♦ [ F*CK SET] I NEED YOU | ไม่สมควรได้รัก ♦

ตอนที่ 3 : #หลินควงโซ่ :EP : 02 Create Rule ll 100% อัพพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 520
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    31 มี.ค. 62


รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง





        “แล้วมึงจะกลับห้องเช่าหรือจะไปเรียนต่อ”  เอาจริงๆก็อยากไปเรียนต่อแต่ลืมไปว่าตัวเองดันไปขังยัยตัวดีไว้สงสัยคงต้องกลับห้องเช่าแล้วล่ะมั้ง


         “ว่าจะกลับไปพักสักหน่อยลาให้หน่อยนะ”  ผมบอกไอ้เดย์และตบไหล่มันเบาๆก่อนจะเดินออกมาจากซอยตึกเก่า     และเดินไปที่ลานจอดรถของนักศึกษาคณะวิศวะกลับพบไอ้กายจ้องผู้หญิงในรถอย่างไม่วางตา


                แม่งน่ารำคาญฉิบหายสวยก็ไม่สวยแต่ดันได้ใบหน้าเก๋ๆ    มาล่ะมั้งผู้ชายถึงได้ชอบแล้วดันมีหน้าอกอย่างกับแม่โคนมวัวอีก เหอะ


         “ส่องขนาดนั้นเข้าไปสิงเลยมั้ย?”  ผมถามไอ้กายพร้อมจ้องหน้ามันจนมันค่อยๆ  หันหน้ามองก็พบวาผมนั่นกอดอกและเอาลิ้นกระพุงแก้มไปแล้ว


         “เฮ้ยใจเย็นดิ...”  มันพูดพร้อมหัวเราะชอบใจแต่ผมไม่ชอบวะและมันคงรู้ตัวถึงได้ก้าวถอยหลังนั่นเลยทำให้ผมเปิดประตูรถ     และเข้าไปนั่งในรถก่อนจะปิดกลับเหมือนเดิมก่อนจะจับสายคาดนิรภัยมาสวมใส่      และบิดกุญแจพร้อมสตาร์ทเรื่องก่อนจะขับเคลื่อนออกจากลานจอดรถของคณะช้าๆ


          “คนนั่นเขาคือใครเหรอโซ่...”   หลินถามผมอย่างสงัสยนี้จำเป็นต้องบอกเธอมั้ยว่าไอ้กายนี้โคตรไม่น่า     เข้าใกล้มันมีแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้วแต่ดันอยากทำให้ผู้หญิงของมันหึงนี้ก็เลย     ไม่ใช่เธอเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับมันเพราะแฟนมันน่ะผู้หญิง    ที่เข้าใกล้มันอยู่ได้ไม่เกินสองวันหรอกกลับมมามีแต่สภาพเละโครๆ


                   นี้เลยเป็นอีกสาเหตุนึงที่ผมไม่อยากให้หลินรู้จักกับไอ้กายนักกันไว้ดีก่อนแกเดี๋ยวถ้าเจอปัญหาขึ้นมาจริงๆมันจะลำบากที่ตัวเธอเองไง


            “เพื่อนในคณะแต่ไม่ได้สนิทกัน..”  เป็นการตอบที่คิดดีที่แล้วถ้าเธอยังมีความไปสืบหาประวัติของคนนั่นคนนี้ตัวผมเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไงแล้วเหมือนกัน


           “ว่าแต่เขาชื่ออะไรเหรอ?”  ขนาดไม่ชื่อเล่นก็ยังมีความจะตามที่ผมไม่อยากให้หลินเข้าไปยุ่งเพราะมันน่ะเสือผู้หญิงไงแล้วแฟนมันก็โคตรดุเลยไง


          “ชื่อกาย...มีแฟนแล้ว”  ผมตอบเธอสั้นๆและหันไปมองถนนหนทางรู้สึกไม่อยากกลับบ้านเลยแฮะ      สุดท้ายเลยเปลี่ยนเส้นทางไปถนนเส้นสายหัวหินแต่หลินกลับมองด้วยความแปลกใจและไม่ได้ถามอะไรต่อ


สองชั่วโมงต่อมา


                    ตอนนี้ผมน่าอยู่โรงแรมที่ไหนของหัวหินสักทีล่ะมั้งและก็อยู่ในห้องของโรงแรมที่มีราคาแพงพอตัวในตัวห้องนี้มีอยู่สองห้องและสองห้องน้ำซึ่งรวมไปในตัวเลย


                 “ทำไมนายถึงไม่พาฉันกลับบ้านล่ะโซ่”  ถามเยอะจนน่ารำคาญเธอไม่เคยหงุดหงิดหรือรำคาญสิ่งที่เธอพูดเองเลยหรือไงพูด    ปากเปียกปากแฉะอยู่นั่นน่ารำคาญเป็นที่สุด


                  “ฉันยังไม่เคลียร์ปัญหากับเธอเลยนะหลิน..”  ผมกอดอกและลุกขึ้นก่อนที่เธอจะรู้ตัวถึงได้ไปนั่งลงกับเก้าอี้และก้มหน้ามองมือที่เขี้ยกันไปมาสงสัยคงรู้ตัวแล้วสิ


                   “เคลียร์เรื่องอะไรกันฉันไม่เห็นจะมีเรื่องต้องมาเคลียร์กับนายเลยสักนิด”  ยังจะกล้าต่อปากต่อคำอีกทั้งที่มีความผิด    อยู่แล้วแต่ยังไม่รู้ตัวหรือไงหรือต้องให้ผมออกกฏเพื่อให้เธอรู้ตัวสักที


                      ในเมื่อเธอเป็นคนทำให้เรื่องมันเกิดงั้นผมก็ควรตั้งกฏกับน้องสาวนอกคอก  อย่างเธอสินะ  เธอจะได้รู้ตัวซะทีว่าไม่ควรไปทำแบบนี้กับใครอีกเพราะมันจะสร้างความลำบากใจให้ตัวผมเอง


                    “งั้นพี่ชายขอตั้งกฏสำหรับคุณน้องสาวนะครับ”  พอพูดจบเธอก็ดูมีท่าทีสงสัยกับกฏที่ผมกำลังจะพูดขึ้นอยู่นั่นไม่มีการขัดเหมือนทุกที


              “อะไรนะ...”  


            “ตามนั่น”  ผมไม่ได้สนว่าเธอจะคิดอย่างไงแต่นี้คือการตั้งกฏสำหรับผมและถ้ามันไม่สามารถทำให้เธอเชื่อฟังได้คงต้องคิดใหม่ให้มากขึ้น


                     เพราะเธอมันดื้อรั้งเกินไปไง....


            “อะไรของนายว่ะโซ่?”  เธอถามอย่างข้องใจและสงสัยจะไม่พูดซ้ำเพราะขี้เกียจจะพูดแล้วไงจะไม่มีการย้ำเพื่อเตือนสติ    เพราะถือว่าผมพูดไปแล้วครั้งเดียวก็ถือว่ามันคือการพูดครั้งเดียวเป็นอันจบ


            “กฏข้อแรกเธอต้องเชื่อฟังฉันไม่ว่าจะอะไรก็ตาม”


            “กฏข้อสอง....ห้ามไปยุ่งกับหมาตัวไหนไม่ว่าจะคนใกล้ชิดก็ห้าม!!”


           “เฮ้ยมันไม่แฟร์เลยนะเว้ยนี่มันสิทธิของฉันนายไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง”   เหอะอยากจะหัวเราะให้ฟังร่วงจริงๆ   อยากจะบอกใจจะขาด   ว่าแม่ของเธอนั่นแหละเป็นคนฝากให้ผมดูแลและ    ผมก็เป็นผู้ปกครองของเธอเต็มตัวอยู่แล้ว    ไม่รู้ตัวหรือแกล้งเสแสร้งทำเป็นไม่รู้วะ


         “สิทธิของเธอแต่ฉันเป็นพี่และเธอก็เป็นแค่น้องสาวจำใส่หัวไว้”  ผมพูดจบและกำลังจะเดินเข้าห้องน้ำเพื่อเตรียมตัวไปข้างนอกแต่ก็ต้องหยุดชะงักเพราะ


        “น้องสาว....น้องสาวบ้าบออะไรทำไมต้องทำตามกฏ?”   สรุปจะผมเลิกตั้งกฏพวกนี้เพราะแค่เธอไม่ทำตามเหรอแม่งไม่มีทางวะ


        “…..”  ผมเงียบเพื่อรอเธอพูดต่อและดูว่าเธอเหมือนจะสะใจที่ผมไม่โต้กลับเลยพูดต่อในทำนองตลกกับความคิดบ้าๆนี้


       “มันไม่มีพี่ชายคนไหนเป็นคนสร้างกฏบ้าๆนี้ขึ้นมาหรอกนะ”  ก็ผมนี้แหละคนแรกที่ตั้งกฏพวกนี้ให้เธอรู้ว่าอย่าทำเพราะเธออาจจะไม่สิทธิได้พูดอีก


        “…….”


        “ถ้านายอยากเล่นเกมฉันก็จัดให้ (:”   เกมนี้สมองเธอมันเพี้ยนจนขนาดนี้เลยหรือไงใครบอกว่าจะเล่นเกมว่ะแค่ตั้งกฏไม่ได้จะเล่นเกม


        “ไม่เล่น”  ผมปฏิเสธและเดินเข้าห้องน้ำไม่อยากฟังข้อเสนอบ้าๆของเธอมันโคตรน่าคาญเลยไง


              และก็ธุระสำคัญข้างนอกอยู่ด้วยเลยไม่อยากเสียเวลาเท่าไหร่นัก


จบบทบรรยาย โซ่


11 :: 45 PM


                 ตอนนี้เวลาห้ามทุ่มครึ่งฉันนั่งในห้องและเดินวนไปมาอยากจะเสนอเกมที่น่าสนใจให้โซ่รู้แต่ดูเขาจะไม่แคร์เท่าไหร่นักฉันจะทำอย่างไงดีนะ 


Rrrrr


               อ่า ใครโทรมาตอนนี้กันนี้มันก็ดึกมากๆพอที่โซ่ออกจากห้องไปได้เป็นสองชั่วโมงเศษๆแล้วแต่ทำไม    ถึงมีคนโทรมาหาฉันดึกดื่นขนาดนี้กันนะ  ฉันเดินไปหยิบโทรศัพท์ด้วยความสงสัยก่อนจะพบว่าเป็นเบอร์ของแม่นั่นเอง


           [ทำไมพึ่งรับ?]   


          “ขอโทษค่ะ”  ฉันไม่ชอบที่แม่กดฉันให้ต่ำลงเลยสักนิดเหมือนฉัน  เป็นแค่ทาสของแม่สั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำถ้าไม่ทำแม่คงเกลียดขี้หน้าฉันแย่


         [เธอกับพ่อนี้นิสัยเหมือนกันไม่มีผิดทำอะไรนิดหน่อยเอะอะก็ขอโทษ]  ใช่ข้อนึงที่ฉันเหมือนพ่อมากที่สุดทำอะไรไม่ดีหรือไม่ถูกใจ    ฉันชอบเป็นคนขอโทษตลอดไม่ว่าจะผิดหรือไม่ผิดคงเพราะติดเป็นนิสัยจนแก้ไม่หายแล้วล่ะมั้ง


          “หลินคงเหมือนพ่อ” ฉันตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบและแค่กหัวเราะนึกสมเพชตัวเองฉันอยากจะเย็นชาให้ถึงที่สุด    เหมือนแม่แต่ฉันทำไม่ได้เลยไม่มีเศษเสี้ยวส่วนไหนที่ฉันเหมือนแม่เลยสักนิดและไม่มีเลย


           [ใช่เธอน่ะเหมือนพ่อทุกอย่าง!!]  แม่เกลียดพ่อเกลียดทุกอย่างที่เป็นพ่อเพียงเพราะพ่อไม่เอาไหนและไม่ได้มีฐานะร่ำรวย     เหมือนแม่ที่มีตระกูลใหญ่คอยหนุนเป็นหน้าเป็นตาให้แต่พ่อเป็นเพียงคนธรรมดาหาเช้ากินค่ำนั่น       คือพ่อฉันเองแต่หลังจากที่พ่อติดพนันและเป็นหนี้สินมากมายฉันถึงได้เลือกความสบายนั่นก็คือแม่


                 แต่ทุกวันนี้ฉันก็ยังส่งเงินให้เจ้าหนี้ของพ่อทุกครั้งที่มีโอกาสถ้าดีหน่อยก็อาจจะส่งจดหมายไปหาพ่อถามไถ่ถึงชีวิตของพ่อ      แต่ดีขึ้นมาหน่อยหนี้สินของพ่อก็ลดไปตามกาลเวลาเพราะมีฉันที่คอยส่งเงินไปให้เจ้าหนี้ทุกเดือนจน      ตอนนี้พ่อเองก็เริ่มมีชีวิตที่ดีขึ้นพ่อเริ่มทำงานอีกครั้งจนตอนนี้ก็ดีกว่าเมื่อก่อนขึ้นยังและผู้หญิงใจร้ายอย่างแม่ก็ไม่มีวันรู้ว่าฉันทำแบบนี้บ่อยครั้ง


          “หลิน...”  ฉันไม่สามารถเถียงผู้หญิงคนนี้ได้ชนะเลยไม่มีสักครั้งและ   ฉันเองก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเพราะฉันนิสัยเหมือนพ่อไงไม่ใช่คนเจ้าเล่ห์เหมือนแม่     ฉันคงมีส่วนเดียวที่เหมือนแม่นั่นก็คือหน้าตาของฉัน


          [ฉันได้ข่าวว่าโซ่พาเธอไปเที่ยวหนิ?]  แม่ถามฉันรู้คงเพราะแม่มีสายอยู่ทุกที่ถ้าไม่รู้นั่นคงไม่ใช่แม่ฉันผู้หญิงร้ายกาจ    และโลภมากอยากได้ทุกอย่างมาครอบครองไม่เว้นแม้กระทั่งบริษัทของพ่อโซ่ที่แม่ฉันเองก็เล็งไว้แล้วเหมือนกัน


         “เปล่าค่ะหลินโดนลากมา..”  ก็ฉันแค่โดนจับยัดใส่รถมารู้ตัวอีกทีก็อยู่หัวหินแล้วฉันไม่รู้ว่าทำไมตัวฉัน     เองถึงไม่กลับบ้านทั้งทีก็มีโอกาสมากมายแต่ฉันกลับเลือกไม่ทำแต่เลือกจะอยู่ที่นี้แทน


           [ถ้าจะให้ดีจับผู้ชายคนนั่นซะ!!] ฮะ อะไรนะนี้มันเรื่องบ้าอะไรแล้วทำไมฉันต้องจับโซ่ด้วยทั้งที่เขาจะเป็นพี่ชายอยู่แล้วนี้แม่คิดจะทำอะไรกันแน่


           “แต่หลินไม่..”  ฉันยังพูดไม่ทันจบแม่กลับวางสายไปดื้อๆเหอะคงเห็นฉันเป็นเครื่องมือสินะอยากได้อะไรก็แค่สั่งอยากทำอะไรก็แค่สั่งฉันและก็สั่งฉันเหอะ

                   อยากเรียนจบไวๆฉันจะหนีแม่ไปให้ไกลไปในที่แม่หาฉันไม่เจอฉันเบื่อ   ฉันไม่ไหวกับแม่แล้วที่ต้องมาคอยฟังคำสั่งของแม่ทุกครั้ง    ฉันควรหนีไปอยู่กับญาติที่ต่างประเทศนั่นคงทำให้แม่ฉันไม่รู้เรื่องได้สักพักแต่ก็คงไม่นาน..


                    แต่ว่าตอนนี้โซ่ยังไม่กลับเลยเขาออกไปตั้งแต่สองทุ่มจนตอนนี้จะเที่ยงคืนกว่าแล้วก็ไม่มีท่าทีว่าเขาจะกลับเข้ามาในโรงแรมไม่มีเลยซักนิด


                     ฉันควรจะออกไปตามหาเขาดีมั้ยเพื่อเขาไปเมาหัวน้ำราที่ไหนอาจจะนอนเมาที่ไหนสักทีฉันควรทำไงดี     หรือจะโทรหาเบอร์เพื่อนเขามีใครบ้างนะแต่เขาก็ไม่บอก    จะนัดเพื่อนมากินหนิแล้วฉันจะรู้มั้ยเนี่ยว่าเขาไปไหนกันแน่


                     โอ๊ยไม่รู้ด้วยแล้ว


7 :: 00 AM



                     แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องวอลเปเปอร์สีดำและกลิ่นไอของสายลมตอนเช้าที่    ปลุกร่างบางให้ตื่นขึ้นมารับอากาศที่สดชื่นขนาดที่เธอกำลังจะ    ลุกขึ้นกลับโดนแขนแกร่งกอดเอวบางจนต้องทำให้เธอพลิกตัวช้าๆ     ก่อนจะพบว่าเป็นพี่ชายของเธอ ‘โซ่’ ผู้ชายนิสัยร้ายๆแถมยังปากหมานั่นคือเขาแถมใน    เวลาหลับนั่นเขากลับดูน่ารักมากที่สุดเธอค่อยๆเขยิบเข้าไปใกล้เขาและเอามือมาแตะ    ที่แก้มของเขาอย่างเบามือก่อนจะเลื่อนเอาแขนแกร่งของโซ่ออกจากเอวและลุกออกจากเตียงไปอย่างเชื่องช้า


                       ที่เธอไม่กรีดร้องไม่แหกปากโวยวายคงเพราะทำไปก็เท่านั้นอย่างไงเขาก็ไม่ตื่นหรอก

              “อ่าจะทำอะไรกินดีนะงั้นไปซื้อของจากตลาดแล้วกัน”   ฉันเดินไปหยิบหระเป๋าเงินของโซ่ก่อนจะเดินออก       มาจากห้องนอนและมุ่งหน้าไปตลาดสดสงสัยต้องอาศัยพนักงานของโรงแรมแล้วล่ะมั้งเนี่ย


                        ฉันใช้เวลาซื้อของจากตลาดสดเป็นเวลาสองชั่วโมงเลือกของนู่นนี้นั่นมาก่อนจะเดินจ่ายเงิน       เป็นว่าเล่นก็มันไม่ใช่เงินฉันและก็ไม่จำเป็นต้องประหยัดเพราะ      เขาน่ะไปกินเหล้ามาแน่ๆเพราะงั้นควรทำให้อะไรร้อนๆแก้อาการแฮงค์น่าจะได้นะ


                “ทำอะไรกินทำไมกลิ่นหอมเชียว”  ฉันหันไปมองก่อนจะพบว่าเป็นโซ่ที่เดินขยี้ผมออกมาจากห้องนอน    เขาดูเป็นคนขี้เซาดีนะแต่ถ้าตื่นเต็มที่เขาโคตรจะเผด็จการเลย


                “ทำข้าวต้ม..” ฉันพูดจบก่อนที่เขาจะพยักหน้าเข้าใจแล้วเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำนั่นเลย     ทำให้ฉันสนใจหม้อข้าวต้มต่อไปที่จริงวันนี้ฉันมีเรียนตอนบ่ายแต่ไม่รู้จะกลับทันมั้ย


               “เสร็จยัง?”  เขาเดินกลับเข้ามาที่ห้องครัวและสวมใส่เสื้อผ้านิสิตเรียบร้อยแล้วสงสัยคงมีเรียน     ตอนเที่ยงงั้นฉันก็ควรไปด้วยสินะดีหน่อยตรงที่ฉันส่งเสื้อผ้านิสิตที่   ใส่เมื่อคืนส่งซักให้แม่บ้านแล้วแต่ดีหน่อย     ที่แม่บ้านมาส่งทันเวลาพอดีนั่นเลยทำให้ฉันเดินเขาไปในห้องนอนพร้อมหยิบผ้าเช็ดตัวและเสื้อผ้านิสิต     และมีซับในซ้อนทับก่อนจะเดินออกจากห้องนอนก็พบว่าโซ่นั่นกำลังนั่งตักข้าวต้มเข้าปากอย่างเชื่องช้า


               “อย่างชักช้าฉันมีเรียนตอนเที่ยง”  อ่าจริงอย่างที่ฉันคิดจริงด้วยสินะฉันไม่เคยคิดพลาดหรอกฉันเดินเข้าห้องห้องน้ำและปิดประตูห้องน้ำเบาๆ



@Sophia University (su) 


-คณะนิเทศศาสตร์-


         “วันนี้ไปเอารถที่คณะฉัน...”  ฉันพยักหน้าเข้าใจก่อนจะปลดสายคาดนิรภัยแล้วลงจากรถไปก่อนจะปิด      ประตูรถเบาๆแล้วเดินเข้าตึกคณะนิเทศก่อนจะพบเพื่อนสาวสองคนแต่อีกคนฉันไม่รู้จัก    จริงๆนะไม่คุ้นหน้าเลยสักนิดและไม่มีแววว่าจะคุ้นเลย...เธอคือใครกันนะ?



                “อ้าวหลินมาแล้วเหรอ..” ขนาดที่ฉันกำลังเดินเข้าไปหาพวกเธอก็พบว่าเคทเรียกฉันพอดี  นั่นเลยทำให้ผู้หญิงอีกคนรู้สึกตัวล่ะมั้งถึงได้เงยหน้ามองฉัน


                  ฉันไม่คุ้นหน้าเธอเลยสักนิดส่วนไหนก็ไม่คุ้นเลยหรือเป็นเด็กคณะอื่นกันนะ   แต่ฉันก็ไม่ได้เอ่ยถามเพื่อนตัวเองและเดินไปนั่งข้างยัยเคทก่อนจะวางกระเป๋าลงและหยิบโทรศัพท์ออกมา


                “เธอชื่อหลินใช่มั้ย”  ฉันละสายตาจากโทรศัพท์ก่อนจะหันไปมองคนถามชื่อฉัน  ฉันรู้สึกไม่ถูกชะตากับผู้หญิงคนนี้เลยแฮะทำไมมันรู้สึกไม่ดีเลย


                “อื้ม”  ฉันตอบเธอเบาๆก่อนจะกดพิมพ์แชทกับใครสักคน  ที่พอจะทำให้ฉันเล่าเรื่องบางอย่างได้แต่ก็นะไม่รู้จะเล่าอะไรดีด้วยเนี่ยสิ


               “ว่าแต่หลินมากับใครเหรอเมื่อเช้า?”  ผู้หญิงคนนั่นถามฉันด้วยความสงสัยแต่ฉันมองว่าเธอแม่งเหมือนคนอยากสอดรู้สอดเห็นเรื่องของฉันโคตรๆ


               “เค้กเธอถามอะไรออกไปน่ะ!!” เคทเรียกชื่อผู้หญิงคนนั่นก่อนจะห้ามไม่ให้พูดอะไรออกมาแต่ฉันเห็นนะว่าแม่คนนี้อยากรู้แค่ไหน  ในเมื่ออยากรู้ฉันก็พร้อมจะทำให้รู้ไง


              “ฉันมากับโซ่พอใจหรือยังแม่คนสอดรู้สอดเห็น (:”  ฉันตอบให้เธอหายข้องใจพร้อมยิ้มหวานราวกับยาพิษชั้นดีเมื่อเธอเห็นฉันตอบแบบนั่นจึงหน้าเสียในที่สุด


              “หลินมีคนมาหาแกน่ะ..”  เนิร์สบอกฉันก่อนที่ฉันจะลุกออกโต๊ะและเดินไปหาผู้ชายคนนั่นอย่างเชื่องช้าเขายิ้มให้ฉันและฉันก็พร้อมยิ้มกลับคืนให้เหมือนเดิม


            “ฉันให้นายไปรับตั้งแต่วันหัวหินแล้วนะ  ทำไมพึ่งโผล่หัวมาให้ฉันเห็นเนี่ยตาบ้า”   ฉันพูดกับเขาอย่างหงุดหงิด  ก่อนที่จะเดินนำเข้าไปในร้านกาแฟ  ของมหาลัยก่อนที่ฉันจะเดินเข้าไปในร้าน   และหามุมที่นั่งดีๆสักที่เพื่อคุยกับเขา


          “หลินจะสั่งอะไรเดี๋ยวเราเลี้ยงเอง”  อยากเลี้ยงเพราะเขาติดธุระสินะเลยไม่อยากทำให้ฉันงอน  งั้นเหรอเหอะฉันจะไปงอนเขาทำไม   ในเมื่อเขาก็คือเพื่อนคนนึงและฉันก็ไม่ได้คิดเกินเลย


            “อยากเลี้ยงอะไรก็เลี้ยงเลยฉันขี้เกียจเลือกแล้ว”  ฉันพูดจบและยิ้มให้เขาก่อนจะหันมาสนใจโทรศัพท์  ต่อที่มีใครบางคนทัก  ฉันเข้ามาในแอปไลน์ซึ่งไม่บอกทั้งชื่อและไอดีเลย


              ฉันชักจะกลัวแล้วนะมีข้อความนึงของมันที่ส่อให้ฉันกลัวจับใจ


              @ :: ฉันเห็นเธอทุกการกระทำอย่าคิดจะหนีพ้นผู้หญิงของฉัน


               ฮะ เจ้าสาวนี้มันคือใครกันแน่ทำไมถึงได้ตอบแบบนี้ออกมา  ฉันต้องหาให้เจอคนแบบนี้ฉันจะไม่ปล่อยให้มีชีวิตรอดหรอกจะจับมันทั้งเป็น


                แต่ดูเหมือนมันคงจะสะใจและยังส่งข้อความมาหาฉันเรื่อยๆ  จนตอนนี้ฉันต้องกดออกจากแอปไลน์ทั้งทีและ  ปิดหน้าจอก่อนจะหันไปมองเขาที่ถือกาแฟมาให้ฉันแล้ว


                  “อันนี้เอสเพรสโซ่ของหลิน”  เขายื่นแก้วกาแฟเวกเตอร์ให้ฉันก่อนที่ฉันจะ  รับมาถือไว้ในมือและวางแก้วลงกับโต๊ะเบาๆก่อนจะคุยกับผู้ชายคนนั่นต่อ


                 “เรื่องไปถึงไหนแล้วเจ?”  ฉันถามเจพร้อมจ้องสายตาเขาที่คาดเดาไม่ออกเลยสักนิดเจคือผู้ชายที่เก่งทุกอย่าง   และสืบหาประวัติคนนั่นที่ฉันต้องการได้เร็วที่สุดและ   เขาก็ยังคิดตัวเขาเองนั่นสามารถควบคุมฉันได้แต่เปล่าได้ฉันแค่หลอกใช้เขาเท่านั้น


                “ยังไม่ค่อยคืบหน้าเท่าไรเลย”  อ่าฉันอยากจะบ้าตายจริงๆทำไมมัน  ยังไม่คืบหน้าเลยนะทั้งที่ให้ตามสืบเรื่องนี้นานมากเลยนะ


                “เจฉันต้องการภายในอาทิตย์นี้ช่วยทีนะ”  ฉันพูดจบและดึงมือฉันเจมาจับไว้  และมองหน้าเขาเพื่อให้รู้ว่าฉันต้องการประวัติผู้ชายคนนั่นจริงๆ


                “เจจะพยายามนะหลิน”  ขนาดที่ฉันกำลังจะดึงมือออกเจกลับกอบกุ้มมือไว้  นั่นเลยทำฉันให้ยิ้มให้ยิ้มนิดๆก่อนจะค่อยแกะมือตัวเองออกอย่างเชื่องช้า


              “ขอบใจมากนะเจ”  ฉันรีบลุกจากเก้าอี้ก่อนจะเดินออกจากร้านกาแฟเพื่อเดินกลับคณะตัวเองแต่ไม่วายก็โดนใครบางคนดึงไปซอยตึกที่ไม่มีใครผ่านก่อนฉันจะเงยหน้าช้าๆก็พบว่าเป็นโซ่


                     เขายิ้มยะเยือกให้ฉันและบีบข้อมือจนฉันรู้สึกเจ็บไปหมด


                   “ฉันเจ็บนะโซ่”  ฉันพูดเสียงสั่นๆและพยายามจะแกะมือเขาออกจากข้อมือแต่มันกลับไม่เป็นผลแถมยังยังบีบข้อมือฉันแดงเถือกเลยฉันเห็นแวบนึงว่ามันเป็นรอยแดงไปแล้ว


                 “เจ็บก็ดีจะได้จำ”  จะให้ฉันเจ็บอะไรในเมื่อเขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตฉันเลยสักนิด  นี้เขาทำบ้าอะไรกันแน่  คิดว่าพี่ชายแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอไม่มีทาง


               “ปล่อยนะ..”  ฉันพูดพร้อมสะบัดข้อมือแรงๆ  แต่มันไม่ได้ส่งผลทำให้โซ่ปล่อยข้อมือออกจากแขนฉัน  เลยสักนิดแถมเขายังทำหน้าไม่รู้สึกถึงแรงสะบัดเลยด้วยซ้ำ


              “เคยพูดไปแล้วนะทำไมไม่จำ”  พูดอะไรของเขากันฉันไม่เห็นจะจำได้ว่าเขาพูดอะไรเลยสักนิด


              “นายเคยพูดอะไร...ฉันไม่เห็นจะจำได้”  ฉันจำไม่เห็นได้ว่าเขาเคยพูดอะไรไว้และก็ไม่คิดจะจำด้วยซ้ำ


              “เธอนี่มัน โถ่เว้ย!!”  เหมือนโซ่จะพูดอะไรบางอย่างแต่เขากลับสถบและหงุดหงิดใส่ฉันเหมือนฉันคงโง่มากๆที่ไม่รู้เรื่อง


             “อะไรของนายเนี่ยโซ่ถ้านายไม่มีอะไรจะพูดแล้วฉันจะกลับคณะตัวเองแล้ว”  ฉันแกะมือเขาออกจากข้อมือช้าๆก่อนจะเดินออกจากซอยตึกและนั่นก็ทำให้ฉันนึกได้ว่าเขาตั้งกฏไว้กับฉันนี่เอง


                     แสดงว่าที่เขาหงุดหงิดคงเป็นเรื่องนี้สินะ


            “เหอะอยากจะบ้า”  ฉันหัวเราะร่วนก่อนจะเดินไปที่คณะตัวเองแม้ว่าอากาศจะร้อนมากก็ตามแต่ฉันก็รู้สึกหนาวจนต้องลูบแขนตัวเองตลอดเวลารู้สึกเย็นไปหมดแต่คงไม่มีอะไรหรอกมั้งคิดมากไปได้นะตัวฉัน


           “อ้าวแม่คัพเค้กปากเสียยังอยู่อีกเหรอจ้ะ?”  ฉันเดินเข้าใต้ตึกคณะนิเทศก่อนจะพบยัยเค้กปากเสียที่ยังคุยกับยัยเคทสนุกเหอะฉันจะด่าให้อายฟ้าอายดิน


          “หลินใจเย็นก่อน..”  ใครจะไปเย็นลงถามจริงเลยนะมันไม่มีคนไหนบ้าหรอกนอกจากคนนั่นจะเสียสติซะเอง


          “อุ๊ย ขอโทษจ้ะพอดีปากฉันมันลั่นไปเองน่ะ”  ฉันพูดยิ้มแล้วทำหน้าสำนักผิดสุดๆและดูเหมือนเธอจะรู้ตัวว่าฉันกำลังเล่นงานเธออยู่และคงจะหน้าซีดเหมือนจะร้องไห้เลยสินะ น่าสงสารซะจริงแม่คัพเค้กคนจอมปลอม


          “หลินแกก็อย่าว่าเค้กแบบนั่นสิดูสิตัวสั่นเชียว”  ฉันบอกแล้วเนิร์สและฉันน่ะร้ายพอกัน  แต่เธอน่ะร้ายเงียบส่วนฉันน่ะ  เหรอก็เปิดเผยไงส่วนยัยเคทน่ะเธอไม่ได้มีนิสัยร้ายๆ  แบบพวกฉันหรอกเธอออกจะเป็นแม่พระซะด้วยซ้ำแถมยังปลอบคนเก่งจริงๆยกตัวอย่างก็แม่คัพเค้กคนนี้ไง


          “สาวๆคุยอะไรกันอยู่เหรอ”  ฉันหันไปมองคนถามก่อนจะพบว่าเป็นโฬมผู้ชายคณะวิศวะคู่อริของโซ่และฉันก็คุยถูกปากกับโฬมซะทีเดียวด้วยนี้สิ  โฬมคือผู้ชายที่รวยมากคนนึงหน้าตาก็จัดว่าหล่อคมแนวฝรั่งเลยซะด้วย  และเขาก็มีเส้นสายเยอะกว่าโซ่ซะด้วยซ้ำ  


           ถ้าถามว่าโฬมอยู่ในสถานะไหน   ฉันก็ตอบได้เต็มปากเต็มคำ   ว่าเขาน่ะอยู่ในจำพวกคนคุย  ที่กอดและลูบคล้ำได้   แต่เรื่องจูบและเซ็กส์นั่นคือข้อห้ามที่ฉันจะไม่ให้เขา   หัวเด็ดตีนขาดขนาดไหน  ฉันก็ไม่ให้มันเกิดขึ้นเพราะโฬมเป็นแค่คนคุยไม่ใช่คนรัก


         “โฬมนายสนใจเค้กมั้ยเธอน่าจะยังโสดอยู่”  ฉันบุ้ยปากและมองไปที่เค้ก  ซึ่งหน้านิ่งราวกับไม่ชอบใจ  โฬมอย่างไงอย่างงั้นนั่นคืออาการที่เธอชอบ ’เสือก’ เรื่องของฉันไง


         “ว้าเราไม่ชอบคนผอมซะด้วยอ่ะหลินเสียใจด้วยนะเค้ก”  โฬมพูดพร้อมทำหน้ารู้สึกผิดแต่ฉันรู้ว่าเขากำลังสนุกที่ได้แกล้งและปั่นประสาทเค้ก ก็สนุกดีนะ


         “เราไม่เสียใจอยู่แล้วอ่ะโฬม”  เค้กพูดพร้อมทำหน้ายิ้มแย้มกลับให้แต่ฉันมองแค่ครั้งเดียวก็รู้ว่าเธอน่ะกำลังโกหกตัวเองอยู่ชัดๆฉันรู้นะว่าเค้กน่ะชอบโฬมมากซะเดียวแต่ฉันไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะรู้เรื่องนี้หรือเปล่าเนี่ยสิ


               น่าสนุกจังเลยแฮะ….


_________________________________

TAlK
มาอัพแล้วจ้าครบซะที ฮ่าๆๆ ขอให้อ่านกันสนุกน๊าา 
สามารถให้กำลังใจคนเขียนและคอมเม้นท์ได้นะคะ  ขอบคุณค่ะ (:




'เรื่องไหนเด็ดถามผมสิ'
เจ



'แลกความอยากของฉันแทนความรักของเธอ (:'
โฬม



'ความรักของฉันเขากลับมองว่ามันคือเรื่องตลก'
 เค้ก


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #7 Ssnpdk (@Ssnpdk) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 16:11
    รอๆๆๆๆๆๆ
    #7
    1