Love the two colors เพียงครึ่งของหัวใจแล้วฉันจะพบเธอ

ตอนที่ 3 : บทที่2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 176
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    23 ต.ค. 53

 บทที่2

Prom Likit from heaven

 

พรมลิขิตจากสวรรค์

ไม่สามารถหยุดยั้งมันเอาไว้ได้

แล้วคุณจะต้องทำอย่างไร

เมื่อคุณเจอกับคนที่ฟ้าส่งมา...

 

 

ในย่านการค้าแห่งหนึ่ง   ผู้คนมากมายเดินไปมาเหมือนกับไม่มีที่ไป   บางคนเดินมาด้วยรอยยิ้ม  บางคนเดินมาพร้อมกับสีหน้าที่เคร่งเครียด   ทุกชีวิตยังคงดำเนินต่อไปตามวิถีทางเดินของตัวเอง    

ฉันนั่งดื่มชา  ไปพร้อมกับมองผู้คนที่เดินไปมา   white & black Cafe  คาเฟ่ที่ใช้โทนสีขาวตกแต่งร้านทำให้สบายตาและน่ามานั่งพักผ่อน   และใช้เฟอร์นิเจอร์สีดำตัดกับสีของผนังและพื้นร้าน  ที่ดูสวยหรูน่านั่ง    ฉันชอบมานั่งคิดอะไรมากมายที่นี่      มันทำให้สมองฉันโล่งและโปร่งจนหาคำตอบของโจทย์ชีวิตฉันได้อยู่เสมอๆ     แต่ครั้งนี้กลับไม่เหมือนครั้งก่อนๆมา    ฉันพยายามนั่งทบทวนเรื่องความฝัน   และสร้อยที่มีจี้รูปหัวใจครึ่งซีกแต่ก็คิดอะไรไม่ออก  ตอนแรกฉันก็ไม่เชื่อเรื่องความฝันนั่น   แต่เมื่อฉันเจอสร้อยคอนี้   ฉันก็ต้องกลับความคิดใหม่    มันเป็นไปได้จริงๆงั้นเหรอ

“เฮ้อ...”ฉันถอนหายใจให้ความคิดของตัวเองอย่างเหนื่อยอ่อน   แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อมีเสียงนุ่มน่าฟังพูดขึ้นข้างๆหูของฉัน

“เธอจะนั่งถอนหายใจอย่างนี้อีกนานมั้ย = =” ผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆฉันพูดขึ้นแล้วหยิบแก้วกาแฟมาจิบด้วยอารมณ์หน่ายๆ   ถึงจะเหมือนว่าเขาพูดกับฉัน   แต่ดวงตาเขากลับมองออกไปนอกร้านอย่างร่องลอย

ฉันหันซ้ายหันขวาว่าเขาพูดกับใคร  แต่ก็ไม่มีใครนั่งอยู่แถวนี้เลย  นอกจากฉันกับเขา

“หมายถึงฉันงั้นเหรอค่ะ”ฉันหันไปถามเขา

“เธอคิดว่าจะเป็นยัยเอ๋อคนไหนล่ะ  ถ้าไม่ใช่เธอ =_=”เขาหันมาจ้องตาฉันแล้วพูดด้วยเสียงเซงๆ    ฉันเพิ่งเห็นหน้าเขาตรงๆก็ถึงกับต้องอึ้งไปชั่วขณะ    ใบหน้าคมเข้ม   ผิวขาวอมชมพูแบบผู้หญิงอย่าวฉันต้องอาย  จมูกที่เป็นสันเรียกได้ว่าโด่งอย่างสุดๆที่รับกับใบหน้าคมเข้มนั่น     ริมฝีปากได้รูปสีชมพูอ่อนๆ   และสิ่งที่ทำให้ฉันหลงไปเลยนั่นก็คือ...ดวงตาสีดำขลับที่น่าหลงใหลนั่น   ช่างหน้าตาดีอะไรแบบนี้นะ-///-

“อ่า...”

“เธอไม่ต้องมาครางเป็นลูกแมวเลยนะ  เธอนั่งถอนหายใจคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มานานจนทำเอาฉันรำคาญ รู้ตัวบ้างมั้ย =_=” หน้าตาดีแต่ทำไมปากถึงได้ร้ายอย่างนี้นะ  

“แล้วนี้ชาน่ะ  แมลงวันมันบินลงไปไข่ไว้จนตอนนี้มันโตบินไปแล้วมั้งเนี่ย  นั่งถืออยู่ได้ไม่ยอมกินมันเสียของนะ”  เขายังคงบ่นฉันไม่เลิก  แล้วนายเป็นใครยะ มานั่งเทศนาฉันอยู่ได้เนี่ย =^=!

“เอ๊ะ! นายเป็นใครกันถึงได้มาบ่นใส่ฉันได้ขนาดนี้เนี่ย  ฉันถอนหายใจแล้วนายมาเกี่ยวอะไรด้วย”ฉันทนฟังเขาบ่นมานานจนเริ่มวีนแตก  แต่ก็ยังไม่ถึงที่สุดหรอกนะ  ถึงยังไรฉันก็ไม่ใช่คนเสียมารยาทขนาดเขาแน่นอน -_-*

“ฉันจะไม่บ่นหรอกนะ  ถ้าเธอไม่นั่งถอนหายใจอยู่ตรงนี้หลายชั่วโมงแล้วน่ะ”

“แล้วนายเป็นเจ้าของร้านหรือไงถึงมีสิทธิ์มาไล่ฉัน!”ฉันเริ่มวีนแตกมากยิ่งขึ้น  อุณภูมิในหัวฉันตอนนี้ทะลุจุดเดือดไปแล้ว   นายเจอดีแน่

“ฉันเป็นลูกจ้างของร้านนี้เธอมีอะไรมั้ย = =

“อ๋อ  ที่แท้ก็เป็นลูกจ้าง นายไปเรียกเจ้านายของนายมาเลยฉันจะทำให้นายไม่มีที่ทำงานให้ดู ^_^++”ฉันเหยียดยิ้มอย่างผู้ชนะเมื่อ เขาบอกว่าเป็นลูกจ้างของร้านนี้   นายจะไม่ได้เสนอหน้าหล่อๆนั่นมาที่นี้อีกแน่นอน

“ได้รอสักครู่นะครับคุณลูกค้า”เขาพูดเสียงเข้มแล้วหันหลังเดินเข้าไปยังหลังร้าน  

    สิบนาทีผ่านไป

“ไหนล่ะเจ้านายของนายน่ะ”ฉันหันไปถามเขาเมื่อเขาเดินออกมาโดยไม่มีใครตามออกมาอย่างที่ฉันคาดเอาไว้  และยังเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดธรรมดาที่ไม่ใช่ชุดทำงานอีกด้วย    หรือเขาจะโดนไล่ออกแล้วโทษฐานบังอาจมาต่อว่าลูกค้าขาประจำอย่างฉัน

“ไม่จำเป็นมีอะไรคุยกับฉันโดยตรงเลยดีกว่ามั้ย เจ้านายฉันไม่อยู่น่ะ”เขายังพูดเสียงเรียบอย่างไม่สะทกสะท้านอะไร   ไร้มารยาทที่สุด - -!

“ไปโทรเรียกเจ้าของร้านมาคุยกับฉันเดี๋ยวนี้นะ  ฉันไม่อยากคุยกับนาย”

“เชื่อเถอะไม่จำเป็นต้องเรียกเจ้าของร้านหรอกนะ ^^”เขายิ้มแล้วพูดออกมาอย่างมั่นใจ   ฉันจ้องตาเขาอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ   เขาเป็นผู้ชายที่โอหังที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา   ทั้งไร้มารยาทกับลูกค้า  หยาบคายและอื่นๆอีกมากมายที่ไม่มีอะไรดีเลย  นอกจากหน้าตา

“ฉันว่านายควรกลัวมากกว่านะ^^+”ฉันจ้องตาเขาแล้วยิ้มให้แบบผู้เหนือกว่า    แล้วฉันก็ค่อยๆเอามือไปแจกันให้ล่มลงมาเพื่อให้เขาสนใจกับแจกันมากกว่าฉัน   และก็เป็นไปอย่างที่ฉันคาดการไว้   เขาหันไปสนใจที่จะรับแจกันที่ดูจะมีราคาอย่างรวดเร็วและไม่ได้หันมาสนใจฉัน  ฉันเลยใช้จังหวะที่เขาเผลอนั่นเดินเข้าไปเตะผ่าหมากที่เป้ากางเกงของเขาอย่างเต็มรัก  และเป็นอย่างที่คาดเอาไว้เช่นกัน  เขาเอามือกุมเป้าแล้วร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด  ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดสีหน้าเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงและเขียวจนน่าหัวเราะ   มันสะใจดีจริงๆ หึๆ^^+

“เธอ!...โอ๊ย >_<!”เขาชี้หน้าฉันแต่มืออีกข้างก็ยังกุมเป้าเอาไว้  ตัวเขางอเป็นกุ้งจนฉันแอบหลุดขำออกมาเบาๆอย่างเสียไม่ได้   พนักงานและลูกค้าคนอื่นๆที่นั่งอยู่ในร้านหันมามองทางฉันและนายไร้มารยาทนี่เป็นตาเดียว  นี่สินะที่เรียกว่า อยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้านเขาน่ะ

   ฉันปรายตามองคนตัวสูงที่ตอนนี้ชักดิ้นชักงอด้วยความเจ็บเล็กน้อย  แล้วยิ้มอย่างผู้มีชัยก่อนจะหันไปหยิบกระเป๋าแล้วเดินออกจากร้านอย่างเชิดๆ  ก็คนมันมีรัศมีเจิดจ้ากว่าใครนี้  จะไม่ให้สวยเลิศเชิดอย่างมีสมองได้อย่างไร  ใช่มั้ยล่ะค่ะ>_<

 

 

        หลังจากที่ฉันก่อวีรกรรมสงเคราะห์คนโอหังและหยาบคาย  ฉันก็เดินชมนกชมไม้  เอิ่ม...หมายถึงเดินดูของ ช้อปปิ้งอ่ะนะ    ฉันก็กำลังเดินกลับมายังรถที่จอดเอาไว้หลังสวนสาธารณะ    ตอนนี้ก็เกือบๆสามทุ่มแล้วมั้ง  ฟ้ามืดจนมองแทบไม่เห็นทางเดิน   บริเวณทางเดินในสวนสาธารณะดูเปลี่ยวและมืดมาก  น่ากลัวว่าจะเจอสิ่งเล้นลับเสียงจริงๆ = =;;  แต่ฉันเป็นพวกที่ ใจดีสู้ผี อยู่แล้ว มันเป็นคติประจำใจฉันเลยล่ะ 

  แกรบ...แกรบ...

ฉันหันขวับไปมองพุ่มไม้ที่เมื่อกี้ดูเหมือนจะมีเสียงของอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่    แต่ก็ไม่พบอะไรและเสียงนั่นก็หายไป  ฉันพยายามคิดว่ามันคงเป็นแมวล่ะมั้ง = =   แต่แมวอะไรมันจะเดินแค่สองก้าวล่ะ   หรือฉันควรจะรีบเดินไปถึงรถอย่างเร็วที่สุดดี   ฉันรีบสาวเท้าให้ยาวที่สุดแต่ก็ต้องหันไปมองข้างหลังอีกครั้งเพราะเหมือนว่ามีคนกำลังเดินตามอยู่  แต่ก็ไม่พบอะไรนอกจาความว่างเปล่า

“ (-_-   )”

พรืด!   ฉันหันไปมองอีกครั้งหลังจากที่เดินไปได้สองก้าวแล้วเหมือนมีอะไรอยู่ข้างหลัง    แต่ครั้งนี้ก็เล่นเอาฉันตัวแข็งและเหงื่อตกได้เลย  เพราะฉันเห็นอะไรดำๆวิ่งไปหลบตรงหลังเสา   ถึงแม้จะมองไม่รู้แน่ว่าเป็นตัวอะไร  แต่...มันก็ไม่น่าไว้ใจเท่าไหร่นักหรอกนะ

ฉับ  ฉับ  ตุบ ตุบ...กึก!

ฉันรีบหันหลังแล้วเดินไปให้ถึงรถให้ไวที่สุด   แต่เมื่อฉันก้าวเดินเร็วเท่าไหร่    เสียงของอะไรบางอย่างนั่นก็เคลื่อนที่เร็วตามฉันทุกครั้ง   และเมื่อฉันหยุดเสียงนั่นก็หยุดตาม    ฉันหันกลับไปมองข้างหลังด้วยความระแวงอีกครั้ง    แต่แล้วฉันก็ต้องสะดุ้งเมื่อมีมือของใครบางคนมาปิดปากของฉันเอาไว้

“อย่าร้องแล้วก็อย่าคิดหนีเชียวนะ”เสียงของผู้ชายของหนึ่งพูดขึ้นหลังใบหูของฉัน   ฉันหลับตาด้วยความกลัวแล้วพยายามคิดหาทางเอาตัวรอดให้เร็วที่สุด   แต่ก็ดูเหมือนทางรอดของฉันจะน้อยลงทุกทีๆเมื่อ  ชายคนนั่นลากฉันเข้าไปหลังพุ่มไม้   ฉันพยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมแขนของเขา  แต่ก็ไม่เป็นผล  เพราะเมื่อฉันดิ้นเขาก็ล็อกตัวฉันไว้แน่นกว่าเดิมหลายเท่า  ฉันจึงต้องจำใจอยู่เงียบๆไม่ดิ้นหรือขยับตัวแม้แต่น้อย

“จริงๆฉันก็อยากได้แค่เงินนะ  แต่หุ่นและหน้าตาของเธอมันช่างเย้ายวนใจจริงๆเลย”เขาพูดแล้วก้มหน้าลงมาหอมแก้มฉันเบาๆ   ขยะแขยงที่สุด  ไอ้พวกมนุษย์ชั้นเลวนี้มัน   ถ้าฉันหลุดไปได้เมื่อไหร่นายเจอดีแน่นอน!

           ฉันมองซ้ายมองขวาอยู่พักใหญ่ก็เห็นทางรอด   ขอนไม้เล็กๆพอมือวางอยู่ใกล้ๆกับตัวฉันแต่ติดเพียงว่า   เขาล็อกแขนฉันเอาไว้   และในสมองฉันก็ประมวลแผนได้สำเร็จ  การคาดการของฉันไม่เคยผิดพลาด 

   ฉันหยุดดิ้นแล้วดันตัวฉันให้หงายไปข้างหลังสุดแรง  จนทำให้ ไอ้โจรทรามมันเสียหลักหงายหลังตามฉันไป   และเพราะไอ้โจรทรามนี้มันอยู่ด้านหลังของฉันมันจึงล้มลงไปหัวกระแทกกับโคนต้นไม้ที่อยู่แถวนั่นอย่างจัง   และยังเป็นเบาะลองให้ฉันไม่เจ็บตัวอีกด้วยเพราะฉันหงายหลังไปทับไอ้โจรนั่นอีกทีหนึ่ง    และฉันก็อาศัยจังหวะนี้เอง   วิ่งไปหยิบขอนไม้ที่วางอยู่ฟาดเข้าไปที่หน้าท้องของไอ้โจรนั่นอย่างจัง  และฉันก็รีบวิ่งออกมาจากตรงนั่นสุดแรง

“หน็อย!  แกไม่รอดแน่ หยุดเดี๋ยวนี้นะ” ไอ้โจรชั้นเลววิ่งตามหลังของฉันมาติดๆ   พลังงานมันเหลือหลายจริงๆขนาดโดนฉันเอาขอนไม้ทุบไปแล้วนะยังจะมีแรงวิ่งตามมาอีก   รู้งี้ฉันน่าจะตีหัวมันให้เลือดชั่วออกมาเสียจริงๆ  อุสาเวทนาตีแค่ท้องแล้วนะยะ

“วิ่งช้าจริงๆเลยนะ”ไอ้โจรพูดแล้วยื่นมือมาดึงเสื้อฉันจนฉันเสียหลักล้มลง   จนเปิดโอกาสให้มันขึ้นมาคร่อมตัวฉันไว้แล้วล็อกแขนฉันไว้ได้อีกครั้ง

“กรี้ด...ด!  ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย  อุ๊บ!”ฉันร้องให้คนช่วยอย่างสุดเสียงแต่ไอ้โจรนั่นมันก็เอามือมาปิดปากฉันไว้  

“หุบปากเลยนะ  ไม่งั้นพ่อจะเอามีดนี้เฉือนปากจริงๆด้วย”ไอ้โจรพูดแล้วชูมีดนั่นขึ้นมาให้ฉันดู   ตอนนี้ฉันหมดทางสู้เหมือนกับหมาจนตรอกจริงๆ  นี้ฉันต้องมาตายแบบนี้งั้นเหรอ  ไม่นะ...ฉันยังต้องตามหาหัวใจอีกครึ่งเพื่อให้ เขา กลับมาอยู่นะ 

ถ้าเจ้ามีปัญหาให้เจ้ากำสร้อยนั่นไว้แล้วนึกถึงข้า  จะมีคนไปช่วยเจ้า  คำพูดของคุณเทวดาไหลเข้ามายังความคิดของฉัน

ฉันเอามือข้างหนึ่งกุมสร้อยนั่นไว้  แล้วนึกถึงหน้าคุณเทวดาและหน้าของ เขา ที่ฉันรัก...

ฉันไม่ยอมตายแน่นอน!   ฉันดิ้นอีกครั้งเพื่อจะให้หลุดจากการเกาะกุมนี้   แต่ก็ต้องหยุดเพราะความเจ็บปวดที่ถูกไอ้โจรทรามนั่นต่อยเข้าที่กลางท้องอย่าจัง

“อั๊ก...ช่วยด้วย...”

“สาวน้อยที่ไหนมาร้องให้ฉันช่วยอยู่แถวนี้กันนะ  น่ารำคาญจริง  =_=” เสียงนุ่มน่าฟังของใครบางคนพูดขึ้น    ฉันมองไปตามต้นต่อของเสียงด้วยสติที่ดูเหมือนจะเลือนรางขึ้นทุกที   และก็ได้พบกับร่างของใครบางคนที่ยืนพิงเสาไฟอยู่   เขาค่อยๆเดินออกมาจากหลังเสาไฟอย่างช้าๆด้วยท่าสบายๆไม่มีทีท่าว่าจะกลัวอะไร

“สอดไม่เข้าเรื่อง  อยากตายก็เข้ามา!” ไอ้โจรลุกขึ้นจากการคร่อมตัวฉัน   แล้วชูมีดให้คนตรงหน้าดู  หวังจะให้เขากลัวแล้วหนีไป   แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อคนตรงหน้าไม่มีทีท่าว่าจะกลัวเลยแม้แต่น้อย  แต่กลับเดินเข้ามาหาอย่างช้าๆ

“วางมีดเถอะลุง  มันไม่คุ้มกับสิ่งที่ลุงจะโดนหรอกนะ =_=”เขาพูดอย่างเหนื่อยหน่ายแล้วมองมีดที่ไอ้โจรนั่นชูขึ้นมา   แล้วส่ายหน้าช้าๆด้วยความเอื้อมระอา

“วันหลังหัดใช้มีดที่ใหญ่กว่านี้หน่อยนะลุง มันเล็กโคตรๆเลยวะ =.=

“หุบปากเดี๋ยวนี้นะ  แกตายแน่!” ไอ้โจรวิ่งเข้าไปหมายจะแทงคนตรงหน้าแต่  ก็ต้องตกใจตาค้างเมื่อ  เขาไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั่นแล้ว   ฉันมองเหตุการณ์ด้วยสายตาที่ดูเลือนรางลงจนแทบมองอะไรไม่รู้เรื่อง   และสติของฉันก็ดับวูบไป...

 

     “ลุงผมบอกแล้วนะว่ามันไม่คุ้ม=_=” ร่างสูงก้มลงไปผู้กับคนที่อยู่ตรงหน้า  ที่นอนสลบไปแล้วพร้อมกับใบหน้าที่มีรอยแผลเต็มไปหมด  ที่เกิดจากการกระทำของคนตัวสูง    เขามองมีดที่ตกอยู่ข้างๆตัวเขาเล็กน้อยแล้วหยิบมันขึ้นมาดูแล้วทำหน้าหนักใจกับความคิดโง่ๆของโจรผู้ไร้ฝีมือ   ถ้าทำได้แค่เองมีดเล็กๆอย่างมีดปลอกผลไม้มาปล้นก็อย่าไปทำมันดีกว่า =_= .... 

“อ้าวแล้วนั่นสลบไปแล้วเหรอ -*- “ เขาขมวดคิ้วแล้วลุกขึ้นไปยังร่างของหญิงสาวที่นอนสลบไป   เขาพยายามมองใบหน้านั่นอย่างครุ่นคิด    ทำไมมันคุ้นๆจังฟะ...   เขายังคงยืนจ้องมองไปยังใบหน้าเรียวได้รูป  ที่มีผิวขาวจนดูรู้ได้เลยว่าเธอบำรุงผิวมาอย่างดีแน่นอน   ดวงตาที่ตอนนี้หลับตาอยู่แต่ดูกี่ทีๆถึงจะไม่เห็นนัยน์ตานั่น  แต่ตาของเธอก็เรียกได้เลยว่าคมสวยมากๆ   เขาค่อยๆเลือนสายตาลงมาสำรวจใบหน้านั่นจนมาสะดุดที่  ริมฝีปากบางที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีชมพูอ่อนๆที่ดูเหมือนมันทำให้เขาสะดุดใจและประทับใจต่อริมฝีมากนี้มากจนต้องอุ้มเธอขึ้นมาไว้ในอ้อมกอด   แล้วประกบริมฝีปากของเขาอย่างอ่อนโยน   และเขาก็ต้องหยุดการตักตวงของหวานนั่นเมื่อคิดได้ว่า   มันโคตรไม่เป็นสุภาพบุรุษเลยวะ  ที่มีลักหลับผู้หญิงแบบนี้   ก่อนจะกอดเธอให้กระชับยิ่งขึ้นแล้วอุ้มร่างบางนั่นเดินตรงไปที่รถของเขาและขับออกไป

- - - - -- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 
  บันทึกหลังแต่งจบ
เป็นอะไรที่มหัศจรรย์มากที่แต่งบทที่2จบด้วยเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมง
ตอนนี้จริงจังกับเรื่องนี้มากจริงๆแล้วนะเนี่ย
เปิดมาเจอพระเอกก็มีฉากจุ๊บๆซะแล้ว
แต่งไปเขินไปเลย  ยิ่งไม่ถนัดแต่งแบบนี้อยู่ด้วยสิ  ครั้งแรกจริงๆกับฉากจูบ >///<
ถ้าเข้ามาอ่านแล้วชอบก็เม้นแล้วแนะนำก็ได้นะไม่ว่ากัน
ถึงจะบอกว่าไม่ให้ดูก็ตาม  แต่ในใจลึกๆก็ดีใจที่มีคนมาอ่านอ่ะนะ^^
เม้นๆ+แอดแฟนได้ค่ะ  ไม่ว่าอะไร เนอะ  ยิ่งมีกำลังใจมากด้วย
อีกอย่างตอนนี้ยังคิดชื่อเรื่องไม่ได้  อยากให้แต่งชื่อเรื่องให้หน่อย
ขอบคุณมากๆค่ะ


Free theme by Tem*

 30 พ.ค. 2553

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น

  1. #25 Ka_Noon_Ba (@computerza) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2553 / 18:12
    ยังมีคำผิดอยู่นะค่ะ
    #25
    0
  2. #5 TOPAN (@laemp) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2553 / 02:02
    อร๊ายยย ลักหลับนางเอก >.<
    ถ้าหล่อๆก้ยอมล่ะว๊า 555+

    ไวท์ใช่ย่อยเลยอ่ะ เล่นไปเตะผ่าหมากขนาดนั้น
    จุกแทนเลย หุหุ

    พี่อยากได้สร้อยเส้นนี้บ้างอ่ะน้องสาว
    เอามาหั้ยพี่เหอะ 55+
    #5
    0