1. มาเฟียร้ายพ่ายรัก ซีรี่ส์ หวานใจนายมาเฟีย I

ตอนที่ 8 : Ep.8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 300
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    25 ก.ย. 61

เช้าวันใหม่

ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... 

“หวาน ตื่นรึยังจ๊ะ อลิสขอเข้าไปหน่อยได้ไหม” เสียงเอลิเซียดังอยู่หน้าห้อง เนื่องจากเป็นเวลากว่า 9 โมงแล้ว ยังไม่เห็นเพื่อนสาวลงไปข้างล่าง  โดยปกติเอลิเซียเป็นคนตื่นเช้าด้วยติดนิสัยมากจากพี่ชายของเธอนั่นเอง

“ตื่นแล้วจ้ะ เข้ามาได้เลย หวานไม่ได้ล็อคห้อง” สุพรรณิการ์ตะโกนบอก  เอลิเซียจึงเปิดประตูเข้าไปทันที

“ว่าไงจ๊ะ มีอะไรรึเปล่า มาเรียกแต่เช้าเลย” สุพรรณิการ์ถามหลังจากเพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เมื่อได้พักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว

“เมื่อกี้พี่ราฟโทรมา บอกว่าวันนี้พี่เค้าว่าง จะพาหวานไปทัวร์นิวยอร์กนะจ๊ะ” เอลิเซียเอ่ยอย่างอารมณ์ดี พี่ชายเธอต้องพึงใจเพื่อนสาวของเธอแน่ๆ  ไม่งั้นเขาไม่เอ่ยปากเองแน่นอน

“เอ่อหวานว่าไม่รบกวนดีกว่าจ้ะ วันนี้หวานอยากพักผ่อนที่ห้องก่อนน่ะ  ยังรู้สึกเพลียๆ อยู่เลย ฝากอลิสบอกพี่ราฟด้วยนะจ๊ะ ว่าเอาไว้โอกาสหน้าดีกว่านะ” สุพรรณิการ์รีบปฏิเสธทันทีที่ได้ยินชื่อผู้ชายคนนี้เพราะไม่อยากให้ตัวเองต้องไปเข้าใกล้เขาอีก

“อ้าวเหรอ ว๊า... แย่จัง ไม่เป็นไร เดี๋ยวอลิสจะโทรบอกพี่ราฟว่าหวานอยากพักละกันนะ ถ้างั้นอลิสขอตัวไปทำธุระข้างนอกแปปนึงนะแล้วจะรีบกลับมาอยู่เป็นเพื่อนจ้ะ” เอลิเซียทำหน้าผิดหวัง แต่คิดว่าเพื่อนสาวของเธอคงยังเพลียอยู่จริงๆ

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ อลิสไปทำธุระให้เรียบร้อยไม่ต้องห่วงหวานนะ เดี๋ยวหวานจะจัดการเอาเสื้อผ้าออกมาเก็บในตู้ให้เรียบร้อย พร้อมกับสำรวจบ้านใหม่หลังนี้ด้วย เมื่อคืนมัวแต่กินยังไม่ได้สำรวจอะไรเลย ไว้ตอนเย็นเราค่อยออกไปหาอะไรกินกันก็ได้จ้ะ” สุพรรณิการ์พูดเพราะเกรงใจเอลิเซียที่ต้องมาคอยดูแลเธอ อีกอย่างเธอก็อยากจะสำรวจบ้านหลังใหม่นี้จริงๆ นั่นแหละ

“โอเคจ้ะ งั้นถ้าอลิสจะกลับแล้วจะโทรมาบอกนะ อลิสไปล่ะ” เอลิเซียพูดพร้อมกับเดินออกจากห้องไป

 

เมื่อลงมาถึงชั้นล่าง  เอลิเซียก็รีบโทรหาพี่ชายทันที

(“ฮัลโหล อลิสว่าไง จะให้พี่ไปรับกี่โมง”) ราฟาเอลรับสายพร้อมถามน้องสาวด้วยใบหน้าแช่มชื่น แต่แล้วก็ต้องหุบยิ้มทันทีเมื่อได้ฟังข้อความจากอีกฝั่ง

(“เอ่อ พอดีน้ำหวานเค้าบอกว่าอยากจะจัดการเสื้อผ้าในกระเป๋าแล้วก็สำรวจบ้านใหม่ก่อนนะคะ เลยขอเอาไว้เป็นโอกาสหน้า...”) เอลิเซียพูดอย่างเสียดาย หารู้ไม่ว่าคนฟังก็รู้สึกไม่ต่างกัน

(“อืม งั้นไม่เป็นไร แค่นี้นะ”) ราฟาเอลตัดสายอย่างหงุดหงิดเต็มทน

เด็กน้อย คิดจะหลบหน้าฉันเหรอ ไม่เป็นไร ฉันจะปล่อยเธอให้เธอตายใจไปก่อน แล้วเธออย่ามาโวยวายทีหลังละกันที่กล้าหลบหน้าฉัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฎที่มุมปากหยัก ไม่อาจบอกได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่

 

บ่ายวันแรกในนิวยอร์ก...

(“ฮัลโหล พ่อคะ หวานนะคะ”) สุพรรณิการ์โทรหาบิดาหลังจากจัดการเสื้อผ้าและของใช้ต่างๆ เรียบร้อยแล้ว

(“อ้าว หวานเป็นยังไงบ้างลูก การเดินทางเรียบร้อยดีไหม”) บิดาเอ่ยถาม  เมื่อรู้ว่าปลายสายคือบุตรสาวสุดที่รัก

(“เรียบร้อยดีค่ะพ่อ ตอนนี้หนูอยู่ที่คอนโดที่อลิสเตรียมไว้ให้แล้วค่ะ  ห้องพักกว้างขวาง สะดวกสบายมาก พ่อไม่ต้องเป็นห่วงหนูนะคะ”) หญิงสาวเอ่ยอย่างอารมณ์ดี เพราะรู้ดีว่าบิดาของเธอเป็นห่วงและกังวลกับการเดินทางครั้งนี้ของเธอเพียงใด

(“งั้นก็ดีแล้วล่ะลูก อยู่ทางโน้นก็รักษาเนื้อรักษาตัวด้วยนะ ถ้ามีปัญหาอะไรให้รีบโทรหาพ่อทันทีเลย”) บิดากล่าวอย่างเอ็นดู

(“ได้ค่ะพ่อ งั้นเดี๋ยวหนูขอออกไปหาอะไรทานก่อนนะคะ เพิ่งจัดการกับของที่ขนมาเสร็จ ชักหิวแล้วล่ะค่ะ คิดถึงพ่อนะคะ พ่อก็รักษาสุขภาพด้วยนะคะ สวัสดีค่ะพ่อ”) เธอรีบตัดบทสนทนาเนื่องจากน้ำตาเริ่มเอ่อล้นขึ้นมาอีกแล้วเมื่อคิดถึงบิดาผู้เป็นที่รักยิ่ง

(“จ้า... ลูก แล้วโทรมาหาพ่อบ่อยๆ นะ พ่อคิดถึงลูกนะ”) เขาวางสายลงแต่ก็ยังคงกังวลใจไม่หาย

ภายหลังวางสายจากบิดาแล้ว สุพรรณิการ์จึงลุกไปอาบน้ำแต่งตัว  เปลี่ยนชุดใหม่เป็นกางเกงยีนส์ขายาว เสื้อยืดหลวมๆ ใส่สบาย และเกล้าผมเพื่อความทะมัดทะแมงยิ่งขึ้น พร้อมใส่รองเท้าผ้าใบคู่โปรดแล้วจึงออกจากห้องไปเพื่อสำรวจโลกใบใหม่นี้

ทันทีที่ก้าวพ้นจากตัวอาคารของคอนโดที่พักอาศัย สิ่งแรกที่สุพรรณิการ์สังเกตคือแถวนี้เต็มไปด้วยร้านค้าต่างๆ มากมาย มีทั้งร้านอาหาร ร้านหนังสือ ร้านเบเกอรี่ร้านเสื้อผ้าแบรนด์ต่างๆ เอลิเซียช่างสรรหาที่พักให้เธอจริงเชียว  เธอตัดสินใจเดินไปยังร้านอาหารไทยที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที เนื่องจากตั้งแต่เช้ามาเธอมัวแต่เก็บของจึงยังไม่ได้ทานอะไรเลย โดยหารู้ไม่ว่ามีสายตาคู่หนึ่งคอยจับจ้องเธออยู่ภายในรถหรูที่จอดอยู่ฝั่งตรงข้ามของตึกนั่นเอง


ร้านอาหารไทยแห่งหนึ่ง

เมื่อก้าวเข้ามาในร้านอาหารไทยเล็กๆ นี้ ความรู้สึกของเมืองไทยก็ลอยเข้ามาในสมอง เนื่องจากบรรยากาศร้านจัดแบบไทยแท้ ตั้งแต่ชุดพนักงานที่แต่งตัวชุดไทยประยุกต์ กลิ่นของอาหารไทยที่ลอยมาเตะจมูกทันทีที่เปิดประตู รวมถึงภาพบนฝาผนังที่ส่วนใหญ่เกี่ยวกับวรรณคดีไทยทั้งสิ้น โต๊ะเก้าอี้  เป็นหวายเกือบทั้งร้าน เธอเลือกที่นั่งด้านใน ที่คิดว่าคนน้อยที่สุด เนื่องจากชอบความเป็นส่วนตัวและไม่ชอบนั่งใกล้คนอื่นเท่าใดนัก

“สวัสดีครับ รับอะไรดีครับ” เสียงหนึ่งเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นเธอนั่งมองเมนูเพื่อเลือกอาหารได้สักครู่ และที่เขาเห็นคาดว่าเธอน่าจะเป็นคนไทย และเป็นผู้หญิงไทยที่สวยมาก แม้จะไร้เครื่องสำอางใดๆ บนใบหน้าก็ตาม จนเจ้าของร้านอย่างเขาอดที่จะเดินมาบริการเธอด้วยตนเองไม่ได้เลยทีเดียว

“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบที่ร้านมีเมนูอะไรแนะนำไหมคะ” หญิงสาวเอ่ยตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“เมนูขึ้นชื่อของที่ร้านมีหลายเมนูด้วยกันนะครับ ไม่ว่าจะเป็นแกงรัญจวน  หมูโสร่ง แสร้งว่ากุ้ง หรือว่าจะเป็นยำทวายครับ” ชายหนุ่มตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ซึ่งแต่ละเมนูล้วนเป็นอาหารไทยโบราณทั้งสิ้น

“โอ้โห ชื่อน่ากินทั้งนั้นเลย งั้นเอามาทุกอย่างเลยแล้วกันคะ ตอนนี้หิวมากเลยค่ะ” หญิงสาวตอบด้วยแววตาตื่นเต้นเนื่องจากแต่ละชื่อที่เขาพูดมาน่ากินทั้งนั้น ถึงแม้เธอจะไม่ค่อยรู้จักอาหารพวนี้ก็เถอะ ขนาดอยู่ที่ไทยยังไม่เคยได้ยินชื่อ ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะได้มาชิมที่ต่างแดนอย่างนี้

“ได้ครับ เดี๋ยวผมจะจัดการให้มีอะไรเรียกได้ตลอดเวลาเลยนะครับ ผมชื่อ สเตฟาน เป็นเจ้าของร้านอาหารที่นี่เองครับแล้วคุณเอ่อ...” ชายหนุ่มเอ่ยแนะนำตัวพร้อมกับถามชื่อเธอไปด้วย

“สุพรรณิการ์ค่ะ เรียกว่าน้ำหวานก็ได้ค่ะ ดีจังที่มีร้านอาหารไทยอยู่แถวนี้” เธอตอบพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า แม้จะแปลกใจไม่น้อยที่ฝรั่งหน้าคมคนนี้  นอกจากจะเป็นเจ้าของร้านอาหารไทยแล้ว ยังพูดชื่ออาหารไทยได้อย่างชัดเจนอีกด้วย

“ครับ คุณน้ำหวาน งั้นเรียกผมว่า ฟร๊านซ์ ก็ได้ครับ รออาหารสักครู่นะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยก่อนจะหันหลังกลับไปสั่งอาหารให้เธอ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

6 ความคิดเห็น