♦ [ F*CK SET] I NEED YOU | ไม่สมควรได้รัก ♦

ตอนที่ 2 : #หลินควงโซ่ :EP : 01 Slap ll 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 588
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    14 ก.ค. 61



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ junhoe gif




เช้าอีกวัน


                “ตุ๊บ!!”  


                “อะ...อะไรเกิดอะไรขึ้น!!” ฉันร้องด้วยเสียงตื่นตะหนกและรู้สึกอ่อนเพลียกับร่างกายมากๆเพราะเมื่อคืนฉันโคตรจะระหวาดระแวงกับคนอย่างเขา


                “ปลุกแค่นี้ก็กลัวเหรอ?”  เขาถามฉันอย่างนึกตลกแต่ฉันเห็นว่าสิ่งที่เขา   ทำไม่เห็นมีเรื่องไหนให้ตลกเลยสักอย่างเพราะเขามันไว้ใจไม่ได้ไง





                 “ไม่ได้กลัวแค่ตกใจเข้าใจมั้ยว่าฉันน่ะแค่ ’ตกใจ’ ไม่ได้กลัวกับสิ่งที่นายทำเลยสักนิด”  ฉันตอบและยักไหล่ทำตัวเหมือนไม่ได้       รู้สึกกลัวแต่ในใจลึกๆกลับกลัวจนหัวหดที่ฉันยังกล้าทำแบบนี้ก็เพราะเขายังไม่ทำอะไรฉันเลยไง


                 “หึ...ขอให้มันจริงแล้วกัน”  โซ่พูดจบก่อนจะเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปนั้น   เลยทำให้ฉันต้องเอื้อมตัวไปหยิบโทรศัพท์ตรงโต๊ะ    โคมไฟและหยิบมาก่อนจะปลดล็อคหน้าจอมือถือกลับเห็นทั้งเบอร์โทรและข้อความในแอปไลน์ที่เด้งเข้ามาไม่มีหยุดเมื่อเปิดอินเตอร์เน็ต


@NERS :: ยัยหลินยังไม่ตื่นอีกเหรออออ


                  ฉันดูเวลาในมือถือก่อนจะพบว่ามันสายแล้วแต่โซ่ยังไม่ออกมาจากห้องน้ำเลยโอ๊ยฉันตายแน่ๆโดนหักคะแนนแน่ๆเลยฉัน   วางมือถือลงกับเตียงก่อนจะวิ่งไปเคาะประตูห้องน้ำอย่างเร่งรีบ


ปัง ปัง !!


                “นี้อาบน้ำหรือนอนในห้องน้ำว่ะ!!”    ฉันเคาะประตูห้องน้ำรัวๆเพราะกลัวจะอาบน้ำแล้วฉันยิ่งเป็นคนคนทำอะไรชักช้าอีกมันเลยพาล      ไปหมดแต่คนในห้องน้ำกลับสบายใจแถมยังผิวปากนึกอารมณ์ดี    แต่ตอนนี้ฉันอารมณ์เสียไปหมดแต่เขากลับต่อมาว่าอะไรรู้มั้ย


               “เคาะอะไรนักหนาพ่อแม่เป็นช่างนักเคาะหรือไง”  นี้ฉันควรต้องเจ็บกับคำด่าแบบนี้มั้ยอ่ะฉันรีบฉันไม่มีเวลามาชักช้าลีลานะเว้ย


               “ฉันมีเรียนคลาสเช้ารีบอาบเร็วๆสิ!!”  ฉันบอกเขาแต่มือฉันก็ยังเคาะประตูห้องน้ำไม่เลิกคงเพราะฉันติดเป็นนิสัยด้วยนั้นแหละ


แอ๊ด..


              ประตูห้องน้ำเปิดออกมาช้าๆพร้อมกับผู้ชายร่างกำยำมีเม็ดน้ำเกาะตามกล้ามเนื้อและผมที่เปียกน้ำเขามองฉันอย่างหงุดหงิดก่อนจะเดินขยี้ผม      อย่างโมโหแล้วเดินเข้าห้องพร้อมปิดประตูเสียงดังจนทำให้ฉันสะดุดนั้นเลยทำให้ฉันเอื้อมไปหยิบผ้าขนหนูตัวที่เขาวางไว้    ก่อนหน้านี้แล้วพร้อมหยิบมาถือเข้าห้องน้ำและปิดประตูเบาๆ


20 นาทีต่อมา


                ฉันอาบน้ำไวปานวอกที่จริงถ้ามันไม่มีคลาสเช้าฉันคงอาบช้ากว่านี้เพราะต้องเร่งตัวเอง   โดยไม่อยากโดนหักคะแนนเลยทำให้ฉันออกมาในสภาพพันผ้าขนหนูผืนเดียว    ที่ไม่มีผ้ามาคลุมไหล่แต่ก็ต้องมาตื่นตกใจเพราะโซ่นั่งกลางห้องและมองฉันที่อยู่ในกึ่งโป๊  

                  แต่ฉันเลือกจะมองเขาตาขวางและรีบวิ่งเข้าห้องก่อนจะล็อคประตูห้องห้องแล้วเดินไปแต่งตัวแต่ฉันไม่มี        ชุดนิสัยเลยเนี่ยสิมีปัญหาอีกแล้วฉันเลือกจะเดินไปเปิดประตูแล้วชะเง้อหน้า


             “ฉันไม่มีชุดนิสิต...”   ฉันบอกเขาแค่นั้นก่อนที่เขาจะลุกไปเปิดประตูห้องอีกฝั่ง    นั้นเลยทำให้ฉันปิดประตูแล้วกลับมาสวมใส่ชุดชั้นในและ    ใส่เสื้อกล้ามพร้อมกับซับในก่อนจะกลับมาพันผ้าเช็ดตัวเหมือนเดิม


              “ออกมาเอาชุด”   ฉันเดินไปเปิดประตูห้องก่อนจะพบว่าโซ่วางชุดนิสิตไว้หน้าประตูห้องส่วน   เขาไปไหนนี้ฉันไม่รู้นั้นเลยทำให้ฉันรีบหยิบชุดนิสิตเข้ามาในห้องก่อนจะ   ปิดประตูลงตามเดิมแล้วเดินไปไปวางชุดนิสิตไว้ที่เตียงก่อนจะหยิบมาสวมใส่ช้าๆ


               แต่ที่ไม่เรียบร้อยคือชุดชั้นในที่เขาเลือก    ชั้นในมันกลับเล็กเกินไปด้วยซ้ำฉันใส่คัพดีนะไม่ใช่คัพบีโอ๊ยมันทะลักจน   ชั้นในแทมปริออกมาทำไมไม่ดูให้ดีเนี่ยฉันอยากจะเคาะหัวตัวเองชะมัด 


               สุดท้ายฉันเลยเลือกมาใส่ชุดชั้นในตัวเดิมและก็รู้สึกสบายใจขึ้นเยอะ    กว่าเมื่อกี้ที่กลับรู้สึกโป๊แม้ว่ามันจะปิดยอดอกทรวงก็ตามแต่ฉันก็ไม่มั่นใจ      อยู่ดีแล้วยิ่งเป็นชุดนิสิตสีขาวอีกถ้าฝนตกแดดออกยิ่งไม่ต้องพูดถึง ฉันตรวจความเรียบร้อยตัวเอง     ก่อนจะเดินออกมาจากห้องและพบว่าโซ่นั่งรอนานแล้ว


              “ทำอะไรชักช้า....”  โซ่พูดจบก่อนจะลุกขึ้นและเดินไปหยิบกุญแจตรงโต๊ะไม้และเดินออกมายืนรอฉันนอกห้องนั้นเลยทำให้      ฉันเบ้ปากแล้วเดินออกมายืนรอนอกห้องก่อนที่โซ่จะเดินไปล็อคประตูห้องและเดินลงบันไดไม่รอฉัน


              นั้นเลยทำให้ฉันต้องเดินจ้ำอ้าวตามโซ่ไปอย่างรวดเร็วก่อนจะพบว่า    เขานั่งรออยู่ในรถก่อนแล้วนั่นเลยทำให้ฉันต้องวิ่งอ้อมไปอีกฟากฝั่งและ       เปิดประตูรถเบาๆก่อนจะนั่งลงอย่างเชื่องช้าและจับสายคาดนิรภัยมาสวมรัดไว้และปิดประตูรถเมื่อโซ่เห็นเรียบร้อยทุกอย่างแล้ว       จึงขับรถออกไปจากห้องเช่าที่ดูวังเวงเมื่อเข้าสู่เส้นถนนใหญ่ที่ไม่มีรถวิ่งบนเส้นถนนนี้มากนักเขา     จึงเร่งความเร็วชนิดฟาดแปด คือฉันต้องหาที่ยึดไว้อะไม่งั้นหน้าฉันคงได้ไปถูกกับกระจกรถแน่นอน


@Sophia University (su)


-คณะนิเทศศาสตร์


                “ถึงแล้วคณะนิเทศ...”  โซ่ตอบฉันพร้อมกดปลดล็อคประตูรถให้อัตโนมัติโดยที่   ฉันไม่ต้องบอกแต่ขอโทษนะนี้มันรถฉันไม่ใช่รถเขาขนาดที่    ฉันกำลังจะอ้าปากพูดเข้ากลับพูดแทรกนั้นเลยทำให้ฉันมองจิกน้อยๆ


                   “อย่าหนีไปไหน...เดี๋ยวจะมารับ”  เฮ้ยมันได้เหรอวะถามจริงนี้มันรถฉันนะเว้ยฉัยไม่ลงจากรถแน่ๆถ้ายังไม่ได้กุญแจรถคืน  แต่มีหรือที่เขาจะยอมลงไปแถมยังหยิบโทรศัพท์ออกมาเล่นหน้าตาเฉยสรุปกวนประสาทฉันสินะ ให้ตายเหอะ....ให้ตาย!!


                   “เออ!!”  ฉันตอบเสียงดังฟังชัดก่อนจะถอดสายรัดคาดนิรภัยแล้ว   เปิดประตูรถก่อนจะลงไปและปิดประตูกลับแรงๆ โมโหจังอยากหาที่ระบาย...!!!


                    ฉันเดินเข้ามาใต้ตึกคณะได้สักพักก่อนจะพบเพื่อนตัวดีกำลังนั่งเล่นโทรศัพท์    อย่างสบายอารมณ์ถ้าฉันเล่านะมีหวังได้โดนแซวแน่ๆพูดแล้วก็หงุดหงิดจริงๆโว๊ย


                  “พวกแกรู้ปะฉันแม่งโคตรหงุดหงิด”  ฉันนั่งลงโต๊ะไม้อย่างหงุดหงิดจนเพื่อนสาวสองคน   ดูตกใจเล็กน้อยคงคิดว่าฉันประจำเดือนมาเหรอแต่ไม่ได้มาไงแค่โมโหคนอะ


                    “แกไปกินรังแตนมาหรือไง?”  ยัยเนิร์สพูดพร้อมมองฉันอย่างแลปกใจแต่เธอก็คงไม่ได้อะไรกับฉันมากนัก...


                  “ใครทำให้แกหงุดหงิดขนาดนี้ว่ะ?”  ยัยเคทถามฉันอย่างสงสัยแต่ฉันคงไม่บอกชื่อโซ่แน่ๆเพราะเธออาจจะถามฉันยาวเลยก็ได้ใครจะไปรู้


                  “ก็แค่โดนหมากัดอะเลยพาลหงุดหงิด”  ที่จริงไม่ใช่หมาหรอกแต่ฉันโมโหโซ่ไงเลยพาลไปด่าเขาว่าเขาน่ะหมาชัดๆ


                 “แล้วไปโรงพยาบาลยังเนี่ย?”   ยัยเคทถามอย่างเป็นห่วงและดูรกลกมากคงกลัวว่าฉันเป็นอะไรไปสินะ         ฉันไม่ตายง่ายๆหรอกต้องกัดกับโซ่อีกนานเลยรอให้เขาตายก่อนเหอะแล้วฉันถึงจะสบายใจ


               “….กัดแค่นี้ฉันไม่เจ็บหรอก”  ฉันพูดด้วยน้ำเสียงเบาหวิวต่ส่ายหน้าบอกเธอว่าไม่ได้เป็นอะไรมากขืนบอกอีกเหตุผลฉันต้องโดนเธอถามเรื่องไม่เป็นเรื่องแน่


               “ระวังไว้หน่อยก็ดีหมาตัวที่กัดเธอมันอาจจะกลับมาแว้งกัดเธอให้เจ็บหนักกว่านี้.....” 




     “แกเป็นอะไรของแกเนี่ยยัยเนิร์ส”  ฉันมองยัยเนิร์สด้วยความแปลกใจทุกทีเธอจะไม่พูดแบบนี้เลยหนิแต่     วันนี้กลับมาแปลกจนฉันเองก็ตกใจแต่ยัยเคทกลับมองเธออย่าง   นิ่งชะงักเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ในหัวแต่เธอแค่ไม่พูดออกมาเท่านั้น


     “สงสัยฉันคง....”  เหมือนเธอจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็ปิดปากเงียบและ   สไลด์หน้าจอโทรศัพท์ต่อไปอะไรของเขากันเนี่ยจะพูดอะไรกันแน่


      “อ่า...”  ยัยเคททำท่าจะถามแต่เธอกลับส่ายหน้าและไม่ถามความยาวยืดของยัยเนิร์ส    อีกส่วนฉันก็ทำได้แต่หงุดหงิดและโมโหโคตรๆ


       “วันนี้ฉันขอลาป่วยได้มั้ยรู้สึกไม่ค่อยไหวกับร่างกายตัวเองเท่าไรนัก”  ฉันถามพวกเธอพร้อมทำท่าไอให้ดูว่าฉันป่วย    ไม่ได้แกล้งแต่จริงๆฉันก็แค่ตอแหลพวกเธอเท่านั้น


         “รู้ตัวว่าป่วยแล้วมามหาลัยทำซากอะไรยัยเพื่อนบ้า!!”  ยัยเคทเมื่อรู้ว่าฉันป่วยกลับเอาเอามือมาหยิกเข้าที่หลังของฉันจังๆ   อุ่ยทำไมต้องหยิกหลังฉันแรงขนาดนี้ด้วยเนี่ยฉันก็เจ็บเป็นนะ


          “.....โอ๊ยยัยเพื่อนบ้านี้มันหลังฉันนะไม่ใช่ถุงกันกระแทกไว้ระบายอารมณ์นะยะ”   ฉันหงุดหงิดกับโซ่มาก็พอทนแล้วยังต้องมาโดนยัยเพื่อนตัวดีทำร้ายร่างกายฉันอีก


          “ฉันต้องทำสิจะได้เตือนสติเธอ...ป่วยแล้วยังจะมาเป็นภาระให้คนอื่นอีก!!”  อ้าวฉันก็ยังไม่ได้บอกให้เธอมานั่งดูแลฉันสักหน่อยเพราะอย่างไงฉันก็จะกลับบ้านอยู่แล้วด้วย


          “ฉันจะไม่ทำให้พวกแกลำบาก.....เพราะฉันจะกลับบ้านแล้วรู้สึกเมื่อยล้าเหมือนป่วยจริงๆนะเนี่ย”  ฉันพูดจบพร้อมแสดงแอคติ้งโอเวอร์ว่าป่วยจริงๆให้พวกเธอดูเป็นขวัญตาและดูเหมือนพวกเธอจะเชื่อด้วยเนี่ยสิ   ไม่เสียแรงที่เลือกเรียนคณะนี้รู้สึกภูมิใจกับตัวเองชะมัด


           “แกกลับไหวแน่นะ...ให้ฉันไปส่งแกที่บ้านมั้ย?”  เนิร์สหยุดเล่นโทรศัพท์และถามฉันด้วยความเป็นห่วงที่จริงฉันไม่ได้ป่วยแบบที่พวกเธอคิดหรอก  เพราะฉันกำลังแสดงให้สมกับบทบาทที่เล่นอยู่นี้ไง


           “เฮ้ยไม่ต้องฉันกลับเองได้...ได้เวลาเรียนพวกแกแล้วหนิ”  ฉันตอบปัดๆก่อนจะบอกพวกเธอว่าถึงเวลาเข้าคลาสแล้วส่วนฉันน่ะเหรอก็คงต้องยอมโดนเสียคะแนนฟรีๆล่ะ    มั้งที่จริงฉันไม่อยากเจอโซ่ตอนเลิกเรียนถ้าหนีไปทางอื่น     ฉันว่าเขาคงมาดักฉันไว้แน่เพราะงั้นนี้คือโอกาสที่ฉันจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย


              “อ่างั้นก็ได้”  ฉันยิ้มให้พวกเธอสองคนนั้นก่อนที่พวกเธอจะลุกเดินออกไปและฉันค่อยลุกเดินออกไปจากใต้ตึกคณะนิเทศ      และมุ่งหน้าไปที่โรงอาหารแทนกลับบ้านคงเพราะเห็นแดดแล้วไม่อยากกลับบ้านเลยแฮะ 


               รู้สึกดีใจหน่อยๆตรงที่ไม่เห็นนักศึกษาเยอะเท่าไรคงเพราะตอนนี้เป็นคลาสเรียนตอนเช้าคนในโรงอาหารไม่ค่อยเยอะเท่าตอนเที่ยงเท่าไรนัก   แล้วยิ่งเป็นมหาลัยที่นักศึกษาเยอะมากพอสมควรมีปัญหาเรื่องโต๊ะนั่งกินข้าวตลอดแต่ถ้าคนมาก่อนและได้โต๊ะก่อนคงไม่มีปัญหาเท่าไรนัก


           “อ่า รู้สึกสบายจัง”  ฉันเลือกที่นั่งได้จึงนั่งลงโต๊ะไม้ยาวเรียงรายอย่างเต็มแรงและบิดตัวไปมาอย่างรู้สึกขี้เกียจไม่ได้โดดเรียนมานานแค่ไหนแล้วนะ...


              ฉันนั่งมองพวกผู้ชายรุ่นเดียวกันกำลังเตะบอลอย่างเต็มที่รู้สึกเพลินตาจังเลยแฮะพอได้มาดูพวกผู้ชายเตะบอลแบบนี้     ทำไมรู้สึกผ่อนคลายดีจังฉันนี้ก็แปลกคนเหมือนกันนี้ก็ไม่รู้ว่าทำไม    ชอบมานั่งดูพวกผู้ชายเตะบอล     คงทำให้ตัวฉันเองรู้สึกผ่อนคลายไปด้วยล่ะมั้ง


          “ เฮ้ยๆกูได้ข่าวว่ายัยหลินอะไรนี้ไปทำนมมาวะ ”  ขนาดที่ฉันกำลังสนใจพวกผู้ชายตรงสนามบอลอยู่นั้นไอ้หูไม่รักดีกลับได้ยินคำนินทามาจากอีกกลุ่ม      ที่ดังมากพอจนต้องทำให้ฉันละสายตาจากสนามมาดูไอ้พวกชอบนินทาชาวบ้านเป็นกิจวัตร


          “ เรื่องจริงหรือพวกผู้หญิงเขากุขึ้นมาว่ะ? ”   ถ้าฉันบอกความจริงก็คือฉันไม่ได้ทำและฉันก็เพิ่งมาใส่ชุดนิสิตรัดรูปก็ตอนปีสองนี้แหละก็คงคิดว่าฉันไปทำมานี้   ยัยพวกผู้หญิงขี้อิจฉาน่ารำคาญชะมัดฉันเป็นคนไม่ชอบเก็บมาใส่ใจแต่ถ้ามันไม่ไหวฉันคงต้องเก็บมาใส่ใจและพิจารณาให้ดีแล้ว


          “เชื่อดิเรื่องจริง...แต่ทำนมมาหรือเปล่าอันนี้กูก็เริ่มไม่แน่ใจ”  เหอะอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วงๆ  จริงคิดว่าหนีมาโรงอาหารไม่เจอเรื่องเล่าไม่ดีของฉันซะแล้วสงสัยต้องคิดใหม่แฮะ


          “กูว่าทำมาแน่เลยว่ะ”  ผู้ชายคนนึงพูดจบส่วนพวกผู้ชายที่เหลือก็หัวเราะราวกับเรื่องนั้นเป็นแค่เรื่องตลกที่ไม่คิดว่าถ้าคนฟังมายินคงจะรู้สึกอับอายแย่แต่กับฉันรู้สึกว่าพวกผู้ชายประเภทนี้น่าจับไปรุมกระทืบที่สุด


                 นั้นเลยทำให้ฉันทนไม่ไหวลุกจากโต๊ะที่นั่งก่อนจะเดินกอดอกไปหาพวกผู้ชายกลุ่มนั้นที่กำลังนินทาเรื่องผู้หญิงคณะฉันอย่างสนุกปาก หึน่าตบให้หัวคว่ำจริงๆ


         “ทำหรือไม่ทำแล้วมันไปหนักบนหัวแม่แกเหรอ(: ”  ฉันพูดจบพร้อมเอาเท้าเตะเข้าที่ขาผู้ชายคนนั้นเพราะคิดว่าใกล้ฉันสุดและฉันก็ลงแรงเตะทีนึงอย่างจัง    จนหน้าผู้ชายคนนั้นถอดสีทันทีอย่ามาเล่นกับฉันถ้ายังไม่เก่งพอ....


        “โอ๊ยยัยหมาบ้าเอ้ย!!”  หึ คนอย่างพวกมันสมควรที่จะต้องโดนแบบนี้น่ะถูกแล้วไม่ควรได้รับคำพูดดีๆหรอกเพราะมันไม่เหมาะสมกับผู้ชายพันธุ์นี้!!


        “หึ...แม่มันเป็นคนอย่างไงลูกก็คงเป็นอย่างงั้นสิแต่ถ้าแม่มันไม่มีเวลามาสอนนี้ก็ไม่น่าแปลกใจเลยแฮะ”  ผู้ชายคนนั้นพูดจบพร้อมแสยะยิ้มอย่างนึกสมเพชฉันจะด่าหรือกล่าวหาอะไร                                               


               อย่าเอ่ยถึงแม่ฉันเพราะฉันจะตีกลับเหมือนกันเพราะฉันไม่ได้แบ่งแยกไม่ได้กลัวกล้าได้กล้าเสีย          ฉันไม่รู้ว่าผู้ชายคนตรงนั้นมีฐานะอะไรใหญ่มั้ยแต่ฉันบอกได้คำเดียวจะเอาเลือดมันออกจากหัวโทษฐานที่กล่าวหาว่าร้ายแม่ฉัน


          “……..”  ที่ฉันเลือกเงียบคงเพราะมันยังไม่ได้จี้จุดอะไรมากแต่ผู้ชายคน    เดิมกลับตอกเสาเข็มย้ำๆจนทำให้ฉันสุดจะทนกับพวกผู้ชายเหี้ยๆแบบนี้


           “เงียบทำไมหรือมันคือเรื่องจริงที่แม่เธอแอบไปลักขโมยกินจนแม่ฝ่ายชายฝั่งนั้นตรอมใจตาย…สมใจอยากแล้วสิหึ โคตรสมเพชเลยว่ะ”  แม่งทำไมพูดจาหมาไม่รับทานจังว่ะสงสัยคงอยากเลือดตกยางออกสินะ   ชอบใช่ทำไมที่ทำให้ตัวมันเองเนี่ยเจ็บตัวฟรี 


                   ได้ชอบความรุนแรงฉันก็พร้อมจัดให้เพราะพวกมันหาที่เอง (:


           “ขอต่อยทีนึงนะโทษฐานพูดจาหมาแม่งไม่รับประทานจริงๆ”  ฉันพูดจบถลกแขนเสื้อนิสิตขึ้นก่อนจะเดินไปหาผู้ชายคนนั้นพร้อมกำปั้น     ที่แน่นและชกเข้าที่หน้าผู้ชายคนนั้นเต็มแรงจนผู้ชายที่พูดจาหมาๆถึงกับหน้าหัน     รู้สึกสะใจแฮะคนอย่างนี้ก็ต้องโดนแบบนี้มันถึงจะสาสมแต่ถ้าอยากให้สะใจจริงๆ


                ฉันหันไปมองรอบโรงอาหารก่อนจะพบแปรงถูพื้นด้ามอลูมิเนียม   อย่างนี้สิถึงจะสะใจฉันเดินไปอย่างเชื่องช้าไม่ได้เร่งรีบก่อนจะจับมาถือไว้ในมือและเดินไปหาผู้ชายคนนั้น


               เพื่อนพวกนั้นอีกสองคนนั้นเมื่อเห็นของที่ฉันถืออยู่กลับปล่อยตัวเพื่อนและหนีห่างออกมาไกลจนผู้ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้น     ฉันเห็นมุมปากฝั่งซ้ายเลือดกลับไหลไม่หยุดสงสารจังเลยแฮะแต่ฉันยังไม่สะใจเลยด้วยเนี่ยสิ


พึ่บ


         “เฮ้ย!!”  ผู้ชายคนนั้นกลับมีท่าทีตกใจของฉันแต่มันคงจะได้ขาเดี้ยงไปหลายวันไม้กำลังจะโดนขามันอยู่แล้วถ้าไม่ติดว่า....


โซ่ บรรยาย


              หลังจากไปส่งยัยตัวดีที่คณะนิเทศผมกับเพื่อนอีกสองคนดันหิวข้าวเนี่ยสิเลยต้องเดินมาโรงอาหารคนไม่ค่อยเยอะ       เท่าไรนักก็ดีแล้วผมจะได้ไม่ต้องไปยืนรอต่อแถวแต่เมื่อเดินมาได้สักพักหูไม่รักดันได้ไปยินบทสนทนาบางอย่างจนต้องทำให้ไปสนใจ


       “หึ...แม่มันเป็นคนอย่างไงลูกก็คงเป็นอย่างงั้นสิแต่ถ้าแม่มันไม่มีเวลามาสอนนี้ก็ไม่น่าแปลกใจเลยแฮะ”  ไอ้ผู้ชายคนนั้นกับพล่ามอะไรที่คนเป็นผมฟังถึงกับสะดุดอย่างแรงผมอาการแค่นี้แต่กับเธออาการน่าจะหนักโคตรๆเลยน่ะนั้น


       “เฮ้ยๆไอ้โซ่นั้นน้องสาวมึงไม่ใช่เหรอ” ที่พวกมันรู้เรื่องคงเพราะวันนี้ผมขับรถของเธอเข้าคณะตัวเองไม่แปลกใจถ้า     มันจะไม่รู้เรื่องอะไรเลยเพราะปกติผมจะขี่แต่รถบิ๊กไบค์มาตลอดไม่เคยมีรถยนต์เป็นของตัวเองเพราะมันเสียเงินถ้าถามว่าขับได้มั้ยก็ขับรถยนต์ได้ชำนาจเลยล่ะ


             ผมดูเหตุการณ์ตรงหน้าก่อนจะเข้าใจว่าไอ้พวกผู้ชายปากหมากลุ่มนั้นน่าจะไปพูดอะไรที่ยัยนั่นไม่น่าจะชอบใจเท่าไรนักเธอถึงได้เดินเข้าไปชกหน้ามันเต็มแรง   เออสะใจดีเหมือนกัน


       “เชี้ยน้องสาวมึงโคตรน่ากลัว...”  ไอ้เดย์พูดเสียงสั่นๆมันชอบมันบ่นให้ผมฟังตลอดว่าหลินอย่างนู้นหลินดีอย่างนี้    แต่ถ้ามาเห็นธาตุแท้ของยัยตัวแสบคงต้องขอลาไง


              แต่มันกลับพูดอะไรที่ทำให้ผมตะหงิกใจหนักกว่าเดิม


       “แต่โหดๆแบบนี้แหละกูชอบแม่งเร้าใจสัส”  มึงโรคจิตมั้ยไอ้ห่าเดย์เริ่มกลัวมันนิดๆล่ะ  ไอ้เดย์มองยัยหลินด้วยสายตาหวานเยิ้ม


       “มึงชอบความรุนแรงขนาดนี้...ให้กูพามึงไปรักษามั้ย?”  ลาร์คถามมันด้วยความเป็นห่วงและขำนิดๆที่มันแสดงอาการจนผู้หญิงที่เดินผ่านพวกเราไปต่างเดินหนี


      “เงียบทำไมหรือมันคือเรื่องจริงที่แม่เธอแอบไปลักขโมยกินจนแม่ฝ่ายชายฝั่งนั้นตรอมใจตาย…สมใจอยากแล้วสิหึ โคตรสมเพชเลยว่ะ”  แต่ผมก็หยุดสนทนากับกลุ่มเพื่อตัวเองเมื่อเจอคำพูดนี้ผมคงโมโหว่ะที่จริง      แม่ผมเสียไปตั้งแต่ตอนที่คลอดผมออกมาแล้วผมจำหน้าแม่ไม่ได้แต่พ่อกับเอารูปแม่ให้ผมดูเป็นประจำและทุกวันนี้ผมก็จำแค่แม่คนเดียวจริงๆ


           แต่หลินเธอมีแม่และเธอคงไม่ชอบใจเท่าไรนักที่ใครต่อใครไปด่า ผมเห็นเธอเดินไปสักพักและกลับมาพร้อมไม้ขัดพื้นเหล็กเหี้ยถ้าทำให้หนึ่งคนในนั้นเจ็บแม่งมีปัญหาแน่ๆ


           นั้นเลยทำให้ผมต้องวิ่งเข้าไปหาเธอก่อนที่เธอจะฟาดลงขาไอ้หมอนั้นแม่งจะเล่นให้ขาเดี้ยงเลยหรือไงว่ะโหดร้ายไปหน่อยมั้ง


“ไหนบอกมีเรียนเช้าทำไมมากัดกับหมา?”  ผมดึงไม้ขัดพื้นออกจากมือเธอก่อนจะขว้างทิ้งลงกับพื้นอุตส่าห์จะมากินข้าวให้สบายอารมณ์แต่มาเจอแบบนี้มันน่าหงุดหงิดใจจริงๆ


อย่างนี้ต้องเอากลับไปขังที่ห้องจะได้เลิกบ้าสักที....



    “น้องสาวมึงเหรอโซ่”  มันถามพร้อมมองเธอก่อนจะหันมาดูผมและแสยะยิ้มราวกับเป็นเรื่องตลก


    “น้องสาวกูแล้วมึงเสือกอะไร”  นั้นเลยทำให้สติขาดอีกรอบและถามกลับด้วยความโมโหมันรู้ว่าเล่นจุดไหน    ทำให้ตัวผมเองโมโหแต่ขอโทษนะไม่ได้โมโหแต่กูจะเอามึงถึงตาย


    “เปล่ากูก็แค่คิดว่าแม่งเหี้ยทั้งพี่และน้อง”


    “มึงพล่ามอะไรของมึงวะ”  ผมถามมันแต่มันกลับยักไหล่และนั้นทำให้สติผมถึงกับขาดทันทีแม่งน่ารำคาญฉิบหายจะพูดอะไรนักหนาว่ะ

    “อยากรู้เหรอ...”  ไอ้โอมถามผมพร้อมแสยะยิ้มนึกชอบใจ


    “กูไม่อยากรู้แต่ถ้ามึงยังพล่ามไม่เลิก....กูจะฆ่ามึง”  ผมเลวได้เหี้ยได้ขนาดพ่อแท้ๆยังรับไม่ได้กับ    ลูกชายที่เป็นแบบนี้ไม่มีใครมาเปลี่ยนนิสัยหรือตัวตนผมได้หรอกมันสูญเปล่า...


      “หึ....”  มันหัวเราะเบาๆก่อนจะลุกออกไปแต่ก็เดินก้าวออกไปไม่พ้น   คงเพราะมียัยตัวดีไปสกัดขามันไว้นั่นเลยทำให้มันล้มไปนอนกองกับพื้น


     “อุ๊ยขอโทษพอดีขามันลั่น”  เธอเอามือป้องปากและทำหน้าสำนึกผิดสุดๆแต่ผมมองว่ามันคือการแสดงที่เธอทำอยู่  สนุกแฮะ


       “อีตัวดี!!”   ไอ้โอมลุกขึ้นก่อนจะเดินไปกระชากหัวหลินอย่างโกรธเคืองและ    ดูเธอจะไม่ยอมแพ้เหมือนกันถึงได้พยายามจิกผิวและหยิกตามต้นแขนจนเลือดซิบ  ถ้าผมไม่ทำอะไรเลยแม่งมีเรื่องแน่ๆ


       “ปล่อยมือออกจากหัวน้องกู...”  ผมสั่งให้ไอ้โอมปล่อยมือออกจากหัวของหลินคงรู้ว่าทำไมถึงสั่งให้ปล่อยเพราะตอนนี้เธอกำลังเจ็บ   และหน้าก็บูดเบี้ยวจนน้ำตาเล็ดแล้วยิ่งไอ้โอมเป็นผู้ชาย    ไม่ต้องถามถึงแม่งแรงควายชัดๆ    กระชากตัวหรือทุบตีหลินนิดหน่อยร่างเธอก็ช้ำไปหมดแล้ว


      “หึ น้องมึงเตะขากูจนช้ำแล้วยังจะให้กูปล่อยอีกกูไม่ลากน้องมึงมาตบก็ดีแค่ไหนแล้ว!!”  มันยังเลิกพล่ามไม่หยุดและก็ดูมันจะโมโหมากๆนั้นเลยทำให้ผมต้องลงมือเอง


ผัวะ!!


           ผมต่อยเข้าที่หน้ามันอย่างแรงจนทำให้ไอ้โอมปล่อยมือออกจากหัวหลินได้สำเร็จ   เมื่อเห็นแบบนั้นเธอเข้ามาหลบที่หลังผมก่อนจะพบเพื่อนอีกสองคนเดินมาหาผมและ   นั้นทำให้ผมชี้ไปที่ไอ้โอมก่อนที่ไอ้เดย์และไอ้ลาร์คจะเข้าใจเลย    นั้นเลยทำให้ผมเดินลากหลินไปที่คณะตัวเองและพบสายตามากมาย     ที่กำลังจ้องพวกเราสองคนแต่ผมไม่สนเพราะผมจะเอาเธอไปขังในรถและไปจัดการไอ้โอมให้จบ


      “นั่งในรถดีๆ...” ผมเปิดประตูรถก่อนจะยัดเธอเข้าไปและปิดประตูพร้อมขังไว้ในรถผมไม่ได้ใจร้ายจนไม่เปิดแอร์ในรถให้ขนาดนั้น


            และนี้คือครั้งที่สองต้องเอาเลือดออกจากหัวไอ้เพื่อนเหี้ยๆนั้น    คิดว่าจะไม่ได้เจอมันแต่คงคิดผิดนั้นเลยทำให้ทิศทางเดินไปโรงอาหารต้องเปลี่ยนไปตึกเก่าของมหาลัยที่ไม่มีคนเลย     ผมรู้ว่าถ้าจะทำควรทำมันตรงไหนที่ไม่ใช่โรงอาหารแต่เป็นตึกเก่าแทนเพราะเรื่องมันจะสาวถึงมือพวกผมไม่ได้ (:


     “มึงจะทำเหี้ยอะไร!!”  มันตะคอกถามพวกเราแต่กูขอโทษนะกูไม่ปราณีให้ใครรอดครบสามสิบสองหรอกนะจำไว้อย่ามาแหย่หนวดกู   เพราะกูจะเอาถึงตาย!!


     “มึงทำเหี้ยอะไรไว้น่าจะนึกได้”  ผมถามไอ้โอมพร้อมหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบและพ่นควันออกราวกับกำลังให้เวลาเหยื่อได้พูด


     “กะ....กูไม่ได้ทำอะไร”  มันพูดน้ำเสียงสั่นๆแต่อย่างคิดว่าคนอย่างกูจะให้อภัยเพราะนอก    จากกูจะไม่สงสารแต่กูจะซ้ำเติมให้มึงจำไว้จะได้ไม่ไปพูดจาหมาๆกับใครอีก


     “HAHAHA!!!”  ผมหัวเราะอย่างบ้าคลั่งและมองการกระทำของมันอย่างนึกตลกพูดไม่ได้ทำแต่    ทำไมแม่งกล้าพูดได้เต็มปากเต็มคำขนาดนั้นอย่างหัวเราะฉิบหาย


      “.....”  มันเงียบแล้วหลบสายตาผมสงสัยแม่งคงจะใช่เรื่องจริงๆหึ   หน้าตัวเมียฉิบหายกล้าทำแต่ไม่กล้ารับแม่งเป็นไอ้หน้าตัวเมียหรือไงวะเอากระโปรงมาใส่มั้ย


      “หึ มึงแม่งโคตรตอแหลเลยวะรู้ตัวมั้ย”  ผมพูดจบและทิ้งบุหรี่ลงกับพื้นก่อจะขยี้จนไฟมอดไหม้ได้ดับไปและเดินเข้าไปแตะขาเก้าอี้ที่มันนั่ง


       “เบาๆก็ได้มึงเดี๋ยวแม่งได้ไปนอนโรงบาล” คนแรกที่โดนคือคู่อริที่ตามมารังขวางผมเหมือนหมาหน้าโง่ที่เข้าถ้ำเสือแบบโง่ๆ    จนได้ไปนอนหยอดน้ำเกลืออยู่ที่โรงพยาบาลอย่างงั้นมาสามปีเต็ม


        “หึ กูไม่ฆ่ามันหมกป่าก็ดีแค่ไหนแล้ว”  ผมพูดจบและเตะเข้าที่ขามันจนมันเบ้ร้องไห้แม่งยังไม่สมใจอยากเลยว่ะคนอย่างมันไม่ควรปล่อยให้ไปพูดจาหมาๆแบบนี้กับคนอื่นอีก


        “ครั้งนั้นมึงน่าจะจำได้แล้วหนิว่าอย่าพูดพล่อยๆเพราะถ้าเผลอพูดอีกมึงจะไม่มีปากให้พูด J”  ผมพูดจบจบพร้อมแสยะยิ้มใส่มันและดูไอ้โอมคงจะกลัวจริงๆ


               ความสะใจจริงๆของผมคือทำให้มันกลัวผมถึงที่สุด  ทำกับมันแค่นี้ไม่ได้ถือว่าโหร้ายแต่เห็นขาสั่นๆของมันแล้วก็รู้สึกสงสารจะแย่     ถ้ายังจะปากกล้าปากหมาอีกมันคงรู้ตัวสินะว่าไม่ใช่แค่โดนอัดแต่อาจจะเป็นปากของมันที่ช้ำเลือดจนไม่สามารถพูดได้อีก


           ผมโหดร้ายเหี้ยและเลวร้ายกว่าที่ใครคิดและอาจจะโรคจิตจนผู้หญิงทุกคนรับไม่ได้ก็ได้ใครจะไปคิดเพราะมีเธอคนนั้น   ทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นผมเหมือนเดิมที่คุมสติได้


      “แค่บอกมันก็พอมึงกูสงสารมันวะ”  ไอ้เดย์พูดพร้อมจับไหล่เตือนสติผมถ้าจะเลวจะชั่วก็ทำให้มันสุดดิวะมาทำกึ่งกลางมันไม่แฟร์ไปหน่อยสำหรับคนปากหมาเหรอวะ?


      “....อย่าทำตัวเป็นคนดีไอ้เดย์”  ไอ้ลาร์คพูดเบาๆก่อนจะเอามือลวงกระเป๋ากางเกงแล้วลุกเดินออกไปจากตึกเก่า     นั่นเลยทำให้ผมกับไอเดย์มองหน้าก่อนจะนึกอะไรออกในเมื่อไม่อยากลงมือก็แค่ขังมันในตึกเก่า
 

       “พวกมึงจะไม่ทำแบบนั้นใช่มั้ย..”  มันถามพวกผมด้วยน้ำเสียงสั่นๆแต่ขอโษนะมึงกูทำแน่ๆพอดีกูหมั่นไส้มึงด้วยเลยอยากทำอยู่แล้ว


        “ขอโทษนะแต่ที่มึงสงสัยคงจะจริงอย่างที่มึงคิดว่ะ”  ผมเดินเข้าไปตบไหล่มันและกระซิบเข้าที่หูซ้ายเบาๆนั้นเลยทำให้มันตาโตและตัวสั่นอย่างที่เห็น


        “เฮ้ยมึงแก้เชือกกูก่อน….”  


        “มึงด่าไม่แคร์จิตใจคนอื่น...มึงสมควรโดนแบบนี้”  ผมพูดเบาๆก่อนจะเดินไปลากไอ้เพื่อนตัวดีและเดินออกมาตึกผมไม่รู้มันจะหาวิธีไหนแต่สำหรับผม




        “ไม่ทำแรงไปหน่อยเหรอวะ...”  ไอเดย์คนเลวหายไปไหนวะถามจริงนี้มันกำลังเล่นละครตบตาผมอยู่หรือเปล่า


         “มันไม่แรงหรอกอันนี้แค่เบาๆ...”

________________________________
TAlK
รุนแรงดังพายุ กรี๊ดดดพี่โซ่ของไรท์น้องไม่ต้องขออิพี่ก็พร้อมจัดให้
อยากให้เขียนถึง 120 % มั้ยค่ะถ้าอยากจะเขียนให้แต่ถ้าไม่เราจะเขียน Ep .02 ไว้เลย เรามาถามเฉยๆน๊า
เด็กดีเธอต้องแจ้งนะะะะะ เรากราบล่ะไหว้เลยยย 
อ่านเสร็จสามารถให้กำลังใจคนเขียนและคอมเม้นท์ได้นะคะ
กดให้กำลังใจนักเขียนเลยจ้า ขอบคุณค่ะ (:
เล่นแฮชแท็กกันจ้าา #หลินควงโซ่ #ใจไร้รัก




 
-ของที่ไม่ใช่ ปลอมยังไงก็ไม่เหมือน-
เจ

 -ความเชื่อใจซื้อไม่ได้ด้วยเงิน-
เดล

-ชอบเวลาโดนเธอหึง มันดูสำคัญดี-
กาย 

'เพราะมึงไม่ได้เป็นกู มึงเลยไม่รู้ว่ากูรู้สึกยังไง'
โอม



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #6 Ssnpdk (@Ssnpdk) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 11:37
    พี่โซ่ทำดี
    #6
    1
  2. #5 🐰KOOKV🐶 (@pppraw1) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 19:51

    รอแง่บบบบบ

    #5
    3
    • #5-2 🐰KOOKV🐶 (@pppraw1) (จากตอนที่ 2)
      27 มิถุนายน 2561 / 22:22
      พิอย่าเทเหมือนนุ้เยย 5555
      #5-2
    • #5-3 Charlotte Katherine (@poomloveryii) (จากตอนที่ 2)
      27 มิถุนายน 2561 / 22:44
      งานดองคือกิจวัตร....พอดองนานๆก็มีความสามารถเปิดเรื่องใหม่ได้แบบงง 55
      #5-3
  3. #4 Ssnpdk (@Ssnpdk) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 13:01
    พี่โซ่ต้องจัดการพวกมันให้น้อง
    #4
    1
    • #4-1 Charlotte Katherine (@poomloveryii) (จากตอนที่ 2)
      27 มิถุนายน 2561 / 22:03
      ต้องจัดการพวกนั้นแล้วใช่มั้ยค่ะ 555
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์นะจ้ะ ^^
      #4-1
  4. #3 Ssnpdk (@Ssnpdk) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 22:24
    ก็จะกัดกันหน่อยๆ
    #3
    1
    • #3-1 Charlotte Katherine (@poomloveryii) (จากตอนที่ 2)
      25 มิถุนายน 2561 / 22:28


      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 26 มิถุนายน 2561 / 19:24
      #3-1
  5. #2 Ssnpdk (@Ssnpdk) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 21:19
    รอค้าาาาา
    #2
    1
    • #2-1 Charlotte Katherine (@poomloveryii) (จากตอนที่ 2)
      24 มิถุนายน 2561 / 22:30
      อดใจรอพี่โซ่นิดนึงนะคะเดี๋ยวได้อ่านแน่นอนค่ะ ^^
      ขอบคุณนะคะ^^
      #2-1