2PM [[[SF TK Couple]]]

ตอนที่ 13 : [[SF]] I’m In Love [In the Rainy Day] 2 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 778
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    20 มิ.ย. 54




I Knew I loved You

(ฉันรู้ว่าฉันรักคุณ)

บางทีนี่อาจเป็นแค่ลางสังหรณ์ แต่มีบางอย่างที่ชัดเจนโดยไม่ต้องมีคำถามใด

เมื่อมองในแววตาของคุณ ทันใดนั้นฉันก็ได้ค้นพบอนาคตของตัวเอง

และมันก็ดำเนินไป ฉันคิดว่าฉันได้พบคนที่เข้าใจที่สุดแล้ว

ฉันรู้ว่านี่อาจจะฟังดูเหมือนเสียสติ แต่ฉันเชื่อเช่นนั้น...

ฉันรู้ว่าฉันรักคุณก่อนที่ฉันจะได้รู้จักคุณเสียอีก คิดฝันไปว่ามีคุณมาใช้ชีวิตร่วมกัน

ฉันรู้ว่าฉันรักคุณก่อนที่ฉันจะได้รู้จักคุณเสียอีก และฉันก็รอคุณมาตลอดทั้งชีวิตของฉัน

มันเหมือนไม่มีคำอธิบายและเหตุผล เป็นเพียงแค่ความรู้สึกที่ถูกเติมเต็ม

และในแววตาคู่นั้น ฉันก็ได้พบกับสิ่งที่ขาดหายไป

สิ่งที่ได้ค้นหามาตลอด เหมือนได้ค้นพบทางกลับบ้าน

ฉันรู้ว่านี่อาจจะฟังดูเหมือนเสียสติ แต่ฉันเชื่อเช่นนั้น...

ฉันรู้ว่าฉันรักคุณก่อนที่ฉันจะได้รู้จักคุณเสียอีก
คิดฝันไปว่ามีคุณมาใช้ชีวิตร่วมกัน

ฉันรู้ว่าฉันรักคุณก่อนที่ฉันจะได้รู้จักคุณเสียอีก และฉันก็รอคุณมาตลอดทั้งชีวิตของฉัน

เทพธิดานับพันกำลังโบยบินรอบๆตัวคุณ เมื่อพบคุณแล้วเหมือนชีวิตได้เติมเต็ม

ฉันรู้ว่าฉันรักคุณก่อนที่ฉันจะได้รู้จักคุณเสียอีก คิดฝันไปว่ามีคุณมาใช้ชีวิตร่วมกัน

ฉันรู้ว่าฉันรักคุณก่อนที่ฉันจะได้รู้จักคุณเสียอีก และฉันก็รอคุณมาตลอดทั้งชีวิตของฉัน





 

((((((((((((((Rrrrrrrrrrrrrrr))))))))))))))

 



เสียง โทรศัพท์มือถือของผมดังขึ้นในขณะที่ผมกำลังนอนขดตัวอยู่บนโซฟาตัวใหญ่พร้อม กับที่ร่างของผมมีผ้าห่มผืนโตพันรอบร่างกายของตัวเองอยู่ในขณะเดียวกันมือ ของผมมีหนังสือนิยายเล่มโตที่ผมกำลังตั้งหน้าตั้งตาอ่านมันมาตั้งแต่เมื่อ วานหลังจากที่ผมกลับมาจากร้านอาหาร วันนี้เป็นวันศุกร์ ผมไม่มีเรียน ผมจึงมีโอกาสได้มานอนอ่านหนังสือเล่มโปรดของตัวเองแบบนี้ที่ห้อง ในขณะที่บรรยากาศภายนอกวันนี้นั้นอากาศก็ยังคงอึมครึมเช่นเคย แต่จะต่างกันตรงที่วันนี้ฝนยังไม่ตกเท่านั้นเอง ผมวางหนังสือในมือลงบนโซฟาเบาพร้อมกับที่เอื้อมมือไปหยิบมือถือที่บริเวณ โต๊ะใกล้ๆขึ้นมารับทันที

 


ฮัลโหล...ว่าไงสตีฟ??? ผมเอ่ยถามทันทีที่ผมกดรับสาย

 


มอร์นิ่งคุณ ตอนนี้นายอยู่ไหน??? สตีฟเอ่ยถาม

 


อยู่ห้องสิ วันนี้ไม่มีเรียนนี่น่า แล้วนายล่ะอยู่ไหน ทำไมเสียงดังจัง

 


ฉันออกมาหาเพื่อนนิดหน่อยอ่ะ ว่าแต่นายเถอะ วันนี้นายจะออกไปไหนไหม

 


เอ่อ.....คงไม่ออกไปไหนอ่ะ อยากอยู่ห้องนอนอ่านหนังสือที่เพิ่งยืมมามากกว่า

 


เอ้อ....ดี เลยๆ นายนอนอ่านหนังสืออยู่ที่ห้องนั่นแหละ แล้วเดี๋ยวเย็นๆฉันจะเข้าไปหานะ ฉันจะซื้อของเข้าไปทำดินเนอร์ที่ห้องนายด้วย นายเตรียมแช่ไวน์ไว้ก็แล้วกัน.....

 


หืม...นายเนี่ยนะจะทำดินเนอร์สตีฟ ปกติฉันไม่เคยเห็นนายทำนี่น่า วันนี้นึกอะไรขึ้นมาผมเอ่ยถามด้วยความสงสัย

 


เอาน่า....ทำตามที่ฉันบอก งั้นแค่นี้ก่อนนะเพื่อนฉันมาแล้ว ไว้เจอกันเย็นนี้คุณ บายและทันทีที่สตีฟพูดจบเขาก็กดวางสายไปทันที ทิ้งให้ผมต้องมองโทรศัพท์ในมือของตัวเองด้วยความ งงๆ

 


อะไรของเขากันนะ มาแปลกนะวันนี้ แต่ก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องออกไปทานนอกห้องแถมยังมีคนมาทำให้ทานอีก...สบายชะมัด ผมเอ่ยกับตัวเองขำๆ พร้อมกับที่วางโทรศัพท์ในมือลงบนโต๊ะอีกครั้ง และผมก็ลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูง ผมสาวเท้าเดินเข้าไปในครัวเพื่อที่จะหาอะไรทานเป็นอาหารเช้าสักหน่อย ผมจัดการเปิดตู้เย็นออกมาเพื่อดูว่าจะพอมีอะไรที่จะสามารถเป็นอาหารเช้าของ ผมได้บ้าง ในตู้เย็นมีขนมปังที่ใช้ทำแซนวิชง่ายๆ น้ำสลัด มายองเนส ผักสลัด มะเขือเทศ และทูน่ากระป๋องที่เหลืออยู่นิดหน่อย ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ เพราะตอนนี้แค่คิดว่าจะต้องทานแซนวิชทูน่ากับโกโก้ร้อนเป็นอาหารเช้าผมก็ เบื่อมันแล้วล่ะ แต่ถ้าจะให้ผมเดินลงไปทานอาหารที่ร้านใกล้ๆคอนโดผมก็ขี้เกียจ ว่าแล้วผมก็จัดการเอื้อมมือไปหยิบทุกอย่างที่จะใช้ทำแซนวิชทูน่าออกมาจากตู้ เย็น แต่แล้วสายตาของผมก็เหลือบไปเห็นกล่องอะไรบางอย่างที่ถูกยัดไว้ตรงมุมในสุด ของตู้ ผมเอื้อมมือไปหยิบกล่องพลาสติกใบนั้นช้าๆ และมันก็ทำให้ผมต้องอมยิ้มด้วยความพึงพอใจ เพราะอาหารมือเช้าของผมวันนี้มันไม่ใช่แซนวิชทูน่าแล้ว อาหารมือเช้าของผมวันนี้ก็คือ สปาเก็ตตี้ครีมซอสแสนอร่อยของร้านประจำของผมนั่นเอง




ผม จัดการหยิบการ์ดใบเล็กที่มีข้อความของคนตัวโตคนนั้นออกจากฝากล่อง และผมก็ยัดกล่องนั้นเข้าไปในไมโครเวฟอย่างรวดเร็ว กดตั้งเวลาและกดสตาร์ทเป็นอันเสร็จพิธี ผมเลื่อนสายตากลับมาดูการ์ดในมือของตัวเองอีกครั้งและจู่ๆใบหน้าของคนตัวโต ก็โผล่ขึ้นมาในหัวของผมซะอย่างนั้น รอยยิ้มและดวงตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนแบบแปลกๆ ความมีน้ำใจและการช่วยเหลือที่ดูเหมือนจะมาถูกที่ถูกเวลาซะทุกทีที่ผมต้อง การ และสิ่งที่มันทำให้ผมรู้สึกว่าเขาคนนี้รู้อะไรเกี่ยวกับตัวผมมากมายเหลือ เกิน แต่.....ทำไมผมถึงรู้สึกแปลกๆแบบนี้นะ จะว่ากลัวมั้ย??? มันก็กลัวอยู่หรอก จะว่าไม่ชอบหรือไม่สนใจมั้ย??? มันก็ไม่ใช่ซะทั้งหมด และจะว่าชอบมั้ย??? มันก็ชอบนะ ชอบมากเสียด้วยสิ นี่ผมเป็นอะไรของผมกันแน่นะ??? ผมคงบ้าไปแล้ว ผมไปรู้สึกกับคนที่เพิ่งเจอกันได้แค่สองครั้งได้ยังไง???? บ้าชะมัด ผมสะบัดหัวตัวเองอย่างแรงเพื่อไล่ความคิดและความรู้สึกบ้าๆนั่นออกไป ผมจัดการแปะการ์ดใบเล็กไปที่ประตูตู้เย็นทันที และผมก็รีบสาวเท้าออกมาจากครัว เพื่อจะกลับมานั่งอ่านหนังสือต่อ แต่ก่อนที่ผมจะเดินไปถึงโซฟา เท้าผมกับสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างที่ถูกวางไว้ตรงมุมห้อง

 



เฮ้ยยยยย ผม ร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ พร้อมกับที่ผมรีบย่อตัวลงเพื่อไปหยิบของชิ้นนั้นที่มันกำลังจะหล่นลงมาทับ เท้าผม สิ่งๆนั้นคือร่มสีน้ำเงินคันใหญ่ของคนตัวโตคนนั้นนั่นเอง ผมจ้องมองร่มในมือนิ่ง และผมก็ตัดสินใจเดินเอาร่มคันใหญ่ไปแขวนไว้ที่บริเวณที่แขวนเสื้อโค๊ดตรง ประตูหน้าห้องอย่างรวดเร็ว

 



ออก ไปนะ นายจะเข้ามาอยู่ในหัวสมองของฉันทำไมเนี่ย??? เราต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ ทำไมต้องคิดถึงหน้าหมอนั่นอีกแล้วนะ นิชคุณนายเป็นอะไรไป?? นายTY บ้าเอ๊ย!!!!!”ผมสถบกับตัวเองพร้อมกับที่รีบสาวเท้าออกมาจากตรงนั้นเพื่อจะกลับไปที่โซฟากลางห้องอีกครั้ง.....

 


+++++++++++++++++++

 



กริ๊ง กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

 


คุณเปิดประตูเร็วเข้าคุณ.......

 



เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นพร้อมกับเสียงของสตีฟที่ดังมาแต่ไกล ทำให้ผมต้องรีบสาวเท้าของตัวเองไปที่บานประตูทันที

 


มาแล้วๆ....อย่าโวยวายเสียงดังนักสิ รบกวนข้างห้องเขา ผม เอ่ยบอกพร้อมกับที่ปลดล็อคบานประตู และผมก็เห็นสตีฟที่ตอนนี้ถือถุงกระดาษที่ข้างในบรรจุของกินสดๆตั้งมากมาย ผมทำท่าจะเอื้อมมือไปช่วยหยิบถุงกระดาษจากสตีฟแต่ผมก็ต้องหยุดกระทำ

 


ไม่ต้องมาช่วยฉันหรอกน่า นายออกไปช่วยเพื่อนฉันดีกว่า รายนั้นถือของมาเยอะกว่าฉันอีก สตีฟเอ่ยบอกพร้อมกับที่เขาแทรกตัวเข้ามาภายในห้องของผม ผมกำลัง งงๆ จึงหลีกทางให้สตีฟเข้ามาด้านใน

 


นายว่าอะไรนะ ผมเอ่ยถามอีกครั้งหลังจากที่สมองไม่สามารถประมวลผลในสิ่งที่สตีฟเพิ่งพูดจบไปได้....

 


ฉันบอกว่าให้นายออกไปช่วยเพื่อนฉันถือของเข้ามาในห้อง เข้าใจแล้วใช่ไหมนิชคุณ???” สตีฟหันหน้ามาบอกผมอีกรอบในขณะที่เขากำลังตั้งตาเอาของสดออกจากถุง

 


เพื่อนนาย??? นายพาเพื่อนมาด้วยเหรอ ทำมานายไม่บอกฉันก่อนเล่า ฉันไม่ได้เตรียมตัวหรือเก็บห้องไว้ก่อนเลยนะ ผมเอ็ดสตีฟเสียงเขียว แต่สตีฟกลับยกยิ้มให้ผมซะอย่างนั้น

 


เอาน่า....เพื่อนฉันมาแค่คนเดียวเอง ออกไปช่วยมันหน่อยนะ ป่านนี้ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงบ้าง สตีฟเอ่ยบอก ทำเอาผมต้องยกนิ้วชี้ขึ้นมาส่ายไปส่ายมาใส่หน้าสตีฟทันที

 


เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวฉันจะกลับมาเอาเรื่องนาย ผม เอ่ยเพียงแค่นั้น พร้อมๆกับที่ผมก้าวเท้าออกไปนอกห้องเพื่อมองหาเพื่อนที่สตีฟว่า และผมก็เจอผู้ชายคนหนึ่งกำลังยืนนิ่งอยู่ตรงข้างๆบานประตูห้องผม ในมือของเขาถือลังใบใหญ่และข้างในก็เต็มไปด้วยถุงกระดาษที่บรรจุผลไม้สด ขนมปังฝรั่งเศส และอะไรอีกมากมาย จนมันทำให้ผมไม่สามารถที่จะมองเห็นใบหน้าของเขาได้ ผมรู้เพียงแค่ว่าเขาสูงกว่าผมและเขาก็คงจะหนักมากก็แค่นั้นเอง ผมรีบสาวเท้าเดินเข้าไปหาชายคนนั้นทันที

 



ให้ผมช่วยถือนะครับ ขอโทษที่ให้คุณต้องรอนาน เชิญเข้าไปข้างในเถอะครับ สตีฟรออยู่ด้านในแล้ว ผมเอ่ยบอกชายคนนั้นพร้อมกับที่ผมเอื้อมมือไปช่วยชายคนนั้นถือลังใบใหญ่ที่ อยู่ในมือของเขาอย่างรวดเร็ว แต่แล้วจู่ๆมือของผมก็ถูกเขาคนนั้นเลื่อนขึ้นมาจับไว้ทั้งสองข้างในขณะที่ผม ยังคงถือลังใบใหญ่นั้นอยู่ ผมสะดุ้งด้วยความตกใจและแล้วลังใบใหญ่ที่มีของบรรจุไว้มากมายมันก็ได้เลื่อน ให้ต่ำลง เผยให้ผมเห็นใบหน้าของชายคนนั้นได้ถนัดตา และมันก็ทำให้ผมต้องตาโตด้วยความตกใจทันที

 


คุณ????

 


สวัสดีครับ ยินดีที่ได้พบกันอีกนะครับคุณนิชคุณ.... คนตัวโตเอ่ยทักทายผมพร้อมกับรอยยิ้มที่ผมสาบานได้เลยว่ามัน.....มันน่ารักมาก >///<

 



คุณมาทำอะไรที่นี่??? อย่าบอกนะว่าคุณคือเพื่อนของสตีฟ ผมเอ่ยถามคำถามที่ดูจะโง่เง่าเอาการ ก็จะให้ทำไงได้ล่ะ ก็สมองของผมตอนนี้มันตื้อไปหมดแล้วนี่......

 


เข้าไปด้านในกันเถอะครับ สตีฟรอแย่แล้ว คนตัวโตเอ่ยบอกพร้อมกับที่เขาทำท่าจะเดินเข้าไปด้านในของห้องในขณะที่เขายังคงจับอยู่บนมือของผม ผมรั้งเท้าของตัวเองไว้ทันที


 

นี่คุณ....คุณคิดจะเดินเข้าไปข้างในแบบหรือไง ตอนนี้คุณกำลังจับอยู่บนมือผมนะ แล้วไอ้ท่าทางแบบนี้มันจะเดินไปได้ยังไงกันล่ะ??? ผมเอ่ยบอกเสียงเรียบแต่ใครจะรู้ว่าในหัวใจของผมตอนนี้มันเต้นไม่เป็นส่ำ

 


โอ๊ะ....ขอโทษทีครับถ้าอย่างนั้นคุณก็เชิญถือของทั้งหมดก็แล้วกัน คนตัวโตเอ่ยบอกพร้อมกับที่เขาปล่อยมือที่กำลังจับอยู่บนมือผมเพื่อที่จะช่วย ผมถือของออกเช่นกัน ผมตกใจมากแต่ผมก็รับลังใบใหญ่นั้นไว้ได้ ผมหันไปมองหน้าคนตัวโตตาเขียวเลยทีเดียว

 



อยู่ๆก็ปล่อยแบบนี้เนี่ยนะ ดีนะที่ผมรับน้ำหนักมันไว้ทัน ไม่อย่างนั้นของทั้งหมดได้ตกลงพื้นแน่ๆ คุณเป็นบ้าอะไรกันเนี่ย??? ผมแหวใส่เขาเสียงดัง แต่เขากลับยกยิ้มใส่ผมแล้วจู่ๆร่างของผมก็ลอยขึ้นไปอยู่แนบอกเขาโดยที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัว

 


ว๊ากกกกกกกก ผมร้องเสียงหลงด้วยความตกใจพร้อมกับที่ผมหันหน้าไปสบตากับคนตัวโตอีกครั้ง ใบหน้าของผมตอนนี้มันทั้งตกใจและไม่พอใจมันผสมปนเปกันไปหมดแต่ใบหน้าของคน ตัวโตกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม รอยยิ้มที่ผม.....ผม????




 

ทำบ้าอะไรของคุณอีกเนี่ย??? อุ้มผมแบบนี้ทำไม วางผมลงเดี๋ยวนี้นะ.... ผมเอ่ยบอกเสียงดังลั่น ทำเอาสตีฟที่อยู่ด้านในของห้องต้องวิ่งออกมาที่หน้าประตูเลยทีเดียว

 


เป็นอะไรกัน เสียงดังเชียว สตีฟเอ่ยถามเสียงระรัว ทำเอาผมและคนตัวโตหันหน้าไปมองสตีฟแทบจะพร้อมกันเลยทีเดียว

 



อ้าว...ไอ้แทค แกทำอะไรของแกว่ะ อยู่ๆไปอุ้มคุนนี่ทำไม???  สตีฟเอ่ยถามเสียงเรียบแต่ใบหน้าของเขามันไม่ได้เรียบเหมือนเสียงหรอกนะครับ เพราะผมแอบเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของเขา รอยยิ้มแบบนี้ที่มักจะเกิดขึ้นตอนที่เขากำลังถูกใจอะไรบางอย่าง???

 


ก็ไม่มีอะไร ฉันก็แค่จะช่วยเพื่อนนายยกของก็แค่นั้นเอง นายเข้าไปด้านในเถอะ เดี๋ยวฉันจัดการตรงนี้เอง.... คนตัวโตเอ่ยบอก

 


เออ...รีบเข้าไปนะ สตีฟเอ่ยเพียงแค่นั้น พร้อมกับที่เขาเดินกลับเข้าไปในห้อง

 


เฮ้ย....สตีฟจะไปไหน ออกมาช่วยฉันก่อนดิ เพื่อนนายเป็นบ้าอะไรก็ไม่รู้ สตีฟออกมานะออกมา.... ผมตะโกนโหวกเหวกโวยวายเสียงดังลั่น แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าสตีฟจะออกมาเลย

 


เบาๆหน่อยสิครับ รบกวนข้างห้องเขานะ จู่ๆคนตัวโตก็เอ่ยขัดขึ้น ทำเอาผมต้องหันกลับไปมองหน้าเขาเลยทีเดียว

 


เป็นเพราะใครล่ะถ้าไม่ใช่เพราะคุณ วางผมลงนะ วางผมลง.... ผมเอ่ยพร้อมกับดิ้นไปมา

 


ก็ผมเห็นคุณถือของหนัก ผมก็จะช่วยถือยังไงล่ะครับ เราเข้าไปด้านในกันดีกว่านะ สตีฟรอนานแล้ว คนตัวโตเอ่ยกระซิบแผ่วที่บริเวณริมใบหูของผม ผมสัมผัสได้ถึงไอลมอุ่นๆที่เข้ามาปะทะริมใบหูผม หน้าของผมร้อนผ่าวๆขึ้นมาทันที และทันทีที่เขาพูดจบเขาก็สาวเท้าพาร่างของเขาที่มีผมอยู่ในอ้อมแขนเข้าไป ด้านในทันที ผมจะทำอะไรได้นอกจากอ้าปากค้าง ตาโตเพราะยังตกใจไม่หาย และในตอนนี้ทั้งเขาและผมก็เข้ามาอยู่ในห้องเรียบร้อยแล้ว คนตัวโตพาร่างของผมเดินเข้าไปในครัว สตีฟหันมามองผมและคนตัวโตทันทีและผมก็แอบเห็นรอยยิ้มแบบนั้นของสตีฟอีกแล้ว

 


ปล่อยผมลงสิ ผมเอ่ยบอกคนตัวโตเสียงระรัวพร้อมกับที่ผมพยายามดิ้นเพื่อให้หลุดจากการเกาะ กุมของเขาไปด้วยซึ่งผมไม่รู้เลยว่าตอนนี้แก้มของตัวเองได้แดงมากขนาดไหนแล้ว

 


ครับผม คนตัวโตเอ่ยบอกยิ้มๆพร้อมกับที่เขาวางร่างของผมลงช้าๆ ผมรีบพยุงตัวเองให้ยืนเต็มสองขาในขณะที่ในมือของผมยังคงมีลังใส่ของสดใบใหญ่ อยู่ แต่แล้วจู่ๆลังใบนั้นก็ได้ลอยเข้าไปอยู่ในมือของคนตัวโตอย่างรวดเร็ว ผมหันขวับไปมองหน้าคนตัวโตทันที

 


เดี๋ยวผมจะทำดินเนอร์ให้คุณทานนะ อยากทานอะไรเป็นพิเศษมั้ยครับ??? คนตัวโตเอ่ยพร้อมกับที่เขาส่งยิ้ม....ยิ้มที่แสนจะอ่อนโยนมาให้ผม

 


ตึก ตึก ตึก..................หัวใจของผมเร็วระรัวพร้อมกับที่ผมรู้สึกร้อนที่แก้มของตัวเองอีกแล้ว ให้ตายเถอะ!!!!!!!! >///<

 


ไอ้แทค แกจะทำให้คุนนี่ทานคนเดียวรึไง แล้วฉันล่ะว่ะ จู่ๆเสียงสตีฟก็เอ่ยถามขึ้นพร้อมกับหัวเราะเบาๆ ทำเอาผมและคนตัวโตหันไปมองสตีฟพร้อมกันเลยทีเดียว

 


ฉันก็ทำให้แกด้วยนั่นแหละ แต่.....มันก็มีพิเศษสำหรับใครบางคน คนตัวโตตอบพร้อมกับที่ตอนท้ายประโยคเขาหันมาสบตาผมซะอย่างนั้น.....



 

สตีฟ.....นายเป็นเพื่อนกับผู้ชายคนนี้เหรอ??? ผมเอ่ยถามเสียงดัง ทำเอาผู้ชายทั้งสองคนหันมามองผมเป็นตาเดียว

 


ใช่สิ....นี่เพื่อนฉันเอง อ๊ค แทคยอน รู้จักกันไว้สิคุนนี่... สตีฟตอบพร้อมกับรอยยิ้มกวนประสาท ซึ่งมันทำให้ผมเริ่มเข้าใจบางอย่างขึ้นมาบ้างแล้ว.....

 



ยินดีที่ได้รู้จักกันอย่างเป็นทางการนะครับคุณนิชคุณ ผมอ๊ค แทคยอนครับ แต่เรียกผมว่าแทคดีกว่านะครับ มันจะได้ดูสนิทสนมกันหน่อย..... คนตัวโตแนะนำตัวพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง

 



แทคยอน TY  แทคยอน TY  เขารู้จักผม เขารู้จักชื่อผม เขาเป็นเพื่อนสตีฟ เขาเป็นเพื่อนสตีฟ!!! อย่าบอกนะว่า!!! และ สิ้นความคิด ผมหันขวับกลับไปมองหน้าเจ้าเพื่อนตัวแสบทันที และสิ่งที่ผมได้รับคือรอยยิ้มที่บ่งบอกว่าเจ้าตัวเกิดอาการพอใจมากแค่ไหน พร้อมกับที่สตีฟพยักหน้าให้ผมหงึกหงักเหมือนกับเขารู้ว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่ และเขาก็กำลังบอกผมว่าสิ่งที่ผมคิดนั้นมันถูกต้องแล้ว!!!!!!!!!!!!!!

 


สตีฟ...นี่นาย!!!” ผมเอ่ยเสียงดังลั่นด้วยความตกใจปนกับความเข้าใจ

 


เข้าใจแล้วใช่ไหมคุนนี่??? สตีฟเอ่ยถามพร้อมกับที่เขาสาวเท้าเข้ามาใกล้ผม ผมชักสีหน้าบูดบึ้งขึ้นมาทันที

 


นายมีเรื่องต้องคุยกับฉัน มานี่เลยสตีฟ ผม เอ่ยบอกเสียงขุ่นพร้อมกับที่เอื้อมมือไปดึงแขนสตีฟให้เดินตามผมเข้าไปในห้อง นอนทันที และก่อนที่ผมจะเดินเข้าห้องนอนไปนั้น ผมต้องเดินผ่านหน้าของคนตัวโตที่กำลังยืนยิ้มแฉ่งส่งมาให้ผม ผมและเขาสบตากันนิดๆ ผมชักสีหน้าใส่คนตัวโตไปเสียหนึ่งที ทำเอาคนตัวโตถึงแทบจะหุบยิ้มเลยทีเดียว ผมรีบสาวเท้าให้ผ่านหน้าคนตัวโตอย่างรวดเร็ว

 


ไอ้แทคแกทำดินเนอร์รอไปก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันกับคุณมา ขอเวลาเคลียร์แป๊บ... สตีฟเอ่ยบอกคนตัวโต ในขณะที่เท้าของมันก็เดินตามผมมา ผมรีบพาสตีฟเดินเข้าไปในห้องนอนและผมก็จัดการปิดประตูลงทันที

 


ปั้ง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!



 

ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย...สตีฟ??? ผมเอ่ยถามทันทีที่เราสองคนเข้ามาอยู่ในห้องกันตามลำพัง

 


ฉันทำอะไร??? สตีฟเอ่ยถาม ทำเอาผมต้องหันหน้าไปเผชิญกับเขาเลยทีเดียว

 


ยังจะมาถามฉันอีก เดี๋ยวเถอะ ผมเอ่ยเสียงขุ่น

 




โอ๋ๆ คุณ อย่าโกรธนะ ฉันก็แค่ตอบคำถามที่เจ้าแทคมันอยากรู้ก็แค่นั้นแหละ สตีฟเอ่ยเสียงอ่อนพร้อมกับที่เขาเดินเข้ามาใกล้ผม ท่าทางและน้ำเสียงแบบนี้บ่งบอกให้ผมรู้ว่าสตีฟกำลังพยายามทำให้ผมใจเย็นลง

 


เขามาถามอะไรนาย??? ผมอ่ยถามด้วยความอยากรู้

 


เจ้าแทคมันมาถาม....มันมาถามชื่อนายกับฉันอ่ะ

 



แล้วนายก็บอกไปอย่างนั้นสิ แล้วมีอะไรอีก นายบอกอะไรหมอนั่นไปอีก บอกฉันมาให้หมดนะสตีฟ ผมเอ่ยคาดคั้น

 


ฉันก็บอกไปแค่นั้นแหละ

 



ไม่เชื่อ ไม่ต้องมาโกหกเลย นายเป็นคนบอกนายTY นั่นใช่ไหม??? ว่าฉันชอบดื่มและทานอะไร ว่าไงสตีฟ

 



หือ.....บอกอะไร ฉันไม่ได้บอกจริงๆนะ สตีฟเอ่ยพร้อมกับที่เขาแสดงสีหน้าว่าเขาไม่รู้เรื่องนี้จริงๆ???

 


จริงอ่ะ แล้วนายนั่นรู้ได้ยังไงว่าฉันชอบดื่มและทานอะไร??? ผมเอ่ยเสียงเบากับตัวเอง ทำเอาสตีฟมองหน้าผมด้วยสายตาตกใจนิดๆเลยทีเดียว

 


ไปทานข้าวกันมันมาแล้วเหรอ???

 


อะไรของนาย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่ฉันอยากรู้สักหน่อย อย่ามาเบี่ยงเบนประเด็นน่าสตีฟ

 


นั่นแน่....ไปทานข้าวกับเจ้าแทคมันมาแล้วใช่ไหมคุนนี่??? สตีฟเอ่ยถามพร้อมกับรอยยิ้มล้อและมันก็ทำให้ผมต้องรีบหาเรื่องอื่นมาพูดแทนเลยทีเดียว

 


ไม่ต้องมาถาม นายมีสิทธิ์ตอบคำถามฉันเท่านั้น ผมเอ่ยเสียงระรัว

 


มันรุกนายเร็วขนาดนี้เชียว จู่ๆสตีฟก็เอ่ยขึ้น ทำเอาผมที่กำลังคิดเรื่องนั้นอยู่ถึงกลับต้องหันไปสบตากับสตีฟเลยทีเดียว

 


อะไรของนายอีกล่ะ???

 


ฮ่าๆๆๆๆ ไม่อยากจะเชื่อ เจ้านี่มันร้ายนักนะ แป๊บเดียวรู้หมดแล้วว่านายชอบอะไร ไม่ชอบอะไร สตีฟเอ่ยพร้อมกับหัวเราะเสียงดังลั่น ทำเอาผมถึงกลับต้องขมวดคิ้วเข้าหากันเลยทีเดียว

 


ไม่ ต้องมาทำหน้าสงสัยแบบนั้นเลย เราออกไปข้างนอกกันดีกว่า ป่านนี้เจ้าแทคมันรอแย่แล้ว ส่วนเรื่องอื่นๆถ้านายอยากรู้นักนายก็ไปถามเจ้าแทคมันดูเองก็แล้วกัน..... และทันทีที่สตีฟพูดจบเขาก็สาวเท้าเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ผมตาโตขึ้นอีกครั้งด้วยความตกใจ

 


เฮ้ย ยย สตีฟ อะไรของนายกันเนี่ย??? นายพูดถึงอะไรกัน??? นายหมายความว่าอะไรกันแน่??? แล้วเรื่องร่มนั่นล่ะ นายรู้ตั้งแต่แรกใช่ไหมว่าเป็นของนายTY คนนี้ สตีฟ สตีฟฟฟ ผมร้องโหยหวนพร้อมกับที่รีบสาวเท้าตามเจ้าเพื่อนตัวดีออกไปที่ห้องครัวอย่าง รวดเร็ว แต่ผมก็ต้องหุบปากลงเพราะว่าจู่ๆ คนตัวโตที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำอะไรบางอย่างอยู่ในครัวกลับเงยหน้าขึ้นมามอง ผมซะอย่างนั้น ตาของเราสองคนสบกันนิ่งพร้อมกับที่จู่ๆประโยคที่สตีฟพูดเมื่อสักครู่มันกลับ เข้ามาในสมองของผมอีกครั้ง

 

 

ไปทานข้าวกันมันมาแล้วเหรอ???

 

มันรุกนายเร็วขนาดนี้เชียว

 

ฮ่าๆๆๆๆ ไม่อยากจะเชื่อ เจ้านี่มันร้ายนักนะ แป๊บเดียวรู้หมดแล้วว่านายชอบอะไร ไม่ชอบอะไร

 

ไม่ ต้องมาทำหน้าสงสัยแบบนั้นเลย เราออกไปข้างนอกกันดีกว่า ป่านนี้เจ้าแทคมันรอแย่แล้ว ส่วนเรื่องอื่นๆถ้านายอยากรู้นักนายก็ไปถามเจ้าแทคมันดูเองก็แล้วกัน.....

 



ไม่อยากรู้แล้วหรือไงคุนนี่ จู่ๆเสียงสตีฟก็เอ่ยดังขึ้นทำเอาผมต้องเลื่อนสายตาหันไปเขม่นใส่เจ้าเพื่อนตัวดีทันที

 


ถามเจ้าแทคมันสิ มันอยู่นี่แล้วไง ถามเลยๆ ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน... สตีฟเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มที่แสนจะมีความสุขอีกครั้ง

 


มีอะไรจะถามผมไหมครับคุณ??? คนตัวโตที่ยืนเงียบอยู่นานเอ่ยถาม ทำให้ผมต้องเลื่อนสายตากลับมาสบตากับเขาอีกรอบ ริมฝีปากเฉียบตอนนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้มหวาน ดวงตาเรียวฉายแววขี้เล่นเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม

 


ตึก ตึก ตึก..........

 


เอา อีกแล้วไอ้หัวใจบ้าจะมาเต้นแรงอะไรตอนนี้นะ คนยิ่ง.....ยิ่ง.....ยิ่ง เฮ้ย....จะยิ่งอะไรก็ช่าง ผมรู้แค่ว่าตอนนี้ผมกำลังโดนรุม ผมอยู่ตรงนี้ไม่ได้แล้ว

 


เอ้า....เงียบทำไมล่ะคุนนี่ เมื่อกี้ยังเสียงดังกับคาดคั้นอยากได้คำตอบจากฉันอยู่เลย เจ้าแทคมันยืนให้ถามอยู่นี่ไง ถามสิ ถามสิ คิๆๆๆ สตีฟเอ่ย

 



ฉันไม่อยากรู้แล้ว อยากทำอะไรก็ทำไปเลย ฉันจะไปอ่านหนังสือต่อ ผมเอ่ยตัดบทพร้อมกับที่รีบสาวเท้าออกมาจากห้องครัวทันที บ้า บ้า บ้า บ้าที่สุด ไหนตอนแรกอยากรู้คำตอบจากปากเขานักไม่ใช่หรือไง แต่ทำไมตอนนี้ผมถึงรู้สึกเขินขึ้นมาแบบนี้ล่ะ ประโยคที่สตีฟพูดนั้น มันหมายความว่าอะไร??? ผมตีความอะไรผิดไปหรือเปล่า??? เพราะถ้าตีความไม่ผิด นี่มันแสดงว่าคนตัวโตคนนั้นเขากำลัง.....กำลัง???? เฮ้ย....ผมต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ไม่ใช่แบบนั้นหรอก อย่าคิดแบบนั้นนะนิชคุณ นายอย่าคิดอะไรบ้าๆแบบนั้นเด็ดขาด ผมสะบัดหัวตัวเองอย่างแรงเพื่อขับไล่ความคิดนั้นให้ออกไปจากสมองของตัวเอง ผมรีบสาวเท้าและเดินไปนั่งลงบนโซฟากลางห้องนั่งเล่น พร้อมกับที่ผมเอื้อมมือไปหยิบหนังสือนิยายที่ยังอ่านไม่จบขึ้นมาอ่านอีก ครั้ง....นิชคุณ

 



++++++++++++++++++++


 

จะมองตามอีกนานไหมว่ะไอ้แทค จู่ๆเสียงเจ้าสตีฟเพื่อนสนิทของผมก็ดังขึ้น ผมรีบหันหน้ากลับมามองหน้ามันทันที ใบหน้าของเจ้าสตีฟตอนนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้มล้อ

 


ก็เพื่อนนายอยากน่ารักทำไมล่ะ ผมตอบพร้อมกับรอยยิ้มเช่นกัน

 


โอ๊ยๆ นี่มันอะไรกันวะแทค ท่าทางนายจะเป็นเอามากนะเนี่ย??? ว่าแต่ว่าไปทานข้าวกับคุนนี่มาตั้งแต่เมื่อไร ทำไมไม่เล่าให้ฉันฟังบ้างวะ สตีฟเอ่ยถามในขณะที่มันเดินไปหยิบน้ำผลไม้ในตู้เย็นออกมาดื่ม

 



ก็เมื่อวานหลังจากเจอกันที่ห้องสมุดนั่นแหละ ร้านใกล้ๆห้องสมุดนั่นไง ผมตอบพร้อมกับที่สตีฟปิดประตูตู้เย็นลงและสายตาของมันก็ไปหยุดอยู่ตรงบานประตูตู้เย็นนั้นทันที

 


ดูอะไรวะสตีฟ ผมเอ่ยถามด้วยความสงสัย

 


เอาไว้ทานตอนที่คุณหิวตอนดึกๆ กล่องนี่สามารถเข้าไมโครเวฟได้เลยมันสะดวกมากสำหรับคุณ ทานให้อร่อยนะครับ^^ From….TY” เจ้าสตีฟเอ่ยพร้อมกับที่ตอนท้ายมันหันมาจ้องหน้าผมซะอย่างนั้น ทำเอาผมรู้สึกร้อนที่หน้าตัวเองเหมือนกันนะเนี่ย....>///<

 



คุณเขาถามอะไรนายบ้าง??? ผมเอ่ยถามเพื่อเบี่ยงเบนประเด็น

 


เปลี่ยนเรื่องเร็วเชียวนะ ฮ่าๆ อายเป็นด้วยรึไงนายอ๊ค แทคยอน

 


เอาน่า ตอบคำถามฉันมาดิวะสตีฟ

 


เออๆ ตอบก็ตอบ คุนนี่เขาก็ถามว่านายมาถามอะไรเกี่ยวกับตัวเขาไปบ้างก็แค่นั้นแหละ ดูท่าทางคุนนี่จะสงสัยในตัวนายมากเลยนะเนี่ย...แผนนี้ได้ผลวะแทค

 


แล้วนายตอบคุณเขาไปว่าไง

 


ฉันก็บอกแค่ว่านายมาถามชื่อเขากับฉันก็แค่นั้น.....

 


...................

 


และที่เหลือฉันก็ให้คุนนี่มาถามเอาจากนายเอง แต่ท่าทางคงจะไม่กล้าวะ เมื่อกี้ก็หน้าแดงวิ่งหนีออกไปจากครัวแล้วไง นายก็เห็น.... สตีฟเอ่ยพร้อมกับหัวเราะเบาๆในความน่ารักของคนตัวบาง ผมยกยิ้มขึ้นตามทันที

 


เออ...ให้เขามาถามฉันเองนั่นแหละดีแล้ว นายห้ามตอบอะไรไปอีกนะสตีฟ เรื่องนี้เดี๋ยวฉันจัดการต่อเอง

 


รู้ แล้วแหละน่า รุกเร็วจริงนะ นายมาถามข้อมูลกับชื่อคุนนี่กับฉันได้ไม่ถึงสามอาทิตย์ดีเลย ได้ข้อมูลใหม่เพิ่มเร็วนี่หว่า แถมเมื่อวันก่อนก็ลงทุนไปยืนรอรถประจำทางป้ายที่คุนนี่ไปยืนรอเพื่อที่จะเอา ร่มไปให้คุนนี่เพราะรู้ว่าคุนนี่ไม่ได้ติดร่มมาเรียน และเมื่อวานยังพาคุนนี่ไปทานอาหารร้านโปรดมาอีกต่างหาก ทั้งๆที่ฉันบอกนายแค่ว่าคุนนี่ชอบไปขลุกตัวอยู่ที่ห้องสมุดเป็นประจำ แต่ฉันไม่คิดว่านายจะพาคุนนี่ไปทานอาหารได้เร็วขนาดนี้ ร้ายนักนะไอ้แทค....

 



ฮ่าๆ เรื่องแบบนี้มันช่วยไม่ได้วะสตีฟ หัวใจมันเรียกร้องให้ฉันทำเองมันบอกว่ามันถึงเวลาที่ฉันจะต้องแสดงตัวและทำ ให้คุณหันมาสนใจฉันได้แล้ว เพราะถ้าปล่อยเวลาให้ผ่านไปแบบนี้ ไม่รู้ว่าวันไหนอาจจะมีใครอีกคนมาแย่งคุณไปครอบครองและถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ฉันจะไม่ให้อภัยในความโง่ของตัวเองเลย... ผมตอบติดตลกแต่มันก็แฝงไปด้วยความจริงจังพร้อมกับที่ลงมือทำอาหารตรงหน้าอีก ครั้งและผมก็แอบเบนสายตาแอบไปมองคนร่างบางที่กำลังก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือ อยู่บนโซฟาไปเงียบๆ ใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโตสดใส รับกับริมฝีปากสีชมพูระเรื่อบางเฉียบ และจมูกโด่งเป็นสันที่ดูรั้นๆเหมือนนิสัยอีกด้านที่น่ารักๆนั่นอีก ผิวขาวอมชมพูสวย เรียวขายาวรับกับส่วนสูงที่พอดี ผมมองภาพนั้นนิ่ง หลงใหล เคลิบเคลิ้ม และหัวใจเต้นแรงระรัวทุกครั้งที่ผมได้พบกับเขาคนนี้ไม่ว่าจะเป็นในวันนี้ หรือว่าในวันนั้นวันที่ผมได้เจอกับเขาเป็นครั้งแรก ความรู้สึกทุกอย่างมันยังเหมือนเดิม และในตอนนี้ผมกลับรู้สึกมากขึ้นๆทุกวัน



หลังจากที่ผมเฝ้ามองเขาเงียบๆมาตลอดสองเกือบสามอาทิตย์ที่ ผ่านมา ผมได้เห็นอีกด้านของคนร่างบาง ไม่ว่าจะเป็นด้านน่ารักยามได้พบเจอและพูดคุยเรื่องราวต่างๆกับเพื่อนในคลา สเรียน รอยยิ้มหวานที่มักจะเกิดขึ้นเสมอยามที่เขาชอบใจหรือพอใจกับสิ่งตรงหน้า ทั้งๆที่ผมไม่จำเป็นต้องลงเรียนวิชานั้นเลยด้วยซ้ำไปเพราะคณะที่ผมเรียนมัน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับวิชานี้เลย แต่ผมกลับเข้าไปเรียนได้หน้าตาเฉยเพียงเพราะอยากจะรู้จักคนร่างบางให้มาก ขึ้นเท่านั้นเอง



คำพูดและใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกวนนิดๆ ยามที่อาจารย์ประจำวิชาเอ่ยถามในสิ่งที่เขาไม่รู้ แต่เขากลับตอบคำถามนั้นออกมาเป็นภาษาไทยภาษาบ้านเกิดของเขาซะอย่างนั้นแถม ยังต่อท้ายด้วยรอยยิ้มหวานประจำตัวแบบนั้นอีกต่างหาก แล้วแบบนี้อาจารย์ที่ไหนจะโกรธลงละครับ ขนาดผมที่นั่งมองดูการกระทำนั้นเงียบๆผมยังเผลอยกยิ้มขึ้นมาโดยที่ผมไม่รู้ ตัวเลย



ความร่าเริงสดใสยามที่เดินผ่านสวนสาธารณะก่อนที่จะ ถึงคอนโด เขาชอบนั่งอยู่ในสวนที่มีเด็กเล็กๆวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน ดวงตากลมฉายแววอ่อนโยนอย่างเห็นได้ชัดพร้อมกับที่ผมแอบเห็นรอยยิ้มละมุนที่ ผุดขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า และหลังจากที่เด็กๆกลับบ้านกันหมดแล้ว เขาก็จะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเงียบๆ เมื่อเวลาผ่านไปได้สักพักคนร่างบางก็จะลุกขึ้นยืนพร้อมกับที่เขาจะแอบยกมือ ขึ้นมาเช็ดน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาจากดวงตาคู่สวยนั้นช้าๆ คงเป็นเพราะว่าเขาคิดถึงบ้าน คิดถึงครอบครัวที่อยู่คนละประเทศล่ะมั้งครับ



การ ที่ต้องมาใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยคนเดียวแบบนี้มันก็เป็นธรรมดา ที่จะรู้สึกเหงาบ้างอะไรบ้าง เพราะผมก็เคยรู้สึกแบบนี้เหมือนกัน ตอนแรกๆที่ผมย้ายมาเรียนต่อที่นี่ ผมก็มักจะมานั่งเล่นที่สวนสาธารณะแบบนี้ เพราะว่ากลับคอนโดไปก็ต้องกลับไปอยู่คนเดียว ความเหงาที่มันมีเป็นทุนเดิมอยู่แล้วมันก็จะมากขึ้นเมื่อเราอยู่ในห้องสี่ เหลี่ยมกว้างๆตามลำพัง และอากาศที่ประเทศอังกฤษมันก็ไม่ได้สดใสเหมือนกับประเทศอื่นๆ อากาศที่นี่ออกจะอึมครึมและเยือกเย็นมากเกินไปเสียด้วยซ้ำสำหรับคนที่ ต้องอยู่คนเดียว และแทบจะมีสามฤดูในวันเดียว แต่ทุกวันฝนจะต้องตกถึงฝนไม่ตกจริงๆท้องฟ้าก็จะอึมครึมเป็นแบบนี้จนแทบจะ เป็นปกติของคนที่นี่ ทุกคนจะต้องมีร่มหรือไม่ก็เสื้อโค๊ทที่สามารถจะกันฝนและป้องกันความหนาวเย็น ได้ เพราะแบบนี้มันจึงทำให้ความเหงาเกิดขึ้นง่ายและบ่อยครั้ง



พระ อาทิตย์ที่นี่ก็ตกช้ายิ่งถ้าเป็นช่วงหน้าร้อนด้วยแล้วกว่าพระอาทิตย์จะตกก็ ปาไปสองทุ่มกว่าโน่นแหละครับ วันๆนึงผ่านไปช้าเหลือเกิน ยามที่ผมเห็นคนร่างบางนั่งร้องไห้เงียบๆคนเดียวแบบนั้น ผมอยากที่จะเข้าไปรั้งร่างบอบบางนั้นเข้ามาสวมกอด ผมอยากปลอบประโลมร่างบางนั้นให้หายสั่นเทา ผมอยากเอื้อมมือไปซับน้ำตาจากดวงตาคู่สวยนั้นด้วยมือของผมเอง และนั่นมันอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมเริ่มตกหลุมเขา แต่ถ้าจะพูดให้ถูกผมหลงรักเขาตั้งแต่แรกพบแล้วต่างหากละ และสวรรค์ก็เข้าข้างผมที่ส่งให้คนร่างบางคนนี้มาเป็นเพื่อนกับเจ้าสตี ฟเพื่อนสนิทของผมเอง จนในวันนี้และตอนนี้ผมได้เข้าไปอยู่ในสายตาของคนร่างบาง ผมได้เข้ามาทำอาหารที่คนร่างบางชอบในห้องครัวของเขาเอง ทำให้ผมได้เห็นรอยยิ้มละมุนแบบใกล้ๆ และยังทำให้ผมได้เห็นใบหน้าเหวี่ยงๆที่ผมไม่เคยเห็นยามที่เขาไม่พอใจอะไร บางอย่าง ผมรู้สึกดีจริงๆนะครับ....




ผมอยากดูแลและอยาก จะช่วยแบ่งเบาความเศร้านั้นไปพร้อมๆกับอยากทำให้รอยยิ้มหวานนั้นคงอยู่กับคน ร่างบางไปให้ได้นานที่สุด คนร่างบางคนนี้เหมาะกับรอยยิ้มหวานละมุนแบบนี้นั่นแหละเป็นที่ถูกต้องและคู่ ควรมากที่สุดแล้ว แต่ถ้าถึงยามที่เขาต้องร้องไห้จริงๆและไม่ว่าจะมีสาเหตุมาจากเรื่องอะไรก็ ตาม ขอเป็นผมได้ไหมที่จะเป็นคนคอยปลอบและซับน้ำตาจากดวงตาคู่สวยนั้นด้วยมือของ ผมเอง...แทคยอน




อัพฟิคหวานเพื่อตอกย้ำและทวนกระแสหัวใจของตัวเอง

ช่วยกันเม็นต์หน่อยนะคะ แล้วตอนต่อไปจะตามมาเอง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

495 ความคิดเห็น

  1. #485 Boatiezz (@3oatiezz) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2557 / 04:18
    คุณนี่ขี้เหวี่ยงน่ารักอะ

    แทคอบอุ่นจัง

    รักสตีฟอะ เป็นพ่อสื่อมาดกวน
    #485
    0
  2. #469 tooktook222 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 เมษายน 2556 / 17:51
    แทคน่ารักและอบอุ่นมากเลย

    คุณน่ารักเสมอแม้ยามเหวี่ยง
    #469
    0
  3. #462 ponponpor (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มกราคม 2556 / 13:26
    แทคลุคนี้น่ารักมากกกกก ชอบๆ
    #462
    0
  4. #444 เต็งหนึ่ง (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 กันยายน 2555 / 14:45
    ขอแบบนี้อีกคนได้ป๊ะ แบบ

    อยากได้มั้ง (>////
    #444
    0
  5. #423 olive-on (@olive-on) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2555 / 21:58
    อยากได้ ผช แบบแทคอ่ะ น่ารักมากก
    #423
    0
  6. #416 Meagan (@ht-meagan) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2555 / 15:07
    อ๊ายยยย
    พี่แทคหวานมากกก
    #416
    0
  7. #394 chahoro (@charuhoru) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 เมษายน 2555 / 14:56
     แทคนายโรแมนติกชะมัดเลยอ่ะ น่ารักมากกกก
    ขอให้คุนนี่ใจอ่อนเร็วๆด้วยเถอะนะ อิอิ
    #394
    0
  8. #372 นานา (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มกราคม 2555 / 22:08
    รุกหนักต่อไปเลยเหมียว

    น่ารักมากเลย

    สู้ๆแมวเอ้ย
    #372
    0
  9. #360 khawkhun (@noppawanseikram) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 มกราคม 2555 / 22:11
    อิเหมียวเวลาคนเค้ายากช่วยถือของ
    เค้าช่วยกันแบบนั้นหลอก อยากเจอบ้างจัง คิคิ
    ว่าแต่อิเหมียวเนี่ยมือเร็วใจเร็วจริงนะ
    เล่นจู่โจมกันแบบไม่ทันตั้งตัวเลยอะ
    #360
    0
  10. #355 คนผ่านทาง (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 / 01:01
    อร๊ายยย หวานซ๊าาา จริงเลยนะเหมียวแกเนี่ย ทำไรก็ม่ายรู้ -////- (กำลังคิดว่าเป็นตัวเอง เอิ้กกก)
    #355
    0
  11. #337 TattA (@sun036) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 / 23:28
     ไวไฟสมกับเป็นอิเหมียว
    #337
    0
  12. #334 pikko (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 / 13:25
    รุกเร็ว รวดเร็วมากอ่ะแทค >
    #334
    0
  13. #327 belonging (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2554 / 18:02
    เนื้อเรื่องน่ารักมากกกกกกกกกค่ะไรเตอร์ ^^ เรื่อยๆมาเรียงๆแต่หวานในตัว >
    #327
    0
  14. #308 ott1212 (@ott1212) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2554 / 13:59
    แสดงว่าแทคหลงรักตั้งแต่แรกพบ.........

    แต่น้องคุณ กับไม่ได้จดจำแทคเลย...........

    แทคตามไปแม้กระทั่งห้องเรียน................

    น้องคุณก็ยังไม่สนใจ.............................

    แทคพยายามมาก..............................
    #308
    0
  15. #292 ekada (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2554 / 03:49
    ว่าแล้วเชียวต้องเป็นเพื่อนกับสตีฟ

    แทคท่าจะหลงรักนิคคุณเอามาก ๆ เลยนะนั่น
    #292
    0
  16. #280 Louis @_@ DAVIL (@am-in-the-world) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2554 / 20:31
    น่ารักจังเยย TK ^0^
    #280
    0
  17. #274 fate (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2554 / 00:14
    พรหมลิขิตบันดาลชักพา ดลให้มาพบกันทันใด ก่อนนี้อยู่กันแสนไกล พรหมลิขิตดลจิตให้ แทค ได้มาใกล้กับ คุณ

    อินมากกก แทคคุณ แทคคุณ แทคคุณ อ่านฟิค คู่อื่น ไม่ได้เลยยยยย จินตนาการไม่ออกเท่าคู่นี้ แหะ แหะ
    #274
    0
  18. #259 ทคตลป (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2554 / 02:02
    อร้ายยยย อ่านแล้วอยากจะเจอกับรักแรกพบ



    ต่อไปนี้ต้องคอยสังเกตแล้วล่ะว่ามีคนคอยแอบตามรึปล่าว? หุหุ
    #259
    0
  19. #250 D-sine (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 เมษายน 2554 / 21:57
    อร๊ายยยยยยยยยยยยยย





    น่ารัก อ่ะ





    คน แอบ รัก



    ( รุกหนักเลย จัดปาย)





    ต่อไวๆ นะคะ



    สู้ๆ
    #250
    0
  20. #228 beside you (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2553 / 11:21
    ชอบจังเลยจ้าา เป็นตอนตามจีบกันใหม่ๆ

    อารมณ์ข้าวใหม่ปลามัน ทุกอย่างดูชมพูไปหมด

    อ่านไปยิ้มไปเขิลไป เป็นความรู้สึกที่น่ารักๆของคนเพิ่งเริ่มมีความรัก

    ชอบมากๆจ้ะ รีบๆมาต่อนะค้าาา
    #228
    0
  21. #226 opi (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2553 / 18:43
    หวานขาดใจเลยค่ะไรเตอร์

    น้องคุนแลดูสาวมาก

    ทั้งอาย ทั้งเขิน ทั้งเหวี่ยง

    น่ารักขนาดนี้ไม่ให้รักยังไงไหวเนอะแมวเนอะ



    รอติดตามต่อนะคะ
    #226
    0
  22. #222 yuu (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2553 / 01:18
    แทคได้ใจไปเต็มๆอ่า



    พยายามอีกนิดนะแทค ;)
    #222
    0
  23. #220 nuna (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2553 / 20:41
    ขอบคุณค่ะ แทคนายรวดเร็วมาก รีบทำคะแนนเร็วเข้า เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์ค่ะ :)
    #220
    0