Princess Resurrection ตำนานเจ้าหญิงแห่งรัตติกาล

ตอนที่ 6 : บทที่3-ปิศาจแฝงฝัน {60%}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 744
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    28 เม.ย. 53

บทที่3

 

 

 

เจ้าพวกนั่นมันทำงานพลาดงั้นรึ!”

   เสียงตะโกนดังก้องไปทั่วท้องพระโรงในปราสาทของอาณาจักรปิศาจ   ฝูงเหล่าสัตว์อเวจีทั้งหลายต่างตกใจกับเสียงตะโกนอันมีอำนาจ    ดวงตาที่แดงฉานของจอมอสูรถ่อประกายความแค้นให้เห็นอย่างเด่นชัด  

ไอ้พวกสวะ!”

ฮ่าๆ  สารรูปท่านตอนนี้ดูแทบไม่ได้เลยนะ เสียงหัวเราะแหลมดังขึ้น  ไม่มีผู้ใดปรากฏตัวมีเพียงแต่เสียงที่ฟังดูยั่วยวนจนทำเหล่าปิศาจที่อยู่ในบริเวณนั่นถึงกับเคลิ้มและโหยหา

เจ้าเป็นใคร บังอาจนัก

ฮิๆ  ท่านลืมข้าไปแล้วหรือไร ท่านพี่!!  ฮิๆเมื่อเสียงปริศนากล่าวอีกครั้ง   ร่างของหญิงงามก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของจอมอสูร   ริมฝีปากงามที่แต้มด้วยสีแดงดังเลือดกระตุกยิ้มน้อยๆ    ปีกสีดำของเธอกระพือขึ้นเล็กน้อยก็สามารถทำให้ตัวเธอลอยอยู่บนอากาศได้    เสียงหัวเราะดังไปทั่วไม่ใช่แค่ท้องพระโรงแต่กลับเป็นทั่วปราสาท    แค่เพียงเธอหัวเราะทำให้สายลมพัดแรงเข้ามายังปราสาท    แรงดันของลมทั้งปวงทำให้กระจกในปราสาททุกบานแตก   โต๊ะที่วางแจกันดอกไม้ตามทางเดินล้มลงเพราะไม่สามารถด้านทางแรงลมได้

แซคคูลบัส!”  จอมอสูรกล่าว  เขากัดฟันอย่างพยายามกันอารมณ์โกรธ     น้องสาวต่างบิดาของเขา แซคคูลบัส หรือที่ทุกคนในอาณาจักรปิศาจรู้จักกันในชื่อ แซคคูลบัส ราชินีแห่งฝันร้าย    สามารถพูดได้เลยว่าเขาทั้งสองเป็นเหมือนเช่น ศัตรูกัน    ไม่มีคำว่าพี่น้อง   แต่เหตุไฉนทำให้เธอมาพบเขาได้  

           ความชั่วร้ายที่ทุกคนรู้กันว่า  เธออำมหิตไม่แพ้จอมอสูรทำให้เหล่าข้ารับใช้ในท้องพระโรงต่างตกใจกับการปรากฏตัวของเธอในครั้งนี้    แม้กระทั้งเหล่าปิศาจที่เมื่อสักครู่ได้หลงใหลกับเสียงที่ยั่วยวนนั้นถึงกับต้องเปลี่ยนใจหันมาเกรงกลัว ราชินีแห่งฝันร้ายผู้นี้แทน

เจ้าสัตว์เลือดโสโครก  เจ้ามีเรื่องอะไรถึงมาเยือนที่ปราสาทข้าได้เล่า จอมอสูรกล่าวด้วยเสียงเย็น   แม้ว่าลมที่พัดเข้ามาจะยังไม่หยุดพัด  และ แซคคูลบัส นั้นยังบินอยู่เหนือเขาก็ตาม  แต่ความมีอำนาจและความเย็นชา ยังทำให้จอมอสูรไม่หวั่นเกรงพลังใดๆที่แซคคูลบัสจะใช้ทำร้ายเขาได้      ถึงแม้ตอนนี้ดูเหมือนเขาจะเสียเปรียญถ้าหากทั้งคู่สู้กัน   เพราะแซคคูลบัสสามารถสะกดให้ข้าบริวารในปราสาทเชื่อฟังได้     และนั่นจะส่งผลให้จอมอสูรดูต่ำค่าไปเลยทีเดียว     แต่จอมอสูรเชื่อว่าถ้า แซคคูลบัส น้องต่างบิดาของงตนมาหายังที่นี่นั่น ต้องมีเรื่องไม่ธรรมดาเกิดขึ้นอย่างแน่

สัตว์เลือดโสโครกงั้นรึ  ก็คงเลือดเดียวกันกับท่านนั่นไงเล่า ฮิๆ

เจ้า!...

โธ่ๆ  อย่าเพิ่งกริ้วสิท่านพี่  วันนี้ข้ามาดีนะ ฮิๆ แซคคูลบัสเอ่ย  เสียงของเธอยังคงยั่วยวนไม่มีเปลี่ยนแปลง   กล่าวได้เลยว่า ถ้าหากเธอไม่มีปีกแล้วนั่นไส   เธอก็ดูเป็นสาวที่งามยิ่งในอาณาจักรปิศาจได้เลยทีเดียว 

              สายลมที่เคยพัดเข้ามาได้หยุดลงพร้อมๆกับที่แซคคูลบัส  ค่อยๆลอยลงมายืนยังพื้นอีกครั้ง   รอยยิ้มที่ดูเหมือนกับว่าเป็นการยิ้มเยาะเย้ยของเธอได้ส่งไปยังจอมอสูร   

มีอะไรก็ว่ามาจอมอสูรเอ่ยเสียงเย็นอีกครั้ง

ฮิๆ  ท่านคงอารมณ์ไม่ดีเพราะไม่สามารถกำจัดองค์หญิงตัวแสบที่เป็นถึงรัชทายาทที่สมควรได้ครองบัลลังนี้มากว่าท่านพี่สินะ แซคคูลบัสเอ่ย  พร้อมหายตัวไปจากทางเดินขึ้นยังบัลลังของจอมอสูร    และมาปรากฏกายอีกครั้งที่ข้างบัลลังของจอมอสูร    มือเรียวยาวของเธอลูบไล้ไปทั่วพนักพิงของบัลลัง   

                          จอมอสูรที่ตอนแรกนั่งอยู่บนบัลลังถึงกับชะงักแล้วรีบหยิบดาบที่อยู่ข้างกาย   ฟันเข้าไปที่พนักพิง  หวังจะให้โดนมือของ แซคคูลบัส     แต่ แซคคูลบัสไหวตัวทันจึงหายตัวและไปปรากฏกายอยู่ที่ทางเดินขึ้นบัลลังเช่นเดิม      

                           เมื่อเห็นว่าจอมอสูรเริ่มโกรธ    ทำให้ แซคคูลบัสยิ่งหัวเราะและยิ้มมากขึ้นอย่างถูกใจ     จึงส่งผลให้จอมอสูรเริ่มหมดความอดทน

ไอ้องค์หญิงสายเลือดต่ำช้าเช่นนั่นไม่เหมาะสมจะได้ครองบัลลัง

ถ้าเป็นเช่นนั่นท่านพี่ก็ไม่เหมาะสมยิ่งกว่ากระมัง แซคคูลบัสกล่าวอย่างยั่วอารมณ์โทสะของจอมอสูรมากยิ่งขึ้น      ดวงตาที่แดงยิ่งกว่าเดิมทำให้รู้ว่าจอมอสูรได้โกรธมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ   แซคคูลบัสจ้องใบหน้าของจอมอสูรนิ่งๆ   รอยยิ้มที่กระตุกขึ้นเหมือนกับว่าเธอ  เป็นผู้มีชัยในสงครามครั้งนี้ 

เจ้ารีบๆพูดธุระของเจ้ามาก่อนที่ข้าจะระงับอารมณ์ไม่ได้

ฮ่าๆ  ข้าแค่อยากจะฆ่าองค์หญิงนั่นให้ท่านเอง แซคคูลบัสเอ่ยเสียงจริงจัง     แต่เพราะจอมอสูรนั่นรู้นิสยของแซคคูลบัสดีจึงรู้ว่าเธอนั่นต้องมีจุดประสงค์อันใดแอบแฝงอยู่เป็นแน่แท้

เจ้ามีจุดประสงค์อันใดกันแน่ จอมอสูรกล่าวอย่างรู้ทัน

ฮิๆ สมเป็นท่านพี่ที่รักข้าเอามากๆ

เจ้า!!” จอมอสูรเอ่ยอย่างหมดความอดทน นิสัยที่หลงตัวเองและไม่สนใจใครนั่น   ได้มากจากแม่ของเขาและแซคคูลบัสแบบไม่ต้องสงสัย    เพราะข้อเสียสองข้อนี้บางครั้งมันก็เกิดกับตัวจอมอสูรเช่นกัน

ข้าก็แค่...ได้ยินมาว่าถ้าได้อาบเลือดของราชวงศ์แล้วมันจะทำให้ความงามเป็นอมตะก็เท่านั่นแซคคูลบัสกล่าว  ดูจากความงามของเธอที่มีอย่างท่วมท้นแล้ว  เธอไม่น่าจะอยากได้ความงามเพิ่มขึ้นอีก   แต่ด้วยนิสัยไม่ยอมให้ใครเด่นและบวกกับความเป็นผู้หญิงที่รักสวยรักงามแล้วเธอจึงอยากดูงดงามยิ่งขึ้นกว่าเดิมและตลอดไปเช่นกัน

เจ้าเชื่อนิทานลมๆแล้งๆนั่นด้วยรึ

ท่านพี่ก็...ยังไงก็ต้องลองดูก่อนละนะถ้าไม่เป็นจริงก็ไม่เสียหายอะไร แซคคูลบัสทำเสียงเหมือนไม่พอใจที่จอมอสูรเอ่ยเช่นนั่น   จนทำให้ความหวังในความงามอันเป็นนิรันดร์ของเธอเกือบล่มสลายไป

แต่ก็ดี  ข้าได้รับผลประโยชน์โดยไม่ต้องเสียแรงเปล่า ฮาๆ

ฮิๆ  เรามาจับมือกันเถิดท่านพี่ ฮิๆ

ณ   บ้านหลังหนึ่ง
 
          ติ้ง ติ่ง ติ้ง   ติ้ง ติ่ง ติ๊ง...
   ทำนองเพลงที่ช้าและความเพราะของตัวโน๊ตเพลงประสานกันจนเป็นบทเพลงบทหนึ่ง   เสียงเพลงจากกล่องดนตรีได้บรรเลงขึ้นอย่างไพเราะดังออกมาจากภายในห้อง  รูปวาดและรูปปั้นสไตร์กรีกโบราณตั้งรวมกันอยู่กลางห้องที่ถูกปกคลุมไปด้วยผ้าพื้นสีขาวม่นที่ถูกฝุ่นบดบังความความสะอาดของผ้าไว้    เสียงกล่องดนตรียังคงบรรเลงต่อไปอย่างช้า   เสียงของเกาอี้โยกที่ดัง เอี๊ยด อาด ที่มีผลมาจากการโยกเก้าอี้ ช้าๆไปตามจังหวะของเพลง   หญิงชราใบหน้าเปื้อนยิ้มได้ทอดมองสายตาไปยังกล่องดนตรีอย่างไม่วางตา ประหนึ่งว่า กล่องดนตรีนั่นเป็นสิ่งที่น่าจับตามองมากที่สุด   
“ผลสุดท้าย...มันก็ต้องสำเร็จ” หญิงชราเอ่ยขึ้นเบาๆและหลับตาลงเพื่อให้สัมผัสการฟังนั่นชัดขึ้น
 
ณ คฤหาส   
              “ใครกันที่เอายายแก่นี่เข้ามาในคฤหาสของข้า!” เสียงโวยวายได้เกิดขึ้นในห้องสมุดที่กว้างขว้างของคฤหาส เอลล่า เจ้าหญิงสายเลือดแวมไพร์    กล่าวอย่างฉุนเฉียว เมื่อเธอเดินมายังห้องสมุดที่เป็นบริเวณเดียวของคฤหาสที่เธอชอบมากที่สุด   เพราะในห้องสมุดนี้เธอสามารถค้นคว้าและเรียนรู้ศาสตร์เวทมนต์ดำได้โดยที่ ไม่มี พ่อบ้านจอมยุ่งนั่นมาค่อยพูดมาก ตักเตือนเหมือนกับเธอเป็นเด็กตัวเล็กๆที่ไม่สามารถทำอะไรได้มากนอกจากการทำตามคำสั่งของผู้ใหญ่   แต่ก็ผิดคาดเมื่อเอลล่ามาถึงหน้าประตูหน้าสมุดก็ได้เห็นหญิงชรารูปร่างอัปลักษณ์ หลังค่อม และยังมีอีกาน่าเกลียดมาเกาะอยู่ที่ไหล่ของเธออีกด้วย
“เจ้าหญิงน้อยอย่าเพิ่งโมโหไปสิเพคะ”หญิงชราเอ่ยพลางยิ้มให้เอลล่าอย่างเป็นมิตร   แต่นั่นก็ยังไม่ใช่สิ่งที่เอลล่าอยากได้ยินนัก   คิ้วของเธอผูกกันเป็นปม   สายตาเย็นชาในมาดปกติกลับกลายเป็นสายตาที่เหมือนกับมีไฟลุกโชนอยู่ตลอดและพร้อมจะเผาหญิงชราได้ในทันที   ริมฝีปากที่เรียวสวยตอนนี้ได้แต่กัดฟันกรอดด้วยความโมโห  
                 ใครจะไปรู้กันเล่าว่า คำว่า เจ้าหญิงน้อย เป็นคำที่เอลล่าเกลียดมากที่สุด   มันทำให้เธอดูไร้อำนาจและความน่าเกรงขามไปโดยไม่ต้องใช้ไสยศาสตร์ใดๆช่วยลบ   
“หุบปากไปเดี๋ยวนี้! เจ้าเป็นใครมาจากไหน กลิ่นนี้ไม่ใช่มนุษย์นี่เจ้าเป็นใครกัน”เอลล่าเอ่ยถามอย่างโมโห  
“ฮิๆ สมแล้วที่จับกลิ่นไอปิศาจที่ข้าซ่อนไว้ได้” หญิงชรากล่าวพร้อมยิ้มอย่างดีใจ   เธอค่อยๆสาวเท้าเดินไปยังตัวของเอลล่าอย่างช้าๆ
“ข้าน่ะ เจ้าก็รู้จักข้าดีนี่...ทำเป็นลืมกันได้ลงนะเอลล่า”หญิงชราหยุดเดินแล้วเงยหน้ามาสบตากับเอลล่า   รอยยิ้มบนในหน้าของเธอในตอนนี้เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเหย่ยั่น   สายตาเปลี่ยนเป็นเกลียดชังอย่าที่มองแล้วถึงกับรู้สึกถึงความเกลียดที่ฝังอยู่ในใจได้เป็นอย่าดี
“เจ้า...”เอลล่ามองดวงตาของหญิงชราด้วยสายตาสงสัย   และไม่นานนักทุกอย่างก็ดูเหมือนกับถูกมนต์สะกด   ภาพในตอนเด็กของเธอได้ถูกฉายขึ้นมาภายในดวงตาของหญิงชรา สิ่งที่ได้เห็นนั่นทำให้เอลล่านิ่งไปสักพักดวงตาของเธอมองดูภาพเหล่านั่นอย่างเฉยชาเหมือนดั่งคนที่ถูกสูบวิญญาณออกไป


 
         อาณาจักรปิศาจเมื่อหลายปีก่อน
 
สายลมหนาวพัดมาจากทางเหนือของอาณาจักรปิศาจ    หิมะสีขาวเริ่มโปรยปรายลงมาจนทำให้ถนนข้างหน้ามีสีขาวจนทำให้ผู้สัจจรไปมาถึงกับต้องมนต์ในความงามของหิมะขาวเหล่านั่น    แต่เมื่อพูดถึงความงามของหิมะแล้วนั่น ไม่มีผู้ใดจะไม่นึกถึง แซคคูลบัส’ ปิศาจที่มีความสวยและยั่ยยวนที่สุด   นางเป็นราชีนีแห่งความงามทั้งปวง ถ้าเปรียบหญิงงามดั่งดอกไม้แล้วไซร้ แซคคูลบัสตนนี้ก็เปรียบได้กับเหมือนหิมะขาวที่โปรยปรายในยามราตรีอันแสนอันตราย   ถ้าผู้ใดหลงระเริงกับความงามของนางแล้วก็เหมือนตกเหวทั้งเป็น   เพราะชายผู้โง่เขลาที่ตกหลุมพรางของเธอแล้วจะไม่มีวันได้หวนกลับมา     งดงามยิ่งกว่าสิ่งใดทั้งปวงแต่อันตรายยิ่งกว่าสิ่งใดเช่นกัน   กุหลาบย่อมมีหนามแหลมคม ทุกอย่างนั่นเป็นไปตามที่บรรพบุรุษได้กล่าวไว้   งดงามมากเท่าไรก็อันตรายได้มากเท่านั่น...
“ท่านพี่ข้าหนาว...”มอนเทียร์เจ้าหญิงองน้องแห่งอาณาจักรปิศาจเอ่ยขึ้นด้วยเสียงงที่สั่นด้วยความหนาวเย็น   ริมฝีปากของเธอซีดจนไม่มีแม้แต่สีเลือดฟาดใดๆ   ร่างกายที่สั่นเทาเหมือนดั่งลูกนกตัวเล็กๆทำให้กาเซลผู้อุ้มเธออยู่นั่นรู้ได้ในทันทีว่าถ้าปล่อยไว้เยี่ยงนี้น้องสาวของเขาอาจจะหนาวตายได้    เขาพยายามทำทุกอย่างให้น้องสาวของเขาอุ่นขึ้น ไม่ว่าเขาจะหนาวเพียงไหน   ร่างกายจะอ่อนแอไปเพียงใดเขาก็ไม่ท้อถอยเป็นอันขาด
“ทนอีกหน่อยนะมอนเทียร์...กาเซลพี่อุ้มให้เอง”เอลล่ากล่าวพลางยืนมือไปเพื่ออุ้มมอนเทียร์มาจากอ้อมกอดของกาเซล   
                         ตัวเอลล่าเองนั่นก็สั่นไม่แพ้กับมอนเทียร์เท่าใดนัก   แต่ถึงอย่างไรแล้วเธอ ก็ต้องเดินทางต่อไปเพื่อความอยู่รอดของตัวเองและน้องๆซึ่งเป็นคนในครอบครัวเพียงสองคนที่เหลืออยู่  
                        ดวงตาเศร้าหมองป่นหวาดกลัวของกาเซลได้ฉายแววชัดขึ้นเมื่อเขาได้ยินเสียงของอะไรบางอย่างใกล้เข้ามาเรื่อยๆ      ดวงตาสีแดงฉานจ้องไปยังป่าลึกที่อยู่สองข้างทาง     ดวงตาของเขาเริ่มเปิดกว้างขึ้นเมื่อได้รับรู้ว่านั่นเป็นเสียงกระพือปีกของสิ่งมีชีวิตบางอย่าง   ไม่ว่าจะเป็นใครตอนนี่พวกเขาต้องรีบหาที่ซ่อนโดยเร็ว   เมื่อคิดได้เช่นนั่น กาเซลจึงรีบหันไปเตือนเอลล่าให้รู้ถึงบางอย่างที่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้
“ท่านพี่มีบางอย่าง...อ้ากกกก!” กาเซลกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวปนเจ็บปวด   เมื่อร่างของเขาถูกบางสิ่งบางอย่างใช้เล็บที่แหลมคมหิ้วขาของเขาไว้ทั้งสองข้าง    ตัวของเขาลอยอยู่บนอากาศใกล้กับดวงจันทร์จนเหมือนกับว่าเมื่อเอื้อมมือไปเพียงสุดแขนก็อาจจับผิวของดวงจันทร์ได้แล้ว  
“กาเซล!
“ท่านพี่ค่ะ” เอลล่าและมอนเทียร์ตะโกนชื่อของกาเซลขึ้นมาพร้อมกันอย่างตกใจ    เอลล่าพยายามมองไปยังท้องฟ้าเพื่อหาตัวกาเซลและสายตาของเธอก็ได้เห็น กาเซลที่ตอนนี้เริ่มมีหยดเลือดไหลออกมาตามขาของเขา    และบางอย่างที่กำลังจับตัวของกาเซลไว้   เอลล่าพยายามมองย้อนแสงของดวงจันทร์ที่สาดส่องลงมา   แต่ก็ไม่สามารถมองเห็นได้ว่าสิ่งนั่นคืออะไร   เอลล่าที่ซึ่งตอนแรกอุ้มมอนเทียร์ไว้ ได้วางมอนเทียร์ลงอย่างเบามือก่อนที่จะพยายามร่ายคาถาเวทย์ที่เธอเคยเรียนมา
             ริมฝีปากของเธฮเริ่มพึมพำร่ายเวทย์บางอย่าง สายฟ้าสีดำที่เริ่มก่อตัวกันเป็นวงกลมเริ่มพันไปทั่วมือเรียวยาวของเอลล่าช้าๆ     ดวงตาของเธอจับจ้องไปยังสิ่งที่จับตัวกาเซลไว้  เธฮต้องรวบรวมสมาธิอย่างมากเพื่อให้สายฟ้าที่เธอกำลังจะปล่อยออกไปหมายจะฆ่าสิ่งที่จับตัวกาเซลไปเพราะไม่งั้นเธออาจจะไปปล่อยสายฟ้าไปโดนกาเซลได้  และเมื่อเธอกำลังจะปล่อยสายฟ้าพวกนั่นไปยังเป้าหมายนั่นเอง...
“ท่านพี่ข้า..!!.”
“หุบปากไปมอนเทียร์!”เอลล่าหันตะหวาดมอนเทียร์ด้วยความโกรธเพราะมอนเทียร์ได้เข้ามาทำให้สมาธิที่เธอพยายามมุ่งเป้าหมายไปนั่นคาดเคลื่อนทำให้สายฟ้าที่เธอปล่อยออกไปเกือบจะโดนกาเซลผู้เป็นน้องของเธอและถ้าพลาดไปอีกนิดเดียวเธออาจจะฆ่าน้องชายในสายเลือดของเธอเองได้   เอลล่ามองมอนเทียร์ด้วยสายตาที่เย็นชาและน่ากลัวจนทำให้มอนเทียร์ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
“หยุดร้องเดี๋ยวนี้มอนเทียร์!...เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้าน่ารำคาญเพียงใด เจ้าร้องไห้ตลอดเวลาเจ้าทำให้ข้าเกือบทำร้ายกาเซลและถ้าเมื่อกี้สายฟ้านั่นคาดเคลื่อนไปอีกนิดเดียวเจ้ารู้ไหมอะไรจะเกิดขึ้น!” เอลล่าตะหวาดใส่มอนเทียร์อีกครั้ง เธอโมโหและเริ่มกดดันเพราะถ้าเธอใช้สายฟ้าอีกครั้ง ครั้งนี้เธอจะไม่มีสมาธิ   เธอเริ่มโมโหและรำคาญเสียงร้องไห้ของมอนเทียร์มากขึ้นเรื่อยๆ
มอนเทียร์ผู้ถูกเอลล่าตวาดกลั้นน้ำตาเอาไว้ด้วยความกลัวพี่สาวของตนเอง    เธอก้มหน้านิ่งและส่ายหัวไปมาด้วยความไม่รู้ว่าจะตอบคำถามของพี่สาวของเธออย่างไรดี เธอเด็กเกินไปกว่าจะเจอเรื่องอย่างนี้  เธอเปราะบางเกินไปที่จะเปื้อนเลือด เธอบริสุทธิ์เกินไปที่จะต้องเจอการเข่นฆ่ากัน
“ข้าจะบอกให้นะ ถ้าพลาดไปกาเซลอาจจะถูกฆ่าได้และนั่นเป็นความผิดของเธอ!” 
    มอนเทียร์ที่ตอนแรกก้มหน้านิ่ง เมื่อได้ยินเอลล่าเอ่ยเช่นนั่นก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นช้าๆดวงตาของเธอเปิดกว้างขึ้น    ไม่นานหยดน้ำตาของเธอก็เริ่มไหลออกมาอีกครั้ง   ดวงตากลมโตค่อยๆถูกหยาดน้ำตาปิดบัง   เธอมองทุกอย่างมัวไปหมดเพราะน้ำตาได้มาบดบังดวงตาของเธอไปหมดเสียแล้ว เช่นเดียวกับเอลล่าที่ตอนนี้มีแต่ความโกรธและเครียดแค้นเข้ามาบดบังจิตใจ   เมื่อเลล่าเห็นมอนเทียร์เริ่มร้องไห้อีก   เธอก็เริ่มไม่สบอารมณ์มายิ่งขึ้น  
“ข้าบอกให้เจ้าหยุดไง!”เอลล่าเริ่มกลับมาตะคอกอีกครั้ง

______________________________________

อัพไปได้60%แล้วนะค่ะ
ว่างๆจะมาอัพต่อนะค่ะ
ถ้าตัวสะกดผิดพลาดไปก็ขออภัยด้วยนะค่ะ
มีข้อสงสัยอะไรถามได้ตลอดเลยเจ้าค่ะ^^
 

 นี้คือรูปของ แซคคูลบัสค่ะ  ตามตำนานบอกว่า
มาจากตำนานความเชื่อในยุคกลางของชาวยุโรป โดยเชื่อว่าเธอเป็นปีศาจสาวอันทรงเสน่ห์ ที่ชอบไปหาผู้ชายหนุ่มๆยามหลับเพื่อจะลักหลับในฝัน! คือ มีความสัมพันธ์ทางเพศกับหนุ่มๆในฝันที่เธอต้องการ ไม่ว่าชายหนุ่มคนนั้นจะต้องการหรือไม่ก็ตาม หนุ่มที่โดน Succubus เข้าฝันจะมีความรู้สึกในฝัน และ จะไม่ตื่นขึ้นจนกว่าเธอจะไป และผู้ชายที่ถูกเธอกระทำจะถูก “สูบ” พลังชีวิตไป ซึ่งเอาน้ำเชื้อของผู้ชายไปให้กำเนิดเป็นปีศาจด้วย ทำให้หลังถูก Succubus เข้าฝัน ชายหนุ่มจะตื่นขึ้นมาด้วยความอ่อนล้าอ่อนเพลีย


 ปล.ตอนนี้เพิ่งแต่งได้60%ค่ะ  อัพช้าจริงๆนิยายเราT^T

จะมีมาอัพให้จบตอนให้นะค่ะ^^

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

32 ความคิดเห็น

  1. #30 sinsariw (@sinweran) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2554 / 10:50



    รอเเล้วรออีกจะไม่อัพเลยหรอ





     

    #30
    0
  2. #18 ผักกาดขาว__^ ^ (@pukkad12345jub) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2553 / 17:25
     45 % เองไม่ซะใจเลย T^T รีบอัฟน๊า
    #18
    0
  3. #11 sinsariw (@sinweran) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 / 17:26
    อัพช้าจังเขารออยู่นะ

    เป็นกำลังใจให้


    รีบบบบบบบบเด้อ

    สนุกมาก
    #11
    0