดนพี่จินยองกับกงชานหลอกมาตลอดเลย

“พี่ไม่ใช่มนุษย์หมูสีชมพูเหมือนที่เราวาดซะหน่อยถึงจะโดนใครต้มได้ง่ายๆน่ะ” จินยองหัวเราะแล้วหยิบแหวนไข่สีหม่นบ่งบอกถึงอายุที่เก็บกับเจ้าของมานานนับหลายปีก่อนจะเปิดบิดฝากลมๆออกจากกัน ในนั้นมีแหวนของเล่นเป็นรูปหัวใจดวงโตสีใสเหมือนคริสตัลประดับอยู่ ชายหนุ่มมองหน้าชานชิคที่กำลังจ้องมองเขาด้วยหยดน้ำตาที่พร่างพรายแล้วกล่าวออกมา

“ยังอยากได้อยู่มั้ยครับ”

“อื้ม T^T” จินยองอยากจะหัวเราะขำกับท่าทีของอีกคนที่ยื่นมือมาให้เขาสวมแหวนทันทีเหมือนเด็กๆที่อยากได้ของเล่นแต่ก็ได้แต่อมยิ้มเอ็นดู บรรจงสวมแหวนน้อยๆนั้นลงกับนิ้วเรียวสวยเจ้าของริมฝีปากหยักก็จูบประทับลงบนมือนุ่มเบาๆมอบสัญญาความรักพลางยิ้มหน้ากวนที่พอจะรู้คำตอบอยู่แล้วว่าถ้าถามอีกคนจะตอบว่าอะไร

“คบกับพี่นะ”

“เราก็คบกันไปแล้วตั้งแต่มาเดทกันวันนี้ไม่ใช่หรือไง (.///.)”

“อันนั้นพี่จะถือว่าชานชิคอยู่ในนามของกงชาน นับตั้งแต่ตอนนี้คือของจริง” จินยองพูดเสียงเจ้าเล่ห์แล้วโอบเอวบางอีกคนให้เข้ามาชิดกันยิ่งกว่าเดิม ชานชิคก้มหน้าอายม้วนพลางว่าเสียงแผ่วเบาๆ

“พี่จินยองพูดเอาแต่ได้ -///-

“แล้วก็จะเอาให้ได้ด้วย” ริมฝีปากของชายหนุ่มประทับลงความนุ่มละมุนตรงหน้าอีกครั้งอย่างหวานฉ่ำเนิ่นนาน มือเรียวสวยค่อยๆสอดคล้องเกี่ยวกับลำคอของเขาแล้วหลับตาลงนึกถึงความทรงจำในวัยเด็กและความรักที่พรั่งพรูอยู่รอบกายทั้งคู่อย่างมีความสุข แหวนคริสตัลสีใสที่ถูกบรรจงสวมในนิ้วเรียวสวยค่อยๆเปลี่ยนเป็นแสงสีชมพูหวานทอสว่างวาบอ่อนๆนวลตาไปทั่วบริเวณผืนน้ำเป็นประกายระยิบระยับตามอารมณ์และความรู้สึกของคนทั้งสองที่พลอดรักกันหวานฉ่ำอยู่กลางทะเลสาบที่เหน็บหนาว แต่มีหัวใจที่อบอุ่นมอบให้กันเสมอไม่ว่าระยะเวลาจะผ่านมานานซักกี่ปี แต่ก็ขอให้เชื่อเถอะว่าที่ในหัวใจทั้งสองดวงตรงนี้จะยังคงถูกเก็บไว้เพื่อเป็นของขวัญที่มอบให้แก่กันและกันอยู่อย่างนั้นตลอดไป

และคำว่าตลอดไปในใจของทั้งคู่มันก็ช่างยาวนานสมกับการรอคอยในความรักครั้งนี้เหลือเกิน

END

PS. ง่อววว OS เรื่องที่ 2 ของเราเป็นไงบ้างคะ? เราเพิ่งเคยแต่งแนวๆแบบนี้ครั้งแรกไม่รู้ว่ารี้ดอ่านแล้วจะงงๆกันมั้ย 55555 จุดกำเนิดฟิคเรื่องนี้มันมาจากการฟังเพลง Emotion ที่เป็นเพลงญี่ปุ่นของ B1A4 ผนวกกับความนอยด์เรื่องการออกบั้มยุ่นปีหน้านิดๆหน่อยๆฟิคเลยออกมาแนวมุ้งมิ้งปนดราม่านิดๆ(?) ไม่รู้เหมือนกันว่านี่เรียกดราม่าได้มั้ยแต่ก็แต่งออกมาสำเร็จแล้วภายในวันเดียวจากความนอยด์ล้วนๆ TwT มีอะไรสงสัยหรือว่าอยากจะติชมสามารถเม้นได้ข้างใต้นี้หรือว่าจะติดแท็ก #SpinningLoveจินชาน ก็ได้นะคะ เราตามอ่านหมดไม่ต้องเป็นห่วงงานเผือกแบบนี้ขอให้บอก 55555 เราแต่ง OS สั้นๆแบบนี้ไม่บ่อย ส่วนใหญ่ที่เห็นแต่ละเรื่องก็เป็นฟิคยาว(มาก) 5555 ขอบคุณรี้ดทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ เจอกันใหม่เรื่องไหนดี...เอาเป็นว่าซักเรื่องที่ดองไว้และจะอัพเร็วๆนี้แล้วกันนะ รอติดตามกันไปค่ะ ><

ผลงานทั้งหมด ของ choco_collon

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 bbowtnp (@bbowtnp) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 04:11
    เรื่องมีความหวานแต่นี่อ่านแล้วร้องไห้555 แต่ถือว่าแฮปปี้เอ็นดิ้ง~~~ โหยถ้าพี่จินยองแค่พูดก่อนหน้านี้ชานชิคก็ไม่ต้องเสียใจขนาดนั้นแล้วเเท้ๆ-3-ปล่อยให้เสียใจมาได้ตั้งหลายปี-.,-แล้วกงชานก็นะคบผ่านสไกป์ไปอีก555แต่ทำไมรู้สึกไม่แปลกใจที่ชานชิคโดนหลอกก็ใส่ซื่อซะขนาดนั้นโดนต้มเลย~555 ชานชิคใส่เอี๊ยมเหลืองเหมือนตอนเด็กด้วย-..-ตอนแรกคิดว่าต้องโป๊ะแตกแน่ๆแล้วพี่จินยองก็จะโกรธสรุปรู้แต่แรกจบเลย555 นี่ก็คิดไว้ยิ่งใหญ่ว่าเดี๋ยวเรื่องเป็นงี้ๆเเน่เลยลืมไปว่าเป็นช้อตฟิค555&#128514;
    #2
    0
  2. วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 21:00
    มาแล้วจ้าาาาาา ดองฟิคเยอะจัด อ่านเรื่องสั้นก่อนแล้วกันสบายใจจจจจ 55555 นี่ดราม่าปนมุ้งมิ้งจิงๆหรอ อห นี่รู้สึกถึงแต่ความรัก 55555 โอยตอนจบคือดีคือฟินคือน่ารักนะ ยิ้มตามประดุจชานชิคคือตัวเองอะ

    ว่าด้วยตอนต้น ตอนเด็กๆคือปูมายังไงๆคิดไปละพี่จินยองน่าจะรำคาญชานชิคอะ เราไม่รู้สึกว่านางเกลียดนะ แต่นั่นแหละถ้าเราเปนชานชิคเว้ย เราก็คิดอะว่าเค้าเกลียดเรา ก็ถ้าพี่จินยองจะคิดอะไรซับซ้อนขนาดนั้นกับเด็กที่คิดอะไรโต้งๆๆๆแบบชานชิคก็ต้องรับผลของการกระทำนะคะซิสสสส เห้อมมมมมม สงสารนะคะ แต่แบบใครใช้ให้พี่คืดอะไรซับซ้อน

    ตัดภาพมาที่ตอนโต55555 โอยยย ตลกท่าทางเด๋อๆด๋าๆของกงชานปลอมมากเหอะ ไม่เนียนคะชานชิค ไปเรียนมาใหม่!!! แต่แกกกก พี่จินยองตอนโตคือโคตรอบอุ่น โซผัวววมาก ขอยาดหยาบคาย  ถ้าชานชิคไม่เอาก็คือจะแย่งงงง55555 ชอบผชแบบนี้เว่ย นึกภาพตามแล้วมันแบบ หรดรกวำในไนกวกวไยนดสอนพย ให้ตายเถอะ!!! อบอุ่นจ๊นนนนนน

    ใดๆล้วนนนนนชอบกงชานตัวจิงเด้อออ 5555 นี่ก็คิดเว่ยนิสัยแบบกงชานอะเหมือนตัวเอง แต่เชื่อเถอะฉันไม่ชอบตัวเอง แต่คือชอบ5555 งงมะ เออชอบนาง ชอบความแสบ ความไม่แคร์เวิร์ล แต่แบบจริงๆแล้วรักน้องมากๆๆๆๆเวอร์ คิดดูเดะ

    สรุปคือไรท์คะจะสอบถูกมะ ทำไมยังแต่งได้ยาวเหใือนเดิม555 เออมปร แต่งได้ก็อ่านได้ สู้ๆกับทุกเรื่องค่าาา
    #1
    0