Princess Resurrection ตำนานเจ้าหญิงแห่งรัตติกาล

ตอนที่ 4 : บทที่2-ค่ำคืนแห่งสงครามเลือด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 247
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 เม.ย. 53

บทที่2

 

 

 

          ค้างคาวหลายพันตัวบินผ่านหมู่บ้านเล็กที่อยู่ในป่าลึก  ยามค่ำคืนนี้ไม่มีแม้แต่แสงของจันทราจึงไม่แปลกที่คนในเมืองปิศาจจะไม่สามารถเห็นค้างคาวที่บินอยู่บนฟากฟ้าในยามคืนเดือนมืดนี้    ไม่มีแม่แต่เสียงของปีกที่ต้องกับลมที่พัดผ่านมา    ฝูงค้างคาวมุ่งหน้าไปยังปราสาทของจอมอสูรผู้ที่ปกครองอาณาจักรปิศาจที่ยิ่งใหญ่    

             บนระเบียงทิศเหนือของปราสาทเงาร่างสูงใหญ่อยู่ภายใต้หลังม่าน   แสงไฟสีส้มอ่อนๆที่ส่องแสงมาจากภายในห้อง   ฝูงค้างคาวบินมาเกาะที่ราวระเบียง    จู่ๆควันสีขาวก็ฟุ้งกระจายไปทั่วจนปิดบังฝูงค้างคาวที่เกาะอยู่    เมื่อควันนั่นจ่างลงก็ปรากฏร่างที่ที่ซึ่งมีนัยต์ตาสีเลือด  ใส่เสื้อคลุมสีดำและผ้าปิดปากสีดำทมิฬจำนวนหลายพันคน    เหล่าฝูงค้างคาวได้กลายร่างเป็นร่างจริงของพวกมันคือ ปิศาจค้างคาวนินมาร

คำสั่งตามล่าเป็นเช่นไรแล้ว เงาร่างสูงใหญ่เอ่ย  

พวกเราเจอที่ซ่อนของมันแล้วพะย่ะคะ ปิศาจค้างคาวนินมารตนหนึ่งตอบขึ้น  พร้อมคุกเข่าแล้วส่งกระดาษสีน้ำตาลให้กับร่างที่อยู่ข้างหน้า   แต่มือที่รับกระดาษแผนนั่นกลับมิใช่ผ่ามือของผู้ที่เจรจาอยู่ด้วยแต่กลับเป็นชายอีกคนที่ดูผิวเผินอาจเหมือนกลับมนุษย์แต่เมื่อสังเกตุดีๆแล้วนั่น  บนหน้าผากที่มีผมปิดอยู่นั่นกลับมีลูกตาอยู่    ซึ่งทำให้แน่ใจได้เลยว่าเขาไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นปิศาจ

คิดรึว่าจะปริชีพข้าได้...คำสั่งล่าสังหาร!” น้ำเสียงที่พูดแผ่วเบาเหมือนพูดกับตัวเองในภายแรกนั่นได้เปลี่ยนเป็นเสียงที่ดูหนักแน่นและมีอำนาจ    คำสั่งล่าสังหารได้ถูกประกาศออกไป  แผนการในการล่านั่นได้ถูกว่างแผนอย่างแนบเนียนโดยไม่ให้ผู้ถูกล่า นั่นไม่รู้ตัว       การสั่งลอบสังหารไม่ใช่เรื่องแปลกในอาณาจักรปิศาจ  ซ้ำยังเป็นงานที่สะดวกสบายและได้ค่าตอบแทนเยอะเสียกว่าทำงานสุจริตอย่าง ทำไร่ทำนา      เหล่าปิศาจส่วนมากรับจ้างเป็นนักฆ่าเพื่อผลประโยชน์ของตนโดยเฉพาะ     ทุกๆค่ำคืนมักจะได้ยินข่าวและเสียงกรี้ดร้องขอความช่วยเหลืออยู่เป็นนิจ    แต่กลับไม่มีใครที่คิดจะเข้าไปช่วยหรือเข้าไปต่อต้านเหล่านักฆ่าเสียอย่างใด   เหตุผลคงเป็นเพราะมันเป็นเหมือนเรื่องธรรมดาในสายตาของปิศาจที่จะฆ่ากันเอง!!

 

                

                  ในห้องที่มีชั้นหนังสือเรียงราย   พูดได้เลยทีเดียวว่าเป็นหอสมุดขนาดย่อมๆ    หนังสือที่ดูอายุจะเนินนานมากแล้วถูกเรียงวางอยู่บนชั้น   หนังสือบางเล่มมีอักษรที่มนุษย์ธรรมดาทั่วไปอ่านไม่ออกนอกจากพวกที่คลั่งใคร่และนิยมนิกายปิศาจหรือบูชาซาตานเท่านั่นจะอ่านออก   และหนังสือที่อยู่ในมือของ เอลร่า ก็เป็นหนังสือประเภทนั่นเช่นกัน    สายตาที่ทอดมองตัวหนังสือ   ริมฝีปากทีพึมพำอยู่ทำให้รู้ว่าเธอกำลังอ่านหนังสือเล่มนั่นอยู่  หนังสือที่มนุษย์ไม่อ่าน   แต่ไม่ใช่เรื่องที่ดูตื่นตาอะไรมากนักเพราะเธอก็เป็นปิศาจ   

 

                   ดวงตาของเธอเลื่อนลงมาตามตัวหนังสือเรื่อยๆและสายตาของเธอนั่นจู่ๆก็หยุด   นัยต์ตาสีดำนั่นจ้องเขม็งไปยังตัวอักษร 666   ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกมา  

เข้าใจบอกใบ้ข้านี้  ท่านพ่อ  เสียงที่แผ่วเบาเต็มไปด้วยความหมายหลายอย่าง   การขอบคุณ การเยาะเย้าหรือแม้กระทั้ง   สิ่งที่เราไม่อาจนึกคิดได้

        666มนุษย์ที่เดินดินมักจะรู้จักกันในนาม หมายเลขแห่งซาตาน  ภูตผี และปิศาจ   แต่กลับกันปิศาจนั่นกลับเป็นหมายเลขนำโชค 666  ในคัมภีร์ที่ศูนย์หายไปของปิศาจนั่นมีความหมายว่าสิ่งชั่วร้ายทั้ง3 คือ นรก   ความตาย   และอย่างสุดท้ายเป็นปริศนา  ไม่มีใครรู้ได้ว่าหมายเลข  6 สุดท้ายหมายถึงอะไร  เพราะปิศาจตนใดที่ได้อ่านคัมภีร์แห่งความตายนั่นไม่เคยมีผู้ใดรอด   แต่มีเพียงปิศาจตนสุดท้ายที่ก่อนตายสามารถพูดความลับของหมายเลข 666  ได้ก่อนสิ้นใจนั่น    แต่เป็นที่น่าเสียดายเขาบอกได้เพียง2ความหมายแต่เมื่อพยายามพูดความหมายสุดท้ายเข้าก็สิ้นลมหายใจไปเสียแล้ว   หลังจากนั่นก็ไม่มีผู้ใดกล้าเปิดคัมภีร์แห่งความตายนั่นอีกเลย       ในตำนานกล่าวว่าถ้าผู้ใดได้อ่านคัมภีร์แห่งความตายจบจะมีพลังอำนาจสูงสุด      คัมภีร์แห่งความตายได้สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย    ปิศาจเกือบทุกตนที่อยากมีอำนาจได้ออกตามหาคัมภีร์แห่งความตาย  แต่ก็ไม่เคยมีผู้ใดได้พบเจอมัน   ตำนานคัมภีร์แห่งความตายได้ถูกเล่าขานกันมาเป็นเวลาสามพันปี   จนถึงบัดนี้

พ่อบ้าน   วันนี้ข้าอาจกลับมาดึกหน่อยถ้ามีอะไรเกิดขึ้นเจ้าจัดการได้ตามใจชอบเลยก็แล้วกัน เอลร่า กล่าวสั่งพ่อบ้านเป็นนัยๆเหมือนกับจะบอกใบ้อะไรบางอย่าง    แต่ผู้ถูกสั่งนั่นกลับยังไม่เข้าใจสิ่งที่เธอกำลังสื่อความหมายให้ฟัง    สีหน้าของเขาดูเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่   แต่เอลร่ากลับไม่ได้กล่าวเฉลยสิ่งที่เธอจะบอกแต่อย่างใด   เธอหมุนตัวแล้วเดินออกไปจากห้องหนังสือ     ภายใต้ใบหน้าเย็นชานั่นมีแผนบางอย่างซ่อนอยู่     แผนที่ซึ่งคนที่กำลังจะฆ่าเธอนั่นยังไม่อาจคาดคิดได้

                            ุดท้าย่อนตายสามารถพูดความลับของหมาบเลข 6ากนักเพราะเธอก็เป็

                ดวงอาทิตย์ที่ในตอนแรกยังสาดแสงสีทองลงมาในโลกมนุษย์   แต่ในตอนนี้มันกลับหายไป   แต่กลับมีดวงจันทร์เหลืองนวลมองแล้วสบายตาขึ้นมาแทนที่     เมฆที่เริ่มลอยมาปิดบังพระจันทร์ได้ค่อยๆเคลื่อนตัวมาพร้อมกับฝูงค้างคาวหลายพันตัวที่บินอยู่ในกลีบเมฆไม่อาจจะมีผู้ใดมองเห็นได้     จุดมุ่งหมายของพวกมันคือคฤหาสที่ตั้งเด่นอยู่บนภูเขาสูง      ดูเหมือนว่าคำสั่งล่าสังหารนั่นจะพุ่งเป้าหมายไปยังเจ้าหญิงแวมไพร์ที่สืบสายเลือดมาจากจักพรรดิ์จอมอสูรและยังสืบทอดคำสาปที่ดูเหมือนว่าจะไม่ลบล้างได้อีกด้วย

                  ภายในคฤหาสพ่อบ้านกำลังเดินไปหยิบกระถางดอกกล้วยไม้สีแดงฉาน เพื่อนำไปตกแต่งห้องอาหาร    ได้มองผ่านกระจกที่อยู่ระหว่างทางเดินไปยังห้องอาหาร    ดวงตาที่อยู่ใต้แว่นเพ่งไปยังกลุ่มเมฆที่ดูเหมือนว่าจะเคลื่อนตัวมายังคฤหาสอย่างพินิจพิจารณา       ไม่นานนักเมื่อกลุ่มเมฆสีครึ้มเคลื่อนตัวมาใกล้คฤหาส       ด้วยไอสังหารที่ดูรุนแรงนั่นชายชราผู้มีประวัติเป็นคนรับใช้ของราชวงศ์มาเป็นเวลานานนั่นรู้ได้ในทันทีว่าค่ำคืนนี้คงได้มีกระพบปะกับชาวปิศาจด้วยกันเสียแล้วกระมั่ง  

       จะบอกกันดีๆก็ไม่ได้นะขอรับองหญิง  หนีภาระอันหนังหน่วงขนาดนี้ไปเที่ยวเล่นทิ้งให้คนแก่ต้องออกกำลัง  เป็นแผนที่งดงามเสียจริงๆ….  

ชายชราคิดในใจพรางนำกระถางดอกกล้วยไม้วางยังโต๊ะเล็กๆที่อยู่มุมทางเดิน    เขาเดินไปยังห้องเก็บของใต้ดินอย่างใจเย็น  รอยยิ้มน้อยๆกระตุกขึ้นบนใบหน้า  

   

           ภายนอกคฤหาส....

 พวกแกอ้อมไปต้อนพวกมันออกมาด้านนอกส่วนที่เหลือข้าจัดการเองปิศาจค้างคาวนินมารตนหนึ่งซึ่งเป็นหัวหน้าในการล่าสังหารครั้งนี้สั่งลูกน้องซึ่งเป็นปิศาจค้างคาวนินมารอีกหลายพันตน   เมื่อได้รับคำสั่งจากหัวหน้า       พวกมันก็ไม่รอช้ารีบตั้งแถวและแปลงกายเป็นค้างคาวอีกครั้ง   หลังจากนั่นก็บินมุ่งหน้าไปยังหน้าต่างทุกบานที่มีอยู่ของคฤหาส   ฝูงค้างคาวหลายพันตัวบินชนกระจกจนแตกแล้วจึงบินเข้าไปยังห้องต่างๆเพื่อนค้นหาเป้าหมายในการล่าครั้งนี้ของพวกมัน    แต่ก็ต้องบินจนทั่วเมื่อไม่พบผู้ใดอยู่เลย              พวกมันบินไปยังห้องโถงใหญ่และกลายร่างเป็นร่างที่แท้จริงดังเดิม   นัยน์ตาที่แดงดังเลือดสอดส่องไปทั่วบริเวณแต่กลับไม่พบสิ่งมีชีวิตใดอาศัยอยู่  ในใจพรางคิดว่าคงมาผิดที่กระมั่ง    แต่เมื่อหันสายหันขวาอยู่นานก็ได้พบกับสิ่งมีชีวิตตนหนึ่ง   ที่ใส่สูทสีดำดูเรียบร้อยผมสีขาวที่หวีเป็นทรงอย่างเรียบง่าย    แหวนตาอันเล็กที่ตอนนี้บดบังสายตาอันเรียบเฉยไว้    รอยยิ้มที่ดูเป็นมิตรแต่กลับมีไอสังหารพุ่งออกมาทิ่มแทง    มือซ้ายที่ถือเคียวที่มีความคมอยู่ที่ใบมีดเคียวที่มีสีแดงฉานน่ากลัวจนผู้เห็นอยากวิ่งหนีแต่เมื่อรับภารกิจมาแล้วก็ต้องทำให้สำเร็จ              เมื่อคิดได้เช่นนั่นเหล่าปิศาจค้างคาวนินมารหลายพันตนก็วิ่งเข้าไปพร้อมกางนิ้วมือทั้งสิบออกเผยให้เห็นคมมีดยาวออกมา    ปิศาจค้างคาวนินมารตนหนึ่งวิ่งเข้าไปพร้อมใช้เล็บที่เป็นใบมีดแทงเข้าไปยังร่างชายชราผู้นั่น   แต่กลับต้องแปลกใจเมื่อจู่ๆร่างนั่นก็หายไป      เพียงเวลาไม่ถึงเสียววินาทีก่อนที่จะมีสติร่างของปิศาจค้างคาวนินมารตนนั่นก็ได้ขาดออกเป็นชิ้นๆ        เลือดที่ไหลอาบทั้งตัวของพ่อบ้านนั่นทำให้ปิศาจค้างคาวนินมารตนอื่นๆถึงกับชะงักไป     เมื่อรวบรวมสติได้อีกครั้งพวกมันก็วิ่งเข้าไปเพื่อหมายหวังว่าจะตัดร่างชายชรานั่นเป็นชิ้นๆให้จงได้         แต่กลับผิดขาดเมื่อก้าวเท้าเข้าไปในรัศมี2เมตรจากตัวชายชรา            ร่างของพวกมันก็ขาดครึ่งเสียงโหยหวนร้องระงมดังขึ้น      ชายชราถอดแว่นออกแล้วบรรจงใช้ผ้าเช็ดหน้าสีขาวเช็ดเลือดออก   มือซ้ายที่ยังถือเคียวที่เป็นอาวุธสังหารปิศาจค้างคาวนินมารหลายพันตัวอาบไปด้วยเลือด    เสียงโหยหวนด้วยความเจ็บปวดนั่นยังคงไม่หยุดเมื่อมีปิศาจค้างคาวนินมารผู้โง่เขลายังคงวิ่งเข้าไปหวังจะปริชีพชายชราตรงหน้าให้จงได้       แต่กับไม่เป็นผลเพราะเมื่อเพียงชายชรากวัดแกว่งเคียวเพียงสองสามครั้ง   ร่างของพวกมันก็ได้ขาดออกเป็นชิ้นๆเลือดที่สาดกระเด็นเต็มเฟอร์นิเจอร์นั่น   ทำให้ชายชราผู้เป็นพ่อบ้านที่ค่อยทำความสะอาดคิ้วผูกกันเป็นปมในทันที

พวกเจ้ารู้บ้างไหมว่าการที่โต๊ะไม้พวกที่เปื้อนเลือดชั่วๆแบบพวกเจ้าแล้วมันทำความสะอาดยากนะ ชายชราตะโกนด้วนความคับแค้นใจที่ตนต้องมาทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ดูเก่าแก่มาก   พร้อมใช้เคียวฟันไปยังร่างของปิศาจค้างคาวนินมารที่โชคร้ายตนหนึ่งเข้า  

 เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง...  

เศษซากของร่างปิศาจค้างคาวนินมารที่ไร้วิญญาณนอนกองกันเกลื่อนเต็มพื้นห้องโถงใหญ่     ร่างที่ขาดครึ่งบางร่างก็เละจนไม่สามารถบอกได้ว่าชิ้นส่วนนี้คืออวัยวะส่วนใด       ตรงกลางห้องมีชายชราในชุดสูทสีดำ  ที่ในตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีแดงเสียแล้ว   เลือดที่อาบท่วมตัวนั่นทำให้ใบหน้าที่แก่ชราคิ้วขมวดกันเป็นปมอีกครั้ง     

ชะ...ช่วย...ดะ...ปิศาจค้างคาวนินมารตนหนึ่งตัวท่อนร่างขาดครึ่งค่อยๆคลานมาจับที่ข้อเท้าของชายชรา        สายตาวิงวอนขอความช่วยเหลือถูกส่งเข้าไปในดวงตาที่อยู่ใต้แว่น      แต่ผู้ถูกขอให้ช่วยนั่นกลับซ้ำเติมด้วยการเหยียบมือที่เมื่อสักครู่ได้จับขอเท้าของเข้าไป      รอยยิ้มที่ดูเหมือนนักบุญผู้ใจดีผุดขึ้นที่ใบ  พร้อมคำพูดที่ขัดแย้งกันโดยสินเชิง

มือน่ะ....มันเปื้อนเลือดชั่วๆขนาดนั่นแล้วยังจะมาจับขาข้าอีกชีวิตเจ้าข้าจะช่วยส่งไปที่ๆควรอยู่เอง  เลือดที่ได้สาดกระเด็นไปทั่วอีกครั้งคราวนี้ดูเหมือนว่าชปิศาจในคราบนักบุญนั่นจะพอใจกับผลงานของตนมาก    เคียวที่ในตอนนี้ได้อาบเลือดอย่างสาสมใจหลังจากกระหายของเหลวสีแดงฉานนี้มาเป็นเวลากว่าสิบปี      ดูเหมือนว่าความคมของเคียวจะคมขึ้นเรื่อยๆเมื่อได้สูบเลือดของเหล่าปิศาจพวกนี้ไปแล้ว       แต่ผู้ครอบครองเคียวนั่นกลับยังไม่หยุดกระหายเลือด  

 

                     พวกเจ้าเข้าไปดูสิว่าพวกมันหายหัวไปไหน หัวหน้าปิศาจค้างคาวนินมารเอ่ยสั่งลูกน้องหลังจากที่ยืนค่อย เหยื่อ มานาน    ความรู้สึกแปลกประหลาดกับไอสังหารที่เหมือนว่าจะพุ่งเป้ามาทางตนทำให้รู้สึกเสียวสันหลังวูบ  

              ความรู้สึกนี้มันอะไรกัน....ไม่สิไม่ใช่เหมือนมันจะ....

      ความคิดของเขาหยุดลงเมื่อมีเคียวยาวจี้อยู่ที่คอ  ชายชราที่ตอนนี้ดูแหมือนยมทูตไม่มีผิด   สูทสีดำกับเคียวยาวนั่น    ไม่สิเขาคือยมทูตอย่างไม่ต้องสงสัย!     

จะ...เจ้าเป็นยมทูตแล้วมาข้องเกี่ยวอะไรกับงานของข้าเสียงของปิศาจค้างคาวนินมารที่ตอนนี้สั่นเพราะความกลัว   ความรู้สึกเย็นที่ลำคอเพราะถูกเคียวที่ตอนนี้เหมือนว่าอยากจะลองชิมรสเลือดของเขาเสียให้ได้นั่นน่ากลัวยิ่งกว่าสิ่งใดทั้งสินในตอนนี้

ใครส่งเจ้ามา  ชายชราเอ่ยถามเสียงนิ่ง

เจ้าเป็นยมทูตไม่ควรมายุ่งเกี่ยวกับทางโลกหรอกนะเสียงที่พยายามข่มไม่ไห้สั่น   รอยยิ้มที่พยายามยิ้มเหมือนเยาะเย้ยนั่นทำให้         ชายชราที่ในตอนแรกคิดว่าจะไว้ชีวิตปิศาจผู้โง่เขลาตนนี้ไว้เอาบุญเล่นนั่นเปลี่ยนความคิดในทันที

ผิดแล้วข้านะมันเป็นซาตานที่กระหายเลือดต่างหากล่ะ ชายชราพูดพร้อมใช้เคียวฟันไปยังลำคอของปิศาจค้างคาวนินมารผู้อวดดี 

อะ...อ้ากกกก!!!”เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น   ศรีษะที่ตอนนี้ได้หลุดออกจากบ่าโดยที่เจ้าของนั่นยังไม่ทันตั้งตัวเลยว่าจะตาย   แต่ก็ไหนๆแล้วอยู่ไปมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้น  ความคิดของชายชราคิดเช่นนั่นจึงสงเคราะห์ให้ไปโลกหน้าอย่างสบายๆโดยไม่คิดค่าผ่านทางไปยังนรกสักแดง    เขาใจดีมากเสียนี่กระไร    ความคิดเข้าข้างตัวเองที่มีความสุขกับการได้ทำบุญกับสัตว์ชั้นต่ำช่างเป็นความสุขที่นานๆครั้งหาได้จริงๆ      

   

                   เจ้า...!!”หลังจากที่เอลร่ากลับมาจากการออกไปข้างนอกเพื่อนหนีความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเมื่อกลางดึ   สิ่งที่เห็นตรงหน้าทำให้เส้นเลือดที่อยู่บนขมับกระตุกไม่หยุด    เมื่อภาพตรงหน้าคือซากศพของปิศาจนับพันนอนกองกันสูงเลยไปยันชั้นสองของคฤหาส   เลือดที่สาดกระจายเต็มไปหมดทั่วคฤหาสนั่นทำให้เธอเริ่มจินตนาการไปถึงฉากต่อสู้อันดุเดือดของชายที่แก่ชรามาก   เธอไม่เคยคิดเลยว่าพ่อบ้านที่ดูเงียบๆจะสร้างผลงานได้วุ่นวายขนาดนี้

องหญิงบอกเองนะขอรับว่า...ให้กระหม่อมทำตามใจชอบได้เลยพ่อบ้านที่ปกติจะดูเงียบๆขรึมๆในตอนนี้   สลัดคราบเก่าออกหมดเหลือเพียงใบหน้าที่ดูใสซื่อและไร้เดียงสา  

   ข้าแค่เล่นสนุกเท่านั่นเองนะขอรับ.....

เขาคิดแต่ก็ไม่สามารถพูดประโยคนั่นออกมาได้เมื่อเหลือบเห็นสายตาอันเย็นชาของเอลร่าผู้เป็นนายที่ตอนนี้    เหมือนจะสามารถสาปให้เขากลายไปเป็นสัตว์ใต้พิภพชั้นต่ำได้ทุกเมื่อถ้าเขาทำอะไรที่ขัดใจเธอไปเพียงอีกนิดเดียวเท่านั่น

ข้าบอกเจ้าเช่นนั่นก็จริง  แต่ไม่ใช่ให้มันถึงขนาดนี้แล้วเจ้าคิดสิว่าจะนำซากของไอ้พวกสวะนี้ไปไว้ที่ไหน!”เอลร่าซึ่งปกติจะจะไม่ค่อยสนใจอะไรมากนัก  แต่กลับคราวนี้เธอคิดได้เพียงอย่างเดียวว่า  ต้องฆ่า! อย่างเดียว  เพราะไม่ใช่เพียงซากศพพวกนี้ที่กองเต็มห้องโถงใหญ่  แต่หน้าคฤหาส กลับยังมีซากที่ไม่น่าดูนักอยู่เต็มไปหมด     สายตาที่เย็นชากลับกลายเป็นหงุดหงิดในทันทีที่คำแก้ตัวที่เหมือนเด็กๆของพ่อบ้าน

กระหม่อมเพียงแต่...อยากจะ...เล่นสนุกนะขอรับ  พ่อบ้านเอ่ยเสียงของเขาดูออมแอ่ม   เหมือนเด็กที่ทำความผิดแล้วกำลังถูกบังคับให้พูดความจริง    การกระทำที่ดูขัดกับอายุนั่นทำให้เอลร่าเริ่มหมดความอดทน  โดยที่พ่อบ้านผู้แก่ชราไม่รู้ตัว

พระอาทิตย์ขึ้นเอลร่ากล่าวขึ้นเรียบๆเสียงที่กลับมาดูเย็นชาอีกครั้งหนึ่งนั่นเหมือนกับเธอกำลังจะให้พ่อบ้านทำในสิ่งที่พ่อบ้านนั่นไม่คาดคิด

อะไรนะขอรับองหญิง ด้วยความสงสัยกับคำพูดสั้นๆของเอลร่าทำให้ชายชราทที่ตอนนี้เริ่มรู้สึกถึงภาระอันหนักอึ้งอีกครั้งหนึ่ง

ทำความสะอาดทั้งคฤหาสอย่าให้เหลือแม่แต่เส้นผม  เลือดสักหยดก็อย่าให้เหลือเอลร่าเอ่ยเสียงเยือกเย็นริมฝีปากงามที่กระตุกยิ้มน้อยๆแต่ดูเย็นยะเยือกในสายตาของพ่อบ้านในตอนนี้

อย่าบอกนะขอรับว่า....พ่อบ้านเอ่ยอย่างกลัวคำตอบที่เขากำลังคิดเอาไว้

ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นคำตอบนั่นทำให้พ่อบ้านถึงกับตัวแข็งทื่อ    เพียงคำพูดไม่กี่คำทำให้ชายที่ในตอนแรกสังหารปิศาจหลายพันตัวถึงกับขนลุก    คำสั่งที่เด็ดขาดจนทำให้เขารู้ว่ามันคงไม่ใช่การพูดเล่นเป็นแน่แท้นั่นยิ่งทวีคูณให้เขาจะลมจับ       สาวรับใช้สองคนซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นปิศาจรีบวิ่งเข้าไปพยุงร่างที่ตอนนี้เหมือนกับว่าวิญญาณจะออกจากร่างไปแล้ว

ไม่เป็นไรเจ้าค่ะเดี๋ยวพวกเราช่วยเองนะเจ้าค่ะสาวรับใช้คนหนึ่งเอ่ยขึ้น  ทำให้พ่อบ้านโล่งใจไปได้เปราะหนึ่งแต่แล้วเสียงใสๆของเอลร่าก็เข้ามากระทบกับโสตประสาทของเขาอีกครั้งจนครั้งนี้เขาถึงกับสลบไปจริงๆ

พวกเจ้าไม่ต้องให้พ่อบ้านผู้เก่งกาจจัดการคนเดียวพอ  ถ้าพวกเจ้าเข้าช่วยหัวของพวกเจ้าไปอยู่ในโหลดองแน่นอนเอลร่ากล่าวเสียงเรียบอีกครั้ง   สาวรับใช้สองคนหน้าซีดลงในทันทีเพราะเอลร่าไม่เคยพูดเล่นความเย็นชาที่มีมากกว่าความเมตตานั่นทำให้ตราชั่งแห่งความคิดของพวกสาวใช้รู้ได้เลนว่าถ้าพวกเธอยื่นมือเข้าช่วย  หัวของพวกเธอคงไม่ได้อยู่บนบ่าอีกแน่นอน

ขอโทษนะเจ้าค่ะท่านพ่อบ้านสาวใช้คนหนึ่งเข้าไปกระซิบเบาๆที่ข้างหูของพ่อบ้าน   ที่ซึ่งตอนนี้ไม่รับรู้อะไรแล้ว

เจ้าสวะฟื้นขึ้นมาทำความสะอาดซะไม่งั้น  ข้าจะถลกหนังเจ้ามาเช็ดพื้นแทนเอลร่าเอ่ย  แล้วหมุนตัวเดินขึ้นบันไดไปอย่างไม่สนใจว่าคนที่ถูกสั่งนั่นจะทำตามที่เธอสั่งได้สำเร็จหรือไม่  แต่รู้ได้เพียงอย่างเดียวว่าไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น   เขาต้องทำตามที่เธอสั่งให้สำเร็จลุล่วงทุกอย่าง

 

 

เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นเหนือขอบฟ้า....เอลร่าเดินลงมาจากบันได  สายตาที่ว่างเปล่าตวัดมองสาวรับใช้ที่ในตอนนี้ยืนก้มหน้าไม่ยอมสบตากับเธอ   แต่ถึงบรรยากาศในตอนนี้จะเหมือนโลกมนุษย์จะล่มสลายเธอก็ไม่ใส่ใจอยู่แล้ว  สิ่งที่เธออยากรู้ในตอนนี้คือ    พ่อบ้านผู้เก่งกาจแต่โง่เขลานั่นอยู่ไหน

พ่อบ้านหน้าโง่นั่นอยู่ไหนเอลร่าหันไปถามสาวใช้ที่ตอนนี้สะดุ้งตกใจ เหมือนกับว่าเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นเข้า   เอลร่ารู้สึกเหมือนว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติจึงถามเสียงเย็นอีกครั้ง

พ่อบ้านหน้าโง่นั่นอยู่ไหนแล้วพวกเจ้าเป็นอะไรกันไปหมดอย่ามาทำตัวขวางหูขวางตาข้า นัยต์ที่ดูเย็นชามองไปยังสาวใช้ที่ตอนนี้เริ่มมีเหงื่อผุดออกมาจากใบหน้า

คะ...คือท่านพ่อบ้าน....สาวใช้ตอบตะกุกตะกะ เธอก้มหน้าลงเรื่อยๆ 

จงตอบไม่งั้นตาย!”เอลล่ากล่าวเสียงเย็นอีกครั้ง  อนึ่งว่าถ้าครั้งนี้ไม่ตอบเจ้าคงไม่มีทางที่จะได้เห็นท้องฟ้าอันสดใสอีกแน่นอน

พ่อบ้านยังคงหลับอยู่เลยเจ้าค่ะ สาวใช้ตอบในทันทีที่เอลร่าขู่เอาไว้แต่แน่นอนถึงจะขู่แต่ถ้าเธอไม่ยอมตอบเอลร่าก็ยอมทำให้คำขู่นั่นเป็นจริงได้เสมอ

 เจ้าจิ้งจอกเฒ่าทีเมื่อวานแผลงฤทธิ์ซะจนคฤหาสเละเทะไปหมดทีตอนนี้กลับมานอนได้งั้นหรือ...

 

โปรดติดตามตอนต่อไป
 

 

 

32 ความคิดเห็น

  1. #31 วาริเอล (@sarah12345678) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 11:57
    ชอบพ่อบ้าน พ่อบ้านน่ารัก น่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #31
    0
  2. #16 ผักกาดขาว__^ ^ (@pukkad12345jub) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2553 / 17:20
     เอลล่า แอบโหด หุๆๆๆ ^o^
    #16
    0