ซาโตชิ จอมปราชญ์ราชันย์ครองพิภพ

ตอนที่ 6 : สาวสวยแห่งความหลอกลวง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    3 มิ.ย. 62

ผมเดินตามเธอไปอย่างราบรื่นกว่าที่คิด จนไปถึงหมู่บ้าน แห่งผู้กำเนิด

" อ้าว อากาเนะ พาแฟนหนุ่มมารึ " สาวๆในหมู่บ้านพากันมาห้อมล้อมผม ราวกับฝูงผึ้งเจอน้ำหวาน

" ท่านเป็นถึง จอมปราชญ์ เลยเชียวนะ มิโอะ " อากาเนะ หันไปทางเพื่อนสาวที่มี ชื่อว่า มิโอะ เธอเป็นสาวสวยอายุประมาณ 20 ปี ความสวยของเธอเป็นรองผู้วิเศษ ริเอะ อยู่ไม่มาก

" โห ได้แฟนเป็นผู้วิเศษ ว่ายากแล้ว นี่ได้แฟนเป็นจอมปราชญ์ เลยรึ ร้ายกาจนักนะ อากาเนะ " เหล่าสาวๆพากันรุมกริ๊ดผม พวกเธอพากันมาเกาะแข้งเกาะขาผม

ผ่านไปไม่นานเราก็มาถึงลานกว้างของ หมู่บ้านแห่งผู้กำเนิด ที่จัดเตรียมอาหารอยู่ เหมือนรู้ว่าผมจะมา

" ผู้คนในหมู่บ้านนี้ ต่างก็มีเลเวลปานกลางนะ เลยสู้ได้แต่ ก็อบลิน กับ มิโนทอร์ หรือไม่ก็พวกออร์ค ถ้าเนื้อไม่ถูกปากท่านจอมปราชญ์ ก็ขอโทษด้วยนะ" อากาเนะ สาวสวยวัยใส ก็ได้พูดกับผมด้วยน้ำเสียงอันสดใส และชวนผมร่วมดื่มกินอาหารที่อยู่ตรงหน้า

'เจ้าแน่ใจนะ ว่าในอาหารจะไม่มีปัญหา' เทพธิดา ฟาเรนเซีย เตือนผมอีกครั้ง

' ไม่เป็นไรหรอกท่านเทพธิดา ทุกคนในหมู่บ้านนี้เป็นมิตรนะ ' ผมก้มลงไปดื่มกินอาหารของคนในหมู่บ้านที่ได้จัดเตรียมไว้

ซึ่งผมก็ไม่ได้รู้สึกผิดปกติอะไร ถ้าอากาเนะ ประสงค์ร้ายกับผมจริงเธอต้องผสมยาพิษ หรือไม่ก็ยานอนหลับให้ผมกินไปแล้ว

" เป็นอะไรไปค่ะท่านจอมปราชญ์ ทำไมท่านไม่ทานให้มากๆละค่ะ " อากาเนะ คะยั้นคะยอให้ผมทานเนื้อเข้าไปอีก ทว่า ผมรู้สึกว่าเนื้อนี้อร่อยกว่าปกติ ซึ่งทำให้ผมรู้สึกแปลกใจ

" พรุ่งนี้ พวกเรามีเรื่องจะขอร้อง ท่านจอมปราชญ์ ให้ช่วยสู้กับ อิฟริต นะค่ะ มันออกมาอาละวาดที่หมู่บ้านนี้มานานแสนนานแล้ว ยังไม่มีใครสามารถปราบมันได้ ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนมาก" อยู่ๆ พวกสาวๆก็พากันขอร้องให้ผมไปสู้กับ อิฟริต ซึ่งผมเป็น จอมปราชญ์ กำมะลอ จะไปสู้ได้อย่างไร ยังไม่ทันได้เรียนเวทย์มนต์จากโรงเรียนเลย แต่ผมก็รับปากไป

' นี่บ้าหรือเมากัน ซาโต้  เจ้าเป็นจอมปราชญ์ฝึกหัดนะ จะไปสู้กับ อิฟริตได้ยังไง แค่เจ้าเลือกแมลงสาปตด แทนที่จะเป็น มังกรฟ้า สิงโตเพลิง หรือ พญานกอินทรี ข้าก็ว่าแย่แล้ว ' เทพธิดา อินฟีเรีย บ่นออกมา

' ไม่ลองไม่รู้น่า ท่านเทพ' ผมกล่าวอย่างกึ่งมั่นใจ กึ่งไม่มั่นใจ และนึกถึง คัมภีร์ภาษาเฮเซ็นที่ผมเคยอ่านมา ในนั้นมีอยู่หน้าหนึ่ง ที่กล่าวถึงมนต์เรียกอสูร 

'จะเอาเป็น ซิลวา ดี หรือ อวินดีเน่ดี ' ผมคิดในใจ เพราะการอัญเชิญสัตว์อสูรมา เราจำเป็นต้องมีค่าความสนิทสนมสูง ซะด้วยสิ ซึ่งผมไม่สนิทกับ อสูรทั้งสองเลย

ซิลวา เป็นสัตว์อสูรสายหิมะ ที่มีพลังตรงกันข้ามกับอิฟริต แต่ตามที่บันทึกไว้ นิสัยของเธอจะดูเย็นชา

ส่วน อวินดีเน่ สัตว์อสูรสาย น้ำ ที่มีสามง่ามอันเจิดจรัส กลับมีนิสัยเหมือนเด็กๆ เหมาะจะเป็นคู่หูของผม

หลังจากคิดอยู่นาน ผมก็ตัดสินใจที่จะเรียก อวินดีเน่ ดีกว่า ซิลวา ซึ่งแม้ อิฟริต จะแพ้ทาง ซิลวามากกว่า แต่เธอดูเป็นผู้หญิงที่จะทำอะไรแล้วแต่อารมณ์ของเธอ ผิดกับ อวินดีเน่ที่เป็น เด็กสาวแสนสวย ที่ชอบเล่นสนุก

' เจ้าจะเอา เด็กสาวไปสู้กับ อิฟริตนี่นะ ซาโต้ แถมยังไม่สนิทอีกด้วย'

'เอาน่าท่านเทพ ข้ากำลังจะทำความสนิทสนมกับนางอยู่'

" ท่านจอมปราชญ์ ท่านจอมปราชญ์ ค่ะ อ้ามมมมมมมมมมม" มิโอะ ตักเนื้อชิ้นใหญ่มาให้ผมกินในขณะที่ผมพูดคุยทางจิตกับท่านเทพธิดา ฟาเรนเซียอยู่

อ้ามมมมมมมมมมมมมมม

เหล่าสาวๆก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน ต่างพากันตักอาหารมาให้ผมกิน คำแล้วคำเล่า จนผมอิ่มได้ที่

" เอาล่ะ ผมจะลองเรียก อวินดีเน่มา พวกเธอ อย่าตกใจล่ะ " *-*ต้องโชว์พาวด์ต่อหน้าผู้หญิงหน่อย

" พยายามเข้านะค่ะ ท่านจอมปราชญ์ " อากาเนะร้องตะโกนสุดเสียง

ว้าว

เสียงของสาวๆพากัน ตะลึงเมื่อผมชูนิ้วขึ้นสู่ฟ้าและเริ่มร่ายเวทย์

" ข้าแต่ อวินดีเน่ เจ้าแห่งภูติน้ำผู้ยิ่งใหญ่ จงช่วยแผ่พุ่งลำธารใสของท่าน เพื่อปกป้องข้าด้วยเถิด "

ลำแสงเล็กๆ สีฟ้าค่อยๆออกมาจากมือผม และดูดกลืนพลังเวทย์ของผมไปอย่างรวดเร็ว จนผมไม่อาจหยั่งคาดได้เลยว่า ถึงแม้จะดูด MP ของผมไปหมดแล้ว จะปรากฏ สัตว์อสูรนาม อวินดีเน่ หรือเปล่า ก็ยังไม่รู้

เหงื่อเย็นๆไหลซึมออกจากใบหน้า ด้านหน้าของผม ปรากฏแสงสีฟ้า เรืองรอง ก่อนจะปรากฏร่างเล็กๆ ของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ถือสามง่ามอันสดใส ใส่ชุดสีฟ้า หน้าตาสวยดุจหยดน้ำ และมีรอยยิ้มสุกสกาวดั่งดวงดาว

" ฮิ ฮิ ว่าไง พี่ชาย พี่ชายเป็นคนเรียกข้ามาเหรอ หน้าตาก็หล่อนะ แต่ข้าไม่เห็นเคยรู้จักพี่ชายเลย? " อวินดีเน่ กล่าวอย่างสงสัย

" น้องสาว ได้โปรดช่วยข้าและหมู่บ้านแห่งผู้กำเนิดของข้าที พวกข้าถูกอิฟริต รังควานมานานแล้ว " อากาเนะพูดอย่างรีบเร่ง เมื่ออยู่ต่อหน้า อวินดีเน่

" เชอะ ข้าไม่อยากพูดกับผู้หญิง " อวินดีเน่ ส่ายหน้าพั่บพั่บ แล้วกล่าวต่อ

" ข้าอยากเล่นกับพี่ชายมากกว่า ฮิ ฮิ "

ว่าแล้ว อวินดีเน่ ก็ใช้สามง่ามไล่แทงผม ไปทั่วหมู่บ้าน จนเหล่าสาวๆ หัวเราะออกมา

" ท่านจอมปราชญ์ สู้ สู้ นะ " เหล่าสาวๆ ไม่ว่าจะเป็นสาวน้อยสาวใหญ่ ต่างส่งเสียงเชียร์ผม รวมทั้ง อากาเนะ กับ มิโอะ ด้วย 

" พี่ชาย อย่าหนีนะ [อะควาดีน]" อวินดีเน่ร่ายเวทย์ กลายเป็นงูน้ำเลื้อยเข้ามา รัดตัวผม

อาคคคคคคคคคคคคคคค

" เล่นแรงเกินไปแล้ว อวินดีเน่ อย่าทำผม อย่าทำผม ม่ายยยยยยยยย
 อาคคคคคคคคคคคคคค"

และแล้วคืนนั้น ผมก็สร้างความสัมพันธ์ ฉันท์ พี่น้องกับอวินดีเน่ ทั้งคืน ด้วยการเล่นกับเธอ

" คิก คิก " เสียงหัวเราะของอวินดีเน่อันดังก้องในโสตประสาทของผม

****
ตอนเช้าของวันต่อมา ผมเดินตาม อากาเนะเข้าป่าไป ด้วยสภาพมอมแมมเละเทะ ที่ถูกวิ่งไล่แทงเกือบตลอดทั้งคืน จากฝีมือของ อวินดีเน่

" อากาเนะ เราจะไปที่ไหนกันเหรอ "

" ไปที่อยู่ของอิฟริตกันไง มันเป็นดันเจี้ยนข้างหน้าเอง " อากาเนะกล่าวตอบ พร้อมกับ ขยิบตาให้มิโอะที่ใส่ชุดนักรบ ถือโล่ใหญ่ ซึ่งมิโอะก็ขยิบตากลับ เหมือนสองคนนี้จะส่งซิกกัน โดยผมไม่ทันสังเกต

' นี่ ซาโต้ เจ้าไม่รู้สึกสงสัยเลยหรือไง ที่อิฟริตอยู่ไกลจากหมู่บ้านแห่งผู้กำเนิดมาก ทำไมถึงได้ไปอาละวาดที่หมู่บ้านแห่งผู้กำเนิด'  เทพธิดา ฟาเรนเซียกล่าว

' โธ่ ท่านเทพ ท่านไม่รู้รึไงว่า วีรบุรุษช่วยสาวงามนะ มันไม่ต้องถามถึงขั้นนั้นหรอก ถ้ามัวแต่สงสัยละก็ ไม่ได้กินแล้ว ' *-* มัวแต่ถามเดี๋ยวเขาหาว่าโง่ กลัวเสียหน้า

3 ชั่วโมงผ่านไป........

อากาเนะได้นำทางผมมาถึงถ้ำถ้ำหนึ่ง ซึ่งทางเข้ามีกับดักมากมาย ถ้าไม่มี อากาเนะนำทางละก็ ผมคงถูกกับดักไปแล้วละ

" ท่านจอมปราชญ์ เดินระวัง ระวังนะค่ะ ตามฉันมาเดี๋ยวก็ถึงแล้วค่ะ " อากาเนะบอกให้ผมตามมา ซึ่งเธอก็นำทางได้เก่งมาก เหมือนจะเรียกว่า ช่ำชองก็ว่าได้

ในที่สุด อากาเนะก็นำพวกเราผ่านกับดักมาได้ อย่างไม่ยากเย็น จนไปถึงห้องๆหนึ่ง ประตูเป็นอัญมณีสีแดง ซึ่งหมายถึงมีสัตว์อสูรธาตุไฟ เฝ้าอยู่

" เอาล่ะ ถึงแล้วค่ะท่านจอมปราชญ์ " อากาเนะกล่าว ในขณะที่มิโอะ หยิบโล่ใหญ่ขึ้นมาเตรียมพร้อม

โฮก กรรรรรรรร

เสียงอิฟริต ดังออกมาจากข้างในนั้น มันคงเฝ้าสมบัติสำคัญอยู่

อากาเนะก็เริ่มเล่าตำนาน

นานมาแล้ว ยังมีจอมปราชญ์สาวคนหนึ่ง นามว่า ริโอเน่ เธอได้พิทักษ์สมบัติของอาณาจักรคลาวด์แลนด์ไว้ โดยสมบัติที่เธอ หวงแหนมากที่สุดก็ คือ ดาบวิเศษ ราเวีย ดาบที่ประกอบด้วยอัญมณีสีแดงทั้งเล่ม ตัวดาบก็แดงดั่งโลหิต ว่ากันว่า เมื่อชักออกมาแล้วมันต้องดื่มโลหิตถึงจะยอมกลับเข้าฝัก

ช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์ อาณาจักรคลาวแลนด์ อันยาวนาน จอมปราชญ์ ริโอเน่ ได้กวัดแกว่งดาบสู้กับ เหล่าสัตว์อสูร และได้สังหาร เจ้าแห่งสัตว์อสูรนาม พิน็อค เพื่อสันติสุขของมวลมนุษย์ และควักลูกตาของมันออกมา ลูกตาสีแดงก่ำ เหมือนพวงองุ่นสีแดง ว่ากันว่าเมื่อกินเข้าไปแล้วจะยืดอายุไปอีกร้อยปี จอมปราชญ์ ริโอเน่ได้ นำดาบราเวีย และนัยต์ตาของจอมอสูร พิน็อคมาเก็บไว้ยังที่แห่งนี้ โดยได้อัญเชิญสัตว์อสูร 
นามอิฟริต ซึ่งมีค่าความสนิทสนมกับเธอมากที่สุด มาเฝ้าไว้ยังถ้ำนี้ และสร้างเป็นดันเจี้ยนขึ้นมา

" คนที่ล้มอิฟริตได้ ก็จะได้สมบัติของอาณาจักรคลาวด์แลนด์ บวกกับสิ่งวิเศษ ของจอมปราชญ์ ริโอเน่ ไปครอบครอง เรื่องก็มีแค่นี้ค่ะ" อากาเนะเล่าจบแล้ว ก็เปิดประตูเข้าไปสู้กับอิฟริต

แฮ่ กรรรรรรรรรรร

อิฟริตพุ่งเข้ามาโจมตี อากาเนะ ซึ่งมิโอะที่อยู่ใกล้ๆ ก็ได้ ยกโล่ใหญ่รับการโจมตีของอิฟริตทันที ทำให้อากาเนะรอดจากคมเขี้ยวของอิฟริตได้

ส่วนผมก็ได้ร่ายเวทย์ อัญเชิญ สาวน้อยนาม อวินดีเน่ออกมา

" โอ้ว สายน้ำอันเรืองรอง จงเป็นลำธารใส เพื่อปกป้องตัวข้า อวินดีเน่ จงออกมา "

เกิดแสงสีฟ้าเรืองรอง เป็นสายน้ำใสออกมา เกิดเป็นรูปเป็นร่าง เด็กสาวนามอวินดีเน่ ยืนถือหอกสามง่ามเอาไว้ในมือ

" ฮิ ฮิ พี่ชายเจอกันอีกแล้วนะ " อวินดีเน่ทักทายผม ในขณะที่พวกอากาเนะกำลังสู้กับอิฟริต อย่างออมแรง พวกเธอไม่ได้สู้กับอิฟริตอย่างจริงจัง ผมเองก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน

สวิซต์(เปลี่ยนตัว)

พวกอากาเนะ ถอยหลบฉากออกมา ให้อวินดีเน่ของผมเข้าไปสู้ อย่างเอาเป็นเอาตาย ลมแรงสองสายปะทะกันกลางอากาศ จนผมสะดุดล้มลง MP ของผมลดลงอย่างมหาศาลในเวลาอันรวดเร็ว

อากาศในห้องดันเจี้ยนแห่งนี้ เริ่มร้อนอบอ้าวขึ้นทุกขณะจิต อวินดีเน่ ยกสามง่ามเข้าทิ่มแทงอิฟริต อย่างบ้าคลั่ง พวกอากาเนะ ปลิวถอยหลังไปที่ประตูห้องบอส ดูเหมือนพวกเธอจะไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรร้ายแรง

อิฟริต ต่อยเข้าใส่ อวินดีเน่ หลายหมัด รวมถึงพ่นไฟใส่หน้าเธอด้วย ทำให้ อวินดีเน่ตัวเล็กลง เรื่อยๆ เนื่องจากขาดน้ำ แต่เธอก็ตอบโต้ด้วย คลื่นงูน้ำที่ทำให้ อิฟริตตัวเล็กลงเช่นกัน

ทว่า........

" ฮิ ฮิ หมดเวลาสนุกแล้วสิ คุณลุงอิฟริต วันหลังค่อยมาเล่นกันอีกนะ " อวินดีเน่พูดออกมาในขณะที่ MP ของผมใกล้หมด ก่อนจะถูกอิฟริต ที่ตัวเล็กลงแล้วต่อย จนร่างกายสลายไปในอากาศ

ผมหมดMP สีหน้าผมซีดเผือดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน พวกอากาเนะ รีบอุ้มผม วิ่งหนีออกมาจากดันเจี้ยน พวกเราวิ่งหนีออกมา ยิ่งห่างไกลจากอิฟริตเท่าไหร่ เหงื่อยิ่งไหลนองเท่านั้น เพราะความเหนื่อย

" ท่านจอมปราชญ์ ตอนนี้ ท่านใช้เวทย์มนต์ ได้อีกหรือเปล่า " เมื่อมาถึงในป่า อากาเนะก็ ถามแปลกๆ พร้อมส่งซิกให้มิโอะ เตรียมพร้อม

" ไม่.....ไหว........ผม........ไม่........มี.......แรง.........เลย "

ผมพูดติดๆขัดๆ เพราะความเหนื่อย 

" ถ้างั้น......" อากาเนะ ก็เอามือมาจับมือผมไว้ อย่างแนบแน่น แล้วพูดต่ออย่างมีเลศนัย

" แบบนี้ ท่านจอมปราชญ์ ก็หนีไม่ได้แล้วสิ " อากาเนะพูดอย่างน่าสงสัย ทำให้ผม งุนงง

ผัวะ

มิโอะ เอากระบองมาตีหัวผมเพราะผมถูก อากาเนะจับตัวอยู่ทำให้หลบไม่พ้น ในขณะที่สติของผมกำลังเลือนลาง ผมเห็น พวกเธอทั้งสองกำลังยิ้มออกมา

" เหยื่อคราวนี้เป็นถึงจอมปราชญ์ เลยเชียวนะ มิโอะ " อากาเนะพูดอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง

" อยากรู้จริงว่าเนื้อจะอร่อยขนาดไหน " มิโอะ แลบลิ้นออกมาเลียปาก และผมก็สลบไป

ในที่สุดผมก็สลบไป

ค่ำค่ำ วันนั้น......

ฮึบ

ผมฟื้นขึ้นมาเห็นร่างกายอันเปล่าเปลือยของตัวเอง โดยมีสายโซ๋ คล้องคอ และข้อมือข้อเท้าผม

" ตื่นแล้วเหรอที่รัก " อากาเนะ กำลังพับเสื้อผ้าผมอยู่ และวางสายสร้อยสีฟ้าวางไว้บนเสื้อผ้าผม ถ้าจำไม่ผิดนั่นคือ ซิลวาเทียร์ ที่อยู่ในมือเธอ โชคดีที่เธอไม่รู้ และวางมันลงไปบนกองเสื้อ 

" ที่รัก ไม่ต้องห่วงนะ คืนนี้ เราจะมีอะไรกัน รับรองว่าต้องสนุกแน่ แต่ตอนนี้ ขอเนื้อขาของที่รักสักข้างก่อนนะ " อากาเนะ หยิบมีดปังตอออกมาจาก เสื้อของเธอ ตอนนี้ เธอใส่ชุดกันเปื้อนเพียงตัวเดียวเท่านั้น แทบจะเรียกว่าเปลือยกายเลยก็ว่าได้

" นี่ อากาเนะคิดจะทำอะไรผมนะ "

" ก็เอาไว้เป็นพ่อพันธ์ นะสิ ถามได้แล้วก็เอาไว้กินด้วย " อากาเนะ แลบลิ้นเลียปากออกมา อย่างโรคจิต ช่างเป็นรอยยิ้มที่โรคจิตเสียจริง

แฮ้ง ตับ

อากาเนะ เอามีดปังตอฟันขาซ้ายผม โดยใช้เวทย์ ทำให้ขาผมขาชา และห้ามเลือดด้วยความเชี่ยวชาญ เหมือนเคยทำมาแล้วหลายครั้ง

อาคคคคคคคคคคคคคค

ขาซ้ายผมขาดออกไปจากตัว ผมกลายเป็นคนพิการ ขาซ้ายขาดไปเสียแล้ว อากาเนะ หยิบขาซ้ายผมไปเลียด้วยความเอร็ดอร่อย

" เอาล่ะ ชั้นจะปลดโซ่ให้นะที่รัก แต่อย่าคิดหนีละ เพราะถึงหนีไป ก็หนีไม่พ้นอยู่ดี "

แกร้งๆ

อากาเนะ ถอดสายโซ่ให้ผม ก่อนจะนำขาซ้ายผมออกไป เพื่อทำอาหาร 

ตอนนี้ ผมรู้สึก วิงเวียน หน้าแดงด้วยความหื่นกระหาย ดูเหมือน เธอจะวางยาปลุกอารมณ์ผมด้วย ขนาดขาขาดนะเนี่ย แสดงว่ายาแรงมาก ผมพยายามควบคุมสติตัวเอง ขยับไปหยิบ ซิลวาเทียมาจากกองเสื้อผ้า

' ไม่ลองก็ ไม่รู้ ไม่รู้ว่า ซิลวาเทียร์ที่เสด็จพ่อให้มาจะมีฤทธิ์ เป็นอย่างไร หากมันสามารถรักษาได้ทุกโรค และฟื้นชีวิตคนตายได้ '

****************************************************************โปรดติดตามตอนต่อไป







4 ความคิดเห็น