ตำนานนิยามพิศวง

ตอนที่ 1 : เรื่องราวที่ต้องจดจำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    28 ส.ค. 62

          โลกเป็นดาวเคราะห์ที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้เพราะมีอ๊อกซิเจน เปรียบเสมือนอากาศที่ให้ลมหายใจกับสิ่งมีชีวิต รวมถึงแผ่นดินที่อาศัยและทรัพยากรแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์ สามารถหาอาหาร เพื่อให้มีการกำเนิดและดำรงชีวิตขยายเผ่าพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตต่อไปได้

 

          มนุษย์ก็เป็นเผ่าพันธุ์หนึ่งที่ดำรงชีวิตอยู่ในโลกอารยธรรมของมนุษย์เจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ อย่างรวดเร็ว ไปพร้อม ๆ กับทรัพยากรทางธรรมชาติที่ลดลงอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน แต่แล้วด้วยวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น ทำให้มนุษย์ค้นพบว่าโลกเป็นดาวที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่มากที่สุด คำถามจึงเกิดขึ้นเมื่อหลายคนคิดว่าโลกเป็นดาวเคราะห์เพียงดวงเดียวที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ คำตอบคือใช่ โลกเป็นส่วนประกอบหนึ่งของจักรวาล ซึ่งมีระบบสุริยะเป็นสิ่งดึงดูดให้โลกหมุนรอบตัวเอง และหมุนตามระบบสุริยะจักรวาล

 

          แต่ว่าใครเล่าจะรู้ว่าจักรวาลไม่ได้มีเพียงแห่งเดียว และเมื่อทุก ๆ จักรวาลมีโลกอยู่หนึ่งใบเช่นเดียวกันแล้วนั้นตัวตนของมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ก็ไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียวเช่นกัน

 

          เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 21 เป็นเรื่องของชายหญิง 2 คนที่ต่างคนอยู่ในโลกคนละใบ หรือจะบอกได้ว่าเป็นจักรวาลคนละแห่งก็ได้ แต่เมื่อเวลาของทั้ง 2 มาบรรจบกับล่ะ (คำว่า จักรวาล ในที่นี้เราจะขอใช้เป็นคำว่า ยูนิเวิร์ส แทนนะครับ)

 

- ณ จังหวัดหนึ่งในประเทศไทย -

 

ยูนิเวิร์สที่ 1-----------------------------------------------------------------------

 

บุ๋ม บุ๋ม ๆๆ…” ภายใต้แม่น้ำแห่งหนึ่งเสียงฟองอากาศเกิดขึ้นและค่อย ๆ จางหายไป พร้อมกับแสงที่ส่องลงมาในน้ำก็ค่อย ๆ จางหายไปเช่นกัน เหมือนร่างกายกำลังค่อย ๆ จมลงสู่ก้นบึ้งของแม่น้ำนั้น

 

กริ๊งงงง…!!” เสียงนาฬิกาปลุกดังลั่น เด็กหญิงอายุ 15 ปี ลุกลี้ลุกลนลุกขึ้นจากที่นอนที่เต็มไปด้วยน้ำปัสสาวะ ด้วยความตกใจที่จนอายุป่านฉะนี้เธอยังปัสสาวะรดที่นอนอีก จึงวิ่งออกไปบอกแม่ด้วยความกังวลว่า

แม่! แม่! หนูฝันเปียก!”

บ้าเหรอ! ผู้หญิงที่ไหนเขาฝันเปียกกันบ้าง!” แม่เด็กหญิงสวนกลับมาเช่นนั้น

 

- 10 ปีต่อมา -

 

กริ๊งงงง…!!” เสียงนาฬิกาปลุกดังลั่น ลินดาลุกขึ้นจากที่นอน และเดินไปจุดธูปไปไหว้รูปพ่อแม่เธอบนหิ้งที่ติดอยู่บนข้างประตูหน้าห้องนอนของเธอ พร้อมกับพูดว่า

พ่อแม่คะ พรุ่งนี้ความฝันของหนูจะเป็นจริงแล้วค่ะ พ่อแม่ช่วยคุ้มครองเราทั้งสองให้อยู่กันอย่างมีความสุขด้วยนะคะ

พูดจบลินดาก็ปักธูปลงกระถางหน้ารูปของพ่อแม่เธอและเดินไปหน้าบ้านเพื่อรดน้ำต้นไม้ ซึ่งเธอมักจะทำเป็นประจำอยู่ทุกวัน

ลินดา! ใช่ลินดาจริง ๆ ด้วย!” เสียงเด็กผู้ชายคนหนึ่งอายุประมาณ 10 ขวบ ตะโกนเรียกเธอด้วยความดีใจ อยู่ตรงหน้ากรงประตูเหล็กบ้านเธอ เธอจึงหันมามองดูในขณะที่เธอกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ไม่ไกลจากจุดนั้นมากนัก

 

ยูนิเวิร์สที่ 2-----------------------------------------------------------------------

 

                 โภชน์ ชายหนุ่มอายุ 30 ปี พนักงานบริษัทชื่อดังแห่งหนึ่งกำลังเดินลงจากเมรุเผาศพแฟนตัวเอง ซึ่งวาดฝันไว้ว่าจะร่วมหัวจมท้ายอยู่กินกันฉันสามีภรรยาในอนาคต ซึ่งทั้งคู่คบกันมาตั้งแต่โภชน์จบปริญญาตรีมาก็ 5 ปีได้แล้วจึงตัดสินใจว่าจะแต่งงานกันอีก 1 เดือนข้างหน้านี้เอง เพราะรอให้แฟนตนเองเรียนจบเหมือนกันเสียก่อน แต่เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเธอต้องมาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเสียก่อนเมื่อ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากที่เธอขึ้นเรือข้ามฟากเพื่อไปทำงานที่แรกของเธอหลังจากเธอเรียนจบ

 

                 โภชน์ ต้องลางานหลายวันเนื่องจากเขาไม่เป็นอันกินอันนอนเสียใจกับการจากไปอย่างกะทันหันของเธอผู้อันเป็นที่รักยิ่ง เหนือสิ่งอื่นใดเขาก็เฝ้าแต่ภาวนาขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้วิญญาณของเธอ กลับมาหาเขาบ้าง แต่ก็ไม่เคยมีวี่แววเช่นนั้นเลยเขากลายเป็นคนปล่อยตัวทำงานอย่างไม่ตั้งใจ แต่ดีตรงที่ว่าเขาไม่ใช่คนติดสุรา จึงไม่ใช้เหล้าเบียร์ในการแก้ปัญหาความรู้สึกในใจของเขาให้ดีขึ้น

 

                 โภชน์ปรารถนาแค่ว่าขอให้เห็นเธอในฝันก็เพียงพอ เขาพยายามจะซื้อยานอนหลับมากิน แต่เขาก็ทำไม่ได้ เพราะคำ ๆ หนึ่งที่เธอเคยพูดไว้เหมือนเป็นคำสัญญาที่ต้องรักษาไว้ว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเราในวันพรุ่งนี้ หากวันนี้เรายังอยู่เราจะต้องใช้ชีวิตอย่างดีที่สุดด้วยกันนะ!...” หลังจากนั้นเขาก็ตั้งใจทำงานอย่างตั้งใจขึ้นเมื่อเขาท้อใจคิดถึงเธอเมื่อไหร่คำนั้นจะเป็นกำลังใจให้เขาเสมอ แล้วในคืนนั้นก่อนที่เขาจะนอนเขาหลับตาแล้วคิดถึงวันเก่า ๆ ที่ได้อยู่กับเธอผู้เป็นที่รักอย่างมีความสุข

 

- เช้าวันต่อมา -

 

โภชน์! ตื่นได้แล้ว! สายแล้วนะ!” เสียงผู้หญิงอายุประมาณ 25-30 ปี ตะโกนเรียกลูกชายของเธอ

ตื่นแล้วครับ! แม่!” เด็กชายตะโกนตอบกลับและลุกขึ้นจากเตียงนอนอย่างรวดเร็ว เด็กชายยืนอยู่ข้างเตียงสักพักก็เริ่มเอะใจกับสิ่งที่มองเห็นอยู่เบื้องหน้ารอบ ๆ ตัว ซึ่งมันช่างต่างกับทุก ๆ วันที่เขาเคยเห็น

นี่มันที่ไหนเนี่ย! บ้านเราเหรอ?” เขาคิดในใจนะ หลังจากนั้น

แม่! ผมไปข้างนอกแป๊บนะครับ เขาตะโกนพร้อมวิ่งออกจากห้องนอนลงมาชั้นล่างไปอยู่หน้าบ้านตัวเอง

                

                 เมื่อเด็กชายลงมาถึงหน้าบ้านเขาก็มองไปรอบ ๆ และเริ่มรู้สึกคุ้นเคยกับหมู่บ้านนี้ แต่ที่รู้สึกแน่ใจกว่านั้นคือ บ้านของคนสำคัญคนหนึ่งของเด็กชายก็อยู่ในหมู่บ้านนี้เช่นกัน คิดได้ดั้งนั้นเขาจึงรีบวิ่งไปที่บ้านหลังนั้นอย่างเร็ว พอไปถึงบ้านหลังนั้นเด็กชายมองเข้าไปผ่านกรงเหล็กหน้าประตูบ้าน เห็นผู้หญิงคนหนึ่งอายุประมาณ  25  ปี กำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ เขายิ้มด้วยความดีใจและตะโกนขึ้นว่า

ลินดา! ใช่ลินดาจริง ๆ ด้วย!” หญิงสาวจึงหันมามองดูในขณะที่เธอกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ไม่ไกลจากจุดนั้นมากนัก

ใครคะ?” หญิงสาวตะโกนถามและเดินเข้ามาหา

น้องเป็นใครคะ? ทำไมรู้จักพี่ล่ะหญิงสาวถามอีกครั้งในขณะที่เด็กชายยิ้มและมองนิ่ง

พี่เอง! พี่โภชน์ไง! ลืมแล้วเหรอ เด็กชายตอบพร้อมถามด้วยความดีใจ

น้อง! เล่นมุขอะไรกับพี่เนี่ย! ไม่ตลกนะจ๊ะ หลานพี่โภชน์หรือเปล่าเนี่ย?” ลินดาพูดถามพร้อม ๆ กับหันมองซ้ายขวาไปมา

ทำไมพูดแบบนั้นล่ะลินดา อำพี่เล่นเหรอ?” เด็กชายโภชน์พูด

นี่น้อง เอาจริงหน่อยสิจ๊ะ! บอกพี่มาเถอะน้องเป็นใครเนี่ย?” ลินดาเริ่มหงุดหงิดแล้วนะ

                 สักพักแม่ของเด็กชายก็วิ่งมาจับตัวลูกชายแล้วพูดขึ้นว่า

ลูกมาทำอะไรบ้านคนอื่นเค้าเนี่ย!?”

แม่จะทำอะไรผม ปล่อยผมนะ!” เด็กชายสะบัดตัวเหมือนไม่ยอม

ขอโทษด้วยนะคะที่ลูกดิฉันมารบกวนคุณค่ะ คุณแม่หันมาพูดกับลินดา

ไม่เป็นไรค่ะ ลูกชายคุณเหรอคะ?” ลินดาถาม

ค่ะ แก 10 ขวบแล้วค่ะ ยังซนอยู่เลย คุณแม่ตอบ

แม่ คนนี้ไงที่ผมจะแต่งงานด้วยน่ะ ชื่อลินดาไง!” เด็กชายชี้ไปที่ลินดาและหันไปมองหน้าแม่

อ้าว! ทำไมแม่สวยอย่างนี้อ่ะ? สาวด้วย เด็กชายถามด้วยความประหลาดใจ

แหม! ลูกเนี่ยอายเค้าน่า พูดอะไรแบบนี้ ฮิฮิ คุณแม่รู้สึกว่าจะเขินนะ

เอ๊ะ! นี่ไม่ต้องมายงมายอเลยนะ เมื่อกี้บอกว่าอะไร แต่ง-งงแต่งงาน เพ้อเจ้อนะลูกน่ะ!” คุณแม่เริ่มหงุดหงิดนิด ๆ แล้ว

แล้วไปรู้จักพี่เขาได้ยังไงกัน หืม!?” คุณแม่สอยเด็กชายต่อ

อืม.. จริงค่ะ อยู่ ๆ เขาก็รู้จักชื่อฉันด้วย! ทีแรกนึกว่าแฟนพาหลานมาเที่ยว ลินดาพูดแบบงุนงง

โห! ถามเป็นชุดเลย จะตอบอะไรก่อนดีเนี่ย!” เด็กชายเริ่มงงกับคำถามหลายทางของคุณแม่

ถามอย่างเดียวเอง ว่ารู้จักพี่เขาได้ยังไง!” คุณแม่ทำใจเย็นถามอีกครั้ง

อ้าว! ก็ลินดาเป็นแฟนผม ผมจะไม่รู้จักได้ไงอ่ะครับ!” เด็กชายตอบ

ว้าย! ตายแล้ว ลูกพูดจาอะไรเนี่ย แม่ไม่เคยสอนให้ลูกเป็นคนโกหกนะจ๊ะลูก!” คุณแม่เครียดจัด

ก็จริงนี่! เราตกลงจะแต่งงานกันแล้วด้วย จริงมั้ยลินดา?” เด็กชายเถียงกลับทันควัน

หา! ว่าไงนะ! จริงเหรอคะคุณ?” คุณแม่ตกใจหันหน้าไปมองลินดา

สงสัยจะต๊องทั้งแม่ทั้งลูกหรือเปล่าเนี่ย!” ลินดาคิดในใจนะ

เอ่อ คืออย่างนี้นะคะ อยู่ดี ๆ น้องเขาก็มาตะโกนเรียกชื่อฉันหน้าบ้าน ฉันแค่ถามเขาว่าเป็นใครแค่นั้นเองยังไม่ได้คุยอะไรกันเลยค่ะ ลินดาอธิบาย

อ๋อ! เข้าใจแล้วค่ะ ไปเลยกลับบ้านเลยมาพูดจาแบบนี้ได้ไงคนเข้าใจผิดกันหมด คุณแม่ทำท่าเหมือนเข้าใจและพยายามดึงเด็กชายกลับ

แม่! ผมโตแล้วนะไม่ต้องดึงก็ได้ ผมตัดสินใจเองได้ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องของผม แม่อย่ามายุ่งเลยครับ เด็กชายบอกคุณแม่

โตแล้วจะมาทำตัวแบบนี้ไม่ได้นะ เพิ่งจะ 10 ขวบ จะแต่งงานอะไรกันเลิกพูดเพ้อเจ้อแล้วกลับบ้านได้แล้ว!” คุณแม่กล่าวกึ่งโมโห

อะไร!? ผมเนี่ยนะ 10 ขวบ ผม 30 แล้วนะ!” เด็กชายคัดค้าน

เอ่อ.. ขอโทษนะคะ! แกชื่อโภชน์เหรอคะ?” ลินดาเกิดความสงสัย

ใช่ค่ะ ทำไมเหรอคะ?” คุณแม่หยุดดึงเด็กชายและถามกลับ

งั้นฉันขอคุยกับน้องเขานิดนึงแล้วกันนะคะ ให้คุณแม่อยู่ก่อนแป๊บนึงนะคะ ลินดาต้องการรู้ความจริงว่าทำไมเด็กชายถึงพูดแบบนั้น

ได้คะ แต่มันจะดีเหรอคะ ดูท่าวันนี้ลูกชายดิฉันดูแปลก ๆ ไปด้วยน่ะสิ คุณแม่ตอบแบบไม่แน่ใจ

ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันจัดการเอง ลินดาตอบกลับเพราะรู้ว่าถ้าปล่อยกลับไปแบบนี้เรื่องคงไม่จบแน่นอน

                 คุณแม่จึงยอมปล่อยเด็กชายให้คุยกับลินดา ลินดาจึงนั่งยอง ๆ ลงเพื่อให้คุยกับเด็กชายได้ง่ายขึ้น

ทำไมน้องโภชน์ถึงรู้จักพี่จ๊ะ?” ลินดาถาม

ก็เราเป็นแฟนกันมาตั้ง 5 ปีแล้วนะทำไมจะไม่รู้จักกันล่ะ!” เด็กชายตอบ

เหรอจ๊ะ น้องอายุเท่าไหร่จ๊ะ?” ลินดาถามอย่างใจเย็น

ก็ 30 แล้วไงลินดาจำวันเกิดพี่ไม่ได้ไม่ว่านะ แต่อายุพี่น่าจะจำได้นี่หน่า เราอายุห่างกัน 5 ปีไงล่ะ เด็กชายตอบและอธิบาย

                 ลินดาเดินกลับเข้าไปในบ้านอย่างเร็วแล้วรีบออกมาอีกครั้ง พร้อมกระจกส่องหน้าให้เด็กชายดูตัวเอง

นี่เหรออายุ 30 แล้ว!” ลินดาถาม

เฮ้ยย!! อะไรเนี่ย! ทำไมเป็นแบบนี้?” เด็กชายอุทานด้วยความตกใจ

ทีนี้เข้าใจหรือยังจ๊ะ!” ลินดาถาม

หะหรือว่า นี่คือความฝัน ไม่จริง ไม่จริงงง…!! ” เด็กชายเครียดมากตะโกนอย่างสุดเสียงและสลบไป

 

กริ๊งงงง…!!” เสียงนาฬิกาปลุกดังลั่น โภชน์ลืมตาขึ้นในขณะที่ศีรษะยังอยู่บนหมอน

มันเกิดอะไรขึ้นมันคือความฝันเหรอเมื่อกี้นี้ โภชน์คิดในใจ เขาลุกขึ้นจากที่นอน และเดินไปส่องกระจกสำรวจตัวเอง เขาก็คือชายหนุ่มอายุ 30 ปี เหมือนเดิม เรื่องที่เกิดขึ้นมาทั้งหมดคือความฝันงั้นหรือ!?

 

ยูนิเวิร์สที่ 1-----------------------------------------------------------------------

 

คุณลินดาคะ! คุณลินดา!” เสียงคุณแม่ของเด็กชายโภชน์

คะ! สวัสดีค่ะคุณ…” ลินดาขานรับ

ไพลินค่ะ คุณแม่ของโภชน์ไงคะ ไพลินตอบและแนะนำตัวเลย

เรื่องเมื่อวานต้องขอโทษด้วยนะคะ ตอนนี้โภชน์เขากลับมาเป็นปกติแล้ว ขอบคุณเรื่องเมื่อวานด้วยนะคะ ไพลินพูด

อ๋อ! ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพาแกไปหาหมอหรือยังคะ ลินดาถาม

ยังเลยค่ะเห็นเป็นปกติแล้วเลยไม่ได้พาไปหาหมอ อีกอย่างคือว่าฉันถามพวกเพื่อน ๆ ดูแล้วค่ะ เห็นเขาว่าอาการเหมือนคนระลึกชาติน่ะค่ะ คุณคิดว่าเป็นไปได้ไหมคะ?” ไพลินถาม

ทำไมคิดแบบนั้นล่ะคะ?” ลินดาถามกลับ

คือฉันเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดให้เพื่อน ๆ ฟังแล้วเหมือนว่าเขาไปหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตแล้วเห็นมีกรณีแบบนี้เป็นข่าวบ่อย ๆ น่ะค่ะ ไพลินอธิบาย

                 หลังจากคุยกันได้สักพักลินดาก็ขอตัวกลับเข้าบ้าน ไพลินก็กลับบ้านไปดูลูกชายต่อ ลินดานั่งพิงเอนกายบนโซฟาและครุ่นคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานอยู่นานพอสมควร

“…เด็กชายโภชน์ กับพี่โภชน์ของเรา ทำไมเขาถึงคล้ายกันจัง ทั้งการพูดจา ทั้งกิริยาท่าทาง ไม่หรอกจะเป็นคนเดียวกันได้ยังไง จะมีคน 2 คนที่เหมือนกันขนาดนี้ในเวลาเดียวกันงั้นเหรอ สัปดาห์หน้าเรากับพี่โภชน์ก็จะแต่งงานกันแล้ว เลิกคิดเรื่องไม่เป็นเรื่องดีกว่า อีกอย่างเด็กคนนั้นก็กลับมาเป็นปกติแล้วด้วย…” ลินดาคิดในใจ ทันใดนั้นเองเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

- กริ๊ง..กริ๊ง..กริ๊ง -  เสียงโทรศัพท์มือถือของลินดา

สวัสดีค่ะ ลินดารับสาย สักพักโทรศัพท์มือถือก็หลุดมือตกลงบนพื้น พร้อมกับน้ำตาที่หลั่งไหลพรั่งพรูออกมาจากดวงตาทั้ง 2 ข้างของลินดา

ฮือ ๆๆๆ ทำไม ๆ อีกแค่สัปดาห์เดียวเองเราก็จะแต่งงานกันแล้ว ฮือ ๆๆ…” ลินดาร้องไห้พร้อมบ่นพึมพำไม่เป็นภาษา

 

- เช้าวันต่อมา -

 

พี่ลินดา! พี่ลินดา! อยู่ไหมครับ?” เด็กชายโภชน์ตะโกนอยู่หน้าบ้านลินดาอีกแล้ว

อะไร? นั่นเธออีกแล้วใช่ไหมโภชน์!” เสียงลินดาตะโกนกลับมา

พอดีว่าแม่ผมไปธุระข้างนอกอ่ะครับ วันนี้ผมขอมาเล่นบ้านพี่ลินดาได้ไหมครับ?” โภชน์บอกว่างั้น

ไม่ต้องเลยคงให้เข้ามาไม่ได้หรอก พี่ไม่ได้เป็นแฟนเธอนะ เดี๋ยวเป็นแบบวันนั้นอีก มาเรียกพี่ว่าแฟนได้ไง ลินดาบอกกลับไป

วันไหนครับพี่ลินดา ผมเพิ่งเจอพี่วันนี้วันเดียวเองนะ!” โภชน์สวนกลับ

เอ๋!? เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะ!” ลินดาคิดในใจ

แล้วทำไมเรียกชื่อพี่ถูกล่ะ ถ้าเราเจอกันวันแรก!?” ลินดาถาม

ก็ก่อนแม่ออกจากบ้าน แม่บอกว่าให้มาอยู่กับพี่ลินดาที่บ้านหลังนี้ก่อนอ่ะครับ!” โภชน์กล่าวเช่นนั้น

เฮ้อ!งั้นก็เข้ามาก่อนแล้วกัน ลินดาเข้าใจเลยพูดตัดบทง่าย ๆ ไปเลยแล้วกัน

                 ลินดาเปิดโทรทัศน์ให้รีโมทโภชน์เลือกช่องรายการดูเอาเอง ส่วนลินดาก็นั่งอยู่บนโซฟาข้าง ๆ ที่โภชน์นั่งอยู่ คิดถึงแต่เรื่องเก่า ๆ ของพี่โภชน์บุคคลซึ่งเป็นที่รัก เขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตขณะที่กำลังจะมาหาลินดาเพื่อมอบดอกไม้และแหวนให้กับเธอก่อนวันแต่งงานที่จะมาถึงในสัปดาห์หน้า

“…ขณะนี้เรากำลังจะย้อนเวลากลับไปอีกครั้ง…” เสียงจิตแพทย์คนหนึ่งในโทรทัศน์พูดขึ้นมากับผู้ร่วมรายการคนหนึ่งที่นอนอยู่ข้าง ๆ

                 พอลินดาได้ยินดังนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมาดูพร้อมกับโภชน์ซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ เธอ

โภชน์เธอดูอะไรอยู่เหรอ?” ลินดาหันมาถามโภชน์

ก็ไม่รู้เหมือนกันครับ แต่รู้สึกแปลก ๆ ดีเลยดูอ่ะครับ โภชน์ตอบ

                 ลินดาก็เลยนั่งดูกับโภชน์ไปสักพักก็เริ่มคิดถึงเรื่องที่เด็กชายโภชน์มาเรียกเธอในวันนั้น จึงหันไปถามโภชน์ว่า

โภชน์! เธอจำวันนั้นไม่ได้เลยเหรอที่มาบ้านพี่วันแรกน่ะ

ก็วันนี้ไงครับวันแรก ทำไมเหรอครับ?” โภชน์ตอบและถามด้วยความสงสัย

เอ่อไม่มีอะไรหรอกจ่ะ ลินดาตอบกลับ

                 เย็นวันนั้นไพลินก็มารับลูกชายเธอกลับบ้านไป ไม่นานนักลินดาก็เดินมาหาไพลินที่บ้าน

คุณไพลินคะ!” ลินดาตะโกนเรียกอยู่หน้าบ้านไพลิน

อ้าว! คุณลินดาว่าไงคะ!” ไพลินเดินมามาเห็นแล้วเดินตรงเข้ามาหาลินดา

ขอโทษนะคะ ฉันอยากถามคุณเรื่องการระลึกชาติที่คุณพูดถึงเมื่อวันก่อนน่ะค่ะ พอดีวันนี้ฉันไปเจอรายการหนึ่งเขาพูดถึงเรื่องการย้อนกลับไปมองอดีตของตนเอง ก็เลยฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าลูกชายคุณอาจจะเกี่ยวข้องอะไรกับฉันในอดีตก็เป็นได้นะคะ ลินดากล่าวเช่นนั้น

แล้วจะให้ดิฉันทำยังไงเหรอคะ!?” ไพลินถาม

คือช่วงนี้ถ้าวันไหนคุณไม่อยู่บ้านก็ให้แกมาอยู่ที่บ้านฉันก็ได้นะคะ ฉันจะลองคุยกับเขาดูเรื่อย ๆ เองเผื่อว่าเขาจะจำอะไรแปลก ๆ ขึ้นมาได้อีก ได้ไหมคะ!?” ลินดาพูดกึ่งขอร้อง

อ๋อ! ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา พอดีช่วงนี้ดิฉันไม่ค่อยอยู่บ้านพอดี ส่วนโภชน์เองก็ปิดเทอมอยู่ ยังไงก็ฝากด้วยแล้วกันนะคะ!” ไพลินพูดตอบตกลง

ขอบคุณมากคะ คุณไพลิน ลินดากล่าวขอบคุณและเดินกลับบ้านไป

 

ยูนิเวิร์สที่ 2-----------------------------------------------------------------------

 

               กริ๊งงงง…!!” เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น โภชน์ชายหนุ่มวัย 30 ปีลุกขึ้นจากที่นอนอาบน้ำแต่งตัวทำกิจวัตรประจำวันในช่วงเช้าต่าง ๆ เสร็จ แล้วก็รีบไปทำงานตามปกติเช่นเดิมเหมือนทุก ๆ วัน ตอนนี้โภชน์ตั้งใจทำงานให้เสร็จอย่างเร็ว เพื่อทุกวันจะได้รีบกลับบ้านไปนอนและหวังไว้ว่าจะได้ฝันถึงลินดาอีกครั้ง หลายวันผ่านไปก็ไม่มีวี่แววว่าจะฝันเห็นลินดาอีก ช่วงเวลาในวันหยุดจะเป็นช่วงเวลาที่โภชน์ใช้เวลากับการนอนมากที่สุด พอตื่นเช้าเขาจะอาบน้ำทานข้าวและเข้านอนตื่นอีกทีก็เป็นตอนเย็นก็ทานอาหารเย็นแปรงฟันอาบน้ำเข้านอนทันที เขาทำแบบนี้เป็นประจำตั้งแต่วันนั้นที่ฝันถึงลินดา

 

                 เวลาผ่านไป โภชน์ก็เหมือนคนที่ไม่มีสังคมอยู่แต่กับบ้านและที่ทำงานเท่านั้น เพื่อนฝูงโทรมาชวนไปเที่ยวพบปะกันตามปกติ เขาก็จะปฏิเสธตลอด พอเพื่อน ๆ เขาต่างรู้เรื่องที่เขาเป็นคนเก็บตัวกันมากขึ้น ต่างคนก็เริ่มคิดหาวิธีที่จะช่วยเขาให้กลับออกมาสู่โลกภายนอกบ้าง โดยมีเพื่อนสนิท 2 คนของเขาเป็นแกนนำ คือ อาเขต และ พายัพ ทั้งสองเป็นเพื่อนกับโภชน์ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ปริญญาตรีด้วยกัน

                

                 อาเขต จะเป็นคนเอาจริงเอาจังกับทุกเรื่องแต่เป็นคนละเอียดรอบคอบและใจเย็นมาก ๆ ส่วน พายัพ จะเป็นคนไม่แน่ไม่นอน เปลี่ยนความคิดง่าย โดยเฉพาะในสถานการณ์คับขัน เป็นคนอารมณ์ร้อน แต่ใจดีมีเมตตาอ่อนโยนและอ่อนไหวใจอ่อนเชื่อคนง่าย สิ่งที่ทั้งสองคนเหมือนกันก็คือความเข้าใจผู้อื่น ทั้งสองมักคิดถึงความรู้สึกของผู้อื่นเป็นที่ตั้ง ทำให้คนทั้งสองนี้เป็นที่ปรึกษาที่ดีสำหรับเพื่อนคนอื่น ๆ รวมถึงโภชน์ก็เช่นกัน

 

                 วิธีที่จะดึงโภชน์ออกมาจากภวังค์ได้ เพื่อนของโภชน์ก็ได้คิดวิธีออกมาด้วยกันทั้งสิ้น 3 วิธี แต่ละวิธีต้องมีการวางแผนอย่างดีเพื่อให้โภชน์จับไม่ได้ว่านี่คือแผนที่จะดึงตัวเขาให้ออกมาสู่โลกภายนอกให้จงได้ ชื่อแผนทั้งสามคือ 1.แผนบอกรักผ่านสื่อ (CALLING LOVE) 2.แผนบอกรักนัดเดท (MEETING LOVE) 3.แผนบอกรักจู่โจม (DAMAGE LOVE) หากว่าแผนแรกสำเร็จก็ไม่จำเป็นต้องใช้แผนสอง แต่ละวิธีมีความรุนแรงขึ้น ถ้าทั้งสามวิธีใช้ไม่ได้ผลแล้วล่ะก็ความคาดหวังที่จะให้โภชน์กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่งก็คงจะเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว เหล่าเพื่อนพ้องเห็นว่าทั้งสามวิธีนี้เหมาะสมที่สุดแล้ว เนื่องจากโภชน์กำลังครุ่นคิดเรื่องแฟนที่จากไปไม่ต่างกับคนที่กำลังโหยหาความรักความอบอุ่นจากใครสักคน แต่ตอนนี้ต้องขอเวลาเตรียมการก่อน

 

ยูนิเวิร์สที่ 1-----------------------------------------------------------------------

 

กิ๊ง ก่อง กิ๊ง ก่อง!!” เสียงออดหน้าประตูบ้านลินดาดังขึ้น เด็กชายโภชน์ยิ้มแย้มพลางโบกมือเป็นสัญญาณให้พี่สาวอยู่ตรงกรงเหล็กหน้าบ้าน

เชิญเลยจ้า! โภชน์ ลินดาเดินมาเปิดประตูหน้าบ้านอย่างรวดเร็ว

สวัสดีครับ พี่ลินดา เด็กชายโภชน์ทักทายแล้วก็รีบวิ่งเข้าไปข้างในเหมือนเป็นบ้านของตัวเองก็ไม่ปาน

                 หลายวันที่ผ่านมาโภชน์มาอยู่บ้านลินดาทุกวันตั้งแต่เช้าจนเย็นตอนนี้ทั้งคู่รู้สึกผูกพันกันเหมือนพี่สาวกับน้องชายสายเลือดเดียวกันซะแล้ว

วันนี้ทำอะไรกันดีจ๊ะ!?” ลินดาถามโภชน์

วันนี้ตาพี่นวดให้ผมแล้วนะ!” โภชน์บอก

อ้าว! เหรอได้จ่ะ เอ้า! นอนลงเลย ลินดาทำท่าเหมือนตกใจแต่ก็เต็มใจที่จะทำให้

                       เนื่องจากว่าหลายวันที่ผ่านมาตอนโภชน์มาอยู่ที่    บ้านลินดา ลินดาพยายามที่จะลองหาทางพิสูจน์เด็กชายโภชน์ว่าเขาจะเป็นการกลับมาใหม่ของแฟนของเธอหรือเปล่า ทั้ง ๆ ที่เธอเองก็รู้ว่าวันที่เด็กชายโภชน์มาอ้างตัวว่าเป็นแฟนเธอ วันนั้นแฟนเธอยังมีชีวิตอยู่แท้ ๆ และเป็นเวลาที่คาบเกี่ยวกับช่วงเวลาที่แฟนเธอเสียชีวิตพอดี แต่เธอก็ยังสงสัยไม่หาย ว่าตอนที่เด็กชายโภชน์มาทักเธอวันนั้นทำไมช่างเหมือนกันแฟนเธอจริง ๆ

                 แล้วสิ่งที่เธอจะนำมาพิสูจน์เด็กน้อยคนนี้ก็คือการทำทุกอย่างให้เหมือนกับที่เธอทำกับแฟนของเธอ เหมือนที่ตอนที่แฟนเธอยังมีชีวิตอยู่นั่นเอง ซึ่งเธอพยายามหาวิธีการเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เวลาอยู่ร่วมกับแฟนเคยปฏิบัติหรือมีกิจกรรมร่วมกันมาแสดงออกให้เด็กชายโภชน์เห็น หรือบางอย่างก็ให้ร่วมปฏิบัติตามด้วย เธอคิดว่าต้องมีสักอย่างที่ทำให้เด็กชายคิดขึ้นมาได้และระลึกชาติได้อีกครั้ง ถ้าเขาเป็นแฟนเธอมาก่อนจริง ๆ

อา อา ๆๆๆ เด็กชายโภชน์ร้องออกมา

ดีไหมจ๊ะ โภชน์ ลินดาถามพลางนวดตามตัวและแขนขาเด็กชายโภชน์

ก็ดีครับพี่ อยากให้พี่นวดแบบนี้ให้ทุกวันจัง สบายดีอ่ะ เด็กชายโภชน์ตอบ

“…นี่ก็หลายวันแล้วนะ ทั้งดูโทรทัศน์ ฟังวิทยุ เล่นเกม ป้อนข้าวป้อนน้ำ ทานอาหารร่วมกัน แคะหู นอนตัก สลับกันไปมาแล้วจนมาถึงขั้นนวดให้กันแล้ว ก็ยังไม่เห็นมีวี่แววที่โภชน์จะระลึกชาติได้อีกสักที หรือว่าคนเราจะระลึกชาติได้ครั้งเดียวแล้วพอหาย ก็จะหายไปเลยไม่มีระลึกชาติได้อีก เอ๊ะ! หรือว่าต้องลองอะไรที่หนักกว่านี้อีก แล้วอะไรดีล่ะ?...” ลินดาครุ่นคิดอยู่ในใจพลางนวดโภชน์ไปด้วย

โภชน์ เริ่มอาบน้ำเองตั้งแต่เมื่อไหร่จ๊ะ!?” ลินดาถาม

ตั้งแต่ 5 ขวบแล้วครับ โภชน์ตอบ

แล้วตั้งแต่ 5 ขวบมาคุณแม่มีอาบน้ำให้อีกไหมจ๊ะ!” ลินดาถามอีก

ตั้งแต่ 5 ขวบผมก็อาบเองแม่ไม่เคยอาบให้อีกเลยครับ โภชน์ตอบอีก

อ๋อ! เหรอจ๊ะ ลินดาขานรับแล้วก็นวดต่อไป

                 ตอนเย็นไพลินก็มารับลูกชายเช่นเคย ก่อนออกจากบ้านลินดาเดินเข้ามาหอมแก้มเด็กชายโภชน์ครั้งนึง โภชน์ยิ้มแล้วก็หอมแก้มลินดากลับ จากนั้นไพลินก็จูงโภชน์กลับบ้านไป

 

ยูนิเวิร์สที่ 2-----------------------------------------------------------------------

 

                 เมื่อการเตรียมการของอาเขตกับพายัพเสร็จเป็นที่เรียบร้อยก็เริ่มวิธีที่ 1.แผนบอกรักผ่านสื่อ (CALLING LOVE)

                 อาเขตกับพายัพ คิดไว้ว่าจะหาผู้หญิงดี ๆ สักคนช่วยดึงโภชน์กลับมาแต่การติดต่อผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ก็ยังไม่ดีพอ เพราะไม่ว่าจะ E-Mail หรือเว็ปไซต์ที่หาเพื่อนได้นั้นก็เป็นไปได้ที่โภชน์จะไม่เข้าไปดูและสนใจกับมัน จึงตัดสินใจใช้วิธีโทรศัพท์แทน อาเขตกับพายัพสรรหาเพื่อนหญิงที่ยังโสดอยู่ลองมาเป็นเพื่อนทางโทรศัพท์กับโภชน์ไปก่อน และแล้วแผนปฏิบัติการขั้นที่ 1 ก็เริ่มต้นขึ้น

 

- ณ คืนหนึ่ง

 

---วันจันทร์ เวลา 22.18 .---

- กริ๊ง..กริ๊ง..กริ๊ง -  เสียงโทรศัพท์มือถือของโภชน์ดังขึ้น ขณะนั้นโภชน์ยังหลับอยู่ แต่ยื่นมือไปกดรับโทรศัพท์ที่วางไว้ข้าง ๆ ห่างจากตัวเองประมาณ 1 เมตรบนโต๊ะใกล้ ๆ กับที่นอน

สวัสดีครับ โภชน์ทัก

สวัสดีค่ะ เสียงหญิงสาวทักกลับมา

อืมต้องการเรียนสายกับใครครับ (งืมงำ) เสียงโภชน์ถามแบบว่างัวเงีย

ตรงนั้นมีใครอยู่นอกจากคุณเหรอคะ!?” หญิงสาวถามกลับมาแบบเหน็บแนม

อ๋อ..อือ..จริงด้วยผมอยู่คนเดียว แล้วคุณจะคุยกับใครล่ะครับ? (งืมงำ) โภชน์ตอบแบบงง ๆ แต่ก็ถามกลับแบบงัวเงียอีก

โทรหาคุณก็ต้องคุยกับคุณสิคะ คุณโภชน์ หญิงสาวตอบอย่างช้า ๆ แต่ชัดเจน

คุณเป็นใคร? มีธุระอะไรกับผมเหรอครับ!? (งืมงำ) โภชน์ถาม

ฉันอยากรู้จักคุณมากกว่าแค่ชื่อน่ะค่ะ คุณพอมีเวลาไหมคะ!?” หญิงสาวตอบ

ไว้วันหลังได้ไหมครับ! ตอนนี้มันดึกแล้ว โภชน์ตอบแบบไม่ได้คิดอะไร

ตอนดึก ๆ แบบนี้ดีแล้วล่ะค่ะ โรแมนติคดี คุณไม่คิดแบบนั้นเหรอ!?” หญิงสาวเกริ่นน้ำเสียงยั่วยวน

หืม..โรแมนติค หมายความว่ายังไงครับ!?” โภชน์เริ่มตาสว่างและลุกขึ้นมานั่งบนที่นอน

งั้นเรามารู้จักกันก่อนดีกว่านะคะ ฉันชื่อจาดีล่า เรียกสั้น ๆ ว่า ลาล่า ก็ได้ค่ะ แล้วคุณล่ะคะ!?” หญิงสาวยกประเด็นนำพูดขึ้นมาก่อนพร้อมถามกลับทันที

เอ๊ะ! เอ่อ.. คุณลาล่า คุณก็รู้อยู่แล้วว่าผมชื่อโภชน์ แต่ผมว่าผมไม่เคยรู้จักคุณมาก่อนนะครับ โภชน์กระอักกระอ่วมสับสนอยู่นิดหน่อยแต่ก็ถามกลับไป

ก็รู้จักกันแล้วนี่ไงล่ะคะ ฉันลาล่า คุณโภชน์ ขอฉันเรียกคุณว่าโภชน์แล้วกันนะคะ ขอบคุณค่ะ ลาล่าตอบเองเออเองสรุปเองเรียบร้อยไปแล้ว

อ่ะ..อ้าว! เอ่อก็ได้ครับ แต่ว่าคืนนี้ดึกมากแล้วไว้พรุ่งนี้เราค่อยคุยกันดีกว่าไหมครับ โภชน์ต้องเออ-ออไปเพื่อพยายามที่จะนอนเลยสรุปไปแบบนั้น

ก็ได้ค่ะ งั้นพรุ่งนี้คุณโทรหาฉันตามเบอร์นี้นะคะ ฉันจะรอค่ะ อย่าให้ฉันต้องรอเก้อนะ บายค่ะ แกร๊ก -” ลาล่าพูดอย่างรวดเร็วและวางสายไป

อ้าว!? เฮ้ยย! อะไรวะ โภชน์อุทานด้วยความฉงน

สุโค่ย จริงเล้ยย ยัยนี่ อะไรจะไวปานสายฟ้าแลบขนาดนี้ เฮ้ออ แต่ก็ดีวันนี้จะได้นอนต่อสักที โภชน์คิดในใจวางโทรศัพท์และเอนกายลงนอนต่อ

 

- ณ คืนสอง

 

---วันอังคาร เวลา 19.31 .---

- กริ๊ง..กริ๊ง..กริ๊ง -  เสียงโทรศัพท์มือถือของโภชน์ดังขึ้น ขณะที่โภชน์กำลังเปิดประตูเข้าบ้านหลังจากกลับจากที่ทำงาน เขากดรับโทรศัพท์แล้วใช้ไหล่หนีบไว้ตรงคอข้างหู

สวัสดีครับ โภชน์ทัก

สวัสดีค่ะที่รัก ถึงบ้านหรือยังคะ!?” หญิงสาวทักอย่างแรง แถมถามต่ออีก

เอ๊ะ! นี่คุณเป็นใครกันครับ?” โภชน์อึ้งกับคำทักและคำถามพร้อมถามกลับ

อ้าว! ลืมลาล่าแล้วเหรอคะ ก็ว่าแล้วเชียวเมื่อวานนัดกันว่าจะโทรมาก็เงียบหายไป ที่ไหนได้ลืมลาล่าไปแล้วนี่เอง ฮึ!” ลาล่าพูดน้ำเสียงเหมือนคนกำลังงอนอย่างแรง

อืม..อือ..อ๋อ! คุณนั่นเองที่เมื่อคืนโทรมาหาผมตอนดึก ๆ ใช่ไหมครับ!?” โภชน์ครุ่นคิดอยู่สักพักก็จำขึ้นมาได้

จำได้แล้วเหรอ ดีใจจัง แล้วเลิกงานหรือยังคะที่รัก ตอนนี้อยู่ไหนเอ่ย?” ลาล่าถามเสียงหวานจ๋อย

ก็เลิกงานแล้วล่ะครับ ตอนนี้เพิ่งจะถึงบ้าน เอ๊ะ!... แต่ทำไมคุณเรียกผมว่าที่รักล่ะ?” โภชน์ตอบและถามต่อ

แหม!! ก็เราเพิ่งเริ่มคบกันไม่นานก็ต้องหวานไว้ก่อนสิคะ ไม่งั้นก็คบกันไม่ยืดยาวสิคะ จริงไหมจ๊ะที่รัก ลาล่าอธิบายพร้อมถามกลับ

อือ ก็จริงนะ อ๊ะ! ไม่ใช่สิ ผมเพิ่งรู้จักคุณเมื่อวานเองอ่ะนะ!” โภชน์พูดตอบกลับแบบงง ๆ

ก็ถือว่าเราเริ่มคบกันแล้วไงคะ หรือคุณคิดจะไม่ให้โอกาสลาล่าเลย จะไม่ใจดำไปหน่อยนะคะ ทั้ง ๆ ที่ลาล่าตั้งใจจะคบกับคุณด้วยแท้ ๆ เลย ใจร้ายจังง ลาล่าพูดพร้อมทำเสียงสะอื้นในตอนท้าย ๆ

เอ่อ.. มันไม่ใช่แบบนั้นนะครับ คุณลาล่า คือว่า…” โภชน์พยายามจะอธิบาย

ลาล่าค่ะ ไม่ต้องมีคุณนำหน้าก็ได้ ลาล่าสวนทันควัน

อ่ะ..ครับ ลาล่า คือว่า…” โภชน์พยายามจะอธิบายอีกครั้ง

งั้นลาล่าขอเรียกคุณว่า พี่โภชน์ นะคะ เพราะคุณน่าจะอายุมากกว่าลาล่า ตามนี้นะคะ ขอบคุณค่ะ ลาล่าสวนทันควันอีกครั้ง

เอ่อ..อ่ะ..ครับ ๆ ได้ครับ โภชน์ก็ตอบกลับทันควันเช่นกัน

เอ๋.. เราจะพูดอะไรเนี่ย ลืมแฮะ!” โภชน์ยืนนิ่งสักพักพร้อมคิดในใจ

งั้นตามนี้นะคะ พี่โภชน์รีบไปพักผ่อนเถอะจะสองทุ่มแล้ว แต่สัญญากับลาล่านะว่าพรุ่งนี้ต้องโทรหาลาล่าพอกลับถึงบ้านแล้ว อย่าให้ลาล่าต้องโทรตามแบบวันนี้นะคะ รักพี่โภชน์ค่ะ แค่นี้นะคะ บายค่ะ แกร๊ก -” ลาล่าพูดอย่างรวดเร็วและวางสายไป

อ้าว!? เฮ้ยย! อะไรวะ โภชน์อุทานด้วยความฉงน

สรุปพรุ่งนี้เราต้องโทรหาลาล่าเหรอเนี่ย เฮ้อร้ายจริง ๆ เลยแฮะ!” โภชน์คิดในใจวางโทรศัพท์แล้วเอนกายลงนอนบนที่นอนโดยไม่มีกะจิตกะใจจะอาบน้ำหรือทำอะไรอีกด้วยความมึนงง (เรียกว่าเวียนหัวจะดีกว่านะ) กับคำพูดของลาล่า

 


- ณ เย็นวันที่สาม

 

---วันพุธ เวลา 18.32 .---

- ตรู๊ดดด..ตรู๊ดดด.. -  เสียงรอสายโทรศัพท์ขณะที่โภชน์กำลังโทรหาใครบางคนอยู่

สวัสดีค่ะ เสียงรับสายโทรศัพท์ของหญิงสาวคนหนึ่ง

สวัสดีครับ ขอเรียนสายคุณลาล่าครับ โภชน์ทักพร้อมขอสายลาล่า

กำลังพูดสายอยู่ค่ะ ใช่พี่โภชน์มั้ยคะ!?” ลาล่าถาม

ใช่! ผมโทรกลับมาหาคุณแล้วนะคุณลาล่า โภชน์พูดขึ้นมา

ว๊า ลาล่าอุตส่าห์เรียกพี่โภชน์ พี่โภชน์กลับเรียกตัวเองว่าผม เรียกตัวเองว่าพี่สิคะ แบบนี้ดูห่างเหินกันจัง อีกอย่างลาล่าบอกพี่โภชน์แล้วว่าอย่าเรียกลาล่า โดยมีคำว่าคุณนำหน้าไงล่ะ แบบนี้ทำร้ายจิตใจกันชัด ๆ เลยอ่ะ ฮื้อ!” ลาล่าพูดน้ำเสียงเหมือนกำลังงอนอย่างมาก

เอ่อ..เอาเป็นว่า พี่ขอโทษแล้วกันนะครับ แล้วให้พี่โทรมามีอะไรเหรอครับ?” โภชน์เออ-ออขอโทษไป แล้วถามต่อ

ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ ลาล่าแค่อยากรู้ว่าหลังจากเราคบกันแล้ว พี่จะรักษาสัญญาได้หรือเปล่า สรุปว่าพี่ทำได้งั้นลาล่าก็เป็นแฟนพี่ได้เต็มตัวแล้วนะ หวังว่าพี่โภชน์จะไม่หลอกลาล่า และนอกใจลาล่าล่ะ แต่วันนี้ถึงบ้านเร็วจังนะคะ ลาล่าพูดสรุปเองเป็นชุดแล้วยังถามต่ออีก

วันนี้พี่ยังไม่ถึงบ้านเลยงานยังไม่เสร็จคงกลับดึกหน่อยล่ะ โภชน์ตอบ

“…เอ๊ะ!... บ้าแล้ว! สรุปคือที่ให้โทรมาเนี่ยเพื่อทดสอบการคบกันเหรอ!? เมื่อไหร่เนี่ย! ใครไปสัญญาด้วย! ตอนไหน!?” โภชน์นิ่งไปสักพักจึงตะโกนออกมาเพราะตกใจกับสิ่งที่ลาล่าพูด

เฮ้! โภชน์เบา ๆ หน่อยเขาทำงานกันอยู่ เพื่อน ๆ ที่ทำงานของโภชน์ตะโกนบอกเพราะโภชน์เผลอตะโกนเสียงดังรบกวนคนอื่นทำงาน

รู้สึกว่าพวกพี่คงทำงานกันยุ่งอยู่งั้นพรุ่งนี้เราค่อยคุยกันใหม่ดีกว่านะคะ สัญญาว่าจะโทรมาหาลาล่าอีกนะ ถ้าไม่โทรมาลาล่าจะโทรตามจิกเลยล่ะ คอยดู ฮิฮิ บายค่ะ แกร๊ก -” ลาล่าพูดอย่างรวดเร็วและวางสายไป

อ้าว!? เฮ้ยย! อะไรวะ โภชน์อุทานด้วยความฉงน

เฮ้! โภชน์ ชู่วส์ๆๆ เพื่อนที่ทำงานอ่ะนะ

เอ่ออ่าขอโทษครับ โภชน์เอื้อนเอ่ยอย่างเหนื่อยใจ

 

- ณ คืนที่สาม

 

---วันพุธ เวลา 23.17 .---

ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าคืนวันนี้จะเป็นคืนแรกที่โภชน์ไม่มีกะจิตกะใจคิดถึงอะไรเลยก่อนจะนอนแม้แต่ลินดาหญิงผู้เป็นที่รักของเขาเอง เหตุเพราะความเหนื่อยล้าจากงานทำให้ร่างกายเกิดความอ่อนเพลีย และที่ขาดไม่ได้เลยคือเหนื่อยใจกับคำพูดของลาล่ามันทำให้เขารู้สึกสับสนในจิตใจของเขาเป็นอย่างมากอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยในชีวิตก็ว่าได้ คิดไปคิดมาโภชน์ก็หลับไป

ความรู้สึกแบบนี้ ช่างนุ่มนวลจริง ๆ เหมือนเคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนที่ไหนนะ!?” โภชน์คิดขณะที่นอนหลับเขามีความรู้สึกเช่นนั้นอยู่ในตอนนี้

 

ยูนิเวิร์สที่ 1-----------------------------------------------------------------------

 

                 วันนี้ก็เป็นอีกวันที่โภชน์มาอยู่ที่บ้านของลินดา

พี่ลินดาครับ วันนี้เราเล่นอะไรกันดี? เอาหนุก ๆ นะพี่!” เด็กชายโภชน์ถามลินดา

งั้นวันนี้เรามาเล่นเกมเศรษฐีกันดีกว่านะ พี่เพิ่งจะซื้อมาเมื่อวานเอง ลินดาตอบทันที

จะหนุกเหรอครับพี่?” เด็กชายโภชน์ถามอีก

สนุกสิจ๊ะ ลองเล่นดูเลยแล้วกัน ลินดาตอบแล้วทั้งสองก็เริ่มเล่นกัน

 

- ณ เวลา 18.00 . –

 

- กริ๊ง..กริ๊ง..กริ๊ง -  เสียงโทรศัพท์มือถือของลินดาดังขึ้นขณะที่ทั้งสองยังเล่นเกมเศรษฐีกันอยู่

ตาพี่แล้วนะ โภชน์อย่าขี้โกงพี่นะ พี่ขอรับโทรศัพท์ก่อน ลินดาพูดขึ้นมา

รู้แล้วครับไม่โกงแน่นอน งั้นผมดูโทรทัศน์รอไปก่อนแล้วกันนะ!” เด็กชายโภชน์พูดพร้อมกับเดินไปเปิดโทรทัศน์

สวัสดีค่ะ ลินดาค่ะ ลินดารับสายโทรศัพท์

สวัสดีค่ะ คุณลินดา นี่ไพลินเองนะคะ!” คุณแม่ของเด็กชายโภชน์โทรมา

มีอะไรคะ คุณไพลิน กำลังจะมารับโภชน์แล้วเหรอคะ!?” ลินดาถาม

เอ่อ.. ไม่ใช่ค่ะ คือดิฉันมีเรื่องต้องรบกวนคุณลินดาสักอย่างแล้วล่ะค่ะ คือว่าวันนี้ดิฉันมาต่างจังหวัดคิดว่าคงจะกลับไปรับโภชน์ไม่ทันรบกวนคุณลินดาให้แกนอนค้างที่บ้านสักคืนนะคะ!” ไพลินกล่าวเช่นนั้น

“…เอ่อเอ่อ…” ลินดาอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ อยู่

ขอร้องล่ะค่ะ ดิฉันกลับไม่ทันจริง ๆ ไพลินย้ำ

อืม ได้ค่ะ งั้นแค่นี้นะคะ!” ลินดาจึงตอบไปก่อน

เดี๋ยวค่ะ คุณลินดา! รบกวนอีกนิดค่ะ ช่วยเตือนแกให้ไปอาบน้ำก่อนนอนด้วยนะคะ แกไม่ค่อยชอบอาบน้ำ แอบไปนอนก่อนประจำเลย ขอบคุณมากค่ะ แกร๊ก - ” ไพลินฝากอีกเรื่องแล้ววางสายไป

                 หลังจากวางสายไปลินดาก็ยืนนิ่งสักพักเหมือนครุ่นคิดอะไรสักอย่างอยู่ก่อนที่จะหันไปบอกเด็กชายโภชน์ที่กำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่

โภชน์! ไปอาบน้ำกันเถอะเย็นมากแล้วนะ!” ลินดาตะโกนดังจนโภชน์สะดุ้งหันมามอง

อ้าว! พี่โทรศัพท์เสร็จแล้วเหรอ งั้นมาเล่นเกมเศรษฐีกันต่อดีกว่า เดี๋ยวแม่มารับผมแล้วผมค่อยกลับไปอาบที่บ้านก็ได้ครับ เด็กชายโภชน์ตอบกลับมา

ไม่ได้หรอกโภชน์ เมื่อกี้แม่ของโภชน์โทรมาบอกพี่ว่าวันนี้กลับมารับไม่ทัน ให้โภชน์ค้างที่บ้านพี่ไปก่อน แต่ก่อนนอนโภชน์ต้องอาบน้ำก่อน เห็นแม่ของโภชน์บอกว่าโภชน์ไม่ค่อยอาบน้ำก่อนนอนใช่ไหมจ๊ะ!?” ลินดาอธิบายพร้อมกับถามเด็กชายโภชน์ไปด้วย

เอ๊ะ! นี่แม่เล่าอะไรให้พี่ฟังอีกเนี่ยผมเสียหมดเลยอ่ะ ไม่ใช่ไม่อาบน้ำนะ แต่เผลอนอนเล่นแล้วหลับไปก่อนอาบน้ำต่างหาก เด็กชายโภชน์พูดแก้ตัว

งั้นเอาเป็นว่าตอนนี้ไปอาบน้ำก่อนเลยดีกว่าจะได้ไม่เผลอหลับก่อน 6 โมงเย็นแล้วนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยมาเล่นเกมเศรษฐีต่อ ลินดาเกลี้ยกล่อม

ไม่ได้ครับ! ถ้าพรุ่งนี้เล่นก็ต้องเริ่มใหม่น่ะสิ ผมได้เงินเยอะแล้วด้วย เด็กชายโภชน์คัดค้าน

"แบบนี้แล้วกัน โภชน์นับเงินไว้แล้วพรุ่งนี้ให้โภชน์มีเงินเท่าเดิมแล้วกัน ตกลงมั้ยจ๊ะ!?” ลินดาพูดโน้มน้าวใจ

งั้นก็ได้ตามที่พี่ลินดาบอกแล้วกัน อย่าลืมนะครับ เด็กชายโภชน์ยอมทำตามพร้อมกับนั่งนับเงินจากเกมแล้วจดจำนวนเงินส่งให้ลินดาเก็บไว้

เอาล่ะงั้นไปอาบน้ำกันนะ!” ลินดาพูด

                 เด็กชายโภชน์เดินตามลินดาไปที่ห้องน้ำ ลินดาหยิบผ้าเช็ดตัวส่งให้เด็กชายโภชน์

เอ้า! ผ้าเช็ดตัว ถอดเสื้อผ้าออกมานุ่งผ้าเช็ดตัวไว้ เดี๋ยวพี่ซักให้ ลินดาพูด

                 เด็กชายโภชน์รับผ้าเช็ดตัวมานุ่งแล้วถอดเสื้อผ้าทั้งหมดออกส่งให้ลินดายกเว้นกางเกงใน

อ้าว! โภชน์ทำไมไม่ส่งกางเกงในให้พี่ล่ะจ๊ะ?” ลินดาถาม

เดี๋ยว ๆ ผมซัก ก.ก.น. เองครับ เด็กชายโภชน์ตอบ

ไม่ต้องเกรงใจหรอกจ่ะ เดี๋ยวพี่ซักให้เอง ลินดาพูดพร้อมคว้ากางเกงในจากมือเด็กชายโภชน์

ไม่เอาผมอาย เด็กชายโภชน์พูดแล้วจับกางเกงในไว้แน่น

                 แรงเด็กหรือจะสู้แรงผู้ใหญ่ เด็กชายโภชน์ถูกดึงจนตัวพุ่งเข้ามาใส่ลินดาอย่างแรงผ้าเช็ดตัวหลุดตกลงกองกับพื้น เด็กชายโภชน์ในสภาพเปลือยเปล่ากำลังนอนทับร่างของลินดา

                 เด็กชายโภชน์กอดลินดาอย่างแนบแน่นไม่ขยับตัวไปไหน

โอ้ย!! เจ็บจังโภชน์ลุกออกไปจากตัวพี่สักทีสิ กอดพี่แน่นจังเลย ลินดาร้องแล้วพูดออกมา

ไม่ครับ! ผมไม่ปล่อย เด็กชายโภชน์ตะโกนออกมา

ทำไมล่ะจ๊ะ น่าเกลียดนะมากอดพี่แบบโป๊ ๆ แบบนี้น่ะ ลินดาถามแกมหยอก

ก็ถ้าผมลุกจากตัวพี่ตอนนี้พี่ก็เห็นผมโป๊น่ะสิ! พี่อยากเห็นเหรอไง!!” เด็กชายอธิบายพร้อมพูดถามประชด

อ๋อ! อายเหรอจ๊ะ ไม่กล้าให้พี่เห็น หรือสงสัยจะเป็นหนอนตัวน้อย ๆ เลยอายไม่กล้าโชว์พี่กันจ๊ะ!?” ลินดาถามแกมหยอกอีก

อ้าว! ดูถูกกันเหรอพี่เดี๋ยวให้ดูก็ได้กล้าดูป่าวล่ะ เด็กชายโภชน์ถามประชด

ก็ได้ โชว์เลยสิจ๊ะ เดี๋ยวพี่จะได้อาบน้ำให้เลย ลินดาพูดแกมหยอกเด็ก

                 ไม่ทันขาดคำเด็กชายโภชน์ก็ลุกขึ้นยืนแต่เอามือกุมจุดนั้นไว้ไม่ให้ลินดาเห็น

เชอะ!! ไม่ให้พี่ดูหรอก ผมให้แค่เจ้าสาวผมดูเท่านั้นแหละ แบร่ ๆ เด็กชายโภชน์พูดพร้อมแลบลิ้นหรอกแล้วก็หยิบผ้าเช็ดตัวมานุ่งอย่างรวดเร็ว

อ้าว! ไม่เห็นแบบนี้แล้วพี่จะอาบน้ำให้โภชน์ได้ยังไงล่ะจ๊ะ!?” ลินดาถาม

ใครบอกจะให้พี่อาบให้ผม ผมอาบเองได้นะ!” เด็กชายโภชน์ตอบ

สรุปว่าไม่ยอมให้พี่อาบน้ำให้เหรอจ๊ะ สบายดีนะ!” ลินดาถาม

สบายยังไงครับ?” เด็กชายโภชน์ถามกลับแบบงง ๆ

ก็โภชน์ยืนเฉย ๆ ตัวก็สะอาดไง ไม่ต้องถูสบู่เอง เหมือนสมัยก่อนที่แม่เคยอาบให้โภชน์ไงล่ะจ๊ะ! ไม่อยากลองกลับไปรู้สึกสบายแบบวันนั้นสักครั้งเหรอ?” ลินดาถามเพราะอยากลองอาบน้ำให้เด็กชายโภชน์ดูสักครั้ง

อืม ก็จริงนะ งั้นก็ได้ครับ อยากให้อาบก็จริงแต่ผมอายอ่ะ ทำไงดี!” เด็กชายโภชน์ยืนคิดสักครู่แล้วจึงตัดสินใจยอมให้ลินดาอาบให้

ก็คิดว่าพี่เป็นแม่โภชน์ไงจ๊ะ! จะได้ไม่อายไงล่ะ ลินดาพูดเช่นนั้น

เหรอครับ ..อือม..” เด็กชายโภชน์ตอบแต่ยังทำหน้างุนงงอยู่พร้อมกับเดินไปที่ห้องน้ำโดยมีลินดาเดินตามหลังมา

อ๋อ! จำได้แล้วครับ ตอนนั้นคุณแม่ก็ไปอาบน้ำกับผมด้วยมั้ง ผมถึงไม่อายอ่ะ น่าจะใช่นะครับพี่ เด็กชายโภชน์หันกลับมาพูดกับลินดาขณะที่เดินถึงหน้าประตูห้องน้ำแล้ว

                 ลินดาได้ยินเช่นนั้นถึงกับยืนอื้งพูดอะไรไม่ออกไปสักพัก ทั้งสองมองหน้ากันอยู่อย่างนั้นไม่ต่ำว่า 1 นาที เด็กชายโภชน์เริ่มทำหน้าสงสัย

  พี่ลินดาเป็นไรหรือเปล่าครับ? ทำไมเงียบไป       เด็กชายโภชน์     ถามลินดาที่กำลังยืนนิ่งเหมือนตกอยู่ในภวังค์

 

- ในความคิดของลินดาขณะนั้น

 

มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย เหมือนเรากำลังถูกเด็กคนหนึ่งชวนไปอาบน้ำพร้อมกัน แต่เด็กก็คือเด็ก ทำไมเราต้องกังวลไปด้วย แต่ทำไมเราต้องอาบน้ำด้วยล่ะ ถ้าอาบน้ำให้เราก็ต้องปะเปลือยหรือเปล่า ไม่สิไม่จำเป็นอาบน้ำด้วยเราก็ใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นเหมือนเล่นน้ำในคลองก็ได้นี่หน่า อืม ใช่แล้ว งั้นเราก็ใส่ชุดนี้ (เสื้อกล้ามกางเกงขาสั้น) ไปอาบน้ำกับโภชน์ก็ได้นี่ จริงด้วย

 

- ณ สถานการณ์ปัจจุบัน

 

โอเค! งั้นก็ได้จะงั้นไปอาบน้ำกันเลยจ่ะ ลินดายิ้มพูดแล้วจูงแขนเด็กชายโภชน์เดินเข้าห้องน้ำ

ไม่ใช่ครับพี่ลินดา พี่ต้องถอดเสื้อผ้าออกก่อนครับ แบบนี้อาบน้ำไม่ได้ครับ ไม่เหมือนแม่อาบให้เลย เด็กชายโภชน์พูดหยุดความเคลื่อนไหวของลินดาอีกครั้ง

 

- ในความคิดของลินดา 2 –

 

แล้วกัน อะไรเนี่ย สรุปเราต้องเปลือยจริงเหรอ เอ๋! แต่เราก็เคยคิดจะทำแบบนี้อยู่เหมือนกันนี่หน่า ตอนนี้ก็ได้โอกาสแล้ว แต่นี่มันเด็กนะ อืม แต่เราแค่อาบน้ำด้วยกันนี่หน่า ผู้ใหญ่อาบน้ำให้เด็ก โภชน์ก็คงคิดว่าเราเหมือนแม่เขาแหละไม่ได้คิดอะไร แล้วเรากังวลอะไรเนี่ย หา…! หรือว่าคนที่คิดคือเรา งานเข้าแล้วสิ แต่กับเด็กเราไม่มีอารมณ์อะไรหรอกน่า คิดมากไปได้ เป็นไงเป็นกันคิดว่าเป็นน้องชาย อาบน้ำให้เด็กแล้วกัน จบ ๆ โอเค สู้ ๆ สู้โว้ยยยยยย

 

- ณ สถานการณ์ปัจจุบัน 2 –

 

งั้นก็ได้จ่ะ โภชน์รอพี่แป๊บนึงนะ!” ลินดาพูดพลางเดินไปถอดเสื้อผ้าที่ห้องนอนเปลี่ยนเป็นเอาผ้าเช็ดตัวกระโจมอกออกมา

                 พอเด็กชายโภชน์เห็นถึงกับตะลึงเพราะว่าลินดาเป็นผู้หญิงที่หุ่นดีมาก ๆ คนหนึ่งเลย ซึ่งในความคิดของเด็กชายโภชน์คิดว่าลินดาจะมีหุ่นเหมือนแม่ของเขา (แม่ของเด็กชายโภชน์เป็นคนรูปร่างใหญ่หรือเรียกว่าอ้วนพอสมควรทีเดียว)

พี่เคยประกวดนางสาวไทยหรือเปล่าครับ!?” เด็กชายโภชน์ถาม

หืม!? ไม่เคยจ่ะ ลินดาตอบพร้อมกับขมวดคิ้วทำหน้างง ๆ เหมือนประมาณว่าถามทำแป๊ะอะไร

                 แล้วทั้งคู่ก็จูงกันเข้าไปอาบน้ำพร้อมกันในห้องอาบน้ำ

แล้วก็ติดตามต่อตอนหน้าครับ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1 ความคิดเห็น