▴ PLUTONIUM • Short Fanfiction ▾

ตอนที่ 3 : ▴[AU Fic Spideypool] DANGEROUSLY (Wade x Peter)-Part1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 476
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    4 ม.ค. 62

คำแนะนำก่อนอ่าน

ฟิคเรื่องนี้อ้างอิงจากคอมมิค Spiderman/Deadpool

เป็นเรื่องราวใน Earth-616 ที่ปีเตอร์อยู่ในช่วงวัยทำงานและมีบริษัทของตัวเองค่ะ


เพื่ออรรถรสในการอ่าน แนะนำให้เปิดเพลงคลอไปด้วยนะคะ :)

Dangerously และ I won't tell the soul ของ Charlie Puth ค่ะ












DANGEROUSLY













‘ว่ากันว่าเรื่องบังเอิญเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาเมื่อฟ้าฝนเป็นใจ’



Manhattan, New York City ; 8:19 PM


          บรรยากาศครึกครื้นของเมืองแมนฮัตตันกำลังดำเนินไปอย่างเช่นทุกวัน โดยเฉพาะวันนี้ที่ดูจะมีผู้คนออกมาเดินขวักไขว่กันตามท้องถนนมากกว่าปกติ หิมะขาวโพลนปกคลุมไปทั่วทุกพื้นที่ ปุยสีขาวสะอาดร่วงโรยลงมาจากท้องฟ้าที่ในเวลานี้ฉาบไปด้วยสีดำสนิท


          บนตึกรามสูงตระหง่านประดับไปด้วยแสงไฟหลากสี บ้างก็มีภาพเคลื่อนไหวบนจอLEDบ่งบอกถึงเทศกาลประจำปีที่หลายคนต่างก็รอคอย เสียงเพลงจังหวะสนุกสนานบรรเลงคลอตลอดช่วงถนน ต้นไม้สีเขียวรูปสามเหลี่ยมและผู้คนในชุดขนสัตว์ปุกปุยสีแดง นั่นคงเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นของค่ำคืนนี้


          มีผู้คนมากมายกำลังสนุกอยู่กับการใช้เวลากับครอบครัวและเพื่อนฝูง แต่นั่นคงไม่ใช่สำหรับเขา ใยสีขาวเส้นเล็กทว่ามีความแข็งแรงโยงลงมาจากยอดตึก พร้อมร่างหนึ่งที่โฉบผ่านป้ายโฆษณาเครื่องดื่มไปด้วยความรวดเร็ว มือเรียวยกกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมามองเพียงชั่วครู่ และทำได้เพียงเก็บมันกลับลงสู่กระเป๋ากางเกงผ้าสเปนเด็กซ์ ที่แม้มันจะแนบเนื้อเสียจนไม่มีพื้นที่ให้ใส่สิ่งของใดๆลงไปเพิ่มแล้วก็ตาม


“ เจ้าพวกนั้นไม่เข้าใจความสุขของวันหยุดสุดสัปดาห์บ้างหรือไง ถึงเลือกวันก่อเหตุได้ห่วยแตกขนาดนี้ ”


          เหตุการณ์เป็นดังเช่นทุกวัน ไม่มีวันหยุดสำหรับสไปเดอร์แมน ทั้งที่ตั้งใจว่าจะใช้เวลาว่างหลังสะสางงานที่บริษัทให้คุ้มค่า สายตรงจากม็อคกิ้งเบิร์ดก็ดันติดต่อมาว่ามีเหตุโจรกรรมเกิดขึ้นกลางเมือง และมันคงไม่วุ่นวายขนาดนี้หากเป้าหมายของการขโมยดันไม่ใช่สิ่งของอันตรายอย่างอาวุธสงคราม และฝ่ายนั้นดันยึดคลังแสงเอาไว้ได้แล้วตามระเบียบ


‘แอบเข้าไปเบาๆอย่าให้ความแตกล่ะ ฉันจะส่งกำลังเสริมเข้าไปตามทีหลัง’


          เสียงจากเครื่องมือสื่อสารบริเวณข้อมือออกคำสั่ง ปลายสายคือเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานของชิลด์ ริมฝีปากได้รูปภายใต้หน้ากากสีแดงระบายยิ้มขำ


“ พนันว่าฉันทำมันพังภายใน 5 นาทีแน่ เธอควรรีบมาดีกว่าอาคารนี้มันจะเละเทะไปซะก่อนนะ ”


ขึ้นชื่อว่าสไปเดอร์แมน งานที่ต้องอาศัยความเงียบไม่ค่อยถนัดหรอก กลัวว่าฝีปากมันจะไปพาลหาเรื่องชาวบ้านเขาเข้าก่อนน่ะสิ


          ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์จำกัดการเคลื่อนไหวของตัวเองให้ช้าลงจนกลายเป็นเพียงการไต่ผนังไปอย่างเงียบเชียบ เบื้องหน้าคือโกดังอาวุธที่กำลังจะถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานของชิลด์ แต่โชคร้ายดันมีคนช่วงชิงไปเสียก่อน หน้าต่างบานเล็กก็เพียงพอจะทำให้ร่างกายที่มีกล้ามเนื้อสมส่วนแต่ปราดเปรียวสามารถแทรกตัวเข้าไปได้อย่างง่ายดาย


“ ยั้วเยี้ยะอย่างกับมดแตกรัง ” ดวงตาภายใต้หน้ากากกวาดมองไปทั่วโกดัง มีห้องมากมายที่ถูกกั้นไว้ด้วยผนังอย่างมิดชิด มันดูลึกลับมากกว่าภายนอกที่ดูเหมือนจะเป็นเพียงโกดังเก็บของรูปสี่เหลี่ยมธรรมดาๆ ที่สำคัญยังมีคนเฝ้าตามจุดต่างๆอยู่ไม่น้อย ราวกับกำลังรอต้อนรับภัยที่กำลังจะมาถึง


          ใยสีขาวถูกพ่นจากปลายข้อมือตรงเข้าสู่กล้องวงจรปิดอย่างรู้งาน ปลายเท้าทั้งสองข้างลงสัมผัสกับพื้นอย่างเงียบเชียบ ตรงหน้าคือกลุ่มคนติดอาวุธที่ไม่ได้ทันระวังตัวจากด้านหลัง ยืนเฝ้ารถขนอาวุธจอดเรียงรายเอาไว้ข้างกับกล่องบรรจุสิ่งของอีกหลายตั้ง


“ เฮ้พวก ไม่เข้าใจกันหรือไงว่าของพวกนี้มันไม่ใช่ของนายน่ะ ”


          ราวกับเป็นคำพูดกล่าวทักทาย ฝ่ายตรงข้ามรีบคว้าอาวุธหมายจะลั่นไกตอบโต้มนุษย์ในชุดสีแดงที่เพิ่งปรากฏตัว แต่ก็ช้ากว่าจังหวะที่มนุษย์แมงมุมได้ห้อยพวกเขาไว้กับเพดานในสภาพถูกห่อเป็นดักแด้เสียแล้ว


“ แต่อันที่จริงมันก็ไม่ใช่ของฉันด้วยเหมือนกัน ” นึกถอนหายใจเบาๆที่ความปากดีของตัวเองยังไม่พาซวยให้คนพวกนี้ยิงปืนเรียกความสนใจจากกลุ่มก่อการร้ายที่เหลือมายิงพรุนเสียก่อน


          เป้าหมายคือจับกุมหัวหน้าของกลุ่มก่อการร้ายนี้ให้ได้ หลังจากรายงานสถานการณ์คร่าวๆให้แก่ม็อคกิ้งเบิร์ดไป บวกกับจัดการลูกกระจ๊อกตามทางที่ผ่านมาก็เข้าใกล้ห้องควบคุมแล้ว ปีเตอร์รีบแทรกตัวเข้าไปหลังประตูก่อนจัดการคนที่อยู่ในห้องให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ระบบรักษาความปลอดภัยถูกปิดลงโดยคำสั่งจากปลายนิ้ว เพียงเท่านี้ก็สามารถบุกได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องมากังวลกับกล้องวงจรปิดอะไรอีก


          อยากชื่นชมตัวเองที่ยังคงรักษาสถานการณ์ลักลอบเข้ามาได้อย่างเงียบเชียบ ต่อไปจะได้ไม่ต้องโดนตำหนิจากชิลด์ว่าเป็นตัวทำลายสถานที่สาธารณะอีก


          แต่ครั้นเมื่อก้าวออกมาจากห้องควบคุมได้ สไปเดอร์เซนส์ของเขากลับแจ้งเตือนอันตรายที่กำลังจะมาถึงในทันที ร่างเพรียวเบี่ยงตัวหลบกระสุนที่เฉี่ยวไปหูไปอย่างฉิวเฉียด ก่อนที่เสียงปืนจำนวนมากจะไล่ตามหลังมา


          สบโอกาสรีบพาตัวเองขึ้นไปหลบบนเพดาน ปีเตอร์แน่ใจว่าเสียงปืนนั่นไม่ได้มีเป้าหมายมาที่เขา เพียงแต่กระสุนที่เกือบเอาชีวิตเมื่อครู่เป็นแค่ลูกหลงจากใครบางคน ไม่แน่ว่ากำลังเสริมจากชิลด์อาจจะบุกเข้ามาแล้วก็เป็นได้ แต่ด้วยระยะทางจากศูนย์บัญชาการมาถึงที่นี่คงไม่รวดเร็วขนาดนั้น


“ บ็อบบี้ นั่นใช่เธอหรือเปล่— ทำไมนายมาอยู่ที่นี่!? ”


          ยังไม่ทันได้ติดต่อเพื่อยืนยันกับปลายสายให้แน่ใจ ร่างของใครคนหนึ่งที่คุ้นตาก็ผ่านไปเสียก่อน ผู้ชายร่างโตในชุดสีแดงสลับดำ เหน็บดาบไขว้เป็นรูปกากบาทไว้กลางหลังกำลังรัวยิงปืนสั้นในมือใส่คนที่วิ่งตามหลังมาเป็นโขยง ในขณะที่ลำตัวของเขาเองก็มีกระสุนหลายนัดผ่านทะลุออกไป และเลือดสีแดงฉานที่หยดไหลไปตามทางที่เคยผ่าน


‘ฮัลโหลพีท มีอะไรหรือเปล่า ฉันห่างจากที่นั่นอีกแค่นาทีเดี—’


เดดพูลอยู่ที่นี่! ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเขาทำงานให้ใคร ”


ไฮ~สไปดี้ บังเอิญเจอกันอีกแล้วนะ ” เจ้าของชื่อเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยก็หันมาทักทายพร้อมดวงตาบนหน้ากากที่หยีเล็กลง ปีเตอร์รีบตัดสายหลังได้รับคำสั่งให้จับตาดูคนตรงหน้า สรุปได้ว่าความพยายามจะลอบเข้ามาอย่างเงียบๆของเขากลับพังลงภายในเวลาอันสั้นเพียงเพราะผู้ชายคนนี้ ไม่รู้ว่าเขามีเป้าหมายอะไร แต่ดูเหมือนภารกิจในครั้งนี้จะยุ่งยากเสียแล้ว


          เสียงลั่นไกปืนยังคงดังต่อเนื่องอีกหลายนัด จนกระทั่งคนที่ไล่ตามผู้ชายร่างโตตรงหน้าจะถูกส่งไปสู่ความตายทั้งหมด เป็นโอกาสให้ปีเตอร์ได้ถามไถ่ถึงเป้าหมายของอีกฝ่าย


“ ขอล่ะ...อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่โดนจ้างมาเพื่อก่อกวนฉัน ” เจ้าของหน้ากากแมงมุมเอียงคอเล็กน้อย


“ ไม่ใช่ใช่ไหม...? ”


          จากประสบการณ์ที่เคยพบเจอทหารรับจ้างคนนี้ หลายต่อหลายครั้งมักถูกจ้างมาเพื่อก่อกวนการทำงานของเขาโดยไม่ได้ครอบคลุมไปถึงการฆ่าหรือจับเป็นใดๆ บทสุดท้ายมันจึงลงเอยด้วยการปะทะที่ไร้ประโยชน์ และปีเตอร์ไม่เคยเข้าใจว่าคนๆนี้จะรับงานแบบนี้มาเพื่ออะไร


พิจารณาความเป็นไปได้แล้วคงมีน้อยมาก อย่างน้อยผู้ก่อการร้ายก็ไม่น่าจะจ้างเดดพูลมาเพื่อฆ่าลูกน้องตัวเองให้เสียเปล่า


“ ก็ไม่ใช่น่ะสิ! นายคิดว่าฉันจะร้อนเงินขนาดรับงานจิปาถะทุกอย่างในโลกนี้เลยหรือไง? ”


“ ..... ”


“ ตอบเลยว่าใช่! แต่เป้าหมายคราวนี้คือหัวหน้าของเจ้าพวกบ้านี่ และฉันต้องเจาะรูบนหัวมัน”


“ ถึงฉันจะรู้อยู่แล้วว่านายร้อนเงินตลอดเวลา แต่นายฆ่าเขาไม่ได้เด็ดขาด ”


“ ฉันเองก็ต้องเลี้ยงปากท้องและน้องๆอีกสิบสองชีวิต หมาไม่ได้กินข้าวมาแรมเดือน และแมวกำลังจะไตวาย ”


สิบสองชีวิตกับผีน่ะสิ...บ้านเขาเป็นสวนสัตว์เปิดหรือไงถึงได้เลี้ยงอะไรไว้เยอะแยะขนาดนั้น


          ไม่ต้องเป็นสไปเดอร์แมนก็มองออกว่าเดดพูลถูกจ้างมาเพื่อกวาดล้างกลุ่มผู้ก่อการร้ายนี้ชัดๆ จะรับจ้างมาจากใครก็แล้วแต่ แต่ไม่ว่าใครก็ไม่ควรถูกฆ่าอย่างไร้เหตุผลทั้งนั้น สไปเดอร์แมนและเดดพูลมีปณิธาณในการทำงานที่ต่างกันอย่างสุดขั้ว แต่โชคชะตามักเล่นตลกให้พวกเขามาพบกันบ่อยๆ แม้เป้าหมายจะอยู่ที่การกวาดล้างองค์กรนี้เหมือนกัน แต่วิธีทำงานของคนสองคนกลับไม่สัมพันธ์กัน


“ นายมันใจดำสไปดี้ ยังไงเราก็มีเป้าหมายร่วมกัน ฉันล่าหัวมันนายก็จับตายมันไป วินๆกันทั้งคู่ไม่ใช่หรือไง? ”


“ ไม่เวด... นายห้ามฆ่าเขาเด็ดขาด ”


          ห้ามฆ่าใครเด็ดขาด’ นั่นคงกลายเป็นซิกเนเจอร์ของเขาไปเสียแล้ว ไม่มีเวลาให้ทั้งคู่ได้มาปะทะฝีปากกับอีก ขายาวของเดดพูลก็วิ่งนำออกไป ฮีโร่แห่งแมนฮัตตันจึงไม่รอช้ารีบสาวใยสีขาวของตนตามไปไม่ห่าง


          มีสองย่อมดีกว่าหนึ่ง การมีเดดพูลมาช่วยเคลียร์ทางทำให้สไปเดอร์แมนสามารถทำภารกิจได้เร็วขึ้น แต่ต้องลำบากพยายามห้ามไม่ให้อีกฝ่ายพลั้งมือฆ่าอย่างไร้เหตุผล สายตรงจากม็อคกิ้งเบิร์ดติดต่อมาว่าพวกเขามาถึงแล้ว แต่ต้องอยู่รับมือกับเหล่าลูกกระจ๊อกที่ดูจะยังไม่หมดลงง่ายๆ เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ทั้งปีเตอร์และเวด วิลสันกำลังปะทะฝ่าเท้ากับผู้ร้ายในห้องบัญชาการใหญ่เสียแล้ว


“ ไม่เอาสิพวก ลูกน้องนายคงเสียใจแย่ถ้าหัวหน้าไม่อยู่ด้วย ” ใยแมงมุมสีขาวถูกยิงออกมาจากข้อมือของสไปเดอร์แมนสู่ร่างของชายคนหนึ่งได้ทันท่วงทีก่อนที่เขาจะหลบหนี


          เวด วิลสันเข้าถึงตัวชายคนนั้นได้ก่อน เขาล้วงมือลงไปในกระเป๋าคาดเอวของตัวเองเพื่อค้นหากระสุนปืน ก่อนส่งรอยยิ้มผ่านดวงตาแก่เหยื่อตรงหน้า นั่นทำให้ปีเตอร์รีบสาวเท้าเข้าไปแทรกตัวอยู่หน้าคนตัวสูงกว่าแทบจะทันที


“ หยุดนะเวด ฉันจัดการต่อเอง ”


“ นายทำงานให้ชิลด์อีกแล้วหรือไง ”


“ ฉันก็แค่ทำในสิ่งที่ควรทำเท่านั้น ” คนตัวเล็กกว่ายักไหล่เบาๆ ในเมื่อมันเป็นอันตรายต่อเมืองที่เขารัก อะไรที่ช่วยให้ทำงานได้ง่ายขึ้นเขาก็พร้อมจะเข้าร่วมทั้งนั้น


“ บางทีนายก็พ่อพระซะจนฉันอยากจะร้องไห้เลยล่ะ ”


          และใยเหนียวสีขาวก็ถูกห่อหุ้มเข้ากับฝ่ามือของเดดพูลที่เกือบจะลั่นไกไปแล้วอย่างรู้ทัน ดวงตาแหลมเรียวของหน้ากากแมงมุมยิ่งหรี่ลงกว่าเดิมราวกับกำลังตำหนิผู้ชายตัวโตข้างกาย


“ เอาเลยเว็บ นายจะบรรยายคำคมจรรโลงใจอะไรก็จัดมา ฉันรอฟังอยู่ ” เดดพูลทำท่ายกสองมือขึ้นมาไว้ในระดับศีรษะราวกับยอมแพ้ ปกติโคลอสซัสก็กล่อมหูเขาด้วยคำพูดยาวๆที่ยากจะจับใจความได้อยู่ทุกครั้งที่เจอกันอยู่แล้ว


“ ฉันไม่มีคำพูดสวยๆพวกนั้นหรอก แค่ข้อตกลงเดียวนายทำไม่ได้หรือไง ”


          ปีเตอร์รู้ดีว่าการจะช่วยทุกคนให้รอดชีวิตมันเป็นไปไม่ได้ จากประสบการณ์ชีวิตเขาสูญเสียครอบครัวและคนรักไปหลายครั้ง จึงได้แต่บอกกับตัวเองไว้ว่าอะไรที่พอช่วยได้ก็ต้องทำอย่างสุดความสามารถ


ปัง!


          แต่เวดฉวยโอกาสใช้ความมือไวขณะคนข้างตัวเผลอเพียงชั่วครู่ หยิบปืนอีกกระบอกขึ้นมาเป่าสมองของหัวหน้ากลุ่มก่อการร้ายจนล้มพับไปกับพื้นอย่างไม่เป็นท่า ส่งชายคนนั้นไปสู่โลกหน้าอย่างไม่ทันตั้งตัว


“ Oh, crap! ” สไปเดอร์แมนยกฝ่ามือขึ้นมาบีนวดขมับอย่างหมดคำพูด ส่งให้ดวงตาสีขาวบนหน้ากากแพนด้าหยีลงอย่างพอใจ


“ นายนี่มันเนิร์ดจริงๆเลยที่รัก ”











New York City ; 10:45 PM


          ภายในตัวเมืองยังคงครึกครื้นแม้เวลาจะล่วงเลยมาจวนจะเข้าวันใหม่แล้ว เจ้าของร่างในชุดผ้าสเปนเด็กซ์ทิ้งตัวลงนั่งลงบนป้ายโฆษณาเครื่องดื่มที่ติดไว้บนยอดตึก หยิบเอากระดาษแผ่นเดิมออกมาจากกระเป๋ากางเกงก่อนทำเพียงนั่งมองมันอย่างเงียบๆ


          เบื้องหน้าคือศูนย์บัญชาการใหญ่ของอเวนเจอร์ ซึ่งปัจจุบันมันไม่ได้ยิ่งใหญ่โอ่อ่าเท่าแต่ก่อน แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคงเป็นบรรยากาศของความอบอุ่นที่ปีเตอร์มองเห็นผ่านบานกระจกขนาดใหญ่ เขาได้รับบัตรเชิญให้เข้าร่วมปาร์ตี้คริสต์มาสอีฟตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว แต่ก็ไม่ได้ติดต่อหรือให้คำตอบกลับไปแก่ผู้เชิญชวน บวกกับวันนี้มีเรื่องวุ่นวายเข้ามาตั้งแต่หัวค่ำ กว่าจะจัดการธุระเสร็จก็เกือบจะข้ามวันเสียแล้ว


          เสียงฝีเท้าของใครคนหนึ่งเป็นตัวเรียกให้สไปเดอร์แมนที่กำลังจมอยู่ในความคิดของตัวเองหันไปมอง ผู้ชายร่างใหญ่คนหนึ่งเดินพร้อมกับกระป๋องเครื่องดื่มในมือทั้งสองข้าง ลำตัวกำยำสวมใส่เสื้อสเวตเตอร์สีเขียวแดงลายแปลกประหลาดที่ปีเตอร์จำได้ว่ามันเป็นของขวัญคริสต์มาสต์ที่เขาให้แก่ชายคนนี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว


ตอนที่ไปซื้อมาก็คิดว่ามันเฉิ่มแล้วนะ... พอมาเห็นหมอนี่ใส่อีกทีแล้วยิ่งรู้สึกว่ามันยากที่จะกลั้นขำไว้จริงๆ


          มือหนาของอีกฝ่ายยื่นกระป๋องเครื่องดื่มสีแดงที่หน้าตาเหมือนกับรูปในป้ายโฆษณาที่อาศัยนั่งอยู่มาไว้ตรงหน้า เครื่องหมายการค้า ‘Pool water’ เขียนเอาไว้เด่นหราพร้อมกับรูปพรีเซนเตอร์ที่ยืนทำมือรูปหัวใจอยู่ข้างๆกัน


“ น้ำนี่อีกแล้วหรอ นายยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะผลิตมันอีกหรือไง ” สรรพคุณก็เขียนว่าเป็นเครื่องดื่มชูกำลัง แต่หนก่อนที่ได้ลองดื่มเล่นเอาเขาเป็นบ้าไปตั้งนานโข


“ ชู่ว์ อย่าเพิ่งรีบตัดสินกันแค่ภายนอกสิ คราวก่อนมันแค่รุ่นทดลอง แต่คราวนี้มีแอลกอฮอลล์ด้วยนะ ”


“ ฉันขอเสียมารยาทไม่ดื่มมันได้ไหม ” สไปเดอร์แมนพยายามปฏิเสธ แต่อีกฝ่ายก็ยัดมันใส่มือเขาเสียแล้ว ได้แต่แสดงสีหน้าเหยเกภายใต้หน้ากากที่เดดพูลคงไม่มีวันได้รู้


Merry christmas, Mr.Spidey :)


          คนตัวโตเคลื่อนกระป๋องมาชนกันแบบไม่ให้ทันตั้งตัวจนปีเตอร์อดสะดุ้งขึ้นมาเบาๆไม่ได้ บนหน้ากากแดงดำที่เปิดขึ้นมาถึงสันจมูกแสดงรอยยิ้มผ่านดวงตาหยีๆและริมฝีปากที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นกำลังเหยียดกว้าง


“ ทำไมไม่ไปร่วมงานกับพวกเขาล่ะ บัตรเชิญของนายคงน้อยใจแย่ ”


          เดดพูลเหลือบเห็นบัตรเชิญที่วางไว้ข้างตัวของคนตัวเล็กกว่า มือเรียวทำเพียงหยิบมันเก็บเข้ากระเป๋าคืนอีกครั้ง ก่อนยักไหล่ครึ่งหนึ่งแทนการปฏิเสธ


“ ไปตอนนี้คงไม่เหมาะเท่าไร ” ว่าพลางยกเครื่องดื่มปริศนาขึ้นดื่มอย่างหมดทางเลือก รสชาติขมปร่าและแสบร้อนไล่ตามมาตั้งแต่ลำคอลงไปถึงกระเพาะ


“ ทุกคนแต่งชุดธรรมดา ขืนฉันกลับไปเปลี่ยนชุดอีกทีงานคงจบแล้ว ”


ฟังดูเป็นข้ออ้างที่พิลึกและไม่ค่อยมีเหตุผลซักเท่าไร เอาเป็นว่าเขาเองก็มีเหตุผลในใจที่ไม่อยากบอกใครเหมือนกัน


“ ไม่เห็นเป็นอะไรนี่ ในเมื่อทั้งฉันและนายก็ใส่ชุดสีแดงเหมือนกัน งานออกจะน่าสนุกและสเวตเตอร์สุดเห่ยนี่มันก็กำลังเรียกร้องด้วย! ”


“ เฮ้เดี๋ยว! นายจะไปไหนน่ะเวด! ”


          เพราะเวด วิลสันเป็นคนที่เอาแน่เอานอนในการใช้ชีวิตไม่ได้ ปีเตอร์ได้แต่กุมขมับพร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่อีกครั้ง เมื่อผู้ชายร่างโตคนนั้นดันบุกเข้าไปในปาร์ตี้ของเหล่าอเวนเจอร์ผ่านการทำลายประตูของพวกเขาซะพังยับ ส่งให้เดดพูลตกเป็นเป้าสายตาที่พร้อมจะโดนโจมตีได้ทุกเมื่อ


“ ใจเย็นน่าเพื่อน ฉันแค่อยากจะมาสนุกกับพวกนายด้วย ถึงจะไม่ได้รับเชิญก็เถอะ ” ร่างสูงรีบยกมือปรามพร้อมใบหน้าเปื้อนยิ้ม


“ ฉันเดดพูลคนที่โคตรหล่อเหมือนไรอัน เรย์โนลด์ พวกนายไม่รู้จักฉันหรือไง ”


ประโยคนั้นเรียกให้สีหน้าคนในปาร์ตี้เปลี่ยนเป็นหมดคำพูด บ้างก็ถอนหายใจราวกับชินชาการกระทำอันเอิกเกริกไปเสียแล้ว


“ เฮ้พวก ฉันมาดีนะ ใส่สเวตเตอร์ที่สไปดี้ให้เป็นของขวัญมาด้วยนี่ไง ” คนทำประตูพังรีบพุ่งเข้าไปกอดคอวิชั่นที่ยืนอยู่ใกล้มือที่สุดราวกับสนิทสนมกันมานาน และดูเหมือนว่า ‘สไปดี้’ จะเป็นคำพูดที่เรียกความสนใจจากใครหลายคนได้ไม่น้อย


“ แหงล่ะพวกนายต้องแปลกใจ นอกจากฉันจะใส่เสื้อเขามา คนให้ก็ยังอยู่ที่นี่ด้วยนะ ”


          ปีเตอร์นึกอยากจะตะโกนด่าผู้ชายคนที่กำลังชี้มาทางเขาดังๆ อุตส่าห์ตามมาและยืนอยู่ข้างนอกเงียบๆเพราะกลัวเดดพูลจะไปทำลายปาร์ตี้ของคนอื่น เพราะเขาไม่ได้อยู่ในกลุ่มอเวนเจอร์จึงไม่อยากทำให้พวกเขารู้สึกลำบากใจ และเวดรู้ความจริงข้อนั้นถึงได้ตั้งใจล่อเขามาที่นี่


          ขาทั้งสองข้างมันยังคงเก้ๆกังๆที่จะก้าวไปข้างหน้าหรือแม้แต่ถอยกลับ เมื่อหลายปีมาแล้วปีเตอร์เคยอยู่ในกลุ่มอเวนเจอร์ แต่เขาเลือกที่จะเดินออกมาเองด้วยเหตุผลส่วนตัวและความไม่สงบของแมนฮัตตันที่เกิดขึ้นได้ทุกวัน


          วิชั่นผละตัวเองออกจากวงแขนของเดดพูลก่อนตรงมายังร่างของผู้มาใหม่ ใบหน้านั้นระบายยิ้มอ่อนโยนที่ทำให้คนมองรู้สึกสบายใจและวางตัวได้ง่ายขึ้น


“ ยินดีต้อนรับกลับมานะครับสไปเดอร์แมน ” เขาผายมือต้อนรับปีเตอร์เข้าไปในงาน


“ ถึงนายไม่ใช่อเวนเจอร์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ใช่เพื่อนกันซักหน่อยใช่ไหมล่ะ ”



อเวนเจอร์เป็นบ้านที่อบอุ่น แม้ในตอนนี้ความจริงข้อนั้นก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง















          

อัพตอนแรกแล้วค่าา

เข้ามาแก้ไขนิยายอ่านในแอพไม่ได้เล็กน้อย

ขอให้เพลิดเพลินกับฟิคของเรานะคะ^^


สำหรับอิมเมจเรื่องนี้ ไรเตอร์จะฟิกเดดพูลไว้ที่พี่ Ryan Reynold นะคะ

ในคอมมิคจะผมทองตาฟ้า แต่ในฟิคนี้จะตาสีน้ำตาลตามสีตาพี่อั้นเลยค่ะ

ส่วนอิมเมจของสไปดี้ไม่ได้ฟิคใครเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นปีเตอร์ในวัยทำงานแล้ว

จะจิ้นเป็นน้อง Tom Holland ตอนโต หรือ Andrew Garfield ไรเตอ์ก็สะดวกหมดค่ะ 5555


สนุกไม่สนุกยังไงคอมเม้นท์บอกไรเตอร์หน่อยน้า <3



คำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟิค

** Spoil Alert!! ** ใครจะตามอ่านคอมมิคแนะนำให้>ข้ามข้อความด้านล่าง<ไปเลยนะคะ


O ฟิคเรื่องนี้อ้างอิงจากคอมมิค Spiderman/Deadpool เป็นเรื่องราวใน Earth-616

ที่ปีเตอร์อยู่ในช่วงวัยทำงานและเปิดบริษัทที่ชื่อว่า 'Parker Industries' ขายสินค้าที่เป็นเทคโนโลยีล้ำสมัยค่ะ


O จากคอมมิคอายุของปีเตอร์จะอยู่ที่ 28-31 ปี

ส่วนเดดพูลยังหาข้อมูลที่แน่ชัดไม่ได้ ในฟิคนี้อายุเวดจะอยู่ที่ 34-37ปีนะคะ


O จากเนื้อหาในคอมมิค ปีเตอร์ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกับอเวนเจอร์นะคะ เนื่องจากปัญหาส่วนตัวและเขาก็ต้องการอยู่ปกป้องเมืองแมนฮัตตันของตัวเองมากกว่าค่ะ


O เดดพูลเคยผลิตเครื่องดื่มที่ชื่อว่า 'Pool water' มาขายด้วยค่ะ และหนูทดลองคนแรกของเขาก็คือสไปดี้นี่เอง

สภาพหลังดื่มเข้าไปคือกลายเป็นคนพูดไม่รู้เรื่องไปพักใหญ่เลยค่ะ //น่าสงสารมาก


O เดดพูลและสไปดี้เคยแลกเสื้อสเวตเตอร์ในวันคริสต์มาสกันด้วยค่ะ ทั้งคู่ใจตรงกัน ซื้อเสื้อสีเดียวกัน ลายเดียวกันเป๊ะ เพียงแต่ตัดต่อหน้าตัวเองใส่ลายด้านหน้าต่างกันนิดหน่อยค่ะ


O บ็อบบี้ หรือม็อคกิ้งเบิร์ด : เธอเป็นเอเจนท์สาวสวยผมทองจากชิลด์ค่ะ ในคอมมิคมีบทช่วงหลังๆ แต่ฟิคเรื่องนี้ไรเตอร์จะลากเข้ามามีเอี่ยวบ่อยหน่อยนะคะ;-;

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น

  1. #9 Data (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 21:16

    55เวดทำเสียแผน

    #9
    0
  2. #6 โถ่ สไปดี้ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 22:34

    อบอุ่นจัง????????☺️☺️

    #6
    0