เปรมไม่ได้ตั้งใจครับ (Mpreg)

ตอนที่ 2 : ผมกำลังตามจีบเขาอยู่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,978
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 208 ครั้ง
    1 ก.ค. 63

 

 

                ชีวิตคนเรามันมีขึ้นก็ต้องมีลง มีดีก็ต้องมีไม่ดี แต่ไม่รู้ทำไมมันต้องไม่ดีถึงขนาดที่ส่งไอ้บ้านั่นมาเป็นผู้จัดการเขาด้วยหะ ! ถามหน่อย คิด ๆ แล้วยิ่งปวดหัว นี่มันเวรมันกรรมอะไรของมึงวะไอ้เปรม !  ถึงชีวิตการทำงานอาทิตย์แรกจะผ่านไปดีมาก ๆ ก็เถอะ  กูล่ะไม่มีแรงบันดาลใจตื่นไปทำงานเพราะไอ้บ้านั่นคนเดียว

“ อ้าวลูก วันนี้ตื่นมาใส่บาตรแต่เช้าเลย  ”  เสียงของหญิงวัยกลางคน ทำให้เข้าต้องหันไปมองตามเสียง เป็นป้าอรุณที่เอ่ยขึ้นยิ้ม ๆ ขณะที่อีกฝ่ายกำลังรอพระท่านมาบิณฑบาตพอดี 

“ ใช่ครับ  เผื่อเรื่องไม่ดีจะได้ออกไปจากชีวิตบ้าง  ”  เขาเอ่ยยิ้ม ๆ ขณะที่กำลังเตรียมของใส่บาตร อยู่บริเวณหน้าบ้าน 

“ ดี ๆ เลยจ๊ะ นี่มาใส่บาตรกับลุงป้าไหมล่ะ  ”   หญิงวัยกลางคนเอ่ยชวนยิ้ม ๆ   เขาพยักหน้าตอบกลับไป  ก่อนจะเริ่มเก็บของตัวเองไปด้วยเช่นกัน    เราพูดคุยกันนิดหน่อยก่อนพระจะมาพอดี 

“ เรากินข้าวเช้าไปทำงานไหมลูก  ”   ลุงบัวที่เอ่ยขึ้นบ้าง ขณะที่เรากำลังเก็บของต่าง ๆ เข้าบ้าน ส่วนเขาที่อาสา  ช่วยป้าอรุณยกโต๊ะวางของใส่บาตรเข้าบ้านให้ ก่อนจะหันไปพูดกับลุงบ้าง

“ กินบ้าง ไม่กินบ้างครับ แต่ส่วนมากอยู่บริษัทก็ซื้อข้าวเที่ยงกินอยู่แล้ว เลยทำให้ไม่ได้ทำอาหารตอนเช้าครับ  ”  ส่วนมื้อเช้านี้เขาอุตส่าห์ตื่นเช้า เพื่อไปซื้อของมาใส่บาตร ทำให้เขาซื้อน้ำเต้าหูกับปาท่องโก๋มาด้วย ปกติเขาเป็นคนไม่ให้ความสำคัญกับมื้อเช้าสักเท่าไหร่แต่ไหนแต่ไรแล้ว เลยทำให้แต่ก่อนถูกไอ้เรนบ่นเรื่องนี้ประจำ  เพราะอีกฝ่ายชอบทานข้าวเช้ามาก ยิ่งมีลูกชายตัวน้อยนะ อาหารการกินมันแต่ล่ะมื้อครบ 5 หมู่เลยก็ว่าได้

 

“ วันนี้ป้าเราทำข้าวต้มปลาไว้ตั้งหม้อใหญ่ ลุงว่าจะเอาไปให้เราพอดี ยังไงอยู่รอก่อนนะลูก  ”   ลุงบัวเอ่ยยิ้ม ๆ 

“ ขอบคุณนะครับ สงสัยวันนี้ผมต้องเจริญอาหารแล้วแน่ ๆ เลย ” ทันทีที่เขาพูดจบลุงบัวก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา ส่วนป้าอรุณ  เมื่อรู้ว่าผู้เป็นสามีพูดถึงเรื่องอาหาร ก่อนรีบเดินเข้าไปทางห้องครัวทันที เพื่อนบ้านดีมันเป็นแบบนี้นี่เอง ......

“ นี่ป้าเรานะเป็นแม่ค้าอาหารตามสั่งเก่าเชียวนะ แถมเมนูข้าวต้มปลานี่เลื่องลือตั้งแต่หน้าปากซอย ยันท้ายซอยกันเลยทีเดียว   แค่ไปออกรายการอาหารของช่องต่าง ๆ ด้วยนา  ”  ลุงบุญที่เอ่ยถึงภรรยาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนท่านจะวนเขานั่งรอป้าอยู่บนโซฟาในบ้าน มือของชายวัยกลางคนหยิบรีโมตขึ้นมาเปิดโทรทัศน์ขึ้น

 

“ แสดงว่าอาหารก็ต้องอร่อยมากเลยใช่ไหมครับ แล้วลุงกับป้ามาอยู่แบบนี้ ร้านอาหารก็ต้องเซ้งเหรอครับ  ” 

 

“ ใช่ลูก จะว่ามันเสียดายไหม มันก็เสียดายนะแต่มาอยู่แบบนี้ก็ไม่รู้จะไปขายยังไงได้ล่ะ  อย่างลุงกับป้าเป็นคนไม่ชอบอยู่นิ่ง ๆ เราเคยทำนั่นทำนี่ตลอดเวลา   ”  ลุงบุญเอ่ยขึ้นยิ้ม ๆ แต่แววตาปนเศร้าของอีกฝ่ายทำเขารู้สึกที่ถามออกไปเลย แต่ยังไม่ทันที่เขาจะถามอะไรออกไป ป้าบุญที่กลับออกมาจากห้องครัวพร้อมปิ่นโตขนาดกลางก็พูดขึ้น

 

“ อย่างป้ากับลุงก็เป็นคนบ้านนอกเนาะลูก มองด้านซ้าย ด้านขวาก็คนรู้จัก ได้พูดคุยเดินไปเล่นด้วยได้ ส่วนร้านค้าเราก็พอสนุกที่ได้ทำอาหารมีลูกค้าที่พูดคุยด้วย มันก็คลายเหงาไปได้มาก  แต่มาอยู่นี่สิ หันไปทางไหนก็ไม่รู้จักใครเลยสักคน นี่บ้านข้าง ๆ นี้เขาก็อยู่ด้วยตัวใครตัวมัน มีแต่เรานี่แหละที่ป้ากับลุงรู้จัก จะไม่ให้มาอยู่ที่นี่เลยก็อดสงสารลูกมันไม่ได้ กลับบ้านแต่ล่ะครั้งค่าใช้จ่ายมันก็มากกว่าอยู่ที่นี่   ”  ป้าอรุณพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้า ๆ นั่นยิ่งทำให้เขาพลอยคิดมากไปด้วย  อันที่จริงอย่างป้าพูดเขาก็พอเข้าใจได้ มาอยู่กันแค่คนแก่สองคน คนไม่เคยมาอยู่นิ่ง ๆ แต่อยู่ที่นี่คงได้แต่นั่งนอน ๆ เท่านั้น  คงเหงากันแย่เลย  เขาหันไปยิ้ม ๆ ให้ป้าแกแต่ไม่รู้จะพูดอะไร 

“ ไว้เปรมจะแวะมาเล่นด้วยบ่อย ๆ นะครับ ”    ป้ากับลุงส่งยิ้มมาให้ ก่อนจะบอกเขาให้ไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้วเดี๋ยวจะสาย อีกทั้งยังบอกอีกว่าอาหารนี้อย่าลืมทานก่อนไปทำงานด้วย 

 

“ ขอบคุณป้ากับลุงสำหรับ มื้อเช้าหอม ๆ นี้ด้วยนะครับ ผมไปก่อนนะครับ ป้าสวัสดีครับ ลุงสวัสดีครับ   ”   ยกมือไหว้ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้ กับ พร้อมที่ยกมือไหว้ลาแกทั้งสองคน  ก่อนเขาจะขอตัวกลับบ้าน แค่กลิ่นที่ลอยออกมาจากปิ่นโตยังหอมขนาดนี้ ถ้าได้กินร้อน ๆ คงอร่อย่าดู  เมื่อถึงบ้านเขาจึงรีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อจะได้มาทานมื้อเช้านี้

“ หื้ม.... อร่อยจริง ๆ ว่ะ เนื้อปลาโคตรนิ่มไม่แข็งเกินไป ไม่นิ่มเกินไปด้วย สมกับที่ลุงแกเลื่องลือฝีมือเมียแกจริง ๆ ”  

 

เขามองข้าวต้มปลาในจาน อยากลิ้มเลียทีละน้อยเพื่อให้เข้าถึงรสชาติได้มากกว่านี้  แต่เนื่องด้วยเวลาที่สายเข้ามาถึงเมื่อ ถ้ามื้อหน้าขอไปฝากท้องด้วยเมนูนี้จะเสียมารยาทไหมวะกู แต่ถ้าให้ซื้อเขายังยอมเลยวะ นี่มันสวรรค์ชัด ๆ  ในหัวสมองตอนนี้มันกับมีคำที่ป้ากับลุงพูดวนเวียนอยู่ในสมองตลอดเวลา  จะช่วยแกได้ยังไงว่ะ เพราะดู ๆ เหมือนป้ากับลุงแกคงเสียใจไม่น้อยที่จะต้องละทิ้งสิ่งที่ทำให้มีความสุขขนาดนี้ไป ขณะที่กำลังเก็บของและคิดอยู่นั้นเขาที่กำลังหาโทรศัพท์ก็คิดอะไรออกขึ้นมา 

 

“ เอ่อจริงด้วย อาหารเดลิเวอรี่ไง! ทำไมมึงคิดไม่ได้ตั้งแต่แรกวะไอ้เปรม จะสายก็จะสายแล้วเนี้ย  ”   เกาศีรษะตัวเองแรง ๆ เผื่อมันจะระบายความหงุดหงิดลงได้บ้างสักนิดก็ยังดี  เขาที่รีบเก็บของก่อนจะล็อคประตูบ้าน พร้อมกับเข็นไอ้กระป๋องรถจักรยานยนต์คู่ใจไปหน้าบ้านพร้อมกับล็อคหน้าบ้านอีกชั้นหนึ่ง ก่อนจะจอดจักยานยนต์ไว้พร้อมกับที่วิ่งไปบ้านป้าแก

 

“ ป้าลุงเปิดประตูให้ผมหน่อย ! ป้าลุง !  ”   แล้วดันมิดประตูหน้าบ้านอีกจะเข้าไปได้ยังไงวะเนี้ย ใช่เขามาบอกแกสองคนเรื่องนี้ตอนเย็นก็ได้ แต่เขามันชอบที่จะพูดแล้วทำเลย และตอนนี้เขากำลังคิดอะไรดี ๆ ออก  เรียกอีกครั้งสองครั้ง ลุงก็มาเปิดประตูให้  พร้อมกับป้าที่วิ่งหน้าตาตื่นมาทีหลังอีกคน 

“ ว่าไงลูก ทำไมหน้าตาตื่นอย่างนั้นล่ะ โทษทีนะ ปกติไม่มีคนอยู่หน้าบ้านลุงกับป้าก็จะล็อคประตูอย่างนี้แหละ  ” 

เขาพยักหน้าเขาใจ ลุงกับป้าที่มองมาอย่างตั้งใจว่าเขาจะพูดอะไร ตอนนี้ขอหอบหายใจก่อนนะป้า ผมจะเป็นลมแล้ว!

 

“ คือ ..... คือป้ากับลุงยังอยากทำอาหารขายอยู่ไหมครับ ”   เขาถามขึ้นยิ้ม ๆ ขณะที่ทั้งสองคนตรงหน้าเขาต่างมองหน้ากันทันทีเมื่อเขาพูดจบ   คิ้วของชายวัยกลางคนชนเข้าหากันทันที ก่อนที่ป้าจะเป็นคนเอ่ยขึ้น

“ อยากมันก็อยากแหละลูก แต่ที่นี่ป้าไม่รู้เขาจะให้ทำไหม อีกอย่างป้าก็เกรงใจคนแถวนี้ด้วย กลังกลิ่นอาหารมันลอยคลุ้งไปทั่ว  ”  ดวงตาของหญิงววัยกลางคนในตอนแรกที่เปล่งประกายทันทีเมื่อพูดถึงในสิ่งที่ตนเองชอบ  ก่อนจะฉายแววเศร้าเมื่อพูดถึงเหตุผล เอาจริงที่เขามาพูดเขาไม่ได้ตั้งใจจะให้ป้ากับลุงเปิดร้านอาหารเป็นหลักแหล่งเลยด้วยซ้ำ

 

“ ข้าวต้มปลาป้ากับลุงอร่อยมาก เปรมยังไม่เคยกินที่ไหนอร่อยเท่านี้มาก่อนเลย ถ้าป้าจะทำแล้วถามเพื่อนบ้านนะ ผมคนนึงที่ยกมือให้ป้าเลย แต่ผมก็เข้าใจว่ามันจะไปรบกวนบ้านนหลังอื่น ๆ ด้วย ผมเลยคิดว่าป้ากับลุงขายข้าวต้มปลาแบบเดลิเวอรี่ดีไหมครับถ้าป้ากับลุงสนใจ เดี๋ยวตอนเย็นผมกลับมาบอกวิธี   ”    ทันทีที่เขาพูดจบ ป้ากับลุงต่างมองหน้ากันอีกครั้ง หรือว่าแกจะไม่รู้จักเดลิเวอรี่วะ ......  อาหารอร่อย ๆ แบบนี้เขาก็ไม่อยากให้ต้องหายไปเลย ถึงคนต้องได้รับรู้รสชาติความอร่อยเหมือนเปรม ในหมู่บ้านตอนเขาขี่จักรยานรอบ ๆ ก็ยังเห็นเปิดเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเลย แต่ดูเหมือนว่าจะเปิดเป็นสไตล์เดลิเวอรี่กับที่สั่งไปกินที่บ้านแทน  ที่นั่นยังเห็นคนเยอะ อีกทั้งเขายังจัดสถานที่ได้ดีอีกด้วย

 

“ เดลิเวอรี่ ? มันคืออะไรล่ะลูก ป้ากับลุงไม่เห็นเคยได้ยิน  ”  นั่นไงว่าแล้วจะต้องไม่รู้จักกัน เขามองคนทั้งสองยิ้ม ๆ 

 

“ มันคือการสั่งอาหารทางออนไลน์น่ะครับลุง สมมติบ้านลุงขายข้าวต้มใช่ไหมแล้วเราลงขายในแอพมัน ก็จะมีคนมารับอาหารถึงที่พร้อมกับจ่ายเงินเรียบร้อย ไม่ต้องมีหน้าร้าน ของทำจำกัดได้ ไม่รบกวนคนอื่น ๆ ด้วยยครับ ถ้าสนใจเดี๋ยวตอนเย็นเปรมจะมาสอน อืม .... ลองถามลูก ๆ ป้ากับลุงดูก่อนก็ได้ครับเขาจะยอมไหม  ” 

คนทั้งสองพยักหน้า ๆ กับคำที่เขาพูด ก่อนป้าอรุณจะพูดขึ้นบ้าง คล้ายกับว่ากำลังสนใจในสิ่งนี้

“ อย่างเราจะรู้ได้ยังไงลูกว่าเขาจะชอบไม่ชอบ อย่างเราต้องเริ่มใหม่กันเลยไหม ฐานลูกค้าก็ไม่มี  ”  เออว่ะเอาไงดีวะ

 

“ เอาแบบนี้ไหมครับป้า ข้าวต้มมื้อนี้เหลืออีกเยอะไหม  ”  เขาพูดออกไปด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ ป้าพยักหน้างง ๆ 

 

“ เหลืออีกครึ่งหม้อใหญ่เลยล่ะลูก ป้าทำเพลินไปหน่อย  ”  ป้ากับลุงที่มองมาที่เขาอย่างงุนงงว่าเขาถามไปทำไม

 

“ คืออย่างนี้นะครับ ผมขอซื้อต่อได้ไหม ผมจะเอาไปฝากพี่ ๆ ที่ทำงาน  ” ใช่การหาฐานลูกค้า เราก็ต้องมีการตลาดซะหน่อย   เพราะเขาเชื่อว่าทุกคนต้องถามอย่างแน่นอนว่าเขาไปซื้อมาจากไหน พูดแล้วยังหิวอีกอยู่เลย

 

“ จะไปหาลูกค้าให้ป้ากับลุงหรือ ” ลุงเอ่ยขึ้นบ้าง แววตาของชายวัยกลางคนส่งมาให้อย่างเอ็นดู ก่อนเขาจะพยักหน้ารับ

 

“ ใช่ครับ  เราต้องเริ่มจากตรงนี้ก่อน ยังไงผมรบกวนซื้อข้าวต้มปลาหม้อนั่นด้วยนะครับ ป้ากับลุงแบ่งไว้ครึ่งนึงก็ได้ ” 

 

ทันทีที่พูดจบ  ป้ากับลุงที่โบกมือเป็นพัลวันว่าไม่ต้อง ๆ ซื้อ แค่นี้ก็ถือว่าช่วยแล้ว เดี๋ยวฝากไปด้วยเลยก็ได้ ถือวาหาลูกค้าทางนึงด้วย  เขายกมือไหว้ขอบคุณ ก่อนลุงกับป้าจะบอกว่าเป็นท่านต่างหากที่ต้องขอบคุณเขา ที่ยังเก็บความรู้สึกของลุงกับป้าแก่ ๆ ที่เป็นแค่เพื่อนบ้านไปคิด  ก่อนป้าจะขอตัวไปอุ่นข้าวต้มให้อีกครั้งส่วนลุงก็ขอไปหาโฟมใส่อาหารให้ด้วย

 

“ นี่จ๊ะ ป้ากับลุงต้องขอขอบใจเรามาก ๆ นะ ถ้ายังไงวันนี้ป้ากับลุงจะลองโทรถามลูก ๆ ดูก่อนว่าเขาจะว่ายังไง ส่วนโทรศัพท์มือถือป้ากับลุงก็พอทำเป็นอยู่บ้าน ป้าต้องขอบคุณเราจริง ๆ นะ  ”   ป้าอรุณเอ่ยขึ้นยิ้ม ๆ กับน้ำตาที่เอ่อคลอดวงตัวทั้งสองข้าง เขาพยักหน้ารับ ก่อนจะบอกว่าไม่เป็นไร ถือว่าตอบแทนอาหารมื้อนี้ก็ได้

“ ยังไงผมไปทำงานก่อนนะครับ ป้าลุงสวัสดีครับ เดี๋ยวตอนเย็น ๆ ผมมาหา  ” กล่าวยิ้ม  ๆ ก่อนยกมือไหว้ทั้งสองคน

 

สาย ! เดียวในตอนนี้คือคำว่าสาย โว้ย กูไม่น่ามาขี้โม้นานเลย โทษใครไม่ได้จริง ๆ  นอกจากตัวเอง   ขณะที่เขากำลังสตาร์ทรถเตรียมจะไปทำงาน จังหวะนั้นที่เงยหน้าไปเจอกับไอ้ผู้จัดการนั่น ! ดูเหมือนว่ามันจะมาอยู่บ้านน้องปุยนุ่น ร่างบางที่อยู่ในชุดนอนน่ารักเดินมาเปิดประตูหน้าบ้านให้ก่อนรถจะค่อย ๆ เคลื่อนออกมาจากโรงรถช้า ๆ จังหวะที่เขากำลังขับผ่านหน้าบ้านน้องปุยนุ่น  เป็นจังหวะที่มันขับรถมาถึงหน้าประตูบ้านพอดี แต่เพราะรถเขาอยู่ทางตรงทำให้มันต้องชะลอรถ เขาหันมองผ่านหมวกกันน็อค ถึงแม้จะไม่ได้เห็นหน้า แต่วันนี้ขอกวนมันก่อนเถอะ เห็นหน้านิ่ง ๆ แล้วหมั่นไส้จริง ๆ 

 

 

            ถึงบริษัทได้อย่างสวัสดิภาพแถมได้กวนไอ้ผู้จัดการนั่นแต่เช้าช่างเป็นอะไรที่มีความสุขจริง ๆ เลย แถมได้กินข้าวต้มปลาแสนอร่อย จนทำให้ปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหูกลายเป็นหมันไปทันที ไว้ก่อนตอนเบรกก็ยังทันวะ

“ อ้าว เปรมหิ้วอะไรมาเยอะแยะ ”  เป็นไอ้เรนที่ถามขึ้นขณะที่มันเพิ่งวางกระเป๋าลงบนโต๊ะ จะว่าสายวันนี้มันก็ถือว่าไม่สายมากหรอก อันที่จริงเขาตั้งใจว่าจะให้พี่ ๆ ได้ชิมตอนเช้ากันเลย กว่าว่าถ้าไปรบกวนเตากับป้าแม่บ้านแล้วอุ่นกินช่วงเที่ยงกลัวรสชาติมันจะเปลี่ยนได้ และดูเหมือนเขาจะได้ผู้ชิมคนนึงแล้ว 

“ อันนี้น่ะเหรอ ข้าวต้มปลาของป้าข้างบ้านน่ะ แกว่าจะเปิดขายของเดลิเวอรี่เลยฝากกูมาให้มึงกับพี่ ๆ เขาชิมกันว่าถ้ารสชาติแบบนี้จะพอขายได้หรือเปล่า แล้วนี่มึงกินข้าวเช้ามาหรือยัง  ” เอ่ยถามกับไอ้คนที่หันหน้ามาตั้งใจตั้งแต่แรก

“ กินแล้ว แต่ก็กินอีกได้ ถ้าเป็นข้าวต้มปลา  ”   พูดจบอีกฝ่ายก็ยิ้มจนตาหยีไปหมด ก็ใช่น่ะสิมันไม่ใช่แค่อาหารโปรดเขาคนเดียวนะ มันเป็นของโปรดของไอ้เรนมันด้วย ถึงว่านี่ไง เขาว่าอร่อยมีหรือไอ้เรนจะว่าไม่อร่อย

“ จัดไปครับเพื่อน   อ้าวหัวหน้าสวัสดีครับ ”   เขากับคนข้างกายที่ยกมือไหว้หญิงวัยกลางคนที่ส่งยิ้มเล็ก ๆ มาให้ 

“ อะไรน่ะเปรม ทำไมถุงใหญ่เชียว มาได้แค่อาทิตย์เดียวจะมาขายของในบริษัทแล้วหรือยะ มีกฎห้ามขายของในนี้นะเว้ย  ”

“ รู้ครับหัวหน้า แต่อาหารนี้ผมไม่ได้เอามาขาย พอดีป้าข้างบ้านแกสนใจจะทำอาหารขายแบบเดลิเวอรี่แกเลยฝากให้ผมเอาข้าวต้มมาให้พี่ ๆ ลองทานกันดูว่ารสชาติระดับนี่สู้เจ้าอื่นฝได้ไหม ”  แต่ผมรับรองเลยว่า พี่ ๆ ต้องติดใจอย่างแน่นอน

 

หัวหน้าที่เดินเข้ามาดู สิ่งทีส่งกลิ่นยั่วยวนใจน้อย ๆ ดูเหมือนพี่ ๆ คนอื่นเช่นกัน แต่เหมือนว่ากลิ่นมันจะแรงไปสักหน่อยสำหรับห้องแอร์ที่ไม่มีระบบถ่ายเทมากแบบนี้   ขณะที่เราทุกคนกำลังชวนกันลงไปกินอาหารด้านล่างแทน เพราะเวลาที่เหลืออยู่พอสมควร ขึ้นมากลิ่นคงหายไปบ้าง แต่อยู่ ๆ ร่างสูงใหญ่ของคนที่เขาเพิ่งเจอหน้าไปก่อนจะมาทำงานกับมาหยุดบริเวณที่พวกเขายืนอยู่  

“ กลิ่นอะไร ”  

 เสียงทุ้มต่ำของอีกฝ่ายพูดขึ้น ก่อนทุกคนจะหันมองมาทางเขา  เพราะไม่รู้ว่าควรเริ่มยังไงอีกอย่างนี่ก็ยังไม่เข้างาน ถ้ากลิ่นมันติดอยู่แบบนี้ทั้งวัน ผสมปนเปไปกับอากาศ คงต้องทนกันอึดอัดกันไป เขาลืมคิดขอนี้ไปจริง ๆ ตอนยังไม่เปิดดูมันก็ไม่มีกลิ่นหรอก  แต่ตอนนี้นี่สิ

“ คือ ..... เป็นกลิ่นอาหารผมเองครับ  ผมเอามาฝากพี่ ๆ แต่ลืมไปว่าเราอยู่ห้องแอร์ .....  ”   เขาพูดขึ้น ขณะที่ใบหน้านิ่ง ๆ ของคนตรงหน้ามองไปยังมือเขาที่ถือถุงผ้าขนาดใหญ่ไว้แน่น 

“ มันคืออะไร ” น้ำเสียงที่ไม่รู้ว่าคนตรงหน้ากำลังคิดอะไรอยู่ในตอนนี้ ทำเอาเขาเผลอกลืนน้ำลายทันที เจอลุคไอ้คนนตรงหน้าแบบนี้กูไม่รู้จะไปยังไงเลยว่ะ 

“ ข้าวต้มปลาครับ พอดีป้ากับลุงผมเขาทำเยอะเลยฝากมาให้พี่ ๆ ทานด้วย ผู้จัดการรับสักถ้วยไหมครับ  ” 

พูดออกไปยิ้ม ๆ ทั้งที่ในใจกูไม่ได้มีมึงอยู่ในความคิดการได้กินข้าวต้มแสนอร่อยในมื้อนี้เลยสักนิด

“ ไม่เป็นไร พวกคุณก็ไปกินกันซะคนแก่อุตส่าห์ฝากมาให้ ส่วนคุณหลังทานเสร็จไปพบผมที่ห้องทำงานด้วย ”   อีกฝ่ายพูดขึ้นนิ่ง ๆ ก่อนหันหลังเดินกลับเขาห้องของตนไปทันที เชี่ย .......  เชี่ยแล้ววไงกูเนี้ย โดนเรียกตั้งแต่อาทิตย์แรกเลยเหรอวะ

“ ไม่เป็นไรหรอกมั้ง คงตำหนิเรื่องอาหารนิดหน่อย ๆ นั่นแหละ ถ้าไม่กล้าไปเดี๋ยวหัวหน้าไปส่งหน้าประตูดีไหม  ”  หัวหน้าที่เอ่ยขึ้น พร้อมกับตบไหล่ให้กำลังใจเขาเบา ๆ   ไปส่งหน้าห้องก็ไม่เหมือนไปอยู่ในนห้องด้วยซะหน่อย หมดกันอารมณ์ฟินในการกินข้าวต้มปลาของไอ้เปรม .......   หาเรื่องให้ตัวเองแท้ ๆ 

“ เอาน่า ดูเขาก็น่าจะเป็นคนมีเหตุผลพอสมควรอยู่นะ ยังไงซะเขาก็ต้องเข้าใจแหละ  ”  ไอ้เรนที่ลูบหลังให้กำลังใจเขาเบา ๆ ใช่เพื่อนมันดูเหมือนผู้ชายมีเหตุผลแหละ แต่กูเนี้ย กูเนี้ย......  เมื่อเช้าเสือกไปล่อตีนมันมาไง ถ้าเกิดมันโกรธมันก็ต้องกลั่นแกล้งคนตัวเล็ก ๆ แบบกู ให้ตกระกำลำบาก  แค่คิดชีวิตก็เศร้าแล้วเพื่อน .......  

 

   

         ทำไมช่วงเวลาแห่งการทำงานมันเร็วแบบนี้วะ  เพราะจากคำสั่งของไอ้คนผู้จัดการหน้าเลือดนั่น เลยทำให้เขามายืนลังเลอยู่หน้าห้องมันแบบนี้ไงล่ะ ! แต่ถึงอย่างนั้นก็มีเรื่องดี ๆ เรื่องหนึ่งล่ะวะ เพราะพี่ ๆ พนักงานถึงกับเอ่ยปากว่าหากเปิดร้านจริง ๆ พี่ ๆ คงต้องสั่งมากินแล้ว  เนี้ย ....  แค่เริ่มก็ตกคนซื้อได้ตั้งเยอะแลว  และมันมีเรื่องหนักใจเพราะพี่ ๆ ที่เหลือไว้ให้อีกชั้น บอกว่าให้เอามาฝากผู้จัดการบ้าง  คือผมถูกเรียกเพราะเรื่องกลิ่นอาหารนะพี่ ! 

         

   แต่พี่ ๆ กลับบอกว่า ห้องของผู้จัดการใช้แอร์คนละตัวกับของพวกเขาแถมด้านในก็ยังมีหน้าต่างเปิดระบายอากาศได้เช่นกัน  แล้วเขาก็ยังบ้าจี้ถือมาด้วย .......  เอาจริง ๆ มัก็ไม่ชอบขี้หน้าหมอนั่นสุด ๆ แหละ แต่เพราะต้องมาทำงานด้วยนี่ไง เลยต้องมาทำดีด้วย ( แค่ในบริษัท )  เฮ้อ ถอนหายใจรอบที่ร้อยแล้วมั้งเนี้ย หันไปมองพี่ ๆ ก็ยังแอบชูสองนิ้ววให้เขาอีก ส่วนไอ้เรนก็ไม่แพ้กัน ยังส่งรูปทีเร็กซ์มาให้กำลังงใจอีก เอาวะ 

 

ก๊อก ๆ  เคาะประตูอยู่สองสามครั้งก็ได้ยินเสียงของคนด้านในบอกว่าให้เข้ามาได้ ทันทีที่เปิดเข้าไปก็เห็นร่างของผู้จัดการที่ตอนนี้กำลังสวมแว่นสายตาก้มอ่านเอกสารบนโต๊ะ ดูขึมขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยแฮะ เชี่ย...... แล้วกูจะใจเต้นแรงทำไมวะเนี้ย   ยืนรอสักพักอีกฝ่ายก็ไม่พูดอะไร เอาไงดีหรือต้องเป็นฝ่ายเราพูดก่อนเหรอวะ 

 

“ เอ่อ ..... ผู้จัดการครับ  ”    ทันทีที่เขาพูดจบคนตรงหน้าก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น  สรุปตรงให้กูเรียกจจริงดิ ? 

“ นั่งลงก่อนสิ  ”   คนตรงหน้าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ พร้อมกับเลื่อนสายตาจากเขาไปยังเก้าอี้ที่อยู่มุมห้อง ใช่และมันต้องเป็นเขาที่ไปแบกมาเอง การจัดวางห้องนี้ถือว่าโอเคเลยทีเดียว ถ้าไม่บอกว่าเป็นห้องทำงานของบริษัท คงคิดว่าเป็นห้องทำงานของไอ้ผู้จัดการเอง อีกทิศยังเป็นบริเวณที่เปิดหน้าต่างบานเลื่อนได้อย่างที่พี่ ๆ พูดจริง ๆ 

“ สิ่งที่ผมจะต้องพูดคือเรื่องกฎของที่นี่ ...... คุณพอรู้ใช่ไหม คุณเปรม ”  คนตรงหน้าทำหน้านิ่ง ๆ กับสายตาราบเรียบมาให้ คาดว่าข้าวต้มอีกโถ่คงได้กลายเป็นหมันอย่างแน่นอน ดูจากหน้าตาคงไม่กล้าให้หรอกโว้ย

“ รู้ครับ ว่ากฎคือห้ามนำอาหารที่มีกลิ่นแรงมารับประทานด้านบน ยกเว้นเครื่องดื่มกับขนมเล็กน้อย ๆ ได้ ซึ่งในข้อนี้ผมจะไม่ข้อปฏิเสธว่าผมไม่ได้ไม่รู้ ผมไม่คิดว่ากลิ่นมันจะค่อนข้างแรง ความเป็นจริงผมตั้งใจจะชวนพี่ ๆ ลงไปทานด้านล่างอยู่แล้ว  แต่ผมแค่ลองเปิดดูในข้อนี้ผมต้องขอโทษจริง ๆ ครับ  ”   เขาพูดออกไปในส่วนที่ผิด อันที่จริงกลิ่นมันไม่ได้แรงหรอกแต่เนื่องจากมันมาปะทะกับแอร์และไม่มีทางระบายอากาศออกไปได้ เลยทำให้กลิ่นมันลอยวนอยู่ด้านใน

“ ผมจะขอพูดในฐานะของคนที่ถูกคุณเจีย ฝากให้มาดูแลพวกคุณทั้งสองคน ........   อันที่จริงเรื่องมันไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น แต่สิ่งที่ผมจะให้คุณระวังคือกฎทุกอย่างของที่นี่  ฝ่ายอื่นผมไม่รู้ว่าพวกเขาอยู่กันแบบไหน แต่ที่นี่เราอยู่กันแบบพี่น้อง และเมื่อคุณเป็นหนึ่งในทีมเราแล้ว  ผมก็ต้องดูแลคนของผมให้ดี รวมถึงกฎของที่นี่ คุณฝ่าฝืนกฎคนอื่นอาจตำหนิคุณนิดหน่อย แต่เขาจะมองไปยังคนที่ฝากคุณเข้ามา ........ คุณคงรู้ใช่ไหม  ”     คำพูดของคนตรงหน้าทำให้เขาแทบไปไม่เป็น  อย่างที่ไอ้ผู้จัดการพูดมันก็ถูก เขาคิดน้อยไปจริง ๆ ในข้อนี้    ถึงคนในไม่ว่า แต่คนนอกนี่สิเขาจะคิดยังไง 

 

“ ผมจะเก็บข้อผิดพลาดนี้ไปปรับปรุงครับ ”   พูดออกไปเสียงเบา ก่อนจะได้ยินเสียงถอนหายใจจากคนตรงหน้า

 

“ เอาล่ะถือว่าเป็นความผิดแรกของคุณ ผมแค่ตักเตือนเท่านั้น คุณไปทำงานเถอะ  ”   เจ้าตัวเอ่ยยิ้มนิด ๆ ก่อนเขาจะยกมือไหว้พร้อมกับลากเก้าอี้ไปวางไว้ที่เดิม  เอาไงดีวะกับข้าวต้มในโถนี้ เงยหน้าขึ้นมองคนที่ก้มหน้าทำงานเหมือนเดิมยิ่งทำให้เขาคิดหนัก อันที่จริงกูไม่ได้อยากทำดีกันมึงเลยสักนิดนะ แค่ ..... แค่พี่ ๆ เขาฝากมาเหอะ

 

“ ผู้จัดการทานข้าวเช้ามายังครับ ”  คนที่นั่งอยู่บนโต๊ะทำงานถึงกับหยุดชะงักก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเขา พร้อมกับเลื่อนสายจาไปยังโถ่ขนาดกลาง เจ้าตัววางปากกาลงก่อนจะนั่งดี ๆ มือทั้งสองข้างกุมเข้าหากันแน่น กดดันกูอีกแล้ว

“ ยังครับ  ”   เจ้าตัวพูดออกมานิ่ง ๆ แล้วกูควรทำยังไงต่อวะเนี้ย เอาจริงทำไมคนในบริษัทนี้ถึงทำให้กูมองไม่ออกเลยว่าตอนนี้เขากำลังนึก กำลังคิดอะไร ตั้งแต่ผู้บริหาร เลขาผู้บริหาร ยันไอ้ผู้จัดการตรงหน้า ! 

“ คือ .... ถ้ายังไงไม่ทาน .....  พอดีมันเยอะพี่ ๆ เลยให้แบ่งมาให้ผู้จัดการด้วย อ่อ ไม่ต้องไปว่าพี่ ๆ เขานะครับ พี่ ๆ คงอยากให้ผู้จัดการได้ทาน ผมได้ยินว่าชั้นนี้มีมุมให้ทานอาหารด้วย ถ้ายังไงลองชิมดูนะครับ พอดีป้าลุงผมเขาจะทำขายเลยให้มาลองชิมดูก่อน ถ้ารสชาติเป็นไงรบกวนบอกด้วยนะครับ ” วางโถขนาดกลางลงชิดขอบโต๊ะทำงานฝั่งนึง ของคนตรงหน้า

“ ขอบคุณมากครับ  ”  รอยยิ้มกว้างของคนตรงหน้าทำเอาเขาถึงกับหยุดชงัก ใจที่อยู่ ๆ กับเต้นโครมครามจนเขาต้องเม้มริมฝีปากแน่น เพราะกลัวว่ามันจะ

เผลอยิ้มไปตามรอยยิ้มของคนตรงหน้า 

 

“ ถ้ายังไงผมขอตัวไปทำงงานก่อนครับ ”  พูดเสร็จเขาก็รีบเดินออกมาทันที เชี่ยแล้วไงไอ้เปรมมึงจะหวั่นไหวกับเขาไม่ได้นะเว้ย ......... 

                ทันทีที่เขาเดินออกมาจากห้อง คนต่าง ๆ  ที่ทำงานในตอนแรกถึงกลับมองมาที่เขาเป็นตาเดียว   ก่อนเขาจะยกนิ้วหัวแม่มึงขึ้น  พร้อมกับพูดว่าไม่มีอะไรแค่เรียกไปตักเตือนเฉย ๆ ก่อนคนอื่น ๆ จะก้มหน้าก้มตาทำงานไป

“ เป็นไงบ้างเปรม ”  เสียงกระซิบถาม แต่ดวงตากลมโตมองห้าจอเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ของคนข้างกาย ทำให้เขาส่ายหน้านิด ๆ จะพูดเรื่องนั้นกับไอ้เรนก็ไม่ได้ มันอาจจะไม่ใช่ก็ได้ มันแค่หวั่นไหวบ้างแหละ ใช่ ๆ เขาอาจหวั่นไหวกับรอยยิ้มนั่นก็ได้ ตอนนี้ไม่ชอบขี้หน้ามันอยู่ แต่พอมาเห็นมันในอีกบุคลิกนึงมันอาจจะดูแปลกตาไปบ้างแหละนะ

“ เรียกกูไปพูดเรื่องกฎนี่แหละ ทำอะไรก็ให้คิดดี ๆ คิดถึงคนฝากเข้าทำงานด้วย  ”  ไอ้เรนพยักหน้าทันทีเมื่อเขาพูดจบ

“ นั่นสินะ  คนฝากเราทำงาน ก็ระดับเลขาผู้บริหารเลย ถ้าทำอะไรไม่ดีคนก็จะมองพี่เจียไม่ดีไปด้วย  ” 

“ เอออันนั้นกูผิดจริงเรื่องกฎ แต่กูไม่ได้ตั้งใจนี่หว่า ” ไอ้เรนที่ละสายตาจากจอคอมพ์หันมาจ้องหน้าเขา พร้อมกับมืออีกฝ่ายที่วางลงบนไหล่เขา พร้อมกับตบลงเบา ๆ อย่างคนให้กำลัง

“ เอาน่า ...... ก็เราไม่รู้นี่หว่า อย่าว่ามึงผิดคนเดียวเลย เรื่องนี้ก็ความผิดกูด้วยเหมือนกัน เพราะยังไงซะเรื่องนี้มึงก็ไม่ควรรับคนเดียว จะเข้าไปคุยด้วยหัวหน้าก็ไม่ให้ไป ” 

“ ช่างเถอะ ทำงานดีกว่าเดี๋ยวพี่เขาจะว่ากูได้  ”  ละสายตาจากเพื่อก่อนเขาจะหันไปมองยังจอด้านหน้า เวลาเดียวกันกับที่สายตามองไปให้ร่างสูงของคนที่เรียกเขาไปเมื่อไม่นาน  ถือปิ่นโตขนาดกลางออกไปด้านนอก  ทันทีที่อีกฝ่ายออกไป พี่ ๆ ซึ่งตอนแรกนั่งทำงานไม่พูดไม่จากัน ถึงกับหันมองมายังเขาทันที

“ น้องเปรม ผู้จัดการกินจริง ๆ เหรอคะ ไม่ถูกดุ นี่จริงเหรอ / ใช่ ๆ เอ็งไม่ถูกดุจริงหรือเปล่า  ”   เสียงถามขึ้นด้วยความตื่นเต้นของคนในห้องทำให้เขาต้องหันไปทางหัวหน้าที่ดูเหมือนว่าจะมองมาพอดี

“ ก็โดนตำหนินนิดหน่อยแหละพี่ ส่วนเรื่องอาหารก็ตามมารยาท เราอุตส่าห์ไปให้ถึงที่ ถ้าไม่รับคงดูเสียมารยาทนั่นแหละครับ  ”   เขาพูดยิ้ม ๆ ก่อนพี่ ๆ จะพยักหน้าเข้าใจ  เราไม่ได้คุยอะไรกันมากไปกว่านั้น เขาที่จึงก้มหน้าทำงานต่อ

 

                

“ ให้กูขึ้นไปส่งไหมล่ะ ”  เอ่ยถามคนข้างกายขึ้น ขณะที่เรากำลังเดินมาถึงยังลิฟต์สำหรับพนักงาน  มองไอ้คนข้างกายที่ส่ายหน้าไปมา คล้ายเป็นการปฏิเสธ

“ ไม่เป็นไร ขึ้นไปส่งก็ต้องกลับลงมาอีก เดี๋ยวไปพร้อมกัน จะลงไปส่งก่อนเพราะท่าทางวันนี้คงได้กลับค่ำเลย  ”   ไอ้เรนหันมาพูดยิ้ม ๆ  ระหว่างที่เรากำลังก้าวเข้าไปด้านใน  เพราะพี่ ๆ กลับกันไปสักพักแล้ว ส่วนเขาที่ไปเข้าห้องน้ำก่อน ไอ้เรนมันเลยบ้าจี้ไปด้วยเพราะขึ้นไปก็ไม่รู้จะทำอะไร

 

“ อะไรมันจะใจดีขนาดนั้นครับเพื่อน ไม่อยากรีบไปหาคุณความรักของมึงหรือไง ”   มองคนข้างกายที่เอาแต่ทำปากยู่เหมือนลูกชายมันไม่มีผิด  นี่ถ้าพูดว่าบอกว่าทีเร็กซ์เหมือนตรงไหนของไอ้เรนก็คงน่าจะเป็นท่าทางการกระทำต่าง ๆ รวมทั้งแก้มย้วย ๆ กับตาโต ๆ นั่นอีก ส่วนความขาวอย่าไปพูดถึงเลย ทั้งพ่อทั้งแม่เขากินกันไม่คาดจริง ๆ ตอนรู้จักไอ้เรนครั้งแรกนึกว่าเด็กที่ไหนไปกินผงซักฟอกมาหรือไง สะท้อนแสงฉิบหาย

 

“ พูดอะไรก็ไม่รู้  บอกว่าไม่รีบ ๆ  ไหนว่าวันนี้จะรีบไปคุยเรื่องอาหารกกับลุงป้า ไม่รีบไปหรือไง อุตส่าห์ได้ลูกค่าตั้งเยอะแหนะ แต่อร่อยมากเลยนะ พูดแล้วคิดถึงทีเร็กซ์เลย  ”   ไอ้เรนที่พูดยิ้ม ๆ  เขาอยากกรอกตามองบนแรง ๆ ให้มันเลย

 

“ เหรอครับ ๆ แล้วกระผมว่าคุณเรนคงไม่ได้คิดถึงแค่ลูกมั้ง คงคิดถึงพ่อของลูกด้วย  ”  ส่งยิ้มกว้างไปให้คนข้างกาย ก่อนเขาจะได้เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายที่ขึ้นสีแดงแทบจะทันที ไอ้เรนมันเป็นคนขาวมาก ยิ่งเวลามันเขินยิ่งเห็นชัดเจนเลย 

 

“ ปะ เปรมพูดอะไร เราก็ต้องพูดถึงลูกสิ จะ จะไปพูดถึงเขาได้ไง ไม่เอาแล้ว ไม่เป็นส่งแล้ว !  ”   นิ้วของอีกฝ่ายที่กดไปยังชั้นบนสุดของที่นี่ พร้อมกับเขาที่หัวเราะร่า อย่างคนชนะ ชอบแกล้งไอ้เรนจริง ๆ นะ นี่ว่าช่วงมหาลัยแกล้งมันสนุกแล้วมาช่วงนี้ยิ่งสนุกไปกันใหญ่ และดูเขาคิดว่าเซ้นต์เขาแรงพอสมควรที่จะพอดูออกได้บ้าง ว่าคนคิดเกินเลยในความสัมพันธ์นี้คไม่ได้มีเพื่อนของเขาแค่ฝ่ายเดียว มันอาจจะรวมคที่กุมอำนาจทั้งหมดของที่นี่ด้วย ......

 

รถเคลื่อนตัวเข้าไปยังหมู่บ้านอย่างช้า ๆ มองปิ่นโตหน้าตะแกรงรถจักรยานยนต์ ซึ่งเมื่อช่วงเที่ยงมีคนายื่นให้ถึงที่พร้อมกับล้างมาให้เรียบร้อย  ตลอดระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์กว่า ๆ ของการทำงานที่นี่มันทำให้เขาได้เห็นมุมมองต่าง ๆ ของไอ้ผู้จัดการนั่น สิ่งที่เห็นได้ชัดเลยคือความเป็นผู้นำของอีกฝ่าย ดวงตาที่อยู่ต่อหน้าลูกน้อง แม้ไม่ได้ให้ความรู้สึกน่ากลัว แต่มันแฝงไปด้วยความแน่วแน่ในงานของตน รวมถึงเรื่องวันนี้ที่อีกฝ่ายพูด ......  

 

 ตอนแรกเขาคิดว่าคงถูกเรียกไปตำหนิมาก ๆ แต่เอาเข้าใจสิ่งที่มันพูดมันก็ถูก   เขาเข้ามาที่นี่ได้มันไม่มาจากความสามารถ แต่มาจากการฝากเข้า พี่ ๆ  ในแผนกไม่พูด คนอื่นไม่พูด แต่ใช่ว่าเขาจะไม่คิดกัน อะไรผิดก็ไม่กล้าชี้แนะ เพราะคำว่าน้องชายเลขาท่านประธานมันค้ำหัวเขากับไอ้เรนอยู่นี่ไง !   ขณะที่กำลังถึงหน้าบ้าน อยู่ ๆ รถบิ๊กไบค์คันใหญ่ก็ขับตัดหน้าไปก่อน พร้อมกับจอดลงที่หน้าบ้านน้องปุยนุ่น  ภาพตรงหน้าทำให้เขาชะลอความเร็ว น้องปุยนุ่นที่ลงจากรถพร้อมกับยื่นหมวกกันน็อคให้คนขับ มันทำให้เขางุนงงเพราะผู้ชายที่มาส่งไม่น่าจะเป็นไอ้ผู้จัดการได้ ชุดนักศึกษาม.  เดียวกับน้องปุยนุ่น แล้วเขาเป็นอะไรกัน ?  ขณะที่เขากำลังคิดอยู่นั้น อยู่ ๆ คนขับก็ถอดหมวกกันน็อคออก พร้อมอีกฝ่ายที่จับมือเรียวของน้องปุยนุ่นขึ้นมาจูบเบาๆ  ไม่น่าจะเพื่อนแล้วแหละ ไอ้เชี่ยคนซ้อนชัด ๆ !! 

 

จังหวะที่เขาขับผ่าน ดูเหมือนน้องปุยนุ่นจะตกใจพอสมควร  แต่เจ้าตัวที่ไม่กล้าชักมือกลับจากคนตรงหน้า ใบหน้าซีดเผือกที่หันมามองเขา ขณะที่เขากำลังเปิดประตูหน้าบ้าน อย่ามองพี่แบบนั้นครับน้อง แฟนคนนี้ของน้องมันจะคิดว่าพี่คบซ้อนมันแล้ว เขาทำเหมือนไม่เห็นอีกฝ่าย ประตูเอารถกับกระเป๋าไปเก็บ พักเหนื่อยนิดหน่อย ก่อนเขาจะไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดทำงานเป็นธรรมาดา เพื่อไปยังบ้านของลุงกับป้า มองไปยังบ้านข้างกันที่ตอนนี้รถบิ๊กไบค์มาจอดด้านใน หล่อ ๆ แบบไอ้ผู้จัดการยังโดนแล้วกูจะเหลืออะไรวะเนี้ย .........

 

 

“ ป้าลุงสวัสดีครับ  ”   ยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองคน ก่อนลุงจะเอ่ยปากให้เขานั่งลงโซฟาด้านข้างของแกทั้งสอง

 

“ เป็นยังไงบ้างเปรม เพื่อน ๆ ว่ายังไงบ้าง  ”  ป้าถามขึ้นด้วยความตื่นเต้นเขาจึงวางปิ่นโตที่ถูกล้างสะอาดทุกชั้น ลงบนโต๊ะวางของด้านหน้า พร้อมกับส่งยิ้มกว้างให้ป้ากับลุงทั้งสองคนที่ดูจากหน้าตาคงลุ้นไปหมด

 

“ หมดเกลี้ยง ทุกคนบอกว่าอร่อยมาก ไม่เคยกินข้าวต้มอร่อยเท่านี้มาก่อนเลยครับ พวกเขายังบอกอีกว่าถ้าป้ากับลุงตัดสินใจจะขายเขาขอเป็นลูกค้าด้วยประจำด้วยครับ  ”  ทันทีที่เขาพูดจบ ป้ากับลุงที่จับมือกันไว้แน่นพร้อมกับเขย่าไปมาอย่างดีใจ เมื่อแค่เริ่มต้นก็เหมือนทุกอย่างมันจะไปด้วยดี 

 

“ ป้าล่ะกังวลไปหมดเลย ป้าไม่ได้ทำนานแล้วก็กลัวว่ารสมือจะเปลี่ยน  ”  ป้าอรุณเอ่ยด้วยน้ำเสียงโล่งใจพร้อมมองมาที่เขา

“ แล้วลูก ๆ ป้ากับลุงว่ายังไงบ้างครับ เรื่องนี้ ”    เขาถามขึ้นบ้าง เอาจริงถ้าลูก ๆ เขาไม่อนุญาตเขาก็ไม่อยากก้าวก่ายให้มีปัญหากันมากนัก เพราะยังไงเขาก็ต้องอยู่ที่นี่ไปเรื่อย ๆ แม้ไม่รู้กำหนดก็ตามที

“ เขาให้ป้ากับลุงไปถามข้างบ้าน  อันที่จริงบ้านตั้งใจจะไม่ทำเยอะหรอกลูกได้วันละนิดวันละหน่อยพอได้ออกกำลังกายไปก่อน นี่ช่วงเที่ยงเห็นข้างบ้านเขาอยู่พอดีป้าเลยเอาไปฝากเขาแล้วพูดเรื่องนี้  เขาก็บอกถ้าไม่มีรถขว้างทางเข้า  - ออกบ้าน ไม่รบกวนบ้านต่าง ๆ ป้าอยากทำก็ทำเลย ”  ป้าอรุณพูดด้วยน้ำเสียงดีใจจนเขาอดยิ้มตามไม่ได้ ก่อนลุงจะพูดเสริมด้วย

 

“ ตอนเอาไปให้ข้างบ้าน ประจวบเหมาะเขาสั่งอาหารมาพอดี ทำให้ลุงกับป้ารู้ว่าต้องมีรถจักรยายนยนต์มารอรับของอยู่บ้านอีก ลุงเลยคิดว่าจะทำโรงจอดรถหน้าบ้านเป็นที่จอดรถให้พวกนั้นเลย จะได้ไม่ไปรบกวนด้านนอก สวนสนย่อมเล็ก ๆ ลุงว่าจะเอาโต๊ะยาวไปวางให้พวกเขาได้นั่งรอ เปรมว่าดีไหม  ” ลุงบัวที่พูดความคิดของตนขึ้น เขาที่คิดตามบ้าง อย่างหน้าบ้านลุงก็ไม่มีรถยนต์มาจอด มีแค่รถจักรยานยนต์ของลุงกับป้าแค่คันเดียว  พื้นที่ก็เหลือเยอะ ส่วนสวนหน้าบ้านก็เนื้อที่พอสำหรับรับคนพอสมควร ที่ลุงพูดมันก็ดีเราจะได้ไม่ไปเบียดเบียนถนนของหมู่บ้านด้วย

“ ก็ดีเหมือนกันนะครับ ไว้ลุงจะขยับขยายตรงไหน เริ่มวันไหนเดี๋ยวเปรมมาช่วยนะครับ แต่ขอเป็นช่วงเย็นไม่ก็วันหยุด ” 

 

“ ป้าต้องขอบใจเรามาก ๆ นะ แต่ป้ากับลุงคงรบกวนเราเรื่องตกแต่งหน้าบ้านเท่านั้นแหละจ๊ะ อันที่จริงพอได้เปรมว่าไม่อยากให้ป้ากับลุงเหงา เลยทำให้ได้คุยเปิดอกกับลูก ๆ ด้วย เขาก็ไม่ได้ขัดหรอกนะที่ป้ากับลุงอยากทำนั่นทำนี่บ้าง แต่เขาก็อดเป็นห่วงไม่ได้ แต่อาหารมันเป็นสิ่งที่ป้ารักจริง ๆ เขาจึงไม่ขัดอะไร เขาอยากให้ป้าได้ทำในสิ่งที่ลุงกับป้ารักบ้าง แต่เราไม่เคยพูดคุยกัน เขาคิดว่าอยู่แบบนี้ป้ากับลุงก็สบายมีความสุขดี ส่วนป้ากับลุงก็ไม่ได้พูดกับลูกว่าสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้มันน่าเบื่อแค่ไหน  มันทำให้เราได้เปิดอกพูดคุยกันอีกในหลาย ๆ เรื่อง ป้ากับลุงต้องขอบใจเราจริง ๆ นะลูก  ” 

 ความชื้นรอบดวงตาของคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขา ทำเอาเขายิ้มตามไม่ได้จริง ๆ กลายเป็นว่าเรื่องอาหารมันทำให้คนในครอบครัวเขาเข้าใจกันมากยิ่งขึ้นหรือเนี้ย  รู้สึกภูมิใจในตัวเองแปลก ๆ แฮะ แม้จะไม่ได้ไปช่วยในส่วนนั้น แต่เขาก็เป็นส่วนเล็กที่ทำให้คนอื่นยิ้มได้ 

 

“ ไม่เป็นไรเลยครับ เปรมก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย แต่สิ่งที่เปรมอยากช่วยเหลือเพราะมันคือสิ่งที่เปรมเคยพบเจอมาก่อน ลูกหลานห่วงพ่อแม่ที่อยู่บ้าน ไม่อยากให้ทำอะไร ไม่อยากให้ไปไหน มันคือความหวังดี อันนี้เปรมเข้าใจได้ แต่เราก็อย่าลืมว่าเขาก็มีสังคมเหมือนพวกเรา มีเพื่อน อยากมีอะไรที่เพิ่มสีสันให้ชีวิตเหมือนกัน แต่บางครั้งคนแกก็ต้องดูร่างกายตัวเองด้วยว่าเราไหวไหม ส่วนคนแก่ก็ไม่ได้เปิดอกคุยกันตรง ๆ มันเลยยิ่งทำให้ความสัมพันธ์มันห่างเหินออกไป พอเห็นป้ากับลุงได้เปิดอกคุยกับลูกอย่างนี้เปรมก็อดดีใจด้วยไม่ได้จริง ๆ    ถ้าทำก็อย่ายกอะไรหนัก ๆ นะครับ ถ้าลุงกับป้าต้องได้รับบาดเจ็บ เพราะจุดเริ่มต้นนั้นมาจากเปรม ผมคงอดรู้สึกผิดไม่ได้จริง ๆ ........  ”  

“ ไม่หรอกลูก นี่ป้าก็ว่าจะทำหม้อขนาดกลางเอา ของพวกนี้มันต้องสดสะอาด ถึงจะอร่อย กลัวทำไว้นานมันจะรสชาติเปลี่ยนไป  ส่วนเรื่องแอพ ๆ ที่เปรมว่าเดี๋ยวลูกป้าเขาจะมาหาช่วงวันศุกร์ตอนเย็นแล้วจะมาบอกวิธี แล้วจะมาเตรียมจัดหน้าบ้านด้วย ยังไงป้าต้องรบกวนเราช่วงนั้นนะลูก  ” เขาพยักหน้ารับ เสาร์ – อาทิตย์นี้เขาก็หยุดพอดีนี่หว่า

“ ได้ครับ ช่วง เสาร์ – อาทิตย์นี้เปรมหยุดไม่ได้ไปไหน เดี๋ยวมาช่วยครับ  ” ป้ากับลุงส่งยิ้มกว้างให้ก่อนลุงจะพูดขึ้น

“ ยังไงวันนี้มากินข้าวเย็นด้วยกันนะเปรม ถือว่าเลี้ยงขอบคุณอะไรหลาย ๆ อย่าง รับรองฝีมือป้าเราเลยล่ะ  ” 

ทันทีที่ลุงพูดจบคนข้างกายถึงกับตีแขนสามี ว่าไม่ได้ถึงขนาดนั้นซะหน่อย ไม่ได้ทำนานไม่รู้รสมือจะอร่อยเหมือนเดิมอยู่ไหม  เขาที่อดยิ้มตามการหยอกล้อที่เหมือนเพิ่งจีบกันใหม่ ๆ ของท่านทั้งสองไม่ได้ 

“ ป้ากับลุงให้เปรมช่วยเป็นลูกมือไหมครับ  ”  เขาเอ่ยขึ้นขณะที่ป้ากำลังลุกขึ้นเพื่อไปเตรียมอาหารมื้อเย็นวันนี้

“ ไม่เป็นไรลูก เรามาเหนื่อย ๆ พักผ่อนเถอะ นี่ลุงกับป้านั่งนอน ๆ ทั้งวันเบื่อจะแย่อยู่แล้ว  ”  ป้าพูดขึ้นยิ้ม ๆ 

“ งั้นเดี๋ยวผมขอไปรดน้ำต้นไม้ก่อนนะครับ รอเสร็จน่าจะถึงเวลาพอดี  ”  ป้ากับลุงพยักหน้ารับ ก่อนเขาจะขอตัวเลย 

     

           ขณะที่เขากลับถึงบ้านตัวเองเตรียมสายยางรดน้ำต้นไม้ที่ลงไว้ตั้งแต่วันแรก ๆ ที่มาที่นี่ มีไอ้เรนกับทีเร็กซ์ช่วยเป้นลูกมือ ไอ้เรนน่ะพอเข้าใจว่าช่วย...... แต่เจ้าแก้มย้วยของลุงเปรมนี่สิ สภาพหลังปลูกต้นไม้เสร็จถึงกับผู้เป็นแม่ต้องอุ้มไปอาบน้ำปะแป้งหอม ๆ ใหม่ เพราะไม่มีส่วนไหนที่ไม่มีดินเลย แม้กระทั่งศีรษะ !

            อยู่ ๆ ขณะที่เขากำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ดัง เสียงของคนสองคนที่พูดคุยกันค่อนข้างเสียงดังทำให้เขาต้องหันไปมองตามเสียง เนื่องจากรั้วบ้านของเราไม่ได้สูงต่างกันมากทำให้เขาเห็นภาพตรงหน้าได้อย่างชัดเจน เป็นไอ้ผู้จัดการที่อยู่ในชุดธรรมดาอยู่คุยอยู่กับน้องปุยนุ่น และ ผู้ชายที่ขับบิ๊กไบค์คันนั้น น้องปุยนุ่นที่ร้องไห้โฮเสียงดัง พร้อมกับที่เจ้าตัวพูดอะไรสักอย่างกับคนขับบิ๊กไบค์ ก่อนอีกฝ่ายจะหัวเสียขัยรถออกไป  เจ้าของตัวจริงจับได้เหรอวะ เร็วดีว่ะ ?  ขาเจ้ากรรมที่มันก้าวไม่ออก ว่าควรทำยังไงดี ระหว่างนั้นเองที่เสียงทุ้มต่ำของผู้จัดการพูดขึ้น

 

“ เธอคิดว่าฉันโง่หรือไง ปุยนุ่น เรื่องความสัมพันธ์เธอกับไอ้หมอนั่น  ”  น้ำเสียงราบเรียบที่ไม่สามารถรู้ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่นั้น ยิ่งทำให้น้องปุยนุ่นปล่อยโฮดังกว่าเดิม

 

“ ปุย ฮึก ปุยนุ่นขอโทษค่ะ มันไม่ได้มีอะไรจริง ๆ นะคะ เราเป็นแค่เพื่อนกัน พอดีเพื่อนเขาเห็นปุยนุ่นกลับไม่ได้เลยมาส่ง ”

“ เธอคิดว่าฉันโง่หรือไงปุยนุ่น ........ เงินที่ฉันส่งเธอเรียนในแต่ละเดือน ของใช้เธอต่าง ๆ ที่เธอขอ ฉันดูแลให้ทุกอย่าง มีหรือฉันจะไม่ดูเลยว่าคนของฉันมันไปเกเรออกนอกลู่นอกทางที่ไหนไหม ฉันรอบครอบทุกอย่าง เธอย่อมรู้ดี.....  ”

 

“ ฮื่อ คุณเจคะ ปุยนุ่นขอโทษ เขาเข้ามาทำดีกับปุยนุ่นจนปุยนุ่นหวั่นไหวไปกับเขา แค่นั้นจริง ๆ ค่ะไม่มีอะไรเกินเลยแม้แต่นิด คุณเจให้โอกาสปุยนุ่นสักครั้งได้ไหมค่ะ ปุยนุ่นขอโทษ ”  น้องปุยนุ่นที่สะอึกสะอื้นคล้ายคนจะเป็นลมให้ได้ พร้อมกับมือเรียวสวยที่จะเอื้อมไปจับมือของคนตรงหน้าไว้ แต่อีกฝ่ายกับเบี่ยงมือออก

 

“ ช่วงนี้การเรียนเธอตกต่ำกว่าเดิมมากนะ เทอมหน้าก็ทำเกรดให้ดี ๆ เพราะไม่งั้นเธออาจมีสิทธิ์โดนรีไทร์ได้  ดูแลตัวเองดี ๆ ด้วยโตแล้ว  ” นั่นยิ่งทำให้เจ้าตัวปล่อยโฮมากกว่าเดิม หลังจากอีกฝ่ายพูดจบ เจ้าตัวที่เอาแต่พูดประโยคซ้ำ ๆ ว่าขอโทษ ๆ 

 

“ กฎสำหรับเรามันคือกฎ ฉันให้ความสำคัญกับสิ่งนี้เสมอ ในเมื่อเธอผิด เธอก็ต้องรับผลมันให้ได้ ฉันให้เวลาเธอย้ายออกภายในวันนี้ ฉันจะให้คนมาขนของให้ ส่วนที่พัก ห้องเก่าที่ฉันเคยซื้อให้ ฉันจะยกให้ฉันไม่เอาคืน ” 

เอาแล้วไง ......  กูควรจะเดินหนีใช่ไหมวะหรือว่าไง ขณะที่เขากำลังเดินหนีอยู่นั้น อยู่ ๆ แข้งขาก็ไร้เรี่ยวแรง จนไปพนเกี่ยวกับสายยางจนล้มลงกับพื้นคนทั้งสองที่มองมานิ่ง ๆ ส่วนน้องปุยนุ่นที่เอาแต่ร้องไห้ เขาจึงได้แต่ส่งยิ้มแห้ง ๆ ไปให้ คนทั้งสองที่ดูเหมือนจะไม่สนใจสิ่งอื่นใด ก่อนน้องปุยนุ่นจะพูดขึ้นอีกครั้ง

 

“ คุณเจ ฮึก คุณเจไม่ฟังเหตุผลของปุยนุ่นเลย นี่มันจะค่ำแล้วนะคะแล้วจะทันได้ยังไง คุณเจ ฮึก คุณเจมีคนอื่นใช่ไหม  ” 

ร่างสูงของคนตรงหน้าถึงกับถอนหายใจออกมาแรง ๆ เป็นใครคงเซ็งถูกปรักปรำว่ามีคนอื่นเฉย ทั้ง ๆ ที่เราเป็นคนถูกกกระทำแท้ ๆ 

 

“ รำคาญว่ะ !  เออมีคนอื่นเหมือนกัน กำลังตามจีบอยู่  ”   เชี่ย ..... นี่ละครเหรอวะ หักมุมซ้อนหักมุมนะ ถ้าไอ้คุณเจมันมีจริง ๆ ที่กูนั่งเชียร์มึงมาตลอดเนี้ย กูหมาเลยนะเจ กูเป็นหมาเลยนะ ........

 

“ นั่นไง ปุยนุ่นว่าแล้ว มันเป็นใครคะ มันเป็นใคร !  ” เสียงหวานร้องลั่นแทบจะทันทีเมื่ออีกฝ่ายพูดจบ กูก็เดินไปออกสักที แต่อยู่ ๆ ก็ต้องทำให้เขาตกใจไปมากกว่าเดิม เมื่อไอ้ร่างสูงของคนที่ยืนอยู่อีกบ้านชี้มาทางเขา

“ ผมกำลังตามจีบเขาอยู่ ! ”  ความโกรธเข้ามาแทรกแซงทันทีเมื่อมันพูดจบ มึงจะลากกูเข้าไปเกี่ยวเรื่องผัว ๆ เมีย ๆ ของมึงทำไม แต่ขณะที่เขากำลังเอ่ยปากพูดขึ้น ดูเหมือนอีกคนจะรู้ทันจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

 

“ ผมกำลังตามจีบเขาอยู่ไม่ใช่ว่าปุบปับจะจีบติดเลย นี่มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น ฟังเหตุผลของคนยังไม่ยอมรับความรู้สึกของตัวเองไปก็เท่านั้น ไม่ได้ความจริงหรอก เรื่องแบบนี้ใครเขาจะมายอมรับกัน ว่าหัวหน้ากำลังตามจีบลูกน้องอยู่ หึ !  ” 

            ทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ ไอ้เปรมได้แต่พะงาบ ๆ เป็นปลาขาดน้ำเพราะกูไปไม่เป็น !  ถูกดักทุกทางเลยโว้ย หันมองน้องปุยนุ่นที่มองเขาแทบตาขว้างทันที นาทีนี้กูอธิบายอะไรไปคงไม่มีใครฟังแล้วแหละ หันมองไอ้ตัวต้นเหตุที่ส่งยิมมุมปากมาให้ แล้วยิ่งโคตรเกลียด ๆ   แต่กูทำอะไรได้ไหม....... ก็ไม่ ! สิ่งเดียวที่ทำได้คงเป็นการเดินหนีให้ไกล ๆ จากตรงนี้ โมโหโว้ย ! ปากก็หมา แถมยังขี้ตู่หาว่าจะจีบกูอีก จีบเชี่ยไรล่ะ วันนี้ยังเรียกกูไปด่าอยู่เลย ! 

 

 

 

เปรมลูก ไม่น่าไปยินตรงนั้นเลย อยู่ ๆ ก็มีคนขี้ตู่หาว่าตามจีบซะงั้น ฮ่า ๆ 

                    ฝากติดตามด้วยนะคะ 

FB : Poonoi____

TW : poonoi_16

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 208 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

142 ความคิดเห็น

  1. #50 phatee9889 (@phatee9889) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 22:20
    ลุงข้างบ้านน่าจะเป็นตาของเปรม....อิอิ
    #50
    0
  2. #49 Sepppppp (@Nggggggg) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 16:48
    มีใจดูออก!!
    #49
    0
  3. #47 nepblue (@nepblue) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 08:16
    น้องเปรมมมม อาจจะไม่ได้ขี้ตู่ก็ได้นะ ลึกๆในใจ555555 อ่ยๆๆๆๆ อาจจะอยสกจีบจริงๆๆๆแง5555555555555555555555
    เวลาทำงานก็ดูดุมากๆ ที่โดนตักเตือนน้อยแบบนั้นเพราะก็มีใจรึเปล่า คุณเจมีใจรึเปล่าาาา
    #47
    0
  4. #45 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 02:03
    เปรม แย่แล้ว โดนลากเข้าไปเลยยยย 5555
    #45
    0
  5. #44 f013017 (@fah013017) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 22:48
    น้อนน5555
    #44
    0
  6. #43 Hunter.memiw (@TPMemiw) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 21:39

    นน้อนเปรมมมมมม

    #43
    0
  7. #42 manejanb (@manejanb) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 18:54

    เปรมรับไปเถอะ....
    #42
    0
  8. #41 Tualek_Orp (@tualek_orp) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 15:55
    นุ้งเปรมผู้น่าสงสารท่ามกลางสงครามความรัก 555

    รออ่านอยู่นะคะ
    #41
    0
  9. #40 aop-8444 (@aop-8444) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 15:49
    อยากให้ต่ออีกจังเลย ฮื่อออ😭
    #40
    0
  10. #39 Praew_onmin (@praewonmin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 14:17
    มาแล้ววววว คิดว่าะไม่มาสะแล้วววว ขอบคุณค่าาาาาา
    #39
    0