[Fic Naruto] เปลี่ยนตำนาน

ตอนที่ 21 : ความรู้สึกที่...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 660
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    25 เม.ย. 63

[Fic Naruto] เปลี่ยนตำนาน

ตอน : ความรู้สึกที่...

         ในห้องหนึ่งของโรงพยาบาล มีเด็กชายมานั่งมองเด็กสาวที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยด้วยแววตาหลากหลายความรู้สึกก่อนจะถอนหาใจออกมาเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้

    เมื่อไหร่จะตื่นกันนะ

    เป็นความคิดเดิมๆที่คิดซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายครั้งในรอบหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา เด็กชายเลื่อนมือไปจับมือคนบนเตียงเอาไว้ก่อนจะพูดออกมาเบาๆ

    “ไม่เบื่อหรอมินานะจัง..ฉันน่ะเบื่อมากเลยเพราะงั้นตื่นขึ้นมาเล่นกับฉันเถอะนะ” ถึงจะพูดยังไงคนบนเตียงก็ไม่มีวั่แววว่าจะรู้สึกตัวเลยสักนิด

    “ไม่มีใครเล่นกับฉันเหมือนที่มินานะจังเลยกับฉันเลยสักคน..ตื่นเถอะ..ฉัน..” นัยน์ตาทอแสงลงเมื่อพูดมาถึงตรงนี้ “..ฉันคิดถึง..ตื่นได้แล้ว”

    นารูโตะทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แต่ก็ต้องหยุดเอาไว้ก่อนเมื่อมีคนเปิดประตูเข้ามาเสียก่อน

    “นายอีกละ มาทำไมทุกวัน” นารูโตะทำหน้าเซ็งทันทีเมื่อหันไปเห็นคนที่ช่วงหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมามักจะแวะมาเยี่ยมมินานะทุกวันจนเขารู้สึกเบื่อขี้หน้าเต็มทน

    อีกฝ่ายปลายตามองก่อนจะทำหน้าเซ็งออกมาไม่ต่างจากคนที่อยู่ในห้องเลยสักนิด คาคาขิเดินเข้าไปทำเป็นไม่สนใจคนในห้องก่อนจะนำดอกไม้ที่ตัวเองเอามาด้วยจัดใส่แจกันข้างหัวเตียงผู้ป่วย เขาทำทุกอย่างเหมือนนารูโตะเป็นธาตุอากาศที่ไม่มีตัวตนจนคนที่โดนเมินรู้สึกไม่พอใจและคนที่ความอดทนต่ำอย่างนารูโตะก็จะไม่ทน

    “อย่ามาเมินกันสิฟ๊ะ!!” นารูโตะโวยวายออกมาโดยไม่สนใจเลยว่าที่นี่ห้ามเสียงดัง

    “เสียงดังรบกวนคนอื่น” ถึงคาคาชิจะพูดยอกอีกฝ่ายแต่การกระทำก็ยังทำเป็นไม่สนใจอีกฝ่ายอยู่เหมือนเดิม

    “นี่บอกว่าอย่ามาเมินกันไง!!” นารูโตะที่เห็นอีกฝ่ายยังเมินตนอยู่ก็ยิ่งโวยวายมากกว่าเดิม

    “เบาๆหน่อย”

    “ไม่รู้จะมาทำไมนักหนาเบื่อหน้าจะตายอยู่และ!” นารูโตะสบัดหน้าหนีอย่างเบื่อหน่ายเต็มทนกับคนตรงหน้า

    “ที่นี่โรงพยาบาลนะ” คาคาชิเอ่ยเตือนอีกครั้งถึงแม้อีกฝ่ายจะไม่ได้สนใจในสิ่งที่เขาพูดพอๆกับที่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมายกับสิ่งที่อีกฝ่ายพูดก็ตามที แต่เขาก็เลือกที่จะเอ่ยเตือนออกไปเพราะที่นี่คือโรงพยาบาลและที่สำคัญเขาเอือมระอากับเสียงโวยวายของอีกฝ่ายเต็มที

    “กลับไปเลยนะ! อย่ามายุ่งกับมินานะจังของฉัน!!”

    “ของฉัน? ยัยนี่เป็นของนายตอนไหนไม่ทราบ” คาคาชิที่คิดว่าคราวนี้เขาจะทำเป็นไม่สนใจนารูโตะอย่างจริงจังก็ต้องหันกลับไปมองหน้าอีกฝ่ายก่อนจะเอ่ยถามกับไปด้วยน้ำเสียงติดจะไปพอใจ

    “ตอนไหน? เอ่อ ไม่รู้สิก็ทุกตอนนั่นแหละ” นารูโตะทำหน้าครุ้งคิดในสิ่งที่คนตรงหน้าสวนถามกลับมา

    คาคาชิเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็ยิ่งรู้สึกไม่พอใจ เขารู้ว่าเด็กสองคนนี้เป็นอะไรกันแต่เขากำจัดไอ้ความรู้สึกไม่พอใจที่มีอยู่ตอนนี้ออกไปไม่ได้ ซึ้งเขาก็ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรถึงต้องไปไม่พอใจในสิ่งที่นารูโตะพูดด้วย

    มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาสักหน่อย

    “ยัยนั่นไม่ใช่ของนายสักหน่อย”

    เมื่อพูดจบคาคาชิก็เดินออกไปจากห้องผู้ป่วยทันที นารูโตะมองตามคาคาชิออกไปด้วยสีหน้ามึนงงกับท่าทางที่เปลี่ยนไปกะทันหันของอีกฝ่าย

    อะไรของเขา..

    เวลาผ่านไป 5 นาทีนารูโตะก็เดินออกจากไป ไม่นานก็มีร่างของคนที่นารูโตะคิดว่ากลับไปแล้วปรากฏขึ้นในห้องผู้ป่วยอีกครั้ง เขามองประตูที่ปิดสนิทแล้วถอนหายใจออกมาก่อนจะย้ายสายตามาจ้องคนที่นอนหลับอยู่บนเตียง

    “เธอนี่ก็จริงๆเลยจะนอนไปถึงเมื่อไหร่” เขาเดินเข้าไปใกล้ ยกมือขึ้นมาลูบหัวคนที่นอนหลับไม่ได้สติบนเตียง

    “เอาแต่นอนดูสิเนี่ยอ้วนเป็นหมูแล้ว” สิ่งที่คาคาชิพูดไม่เป็นความจริงเลยสักนิด ตอนนี้คนบนเตียงดูผอมซูบลงมากถึงแม้ว่ามันจะผ่านมาเพียงแค่อาทิตย์เดียวก็ตาม จนเขาไม่กล้าคิดว่าถ้าปล่อยในอีกฝ่ายนอนนานกว่านี้มันจะเป็นยังไง ใบหน้าที่ควรจะมีเลือดฝาดบัดนี้กลับซีดจนน่าตกใจ “เธอควรตื่นมาออกกำลังกายนะรู้มั้ย”

    เขารู้ ต่อให้เขาพูดอะไรไปมากมายมินานะก็ไม่มีทางรับรู้ถึงสิ่งที่เขาพูดอยู่ดี เขาแค่อยากพูดมันเท่านั้นเผื่อมันจะทำให้ความรู้สึกผิดที่มีอยู่มันทุเลาลงบ้างสักเล็กน้อยก็ยังดี นอกจากมันจะไม่ทำให้เขาทุเลาลงแล้วมันยิ่งทำให้เขารู้สึกผิดต่อเด็กสาวมากขึ้นกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ

    ที่ยัยนี่ต้องเป็นแบบนี้

    มันเป็นเพราะเขา

    ถ้าวันนั้นเขาไม่แนะนำให้เธอไปฝึกที่ป่าหลังหมู่บ้านมันคงไม่เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น ถ้าวันนั้นเขาขอไปฝึกด้วยเขาก็สามารถช่วยเธอได้ แต่นี่อะไร แม้แต่สาเหตุที่ทำให้เธอต้องมานอนไม่ได้สติอยู่แบบนี้เขาก็ยังไม่รู้ หรือข้อสงสัยที่ว่าเธอไปอยู่ตรงหน้าห้องนารูโตะได้ยังไงทั้งๆที่นินจาก็วิ่งสุ่นกันให้เต็มหมู่บ้านไปหมด

    ใช่..เธอไปโผล่ตรงนั้นได้ยังไง

    ทั้งๆที่พวกเราหากันทั่วหมู่บ้านแล้วก็ไม่พบตัว แต่อยู่ๆดันมาโผล่อยู่หน้าห้องนารูโตะ

    มันน่าสงสัยเกินไป

    เขาอยากเขย่าให้เด็กสาวรีบตื่นขึ้นมาเล่าทุกอย่างให้เข้าใจ แต่เขาก็ทำแบบนั้นไม่ได้ถึงแม้เขาจะร้อนใจมากแค่ไหนก็ตาม คงทำได้แค่รอ

    นี่ก็ดึกมากแล้ว

    กลับบ้านก่อนดีกว่า

    เมื่อคิดเช่นนั้นเท้าทั้งสองข้างก็ก้าวฉับๆออกจากห้องไป ในห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง คนที่นอนอยู่บนเตียงจากสีหน้าไร้ความรู้สึกเริ่มเปลี่ยนเป็นคิ้วขมวดกัน

    ภาพพวกนี้มันอะไรกัน!

    และไอ้ความรู้สึกบ้าๆนี่อีก

    ไม่ชอบเอาเสียเลย

    ก่อนที่เปลือกตาที่บดบังนัยน์ตาสีฟ้าก็ค่อยขยับลืนตาขึ้นช้าๆ ความอุ่นร้อนที่ขอบตาด้านล่างทำให้เกิดความสงสัยจนต้องยกมือขึ้นมาสัมผัสดู ถึงได้รู้ว่าตัวเองกำลังน้ำตาคลอเบ้า ตอนที่เธอไม่ได้สติเธอได้เห็นภาพหลายอย่างฉายเข้ามาในหัวเหมือนเทปที่เล่นซ้ำไปมารวมถึงรับรู้ถึงความรู้สึกจากเหตุการณ์ต่างๆที่เธอได้ประสบพยเห็น มา ซึ้งมันไม่ควรจะเป็นแบบนั้น

    มันเหมือนกับว่าเธออยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย

    ถึงจะคิดเท่าไหร่ก็หาคำตอบไม่ได้สายตาจึงตวัดมองไปรอบๆก่อนจะมีคำถามใหม่ผุดขึ้นมาในหัวมากมายกว่าเดิม

    จะว่าไป..เราอยู่ที่ไหน?

    แม้ข้างในห้องจะมืดมากแต่ด้วยสายตาที่ชินกับความมืดแล้วทำให้เธอเห็นรอบๆห้องได้อย่างชัดเจน ตาสายสอดส่องไปรอบๆก่อนจะไปหยุดมองตรงหน้าต่างที่มีแสงจันทร์ส่องเข้ามา

    โรงพยาบาลหรือเปล่า?

    หัวสมองเริ่มประมวลผลต่างอีกกครั้ง คิดได้ไม่นานก็ต้องหยุดคิดและสั่งให้ตัวเองนอนหลับเพราะรู้สึกปวดหัวขึ้นมาตุบๆ

    เช้าวันต่อมา

    ร่างเล็กเห็นว่าตอนนี้เป็นเวลาเช้าแล้ว จึงพยายามพยุงตัวเองลุกขึ้นนั่ง ถึงแม้จะค่อนข้างลำบากเพราะร่างกายที่ไม่ค่อนมีแรงแต่สุดท้ายก็สามารถลุกขึ้นนั่งได้เป็นที่สำเร็จ สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดแล้วปล่อยออกมารวดเดียวอย่างเหนื่อยๆ

    ลุกขึ้นนั่งแค่นี้ก็เหนื่อย! ร่างกายอ่อนเพลียเกินไปแล้ว!

    เธอต้องการอาหารเพื่อบำรุงร่ายกายโดยด่วน!!

    และที่สำคัญ..เธอหิวจนไส้จะขาดอยู่แล้ว!

    มินานะสะดุ้งตื่นตั้งแต่ตี 5 แล้วพอจะนอนต่อก็นอนไม่หลับเพราะท้องมันประท้วงเรียกร้องอย่างจะเขมือบอาหารลงท้องเสียให้ได้ แต่ด้วยร่างกายที่ไม่เอื่ออำนวยเธอจึงทำได้แค่นอนคอยให้เวลาผ่านไปเร็วๆ

    และตอนนี้เธอกำลังนั่งจ้องประตูเขม็ง ในหัวก็เอาแต่คิดว่าเมื่อไหร่จะมีคนเข้ามาในห้องสักที เหมือนกับสวรรค์จะเห็นใจ บานประตูห้องผู้ป่วยเลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆและเบามือที่สุด คนที่เปิดก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นลูกชายคยโตตระกูลอุจิวะนั่นเอง

    “ตื่นแล้วหรอ”

    “หิว” มินานะที่เห็นอิทาจิปิดประตูเดินเข้ามาใกล้ก็รีบพูดความต้องการของตัวเองทันที แม้น้ำเสียงที่เปล่งออกมาจะแหบแห้งและน่าเกลียดแค่ไหนเธอก็ไม่ได้สนใจมันเลยสักนิ

    “อ่อ เดี๋ยวไปหาอะไรมาให้กินแล้วกัน”

    อิทาจิเดินออกไปไม่นานชายหนุ่มอีกคนก็เดินส่วนเข้ามาแทน พอเห็นหน้ามินานะก็เอ่ยคำเดียวกันกับคนก่อนหน้านี้เปี๊ยบ ‘ตื่นแล้วหรอ’ จะแตกต่างก็ตรงที่มีคำว่า อ้าว นำหน้าประโยคมานี่แหละ

    “ยัง” น้ำเสียงแหบแห้งเปล่งออกมาอีกครั้งเพื่อกวนคนเบื่องหน้าที่ยืนมองหน้าตนอยู่

    “ฮึ ตื่นมาก็กวนเลยนะ” มุมปากคาคาชิกระตุกทันทีเมื่อได้ยินคำตอบ กวนกันแบบนี้คงไม่เป็นอะไรแล้วมั้ง

    “แล้วใครใช้ให้ถามในสิ่งที่เห็นอยู่ทนโท่ล่ะ” มินานะใช้ความพยายามเป็นอย่างมากที่จะพูดออกมาให้อีกฝ่ายเข้าใจ ถึงจะติดๆขัดๆไปหน่อยแต่คาคาชิก็พอที่จะจับใจความในสิ่งที่เด็กสาวพยายามจะพูดได้

    คาคาชิส่ายหน้าไปมาก่อนจะเดินไปโต๊ะข้างหัวเตียง หยิบแก้วรินน้ำใส่แล้วยื่นให้คนบนเตียง

    “ดื่มน้ำก่อน ฉันไม่อยากฟังเสียงน่าเกลียดของเธอสักเท่าไหร่” ริมฝีปากใบผ้าปิดหน้ากระตุกยิ้มจนตาหยี

    มินานะไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีก รับแก้วน้ำมาด้วยใบหน้าแดงเมื่ออีกฝ่ายพูดเรื่องเสียงของเธอ

    ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้ว่ามันน่าเกลียดแค่ไหน

    แต่ไม่ตำเป็นต้องพูดออกมาก็ได้มั้ย!

ครืน~

    เสียงเปิดประตูทำให้คนในห้องหันไปมองที่หน้าประตูทันที เป็นอิทาจิที่ถือถุงของกินมาเต็มไม้เต็มมือ เห็นแค่นั้นก็ทำให้สายตามินานะวาวขึ้นมา ของกินของเธอมาแล้ว

    “นี่ของเธอ” อิทาจิเดินมาใกล้ก่อนจะยื่นถุงในมือไปตรงหน้าเด็กสาว ตอนแรกเขาจะกลับไปให้แม่ทำข้าวกล่องให้แต่กลัวว่าอีกฝ่ายจะรอนานเลยเลื่อกที่จะซื้อมาแทน

    “ขอบคุณนะอิจจี้” มินานะดีใจมากและมัวแต่สนใจของกินในถุงที่อิทาจิซื้อมาให้จนเผลอเรียกไปตามความเคยชินจากภพที่แล้ว

    “อิจจี้?” คนที่ถูกเรียกทำหน้างงกับสรรพนามที่ไม่คุ้นหูก่อนจะเอ่ยทวนมันออกมาอีกครั้ง

    “ขอโทษ!! พอดีมันเผลอตัวเลยพูดออกไปโดยไม่ทนคิด” มินานะที่เพิ่งฉุดคิดขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหลุดปากออกไปก็รีบหันไปขอโทษอีกฝ่ายอย่างรู้สึกผิด

    “ไม่เป็นไร มันมีความหมายว่าอะไรงั้นหรอ?” อิทาจิเห็นหน้าเหวอๆของเด็กสาวก็รู้สึกเอ็นดูขึ้นมา เหมือนเจ้าน้องชายของเขาเลย

    “มันก็คืออิทาจินั่นแหละแต่จะให้เรียกอิทาจิมันก็ดูยาวๆก็เลยเรียกสั้นๆว่า อิจจี้ แทน” มินานะทำหน้าคิดก่อนจะตอบออกไป จะให้ตอบความจริงมันก็ยังไงอยู่

    “อ๋อ” อิทาจิพยักหน้าอย่างเข้าใจ

    คาคาชิหันมองมินานะกับอิทาจิสลับกันไปมา เขาไม่รู้ว่าสองคนนี้รู้จักกันตอนไหน รู้จักกันได้ยังไงและรู้จักกันนานหรือยัง แต่ที่เขารู้ตอนนี้คือตั้งแต่ที่เขารู้จักมินานะมานั้นเขายังไม่เคยได้ยินเธอเรียกชื่อเขาแบบไอ้เด็กอุจิวะนี่เลยสักครั้ง!

    “อะแฮ่ม” คาคาชิแกล้งกระแอมไอออกมาเพื่อเป็นสัญญาณบอกคนทั้งคู่ว่าในห้องนี้ยังมีเขาอยู่อีกคน

    “อะไรติดคอหรอคาคาชิ” มินานะหันมองคาคาชิที่ยืนอยู่ข้างเตียงฝั่งตรงข้างกับอิทาจิ

    คนที่ถูกถามปลายตามองคนบนเตียงก่อนจะแกล้งทำเป็นรินน้ำใส่แล้วขึ้นมาจิบเล็กน้อย หันไปมองหน้ามินานะทีอิทาจิที สุดท้านก็มาหยุดจ้องหน้ามินานะ

    กับเขาเรียกคาคาชิ

    แต่ที่ไอ้เด็กอุจิวะเรียก อิจจี้

    คาคาชิจ้องหน้าผสานสายตากับมินานะเพื่อให้อีกฝ่ายเข้าใจในสิ่งที่ตนจะสื่อ แต่จนแล้วจนรอดอีกฝ่ายก็ไม่มีวี่แววที่จะเข้าใจเขาเลยสักนิด เห็นแบบนั้นคาคาชิเลยถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

    “เป็นอะไรของนายคาคาขิ”

    “เปล่า ไปก่อนนะมีภารกิจ” คาคาชิเดินออกไปโดยไม่สนใจมินานะที่กำลังอ้าปากจะถามตนเลยสักนิด

    หมอนั่นเป็นอะไร...เมนส์ไม่มาหรือไง

    “รีบกินเถอะ หิวไม่ใช่หรอ”

    มินานะก้มหน้าก้มตากินจนอิ่มก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองคนที่นั่งอยู่ข้างเตียงอย่างสงสัย

    “ยังไม่กลับหรอ”

    “ก็ว่าจะกลับแล้ว รอเธอกินเสร็จนี่แหละ” คิ้วเล็กๆขมวดเข้าหากันเมื่อได้ยินที่อีกฝ่ายพูดจึงจ้องมองอิทาจิที่รินน้ำมาให้เธอ “เธอคงเก็บเองไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ”

    คิ้วที่ขมวดเข้าหากันคลายออกทันทีเมื่อเข้าใจในสิ่งที่อิทาจิพูด เธอจึงพยักหน้าเบาๆเป็นการตอบอีกฝ่าย

    “ถ้างั้นฉันไปก่อนนะ” อิทาจิไม่พูดเปล่ามือก็เก็บถุงข้าวของที่ตนนั้นถือเข้ามาตอนแรกนั้นออกไปด้วย เก็บเสร็จจึงเงยหน้าขึ้นมามองหน้ามินานะนิ่งเหมือนมีอะไรจะพูดแต่ก็ไม่ยอมพูดออกมาสักทีจนมินานะทนไม่ไหวเลยเป็นฝ่ายเอ่ยถามแทน

    “มีอะไรหรือเปล่า”

    “คราวหน้าจะเอาข้าวกล่องมาฝากนะ” ในที่สุดอิทาจิก็พูดออกมา

    “ข้าวกล่อง?”

    “ข้าวกล่องที่แม่ทำน่ะ” อิทาจิที่เห็นแววตาสงสัยของมินานะก็รีบตอบกลับไปทันที

    “ได้สิจะคอยนะ” มินานะยิ้มให้กับคนตรงหน้าอย่างจริงใจที่สุดเท่าที่ตนเองจะทำได้

    “อ่า” อิทาจิรีบหันหลังเดินออกจากห้องไปเมื่อเห็นอีกฝ่ายยิ้มน่ารักออกมา

    ตอนนี้เหลือมินานะเพียงคนเดียว ในหัวกำลังย้อนคิดถึงเหตุการณ์ที่เธอได้ไปพบเห็นมาในช่วงที่ไม่ได้สติ ที่จริงเธอไม่อย่างจะนึกถึงมันเท่าไหร่ นึกถึงมันเมื่อไหร่ความรู้สึกหลากหลายรูปแบบก็ถาโถมเข้ามาจนเธอทนรับมันไม่ไหว

    เป็นความรู้สึกที่..

    เจ็บปวด เสียใจ เศร้า ผิดหวัง

    ทรมานเสียจน...เธอไม่อยากรับรู้อะไรอีกต่อไป

    ในเหตุการณ์ที่เธอเห็น เธอเหมือนไม่ใช่เธอ เหมือนเธอเป็นผู้หญิงคนนึงที่มีใบหน้าเรียบเฉยไม่ปารกฏความรู้สึกใด แต่ความรู้สึกข้างในนั้นไม่ได้ด้านชาเหมือนภาพลักษณ์ภายการเลยสักนิด ทำไมเธอรู้น่ะหรอ เพราะความรู้สึกที่เธอได้รับรู้ทั้งหมดคือความรู้สึกของเธอคนนั้นไง

    มินานะเหมือนจะรู้จักผู้หญิงคนนั้นดี ดีเสียจนเหมือนเป็นคนๆเดียวกัน บางครั้งเหมือนเธอไม่ใช่ตัวของตัวเอง เหมือนเป็นอีกคนที่ดูเฉยชากับทุกสิ่งแม้ข้างในจะเน่าเฟะมากแค่ไหนก็ตาม

    มันเหมือนเป็นความทรงจำ

    และมีบางช่วงที่ขาดหายๆไม่ประติดประต่อกัน

    แถมบางช่วงก็เบลอเสียจนเธอมองไม่ออก

    พอมินานะลองคิดๆดูแล้วช่วงที่ถูกตัดหรือภาพเบลอนั้นจะมีผู้ชายคนนึงอยู่ในนั้นเสมอ เธอไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร เพียงแค่เธอได้เห็นภาพเบลอของผู้ชายคนนั้นก็ทำในเธอรู้สึกเจ็บปวดอย่างแปลกประหลาด

    มินานะอยากจะรู้นักว่าคนผู้นั้นเป็นใคร เกี่ยวข้องอะไรกับผู้หญิงคนนั้น เพียงแค่ได้เห็นก็ทำให้ผู้หญิงคนนั้นมีความรู้สึกที่สิ้นหวังได้ถึงขนาดนี้

    เฮ้อ...ต่อให้เธอคิดเรื่องนี้จนหัวระเบิดก็คงไม่ได้คำตอบ

    เมื่อคิดได้ดังนั้นมินานะก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงก่อนจะห่มผ้าแล้วเข้าสู่ห้วงนิทาไป อย่างน้อยก็ต้องพักเอาแรงก่อน

โปรดติดตามตอนต่อไป

 

รู้สึกว่าคาคาชิอยากมีชื่อเรียกเหมือน อิจจี้ ่ะทุกคน555ทุกคนคิดว่ายังไงคะ มินานะจังของเราควรเรียกคาคาชิเขาว่ายังไงดี!! เพื่อนคิดว่ายังไงอย่าลืมคอมเม้นบอกกันด้วยเน้อ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

73 ความคิดเห็น

  1. #51 I am Beautiful (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 22:55
    งอนเก่งนะพ่อคุณณณณณณ
    #51
    0
  2. #50 lukain2 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 19:20

    ต่อนะๆๆๆ

    #50
    0
  3. #49 jiraparatta (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 12:36
    คัชชี่?ป่ะ
    #49
    1
    • #49-1 Save2554(จากตอนที่ 21)
      25 มีนาคม 2564 / 15:12
      ใช่เราคิดว่างั้นนะ
      #49-1
  4. #48 WarayutNaunsuwan (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 02:59
    คาคาชิแอบชอบมินานะหรอ
    #48
    0
  5. #46 Aew Jang (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 23:54

    คาชิคุงดีมั๊ย สงสัยอยากมีชื่อเล่นเหมืนอิจจี้😆😆😆😆😆😆😆

    #46
    0