2PM [[[SF TK Couple]]]

ตอนที่ 1 : [[[TK Couple]]] แต่ปางก่อน ๑

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,492
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    20 เม.ย. 55






ต้องขอกราบอภัยงามๆนะค่ะสำหรับคนที่เข้ามา
อ่านช็อตฟิคนี้ อ่านไปพอให้มันขำๆนะค่ะ อย่าเอาอะไรกับมันมากเน้อ
ไรเตอร์เตือนแล้วนะ อย่าหาว่าไม่เตือน ก๊ากๆๆๆๆ
(แล้วคุณจะบอกว่าเขียนไปได้)





[[[TK Couple]]] แต่ปางก่อน 





รอคอยเธอมาแสนนาน ทรมานวิญญาณหนักหนา
ระทมอยู่ในอุรา แก้วกานดาฉันรอเธอผู้เดียว

เธอเอยแม้เราจากกันแสนไกล ชายใดดวงใจฉันไม่แลเหลียว
รักเธอแน่ใจจริงเชียว รักเธอผู้เดียวนิรันดร์

แม้นมีอุปสรรคขวากหนาม แม้นตายไม่ยอมพลัดพรากจากกัน
เกิดชาติไหนๆ ไม่ยอมห่างไกลกัน ดวงจิตผูกพันธ์ รักมั่นมีไว้เพียงเธอ

คงเป็นรอยบุญมาหนุนนำ รอยกรรมรอยเกวียนหมุนเปลี่ยนเสมอ

ให้เราได้มาเจอะเจอ ฉันและเธอร่วมทุกข์ร่วมสุขสมดังรอคอย




MusicPlaylist



“แทค ทำไมเมิงต้องมาถึงนี่ด้วยว่ะ”เสียงไอ้ซูเพื่อนผมเอ่ยถามในขณะที่มันเดินตามผมกับไกด์มาอย่างเร่งรีบ เพราะผมกับมันดั้นด้นมาถึงประเทศไทยและมาถึงที่นี่???จังหวัด จังหวัดหนึ่งของประเทศไทย อยู่ทางภาคกลางของประเทศ ไม่ไกลกรุงเทพมหานครที่เป็นเมืองหลวงมากนัก ซึ่งที่นั่นก็คือ พระนครศรีอยุธยา และในตอนนี้ผมกับมันและไกด์อีกหนึ่งคนได้มาหยุดยืนอยู่ที่บ้านหลังหนึ่ง บรรยากาศโดยรอบปกคลุมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ร่มรื่นสวยงามเป็นที่สุด ลักษณะรูปทรงบ้านเป็นบ้านเรือนไทย ทำด้วยไม้สักทั้งหลัง ข้างๆเรือนเป็นคลองน้ำธรรมชาติขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ลมพัดเอื่อยๆทำให้กลิ่นหอมของอะไรบางอย่างโชยกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณ ผมจัดการเดินตามกลิ่นหอมอ่อนๆนั้นไป จนไปพบกับดอกอะไรบางอย่าง สีขาวอมเหลือง บ้างก็สีเหลืองอมส้ม ดอกเล็กๆ ออกดอกเต็มต้นไปหมด ทุกสิ่งทุกอย่างมันช่างคุ้นตาผมมาก นี่แหละ คือสถานที่ที่ผมฝันถึงทุกคืน กว่าผมจะสืบเสาะได้ว่าที่นี่คือไหน มันก็ยากพอดู เพราะผมไม่เคยมาประเทศไทย นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้มาเหยียบแผ่นดินทองแห่งนี้ ผมหันหน้าไปถามไกด์ทันที
 
 


“คุณครับ ไม่ทราบนี่เขาเรียกว่าดอกอะไรครับ”


 
“เขาเรียกว่าดอกจำปาค่ะ เป็นดอกไม้โบราณของไทย เดี๋ยวนี้หายากแล้วนะค่ะ”ไกด์คนสวยเอ่ยตอบในขณะที่มองผม
 


“เหรอครับ กลิ่นช่างหอมอบอวล ชวนหลงใหล”ผมเอ่ยออกไปในขณะที่ใจคิดถึงร่างของใครคนหนึ่ง
 



“ไอ้แทค เมิงไม่รู้สึกมึนๆเมื่อได้กลิ่นดอกนี่เหรอไงว่ะ ทำไมกรุรู้สึกมึนๆชอบกล”ไอ้ซูเอ่ยถามผมในขณะที่มันเดินตามผมมาแล้วมาหยุดยืนอยู่หน้าต้นจำปา
 



“ไม่ กรุชอบ หอมดี”ผมตอบในขณะที่รีบพาตัวเองขึ้นไปชั้นบนของบ้านเรือนไทยหลังนั้นทันที
 




“ไอ้แทครอกรุด้วย ไอ้แทค”เสียงไอ้ซูลอยตามมาแต่ผมก็ไม่คิดที่จะหยุดหรอกนะ ตอนนี้ผมอยากเห็น เห็นใครคนหนึ่ง..........ที่ผมต้องการเจอมาตลอดชีวิต
 




“คุณครับ ที่นี่ไม่มีคนอยู่เหรอครับ”ผมหันหน้าไปถามไกด์สาวคนนั้น แต่แล้วก็ต้องตกใจเพราะว่าไม่มีใครเลยสักคน ไอ้ซู กับไกด์สาวคนนั้นไปไหนซะล่ะ ผมได้แต่เดินออกไปริมระเบียงบ้าน เพื่อมองหาสองคนที่ผมพูดถึง แต่แล้วเมื่อผมหันหลังกลับมาอีกที ผมก็ต้องพบกับร่างของใครคนหนึ่ง เขาคนนั้นยืนส่งยิ้มพรายมาให้ผม ใบหน้าขาวสวย จมูกโด่งรั้น ดวงตากลมโต ริมฝีปากสีชมพูอมแดงอ่อนๆ สวมเสื้อผ้าโปร่งแขนสั้นสีชมพูอ่อน กับกางเกงผ้ามันสีแดงสด ขับกับผิวขาวๆนั้นยิ่งนัก ผมกำลังตกตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า ภาพตรงหน้าช่างสวยงามอะไรเช่นนี้ ถึงแม้เขาคนนี้จะสวมเสื้อผ้าธรรมดาและก็เป็นผู้ชายเหมือนผม แต่ทำไมนะ ผมถึงรู้สึกว่ามันช่างสวยงามเกินบรรยายจริงๆ
 




“ในที่สุด ท่านก็มาหาเรา ในที่สุดเราก็ได้พบกัน”เสียงหวานแย้มออกมาจากริมฝีปากสวยนั้นพร้อมๆกับรอยยิ้มบางๆ
 




“นายพูดภาษาเกาหลีได้ด้วยเหรอ ฉันกับนายเคยรู้จักกันใช่ไหม ฉันเคยเห็นนายในฝัน”ผมเอ่ยตอบออกไป
 




“ในตอนแรกเราก็ไม่รู้จักภาษาของท่านหรอก แต่เมื่อเรารู้ว่าท่านอยู่ที่นั่นเราก็เลยต้องฝึกภาษานั้น(อร๊ากๆๆๆๆเป็นไงล่ะ คุนนี่ของเจ๊ มีฝึกภาษาเกาหลีเพื่อให้อิแทคมันเข้าใจอีกต่างหาก กร๊ากกกกก ไรเตอร์บ้าไปแล้ว คริๆ) เพียงแค่ในฝันเท่านั้นหรือ ท่านจำเราไม่ได้จริงๆอย่างนั้นหรือคุณหลวง”เสียงหวานจากคนหน้าหวานเอ่ยเสียงแผ่วในขณะที่สายตาบ่งบอกถึงความผิดหวัง T-T
 




“ฉันจำไม่ได้ ฉันรู้แต่เพียงว่าทุกวันทุกคืนฉันจะฝันถึงนาย ฝันถึงบ้านเรือนไทยหลังนี้ จนฉันทนไม่ไหว ต้องตามหานายและบ้านหลังนี้ให้เจอ และในตอนนี้ฉันก็เจอมันแล้ว”ผมเอ่ยตอบในขณะที่พยายามอธิบายให้คนตรงหน้าเข้าใจ
 





“ถ้าท่านจำเราไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แต่เราจะเป็นคนรื้อฟื้นความทรงจำให้แก่ท่านเอง”คนหน้าหวานเอ่ยพร้อมๆกับเดินนำผมไปที่ห้องๆหนึ่ง
 





“นี่ก็เย็นแล้ว เชิญท่านอาบน้ำให้สบายตัวก่อนเถอะ เดี๋ยวเราจะเตรียมชุดนอนกับตั้งสำรับไว้ให้ท่านเอง”คนหน้าหวานเอ่ยบอกในขณะที่เดินออกจากห้องผมไป
 






“เดี๋ยวก่อน แล้วเพื่อนของฉันอีกสองคนล่ะ อยู่ดีๆเขาสองคนก็หายไป”ผมเอ่ยถามด้วยความสงสัย
 





“เพื่อนของท่านทั้งสองคน พักอยู่เรือนรับรองข้างๆกัน ท่านไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก เราจัดการให้คนดูแลแล้ว”คนหน้าหวานเอ่ยตอบในขณะที่เดินออกไปอีกครั้ง
 






เมื่อได้ยินดังนั้นผมจึงจัดการรื้อกระเป๋าเสื้อผ้าออก หยิบแปรงสีฟัน ผ้าเช็ดตัวแล้วเดินออกมาเพื่อที่จะถามว่าห้องน้ำไปทางไหน ผมเห็นร่างบางของคนหน้าหวานกำลังก้มจัดอะไรบางอย่าง








 
“เอ่อ..ขอโทษนะครับ ห้องน้ำไปทางไหนครับ”ผมเอ่ยถามด้วยความเกรงใจ
 






“ห้องน้ำอย่างนั้นหรือ เชิญตามเรามาทางนี้”คนร่างบางเอ่ยตอบในขณะที่เดินนำผมไป และอีกไม่นานเราสองคนก็มาหยุดอยู่หน้าห้องๆหนึ่ง คนร่างบางเบี่ยงตัวหลบให้ผมเดินเข้าไปด้านใน
 







“เชิญอาบตามสบาย ถ้ามีอะไรเรียกเราได้ตลอด”คนร่างบางบอกแล้วเดินจากไป ผมจึงจัดการพาร่างของตัวเองเข้าไปในห้องน้ำนั้น ผมเห็นอะไรบางอย่างใส่น้ำไว้เต็ม ข้างๆกันอะไรเล็กๆลอยอยู่เหนือผิวน้ำ ผมจึงใช้มันสมองทั้งหมดคิดถึงความน่าจะเป็น ผมจึงจัดการถอดเสื้อผ้าออกและจัดการใช้อุปกรณ์เล็กๆนั้นตักน้ำขึ้นแล้วราดลงมาบนตัวผมทันที โดยในขณะที่ผมอาบนั้น ผมได้กลิ่นของดอกจำปาโชยมาเป็นระยะๆ อีกไม่นานต่อมาผมก็อาบน้ำเสร็จ ผมจัดการใช้ผ้าขนหนูคลุมร่างกายส่วนล่าง ในขณะที่ใช้มือเสยผมที่เปียกน้ำนั้นเบาๆ แล้วจัดการเดินออกมาจากห้องน้ำ ผ่านไปที่ลานโล่งๆกลางบ้าน เลยมาที่ห้องนอนของตัวเอง ผมก้าวเท้าเข้าห้องอย่างระมัดระวังเพราะก่อนที่จะเข้าห้องได้มันจะมีท่อนไม้อะไรสักอย่างวางกั้นอยู่ ถ้าเดินไม่ดีมีหวังล้มแน่ๆ
 






“นี่ชุดนอนของท่าน เราเตรียมไว้ให้แล้ว”ร่างบางหันหน้ามาบอกผมในขณะที่วางชุดไว้บนปลายเตียง แต่แล้วจู่ๆผมก็สังเกตเห็นสีแดงระเรื่อๆบนแก้มเนียนใสนั้น
 







“เป็นอะไรไปครับ ไม่สบายหรือเปล่า”ผมเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง ในขณะที่สาวเท้าเดินเข้าไปใกล้คนร่างบางทันทีพร้อมๆกับใช้หน้าผากของตัวเองอังกับหน้าผากของคนร่างบาง ทำเอาคนร่างบางสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ
 







“ท่านทำอะไร”คนร่างบางตอบในขณะที่ก้มหน้าก้มตามองเท้าซะอย่างนั้น
 






“ฉันก็แค่วัดอุณหภูมิร่างกายของนาย ว่าร้อนหรือเปล่า”ผมตอบหน้าตาเฉย ก็ทำไมล่ะที่บ้านผมทำแบบนี้มันเป็นเรื่องที่แสนจะธรรมดาไม่ใช่เหรอครับ หรือว่าที่นี่มันไม่ใช่???
 







“มันมีวิธีวัดความร้อนของร่างกายอย่างนั้นด้วยหรือ เราไม่เคยเห็น”คนร่างบางตอบในขณะที่มองผมตาแป๋ว
 







ตึก ตึก ตึก...................ใจของผมเต้นรัวๆแรงๆ
 







“เอ่อ...........ใช่ที่บ้านฉันทำแบบนี้มันเป็นเรื่องธรรมดา แล้วที่นี่เขาวัดไข้กันยังไงล่ะ”
 






“ก็ใช้แค่ฝ่ามืออังๆไปบนหน้าผากก็รู้แล้วว่ามันร้อนหรือไม่ร้อน”คนร่างบางตอบในขณะที่ทำท่าให้ผมดูไปด้วย
 





“อย่างนั้นเหรอ ไหนฉันขอลองวัดไข้ใหม่หน่อยน๊า”ผมพูดในขณะที่แปะฝ่ามือลงบนหน้าผากมนสวยของคนร่างบางอีกครั้ง
 






“ตัวก็ไม่ร้อนนี่ แล้วเป็นอะไรไปล่ะ ทำไมหน้าแดงจัง”ผมถามในขณะที่ทำท่าครุ่นคิด
 







“ทำไมท่านถึงแต่งตัวแบบนี้ออกมาจากห้องน้ำ”คนร่างบางเอ่ยถาม ทำเอาผมถึงต้องหันไปมองหน้าเขาเลยทีเดียว
 







“ถ้าไม่ให้ฉันใส่ผ้าเช็ดตัวแล้วจะให้ฉันใส่อะไรออกมาจากห้องน้ำล่ะ”ผมเอ่ยถามด้วยความสงสัย
 







“ก็.....ก็สวมเสื้อผ้าออกมา”คนร่างบางตอบตะกุกตะกัก
 






“หืม.........เสื้อผ้าที่ใส่แล้วเนี่ยนะ ถ้าทำอย่างนั้นแล้วฉันจะอาบน้ำไปเพื่ออะไรล่ะ ว่าแต่นายชื่ออะไรฉันจะได้เรียกถูก”
 






“เราชื่อ นิชคุณ “คนร่างบางตอบในขณะที่ผมเดินไปที่ปลายเตียงแล้วหยิบเสื้อผ้าโปร่งสีเขียวอ่อนแขนสั้นขึ้นมาใส่ไปด้วย
 






“ฉัน ขอเรียกนายว่าคุณนะ มันสั้นดี อีกอย่างชื่อนายก็เรียกยากชะมัด ส่วนนายเรียกฉันว่าแทคก็แล้วกัน”ผมตอบในขณะที่หยิบกางเกงขึ้นมาใส่ แต่แล้วก็ต้อง งง เพราะว่ามันไม่มีเชือก หรือ ซิป หรืออะไรเลยที่จะสามารถทำให้กางเกงตัวนี้ของผมไม่หลุดลงไปกองกับพื้น
 






“นี่มันอะไร ทำไมกางเกงถึงเป็นแบบนี้”ผมเอ่ยถามด้วยความ งง งวย ทำให้คนร่างบางเดินเข้ามาและจับขอบกางเกงไว้ทั้งสองด้าน
 






“ท่านใส่ไม่เป็นอย่างนั้นหรือ”คนร่างบางเอ่ยถาม
 





“อือ ฉันใส่ไม่เป็น มันไม่มีเชือก ไม่มีซิปแล้วมันจะใส่ยังไงในเมื่อมันใหญ่ขนาดนี้”ทันทีที่ผมเอ่ยจบคนร่างบางก็หัวเราะขึ้นมาเบาๆ
 






“แต่ก่อนนี้ท่านยังเคยเป็นคนสอนเราให้ใส่อยู่เลยนะ แต่มาตอนนี้เรากลับต้องเป็นคนสอนท่านเสียเอง”คนร่างบางเอ่ยพร้อมกับหัวเราะเสียงใส








 
ตึก ตึก ตึก ใจผมเต้นแรงอีกแล้ว เป็นเพราะอะไรกันนะ
 






“คุณหลวงฟังที่เราพูดอยู่หรือไม่”จู่ๆเสียงของคนร่างบางก็ดังขึ้นทำเอาผมหลุดจากภวังค์ทันที
 






“ห๊า............นายว่าอะไร”ผมโพล่งปากถามเสียงดัง
 






“เราบอกว่าให้ท่านทำตามที่เราบอก”คนร่างบางเอ่ยเสียงเรียบๆ
 






“อือๆไหนว่ามาใหม่สิ เมื่อกี้ฉันไม่ได้ฟัง”ผมเอ่ยในขณะที่พยายามตั้งใจฟังในสิ่งที่คนร่างบางสอน
 






“ท่านทำแบบนี้นะ แบบนี้ แบบนี้และก็แบบนี้”คนร่างบางเอ่ยอธิบายในขณะที่ผมสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมอ่อนๆที่ลอยออกมากผิวกายของคนร่างบาง มันไม่ใช่กลิ่นสบู่ มันหอมกว่าสบู่มากนัก นี่มันกลิ่นอะไรกันนะ ทำไมถึงได้หอมชื่นใจปานนี้.............
 





“นั่นแหละ ท่านใส่มันได้แล้ว”คนร่างบางเอ่ยในขณะที่เงยหน้าขึ้นมา และแล้วสายตาของผมก็ประสานกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ
 




“เราขอตัวออกไปจัดสำรับต่อนะ ท่านเองก็รีบตามออกมา”คนร่างบางเอ่ยในขณะที่พาตัวเองออกไปจากห้องผมทันที
 




………………………………………
…………………………………….
…………………………………..
……………………………….
…………………………..
…………………….
………………….
……………..
………….
………
……..
……
…..
..






ผมเดินตามคนร่างบางออกมา ทันทีที่ผมเดินมาถึงลานกว้างกลางบ้านที่มีศาลาเล็กๆตั้งอยู่ ผมก็ต้องพบกับอาหารมากหน้าหลายตา ทุกอย่างตกแต่งอย่างสวยงามเหมือนที่ผมเคยเห็นในหนังสือเป๊ะ
 







“เชิญนั่ง”คนร่างบางเอ่ยในขณะที่ผายมือเพื่อให้ผมนั่งลง







 
“ขอบคุณ”ผมเอ่ยตอบในขณะที่นั่งลงตรงข้ามกับร่างบาง




“เราไม่รู้ว่าอาหารฝีมือเรายังจะถูกปากท่านอยู่หรือไม่”คนร่างบางเอ่ยในขณะที่ตักข้าวใส่จานให้ผม
 






“ฉันจำไม่ได้หรอกนะว่านี่มันเรียกว่าอะไร แต่ฉันรู้สึกว่าฉันจะชอบมัน”ผมเอ่ยในขณะที่รับจานข้าวจากมือคนร่างบาง
 







“เชิญทาน”
 






“ไม่มีตะเกียบหรือช้อนซ้อมเหรอ”ผมเอ่ยถามอีกครั้ง
 







“ปกติคนที่นี่จะใช้แค่ช้อนนี้เท่านั้น”คนร่างบางเอ่ยในขณะที่ชี้มือมายังช้อนที่ผมถืออยู่ ผมพยักหน้าหงึกหงักด้วยความเข้าใจ ผมจึงใช้ช้อนนั้นตักอาหารที่เป็นน้ำแกงสีส้มๆและมีผักอะไรสักอย่างอยู่ในนั้นขึ้นมาแล้วยัดใส่ปากทันที
 





“เป็นอย่างไรบ้าง ท่านยังชอบมันอยู่ไหม”คนร่างบางเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น
 






“อือฉันชอบนะรสชาติมันเหมือนแกงกิมจิเลย แต่นี่มันจะเผ็ดกว่าหน่อย”คนเอ่ยตอบคนร่างบางกลับไปในขณะที่ตักแกงนั้นขึ้นมากินอีก
 






“สิ่งที่ท่านทานอยู่เขาเรียกว่า แกงส้ม แกงส้มปลาช่อนใส่ผักบุ้ง”คนร่างบางเอ่ยอธิบาย ทำให้ผมพอเข้าใจแล้วว่านี่มันคืออะไร
 








“ลองทานนี่ดูสิ สิ่งนี้ท่านก็ชอบนะ”คนร่างบางเอ่ยคะยั้นคะยอ ทำให้ผมต้องตักขึ้นมากิน








 
“นี่เขาเรียกว่า ผัดดอกสลิต”คนร่างบางเอ่ย ในขณะที่ผมกำลังเคี้ยวเจ้าสิ่งนั้นเข้าปากตุ้ยๆ
 






“เป็นอย่างไร ชอบหรือไม่”
 






“อือ อร่อยมาก รสชาติแบบนี้มันช่างคุ้นเคยเหลือเกิน”ผมเอ่ยในขณะที่กำลังคิดถึงความคุ้นเคยของอาหารที่กำลังเคี้ยว รสชาติแบบนี้ผมเคยได้กินจากที่ไหนนะ คงต้องเป็นที่นี่สินะ และก็ต้องเป็นคนๆนี้ทำด้วย
 







“แล้วทำไมนายไม่กินล่ะ กินสิ กินด้วยกัน”คนถามคนร่างบางที่นั่งอมยิ้มมองผมตาแป๋ว
 





“เชิญท่านทานตามสบายเถอะ คือว่าเรา เราทานแล้ว”คนร่างบางเอ่ยตอบในขณะที่ลุกขึ้น
 





“แล้วนั่นนายจะไปไหน”
 





“เราจะไปเอาน้ำฝมมาให้ท่านดื่ม”คนร่างบางหันหน้ามาตอบในขณะที่เดินจากไปและอีกไม่นานคนร่างบางก็กลับมาพร้อมๆกับอะไรบางอย่างที่อยู่ในมือ
 





“ลองดื่มน้ำฝนนี่ดู ชื่นใจเป็นที่สุด”คนร่างบางเอ่ยในขณะที่ยื่นสิ่งที่อยู่ในมือมาให้ผม ผมจึงรับมันมาถือ และก่อนที่ผมจะยกขึ้นดื่มผมก็ต้องพบกันดอกอะไรยางอย่างที่ลอยอยู่เต็มพร้อมๆกับกลิ่นหอมอ่อนๆ
 







“นั่นเขาเรียกว่าดอกมะลิ คนแถวนี้เขานิยมเอามาลอยใส่น้ำดื่มกัน เพราะมันจะให้กลิ่นหอมอ่อนๆเมื่อยามดื่ม และสิ่งที่ท่านถืออยู่เขาเรียกว่าขัน ขันใส่น้ำ”คนร่างบางอธิบายให้ผมฟังหมด ผมได้แต่พยักหน้าตามและยกน้ำขันนั้นขึ้นดื่มทันที ความรู้สึกที่ผมได้รับตอนนี้คือความหอมอ่อนๆของดอกมะลิที่อบอวลอยู่ในปากบวกกับความชื่นใจของน้ำฝนเย็นๆ อ๊า.................ชื่นใจมากๆเลยครับ
 







“ท่านจำได้ไหม ว่าท่านเคยชอบดื่มน้ำฝนลอยดอกมะลินั่นมาก”คนร่างบางถามพร้อมๆกับที่สายตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง








 
“เอ่อ.........คือผมเริ่มจำได้ลาง”ผมเอ่ยตอบ คงไม่เป็นไรหรอกนะถ้าจะบอกออกไปเช่นนั้น ผมไม่กล้าบอกตรงๆว่าผมจำไม่ได้ เพราะกลัวว่าคนร่างบางตรงหน้าจะเสียใจ




“จริงๆหรือ ท่านเริ่มจำเรื่องระหว่าเราสองคนได้แล้วจริงๆอย่างนั้นหรือ”คนร่างบางเอ่ยเสียงตื่นเต้น
 









“พอจำได้ลางๆ”ผมเอ่ยตอบแบบเสียไม่ได้
 







“เรามีที่ที่หนึ่งที่อยากพาท่านไป ตามเรามาเถอะ”คนร่างบางเอ่ยในขณะที่เดินนำผมลงไปยังชั้นล่างของบ้าน เราสองคนเดินเคียงคู่กันไปเรื่อยๆ จนไปถึงศาลาริมน้ำ คนร่างเล็กเดินนำผมไปนั่งลงอย่างช้าๆ ผมจึงเดินเข้าไปนั่งตรงข้ามกับร่างบางนั้นทันที บรรยากาศโดยรอบตัว เต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ลมพัดมาเอื่อยๆในขณะที่ได้กลิ่นของดอกจำปาอ่อนๆลอยมาตามลมเป็นระยะ
 







“สบายจังนะที่นี่”ผมเอ่ยในขณะที่มองหน้าคนร่างบางที่กำลังนั่งคิดเรื่องอะไรบางอย่างอยู่เงียบๆ
 






“ใช่ที่ที่นี้ เราสองคนได้พบกันครั้งแรก เราพบกันที่ข้างๆต้นดอกจำปานั่น”คนร่างบางเอ่ยบอกเสียงแผ่วเบาในขณะที่สายตาหันไปมองที่ต้นดอกจำปาพร้อมกับรอยยิ้มบางๆแต่ในดวงตาคู่สวยนั้นกลับมีน้ำตารื้นๆอยู่
 





“เล่าให้ฉันฟังหน่อยสิ ฉันอยากฟัง”ผมเอ่ยเสียงแผ่วเช่นกัน ทำไมกันนะตอนนี้ผมรู้สึกอยากคว้าคนร่างบางเข้ามากอดเหลือเกิน น้ำตาที่ไหลจากดวงตาคู่นั้นผมอยากจะซับมันออกไปให้หมด ผมอยากให้คนๆนี้ร่าเริงสดใส ไม่ใช่ต้องร้องไห้แบบนี้


 
เรื่องมันมีอยู่ว่า.............................








พยายามทำใจให้เป็นกลาง

แล้วคุณจะได้รับความรู้สึกใหม่ๆ

ความเป็นไทยกับเกาหลี เข้ากันได้นะ จะบอกให้

เพราะพระเอกผิวเข้มเหลือเกิน

ส่วนนายเอก ถึงหน้าไม่ให้แต่ใจรักนะจ๊ะเธอ


อร๊ากกกกกก ไรเตอร์บ้าไปหรือเปล่าค่ะ

รีดเดอร์คงสงสัยว่าไรเตอร์คิดได้ไง

ก็แบบว่า......ไม่รู้เหมือนกันค่ะ

ตอนแรกกะว่าตอนเดียวจบแต่ไปไปมามา

มันยืดเยื้ออ่ะ

คงจะประมาณสองไม่ก็สามตอนจบนะค่ะ

ฝากติดตามด้วยจร้า

ปล.แบนอีกสิแบนอีกสิ อร๊ากกกกกกจิตหลุดลอยไปแร้วว

ฟิคนี้มันบ้าเนอะ ไม่รู้คิดได้ไง 

แต่คิดไปแระอ่ะ ฝากติดตามด้วย

ตอนแรกกะแต่งขำๆ

ไปไปมามาออกแนวหวานซึ้งตรึงใจ

ยังไงชอบก๊ล ชอบกล

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

495 ความคิดเห็น

  1. #489 Boatiezz (@3oatiezz) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2557 / 20:55
    คุณนี่ของเรานี่ความพยายามแรงกล้ามากนะ มีการเข้าคอร์สเรียนภาษาเกาหลีก่อนด้วย 555
    #489
    0
  2. #476 tklove (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มกราคม 2557 / 00:34
    เนื้อเรื่องแปลกดี คิดได้ไงคะแกงส้มกะแกงกิมจิ
    #476
    0
  3. #471 nui_nui (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2556 / 22:06
    วิธีวัดไข้แบบเหมียวอ๊ค เอ่อ!! แบบว่าเขินอ่ะ -///-

    น้ำฝนลอยดอกมะลิ หอมเย็นชื่นใจ

    อิแทคจะจำได้บ้างไหมเนี่ย

    เกาหลีกับไทยก้อเข้ากันได้นะเออ

    รีดเคยไปอ่านเจอมาอ่ะค่ะ

    เขยไทยสะใภ้เกา ช่างเหมาะกับคุ่นี้เหลือเกิน. คิคิ

    #471
    0
  4. #467 kung (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 เมษายน 2556 / 17:27
    น้องคุนอย่างไทยแท้เลย ส่วนแทคก็เกาหลีมาเลยอิอิ สองประเทศมันเข้ากันได้จริงๆๆนะ^^
    #467
    0
  5. #466 nui_nui (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 เมษายน 2556 / 07:13
    คุณหลวงแทค สีผิวแกให้อยุ่นะ

    คุนนี่ไปฝึกภาษาเกาหลีจากทีีไหนเนี่ย อิอิ

    ((ท่าทางคุนนี่จะเปนวิญญาณอ่ะ เดาเอานะ))

    น้ำฝนลอยมะลิ แลดูไทยๆ มากค่ะไร้ท์ หอมและเย็นชื่นใจ...

    #466
    0
  6. #450 Icecreamcake (@icelupan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2555 / 20:30
    ย้อนยุคได้อีกแต่ก็น่ารักไปอีกแบบนะ
    #450
    0
  7. #435 เต็งหนึ่ง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กันยายน 2555 / 09:59
    แกงส้มปลาช่อน ของชอบคุณหลวง 555555
    #435
    0
  8. #425 ponnee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2555 / 21:51
    อืมม..แทคเป็นคุณหลวงเนี่ยก็คืออยู่นะ ผิวเข้มๆน่ะ...อ่ะมาย้อนยุคกันเร๊วว
    #425
    0
  9. #408 Meagan (@ht-meagan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2555 / 12:41
    อิๆๆๆๆๆ
    นึกภาพว่าพี่แทคเป็นคุนหลวงอ่ะ 5555
    พี่คุนแนวจัง เจ๋งๆๆๆ
    #408
    0
  10. #396 Piam'Mara (@night-tee) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2555 / 01:57
     คุณเป็นผีหรอเนี้ย ออกแนวดราม่าป่าวเนี้ย
    #396
    0
  11. วันที่ 20 เมษายน 2555 / 17:44
     พี่่คุณอย่งแนวอ้ะ55555 พูดเกาหลีได้ด้วยย
    พี่คุณเป็นผีเหรออ ขอบคุณไรทเตอร์มากๆคะ:)
    #390
    0
  12. #385 rkkurama (@rkkurama) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 เมษายน 2555 / 10:42
     ตามมาอ่าน
    ทำไมถึงไม่เคยอ่านเรื่องนี้นะ
    คุณหลวงแทคมาตามหาหัวใจใช่ไหม
    แต่น้องคุณ ...... เหรอ พูดภาษาเกาหลีด้วยนะ 555
    #385
    0
  13. #377 kapukluk (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2555 / 14:02
    อาห์ เนื้อเรื่องโรแมนติกมากเลยค่ะ

    แทคมาตามหาคนในความฝันสินะ

    ขำน้องคุณไปเรียนภาษาเกาหลีจากไหนนะ

    น่ารักดีค่ะ จะติดตามตอนต่อไปนะคะ
    #377
    0
  14. #362 นานา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มกราคม 2555 / 11:33
    คุณหลวงแทค

    น่ารักดีค่ะ
    #362
    0
  15. #347 คนผ่านทาง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2554 / 23:12
    อิอิ นึกสภาพอิเหมียวนุ่งกางเกงผ้าแพรโหะๆ
    #347
    0
  16. #342 khawkhun (@noppawanseikram) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2554 / 20:57
    คุณหลวงแทคอิอิ เท่ไปอีกแบบอะ
    ว่าแต่คุนนี่ไปเรียนภา๋๋ษามาจาก รร.
    ไหนอะ มีให้เรียนด้วยหรอ
    สุดยอดอะ
    #342
    0
  17. #318 really (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2554 / 21:13
    แอบขำตรงที่คุนฝึกพูดเกาหลีนี้แหละ ไปฝึกมาจากไหน ใครสอน เอาเถอะสำหรับTKทุกอย่างเป็นไปได้
    #318
    0
  18. #296 ott1212 (@ott1212) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2554 / 11:42
    ความคิดดี............

    แต่เหมือนน้องคุณจะเป็นวิญญาณที่รอคอย.......

    แล้วแบบนี้...............จะสมหวังกันได้.............
    #296
    0
  19. #282 FisHybomB (@Danger_BeGiN) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2554 / 20:34
     เหมาะสมๆ คุณหลวงแทคยอนเท่จริงๆ ฮิๆๆ
    #282
    0
  20. #277 MoLoMoShi (@molomoshi) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2554 / 18:41
    แทคเป็นคุณหลวง 0.0
    เหมาะๆ พระเอกผิวเข้มจริงๆไรเตอร์ ^^
    #277
    0
  21. #270 TaoTao Yong (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2554 / 21:18
    ว๊าววว เป็นฟิคที่เเนว ๆๆ ดี

    >< ออกเเนวย้อนยุคนิด

    เเต่คุณนี่เเอบเรียนเกาหลี มาด้วยย

    สาววไทย ตามหาหนุ่มเกาหลี
    #270
    0
  22. #263 DeViLMoOK2PM (@devilmook2pm) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2554 / 11:41
    อ๊าาาาาาาาาาา 55555
    พี่คุณ อินเทรนจริงๆ จรียนเกาหลีด้วย :)
    #263
    0
  23. #260 aeyt\ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2554 / 11:05
    พี่คุณต้องเป็นผีที่คอยพี่แทคแน่เลย
    #260
    0
  24. #241 D-sine (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 เมษายน 2554 / 23:02
    อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยย







    Good I dea ค่าาาาาาาา







    แปลก แหวกแนวดี





    มีฝึกภาษาเกาหลีด้วย(ฮ่าๆ)



    แต่ปางก่อน............. สู้ๆ
    #241
    0
  25. #209 tukta (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2553 / 17:03
    ตอนฟังเพลงก็อึ้งๆแหะ

    แต่อ่านไปอ่านมาชักชอบเรื่องนี้แล้ว

    ไทยเกาหลี เข้ากั๊น เข้ากัน อิอิ
    #209
    0