▴ PLUTONIUM • Short Fanfiction ▾

ตอนที่ 6 : ▴[AU Fic Spideypool] DANGEROUSLY (Wade x Peter)-Part4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 224
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    4 ม.ค. 62

คำแนะนำก่อนอ่าน

เพื่ออรรถรสในการอ่าน แนะนำให้เปิดเพลงคลอไปด้วยนะคะ :)

Dangerously และ I won't tell the soul ของ Charlie Puth ค่ะ










DANGEROUSLY










Manhattan, New York City ; 9:23 AM


          นานเท่าไรแล้วที่ไม่ได้ลงมาเดินขวักไขว่ท่ามกลางผู้คนที่วุ่นวายแบบนี้ พาลให้นึกถึงสมัยที่ยังทำงานอยู่ที่เดลี่ บูเกิ้ล ชีวิตในช่วงนั้นดิ้นรนอยู่กับการหารายได้เพื่อพยุงครอบครัวของตัวเอง การถูกเจ้านายก่นด่าคงเป็นกิจวัตรประจำวันที่เลี่ยงไม่ได้


          ช่วงสายของถนนในแมนฮัตตันแออัดไปด้วยผู้คนเดินเบียดไหล่กันเต็มไหล่ทาง ชีวิตคนเมืองที่วุ่นวายถ่ายทอดออกมาผ่านกิจวัตรระหว่างก้าวเดิน บ้างก็หยิบมือถือขึ้นมาคุยงาน บ้างก็รับประทานอาหารฟาสฟู้ดเพราะเป็นตัวเลือกแรกที่หารับประทานได้ง่ายและประหยัดเวลา ไม่เว้นแม้แต่พาหนะที่จอดเรียงรายกันเต็มพื้นถนนเนื่องจากการจราจรที่ติดขัด เสียงแตรดังไล่มาเป็นระยะชวนให้รู้สึกหงุดหงิด


          อากาศวันนี้อบอุ่นขึ้นกว่าเมื่อวานนัก แต่ความเย็นก็ทำให้เลี่ยงไม่ได้ที่จะหาเสื้อกันหนาวหนาๆสักตัวมาสวมใส่ ปลายเท้าที่สวมรองเท้าผ้าใบก้าวเดินออกไปตามทางยาว มือเรียวคลายผ้าพันคอที่เคยใช้มันปิดบังใบหน้าของตนให้หลวมลง เผยให้เห็นพลาสเตอร์ปิดแผลขนาดไม่ใหญ่มากบริเวณลำคอ


          มีบางสิ่งดลใจให้วันนี้ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์เลือกที่จะเดินออกจากบ้านด้วยชุดธรรมดาที่กลมกลืนไปกับฝูงชน ไม่ใช่ชุดสูทราคาแพงหรือแม้แต่ชุดสไปเดอร์แมนที่สวมใส่เมื่อต้องการไปถึงที่หมายในเวลาอันสั้น


          เสียงปลายเท้าคู่หนึ่งที่แตะสัมผัสพื้นดังขึ้นราวกับกำลังสดับทุกสิ่งให้หยุดนิ่ง ร่างโตในชุดสีแดงประดับหนังเดินเข้ามาขวางขณะที่ปีเตอร์กำลังจะก้าวเดินออกไปบนทางม้าลาย พวกเขาพบกันที่หัวมุมถนนซึ่งมีร้านเบเกอรี่เป็นฉากประดับ ดวงตาภายใต้หน้ากากหยีเล็กลงพร้อมกับมือข้างหนึ่งที่โบกทักทาย


แม้ว่าการพบเจอครั้งนี้จะแลกมากับการเสี่ยงด้วยชีวิต แต่มันกลับเป็นสิ่งที่ถูกเตรียมการไว้อยู่แล้ว...


“ สวัสดีตอนสายๆนะคุณประธาน ไม่ได้เจอกันมาพักใหญ่เลย ” มันช่างเป็นคำพูดทักทายที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมา


“ จำได้ว่าผมกับคุณไม่เคยรู้จักกันนะ ” ปีเตอร์ถอยหลังออกมาสองสามก้าวโดยอัตโนมัติ มือข้างหนึ่งที่มีเครื่องมือสื่อสารกดต่อสายถึงใครคนหนึ่ง ณ ตอนนี้เขาไม่มีอุปกรณ์ใดจะใช้ต่อกรกับคนตรงหน้าได้เลยสักอย่าง ถึงสู้ไปก็ตกเป็นเบี้ยล่างสถานเดียว


เขารู้จักเวด วิลสัน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด ...เพียงแต่ชายคนนั้นไม่รู้จักปีเตอร์ ปาร์คเกอร์


“ ขี้ระแวงจังเลยนะ ทำไมถึงถอยหลังไปซะตั้งไกลล่ะ ”


          ร่างที่สูงกว่าสับขายาวเข้ามาใกล้เพื่อลดระยะสนทนาลง ระยะเวลาเพียงสั้นๆที่แขนกำยำนั้นยื่นมาไว้ตรงหน้า แต่ปีเตอร์ก็ปัดมันออกอย่างแรงทันทีเสียจนผ้าพันคอที่ผูกไว้อยู่หลุดลุ่ยไม่เป็นท่า


          อาจเป็นความบังเอิญหรือความผิดพลาดของคนตัวเล็กกว่า ผ้าพันคอผืนนั้นร่วงลงสู่พื้นคอนกรีตตามแรงโน้มถ่วงของโลก เผยให้เห็นใบหน้าคมและพลาสเตอร์สีขาวอย่างชัดเจนจนเผลอสะกดคนมองไปชั่วขณะ


เวดคว้าปืนสั้นมาอยู่ในมืออย่างรวดเร็ว ปลายกระบอกแตะเข้ากับหว่างคิ้วของชายตรงหน้า


“ เดาถูกแล้วล่ะ คราวนี้นายเลือกสถานที่ตายได้เปิดเผยดีนะ ”


          เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างเลือดเย็น บางสิ่งทำให้ความคิดของเวดสับสน จังหวะการเหนี่ยวไกจึงอ้อยอิ่งกว่างานปกติที่เคยได้รับนัก ซ้ำร้ายปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ที่แม้แววตาจะเกรงกลัวต่อความตาย แต่ก็เหยียดยิ้มน้อยๆเหมือนกับต้องการเย้ยหยันคนมอง


“ แน่ใจแล้วหรือไงว่านายทำแบบนั้นได้? ”


          อาศัยช่วงจังหวะแห่งความงุนงง ร่างที่เล็กกว่าถูกคว้าไปโดยใครอีกคนอย่างรวดเร็ว เดดพูลได้แต่มองภาพปีเตอร์ที่อยู่ในอ้อมแขนของสไปเดอร์แมนด้วยความประหลาดใจ ใยแมงมุมที่แม้จะดูบอบบางแต่ก็สามารถพาร่างของคนทั้งสองโฉบผ่านยอดตึกไปอย่างง่ายดาย


โดยที่เขาทำอะไรไม่ได้เลยซักอย่าง...


“ ขอบคุณนะโฮบี้ คุณช่วยผมไว้ได้ทันเวลาพอดี ”


ปีเตอร์เอ่ยสนทนา ในหน้านั้นระบายยิ้มพอใจ


เดดพูลยังไม่ทันที่จะเหนี่ยวไกปืนเลยด้วยซ้ำ ได้แต่หวังว่าเขาจะเชื่อการแสดงต้นทุนต่ำนี้ต่อไปอีกซักระยะ









Manhattan, New York City ; 7:49 PM


          วันนั้นทั้งวันโฮบี้ บราวน์อาสาอารักขาปีเตอร์ในสถานะสไปเดอร์แมนตัวปลอมจนถึงเย็น เขาส่งประธานบริษัทคนนั้นถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ ร่างสูงก้าวไปตามท้องถนนในยามค่ำคืนอย่างใจเย็น หยิบสมาร์ทโฟนคู่ใจขึ้นมาเลื่อนดูความเคลื่อนไหวของข่าวสารประจำวัน


นานๆได้รับงานแบบนี้ทีมันก็น่าสนุกอยู่เหมือนกัน...


“ ไฮ~สไปดี้ ไม่ได้เจอกันตั้งหลายวัน! ”


          แต่แล้วเสียงที่คุ้นหูก็ดังขึ้นมาจากด้านหน้า ผู้ชายตัวโตโบกมือทักทายด้วยท่าทีสะดีดสะดิ้งผิดกับอายุ ก่อนปลายเท้าทั้งคู่จะรีบพุ่งเข้ามาทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดไว้กับเขา


          ผู้ชายที่กำลังโดนอุ้มอยู่ในท่าเจ้าสาวคนนี้คือเวด วิลสัน โฮบี้เคยเจอกันหลายครั้งขณะที่เขาปลอมตัวเป็นสไปเดอร์แมน พวกเขารู้จักกันแต่ก็ไม่ได้สนิทถึงขั้นถึงเนื้อถึงตัวเช่นตอนนี้ นึกแปลกใจว่าสไปเดอร์แมนตัวจริงไปสนิทสนมกับคนสติไม่เต็มเต็งคนนี้ตั้งแต่เมื่อไร


“ ตัวนายโคตรหนักเลยเพื่อน ช่วยรีบๆออกไปทีได้ไหม ”


“ โหดร้ายชะมัด นั่นคือคำทักทายของนายหรือไง เรากลายเป็นอะไรกันไปแล้ว ” คนในชุดแดงตีหน้าเศร้า ขณะที่ยังไม่ยอมปล่อยมือจากร่างของคนตัวเล็กกว่า


สไปดี้ดูสุขุมกว่าทุกครั้ง นั่นคือสิ่งที่ชายหนุ่มรู้สึกได้


“ อย่าเมินกันแบบนี้สิ ไปทำเรื่องสนุกๆกันดีกว่านะที่รัก ”


          ในเมื่อไม่ได้เจอกันตั้งหลายวัน เดดพูลไม่ลังเลที่จะรีบประกาศจุดประสงค์ส่วนตัว ระยะหลังมานี้อีกฝ่ายไม่ค่อยปรากฏตัวให้เขาเห็นราวกับกำลังต้องการซ่อนบางอย่าง ปล่อยให้ต้องใช้ยูนิคอร์นประทังชีวิตไปตั้งพักใหญ่


“ ไม่เอาล่ะ วันนี้ฉันจะรีบกลับ ”


และโฮบี้คิดเช่นนั้นจริงๆ ลูกเมียเขากำลังรออยู่ที่บ้าน


“ นายมันคนเย็นชา! ลืมความสัมพันธ์อันเหนียวแน่นกับฉันไปได้ยังไง! ”


“ วันนี้ฉันไม่ค่อยสะดวก ไว้วันหลังดีกว่า ” เดดพูลกำลังพล่ามอะไรของเขา ชายหนุ่มได้แต่ขมวดคิ้วด้วยความงุนงง


“ นะนะนะ ฉันแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว นายไปกับฉันเถอะ ”


“ นายเมาใช่ไหม แล้วก็อย่าเอาหน้ามาใกล้ฉัน! ”


“ สไปดี้... ”


          โฮบี้ได้แต่มองภาพนั้นด้วยสีหน้าหนักใจ จะว่าเมาก็ไม่ใช่เพราะเดดพูลไม่ได้มีกลิ่นแอลกอฮอล์ติดอยู่ด้วยซ้ำ ใครจะไปคาดเดาอารมณ์ขึ้นๆลงๆของผู้ชายคนนี้ได้ เขาทำได้เพียงถอนหายใจราวกับช่างหัวแพลนที่วางไว้ล่วงหน้าทุกอย่างแล้ว


“ โอเค นายต้องการอะไรว่ามาเวด ” ประโยคนั้นทำให้สีหน้าหมาหงอยของเวดเปลี่ยนมาเป็นยิ้มแป้นอีกครั้ง ร่างโตเด้งตัวออกจากอ้อมแขนของสไปดี้ ก่อนเปลี่ยนเป้าหมายมาโอบไหล่ด้วยความสนิทสนมแทน


“ ไปทำเรื่องปกติที่เราเคยทำกันเถอะ! ”









          แสงไฟมืดสลัวเคล้าไปกับเพลงจังหวะสนุกสนานที่ถูกเร่งเสียงให้ดังไปทั่วอาณาบริเวณ ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ส่วนตัว มีผู้คนเดินสวนไปมาไม่ขาดสาย บริกรชายคนหนึ่งเดินมาหยุดตรงหน้า ก่อนวางเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ลงบนโต๊ะ


“ ล้อเล่นหรือเปล่า!? นายพาฉันมาที่นี่เนี่ยนะ? ”


          เวดแทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเอง ราวกับโดนคำปฏิเสธกระแทกหน้าอย่างจัง ทำไมสถานที่ที่ควรจะเป็นห้องนอนของเขาดังคราวก่อนถึงกลายเป็นร้านขายแอลกอฮอล์ชื่อดังกลางเมืองไปได้


“ ทำไมล่ะ นายกับฉันก็มาที่นี่ทุกทีที่เจอกันไม่ใช่หรือไง ” โฮบี้มองภาพคนข้างตัวที่กรอกเครื่องดื่มลงคอพร้อมใบหน้าน้อยใจอย่างไม่เข้าใจ


“ ฉันเลี้ยงเพราะเห็นนายสภาพจิตใจไม่ค่อยปกติหรอกนะ ”


ไม่สไปดี้... นายไม่เข้าใจความทุกข์ของชายโสดขี้เหงาที่อยู่ตรงนี้บ้างเลย


ทำอย่างกับว่าลืมเรื่องราวทีเคยเกิดขึ้นในคืนนั้นไปหมดแล้ว ทั้งที่เขาแทบจะลงแดงตายที่ไม่ได้เจอขนาดนี้เนี่ยนะ


“ ไม่ดื่มหน่อยหรือไง ” มือหนาของเวดยื่นเครื่องดื่มของตนไปไว้ตรงหน้าคู่สนทนา แต่คำตอบที่ได้กลับมามีเพียงการโบกมือปฏิเสธ


“ ไม่ล่ะ พรุ่งนี้ฉันมีธุระแต่เช้า ”


          ปีเตอร์เคยบอกกับเขาว่าให้เก็บเรื่องตัวตนของสไปเดอร์แมนเป็นความลับ แม้เขาจะไม่รู้ว่าสไปเดอร์แมนตัวจริงคือใคร แต่เรื่องความเป็นส่วนตัวไม่ว่าใครก็ต้องการทั้งนั้น หากเปิดหน้ากากดื่มตอนนี้เวดก็ได้เห็นพอดีว่าสไปเดอร์แมนเป็นผู้ชายหนวดเฟิ้ม


อีกอย่าง...พรุ่งนี้ลูกสาวของเขาก็ต้องไปทัศนศึกษาแต่เช้าด้วย


“ ทำไมนายถึงเอาแต่รับงานฆ่าปีเตอร์บ่อยนัก ” ได้โอกาสถามสิ่งที่กำลังสงสัย โฮบี้เอ่ยขึ้นขณะหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดูแจ้งเตือนแอพลิเคชันชื่อดัง ส่งให้เวดที่กำลังจะกระดกเครื่องดื่มชะงักมือไปเพียงเท่านั้น


ตั้งแต่เข้ามาบริหารบริษัท หลายต่อหลายครั้งที่ปีเตอร์ต้องเสี่ยงตายเพราะผู้ชายคนนี้


“ ถึงนายจะทำแบบนั้นอีกกี่ครั้ง ฉันก็จะปกป้องเขาเหมือนเดิมอยู่ดี ”


“ ดูนายเป็นห่วงเป็นใยหมอนั่นจังเลยนะ ”


“ นายอาจจะไม่รู้ แต่ฉันอยู่กับเขามานานพอที่จะพูดได้ว่าผู้ชายคนนั้นไม่ใช่คนเลว ” โฮบี้ตอบตามความเป็นจริง แม้จะไม่ได้สนิทกันมากมายขนาดนั้น แต่ปีเตอร์ก็เป็นเจ้านายที่สไปเดอร์แมนให้ความชื่นชม


          เวดเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก มันอาจจะผิดที่เขาตีความเองว่าชายคนนั้นต้องมีเบื้องหลังบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล คนดีที่ไหนจะมีคนต้องการให้ตายอยู่ตลอดเวลากันล่ะ


          แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่น่าสนใจ ค่าตอบแทนอันมากมายต่างหากคือสิ่งที่เดดพูลจะวิ่งเข้าหา แม้จะดูเป็นทหารรับจ้างที่ไร้คุณธรรมไปหน่อย แต่ระยะหลังเขาเลือกภารกิจที่จะทำมากเสียจนกลายเป็นคนเรื่องมาก ก็ค่อนข้างเจาะจงสถานที่ปฏิบัติงานพอสมควรว่าให้เป็นในเขตแมนฮัตตันเท่านั้น


          ว่าแต่ชวนคุยอะไรในหัวข้อที่ซีเรียสซะจริง...ราวกับสไปดี้คนเดิมไม่ได้อยู่ตรงนี้ ก็เป็นไปได้อยู่ว่าอาจจะโมโหเรื่องที่เขาไปวุ่นวายกับเจ้านายตัวเอง แต่ทั้งนี้งานของเขาก็ล่มไม่เป็นท่าเหมือนกัน อะไรก็ไม่รู้...แต่มันชวนให้เวดรู้สึกหงุดหงิดใจอย่างน่าประหลาด


“ ที่จริงฉันตั้งใจรับงานแถวนี้เพราะอยากเจอหน้านายบ่อยๆต่างหากล่ะเว็บ ”


“ พูดอะไรน่าขนลุกน่า ” โฮบี้แกะมือของเดดพูลที่เริ่มเข้ามากอดแขนของเขาออก ผู้ชายคนนี้น่าจะเมาเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์แล้ว


“ ฉันพูดจริงนะ~ เมื่อไรนายจะยอมกลับไปกับฉันซักที ”


          แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรซักเท่าไรนัก เวดอาศัยขนาดตัวที่ใหญ่กว่าคว้าคนตรงหน้ามาอยู่ในอ้อมแขน ใบหน้าที่แม้จะยังสวมหน้ากากเดดพูลอยู่คลอเคลียไปตามไหล่ลาดของอีกฝ่าย


“ นายกล้ามใหญ่ขึ้นหรือเปล่าน่ะที่รัก? ”


          และโฮบี้รู้สึกว่ามันเริ่มจะมากเกินความจำเป็น มือใหญ่ไล้มาตามลำตัวของเขาราวกับกำลังประกาศจุดประสงค์บางอย่าง จนกระทั่งเมื่อสัมผัสหยาบโลนเคลื่อนเข้าไปใกล้กับต้นขา ความอดทนที่มีมันก็พลันขาดผึงไป


          โลกทั้งใบของเวด วิลสันสั่นสะเทือนเพราะแรงกระแทกจากหมัดหนักๆบริเวณข้างแก้ม รู้สึกตัวอีกทีใบหน้าก็แนบอยู่กับเก้าอี้บุฟองน้ำของร้าน และร่างของสไปดี้ที่โมโหฟึดฟัดจนเดินออกไปนอกร้านเสียแล้ว


“ อะไรกัน แค่แกล้งแหย่ไปนิดเดียวเอง ” ร่างโตพยุงร่างของตนขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก เขายกมือข้างหนึ่งขึ้นมาปาดของเหลวรสชาติเค็มปร่าบริเวณมุมปากออกอย่างลวกๆ ทั้งอย่างนั้นก็ยังคงฉีกยิ้มกว้างราวกับเด็กน้อยที่ได้ของเล่นชิ้นใหม่


“ แย่จัง วันนี้อดทำเรื่องสนุกๆเลย ”


อย่างน้อยเขาก็ได้รู้แล้วว่าผู้ชายคนนั้นไม่ใช่สไปเดอร์แมนล่ะนะ...


“ หมายถึงไม่ใช่สไปเดอร์แมนคนที่คุ้นเคยกันดีน่ะ :) ”










          วันนี้สไปดี้ที่รักของเขามีภารกิจคุ้มกันนักโทษเพื่อไปส่งยังที่คุมขังอย่างปลอดภัย ส่วนผู้จ้างวานก็ไม่ใช่ใครที่ไหนไกลแต่เป็นชิลด์เจ้าเก่าที่มักจะเรียกขอความช่วยเหลือจากชายคนนั้นอยู่เสมอ


แหงล่ะ...คนจิตใจงามแบบนั้นจะไปกล้าปฏิเสธเพื่อนร่วมงานกันมาช้านานไปได้อย่างไร


          ส่วนเรื่องที่ว่าเดดพูลรู้เรื่องทั้งหมดได้อย่างไรนั้น เป็นเพราะเจ้าตัวถนัดเรื่องสืบเรื่องของชาวบ้านเป็นปกติสุข บวกกับเหตุผลว่าวันนี้ไม่มีงานจ้างใดๆเข้ามา แม้สไปดี้จะออกปากขอว่าไม่ให้ยุ่งกับชีวิตส่วนตัวของอีกฝ่าย แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะตามติดชีวิตคนอื่นแบบที่กำลังทำอยู่ ณ ปัจจุบัน


          กว่าจะแน่ใจว่าไม่มีนักโทษหลบหนีออกมาระหว่างทาง ชายหนุ่มคนนั้นต้องวนเวียนไปกลับสถานที่เดิมๆอยู่หลายครั้ง จนเมื่อทุกอย่างลงตัวเวลาก็ย่างเข้าช่วงพลบค่ำเสียแล้ว เขายกน้ำเปล่าขึ้นดื่มเพื่อคลายความเหนื่อยล้า ก่อนโบกมือลาสาวสวยผมทองแห่งชิลด์คนนั้นและแยกย้ายกันออกไป


          บรรยากาศกำลังดี ช่วงเวลาก็พอเหมาะ แต่อาจจะผิดแผนไปหน่อยที่ดันอยากดื่มอะไรบางอย่างระหว่างรอใครอีกคน สติที่มีมันจึงพลอยลดน้อยลงไปด้วย เดดพูลโบกมือทักทายสไปเดอร์แมนที่กำลังโรยตัวลงมาจากตึกสูงอย่างเริงร่า เขายืนอยู่บนดาดฟ้าของตึกอีกฟากพร้อมกระป๋องแอลกอฮอล์จำนวนหนึ่ง ปลายเท้าทั้งคู่เหยียบอยู่ระหว่างพื้นกับอากาศ และหวิดจะตกลงไปข้างล่างอยู่ร่อมร่อ


“ ทำบ้าอะไรของนายเนี่ยเวด ฉันไม่อยากให้คนข้างล่างเห็นภาพอุจาดตาหรอกนะ! ” ใยแมงมุมเส้นหนึ่งดึงร่างโตกลับมายังพื้นที่ปลอดภัยได้ทันเวลาก่อนเขาจะตกลงไปจริงๆ เดดพูลมีท่าทีมึนงงเล็กน้อย ได้แต่มองภาพคนร่างเพรียวที่กำลังสาวเท้าตรงมาทางเขาด้วยใบหน้ายินดี


อย่างน้อยสไปเดอร์แมนคนเมื่อวันก่อนก็ไม่กล้าใช้คำพูดแบบนี้กับเขาแน่นอน...


“ สไปดี้~ ฉันคิดถึงนายจะแย่ ไปหาอะไรทำแก้เบื่อกันเถอะนะ! ” ไม่รีรอที่จะพุ่งน้ำหนักทั้งร่างไปยังคนตัวเล็กกว่าจนร่างนั้นล้มลงไปนั่งกับพื้น


“ เฮ้ นายเมาขนาดไหนกันเนี่ย ลุกออกจากตัวฉันเดี๋ยวนี้นะ! ”


          มือเรียวพยายามดันร่างที่ใหญ่โตกว่าออก แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยอมให้ทำเช่นนั้น วงแขนกว้างโอบรัดร่างของเขาแน่นกว่าเดิม ทั้งใบหน้าที่แม้จะยังสวมหน้ากากอยู่นั่นก็เริ่มมาฝังจมูกตามลำคออย่างรักใคร่


“ ฉันอยากไปบ้านนาย พาฉันไปบ้านนายบ้างสิ ” เวดใช้เสียงออดอ้อน แต่ท่าทางนั้นมันช่างดูน่าขนลุกเหลือเกินสำหรับคนฟัง


อีกหนึ่งสิ่งที่สัมผัสได้คือลำตัวเพรียวบางและกลิ่นกายอันคุ้นเคย...เป็นสิ่งยืนยันได้ชัดเจนว่าเป็นคนละคนกันอย่างแน่นอน


“ ไม่เอาอะ ฉันไม่อยากดูแลคนเมา ” ปีเตอร์ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ขืนพาไปจริงๆความลับก็ได้แตกหมดพอดี


“ ใจร้าย จริงๆนายแค่ไม่อยากให้ฉันไปที่นั่นใช่ไหมล่ะ! ”


          คนตัวใหญ่พูดจาตัดพ้อก่อนนิ่วใบหน้าแสดงความน้อยใจ สไปเดอร์แมนทำได้เพียงถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย อยากจะตอบว่าใช่แต่มันจะดูไม่รักษาน้ำใจกันเกินไปหน่อย ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังต้องการอะไร แต่มันจะเป็นที่นั่นไม่ได้และวันนี้เขาก็เหนื่อยจากงานมาทั้งวันแล้ว


“ เกาะดีๆ ฉันจะพานายไปส่งที่บ้านแล้วกัน ” ในเมื่อไม่ยอมปล่อยมือออกจากร่างของเขาง่ายๆ ปีเตอร์จึงเปลี่ยนวิธีคุยกับเวด วิลสันใหม่ วันนี้จะยอมใจดีพาคนเมาไปส่งที่บ้านเป็นกรณีพิเศษก็แล้วกัน...


          น่าแปลกที่เด็กโตแต่ตัวคนนั้นยอมฟังอย่างว่าง่าย กลิ่นแอลกอฮอล์ที่มาจากอีกฝ่ายทำให้ปีเตอร์มึนหัวเล็กน้อย แต่เขาก็สามารถพาเดดพูลมาส่งถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ แขนกำยำของอีกฝ่ายชี้ตรงไปยังทางเข้าพิเศษของบ้านขณะลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ ส่งให้คิ้วเรียวเลิกชึ้นด้วยความไม่เข้าใจ


“ ตรงไปทางนั้นเลย เกิดอะไรขึ้นฉันรับผิดชอบเอง ”


“ นั่นมันหน้าต่างบ้านนายนะ ” มันคงไม่มีปัญหาอะไรมากหากหน้าต่างบานนั้นไม่ได้กำลังปิดสนิทอยู่ รู้ว่าเมาแต่ช่วยมีสติให้มากกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง


“ ตรงไปเล้ย! ”


          แต่อะไรก็ห้ามความคิดนั้นไม่ได้ เมื่ออยู่ๆร่างใหญ่กว่าที่อยู่ด้านหลังก็ออกแรงผลักปีเตอร์เต็มแรงแขนเสียจนไม่มีโอกาสได้ป้องกันตัว


“ เฮ้ย!! ”


เพล้ง!!


          และหน้าต่างบานนั้นก็กลายเป็นเพียงอดีตไปอย่างสวยงาม สองร่างที่กอดรัดกันไว้แน่นตกลงสู่เตียงที่อยู่ในห้องอย่างพอดิบพอดี เศษกระจกแตกกระจายเต็มพื้นห้อง บาดผ้าสเปนเด็กซ์บางส่วนให้ขาดเป็นริ้ว แต่ก็ไม่ได้มีรอยขีดข่วนใดๆบนผิวหนัง ก่อนเสียงเจ้าของบ้านจะพูดชมตัวเองอย่างภาคภูมิใจว่า ‘ฉันคำนวณไว้แล้วยังไงล่ะ’



ดีแค่ไหนที่ไม่ได้รับบาดแผลมาเพิ่มอีก...



-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

CUT

ติดตามต่อได้ในแฟนเพจนะคะ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------










          

เอะอะก็คัตอีกแล้ว อิเวดหื่นกามเหลือเกินค่ะสำหรับตอนนี้55555

ความสัมพันธ์ระหว่างปีเตอร์กับเวดเป็นความสัมพันธ์ที่อันตรายสำหรับไรเตอร์

ตามชื่อเรื่องที่ตั้งตามชื่อเพลงเลยค่ะ คือฟังแล้วพล็อตเข้าหัวเป็นฉากๆเลย;-;


สนุกไม่สนุกยังไงคอมเม้นท์บอกไรเตอร์หน่อยน้า <3


คำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟิค

** Spoil Alert!! ** ใครจะตามอ่านคอมมิคแนะนำให้>ข้ามข้อความด้านล่าง<ไปเลยนะคะ


O โฮบี้ บราวน์ : คือฮีโร่ในนาม Prowler ที่ถนัดทำงานในความมืดและความเงียบมากกว่า เขาเป็นตัวละครใน The amazing spiderman ซึ่งในจักรวาลอื่นเป็นตัวร้ายก็มีค่ะ เป็นผู้ชายผิวสี ตัวสูงกว่าปีเตอร์เล็กน้อย และมีหนวดเคราล้อมกรอบหน้าค่ะ

โฮบี้เคยปรากฏตัวใน Spiderman/Deadpool เพียงไม่กี่ครั้ง แต่เขาเป็นเพื่อนกับสไปเดอร์แมนและรู้จักกับปีเตอร์ เขาไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของสไปดี้ และคิดว่าสไปดี้เป็นบอดี้การ์ดจริงๆค่ะ

ปีเตอร์เคยขอให้โฮบี้ปลอมตัวเป็นสไปเดอร์แมนหลายครั้งเพื่อปิดความลับของตัวเอง แต่โฮบี้ไม่มีพลังสไปเดอร์เซนส์นะคะ

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น

  1. #12 Data (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 20:45

    คำนว​ณ​แม่นนะเดดพูล55

    #12
    0