2PM [[[SF TK Couple]]]

ตอนที่ 10 : [[SF]] I’m In Love [In the Rainy Day] 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,046
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    7 พ.ย. 54



I’m In Love [In the Rainy Day]




จริงๆแล้ว...หลังจากที่ได้พบกันครั้งแรก

การพูดว่า ฉันชอบเธอ มันไม่ใช่เรื่องง่ายดาย...

ถ้าจะไม่ติดต่อหาเธอก่อน ก็เกรงจะต้อง...คิดถึง

ฉันพิมพ์ข้อความ ลังเลใจ ลบมันทิ้งไป

ทำแบบนี้ ซ้ำไปซ้ำ มาหลายครั้ง...

ถ้าความรักที่ฉันมีให้เธอมันหยั่งลากลึกลงยิ่งกว่านี้

อาจนำพาไปพบความเจ็บปวด

จริงแท้ความกลัวที่มี มันวนเวียนอยู่ในความคิดฉัน

ภาวนาด้วยหัวใจ...

คนที่ใช่ ที่ใจปรารถนา ขอให้เป็นเธอ

ฉันเชื่อ...ว่าคนคนนั้นคือเธอ

ฉันอยู่ในห้วงรัก ฉันตกอยู่ในห้วงของความรัก

ไม่กลัวอะไรอีกต่อไปแล้ว ตราบใดที่มีเธออยู่ข้างกาย

โลกทั้งใบช่างสวยงาม...

เคยคิดเอาไว้ว่าจะไม่ไปตกห้วงรักที่ไหน

แต่ฉันกำลังตก...อยู่ในนั้น เพราะฉันอยากจะรักเธอ คนดี

จริงๆแล้วจากครั้งแรกที่ได้พบเธอ

ที่ไหนสักแห่ง ลึกลงไปในใจฉัน

เธอถาโถมเข้ามา ราวกับคลื่นขนาดใหญ่

ตลอดทั้งวัน...เธอคือสิ่งเดียวที่วนเวียนอยู่ในความคิด

ฉันจะเป็นคนรักที่ดีของเธอได้

อยากจะเป็นสิ่งดีๆในชีวิตเธอ

ฉันรู้สึกเหมือนได้เป็นผู้หญิง(ผู้ชาย)ที่โชคดีที่สุดในโลก

ได้โปรด...เชื่อฉัน

อย่าทำอะไรให้เธอไปจากฉัน

จะไม่สงสัยอะไรทั้งนั้น ฉันจะเชื่อใจเธอ

ฉันอยู่ในห้วงรัก ฉันตกอยู่ในห้วงของความรัก

ไม่กลัวอะไรอีกต่อไปแล้ว ตราบใดที่มีเธออยู่ข้างกาย

โลกทั้งใบช่างสวยงาม...

ฉันอยู่ในห้วงรัก (หยั่งลึกลงไปในความรัก)

ฉันตกอยู่ในห้วงของความรัก

ไม่กลัวอะไรอีกต่อไปแล้ว ตราบใดที่มีเธออยู่ข้างกาย

โลกทั้งใบช่างสวยงาม เธอนั้น...ช่างสวยงาม


                                                                                                                              คำแปล BEG-Thai



 

เข้ามาอยู่ในร่มของผมก่อนก็ได้นะครับ ประโยคภาษาอังกฤษเสียงเข้มๆแต่เต็มไปด้วยความนุ่มนวลเอ่ยบอกในขณะที่ตัวผม กำลังยืนรอรถอยู่ที่ป้ายรถโดยสารประจำทาง โดยที่ตัวผมกำลังใช้อ้อมกอดของตัวเองตะกองกอดกองหนังสือที่อยู่ในมือของตัว เองไว้แน่น เพราะกลัวว่ามันจะเปียกไปเสียก่อนที่จะได้ใช้การและอีกอย่างหนังสือทั้งหมด นี้มันก็ไม่ใช่หนังสือของผมแต่มันเป็นหนังสือที่ผมเพิ่งยืมมาจากห้องสมุด ผมหันหน้าไปตามเสียงนั้นช้าๆ และสิ่งที่ผมเห็นคือร่างชายตัวโตคนหนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตัวผมมาก นัก ในมือของเขาถือร่มคันใหญ่สีน้ำเงินเข้มไว้ เขาตัวสูงมากกว่าผมเสียอีก ทั้งๆที่ปกติแล้วคนอื่นมักจะมองว่าผมสูง แต่สูงกว่าคนปกติทั่วไปมั้ยนั้น??? ผมก็ไม่แน่ใจหรอกนะครับ สำหรับผมแล้ว ผมคิดว่าความสูงของผมมันปกติธรรมดาจะตายไป เดี๋ยวนี้ใครๆเขาก็สูงประมาณนี้กันทั้งนั้น ผมขยับสายตาเลื่อนขึ้นไปมองใบในระดับที่สูงขึ้น และสิ่งที่ผมได้เห็นมันก็ทำให้ผมแทบลืมหายใจ ใบหน้าเรียวสวยได้รูป ดวงตาเรียวที่เปล่งประกายความอ่อนโยนออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจน รับกับจมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางเฉียบได้รูปกำลังยกยิ้มส่งมาให้ผม ผมมองสำรวจใบหน้าตรงหน้านิ่ง.....

 





คุณครับ เป็นอะไรไปหรือเปล่าครับ??? ประโยคภาษาอังกฤษอีกประโยคถูกส่งออกมาจากริมฝีปากเฉียบนั้นอีกครั้ง และมันก็ทำให้ผมได้สติ ผมกลับมาสู่ห้วงปัจจุบันทันที

 






เอ่อ.....เมื่อกี้คุณว่าอะไรนะครับ ผมเอ่ยถามผู้ชายตัวสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง

 





ผมถามว่าคุณเป็นอะไรไปหรือเปล่าครับ ผมถามคุณก็ไม่ยอมตอบ ชายหนุ่มตัวโตเลิกคิ้วถามพร้อมกับที่ผมแอบเห็นรอยยิ้มเล็กๆที่ผุดขึ้นที่ บริเวณมุมริมฝีปากของเขา ซึ่งมันก็ทำให้ผมรู้สึกร้อนๆที่บริเวณแก้มของตัวเองทั้งๆที่อากาศตอนนี้มัน ออกจะเย็นถึงเย็นมากเสียด้วยซ้ำไป....

 





ขอ โทษทีครับ พอดีว่าผม...ผมคิดอะไรเพลินๆไปหน่อย ขอบคุณสำหรับความมีน้ำใจนะครับ แต่ผมไม่เป็นไรครับ อีกเดี๋ยวฝนก็คงจะหยุดและบัสก็คงจะมา ผมเอ่ยบอกพร้อมกับรอยยิ้มเก้อเขิน

 






คุณไม่กลัวตัวเองเป็นหวัด แต่ผมว่าคุณคงจะกลัวหนังสือในมือเปียกใช่ไหมล่ะครับ??? งั้นผมว่าคุณควรจะเข้ามาอยู่ในร่มกับผมนะ คนตัวโตเอ่ยถามพร้อมกับที่เขาจ้องมองมาที่อ้อมแขนของผมที่กำลังกอดกอง หนังสือไว้แน่น ผมเลื่อนสายตามองตามสายตาของตัวโตไปเงียบๆ และสิ่งที่ผมเห็นตอนนี้มันก็ทำให้ผมแทบบ้า จะเพราะอะไรซะอีกล่ะ ก็ในเมื่อตอนนี้กองหนังสือที่ผมอุตส่าห์ ใช้ร่างกายบังฝนไว้เพื่อไม่ให้มันเปียกตอนนี้มันกลับชื้นไปด้วยละอองของน้ำ ฝนที่ตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา

 







เฮ้ยยยยยยยย ซวยแล้ว ผม สถบภาษาบ้านเกิดออกมาเสียงดังอย่างลืมตัว พร้อมๆกับที่ผมทำท่าจะถอดเสื้อโค๊ดของตัวเองออกมาคลุมกองหนังสือพวกนั้น แต่แล้วจู่ๆร่างของผมก็ถูกแรงของใครคนหนึ่งรั้งเข้าไปหา ทำให้ร่างของผมเซเข้าไปปะทะกับอกแกร่งของคนตัวโตอย่างแรง และตอนนี้ร่างของผมก็ไม่เปียกอีกต่อไป เพราะผมได้เข้าไปอยู่ภายใต้ร่มคันใหญ่สีน้ำเงินเข้มที่คนตัวโตถือไว้เป็นที่ เรียบร้อยแล้ว ผมเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของคนตัวโตคนนั้นทันที พร้อมกับการเกิดปฏิกิริยาทางร่างกายที่ไม่ค่อยคุ้นกับการเข้าใกล้ใครมากๆโดย เฉพาะคนที่เพิ่งเคยเห็นหน้าเห็นตากันเป็นครั้งแรกแบบนี้ ผมผงะร่างของตัวเองให้ออกห่างจากร่างของคนตัวโตทันที แต่แล้วข้อมือของผมก็ถูกรั้งไว้หลวมๆ ทำให้ผมต้องชะงักการกระทำของตัวเองไปโดยปริยาย

 





เดี๋ยว หนังสือเปียกไปมากกว่านี้นะครับ ผมขอโทษทีที่ถือวิสาสะดึงคุณเข้ามาแบบนี้ แต่ผมเห็นคุณทำท่าจะถอดโค๊ดแบบนั้น ผมก็คิดอะไรไม่ออกนอกจากสิ่งที่ผมได้ทำลงไปแล้ว....

 






เอ่อ....ขอบคุณมากนะครับสำหรับความหวังดีและมีน้ำใจ ผมเอ่ยได้เพียงแค่นั้น และมันก็เป็นประโยคสุดท้ายที่ผมได้คุยกับเขา เราสองคนยืนอยู่ภายใต้ร่มคันใหญ่คันเดียวกันโดยที่ต่างคนต่างไม่พูดอะไรกัน ทั้งนั้น จะมีก็แต่เสียงฝนที่กำลังตกลงเม็ดซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมกับที่อากาศเริ่มเย็นขึ้นเย็นขึ้น และอีกไม่นานรถคันที่ผมต้องขึ้นก็วิ่งเข้ามาจอดที่ป้าย ผมเงยหน้ามองคนตัวโตทันที

 





รถผมมาแล้ว งั้นผมขอตัวนะครับ ขอบคุณมากสำหรับการช่วยเหลือ ผมเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ในขณะที่ผมทำท่าจะเดินออกจากร่มคันใหญ่นั้น แต่แล้วจู่ๆมือของผมด้านหนึ่งก็ถูกรั้งไว้เบาๆ พร้อมกับที่คนตัวโตคนนั้นแทรกด้ามร่มคันใหญ่ใส่เข้ามาในมือผม และมันทำให้ผมต้องรับด้ามร่มไว้โดยที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัว ผมรีบเงยหน้ามองคนตัวโตอีกรอบพร้อมกับที่ผมส่งสายตาที่มีแต่คำถามไปให้เขา

 






เดินทางปลอดภัยนะครับ ผมขอตัวก่อน คนตัวโตเอ่ยบอกพร้อมกับที่เขาวิ่งออกจากใต้ร่มที่ผมกลายมาเป็นคนถือแทน

 




อ้าว........คุณครับคุณ นี่มันร่มของคุณนะ คุณเอามันมาใส่มือผมทำไม??? ผมตะโกนถามด้วยความตกใจ ทำให้คนตัวโตหันกลับมามองหน้าผมอีกครั้ง

 





ร่ม นั่นผมฝากไว้ก่อนก็แล้วกันครับ แล้วถ้าเรามีโอกาสได้เจอกันอีกเมื่อไหร่ คุณค่อยเอามันมาคืนผม คราวหน้าคราวหลังอย่าลืมติดร่มมาเรียนด้วยนะครับ ระวังไม่สบายด้วยล่ะ ผมไปก่อนนะครับคุณนิชคุณ คนตัวโตเอ่ยบอกพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง และเขาก็หันหลังให้ผมพร้อมกับที่เขาวิ่งหายไปท่ามกลางสายฝนสายใหญ่ทันที ผมยืนอึ้งอยู่ตรงที่เดิม พร้อมกับที่ในหัวของผมกำลังเกิดอาการที่เขาเรียกกันว่า งง เขาคนนั้นทำแบบนี้ทำไม??? เขาคนนั้นเป็นกันใคร??? และที่สำคัญทำไมเขาถึงรู้จักชื่อผม????

 





ปิ๊น ปิ๊น................

 







เสียง รถโดยสารประจำทางบีบแตรดังขึ้น ทำเอาผมได้สติ ผมรีบก้าวเท้าเดินขึ้นรถโดยสารคันนั้นทันทีโดยที่ผมจัดการหุบร่มสีน้ำเงิน คันใหญ่เข้ามาถือไว้ในมือของตัวเองด้านหนึ่ง พร้อมกับที่ผมไม่ลืมที่จะเอ่ยกล่าวขอโทษคนขับรถอีกด้วย ผมไม่ค่อยได้ขึ้นรถประจำทางเท่าไหร่นัก เพราะปกติผมเลือกที่จะเดินมาเรียนมากกว่า ก่อนและหลังเลิกเรียนมีอะไรที่น่าสนใจเยอะแยะ ระยะทางจากห้องพักของผมนั้นมันก็ไม่ได้ไกลจากมหาวิทยาลัยเท่าไหร่อีกด้วย ผมจึงเลือกที่เดินดูบ้านเมือง ดูชีวิตความเป็นอยู่ผู้คนมากกว่าการนั่งรถประจำทาง ผมสาวเท้าเดินไปนั่งตรงเบาะด้านซ้ายของรถ และผมก็เริ่มที่จะคิดถึงคนที่ผมเพิ่งได้เจออีกครั้ง ผมเบนสายตาไปที่ร่มคันใหญ่ที่อยู่ในมือของผมพร้อมกับที่ผมต้องขมวดคิ้วด้วย ความสงสัยอีกครั้งเช่นกัน...เขาเป็นใครกันนะ?????

 





++++++++++++++++++

 




กริ๊ง กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง





 

เสียงออด บริเวณหน้าห้องของผมดังขึ้น ผมรีบสาวเท้าไปที่ประตูทันที พร้อมกับที่จอมอนิเตอร์หน้าห้องเผยให้เห็นว่าใครเป็นคนมากดกริ่งหน้าห้องผม ผมใช้มือด้านหนึ่งขยับผ้าขนหนูผืนเล็กที่คลุมอยู่บริเวณศีรษะของตัวเองเพื่อ ที่จะซับหยดน้ำจากเส้นผม ส่วนอีกมือนั้นผมจัดการปลดล็อคบานประตูตรงหน้าทันที

 






ทำไมเปิดช้าจังคุณ เสียง ที่เต็มไปด้วยความสงสัยเอ่ยถามขึ้นทันทีที่บานประตูถูกปลดล็อคออก เผยให้เห็นชายหนุ่มตัวสูง ผิวพรรณขาวสะอาด ดวงตาเรียวสีเขียว รับกับจมูกโด่งเป็นสันคม ริมฝีปากหยักได้รูป และผมสีบรอนด์สว่างที่กำลังแทรกตัวเข้ามาภายในห้องของผม ผมหลบทางให้ชายคนนั้นเข้ามาในห้องทันที

 






โทษทีสตีฟ พอดีว่าเพิ่งอาบน้ำเสร็จ แล้วนี่มาทำอะไรเนี่ย??? ผม เอ่ยถามชายที่ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นเพื่อนคนแรกของผมตั้งแต่ผมมาเรียนต่อที่นี่ เมืองเล็กๆที่เงียบสงบทางตอนเหนือของประเทศอังกฤษ เพื่อนตัวดีไม่ตอบอะไรนอกจากที่มันยักไหล่ส่งกลับมาให้ผม ทำเอาผมต้องขมวดคิ้วส่งกลับไปให้มันทันที

 





มาไม่ได้หรือไง ว่าแต่ทำไมหนังสือมันถึงเปียกแบบนี้เนี่ย???? สตีฟเอ่ยถามในขณะที่เขาสาวเท้าเดินไปที่โต๊ะกลางห้องที่ตอนนี้มีหนังสือหลายเล่มวางแผ่หลาอยู่

 





พอดีว่าวันนี้ตากฝนอ่ะ ลืมเอาร่มไปก็เลยเปียกกลับมาทั้งตัวทั้งหนังสือ ผมตอบพร้อมกับรอยยิ้มจางๆในขณะที่ผมสาวเท้าเดินกลับมานั่งที่โซฟาตัวใหญ่ตรงโต๊ะหน้าทีวี





 

บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้พกร่มติดตัวไปไหนมาไหนด้วยตลอด นี่มันอังกฤษนะไม่ใช่เมืองไทย ฝนที่นี่ตกตลอดเกือบจะแทบทั้งปีก็ว่าได้.... สตีฟเอ็ด

 






ก็คนมันลืมนี่ ฉันเพิ่งย้ายมาเรียนที่นี่ได้ไม่นานเองนะ มันก็ต้องมีลืมอะไรกันบ้าง....ว่าแต่ว่าทานอะไรมาหรือยัง??? ผมเอ่ยถาม

 




เรียบร้อยแล้ววววววววว สตีฟตอบลากเสียง

 





ว่าแต่ว่า........ สตีฟเอ่ยพร้อมกับที่เขาหันไปมองอะไรบางอย่างที่วางไว้อยู่ตรงมุมห้อง ผมหันไปมองตามสายตาสตีฟทันที

 




เจ้าร่มนั่น ของนายเหรอคุณ???

 






เอ่อ....ไม่ใช่ ร่มนี่ไม่ใช่ของฉัน

 




ว่า แล้วเชียวว่ามันต้องไม่ใช่ของนาย เพราะสีและลายแบบนี้มันไม่ใช่รสนิยมของนายเลย ว่าแต่ว่ามันของใครกันล่ะ ทำไมมันถึงมาอยู่ในห้องนาย???” สตีฟถามพร้อมกับสายตาแปลกๆ





 

ฉันก็ไม่รู้อ่ะ ผมตอบเพียงแค่นั้น

 




หมายความว่าไงที่ว่าไม่รู้???”

 





จะ เริ่มตรงไหนดีล่ะ เอาเป็นว่าตอนที่ฉันยืนรอรถที่ป้าย จู่ๆก็มีผู้ชายคนหนึ่งเขา....เขาบอกให้ฉันเข้าไปหลบฝนในร่มคันเดียวกับเขา และ.....เอ่อ....เอ่อ....ฉันก็กลัวหนังสือจะเปียก ฉันก็เลย...ก็เลย

 




เข้าไปหลบฝนในร่มคันเดียวกับเขา สตีฟเอ่ยขัดขึ้น






 

อือ....แล้ว พออยู่ดีๆรถที่ฉันรอก็มาพอดี ฉันเอ่ยขอบคุณแล้วจู่ๆผู้ชายคนนั้นก็ยัดเจ้าร่มคันเนี้ยเข้ามาไว้ในมือฉัน แล้วเขาก็วิ่งหนีไป....

 





วิ่งตากฝนไปเปียกๆแบบนั้นอ่ะนะ

 






อือ...นายอย่า คิดว่าแค่นั้นมันน่าสงสัยนะ มันมีอะไรที่น่าสงสัยมากกว่านั้นอีก และสิ่งนั้นก็คือ เขารู้จักชื่อฉัน เขารู้จักชื่อฉันได้ยังไง นี่แหละคือสิ่งที่ฉันค้างคาใจ

 





อ่อเหรอ สตีฟเอ่ยพร้อมกับที่เขาจ้องหน้าผมไปด้วย

 





ใช่ สิ เรื่องมันก็มีแค่นี้แหละ แต่ช่างมันเหอะ เอาไว้ถ้าฉันได้เจอเขาเมื่อไหร่ ฉันจะเอาร่มไปคืนเขาเองก็แล้วกัน นายไม่ต้องไปใส่ใจมันมากหรอกน่าสตีฟ ผมเอ่ยปัดๆ พร้อมกับที่หันกลับมาให้ความสนใจกับทีวีตรงหน้าอีกครั้ง

 





หน้าตาเป็นไงอ่ะคุณ หล่อมั้ย?? จู่ๆสตีฟก็เอ่ยถามขึ้น ทำเอาผมต้องหันกลับไปมองหน้าเขาเลยทีเดียว

 




ถามทำไมอ่ะ ผมเอ่ยถามด้วยความสงสัย

 





ตอบมาเหอะน่า

 





เอ่อ....ก็แบบว่า....แบบว่าดูดีนะ เขาสูงกว่าฉันเสียอีก ผมตอบพร้อมกับที่ในสมองกำลังคิดถึงผู้ชายตัวโตคนนั้น





 

อื้ม....แล้วนายชอบเขาไหม??? ผู้ชายแบบนี้สเป๊คนายหรือเปล่า??? สตีฟยังคงตั้งคำถามกับผมไม่เลิก และคำถามนั้นมันกลับทำให้ผมต้องรู้สึกร้อนที่ใบหน้าของตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง เป็นเพราะอะไรผมก็ไม่รู้เหมือนกัน???

 





บ้าสิ จะชอบได้ไง เพิ่งเจอกันแค่ครั้งเดียวเอง นายถามอะไรบ้าๆแบบนี้เนี่ยสตีฟ ผมเอ่ยปัดๆพร้อมกับที่รีบหันหน้าหนีสตีฟไปอีกทางทันที โดยที่ผมไม่สามารถเห็นได้เลยว่าสตีฟที่นั่งอยู่ข้างๆผมนั้นตอนนี้เขากำลัง มองผมด้วยสายตาแปลกๆและเขาก็กำลังอมยิ้มอยู่เงียบๆ

 


50% ~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~





ผม หันหน้ากลับมาดูเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาเรือนสวยอยู่ถูกประดับอยู่บนข้อมือของ ตัวเอง เข็มสั้นและเข็มยาวชี้ไปที่เลขสิบสองพอดิบพอดี ได้เวลาทานอาหารเที่ยงอีกแล้วสินะ ผมลงมือเก็บกองหนังสือตรงหน้า พร้อมกับที่สาวเท้าเดินไปที่ชั้นวางหนังสือที่อยู่ตรงบริเวณมุมด้านในสุดของ ห้องสมุด ผมจัดการแทรกหนังสือแต่ล่ะเล่มให้เข้าที่เข้าทางเหมือนเดิมจนหนังสือในมือ ของผมหมดลง แต่แล้วสายตาของผมก็เหลือบไปเห็นหนังสือเล่มหนาที่ถูกวางแบบไร้ระเบียบอยู่ ตรงมุมด้านบนสุดของชั้นวางหนังสือ ผมเพ่งมองหนังสือเล่มนั้นนิ่ง






 

หาตั้งนาน ที่แท้ก็มาวางอยู่ตรงนี้นี่เอง ผมเอ่ยกับตัวเอง พร้อมกับที่ผมเขย่งตัวขึ้นเพื่อที่จะหยิบหนังสือเล่มนั้น แต่มันกลับสูงเกินกว่าที่ผมจะหยิบได้ ผมมองซ้ายมองขวาเพื่อที่จะหาบันไดเหล็กอุปกรณ์ที่จะช่วยให้ผมหยิบหนังสือ เล่มนั้นได้ถึง แต่มันกลับมีคนใช้อยู่ ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ และผมก็เริ่มเขย่งเท้าขึ้นอีกครั้ง อีกนิดเดียวเท่านั้นเอง ทำไมมันถึงไม่ถึงกันนะ??? ผมคิดในใจในขณะที่มือและเท้ายังคงทำหน้าที่ของมันต่อไป ปลายนิ้วของผมสัมผัสบริเวณสันของหนังสือเล่มนั้นได้เพียงนิดเดียวเท่านั้น ผมไม่สามารถที่จะหยิบหนังสือเล่มนั้นได้ แต่แล้วจู่ๆ ผมก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่เข้ามาครอบคลุมด้านหลังของผม พร้อมกับที่มีมือของใครคนหนึ่งเอื้อมมือขึ้นมาหยิบหนังสือเล่มที่ผมกำลัง พยายามจะหยิบมันอยู่ไปต่อหน้าต่อตา ผมลดตัวและเลิกเขย่งเท้าที่กำลังทำอยู่ทันที ผมรีบหันหน้ากลับไปเผชิญกับใครคนนั้นอย่างรวดเร็ว และสิ่งที่ผมเห็นมันก็ทำให้ผมตกใจ เขาคนนั้น??? เขาคนเมื่อวาน???

 





นี่ครับหนังสือของคุณ คนตัวโตเอ่ยบอกพร้อมกับที่เขายื่นหนังสือเล่มนั้นมาให้ผม โดยที่ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มกว้าง ริมฝีปากและดวงตาของเขามันยิ้มไปพร้อมๆกัน

 




คุณ!!!!!!!!!” ผมเอ่ยได้เพียงแค่นั้น

 







ใช่ครับผมเอง....เราเจอกันอีกแล้วนะ เมื่อวานเป็นยังไงบ้างครับ หนังสือเปียกมากหรือเปล่า???

 





ไม่เปียกเท่าไหร่ ต้องขอบคุณคุณที่อุตส่าห์ช่วย แต่ร่มคันนั้น ผมไม่ได้ต้องการมันนะ มันเป็นของของคุณ แต่คุณกลับยัดมันใส่มือผมและคุณก็วิ่งตากฝนไปแบบนั้น....

 




ไม่ เป็นไรหรอกครับ ร่มคันนั้นมันอยู่กับคุณคงจะดีกว่าที่มันจะอยู่กับผม เพราะมันสามารถจะช่วยให้หนังสือของคุณและตัวของคุณไม่ตองเปียกฝนไปมากกว่า นั้นได้... คนตัวโตเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้ม(อีกแล้ว)






 

ตึก ตึก ตึก.....................

 





นี่คือเสียงหัวใจของผมที่มันกำลังเต้นแรงและเร็ว ทำไมผมถึงรู้สึกแบบนี้กันนะ???

 






แล้วนี่....มันหนังสือนิยายนี่ครับ คนตัวโตเอ่ยถามพร้อมกับที่เขาก้มหน้าลงไปให้ความสนใจกับหนังสือที่อยู่ในมือของเขาและนั่นมันก็เป็นหนังสือที่ผมต้องการ

 




ใช่ครับ...ผมชอบอ่านนิยายในเวลาว่างๆ มันคงจะแปลกมากสินะ คุณถึงได้ทำเสียงแปลกใจมากขนาดนั้น??? ผมเอ่ยถาม

 






ไม่หรอกครับ เพราะถ้าคุณอ่านมันก็คงจะไม่แปลกอะไร คนตัวโตตอบแต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมคลายความสงสัยได้เลย ผมเอื้อมมือไปหยิบหนังสือเล่มหนาจากมือคนตัวโตทันที

 



ขอบคุณนะครับ คุณช่วยผมไว้อีกแล้ว

 





ไม่เป็นไรเหมือนเคยครับ ผมยินดีเสมอ

 




ผมมีเรื่องอยากจะถามคุณ ผมเอ่ยเสียงเรียบ ทำเอาคนตัวโตขมวดคิ้วเข้าหากันทันที

 




................

 






ผมอยากจะรู้ว่า....... และยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบคนตัวโตก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน

 




ตอนนี้เที่ยงแล้ว ผมว่าเราไปทานข้าวเที่ยงกันก่อนดีไหมครับ วันนี้ทั้งวันผมยังไม่ได้ทานอะไรเลย คนตัวโตเอ่ยขัดพร้อมกับที่เขายกมือขึ้นมากุมท้องของตัวเขาเอง

 






แต่ผม......

 




อย่า บอกว่าคุณทานแล้วนะครับ ผมไม่เชื่อหรอกนี่มันเพิ่งจะเที่ยงตรง คุณยังอยู่ในห้องสมุดอยู่เลย มันแสดงให้ผมรู้ว่าคุณยังไม่ได้ทานอาหารเที่ยงแน่ๆ

 





............... ผมไม่ตอบเพราะผมไม่รู้ว่าจะตอบยังไง ก็เรื่องที่เขาพูดมันเป็นเรื่องจริงนี่ครับ

 






งั้นไปกันได้หรือยังครับ กระเป๋าของคุณอยู่ตรงไหน คนตัวโตเอ่ยถาม ผมไม่ตอบอะไรนอกจากเดินไปที่โต๊ะของตัวเอง ผมหยิบกระเป๋าของตัวเองขึ้นมาสะพายอีกครั้งในขณะที่ในมือของผมนั้นยังคงถือ หนังสือนิยายเล่มโตไว้ เราสองคนเดินออกมาจากห้องสมุดช้าๆ จุดหมายก็คือห้องอาหารตึกข้างๆกับห้องสมุดนั่นเอง และวันนี้ฝนก็ยังคงตกเช่นเดิม แต่เห็นจะดีกว่าเมื่อวานตรงที่วันนี้ฝนตกปรอยๆเท่านั้น ผมชะงักเท้าพร้อมกับที่เปิดกระเป๋าแล้วจัดการยัดหนังสือที่เพิ่มยืมมาเข้าไป ภายใน และผมก็ไม่ลืมที่จะหยิบร่มสีหวานออกมาจากกระเป๋าเป้ของตัวเอง ผมกางร่มในมือออกช้าๆ จนในที่สุดร่มในมือก็ถูกกางออกอยู่เหนือศีรษะของผม ผมหันไปมองร่างของคนตัวโตที่ยืนอยู่ข้างๆตัวผมทันที

 







เข้ามาสิครับ ผมรู้ว่าวันนี้คุณต้องไม่มีร่มมาแน่ๆ เพราะว่าร่มของคุณมันอยู่กับผม ผมเอ่ยบอก

 






ขอบคุณครับ คนตัวโตเอ่ยตอบโดยที่ริมฝีปากเคลือบไปด้วยรอยยิ้มเช่นเคย เขาสาวเท้าเข้ามาอยู่ภายใต้ร่มคันเดียวกับผม แขนของเราสองคนสัมผัสกันเบาๆ เพราะร่มของผมมันออกจะเล็กไปสักหน่อยสำหรับผู้ชายสองคน ผมหดแขนของตัวเองเข้ามาแนบลำตัวให้มากขึ้นทันที

 







ไปกันเลยนะครับ ผม เอ่ยบอกพร้อมกับที่ผมสาวเท้าเดินไปข้างหน้า โดยที่ข้างกายของผมมีร่างของคนตัวโตเดินเคียงข้างมา แต่แล้วจู่ๆมือที่ถือร่มของผมก็ถูกคนตัวโตคว้าหมับเข้าทันที ผมสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ ผมหันหน้าไปมองหน้าเขาคนนั้นด้วยสายตาตื่นๆ

 






ขอโทษครับ ผมไม่คิดว่าจะทำให้คุณตกใจมากมายขนาดนี้ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับ ผมก็แค่อยากจะถือร่มให้เท่านั้นเอง เพราะคุณคงจะเมื่อยน่าดู

 






............... ผม ไม่ตอบอะไรนอกจากเงียบ และผมก็ผละมือที่ถือร่มออก ทำให้มือเขาและมือผมผละออกจากกันไปโดยปริยาย เราสองคนเดินเงียบๆเคียงคู่กันมาที่ร้านอาหาร

 






อยากทานอะไรครับ คนตัวโตเอ่ยถามเสียงอ่อนโยนในขณะที่ผมและเขาเข้านั่งในร้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 




............... ผมไม่ตอบอะไรนอกจากเปิดเมนูอาหารที่อยู่ในมือของตัวเองไปมา

 






เอาเป็นสปาเก็ตตี้มีทบอลดีไหมครับ??? คนตัวโตเอ่ยถามอีกครั้ง ทำเอาผมต้องหันไปให้ความสนใจกับคนตรงหน้าเลยทีเดียว ผมขมวดคิ้วเข้าหากันโดยที่ผมไม่รู้ตัว

 




เอ....หรือว่าจะทานสปาเก็ตตี้ครีมซอสดีนะ คนตัวโตเอ่ยพร้อมกับที่ผมแอบเห็นรอยยิ้มที่ถูกผุดขึ้นนิดๆที่บริเวณริมฝีปากของเขา

 






ทำไม คุณ??? ทำไมคุณถึงถามผมแบบนั้น ทำเหมือนกับว่าคุณรู้ว่าผมทานอะไรบ่อยๆแบบนั้นแหละ นี่มันหมายความว่าไงกันแน่??? แล้วยังจะชื่อของผมอีก คุณรู้จักชื่อผมได้ยังไง??? ผมเอ่ยถามด้วยความสงสัย

 




น้องครับงั้นพี่ขอสปาเก็ตตี้ครีมซอสสองที่กับชาเขียวกลาเซียสองแก้วนะครับ คนตัวหันหน้าไปสั่งออเดอร์กับพนักงานในร้านอย่างช่ำชอง แล้วหลังจากนั้นเขาก็หันหน้ามามองผมอีกครั้งพร้อมกับรอยยิ้ม

 






ไม่ต้องมายิ้มแบบนั้นเลย คุณต้องตอบผมมาเดี๋ยวนี้นะว่าคุณรู้จักชื่อผมได้ยังไง??? ผม เอ่ยถามเสียงเครียดเพราะตอนนี้กำลังรู้สึกแปลกๆกับคนตรงหน้ามาก หรือว่าเขาจะเป็นคนโรคจิตที่สะกดรอยตามผม??? เขาไว้ใจได้มั้ยเนี่ย????

 




เอายังไงดีล่ะ??? เฮ้อ.....เอาเป็นว่า.....เอาเป็นว่า และยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ พนักงานก็เดินมาเสริฟชาเขียวกลาเซียเสียก่อน คนตัวโตหันไปให้ความสนใจกับแก้วชาเขียวที่มาใหม่นั้นแทน

 






ดื่มสิครับ เดี๋ยวมันละลายไปก่อนนะ คุณไม่ชอบดื่มตอนที่มันละลายนี่ คนตัวโตเอ่ยบอกพร้อมกับที่เขาดันแก้วชาเขียวมาให้ผม

 




คุณยังไม่ตอบคำถามผมเลย ผมเอ่ยถามเสียงเข้ม

 






อื้ม...มันรสชาติดีจริงๆนะ ถึงว่า......มีแต่คนสั่งมาดื่ม คนตัวโตเอ่ยในขณะที่เขาวางแก้วชาเขียวที่เขาเพิ่งดื่มลงบนโต๊ะหน้าตาเฉย

 




นี่คุณ!!!!!!!!” ผมเอ่ยเสียงดุๆพร้อมกับที่จ้องเขาตาเขม็ง ผู้ชายคนนี้กวนประสาทนิดๆนะ

 





ดื่มก่อนสิครับ แล้วผมจะตอบคำถามของคุณ

 




โธ่เอ๊ย..... ผมพูดได้เพียงแค่นั้น ผมเอื้อมมือไปหยิบแก้วชาเขียวกลาเซียของโปรดขึ้นมาไว้ในมือพร้อมๆกับที่ผมจัดการรีบดูดหลอดที่อยู่ในแก้วทันที

 







เอาล่ะ ผมดื่มแล้ว คุณตอบคำถามผมมาซะ แล้วอย่ามาต่อรองอะไรกับผมอีกนะ เพราะผมจะไม่ตอบคำถามหรือทำตามที่คุณต้องการอีกแล้ว???

 





ถ้า อย่างนั้น.....คุณก็คงต้องสงสัยในคำถามที่คุณสงสัยต่อไปแล้วล่ะครับ ผมไปดีกว่า เอาไว้เจอกันใหม่นะครับ เดินกลับห้องพักดีๆล่ะ วันนี้ฝนคงจะไม่ตกหนักเหมือนเมื่อวาน ส่วนเรื่องร่มนั้นไม่ต้องเป็นห่วงไปนะ อีกไม่นานมันก็จะกลับมาอยู่กับผมเองนั่นแหละ บายครับคุณนิชคุณ คนตัวโตเอ่ยลาพร้อมกับรอยยิ้ม(อีกเช่นเคย) ผมอ้าปากค้างด้วยความตกใจ

 





เฮ้ยยยย คุณ คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะ คุณ........... ผม ตะโกนเสียงดังลั่นร้าน ทำเอาคนในร้านหันมามองผมเป็นตาเดียว ผมหยุดตะโกนทันที และผมก็ต้องนั่งลงที่เดิมอีกครั้ง ในขณะที่ในหัวของผมมันยิ่งสับสนมากขึ้นๆ

 







สปา เก็ตตี้ครีมซอสของคุณค่ะ ส่วนนี่เป็นสปาเก็ตตี้ครีมซอสเหมือนกัน แต่คุณผู้ชายที่มากับคุณเขาบอกให้ทางร้านแพ็คมันใส่กล่องแล้วให้นำมันมาให้ คุณ และคุณผู้ชายคนนั้นเขาก็จัดการจ่ายเงินทั้งหมดแล้วนะค่ะ ขอให้คุณทานให้อร่อยค่ะ มีอะไรเรียกพนักงานได้ตลอดนะค่ะพนักงาน สาวเอ่ยบอก พร้อมกับที่เธอวางจานสปาเก็ตตี้และถุงพลาสติกที่ข้างในบรรจุกล่องพลาสติกที่ เต็มไปด้วยสปาเก็ตตี้ครีมซอสไว้บนโต๊ะของผม ผมอึ้งกับสิ่งที่พนักงานสาวเอ่ยบอก ผมเอื้อมมือไปหยิบถุงนั้นขึ้นมาไว้ในมือและผมก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ ถูกติดไว้บนฝากล่องพลาสติกนั่น

 

 

เอาไว้ทานตอนที่คุณหิวตอนดึกๆ

 

กล่องนี่สามารถเข้าไมโครเวฟได้เลย

 

มันสะดวกมากสำหรับคุณ ทานให้อร่อยนะครับ^^

 

                                                                   From….TY

 





 

ผมจ้องการ์ดที่ถูกติดอยู่บนฝาพลาสติกนั้นนิ่ง ‘TY’ คืออะไร??? และมันย่อมาจากคำว่าอะไร??? เขา เป็นใครกัน??? ทำไมเขาถึงรู้ว่าผมชอบทานและดื่มอะไร ทำไมเขาถึงรู้ว่าผมชอบหิวตอนดึกๆ และทำไมเขาถึงรู้ว่าการเอากล่องอาหารสำเร็จรูปเข้าไมโครเวฟมันจะสะดวกสำหรับ ผม เพราะที่ผมชอบทำแบบนั้นเป็นเพราะผมทำอาหารไม่เป็นนั่นเอง...

 







คุณเป็นใครกันแน่นะ??? ผมต้องรู้ให้ได้เลย...นายTY” ผมเอ่ยกับตัวเองในขณะที่เบนสายตามองออกไปนอกร้านซึ่งตอนนี้ฝนก็ยังคงตกอยู่ พร้อมกับร่างของคนตัวโตที่หายไปท่ามกลางสายฝนสายบางเบานั่น...





++++++++++++++++++++



ติดตามตอนต่อไปค่า^^

อยากอ่านต่อก็ช่วยกันเม็นต์นะค่ะ

แต่ถ้าไม่อยาก...ก็อ่านแล้วก็ออกไปเฉยๆก็ได้ไม่ว่ากัน

ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไรเตอร์มาแบบมาคุ

ทั้งๆที่SFออกจะหวานหยด ว้า....แย่จัง

อยากอ่านต่อก็เม็นต์  นี่มาแค่ครึ่งเดียวก่อน

อีกครึ่งจะตามมาในไม่ช้า...ขอบคุณค่ะ

ปล. In Love จริงๆนะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ

อย่าขว้างอะไรมาค่ะ ไรเตอร์ไม่อยากเจ็บตัว คิๆๆๆๆ

มันจะโรแมนซ์หรือน้ำเน่าดีนะ เลือกเอาก็แล้วกันค่ะ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

495 ความคิดเห็น

  1. #484 Boatiezz (@3oatiezz) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2557 / 03:46
    อัยย๊ะ.. แทค แกเป็น stalker หรอเนี่ย

    ตกลงมันจะโรแมนติกรึว่าโรคจิตกันแน่เนี่ย เส้นแบ่งมันบางเหลือเกิน หึหึ
    #484
    0
  2. #468 tooktook222 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 เมษายน 2556 / 17:26
    แทคแอบชอบนิชคุณมานานแล้วล่ะสิ

    น่ารักจัง
    #468
    0
  3. #461 Piyamon Na Pattalung (@peeya5046) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2555 / 21:28
    อร๊ายยยย ชอบ
    #461
    0
  4. #441 เต็งหนึ่ง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กันยายน 2555 / 13:45
    เฮ๊ย...แท๊คแกเป็นสายลับปลอมตัวมาใช่ใหม

    แกถึงรู้เรื่อง คุนนี่ทุกอย่างเลย

    หรือแกเป็นพวกถ้ำมอง หา.....
    #441
    0
  5. #422 olive-on (@olive-on) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2555 / 21:23
    แทคทำไมรู้ทุกเรื่องเลยล่ะ

    แล้วนายสตีฟเป็นใคร
    #422
    0
  6. #415 Meagan (@ht-meagan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2555 / 14:46
    เอิ่มมมม
    อะไร ยังไงหรอ พี่แทคเปนโรคจิตป่ะเนี่ยยย
    #415
    0
  7. #371 นานา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มกราคม 2555 / 21:42
    สตีฟเป็นสายแทคแน่เลย

    เป็นเราก็สงสัยคนะไรรู้เรื่องเราไปหมด

    แต่ถ้ามีคนแบบนี้อยู่จริงก็ได้ใจคนๆนั้นไปเลย
    #371
    0
  8. #359 khawkhun (@noppawanseikram) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มกราคม 2555 / 17:19
    ง่ะ ตกลงว่าอิเหมียวเป็นใครกันแน่
    แล้วสตีฟละเป็นสายให้อิเหมียวหรือป่าวนะ
    ทำแบบนี้เหมือนโรคจิตเลยอะ
    #359
    0
  9. #354 คนผ่านทาง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 / 00:44
    เหมียว แกทำอะไรของแกนะห๊ะ เด๋วเจอดาร์กคุณหรอกแก แล้วจะมาหาว่าไม่เตือนไม่ได้นะเฟ้ย
    #354
    0
  10. #336 TattA (@sun036) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 / 23:17
     แอบตามคุนนี่อ่ะดิ

    สงสัยๆ
    #336
    0
  11. #333 pikko (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 / 13:18
    สตีฟรู้ไรรึเปล่า??
    #333
    0
  12. #326 belonging (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2554 / 17:31
    =..= เหอะๆแทค นี่ถ้าเป็นเราเราก็แอบกัวหน่อยๆนะ ถ้าไม่หล่อนี่ยิ่งกัวหนัก (เกี่ยว??)
    #326
    0
  13. #324 ิิิิิbee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2554 / 22:00
    TY มาทำให้อยากรู้แล้วจากไป 555
    #324
    0
  14. #317 khunnainim (@khunnainim) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2554 / 22:42
    มิสเตอร์TY....น่าสนใจนะเนี่ย
    #317
    0
  15. #311 p.m.mei (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กันยายน 2554 / 21:51
    น่ารักมากๆเรยอ่ะ แทคยอนนายเป็นใครกันแน่
    #311
    0
  16. #305 ott1212 (@ott1212) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2554 / 12:50
    เอ...............เพื่อของคุณคนนั้น..............


    เป็นคนส่งข่าวให้แทคหรือปล่าวนะ..........

    รู้เรื่องของคุณทุกเรื่องแบบนี้................
    #305
    0
  17. #291 ekada (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2554 / 03:25
    ให้เดานะ แทคเป็นเพื่อนกับสตีฟ

    แล้วแทคก็แอบชอบคุณมานานแล้วด้วย
    #291
    0
  18. #258 ทคตลป (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2554 / 01:45
    อยากมีคนแบบTYมาคอยดูแลอยู่ห่างๆบ้าง



    เพลงประกอบนี้ใช่ที่คุณนี่ร้องให้ผญนางนั้นในรายการที่คุณก็รู้ว่าอะไรใช่มั้ยคะ??



    ตอนของขวัญวันคริสมาสต์อ่ะ แต่ไรเตอร์คงไม่ได้ดู



    คุณนี่ร้องเพราะจริงๆนะเออ
    #258
    0
  19. #249 D-sine (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 เมษายน 2554 / 22:13
    อื้ม.........





    มันมี something นะเนี่ย





    ต้องติดตามต่อไป





    อยากอ่านต่อค่ะ



    ไรเตอร์ สู้ๆ
    #249
    0
  20. #225 opi (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2553 / 18:31
    โอออออออ

    แทครุกสุดตัวเลยนะคะเนี่ย

    น้องคุนคะ หนูจะมัวมางงอยู่อย่างนี้ไม่ไดแล้วนะคะ

    แมวมันแลดูเอาจริงขนาดนี้

    เดี๋ยวหนูจะได้มีแฟนเป็นแมวโดยไม่รู้ตัวนะคะ



    ปล.เรื่องน่ารักจังค่ะไรเตอร์
    #225
    0
  21. #221 Soft@Hottest (@bangkeaw) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2553 / 00:55
    รู็สึกหวานเลี่ยน อ๊าาาา
    #221
    0
  22. #219 PLOY (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2553 / 17:08
    สตีฟ ต้องรู้จักแทคแน่ๆเลย

    แทคนี่ก็รู้ดีไปหมดซะทุกเรื่องที่เกี่ยวกะพี่คุณ

    มันยังไงกันแน่นะ
    #219
    0
  23. #218 tukta (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2553 / 00:49
    ซึ้งเหมาะกับเพลงมากค่ะ

    แทคทำตัวปริศนามากมายเลย

    น่าสงสัยจริงๆ
    #218
    0
  24. #217 Mirage (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2553 / 22:24
    สตีฟเป็นแม่(?)สื่อแทคกับพี่คุณรึเปล่าคะเนี่ย ?



    แทคฟิคนี้ดูเหมือน stalker เลย 55+ เนียนได้ตลอดเลยนะ เหมียว!

    รู้เกี่ยวกับพี่คุณทุกอย่าง.. พี่คุณก็เริ่มหวั่นไหวแล้วด้วยสิ



    มาต่อไวๆนะคะ ขอบคุณสำหรับพาร์ทนี้ค่ะ ^^
    #217
    0
  25. #216 se7enlove777 (@se7enlove777) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2553 / 15:27

    อิแทคแกเป็นใครกันแน่เนี่ย รู้พฤติกรรมของน้องคุณทุกอย่างเลย

    แถมตามน้องคุณมาอีกต่างหาก มันยังไงกันเนี่ย

    แทคนี่แต๊ะอั๋งน้องตลอดเลยนะ นิดๆหน่อยๆก็เอา

    บรรยากาศเป็นใจฝนตกพรำๆอยู่ในร่มคันเดียวกัน

    อยากกินสปาเก็ตตี้ครีมซอส อ๊ากกกก หิวๆๆๆ

    แทคช่างใส่ใจน้องทุกรายละเอียดจริงๆ แต่มันก็แลดูน่ากลัวนะ

    รู้ไปซะหมดทุกเรื่องขนาดเรื่องส่วนตัวมากๆก็ยังรู้ มันยังไงกันนะ

    #216
    0