เปรมไม่ได้ตั้งใจครับ (Mpreg)

ตอนที่ 3 : อาการใจเต้นแรงนี่มันคืออะไร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,916
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 243 ครั้ง
    4 ส.ค. 63

 

 

 

โมโหไอ้เปรมพูดได้แค่คำเดียวว่าโมโหไอ้ผู้จัดการนั่น มันทะเลาะกับแฟนแล้วเอากูไปเกี่ยวข้องด้วยทำไมวะ แล้วดูท่าทางน้องปุยนุ่นจะเชื่อคำพุดมันซะสนิทใจ มันโคตรเจ็บใจที่ถูกไอ้นั่นขี้โกหกกับแฟนมันและเปรมทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง อยากโทรไปบ่นให้เรนมันฟังซะเดี่ยวนั้นแต่ป้ากับลุงเรียกกินข้าวเสียก่อนทำให้โปรแกรมด่าไอ้ผู้จัดการต้องพับเก็บไว้ ดีหน่อยจากที่มีเรื่องสุดแสนจะเซ็งให้ไอ้เปรมปวดหัวแต่พอได้กินอาหารแสนอร่อยถือว่าช่วยผ่อนคลายความเครียดไปได้มา

“ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้มาก ๆ เลยนะครับ อาหารฝีมือป้าอร่อยทุกอย่างเลยครับ” เขายกมือไหว้ป้ากับลุงขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้ นอกจากอาหารเย็นแสนอร่อยแล้วนั่นเปรมยังได้บัวลอยไข่หวานกลับบ้านไปอีกโถหนึ่ง มีเพื่อนบ้านดีมันดีแบบนี้นี่เอง 

“ไม่เป็นไรเลยลูกไว้ว่างๆมากินข้าวเย็นด้วยกันอีกนะ” ป้าอรุณพูดขึ้นยิ้มๆ เมื่อเห็นดังนั้นเขาจึงยิ้มตอบกลับหญิงวัยกลางคนตรงหน้าไป ก่อนลุงที่กำลังนั่งเชียร์มวยหันมาพูดขึ้นบ้าง

“บัวลอยพอไหมล่ะเปรมตักไปอีกก็ได้นะ”ลุงบุญพูดขึ้นพร้อมหันไปมองทางห้องครัว แค่ที่อยู่ในโถเขาก็ไม่รู้จะกินหมดไหมเพราะลุงเล่นตักให้สะเหมือนเขาไม่ได้อยู่คนเดียวอย่างไรอย่างนั้น

“โห...กินหมดครับลุง ที่ลุงตักให้ผมจะกินหมดไหมก็ไม่รู้ อีกอย่างผมกินข้าวไปมากขนาดนั้นตอนนี้ยังไม่หายจุกเลยครับ” เปรมพูดพลางลูบหน้าท้องตัวเองไปด้วย พอมาลูบๆหน้าท้องตัวเองดูรู้สึกเหมือนซิกแพคจะหายไปเลยว่ะ ฮือมาอยู่ใกล้ลุงกับป้าแบบนี้เขาต้องอ้วนเป็นหมูอย่างแน่นอน 

“เอาน่าเดี่ยวก็ชิน” ลุงพูดขึ้นแม้สายตาจะจับจ้องอยู่ที่จอทีวีก็ตาม เมื่อเห็นว่าป้ากับลุงควรได้พักผ่อนร่างสมส่วนจึงลุกขึ้นยืน ก่อนป้าที่กำลังนั่งถักตุ๊กตาไหมพรมจะหันมามอง 

“ผมขอตัวกลับก่อนนะครับดึกแล้วด้วย” เขายกมือขึ้นไหว้ป้ากับลุงอีกครั้ง ก่อนท่านจะตอบรับยิ้มๆ เมื่อเห็นดังนั้นเปรมจึงเดินออกมาใส่ร้องเท้าหน้าบ้านก่อนเขาจะปิดประตูหน้าบ้านให้ป้ากับลุงเรียบร้อย

               

สายตาเปรมหันไปมองมาที่อยู่ข้างเขาอีกฝั่งซึ่งตอนนี้บ้านปิดไฟสนิทอีกทั้งไม่มีเสียงพุดคุย ดูเหมือนไอ้ผู้จัดการจะพูดจริงทำจริงอย่างปากมันว่า เพราะถ้าน้องปุยนุ่นอยู่บ้านเขาจะเห็นรถจักรยานยนต์คันสีฟ้าจอดอยู่แต่ตอนนี้กลับไม่มีอีกทั้งของบ้านน้องที่อยู่นอกตัวบ้านตอนนี้กลับไม่มีเสียแล้ว ตอนเขากำลังเดินไปบ้านลุงกับป้าก็พอเห็นเพื่อนปุยนุ่นมาหาสองถึงสามคน ก็นะใครมันอยากจะให้คนของเราไปมีคนอื่นวะ 

“วู้... จะเป็นนึกถึงเรื่องไอ้หัวหน้านั่นทำไมวะ ไร้สาระฉิบหายแล้วเอากูไปเกี่ยวข้องดีอีก พอกูคิดเรื่องมึงแล้วหัวร้อนเลย” เปรมได้แต่บ่นคนเดียวในเวลาเดียวกันที่เขาวางโถบัวลอยไข่หวานไว้บนโต๊ะหน้าโซฟา ก่อนร่างสมส่วนจะเดินเลี่ยงไปหยิบช้อนตรงห้องครัว ไม่นานเขาก็วนกลับมานั่งโซฟาพร้อมมืออีกข้างกดเปิดโทรทัศน์ไปด้วย

“อืม... ฝีมือป้าทำอร่อยทุกอันเลยแฮะ ได้ชิมฝีมือป้าแล้วคิดถึงยายจัง” เมื่อรู้ว่าตนกำลังคิดถึงเรื่องอะไรเขาจึงรีบสะบัดหน้าทันที เพราะเปรมรู้ถ้าเขาเผลอคิดถึงยายขึ้นมาวันไหนมันจะทำให้เขาพาลนอนไม่หลับไปด้วย มันเหมือนความรู้สึกผิดยังตกค้างอยู่ในใจตลอดมาแม้เรื่องราวมันจะพาลมานานแล้วก็ตาม ในช่วงนั้นเขาผิดเองที่ดึงดันจะเรียนต่อให้ได้ทั้งๆคนรอบตัวตอนนั้นออกปากว่าเขาไม่มีปัญญาเรียนจบได้ เขารู้ว่าตัวเองเงินทองไม่ได้มีมากอีกทั้งตอนนั้นยายก็กำลังป่วย แล้ว แต่เขาผิดหรือกับการที่อยากถีบตัวเองขึ้นอยากเรียนที่ดีๆมันผิดเหรอ ตอนนั้นเขาลังเลแต่ยายก็ยังให้เขาเป็นคนตัดสินใจเองอีกทั้งพี่ข้างบ้านก็ยังส่งตัวเองเรียนได้แล้วทำไมเขาจะส่งตัวเองเรียนไม่ได้

               คำของยายมันเหมือนกำลังใจให้เขาตัดสินใจโดยไม่ฟังเสียงรอบข้าง ชีวิตช่วงปีหนึ่งมันผ่านไปด้วยดีเกณฑ์การเรียนเขาอยู่ที่พอใช้ได้เลย อีกทั้งตอนนั้นได้กู้ทุนที่รัฐจัดมาให้ช่วงเขาเข้ากิจกรรมก็ได้เพื่อนสนิทนั่นคือเรน มันเหมือนเราต่างคนต่างช่วยกันเรียนไปเพราะเราต้องทำงานพิเศษกันทั้งสองคน เปรมคิดว่าทุกอย่างจะดีแต่ช่วงนั้นเขาไม่ค่อยมีเวลาให้ยายสักเท่าไหร่

               หลังเลิกเรียนเขาก็รีบซื้อกับข้าวไปให้ยายทันทีพร้อมกับอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าไปทำงานเลย บ่อยครั้งที่เขากลับมาบ้านยายก็เข้านอนก่อนแล้วช่วงนั้นท่านก็พยายามฝากคนแถวบ้านเอาขนมไปขายช่วยบ้าง ทั้งๆที่เขาไม่ให้ยายทำเพราะยายกำลังป่วยแต่ท่านก็ไม่อยากให้ตัวเองเป็นภาระแต่เปรมไม่เคยคิดว่ายายเป็นภาระเขาสักครั้งเลย ช่วงใกล้จบปีหนึ่งยายเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยจนเขาแทบไม่มีเงินไม่มีเวลาไปทำงานเพราะห่วงยาย คนรอบข้างก็เอาแต่โทษเขาที่อยากเรียนจนไม่ดูฐานะครอบครัวตัวเองจนยายต้องนั่งหลังขดหลังแข็งทำขนมขาย

               ตอนนั้นก็คงมีแค่เรนที่เข้าใจ แต่เหมือนโชคร้ายกับถาโถมเข้ามาอยู่ๆก็มีเจ้าหนี้นอกระบบมาทวงหนียายว่าเงินเกือบสามหมื่นตอนไหนจะคืน มันทำให้เขารู้ในตอนนั้นว่าเงินเข้ามหาลัยเขาตอนนั้นไม่ใช่เงินเก็บยายเหมือนที่ยายเคยบอกไว้  ซึ่งช่วงนั้นพอเก็บเงินได้เปรมก็ตั้งใจจะใช้เงินเก็บซึ่งในตอนแรกว่าจะคืนให้ยายไปก่อนจำนวนสองหมื่น แต่พอยายป่วยเขาจึงใช้เงินจำนวนนั้นไปกับการรักษายายเรียบร้อยแล้ว

               แต่มันก็คงเป็นช่วงโชคร้ายสุดๆที่โรคของยายนั้นมันอยู่นอกเหนือที่รัฐให้ได้ ยายต้องผ่าตัด... แต่ทุกอย่างมันต้องรอคิวซึ่งของยายต้องรอเกือบเป็นปี เขาได้ลองปรึกษาคุณหมอในตอนนั้นว่าขอเร็วกว่านี้ได้ไหมแต่ท่านกลับส่ายหน้าเป็นคำตอบ แต่สิ่งที่พอให้เขามีหวังคือคุณหมอบอกว่าโรงพยาบาลกึ่งเอกชนไม่ไกลจากที่นี่น่าจะพาเร่งคิวให้ได้ ตอนนนั้นเปรมดีใจแทบอยากร้องไห้ออกมาแต่เมื่อไปถึงมันทำให้เขาอยากร้องไห้ออกมาจริงๆ เพราะค่าใช้จ่ายของยายเกือบแสนกว่า เงินเป็นแสนๆเด็กเพิ่งขึ้นปีสองแบบเปรมจะไปหาได้จากที่ไหน ขนาดต้องกู้อะไรเขายังไม่มีปัญญาเลยซึ่งตอนนนั้นเขาได้สาบานกับตัวเองไว้ว่าจะไม่มีวันกู้นอกระบบเด็ดขาด

               แต่ทุกอย่างตอนนั้นมันเร่งรัดเขาไปเสียหมดค่าผ่าตัดเกือบแสนกว่า ถ้ายายออกมาอยู่บ้านเขาก็ต้องจ้างคนดูแลซึ่งเดือนนึงก็ต้องใช้เงินจำนวนเยอะ ไหนจะหนีที่ยายไปหยิบยื่นนอกระบบมาจ่ายค่าแรกเข้ามหาลัยอีกทั้งชุดต่างๆให้เขาอีกรวมทั้งเงินต้นเงินดอกเกือบห้าหมื่น สิ่งมีค่าสิ่งเดียวที่เขามีตอนนั้นคือบ้านที่ยายยกไว้ให้ในเมื่อมันเป็นของยายเขาจึงใช้มันนรกษายายเช่นกัน…

เปรมได้นำบ้านไปจำนองไว้และได้เงินมาเกือบสองแสนกว่า เหตุเพราะบ้านเขาเล็กมากๆอีกทั้งยังอยู่ในย่านชุมชนแออัดจึงทำให้ได้เงินมาน้อย ตอนนั้นยายดีขึ้นมากเขาจึงกลับไปทำงาน ส่วนยายก็บอกว่าไม่ต้องให้พยาบาลพิเศษมาดูแลแล้วมันเป็นอย่างนี้เรื่อย ๆเกือบเดือน จนกระทั่งวันนึงยายรู้สึกป่วยจึงเข้านอนตั้งแต่ช่วงค่ำแต่ใครจะรู้ว่ามันเป็นวันสุดท้ายที่เราได้ยิ้มให้กัน... 

เขาที่ตอนนั้นเจ็บปวดกับสิ่งที่ต้องสูญเสียแล้วยังมาถูกตราหน้าจากคนรอบข้างอีก เปรมได้แต่โทษตัวเองซ้ำๆช่วงนั้นเงินจัดงานให้ยายก็แทบไม่มี เจ้าหนี้เก่าๆที่พอรู้ว่ายายเสียก็อยากมาได้เงินคืน 

               เปรมเพิ่งรู้ว่ายายไม่ได้มีแค่หนี้นอกระบบแต่ท่านก็หยิบยืมคนอื่นเพื่อส่งเสียเขาเรียนมาเรื่อย ๆ เขาไม่ถือโทษโกรธท่านเลยสักนิดแม้หนี้จะเพิ่มมาอีกเกือบสองแสนก็ตาม เขาเข้าใจกว่ายายจะเลี้ยงเขามาได้มันต้องใช้เงินมากแค่ไหน ตอนนั้นยายไม่ทำประกันอะไรไว้เลยเงินที่เขาให้ยายไปจ่ายประกันต่างๆทุกเดือนเปรมกลับพบมันในกล่องเก่าๆที่หน้ากล่องเขียนว่าเงินฉุกเฉิน แต่ทั้งเจ้าหนียังยืนยันว่าตนต้องได้เงินคืนไหนงานยายที่เขาต้องจัดการทุกอย่างอีก จึงทำให้เปรมต้องตัดสินใจขายบ้านไปส่วนเงินที่ได้ก็นำมาจัดงานและใช้หนี้

               แต่เหมือนเขาเราก็ต่างความคิดกันไปคนแถวนั้นก็ยังคิดว่าเพราะเขาที่เป็นสาเหตุอยู่ดี มันเจ็บทุกครั้งที่ได้ยินพวกเขาต่างผลักไสให้ไอ้เปรมคนนี้เป็นคนผิด ข้อเสียของเขามันอยู่ตรงที่เขาเป็นคนคิดมากและคำพูดเหล่านั้นมันเก็บฝังไปในก้นบึ้งหัวใจ มันทำให้เขาโทษตัวเองมาถึงตอนนี้ถ้าเขาไม่ดื้อดึงเรียนตั้งแต่ตอนยายป่วยแรกๆ ถ้าเขาตัดสินใจทำงานยายก็ไม่ต้องนั่งหลังคดหลังแข็งทำงานยายก็จะสบาย ถ้าเขาไม่ตัดสินใจในวันนั้นทุกสิ่งทุกอย่างมันเพราะไอ้เปรมคนนี้คนเดียว…

“หึ... กี่ปีแล้ววะไอ้เปรมมึงยังร้องไห้อีกเหรอวะ” ร่างสมส่วนค่อยๆใช้หลังมือเรียวเช็ดน้ำตาให้ตัวเอง ยิ่งคิดเปรมก็ยิ่งหัวเราะออกมาดังๆตั้งแต่ตอนนั้นหลังจัดงานยายเสร็จเขาก็ไม่เคยกลับไปที่นั่นอีกเลย ทั้งๆที่หันหลังให้แล้วแท้ๆทำไมมันสลัดออกจากความคิดไม่ได้สักครั้ง 

               คนนั่งบนโซฟาตัวใหญ่ส่ายหน้าให้กับตัวเองอีกครั้งก่อนเขาจะรีบเช็ดน้ำตาออกให้เรียบร้อย บัวลอยไข่หวานกินไปได้เล็กน้อยถูกเขาวางลงพร้อมช้อนในถ้วย ขนมอร่อยแต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกอิ่มจนมันตีตื้นไปหมดร่างสมส่วนทิ้งตัวพิงพนักโซฟาด้านหลังแรงๆพร้อมกับหลับตาลงช้าๆให้ทุกอย่างมันหายไปเองเฉกเช่นทุกครั้ง

“เฮ้อ! โทรหาไอ้เรนดีกว่า ได้คุยกับใครสักคนตอนนี้คงดี” รอสายไม่นานฝั่งนั้นก็รับสาย เปรมพอได้พูดเรื่องไอ้ผู้จัดการก็ทำให้ได้ลืมเรื่องเครียดๆไปบ้าง หลังจากเราคุยกันอยู่สักพักเขาจึงเป็นฝ่ายวางสายก่อนเนื่องจากเปรมคิดว่าควรให้เรนได้ใช้เวลาส่วนตัวกับครอบครัว เมื่อวางสายจากเรนเรียบร้อยเขาจึงเดินไปอาบน้ำเพื่อจะให้ได้รู้สึกสบายตัวมากยิ่งขึ้นก็ขอให้พรุ่งนี้เป็นวันที่ดี

 

“เอ่อ... คุณเปรมคะคือโบว์ซื้อขนมมาฝากยังไงก็ช่วยรับไว้ด้วยนะคะ” เสียงเรียกชื่อตนดังขึ้นเบาๆทำให้เปรมที่กำลังก้มกินข้าวในจานถึงกับหยุดชงัก ก่อนเขาจะค่อยๆเงยหน้ามองไปยังถุงขนมคุกกี้ด้านหน้าตนดวงตาค่อยๆเลื่อนขึ้นช้าๆก่อนจะสบเข้ากับดวงตากลมโตของคนให้ เปรมถึงกับมือไม้อ่อนเมื่อเห็นคนให้ใบหน้าเกลี้ยงเกลาปากนิดจมูกหน่อยแม้ไม่ได้แต่งเติมมาก

เชี่ย...น่ารักสัสๆเลยว่ะ กูฝันไปหรือเปล่าเหมือนเจอนางฟ้าเลย

“เอ่อ...ให้ผมเหรอครับ” เปรมยืดตัวตรงก่อนเขาจะพูดขึ้นพร้อมในจังหวะเดียวกันที่ชี้เข้าหาตัวเอง เขายอมรับว่าผู้หญิงตรงหน้าตนในตอนนี้โคตรสเปกโคตรน่ารักแต่ความงงมันมีมากกว่าเราไม่รู้จักกันแม้แต่เห็นหน้าคร่าตาเธอนั้นเขายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำเพราะฉะนั้นเขาต้องถามก่อนเพื่อความแน่ใจ เกิดรับไปแล้วไปกินสุ่มสี่สุ่มห้าก็ซวยสิวะ

“ชะ ใช่เราซื้อมาให้เปรมยังไงช่วยกินด้วยนะ คือ... คือเราชื่อโบว์จากฝ่ายพยาบาลนะ ฮื่อ ยัยแนนไปๆกัน” ยังไม่ทันที่เปรมจะได้พูดอะไรออกไปร่างเล็กตรงหน้าก็หันไปใช้มือทุบไหล่เพื่อนเบาๆว่าไปได้แล้วแต่สีแดงระเรื่อบนแก้มตัดกับสีผิวของเจ้าตัวนั้นทำให้เปรมรู้ได้ทันทีว่าเธอกำลังเขินอายเขาอยู่ต่างหากล่ะ ดูเหมือนทั้งสองจะเตรียมการมาดีเพราะคนชื่อแนนก็รีบเดินทันที

“เดี๋ยวครับ เอ่อ...คุณโบว์ขอบคุณสำหรับขนมนะครับ” คนนั่งอยู่บนโต๊ะเรียกชื่อคนกำลังหันกลับไป ก่อนเจ้าตัวจะหันมองตามเขาเปรมเมื่อเห็นคนที่ตนเรียกหันกลับมามองก่อนเขาจะชูถุงตรงหน้าตนขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มกว้างไปให้ในจังหวะเดียวกันที่เขาได้เห็นสีหน้าอีกฝ่ายที่ดูเหมือนจะเขินไปมากกว่าเดิม สายตาของคนพูดมองร่างเล็กจนลับสายตาก่อนเขาจะก้มมองขนมในมือตนอีกครั้ง

“เอาวะไอ้เปรมยังไงก็ได้ขนมมากินฟรีๆ อยู่ได้ไม่นานก็มีคนชอบแล้วเหรอวะ เรานี่มันหน้าตาดีจริงๆนะเนี้ย” ขณะที่เปรมกำลังนึกนั่งชมตัวเองอยู่นั้น อยู่ๆหางตาเขาก็ไปประทับเข้ากับร่างคุ้นตาของใครสักคนและลางสังหรณ์มันทำให้เขาตั้งหันไปมอง  และดูเหมือนอะไรๆมันช่างเหมาะเจาะเพราะดูเหมือนว่าเสียงเรียกชื่อของโบว์เมื่อสักครู่จะเรียกความสนใจของคนรอบข้างได้สมควร รวมถึงคนที่เปรมกำลังสบตาด้วยตอนนี้ไอ้ผู้จัดการ... 

               ร่างสูงใหญ่ตอนนี้อยู่ในชุดสูทดูดีกำลังอ่านอะไรอยู่บนหน้าตักตนเองแต่เพราะภาพเมื่อสักครู่พร้อมเสียงเรียกของเขาทำให้อีกฝ่ายต้องเงยหน้ามามอง อยู่ๆความรู้สึกอยากเห็นสีหน้านอกจากหน้านิ่งๆของอีกฝ่ายนั้นพร้อมกับเขานึกไปถึงเรื่องเมื่อวาน มือข้างถือขนมยกขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเปรมยกขึ้นให้อีกฝ่ายดูอย่างผู้มีชัยให้อีกฝ่ายดู

มึงดูเถอะไอ้ผู้จัดการว่าไอ้เปรมมันมีสาวให้ขนมถึงโต๊ะเลยนะมึง

            แต่สิ่งที่ทำให้ไอ้เปรมถึงกับต้องหงุดหงิดเมื่อแทนที่เขาจะได้เห็นสีหน้าอื่นนอกจากใบหน้านิ่งๆมาจากอีกฝ่ายนั้นแต่หน้าตาตอนนี้กับมีเพียงร้อยยิ้มประดับมุมปากของอีกคนเท่านั้น ไอ้สัส!กูสิควรจะยิ้มแบบผู้มีชัยไม่ใช่มึงมายิ้มแบบนั้น หน้าร้ายๆแบบผู้จัดการมันไม่สำควรได้คำว่ายิ้มแบบผู้มีชัยมันสมควรได้คำว่ายิ้มร้ายๆแบบผู้ร้ายต่างหากล่ะ!

               เปรมที่โคตรรจะเซ็งแสนเซ็งที่เขากวนประสาทไอ้หน้านิ่งที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขาตอนนี้ไม่ได้นั่นตั้งแต่เขากลับมานั่งกินข้าวอีกครั้งมันก็เอาแต่นั่งจ้องหน้าเขาอยู่แบบนั้น แล้วถามว่าชั้นผู้น้อยแบบเปรมมันทำอะไรได้ไหมก็ไม่!ทั้งๆที่ใจเขาอยากเดินเขาไปซัดหน้ามันสักครั้งให้หายโมโห แต่ตอนนี้เขากลับทำไม่ได้เพียงจ้วงข้าวในจานตัวเองให้หมดเร็วๆ เห็นหน้ามันแล้วเขากินข้าวไม่อร่อยจริงๆนั้นแหละ เปรมจะไม่อะไรๆหรอกเพราะถ้าไม่สังเกตดีๆว่าตอนนี้สาวๆหนุ่มๆกำลังมองไอ้ผู้จัดการตาเป็นมันขนาดไหน ทำมันต้องมีมันมาแย่งออร่าไปจากเขาด้วยวะเนี้ย!

               เปรมก็หล่อเหมือนกันครับยิ้มง่าย ยิ้มเก่งแท็คแคร์ตลอด โทรหาได้24ชั่วโมงไม่ติดรอสายแน่นอนมีแค่พี่เปรมคนนี้คนเดียวเลยนะครับทำไมต้องไปสนใจไอ้คนหน้านิ่งแบบไอ้ผู้จัดการนั่นด้วย เปรมที่นั่งจ้วงข้าวในจานไปด้วยพร้อมกับทำปากหมุบหมิบบ่นเรื่องไอ้ผู้จัดการไปด้วยอยู่ๆคนเร่งกินข้าวก็เกิดอาการข้าวติดคอขึ้นมากะทันหัน

แต่วันนี้ดูเหมือนจะเป็นวันตลกสำหรับเปรมเมื่อเขาลืมซื้อน้ำมาด้วย สายตาหันไปมองรอบข้างตนที่พอมีร้านน้ำร้านไหนอยู่ใกล้บ้าง แต่ดูเหมือนร้านน้ำที่อยู่ใกล้เขาสุดจะอยู่ถัดจากตรงนั่งไปถึงสามร้าน แต่ขณะกำลังจะช่างใจว่าจะไม่กินข้าวต่ออยู่นั้นอยู่ๆขวดน้ำเปล่าพร้อมหลอดที่อยู่ด้านในขวดเรียบร้อยแล้วนั้นถูกวางลงบนโต๊ะตรงหน้า เปรมเมื่อเห็นดังนั้นจึงยกขวดน้ำขึ้นมาดูดพร้อมจังหวะเดียวกันเขาจะเงยหน้าขึ้นไปขอบคุณเจ้าของน้ำดื่มขวดนี้

“แค่กๆ ออบอุน...อัด!”(ขอบคุณ...สัส!) ขณะเปรมกำลังเงยจากขวดน้ำขึ้นไปขอบคุณอย่างอารมณ์ดีทั้งๆที่เขากำลังดูดน้ำไปด้วยแต่นั่นกลับยิ่งทำให้เขาแทบตาเบิกกว้างแทบทันที เพราะไอ้คนที่ยืนยิ้มมุมปากอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้คือไอ้คนที่เขาเพิ่งนินทาในใจจนสำลักข้าวตอนนี้ไงล่ะ!

“จะรีบกินข้าวไปไหนอีกตั้งนานกว่าจะเข้างาน ผมรู้นะว่าคุณแอบนินทาผมอยู่” ประโยคสุดท้ายที่เขาถึงกลับตาเบิกกว้างกว่าเดิม ไอ้สัสมันรู้มันรู้ว่ากูโมโหมัน มันรู้ว่ากูกวนมันด้วยไอ้เชี่ยมึงเกินไปแล้วนะมึง!

               จังหวะเปรมกำลังวางขวดน้ำลงบนโต๊ะอยู่ๆฝ่ามือของคนที่ยืนอยู่ข้างๆก็ตบลงปุๆบนไหล่เขาพร้อมเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นเนิบนาบปนขำขันกับเรื่องที่ตนเพิ่งได้พบเห็น

“คุณไม่ต้องรีบกินข้าวหรอกนะ อ่อน้ำขวดนี้คุณไม่ต้องซื้อคืนผมหรอกนะถือว่าเป็นการขอโทษจากผมที่พาดพิงคุณเรื่องเมื่อวานก็แล้วกัน” เปรมหันไปมองคนพูดก่อนเขาจะได้เห็นรอยยิ้มกว้างของอีกฝ่าย เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนตัดใจว่าจะไม่กินข้าวอีกแล้วถึงกลับหันไปจ้วงข้าวในจานตนเองต่ออย่างไม่ได้เอ่ยอะไรกับอีกคนเลยสักคำ แต่ถึงอย่างนั้นก็ได้ยิ้มเสียงหัววเราะเบาๆจากคนยืนอยู่ ใครจะไปรู้ว่าเปรมไม่ได้จะเสียมารยาทกับน้ำใจที่อีกฝ่ายหยิบยื่นให้เขา แต่เป็นเพราะรอยยิ้มบ้าๆนั้นต่างหากที่มันกำลังเล่นบ้าๆกับหัวใจไอ้เปรมคนนี้เข้าแล้วไง!

 

“อะไรกันทำไมวันนี้หน้าบูดเป็นตูดลิงอย่างนั้น” เสียงกระซิบถามเบาๆดังมาจากคนนั่งอยู่ข้างกันทำให้เปรมต้องหันมองเพื่อนด้วยความงุนงง พร้อมยกนิ้วชี้เข้าหาตัวเองคล้ายเป็นคำถามว่ามึงกำลังคุยกับกูเหรอ

“มึงคุยกับกูเหรอวะ” เปรมกระซิบถามกลับไปแม้สายตาเขาจะกลับมาจดจ้องที่จอมคอมพ์ตรงหน้าแล้วก็ตาม 

“ใช่น่ะสิ วันนี้อะไรทำให้อารมณ์เสียขนาดนี้ นี่พี่ๆเขาไม่กล้าเข้ามาคุยด้วยเลยเห็นไหมล่ะ” เรนกระซิบบอกคนทำหน้าหงุดหงิดเบาๆ นั่นทำให้เปรมเพิ่งนึกได้ว่าเป็นจริงอย่างเพื่อนพูดเพราะวันนี้ทั้งวันยังไม่ค่อยมีใครกล้าเข้ามาคุยกับเขาสักเท่าไรซึ่งมันแตกต่างกว่าทุกวัน แต่ถึงอย่างนั้นเปรมก็ไม่กล้าแม้แต่จะพูดคุยปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อเช้าแต่ส่งผลถึงตอนนี้ให้เพื่อนฟังได้

               เพราะเขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าไอ้อาการแบบนี้เขาเรียกว่าอะไร เปรมไม่ใช่เด็กอมมือที่ไม่รู้เลยว่าไอ้อาการใจเต้นแรงนั่นมันแปลว่าอะไร แต่สำหรับไอ้ผู้จัดการที่แรกเริ่มเราไม่ได้เริ่มต้นด้วยความประทับใจอย่างนั้นมันจะใช่ความรู้สึกนั้นจริงๆหรือ แม้ทุกครั้งเขาจะมีอาการใจเต้นเมื่อเจอรอยยิ้มของไอ้ผู้จัดการแต่ทุกครั้งมันก็มีเรื่องทำให้เปรมโกรธควบคู่ไปด้วยซึ่งนั่นมันทำให้เขายิ่งสับสนความรู้สึกตัวเองในตอนนี้

“เปล่าหรอกกูแค่เจ็บท้องนิดหน่อย” เปรมพูดปัดๆไปแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังได้ยินเสียงร้องหึๆมาจากคนนั่งข้างกันอยู่ดี

“เมื่อเช้ามีคนเอาขนมมาให้ถึงโต๊ะเลยเหรอ” คำพูดของเรนทำให้เขาต้องหันมองเพื่อนซึ่งตอนนี้อีกฝ่ายนั่งยิ้มอย่างอารมณ์ดีคล้ายผู้มีชัย

“มึงรู้ได้ไง” เขาถามเพื่อนออกไปด้วยความแปลกใจ อันที่จริงเปรมก็พอรู้ได้ว่าเรื่องแบบนี้ก็ต้องมีคนไปคุยกันบ้างอีกอย่างเธอเล่นนำขนมมมาให้เขากลางโรงอาหารซะขนาดนั้น คนนั่งกินข้าวเช้าอยู่ก็ใช่ว่าจะน้อยๆ แต่ถ้าไอ้เรนรู้นี่แสดงว่าเขาต้องพูดกันเยอะจริงๆสินะ ถึงขนาดคนไม่ยุ่งเรื่องคนอื่นอย่างเรนยังรู้ได้

“ก็ตอนเดินเข้าแผนกได้ยินพี่ๆผู้หญิงแผนกอื่นผู้กันน่ะสิว่า นี่ๆวันนี้เห็นน้องเปรมฝ่ายจัดซื้อมีผู้หญิงมาให้ขนมถึงโต๊ะอาหารเลยนะ”

คนพูดดัดเสียงให้เข้ากับสถานการณ์ที่ได้พบเจอมานั่นทำให้คนฟังถึงกับหัวเราะร่า เออพี่เขาจะพูดกันก็ไม่ผิดหรอกอีกอย่างเขาก็ไม่ได้จะปิดบังอะไรอยู่แล้ว เปรมไม่รู้หรอกว่าอนาคตจะได้คบหากับผู้หญิงคนนั้นไหมแต่สำหรับเขาเธอก็ถือว่าเป็นผู้หญิงน่ารักคนนึงเลยก็ว่าได้ แต่เรื่องนิสัยก็คงต้องดูยาวๆ เขาไม่เกี่ยงใครอยากคุยด้วยก็ให้คุยแต่จะให้สานสัมพันธ์จริงจังส่วนมากสถานะเขาไม่ค่อยให้ใครได้เกินคนคุยสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเธอมีอะไรที่ทำให้เขาสนใจก็พอเลื่อนสถานะเกินนั้นได้

“ไม่มีอะไรหรอก กูไม่รู้จักเธอด้วยซ้ำแต่เธอกลับรู้ทั้งชื่อกูซะงั้น...” ยิ่งนึกถึงสีหน้าเขินอายของผู้หญิงที่ชื่อโบว์ยิ่งทำให้เปรมอดขำไม่ได้ เขาหันไปสบตากับคนนั่งข้างกันซึ่งตอนี้หรี่ตามองคล้ายจับผิดเปรมอย่างไรอย่างนั้น

“หัวเราะร่าเริงขนาดนี้ เธอตรงสเปกว่างั้น?” คนข้างกายเขาน่ะแค่มองหน้ากันรู้ก็รู้หมดไส้หมดพุงกันแล้ว ไม่ต้องให้อีกฝ่ายสงสัยนานเขาก็พยักหน้าตอบรับไป พร้อมในเวลาเดียวกันกับเรนส่งสายตาล้อเลียนมา

“โตๆกันแล้วเรนจะไม่พูดอะไรมากก็อยากให้ดูดีๆด้วยว่าเขามีเจ้าของหรือยัง แต่ถ้าได้พัฒนาความสัมพันธ์เกินเพื่อนยังไงก็พามาแนะนำหน่อยนะ เรนอยากให้เปรมจริงจังกับใครสักคนได้แล้วนะงานการก็มีทำเป็นหลักแหล่งมั่นคงแล้ว จะได้มีคนมาช่วยดูแลกันและกัน” คนพูดส่งยิ้มกว้างมาให้แต่แววตากับจริงจังในคราวเดียวกัน เปรมพอรู้ว่าเรนมันค่อนข้างห่วงเขาเรื่องนี้พอสมควร หลายครั้งต่อหลายครั้งที่เขาเข้าไปแทรกกลางความสัมพันธ์ของคนอื่นและนั่นทำให้เขามีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้อยู่เรื่อย แต่จะให้โทษเขาอย่างเดียวก็ไม่ได้เพราะอีกฝ่ายก็บอกว่าไม่มีใครแล้วเราจะไม่ไปรู้ทุกความเคลื่อนไหวของเขาได้อย่างไรในเมื่อเราไม่ได้อยู่กับเขา24ชั่วโมง

“เออกูรู้อยู่หรอก จะพยายามดูๆอยู่แต่มึงอย่าเพิ่งข้ามขั้นเลยว่ะ” เปรมพูดขึ้นยิ้มๆพร้อมอีกคนเลิกคิ้วขึ้นคล้ายจะถามอะไร

“แล้วรู้หรือไงว่าเขาชื่ออะไรทำฝ่ายไหน บอกหน่อยดิอยากรู้” เรนพูดขึ้นคล้ายกำลังหลอกล่อให้เปรมได้คลายความลับที่เป็นกระแสในตอนนี้ แต่นั่นมันกลับทำให้คนฟังอย่างเปรมถึงกับส่ายหน้าพร้อมหัวเราะเบาๆ 

นี่ไอ้เรนมันเห็นเขาเป็นลูกมันอีกคนหรือไงถึงมาทำเสียงหลอกล่อแบบนั้น เขาไม่ใช่เจ้าทีเร็กซ์แก้มย้วยๆที่พอแม่จ๋าถามไรก็บอกไปตามประสาเด็กหรอกนะ 

“เพื่อนเปรมน่ะไม่อยากบอกเพื่อนเรนเลยว่าผู้หญิงคนนั้นน่ะเธอชื่อโบว์ อยู่ฝ่ายพยาบาลตัวเล็กๆปากน้อยๆโคตรๆน่ารักเลย”

               อีกฝ่ายถึงกับหลุดหัวเราะเมื่อเปรมพูดว่า เพื่อนเปรมน่ะไม่อยากบอกเพื่อนเรนจริงๆนะ เพราะดูเหมือนว่าเขาจะบอกซะหมดทุกอย่าง พอเห็นอีกคนหัวเราะจนดวงตาเป็นสระอินั่นยิ่งทำให้เปรมหัวเราะร่าไปพร้อมกับอีกฝ่าย แต่ดูเหมือนเราสองคนจะหัวเราะกันดังไปเสียหน่อยจนได้ยินเสียงเอ็ดเบาๆจากโต๊ะตรงข้ามพวกเขา

“ชู่... เงียบๆหน่อยผู้จัดการคุยงานอยู่นะ” เสียงบอกของพี่ผู้หญิงโต๊ะตรงข้ามทำให้ทั้งเขาและเรนถึงกลับหันไปมองตามสายตาของอีกฝ่าย ภาพตรงหน้าทำให้เปรมถึงกลับใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะอีกครั้งเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของคนที่ทำให้เขานั่งหน้าตึงตลอดทั้งวันนี้ เรนที่หันมากระซิบเบาๆว่าเป็นอะไรถึงหน้าซีดขนาดนี้ไม่สบายหรือไง 

แต่เวลาเดียวกันที่หัวหน้าหันมามองทางพวกเขาพอดี เปรมจึงได้ข้ออ้างในข้อนี้สนับสนุนความเป็นไปได้ไปในตัวด้วย

“เปล่า...มึงดูสายตาหัวหน้าดิแทบจะแดกหัวกูกับมึงได้แล้ว นี่ถ้าผู้จัดการไปกูกับมึงคงโดนตำหนิจนหูชาเลย” เขากระซิบบอกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงจริงจังทั้งๆที่ใบหน้ายังมองจอคอมพ์ตรงหน้าตนไปด้วย พอเขาพูดไปอย่างนั้นเรนมันจึงพยักหน้าเห็นด้วยก่อนมันจะรีบหันไปสนใจงานตรงหน้าตนต่อนั่นยิ่งทำให้เขาเบาๆใจไปได้อีกเปราะ เปรมโกหกคนอื่นน่ะมันพอโกหกได้อยู่หรอกแต่ถ้าเป็นคนนั่งข้างๆเขาที่รู้หมดไส้หมดพุงไม่รู้จะไปโกหกมันยังไง

               หลังจากเคลียร์งานเรียบร้อยแต่เนื่องจากเหลือเวลาอีกนานกว่าจะเลิกงานนั่นทำให้เขาชวนเรนมันไปเข้าห้องน้ำ แต่ดูเหมือนจะมีคนงอแงหาแม่จ๋าจนเรนต้องวิดิโอคอลหา เมื่อเขาเห็นดังนั้นจึงไปเข้าห้องน้ำคนเดียวหลังจากนั่งถอนหายใจในห้องน้ำหลายครั้งต่อหลายครั้งก็ยังไม่สามารถทำให้จิตใจกระวนกระวายของเปรมตอนนี้รู้สึกดีขึ้นได้ แต่เพราะเขามาเข้าห้องน้ำนานแล้วจึงตัดสินใจออกมาล้างมือพร้อมกับล้างหน้าเผื่อมันจะช่วยให้เลือกฟุ้งซ่านไปได้บ้าง

               มือเรียวของเปรมค่อยๆกวักน้ำใส่หน้าตัวเองแรงๆ สายตาคมมองดูตัวเองในกระจกในตอนนี้เพราะห้องน้ำตอนนี้ค่อนข้างเงียบจนเปรมได้ยินเสียงหอบหายใจของตนเองเบาๆ แต่อยู่ๆประตูห้องน้ำกลับถูกเปิดออกพร้อมกับคนที่เขาไม่อยากเจอที่สุดในตอนนี้ เราสบตากันนิ่งๆผ่านกระจกบานใสขนาดใหญ่ของห้องน้ำ ก่อนมันจะเป็นเปรมเองที่เป็นฝ่ายหลบสายตาคมคู่นั้น ทั้งๆที่ใจเขามันอยากเดินออกไปจากตรงนี้แต่ขาเจ้ากรรมมันดันไม่ทำงานตรงกับหัวใจเลยสักนิด

               เสียงที่ว่าเงียบแล้วนั้นยิ่งมาเจอสถานการณ์แบบนนี้มันยิ่งสร้างความอึดอัดให้เปรมได้เป็นอย่างดี เสียงร้องเท้าหนังค่อยๆดังขึ้นเบาๆทางด้านหลังนั่นยิ่งทำให้เปรมก้มหน้ามากกว่าเดิมก่อนสายตาเขาจะหันไปเจอมือของอีกคนที่ค่อยๆเปิดน้ำล้างมือ ยิ่งเส้นเลือดที่นู้นเด่นบนหลังมือขัดกับผิวขาวๆของคนข้างกายเขานั่นยิ่งทำให้เปรมใจเต้นแรงกว่าเดิม เมื่อรู้วว่าตนกำลังคิดเรื่องบ้าๆอยู่นั้นเขาจึงรีบหันมามองที่หลังมือตนที่เท้าอยู่กับอ่างล้างหน้านิ่งๆ

               เปรมพยายามใช้สมาธิอยู่กับหลังมือตนเองอยู่สักพักแต่ดูเหมือนเขายังรับรู้ว่าคนข้างกายเขายังไม่ไปไหน ทั้งๆที่น้ำหยุดไหลไปตั้งนานแล้ว สายตาของคนที่เอาแต่ก้มหน้าค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองกระจกตรงหน้าตัวเองช้าๆเพราะอยากรู้ว่าอีกคนกำลังทำอะไร แต่สิ่งที่ทำให้เปรมต้องตกใจสุดขีดเมื่อสายตาเขาปะทะเข้ากับสายตาคู่คมของอีกฝ่าย นั่นทำให้เขาต้องรีบก้มหน้าลงทันที สายตาคู่นั้นมันไม่เหมือนสายตาที่เขาเคยพบเห็นทุกวันมันไม่เหมือนสายตาที่หัวหน้ามองลูกน้อง แต่สายตามันกับดูร้อนแรงจนทำให้เขารู้สึกได้ว่าตอนนี้ตนเองนั้นหน้าแดงขนาดไหน 

               มันจะเป็นไปได้อย่างไรระหว่างเราสบตากันแบบนั้นผู้ชายข้างกายเขาจะมองแบบนั้นได้อย่างไร ขณะที่เปรมกำลังถกเถียงกับคำคิดตนเองอยู่นั้น อยู่ๆเสียงรองเท้าของอีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะก้าวออกจากห้องน้ำเสียงนั่นสร้างความเบาใจให้เปรมได้เป็นอย่างมาก แต่เสียงกระซิบทุ้มต่ำเหนือศีรษะกลับทำให้เปรมแทบอยากแทรกแผ่นดินหนีให้ได้

“หน้าแดงหมดแล้วคุณ หึ!” 

อีกฝ่ายเดินออกไปแล้วแต่ประโยคนั้นมันกลับทำให้คนมาสงบสติอารมณ์ถึงกับฟุ้งซ่านมากกว่าเดิม...

               เพราะเรื่องบ้าๆวันนั้นกลายเป็นว่าตลอดหลายวันที่ผ่านมาทำให้เปรมแทบไม่กล้าแม้กระทั่งมองไปยังอีกคน แม้ตอนประชุมเขายังแทบไม่อยากมองหน้าเลยด้วยซ้ำ ถึงสายตาของอีกฝ่ายมันจะแตกต่างไปจากวันนั้นแล้วก็ตามแต่แววตาในวันนั้นมันยังติดตรึงในความคิดเขาอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งเหมือนมันจะมีเรื่องตลกทำให้เปรมอยากขำทั้งน้ำตาอาบสองแก้มเพราะหลังจากน้องปุยนุ่นยย้ายไปทันทีหลังจากของตัวจริงเอ่ยปากให้ย้ายออกจากบ้านหลังข้างเขาทันที พอวันถัดมาก็มีช่างเข้ามาตรวจเช็คพร้อมเฟอร์นิเจอร์ใหม่ทุกอย่างถูกขนย้ายเข้าไปด้านใน

               ตอนแรกเปรมก็นึกว่าไอ้ผู้จัดการจะขายบ้านหลังนี้ไปให้คนอื่นไปแล้ว ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่บ้านจะถูกขายในเวลารวดเร็วเพราะหมู่บ้านแห่งนี้อยู่ในพื้นที่เศรษฐกิจออกไปก็เจอทั้งตลาดสดขนาดใหญ่ตรงข้ามก็เป็นห้างสรรพสินค้า แต่หลังจากเขาอารมณ์ดีได้ไม่ทันถึงวันในวันเดียวกันกลับเห็นรถคันคุ้นตาเข้ามาจอดในโรงรถพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของคนที่เขาไม่อยากเห็น แค่อยู่บริษัทก็อึดอัดจะแย่อยู่แล้วนี่เขาต้องมาเจอผู้จัดการในฐานะเพื่อนบ้านอีกหรือไงกัน!

“เรนวันนี้พวกพี่เต๋าชวนกูไปดื่มนะ” หลังจากพูดคุยกับพี่ๆในไลน์ส่วนตัวเรียบร้อยแล้วนั้นเปรมจึงหันมาพูดให้คนนั่งข้างๆตนฟัง จะว่ารายงานมันก็ไม่เชิงเพราะทุกครั้งเวลาเขาไปดื่มก็จะบอกเรนมันไว้เผื่อเมาหนักๆแล้วอีกฝ่ายโทรหาแล้วเขาไม่รับเรนมันจะได้ไม่เป็นห่วง

“อื้มดูแลตัวเองดีๆด้วยล่ะ ฝากบอกคิดถึงพี่ๆด้วยนะแล้วจะไปยังไง ถ้าเมาห้ามกลับเองนะโบกแท็กซี่ให้มาส่งบ้านรู้ไหม” เปรมอดอมยิ้มกับคำสั่งร่ายยาวของคนข้างกายไม่ได้ แม้จะเป็นประโยคยืดยาวแต่เปรมกับไม่รู้สึกว่ามันน่ารำคาญเลยสักนิด มันทำให้เขารู้สึกดีด้วยซ้ำทำให้รู้ว่ายังมีใครสักคนเป็นห่วงเขาขนาดนี้...

“เดี๋ยวกูบอกให้แล้วกัน นี่ว่าพวกพี่เขาจะมารับกูที่นี่แหละส่วนรถเดี๋ยวฝากๆพี่ยามไว้ให้ดูแลสักวันสองวัน มึงไม่ต้องห่วงคอนโดพี่เต๋าอยู่ใกล้ร้านที่จะไป ถ้าเมาหนักๆพวกกูก็ว่าจะเดินกลับกันเอาทิ้งรถไว้ที่ร้าน” พอนึกถึงพี่เต๋าพี่ที่ทำงานเก่าแล้วเปรมยังอดขำอีกฝ่ายไม่ได้ อีกฝ่ายเป็นลูกคนรวยเลยก็ว่าได้แต่นึกคึกอะไรไม่รู้อยากออกมาสร้างสีสันให้ชีวิตด้วยการทำงานเป็นพนักงานธรรมดา

 แต่พนักงานธรรมดาที่ไหนซื้อคอนโดหลังละเกือบๆสิบล้านได้วะ แถมเลือกทำเลนี่ไม่รู้ว่ามันสะดวกสบายกับการมาทำงานหรือเพราะสะดวกต่อการเมาหนักๆก็ไม่รู้ พี่เขาเล่นซื้อคอนโดที่เดินแค่ห้าร้อยเมตรก็ถึงผับแล้ว แต่เขายอมรับนี่ถ้าพี่ๆไม่บอกว่าค่าเปิดโต๊ะพี่เขาออกเองเปรมคงไม่มีปัญญาเข้าไปที่นั่นเพราะมันโคตรแพงแสนแพง เงินเดือนเขาเกินครึ่งเดือนเลยก็ว่าได้กับการเปิดโต๊ะครั้งนึง

“ยังไงก็ดูแลตัวเองด้วย ถ้าถึงห้องแล้วก็อย่าลืมทักมาบอกเราด้วย อ่ออย่าไปเต้นจนมีเรื่องกับคนอื่นล่ะ” คนข้างกายหันมาพูดเสียงดุ นั่นยิ่งทำให้เปรมหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อนึกถึงสมัยเรียนที่เขาเล่นเต้นสนุกไปหน่อยจนไปเหยียบเท้าพี่คณะเกษตรเข้า ตอนนั้นเมาโคตรๆจำได้ว่าตอนนั้นเขาคุยอะไรกับใครไม่รู้เรื่องเลย พี่ๆก็หาว่าเขากวนอีกโชคดีที่ได้รุ่นนพี่ที่มาด้วยกันกับเรนเข้ามาเคลียร์ให้ไม่งั้นไอ้เปรมคงไม่ได้มานั่งทำงานอยู่ตอนนี้หรอก

“ได้ครับเพื่อน” เพราะถึงเวลาใกล้เลิกงานแล้วเขาจึงปิดเครื่องคอมพ์ของตนเองพร้อมกับอีกคนที่เริ่มเก็บของตนแล้ววเช่นกัน หลังจากตรอกบัตรออกจากงานเรียบร้อยเขาจึงเดินมาส่งเรนที่ลิฟต์ปกติ ก่อนเปรมจะขับรถจักรยานยนต์ตนเองมาจอดไว้ใกล้ๆบริเวณพี่ยามที่ดูแลหน้าตึกอีกทั้งยังฝากรถไว้กับพี่เขาด้วย ตั้งแต่พี่เขาทักเรื่องเสื้อวันนั้นเปรมก็ได้พี่เพิ่มมาอีกคน เพราะเหตุนี้เขาจึงเบาใจได้เยอะที่ฝากรถไว้กับพี่เขา อีกทั้งพี่ยามจะให้เพื่อนเขาอีกกะดูให้ด้วย

               หลังจากนั่งคุยนั่นนี่กับพี่เขาไปสักพักพี่ๆก็ขับรถมารับ พี่เต๋าซึ่งเป็นคนขับบ่นออกมาอย่างหัวเสียกับการจราจรในเขตนี้จากที่กะไว้ว่าประมาณไม่ถึงชั่วโมงคงถึง แต่พอพี่เขามารับจริงมันกลับใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงเลย แต่เขาว่ามันเป็นเรื่องปกติสำหรับระยะทางยี่สิบกว่ากิโลพร้อมชั่วโมงเร่งด่วนขนาดนี้  เรามาถึงร้านเกือบๆสองทุ่ม

“สวัสดีครับไม่ทราบว่าได้จองโต๊ะไว้ไหมครับ” พนักงานเมื่อเห็นพวกเขาเดินเข้ามาด้านในร้านถึงกับยกมือขึ้นไหว้พร้อมส่งยิ้มสุภาพมาให้ ในจังหวะเดียวกันกับที่เสียงทุ้มของคนที่ยืนอยู่ข้างเปรมดังขึ้น

“VIP06 ที่โทรมาจองไว้เมื่อเช้า” พนักงานเรียบยกโทรศัพท์ในมือตนเองมาเช็คอะไรสักอย่างก่อนเจ้าตัวจะพูดขึ้นอีกครั้ง

“คุณเต๋านะครับ โต๊ะที่สั่งจองไว้มีทั้งหมดสี่ท่าน... เชิญด้านในครับ” พนักงานมองพวกเขาม้วนเดียวก่อนจะหันไปยิ้มๆกับพี่เต๋า 

               เปรมยอมรับว่าร้านนี้ว่าหรูจริงๆ แต่ก็อย่างนั้นแหละมันก็สมกับราคาที่ต้องเสียไปอยู่แล้ว เราเข้ามานั่งบริเวณVIPที่สามารถมองเห็นเวทีได้อย่างชัดเจนเพราะตอนนี้ยังไม่ดึกคนจึงไม่ยังไม่เยอะ หลังจากพี่ๆสั่งทั้งเครื่องดื่มพร้อมกับแกล้มแล้วนั้นเสียงทุ้มต่ำของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเขาจึงพูดขึ้น

“เป็นไงบ้างวะเปรมไปทำงานบริษัทใหญ่” พี่เต๋าเป็นคนเปิดประเด็น ในจังหวะเดียวกันกับพนักงานนำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟเครื่องดื่ม พี่ดินจึงเริ่มชงพร้อมแจกจ่ายให้ทุกคนอย่างคุ้นชิน

“ก็ดีแหละพี่ พี่ๆที่ทำงานใหม่เขาก็น่ารักกัน ขอบคุณครับ” เปรมพูดขึ้นพร้อมกับยกเครื่องดื่มที่ดินชงให้ยกขึ้นมาจิบเบาๆ ก่อนจะยกนิ้วหัวแม่มือให้คล้ายกับเป็นการชมว่ารสชาติไม่เปลี่ยนแปลงเลย

“เออว่าแต่กูได้ยินมาว่าพวกมึงสองคนไปเป็นน้องชายเลขาท่านประธานบริษัทได้ไงวะ” เปรมถึงกับหันมองคนนั่งเอนหลังกับพนักพิงด้านหลังด้วยท่าทางสบายคล้ายถามเรื่องฝนฟ้าอากาศ เขาพยายามควบคู่น้ำเสียงตนเองก่อนถามอีกฝ่ายกลับไป

“พี่รู้ได้ยังไง” พี่เต๋าถึงกับหัวเราะร่าก่อนเจ้าตัวจะขยับตัวนั่งดีๆพร้อมยกเครื่องดื่มที่คนข้างกายชงให้มาจิบไปที

“ทำไมกูจะไม่รู้ล่ะ กูก็เห็นน้องๆกูมันได้ย้ายงานในเวลารวดเร็วก็เป็นห่วงเลยให้เพื่อนที่เป็นผู้จัดการอีกแผนกดูๆไว้ให้ด้วย แต่มันกลับมาหัวเราะร่าให้กูว่าไอ้สองคนที่กูห่วงนักห่วงหนาน่ะอย่าไปห่วงเลย นี่ไม่ใช่เข้าง่ายได้ง่ายๆแบบเส้นหมี่แล้ว นี่มันเส้นใหญ่ชัดๆ เลขาคนสนิทของเจ้าของบริษัทถึงกับออกปากว่าพวกมึงสองคนน่ะเป็นน้องชายของเขา ไหนมันเป็นยังไงเล่าให้กูฟังซิ” 

คนพูดยกแก้วเหล้าขึ้นพร้อมเจ้าตัวที่เอนตัวพิงพนักพิงด้านหลัง เขามองรอบๆที่มีสายตาทั้งพี่ดินพี่โมมองมาคล้ายสงสัยเช่นกัน 

ชวนกูมากินเหล้าหรือพากูมาหลอกเอาความลับวะเนี้ย แล้วเพื่อนเปรมจะตอบยังไงล่ะวะไอ้เรน!

               เสียงเพลงดังคลอเบาๆพร้อมกับนักเต้นบางคนที่เริ่มมาออกสเต็ปก็ไม่สามารถดึงความสนใจให้คนทั้งสามละสายตาจากเปรมได้ จำเลยอย่างเขาจะทำอะไรได้นอกจากยกแก้วเหล้าเพรียวๆขึ้นมากระดกจนหมดด้วยท่าทางชิวๆ แต่ความเป็นจริงในสมองเขากำลังประมวลผลแทบรวนไปหมดๆ แล้วในแผนกเหมือนไม่มีอะไรแต่นอกแผนกพูดกันหนาหูขนาดนี้เลยเหรอวะ

“อ่อ... คืออย่างงี้พี่ ไอ้เรนน่ะที่มันเคยบอกว่ามันเคยบอกว่ามันมาจากบ้านเด็กกำพร้าใช่ไหม...” เขาทิ้งประโยคไว้แค่นั้นเพื่ออยากรู้ว่าอีกสามคนจะมีปฏิกิริยาอย่างไร แต่เมื่อทุกคนพนักหน้าตามคล้ายกับเชื่อจริงๆเขาจริงเริ่มพูดอีกครั้ง

“เคยมีคนมาบริจาคของสมัยมันเรียนม.ปลายแล้วเป็นพี่เลขานี่แหละเขาก็เอ็นดูมัน แต่อยู่ๆเขาก็หายไปจนมันมาทำงานแล้วเขาเจอมันพอดียิ่งเจอทีเร็กซ์ยังเด็กด้วย เขาเห็นว่าอยู่แบบนี้มันก็จะไม่ไปไหนมาไหนเขาจึงอยากให้มันได้เงินเดือนเยอะขึ้น ที่มันไม่อยากบอกพี่ๆก็กลัวจะคิดว่ามันเด็กเส้นเกินไป” ทั้งสามคนพยักหน้าคล้อยตามเขาจึงโล่งอกไปได้มาก และดูเหมือนพี่ดินจะทำหน้าที่ได้ดีเจ้าตัวหยิบแก้วเขาไปเทเหล้าให้อีกครั้ง พอได้แก้วตนเปรมจึงยกมาดื่มย้อมใจไปอีกครึ่งแก้ว 

“อ้าวแล้วอย่างนี้ทีเร็กซ์หลานกูล่ะวะอยู่ยังไงในเมื่อบริษัทระดับเขาไม่มีทางให้พนักงานไปนั่งเลี้ยงลูกได้แน่” นั่นไงไอ้เปรมว่าแล้ว คนถูกถามส่งยิ้มร่าให้พี่ๆทั้งสามคนอีกครั้งก่อนเขาจะพูดไปตามความจริง

“อ่อเรื่องนั้น คือพี่เขาก็รวยพอตัวอ่ะพี่ทีนี้เขาจึงแนะนำคนที่ดูแลเขามาแต่เด็กให้เรนมันรู้จักพร้อมให้มาเลี้ยงทีเร็กซ์ให้ พวกผมหยุดเสาร์เว้นเสาร์อยู่จึงทำให้ช่วงหยุดเรนมันเลี้ยงลูกเอง อีกทั้งเรนมันก็ได้เงินเดือนเพิ่มจึงได้เงินส่วนนั้นเป็นค่าจ้างให้ป้า ส่วนที่พักทางพี่คนนั้นเขาดำเนินการเรื่องให้บ้านพักมาหลังนึงเสียแค่ค่าน้ำค่าไฟเอง” เปรมพูดไปตามความจริงแม้จะโกหกนิดหน่อยเพิ่มเติมอีกนิด ที่ว่าพี่คนนั้นความจริงคือท่านประธานที่นั่นซึ่งเขาก็แนะนำป้านวลให้เรนจริงๆ ส่วนค่าใช้จ่ายก็ต้องมีสมจริงกันบ้างซึ่งส่วนนี้เปรมว่าคนระดับนั้นคงให้ค่าเลี้ยงลูกตนให้ป้านวลอยู่แล้ว ส่วนป้านเขาก็ไม่ได้บอกนี่นาว่าเป็นบ้านเขาหรือบ้านไอ้เรน 

               อีกทั้งความสัมพันธ์ของทั้งสองคนนั้นก็ไม่รู้จะไปทิศทางไหน ผู้ชายที่ชื่อเท็นเขาดูไม่ออกจริงๆว่าพี่เขาเป็นคนแบบไหน ความจริงเขาไม่อยากโกหกหรอกแต่ถ้าวันหนึ่งเขาทั้งสองต้องแยกย้ายไปใช้ชีวิตกันเอง คนที่เสียหายย่อมจะเป็นเพื่อนของเขาอยู่แล้ว อีกทั้งทีเร็กซ์ล่ะจะถูกมองอย่างไรเกิดขึ้นมาระหว่างความผิดพลาดของพ่อแม่งั้นหรือ แม้เพื่อนเขาจะเต็มใจทุกอย่างแล้วอีกคนล่ะจะคิดอย่างไร... ตอนนี้เขายังคิดมากกว่าหลานเขาจะถูกเลี้ยงดูให้ดีได้ขนาดไหน

                ซึ่งตอนนี้เปรมยอมรับว่าเขาค่อนข้างกังวลใจถ้าหากวันหนึ่งพี่เขาเจอคนที่ใช่สำหรับพี่เขาแล้วคนๆนั้นไม่ใช่เรน...

แต่เขาอยากได้ลูกแค่คนเดียว คนที่ถอยออกมาก็ต้องเป็นเพื่อนเขาอยู่แล้วถ้าผู้หญิงคนนั้นรักหลานเขาจริงๆด้วยหัวใจมันก็ดีไปถ้าไม่รักหรือดูแลไม่ดีขึ้นมาทั้งเขากับไอ้เรนจะทำอะไรได้ ในใจก็ได้แต่หวังให้พี่เขาคิดแบบเดียวกับเพื่อนเขาเช่นกัน หรือไม่ในเวลาที่ต้องอยู่ด้วยกันนี้ก็ขอให้เขาได้ดูกันไปเรื่อย ๆให้มันเกิดเป็นความรัก เรนมันจะได้มีทุกอย่างที่มันฝันไว้จริงๆ

“ไอ้เปรม! ปัง!” เสียงเรียกชื่อเขาเสียงดังพร้อมกับเสียงตบโต๊ะดังลั่นทำให้เปรมถึงกับสดุ้งตกใจพร้อมกับหันไปมองพี่ๆด้วยหน้าตาตื่นๆ ก่อนเขาจะไปเห็นสีหน้าเป็นกังวลจากคนทั้งสาม

“เป็นอะไรน่ะเราพี่เรียกตั้งนานไม่ได้ยินเหรอ / เอออยู่ๆก็ทำหน้านนิ่งๆแป๊บเดียวก็ยิ้มๆมึงเป็นไร” ทั้งพี่ดินพี่โมถามออกมาด้วยความสงสัย เปรมกวาดสายตามองคนข้างกายตนเลื่อนไปยังคนตรงข้ามเยื้องไปอย่างพี่ดินก่อนสายตาจะมาจบลงที่พี่เต๋า อีกฝ่ายทำเพียงเลิกคิ้วขึ้นคล้ายสงสัย

“เปล่าหรอกพี่ พอนึกถึงหลานผมก็อดห่วงไม่ได้แหละทีเร็กซ์ก็อยุูกับคนอื่นผมก็นึกหวั่นใจไปกลัวเป็นเหมือนในข่าวที่พี่เลี้ยงดูแลเด็กได้ไม่ดีพอก็นึกห่วงๆหลาน แต่พอมาเห็นเวลากลางป้าเขาวิดิโอคอลมาหาให้ทีเร็กซ์หาแม่จ๋า หลานก็ชอบทำหน้าให้ผมเอ็นดูตามตลอด” วันนี้กูโกหกไปกี่เรื่องแล้ววะ นี่พามากินเหล้าหรือพามามอมเอาความลับกันแน่วะ

“เอออย่าคิดมากเลยเปรมคนระดับเขาต้องไม่ทำให้ตนเองต้องเสียชื่ออยู่แล้วแหละ” พี่โมพูดขึ้นคล้ายเห็นใจ พร้อมพี่ดินพูดขึ้น

“พูดถึงทีเร็กซ์แล้วคิดถึงหลานเลยว่ะ แค่คิดนะกลิ่นแป้งเด็กน้ำยาปรับผ้านุ่มเด็กแม่งลอยตามมาเลย / เออคิดถึงจริงว่ะเปรม” พี่เต๋ากับพี่ดินพร้อมขึ้นมาในเวลาแทบพร้อมๆกัน ก่อนคนเล่นใหญ่ไม่ต่างจากเขาอย่างพี่ดินจะทำหน้าเพ้อฝันยิ้มๆ

“เดี๋ยววันหลังผมจะให้เรนมันวิดิคอลในกลุ่มแล้วกัน แทบจะบอกวงเล็บสำคัญใหญ่ๆไว้ว่าลุงๆจะลงแดงตายแล้วครับ” พอเขาพูดจบก็ได้ยินเสียงหัวเราะร่าจากทุกคนในโต๊ะ ก่อนเราจะพูดคุยสารทุกข์สุขดิบกันพร้อมดื่มกันไปเรื่อย เราไปเต้นกันบ้างเป็นครั้งคราว ได้เบอร์มาบ้างอีกเล็กน้อยก่อนเราจะวนกลับมานั่งโต๊ะตัวเอง แต่กว่าจะถึงโต๊ะก็แวะโต๊ะนั้นโต๊ะนี้แต่คำเชิญ ทำไงได้วะมาแบบคนโสดกันทั้งสี่คน เราเลยไม่ต้องห่วงจะไปทำลายความรู้สึกใครไหมด้วยเหตุเพราะแวะมาตลอดทางทำให้พวกเขาแทบจะลากกันมานั่งโต๊ะตนเอง

               เมากันแทบทุกคนสายตาเปรมมองไปเรื่อย ๆยังกลุ่มนักเต้นที่ต่างออกสเต็ปกันอย่างเมามันส์ตามจังหวะเพลง ยิ่งช่วงเที่ยงคืนแบบนี้คนยิ่งคึก แต่ระหว่างเปรมกำลังมองไปเรื่อย ๆอยู่นั้นสายตาเขากับไปปะทะกับร่างคุ้นตาโชคดีที่บริเวณเขานั่งกับอีกคนนั่งไม่มีจนมองไม่เห็นว่าใครเป็นใคร มันทำให้เปรมถึงกับต้องขยี้ตาแล้วขยี้ตาอีกว่าตนเองนั้นไม่เมาจะคิดไปเองแต่พอรู้ว่าใครเขาแทบหันกลับมามองพี่ๆแทบจะทันที

               เปรมยกเหล้าในแก้วตนเองขึ้นมากินจนหมดก่อนเขาจะหันไปมองอีกครั้งดูเหมือนอีกคนจะยกแก้วเหล้าของตนขึ้นมาดื่มอีกครั้งแต่สายตากลับมองมาโต๊ะพวกเขาอย่างไม่วางตา หันไปเที่ยวไหนก็เอาแต่มองๆคนสติสัมปชัญญะแทบไม่เหลือแบบไอ้เปรมก็ไม่รู้จะทำยังไงหรือว่าต้องยกแก้วแล้วขึ้นเป็นการทักทายผู้จัดการในแผนกวะ คนเมาเมื่อคิดได้ดังนั้นจึงยกแก้วเหล้าตยขึ้นพร้อมกับชูไปทิศตรงข้ามตน แต่ดูเหมือนพี่ๆที่เมาแต่เสือกตามดีงั้นมองตาม

“ใครวะ เอิ้ก ใครวะไอ้เปรมเพื่อนมึงเหรอ” พี่เต๋าเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อนพร้อมเจ้าตัวหันไปยิ้มๆให้คนด้านหลังตนเอง คือพี่จะไปยิ้มให้มันทำไมพี่ไม่ต้องมามารยาทดีตอนนี้ก็ได้ไหมวะ 

“เฮ้ยๆแม่งยกแก้วเหล้าทักทายพวกเราแล้ว อ้าวพวกเราทักทายเขาหน่อย” ยังไม่ทันที่เขาจะได้อธิบายอะไรคนเมาทั้งสามคนก็ยกแก้วเหล้าของตกเองชูขึ้นทักทายไปทางด้านหลังตนเองอย่างกับรู้จักมักคุ้นกันมานาน แล้วพวกห่านั้นเสือกยกแก้วทักทายอีก

“พี่ อึก พี่คือมันไม่ใช่เพื่อนกูเว้ย มันคือหัวหน้ากูเ เขาเป็นผู้จัดการโผม” เปรมพูดจบคนทั้งสามก็แทบเบิกตากว้างทันที 

“อ้าวเหรอ ไอ้เชี่ยเปรมมึงทำไมเพิ่งบอกกูไปเรียกเขามาดื่มด้วยสิวะ!” ถามว่าไอ้เปรมมันปฏิเสธรอะไรได้ไหมนู้นพี่ทั้งสามคนกวักมือหยิกๆเรียกทั้งไอ้ผู้จัดการทั้งเพื่อนมันอีกสองคนมานั่งด้วยกัน ไอ้คุณเจมันหันไปพูดอะไรกับเพื่อนเล็กน้อยก่อนทั้งสามคนนั้นจะยกขวดเหล้าขึ้น เท่านั้นแหละไอ้พี่เต๋ากับพี่ดินแม่งแทบหูกระดิกดิ๊กๆไปตามเหล้าขวดนั้น ยังไม่ทันจะห้ามไอ้พี่โมก็ตบไหล่ปุๆว่าดื่มๆอย่าคิดมาก  กูจะไม่คิดมากเลยถ้ามันไม่ใช่คนที่ทำให้กูคิดมากทั้งอาทิตย์จนต้องมานั่งกินเหล้าย้อมใจแบบนี้!

               หลังพี่ๆไปคุยไม่นานพวกนนั้นก้เรียกพนักงานที่อยู่ไม่ไกลไปคุยอะไรสักอย่าง ก่อนทั้งหมดจะย้ายสร่างร่างตรงมาที่นี่ แค่ได้เห็นว่าใครจะมาร่วมโต๊ะด้วยขณะกำลังกึมๆถึงกลับแทบหายเมาเหล้าเป็นปริดทิ้ง

“อ้าวๆขยับหน่อยๆคร๊าบ วันนี้ เอิ๊ก วันนี้จะมีคนมาร่วมวงเราอีกสามโคน ขยับหน่อย” พนักงานยกโซฟาอีกตัวมาวางไว้หัวโต๊ะก่อนคนที่เขาไม่คุ้นหน้าจะนั่งลงเมื่อเห็นดังนั้นเขาจึงพอเบาใจได้บ้างว่า ไอ้คุณเจถ้าไม่นั่งเบียดกับเพ่อนก็ต้องนั่งข้างพี่โม ไม่ก็พี่ดินซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเขา แต่เสียงพูดของพี่เต๋าแทบพังทลายความคิดทั้งหมดของเปรมลงแทบในพริบตา

“อ้าวไอ้โมมึงก็มานั่งกับพวกกูดิ เนี้ย เอิ๊กต้องห้ายคูงเจเขานั่งกับอ้ายเปรม อ้ายนี่ เอิ๊ก มึงไม่เรียกหัวหน้ามึงเลย เชิญคร๊าบคุณ” ไอ้พี่เต๋าเมาแทบทรงตัวไม่อยู่สั่งเสียงเข้มพร้อมพี่โมที่ขยับลุกขึ้นไปนั่งอีกฝั่งเป็นที่เรียบร้อยโดยเขายังไม่ทันร้องบอกอะไร

พร้อมร่างสูงคุ้นตามานั่งลงแทน เพียงเท่านั้นใจไอ้เปรมก็สั่นยิ่งกว่าสมัยกูหัดกินเหล้าใหม่ๆเสียด้วยซ้ำ

“อ้าวสาหวัดดีคร๊าบผู้จัดกาน พี่ๆ” เปรมพูดเสียงดังแข่งกับเสียงเพลงพร้อมยกมือขึ้นไหว้คนมาใหม่ทั้งสามคน ทำเสียงให้คล้ายคนเมาหนักก่อนเขาจะได้ยินเสียงหัวเราะหึๆจากคนข้างกาย

“สวัสดีครับเห็นเจว่าน้องเป็นน้องพนักงานให้แผนกเจมัน พี่ชื่อวิวนะครับยินดีที่ได้รู้จักทุกคนครับ” คนชื่อวิวชี้เขาหาตัวเองพร้อมส่งยิ้มกว้างในวินาทีเดียวกันกับที่คนนั่งข้างพี่วิวจะพูดขึ้นบ้าง

“ชื่อคิมนะครับ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคน” อีกฝ่ายพูดยิ้มๆเพื่อนไอ้ผู้จัดการนี่มันคัดเลือกที่หน้าตาหรือไงวะเนี้ย เมื่อรู้ว่าคนข้างเขาจะต้องเป็นฝ่ายเอ่ยชื่อตนเองเปรมจึงได้โอกาสลอบมองคนข้างกายไปด้วย กลิ่นน้ำหอมลอยคลุ้งเบาๆให้ความรู้สึกน่าค้นหานั่นพอมาผสมกับคนข้างกายเขามากับลงตัวอย่างบอกไม่ถูก เสื้อชิ้ตสีขาวพร้อมกางเกงยีนส์สีเข้มทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายคงกลับไปอาบน้ำก่อนออกมาที่นี่

 เปรมค่อยๆเลื่อนสายตาตั้งแต่สันจมูกโค่งสวยที่รับกับริมฝีปากได้เป็นอย่างดี ลูกกระเดือกเด่นชัดจนทำให้เขาอดกลืนน้ำลายไม่ได้ ยิ่งเลื่อนลงมายังกระดุมเสื้อที่ถอดเจ้าตัวปลดออกจนเผยแผ่นอกกว้างของอีกคน ยิ่งมามองในทิ้งระนาบเดียวกันแบบนี้นั้น... หน้าอกตึงแน่นยิ่งพอมาปะทะกับแสงไฟสลัวๆยิ่งทำให้ให้ดูตึงแน่นไปมากกว่าเดิม อยู่คนมองก็รู้สึกลำคอแห้งผลากจนเปรมจึงละสายตาจากหน้าอกอีกคนไปยังจมูกแทน แต่อยู่ๆคนข้างกายกับหันมามองเขาด้วยคนแอบมองทั้งตกใจทั้งใจเต้นรัวแทบไม่เป็นจังหวะเมื่อได้มาสบตากับคนที่เขาพยายามหลบหน้าในระยะประชิดขนาดนี้

เปรมจึงหันไปหยิบแก้วเหล้าของตนขึ้นมาดื่มจนหมดอีกครั้งแต่เหมือนคราวนี้จะแรงจนเขารู้สึกฝาดคอไปเสียหมด อยู่แก้วน้ำเปล่าก็ถูกเลื่อนมาจากอีกคน ครั้งจะปฏิเสธพี่ๆก็มองมาอย่างลุ้นๆจนเขาจำยอมต้องรับน้ำเปล่าจากอีกคนมาดื่ม ดูเหมือนคนมาใหม่กับพี่ๆเขาจะคุยกันถูกคอ เขาที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากเออออไปตามพี่ๆบ้างเป็นบาวครั้ง แต่ใครจะไปรู้ว่าอ้เปรมตอนนี้มันทรมานแค่ไหน

เพราะเมื่อร่างผู้ชายตัวใหญ่ๆมานั่งด้วยกันยิ่งทำให้เราต้องนั่งเบียดกันพี่โมเป็นผู้ชายร่างเล็กกว่ามาตรฐานชายไทยเล็กน้อยซึ่งทำให้เรานั่งด้วยกันสบาย ซึ่งมันต่างจากผู้ชายที่นั่งข้างเขาในตอนนี้ มันไม่ได้รู้สึกอึดอัดที่ต้องมานั่งบนโซฟาใกล้กับไอ้คุณเจอย่างนี้จะว่ามันมันนั่งสบายมันก็นั่งสบาย แต่เพราะกลิ่นน้ำหอมจากอีกคนที่ทำให้เขารู้สึกวูบวาบจนนั่งไม่ติดอยู่แบบนี้

เปรมพยายามดื่มเหล้าเผื่อเขาเมาจะได้เลิกสนใจคนนั่งข้างกันได้บ้าง แถมอีกคนเหมือนยิ่งแกล้งขยับตัวมาใกล้เขามากกว่าเดิมเอียงคอซ้ายทีขวาทีขยับตัวเล็กน้อย มันเหมือนไม่มีอะไรแต่คนนั่งใกล้แบบเปรมรู้ดีว่าทุกคนที่คุณเจมันขยับตัวเขายิ่งจะได้กลิ่นน้ำหอมจากอีกคนมากเท่านั้น

“พี่อึก พี่ๆโผมไปเต้นก่อนนา...” คนเมาพยายามบอกคนในกลุ่มพร้อมกับสายตาหันไปมองคนข้างกายคล้ายบอกว่าช่วยขยับหน่อยครับผมจะออกไปข้างนอกแล้ว เมื่อเห็นดังนั้นร่างสูงใหญ่ของคนนั่งข้างเปรมจึงเอียงตัวพิงพนักพิด้านหลังให้เขาได้เดินออก แต่เหมือนจังหวะผิดพลาดที่พี่เต๋าพูดขึ้นอย่างร่าเริง

“อ้าวอ้ายเปรมมึงจาปายสนุกคนเดียวด้ายยางงายนี่กูพี้มึง และทูกโคนก็พี้มึงนา” คนเมาไม่ต่างจากเปรมพูดเสียงอ้อแอ้พร้อมชี้เข้าหาตนเอง ก่อนคนทั้งสองที่นั่งอยู่โซฟาเดียวกันจะพยักหน้าเป็นนลูกคู่ไปด้วย นั่นจึงทำให้เราต้องหอบกันไปทั้งกลุ่ม ใช้เปรมตั้งใจจะมาเต้นเพื่อจะได้หลบสายตาของไอ้ผู้จัดการบ้าง มันไม่ควรเป็นแบบนี้ที่ด้านหลังเขาเหมือนมีคนคุมแบบนี้ ตามกูเป็นเงาเลยไอ้ผู้จัดการ!

               มีสาวๆเข้ามาชนแก้วกับเขาบ้างเป็นบางคราวแต่เพราะมีไอ้ร่างสูงๆด้านหลังที่เดินประกบต้อยๆแถมบดบังรัศมีความหล่อเขาไปซะหมด ทำให้คะแนนความหล่อของไอ้เปรมนั้นลดฮวบอย่างไม่ต้องสงสัย เข้าใจนะมันต้องเต้นเบียดกันบ้างแต่มึงไม่จำเป็นต้องมายืนใกล้กูขนาดนี้ก็ได้ไหม นู้น...ไปเต้นเป็นปลาขาดน้ำแบบพี่ๆทั้งสามคนอยู่หน้าเวทีแบบพี่กูก็ได้ หนีก็หนีไม่พ้นทำให้เปรมทำใจได้แค่การชนเหล้ากับทั้งสาวหนุ่มๆที่เข้ามาทักทาย เข้ามายื่นแก้วเหล้าให้บ้าง...

 

“คูงเอิ๊ก คูงเจอยู่บ้านข้างอ้ายเปรมช่ายม้ายคร๊าบ” เสียงดังเข้าโสตประสาทให้คนเมาได้บ่นงึมงำกับตัวเองเบาๆพร้อมในใจหวะเดียวกันที่เสียงทุ้มต่ำของคนแบกเขาเมาที่เอนซบตัวเองอยู่จะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่ง

“ครับ” เจหันมองคนยืนซบไหลเขาอย่างหมดท่า ไม่รู้อีกฝ่ายจะดื่มเอาดื่มเอาไปถึงไหนดื่มไม่รู้กำลังตัวเองเลย

“ยางงายพวกโผมขอฝากอ้ายเปรมมันด้วยนาคร๊าบ” เต๋าพูดคนพร้อมส่งยิ้มร่าให้กับคนตรงหน้า เจเพียงพยักหน้าตอบรับ ก่อนทั้งสามคนจะแบกกันไปทางคอนโดขนาดใหญ่ ส่วนไอ้เพื่อนทั้งสองคนของเจก็มีคนมารับถึงที่ ส่วนมากถ้ามากินไกลๆจากคอนโดพวกเขาจะไม่เมามากตอนนี้เขาก็พอกรึมๆบ้าง เพื่อความปลอดภัยเจจึงโทรให้คนขับรถมารับที่นี่

               คนเมาแผลงฤทธิ์ตั้งแต่อยู่บนรถจนเจต้องจอดให้อ้วกแทบตลอดทาง ดูจากสภาพถ้าให้นอนคนเดียวคนไม่ดีอย่างแน่นอนพอเจถามหากุญแจคนเมาก็บอกอยู่ในกระเป๋าหายังไงก็หาไม่เจอ จนกระททั่งมีสายโทรเข้าหน้าจอปรากฏสายเรียกเข้าจากคนชื่อโมพอเจรับสายอีกฝ่ายก็ร่ายยาวมาว่าถึงห้องกันแล้วคนเมากับเขาในตอนนี้ลืมกระเป๋าไว้บนโต๊ะแต่โชคดีพนักงานมาส่งคืนได้ทันจะกลับไปหาก็ไม่เจอแล้วให้นอนกับเขาไปเลย ยังไม่ทันเจจะเอออออะไรอีกฝ่ายก็ตัดสายไปเลย

“พี่โผมนะโคตร อึก โคตรเหม็นตัวเองเลย” คนเมาบ่นงึมงำเบาๆข้างหูจนเจอดส่ายหน้าไม่ได้ จะไม่ให้เหม็นตัวเองได้ยังไงก็เล่นอ้วกติดตามเสื้อผ้าขนาดนี้ หลังจากไขประตูบ้านได้เจจึงพยุงคนเมาเข้าบ้านทันที คนขับรถที่บ้านเขาหลังจากยื่นกุญแจรถให้ก็ขอตัวกลับบ้านทันทีเพราะตนเรียกแท็กซี่มารอตั้งแต่เข้ามาแล้ว เจเห็นนั้นจึงยื่นเงินจำนวนหนึ่งเป็นค่ารถกับค่าเสียไว้ให้ 

“ยืนดีๆสิเปรมผมไขกุญแจบ้านไม่ได้” เจหันไปดุคนเมาซึ่งตอนนี้เอาแต่บ่นงึมงำจะกินหูเขาอยู่แล้ว ยิ่งอีกฝ่ายทิ้งน้ำหนักตัวมาให้เขาหมดขนาดนี้อีก 

“อื้อ วางเบาๆก็ด้ายทามมายต้องโยน!” คนเมาตะคอกกลับมาเสียงดังเมื่อเจโยนอีกฝ่ายลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น เจเท้าสะเอวมองคนเมาที่กำลังเลิกชายเสื้อตนเองขึ้นมาเกาเอวหยิกๆคล้ายรำคาญ

“อื้อ...พาอาบน้ำหน่อยๆนะอาบน้ำ” คนเมายื่นแขนขึ้นพร้อมสีหน้าออดอ้อนคล้ายเด็กๆ ใบหน้าพยักหงึกหงักขึ้นลงซึ่งเจคิดว่ามันคล้ายกับหลานเจ้าตัวที่ชื่อทีเร็กซ์ไม่ผิดซึ่งมันน่ารักเหมือนกันไหม เจคงต้องยอมรับว่ามันโคตรน่ารักเหมือนกันไม่มีผิด คนที่พอเจอหน้าเจก็เอาแต่ทำหนน้าหงิกงออยู่ตลอดเวลา พอมาทำหน้าตาอ้อนๆแบบนี้แล้วนั่นมันกูรู้สึกแปลกเหมือนกัน

               ร่างสูงใหญ่นั่งลงโซฟาอีกฝั่งโดยจังหวะเดียวกันกับคนเมาลุกขึ้นนั่งพิงพนักโซฟาด้านหลัง สีหน้าหงุดหงิดเกิดขึ้นทันทีเมื่ออีกคนถอดเสื้อเชิ๊ดของตนไม่ได้ เจอดหัวเราะคนเมาในตอนนี้เสียเหลือเกินจะให้ถอดได้อย่างไรในเมื่อเสื้อมันต้องปลดกระดุม แต่อีกฝ่ายกับจะถอดออกทั้งอย่างนั้น

“อื้อ...ทามมายมันถอดม่ายด้าย ถอดห้ฃายเราหน่อย นะๆ” น้ำเสียงเหมือนเด็กๆนั่นยิ่งทำให้เจต้องขยับไปปลดกระดุมเสื้อให้ ไม่หันคนเมาก็จะงอแงไปมากกว่าเดิม มือหนาค่อยๆปลดกระดุมให้ช้าๆกลิ่นเหล้าผสมกับกลิ่นนำหอมข้างอีกฝ่ายจนเจแทบหายใจไม่ทั่วท้อง

“ขยับแขนหน่อยเปรมผมถอดเสื้อคุณไม่ได้” เจพูดขึ้นเนิบนาบในจังหวะเดียวกันกับที่คนเมาพยักหน้าหงึกหงักอย่างว่าง่าย

“นอนลงก่อนไม่งั้นผมถอดกางเกงคุณไม่ได้หรอกนะ” เจพูดเสียงนิ่งๆแต่คนเมาก็ยังทิ้งตัวลงนอนให้ยย่างง่ายดาย เขาไม่เคยทำให้ใครแบบนี้มาก่อนในชีวิต แม้แต่เพื่อนที่เมามากๆก็ทำให้แค่ถอดเช็ดตัวให้นิดหน่อย แต่อีกคนเล่นเมาจนอ้วกเละเทะไปหมดขนาดนี้ จะให้นอนกับกลิ่นอ้วกแบบนี้เจก็คิดว่ามันคงจะดูใจร้ายเกินไป หลังจากเจถอดเสื้อผ้าอีกฝ่ายออกจนเหลือแค่บ๊อกเซอร์ตัวเดียว คนเมาก็ดีดตัวลุกขึ้นนั่งเจเมื่อเห็นดังนั้นจึงจะลุกขึ้นไปหยิบกะลังกับผ้ามาเช็ดตัวให้อีกฝ่าย แต่แรงฉุดรั้งตรงข้อมือทำให้เจต้องนั่งลงที่เดิมอีกครั้ง

“ฟืดๆ อื้อทามมายกลิ่นตัวคุ้นๆ” คนเมายื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ลำคอเจพร้อมกับดมฟิตๆก่อนจะผละใบหน้าออก เจ้าตัวจับใบหน้าเขาไว้แน่นคิ้วเข้มแทบจะชนกันแน่น สายตามองสำรวจใบหน้าเจไปมาคล้ายกับสงสัย

“ทามม่ายหน้าตาเหมือนอ้ายผู้จาดกานขนาดน้าน กลิ่นตัวก็เหมือน ฮ่าๆเปรมมันเมาจริงๆ” คนเมาพูดกับตัวเองแต่จังหวะที่เขากำลังลุกขึ้นอีกครั้งแต่แรงบีบรัดที่มือกับแน่นกว่าเดิม

“ฮึก จาปายไหนเราไม่ให้ปาย” สีหน้าออดอ้อนถูกส่งมาให้พร้อมดวงตารื่นไปด้วยหยาดน้ำสีใส ร้องไห้งั้นหรือ?

“กอดหน่อย เปรมม่ายชอบเลย ม่ายชอบความอึดอัดนี้เลย อยากลาออกไม่อยากเจอหน้าเขาแล้ว” คำพูดนั่นทำให้เจต้องกระชากข้อมืออีกฝ่ายเข้าหาตนเอง จนคนเมาแทบถล่ามาคร่อมตัวเขาไว้

“ไม่อยากเจอหน้าใคร!” เจพูดเสียงดุออกไป มันห้วนจนคนพูดเองก็ยังตกใจว่าเขาไม่ควรพูดแบบนี้กับคนเมาในตอนนี้

“เขา อึก เขาคนนั้นที่ทามจายเรามันสั่น เราไม่ชอบเวลาเขามองมา” คำตอบนั่นยิ่งทำให้คนถูกคร่อมร่างอยู่ถามอีกไปอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เจถามออกไปด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลกว่าเดิม เพราะอีกฝ่ายดูเหมือนจะร้องไห้มากกว่าเดิมเมื่อเจอน้ำเสียงเมื่อสักครู่ขแงเขา

“คูงเจ... เราม่าย อึก เราม่ายชอบเขาเลย เขาทามจายเราเต้นแรงตลอด เราไม่รู้ว่า อึก ว่ามันคืออาราย” เมื่อสิ้นประโยคของคนเมาทำเอาคนฟังแบบเจถึงกับนิ่งค้างแทบทำอะไรไม่ถูก เจยังไม่ได้จะพูดอะไรคนเมาก็เริ่มพูดขึ้นอีกครั้ง

“โตงนี้มานเต้นแรงทูกครั้งที่เขามองเรา  เราม่ายชอบเลยมานทรมานที้ต้องหลบ อึก หลบสายตา” มืออีกฝ่ายจะมือเขาไปลูบขึ้นลงเบาๆบนหน้าอกด้านซ้ายของตน นั่นยิ่งทำให้เจถึงกับใจเต้นแรงเมื่ออีกฝ่ายมองมาด้วยสายตาออดอ้อนกว่าเดิม

“อยากรู้ไหมว่าทำอย่างไรถึงรู้ว่าไอ้อาการใจเต้นแรงนั่นมันคืออะไร” ทันทีที่เจพูดจบอีกฝ่ายก็แทบส่ายหน้าหวือทันที

“เรารู้ๆ จายเต้นแรงกับคายเราอาจชอบเขา แต่ๆโคน เอิ๊ก โคนนี้ม่ายช่ายคนนี้แกล้งเรา เรารู้จักกานไม่ดี” คนเมาพูดขึ้นเบาๆ

“งั้นก็ต้องพิสูจน์ว่าชอบไหม... อยากพิสูจน์หรือเปล่า” คนคร่อมร่างเขาอยู่พยักหน้าหงึกๆคล้ายเด็กน้อยพร้อมกับพูดขึ้น

“ทามงายเราอยากรู้ๆ” ใบหนน้าอีกฝ่ายเลื่อนเข้ามาใกล้เขามากกว่าเดิมพร้อมสายตาซื่อถูกส่งมาให้ทันที

“จูบกันสิถึงจะรู้ว่ามันคืออะไร ถ้าใจเต้นแรงก็ชอบ แต่ถ้าไม่ตื่นเต้นไม่ใจเต้นแรงก็แค่คิดไปเองเท่านั้น” อีกฝ่ายเอียงหน้ามองคล้ายสงสัยอะไร เราเงียบกันไปสักพักก่อนคนเมาจะพูดขึ้น

“แล้วโคนนี้คือคาย...” คนตรงหน้าชี้มาหาเขาคล้ายสงสัย ก่อนเจจะระบายยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าคนเมาถึงกับเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้เพื่อสังเกตเขาให้ชัดๆ แต่มันใกล้มันจากปลายจมูกเราแทบชนกัน

“คนนี้ชื่อเจครับ” เสียงแหบพร่าตอบกลับไปอย่างนุ่มนวลในชั่ววินาทีเดียวกันที่คนเมาผละใบหน้าออกเล็กน้อย

“จูบช่ายม่ายถึงจารู้...” ดขาพยักหน้าเบาๆเมื่ออีกฝ่ายต้องการความมั่นใจ ในชั่วอึดใจนั้นเองมือเรียวของคนนั่งคร่อมเขาจะจับใบหน้าเขาไว้พร้อมเจ้าตัวค่อยๆประกบริมฝีปากลงเบาริมฝีปากเขาทันที อีกฝ่ายงับลงบนริมฝีปากเขาเบาๆก่อนจะใช้ลิ้นไล้เลียริมฝีปากล่างเจเบาๆ เมื่อคนถูกรุกเห็นเช่นนั้นจึงค่อยๆอ้าริมฝีปากออก ก่อนลิ้นอีกฝ่ายจะสอดแทรกเข้ามาไล้เลียไปตามไล้ฟันเขาไปมา 

               อีกฝ่ายเหมือนจะผละใบหน้าออกแต่เป็นเขาที่รั้งต้นคออีกคนไว้พร้อมกับประกบจูบอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นเจที่เป็นฝีขบริมฝีปากคนเมาเบาๆพร้อมใช้ลิ้นแทรกเข้าไปในลิ้มฝีปากอีกคนความหอมหวานที่ได้รับทำให้เจแถมไม่อยากผละใบหน้าไปไหน แต่เหมือนอีกฝ่ายจะเริ่มหายใจไม่ออกจนเขาต้องเป็นฝ่ายผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง เสียงหอบหายใจทั้งเขาและอีกคนทำให้เจเป็นฝ่ายจับแก้มอีกคนเบาๆอย่างนุ่มนวล

“รู้สึกยังไงครับ” เสียงแหบพร่ากระซิบถามเบาๆขณะอีกฝ่ายพยักหน้าหงึกๆ พร้อมจับมือเขาไปลูบลงบนหน้าอกตนเองอีกครั้ง

“เราใจเต้นแรงมากๆ...” คนพูดที่ดูเหมือนจะเริ่มสร่างเมาแล้วบ้างพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ คำตอบนั้นมันทำให้คนฟังยิ้มไม่หุบ

“เจก็ใจเต้นแรงเหมือนกันครับ”คำพูดของอีกฝ่ายกับทำให้คนตรงข้ามเขาเบิกตากว้างกว่าเดิม ซึ่งสำหรับเจมองว่ามันน่ารัก

“เราม่ายเชื่อ!” พูดจบอีกฝ่ายก็ก้มลงแหนบหูกับหน้าอกเขาทันที คนนั่งคร่อมเขาอยู่นิ่งไปสักพัก เจจึงเงียบตามไปด้วยเพราะอยากให้อีกฝ่ายได้ยินสิ่งที่เขาพูดจริงๆ

“มานเต้นแรง...” เสียงพูดเบาๆพร้อมกับอีกฝ่ายที่เงยหน้ามองเขาทั้งอย่างนั้น การกระทำที่ทำให้เจต้องกลืนน้ำลายลงคอแทบทันที และดูเหมือนคนเมาจะเล่นซนที่เริ่มวุ่นวายกับหน้าอกเขาอีกครั้ง แต่ความเสียวซ่านเกิดขึ้นทันทีเมื่อเจสัมผัสได้ถึงความอุ่นชื่นตรงหน้าอกตนเอง แม้มันจะเสื้อเชิ้ตเขาอีกชั้นแต่การกระทำที่แปลเปลี่ยนเป็นดูดเบาๆทำให้เขาแทบหมดความอดทน

“รู้หรือเปล่าเปรมว่ากำลังทำไมอะไรอยู่” เจจับใบหน้าคนที่กำลังเล่นซนกับหน้าเขาขึ้นมาถามเบาๆ ก่อนอีกฝ่ายจะส่งสายตาพร้อมน้ำเสียงออดอ้อนมากกว่าเดิมมาให้

“เจจูบหน่อย” ทั้งสีหน้าทั้งน้ำเสียงที่เรียกแค่ชื่อเล่นนั่นมันยิ่งทำให้คนฟังแบบเจแทบสติแตก แต่เขาที่กำลังจะพูดอะไรออกไปอยู่นั้น สัมผัสถูไถไปมาของบริเวณด้านล่างทำเอาเจแทบหมดความอดทน

“อึก นะเจนะ” ทั้งน้ำเสียงสีหน้าเจยังพอทน แต่พอเจอีกฝ่ายถูปลายคางไปกับหน้าอกเขาทั้งช่วงที่ถูกขยับไปมาแม้มันจะผ่านกางเกงยีนส์ตัวหนาแต่ช่วงอารมณ์กรึมๆแบบนี้แค่สีหน้าเขาก็แทบจะแย่อยู่แล้ว ยิ่งมาเจออะไรแบบนี้อีก!

 

“แล้วเปรมอย่ามาร้องไห้งอแงกับผมเที่ยวหลังนั้น”

 

 

หลังจากห่างหายไปนาน… รอบนี้จะไม่หายนานอีกแล้วครับ><

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 243 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

142 ความคิดเห็น

  1. #67 ParichatWut (@ParichatWut) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 17:40

    😊รอๆค่ะ
    #67
    0
  2. #66 BenBChan (@BenBChan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 18:05
    กึ้ดดดดดด ยกมือปิดปากกกกกกก มาต่อเร็วววววววววว
    #66
    0
  3. #65 Sepppppp (@Nggggggg) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 23:49
    กี๊ดดดดดดดด
    #65
    0
  4. #63 jikadigigi (@jikadigigi) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 07:36
    กรี๊ดดดดดด เปรมมมมม รอนะคะไรท์
    #63
    0
  5. #62 PRF. (@resepnin) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2563 / 01:29
    อหหห น้อนน เกินเบอร์มาก555
    #62
    0
  6. #61 GFMB (@GFMB) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 14:17
    อร๊ากกกกกก นุ้งเปรมมมมมมม~>//<
    #61
    0
  7. #59 aop-8444 (@aop-8444) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 15:04

    รอค้าาา
    #59
    0
  8. #58 nepblue (@nepblue) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 10:38
    เป็นการห่างหายไปนานแต่กลับมาอย่างสุดปัง ฮือ เขาจูบกันแล้ว จูบกันในบ้านเขา ฮือ ผลัดกันใจเต้น
    #58
    0
  9. #57 LovelyWonbin (@LovelyWonbin) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 09:41
    ดีใจที่มาอัปเดต
    #57
    0
  10. #56 yellowlq (@yellowlq) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 06:23
    น้องงงงง;_;
    #56
    0
  11. #55 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 02:32
    เปรมมมมมมม เสร็จแน่ ตื่นมาร้องแน่ๆ55555
    #55
    0
  12. #54 Thingyib (@Thingyib) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 01:05
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดด
    #54
    0
  13. วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 00:40
    กำไม้เรียววว เมาแล้วซนมากนะหนูเปรม!!! // รอต่อนะคะคุณไรต์ สู้ ๆค่ะ
    #53
    0
  14. #52 Suni-Waew (@Suni-Waew) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 23:47
    รออออออออค้า
    #52
    0
  15. #51 Praew_onmin (@praewonmin) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 22:59
    เป็นการกลับมาอัพที่ดีต่อใจมากเลยยยยย
    #51
    0