ราชันต์จ้าวฮาเร็ม

ตอนที่ 6 : อัพเกรดพลังที่ปราสาทจอมมาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    20 พ.ค. 63

" นายท่านคะ ขอบคุณที่ช่วยชีวิตชั้นค่ะ " ซาเฟเรีย กล่าวขอบคุณผมและบอกให้ผมตามเธอไปหยั่งวิหารจอมมารเก่าๆแห่งหนึ่ง เนื่องจากผมช่วยชีวิตเธอ ก่อนจะกล่าวต่อ

" เอามือไปจับลูกแก้วนั่นสิคะ มันจะบอกว่า นายท่าน ควรจะทำอาชีพอะไร และสมควรเป็นจอมมารไหม "

ผมเอามือยื่นไปจับลูกแก้วทันทีแบบไม่คิด ปรากฏว่า....

น้ำ ระดับต่ำ ขั้น 2 อาชีพที่เหมาะกับผมคือ เกษตรกร

" เกษตรกร ไม่จริงน่าาาาา นายท่าน ควรจะมีเวทย์ไฟขั้นสูงสิ ถึงจะถูก ลูกแก้วมันต้องเสียแน่ๆ" ซาเฟเรีย กล่าวแล้วเอามือปิดปาก

" ไม่ต้องพูดก็ได้ พูดแล้วยิ่งเจ็บใจ ที่เกิดมามีพลังเวทย์ต่ำ " ผมกล่าว

" น้ำเป็นผู้ให้ชีวิต แต่ระดับต่ำขนาดนี้ คงเป็นจอมมารไม่ได้ น่าเสียดายจริงๆ แต่ดิฉัน มีวิธีแก้ " ดาร์คเอลฟ์สาวกล่าว

แต่นแต๊นนนนนนนนน

แล้วเธอก็เอาแหวนจำนวน10วงมาให้ผม ซึ่งแหวนแต่ละวงเป็นของจอมมารคนก่อนที่ได้ตายจากโลกนี้ไปนานแล้ว

" เจ้าของปราสาทจอมมารที่เธอรับใช้ ตายไปนานแล้วเหรอ " ผมถาม

" ท่านถูกกลุ่มผู้กล้ามาปราบไปเมื่อ 100 ปีก่อนค่ะ แต่สบายใจได้ เพราะนายท่านจะเป็นจอมมารเจ้าของปราสาทคนใหม่ " ดาร์คเอลฟ์สาวกล่าว

" ไม่เอาอะ ผมจะเป็นราชันต์จ้าวฮาเร็ม ไม่อยากเป็นจอมมาร " ผมกล่าว

" ถ้างั้นไม่เป็นไร นายท่านก็แค่มีอาชีพหลักเป็น ราชันต์จ้าวฮาเร็ม แล้วมีอาชีพรองเป็นจอมมารสิคะ " ดาร์คเอลฟ์สาวเสนอแนะ

" อืม มันก็จริงนะ "

" นายท่านจะได้มีแฟนทั้ง ซาคิวบัสที่หุ่นอวบอั๋น แอนโดรเซีย ที่ขี้อ้อน และแวมไพร์ ที่หน้าตาสะสวยไงคะ " ซาเฟเรีย ดาร์คเอลฟ์สาวกล่าวประจบ

" แวมไพร์ เหรอ ขอล่ะ ชั้นไม่อยากยุ่งกับแวมไพร์อีกแล้ว มันเป็นแผลใจสำหรับผม "

หลังจากเราคุยกันอยู่หลายชั่วโมง ซาเฟเรียก็พาไปแนะนำห้องต่างๆ แน่นอนว่ามีห้องสมบัติด้วย ซึ่งในห้องสมบัตินี้มีโกเล็มป้องกันการบุกรุกจากบุคคลภายนอก พวกมันจะเข้าโจมตีเฉพาะคนที่ไม่มีแหวน

ผมเลยสวมแหวนทั้ง 10 ซึ่ง 1ในแหวนทั้งหมดนั้น มีแหวนวาร์ปด้วย

" นายท่านคะ แหวนที่เป็นสีเหลืองคือแหวนสะกดจิตค่ะ สามารถสะกดจิตมนุษย์ให้มาเป็นบริวารได้ " ซาเฟเรียอธิบาย

" เธอเป็นข้ารับใช้จอมมารคนก่อน แต่กลับมาบอกผมหมดเปลือกแบบนี้ไม่กลัวผิดต่อวิญญาณจอมมารรุ่นก่อนเหรอไง " ผมสบถใส่ซาเฟเรีย

" ก็ท่านเป็นจอมมารคนใหม่นี่คะ " ซาเฟเรียทำหน้าทะเล้น

หลังจากคุยจนเหนื่อย ผมก็ว่ายลงไปบนกองเหรียญทอง ขนาดมหึมา สมบัติของจอมปีศาจรุ่นก่อน และสังเกตเห็นว่า ปราสาทจอมมารหลังนี้ มันค่อนข้างโล่งเลยทีเดียว ไม่มีบริวารระดับต่ำอย่างอิมป์ หรืออันเดด

...ดีล่ะเราจะสร้างฮาเร็มที่นี่ดีกว่า ผมคิด

และในขณะที่คิดอยู่นั้น ซาเฟเรียก็เดินเข้ามา แล้วกล่าวกับผมว่า

" ถึงเวลาออกกำลังกายแล้วคะ "

" หา ออกกำลังกาย "

"ใช่คะ "

" แล้วจะออกยังไง "

" อย่างแรกคือ วิ่งไล่จับชั้น ในปราสาทจอมมารนี้ให้ได้ ถ้าล้มเหลวจะมีบทลงโทษด้วยนะคะ "

" ไม่เอาอะ ผมไม่อยากวิ่ง "

พอผมพูดแบบนั้นไป ผมก็ถูกวาร์ปมาหยั่งห้อง ห้องหนึ่งซึ่งมีแต่ทราย และที่นั่นมีตั๊กแตนยักษ์ทะเลทราย หลายตัวที่จ้องจะกินผม

ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ผมร้องตะโกน แล้วรีบวิ่งหนีอยู่อย่างงั้น ถึง 3ชั่วโมง

" ก็บอกแล้วไงคะ ว่ามีบทลงโทษ " ซาเฟเรียกล่าว

และแล้ว จอมมาร ฝึกหัดอย่างผม ก็ต้องฝึกออกกำลังกายกับตั๊กแตนทุกวัน เพื่อเป็นจอมมารคนใหม่แทนที่จอมมารคนเก่าที่ตายไปแล้ว

" ถ้าเธออยากให้ชั้นเก่งเร็วชั้นก็ไม่รังเกียจหรอกนะ แต่ควรมีเวลาสยิวบนเตียงกันบ้างนะ " ผมกล่าวในวันหนึ่งที่ท้องฟ้าสดใส

" ถ้ายังเป็นน้ำระดับต่ำขั้น 2 แบบนี้ คงให้ใช้เวลาสิ้นเปลืองไปกับเรื่องสยิวบนเตียงไม่ได้หรอกค่ะ "

และแล้วเวลาก็ผ่านไป จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี ในที่สุดผมก็อายุครบ 16 ปี มีกล้ามขึ้นมาตามแขนและขา รวมทั้งกล้ามท้องด้วย ดูแมนไปอีกแบบ

" ผมจะเดินทางไปเมืองโลต้า ฝากดูแลปราสาทจอมมารด้วยนะ ซาเฟเรีย " ผมกล่าว ขณะที่ซาเฟเรียยังใช้ไม้กวาดกวาดถู ลานหน้าปราสาทจอมมาร

"ยินดีที่ได้รับใช้คะ นายท่าน " ซาเฟเรียกล่าว

และแล้ว การเดินทางครั้งใหม่ของผมก็เริ่มต้นขี้น

ชั้นจะเป็น ราชันต์จ้าวฮาเร็มให้ได้เลย...

3 วันต่อมา...ผมก็มาถึงเมืองโลต้า ซึ่งเป็นเมืองขนาดใหญ่ หลังจากไม่ได้เจอมนุษย์มา 1ปีเต็มๆ แต่ที่นั่น กลับตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะถูกกองทัพออโดนอส ล้อมมา 1ปีแล้ว เสบียงอาหารเริ่มร่อยหรอ

ผู้วิเศษสาว รูลาเวีย ได้เดินขึ้นมาบนแท่นประรำพิธี และเสก สิงโตขนาดใหญ่สีน้ำเงิน เข้าโจมตี กำแพงเมือง โลต้า เสียงดังสะเทือนฟ้าสะเทือนดิน

ในตอนที่ทุกคนกำลังสนใจกับ สิงโตน้ำแข็ง ของผู้วิเศษ รูลาเวีย ผมก็ลอบเข้าไปในค่ายหลักของ กองทัพออโดนอส แล้วใช้เวทย์ไฟ เผาเสบียงของพวกมัน เกิดเป็นไฟไหม้ครั้งใหญ่ จนผู้วิเศษ รูลาเวีย ต้องยกเลิกการทำพิธีกรรม หันมาเสกน้ำฝนดับไฟ

เธอชูนิ้วขึ้นสู่ฟ้า แล้วกล่าว ภาษาโบราณ ที่สาบสูญไปนาน และยังเป็นภาษาเอลฟ์เดิมที่ผมฟังไม่ออก จนต้องเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ

หลังจากเพ่งมองพิศใบหน้าของผู้วิเศษ รูลาเวีย ผมก็ต้องตกใจกับความสวยของเธอ เพราะเธอใบหน้างดงามราวกับจันทรา เสียอย่างเดียวหน้าอกเล็กไปหน่อย แต่ใครจะสนล่ะ ถ้าได้นอนกับเธอสักคืน คงเป็นบุญไม่รู้กี่ชาติ

ในขณะที่หัวสมองของผมกำลังวางแผนการ กองทหารของเมืองโลต้า ก็ได้จังหวะ เข้าโจมตีกองทัพออโดนอส ท่ามกลางความชุลมุน ผมก็วาร์ปเข้าไปจับตัวผู้วิเศษ รูลาเวีย

ดูเหมือนเธอจะพยายามขัดขืน ด้วยการใช้เวทย์ไฟ แต่ทว่า ธาตุพลังของผมเป็นน้ำจึงลดทอนแรงโจมตีของเธอไม่มากก็น้อย

และในที่สุดผมก็ได้โอกาสฟันหลังมือเข้าที่หลังคอเธอ จนเธอสลบไป

ผมอุ้มเธอ เข้าไปในป่า และเผอิญ เจอผล มากะ มากะ( ผลหื่น ) ที่ออกผลเต็มต้น

ถึงแม้ว่าเธอเป็นศัตรู แต่ผมก็ไม่ได้คิดว่าจะวางยาเธอเลย เพียงแต่ผมไม่รู้ว่า ผลมากะ มากะ คือ ผลหื่น ที่ใครกินเข้าไปจะมีอารมณ์อย่างรุนแรงต่อเพศตรงข้าม เนื่องจากพวกเราหิวกันมาก ผมจึงให้เธอกิน แล้วตัวผมเองก็เผลอกินไปด้วย ถ้าผมรู้ละก็จะไม่มีวันกินมันเด็ดขาด เพราะมันทำให้พวกเราขาดสติ

และแล้วคืนนั้น ผมก็มีอะไรกับผู้วิเศษสาว รูลาเวีย ทั้งๆที่เธอเป็นศัตรู

ตอนเช้าของวันใหม่...

" นี่นายเอาอะไรมาให้ชั้นกินเนี่ย " ผู้วิเศษ รูลาเวีย กล่าวทั้งน้ำตา

" ผมขอโทษ ผมไม่รู้ว่ามันคือ ผลมากะ มากะ " ผมกล่าว

" นายต้องรับผิดชอบชั้นด้วยชีวิต " ผุ้วิเศษ รูลาเวีย ตะโกนด่าผม ดูหน้าตาน่ารัก แม้ยามโกรธ

และแล้วเราก็ทะเลาะกันจนท้องฟ้ามืดลง จนหมดไปอีกวันหนึ่ง

*****************************************************************************************โปรดติดตามตอนต่อไป

1 ความคิดเห็น