♦ [ F*CK SET] I NEED YOU | ไม่สมควรได้รัก ♦

ตอนที่ 4 : #หลินควงโซ่ :EP : 03 Don'T ll 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 458
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    7 ก.ย. 61




รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง




“อื้ออ”  รู้สึกเหมือนมีอะไรหนักๆมาทับถมร่างกายของฉันจนตอนนี้มันแทบอึดอัดจะตายอยู่แล้ว อ่า อยากลืมตาชะมัดแต่ดันทำไม่ได้รู้เหมือนร้อนวูบวาบที่ดวงตาเหลือเกิน

“อยู่นิ่งๆ...” เสียงผู้ชายที่บ่งบอกว่าหงุดหงิดแค่ไหน แต่ฉันล็อคประตูห้องไว้แล้วหนิและฉันรู้ว่ากลอนประตูห้องมันล็อคแน่นหนาแค่ไหน

โซ่งั้นหรอ.....

เขาเข้ามาทางไหนปีนขึ้นมาทางหน้าต่างงั้นหรอหรือเอากุญแจห้องฉันไปปั้มมาแต่วิธีไหนมันก็ไม่ปลอดภัยสำหรับฉันหรอก...เพราะนะเขาน่ะเผด็จกาจเกินไป

ฉันค่อยลืมตาช้าๆก่อนจะก้มมองแขนหนาที่มีรอยสักรูปมังกรทั้งที่เมื่อก่อนไม่เห็นจะมีรอยสักเลยหรือที่เขาหายไปทั้งวันเพียงเพราะไปสักรอยสักที่แขนมางั้นหรอ..

พรึ่บ

ฉันพยายามจะแขนหนาที่กอดเอวฉันแน่นแต่มันคตรจะไม่เป็นผลเลยเพราะเขากอดรัดเอวฉันแน่นจนแทบหายใจไม่ออกอยากจะตบให้หน้าหันชะมัด

“ปล่อย!!!”  ฉันพูดเสียงดังก่อนจะแกะแขนที่เหนียวเหมือนหนวดปลาหมึกแต่มันไม่เป็นผลเลยสักนิดแถมเขายังนอนหน้าตาเฉยอีก

ไอ้ผู้ชายหน้าหนาเหมือนปูนซีเมนต์!!!!

เพียะ!!!

“โอ๊ยย ยัยหมาบ้าตีลงมาได้นี่แรงคนหรือแรงควายว่ะ!!”  เหอะอยากจะขำให้ฟังร่วงมากอดคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากคนนั่นแต่กลับด่าฉันเหมือนฉันไปฆ่าใครตายซะงั้น เหอะ!!

“ออกไปจากห้องฉัน!!”  ฉันพูดเสียงดังฟังชัดเผื่อเขาอาจจะหูตึงไม่ได้ยินในสิ่งที่ฉันกับเขาก็ได้เขาทั้งหน้าหนาแถมอาจจะมีหูตึงเพิ่มก็ได้ใครจะไปรู้

“หึ มีสิทธิมาไล่คนอย่างฉันออกจากห้องด้วยหรอ?”  นี้คิดว่าตัวเขาเองมีสิทธิพิเศษมาจากไหนบอกฉันทีสิว่ามีมากหรือน้อยกันล่ะ หื้ม?

“ก็สิทธิเจ้าของห้องไง..”  ฉันตอบยิ้มๆก่อนจะถีบลำตัวหนาที่ตัวเขาควายลงจากเตียงนอนไม่ยั้งแรง ฉันถือว่าผู้หญิงและผู้ชายมีสิทธิเท่าเทียมกันถ้าคิดว่าไม่  ฉันว่าคนนั่นๆต้องคิดใหม่แล้วนะสมัยนี้มันคือปัจจุบันแล้วผู้ชายและผู้หญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน

ไม่มีแบ่งชนชั้นหรือสถานะอะไรทั้งสิ้น...

“อ๋อ งั้นหรอ”  โซ่ตอบฉันพร้อมทำเสียงกวนประสาทใส่จนทำให้ฉันหงุดหงิดไปหมดนี้เขากวนตีนฉันหรอ
“โคตรกวนประสาทรู้ตัวบ้างมั้ย”  ฉันพูดจบและลุกขึ้นเดินไปหยิบผ้าขนลุกมาถือไว้ในมือก่อนจะเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อหยิบชุดนิสิตที่รัดไว้เรียบร้อยแล้วมาถือไว้ในมือและเดินเข้าห้องน้ำไป

โซ่ บรรยาย

Rrrrr

เสียงริงโทนที่ทำให้ผมเลิกจ้องประตูห้องน้ำที่หลินเข้าไปเมื่อกี้ก่อนจะหันไปมองสมาร์ทโฟนเครื่องสีดำเคสดำแดงที่ขึ้นเบอร์ใครสักคนและมันถูกพิมพ์ชื่อด้วย

โฬม
091-6655-xxx

ผมควดกดรับดีมั้ยหรือจะปล่อยมันดังและดับไปเองดี....แต่ผมมีความอยากเสือกในระดับนึงเพราะงั้น กดรับแม่ง

(ทำไมพึ่งรับสายคะ?)   เสียงผู้ชายที่ทำน้ำเสียงออดอ้อนจนทำให้ผมหงุดหงิดหน่อยแม่งอย่าให้เจอนะมึง กูเอาถึงตายแน่ๆ

“ก็เพิ่งตื่นไง” ผมตอบกลับปลลายสายด้วยน้ำเรียบเฉยมันไม่ได้ดูตื่นเต้นเลยสักนิดอยากจะรู้ว่ามันดูตกกใจมัยถ้ามีคนมารับสายหลินที่เป็นผู้ชายแต่ไม่ใช่ยัยนั่น

(หลินอยู่ไหน)  ปลายสายถามกลับด้วยน้ำเสียงกะวนกะวายมันคงตกใจที่มีผู้ชายที่ไหนไม่รู้มารับมือถือของเธอ

“อาบน้ำ” ถามแบบนี้ก็ตามตรงไปดิขี้เกียจไปกวนตีนมัน

โอ๊ะ รอคำถามแบบนี้มานานและแฮะจะให้ตอบว่าอะไรดีล่ะ เลือกยากจังเลยแฮะ

ขนาดที่ผมกำลังจะตอบกลับปลายสายประตูห้องน้ำถูกเปิดออกมาพร้อมกลับที่หลินใส่ชุดนิสิตอะไรเรียบร้อยแล้ว

“ทำบ้าอะไรโซ่” เธอถามผมก่อนจะวางผ้าขนหนูไว้กับโต๊ะและเดินมากระชากโทรศัพท์ออกไปจากมือผมก่อนจะก้มมองสักพักและคิ้วกระตุก

นี้ผมจะโดนด่าว่าไปยุ่งของส่วนตัวเธอปะเนี่ย

“ก็ทำอย่างที่เธอเห็นไง”  ผมตอบน้ำเสียงฟังชัดเน้นย้ำให้เธอได้ยินผมมาไม่รู้ว่าผลกระทบที่ตามหลังมาจะเกิดออะไรขึ้นในเมื่อเธออยากรู้ผมก็จะบอกให้รู้ไง

อยากถามตามตรงก็จะตอบตามตรงไง…ไม่เห็นจะยากเลย


“ของส่วนตัวฉันแต่นายมายุ่งได้ไง”  เธอถามผมพร้อมกอดอกและจ้องหน้าอย่างเอาเรื่อง...เธอเหมือนลูกแมวที่ขู่ให้คนอื่นเกรงกลัวแต่ผมกลับมองว่าเอ่อ......น่ารัก

“ก็มือถือมันมีสายโทรเข้าถ้าไม่กดรับสายคนโทรคงรอนานแย่”  ผมพูดจบพร้อมลุกจากพื้นกระเบื้องเย็นยะเยือก

“อ่อหรอ นี้ฉันควรขอบใจนายใช่ปะโซ่”  เธอพูดจบพร้อมย่อตัวและยกมือไหว้ผมราวกับนางสาวไทยนี้กำลังประชดประชันผมงี้หรอ?

“ตลกเนอะ”  ผมพูดจบก่อนจะลุกเดินออกจากห้องไปรอนอกตัวห้องรอไม่นานหรอกสักพักเธอก็เดินมาพร้อมถือเสื้อกันหนาวตัวบางและสะพายกระเป๋า Gucci รวยเหลือแม่คุ๊ณณณณอยากจะยืมเงินสักสี่ห้าพันเชียวแต่ที่ทำให้ผมติดใจและอยากจะกระชากชุดนี้ไปทิ้งลงถังขยะชะมัดใส่เข้าไปได้ไงว่ะ

เสื้อนิสิตที่รัดจนเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายไหนจะกระโปรงทรวงเอวที่สั้นจนจะเห็นอะไรต่อมิอะไรแล้วไหนจะผิวที่ขาวเนียนน่าจับนั่นอีก หงุดหงิดว่ะแม่ง!!

ปัง!!

ผมถีบประตูห้องข้างๆอย่างนึกโมโหก่อนจะเดินลงมาไม่สนใจผู้หญิงคนนั่นถ้าขืนยังอยู่นานกว่านี้อาจจะมีการปะทะกันก็ได้ใครจะไปรู้วะ

“ทำไมไม่รอ?” เหอะไม่อยากพูดว่ะหงุดหงิดลำคาญไปหมดขืนไปพูดใส่ก็คงไม่ใช่เรื่องดี ท่องไว้ไอ้โซ่มึงคือพี่ชายยัยนั่นมึงไม่ชอบเธอแต่เกลียดเธอเข้าไส้!!!

ท่องและจำให้ขึ้นใจมึงเกลียดยัยคนนี้!!

“…..” ผมไม่ตอบและจ้องหน้าเธอสักพักก่อนจะหันมามองพ่วงมาลัยและเสียบกุญรถพร้อมสตาร์ทรถออกทันที ผมรู้ทุกการกระทำของเธอในตอนนี้ว่าเธอมองผมอย่างสงสัยและคงคิดว่าผมไปดื่มอะไรผิดสำแดงหรือเปล่าทำไมถึงเป็นแบบนี้


“ทำไมถึงมาจอดรถร้านข้าวข้างทาง?”  เธอถามผมอย่างสงสัยที่จริงผมคิดถึงอาหารตามสั่งข้างมากกว่าแคนทีนในมหาลัยซะอีกมีข้อดีคือไม่ต้องยืนรอต่อแถวให้ปวดขาแถมที่นั่งก็ว่างจนไม่ต้องต่อแถวรอคิวเพื่องแย่งชิงโต๊ะเลยด้วยซ้ำ

“ลงไป...”  ผมบอกเธอด้วยคำพูดสั้นๆก่อนจะปลดสายรัดนิรภัยออกและดึงกุญแจมาถือไว้เปิดประตูลงรถและปิดเบาๆก่อนจะเดินเข้าไปในร้านซึ่งคนก็ไม่เยอะอย่างที่คิดจริงด้วย

ผมเดินไปนั่งรอในร้านสักพักก่อนจะนั่งสไลด์หน้าจอมือถือรอใครบางคนในรถที่ไม่ยอมลงมาสักทีจะดูสักหน่อยว่าจะทนอากาศร้อนๆในรถไปได้สักกี่น้ำกัน

“เอาสุกกี้ทะเลครับ”  ผมพูดจบแค่นั้นก่อนจะนั่งเคาะโต๊ะอย่างอารมณ์ดีผมเชื่ออีกไม่นานเธอคงจะลงมาจากรถแน่นอน ไม่เกินห้านาทีหรอก

4 นาทีต่อมา

ฟึ่บ

“ข้าวผัดค่ะ” ไม่ถึงห้านาทีเลยด้วยซ้ำเธอนั่งลงเก้าอี้อย่างหงุดหงิดและสั่งข้าวเรียบร้อยไปแล้วผมมองเธอก่อนนึกขบขันจะวางมาดทำเพื่อ?


“ลงมาทำไม?”  ผมถามหลินและจ้องหน้าเธอไหนบอกไม่อยากกินข้าวไงแล้วลงมาทำไมหรือว่าผมแกล้งเธอแรงไปวะ...แต่ก็ไม่หนิเพราะมันคือเรื่องปกติอยู่แล้ว

“ฉันอยากกินข้าว....ร้านนี้มันร้านของนายหรือไง หื้ม”  ยอกย้อนเก่งเหลือเกินนะ หึ ปากดีเข้าไปเถอะสักพักผมจะสั่งสอนให้หลาบจำซะให้เข็ดจะได้ไม่ต้องปากดี

“เปล่า...อยากกินก็กินสิไม่เห็นมีใครมาว่าเธอเลยหนิ”  ผมพูดจบก่อนจะรับชามสุกี้มาจากพนักงานขี้เกียจปรุงว่ะกินแม่งให้จบเลยเหอะ

“มีเรียนเช้าหรอ?” 

“อืม มีเรียนเช้า” ผมตอบแค่นั่นก่อนจะหยิบจับแก้วน้ำขึ้นมายกดื่มเธอมองหน้าผมอย่างเซ็งๆ เออมองไปเหอะเดี๋ยวเห็นบ่อยๆเธออาจจะหลงผมก็ได้ เชื่อดิ

“ถามคำตอบคำนี้กลัวดอกพิกุลร่วงหรือไง?”   ตอบคำถามสั้นก็ว่าตอบยาวก็ด่าจะเอาไงเนี่ยคนเรา เฮ้อ ปวดหัวเลยครับ

“กินข้าวไปเหอะ...เร็วๆด้วย”  ผมพูดจบก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงก่อนจะกดเข้าแอพไลน์ที่มีข้อความเข้าไม่ต่ำกว่าสิบข้อความ

“นั่งยิ้มเป็นจานดาวเทียมเลยนะ”  ผมกดออกจากแอพก่อนจะมองหน้าหลินที่ล้อเลียนผมก็คงเพราะผมคุยกับผู้หญิงอีกคนที่ทำให้ลืมทุกอย่างไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องของหลินที่ไม่เคยมีในหัวเลย

“ไปยังเดี๋ยวเข้าเรียนสาย”  ผมพูดจบก่อนจะวางเงินไว้ร้อยหนึ่งที่โต๊ะก่อนจะลุกออกจากร้านไปและไม่นานหลินก็วิ่งตามมาก่อนจะเดินอ้อมไปนั่งอีกฝั่ง

“รีบมากเลยไง?”  เธอถามผมพร้อมหายใจโรยรินคงรีบวิ่งมากเลยนะเนี่ยดูท่า

“เปล่านัดหญิงไว้”  ผมพูดจบก่อนจะสตาร์ทรถแล้วมุ่งหน้าสู่ทางไปมหาลัยทันทีพอดีนัดสาวสวยไว้เลยมาสายไม่ได้เนี่ยสิกลัวเธอจะงอนผมด้วย

จบบทบรรยาย โซ่

“หลินผู้ชายคนนั่นคือใครครับ?”  โฬมถามฉันพร้อมเดินมาสวมกอดเบาๆเขาไม่เขินหรืออายบ้างเลยหรือไงนะ

อ่อ ฉันลืมไปเขาเป็นลูกครึ่งเรื่องแบบนี้เขาจะอายทำไมล่ะจริงมั้ย

“เฮ้ยเบาๆเกรงใจหน้าพวกกูหน่อย”  จินพูดพร้อมส่ายหน้าเขาเป็นนักศึกษาคณะแพทย์หรือเรียกง่ายๆหมอหมานั่นแหละ
 
“ก็คิดถึงสุดที่รักหนิ...หรือมึงจะให้กูไปกอดจูบลูบคล้ำมึงแทนดีครับ?”  โฬมเลิกกอดฉันแล้วหันไปยิ้มมีเลศนัยให้จินและดูเขาทำหน้าสิอยากจะถ่ายแบล็กเมย์

“ลองดูดิมึงได้กินตีนกูเป็นอาหารแน่” จินพูดพร้อมสะบัดเท้าให้เห็นว่าพร้อมตีคนมากแค่ไหน

“เหอะๆกลัวตาย”  ฬมพูดพร้อมยักคิ้วให้จินและคิดว่าเขาคงแรงเท่ามดจริงๆก็ออกจะตัวบางขนาดนั้นเลยนี่น่าถ้าโดนจริงๆคงไม่กระเด็นหรอกเชื่อสิ

“วอนโดนดีจังนะมึงเนี่ย!!” จินพูดพร้อมถอนหายใจก่อนจะหันมาเขียนเลคเชอร์ต่อซึ่งฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจหลักการวิชาของเขาเท่าไหร่หรอก

“มาเลยครับพี่พร้อมโดน”  โฬมพูดจบพร้อมยื่นหน้าใบหล่อๆไปให้จินแต่ดูเขาคงจะเขินแน่เลยนะเนี่ยดูดิแก้มนี้แดงมากเลยนะ

“มึงแม่งโรคจิตปะเนี่ยถามจริง?”  จินกอดอกและจ้องเขม็งเขาคงขนลุกขนพองตามธรรมชาตินิสัยผู้ชายนั่นแหละเจอคนเล่นด้วยแบบนี้ก็ต้องมีอาการขนลุกบ้างล่ะ

“เออว่าพวกแกมีนัดไปไหนกันตอนเย็นมั้ย”  เคทถามพวกฉันก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่าพวกฉันไม่ได้มีธุระอะไรเลย

“เราไม่มีนะ”  เสียงจินเอ่ยเกริ่นบอกเคท
“เหมือนกัน” โฬมบอกก่อนจะหยิบจับสมาร์ทโฟนออกมาและไถดูอะไรบ้างอย่างและยิ้มออกมา
“ฉันเองก็ไม่มีนะ”  ฉันตอบเคทก่อนจะหยิบลิปสติกสีแดงออกมาทาริมฝีปากและส่องดูในกระจกก่อนจะพบว่าไม่มีรอยเลอะของลิปสติกและมันก็ไม่ได้เปื้อนด้วย

“งั้นเย็นนี้ไปเที่ยวห้างกันนะ” เฮ้อฉันขัดคำสั่งของเคทไม่ได้อยู่แล้วนี่น่าในเมื่อเธอคือเพื่อนรักของฉันอยู่แล้วก็เคทนิสัยดีมากๆเลยนี่น่า

“เฮ้อไปก็ได้”  จินตอบยิ้มๆก่อนจะเดินไปขยี้หัวเคทและเดินออกไปและดูเคทคงจะชอบให้คนมาลูบหัวเธอสินะ

“หน้าแกดูฟินๆนะเคท”  ฉันแซวเคทก่อนจะเริ่มหยิบจับมือถือมาดูโซเซียลบ้างว่ามีอะไรมาอัพเดตบ้างมั้ย

“โอ๊ยอะไรของแกเนี่ยจ้องแต่จะจับผิดฉันอยู่เรื่อยเลยอ่ะ”  ทำไมต้องมาพูดเหมือนเขินผู้ชายที่ชื่อจินด้วยเนี่ย หื้มฉันว่าชักจะยังไงอยู่นะเนี่ย 

“ก็ไม่รู้สินะ”

“ถ้าแกไม่ใช่เพื่อนฉันมีดักตบนะหลิน”  เคทพูดพร้อมโชว์ฝ่ามือให้ดูว่าเธอนั่นพร้อมกระทำฉันมากแค่ไหนขอทาได้มั้ยล่ะ แห๊มมม

“มาเลยไม่เคยกลัว”  ฉันพูดจบพร้อมยืนอกก็หน้าอกนั่นแหละเข้าไปใกล้ๆหน้าของเคทอย่างใกล้ชิดก็ฉันรู้ไงว่าทำยังไงให้ยัยเคทยอมแพ้ฉันแบบง่ายๆ

“ยัยเพื่อนบ้า”  ยัยเคทพูดด้วยความหงุดหงิดฉันบอกแล้วเนี่ยคือปมของเธอคือที่จริงฉันก็ไม่เคยล้อปมเธอหรอกแต่แบบมันอดใจไม่ไหวไง

“ถ้าฉันไม่บ้าคงไม่อยู่มาถึงทุกวันนี้หรอก”  ฉันยักไหล่ก่อนจะหยิบตลับแป้งพัฟหยิบพัฟฟองน้ำแตะลงที่หน้าเบาๆสองสามครั้ง

“สวยแล้วจ้า”  เอาที่สบายใจเลยอยากจะประชดเท่าไหนทำเลยไม่ห้ามแล้วจ้า

“ก็นะคนมันสวย”  ฉันพูดจบพร้อมสะบัดผมใส่เธออย่างเชิดๆแต่เธอกลับมองบนฉันอย่างน่ารำคาญ

“ทุกวันพี่โซ่จะมาส่งแกถึงคณะเลยไม่ใช่หรอแต่ทำไมวันนี้จอดรถแค่หน้าตึกคณะเอง?”  อยากจะบอกจริงๆว่าโซ่นัดผู้หญิงเอาไว้เขาไม่มาสนใจใยดีฉันหรอก.....ก็นะเขาออกจะเกลียดฉันด้วยซ้ำไป

“นัดสาวเอาไว้”

“ฮะ...”  เคทอุทานออกมางงงวยก็คงแปลกนั่นแหละทุกครั้งเธอมักจะเจอโซ่เดินมาส่งถึงคณะเลยไม่ใช่ส่งหน้าตึกคณะแล้วก็ขับรถออกไปทันที

“เรื่องจริงไม่โกหก”  ฉันพูดจบหยิบมือถือขึ้นมาดูข่าวสารต่างๆมีอะไรอัพเดทบ้างก็ก็ต้องมาสะดุดตาตัวเองเพราะมันมีข่าวโซ่ออกมา

นักศึกษาชาย ซ. แอบนัดนักศึกษาสาว พ. นัดแนะเจอกันที่ร้านข้าวสุดหรูความสัมพันธ์ได้เกิดขึ้นเป็นแค่เพื่อนหรือแฟนกันแน่ ?

เป็นการเกริ่นข่าวให้คนเข้ามาอ่านได้รู้สึกว่าคู่นี้น่าจะมีซัมติงกันแน่ๆ  แต่มีหรือเปล่าอันนี้ฉันไม่รู้จริงๆ นั่นเลยทำให้ฉันเลื่อนผ่านข่าวโซ่ออกไป   แม้ว่าจำนวนยอดไลด์ยอดแชร์และคอมเม้นท์จะเยอะแค่ไหน  มันก็ไม่ใช่เรื่องของฉันอยู่ดีอ่ะ

“เฮ้อเสียดายจังน่า~~”  ทำไมฉันรู้สึกว่าเคทตอบฉันเหมือนเสียดายโซ่จริงๆเอ๊ะฉันเริ่มแปลกใจกับนิสัยของเธอแล้วนะสรุปจะเอายังไงกันแน่

“แกจะเสียดายทำไมในเมื่อมีจินทั้งคน”  อ๋อเผื่อยัยเคทจะลืมไปว่าตัวเธอเองก็จินมาวนเวียนในชีวิตเหมือนกันจินขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ชายที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุขที่สุด  คงเพราะลุคของจินออกมาแนวอบอุ่นและดูจะเข้ากับพ่อแม่คนอื่นได้ง่ายๆด้วยซ้ำ  แถมเป็นผู้ชายโซฮอตมากๆถ้าไม่ติดว่านี่คือเพื่อนฉันจะจีบเขาแบบจริงจัง

“จินอ่ะฉันเอาแก้เครียดแต่โซ่เนี่ยฉันอยากได้จริงๆอยากจะครอบครองเขา”  ยัยเคทพูดด้วยสีหน้าเพ้อฝันสุดสิทธิ์ เหอะถ้าเห็นธาตุของโซ่เธอเองก็คงไม่อยากจะพูดว่าอยากได้เขามาครอบครองเป็นเจ้าของแล้วมั้ง

“เหอะถ้าแกรู้ธาตุแท้ของโซ่แกเองอาจจะไม่ชอบเขาเลยด้วยซ้ำ”  ฉันพูดจบพร้อมยิ้มตาหยีให้เธอแล้วรู้ยัยเคทจะไม่เข้าใจความหมายของคำพูดฉันแบบจริงจังซะด้วย

“อย่ามาพูดตลกๆน่าหลินนี่แกหวงพี่ชายแกหรือไง?”  ฮะ หวงเนี่ยนะมันไม่เคยมีในหัวฉันเลยด้วยซ้ำไอ้คำว่าหวงไม่มีเลยสักนิด

“ฮ่าฮ่า...นี้สมองแกคิดแต่เรื่องแบบนี้หรือไงเคทฉันก็แค่บอก กรายๆว่าโซ่ไม่ใช่คนแบบที่แกคิดแน่ๆ”  ฉันอยากจะหัวเราะดังๆเชียวคิดได้ไงว่าฉันจะไปหวงโซ่ทุกวันนี้เราอยู่คอนโดด้วยกันเพราะพ่อแม่สั่งถ้าไม่จับตาดูฉันกับโซ่ปานนี้คงได้ย้ายไปอยู่กันคนล่ะคอนโดแล้วด้วยซ้ำ

ไม่มีทางมาทนให้เหม็นขี้หน้ากันเลยด้วยซ้ำแต่ที่เห็นโซ่แอบลักเข้ามาห้องนอนฉันเขาแค่บอกว่าตอนนอนเคยนอนกอดแม่แล้วทำให้หลับสบายแต่ฉันสงสัยอยู่อย่างนึงคือนี่มันตรรกะบ้าอะไรของเขาฉันไม่ใช่แม่ของเขาสักหน่อยอยากจะบ้าตาย

“โอ๊ยแรงอ่ะ” ยัยเคทพูดเสียงดัดจริตซึ่งฉันมองการกระทำของเธอว่ามันกระแดะแต่ฉันไม่ถือหรอกก็เพื่อนกันนี่เนอะอยู่ด้วยกันจนรู้ไส้รู้พุงแล้วถ้าให้เลิกคบก็กลัวความลับจะแตก ว้าแย่จัง

“ฉันเคยพูดดีกับแกหรอกเคทคิดสิคิด”  ฉันพูดติดตลกและส่ายหน้าอย่างนึกตลกก็ฉันเป็นคนแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว   ไม่แปลกถ้าจะพูดแรงๆใส่บางคนก็คิดว่าฉันแค่แรงและไม่น่าคบ  แต่ฉันไม่แคร์เพราะพวกนั่นไม่ใช่พ่อแม่ฉันไม่ได้มาหาเสี้ยงสะหน่อยจะแคร์ทำไมจริงมั้ย

“ก็เคยนะ”  สงสัยตอนนั่นหัวสมองฉันคงกลับด้านแน่เลยเนี่ยดันไปพูดดีได้สะงั้น เฮ้อแปลกใจจังน่า

“สงสัยฉันคงเมาอากาศแน่เลยอ่ะ”  ฉันเอียงคอพร้อมพูดเสียงสองแบบอ้อนผู้ชายใครเห็นก็ต้องระทวยใช่ปะ

“ลำไยยะ”  ฉันสะบัดใส่ยัยเคทก็นะคนมันสวยก็ต้องทำใจหน่อยนะจ้ะ

“โอ้ขอบคุณที่ชมฉันนะเนี่ยว่าฉันลำไยรู้สึกดีใจสุดๆเลย”

“โอ๊ยฉันจะไปเผาบ้านแกยัยเพื่อนบ้า!!”

“กลัวตาย”  ฉันพูดพร้อมทำหน้าตายที่สุดในชีวิตเลยนะเนี่ย

“วันนี้แกลืมกินยาเขย่าขวดป่ะทำไมวันนี้กวนประสาทฉันเป็นพิเศษ” ฉันแค่อยากกวนประสาทยัยเคทก็แค่นั้นแหละมันไม่มีอะไรมากหรอก

“ก็แค่อยากกวนอ่ะ”  ฉันตอบไปตามความจริงแต่ยัยเคทถึงกับส่ายหน้าแล้วหันไปสไลด์โทรศัพท์ต่อเอาตามความจริงเลยนะฉันว่างอ่ะไม่มีอะไรทำไงเลยหาอะไรแก้เซ็งนิดหน่อย

“ว่าแต่แกจะไปเที่ยงห้างจริงป่ะ?”  ที่จริงวันนี้ฉันอยากไปผ่อนคลายที่คลับสักหน่อยแต่ฉันอยากได้เสื้อผ้าใหม่พอดีงั้นก็ไปห้างก่อนแล้วกันจะได้ไม่ยุ่งยากด้วย

“งั้นวันนี้ไปปลดปล่อยที่คลับกันต่อดีมั้ย?”  ฉันเสนอความคิดเห็นถามเธอและดูน่าจะเป็นข้อเสนอที่โคตรน่าสนใจสุดๆเลยล่ะมั้ง

“เอาสิฉันอยากหาทำอะไรแก้เซ็งสักหน่อย” เธอคงจะเครียดเรื่องที่บ้านด้วยใช่มั้ยเนี่ยไม่งั้นคงไม่ยอมตกลงมาเที่ยวคลับหรอก

“งั้นไปห้างกัน” ฉันลุกขึ้นและเธอลุกตามก่อนจะไปรถออดี้สีดำของฉันซึ่งนั่นก็เป็นเงินของพ่อเสี้ยงนั่นแหละที่ซื้อให้ฉันเอามาขับไปเรียนมหาลัยเพราะกลัวฉันจะลำบากด้วยล่ะมั้ง

ณ ห้างสรรพสินค้า
 
“คุณน้องคะ” ฉันหันไปตามเสียงเรียกก่อนจะพบว่าเป็นผู้ชายรูปร่างผอมแต่มีความผู้หญิงๆอยู่นะนางดึงแว่นออกก่อนจะยิ้มให้ฉัน

“เรียกทำไมเหรอคะ?”  ฉันถามนางเบาๆฉันพอจะเดาออกนะว่านางต้องการให้ฉันไปเป็นนักแสดงแต่พอดีฉันดันไม่สนใจสะเดียวสิ ถ้าเป็นนางแบบโมเดลค่อยว่าไปอย่างอันนี้ฉันพอจะสนใจอยู่เหมือนกัน

“สนใจมาเป็นนางแบบโมเดลมั้ยคะคุณน้อง?”  ฉันว่าแล้วไม่มีผิดแต่มันก็น่าสนใจอยู่นะหาเงินไปกินขนมดีกว่าช่วงนี้ต้องหาอะไรแก้เซ็งสักหน่อยไม่งั้นคงน่าเบื่อแย่เลยสิน่า

“ลองทำดูก็ไม่เสียหายนะแกว่ามั้ยเคท” ฉันถามเคและหยิบนามบัตรบริษัทโมเดลมากจากพี่มดนั่นก็คือชื่อเขานั้นเองแหละ

“อื้มลองทำดูสิ”  ฉันบอกแล้วอันไหนที่ว่าดียัยเคทก็เห็ด้วยกับฉันเหมือนกัน

“ถ้าสนใจติดต่อมาที่เบอร์นี้นะคะคุณน้องพี่จะรอรับสายจากคุณน้องนะคะ”  พี่มดพูดจบและเดินออกไปฉันพลิกนามบัตรไปมาและยัดใส่กระเป๋าสะพายก่อนจะเดินไปชั้นเสื้อผ้าที่ต้องไปเที่ยวในคืนนี้

-Varithorn-

“คุณลูกค้าสนใจตัวไหนเดินดูได้เลยนะคะ”  พนักงานไม่ได้เดินตามอย่างทีฉันคิดไว้แต่นางแค่มองห่างๆคงเพราะกลัวไปรบกวนการเลือกเสื้อผ้าของลูกค้านี่แหละ ดีแล้วฉันชอบพนักงานร้านนี้ที่สุด

“เหมากี่ชุดดีวันนี้มีแต่ตัวสวยๆทั้งนั่นเลยอ่ะแก”  ตายัยเคทนี่โคตรเป็นประกายเลยอ่ะนางคงตื่นเต้นด้วยล่ะมั้งก็ทุกทีมากับจินนางต้องรอแล้วรออีกคงเพราะจินเลือกเสื้อผ้านานด้วยล่ะมั้ง

“ขอดูตามความเหมาะสมก่อนแล้วกัน”  ที่จริงฉันอยากจะซื้อไปให้หมดจริงๆนะถ้าไม่ติดว่าวันนี้แค่ไปปลดปล่อยที่คลับเฉยๆอ่ะนะคงเหมาหมดร้านแน่ๆ
“งั้นขอแบบแซ่บๆได้ป่ะแกวันนี้ฉันอยากเห็นแกยั่วพวกผู้ชายอ่ะ”  น่าสนใจดีนะลองดูก็ไม่เห็นจะเสียหายเท่าไหร่เลยนี่น่า จริงมั้ย
 
“ฉันเลือกได้แล้วล่ะ”  ฉันหยิบชุดเดรสเปิดไหล่แต่ที่มันยั่วตรงไหนรู้มั้ยด้านหลังมันผ่าหลังจนเกือบจะเห็นก้นแก้มฉันเลยนะแต่ฉันไม่ถืออ่ะแต่เด็ดสุดคงเพราะชุดเดรสตัวนี้มันดันทรงหน้าอกจนเกือบจะทะลักเลยนะเนี่ยสงสัยคงต้องพาโฬมไปด้วยแล้วล่ะมั้ง

ฉันบอกได้คำเดียวเลยนะวันนี้ฉันต้องเด่นที่สุดในงาน....



_______________________
TAlK

มาอัพแล้วจ้าาา อ่านกันให้สนุกน้าา มาอัพดึกไปมั้ยอ่ะนี่ห่างหายไปนานมาก
สารภาพเลยช่วงนี้ติดงานจ้าเลยหาเวลามาอัพนิยายยากนิดหนึ่งบวกกับตัวไรท์เองต้องเร่งเขียนเซ็ตนิยายผีอีก 
เพราะนี้ก็ไม่ค่อยมีเวลามาอัพนิยายเลยต้องรีบมาให้อัพจบไวๆจะได้ต่อเรื่องอื่นแบบไม่ตกคาเนอะ 
อ่านเสร็จอย่าลืมคอมเม้นท์เป็นกำลังใจให้นักเขียนมีแรงอัพต่อไปเนาะ ^^
เล่นแฮชแท็กเหมือนเดิมคือ #หลินควงโซ่
#ใจไร้รัก 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #9 topknot (@topknot) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 00:59
    แซ่บเต็ม10อยากอ่านอีกเยอะๆ555
    #9
    1
    • #9-1 Charlotte Katherine (@poomloveryii) (จากตอนที่ 4)
      7 กันยายน 2561 / 07:46
      รีดต้องบอกให้หัวหน้าเพิ่มวันหยุดให้ไรท์ก่อนนะคะ แล้วจะมาอัพเพิ่มแน่นอนจ้า
      #9-1