Brother Zone || ไม่ เป็น น้อง #โซ่ไม่เป็นน้อง

ตอนที่ 1 : ไม่เป็นน้อง 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 254
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    14 เม.ย. 62











Brother Zone || ไม่ อยาก เป็น น้อง #โซ่ไม่เป็นน้อง



ยิ้มสวย โซ่ชมวิฬาร์คนแรก



                วริน มึงทำการบ้านวิชาโปรดักไปยัง


                “ยังเลย มึงถามทำไม?


                “จะขอลอกอ่ะดิ แม่งยากฉิบหาย


                “กูยังไม่ได้เข้าไปดูเลย ไว้เดี๋ยวทำแล้วบอก


                “เออๆ ขอบใจมากมึงผมพยักหน้าให้เพื่อนคนหนึ่งในสาขาเป็นเชิงว่าไม่เป็นอะไรก่อนจะก้มหน้าก้มตาเขียนงานของตัวเองอีกครั้งเพื่อรอเวลาเพื่อนอีกคนหนึ่งเลิกเรียน


                วริน กูมาแล้วเพื่อนรักกเสียงดังลั่นของใครบางคนทำให้ผมต้องเงยหน้าไปมองอีกครั้ง ขมวดคิ้วมองผู้ชายตัวใหญ่บึกบึนอย่างกับยักษ์วัดแจ้งวิ่งตรงมาหาผม


                เสียงดังว่ะเตอร์ผมว่าเมื่อเพื่อนวิ่งมาหาถึงตัวแล้ว เพื่อนผมคนนี้ชื่อคอปเตอร์ครับ เรียนอยู่คณะวิศวกรรมศาสตร์


                นี่มึงรอกูนานยัง?


                “ประมาณครึ่งชั่วโมง


                “อ่อ แล้วจะกลับเลยปะ


                “กลับดิ กูอยากนอนจะแย่แล้วเนี่ย


                “เชื่อ หน้ามึงคือบอกหมดแล้ว


                ผมไม่ตอบอะไร ทำแค่หยิบของบนโต๊ะยัดใส่กระเป๋าแล้วสะพายบ่า วันนี้เป็นวันเรียนวันสุดท้ายก่อนจะได้หยุดเสาร์อาทิตย์ ผมกับคอปเตอร์ที่บ้านใกล้มหาวิทยาลัยก็เลยมักจะขับรถกลับบ้าน แต่ก็อย่างที่ทุกคนรู้กันนั่นแหละครับว่าเมืองกรุงของเราช่วงวันศุกร์เป็นอะไรที่รถติดมาก ๆ อย่าว่าแต่วันศุกร์เลย มันก็รถติดทุกวันนั่นแหละ


                เออวริน วันจันทร์อาจารย์กูยกคลาสว่ะ มึงขับรถกลับมาคนเดียวได้ปะ


                ได้


                “แน่นะมึง


                “เห็นกูขับรถไม่แข็งขนาดนั้นเลย?ผมหันไปถามไอ้เตอร์ตอนที่รถจอดติดไฟแดงอยู่ อีกอย่างนะเตอร์ ตอนนี้กูก็ขับรถให้มึงนั่งอยู่ครับ


                ก็ไม่ใช่ แต่มึงชอบขับรถกลับมอตอนดึกๆอ่ะ


                “กูขับของกูได้ มึงไม่ต้องห่วงหรอก


                “จ้าๆ กูเชื่อมึงจ้าผมเอื้อมมือไปผลักหัวเพื่อนสนิทหนึ่งทีก่อนจะหันกลับมาให้ความสนใจกับทางตรงหน้า


                ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่งก็ขับรถมาถึงหมู่บ้านอันเป็นที่อยู่อาศัยของผมกับไอ้เตอร์ แต่ว่าบ้านของไอ้เตอร์มันอยู่หลังแรกๆ ผมเลยต้องแวะส่งมันก่อน


                ขอบใจมากมึง เจอกัน


                “เออ ฝากสวัสดีแม่ด้วย


                “ได้ ไปละผมโบกมือลามันนิดหน่อยก่อนจะขับรถเลยเข้ามาในหมู่บ้าน บ้านของผมอยู่ถัดจากบ้านไอ้เตอร์มาสองซอย เมื่อขับมาถึงซอยบ้านตัวเองก็ต้องขมวดคิ้วมองเมื่อมีรถมาจอดขวางประตูเอาไว้อยู่ ผมเลยต้องจอดต่อท้ายรถคันดังกล่าวแล้วเดินเข้าไปในบ้านแทน


                เสียงพูดคุยเฮฮาของคนในบ้านยิ่งเพิ่มความสงสัยของผมเข้าไปใหญ่ ปกติที่บ้านจะมีผมอยู่กับพ่อแค่สองคน เพราะแม่ของผมท่านแต่งงานใหม่ไปแล้ว


                เออ แล้วนี่มึงจะย้ายมาอยู่นี่ถาวรเลยรึป่าววะซุง


                “ถาวรเลยว่ะ นี่ว่าจะให้โซ่เรียนที่นี่เลยด้วย


                “แล้วหาที่เรียนไว้แล้วเหรอ เข้าเรียนกลางคันค่าเทอมคงแพงหูฉีก


                “หาไว้ให้แล้ว ใกล้ๆกับมหาลัยอะไรสักอย่าง


                ผมหยุดชะงักอยู่หน้าห้องรับแขกเมื่อเจอกับผู้ชายคนหนึ่งที่เดินออกมาจากห้องครัว เรายืนมองกันนิ่งๆไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไร ผมมองสำรวจคนตรงหน้าแล้วก็ตอบตัวเองในใจว่าเป็นผู้ชายที่หล่อมาก ๆ ส่วนสูงที่เดาเอาเองว่าน่าจะเกินหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร ผิวแทนดูสุขภาพดี คิ้วเข้ม ตาคมดุ จมูกโด่งเป็นสันเข้ากับปากหยักสีธรรมชาติ


                อ้าว วิฬาร์กลับมาแล้วเหรอ ผมละสายตาจากคนตรงหน้าหันไปมองผู้เป็นพ่อที่เดินออกมาจากห้องรับแขก ด้านหลังมีผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่โตเดินตามออกมาด้วย ใบหน้าของคนด้านหลังเหมือนกับผู้ชายคนนี้ไม่มีผิด


                “ซุง นี่ลูกของฉันเองชื่อวิฬาร์ วิฬาร์นี่เพื่อนพ่อ


                “สวัสดีครับผมยกมือไหว้ผู้ใหญ่


                ส่วนนี่ลูกของลุงเอง ชื่อโซ่ผมหันกลับไปมองคนตัวโตที่ยังยืนนิ่งเป็นหุ่น มีเพียงสายตาที่กวาดขึ้นลงไปมาเท่านั้น


                อ่า ลูกลุงมันไม่ค่อยพูดน่ะ ขอโทษทีนะวิฬาร์


                “ไม่เป็นไรครับลุง ผมไม่ได้คิดอะไร


                “เออ ว่าแต่วิฬาร์เรียนอยู่ปีไหนแล้วนะว่านคุณลุงซุงหันไปถามพ่อผม


                ปีสองแล้วครับแต่ผมเป็นคนตอบ


                อ้อ งั้นลูกลุงก็เป็นรุ่นน้องของวิฬาร์สินะ รายนี้เพิ่งอยู่มอหกเองผมตาโต รีบหันกลับไปมองคนข้างตัว เนี่ยนะเด็กมอหก!? ถ้าไม่บอก ผมคงคิดว่าอายุน่าจะพอๆกับผมหรือมากกว่าสะอีก


                วิฬาร์ อย่าไปมองน้องแบบนั้นสิผมสะดุ้งเมื่อโดนพ่อทักแบบนี้ ไหนจะสายตาของเด็กตัวโตที่หันมามองนี่อีก


                เอ่อ ขอโทษครับ พอดีผมตกใจมากไปหน่อย


                “ไม่เป็นไรๆ เป็นใครก็ต้องตกใจเป็นธรรมดา


                “ฉันว่าเราไปกินข้าวกันดีกว่า ป่านนี้โซ่คงหิวแย่แล้วเด็กตัวโตพยักหน้าก่อนจะเป็นฝ่ายเดินนำไปที่ห้องครัว


                บนโต๊ะอาหารมีอาหารมากหน้าหลายตาถูกจัดใส่จานไว้เรียบร้อยแล้ว เมื่อทุกคนนั่งประจำที่แล้วผมก็จัดการตักข้าวใส่จานให้ทุกคนทันที


                นี่ครับโซ่ผมยื่นจานข้าวไปให้คนข้างตัว น้องก้มหัวเป็นการขอบคุณก่อนจะรับจานไป


                หลังจากนั้นมื้ออาหารของเราก็เริ่มต้นขึ้น บนโต๊ะเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยของพ่อกับลุงซุงที่ผลัดกันงัดเรื่องน่าอายสมัยเรียนมาเล่าให้ผมฟัง มีบ้างที่ลุงซุงหันมาถามคำถามกับผมหรือบางทีก็หันไปคุยกับลูกชายตัวเองที่นิ่งสนิทไม่หือไม่อืออะไรทั้งนั้น


                วิฬาร์ไม่ชอบอาหารทะเลเหรอ ลุงไม่เห็นเรากินเลยผมเงยหน้ามองลุงซุงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก่อนจะตอบ


                ผมแพ้อาหารทะเลน่ะครับ


                “อ้าว เวรกรรม ลุงก็ซื้อมาแบบไม่ได้ถามไอ้ว่านมันก่อน


                “ไม่เป็นไรครับลุง


                “ลุงขอโทษนะวิฬาร์ คราวหน้าลุงจะจำไว้เลย


                “โอ้ย อาหารทะเลก็มีอยู่แค่สองอย่าง ลูกฉันก็กินอย่างอื่นได้ผมพยักหน้ายืนยันกับคำพูดของพ่อ ปกติแล้วถ้าเราสองพ่อลูกอยากกินอะไรก็แค่ซื้อมา ต่อให้พ่อผมอยากกินกุ้งเผาขึ้นมาจริง ๆมันก็ไม่ได้ลำบากอะไรเพราะผมก็กินอย่างอื่นแทนได้


                ระหว่างที่ลุงซุงกับพ่อเถียงกันเรื่องของผม อยู่ ๆก็มีหมูชิ้นหนึ่งถูกวางลงในจาน ผมหันไปมองเด็กข้างตัวที่ยังนั่งกินข้าวหน้ามึนไม่พูดไม่จาแต่ตักอาหารนู่นนี่นั่นมาใส่จานของผมไม่หยุด


                ขอบคุณครับโซ่ผมบอกอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม โซ่พยักหน้านิดๆก่อนจะกินข้าวของตัวเองต่อไป ส่วนผมก็ตักอาหารกินบ้าง เลยกลายเป็นว่าตลอดทั้งมื้ออาหารนั้น ผมมีโซ่คอยตักอาหารให้อยู่เรื่อย ๆ


                โอ้ย อิ่มมากเลยว่ะ อาหารไทยนี่ยังอร่อยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน


                “เนี่ย กลับมาอยู่นี่ถาวรแกได้กลายเป็นลุงพุงพลุ้ยแน่ซุง


                “ฝันไปเถอะ เห็นแบบนี้ฉันก็เป็นคนแก่ที่รักสุขภาพนะโว้ย


                “เดี๋ยวจะรอดูน้ำหน้าคนรักสุขภาพ


                “คอยดูไว้ได้เลยไอ้ว่านผมมองพ่อกับลุงซุงเถียงกันแล้วก็หัวเราะน้อย ๆ ปกติพ่อผมท่านทำงานหนักเลยไม่ค่อยได้ออกไปสังสรรค์กับเพื่อนเท่าไหร่ พอได้มาเห็นพ่ออยู่กับเพื่อนแบบนี้แล้วก็อดจะมีความสุขไม่ได้


                อยู่พูดคุยกันอีกสักพักลุงซุงกับโซ่ก็ขอตัวกลับ ตอนแรกพ่อของผมบอกให้ทั้งคู่นอนที่นี่ แต่ลุงซุงโวยวายยกใหญ่บอกว่าชอบนอนบ้านตัวเองมากกว่า เถียงกันอยู่นานสุดท้ายพ่อผมก็เป็นฝ่ายยอมแพ้ ก่อนกลับผมกับลุงซุงก็ได้แลกช่องทางการติดต่อกันเรียบร้อยแล้วรวมถึงของโซ่เองก็ด้วย


                หลังจากที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ผมก็มานอนเล่นอยู่บนเตียง แอปพลิเคชันสีเขียวมีการแจ้งเตือนว่ามีเพื่อนเพิ่มขึ้นมาสองคน คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากลุงซุงกับโซ่



                ติ้ง!



                เสียงแจ้งเตือนของข้อความดังขึ้นให้ผมกดเข้าไปดู ผมกดดูรูปโปรไฟล์ของอีกคนก่อนเป็นอันดับแรก เป็นรูปผู้ชายที่ดูเหมือนจะถูกแอบถ่ายเพราะคนในรูปกำลังยืนก้มหน้าใช้มือเสยผมของตัวเอง ซึ่งมันเป็นภาพที่ดูดีมาก ๆ และให้ตายเถอะ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นภาพมุมต่ำแต่ผมกลับรู้ได้ทันทีว่าคนนี้ คือ โซ่


                [So_]: *ส่งรูป*


                ผมกดดูข้อความที่อีกฝ่ายส่งมา แล้วก็ต้องยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเมื่อเห็นรูปที่โซ่ส่งมา มันเป็นรูปไปหน้าด้านข้างของตัวผมเอง เป็นตัวผมที่กำลังยิ้มกว้างอย่างมีความสุข


                [So_]: ยิ้มสวย


                ผมรีบพิมพ์ตอบกลับไปทันทีเมื่ออ่านข้อความของอีกคนจบ


                [_Wilar]: ผู้ชายกับคำชมนี้พี่ว่ามันแปลกๆอยู่นะครับ


                [So_]: ยังไง?


                [_Wilar]: พี่ไม่เคยเจอผู้ชายที่ถูกชมว่ายิ้มสวยน่ะ


                [So_]: คนแรก


                [_Wilar]: อะไรนะครับ?


                [_Wilar]: พี่ไม่เข้าใจ


                [So_]: โซ่ชมวิฬาร์คนแรก


                [_Wilar]: ใช่ครับ โซ่เป็นคนแรกเลยที่ชมพี่แบบนี้5555


                [So_]: ดี


                ผมไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่าทำไมโซ่ถึงบอกว่าดี แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังพิมพ์ตอบข้อความกลับไป รู้ตัวอีกทีก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนกว่าแล้ว


                [_Wilar]: ดึกแล้ว พี่ว่านอนกันดีกว่า


                [So_]: อืม


                [_Wilar]: งั้นบายนะครับโซ่


                [So_]: ยัง


                [_Wilar]: ยังอะไรครับ?


                [So_]: ฝันดี


                [So_]: พ่อบอกต้องพูด


                ผมหลุดยิ้มขำกับตัวเอง ไม่คิดว่าเด็กตัวโตแบบนั้นจะมึนได้ขนาดนี้


                [_Wilar]: อ๋อ


                [_Wilar]: งั้นฝันดีนะครับโซ่


                [So_]: ฝันดีวิฬาร์


                ผมกดส่งสติ๊กเกอร์ไปให้อีกฝ่ายเป็นการจบบทสนทนา เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ตอบอะไรกลับมาแล้วก็กดล็อคหน้าจอก่อนจะเอามันไปวางไว้ที่โต๊ะเพื่อชาร์ต


                หวังว่าคืนนี้ผมจะฝันดีนะ



#โซ่ไม่เป็นน้อง



1 คอมเม้น = 1 กำลังใจให้คนแต่งน้าา



TALK

สวัสดีค่ะทุกคน ชื่อป้อปนะคะ อ่า...นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เราแต่งนิยายบอยเลิฟ ยังไงขอฝากพี่วิฬาร์ (อ่านว่า วิ-รา)และน้องโซ่ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจทุกคนด้วยนะคะ  

หากพูดคุยถึงเรื่องนี้อย่าลืมติดแฮชแท็ก #โซ่ไม่เป็นน้อง กันนะคะเราจะเข้าไปส่องแน่นอน

อ้อ ในเรื่องน้องไม่ได้สายมึนนะคะ น้องแค่อ้อนพี่วิฬาร์เฉยๆ

สุดท้ายแล้ว ฝากติดตามกันด้วยนะคะ ขอบคุณค่าา











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17 ความคิดเห็น

  1. #4 phung25 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 19:06

    ... เอ่อดีๆ อ่านเองยิ้มเอง 555 โซ่ถ้าออกมาแล้วความหล่อกระจายแบบนี้ เขินนะ

    อิอิ
    #4
    1
  2. #1 -FooFoo- (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 07:18
    แงงงง โซ่น่าร้ากกกกกกกกก
    #1
    1