คัดลอกลิงก์เเล้ว

อกหักพานพบรัก

คนสองคนที่อกหักเหมือนๆกันแล้วมาพบเจอกัน คนนึงอยากเปิดใจรับอีกคนเข้ามาในชีวิตแต่อีกคนกับเกิดการหวาดกลัวจากความรักครั้งเก่า

ยอดวิวรวม

29

ยอดวิวเดือนนี้

4

ยอดวิวรวม


29

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  26 ก.ค. 62 / 20:52 น.
นิยาย ͡ѡҹѡ อกหักพานพบรัก | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

อกหักพานพบรัก


เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกถ้าผิดพลาดประการใดขอโทษทุกคนไว้ ณ ที่นี้ด้วย แต่ยังไงก็ขอฝากนิยายเรื่องนี้ไว้ด้วยนะคะ





สวัสดีค่ะ
ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะคะ
เรียกเราว่า คิโอเน่ หรือ คีโอ ก็ได้ค่ะ
นามปากกาของเราคือ เมฆหิมะ นะคะทุกคน
ฝากนิยายของเราด้วยนะคะ
มีอะไรที่ไม่ดีตรงไหนก็ติชมได้เลยนะคะเราจะได้เอาไปปรับปรุงแก้ไขฝีมือใหม่ไปเรื่อยๆค่ะ



เนื้อเรื่อง อัปเดต 26 ก.ค. 62 / 20:52


              ซ่า~ซ่า~


              เสียงคลื่นทะเลซัดเข้าฝั่งเรื่อยๆพร้อมสายลมเย็นๆในยามกลางคืนพัดมาเหมือนจะช่วยชโลมจิตใจของผู้หญิงคนนึงที่นั่งอยู่ริมทะเลและมองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมายหยาดน้ำตาที่ไหลอาบสองข้างแก้มบอกได้เป็นอย่างดีว่าคนที่นั่งอยู่ ณ ที่นี้มีความรู้สึกเป็นเช่นไร


              “มาแล้ว..อะนี่” มีชายหนุ่มเดินเข้ามาหาหญิงสาวที่นั่งและซุดตัวลงนั่งข้างๆหญิงสาว ในมือของชายหนุ่มหิ้วถุงใส่ขวดเบียร์มา พอจัดแจงอะไรเรียบร้อยก็ส่งเบียร์ให้หญิงสาวข้างๆกายขวดนึง


              “ขอบใจ” เธอเช็ดน้ำตาก่อนจะรับขวดเบียร์และกล่าวขอบคุณชายหนุ่ม


              “ไม่เป็นไร..”


              ผมพูดออกไป สำหรับผมกับเธอเราเจอกันที่นี่เมื่อ 4 วันที่แล้ว ครั้งแรกที่ผมเจอเธอ ตอนนั้นเธอเดินร้องไห้ลงไปในทะเล เฮ้อ พูดมาทำนองนี้ทุกคนคงรู้ดีว่าเธอในตอนนั้นกำลังคิดที่จะทำอะไร ก็นะ สิ่งที่เธอกำลังจะทำในตอนนั้นมันมีให้เห็นได้บ่อยไปในละครไทย ที่นางเอกมีเรื่องเสียใจแล้วคิดที่จะฆ่าตัวตายโดยการเดินลงทะเลแต่ก่อนที่นางเอกจะได้ทำก็จะมีพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วย หึ แต่นี่มันชีวิตจริงครับไม่ใช่ในละครเพราะว่าทั้งผมแล้วก็เธอไม่ใช่พระเอกกับนางเอก เป็นเพียงแค่คนอกหักที่บังเอิญเจอกันเพียงเท่านั้น แต่ถึงผมจะพูดแบบนั้นก็เถอะยังไงวันนั้นคนที่ลงไปช่วยเธอก็คือตัวผมเองนี่แหละ


              ถึงผมจะรู้จักเธอวันนี้เป็นวันที่ 5 แต่ผมก็ยังไม่รู้ชื่อเธอเลยแหะ แต่เอ๊ะ แบบนี้จะเรียกว่ารู้จักได้หรือเปล่านะ


              เวลาผ่านไปเรื่อยๆทั้งผมและเธอก็ยังไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ มันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกันแล้วแหละ หลังจากที่ผมลงไปช่วยเธอผมถึงได้รู้ว่าเธอก็อกหักมาเหมือนกันกับผม


              ไอ้การเงียบแบบนี้ของระหว่างผมกับเธอก็ยังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆวันแล้ววันเล่ามันก็ยังเป็นเช่นเดิมจนวันนึงผมทนกับความเงียบแบบนี้ต่อไปไม่ไหว


              “จะว่าไปแล้ววันนี้ก็ครบอาทิตร์แล้วหลังที่เราเจอกันผมยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย คุณชื่ออะไรหรอ”


              ผมตัดสินใจถามเธอออกไป เธอทำเพียงแค่หันมามองผมแล้วก็หันกลับไปจุดเดิมที่เธอมองอยู่ก่อนหน้านี้ เห็นแบบนั้นผมเลยพูดต่อ


              “เอ่อ..ถ้างั้นผมแนะนำตัวก่อนดีกว่าผมชะ..”


              “ไม่ต้องหรอก”


              แต่ก่อนที่ผมจะพูดจบเธอก็พูดแซกผมขึ้นมาก่อน ผมสงสัยในสิ่งที่เธอพูดออกมามากกว่า


              “คุณหมายความว่ายังไง?”


              “มันจำเป็นด้วยหรอที่เราจะต้องรู้จักกัน” เธอพูดออกมาทั้งๆที่สายตาของเธอยังจับจ้องอยู่ที่เดิม เธอไม่แม้แต่จะหันมามองผมเลยสักนิด


              “...............”


              “ฉันคิดๆดูแล้วถึงเรารู้จักกันไปมันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไร เพราะฉนั้นฉันก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องรู้จักคุณ”


              ก็ใช่ สิ่งที่เธอพูดมามันก็ถูก แต่ผมอยากจะรู้จักเธอนี่ ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องอยากรู้จักเธอแต่ว่าเธอมีอะไรบางอย่าง อะไรบางอย่างที่ดึงดูดสายตาของผมให้มองเธอในตอนที่สายตาเธอเหม่อมองออกไปในทะเลกว้างข้างหน้านี้ ลมที่พัดมาทำให้ผมของเธอสบัดพัดพลิ้วไปตามแรงลมทุกสิ่งทุกอย่างนี้ มันทำให้ผมไม่สามารถละสายตาออกจากเธอได้มาหลายวันแล้ว


              “ก็ใช่อยู่ที่ผมไม่มีประโยชน์พอที่จะให้คุณรู้จัก แต่ผมไม่คิดว่าคุณจะพูดแบบนี้กับคนที่ช่วยชีวิตคุณเอาไว้” ผมพูดออกไปด้วยความรู้สึกที่ผิดหวังนิดหน่อย ผมไม่คิดเลยว่าเธอจะพูดแบบนี้กับผม ไม่ใช่ว่าผมจะทวงบุญคุณหรืออะไรทำนองนั้นหรอกนะแต่สิ่งที่ผมทำไปไม่ได้หวังที่จะได้อะไรตอบแทนจากเธอเลย


              “ฉัน...ฉันขอโทษที่พูดไม่ดีกับคุณ แต่เรื่องช่วยชีวิตฉันไม่ได้ขอร้องให้คุณมาช่วยฉันหนิ” เธอหันมามองหน้าผมนิดนึงก่อนที่จะหันกลับไปมองที่เดิม


              “นั่นก็ใช่แต่คุณคิดดูคงไม่มีใครทนเห็นคนอื่นตายไปต่อหน้าต่อตาโดยที่ตัวเองไม่ได้ช่วยอะไรเลยหรอกนะ”


              “ขอโทษนะ” เธอพูดพร้อมกับก้มหน้าลงสายตามองที่ทรายทะเลอย่างรู้สึกผิด


              “ขอโทษผมทำไม”


              “ก็ฉันพูดไม่ดีใส่คุณแถมว่าคุณที่มาช่วยฉันไว้อีก”


              “ไม่เป็นไร ผมเข้าใจดีว่าตอนนี้คุณรู้สึกยังไง ผมก็ไม่ต่างจากคุณนักหรอก เฮ้อ”


              “เข้าใจฉันดี? ไม่ต่างกัน? คุณหมายความว่ายังไง?” เธอแหงนหน้าขึ้นมามองผมด้วยสายตาที่ส่อแววแห่งความสงสัยอย่างชัดเจน


              “อ๋อ คุณคงยังไม่รู้ว่าก่อนหน้าที่ผมจะได้มาเจอคุณผมก็อกหักมาเหมือนกัน”


             “ห๊ะ! อย่าบอกนะว่าที่คุณมาที่นี่เพราะอกหักมาเหมือนกัน”


             “อืม”


              “หึๆห้าๆๆๆ”อยู่ดีๆเธอก็หัวเราะออกมา อะไรวะอยู่ดีๆก็หัวเราะหรือว่าจะอกหักจนเพี้ยนไปแล้ว


              “คุณหัวเราะอะไร”


              “ห้าๆที่นี่มันคงเป็นที่แหล่งรวมของคนอกหักสินะ” เธอไม่ได้ตอบในสิ่งที่ผมถามเลย เธอคงไม่ได้สนใจคำถามที่ผมถามเลยสินะ


              “คุณไม่สงสัยบ้างหรอว่าทำไมหลายวันที่ผ่านมานี้ผมถึงได้มานั่งดื่มเหล้าดื่มเบียร์กับคุณ”


              “ฉันคิด แต่ฉันคิดว่าคุณจะมาจีบฉัน ฉันก็เลยไม่คุยไม่สนใจคุณ ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าคุณจะอกหักมาเหมือนกัน”


              “คุณคิดอย่างนั้นจริงหรอเนี่ย!”


              “ใช่ ฉันคิดว่าคุณจะมาจีบฉันซะอีกเลยมาช่วยฉันเอาไว้แถมยังมานั่งดื่มเบียร์เป็นเพื่อนฉันตั้งหลายวันพอมาวันนี้คุณดันมาถามชื่อฉันอีก ฉันก็ยิ่งคิดว่าคุณจะจีบ ฉันก็เลยพูดแบบนั้นออกไป ขอโทษด้วยนะ”


              “เฮ้อไม่เป็นไรคุณกำลังเสียใจหนิผมไม่ถือหรอก” รู้สึกว่าเธอจะหลงตัวเองเอามากๆเลยนะเนี่ย ขนาดตัวเองอกหักอยู่แท้ๆยังจะมาคิดเรื่องมีคนมาตามจีบอีก แต่ที่เธอพูดมามันก็มีส่วนนึงที่ถูกผมคิดที่จะจีบเธอแต่ความรู้สึกนี้มันไม่ได้เกิดเมื่อครั้งแรกที่ผมเจอเธอมันเป็นความรู้สึกหลังจากนั้น หลังจากที่ได้มานั่งดื่มเหล้าดื่มเบียร์เป็นเพื่อนเธอหลายวันถึงแม้ว่าผมและเธอจะไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลยก็ตาม แค่ผมได้เห็นภาพเธอเหม่อมองทะเลแค่นั้นมันก็ทำให้หัวใจผมเต้นแรงขึ้นมาได้โดยไม่รู้ตัว


              “ถ้างั้นเอาใหม่นะ ฉันชื่อไอซ์ แล้วคุณล่ะชื่ออะไร” เธอหันมามองหน้าผมพร้อมกับยิ้ม รอยยิ้มของเธอเป็นรอยยิ้มที่สวยมาก น่ารักจัง


              “ผมมีประโยชน์พอที่จะรู้จักคุณแล้วหรอ”


              “โธ่ ไม่เอาหน่าคุณเป็นผู้ชายนะอย่าหยุมหยิมกับเรื่องเล็กๆน้อยๆสิ ฉันรู้ว่าฉันผิดที่พูดแบบนั้นกับคุณฉันก็กำลังเริ่มใหม่แล้วนี่ไงนะๆ”


              “ก็ได้ก็ได้ผมชื่อเคทยินดีที่ได้รู้จักนะไอซ์”


              “อืมยินดีที่ได้รู้จักเคทจากนี้เรามาเป็นเพื่อนกันนะ”


             “หึ แล้วถ้าจะเปลี่ยนจากเพื่อนเป็นอย่างอื่นล่ะ”


              “เปลี่ยนเป็นเพื่อนสนิทน่ะหรอ”


              “เปล่าหมายถึงแฟน” ผมพูดออกไปยิ้มๆ ไม่รู้อะไรที่ทำให้ผมพูดแบบนั้น แต่เธอทำให้ผมลืมผู้หญิงคนนั้น ทำให้ผมเปลี่ยนจากตอนแรกที่กลัวการเจ็บปวดจากความรักกลับมาอยากลองที่จะเสี่ยงกับมันอีกครั้งนึงเพราะเธอ


              “อย่าเลยดีกว่า ความรักครั้งเก่าที่ผ่านมามันทำให้ฉันกลัวที่จะลองเปิดใจอีกครั้งฉันไม่อยากเจ็บปวดแบบนั้นอีกแล้วมันทรมานเกินไป”


              “แต่ครั้งนี้เธอเปิดใจให้ฉันไม่ได้หรอฉันสัญญาว่าจะไม่ทำให้เธอต้องผิดหวัง”


              “ขอโทษนะฉันว่าฉันกลับก่อนดีกว่า” เธอพูดจบก็ลุกขึ้นปัดทรายที่ติดตามเสื้อผ้าของเธอออกก่อนเธอจะเดินออกไป


              “ถ้างั้นฉันจะพิสูจณ์ให้เธอเห็นเอง นับตั้งแต่วันนี้ฉันจะจีบเธอเตรียมตัวเอาไว้ให้ดี!!!” ผมตะโกนตามหลังเธอไปผมรู้ว่าเธอได้ยินทุกคำที่ผมพูดพรุ่งนี้ผมจะเริ่มต้นจีบเธออย่างเป็นทางการ


              หลังจากวันนั้นผมก็ทำทุกอย่างเพื่อให้เธอยอมเปิดใจให้กับผม ไม่ว่าจะชวนเธอไปเที่ยวไปกินข้าว ดูหนัง ไปนอนเล่นที่ห้องเธอหรือพาเธอมานั่งเล่นที่บ้านผม และก็อะไรอีกหลายๆอย่าง ส่วนตอนเย็นเราก็จะไปนั่งดื่มเบียร์กันที่เดิมประจำ นี่ก็ผ่านมา 2 อาทิตย์แล้วจากวันนั้น วันเวลาที่ผ่านมาทำให้ผมรู้อะไรเกี่ยวกับเธอหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นอาหารที่เธอชอบหรือจะเป็นขนม ผลไม้ และที่สำคัญผมได้รู้อีกอย่างนึงคือเธออายุน้อยกว่าผม 3-4 ปี


              วันนี้ไม่รู้ว่าเธอเป็นอะไรดื่มเบียร์เยอะมากกว่าเดิมเธอดื่มเบียร์หมดไปแล้ว 6 ขวด ผมบอกให้เธอหยุดดื่มได้แล้วแต่เธอก็ไม่ยอมหยุดพอเบียร์หมดก็ดื่มเหล้าต่อจนตอนนี้สติเธอไม่หลงเหลืออยู่แล้ว


              “พอเถอะ ไอซ์ดื่มเยอะเกินไปแล้วนะ วันนี้ไอซ์เป็นอะไรทำไมดื่มเยอะขนาดนี้”


              ผมพูดพร้อมกับดึงแก้วเหล้าออกจากมือเธอไปด้วย แต่เธอก็ไม่ยอมแย่งแก้วเหล้ากลับไปดื่มต่ออีก


              “อาวมานี่น้าฉ้านจาดื่ม”


              “พอแล้วเดี๋ยวก็ตายกันพอดี”


              “ปล่อยฉ้าน ฉ้านอยากดื่มอีก”


              “พอแล้วกลับได้แล้ว ไปลุก”


              ผมเก็บของพร้อมกับพูดบอกเธอให้ลุก พอเก็บเสร็จก็มาหิ้วปีกยัยขี้เมานี่ลุกแต่เธอก็ไม่ยอมลุก ผมเลยจัดการอุ้มเธอพาดบ่า เดินตรงกับที่พักของผมทันที


              สภาพแบบนี้ให้กลับไปอยู่คนเดียวไม่ได้เดี๋ยวก็ไปแอบดื่มที่ห้องอีกแน่ๆ คืนนี้ไปนอนที่บ้านพักผมก่อนแล้วกัน พรุ่งนี้ค่อยปล่อยให้กลับ


              พอมาถึงที่พักผมเอาของวางไว้ข้างล่างแล้วเดินพาเธอขึ้นชั้นสองไปห้องข้างๆห้องของผม นี่คือบ้านพักตากอากาศของครอบครัวผมเองมีอยู่หลายห้อง ให้เธอนอนห้องข้างๆห้องผมก็แล้วกัน


              ผมค่อยๆวางเธอลงบนเตียงอย่างเบามือแล้วเดินเข้าห้องน้ำออกมาพร้อมผ้าและกะละมังใส่น้ำเพื่อมาเช็ดตัวให้เธอ


              “อื่อ~” ผมเช็ดตัวให้แต่เธอเอามือมาปัดป่ายไปมาไม่ยอมให้ผมเช็ดตัวเธอ


              “เช็ดตัวก่อนจะได้นอนสบาย” ถึงผมจะรู้ก็เถอะว่าเธอคงไม่มีสติพอที่จะเข้าใจในสิ่งที่ผมพูดแต่ผมก็อยากที่จะพูดออกไป


              “อื่อ~ม่ายอาว” เธอก็พยายามปัดป่ายอยู่อย่างนั้นไม่ยอมอยู่เฉยๆให้ผมเช็ดตัวเธอดีๆ ผมเลยจับแขนเธอไว้ทั้งสองข้างด้วยมือเดียวเพื่อที่จะเช็ดตัวเธอสะดวกขึ้น ใช้เวลาสักพักถึงจะเสร็จ


              “เฮ้อ เสร็จสักทีเธอนี่ไม่ยอมอยู่สุขเลยจริงๆ”


              ผมพูดและมองหน้าตอนเธอนอนไปด้วย ตอนตื่นว่าน่ารักแล้วตอนหลับยิ่งน่ารักกว่าตอนตื่นอีก


              “พี่อยากจะตื่นขึ้นมาเห็นเธอแบบนี้ทุกวันเลย”


              ผมพูดพร้อมยิ้มนิดๆก่อนที่จะเอื้อมมือไปเพื่อหวังที่จะปัดผมบางส่วนที่ปกหน้าเธออยู่ แต่ก็ต้องหยุดฉงักเมื่อได้ยินในสิ่งที่เธอละเมอพูดออกมา


              “อย่า...อย่าทิ้งฉันไป”

              “นี่สินะเหตุผลที่เธอดื่มหนักขนาดนี้”


              “ฉัน..รัก..”


              “พี่ไม่เข้าใจเธอเลยจริงๆมันทำให้เธอเจ็บขนาดนี้ยังจะรักมันอยู่ทำไม”ผมพูดด้วยความรู้สึกโกรธปนเศร้า


              “ทำไมนะ..ทำไมเธอถึงไม่หันกลับมารักพี่บ้าง” ผมนั่งมองเธออยู่สักพักก็ตัดสินใจที่จะไปนอนเพราะนี่มันก็ดึกมากแล้ว


              แต่ก่อนที่ผมจะได้เดินออกไปก็มีมือนึงมาดึงรั้งผมไว้ถึงแรงดึงจะไม่มากนักแต่มันก็สามารถทำให้ผมที่ไม่ทันตั้งตัวล้มลงไปนั่งอยู่ที่เดิม


              “พี่เคทจะไปไหน” เมื่อได้ยินเสียงเธอทำให้ผมรีบหันไปมองเธอทันที ยัยนี่เอาอีกแล้วมาแบบนี้อีกแล้ว เฮ้อ ยัยนี่เวลาเมามากๆจะกลายเป็นเหมือนลูกแมวขี้อ้อนที่มาพร้อมกับแมวยั่วสวาท


              “ไอซ์เมามากแล้วนอนเถอะพี่ก็จะไปนอนเหมือนกัน”


              “ไม่เอาไอซ์ยังไม่ง่วงแต่ถ้าพี่เคทง่วงแล้วก็นอนที่นี่กับไอซ์ก็ได้ นะๆๆนะคะ” ยัยลูกแมวพูดพร้อมกับเอาหัวมาหนุนที่ตักผมส่วนมือทั้งสองข้างก็มากอดรอบเอวผมเอาไว้


              “ไม่ได้ไอซ์เป็นผู้หญิงนะจะมานอนกับผู้ชายอย่างพี่ได้ยังไง”


              “ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนอนได้เตียงก็ตั้งกว้าง”


              “แต่พี่เป็นผู้ชายไม่กลัวพี่จับปล่ำเอาหรือไง”


              “หืม? คริๆโดนไม่กลัวกลัวไม่โดนมากกว่า หึๆ” เธอพูดไปหัวเราะไป


              “มาพูดแบบนี้ไม่ได้นะถ้าเกิดคนที่อยู่ตรงนี้ไม่ใช่พี่จะทำยังไง”


              “จุ๊บหน่อยนะๆ”


              “ไม่ได้อย่าไปพูดแบบนี้กับใครเข้าใจมั้ย”


              “ทำไมล่ะไม่รักไอซ์แล้วหรอ” อ้าวซวยแล้วไงมาแนวนี้แล้วจะทำยังไงล่ะทีนี้ ทุกทีไม่เห็นเป็นแบบนี้เลยทุกทีก็แค่มาอ้อนๆพอให้นอนก็นอนแต่นี่ไม่ยอมนอนแล้วจะให้ทำยังไงล่ะทีนี้


              “เอ่อ..มันไม่ใช่แบบนั้นคือ..”


              “ถ้าไม่ใช่ก็ต้องจูบได้สิ จุ๊บๆ”


              “ไหนตอนแรกบอกว่าจุ๊บทำไมมารอบนี้ถึงบอกว่าให้จูบ”


              “ก็พี่ชักช้าเลยโดนปรับเป็นจูบแทนมาจูบหน่อย”


              “ไม่ดะอื่อ…” ผมยังพูดไม่ทันจบยัยตัวดีขี้เมาก็ลุกพุดขึ้นมาประกบปากจูบผมทันที เธอจูบจนพอใจแล้วผละออกไปหอบหายใจด้วยหน้าแดงๆ หึ ยัยลูกแมวเอ้ยเธอนี่น่ารักเกินไปแล้ว


              “ทีนี่จะนอนได้หรือยัง”


              เธอยังหอบหายใจอยู่แบบนั้นผมเลยจะผละลุกออกจากเตียงแต่เธอก็รั้งผมไว้ก่อนที่จะมาซุกไซร์ซอกคอผมส่วนมือของเธอก็ไม่ยอมอยู่สุขปัดป่ายลูบไล้ไปมาทั่วร่างกายผม


              “อือ~อะ..ไอซ์หยุดอย่าทำแบบนี้”


              “พี่เคท อือ รักไอซ์มั้ย”


              “รัก..พี่รักไอซ์แต่ไอซ์ไม่ควรทำแบบนี้”


              “ทำไมล่ะไหนบอกว่ารักไอซ์ไงแล้วทำไมถึงทำไม่ได้หรือเป็นเพราะว่าพี่รังเกียจไอซ์งั้นหรอ”


              “ไม่ใช่ พี่ไม่ได้รังเกียจถ้าพี่จะทำก็ย่อมได้แต่พี่เลือกที่จะไม่ทำ” ผมจับมือเธอดันออกนิดหน่อยแล้วมาจ้องสบตากับเธอ


              “ทะ ทำไม..ทำไมพี่ถึง..”


              “ไอซ์รักพี่มั้ย บอกมาสิว่ารักแล้วพี่จะทำ”


              “...............”


              “หึพูดไม่ได้ใช่มั้ย ที่พูดไม่ได้เพราะไอซ์ไม่ได้รักพี่ไง”



              “ถ้างั้นไอซ์ตอบมาสิว่าไอซ์แน่ใจว่าถ้าพี่ทำลงไปแล้วตอนเช้าตื่นมาไอซ์จะไม่เสียใจในสิ่งที่ตัดสินใจทำลงไป แน่ใจหรอว่าที่ทำอยู่นี่ไม่ใช่เป็นเพราะว่ากำลังประชดใครอยู่”


              “คือ..คือไอซ์..”


              “พี่รักไอซ์นะและพี่ก็อยากให้ไอซ์รักพี่ถ้าพี่จะทำก็อยากทำเพราะความรักที่เรามีให้กันไม่ใช่เพียงเพราะใช้พี่ทำเพื่อประชดใครอีกคนที่ไอซ์ไม่เคยลืมมันเลย!!”


              “มันไม่ใช่แบบนั้นนะ”


              “ไม่ใช่แบบนั้นแล้วมันเป็นแบบไหน!!!” ผมควบคุมอารมณ์ตอนนี้ไม่ได้จนเผลอตะคอกใส่เธอไปความรู้สึกผมตอนนี้มันทั้งโกรธทั้งเศร้าทั้งเกลียด เกลียดผู้ชายคนนั้นที่เธอรักรักจนไม่มีที่ว่างเหลือพอที่จะให้ผมได้เข้าไปและผมก็รู้สึกเกลียดตัวเองขึ้นมาทันทีที่ได้เห็นน้ำตาของผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าผม


              “ฮึกๆ ไอซ์ ไอซ์กลัวฮือๆๆ”


              “ไอซ์พี่ขอโทษ พี่ขอโทษขอโทษนะ”


              เมื่อเห็นแบบนั้นผมเลยดึงเธอเข้ามากอดซบอกผมไว้ปากก็พร่ำขอโทษซ้ำไปซ้ำมาอยู่สักพักก่อนจะแปลเปลี่ยนมาเป็นคำพูดปลอบโยนแก่คนในอ้อมกอดแทน


              “ไม่ต้องกลัวนะโอ๋ๆเลิกร้องไห้ได้แล้วเด็กดี” ผมพูดปลอบเธออยู่แบบนั้นจนเธอผลอยหลับไปผมจัดแจงให้เธอนอนท่าที่สบายที่สุดก่อนที่ตัวเองจะกลับห้องไปอาบน้ำแล้วเข้านอน แต่กว่าผมจะข่มตาหลับได้ก็เกือบจะเป็นรุ่งเช้าของอีกวัน


    .

    .

    .

    .

    .


              15:29 น.


              “ไอซ์!” เอ หรือว่าจะกลับห้องเธอไปแล้วนะ เฮ้อ คงจะอย่างนั้นแหละก็ผมล่อตื่นซะบ่ายสองเกือบบ่ายสามขนาดนั้นคงไม่มีใครมามัวนั่งรอทานข้าวเช้ากับผมตอนบ่ายสามแบบนี้หรอกจริงมั้ย


              “โคลก~” พูดถึงข้าวเช้าก็หิวขึ้นมาทันทีเลยแหะไปหาอะไรทานลองท้องก่อนออกไปเจอยัยนั่นดีกว่า พอคิดได้แบบนั้นผมก็ออกมาหาอะไรกินข้างนอกแล้วก็ไม่ลืมที่จะซื้อไปฝากเธอด้วยเผื่อเธอจะหิว


              พอซื้อของเสร็จผมก็เดินมานั่งคอยเธอที่เดิม


              ทำไมเธอยังไม่มาทุกทีเธอจะมาไม่เกินหกโมงเย็นนี่แต่ตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่มแล้วผมก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเธอเลย


              หรือจะเกิดอะไรกับเธอ


              พอคิดมาถึงตรงนี้ผมก็ไม่รอช้ารีบตรงดิ่งไปโรงแรงที่เธอพักอยู่ทันที ผมกดกริ่งหน้าห้องเธอตั้งนานแต่ก็ไม่มีใครมาเปิดสักทีผมเลยตัดสินใจลงไปสอบถามที่เคาน์เตอร์และผลปรากฏที่ได้คือ


              “ห้อง429ได้เช็คเอาท์ออกไปตั้งแต่9โมงแล้วค่ะ”


              “ออกไปแล้ว”


              ..เธอไปแล้ว...


              ..เธอไปจากผมมแล้วงั้นหรอ...


              “เอ่อขอโทษนะคะคือเธอฝากจดหมายฉบับนี้ไว้ให้คุณด้วยค่ะ” แต่ก่อนที่ผมจะคิดอะไรไปมากกว่านี้หญิงสาวก็พูดขึ้นมาก่อนพูดจบก็ยื่นซองจดหมายส่งมาให้ เมื่อผมเห็นแบบนั้นก็รีบรับมาเปิดอ่านทันที


              ถึงพี่เคท

              ถ้าพี่ได้อ่านจดหมายฉบับนี้ไอซ์ก็คงจะไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว ขอโทษด้วยที่ไปโดยไม่ได้ร่ำลาพี่ก่อน สำหรับคำถามที่พี่ถามไอซ์เมื่อคืน ไอซ์ขอตอบพี่ว่าไอซ์ก็รักพี่เหมือนกันแต่มันเป็นเพราะความหวาดกลัวของตัวไอซ์เองที่ทำให้ไม่กล้าพอที่จะยอมรับว่าไอซ์ได้ตกหลุมรักพี่ไปแล้ว ไอซ์ใช้ความพยายามอย่างมากในการบังคับตัวเองเผื่อไม่ให้รักพี่แต่สุดท้ายไม่ว่าไอซ์จะพยายามมากแค่ไหนก็ไม่สามารถบังคับหัวใจตัวเองได้อยู่ดี ตอนนี้ไอซ์อ่อนแอและหวาดกลัวกับความรักครั้งเก่ามากเกินไปที่จะเปิดใจคบกับพี่เพราะฉนั้นไอซ์เลยอยากจะขอ ขอให้พี่รอไอซ์รอวันที่ไอซ์จะรักพี่ได้อย่างไม่ต้องหวาดกลัวกับมันอีกรอวันที่ไอซ์จะกลับมารอวันที่ไอซ์เข้มแข็งมากกว่านี้นะคะ ไอซ์รักพี่เคทนะ

จากไอซ์



              ผมช็อกไปสักพักนึงหลังจากที่อ่านจดหมายจบก่อนที่ผมจะตัดสินใจเดินกลับบ้าน หึ ถึงจะอยู่ที่นั่นไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรก็ในเมื่อเธอได้ไปจากที่นี่แล้ว


              “ไม่เป็นไรไม่ว่าพี่จะรอนานแค่ไหนหรือรอจนพี่ตายพี่ก็จะรอ รอวันที่พี่จะได้ยินคำว่ารักจากปากของไอซ์เอง” ตอนนี้ความรู้สึกผมมันตีกันมั่วไปหมดผมไม่รู้ว่าตัวเองจะดีใจที่ได้รู้ว่าเธอก็รักผมเหมือนกันดีหรือจะเสียใจที่เธอได้จากผมไปตอนนี้มันสับสนไปหมดแต่ผมก็เชื่อมั่นว่าเธอจะกลับมา


              วันเวลาได้ล่วงเลยไปเรื่อยๆแต่ผมก็ยังไปคอยเธอที่เดิมอยู่เสมอ ไปคอยตรงที่ที่ผมเจอเธอครั้งแรกผมจะทำแบบนี้จนกว่าเธอจะกลับมาต่อให้การรอคอยครั้งนี้มันจะนานแค่ไหนผมก็จะรอ


    .

    .

    .

    .

    .


              6 เดือนผ่านไป



23:46 น.


              เสียงเพลงคลอเบาๆพอให้ฟังอย่างสบายหูและเสียงพูดคุยกันผสมปนเปกันไม่หมดจนฟังไม่ได้ศัพท์จับไม่ได้ความ ณ ที่ร้านเหล้าแห่งนึง ที่นี่มีคนแวะเวียนกันเข้ามาไม่ขาดสายจนมีเสียงครึกครื้นแบบนี้อยู่ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา


              ร้านเหล้าแห่งนี้เป็นร้านเหล้าของผมเอง หลังจากวันนั้นไม่กี่เดือนผมตัดสินใจเดินเรื่องเปิดร้านเหล้าอยู่ที่ตรงนั้นเพื่อเป็นสิ่งยืนยันว่าผมจะรอคอยเธออยู่ตรงนี้ไม่ไปไหนแน่นอน


ผมนั่งเคลียร์งานอยู่ในห้องทำงานของผมซึ่งอยู่ชั้นบนสุดของร้าน ร้านของผมมีทั้งหมดสามชั้น ชั้นแรกจะเป็นพวกนั่งรวมๆกันแต่ละโต๊ะชั้นนี้จะเป็นชั้นของพวกที่ชอบความครึกครื้น ตรงส่วนกลางร้านจะเป็นวงดนตรีอิสระที่ผมจ้างมาเล่น ชั้นสองเป็นโซนของวีไอพีจะมีคาราโอเกะให้แต่ละห้อง เป็นโซนสำหรับพวกที่ชอบความเป็นส่วนตัวมากกว่านั่งรวมกับคนเยอะๆข้างล่าง พนักงานที่มาจัดเลี้ยงฉลองหรือพวกที่มากันเป็นครอบครัวไม่ว่าจะจัดงานวันเกิดหรือฉลองเนื่องในโอกาสดีๆของคนในครอบครัวก็ตามส่วนมากจะใช้โซนนี้มากกว่านั่งกันข้างล่างแล้วก็ชั้นสามเป็นชั้นที่คนภายนอกห้ามขึ้นมาอกจากพนักงานร้านผมบางคนที่ผมอนุญาตให้ขึ้นมาได้มันเป็นที่ส่วนตัวของผม ชั้นนี้เป็นชั้นที่ผมทำงาน มีห้องเก็บของและมีห้องนอนผมอยู่ด้วย


“เฮีย ผมปิดร้านให้เฮียแล้วนะ” ไอ้ลูกน้องตัวดีมันจึ้นมาบอกผมว่าปิดร้านแล้ว ไอ้แสบนี่ีผมไว้ใจมันมาก ผมยกหน้าที่ดูแลร้านตอนผมขึ้นมานั่งทำงานอยู่ด้านบนให้กับมัน


“อืมถ้างั้นแกกลับไปพักได้เลย


“งั้นผมกลับแล้ว หวัดดีเฮีย


ผมนั่งทำงานอยู่สักพักก็เดินลงไปเช็คด้านล่างว่าปิดร้านเรียบร้อยดีแล้วหรือยังพอตรวจเช็คอะไรเรียบร้อยก็ขึ้นมาอาบน้ำแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง เฮ้อ วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันเลยแหะ พอเหนื่อยแบบนี้ก็ยิ่งทำให้คิดถึงเธอคนนั้นที่หายไปจากชีวิตผมเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว


“เมื่อไหร่เธอจะกลับมาเธอจะรู้มั้ยนะว่ามีคนคิดถึงและรอคอยเธออยู่ทุกวันแล้วเธอล่ะจะคิดถึงผมบ้างมั้ยนะ ผมคิดอะไรเพลินๆก็เผลอหลับไป


ชีวิตของผมได้ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย วันวันกว่าผมจะตื่นก็จะปาไปเที่ยง ตื่นมาก็อาบน้ำกินข้าวเตรียมเปิดร้านในตอนห้าโมงเย็น เปิดร้านแล้วก็ต้องคอยคุมลูกน้องให้ทำงานกันดีๆและคอยดูว่าอะไรขาดอะไรเหลือจะได้ซื้อมาเพิ่ม มันจะเป็นอยู่แบบนี้จนปิดร้านพอปิดร้านลูกน้องกลับกันหมดผมก็จะมาเดินตรวจความเรียบร้อยของร้านก่อนจะขึ้นไปอาบน้ำนอน


ทุกอย่างมันวนหลูบอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆจนเวลาล่วงเลยมาจนถึงปัจจุบันนี้ได้ผ่านไปหนึ่งปีแล้วนับตั้งแต่เธอจากผมไป


...และวันนี้ก็คงจะเป็นวันธรรมดาของผมอีกวัน...


              “เฮียครับ”


              “มีอะไร”


              “มีคนบอกว่าเบียร์ร้านเรารสชาติห่วยแตกไม่อร่อยเลยต้องการที่จะพบเฮียครับ”


              “เบียร์รสชาติห่วยแตกงั้นหรอ!!!”


              “ครับเธอบอกว่ารสชาติห่วยต้องการพบเจ้าของร้านเดี๋ยวนี้ถ้าเธอไม่ได้พบเธอจะฟ้องร้องให้ร้านเราเจ๊งเลยครับ”


              อะไรวะอยู่ดีๆก็มากล่าวหาว่าเบียร์ร้านผมห่วยเบียร์ที่ไหนๆมันก็เหมือนกันไม่ใช่หรอแถมยังมีการมาข่มขู่ว่าถ้าไม่ไปเจอจะฟ้องร้องให้ร้านเจ๊ง หึ พูดแล้วยิ่งขำฟ้องร้องเรื่องเบียร์รสชาติห่วยเนี่ยนะตั้งแต่เกิดมาจนป่านนี้เพิ่งจะเคยเจอคนแบบนี้แหะอยากจะรู้จริงๆว่าเป็นใคร ไม่บ้าก็เมาจนเพี้ยน


              “ไหนพาฉันไปสิ”


              ผมลุกขึ้นเดินตามลูกน้องไปพบคนที่มากล่าวหาร้านผม เดินไปไม่นานก็ถึงช่วงโซนวีไอพีที่อยู่ชั้นสองของร้าน คนที่กล่าวหาร้านผมเธอนั่งอยู่ด้านในสุดของโซนวีไอพี


              “ขอโทษนะครับไม่ทราบว่าเบียร์ร้านผมมันมีปัญหาอะไรสำหรับคุณผู้หญิงหรอครับถึงได้เรียกพบผม” ผมมาหยุดยืนอยู่ข้างหลังของผู้หญิงคนนั้นก่อนที่จะเอ่ยถามเธอ


              “มันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกรอกค่ะแค่มันรสชาต์ไม่อร่อยเหมือนที่เคยกินมา” น้ำเสียงที่เธอได้พูดออกมามันเหมือนคนที่กำลังนึกสนุกกับสิ่งที่ทำ เธอมาแกล้งป่วนร้านผมเล่นหรือเปล่าเนี่ย เอ๊ะ เธออาจจะเป็นมิจฉาชีพที่มาคอยหลอกล่อให้ผมมาหน้าร้านเพื่อที่จะให้พวกของเธอแอบเข้าหลังร้าน พอคิดได้แบบนั้นผมก็รีบหันไปบอกกับลูกที่ยืนคอยดูผมกับเธอคุยกันให้ไปทำตามหน้าที่ของมันทันที


              “ขอโทษนะครับถ้าคุณแค่จะมาแกล้งป่วนร้านผมเล่นล่ะก็เชิญคุณออกไปดีกว่าผมไม่อยากมีเรื่องกับใคร”


              “ฉันไม่ได้แกล้งป่วนร้านคุณสักหน่อยที่ฉันพูดมามันเป็นความจริงก่อนหน้านี้ฉันเคยกินเบียร์กับคนคนนึงมันอร่อยมากจนฉันไม่เคยลืมมันเลยแต่การกินเบียร์ครั้งนั้นมันทำให้ฉันกินเบียร์ที่ไหนก็ไม่อร่อยอีกเลย” น้ำเสียงที่เธอพูดออกมาไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่านะว่ามันมีความเศร้าแฟงอยู่ในคำพูดนั้น สงสัยเธอคงอกหักมา


              ...แต่จะว่าไปน้ำเสียงของเธอมันคุ้นๆนะ..


              “ฉันก็เลยอยากจะถามคุณว่าคุณรู้จักคนที่ฉันตามหามั้ย” เธอพูดแล้วค่อยๆลุกขึ้นหันหน้ามาทางผม


              “ไอซ์!!!” ผมตกใจมากเมื่อเห็นหน้าของผู้หญิงคนนั้น เธอกลับมาแล้วในที่สุดก็ถึงวันนี้วันที่เธอกลับมาหาผม


              ผมดีใจมากจนดึงเธอเข้ามากอดเอาไว้แน่น ผมคิดถึงเธอเหลือเกินในที่สุดวันที่ผมรอคอยก็มาถึงเหมือนมันชั่งนานแสนนานเหลือเกินสำหรับวันที่ผมไม่มีเธอ


              “ไอซ์ไปไหนมารู้มั้ยว่าพี่คิดถึงมาแค่ไหน”


              “รอไอซ์นานมั้ย”


              “นาน นานมากเลย”


              “ขอโทษนะนับจากวันนี้ไปไอซ์จะไม่ให้พี่คอยอีกแล้ว”


              “จริงหรอ”


              “ค่ะ ไอซ์รักพี่เคทนะ”


              “ถ้างั้น..” ผมพูดแล้วก็ผละตัวออกจากไอซ์ก่อนที่จะลงไปนั่งคุกเข่าส่วนมือของผมก็กุมมือของผู้หญิงที่ผมรักจนสุดหัวใจไว้


              “ไอซ์แต่งงานกับพี่นะครับ”


              “พะ พี่เคท” รู้สึกเหมือนเธอจะตกใจมากกับสิ่งที่ผมได้พูดไปแล้วอยู่ดีๆน้ำตาของเธอก็ไหลออกมา ผมรู้ว่าเธอไม่ได้เสียใจแต่เธอกำลังดีใจอยู่ต่างหากทำไมผมคิดแบบนั้นน่ะหรอเพราะรอยยิ้มของเธอไง


             ..รอยยิ้มที่มาพร้อมกับน้ำตา…


              “นะครับ ไหนบอกว่าพี่จะไม่ต้องรออีกต่อไปแล้วไง”


              “ค่ะ ไอซ์จะแต่งงานกับพี่เคท” เมื่อผมได้ยินแบบนั้นก็ลุกขึ้นมากอดเธอไว้ทันที


              ความรักนั้นไม่ได้เป็นสิ่งที่น่ากลัว จริงๆแล้วสิ่งที่น่ากลัวคือความคิดของตัวเราเองที่คิดว่าความรักนั้นน่ากลัว ความรักไม่ได้ผิดแต่สิ่งที่ผิดคือคนที่เอาความรักไปใช้ในทางที่ผิด ถึงความรักนั้นจะมีบางครั้งบางเวลาที่แสนเจ็บปวดแสนทุกข์ทรมานสักแค่ไหนแต่ช่วงเวลาแห่งความสุขก็มีไม่น้อยไปกว่ากันเลย


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ เมฆหิมะ จากทั้งหมด 2 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น