akban ผจญภัยหลุดโลกแฟนตาซี

ตอนที่ 1 : รุ่งอรุณแห่งสงคราม เรียบเรียงใหม่อีกครั้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 ธ.ค. 61

 หลังจากหลับไปไม่นาน พอตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเอง มาโผล่ในโลกอีกโลกหนึ่งแล้ว ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ตัวเองจะมาโลกที่ไม่ใช่โลกของตัวเอง หรือว่ากำลังฝันอยู่ แต่ว่าถ้าเป็นฝันทำไมถึงหิวจังเลย ผมคือ อาร์ค คนที่เดินทางมาในต่างโลกนี้ครั้งแรก ที่โลกเดิม ผมเป็นนักดาบที่มีฝีมือ พูดแล้วจะหาว่าคุย 

      ผมออกสำรวจพื้นที่โดยรอบเพื่อหาของกิน ในที่สุดผมก็พบร้านอาหาร มีกลิ่นหอมโชยมา น่ากินจริงๆ ผมเข้าไปนั่ง และสั่งอาหาร เป็น ราเม็งชามนึง โดยลืมไปว่าผมไม่มีตังค์เลยแม้แต่แดงเดียว ขณะที่ผมกำลังร้อนรน เนื่องจากสั่งอาหารไปแล้ว โต๊ะข้างๆก็เกิดเสียงเอะอะขึ้น ผมมองไปเห็นนักผจญภัยสองคน กำลังทะเลาะกันอยู่ 

     " อย่าคิดว่าจะเอาอะไรจากฉันได้นะ เรียวจิ ฉันไม่ให้หรอก แหวนหายากที่อุตส่าห์ได้มา" นักผจญภัยหญิง ตะโกนเสียงดัง ในระหว่างนั้นผมถือโอกาสรีบกินแล้วเตรียมโกย ยังไงซะมันก็ไม่ใช่เรื่องของผม แต่ทว่าคนที่ชื่อเรียวจิ เริ่มทนไม่ไหว ลุกขึ้นมาชกใส่ที่หน้านักผจญภัยหญิงคนนั้น จนกระเด็นมาชนผมที่กำลังกินอย่างเอร็ดอร่อย จนราเม็งของผมหกเลอะเทอะหมดเลย ผมหัวเสียอย่างมาก จึงลุกขึ้นมา
 
     " พวกนายจะทะเลาะอะไรกัน ผมไม่รู้หรอกนะ แต่มาทำให้คนอื่นเดือดร้อนแบบนี้ อย่าหวังว่าเรื่องจะจบง่ายๆ " ผมพูดด้วยความโกรธ ทว่าคนที่ชื่อ เรียวจิทำท่ายักไหล่ไม่แคร์ และไม่ยอมขอโทษผม ผมมองข้าวที่หกเรี่ยราดอยู่กับพื้นด้วยความเสียดาย
 
     " มันไม่ใช่เรื่องของนาย เป็นเรื่องของชั้นกับ นิโอะ อย่ามายุ่งไม่เข้าเรื่อง " ชายที่ชื่อเรียวจิพูดแบบไม่สนใจผม ถ้าเป็นโลกเดิมของผม ผมคงมีเรื่องไปแล้ว ฝ่ายนักผจญภัยหญิงที่ชื่อ นิโอะ ลุกขึ้นมาได้ ก็รีบจูงมือผมวิ่งหนีออกมา ผมก็เลยวิ่งหนีตามเธอไปแบบ งงๆ จับต้นชนปลายไม่ถูก หลังจากวิ่งหนีออกมาจากตรงนั้น ซักพัก เราก็มาหยุดอยู่ที่ตรอกแคบๆ " ถึงนี่แล้วเรียวจิ คงไม่ตามมาหรอก ขอโทษนะที่ทำให้นายเดือดร้อนไปด้วย" นิโอะพูดกับผม ที่กำลังยืนงงอยู่ เพิ่งมาต่างโลกวันแรกก็มีเรื่องแล้ว ทำไมมันต้องเป็นผมด้วยเนี่ย ผมคิดในใจ หลังจากนั้นเราก็แยกทางกันตรงนั้น ผมเดินไปอีกสักพัก ก็เดินมาถึงร้านอาวุธ โอ้ว ตามหลักทั่วไปผมคงต้องหาอาวุธดีๆไปตบมอน แต่ในสถานการณ์ตอนนี้ผมไม่มีเงิน จะออกไปตบมอนมือเปล่าเหรอ คงไม่ใช่ความคิดที่ดี อีกทั้งท้องยังหิวอยู่ด้วย กองทัพต้องเดินด้วยท้อง นี่คือคติประจำใจของผม ไม่มีวิธีไหนเลยเหรอที่จะได้อาวุธดีๆ พร้อมข้าวครบสามมื้อ และแล้วผมเหลือบไปเห็นที่คนมุงดูกันอยู่

     "ทุกท่านนี่คือสถานการณ์ฉุกเฉิน ใครก็ตามที่เข้ากับกองทัพจะได้ข้าวครบสามมื้อ พร้อมเบี้ยหวัด นี่เป็นโอกาสอันดีที่จะได้เข้ารับใช้ประเทศชาติ สนใจเชิญลงชื่อทางนี้ครับ"
 
     จ๋อกๆ เสียงกระเพาะอาหารของผมเรียกร้อง ช่างน่าสนใจผมจึงตัดสินใจเข้ากองทหารอาสาทันที มันคงเป็นความคิดที่ถูกต้อง ได้ทั้งอาวุธ อาหาร ที่ซุกหัวนอน รวมทั้งเสื้อผ้าจะมีอะไรวิเศษกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว
 
     " เซ็นชื่อตรงไหนครับ " ผมยกมือเป็นคนแรก แต่ทำไมดูคนอื่นไม่ค่อยอยากเข้ากันไม่เข้าใจเลย ไม่อยากรับใช้ชาติเหรอ ผมรู้สึกสงสัย
 
เช้าวันต่อมา
     " ภารกิจแรกของทุกท่านคือการบุกไปกำจัดก็อบลิน ที่เทือกเขากรีนบลู เนื่องจากก็อบลินเพิ่มจำนวนขึ้นจนน่าตกใจ เริ่มจะส่อแววเป็นปัญหาในอนาคต " นายทหาร คนนึงพูดอธิบาย โห เพิ่งจะวันที่สองเอง ต้องบู๊แล้วเหรอฟะ ผมหันไปหา เรโน เพื่อนทหารที่เพิ่งรู้จัก เรโนทำสีหน้าซีดเผือด เพราะยังไม่ทันฝึกก็ส่งไปรบแล้ว เอาน่าทำเพื่อชาติ และเป็นการปราบศัตรูของผู้หญิงด้วยนะ

     " นายไม่รู้เหรอว่า ก็อบลินนะไม่ได้มีแต่ก็อบลิน มันยังมีฮ็อบก็อบลินด้วยนะ" เรโนพูดด้วยความหวาดกลัว

     " ไงๆ ศึกนี้เราจะอยู่ข้างๆนายเอง " ผมพูดให้กำลังใจเรโน พร้อมเดินไปหยิบถาดอาหารกลางวัน โอ้วนี่ละสวรรค์ของผม เมนูของกองทัพ  ผมกินมันด้วยความเอร็ดอร่อย อยู่ในกองทัพมันก็ดีแบบนี้เอง ถึงแม้รสชาติจะสู้อาหารฝีมือคุณแม่ไม่ได้ก็เถอะ

     ระหว่างช่วงพักกลางวันผมนั่งปลอบใจเรโน ว่ามันไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร ผมจะคอยอยู่กับเขาเองในระหว่างสู้รบ หวังว่าเช้าวันพรุ่งนี้จะโชคดีมีชัยต่อพวกก็อบลิน แผนการคือ เราจะเป็นฝ่ายบุกเข้าไปในรังของก็อบลิน จะมีกองทหารอาสา กับพวกนักผจญภัยรับจ้างรวมกันเข้าสู้ศึกครั้งนี้ งานนี้คงมีเฮ เพราะเราจะไปช่วยนักผจญภัยและหญิงสาวชาวบ้านที่ถูกจับไปเป็นตัวประกัน หวังว่าจะไม่มีใครต้องตายในหน้าที่ในครั้งนี้

     เรโน ดูมีกำลังใจมากขึ้น ตอนบ่ายเขาเอารูปแฟนมาให้ดู บอกว่าหลังจากนี้เขาจะกลับไปแต่งงานกับสาวคนนี้ ช่างเป็นผู้ชายที่โชคดีจริงๆมีแฟนสวยขนาดนี้ ตอนผมอยู่โลกเดิมไม่เคยมีแฟนเลย แม้แต่เพื่อนผู้หญิงก็แทบไม่มี นี่สินะที่เรียกว่าอิจฉาตาร้อน 5555+ คิดแล้วก็ขำตัวเองจริงๆ

     ตอนกลางคืนพวกเราทบทวนแผนกันอีกครั้ง โดยมีนายทหารคอยอธิบาย ไม่อยากเชื่อเลยนี่จะเป็นศึกแรกของผมในดินแดนต่างโลก ไม่รู้จะทำได้ดีหรือเปล่า แต่ไงๆก็จะพยายามแล้วกัน ผมกับเรโนกอดคอกันร้องเพลงก่อนนอน พวกเรามีกำลังใจเต็มเปี่ยม เห็นแบบนี้อาจคิดว่าเราไม่กลัวก็อบลินเลย แต่ในใจยังอดหวั่นไหวไม่ได้

     เช้าวันที่สาม เรารวมพลตามคำสั่งของผู้บัญชาการที่มีนามว่า โคเฮ ผู้บัญชาการโคเฮ เป็นผู้บัญชาการทหาร แห่งเมืองอาร์คัสแห่งนี้ เขามีดาบคาตานะเป็นอาวุธ
 
     "ทุกคนพร้อม เตรียมตัวออกศึกได้ ศึกนี้จะมีแต่เสียงกลอง ไม่มีเสียงระฆังเป็นอันขาด ทุกคนต้องฆ่าก็อบลินได้อย่างน้อยคนละ1ตัว ไม่งั้นไม่ต้องกลับมา" ผู้บัญชาการรบสั่ง พร้อมชูธงสัญญาณ รัวกลองออกศึก แต่ในความคิดผมเราควรไปกันเงียบๆจะดีกว่า จะได้จู่โจมก็อบลินทีเผลอ ทำแบบนี้พวกก็อบลินก็รู้ตัวหมด

     กองทัพเดินมาถึงหน้าทางเข้าหุบเขา แล้วหยุดเคลื่อนพลต่อรอหน่วยสอดแนมกลับมา กองหน้าที่ประกอบไปด้วยนักผจญภัยจะเป็นฝ่ายบุกก่อน พวกเราจะคอยสนับสนุน ทว่าพวกก็อบลินรู้ตัวแล้วพากันออกมาป้องกัน การบุกเริ่มต้นแล้ว เมื่อแสงอาทิตย์ขึ้นนักผจญภัยและทหารพากันบุกเข้าไปในหุบเขา พวกก็อบลิน ต่างยิงธนูเข้ามาราวห่าฝน ผมกับเรโนเข้าปะทะกับกองทัพก็อบลิน ย้ากกกกก ผมฟันก็อบลินตัวนึงที่เข้ามาทางด้านข้างของเรโน บ้าจริงพวกมันจะมีสักกี่ตัวนี่ นี่คงเป็นรังใหญ่ของพวกมันเลยนะเนี่ย ทั้งเยอะทั้งขี้โกง มีอาวุธอาบยาพิษอีก เหล่าทหารพากันบุกเข้ามาจนถึงหน้าถ้ำของพวกก็อบลิน ผมกับเรโนรวมกับทหารอีกสิบกว่าคน วิ่งตามนักผจญภัยที่วิ่งเข้าไปในถ้ำ

     "เฮ้ย พวกนาย จะรีบเข้าถ้ำไปถึงไหน ทหารส่วนใหญ่ยังติดอยู่หน้าหุบเขานะ" ผมตะโกนบอก แต่ดูเหมือนนักผจญภัยพวกนั้นจะมั่นใจมาก

     "แค่ ก็อบลิน กระจอกๆ พวกเรารับมือได้นะ" นักผจญภัยคนนึงตะโกนกลับมา

     ภารกิจของเราคือกำจัดก็อบลินและช่วยพวกตัวประกันผู้หญิงที่ถูกจับมา แต่นี่มันจะไม่เสี่ยงเกินไปเรอะ

     ผมกับเรโนวิ่งตามกลุ่มทหารสิบกว่าคนนั้นเข้าไปในถ้ำ ฟุ่บมีลูกธนูพุ่งออกมาถูกทหารสองคนล้มลงไป ลูกธนูอีกดอกพุ่งผ่านหน้าผมไป บ้าที่สุดในนี้มันทั้งมืดทั้งชื้นแฉะ แบบนี้เสียเปรียบชัดๆ พวกเราบุกกันมาแค่สิบกว่าคนจะไปทำอะไรได้ ในขณะที่ผมกำลังคิดอยู่นั่นเอง ก็มีนักผจญภัยคนนึงพุ่งหอกใส่ก็อบลินที่ยิงธนู พอมองไปหน้าคุ้นๆนิ เห้ยเจ้านั่นมันเรียวจินี่นา

     " อ้าวคุณทหาร ไม่เจอกันนานนะครับ เห็นหน้าคุ้นๆ ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอกันในที่แบบนี้"เรียวจิพูดพร้อมกับดึงหอกออกมาจากซากศพก็อบลิน

     " คนรู้จักเหรอ อาร์ค " เรโนถาม 

     ไม่คิดเลยนะว่าจะมาเจอโจทย์ ในที่แบบนี้ แบบนี้ต้องเข้าไปบวกสถานเดียวสินะ ไงๆก็อยากจะมีเรื่องอยู่แล้ว แต่นี่มันในรังของก็อบลินนะ

     " สวัสดีค่ะ คุณทหาร สบายดีมั๊ยค่ะ " นิโอะที่วิ่งตามมาส่งเสียงเจื้อยแจ้ว มันใช่ที่จะมาทักทายกันเหรอครับพี่น้อง

     "เรื่องที่ร้านอาหารนะ เป็นเรื่องเข้าใจผิดกันเท่านั้นเอง ฉันจ่ายค่าอาหารให้นายแล้วด้วยนะ สำนึกบุญคุณของชั้นไว้ซะ คุณทหาร" เรียวจิพูดแบบเย่อหยิ่ง

     ไม่ชกกันก็ดีแล้วยังจะมาทวงบุญทวงคุณอีกเหรอ ศัตรูทางคับแคบจริงๆ

     "แหวนที่ชั้นได้มา ขายไปแล้วละค่ะ เอาเงินไปแบ่งให้ทุกคน แค่นี้ทุกคนก็พอใจ จบเรื่องไปที แล้วก็ต้องขอโทษคุณด้วยนะค่ะที่ทำให้เดือดร้อน" นิโอะพูดพร้อมจับมือผม

     เห้ยๆ นี่ไม่ใช่เวลามาเคลียบิลกันนะยังอยู่ในสถานการณ์อันตรายกันอยู่เลย เอาเป็นว่าตอนนี้ร่วมมือกันไปก่อนแล้วกัน ในขณะที่คิดอยู่ก็มีก็อบลินสามตัวเข้ามาจู่โจม

      " ไลเทิร์นนิ่ง " สายฟ้าพุ่งผ่านตัวผมไปใส่พวกก็อบลินทั้งสามตัว ไหม้เกรียมไปเลย กลายเป็นก็อบลินย่าง พอผมหันไปคนที่ปล่อยเวทย์คือ นิโอะ เธอเป็นชาแมนเหรอเนี่ย ไม่ยักรู้แฮะ

     "โห เก่งจังเลย" เรโนอุทานขึ้นมา ทว่าไม่ทันไร ทหารข้างหน้าถูกโยนลอยออกมา ศัตรูมันตัวใหญ่กว่าก็อบลินอีก มันคือ ฮ็อบก็อบลิน 

     ท่าทางจะเป็นเรื่องยุ่งยากแล้วสิ ดันมาเจอฮ็อบก็อบลิน ก็นี่มันในรังของพวกมันนิ ผมมองไปรอบๆเหลือทหารอยู่สามนาย กะเรียวจิแล้วก็นิโอะ ทำไมกันนนนน เผลอแปปเดียวพวกตัวเองถูกเก็บเรียบแบบนี้ เอาล่ะถึงมันจะเป็นฮ็อบก็อบลิน สู้ก็สู้สิ ย้าก ผมเอาดาบฟันใส่ฮ็อบก็อบลิน มันกระโดดหลบ พร้อมจู่โจมกลับ เรียวจิ พุ่งหอกใส่มัน ฮ็อบก็อบลินจึงเอาโล่ตั้งรับการโจมตี นิโอะร่ายเวทย์ [ไลเทิร์นนิ่ง] ใส่มัน ทำให้มันชาไปสักพัก เรโนไม่พลาดโอกาส ใช้ขวานจามใส่ฮ็อบก็อบลิน แต่แผลไม่ลึก ต้องโจมตีแบบนี้ไปอีกสามสี่สิบรอบถึงจะล้มมันได้ แย่แน่ถ้ามันมีมาเพิ่มอีก ทหารอีกสามคนวิ่งเผ่นหนีไปที่ทางออก แต่ทว่า

     " ไฟเยอร์ บอล " ตูมๆๆๆๆๆ ทหารทั้งสามนายกับก้าวยังไม่พ้นทางออกก็ถูกเผาซะแล้ว ก็อบลิน ชาแมน ซวยแล้วจะเอาไงดี ถ้าถอยไปที่ทางออกต้องโดนย่าง มีทางเดียวคือต้องล้มฮ็อบก็อบลินให้ได้ ถึงมันจะได้บาดแผลไปบ้างแล้วก็เถอะ หรือพวกเราจะพากันมาตายหมู่ในที่แบบนี้ ถ้าพวกเราแพ้ละก็พวกผู้หญิงที่ถูกจับมาก็จะไม่ถูกปลดปล่อย ในขณะที่ผมคิดอยู่นั้น เรียวจิได้เข้าต่อสู้กับฮ็อบก็อบลินแล้ว เขาตวัดหอกอย่างชำนาญ แต่ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฮ็อบก็อบลินตัวใหญ่ตัวนี้ เรโนเข้าไปเสริมจังหวะที่เรียวจิถอยกลับออกมา การสลับรุกรับของเราดูเหมือนว่าจะได้เปรียบฮ็อบก็อบลินอยู่นิดๆ 

     "ไลเทนนิ่ง" นิโอะร่ายเวทย์โจมตีเข้าใส่ฮ็อบก็อบลิน ขัดจังหวะที่มันกำลังจะโจมตีผม ฮ็อบก็อบลิน กระโดดหลบ พร้อมกับส่งเสียงเรียกพรรคพวก เวรละถ้ามีกำลังมาเสริมพวกเราเสร็จแน่ๆ ผมแกว่งดาบเข้าใส่ไม่ให้เวลามันส่งเสียงเรียกพวก เรโนตามเข้าสมทบจามขวานเข้าใส่ฮ็อบก็อบลินที่อยู่ตรงหน้า เรียวจิคอยจู่โจมมันด้วยหอก นิโอะคอยประสานงานปล่อยเวทย์สายฟ้าเข้าใส่ฮ็อบก็อบลิน ในที่สุดมันก็สิ้นฤทธิ์ ผมได้จังหวะแทงเข้าไปที่คอของมัน มันชักอยู่สองสามครั้งก่อนจะล้มลงสิ้นใจ แล้วจะเอายังไงต่อดี ถ้าจะออกไปตอนนี้คงโดนย่างสด คงต้องเดินหน้าต่อไป ผมเก็บโล่กับของที่จำเป็นจากศพของเพื่อนทหาร ไม่น่ามาตายในนี้เลยยังหนุ่มอยู่แท้ๆ
 
     "รองเท้าคู่นี้นายไม่ใช้แล้ว ขอฉันเถอะนะ"ผมขอรองเท้าจากร่างไร้วิญญาณของหัวหน้าทหารคนนึง เพราะรองเท้าผมขาดขณะต่อสู้ อย่าโกรธกันเลยนะผมสวดส่งวิญญาณเท่าที่จำได้ นี่แค่ฮ็อบก็อบลินตัวเดียวนะ ถ้ามันมีหลายตัวจะทำไงดี

     "เอาไงต่อดีล่ะ" นิโอะหันมาถามผม สถานการณ์นี้ก็เหมือนตกกระไดพลอยโจน ทหารสองนาย กับนักผจญภัยสองคนต้องเดินหน้าเข้าไปในรังของก็อบลิน มันไม่ตลกเลยนะ เรียวจิหยิบหอกและเดินนำหน้าไป พวกเราจึงเดินตามเขาไป เพราะดูเหมือนว่าเรียวจิจะมีประสบการณ์สูงสุดแล้วเลยให้เป็นหัวหน้าชั่วคราว ยิ่งเดินทางยิ่งแคบลง ในที่สุดเราก็มาถึงสถานที่แห่งหนึ่ง ดูเหมือนเป็นสถานที่คุมขังนักโทษ ข้างในเราพบพวกผู้หญิงที่ถูกจับมา

     " เจอแล้ว เจอพวกผู้หญิงแล้ว ไชโย" เรโนตะโกนดีใจแต่ทว่าในตาของพวกเธอทุกคนเลื่อนลอย เหมือนไร้ชีวิตจิตใจ บางคนก็กำลังท้องอยู่ บางคนก็โทรมมาก เห็นแล้วอยากจะอ้วก นี่มีนเกิดอะไรขึ้นกับพวกเธอกันนะ

     " ทุกคนถ้ายังมีสติอยู่ ช่วยขานตอบด้วยนะ" นิโอะพูดพร้อมกับยกกระบอกน้ำให้หนึ่งในผู้หญิงพวกนั้นดื่ม ชั้นไม่ใช่นักบวช ดังนั้นเวทย์รักษาชั้นไม่มีหรอกนะ นิโอะทำท่ากังวล

     ถึงจะมีเวทย์รักษาก็รักษาได้แต่ร่างกาย แต่รักษาจิตใจที่แตกสลายไปแล้วไม่ได้ คงไม่มีประโยชน์อะไร ผมคิด พวกเธอไม่ต่างจากร่างไร้วิญญาณ ภารกิจช่วยเหลือล้มเหลวแล้วยังงั้นรึ 

     "ช่วยชั้นด้วย ชั้นยังไม่ตาย ช่วยด้วย" มีหญิงสาวคนนึงยังพูดได้อยู่ เธอเพิ่งถูกจับมา นิโอะเอากระบอกน้ำให้เธอดื่ม หลังจากสอบถามถึงรู้ว่าเธอเป็นเรนเจอร์ ชื่อ รัฟเป็นนักธนู แต่ที่นี่ไม่มีธนูให้เธอใช้ 

     " ยังไหวมั๊ย" ผมพูดพร้อมส่งมีดสั้นให้เธอ

      " เรารีบออกจากนรกแห่งนี้เถอะ" เรียวจิพูด พร้อมเดินนำหน้าต่อไป 

     "แล้วเราจะทิ้งผู้หญิงพวกนี้ไว้เหรอ" นิโอะพูดอย่างเป็นห่วง

     " เราช่วยเท่าที่ช่วยได้แล้ว ต้องรอทหารเข้ามาถึงจะพาทุกคนออกไปจากนี่ได้"
 
ระหว่างที่เรามุ่งหน้าต่อไปเจอก็อบลินสามตัว รัฟกลิ้งตัวด้วยความรวดเร็ว แล้วแทงใส่ก็อบลิน ตัวที่ถือคันธนู ผมเข้าไปฟันก็อบลินตัวนึงที่ถือดาบ เรโนจามขวานใส่ก็อบลินตัวสุดท้าย รัฟหยิบคันธนูขึ้นมา พร้อมกับเก็บลูกศรจากกระบอกของก็อบลิน เอาล่ะแค่นี้ก็มีธนูแล้ว ถึงธนูของก็อบลินจะขึ้นสนิมก็เถอะ เมื่อเราเดินถึงอีกห้องท่าทางจะเป็นห้องเก็บสมบัติของพวกก็อบลิน มีพวกคัมภีร์เวทย์มนต์เก่าๆอยู่ เสื้อผ้า ของประดับต่างๆ ที่จมอยู่ในกองอุลจิของก็อบลิน

     " โอ้ว สมบัติในกองอุลจิ" ท่าทางสมบัติพวกนี้จะเป็นของพวกนักผจญภัยหญิงพวกนั้น แต่มันเละแบบนี้คงอ่านไม่ออกแล้ว ผมใช้มือคีบมันขึ้นมา มันเละแล้วก็เหม็นอีกด้วย นี่เหรอห้องสมบัติของก็อบลิน น่าจะเรียกว่าห้องน้ำมากกว่า ก็มันเป็นที่ถ่ายอุลจินี่นา บรรยากาศช่างชวนอ้วกยิ่งนัก

     " รีบไปกันต่อเหอะ" เรโนพูดพร้อมกับเดินข้ามห้องนี้ไป หลังจากนั้นเราไม่พบก็อบลินเลย จนกระทั่งผ่านไปห้าห้อง ก็พบกับก็อบลินสิบกว่าตัว รัฟกระโดดยิงธนูใส่พวกก็อบลินทีเผลอ ทำให้เก็บได้ถึงหกตัว นิโอะปล่อยเวทย์สายฟ้าใส่ก็อบลินอีกสองตัว ผมกับโรเนล้มได้ห้าตัว ส่วนเรียวจิแทงตายไปสองตัว แล้วเราก็เก็บอาวุธของพวกก็อบลินพวกนี้ ทว่าก็มีเวทย์ไฟยิงมา "ไฟเยอร์บอล"ผมยกโล่กันไว้ได้แต่โล่แตกเลย ส่วนคนอื่นก็หลบได้เช่นเดียวกัน ผู้ที่ยิงมาคือ ก็อบลิน ชาแมน ซึ่งก็อบลิน ชาแมนผู้นี้ มีนามว่า ก็อบกะ 

     พวกเราแยกตัวออกจากกัน เพื่อไม่ให้มันใช้เวทย์มนต์โจมตีเป็นกลุ่ม ท่าทางงานนี้จะยากแฮะ ก็อบลินชาแมนร่ายเวทย์เพลิงเตรียมจะยิงลูกไฟอีกลูก

"แอร์โร่ วิงค์" รัฟยิงธนูพร้อมปล่อยเวทย์มนต์ลม พัดลูกไฟอีกลูกกระดอนออก ผมได้จังหวะพุ่งเข้าใส่ก็อบลินชาแมน ก็อบลินชาแมนทำท่าตกใจแต่ก็สายไปเสียแล้ว มันถูกผมฟันล้มลงไป และทุกอย่างก็กลับเข้าสู่สภาพปกติ พวกก็อบลินที่เหลือต่างพากันวิ่งหนีไป

     "พวกเราย้อนกลับไปที่ทางเข้าดีกว่านะ"

     เรียวจิพูดพร้อมกับก้าวเดินไป ในขณะนั้นเองได้ยินเสียง ตะกุกตะกักอยู่หลังกำแพงนิโอะจึงฉวยผ้าม่านเก่าๆที่บังอยู่ออก ลูกก็อบลินนั่นเอง มีประมาณสี่สิบกว่าตัว กำลังก้มตัวลงตัวสั่นอยู่หลังกำแพง

     " เห้ยๆไม่ตลกนะ เราจะทำยังไงดีกับลูกก็อบลิน" ผมคิด แต่เรียวจิไม่พูดพล่ามทำเพลง เขาแทงใส่ลูกก็อบลินทีละตัว ทีละตัว จนหมด

     "โหดร้าย ทำไมนายถึงใจยักษ์ขนาดนี้นะ" นิโอะพูดพร้อมกับด่าประชดเรียวจิ

     "ถ้าไม่ฆ่ามัน อีกหน่อยมันก็โตเป็นก็อบลินมาฆ่าเรา นึกถึงพวกนักผจญภัยหญิงพวกนั้นสิ เราปล่อยไว้ไม่ได้" เรโนช่วยพูดให้เรียวจิ แต่ผมเข้าข้างนิโอะ กลายเป็นสองต่อสองเสียง คนที่จะตัดสินได้คือรัฟ

     "แล้วรัฟคิดยังไงล่ะ" ผมถาม

     "สำหรับก็อบลิน เราให้อภัยมันไม่ได้ค่ะ ชั้นสนับสนุนให้กำจัดมัน ถึงตอนนี้มันจะเป็นเด็กอยู่ก็ตาม ชั้นเห็นด้วยกับเรียวจิ ถึงแม้มันเป็นการกระทำที่โหดร้ายแต่ก็จำเป็น" รัฟกล่าว พร้อมกับหันหลังร้องไห้ออกมา แสดงว่าเธอก็ต้องทำใจเหมือนกัน ถึงแม้ก็อบลินจะเป็นศัตรูก็ตาม

     หลังจากที่เราจัดการกับศพลูกก็อบลินเสร็จ ผมก็เพิ่งสังเกตเห็น ศพของก็อบลิน ชาแมนหายไป ชะแว้บ มันแกล้งตายนี่นา นี่ผมคิดว่าฟันมันถูกจุดสำคัญแล้วนะ แย่แน่หรือมันจะไปดักรอเราตรงทางออก ผมเตือนทุกคน

     " ระวังนะทุกคน ก็อบลินชาแมนยังไม่ตาย "

     " แบบนี้เห็นทีเราจะต้องตามไปฆ่ามันซะแล้ว " เรโนแสดงความเห็น

     " ที่เป็นแบบนี้ ก็เพราะนายไม่จัดการให้ดี คราวหน้าคราวหลังต้องตัดหัวมันออกมาด้วยจะได้แน่ใจว่าตายแล้ว " เรียวจิออกปากด่าผม ผมรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าเจ้าหมอนี่จริงๆ

     " เธอทำได้ดีแล้วละนะ คุณทหาร" นิโอะปลอบใจผม ผมเองก็น่าจะระวังให้มากกว่านี้หน่อย ดันสะเพร่าปล่อยตัวหัวหน้าหนีไปได้

     "...."
     ส่วนรัฟไม่แสดงความคิดเห็นอะไร

     พวกเราย้อนกลับไปที่ทางออกระหว่างทางไม่พบก็อบลินซักตัว แต่พบศพทหารตามรายทาง นี่พวกเราพลาดท่าหรือเนี่ย ผมเริ่มเป็นห่วงสถานการณ์ข้างนอก ที่กองทัพก็อบลินปะทะกับกองทัพมนุษย์ ท่าทางจะแย่แฮะ ผมเก็บโล่จากศพทหารคนหนึ่งเอามาทดแทนโล่ที่เสียไป

     " ใกล้ถึงทางออกแล้ว" นิโอะร้องบอกทุกคน 

     ทว่า " ไฟเยอร์บอล " ก็อบลิน ชาแมนมาดักรออยู่ที่ทางออกของถ้ำ "แอโร่ วิงค์" ลูกไฟลอยผ่านพวกเราไปเพราะแรงลมจากเวทย์มนต์ของรัฟ  ดีนะที่เรามีเวทย์มนต์ลม ทำให้การต่อสู้สูสีขึ้นมา

     เมื่อ ก็อบลิน ชาแมนเห็นเช่นนั้นมันก็ทำท่าจะหนีอีกละ 

     " คิดว่าจะยอมให้หนีง่ายๆ งั้นรึ " เรียวจิเร่งฝีเท้า เข้าขวางก็อบลิน ชาแมน 

     ก็อบลินชาแมนทำท่าตกใจ แต่มันยังคงตั้งสติร่ายเวทย์ต่อไป 

     " คิดว่าชั้นจะปล่อยให้ใช้เวทย์บอลไฟได้อีกเรอะ " เรียวจิแทงหอกรัวๆ ใส่มัน ก็อบลินชาแมนมีสีหน้าตกใจ มันทิ้งไม้เท้ายอมแพ้

     " ข้า ขอยอมแพ้ อย่าฆ่าข้าเลย "
 
     เป็นเรื่องเหนือความคาดคิด เห้ยก็อบลินพูดภาษาคนได้ ไม่อยากเชื่อเลย ปกติมันพูดไม่ได้นี่นา ได้ยินแต่ กิ๊ซ ๆก๊าซๆ ฟังไม่รู้เรื่อง ในขณะที่พวกเรากำลังเผลอมันก็ปล่อยเวทย์มนต์ไฟออกมา พร้อมกับกระโดดหนีไป

     " ไอ้ก็อบลินนี่ เจ้าเล่ห์จริงๆ" 

     พวกเราวิ่งตามไปแต่ไม่ทัน มันหนีไปได้ แต่พวกเราเก็บคทาของมันได้ผมเลยเอามาให้นิโอะดูว่าจะใช้ประโยชน์อะไรได้รึป่าว

     ไม้คทาทำจากหินไฟ มันเป็นไอเท็มที่ขายได้ราคา เหมาะสำหรับจอมเวทย์ที่ใช้คาถาเพลิง ถ้าเอาไปให้พ่อค้าที่เมืองตีราคา คงได้ราคาดี ยกเว้นจะเจอคนชอบกดราคา

     " ขอบใจนะทุกคน ชั้นจะเอาคทานี้ไปขายแล้วเดี๋ยวจะเอาเงินมาแบ่งให้นะ" นิโอะพูดอย่างอารมณ์ดี ผมเองก็อยากเก็บไปขายเองเหมือนกัน แต่กองทัพมีกฏว่าทหารห้ามมีของในครอบครองของตนเอง

     " ไม่เป็นไรหรอก ก็เราเพื่อนกันนี่นา " ผมพูด ส่วนเรียวจิทำท่าไม่สบอารมณ์ เพราะถ้าฆ่าตัวหัวหน้าได้จะได้ค่าหัวเยอะทีเดียว แต่ผมว่าดีแล้วที่มันหนีไปได้ ไม่งั้นพวกเราก็ตกงานกันพอดี เหอๆ ผมคิดเล่นๆ

     จากนั้นไม่นานกองทหารทัพหลักก็มาถึง และนี่เป็นศึกครั้งสำคัญที่เราได้ชัยชนะต่อพวกก็อบลิน พวกก็อบลินต่างยอมพ่ายแพ้ พวกเราจับพวกมันได้หลายตัว ช่างเป็นการทลายรังที่ดีจริงๆ

     หลังจากนั้น พวกทหารทั้งหมดก็ได้เข้าไปช่วยเหลือหญิงสาวที่ถูกจับออกมา และนำพวกเธอกลับไปพักฟื้นที่เมือง
 

0 ความคิดเห็น