Brother Zone || ไม่ เป็น น้อง #โซ่ไม่เป็นน้อง

ตอนที่ 2 : ไม่เป็นน้องที่ หนึ่ง 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 178
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    15 เม.ย. 62











Brother Zone || ไม่ อยาก เป็น น้อง #โซ่ไม่เป็นน้อง


มาแย่งสิ



ไม่เป็นน้องที่ หนึ่ง



                วันหยุดที่ผมควรจะได้นอนตื่นสายกลับต้องตื่นเช้าเร็วกว่าปกติเพราะเสียงโวยวายดังลั่นบ้านของผู้เป็นพ่อ ผมเดินงัวเงียลงมาจากชั้นสอง โผล่หน้าเข้าไปในห้องครัวซึ่งเป็นต้นเสียง เห็นพ่อกำลังบ่นอะไรไม่รู้อย่างหัวเสีย


                พ่อทำอะไรเสียงดังแต่เช้าครับ


                “อ้าว พ่อทำเราตื่นเหรอ ขอโทษๆ


                “ไม่เป็นไรครับ แล้วพ่อทำไรอยู่ผมว่าพลางเดินเข้าไปดูใกล้ๆ เศษซากอาหารมากมายถูกวางกองระเกะระกะ ทั้งซากหมูทอดไหม้ ไข่เจียวไข่ดาวไหม้ๆ



                นี่ผมบอกทุกคนรึยังครับว่าพ่อของผมท่านทำอาหารไม่เป็น



                พ่อจะทำอะไรครับ?


                “เอ่อ…” พ่อทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ยกมือขึ้นเกาแก้มอย่างคนที่ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดี


                ว่าไงครับ?


                “ก็ไอ้ซุงมันถ่ายรูปมาอวดพ่อน่ะสิ! เนี่ย วิฬาร์ดูนะ มันถ่ายรูปมาเยาะเย้ยพ่อ!” ว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์ที่เปิดหน้าแชทของลุงซุงค้างไว้มาให้ผมดู


                พ่อยอมมันไม่ได้ ก็เลยตื่นแต่เช้ามาฝึกทำ


                “ลุงซุงเขาทำอาหารเองเหรอครับพ่อผมเงยหน้าถามผู้เป็นพ่อพร้อมยื่นโทรศัพท์คืนให้ด้วย จากที่ผมอ่านเมื่อกี้ก็ไม่มีอะไรมากนะ แค่ลุงซุงถ่ายรูปอาหารน่าตาน่าทานมาให้พ่อผมดูพร้อมบอกว่านี่คืออาหารมื้อเช้าที่เขาทำให้ลูกชายกิน


                ใช่ สมัยตอนเรียนมันก็เป็นคนทำให้พ่อกินนี่แหละ


                “แต่เมื่อกี้ที่ผมอ่านก็ไม่เห็นว่าเขาจะเยาะเย้ยพ่อตรงไหนเลยนะครับ


                “ก็พ่อทำกับข้าวให้วิฬาร์กินไม่ได้แบบมันนี่ พ่อก็อยากทำให้ลูกกินบ้างผมยิ้ม มองพ่อที่ตอนพูดก็หันหน้าหนีไปทางอื่นด้วย ใบหูขึ้นสีแดงชัดเจน


                ผมว่าเราซื้อกินก็ดีอยู่แล้วนะครับ ผมไม่อยากให้พ่อเหนื่อย


                “ทำอาหารมันจะเหนื่อยแค่ไหนกันเชียว


                “แล้วตอนนี้พ่อเหนื่อยไหมล่ะครับ อยู่กับมันมากี่ชั่วโมงแล้ว


                “เหนื่อยมากเลยวิฬาร์ โฮฮฮ ไม่คิดมาก่อนว่าแค่ทอดไข่เจียวมันจะยากขนาดนี้ผมอมยิ้มมองพ่อที่เบะปากเตรียมจะร้องไห้ เห็นแบบนี้พ่อผมก็มีมุมเด็ก ๆอยู่เหมือนกันนะครับ


                สุดท้ายมื้อเช้าของเราก็จบด้วยข้าวไข่เจียวคนละจาน ดีที่พ่อของผมยังปรานีเหลือไข่ในตู้เย็นไว้ให้บ้าง ส่วนพวกอาหารสดที่ซื้อติดตู้เย็นไว้ถูกพ่อเอามาทำลายทิ้งหมดแล้ว



                วันนี้คงต้องออกไปห้างแล้วสิเนี่ย



                วิฬาร์กินเสร็จวางจานทิ้งไว้เลยนะ เดี๋ยวพ่อล้างเอง


                “ได้ครับ ขอบคุณครับพ่อ


                “ไม่เป็นไร หน้าที่ของลูกคือทำกับข้าวให้พ่อกิน ส่วนล้างเดี๋ยวพ่อทำเองผมพยักหน้า หยิบจานที่ว่างเปล่าของตัวเองไปวางไว้ที่อ่างล้างจาน ก่อนจะเดินกลับมาเทน้ำใส่แก้วแล้วเอาไปให้พ่อ บ้านผมก็เป็นแบบนี้แหละครับ เพราะพ่อทำอาหารไม่เป็น ผมก็เลยต้องหัดทำเองมาตั้งแต่เด็ก ดังนั้นพ่อเขาก็เลยขอรับหน้าที่ล้างจานไปแทนเป็นการแบ่งงานกันทำ


                พ่อครับ สักบ่ายๆผมจะไปห้างนะ พ่อเอาอะไรไหมครับ


                “ไม่ล่ะ ไม่ต้องซื้อมาเยอะล่ะวิฬาร์


                “ครับ


                หลังจากนั้นผมก็ขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเปลี่ยนเป็นชุดใหม่ พอลงมาด้านล่างก็ไม่เจอพ่อแล้ว สงสัยคงเข้าไปทำงานในห้องนั่นแหละ อ้อ ลืมบอกไปเลยว่าพ่อผมทำงานเป็นสถาปนิกน่ะครับ


                ผมหยิบกุญแจรถมาถือไว้ก่อนจะออกมานอกบ้าน ใช้เวลาในการขับรถไม่นานก็มาถึงห้างสรรพสินค้า เพราะว่าเป็นวันหยุดคนก็เลยเยอะเป็นพิเศษ ผมดึงรถเข็นมาคันหนึ่งก่อนจะเดินไปตามทางเพื่อหาซื้อของที่ต้องการ แต่เดินไปได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเมื่อใครบางคน



                คนที่ตัวสูงๆเด่นสะดุดตา เด่นทั้งหน้าและเสื้อผ้าที่สวมใส่



                ผมเข็นรถไปใกล้เขามากขึ้นแล้วสะกิดไหล่กว้างให้หันมามองกัน แวบแรกที่อีกฝ่ายหันมามอง ผมเผลอสะดุ้งถอยตัวหนีไปเลยเมื่อเจอกับแววตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ แต่พออีกฝ่ายเห็นว่าเป็นผม ความไม่พอใจนั้นก็หายไป


                วิฬาร์?


                “สวัสดีครับโซ่


                “?โซ่เอียงคอมองผม สายตาของเขาสำรวจตัวผมตั้งแต่หัวจรดเท้า คิ้วขมวดเข้าหากันเหมือนสงสัยว่าผมมาทำอะไรที่นี่


                พี่มาซื้อของครับ


                “อ่อ


                “แล้วโซ่ล่ะ มาทำอะไร?ผมถามกลับ


                หลงคำตอบแสนสั้นทำเอาผมงงไปเลย ผมว่าผมถามว่ามาทำอะไรไม่ใช่เหรอ ไม่ได้ถามว่ามาอยู่ตรงนี้ได้ยังไงนะ


                แล้วลุงซุงไปไหนครับ ทำไมอยู่คนเดียว


                “ร้อน หนีมาผมขมวดคิ้ว สมองกำลังประมวลผลประติดประต่อเรื่องราวผ่านคำพูดเพียงสามคำของโซ่



                หลง ร้อน หนีมา



                โซ่จะบอกพี่ว่า โซ่ร้อนก็เลยหนีลุงซุงมาที่นี่ แล้วก็จบด้วยการหลงเหรอครับ?


                “ใช่ผมยกมือนวดขมับตัวเองเมื่อได้ฟังคำตอบ


                แล้วพ่อรู้ไหมครับว่าหนีมาแบบนี้เด็กยักษ์ส่ายหน้าเป็นคำตอบยิ่งทำให้ผมต้องนวดขมับเข้าไปใหญ่


                วิฬาร์ เป็นไร?


                “ป่าวครับ


                “ปวดหัว?


                “พี่แค่มึนๆ


                “จะเป็นลม?


                “ป่าวครับ ไม่ใช่ๆ พี่ปกติดีผมปฏิเสธเพื่อให้เด็กตรงหน้าคลายความกังวลใจ ยื่นนิ้วไปลูบบริเวณระหว่างคิ้วของเด็กตัวโตให้มันคลายออก พี่แค่มึนกับตัวเองเฉยๆ


                “อือ


                “แล้วไม่โทรบอกลุงซุงหน่อยเหรอว่าอยู่ที่ไหนเด็กหน้ามึนไม่ตอบอะไร ทำแค่หยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วยื่นให้ผมดูว่ามันเปิดไม่ติด


                แบตหมด


                “งั้นโซ่เอาโทรศัพท์พี่โทรหาพ่อเลยครับ ป่านนี้คงเป็นห่วงแย่แล้วผมว่าพลางยื่นโทรศัพท์ของตัวเองให้เด็กหน้ามึน   


                รหัส?


                “170739 ครับโซ่กดหมายเลขตามที่ผมบอกก่อนจะกดเบอร์โทรหาพ่อตัวเอง ผมเดินเลี่ยงออกมาเพื่อให้เขาได้คุยโทรศัพท์ได้สะดวก อยู่ ๆความคิดบางอย่างก็แวบเข้ามาในหัว



                 ปกติผมไม่ชอบให้ใครยุ่งกับโทรศัพท์ของตัวเอง แล้วทำไมถึงยอมให้โซ่จับ



                ปัดผ่านความความคิดบ้าๆทิ้งไป ก็ได้แต่ตอบตัวเองว่ามันเป็นเรื่องฉุกเฉิน แถมเราก็รู้จักกัน ให้ยืมแค่นี้คงไม่เป็นไร



                แล้วทำไมไม่กดรหัสผ่านให้น้องล่ะ ไว้ใจเหรอถึงบอกรหัสไป



                ผมเม้มปากแน่น ยอมรับเลยว่าเพื่อนสนิทอย่างคอปเตอร์ก็ไม่รู้รหัสผ่านโทรศัพท์ผม แต่โซ่รู้แล้ว



                จึก



                ผมเบิกตาโตเมื่อโซ่เดินมาทางไหนไม่รู้แล้วก็ใช้นิ้วมาจิ้มที่กลางหว่างคิ้วของผม


                ขมวดคิ้ว


                “เอ่อ พี่คิดอะไรเพลินๆน่ะโซ่พยักหน้ารับ ยื่นโทรศัพท์คืนให้ผม พ่อว่าไงบ้างครับ


                “เดี๋ยวมา


                “งั้นระหว่างรอ ไปเดินซื้อของกับพี่ไหมครับผมถาม มองโซ่ที่ชะงักหยุดนิ่งไปนิดหนึ่ง เอ่อ ถ้าไม่อยาก-”


                “ไป!” กระพริบตาปริบๆมองเด็กตัวโตที่ตอบกลับมาเสียงดัง เท่านั้นไม่พอ ยังแย่งรถเข็นไปเข็นเองอีกต่างหาก


                วิฬาร์?


                “ไปแล้วครับๆผมรีบก้าวเดินไปหาโซ่ที่หยุดยืนรออยู่ ลอบมองใบหน้าคมเข้มของอีกฝ่ายที่ยังนิ่งสนิทแต่ดวงตากลับเป็นประกาย


                กลายเป็นว่าตลอดการเดินเลือกของ ผมเดินตัวปลิวโดยมีโซ่คอยเข็นรถเดินตาม มีบ้างที่เด็กหน้ามึนแวบหายไปแล้วก็กลับมาพร้อมกับขนมในมือ


                เอ้อ พี่ลืมถามเลย


                “?


                “ก่อนมาที่นี่ ลุงซุงพาโซ่ไปไหนมาเหรอครับผมถามระหว่างเลือกเนื้อหมูไปด้วย จริง ๆผมอยากถามนานแล้วแต่ก็ไม่กล้า พยายามนึกเองอยู่นานว่าห้างแถวนี้อยู่ใกล้กับร้านอะไรบ้าง และร้านแบบไหนที่ทำให้โซ่ยอมเข้าไปได้


                ชุดนักเรียน


                “อ๋อ แล้วไปเรียนวันไหนครับ?


                “อาทิตย์หน้าผมพยักหน้า ยังไงก็คงต้องรอให้อะไรเรียบร้อยก่อนละมั้ง



                หลังจากที่ซื้อของครบเรียบร้อยแล้วก็มาคิดเงิน โดยที่โซ่หยิบของของตัวเองแยกไปจ่ายอีกล็อกหนึ่ง บอกเลยนะครับว่าตอนแรกเราเกือบจะทะเลาะกันแล้ว ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าผมโวยวายอยู่ฝ่ายเดียวมากกว่า เพราะโซ่เอาแต่ยืนนิ่งทำหูทวนลม หนักหน่อยก็แกล้งทำเป็นไม่เข้าใจภาษาไทยที่ผมพูด


                โซ่! พี่บอกว่าเดี๋ยวจ่ายให้ไง วางขนมลง


                “จ่ายเอง


                “แล้วโซ่จะจ่ายเองทำไมครับ จ่ายพร้อมกันเลยก็ได้


                “เอาเงินไปว่าจบก็ยื่นแบงก์พันให้ผมสองใบ แต่มืออีกข้างหนึ่งยังยกถุงขนมไว้เหนือหัว


                เดี๋ยวพี่ออกให้ก่อน


                “อย่าตีมึน


                “โซ่นั่นแหละตีมึน! วางขนมลงเดี๋ยวนี้


                “มาแย่งสิผมตาโตกับคำพูดของเด็กตรงหน้า ขอโทษนะ ถึงผมจะสูงแต่พอมายืนข้างโซ่แล้วตัวของผมอยู่แค่ไหล่ของเขาเอง แล้วยังจะให้ผมไปแย่งขนมในมืออะนะ ถามจริง-_-


                “โซ่สูงขนาดนี้พี่จะแย่งมาได้ยังไงล่ะ


                “แยกจ่าย


                “โซ่ ทำไมดื้อหน้ามึนแบบนี้นะ! คอยดูพี่จะฟ้องลุงซุง


                “Sorry, I don’t understand what you say”



                เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละครับ T^T



                เมื่อจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว ผมก็เข็นรถมายืนรอโซ่ที่ยังไม่ได้คิดเงิน ใบหน้าหล่อตอนนี้กำลังบูดบึ้งสนิทเพราะคนก่อนหน้าเขาซื้อของเยอะหรือเปล่าไม่แน่ใจ หรืออีกสาเหตุหนึ่งก็คงเป็นเด็กวัยรุ่นผู้หญิงสองสามคนที่มายืนต่อท้าย



                ดูเหมือนว่าบรรดาสาวๆจะอยากทำความรู้จักกับเด็กหน้ามึนมากซะด้วย



                ผมยืนมองดูอยู่ห่างๆว่าพวกน้องผู้หญิงเขาจะทำยังไงกัน เห็นพวกน้องซุบซิบกันอยู่สักพักหนึ่ง สักพักน้องผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้โซ่ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น ส่วนเพื่อนอีกสองคนก็ซุบซิบกันสักพักก่อนจะยื่นมือมาผลักเพื่อนตัวเอง


                ว๊าย!!”


                ผมตาโตกับเสียงร้องด้วยความเจ็บ คนที่อยู่บริเวณรอบ ๆหันมามองที่เกิดเหตุกันเป็นตาเดียว มันจะไม่ตกใจมากขนาดนี้เลยครับถ้าโซ่รับน้องผู้หญิงที่โดนผลักไว้ แต่นี่ ตอนที่น้องผู้หญิงถูกผลักเป็นจังหวะเดียวกับที่โซ่ขยับตัวถอยหนีจนทำให้น้องผู้หญิงล้มกระแทกพื้นเต็มๆ แถมไม่ช่วยเขาด้วยนะนั่นน่ะ พนักงานคิดเงินเสร็จก็เดินตรงมาหาผมเลย


                ไม่ช่วยเขาหน่อยเหรอครับโซ่ผมถามตอนที่โซ่เดินมาถึงตัวแล้ว ชะโงกหน้าไปมองน้องผู้หญิงที่เพื่อนช่วยพยุงขึ้นมาแล้วก็สงสารไม่น้อย


                ช่วยทำไม?


                “ก็เขาล้ม


                “จงใจ โซ่รู้


                “รู้เหรอครับ?ผมเลิกคิ้วถาม โซ่มองกลับมาเหมือนว่าทำไมเรื่องแบบนี้ต้องไม่รู้ พี่เห็นโซ่ดูไม่สนใจน่ะครับ เลยคิดว่าไม่รู้


                “อือ


                “งั้นกลับเลยไหมครับ เมื่อกี้ลุงซุงเพิ่งทักมาบอกว่ารออยู่ที่บ้านพี่


                “โซ่หิวผมหลุดยิ้มเมื่อเด็กตัวโตพูดสิ่งที่ตัวเองต้องการออกมา มือยกลูบท้องตัวเองพลางกระพริบตาปริบๆส่งมาให้ผม



                แบบนี้มันอ้อนกันชัดๆ



                งั้นโซ่อยากกินอะไรครับ


                “ตามใจวิฬาร์


                “ถ้าตามใจพี่งั้นกลับไปกินข้าวที่บ้านไหม


                “ชาบูเด็กยักษ์ตอบหน้าบึ้ง ไม่รอให้ผมตอบอะไรก็จับแขนผมถามไปร้านชาบูที่ตัวเองต้องการทันที



                นอกจากอ้อนแล้วยังมีมุมต่อต้านกันด้วยนะเนี่ย

               


#โซ่ไม่เป็นน้อง


1 คอมเม้น = 1 กำลังใจให้คนแต่งน้าา


TALK

มาอัพด้วยความว่องไว555555 น้องโซ่ก็จะตีมึนแล้วก็ร้ายๆหน่อย ขนาดผู้หญิงล้มน้องก็ไม่ช่วย เดี๋ยวต้องลองให้พี่วิฬาร์ล้มดูบ้าง55555555

อ่านแล้วรู้สึกยังไงบอกกันได้นะคะ ชอบไม่ชอบก็ติชมได้เลยย เราจะเอาไปปรับปรุงในการแต่งแน่นอนค่ะ เอนจอยรีดดิ้งน้าา

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17 ความคิดเห็น

  1. #7 Ppp (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 15:21

    ฮือออออ น่ารักมากเลยยย อยากได้ทั้งสองคนมากอดไว้ที่บ้นอ่ะะ??’“??’“

    #7
    1
    • #7-1 BaBiBuDuB(จากตอนที่ 2)
      17 เมษายน 2562 / 15:40
      โซ่ต่อยเด้อออ
      #7-1
  2. #6 tnkaw0649309360 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 21:28

    ชอบมากกกกกกก
    #6
    1
    • #6-1 BaBiBuDuB(จากตอนที่ 2)
      16 เมษายน 2562 / 11:42
      ขอบคุณค่าาาา
      #6-1
  3. #5 phung25 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 19:15
    ขี้อ้อนแบบนี้... ลองมาอ้อนเราดิ่จะเปย์ให้หนำใจเลย55555

    #ซ.โซ่
    #5
    1
    • #5-1 BaBiBuDuB(จากตอนที่ 2)
      15 เมษายน 2562 / 20:01
      ไม่ใช่พี่วิฬาร์ก็เหนื่อยหน่อยนะ555555
      #5-1