2PM [[[SF TK Couple]]]

ตอนที่ 15 : [[SF]] I’m In Love [In the Rainy Day] 3 End

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,038
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    7 พ.ย. 54


I’m In Love [In the Rainy Day] 3



Completely

(ยม)



ฉันรู้ ฉันรู้ ตั้งแต่วันที่ฉันนั้นมีโอกาสได้ใกล้เธอ

หัวใจฉันเองก็รู้ดี

เธอคือ คนนั้น คนที่ฉันไม่เคยคิดฝันว่ามี

แล้วเธอ แล้วเธอก็ยืนอยู่ตรงนี้

แม้ว่าการตัดสินใจ ของฉันจะผิดพลาดมาสักเพียงไหน

ก็ไม่อาจเปลี่ยนหัวใจไปจากนี้

หยุดไม่ได้แล้วทุกๆอย่าง

ใจของฉันนั้นรักเธอตั้งแต่เราได้พบหน้า สบสายตากันและกัน

ห้ามไม่ได้แล้วหัวใจ จะไม่ยอมปล่อยเธอให้ไปจากฉัน

แม้ต้องเจ็บสักเท่าไหร่ แม้จะต้องแลกกับสิ่งไหน ก็ไม่สำคัญ(ฉันยอม)




เวลาผ่านไปสักพัก

 

เฮ้ยยยยย จู่ๆสตีฟมันก็เอ่ยเสียงดังลั่น ทำเอาผมที่กำลังทำอาหารอยู่ตกใจเลยทีเดียว



เป็นอะไรวะ  อยู่ๆก็ตะโกนเสียงดังเชียว ฉันตกใจหมด ผมเอ่ยถาม

 



ฉันลืมว่าวันนี้มีนัดไปดินเนอร์กับที่บ้านวะ ซวยแล้วมั้ยละ ฉันต้องไปก่อนนะไอ้แทค ป่านนี้มัมกับแดทคอยแย่แล้ว สตีฟเอ่ยพร้อมกับที่มันทำท่าลุกลี้ลุกลน แล้วมันก็สาวเท้าไปที่โซฟากลางห้องที่มีร่างของคนร่างบางกำลังนอนหายใจสม่ำเสมออยู่บนนั้น สตีฟหยิบกระเป๋าเป้และสาวเท้ากลับมาหาผมอีกครั้ง

 



ฝากบอกคุนนี่ด้วยว่าฉันต้องกลับไปดินเนอร์กับที่บ้าน ตอนนี้คุนนี่หลับอยู่ไม่อยากปลุกวะ ขอให้วันนี้ดินเนอร์อร่อยและมีความสุขนะไอ้แทค มีอะไรหรืออยากรู้อะไรก็โทรหาฉันได้ตลอด

 



เฮ้ยยยย แล้วคุณเขาจะไม่ตกใจหรือไงวะถ้าเขาตื่นขึ้นมาแล้วเห็นฉันอยู่ในห้องเขาคนเดียวแบบนี้ ผมเอ่ยถามด้วยความกลัว กลัวว่าคนร่างบางจะไม่พอใจและตกใจถ้าเขาเห็นว่าผมอยู่ในห้องกับเขาสองต่อสอง

 


ไม่เป็นไรหรอกน่า นายไม่คิดที่จะทำอะไรคุนนี่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ นายก็ทำอาหารต่อให้เสร็จ แล้วถ้าทำเสร็จก็ไปปลุกคุนนี่มาทานด้วย ฉันต้องไปแล้ววะแทค ไว้เจอกัน บายและเมื่อสตีฟมันพูดจบมันก็สาวเท้าเดินออกจากห้องไปทันที ผมมองสตีฟเดินออกไปจนลับสายและผมก็เบนสายตากลับไปมองร่างของคนที่นอนหายใจสม่ำเสมออยู่บนโซฟาอีกครั้ง ผมสาวเท้าเดินไปหยุดตรงโซฟานั่นช้าๆ พร้อมกับที่ผมมองร่างบางที่กำลังนอนนิ่งอยู่บนโซฟาไปเงียบๆ คนร่างบางกำลังนอนหลับตาพริ้มพร้อมกับที่ในมือของเขายังคงมีหนังสือที่ถูกกางออกและมันก็ถูกวางไว้บนหน้าอกที่กำลังเลื่อนขึ้นลงตามอัตราการหายใจของคนร่างบาง ดวงตากลมโตหลับสนิท ริมฝีปากสีชมพูอ่อนเผยอขึ้นเล็กน้อย ซึ่งมันทำให้ผมต้องหลุดยิ้มออกมาเลยจริงๆ ผมเอื้อมมือไปหยิบหนังสือเล่มหนาแผ่วเบา

 


อื้อ คนร่างบางครางออกมาเบาๆพร้อมกับที่เขาขยับตัว ผมรีบดึงหนังสือเข้ามาไว้แนบอกของตัวเอง แล้วผมก็จัดการก้มตัวลงอย่างรวดเร็ว ผมกลัว กลัวว่าคนร่างบางจะเห็นว่าผมมายืนดูเขาหลับอยู่ตรงนี้ กลัวว่าเขาจะไม่พอใจจริงๆนะครับ

 


เฮ้ออออออ ผมถอนหายใจออกมาเบาๆอย่างโล่งอกเมื่อเห็นคนร่างบางนิ่งสงบลงอีกครั้ง ผมจึงลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูงพร้อมกับที่หันกลับมาให้ความสนใจกับหนังสือในมือของตัวเอง

 


“Destiny?” ผมอ่านชื่อหนังสือเบาๆ พร้อมกับที่ผมเบนสายตาไปมองคนร่างบางอีกครั้ง

 


พรหมลิขิต? มันมหัศจรรย์จริงๆนะ ผมเอ่ยยิ้มๆพร้อมกับที่วางหนังสือในมือของตัวเองลงบนโต๊ะหน้าทีวีแล้วผมก็จัดการสาวเท้าเดินเข้าไปในห้องครัวอีกครั้ง

 


เอาไงเอากันวะ รีบทำอาหารให้เสร็จดีกว่า นี่มันก็ค่ำมากแล้ว เดี๋ยวคุณจะปวดท้องเพราะทานข้าวไม่ตรงเวลา.... ผมเอ่ยกับตัวเองเพื่อเรียกความมั่นใจให้กลับคืนมา หลังจากนั้นผมก็ลงมือทำดินเนอร์ทั้งหมดด้วยตัวผมเองอีกครั้ง.....แทคยอน

 

………………………………………………….

………………………………………

…………………………..

…………………

………..

……

..

 

อืมมมมม ผมขยับตัวเพราะรู้สึกเมื่อยและรู้สึกหิวขึ้นมาตะหงิดๆ ผมลุกขึ้นนั่งช้าๆ พร้อมกับที่ยกมือขึ้นมาขยี้ตาของตัวเองเบาๆ

 


นี่มันกี่โมงแล้วเนี่ย? ผมเอ่ยกับตัวเองพร้อมกับที่ผมลุกขึ้นยืนแล้วจัดการสาวเท้าไปที่โต๊ะอาหารตรงมุมห้องทันที โต๊ะอาหารถูกตกแต่งไว้เรียบร้อยแล้ว บนโต๊ะมีอาหารหน้าตาดีแถมยังมีกลิ่นหอมลอยมาเตะจมูกผมอีกต่างหาก ผมเอื้อมมือไปจับจานอาหารตรงหน้าเบาๆ

 


ตื่นแล้วเหรอครับ ผมกำลังจะไปเรียกคุณพอดี จู่ๆเสียงนุ่มๆที่แสนจะคุ้นหูของผมก็ดังขึ้นพร้อมกับที่ผมเห็นร่างของเขาเดินเข้ามาใกล้ตัวผม ผมมองภาพตรงหน้านิ่งด้วยความรู้สึกแปลกใจ ก็จะไม่ให้ผมแปลกใจได้ยังไงละครับก็ในเมื่อตอนนี้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมคือผู้ชายตัวโตที่กำลังสวมผ้ากันเปื้อนสีชมพูหวานแหววอยู่ พร้อมกับที่ในมือของเขามีจานอาหารเต็มสองมือ

 


..................

 


นั่งสิครับ อาหารเสร็จหมดแล้ว วันนี้มีแต่อาหารที่คุณชอบทั้งนั้นเลยนะ คนตัวโตเอ่ยบอกพร้อมกับที่เขาวางจานอาหารในมือลงบนโต๊ะ ผมมองอาหารทุกจานตรงหน้าทันที ใช่แล้วอาหารทุกอย่างเป็นอาหารของโปรดผมทั้งนั้นเลย

 


สตีฟ สตีฟฟฟฟฟฟฟฟฟ ผมเอ่ยเรียกชื่อเจ้าเพื่อนตัวดีเสียงดังลั่นแทนที่จะตอบคำถามของคนตัวโต

 


...................

 


สตีฟ ออกมาทานสิ ทำอะไรอยู่ในครัวอ่ะ ผมตะโกนถามอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าสตีฟจะตอบกลับมาเลยแม้แต่นิดเดียว ผมจึงทำท่าจะสาวเท้าเดินเข้าไปตามสตีฟในครัวและผมก็ต้องชะงักเท้าเพราะว่าจู่ๆข้องมือของผมกลับถูกคนตัวโตรั้งไว้เบาๆ ผมหันหน้าไปสบตากับคนตัวโตทันที

 


ไม่ต้องเข้าไปตามหรอกครับ สตีฟกลับบ้านไปแล้ว พอดีว่ามันลืมว่าวันนี้มีนัดทานดินเนอร์กับพ่อแม่ที่บ้าน มันฝากให้ผมบอกคุณ.....

 


อะไรนะ สตีฟกลับไปแล้ว......

 


ใช่ครับ เชิญคุณนั่งดีกว่านะครับ นี่มันก็ค่ำมากแล้ว เลยเวลาทานดินเนอร์มานานพอสมควรแล้วด้วย คุณรีบทานเถอะนะเดี๋ยวจะปวดท้องไปซะก่อน.... คนตัวโตเอ่ยบอกพร้อมกับที่เขาเลื่อนเก้าอี้ให้ผม แล้วผมจะทำอะไรได้นอกจากต้องหย่อนก้นนั่งลงช้าๆพร้อมกับที่หัวใจของผมมันเริ่มเต้นแรงอีกแล้ว ผมอยู่กับเขาแค่สองคนภายในห้องของผม ตื่นเต้นทำไมกันนะนิชคุณ นายจะตื่นเต้นทำไม??? ก็แค่ทานอาหารค่ำกับผู้ชายด้วยกันแถมเขาคนนี้ยังเป็นเพื่อนของสตีฟอีกต่างหาก จะตื่นเต้นทำไมไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ หลังจากที่คนตัวโตเลื่อนเก้าอี้ให้ผมเสร็จเขาก็สาวเท้าเดินไปนั่งตรงเก้าอี้ตัวตรงข้ามกับผมโดยเขาก็ไม่ลืมที่จะถอดผ้ากันเปื้อนสีชมพูของผมออกด้วย

 


ลองทานดูนะครับ ผมไม่รู้ว่ามันจะถูกปากคุณไหม? แต่ผมทำสุดฝีมือเลยนะครับ คนตัวโตเอ่ยบอกพร้อมกับที่เขาส่งยิ้มมาให้ผมอีกแล้ว จะยิ้มอะไรนักหนานะตาบ้านี่!!!!!

 


................... ผมไม่ตอบอะไรนอกจากตักอาหารตรงหน้าเข้าปากเงียบๆ ผมเริ่มเคี้ยวอาหารที่อยู่ในปากของตัวเองช้าๆ แต่รสชาติมันกลับทำให้ผมต้องหยุดเคี้ยวพร้อมกับที่ผมต้องเงยหน้าขึ้นไปสบตากับคนตัวโตที่กำลังจ้องผมอยู่เช่นเดียวกัน สีหน้าของคนตัวโตตอนนี้สลดลงเล็กน้อย

 


ไม่ถูกปากเหรอครับ ถ้าอย่างนั้นลองทานจานอื่นดูนะ คนตัวโตเอ่ยบอกพร้อมกับที่เขาทำท่าจะเลื่อนจานอาหารอีกจานมาไว้ตรงหน้าผมแทน ผมรีบเอื้อมมือไปจับจานอาหารตรงหน้าทันที คนตัวโตชะงักมือนิดๆ พร้อมกับที่เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผม

 


เอ่อ.....คือ.....มันอร่อยมากครับ ผมจะทานต่อ ผมเอ่ยตะกุกตะกัก ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเสียงมันสั่นไปเองหรือว่าหัวใจของผมมันทำให้เสียงสั่นกันแน่ >///<  และมันก็ทำเอาริมฝีปากคนตัวโตฉีกยิ้มกว้างขึ้นมาทันที

 


คุณก็ทานซะสิ จะมามัวยิ้มอะไรอยู่ ผมเอ่ยบอกพร้อมกับที่เริ่มตักอาหารตรงหน้าขึ้นมาทานต่อ

 


พูดกับผมแบบธรรมดาก็ได้นะครับ ผมไม่ถือ คนตัวโตเอ่ยยิ้มๆ

 


บอกให้ทานก็ทานสิ หรือว่ามัวแต่พูดแล้วลมมันเข้าท้องจนคุณอิ่มลมแทนอาหารค่ำไปแล้ว ผมเอ่ยพร้อมกับส่งหน้าเหวี่ยงๆไปให้คนตัวโตทันที

 


ทานแล้วคร๊าบบบผม คนตัวโตเอ่ยตอบพร้อมกับหัวเราะเบาๆ ซึ่งมันก็ทำให้ที่บริเวณมุมปากของผมมีรอยยิ้มเล็กๆผุดขึ้นมาเช่นกัน ^___^ เราสองคนทานอาหารกันไปเรื่อยๆตลอดระยะเวลาทานมื้อค่ำ คนตัวโตดูแล เทคแคร์ผมดีมาก ไม่ว่าจะตักอาหารหรือรินไวน์ให้ ใจของผมเต้นเร็วและแรงตลอดเวลาที่ผมอยู่กับเขา เวลาผ่านไปสักพักเราสองคนก็ทานอาหารเสร็จ ผมเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำพร้อมกับที่ดื่มน้ำเปล่าในแก้วช้าๆในขณะที่คนตัวโตนั้นรีบลุกขึ้นยืนทันที ผมเงยหน้ามองคนตรงหน้าด้วยความสงสัย

 


อิ่มแล้วนะครับ งั้นเดี๋ยวผมจะเป็นคนเก็บโต๊ะให้เอง คุณไปนั่งดูทีวีในห้องนั่งเล่นเถอะคนตัวโตเอ่ยบอกพร้อมกับที่เขาเอื้อมมือมาหยิบจานตรงหน้าผมไปไว้ในมืออย่างรวดเร็ว

 


ไม่ต้องเก็บหรอกเดี๋ยวผมจัดการจานพวกนี้เอง ผมเอ่ยบอกพร้อมกับที่ทำท่าจะเอื้อมมือไปแย่งจานเปล่าพวกนั้นจากมือของคนตัวโต แต่คนตัวโตกลับขยับมือหนีซะอย่างนั้น

 


ไม่ต้องมาไล่ผมเลย ยังไงผมก็ยังไม่กลับ ผมจะล้างจานพวกนี้ก่อน คุณนั่นแหละเข้าไปดูทีวีได้แล้ว.... และทันทีที่คนตัวโตพูดจบเขาก็สาวเท้าเดินเข้าไปในห้องครัวทันที ผมอ้าปากค้างด้วยความตกใจ

 


นี่คุณ....คุณ ผมบอกว่าไม่ต้องไงละ จานพวกนี้ผมล้างเองได้ ผมเอ่ยเสียงระรัวพร้อมกับที่รีบสาวเท้าเดินตามคนตัวโตเข้าไปติดๆ

 


แทคครับ ผมชื่อแทคยอน ผมไม่ได้ชื่อคุณ เรียกผมว่าแทคนะครับคุนนี่ คนตัวโตหันหน้ามาตอบผมแล้วเขาก็หันหน้าไปให้ความสนใจกับกองจานในซิ้งค์อีกครั้ง

 


ฮึ๊ยยยยย คนบ้านี่ กวนประสาทชะมัด แล้วมีสิทธิ์อะไรมาเรียกชื่อผมแบบนั้น.... ผมเอ่ยน้ำเสียงหมั่นไส้เพราะไม่รู้ว่าจะพูดกับคนตัวโตคนนี้ยังไงดีแล้ว จู่ๆก็มาเรียกผมว่าคุนนี่ คุนนี่เนี่ยนะ ชื่อแบบนี้มีเฉพาะคนสนิทเท่านั้นละที่จะเรียกผมได้

 


ไปดูทีวีสิครับ เดี๋ยวตรงนี้แทคจัดการเอง คุนนี่ไม่ต้องห่วงนะแทคจะทำเหมือนกับว่ามันเป็นห้องของแทคเองเลยละ คนตัวโตเอ่ยตอบเหมือนกับว่าเขาไม่สนใจในสิ่งที่ผมเพิ่งพูดออกไปแถมตอนนี้เขายังแทนตัวเองว่าแทคอีกต่างหาก บ้า....บ้าชัดๆเลยผู้ชายคนนี้

 


นี่มันห้องผม ผมจะอยู่ตรงนี้ไม่ต้องมาสั่งผมคุณTY...ผมเอ่ย

 


คุณTY อย่างนั้นเหรอ? ไม่ยอมเรียกผมว่าแทคจริงๆสินะ เฮ้อ...เอาเถอะครับ คุนนี่อยากเรียกแทคว่าอะไรก็ได้ ตามใจคุนนี่ก็แล้วกัน แต่ตอนนี้คุนนี่ช่วยอะไรแทคอย่างสิ คนตัวโตเอ่ยพร้อมกับที่เขาหันหน้าผมทางผมอีกครั้ง ผมเลิกคิ้วขึ้นทันที

 


คุนนี่พอปอกผลไม้ได้ไหม? คนตัวโตเอ่ยถาม

 


ก็พอได้ ทำไมเหรอ?

 


งั้นช่วยปอกผลไม้ใส่จานให้หน่อยได้ไหมครับ? คนตัวโตเอ่ยบอก

 


อือ ผมตอบเพียงแค่นั้นแล้วผมก็สาวเท้าไปที่เคาน์เตอร์ตรงกลางห้องครัวเพื่อที่จะไปปอกผลไม้ที่ถูกวางอยู่บนเคาน์เตอร์นั้นอย่างรวดเร็ว

 


สตรอเบอรี่ ลูกพลับ กีวี่ ผมเอ่ยชื่อผลไม้ตรงหน้าเบาๆ ผลไม้ทั้งหมดมันเป็นผลไม้ของโปรดผมทั้งนั้นเลยนี่?

 


ชอบใช่ไหมละครับ? คนตัวโตเอ่ยถามขึ้น

 


ผมไม่อยากจะสงสัยอะไรแล้วละ ก็ตอนนี้ผมรู้แล้วนี่ว่าคุณเป็นเพื่อนของสตีฟ มันก็คงจะไม่แปลกอะไรถ้าคุณจะรู้ว่าผมชอบทานอะไร... ผมตอบในขณะที่ลงมือปอกผลไม้ใส่จานไปด้วย

 


ไม่สงสัยแล้วจริงๆเหรอครับ?

 


ไม่ดีกว่า คุณเป็นเพื่อนสตีฟ เราสองคนก็เหมือนเป็นเพื่อนกัน เพื่อนรู้เรื่องของเพื่อนมันก็ไม่แปลกอะไร ผมตอบไปแบบนั้นทั้งที่ในใจของผมมันรู้สึกแปลกๆยังไงพิกลเพื่อนเขาทำให้กันแบบนี้จริงๆเหรอ? แค่ เพื่อน จริงๆอ่ะนะ? เมื่อคิดถึงคำๆนี้ทำไมผมถึงต้องรู้สึกผิดหวังด้วยล่ะ!!!

 


คุณคิดว่าคนที่คิดกันแบบเพื่อนเขาทำให้กันแบบนี้เหรอครับ? จู่ๆคนตัวโตก็เอ่ยถามทำเอาผมถึงกับต้องหันหน้าไปมองคนตัวโตเลยทีเดียว คนตัวโตก็หันหน้ามามองผมเช่นกัน

 


ตึก ตึก ตึก......................

 


หัวใจของผมเริ่มเต้นแรงอีกแล้ว

 


ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก................................

 


หัวใจของผมมันเต้นรัวและแรงมากขึ้นไปอีก เพราะผมเห็นสายตาของคนตัวโตที่ส่งมาให้ผม ในสายตานั้นมันเต็มไปด้วย....ด้วยอะไรบางอย่างที่มันทำให้ผมเริ่มทำหน้าไม่ถูก

 


ล้างจานต่อไปสิ ผมจะปอกไม้ผลไม้ต่อ... ผมเอ่ยตัดบทพร้อมกับที่ผมรีบก้มหน้าลงปอกผลไม้ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว

 


ผมจะบอกอะไรให้คุณฟังบางอย่างนะนิชคุณ ผมจะดูแลและเอาใจใส่กับคนบางคนเท่านั้น นิสัยแบบนี้ผมไม่ได้ทำให้ใครทุกคนหรอกนะ ถึงแม้ว่าคนคนนั้นจะเป็นเพื่อนของเพื่อนผมก็ตาม ถ้าผมไม่เต็มใจหรือชอบใจผมไม่มีทางทำให้เด็ดขาด.... คนตัวโตเอ่ยลอยๆขึ้นมา ทำเอาผมที่กำลังยืนปอกผลไม้อยู่ถึงกับชะมือนิดๆเลยทีเดียว แต่ผมก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปมองคนตัวโตหรอกนะครับ แต่หางตาของผมแอบเห็นคนตัวโตหันหน้ามามองผมแล้วในตอนนี้

 


................. ผมเลือกที่จะเงียบแทนที่จะพูดอะไรออกไป ก็ผมไม่รู้ว่าจะพูดอะไรจริงๆนี่

 


คุณอึดอัดอะไรหรือเปล่าครับ? จู่ๆคนตัวโตก็เอ่ยถาม

 


ทำไมถึงถามแบบนั้น? ผมเอ่ยถามแทนที่จะตอบคำถามของคนตัวโต

 


ก็ผมเห็นคุณทำท่าทางอึดอัดทุกที เวลาที่คุณต้องอยู่กับผมสองต่อสองแบบนี้...

 


พูดอะไรแบบนั้น ผมไม่ได้เป็นแบบนั้นสักหน่อย ผมตอบในขณะที่ไม่คิดที่เงยหน้าขึ้นไปสบตากับคนตัวโตเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ในขณะนั้นเองมีดที่ผมกำลังใช้ปอกผลไม้ในมือกลับบาดลึกลงไปบนนิ้วชี้ของผมซะอย่างนั้น

 


โอ๊ย...เจ็บ ผมร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับที่ผมผละมีดในมือออกทันที

 


เป็นอะไรไปครับ โดนมีดบาดใช่ไหม? เสียงคนตัวโตเอ่ยถามพร้อมกับที่ตอนนี้มือผมด้านที่ถูกมีดบาดถูกคนตัวโตจับไว้แน่นเพื่อดูแผล

 


ผมไม่เป็นอะไร แค่โดนมีดบาดได้แผลนิดหน่อยเอง ผมเอ่ยพร้อมกับที่ทำท่าจะดึงมือตัวเองกลับ แต่คนตัวโตกลับดึงมือผมไว้แน่นมาก

 


นิดเดียวที่ไหน เลือดออกตั้งเยอะแยะ แถมแผลยังลึกอีกต่างหาก และทันทีที่คนตัวโตพูดจบเขาก็จัดการยกนิ้วชี้ที่มีแผลของผมขึ้นไปดูดทันที ผมอ้าปากค้างด้วยความตกใจ

 


คุณ...... ผมเอ่ยได้เพียงแค่นั้น แต่คนตัวโตก็ไม่มีทีท่าจะสนใจเลยแม้แต่นิดเดียว เขายังคงออกแรงดูดเลือดที่บริเวณแผลของผม ตอนนี้ผมรู้สึกได้ถึงลิ้นอุ่นๆที่กำลังดุนบริเวณปลายนิ้วของผมเบาๆด้วยความอ่อนโยน พร้อมกับที่บริเวณรอบๆแผลผมรู้สึกได้ถึงความอ่อนนุ่มของริมฝีปากหยักนั้นชัดเจน และในตอนนี้ผมก็รู้สึกร้อนผ่าวๆที่บริเวณใบหน้าของตัวเองขึ้นมาซะอย่างนั้น.....

 


เอาละ เลือดหยุดไหลแล้ว เดี๋ยวผมทำความสะอาดแผลให้นะ คนตัวโตเอ่ยบอกพร้อมกับที่เขาเงยน้าขึ้นมาสบตากับผม หัวใจเต้นแรงมากเสียจนถ้ามันสามารถที่จะทะลุออกมานอกอกได้มันคงทะลุออกมาแล้ว ส่วนแก้มของผมตอนนี้มันก็รู้สึกร้อน ร้อนมากเสียจนผมรู้สึกเหมือนกับมันจะระเบิดจริงๆ ให้ตายเถอะ!!!!!

 


ตามผมมานะ คนตัวโตเอ่ยพร้อมกับที่เขาจับมือของผมให้เดินตามเขาไปในห้องนั่งเล่น เขาดันร่างของผมให้นั่งลงบนโซฟาเบาๆ ผมนั่งลงอย่างว่าง่าย

 


กล่องยาอยู่ไหนครับ? คนตัวโตเอ่ยถาม

 


ยะ...อยู่ บนชั้นตรงหน้าห้องนอน ผมตอบ คนตัวโตไม่ตอบอะไรนอกจากที่เขาสาวเท้าไปหยิบกล่องยา แล้วเขาก็เดินกลับมาหาผม พร้อมกับที่จู่ๆเขาก็ย่อตัวนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าผมในขณะเดียวกันเขาก็วางกล่องยาในมือลงข้างตัวช้าๆ ผมสะดุ้งด้วยความตกใจเลยทีเดียว

 


คุณจะทำอะไร ลุกขึ้นมานั่งบนโซฟาสิ ผมเอ่ยถามเสียงดังลั่น

 


อยู่นิ่งๆสิครับ ผมจะทำแผลให้ไงละ คนตัวโตเอ่ยพร้อมกับที่เขารั้งมือของผมไปไว้ในมือของเขาอีกครั้ง

 


ไม่เอา ไม่ทำแผล ไม่เอาผมเอ่ยพร้อมกับทำท่าจะกระตุกมือกลับแต่ก็ต้องชะงัก

 


อย่าดื้อสิครับ ไม่ใส่ยาแล้วมันจะหายได้ยังไง คนตัวโตเอ็ดผมด้วยสีหน้าจริงจัง ผมจะทำอะไรได้นอกจากเงียบและปล่อยให้คนตัวโตทำแผล

 


ดื้อบ้าอะไรล่ะ ไม่ใช่เด็กสักหน่อย ผมเอ่ยเบาๆแต่มันก็ดังพอที่จะทำให้คนตัวโตได้ยิน เขาส่ายหน้าช้าๆพร้อมกับที่ผมแอบเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของเขาอีกแล้ว คนตัวโตใช้ลำลีชุบแอลกอฮอล์แล้วเขาก็ยื่นสำลีนั้นมาใกล้บริเวณแผลของผม ผมหลับตาปี๋ด้วยความกลัว คนมันกลัวเจ็บนี่ครับจะให้ทำไง ผมไม่ถูกกับอะไรแบบนี้สักเท่าไหร่ แผลโดนแอลกอฮอล์มันแสบมากเลย ผมไม่ชอบ T_T สำลีมันใกล้เข้ามาแล้ว มันใกล้เข้ามาแล้ว

 


ฟู่วววววววววววววววว

 


แต่ทันใดนั้นเองในขณะที่สำลีที่ถูกชุบด้วยแอลกอฮอล์ถูกบริเวณปากแผลของผมก็รู้สึกได้ถึงลมอุ่นๆที่เข้ามาปะทะนิ้วชี้ของผมพร้อมๆกันเช่นกัน

 


ฟู่ววววววววววววววววววววววววววว

 


คนตัวโตออกแรงเช็ดแผลให้ผมพร้อมกับที่ผมรู้สึกได้ถึงความอุ่นที่นิ้วของตัวเองอีกครั้งและอีกครั้ง ผมแอบลืมตาขึ้นมาดูว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมเช็ดแผลคราวนี้มันถึงไม่เจ็บอย่างที่ผ่านมา และสิ่งที่ผมเห็นกลับทำให้ผมต้องตาโตขึ้นมาอีกครั้งเลยทีเดียว

 


ไม่เจ็บอย่างที่คิดใช่ไหมครับ? คนตัวโตเอ่ยถาม

 


............ ผมไม่ตอบอะไรนอกจากพยักหน้ากลับไปให้คนตัวโตแทนคำตอบ

 


เอาละ เช็ดแผลเสร็จแล้ว คราวนี้ก็มาใส่ยาใส่แผลสดต่อนะครับ คนตัวโตเอ่ยบอกพร้อมกับที่เขาจัดการเทยาใส่แผลสดลงบนนิ้วผมเบาๆหลังจากนั้นเขาก็ใช้พลาสเตอร์มาปิดแผลบริเวณนิ้วชี้ผมอย่างเบามือ ผมมองการกระทำที่แสนจะอ่อนโยนนั้นนิ่ง ผมรู้สึกดีจริงๆนะ

 


เรียบร้อยแล้วครับ หายเจ็บนะครับเด็กน้อย... คนตัวโตเอ่ยบอกพร้อมกับที่เขาเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มหวานให้ผม เราสองคนสบตากันนิ่ง แล้วจู่ๆคนตัวโตก็ยกฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาขึ้นมาสัมผัสที่แก้มทั้งสองข้างของผมเบาๆ ผมไม่ว่าอะไรนอกจากยังคงสบตากับคนตัวโตไปเงียบๆ คนตัวโตโน้มใบหน้าลงมาใกล้หน้าผม ใกล้เข้ามาอีกนิด ใกล้เข้ามาอีกนิดและอีกนิด จนตอนนี้ผมรู้สึกได้ถึงไออุ่นๆที่กำลังรดอยู่เหนือริมฝีปากของผม หัวใจของผมเต้นแรงมาก มาก มากกว่าครั้งไหนๆจริงๆ หน้าผากของเราสองคนตอนนี้สัมผัสกันเบาๆ ปลายจมูกของเราก็เช่นกัน เราสองคนสบตากันนิ่ง พร้อมกับที่คนตัวโตผละมือที่จับแก้มผมออกทั้งสองข้าง และเขาก็เลื่อนมือด้านซ้ายมาจับมือด้านขวาของผมเบาๆและหลังจากนั้นเขาก็พามือขวาของผมเลื่อนขึ้นมาทาบที่บริเวณหน้าอกด้านซ้ายของเขาโดยที่มือด้านซ้ายของเขาวางทาบอยู่บนมือด้านขวาของผม

 


ตึก ตึก ตึก......................

 
ตึก ตึก ตึก ตึก.................................

50%%%%%%%%%%%%%%%%%%%

 

ตึก ตึก ตึก......................

 

ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก................................

 


เสียงคุณได้ยินอยู่ตอนนี้มันไม่ใช่เสียงหัวใจของผมหรอกนะครับ พวกคุณอย่าเข้าใจผิดไป เสียงหัวใจที่กำลังเต้นแรงและเร็วอยู่ตอนนี้มันเป็นเสียงหัวใจของคนตัวโตตรงหน้าผมนี้ต่างหาก ทุกจังหวะการเต้นของหัวใจมือของผมสัมผัสมันได้ทุกจังหวะ

 


คุณรู้สึกถึงจังหวะการเต้นของหัวใจผมใช่ไหมคุนนี่? คนตัวโตเอ่ยถามเสียงแผ่วเบาในขณะที่หน้าผากเราสองคนยังติดกันอยู่เลย

 


........... ผมไม่ตอบอะไรนอกจากพยักหน้าเบาๆแทนคำตอบ

 


คุณรู้ใช่ไหมว่าตอนนี้หัวใจของผมมันเต้นแรงและเร็วมากขนาดไหน?

 


................ ผมพยักหน้าอีกครั้งแทนคำตอบ

 


ที่มันเต้นแรงและเร็วแบบนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นกับใครทุกคนหรอกนะครับ หัวใจของผมมันจะเต้นแรงและเร็วแบบนี้เฉพาะตอนที่ผมได้อยู่ใกล้ๆกับคนที่ผมรู้สึกพิเศษด้วยเท่านั้น.....

 


.............

 


ตั้งแต่วันที่ผมได้พบกับคุณครั้งแรก เราเดินสวนกันตรงทางเดินไปห้องสมุด หัวใจของผมมันก็เต้นแรงและเร็วแบบนี้ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนี้....

 


อือ...แล้วยังไงต่อ ผมเอ่ยถามเสียงเบาหวิว ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนกำลังล่องลอยอยู่ในอากาศที่มีปุยเมฆขาวล่องลอยเต็มไปหมด

 


และผมก็เห็นคุณเดินเข้าไปคุยกับสตีฟ พวกคุณสองคนคุยกันอย่างสนุกสนาน รอยยิ้มที่เกิดขึ้นยามสนทนานั้นมันทำให้ผมอดที่จะยิ้มตามไม่ได้เลยจริงๆ ผมก็เลยเข้าไปถามชื่อคุณกับสตีฟหลังจากที่คุณแยกตัวออกไป....

 


แล้วยังไงต่อ

 


ผมพยายามไปในที่ที่คิดว่าคุณจะไป คุณรู้ไหมว่าผมลงทุนไปเรียนคลาสมิสเตอร์บราวน์ทั้งๆที่ผมไม่จำเป็นต้องลงเรียนวิชานั้นด้วยซ้ำไปและเมื่อถึงเวลาที่คุณโดนมิสเตอร์บราวน์ยิงคำถามที่คุณไม่รู้ คุณก็มักจะยิ้มกวนๆและตอบคำถามออกมาเป็นภาษาไทยแถมในตอนท้ายคุณยังส่งยิ้มหวานๆไปให้มิสเตอร์บราวน์อีกต่างหาก ทำอาคนในห้องต้องหัวเราะกับท่าทางน่ารักๆนั่นไม่เว้นแม้แต่กระทั่งผมและมิสเตอร์บราวน์ ผมไปทานอาหารร้านโปรดของคุณทุกวัน พร้อมกันนั้นผมก็พยายามสืบว่าคุณชอบทานและดื่มอะไรเป็นพิเศษบ้างโดยข้อมูลเหล่านั้นผมได้มาจากพนักงานสาวที่เป็นคนให้บริการคุณอยู่บ่อยๆ แถมเธอยังบอกอีกว่าคุณชอบสั่งอาหารกลับไปทานที่ห้องเพราะคุณมักจะหิวตอนกลางดึกแต่คุณกลับทำอาหารไม่เป็น.....

 


อื้ม....แล้วยังไงต่อ

 


หลังจากที่คุณทานอาหารเสร็จคุณก็ชอบไปขลุกตัวอยู่ในห้องสมุด คุณชอบนั่งอ่านหนังสือพร้อมๆกับการทำรายงานไปด้วย แถมคุณยังชอบยืมหนังสือกองโตกลับไปอ่านที่ห้องอีกต่าง ในมือของคุณแทบทุกวันจะต้องมีหนังสือติดมือกลับห้องทุกที และคุณก็ยังเป็นคนขี้ลืม คุณชอบลืมร่มเอาไว้ที่ห้องบ่อยๆ จนสตีฟมันบ่น แต่คุณกลับบอกว่าคนเรามันลืมกันได้ อีกอย่างคุณก็เพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน มันก็ไม่แปลกอะไรที่คุณจะลืมพกร่มไปเรียน...

 


คุณรู้เรื่องนี้?? แล้วยังไงต่อ

 


คุณชอบเดินกลับคอนโดมากกว่าที่จะนั่งรถประจำทาง คุณชอบแวะไปที่สวนสาธารณะใกล้คอนโดก่อนกลับห้องทุกวันที่ฝนไม่ตก คุณชอบไปนั่งดูเด็กเล็กๆที่มักจะวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน รอยยิ้มละมุนมักจะเกิดขึ้นโดยที่คุณไม่รู้ตัว และหลังจากที่เด็กพวกนั้นกลับไป คุณก็จะเงยหน้ามองท้องฟ้าพร้อมๆกับที่คุณต้องเสียน้ำตาทุกที ผมเห็นมันทุกอย่าง ผมรับรู้ถึงความรู้สึกของคุณ เพราะผมก็เคยเป็นแบบนั้นมาก่อน ผมไม่ใช่พวกโรคจิตนะครับ ผมก็แค่สนใจและอยากรู้อะไรเกี่ยวกับตัวคุณให้มากก็แค่นั้น....

 


แสดงว่าเรื่องร่มนั่น มันก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ? ผมเอ่ยถาม

 


ใช่ครับ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ วันนั้นผมเลิกเรียนช้าผมจึงตามคุณไปที่ห้องสมุดไม่ทัน แต่แล้วจู่ๆก็มีข้อความจากสตีฟ สตีฟส่งข้อความมาบอกผมว่าวันนี้คุณลืมเอาร่มมาเรียนแถมวันนี้คุณยังยืมหนังสือมาตั้งมากมาย มันบอกว่าโอกาสของผมมาถึงแล้ว ให้ผมเข้าไปช่วยคุณได้เลย คุณยืนรอรถประจำทางอยู่ตรงป้ายหน้ามหาวิทยาลัย.... คนตัวโตเอ่ยบอกพร้อมกับรอยยิ้ม

 


มิน่าละ วันนั้นสตีฟมาที่ห้องแล้วเขาก็เอาแต่ถามถึงเจ้าร่มคันนั้น ผมเอ่ยตอบพลางภาพวันนั้นย้อนกลับเข้ามาในหัวสมองของผมอีกครั้ง

 


ที่ห้องสมุดเมื่อวานก็เหมือนกัน ผมตั้งใจเดินเข้าไปช่วยคุณหยิบหนังสือเล่มนั้นเองแหละ และคุณรู้ไหมว่าผู้หญิงคนที่ใช้บันไดเหล็กอยู่นั่น แท้ที่จริงแล้วเธอใช้เจ้าบันไดนั้นเสร็จตั้งนานแล้วละ แต่ที่คุณยังเห็นเธอยังทำท่าว่ากำลังใช้มันอยู่เพราะว่าผมไปขอร้องเธอไว้....

 


หมายความว่าไง คุณไปขอร้องเธอเรื่องอะไร?

 


ผมก็ไปขอร้องให้เธอทำเป็นใช้บันไดนั้นไว้แล้วผมจะเป็นคนเข้าไปช่วยคุณหยิบหนังสือจากชั้นเองไงล่ะ

 


คนเจ้าเล่ห์ แล้วอยู่ดีๆตอนที่ผมจะถามคุณว่าคุณรู้จักชื่อผมได้ยังไง คุณก็จงใจไม่ตอบและวิ่งหนีผมไปใช่ไหม?

 


ถูกต้องแล้วครับ ก็ตอนนั้นมันเร็วไปที่ผมจะบอกความจริงกับคุณ ผมอยากให้คุณเจอผมในวันนี้อีกครั้ง ในฐานะเพื่อนสนิทของสตีฟ คุณเข้าใจในสิ่งที่ผมพยายามทำทั้งหมดแล้วใช่ไหม? คนตัวโตเอ่ยถามเสียงอ่อนโยน ผมรีบก้มหน้าลงแทบจะทันที คนตัวโตใช้มืออีกมือเชยคางผมขึ้นเบาๆ

 


คุณเข้าใจแล้วใช่ไหมว่าผมทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร? คนตัวโตเอ่ยถามอีกครั้ง

 


ผมไม่รู้....ผมไม่รู้จริงๆ ผมตอบเพราะตอนนี้ในหัวของผมมันเกิดอาการสับสนขึ้นมาซะเฉยๆ คนตัวโตอาจจะแค่อยากรู้จักกับผม เขาอาจจะแค่อยากรู้จักกับผมแค่นั้นก็ได้ ผมไม่อยากคิดเองเออเอง ผมต้องการคำตอบที่แน่ชัดมากกว่า....ตอบมาสิแทคยอน ตอบมาว่าสิ่งที่คุณพูดและทำมาทั้งหมดคุณทำมันไปเพราะอะไร?

 


ผมชอบคุณนะนิชคุณ คนตัวโตเอ่ยโดยในขณะที่เขาตอบเขาไม่ละสายตาไปจากผมเลยแม้แต่วินาทีเดียว ความร้อนแผ่ซ่านไปทั่วใบหน้าของผมอีกแล้ว ผมขบริมฝีปากของตัวเองแน่นด้วยความเขินอาย >///< พร้อมกับที่หัวใจของผมตอนนี้มันพองโตขึ้น พองโตเหมือนกับมันจะล่องลอยพาร่างของผมให้ล่องลอยตามไปได้อย่างนั้นล่ะ คนตัวโตตรงหน้าเขาชอบผม เขาชอบผมจริงๆใช่ไหม? ผมไม่ได้หูฝาด ผมไม่ได้คิดไปเองใช่ไหม?

 


คุณว่าอะไรนะแทคยอน ผมได้ยินไม่ถนัด ผมเอ่ยถามอีกครั้ง อยากได้ยินชัดๆอีกสัก

ครั้งคงไม่เป็นไรใช่ไหมครับ ก็แค่อยากจะมั่นใจว่าได้ยินไม่ผิดก็แค่นั้นเอง ^///^ คนตัวโตยกยิ้มตอบ พร้อมกับที่คราวนี้เขาใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างรั้งใบหน้าของผมให้เข้าไปใกล้อีกนิด

 


มันอาจจะฟังดูเร็วไปและมันอาจจะทำให้คุนนี่ตกใจและไม่มั่นใจ แต่แทคชอบคุนนี่จริงๆนะ ชอบตั้งแต่วันที่เราสองคนเจอกันครั้งแรก และในตอนนี้แทคไม่สามารถที่จะปล่อยคุนนี่ไปได้อีกแล้ว แทคอยากเข้าไปอยู่ในสายตาและในหัวใจของคุนนี่ คุนนี่ให้โอกาสผู้ชายคนนี้ได้ไหมครับ....

 


ชอบ ทั้งๆที่เราสองคนเป็นผู้ชายเหมือนกันเนี่ยนะ ผมเอ่ยถามเพราะความอยากรู้พร้อมกับที่ตอนนี้ผมพยายามกลั้นรอยยิ้มของตัวเองไปด้วย

 


ใช่ แทคชอบคุนนี่ แทคไม่สนใจหรอกนะว่าคุนนี่จะเป็นเพศไหนและแทคจะเป็นเพศไหน แทคแค่รู้สึกว่าแทคชอบ แทคก็จะบอกว่าชอบ

 


........... ผมไม่ตอบอะไรนอกจากเงียบ แต่ใครจะรู้บ้างว่าสิ่งที่คนตัวโตเพิ่งพูดจบไปเมื่อสักครู่มันทำให้หัวใจของผมนั้นพองโตมากขึ้นไปอีก มันเป็นเรื่องที่พิเศษมากนะครับ ผมไม่เคยคิดว่าเรื่องแบบนี้มันจะมาเกิดกับผม การตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ มันเป็นแบบนี้เองใช่ไหม? ทำไมมันถึงดูมหัศจรรย์และน่าเชื่อยากมากก็จริง แต่คุณรู้ไหมว่าผมก็รู้สึกไม่ได้ต่างไปจากเขาคนนี้เท่าไหร่หรอกนะ สายตา รอยยิ้ม ทุกๆอย่างที่เป็นเขามันวนเวียนอยู่ในสมองและหัวใจของผมเต็มไปหมด เขาเข้ามามีอิทธิพลต่อหัวใจของผมตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน หรือว่าจะตั้งแต่ ครั้งแรกที่เราสบตากันในวันฝนตกวันนั้น?

 


ให้โอกาสแทคได้ดูแลคุนนี่ได้ไหมครับ? แทคขอโอกาสเพื่อให้เราสองคนได้ทำความรู้จักกันมากกว่านี้ คำตอบของคุนนี่คืออะไร? แทคอยากรู้จริงๆนะ

 


คำตอบ......ตอนนี้ยังไม่มี ผมเอ่ย ทำเอาคนตัวโตถึงกลับหน้าสลดลงทันที

 


ขอเวลาอีกหน่อยได้ไหม มันยังเร็วไป ผมยังตั้งตัวไม่ทัน ผมเอ่ย

 


ได้สิครับ ทำไมจะไม่ได้ แทครอคุนนี่ได้เสมอ คุนนี่พร้อมเมื่อไหร่ค่อยตอบก็ได้ คนตัวโตเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆโดยที่ขณะนั้นเขาก็เอื้อมมือขึ้นมาลูบหัวผมเบาๆ ผมยกยิ้มตอบกลับไปให้เขาทันที ผมก็พอจะดูออกนะว่าสิ่งที่ผมเพิ่งพูดออกไปมันทำให้คนตัวโตรู้สึกแย่นิดๆ แต่ผมขอเวลาอีกนิดเดียว อีกนิดเดียวเท่านั้น.....

 


แต่ตอนนี้ แทคขออะไรคุนนี่อย่างสิ

 


อะไร?

 


ตั้งแต่นี้ต่อไปคุนนี่เรียกแทคว่าแทคและแทนตัวคุนนี่เองว่าคุณได้ไหมครับ?

 


ทำไมล่ะ

 


แทคก็แค่อยากได้ยินชื่อแทคที่ออกมาจากคุนนี่ก็เท่านั้นเอง เพื่อที่แทคจะได้แน่ใจว่าคุนนี่เห็นตัวตนของแทคแล้วจริงๆ อ๊ค แทคยอน ได้เข้าไปอยู่ในสายตาของนิชคุณแล้วจริงๆ ไม่ใช่แค่แทคยอนคนเดียวที่เห็นนิชคุณอยู่ในสายตาแบบก่อนหน้านี้....ก็แค่นั้น

 


........

 


เอาล่ะครับ แทคจะไม่คาดคั้นคุนนี่แล้ว เอาเป็นว่าถ้าคุนนี่พร้อมเมื่อไหร่ค่อยเรียกก็ได้งั้นมาทานผลไม้กันดีกว่านะครับ เดี๋ยวแทคไปจัดการมาให้ คนตัวโตเอ่ยบอกพร้อมกับที่เขาลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูง แล้วเขาก็สาวเท้าเดินเข้าไปในครัว ผมมองตามคนตัวโตไปจนสายตา พร้อมกับที่ในสมองของผมตอนนี้มันกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่อย่างเงียบๆ ว่าแล้วผมก็จัดการเดินเข้าไปในห้องนอน พร้อมกับที่ผมเดินไปหยุดที่บริเวณโต๊ะอ่านหนังสือภายในห้อง ผมเอื้อมมือไปหยิบกระดาษโน้ตแผ่นเล็กออกมาจากล่องลายหมีพูห์ที่ถูกวางอยู่บนโต๊ะ พร้อมกับที่ผมเอื้อมมือไปหยิบปากกาหมึกซึมและจัดการเขียนอะไรบางอย่างลงไปเงียบๆ กระดาษแผ่นที่หนึ่งถูกเขียนเสร็จ หลังจากนั้นกระดาษแผ่นที่สองก็ถูกเขียนตามไปติดๆ ส่วนกระดาษแผ่นที่สามมันเป็นกระดาษที่ผมไม่ได้เขียนอะไรลงไป ผมนำแผ่นกระดาษทั้งสามมาซ้อนทับกัน ผมถือกระดาษโน้ตในมือแน่นพร้อมกับที่สมองของผมตอนนี้มันเริ่มทำงานอีกแล้ว ทำแบบนี้มันจะเป็นอะไรไหมนะ ทำแบบนี้ได้ใช่ไหม? ว่าแล้วผมก็จัดการวางแผ่นกระดาษโน้ตทั้งสามที่อยู่ในมือลงพร้อมกับที่ผมเอื้อมมือไปหยิบที่ทับกระดาษแล้วผมก็นำที่ทับกระดาษนั้นมาวางทับกระดาษโน้ตที่ผมเพิ่งเขียนไปเมื่อสักครู่นี้ ผมถอนหายใจออกมาเบาๆพร้อมกับที่จู่ๆเสียงคนตัวโตก็ดังขึ้น

 


คุนนี่ครับผลไม้มาแล้วนะครับ

 


ครับ ผมตอบพร้อมกับที่รีบสาวเท้าออกจากห้องนอนของตัวเอง เพื่อที่จะออกมาพบกับคนตัวโตที่ตอนนี้ในมือของเขามีจานผลไม้ที่ปอกและหั่นเสร็จเรียบร้อย ผมสาวเท้าเดินเข้าไปนั่งข้างๆร่างของคนตัวโตช้าๆ

 



ทานเยอะๆนะครับ คนตัวโตเอ่ยบอกพร้อมกับที่เขายื่นส้อมที่มีสตรอเบอรี่สดมาจ่อที่บริเวณริมฝีปากผม

 


อ้าปากสิครับ สตรอเบอรี่สดๆมาบริการถึงที่แล้วนะ คนตัวโตเอ่ยติดตลกพร้อมกับที่เขายกยิ้มให้ผมอีกครั้ง ผมไม่ตอบอะไรนอกจากอ้าปากรับสตรอเบอรี่สดนั้นเข้าปากช้าๆ ผมเริ่มเคี้ยวสตรอเบอรี่ในปากช้าๆ

 


อร่อยไหมครับ แทคไปเลือกสตรอเบอรี่ที่เพิ่งเก็บมาจากสวนเองเลยนะ แต่ละลูกสดๆทั้งนั้น

 


อื้ม.....สดมาก แถมรสชาติยังอมเปรี้ยวอมหวาน อร่อยมากครับ ผมตอบพร้อมกับรอยยิ้มหวานเพราะกำลังรู้สึกพอใจกับรสชาติของสตรอเบอรี่ในปากนี้จริงๆ

 


งั้นทานอีกนะ มีอีกเยอะแยะเลย คนตัวโตเอ่ยพร้อมกับที่เขาจิ้มสตรอเบอรี่อีกครั้ง แต่ผมรีบเอื้อมมือไปจับส้อมที่กำลังอยู่ในมือของคนตัวโตทันที คนตัวโตตกใจนิดๆเขาจึงหันหน้ามาสบตากับผม

 


ผมขอส้อมในมือคุณนะ ผมเอ่ยขอ

 


.......... คนตัวโตไม่ตอบอะไรนอกจากที่เขาผละมือที่กำลังจับส้อมนั้นไว้เบาๆ ผมมองเสี้ยวใบหน้าหล่อนั้นเงียบๆ พร้อมกับที่ผมรู้สึกได้ถึงความผิดปกติของคนตัวโต

 


อยากทานเองใช่ไหมครับ งั้นแทคไม่กวนแล้วนะ แทคกลับก่อนดีกว่านี่มันก็ดึกมากแล้ว คุณจะได้พักผ่อน ขอบคุณมากนะครับสำหรับวันนี้... คนตัวโตเอ่ยโดยที่ในตอนท้ายเขาหันหน้ามาส่งยิ้มให้ผม พร้อมกับที่เขาลุกพรวดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำเอาผมต้องตกใจเลยทีเดียวและทันใดนั้นเองผมก็รีบใช้มือที่ว่างอีกมือรั้งข้อมือของคนตัวโตไว้ทันที คนตัวโตชะงักเท้าที่กำลังจะเดินไปพร้อมกับที่เขาก้มหน้าลงมาสบตากับผมอีกครั้ง ผมลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูงของตัวเองทันที

 


ไม่ทานสตรอเบอรี่ก่อนเหรอ... ผมเอ่ยถามพร้อมกับที่จ้องตาของคนตัวโตแบบไม่กระพริบ

 


............

 


ทานหน่อยนะ ผมเอ่ยพร้อมกับที่ยื่นส้อมที่มีสตรอเบอรี่เข้าไปจ่อที่ริมฝีปากของคนตัวโต

 


อ้าปากสิครับ สตรอเบอรี่สดๆมาบริการถึงที่แล้วนะ ผมเอ่ยประโยคที่คนคนตัวโตเพิ่งจะพูดกับผมไปพร้อมกับรอยยิ้ม ทำเอาคนตัวโตที่กำลังมีสีหน้าแปลกๆไปถึงกลับยกยิ้มและหัวเราะออกมาเบาๆทันที

 


ขอบคุณนะครับ คนตัวโตเอ่ยพร้อมกับที่เขาอ้าปากรับสตรอเบอรี่นั้นเข้าปาก

 


เป็นไง รสชาติดีแบบที่ผมบอกคุณไหม? ผมเอ่ยถาม

 


อร่อยกว่าที่แทคเคยทานมาเลยล่ะ คนตัวโตตอบพร้อมกับที่เขาส่งสายกรุ้มกริ่มมาให้ผม ผมอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นไปทุบไหล่คนตัวโตดังอั๊กๆสองสามที

 


อย่าเว่อร์ไปหน่อยเลย สตรอเบอรี่ที่ไหนมันก็เหมือนกันทั้งนั้นแหละ ผมเอ่ย

 


เหมือนที่ไหนล่ะครับ ก็ในเมื่อคราวนี้แทคได้ทานสตรอเบอรี่ที่คุณป้อนนี่หน่า มันก็ต้องอร่อยเป็นพิเศษสิครับ คนตัวโตเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มที่ผมรับประกันได้เลยว่ากวนประสาทมาก ผมจึงออกแรงทุบเข้าไปที่หน้าอกของคนตัวโตให้แรงขึ้นไปอีก

 


โอ๊ะๆๆๆ อย่าทุบครับอย่าทุบ แทคเจ็บนะ แทคเจ็บ... คนตัวโตร้องโอดครวญพร้อมกับที่จู่ๆเขาก็ใช้มือด้านหนึ่งรวบมือผมที่กำลังออกแรงทุบหน้าอกของเขาทันที

 


ปล่อยนะคนบ้า ปล่อยมือเดี๋ยวนี้เลย ผมเอ่ยบอกพร้อมกับที่พยายามจะดึงมือของตัวเองให้ออกจากการเกาะกุมของคนตัวโต

 


........ คนตัวโตไม่ตอบอะไรนอกจากยิ้ม

 


บอกให้ปล่อยไงเล่า อย่ามาทำเนียนนะ ชอบเนียนตลอดอ่ะ ผมเอ่ยพร้อมกับที่ยังคงออกแรงดึงมือของตัวเองไปด้วย

 


อ๊ะ ปล่อยก็ปล่อย แต่ก่อนที่จะปล่อยแทคต้องทำโทษคุนนี่ก่อนนะ คนตัวโตเอ่ยบอกทำเอาผมถึงกลับต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเลยทีเดียว

 


ทำโทษ? ผมเอ่ยทวน

 


ใช่ครับ คุนนี่ต้องโดนทำโทษ โทษฐานที่คุนนี่ทุบแทคเมื่อกี้... และทันทีที่เขาพูดจบ คนตัวโตจัดการก้มหน้าเข้ามาใกล้มือของผม พร้อมกับที่เขายื่นริมฝีปากเข้ามาปะทะที่บริเวณหลังมือผมที่ถูกเขาจับอยู่เบาๆแล้วผละออก ผมตาโตด้วยความตกใจเลยทีเดียว

 


นี่ไงครับ โทษของคุนนี่.... คนตัวโตเอ่ย

 


นี่คุณ...คนบ้าเอ๊ย ผมเอ่ยเพียงแค่นั้นแล้วผมก็ดึงมือของตัวเองให้ออกจากการเกาะกุมของคนตัวโต พร้อมกับที่ผมยกมือทั้งสองขึ้นเพื่อที่จะทุบคนตัวโตตรงหน้าอีกรอบ แต่ผมก็ต้องชะงักมือไว้เพราะคนตัวโตพูดอะไรบางอย่างออกมาเสียก่อน

 


เอาสิครับ ทุบลงมาเลย ถ้าทุบอีกคุนนี่ก็จะโดนทำโทษแบบเมื่อกี้อีกนะครับ คนตัวโตเอ่ยน้ำเสียงได้เปรียบ ซึ่งมันทำให้ผมถึงกลับต้องลดมือลงทันที ในขณะที่ผมรู้สึกร้อนที่แก้มของตัวเองอีกแล้วสิ.....

 


ชอบล้อเล่นอยู่เรื่อย ผมเอ่ยเพียงแค่นั้น พร้อมกับที่ทำท่าจะลุกหนีคนตัวโตไปซะเฉยๆ แต่ข้อมือผมกลับถูกรั้งไว้เสียก่อน ผมหันหน้ากลับไปมองคนตัวโตที่ตอนนี้เขาก็ลุกขึ้นมาจนเต็มความสูงเช่นเดียวกัน เราสองคนสบตากันนิ่ง

 


แทคจริงจังนะ แทคไม่ได้ล้อเล่น แทคอยากให้คุนนี่พิจารณาเรื่องของเราแบบจริงจัง เพราะแทคจริงจังกับเรื่องนี้มาก.... คนตัวโตเอ่ยน้ำเสียงจริงจังมาก มากเสียจนมันทำให้หัวใจของผมสั่นได้เลยล่ะ

 


แน่ใจแล้วจริงๆเหรอ? คุณอาจจะแค่หลงคิดว่าคุณชอบผมก็ได้นะแทคยอน... ผมเอ่ยถามน้ำเสียงจริงจังเช่นกัน พร้อมกับที่ในหัวของมตอนนี้มันกำลังตัดสินใจว่าผมจะเอายังไงกับเรื่องของผู้ชายคนนี้

 


ไม่จริง ผมไม่ได้หลง ผมมั่นใจในความรู้สึกของตัวเอง ผมมั่นใจที่สุด ผมไม่เคยมั่นใจอะไรเท่ากับเรื่องนี้มาก่อนเลย คุณอาจจะคิดว่ามันเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่สำหรับผมมันถึงเวลาแล้ว มันถึงเวลาที่ผมจะต้องบอกความรู้สึกที่แท้จริงกับคุณตรงๆแบบนี้....

 


......... ผมไม่ตอบอะไรนอกจากเงียบ แต่ในหัวสมองของผมตอนนี้มันคิดอะไรวุ่นวายไปหมด หัวสมองบอกว่ามันยังเร็วไปที่จะตอบรับ เพราะเพิ่งเจอเขาคนนี้ได้ไม่กี่วัน นายจะเชื่อได้ไงว่าเขาคนนี้จะไม่ใช่คนหลอกลวง อย่าเพิ่งตอบรับนะนิชคุณ อย่าเด็ดขาด แต่หัวใจกลับเต้นโครมครามไม่เป็นส่ำพร้อมกับที่มันบอกผมว่า ตอบรับไปเลยสิ ไม่เห็นจะมีอะไรเสียหาย ไม่เห็นสายตาที่เขามองมาที่นายเหรอนิชคุณ สายตาของเขาคนนี้มันเต็มไปด้วยความจริงใจและมั่นใจแบบที่สุด นายจะไม่เชื่อเขาเชียวเหรอนิชคุณ....

 


ผมคาดคั้นคุณอีกแล้ว ผมขอโทษทั้งๆที่ผมบอกคุณเองว่าผมจะให้เวลาคุณ แต่นี่ผมกลับมาคาดคั้นคุณอีกซะได้ ผมคงกำลังจะบ้าไปแล้วล่ะ งั้นผมขอตัวก่อนนะ ผมไม่รบกวนคุณแล้วนิชคุณ... คนตัวโตเอ่ยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดซึ่งมันทำให้หัวใจของผมไหววูบ ผมสูดลมหายใจเข้าปอดยาวๆหนึ่งที พร้อมกับที่ผมตัดสินใจได้แล้วว่าผมจะทำอย่างไร

 


รอผมอยู่ตรงนี้...แป๊บเดียวเท่านั้น ผมเอ่ยบอกคนตัวโตเบาๆ คนตัวโตมีสีหน้าแปลกใจนิดๆ ผมไม่เอ่ยอะไรต่อนอกจากรีบสาวเท้าเข้าไปภายในห้องนอนของตัวเองอีกครั้ง ผมเดินไปหยุดที่บริเวณโต๊ะอ่านหนังสือ ผมเอื้อมมือไปหยิบกระดาษโน้ตที่ถูกทับไว้อย่างรวดเร็ว

 


เอาไงเอากัน ตัดสินใจไปเลยนิชคุณ ผมเอ่ยให้กำลังใจตัวเอง แล้วผมก็รีบสาวเท้าออกมาจากห้องนอนของตัวเอง สายตาผมเห็นคนตัวโตที่กำลังยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าทันที ผมสาวเท้าเข้าไปประจันหน้ากับคนตัวโตช้าๆ คนตัวโตสบตาผมตาไม่กระพริบ

 


อย่าเพิ่งดูมันตอนนี้ เอากลับไปดูที่ห้องของคุณนะแทคยอน ผมเอ่ยบอกพร้อมกับที่ผมแทรกแผ่นกระดาษที่ผมเขียนไว้เข้าไปที่กระเป๋าเสื้อของคนตัวโต

 


มันคืออะไรครับ? คนตัวโตเอ่ยถาม

 


มันคือคำตอบของผม ผมตัดสินใจแล้ว คุณก็สมควรที่จะยอมรับการตัดสินใจของผมและตอนนี้คุณก็สมควรกลับไปได้แล้ว ผมเอ่ยเสียงเรียบแต่ใครจะรู้บ้างว่าหัวใจของผมตอนนี้มันเต้นตูมตาม มือไม้ผมมันสั่นไปหมดแล้ว

 


ขอบคุณมากสำหรับวันนี้ ไม่ว่าคำตอบมันคืออะไร ผมก็พร้อมที่จะรับมันเพราะมันเป็นความต้องการของคุณ... คนตัวโตเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆ แต่ผมดูออกว่าเขากำลังรู้สึกแปลกๆไปถึงแม้ว่าริมฝีปากจะยิ้มแต่ในดวงตาเรียวนั้นมันสั่นและไหววูบลงไปถนัดตา

 


.........

 


ผมไปนะครับ คนตัวโตเอ่ยลาแล้วเขาก็หันหลังให้ผมคนตัวโตสาวเท้าเดินออกจากห้องไปเงียบๆ ผมมองตามร่างนั้นไปจนลับสายตา...

 


เฮ้อ..... ผมถอนหายใจออกมาเบาๆพร้อมกับที่สายตาของผมมันเหลือบไปเห็นร่มสีน้ำเงินเข้มคันใหญ่ที่ถูกแขวนอยู่ตรงที่แขวนเสื้อโค๊ทหน้าประตูห้องของตัวเอง

 


ร่มคันนั้น.... ผมเอ่ยกับตัวเองเสียงแผ่วเบา แต่แล้วจู่ๆเสียงข้อความในโทรศัพท์ผมกลับดังขึ้น ผมหันไปให้ความสนใจกับโทรศัพท์ของตัวเองทันที ผมเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์บนโซฟาขึ้นมาไว้ในมือทันที และสิ่งที่ผมเห็นมันก็คือข้อความที่ถูกส่งมาจากสตีฟ ผมกดเปิดอ่านข้อความนั้นทันที

 


ฉันรู้ว่านายกำลังสับสนแน่ๆคุณ

แต่ฉันจะบอกอะไรบางอย่างให้นายรู้นะ

ไอ้แทคเพื่อนฉันมันจริงใจกับนายจริงๆ

มันไม่ได้เข้ามาหลอกลวงหรือปั่นหัวนายหรอกนะ

ฉันก็ไม่รู้ว่านายจะเชื่อในสิ่งที่ฉันพยายามบอกไหม?

แต่ฉันอยากให้นายเชื่อหัวใจของตัวนายเอง

หัวใจนายมันบอกว่าอะไร มันก็คือคำตอบนั้นนั่นแหละ

อย่าใช้สมองคิดแทนหัวใจนะคุณ ตอบในสิ่งที่หัวใจนายต้องการ

แล้วทุกอย่างมันจะดีเอง...รักนายเสมอ

สตีฟ ^__^






ผมอ่านข้อความของสตีฟนิ่ง พร้อมกับที่ผมละสายตาหันไปมองร่มสีน้ำเงินคันใหญ่คันนั้นอีกครั้ง และคราวนี้ผมก็จัดการผละโทรศัพท์ในมือลงแล้วผมก็รีบสาวเท้าไปที่ร่มคันใหญ่พร้อมกับที่ผมเอื้อมมือไปหยิบร่มคันนั้นมาไว้ในมือแน่น

 


คำตอบของคุณแทคยอน ผมได้คำตอบให้คุณแล้ว ผมเอ่ยกับตัวเองจริงจังแล้วผมก็รีบวิ่งออกมจากห้องของตัวเองอย่างรวดเร็ว จุดหมายคือร่างของคนตัวโตคนนั้นนั่นเอง...นิชคุณ

 


+++++++++++++++++++

 



ผมเดินออกมาจากคอนโดของคนร่างบางช้าๆ พร้อมกับที่ในหัวของผมตอนนี้มันอื้อและมึนงงไปหมด ผมแทรกฝ่ามือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อของตัวเองที่มีอะไรบางอย่างของคนร่างบางอยู่ คำตอบของเขาอยู่ในนี้อย่างนั้นเหรอ? คำตอบมันคืออะไรกันแน่นะ? ผมอยากรู้จริงๆ ผมเอาออกมาดูตอนนี้ได้ไหมนะ? แล้วถ้าคำตอบมันทำให้ผมต้องเสียใจล่ะ ผมจะทำยังไงดี? ผมจะทนรับกับคำปฏิเสธนั้นได้อย่างไร? แต่ถ้าไม่เปิดออกดู ผมก็ไม่รู้สิ เอาไงเอากัน....

 



อย่ากลัวอ๊ค แทคยอน ผมเอ่ยกับตัวเองในขณะที่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ผมจัดการหยิบแผ่นกระดาษที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อของตัวเองออกมาช้าๆ และผมก็ต้องขมวดคิ้วขึ้นเพราะสิ่งที่ผมเห็นมันคือแผ่นกระดาษแผ่นเล็กที่มันถูกเขียนไว้ว่า...



TY



.......... ผมไม่เอ่ยอะไรนอกจากเลื่อนแผ่นกระดาษที่มีชื่อผมลงไปไว้ล่างสุด แต่สิ่งที่ผมเห็นมันกลับทำให้ผมต้องขมวดคิ้วให้พันกันมากขึ้นกว่าเดิม ก็จะไม่ให้ผมทำแบบนั้นได้ยังไงล่ะครับ ก็ในเมื่อกระดาษแผ่นที่สองนั้นมันเป็นกระดาษเปล่า ไม่มีข้อความใดๆเขียนอยู่เลย และสมองของผมก็สั่งว่ามีกระดาษอีกแผ่นอยู่ถัดจากแผ่นนี้ ผมรีบเลื่อนกระดาษเปล่าให้ไปอยู่ด้านล่างสุดทันที







“NK” ผมอ่านตัวอักษรในกระดาษแผ่นที่สามนั้นเบาๆ





NK



“TY น่าจะเป็น TaecYeon ส่วน NK ก็คงจะเป็น NichKhun แต่ไอ้กระดาษแผ่นเปล่านั้นล่ะ มันหมายความว่าอะไร? ผมเอ่ยกับตัวเองด้วยความรู้สึกสับสน เพราะผมไม่เข้าใจความหมายที่คนร่างบางต้องการจะสื่อออกมา หรือว่ากระดาษที่ว่างเปล่ามันคือคำตอบของคนร่างบางกันนะ ว่างเปล่าก็เท่ากับปฏิเสธ ใช่ไหมครับ?

 


ปฏิเสธจริงๆสินะ นิชคุณไม่ได้คิดกับแทคยอน แบบที่แทคยอนคิดเลย เหอะๆ นี่เรากำลังหวังอะไรอยู่กันแน่ไอ้อ๊ค แทคยอน ผมเอ่ยกับตัวเองเบาหวิว ในขณะที่หัวใจของผมตอนนี้มันสั่นไหวและรู้สึกปวดหนึบขึ้นมาซะอย่างนั้น ดวงตาเริ่มรู้สึกร้อนผ่าวๆเหมือนกับว่าอีกไม่นานดวงตาของผมจะต้องมีรื้นของอะไรบางอย่างก่อตัวขึ้นมาแน่ๆ แต่แล้วจู่ๆผมก็รู้สึกได้ถึงสายน้ำของอะไรบางอย่างที่เทกระหน่ำลงมาบนตัวของผม ผมเงยหน้ามองท้องฟ้าที่อึมครึมนั้นช้าๆ สายฝนสายยาวแข่งกันตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา เหมือนกับว่ามันจะรู้ว่าอีกไม่นานน้ำตาของผมจะต้องไหลออกมาแน่ๆมันจึงเลือกที่จะตกลงมาเพื่อที่ช่วยไม่ให้ใครมองเห็นน้ำตาของผม ผมยังคงยืนอยู่ตรงที่เดิมโดยไม่คิดที่จะวิ่งเข้าไปหลบฝนแต่อย่างใด มันก็แค่ฝนตก มันก็แค่เปียกก็เท่านั้น จะกลัวทำไมกับอีแค่สายฝนสายบาง....

 



ทำไมไม่หลบฝน มายืนตากฝนแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก จู่ๆเสียงหวานๆของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากทางข้างหลังของผม ผมหันหน้ากลับไปที่ต้นเสียงนั้นอย่างรวดเร็วและสิ่งที่ผมเห็นก็คือร่างของคนร่างบางที่กำลังยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตัวผมมากนักในมือของเขาถือร่มสีน้ำเงินเข้มของผมไว้ในมือ คนร่างบางจ้องมาที่ผมไม่วางตา

 


ก็แค่อยากเปียกครับ ไม่มีอะไรหรอก แล้วว่าแต่คุณเถอะมาทำอะไรตรงนี้... ผมเอ่ยถามเสียงเบาหวิวพร้อมกับที่กำลังพยายามไม่ให้เสียงของตัวเองสั่น

 



........... คนร่างบางไม่ตอบอะไรนอกจากที่เขาสาวเท้าเข้ามาประจันหน้ากับผมให้ใกล้ขึ้น และในตอนนี้เราสองคนห่างกันเล็กน้อยเท่านั้นเอง



 

หรือว่าจะมาดูสภาพของผมหลังจากได้รู้คำตอบของคุณกัน ผมขอโทษนะที่ผมไม่ได้ทำตามที่คุณบอก ผมเปิดมันออกดูแล้วล่ะ และคำตอบของคุณผมก็เข้าใจแล้ว... ผมเอ่ยบอก

 


คุณเห็นแล้ว แล้วคุณเข้าใจว่ายังไง? คนร่างบางเอ่ยปากถาม

 


กระดาษเปล่า มันก็หมายความว่า ว่างเปล่า คำตอบก็คือปฏิเสธยังไงล่ะครับ ผมตอบ

 


อะไรถึงทำให้คุณคิดแบบนั้น? 

 


ก็กระดาษอีกสองใบมันเป็นชื่อย่อของผมกับคุณ แต่ไอ้กระดาษเปล่านั่นมัน...มันไม่มีอะไรเขียนไว้ มันก็แสดงให้ผมเข้าใจแล้วว่าคุณปฏิเสธผม.... ผมตอบพร้อมกับที่พยายามกลั้นน้ำตาของตัวเองเอาไว้อย่างที่สุด คนร่างบางไม่ตอบอะไรนอกจากที่เขาก้าวเท้าเข้ามาอีกหนึ่งก้าวซึ่งมันทำให้ตอนนี้ร่างของผมได้เข้าไปอยู่ในร่มคันเดียวกับคนร่างบางเรียบร้อยแล้ว คนร่างบางเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผมช้าๆ

 


ผมลืมบอกอะไรคุณไปอย่างหนึ่งแทคยอน คนร่างบางเอ่ย

 


.........

 


ไอ้กระดาษที่ผมให้คุณไปนั้น แผ่นแรกมันคือชื่อย่อของคุณ และแผ่นสุดท้ายมันคือชื่อย่อของผม ส่วนแผ่นตรงกลางนั้นมันเป็นเพียงแค่กระดาษเปล่าธรรมดาๆ แต่ทำไมคุณถึงไม่คิดที่จะเติมอะไรลงไปล่ะครับ? คนร่างบางเอ่ยถามเสียงอ่อนโยนพร้อมกับที่เขาใช้ฝ่ามือที่ว่างอีกด้านขึ้นมาสัมผัสที่ดวงตาของผมแผ่วเบา

 


..........

 


คุณอยากเติมคำว่าอะไรลงไปแทคยอน ในกระดาษเปล่านั้น คุณอยากเติมคำว่าอะไรลงไป? คนร่างบางเอ่ยถามพร้อมกับที่เขาสบตาผมไปด้วย

 


ผมอยากเติมคำว่า LOVE ลงไป... ผมตอบอย่างที่ใจคิด

 


อยากเติมก็เติมลงไปสิครับ ผมไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย คนร่างบางตอบ มันยิ่งทำให้ผมต้องขมวดคิ้วด้วยความสับสนทันที

 


ถึงคุณจะให้ผมเติมคำว่า LOVE ลงไปได้ แต่ถึงยังไงมันก็แปลว่าผมรักคุณอยู่ดี มันไม่ได้แปลว่าคุณรักผมสักหน่อย....

 



เฮ้อ...ผมลืมบอกอะไรคุณไปอีกอย่างแล้วสิแทคยอน...

 


อะไรครับ?

 


กระดาษทั้งสามแผ่นมันไม่ได้ถูกตั้งไว้แบบตายตัว ผมไม่ได้เย็บมันไว้ติดกันสักหน่อยมันสามารถสลับปรับเปลี่ยนตำแหน่งได้นี่ครับ ทำไมคุณไม่ลองสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งดูล่ะ? คนร่างบางเอ่ยพร้อมกับที่เขาแย่งแผ่นกระดาษทั้งสามที่อยู่ในมือผมไปทั้งหมด คนร่างบางจัดการแทรกด้ามร่มเข้ามาไว้ในมือของผมแทน พร้อมกับที่เขาลงมือเขียนอะไรบางอย่างลงไปยังแผ่นกระดาษเปล่านั้นช้าๆ คนร่างบางยกยิ้มให้ผมนิดๆ พร้อมกับที่เขายกกระดาษแผ่นแรกขึ้นมาให้ผมอ่าน



TY




แทคยอน ผมอ่านเบาๆ


LOVE





รัก


NK





นิชคุณ ผมอ่านข้อความในกระดาษช้าๆ





อื้ม...นั่นมันคือสิ่งที่คุณเห็นและเข้าใจ แต่ต่อจากนี้มันคือสิ่งที่ผมอยากจะบอกให้คุณรู้ไว้ ตั้งใจดูและฟังมันให้ดีๆนะแทคยอน คนร่างบางเอ่ยบอกพร้อมกับที่เขาก้มหน้าก้มตาลงเขียนอะไรบางอย่างอีกครั้ง ผมพยักหน้าให้แทนคำตอบ



 

NK






นิชคุณ
 คนร่างบางเอ่ยชื่อตัวเองพร้อมกับที่เขายกแผ่นกระดาษขึ้นมาให้ผมดู




LOVE





รัก





TY[too]





แทคยอนเช่นกัน... คนร่างบางเอ่ยประโยคสุดท้ายพร้อมกับที่ผมสังเกตเห็นแก้มใสของเขาขึ้นสีแดงระเรื่อชวนมอง

 


เห็นแล้วใช่ไหมครับ ไม่ว่าคุณจะเรียงแบบไหนมันก็มีความหมายเหมือนๆกัน ขอเพียงแค่ว่าให้คำว่า รัก อยู่ตรงกลางระหว่างเราสองคนก็พอ คนร่างบางเอ่ยบอกเสียงจริงจัง ผมยกยิ้มขึ้นมาจนสุดเลยทีเดียว คำๆนี้ที่ผมอยากได้ยิน คำๆนี้ที่ผมต้องการ คำว่า รัก คำๆนี้นี่แหละครับ

 



คุนนี่.... ผมเอ่ยพร้อมกับที่ใช้มืออีกด้านคว้าคนร่างบางเข้ามากอดไว้แน่น

 


แทค.... คนร่างบางเอ่ยเรียกชื่อผม มันเป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินเขาเรียกผมว่า แทค พระเจ้าครับผมมีความสุขมากเหลือเกิน ผมมีความสุขมากจริงๆนะ

 


ขอบคุณนะครับคุณ ขอบคุณที่ให้โอกาสผม ขอบคุณจริงๆ ผมเอ่ยบอกเสียงระรัวด้วยความดีใจ

 


คุณต่างหากที่ต้องขอบคุณแทค ขอบคุณที่ห่วงใย ดูแล เอาใจใส่และทำทุกๆอย่างให้คุณนะ คุณมีความสุขมาก ขอบคุณจริงๆนะแทค คนร่างบางเอ่ยขอบคุณซ้ำไปซ้ำมา ผมผละร่างบอบบางให้ออกห่างนิดๆ ดวงตากลมโตตอนนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายมันมีทั้งคำว่า ขอบคุณ ดีใจ มีความสุขและที่แน่ๆคือ รัก ผมสัมผัสมันได้จากดวงตาคู่สวยนี้จริงๆ ผมใช้มือด้านที่ว่างสัมผัสไปที่แก้มเนียนนั้นแผ่วเบา

 



เราสองคนต้องขอบคุณสตีฟด้วยสินะ ถ้าไม่มีสตีฟเราสองคนก็คงไม่มีวันนี้ ผมเอ่ย

 


ใช่...ถ้าไม่มีสตีฟวันนี้ของเราสองคนคงจะเกิดขึ้นไม่ได้ ต้องขอบคุณสตีฟจริงๆ คนร่างบางตอบพร้อมกับยิ้มเล็กๆ ผมออกแรงลูบบริเวณพวงแก้มใสนั้นให้แรงขึ้นอีกนิด

 


เป็นแฟนกันนะคุณ ผมเอ่ยถามพร้อมกับจ้องเข้าไปในดวงตาคู่สวยนิ่ง

 


อื้ม... คนร่างบางตอบ

 


แทครักคุณ ผมเอ่ยย้ำความรู้สึกกับคนตรงหน้าอีกครั้ง

 


คุณก็รักแทค คนร่างบางเอ่ยตอบพร้อมกับที่จู่ๆเขาก็เขย่งตัวขึ้นมาจูบที่บริเวณริมฝีปากผมแผ่วเบา ริมฝีปากของเราสองคนแตะกันเบาๆ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความหอมหวานอย่างที่สุดเช่นกัน ผมและคนร่างบางผละริมฝีปากออกจากกันช้าๆ ในขณะที่หน้าผากและปลายจมูกของเราสองคนยังคงสัมผัสกันอยู่ พร้อมกับที่คนร่างบางใช้แขนทั้งสองข้างโอบรอบเอวผมไว้แน่น

 


ตั้งแต่เราเจอกันคุณสังเกตมั้ยว่าฝนมักจะตกเสมอๆ ไม่ว่าจะเป็นครั้งที่เราเจอกันที่ทางเดินไปห้องสมุดของมหาวิทยาลัย... ผมเอ่ยทบทวนความทรงจำของเราสองคน

 


ครั้งแรกที่เราได้คุยกันก็เหมือนกัน ใต้ร่มคันนี้ไงล่ะ คนร่างบางเอ่ยต่อพร้อมกับรอยยิ้มหวานละมุน ผมยกยิ้มขึ้นตามทันที

 


แล้วยังจะวันนี้อีก วันที่เราสองคนเปิดเผยใจว่าเราสองรู้สึกยังไงต่อกัน วันที่เราสองคนตกลงเป็นแฟนกัน ฝนก็ยังตกและเราสองคนก็ยังยืนอยู่ใต้ร่มคันนี้เหมือนเดิม... ผมต่อประโยคของคนร่างบาง

 


แต่ถึงฝนจะตกคุณก็ไม่ต้องกลัวอะไรอีกต่อไปแล้ว เพราะคุณมีแทคที่จะคอยกางร่มให้แบบนี้ตลอดไปใช่ไหม? คนร่างบางเอ่ยถาม

 


แน่นอนครับ แต่คุณจะไม่ได้มีเพียงแค่คนกางร่มให้เท่านั้นนะ คุณยังจะมีคนที่คอยกอดให้ความอบอุ่นเมื่อคุณหนาว จะมีคนคอยดูแล เอาใจใส่ เมื่อคุณต้องการ มีคนคอยซับน้ำเมื่อคุณต้องร้องไห้กับเรื่องใดๆก็ตาม มีคนคอยยิ้มไปกับคุณเมื่อคุณมีความสุข และจะมีคนคอยมอบความรักให้คุณไปพร้อมๆกันอีกด้วย แทคเคยบอกคุณแล้วใช่ไหมว่าร่มคันนี้ยังไงมันก็ต้องกลับมาอยู่กับแทคอีกครั้ง แต่แทคยังบอกคุณไม่หมดว่าถ้าร่มคันนี้กลับมาอยู่กับแทคอีกครั้ง หัวใจและตัวของคุณมันต้องมาอยู่ใต้ร่มคันนี้กับผมด้วยนิชคุณสุดที่รัก... ผมตอบ ทำเอาคนร่างบางโผเข้ามากอดผมไว้แน่น ผมยกยิ้มในความน่ารักน่าเอ็นดูของคนร่างบางพร้อมกับที่ผมใช้มือที่ว่างโอบรอบเอวของคนร่างบางไว้เช่นกัน เราสองคนกอดกันเนิ่นนานท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมา ไอเย็นๆและละอองฝนเบาๆปะทะเข้ามากระทบผิวกายของเราสองคนแต่คุณรู้ไหมครับว่าผมและคนร่างบางไม่รู้สึกหนาวเลย ความอบอุ่นต่างหากล่ะที่กำลังเกิดขึ้นกับเราสองคนนับจากนี้และผมคิดว่ามันน่าจะเป็นแบบนี้ตลอดไป อนาคตจะเป็นยังไงผมไม่รู้ ผมรู้แค่ว่าตอนนี้ผมรักเขาคนนี้มาก ผมจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเท่าที่คนธรรมดาแบบผมจะทำให้เขาได้ ความรักของผมจะดำเนินต่อไปเรื่อยๆตราบใดที่เราสองคนยังมีกันและกันอยู่แบบนี้...แทคยอน ^///^

 


+++++++++++++++

 


ผมกระชับอ้อมกอดของตัวเองให้แน่นขึ้น พร้อมกับที่ตอนนี้หัวใจของผมพองโตมาก ความสุขมันเกิดขึ้นโดยที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัว ความสุขที่เกิดขึ้นเพราะคนตัวโตตรงหน้านี้ ขอบคุณสวรรค์ที่ทำให้ผมและเขาได้มาเจอกัน ขอบคุณจริงๆนะครับ ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าอนาคตข้างหน้ามันจะเป็นยังไง แต่ผมขอแค่ในวันนี้ผมได้ทำอะไรตามที่หัวใจผมต้องการ และผมก็คิดว่าผมจะทำทุกๆอย่างให้ดีที่สุด อนาคตมันจะเป็นยังไงก็ช่างมัน ผมจะไม่เสียใจเลยที่ผมได้ให้โอกาสแก่คนตัวโตและตัวของผมเอง ถ้าเราไม่ลองเราก็ไม่มีทางรู้ว่าสิ่งที่เราคิดมันจะดีหรือไม่ดี ผมขอแค่ตอนนี้วันนี้เราทำทุกๆอย่างอย่างจริงใจและมีความสุข แค่นี้ก็คงพอ หลงรักคนเจ้าเล่ห์แบบอ๊ค แทคยอน จนได้สินะนิชคุณ >///<


 

ขอบคุณนะสตีฟ นายคือเพื่อนที่ดีที่สุดของเราสองคน

 

แทคยอน นิชคุณ ^___^

 

~~Steve Part~~

 

จะเป็นยังไงกันบ้างแล้วนะเจ้าสองคนนั่น อย่าทำให้ฉันผิดหวังนะโว้ยเจ้าแทค ฉันอุตส่าห์หาโอกาสให้แกแล้วแท้ๆ อุตส่าห์บอกว่ามีทานดินเนอร์กับมัมและแดท แต่แท้ที่จริงแล้วไม่ได้มีนัดกับใครสักหน่อย ฉันต้องมานั่งเหงาหงอยในร้านอาหารท่ามกลางบรรยากาศฝนตกคนเดียวแบบนี้ เหงาชะมัด...ส่วนคุนนี่หวังว่าจะยอมเปิดใจให้แทคมันซะนะ ฉันอุตส่าห์เปิดไฟเขียวให้แทคมันจีบนายแล้ว ตั้งแต่นี้ต่อไปหวังว่านายจะยิ้มมากกว่าแอบร้องไห้ซะทีนะนิชคุณ ผมพูดกับตัวเองขำๆ พร้อมกับที่จ้องมองไปนอกร้านที่ตอนนี้สายฝนกำลังตกโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย จะเป็นอะไรไหมถ้าผมจะบอกพวกคุณว่า ผมอยากให้เจ้าเพื่อนสนิทของผมสองคนนี้มันรักกัน ก็จะทำไมล่ะครับก็ในเมื่อผมคิดและดูแล้วว่าเจ้าสองคนนี้มันเหมาะสมกันจะตายไป ไม่มีใครจะเหมาะสมกับนิชคุณไปมากกว่าอ๊ค แทคยอน และไม่มีใครจะเหมาะสมกับอ๊ค แทคยอน เท่ากับนิชคุณอีกแล้ว ต้องเป็นแทคคุณเท่านั้น ถูกต้องมั้ยครับคุณผู้อ่าน....สตีฟ  ^_~

 



~~END~~


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

495 ความคิดเห็น

  1. #486 Boatiezz (@3oatiezz) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2557 / 05:11
    ถูกต้องแล้วค่ะสตีฟฟฟฟฟ



    แทครักคุณมากเลยอะ อบอุ่นมากด้วย

    คุณนี่ก็น่ารัก เจ้าเล่ห์นิดๆ แบบคนมีฟอร์ม(เยอะ)
    #486
    0
  2. #470 tooktook222 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 เมษายน 2556 / 18:54
    ชอบมากกกกกเลยค่ะ

    น่ารักสุดๆ

    ยังงัยก็แทคคุณอยู่แล้ว
    #470
    0
  3. #463 ponponpor (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มกราคม 2556 / 15:39
    =v= ชอบบบบบ ฟินนนนนนน

    ขอบคุณไรท์เตอร์มากค่ะ.....
    #463
    0
  4. #446 เต็งหนึ่ง (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กันยายน 2555 / 15:41
    อิจฉา อยากได้อ้า อยากได้มั่ง TK TK TK

    สตีพ เป็น กัลยาณมิตร เจง เจง
    #446
    0
  5. #424 olive-on (@olive-on) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2555 / 00:24
    น่ารักจัง

    ถูกต้องที่สุดเลยสตีฟ
    #424
    0
  6. #395 chahoro (@charuhoru) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 เมษายน 2555 / 15:26
     น่ารักมากที่สุดดด กรีีดด โรแมนติกมากอ่ะ
    คุนนี่ใช้วิธีนี้น่ารักน่าหยิกที่สุด ชอบมากค่ะไรทื ขอบคุณมากนะคะ

    #395
    0
  7. #393 นานา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 เมษายน 2555 / 20:45
    รักสตีฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ>< หวานมาก แทคคุณเท่านั้นแหละ
    #393
    0
  8. #373 นานา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มกราคม 2555 / 22:58
    โรแมนติกมากเลยค่ะ

    บอกรักกลางสายฝน

    อากาศเย็นๆมีคนให้กอด

    แค่คิดก็อุ่นหัวใจแล้วค่ะ

    อย่างที่สตีฟว่าใช้ใจ

    อย่าฟังแต่สมองและมองหาแต่เหตุผล

    ในเรื่องความรัก
    #373
    0
  9. #361 khawkhun (@noppawanseikram) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มกราคม 2555 / 07:41
    เอ้ย หวานอะ โรแม๊นนนนมากอะ
    บอกรักกันท่ามกลางสายฝน
    จะบอกว่าอิเหมียวเจ้าเล่ห์ คนที่
    เจ้าเล่ห์ไม่แพ้กันก็คุนนี่ของเราอะ
    แต่อย่างไงก็น่ารักอะ
    #361
    0
  10. #356 คนผ่านทาง (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 / 01:27
    เอร๊ยย หวานซ๊าาาาา -////- อ่านซะเคลิ้มเรย โหะๆ
    #356
    0
  11. #338 TattA (@sun036) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2554 / 00:47
    ยิ่งอ่านยิ่งเขิน

    กว่าจะลงตัว

    เล่นเอาลุ้นเชียว
    #338
    0
  12. #335 pikko (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 / 13:32
    โรแมนติคมากกกก อ่ะ ชอบ >
    #335
    0
  13. #332 Onjung (@onjung1119) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 / 07:18

    อิอ๊ค เกือบอกหัก ถ้าคุณไม่มาเฉลย ก็คงไม่รู้ไปอีกนาน

    แหมหวานเชียว แค่มีคำว่ารักตรงกลางเราสองคน

    อึ๋ย หวานเชียว

    ขอบคุณไรท์เตอร์ค่ะ

    #332
    0
  14. #331 aey (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 / 05:24
    ดีนะที่คุณวิ่งตามมาเฉลยข้อความไม่งั้นแทคคงเข้าใจผิดก็มันยากจะเข้าใจนะ
    #331
    0
  15. #329 iy9ok (@rak-khunnie0624) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 / 00:12
    เรื่องนี้ยังไม่ได้อ่านตั้นแต่ต้นแต่ดันมาอ่านตอนซะแระ...แต่ดีใจนะคะที่เรื่องนี้จบแบบนี้ค่ะ...(นั่งยิ้มหน้าบานอยู่หน้าคอม)

    เดี๋ยวจะตามไปอ่านตอนแรกนะคะ...ขอบคุณค่ะ

    #329
    0
  16. #328 belonging (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2554 / 18:53
    ชอบเรื่องนี้มากกกกกค่ะไรเตอร์ อ่านแล้วรู้สึกหวิวๆตามคุนนี่ >//////< แทคน่ารักมากกกกกอ่ะ งื้ออออออออออ
    #328
    0
  17. #315 oppa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2554 / 12:34
    หวานกันมากเลยอ่า

    อ่านเองแล้วนั่งยิ้มอยู่คนเดียว

    เขินมากๆๆ ขอบคุณนะคับไรท์เตอร์
    #315
    0
  18. #310 ott1212 (@ott1212) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2554 / 14:39
    เห็นด้วย........................................


    แทค.........ตุณ...............เหมาะสมที่สุด.............
    #310
    0
  19. #294 khun-trak (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2554 / 20:45
    กรี๊ดดดหวานมากอ่ะ



    แทคคุณเท่านั้น ถูกเลยสตีฟ กีซซซ
    #294
    0
  20. #293 sujupm (@stillpm) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2554 / 09:12
    น่ารักจังเลยค่ะแทคคุณนี่
    ไรเตอร์ค่ะรออ่านตอนต่อไปอยู่นะค่ะ
    #293
    0
  21. #285 D-sine (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2554 / 23:00
    กร๊ีดดดดดดดดดดดดดดดดดดด





    TK Forever >< ........
    #285
    0
  22. #281 Louis @_@ DAVIL (@am-in-the-world) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2554 / 19:15

    น่ารักที่สู๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดเค่อะ Love TK~~~~~~~~~

    #281
    0
  23. #275 fate (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2554 / 00:55
    แทคคุณ แทคคุณ แทคคุณ ชอบมากกกกกก น่ารักมากกกกก โชคชะตาไม่อาจคาดการณ์ได้ โชคชะตาจริงงงงง
    #275
    0
  24. #273 dekkaset56 (@goay56) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2554 / 00:00

    อือหายไปนายเลยนะคะไรเตอร์ แต่ก็ดีใจนะที่แทคกับคุณจบกันด้วยความรัก มีพ่อสื่อช่วยด้วย

    #273
    0