เปรมไม่ได้ตั้งใจครับ (Mpreg)

ตอนที่ 1 : จุดเริ่มต้นของเพื่อนบ้าน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,811
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 283 ครั้ง
    13 พ.ค. 63

 

 

 

ชื่อเปรมเพื่อนไอ้เรน มีหลานชื่อทีเร็กซ์แก้มย้วยที่สุดแห่งความโคตรน่ารัก เขาที่ได้รู้จักกับไอ้เรนตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 เพราะต้องทำงานเกี่ยวกับอาสาที่จะให้นักศึกษาที่กู้กองทุนทำประโยชน์แก่ส่วนร่วม เราได้พบกันบ่อย ๆ ในงานกิจกรรมต่าง ๆ ของมอ สุดท้ายจึงได้รู้เรนมันก็เรียนคณะเดียวกัน นั่นยิ่งทำให้เขากับมันกลายเป็นเพื่อสนิทกันไปโดยปริยาย อาจเพราะคุณภาพชีวิตของเราไม่ได้ต่างกันมากทำให้เราสนิทกันมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม เรนมันเป็นคนขยันมากเพราะต้องส่งเสียตัวเองเรียน ไม่ต่างกับเขาที่ต้องส่งตัวเองเรียนและยังมียายที่เขาต้องดูแลแกเพราะตั้งแต่เด็กยายก็เป็นคนเลี้ยงดูเขามา ยายชอบพูดเสมอไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นอย่าทิ้งการเรียนยายชอบพูดเสมอว่าอยากถ่ายรูปในวันที่เขาจบการศึกษาแต่ท่านกลับไม่อยู่ถึงวันนั้น.....

ในช่วงปี 2 ของการเรียนเขายังจำมันได้ดีมันเป็นเช้าที่ฝนตกพร่ำ ๆ ให้ความรู้เหงาอย่างบอกไม่ถูกยายที่ทุกเช้าท่านต้องตื่นมานั่งเล่นหน้าห้องเช่าเพราะเรื่องของสุขภาพที่ทำให้ท่านทำงานหนักไม่ได้ แต่วันนั้นมันกลับต่างออกไปเมื่อวานท่านบอกไม่ค่อยสบายทำให้เข้านอนเร็วกว่าปกติ เขาจึงออกไปซื้ออาหารมาให้เพื่อจะได้เตรียมตัวไปเรียน เรนที่มานั่งรอหน้าห้องเช่าส่งยิ้มให้แต่ถึงอย่างนั้นเขายังรู้สึกเศร้า ๆ ในใจอยู่ดี ยายไม่เคยตื่นสายขนาดนี้ เรนที่อาสาถือถุงกับข้าวไปเก็บให้ส่วนเขาที่แยกไปยังที่นอนของยาย ถึงห้องนอนเราจะเป็นแค่ห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ แต่เพราะเขาที่มีงานทำถึงดึกดื่นเที่ยงคืน ยายที่ป่วยทำให้เราต้องใช้ม่านกั้น เขาที่ยกมุงขึ้นด้านนึงก่อนคลานเข้าไปเรียกยายที่นอนตะแครงข้างหันหลังให้เบา ๆ เรียกเท่าไหร่ท่านก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นทั้ง ๆ ที่เป็นคนตื่นง่าย ฝ่ามือสั่นระริกค่อย ๆ สัมผัสลงบนแขนผอมแห้งเบา ๆ ด้วยฝ่ามือสั่นเทาน้ำตาที่เริ่มไหลออกมาช้า ๆ เพราะกลัวว่าความคิดนึงที่มันเลวร้ายจะกลับกลายเป็นจริง อุณหภูมิที่จับต้องได้ครั้งแรกผิดแผลกไปกว่าปกติ ตัวของยายที่เริ่มเย็นเฉียบจนเขาต้องพลิกตัวท่านมานอนหงยหน้าดี ๆ เสียงกู่ร้องเรียกยายผู้เป็นที่รักซ้ำ ๆ ใบหน้าของเขาซบลงบนหน้าท้องแบนราบ แขนกอดกวัดร่างผอมแห้งไว้แน่นเหมือนโลกทั้งใบมันพังทลายลงตรงหน้า ไม่มียายแล้วเขาจะอยู่ยังไง......

จนแรงกอดรัดทางด้านหลังทำให้เขาเริ่มได้สติเสียงเพื่อนสนิทที่บอกซ้ำ ๆ ว่าเขายังเหลือมันอยู่ มันยังอยู่ตรงนี้ข้าง ๆ ยังมีคนอยู่ข้าง ๆ เขาอยู่แม้ในวันที่ต้องเสียคนที่รักที่สุดไป ช่วงเวลาในแต่ละวันมันช่างผ่านไปได้อย่างยากลำบาก จุดมุ่งหมายที่เคยวาดฝันไว้มันเหมือนพังทลายลงไปตั้งแต่วันที่ยายได้จากไป เขาที่เริ่มเกเรกับการเรียนถ้าไม่ได้เรนที่มันช่วยในทั้งเรื่องการเรียน คอยอยู่ข้าง ๆ ไม่ให้เหงาเขาคงไม่รู้จะผ่านจุดนั้นมาได้ยังไง ทั้งชีวิตเขามีแค่ยาย ยายคือทุกอย่างสำหรับเขา.... พ่อกับแม่ที่เสียไปตั้งแต่เด็ก ส่วนตาก็ได้เลิกกับยายตั้งแต่แม่ยังเด็ก ครอบครัวเราไม่ได้มีญาติที่ไหนอีกทำให้เขามีแค่ยายคนเดียว ยายชอบพูดเสมอสังขารเรามันไม่ใช่ของเที่ยงแท้แน่นอนมันย่อมสลายไปตามกาลเวลา ประโยคซ้ำ ๆ ที่ชอบพูดให้ฟังเสมอคล้ายเป็นการบอกเล่าให้ชาชินไปกับมัน......

การจากลาที่เสียใจที่สุดคือการจากลาที่ไม่มีคำร่ำลา เรายังยิ้มให้กันในช่วงหัวค่ำเรายังได้กินข้าวด้วยกัน หัวเราะไปกับมุขตลกในโทรทัศน์แต่มาอีกวันเราต้องมารู้ว่าเราจะไม่เห็นสิ่งนั้นอีกแล้วนะ เราจะไม่เห็นรอยยิ้มสวย ๆ นั้นอีกแล้วมือหยาบกร้านที่ชอบลูบหัวเบา ๆ เวลาท้อแท้เราจะไม่ได้รับรู้มันอีกแล้วนะ อนาคตที่คิดฝันไว้มากมายเราจะไม่มีท่านอยู่ในนั้นอีกแล้ว รูปสวย ๆ ในวันสำเร็จการศึกษาเราจะไม่ได้ยืนถ่ายรูปเคียงข้างกัน ความสำเร็จที่อยากให้ท่านอยู่ด้วยทุกช่วงเวลามันจะไม่มีอีกแล้ว แต่เขายังเชื่อเชื่อว่าท่านกำลังมองลงมาจากบนฟ้า......เปรมรู้นะว่ายายมองความสำเร็จของเปรมอยู่บนฟ้าใช่ไหมครับ.....

ชีวิตหลังไม่มียายมันก็เรื่อย ๆ เขากับเรนเริ่มสนิทกันมากกว่าเดิมมีอะไรก็ปรึกษากันตลอด ก็ไม่รู้ว่าทำไมเราทั้งสองถึงสนิทกันได้ทั้ง ๆ เขาเป็นคนขี้เล่นส่วนมันเป็นคนที่ค่อนข้างจะขี้อาย ไอ้เรนตัวก็กระจิดเดียวกินข้าวแต่ละทีก็นึกว่าแมวดมยิ่งช่วงใกล้จบยิงยาวมายังช่วงที่มีเจ้าแก้มย้วยไม่รู้แต่วันละกินอะไรบ้าง ช่วงท้องยันคลอดแรก ๆ เรนกับเขาค่อนข้างที่จะลำบากกันมาก แต่มันก็ยิ่งทำให้เราสนิทกันมากขึ้นความรู้สึกที่มีต่อกันของเราทั้งสองคนนั้นมันเกินคำว่าเพื่อนสนิทไปนานแล้ว เรนมันเป็นเหมือนพี่น้องเขาคนนึงเสียด้วยซ้ำ วันที่มันหายตัวไปพร้อมกับเจ้าแก้มย้วยทำให้เขาแทบอยากเป็นบ้าให้ได้

ถามป้าข้างห้องบอกว่ามีชายชุดดำพาไปนั่นยิ่งทำให้เขาแทบนั่งไม่ติด โทรศัพท์ก็ไม่รับเขาไม่รู้ด้วยซ้ำต้องไปตามหาที่ไหนโทรถามทั้งพี่ ๆ ที่ทำงานทั้งเพื่อนสมัยเรียนก็ไม่มีใครรู้เลยว่าเรนกับลูกหายไปไหน ไปแจ้งความก็ต้องรอให้นานกว่านี้เพราะเรนเพิ่งหายไปได้ไม่ถึงสองชั่วโมงหรือยังไงต้องหาหลักฐานว่าเรนมันถูกลักพาตัวไปจริง ๆ แล้วแถวนั้นก็มีแค่กล้องวงจรปิดด้านหน้าสุดที่เห็นรถตู้สีดำเลี้ยวเข้าไปแค่นิดเดียวป้ายทะเบียนก็ไม่เห็น การรอคอยกวาจะผ่านไปได้แต่ละนาทีมันช่างทรมาน เขาพยายามตามหาจนทั่วกลับไม่พบ ไม่รู้ต้องทำไงได้แต่วนมานั่งรอที่หน้าห้องเช่าเผื่อเรนจะกลับมา.....

ผ่านช่วงกลางวันมาได้ไม่นานรถตู้คันแปลกตาก็มาจอดลงหน้าห้องเช่าเขาในตอนนั้นที่กำลังร้องไห้ถึงกับต้องรีบเช็ดน้ำตาลุกขึ้นไปดู ภาพแรกที่ปรากฏสู่ม่านสายตาคือใบหน้าคุ้นเคยของเพื่อนรัก เขาที่รีบกอดเพื่อนรักไว้แน่น กอดมันอยู่สักพักก่อนเป็นเขาที่ผละออกเราพูดกันนิดหน่อยก่อนจะรีบถามหาหลานรักทันที เวลาเดียวกับร่างสูงของใครสักคนที่พูดกับเรนด้วยความนอบน้อมว่าขออุ้มทีเร็กซ์เข้าไปในห้องก่อนได้ไหม ทุกอย่างทำให้เขาเงียบลงจนกระทั่งชายชุดดำพวกนั้นขอตัวกลับ เขาจึงรีบถามคนที่หายไปเกือบครึ่งวัน สรุปคนที่ให้รับตัวเรนกับลูกไปคือพี่เท็น เจ้าตัวที่เสนอให้ลูกกับเรนไปอยู่ด้วยเมื่อลูกโตขึ้นกว่านี้ให้ตัดสินใจเองว่าลูกจะอยู่กับใครถ้าไม่ไปก็จะฟ้องเอาลูก

ในเรื่องนี้เขาเห็นดีเห็นงามกับพี่เท็นอย่างมากถ้าทีเร็กซ์โตกว่านี้เรนยิ่งจะรับภาระเยอะมันเป็นโอกาสที่หลานเขาจะได้พบสิ่งดี ๆ เขารู้ว่าเรนมันไม่ค่อยอยากที่จะไปอยู่กับพี่เท็นสักเท่าไหร่ แอบชอบเขามาตั้งนานยังเลิกชอบไม่ได้แล้วนั่นยิ่งต้องไปอยู่ร่วมชายคาเจอหน้ากันทุกวันขนาดนั้น ก็ได้แต่หวังว่าพี่เท็นจะรักเรนเหมือนที่เรนรักพี่เท็นบ้าง เขาที่ได้ผลพลอยได้ไปด้วยคือบ้านจัดสรรใกล้ที่ทำงานใกล้ห้างสรรพสินค้า ได้จ่ายแค่ค่าน้ำค่าไฟคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม

 

 

“ เรนบ้านโคตรสวยเลยว่ะ ”

เพราะเวลากระชั้นชิดทำให้เราไม่มีเวลามาดูบ้านได้มาเจอก็ช่วงเข้ามาอยู่เลย กี่ล้านวะเนี้ย...เขาที่หันไปถามเพื่อนรักที่ยืนข้างกันก่อนจะอดขำกับสีหน้าตกตะลึงของเจ้าแก้มย้วยไม่ได้ น้ำจงน้ำจิ้มนี่ไหลพร้อมเสิร์ฟแล้วไหมครับลูก

“ อืม น่าอยู่จริง ๆ นั่นแหละเราว่าหาอะไรมาปลูกเพิ่มนิดหน่อยก็ได้แล้ว ”

“ ฮื่อแม่จ๋า ปะ ปะ ”

หัวเล็กพยักหงึกหงักเป็นสัญญาณเชิญชวนว่าแม่จ๋าไปข้างในกันเถอะ เมื่อเห็นดังนั้นคนข้างกายเขาจึงพาเข้าไปด้านในบ้าน ที่นี่จะคล้ายบ้านจัดสรรคทั่วไปแต่จะมีสนามหน้าบ้านกว้างพอสมควร

“ อู้ แม่จ๋ามีดึ๋ง ๆ ”

เจ้าตัวเล็กในอ้อมแขนของผู้เป็นแม่ขยับไปมาคล้ายกับสนใจชองตรงหน้าที่เป็นโซฟาตัวใหญ่ ที่ไอ้คุณเจียเล่นขนของเขาไปแจกจ่ายให้คนรอบ ๆ ห้องเช่าเพราะเหตุนี้เองเหรอวะ สายตามองไปรอบ ๆ ห้องโถงขนาดใหญ่ปูด้วยกระเบื้องสีขาวสะอาดตา พอกระทบกับสิ่งของภายในบ้านยิ่งทำให้ดูดีมีราคามากยิ่งขึ้น ยิ่งโทรทัศน์จอใหญ่หน้าโซฟานั่น ใหญ่กว่าเครื่องกว่าเขาไม่รู้เท่าไหร่ถึงเท่าไหร่

“ เรน กูว่ากูไม่กล้าใช้วะไอเชี่ย..... โทรทัศน์กี่นิ้ววะนั่น ”

หันไปกระซิบถามเพื่อนรักที่ตอนนี้กำลังมองลูกชายตัวน้อยวิ่งไปยังโซฟาตัวใหญ่

“ ทำไมล่ะ ”

เรนที่หันมาถามด้วยสีหน้ายิ้ม ๆ ไอ้เชี่ยคือมึง ทั้งบ้านเขาลืมไปรึไงว่ากูอยู่คนเดียว เงินเดือนพนักงานกูก็น้อยนิด แถมยังโสดจะมีใครมันจะมาช่วยแชร์ค่าน้ำค่าไฟวะ กูล่ะอยากโทรตรงไปหาผัวไอ้เรนจังว่ากูอยากได้โทรทัศน์เครื่องเก่ากูคืน

“ เดี๋ยวคุณทั้งสองเดินดูรอบบ้านก่อนก็ได้ครับเดี๋ยวผมดูทีเร็กซ์ให้ ”

ร่างสูงใหญ่ของคนที่อยู่ข้างหลังพูดขึ้นในตอนแรกเรนมีทีท่าจะลังเลแต่เพราะห้องครัวกลับห้องนั่งเล่นไม่ได้มีกำแพงกั้น สามารถมองเห็นทีเร็กซ์ได้ทำให้เจ้าตัวพยักหน้าเป็นคำตอบ

“ ครับ รบกวนคุณเจียด้วยนะครับ”

คุณเจียโค้งคำนับไอ้เรนเล็กน้อยก่อนจะเดินตรงไปเปิดโทรทัศน์จอใหญ่ให้ทีเร็กซ์ดูไม่ชินยังไงก็ไม่ชินอยู่ดี จังหวะที่เขากับไอ้เรนกำลังเดินตรงยังโซนห้องครัวเสียงร้องไห้ก็ดังลั่นห้องนั่งเล่นเสียก่อน

“ ง่า แม่จ๋าไหน ฮื่อ แม่จ๋า แม่จ๋า”

ทั้งเขาทั้งไอ้เรนต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงร้องลั่นบ้านหาแม่จ๋า ร่างเล็กที่วิ่งมากอดขาผู้เป็นแม่ไว้แน่นโดยมีคุณเจียที่กำลังถือรีโมทใบหน้าเจื่อนสี ส่งยิ้มจาง ๆ มาให้คงไม่คิดว่าทีเร็กซ์จะร้องไห้สินะ เด็กก็คือเด็กนั่นแหละต่อให้จะดูเลี้ยงง่ายเข้ากับคนอื่นง่ายแต่พอลองมองหาคุณรู้จักไม่เจอแค่นั่นแหละ

“ เป็นอะไรครับ น้องร้องไห้ทำไม”

คนข้างกายย่อตัวลงนั่งยอง ๆ กับพื้นห้อง มือเรียวเอื้อมไปเช็ดน้ำตาให้ลูกชายที่น้ำตานองหน้า ส่วนแขนเล็กเอื้อมไปกอดคอผู้เป็นแม่ไว้แน่นก่อนจะซบแก้มย้วย ๆ ลงบนบ่าของแม่จ๋า

“ ฮึก ฮื่อ แม่จ๋า ฮึก แม่จ๋าไหน”

“ แม่จ๋าไปดูตรงนี้เองลูก น้องกลัวลุงเจียเหรอครับ ”

พอพูดเป็นแม่พูดจบเสียงเล็กของลูกชายก็ร้องไห้ดังลั่นอีกครั้ง

“ ฮื่อ ”

“ แม่จ๋าไม่ได้ทิ้งน้องหรอกลูก นี่ไปแค่ตรงนี้เอง ”

เขาชี้ไปยังโซนห้องครัวที่ไม่มีอะไรกั้นทำให้มองเห็นได้ก่อนจะเดินไปหลบหลังเคาน์เตอร์ครัว

“ จ๊ะเอ๋ วันนี้ข้าจะกินทีเร็กซ์ตัวน้อยแล้วนะ ฮ่า ฮ่า ”

รีบเดินเร็ว ๆ จากโซนห้องครัวไปหาหลานที่ซบไหล่แม่จ๋ามองมานิ่ง ๆ

“ คริ ๆ แม่จ๋า ลูงมาแย้ว หยี หยี จ๊อก~ ” ( คริ ๆ แม่จ๋าลุงมาแล้ว หนี หนี จ๊อก~ )

ทันทีที่เสียงร้องของหลานชายตัวน้อยพร้อมเสียงร้องเข้าจังหวะของพุงน้อย ๆ ทั้งเขาทั้งเรนและคุณเจียที่เพิ่งเดินมาหาถึงกลับหลุดหัวเราะออกมา

“ โอ๊ะ แม่จ๋าเฉือล้อง ”

“ ทำไมพี่เสือร้องดังจังเลยนา.....สงสัยพี่เสือหิวข้าวแล้วใช่ไหมครับ ”

ใบหน้าเล็กของหลานชายพยักขึ้นลง หงึกหงักก่อนเสียงคนที่ยืนอยู่อีกฝั่งจะดังขึ้น

“ เรื่องอาหารเที่ยงวันนี้ทางเราได้จัดเตรียมไว้ให้แล้ว ส่วนอาหารสดเราให้แม่บ้านจัดเตรียมไว้ให้ทั้งอาทิตย์นี้แล้วครับเพื่อความสะดวกในการหาซื้ออาหารในวันแรก ๆ ครับ ”

ทำไมเขาถึงดูแลไอ้เรนดีอย่างกะจะไม่เอาแค่ลูกแหนะก่อนจะหันมองไอ้คนคนที่ยืนอยู่ข้างกันเจ้าตัวที่ทำเพียงแค่เลิกคิ้วทำหน้าสงสัยว่ามีอะไรหรือเปล่า เปรมรู้เปรมเห็นคนเราแค่มาส่งถึงบ้านพัก อาหารกลางวันก็จัดเตรียมมาให้อีกทั้งดูแลเป็นอย่างดีขนาดนี้ ไม่ใช่แค่อยากได้แค่ลูกแล้วมั้งคุณมาเฟีย

 

“ เรนกูพูดจริง ๆ นะเดี๋ยวกูซื้อของเขาบ้านเองก็ได้นะ มึงดูดิวะโทรทัศน์ ตู้เย็น มันใหญ่โตเกินไปกูกลัวเปลืองไฟ ”

เขาที่ทิ้งตัวลงนอนบนพื้นกระเบื้องเย็น ๆ หันไปมองเพื่อนรักที่กำลังไกวเปลลูกชายไปมา ก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ กลับมา

“ จะเปลืองไฟอะไรกันล่ะ เดี๋ยวก็ต้องไปทำงานแล้วโทรทัศน์คงได้เปิดแค่ช่วงกลับจากที่ทำงาน ตู้เย็นนาน ๆ เปิดทีค่าไฟไม่ขึ้นมากหรอก ถ้าเหงาก็หาแฟนเป็นตัวเป็นตนมาอยู่ด้วยซะสิ ”

ใบหน้าของคนที่นั่งอยู่ก้มมองส่งยิ้มให้

“ เอาจริงนะมึง ตอนแรกกูก็คิดจะจริงจังอยู่หรอกแต่พอจะจริงกับใครสักคนชอบถูกหักอกทุกทีไม่รู้เพราะอะไร ”

พูดแล้วเซ็งคิดว่าเช็กดีแล้วแท้ ๆ บางครั้งกลับกลายว่าเราเป็นมือที่สามเขาซะงั้น สุดท้ายพอเปลี่ยนแฟนไปเรื่อย ๆ กับถูกมองว่าเป็นคนเจ้าชู้เออดีว่ะ

“ หืม จริงเหรอน้องคนล่าสุดที่บอกจะจริงจังนี่คบได้แค่ 2 เดือนเองมั้งอันนี้ไม่น่าใช่น้องเขาทิ้งแล้วมั้ง เพราะน้องเขายังมาร้องไห้ปรับทุกข์อยู่เลย”

เอาจริงเวลาเขาคบใครไอ้เรนจะรู้ตลอดและถ้าสุดท้ายเราเลิกลากันไปจบดีบ้างไม่ดีบ้าง คนเป็นสื่อกลางให้เราทั้งสองก็มีแค่ไอ้เรนเนี้ยแหละ ส่วนมากมันจะสุด ๆ หรือเราจบกันไม่ดีเท่านั้นไม่ใช่เขาจะออกจากความรู้สึกนั้นได้เร็วแต่คนเราเวลารักใครสักคนเราก็ต้องเผื่อใจให้กับความผิดหวังบ้าง ไม่ใช่ทุ่มเทกับมันมากเกินไปโดยไม่คำนึงถึงวันที่ต้องจากลาซึ่งเขาเป็นเช่นนั้นมาตลอด เผื่อใจมากก็เจ็บน้อย

“ ก็บอกกู คนนั้นพี่ชายครับ พี่ชายครับ พี่ชายห่าไรกูเห็นในผับวันนั้นแทบจะแดกกันได้อยู่แล้ว ใครมันจะทนโง่เป็นควายให้เด็กหลอกได้วะ กูก็เห็นน่ารักเรียบร้อย ๆ เป็นไงล่ะกูอย่างหมาเลยครับ ”

พูดแล้วขึ้นด้วยความใจดี สปอร์ตอยากดูแลให้ทุนการศึกษาน้อง ๆ เล็กน้อย ๆ แค่ก ๆ นั่นแหละ ถ้าพูดแบบตรง ๆ คือเรามองตาปุบเหมือนมีรังสีเชื่อมโยงเข้าหากันปับ ตอนแรกก็มารอไอ้เรนพาทีเร็กซ์มีฉีดวัคซีนน้องเขาพาเพื่อนมาทำแผลเพราะรถล้ม..... ตัวเล็ก ขาว ยิ้มสดใส แม่งโคตรรสเปคเลยว่ะ…..

แรก ๆ ก็ว่าสวรรค์บนดินแต่พอนาน ๆ ไป เชี่ยเอ้ยกูเกือบจะได้ปีนต้นงิ้วแล้วไง

“ ก็ไม่นึกว่าน้องเขาจะเป็นคนแบบนี้แฮะ แต่ไหนยังไงเลิกยังไม่ถึงเดือนได้ยินไปตามจีบน้องเก้าที่เรียนม.เดียวกับน้องพีชเหรอ ”

เชี่ย.....คือกูเพิ่งได้เบอร์น้องเขามาเมื่อวานก่อนเขารีบลุกขึ้นนั่งทันทีเมื่ออีกฝ่ายพูดจบนิ้วสั่นระริกชี้ไปหาเพื่อนรักที่นั่งยิ้มกุ้มกริ้มอยู่ไม่ไกล

“ มะ มึง เกินไปแล้ว เชี่ย.....มึงไปรู้ได้ยังไงฮะว่ากูกำลังจีบน้องเขาอยู่ หรือกูไปบอกมึงแล้วตอนไหนวะ ”

ได้แต่คิด แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออก..... เขาไปบอกมันตอนไหนวะ

“ จะไปนั่งคิดอะไรเปรมไม่ได้บอกหรอก แต่พอดีมีสายว่ะ....เขาโทรมารายงาน ”

ใครวะจะไปรู้เรื่องนี้ได้มีแค่ครั้งเดียวมั้งที่เขาได้ไปส่งน้องเก้าตรงหน้าตึกเรียนแค่นั้นเปล่าวะ หรือว่า....

“ พีชงั้นเหรอ ”

ไอ้เรนทำเพียงแค่พยักหน้าก่อนจะไปร้องเพลงกล่อมลูกชายตัวน้อยต่อ

“ เมื่อวานน้องเขาโทรมาร้องไห้ขอคืนดีกับมึงแต่โทรไม่ติดเลยโทรมาเบอร์กูแทน ”

เขาส่ายหน้าทันทีเมื่อเพื่อนพูดจบ

“ บล็อกได้บล็อกไปเถอะแต่ถ้าพูดไม่รู้เรื่องกูจะพูดเอง กูบอกเลิกก่อนก็จริงแต่คนถูกหักหลังก็คือกูเองเปล่าวะบอกแล้วถ้าเรื่องของเรามีมือที่สามเข้ามาถือว่าจบแล้วไงคนไม่ทำตามคือน้องเขาเปล่าวะจะมาร้องขออะไรอีก เนี้ยไอ้เรนกูถูกเด็กหลอก ฮือ มันจึก ๆ มันถูกสวมเขามันเจ็บจึก ๆ ”

ได้แต่ลงไปนอนแด้ดิ้นอยู่กับพื้นกระเบื้องเย็น ๆ

“ แล้วเรื่องน้องเก้าจะเอาไง เดินหน้าจีบต่อ? ”

ไอ้เรนหันมามองเขาอีกครั้ง เมื่อได้ยินคำถามนั้นเขาจึงพลิกตัวหงายหน้ามองเพดานนิ่ง ๆ

“ ก็น่าจะไม่ไปต่อหรอก น้องเขาก็ไม่ได้คุยกับกูแค่คนเดียวช่วงนี้ กูกลัวน้องเขามีปัญหาถ้าพีชยังไม่เลิกวุ่นวายแบบนี้ ”

“ เศร้ารึไง ”

ไอ้คนที่นั่งอยู่ถามขึ้นเบา ๆ

“ หึ ก็ไม่เท่าไหร่ ยังไม่ได้จริงจังด้วยนั่นแหละ ”

“ เดี๋ยวก็มีคนมาปลอบใจ ”

“ รู้ดีนะมึง ”

มองค้อนเพื่อนรักไปนึงทีก่อนเราจะระเบิดเสียหัวเราะออกมา

 

เช้าวันต่อมาเราก็ออกไปทำบุญกันหน้าหมู่บ้านและนั่นทำให้เขารู้ว่าเพื่อนบ้านที่อยู่ข้างกันด้านซ้ายมือที่ไม่เห็นมาตั้งแต่เมื่อวานคือนักศึกษาของมหาลัยแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ตกเย็นสาวเจ้าก็พาเพื่อนมาบ้านเนื่องจากรั้วบ้านเราไม่ได้สูงมากทำให้มองเห็นกันได้น้องเขาก็น่ารักดี สดใสยิ้มง่ายยิ่งดูยิ่งเคลิ้ม ตอนแรกคิดว่าไอ้เรนกับเจ้าแก้มย้วยไปคงเหงาแน่ ๆ แต่พอรู้ว่าน้องบ้านข้าง ๆ น่ารักขนาดนี้พี่ก็ไม่รู้สึกเหงาแล้วครับ รู้สึกอยากสานสัมพันธ์เราเธอมากกว่า

 

ตั้งแต่วันนั้นเราก็ได้รู้จักทักทายกันบ้างเล็กน้อยเพราะน้องเขาต้องไปเรียนหนังสือ คนอะไรก็ไม่รู้ชื่อปุยนุ่นแค่ชื่อก็น่ารักแล้ว ใจพี่เปรมคนนี้มันสั่นระรัวเวลาเจอหน้าน้องนางเลยรู้หรือเปล่าครับ ไอ้เรนกับทีเร็กซ์ก็กลับไปแล้วส่วนเขาที่เหงา ๆ อยู่บ้านมันเซ็งเลยปั่นจักรยานเล่น ๆ รอบ ๆ หมู่บ้าน บ้านจัดสรรที่นี่ถือว่าดีเลยยิ่งระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนาหายห่วง

 

“ ฮะ เฮ้ย เชี่ย ๆ กำแพง อุก จะ จุก”

อยู่ ๆ รถยนต์เลี้ยวเข้ามาข้างในหมู่บ้านขับเร็วจนเขาที่กำลังกำลังขี่จักรยานไปยังเลนที่ถูกต้องถึงกลับหักหลบแทบไม่ทันและกูยังชนเข้ากับกำแพงด้านหน้าอย่างจัง

“ เฮ้ย ขับรถภาษาอะไรฮะ ไม่เห็นคนหรือไง คิดจะหนีเหรอได้ ได้ รู้จักไอ้เปรมคนนี้น้อยไปซะแล้ว ”

เพราะไอ้รถคันเมื่อสักครู่ไม่มีทีท่าว่าจะลงมาถามไถ่หรือขอโทษสักนิดเดียวแล้วดูเข่าเขาถลอกขนาดนี้มันยังขับไปได้หน้าตาเฉยอีก เมื่อคิดดังนั้นเขาจึงรีบปั่นจักรยานตามรถยนต์คันนั้นไปทันที แต่ทำไมทางมันคุ้น ๆ จังวะ เชี่ย ซอยบ้านกูเลย ดี ๆ เลย และดีไปใหญ่เมื่อรถยนต์คันนั้นจอดตรงหน้าบ้านข้าง ๆ เขา บ้านน้องคนสวย.....

“ พี่เปรมคะ ปุยนุ่นขอโทษทีนะคะที่พี่เขาขับรถไม่ทันระวัง ”

ปุยนุ่นที่เปิดประตูออกมาจากฝั่งข้างคนขับใบหน้าสวยเจื่อนสีก่อนยกมือไหว้ขอโทษขอโพย

“ ไม่เป็นไรครับน้องปุยนุ่นไม่ผิด แต่คนที่ควรจะขอโทษพี่คือพี่เราต่างหากล่ะ ”

มองตรงไปยังประตูด้านคนขับที่ไม่มีทีท่าว่าคนด้านในจะเปิดออกมาสักนิดนั่นยิ่งทำให้หนังใต้ตากระตุกหยิก ๆ เลย ขึ้นเลยสัสกูขึ้นเลย

“ นั่น นั่นพี่เปรมจะไปไหนคะ ”

ทันทีที่จอดรถจักรยานไว้เขาก็เดินตรงไปยังด้าน เป็นประตูฝั่งคนขับทันทีโดยไม่ได้ตอบคำถามของน้องปุยนุ่นไป พี่ชายก็พี่ชายเถอะแต่มารยาทแบบนี้กูขอด่ามันสักทีเถอะ

 

ก๊อก ก๊อก

 

“ เปิดประตูหน่อย นี่คุณเปิดประตูหน่อย ”

“ เอ่อพี่เปรมคะ ใจเย็น ๆ นะคะ ”

น้องปุยนุ่นที่กล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะเข้ามาห้าม นาทีนี้ไม่คลีพลุคแล้วโว้ยโมโห จังหวะเดียวกันที่กระจกสีมืดค่อย ๆ เลื่อนลงก่อนจะได้เห็นหน้าตาของคนด้านใน สายตาคมที่ถูกบดบังด้วยแว่นกันแดดราคาแพงก่อนจะค่อย ๆ ถูกถอดลงด้วยฝีมือของคนตรงหน้า สายตาคมตวัดมองมาก่อนเสียงทุ้มต่ำจะพูดขึ้นเนิบ ๆ อย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร

“คุณมีอะไร ”

เมื่อจบคำพูดของคนตรงหน้าทำให้เขาถึงกลับเส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบ ๆ ด้วยความโกรธ

“ โอโห้ โอโห้ นี่คุณขับรถภาษาอะไรหะ เนี้ยเห็นไหมเข่าผมถลอกไปหมดแล้ว เจ็บสัส ๆ ถ้าผมไม่หักหลบนะปานนี้ได้ไปเฝ้ายมบาลแล้วนู้น ”

คนตรงหน้าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนเสียงทุ้มต่ำจะพูดออกมา

“ อ่อคุณที่ขี่จักรยานผิดเลนน่ะเหรอ อยู่ ๆ คุณหักเข้ามาด้านในเองนะ ”

น้ำเสียงเนิบนาบดังขึ้นคล้ายไม่ทุกข์ร้อนอะไร เอ่อแม่งกูขี่จักรยานผิดเลนเองแหละแต่กูกำลังข้ามไงกูกำลังข้ามไปอีกฝั่ง

“ นั่นแหละ ตอนที่ผมข้ามมันไม่มีรถไงแล้วอยู่ ๆ คุณก็ขับรถพุ่งมาจากหน้าหมู่บ้านแล้วใครมันจะไปมีตาหลังรับรู้วะว่าจะมีคนขับมาเร็วขาดนี้ แล้วถ้าผมไม่หักหลบนะ ตาย ตาย ผมได้ตายไปแล้ว”

จังหวะเดียวกันกับที่น้องปุยนุ่นเข้ามาห้าม

“ น้องปุยนุ่นไม่ต้องห้ามครับพี่เคลียร์ได้ ไม่มีอะไรรุนแรงแน่นอนครับ ”

หันไปยิ้มให้กับคนด้านข้างก่อนเสียงทุ้มต่ำของคนตรงหน้าจะพูดขึ้น

“ เท่าไหร่ ”

“ หะอะไรนะพูดใหม่อีกที ”

หันไปทวนคำถามอีกครั้งด้วยสีหน้าครุกรุ่น

“ เท่าไหร่ ต้องการเงินเท่าไหร่ผมจะชดใช้ค่าเสียหายให้ ”

นาทีนี้คือหน้าสั่นเลย แล้วดูสายตาที่มันมองมาอย่างกะกูเป็นโจรผู้ร้ายมาขู่กรรโชกมันอย่างไงอย่างนั่น

“ โอโห้ มาคุณออกมาคุยกับผมข้างนอกเลยดีกว่า ”

ก้าวถอยหลังไปชิดกับประตูนิ้วชี้ยกขึ้นมาเรียกให้ไอ้คนที่นั่งอยู่บนรถให้ออกมาด้านนอก คนในรถเมื่อเห็นดังนั้นจึงก้มเก็บของไว้ก่อนจะผลักประตูรถออกมา

“ ใจเย็น ๆ นะคะ ”

น้องปุยนุ่นอยู่ด้านข้างรถตั้งแต่แรกรีบขยับตัวไปด้านหน้ามือเรียวเกาะแขนอีกฝ่ายไว้แน่น

“ ไม่เป็นไร ไหนคุณจะเอายังไงว่ามา ”

ร่างสูงของคนตรงหน้าแกะมือขาวเรียวของน้องปุยนุ่นออกก่อนจะยกขึ้นกอดอกตนเอง ดวงตาคมมองมายังเขานิ่ง ๆ พอได้สำรวจคนตรงหน้าอย่างชัด ๆ จึงได้รู้ว่ามันสูงกว่าเขาเกือบสิบเซน แต่คิดว่ากูกลัวหรือไงหะ เนี้ยกูเนี้ยมาตรฐานชายไทยเลยนะโว้ย หน้าเชิดคอตั้งตรงไม่ใช่หยิ่งอะไรหรอกแค่ไม่อยากทำหน้าตาว่าแหงนมองนะบอกไว้ก่อน

“ ผมควรถามคุณมากกว่าว่าเมื่อกี้ที่คุณพูดในรถหมายความว่ายังไง ”

คนตรงหน้ายิ้มมุมบ้างก่อนเสียงทุ้มจะพูดโต้ตอบกลับมา

“ หึ ก็อย่างที่พูดนั่นแหละเพราะความเป็นจริงคนที่ผิดมันไม่ใช่ผมมันคือคุณที่คุณมาโทษผมปาว ๆ แบบนี้มันจะหมายความว่ายังไงไปได้อีกนอกจากว่าคุณต้องให้ผมรับผิดชอบค่าเสียหาย ”

เสยผมด้านขึ้นเผื่อจะช่วยลดความโกรธลงได้บ้างมองคนตรงหน้าที่หยิบกระเป๋าเงินขึ้นมาจากกระเป๋าด้านในของเสื้อสูท

“ หึ นี่คุณ ผมพูดสักคำยังว่าให้คุณรับผิดชอบยังไง ขอโทษน่ะแค่คำว่าขอโทษ รู้จักไหมหะไอ้ตัวสูงกูจะหมดความอดทนกับมึงแล้วนะโว้ย หะ มึงคิดว่าที่กูปั่นจักรยานตามมึงมาถึงที่นี่เพราะอยากให้มึงรับผิดชอบหรือไง กูบอกไว้ตรงนี้เลยนะไอ้ยีราฟ ฟังชัด ๆ นะ กู แค่ ต้อง การ คำว่า ขอโทษครับ ได้ยินไหม!!! ”

ดึงเนคไทน์ของคนตรงหน้าลงเพื่อที่จะไปตะโกนไปดัง ๆ ให้มันได้ยินชัด ๆ แล้วแม่งขนาดมันก้มศีรษะมาฟังกูยังต้องเขย่งเท้าเลย ตอนเด็กพ่อแม่มึงให้กินนมยีราฟแทนนมวัวหรือไง

“ เบา ๆ หน่อย ”

ดวงตาคมมองมายังเขานิ่ง ๆ ขณะที่เขากำลังดึงเนคไทน์คนตรงหน้าอยู่เพื่อตะคอกให้มันได้ยินในจังหวะที่มันหันมาและเขาที่หันมองตามเสียงทำให้ใบหน้าของเราห่างกันแค่คืบ

“ เชี่ย ปะ ปล่อยเลยปล่อยกูเลยนะไอ้ยีราฟ ”

ตะคอกมันไปอีกครั้งเพื่อให้ปล่อยตัวเขาออก ใกล้กันจนกูตกใจเลยไอ้สัสถ้าเป็นสาว ๆ ยังว่าไปอย่าง

“ คุณนั้นแหละปล่อยผม คุณหมาบ้า ”

เสียงทุ้มต่ำตอบกลับมาพร้อมสายตานิ่ง ๆ ที่ไม่มีวี่แววล้อเล่นถ้าเขาไม่เห็นว่ามันกระตุกยิ้มมุมปากเมื่อสักครู่ เมื่อมันพูดอย่างนั้นเขาจึงสะบัดคอเสื้อมันออกจากมือแรง ๆ ก่อนจะถอยหลังกลับมายืนที่เดิม

“ ว่าใครหมาบ้า ”

“ ก็จะใคร คุณยังว่าผมเป็นยีราฟได้เลย ”

“ ก็กูไม่ได้เป็นหมา ”

ตอบอีกคนกลับไปขณะที่มันเริ่มคล้ายเนคไทน์ตัวเองออก หล่อตายแหละ

“ ผมก็ไม่ได้เป็นยีราฟ ”

ไม่ยอม ๆ พี่เปรมไม่มีทางจะมาแพ้ไอ้ตัวสูงโย่งยิ่งกว่ายีราฟแบบนี้ไม่ได้

“ ก็กูจะเรียกงี้พอใจ ”

คนตรงหน้าเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ

“ งั้นเหรองั้นผมก็จะเรียกคุณว่า หมาบ้าล่ะกัน เพราะผมก็พอใจเช่นกัน ”

คนตรงหน้าที่ก้มหน้าลงมาพูดด้วยน้ำเสียงกวน ๆ มันกวนอวัยวะเบื้องล่างว่ะ ลูกพ่อนี่สั่นระริกอย่างกับบรับรู้ว่าจะมีเรื่องอย่างไรอย่างนั้น

 

“ ไอ้ยีราฟ!! ”

 

“ ครับคุณหมาบ้า ”

 

“ กูไม่ได้ชื่อหมาบ้า!! ”

 

“ ผมก็ไม่ได้ชื่อยีราฟ!! ”

ทันทีที่ไอ้ยีราฟพูดจบระหว่างเราก็มีแต่ความเงียบมีเพียงสายตาที่มองกันนิ่ง ๆ มึงคิดว่าตัวเองตัวสูงแล้วจะได้เปรียบกูหรือไง กูนี่ตอนป.2 เคยเล่นมวยไทยนะโว้ยบอกไว้ก่อน

“ เอ่อ ปุยนุ่นว่าอย่ามีเรื่องกันเลยนะคะ เดี๋ยวพี่เข้าไปด้านในบ้านก่อนค่ะมาจากทำงานเหนื่อย ๆ เดี๋ยวปุยนุ่นคุยให้เอง ”

มือเรียวแตะลงบนข้อศอกของคนตรงหน้าเบา ๆ ก่อนจะหันมามองกึ่งขอร้องเขาว่าอย่ามีเรื่องกันเลย อันที่จริงเขาไม่ได้อยากมีเรื่องอะไรหรอกเพียงแค่ว่าแค่ขอโทษไงมันขอโทษไม่เป็นรึไงวะ แล้วอีกอย่างนี่มันถนนในหมู่บ้านนะเว้ยไม่ใช่ถนนใหญ่ มันต้องระมัดระวังกว่านี้ไม่ใช่หรือไงกัน

“ อืม ผมเข้าบ้านก่อน ”

จังหวะที่ร่างสูงของคนตรงหน้าหันไปล็อครถแล้วหันหลังกลับมาเพื่อจะเดินเข้าบ้านเขาที่ยืนข้างหน้าอยู่พูดขึ้นอีกครั้ง

“ ขอโทษน่ะพูดเป็นไหม ”

“ เป็น แต่เรื่องนี้ผมไม่ผิด หลีกทางด้วยผมจะเข้าบ้าน ”

ร่างสูงที่เบี่ยงตัวเข้าไปด้านในบ้านเป็นจังหวะเดียวกันที่น้องปุยนุ่นเดินเข้ามาขัดจังหวะเข้ามาขอโทษแทนไอ้ยีราฟนั่น

“ พี่เปรมคะปุยนุ่นขอโทษแทนแฟนปุยนุ่นด้วยนะคะ ”

น้องปุยนุ่นที่ยกมือขึ้นไหว้ขอโทษ ใบหน้าสวยแสดงออกถึงความรู้สึกผิดเต็มที่ก่อนที่เขาจะพยักหน้าให้แม้ในใจด้านชั่วมันจะร่ำร้องว่าอย่ายอม ๆ ก็ตามที่แท้ก็แฟน....ดีนะกูไม่จีบไม่งั้นได้ช้ำใจอีกรอบแน่ ๆ

“ ไม่เป็นไรครับ อันที่จริงน้องปุยนุ่นไม่จำเป้นต้องมาขอโทษแทนแฟนเราเลยนะ เราไม่ใช่คนขับ อ่อทีหลังถ้าแฟนเรามาอีกบอกเขาให้ขับรถช้า ๆ หน่อยเพราะนี่มันในหมู่บ้านยังไงพี่ขอตัวกลับบ้านก่อนนะครับ ”

 

 

หลังจากเรื่องวันนั้นผ่านไปก็ล่วงเลยเข้าอาทิตย์ใหม่ เป็นอาทิตย์ที่เริ่มทำงานที่ใหม่อดจะตื่นเต้นไม่ได้ ไอ้เรนสามี แค่ก ๆ พ่อของทีเร็กซ์ก็พาไปสอยเสื้อผ้าตัวใหม่มาแล้ว เขาจึงได้โอกาสเมื่อวานที่ว่าง ๆ ไม่มีอะไรทำจึงไปเดินหางสรรพสินค้าใกล้ ๆ บ้านได้ชุดทำงานใหม่มาชุดนึงกะว่าวันนี้จะต้องใส่ไปทำงานวันแรกของการทำงานที่ใหม่ ชุดทำงานใหม่กับเจ้ากระป๋องรถจักรยานยนต์คันเก่งของพ่อ

“ ก้าวขาขวาออกจากบ้านจะนำโชคมาให้ ”

พึมพำกับตัวเองระหว่างที่กำลังก้าวเท้าออกจากประตูหน้าบ้าน สายตามองดูต้นไม้เขียวขจีรอบบ้านแล้วรู้สึกสดชื่น สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ก่อนระบายยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี

“ ปะ ไปทำงานกันไอ้กระป๋องลูกพ่อ ”

ตีไอ้กระเป๋าเบา ๆ คล้ายให้ตื่นพร้อมกับไปทำงาน สำรวจความเรียบร้อยของตัวเองอีกรอบก่อนจะค่อย ๆ สตาร์ทรถหันไปมองบ้านข้าง ๆ ของน้องปุยนุ่นที่ยังเปิดไฟสว่าง

“ สงสัยยังไม่ไปเรียน แต่เด็กมหาวิทยาลัยเขาก็ไม่เรียนเป็นเวลา อ้าวป้าอรุณสวัสดีครับ ”

ระหว่างที่เขากำลังเลี้ยวออกจากรั้วบ้านป้าวัยกลางคนที่เหมือนเพิ่งกลับมาจากตลาดส่งยิ้มให้ก่อนเขาจะยกมือไหว้ตามมารยาท ป้าอรุณเป็นเพื่อนบ้านที่อยู่อีกด้านของเขา แกอยู่กับตาบัวที่เป็นสามีแกพูดให้ฟังว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านของลูกชายกับลูกสะใภ้พอเขาได้งานใหม่ที่ทำงานไกลจากที่นี่มากจึงต้องไปอยู่อีกที่ ประจวบเหมาะกับป้าลุงเริ่มแก่ชราลงอยู่กันแค่ 2 คน ที่ต่างจังหวัดลูกหลานไปหาที่ต่างจังหวัดไม่ได้บ่อยนักจึงให้ท่านมาอยู่ที่บ้านนี้แทน เสาร์ – อาทิตย์ ก็จะมาหาได้บ่อย ๆ

“ อ้าวเปรมไหว้พระเถอะลูก แล้วนี่จะไปทำงานวันแรกเหรอเรา ”

เขาส่งยิ้มให้ก่อนพยักหน้าตอบกลับไป

“ ใช่ครับ ทำงานวันแรกเลย ”

“ เดี๋ยว ๆ งั้นพอดีป้าซื้อผลไม้มาฝากเราด้วยเอาไปกินที่ทำงานด้วยเลยสิลูก ”

ป้าอรุณที่ยื่นถุงส้มจำนวนหลายลูกมาให้ ก่อนเขาจะยกมือไหว้ขอบคุณ

“ ขอบคุณนะครับป้า ”

“ ไม่เป็นไรป้าตั้งใจซื้อมาฝากอยู่แล้ว ทำงานวันแรกก็โชคดีนะ ให้เจอเจ้านายดี ๆ ”

เขายกมือไหว้ท่านอีกครั้งก่อนจะขอตัวออกมาทำงานเพราะเริ่มจะสายแล้ว มันช่างเป็นวันที่ดีเหลือเกิน ก้าวเท้าออกจากบ้านก็เป็นมงคล เสื้อผ้าตัวใหม่ ได้ของกินฟรีแถมได้คำอวยพรด้วย นี่มันช่วงโชคดีของไอ้เปรมจริง ๆ โว้ย

 

ติ๊ด ติ๊ด

 

“ หะ หะ เห้ย ขับรถประสาอะไรวะ ”

หันไปตามรถคันคุ้นตาที่ขับเกือบจะเฉี่ยวดีนะทรงตัวได้ ที่บอกแฟนมันไปเมื่อไม่กี่วันก่อนมันไม่ดีขึ้นเลยรึไงหะ ฝากไว้ก่อนเถอะมึง วันนี้ถือเป็นวันดีไม่อยากมีเรื่องกับใครให้ระคายเคืองหูหรอกนะ

 

“ ฝากไว้ก่อนเถอะมึง วันนี้ถือเป็นวันดีกูไม่อยากมีเรื่อง ”

กลับหลังหันไปด่าท้ายรถยนต์ที่เห็นหลังลิบ ๆ แต่เขารู้ดีว่ามันคือรถไอ้ยีราฟตัวสูงนั่น ยุบหนอพองหนอ ใจเย็นหนอ วันนี้วันดีหนอ เปรมมึงต้องใจเย็น ๆ เมื่อสติเริ่มกลับมาเขาจึงขับรถต่อไปบรรยากาศเย็น ๆ เพราะเมื่อคืนฝนตกทำให้รู้สึกสดชื่นแสงแดดก็ไม่มี เพียงไม่นานก็ขี่รถมาถึงบริษัทเพราะรถเขาเป็นรถเล็กจึงขับไปได้ง่าย ๆ ตามทางเล็ก จอดรถไว้ที่จอดรถจักรยานยนต์พนักงานก่อนจะหยิบบัตรพนักงานในกระเป๋าเป้มาคล้องคอไว้ แต่จังหวะที่กำลังที่จะเข้าไปในบริษัทเสียง รปภ.หน้าตึกก็ดังขึ้นเสียก่อน

“ คุณครับ เสื้อด้านหลังคุณไปเปื้อนอะไรมาครับ ”

“ ผมเหรอครับ ”

เขาหันมองพี่ รปภ.ก่อนชี้เข้าหาตัวเอง

“ ใช่ครับ มันเหมือนเปื้อนโคลนเลยเดี๋ยวผมจะถ่ายให้ดู ”

พี่ รปภ.ถ่ายเสื้อด้านหลัง ก่อนโทรศัพท์มือถือจะถูกยื่นมาให้ ภาพในจอที่ปรากฏรอยกระดำกระด่างสีน้ำตาลเป็นวงกว้าง

ช็อคสัส ๆ ยื่นโทรศัพท์ให้พี่เขาคืนก่อนจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา อีก 15 นาทีเข้างานมันจะกลับไปเปลี่ยนทันได้ยังไงวะ

“ น้องเป็นพนักงานใหม่เหรอพี่ไม่เคยเห็นหน้า ”

คำถามของพี่เขาทำให้เขาหลุดออกจากภวังค์ความคิดหันไปพยักหน้าให้นิดหน่อย ก่อนจะถามพี่เขาขึ้นอีกครั้ง

“ พี่ครับผมเพิ่งมาที่นี่ครั้งแรกมีที่ไหนพอนั่งรอเพื่อนได้ไหมครับ ”

หันไปถามด้วยน้ำเสียงห่อเหี่ยว สวัสดีวันทำงานวันแรกทำไมโชคร้ายแบบนี้วะ

“ โซนรับแขกด้านในเลยน้อง แล้วเสื้อเราจะเอาไง ”

พี่เขาถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงเป็นใย

“ เพื่อนผมพอรู้จักกับระดับหัวหน้าเดี๋ยวลองแจ้งเขาดูครับ ถ้ายังไงก็ต้องไปเปลี่ยน ”

“ เอาน่าไอ้น้องมาทำงานวันแรกถือว่าฟาดเคราะห์ไปนอกจากนี้ เฮง เฮง เชื่อพี่ไอ้น้อง ”

เขามองหน้าคนพูดหง่อย ๆ แต่พี่เขากลับส่งยิ้มห้าระรื่นกลับมาให้

“ จริงเหรอวะพี่ ”

“ จริงสิวะ ใครมาอยู่นี่ได้ข้าอวยพรนะแม่ง เฮง เฮง หมด ”

เฮง เฮง ใช่ไหมขอเชื่อไปก่อนล่ะกัน

“ เฮงก็เฮงพี่งั้นผมเข้าไปด้านในก่อนนะ ”

หลังจากร่ำลาพี่ รปภ. เรียบร้อยระหว่างเดินเข้าไปด้านในเขาจึงโทรให้ไอ้เรนลงมารับที่ด้านล่างจะให้มันดูด้วยกูควรทำยังไงดีรู้สึกห่อเหี่ยวเป็นต้นไม้ขาดน้ำละสัส นั่งรอไม่นานเสียงทักคุ้นหูก็ดังขึ้น

“ ทำไมหน้าบูดเป็นตูดลิงงั้นล่ะเปรม ”

เขาหันมองเพื่อนรักที่อุ้มเจ้าแก้มย้วยที่กำลังส่งยิ้มแฉ่งมาให้จนตาโต ๆ เป็นสระอิ

“ วันนี้ต้องเป็นวันทีโคตรจะซวย ๆ แน่ ๆ เจอไอ้ปากหมาอีกแล้ว ”

“ ผู้ชายที่มีเรื่องด้วยวันนั้น ”

น้ำเสียงคล้ายวงสัยของคนตรงหน้าดังขึ้นก่อนเขาจะพยักหน้าหงึกหงักเป็นคำตอบ

“ เออดิ เจอมันอยู่ตรงหน้าทางเข้าหมู่บ้าน นี่กำลังออกมาทำงาน มันขับรถสวนเข้าไปด้านในหมู่บ้านสงสัยไปรับแม่น้องนางข้างบ้านแหละ แต่เพื่อน..... ดูดิชุดใหม่เว้ยชุดใหม่เพิ่งซื้อมา ฮือ ชุดกู....เลอะไปหมดแล้ว มันแกล้งขับรถฝ่าโคลนกระเด็นใส่เสื้อผ้ากูเนี้ย ฮือ อย่าให้เจอนะจระเข้ฟาดหางให้ ถ้าพี่รปภ.หน้าทางไม่ทักก่อนนะ ฮึ้ย โมโห ”

คนตรงหน้ามีสีหน้าเป็นกังวลทันทีที่เขาหันหลังให้เห็นรอยเปื้อนเป็นวงกว้าง

“ ทำไงทีนี้ เสื้อเลอะขนาดนี้ต่อให้ล้างมันคงเป็นคราบให้เห็นแน่ ๆ หรือจะกลับไปเปลี่ยนเสื้อ ”

คนตรงหน้ามองนาฬิกาข้อมือของตนเอง สีหน้าของความกังวลยิ่งเด่นชัดมากยิ่งขึ้นเวลาเดียวกันของร่างสูงของคนที่อยู่ด้านหลังจะพูดขึ้น

“ ผมยังพอมีเสื้ออีกตัวที่ไม่เคยใส่อยู่ในนรถพอดีซื้อมาผิดไซต์ คุณเปรมน่าจะใส่ได้พอดี ”

“ เอาไง ”

เรนที่หันมาถามเขาอีกครั้ง แม่งนาทีนี้จะให้เอาไงล่ะก็ต้องเปลี่ยนอ่ะดิ อย่าให้กูได้เจอนะไอ้ยีราฟ

“ คงต้องรบกวนคุณเจียแล้ล่ะครับ ”

เมื่อพูดจบคนด้านหลังเรนจึงขอตัวไปเอาเสื้อที่อยู่ในรถก่อน ในเช้าซวย ๆ ยังมีเรื่องโชคดีมากกว่าเพราะฉะนั้นให้มันดีได้ทั้งวันและทุกวันนะ สาธุ

 

“ สวัสดีค่ะท่าน สองคนนี้ใช่ไหมคะที่มาใหม่ ”

หลังจากที่เปลี่ยนเสื้อและเป็นเวลาใกล้เข้างานแล้วทำให้พวกเขาขึ้นมาด้านบน สายตาของเหล่าพนักงนที่มองเรนกับทีเร็กซ์ด้วยความแปลกใจคงไม่คิดว่าใครจะเอาลูกชายมาทำงานด้วยแบบนี้ ดีหน่อยที่หลานชายเขาไม่ค่อยงอแง

“ ใช่ครับ ผมขอฝากคนของผมด้วยนี่เปรม นี่เรน น้องชายผมเอง และหลานชายชื่อทีเร็กซ์ อาทิตย์นี้เนื่องจากยังหาคนเลี้ยงหลานให้ไม่ได้คงต้องเอาหลานมาทำงานด้วย หวังว่าจะไม่ขัดข้องใช่ไหมคุณภาวินี ”

เขากับไอ้เรนที่กลายเป็นน้องชายคุณเจียเรียบร้อยรีบยกมือไหว้คนตรงหน้า ก่อนทีเร็กซ์จะยกมือขึ้นไหว้ตาม สายตาของหญิงวัยกลางคนที่เอ็นดูหลานชายเขา ป้ายชื่อที่บ่งบอกว่าเป็นแค่รองผู้จัดการแล้วผู้จัดการไปไหน?

 

“ ไม่รบกวนเลยค่ะท่าน ช่วงแรก ๆ ก็น่าจะเป็นแค่ฝึกงานให้น้อง ๆ ไปก่อน ไม่ลำบากแน่นอนค่ะ ”

หญิงวัยกลางคนระบายยิ้มส่งให้พวกเขาระหว่างพูดก่อนเสียงของคนที่อยู่ด้านข้างจะดังขึ้น

“ แล้วนี่คุณเจ หัวหน้าคุณไปไหน ”

“ เอ่อพอดีคุณเจมีธุระจึงจะเข้าสายนิดหน่อยค่ะ เอ๊ะนั้นมาแล้วค่ะ ”

สายตาของคนตรงหน้าทำให้เขาทั้งสามคนหันไปมองด้านหลังตาม แต่ไม่รู้ว่าวันนี้เป็นวันดีหรือวันเชี่ยของกูว่ะเนี้ยที่ไอ้คนกำลังเดินมาคือคนที่เพิ่งจะทำเสื้อเขาเลอะเมื่อเช้านี้

“ ไอ้บ้านั้น ”

เขาเผลอพูดออกมาเบา ๆ ไหนพี่ รปภ. บอกเฮง เฮง วะ จังหวะเดียวกันกับไอ้เรนที่เอียงคอมาถาม

“ เป็นไร อย่าบอกนะว่า ”

คำพูดเว้นช่วงที่คล้ายรู้ดีว่าคืออะไร และใช่ไงเพื่อนรักมันเป็นวันอะไรของกูวะเนี้ย!!!

“ เออดิ เนี่ยมันวันซวยของกูชัด ๆ เลย อยากจะบ้า ”

เขากระซิบบอกเบา ๆ เป็นเวลาเดียวกันที่ร่างสูงมาหยุดตรงหน้า พร้อมเสียงทุ้มเอ่ยขึ้น

“ สวัสดีครับคุณเจีย ”

คนตรงหน้ายกมือไหว้คุณเจียและสายตาคมที่กวาดมองมาที่พวกเขา ถ้าสังเกตดี ๆ สายตาที่มาหยุดที่เขามันคือสายตาของการกวนเบื้องล่างชัด ๆ ทนดูได้นิดหน่อยก่อนเป็นเขาที่เบี่ยงหน้าหนี

“ มาพอดีเลยเจ นี่พนักงานใหม่ที่พี่พูดถึงอาทิตย์ก่อนนี่เรน นี่เปรม ตัวเล็กชื่อทีเร็กซ์ เปรมเรนนี่เจ ผู้จัดการแผนกเห็นว่าเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับพวกเราด้วย น่าจะห่างกับพวกเรา 2 ปี ”

ไอ้เรนนที่พาทีเร็กซ์ยกมือไหว้ ใจจริงกูไม่อยากไหว้มึงหรอกโว้ยไอ้ยีราฟแต่นี่เรื่องงาน ๆ กูต้องทำเพราะมันจำเป็น

“ ครับ ยินดีที่ได้รู้จักน้อง ๆ ครับ ”

ร่างสูงของคนตรงหน้าระบายยิ้มออกมาแบบสุภาพ อยากจะอ้วกเลยว่ะเสแสร้งเก่งฉิบหาย

“ สร้างภาพสัส ๆ ”

คนตรงหน้าเหมือนได้ยินหันมามองยิ้ม ๆ แต่เป็นเขาที่เบี่ยงหน้าหนี แม่งแค่เห็นหน้ามันความสุขของการทำงานก็หายไปเกือบครึ่งล่ะอย่าให้ต้องได้เกี่ยวข้องกันมากกว่านี้เลย พ่อแก้วแม่แก้วครับช่วยเปรมด้วยนะครับ

 

 

 

 

เปรมเมื่อได้ยินเขาว่าตัวเอง

ขู่เขาแง่ว ๆ ไม่น่าจะใช่หมาบ้าแล้วนะเปรม อีกคนนี่ก็ทำให้เขาโมโหเก่ง

ฝากติดตามด้วยนะคะ : )

FB : Poonoi____

TW : poonoi_16

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 283 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

142 ความคิดเห็น

  1. #46 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 03:58
    สงสารเปรม เลยทีเดียว จุดใต้ตำตอซะงั้น
    #46
    0
  2. #38 suphaporn12345 (@suphaporn12345) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 09:23
    รอตอนต่อไปนะคะ
    #38
    0
  3. #37 PuiPui--r (@PuiPui--r) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 09:15
    มีเรื่องมีราวกันขนาดนี้บอกเลยว่าทำใจดีด้วยยากมากกกกกก อิคุณเจนี่แลดูหัวสูงเหยียดเก่งจริงๆ มาจับมือกันเปรมฉันก็ไม่ชอบตานี่เหมือนกัน //มองหน้าทีเร็กซ์เยียวยาหัวใจ
    #37
    0
  4. #36 *ANTIMATTER# (@lucifer-secret) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 21:09
    น้องเบาก๊อนนน อย่าเพิ่งห้าว บ่นแง้วๆๆๆๆน่าบีบมาก แล้วก็เจ้าชู้นะเราอะ คบทีละคนคนละไม่กี่วีค มี้ล่ะยอมใจ เฮ้อ ต้าวหมาแคระเอ๊ย เป็นน่าเอ็นดูอะ
    #36
    0
  5. #32 skm.M (@mooyor99) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 07:06
    รองับบบบ
    #32
    0
  6. #30 Mmm02 (@Mmm02) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 12:38

    มารอเปรมจ้า

    #30
    0
  7. #29 FlukePari (@FlukePari) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 21:48
    รอนะคะแงง
    #29
    0
  8. #28 Mintx2 (@Mintx2) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 07:56
    5555 นี่มันพรมลิขิตหรือเปล่า
    #28
    0
  9. #27 Sepppppp (@Nggggggg) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 03:53
    ชอบเอนเนอจี้น้องเปรมมากลูก5555555
    #27
    0
  10. #25 เจ้าบัว (@letcomic) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 04:30
    รอๆๆๆวนไปค่ะ
    คิดถึงทีเร็กซ์
    #25
    0
  11. #24 jikadigigi (@jikadigigi) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 22:18
    รออออตอนต่อไปป
    #24
    0
  12. วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 21:47

    อย่างห้าวเลยเปรมเอ้ยย ชอบเอเนอจี้ลูกมากกกก ///รอติดตามนะคะ ชอบมากๆเลยค่ะ สู้ๆนะคะคุณไรต์
    #22
    0
  13. #21 f013017 (@fah013017) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 17:52

    ช่วยให้หนูได้สามีเเม่เต็มใจช่วยย อิอิ
    #21
    0
  14. #20 jikadigigi (@jikadigigi) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 21:07
    งื้อออ รอน่าาา อยากอ่านอีกเยอะเย๊อะ
    #20
    0
  15. #19 PariyakornFong (@PariyakornFong) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 20:52

    เจ้าเปรมมม
    #19
    0
  16. #18 manejanb (@manejanb) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 20:47

    รอออออ
    #18
    0
  17. #17 LovelyWonbin (@LovelyWonbin) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 18:39
    ลิ้นกับฟันพบกัน
    #17
    0
  18. #16 jellyyyyyy1 (@jellyyyyyy1) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 18:32
    รอตอนต่อไปนะคะ
    #16
    0
  19. #15 jellyyyyyy1 (@jellyyyyyy1) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 18:32
    สุดห้าวเลยเรา
    #15
    0
  20. #14 ชะลๅล่า (@NapatBuapom) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 18:19
    รอตอนต่อไหนนะคะหิหิ
    #14
    0
  21. #13 jampee123 (@jampee123) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 17:47
    นี่แค่เริ่มเรื่องยังขนาดนี้ รอตอนต่อไปอยู่ค่ะ
    #13
    0