เหนือองศารัก (Yaoi)

ตอนที่ 6 : เพราะคนนี้แคร์มากๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,099
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 544 ครั้ง
    11 ก.ย. 63

 

 

 “ฮะโหลตัวเองทำอะไรอยู่น่ะ” เสียงพูดดังลั่นห้องนอนของไอ้ฟ่งซึ่งนั่งบนเก้าอี้ทำการบ้านทำให้ผมกำลังยืนเลือกเสื้อผ้าอยู่นั้นต้องหันมองไปตามเสียงด้วยความรวดเร็ว เพราะอยากรู้ว่ามันคุยกับใครซะเสียงดังลั่นห้องขนาดนี้

“เขาว่าจะทำการบ้านน่ะ ตัวเองมีอะไรหรือเปล่า”เสียงวินดังไม่แพ้กันระหว่างนั้นพวกมันสองคนถือโทรศัพท์คนละเครื่อง การกระทำนั่นทำให้ผมต้องหันกลับมายืนพิงประตูตู้เสื้อผ้าข้างนึง พร้อมยกแขนทั้งสองข้างกอดอกมองไอ้เพื่อนสองคนที่กำลังแสดงละครอยู่อยากรู้เหมือนกันว่าพวกมันจะเล่นอะไรกัน

“ก็วันนี้เขาบอกตัวเองว่าจะโทรหาไงครับ ตัวเองลืมไปแล้วเหรอ”ฟ่งมันพูดเสียงดังลั่นพร้อมใช้สายตามองมาทางผมอย่างล้อเลียน ส่วนไอ้คนร่วมแผนการอีกคนก็ยิ้มแฉ่งจนริมฝีปากแทบฉีก

“สัสเถอะ เดี๋ยวๆพวกมึง”

ผมตะโกนตอบกลับไปทันทีเมื่อไอ้ฟ่งพูดจบ จากคำพูดทั้งการกระทำนั่นมันแปลได้เป็นอย่างดีว่าพวกมันกำลังล้อเลียนเรื่องเมื่อตอนนั้น แต่พอวนกลับไปคิดถึงเรื่องนั้นใจมันก็อดเต้นแรงไม่ได้

“โอ๊ย~ ไอ้องศาก่อนมึงจะด่าพวกกูนะเก็บอารมณ์ให้ได้ก่อนครับเพื่อน หน้าแดงไปถึงไหนต่อไหนแล้ว”  คนนั่งบนเก้าอี้พูดอย่างล้อเลียนพร้อมจังหวะเดียวกันที่มันชี้ไปยังแก้มของตนเอง การกระทำนั่นทำให้ผมต้องใช้สองมือกุมแก้มตัวเองไว้ทันที

“พะ พวกมึงนั่นแหละ เพราะพวกมึงเลย”  ผมพูดขึ้นพลางทำหน้านิ่งๆส่งไปยังไอ้สองคนซึ่งกำลังยิ้มร่าเมื่อแผนการล้อเลียนผมนั่นมันสำเร็จ มันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้อันที่จริงผมไม่กล้าคิดไปเองอะไรมากหรอก พี่เขาก็ใจดีกับทุกคนแบบนี้...

“ฮื่อ~ องศาตอนเขินนี่มันน่าบีบแก้มให้แตกไปเลย... คนอะไรก็ไม่รู้จะว่าหล่อก็หล่อแต่ก็ยังหน้าหวานอยู่ดี”  วินพูดขึ้นพลางส่งสายตาภาคภูมิใจมาให้ เพื่อนชมขนาดนี้ไอ้องศามันจะลอยแล้วครับเพื่อนวิน

“แหม่ม... มันจะไม่ให้เขินได้ยังไงไอ้วิน ผู้ชายที่เราชอบเช้าถึงเย็นถึงขนาดนี้ เช้าก็ขนม... เย็นก็ยานวด.... หาดีกว่านี้ไม่ได้แล้วนะ และถ้าไม่คิดอะไรกับเพื่อนกูนะกูตามถึงภาคแน่!” คำพูดของไอ้ฟงยิ่งเพื่อนอุณหภูมิบนใบหน้าผมเพิ่มขึ้นอีกไม่กล้าดูกระจกเลย

“พวกมึงพูด... พูดอะไรกันก็ไม่รู้กูจะไปอาบน้ำแล้ว”ผมพูดบอกพวกมันอย่างรวดเร็วพร้อมหันไปเปิดตู้เสื้อผ้าพร้อมหยิบอุปกรณ์เพื่อจะได้ไปอาบน้ำสักที เพราะตั้งแต่ถึงห้องพวกมันทั้งสองคนก็แทบแย่งชิงห้องน้ำกันเพื่อไม่อยากวุ่นวายผมจึงขอเป็นคนสุดท้ายแทน

“โทรศัพท์น่ะไม่ต้องเอาเข้าห้องน้ำด้วยหรอกนะ”   เสียงไอ้ฟ่งดังขึ้นเนิบนาบ พร้อมเสียงของวินดังขึ้นแทบติดๆกัน

“อย่าลืมเปิดเสียงโทรศัพท์นะครับเดี๋ยวไม่ได้ยิน”  ทันทีที่คว้าเสื้อผ้าได้ผมจึงหันหลังกลับไปมองพวกมันนิ่งๆ แต่ดูเหมือนไอ้เพื่อนสองคนจะไม่รู้สึกรู้สาอะไรนอกจากส่งยิ้มหน้าระรื่นมาให้กัน

“โอ๊ยพวกมึงกูขอแหละ เลิกล้อได้แล้ว ฮื่อ เออแหม่มกูเขินๆ พอใจยัง! สงสารใจกูหน่อยมันทำงานหนักทั้งวันจนเหนื่อยแล้วเนี้ย”

ผมหลับหูหลับตาพูดออกไปอย่างรวดเร็วเมื่อพูดจบเสียงร้องดีใจจากไอ้เพื่อนทั้งสองคนก็ดังขึ้นลั่นห้องนอนทันที ก่อนผมจะรีบเดินไปทางห้องน้ำ แต่ในจังหวะกำลังจับลูกบิดประตูอยู่นั้นเสียงเรียกเข้าคุ้นหูดังขึ้นดังลั่น

 

ติ๊ด ติ๊ด

“ไอ้องศาโทรศัพท์ๆ ไอ้เชี่ยใจกูเต้นแรงฉิบหาย / องศาโทรศัพท์องศาครับ พี่เหนือแน่ๆ”

เมื่อหันกลับไปมองบนเตียงภาพตรงหน้าแทบทำผมกำลังใจเต้นรัวกับเสียงเรียกเข้านั้น ต้องหลุดขำกับท่าทางกระโดดโลดเต้นของพวกมันสองคน ไอ้วินยังใช้มือกุมแก้มท่าทางดีใจ แต่ไอ้ฟ่งที่ดีใจกระโดดโลดเต้นบนเตียงนอนนี่สิ ดีใจยิ่งกว่าสอบติดมหาลัยอีกมัน....

ผมจะเป็นอย่างนี้กันเสมอคือโทรศัพท์เป็นสิ่งที่จะไม่หยิบจับของกันง่ายๆ ผมเดินไปตามเสียงโทรศัพท์ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะทำการบ้านซึ่งอยู่ด้านนึงของมุมห้องนอน หน้าจอปรากฏภาพผู้หญิงที่รักที่สุดในชีวิต ถึงแม้จะไม่ใช่คนบอกจะโทรหากันแต่ถ้าเป็นคนนี้ผมก็ยังยิ้มกว้างอยู่ดู

“แม่โทรมา...” 

ผมพูดพลางโชว์หน้าจอโทรศัพท์ให้พวกมันสองคนดู ไอ้ฟ่งนิ่งไปเลยนั่นทำให้ผมกับวินระเบิดเสียงหัวเราะออกมา ก่อนผมจะเดินเลี่ยงไปยังระเบียงด้านนอกเพื่อคุยโทรศัพท์

“สวัสดีครับแม่”  ทันทีที่กดรับปลายสายดูเงียบไปเล็กน้อย ก่อนจะได้ยินเสียงพ่อตะโกนลั่นว่าลูกรับสายแล้ว

“ว่าไงเราเป็นยังไงบ้าง ไม่ได้โทรหาแม่สองสามวันเลยนะ”น้ำเสียงงอนๆของแม่ทำเอาผมอดอมยิ้มไม่ได้

“ต้องเข้าซ้อมเชียร์ครับเลิกมาก็ดึกแล้วผมไม่อยากโทรไปกวนแม่ดึกๆ เดี๋ยวจะตกใจกันพอดี”ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆจากปลายสาย ดูท่าทางแม่คงเปิดเสียงโทรศัพท์ให้พ่อได้ยินอีกนั่นแหละ

“แล้วนี่เลิกเข้ายังไอ้รับนงรับน้องอะไรเนี้ย แม่ไม่ค่อยชอบเลย”น้ำเสียงติดกังวลของแม่ดังขึ้นเบาๆ

“เหลือพรุ่งนี้อีกวันครับ แต่ก็คงไม่มีอะไรแล้วเพราะพี่เขาจะให้จับสายรหัสอะไรก็ไม่รู้ แต่แม่กับพ่อไม่ต้องเป็นห่วงผมนะอันที่จริงกิจกรรมก็ลดไปเยอะกว่าปีก่อนๆไม่มีตะคอกหรือสั่งทำอะไรรุนแรงเลยครับ นี่ผมได้ยินว่าปีหน้าจะเลิกให้จัดกิจกรรมรับน้องแล้ว”ผมพูดไปตามความจริงที่ได้ยินมาจากเพื่อนๆที่นั่งข้างกัน เห็นว่าปีหน้าทางมหาวิทยาลัยจะเลิกให้จัดกิจกรรมรับน้องแล้ว ถ้าคณะไหนต้องมีพิธีต่างๆก็ให้รวบรัดไว้แค่วันเดียวเท่านั้น สำหรับผมคิดว่ามันเป็นเรื่องดีมาก ๆนอกจากจะมีเวลาไว้ทำอย่างอื่นแล้วนั้น แล้วจะได้ไม่เสียสุขภาพจิตให้คนอายุห่างกันไม่กี่ปีมานั่งด่านั่งสั่ง

“เฮ้อ~ ได้ยินอย่างนี้แม่ค่อยดีใจหน่อย แล้วเป็นยังไงบ้างเราได้เพื่อนใหม่เยอะไหม” ระหว่างแม่พูดเสียงตัดอะไรสักอย่างก็ดังแทรกเข้ามาเป็นระยะ ดูเหมือนว่าแม่คงเตรียมใบตองไว้ทำขนมพรุ่งนี้เช้าหรือไม่ก็คงทำขนมตามเขาสั่งแน่ๆ

“ก็ได้มาคนนึงครับห้องข้างๆกันเลย พอดีอยู่ภาคเดียวกันอีกทั้งรูมเมทของวินเขาไปอยู่หอนอกกับเพื่อน วินเลยมานอนกับพวกผม” ผมพูดพลางมองไปด้านล่างของหอพักที่มีคนทั้งนั่งทำงาน ทั้งนั่งคุยกัน

“ดูแลเพื่อนดีๆ เขาก็มาจากต่างบ้านเหมือนเราเวลาจะทำอะไรคิดให้มากๆรู้ไหม” เสียงพ่อดังแทรกเข้ามาในสายเบาๆ

“รับทราบครับ” 

เราคุยกันอีกเล็กน้อยก่อนพ่อกับแม่จะวางสายไปเพราะตอนนี้ก็ค่อนข้างดึกมากแล้ว เมื่อวางสายเสร็จผมจึงเดินเข้ามาในห้องพร้อมวางโทรศัพท์ไว้ที่เดิม ฟ่งหันมามองเล็กน้อยก่อนมันจะเล่นเกมอะไรสักอย่างกับวินต่อเมื่อเห็นดังนั้นผมจึงเดินเข้าไปอาบน้ำอีกครั้ง

               พอออกจากห้องน้ำพวกมันสองคนก็แทบหลับหัวชนกันเมื่อเห็นดังนั้นผมจึงเดินไปปิดไฟห้องนอน เหลือไว้เพียงไฟห้องน้ำเพื่อเป็นแสงสว่างให้ไม่เดินชนข้าวของต่างๆพร้อมเดินไปห่มผ้าให้พวกมันหยิบโทรศัพท์พวกมันไปวางไว้ให้ดีๆ วันนี้การรับน้องถือว่าเหนื่อยกว่าทุกวันจริงๆ ทั้งเพลงมหาวิทยาลัย เพลงวิศวะเราต้องร้องเองตลอดกว่าจะพร้อมกันทั้งท่าทาง ทั้งเสียงร้องเล่นเหนื่อยหอบไปตามๆกัน

 เพราะไม่อยากให้พวกมันสดุ้งตื่นถ้าเสียงเรียกเข้าดังขึ้นผมจึงกดเปลี่ยนเป็นระบบสั่นแทน หลังไหว้พระตามกิจวัตรก่อนนอนพร้อมล้มตัวลงนอนแล้วนั้น ผมจึงเอื้อมมือไปดูเวลาโทรศัพท์ซึ่งตอนนี้ก็เกือบห้าทุ่มครึ่งแล้ว...

“พี่เขาคงไม่โทรมาแล้วมั้งดึกขนาดนี้ แค่เขาเห็นมึงตัวตนก็ดีแค่ไหนแล้วองศา”

พึมพำกับตัวเองเบาๆพร้อมดึงผ้าห่มมากอดไว้แน่น แต่ระหว่างกำลังเคลิ้มๆหลับอยู่นั้นเสียงสั่นของโทรศัพท์พร้อมแสงสว่างเล็กๆทำให้ผมสดุ้งตื่นอีกครั้ง

               ภาพหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นเพียงหมายเลขนั่นกับทำให้ใจผมมันเต้นกระหน่ำอย่างไม่เป็นจังหวะ ทั้งๆที่มันอาจจะไม่ใช่เบอร์พี่เขาก็ได้เพราะตอนนี้มันเกือบจะเที่ยงคืนไปแล้วซึ่งมันเวลามันห่างจากพี่เขาพูดไว้เอามากๆ

“สวัสดีครับ”  พยายามพูดเสียงเบาแต่ปลายสายไม่ตอบอะไรกลับมา นั่นทำให้ผมต้องเดินออกไปคุยโทรศัพท์ระเบียงด้านนอกเนื่องจากไอ้พวกสองคนมีท่าทีจะตื่น

“เอ่อ... สวัสดีครับได้ยินหรือเปล่าครับ”ผมพูดดังขึ้นอีกเล็กน้อยเผื่อปลายสายไม่ได้ยินเสียงเมื่อสักครู่

“องศา...” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นเบาๆถึงอย่างนั้นผมก็จำมันได้ดีว่าเป็นคนที่บอกว่าจะโทรหากัน

“พะ พี่เหนือเหรอครับ” ใจทั้งเต้นแรงจนหายใจไม่ทั่วท้องจนส่งผลให้พูดติดขัดๆ ทั้งที่คิดว่าพี่เขาคงไม่โทรหากันแล้วแท้ๆ

“ครับ พี่ขอโทษนะโทรหาเราซะดึกเลยพอดีพี่เพิ่งเลิกประชุมกลับมาถึงห้องก็รีบโทรหาเราเลย พี่กวนเวลานอนเราหรือเปล่าครับ”น้ำเสียงติดกังวลของปลายสายทำให้ผมต้องรีบพูดออกไปทันที

“ไม่ ไม่เลยครับผมยังไม่นอน” แต่กำลังจะนอน... ได้แต่กลืนคำสุดท้ายลงไป แค่พี่เขาโทรมาหาอาการง่วงก็แทบหายเป็นปลิดทิ้งอนุภาพการแอบชอบนี่มันร้ายแรงขนาดนี้เลยหรือไงวะ

“ดีใจจังพี่นึกว่าจะกวนเวลานอนเราแล้วซะอีก แล้วนี่องศาทำอะไรอยู่ครับ”น้ำเสียงปลายสายดูร่าเริงขึ้นกว่าเดิมนั่นทำให้ผมอดยิ้มตามไม่ได้

“ไม่ได้ทำอะไรครับ... แล้วพี่เหนือทำอะไรอยู่ครับ” ประโยคสุดท้ายผมถามออกไปเบาๆเพราะไม่รู้ว่าจะถามออกไปดี ครั้งนี้คงเป็นครั้งแรกที่เราได้คุยกันทางโทรศัพท์แบบนี้ สำหรับพี่เหนือผมไม่รู้หรอกว่าพี่เขาจะรู้สึกอย่างไร แต่ไอ้องศาคนนี้เขินจนจะบ้าอยู่แล้วครับ แค่ได้ยินเสียงพูดผ่านโทรศัพท์ที่ดูเหมือนยิ่งมีเสน่ห์มากกว่าเดิมของอีกฝ่ายแล้วนั้นใจมันก็เต้นกระหน่ำแล้ว

“ตอนแรกก็คิดว่าจะอาบน้ำแล้วนอน แต่ก็กลัวว่าจะมีเด็กรอเสียงโทรศัพท์อยู่... ได้รอพี่หรือเปล่าครับ”

“ครับ”เพราะกำลังเพลินกับเสียงของอีกฝ่ายเมื่อได้ยินคำถามที่ตรงกับความจริงจึงไม่ทันจะได้คิดตามประโยคนั่นสักเท่าไหร่ กว่าจะนึกขึ้นได้ว่าพูดอะไรออกไปก็แทบปฏิเสธเป็นพัลวัน “ปะ เปล่านะครับผมไม่ได้รอพี่ ผม... ผมปกติช่วงนี้ผมยังไม่นอน”

“หึ ครับๆพี่เชื่อเราก็ได้ ไม่รอก็ไม่รอ”

ไอ้องศาคนนี้จะไม่อะไรเลยสักนิดถ้าไม่ได้ยินเสียงเค้นหัวเราะนั่น ซึ่งมันแปลได้ง่ายๆว่าอีกฝ่ายไม่เชื่อที่ผมพูดเลยสักนิด นั่นยิ่งทำให้ผมทำได้เพียงมุดหน้าเข้ากับแขนด้านนึงที่ว่างเผื่อมันจะช่วยระบายอารมณ์วูบวามในใจตอนนี้ไปได้บ้าง

“เชื่อแล้วทำไมต้องขำด้วยล่ะครับ”พูดเสียงอู้อี้ไปยังปลายสายเบาๆพร้อมกับผมที่นั่งลงบนเก้าอี้พลาสติกขนาดเล็กที่ใช้สำหรับซักผ้า ในจังหวะเดียวกันที่ปลายสายหัวเราะเบาๆ

“หึๆ พี่ก็หัวเราะคนโกหกไม่เก่งน่ะสิ ว่าแต่เป็นไงบ้างครับเรียน”พี่เขาถามออกมาคล้ายกับถามเรื่องลมฟ้าอากาศทั่วไป น้ำเสียงที่ไม่มีความกดดันเลยสักนิด นั่นมันกลับทำให้ผมหวนไปนึกถึงช่วงมัธยมที่พี่เขาถามเรื่องเรียน คนนี้ๆไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด

“ก็เรื่อยๆครับที่เรียนมาก็ถือว่าพอเข้าใจอยู่ครับ แต่ก็ไม่รู้ว่าช่วงสอบจะเป็นยังไง”  ผมพูดออกไปตามใจคิด ตอนเรียนน่ะมันพอเข้าใจอยู่หรอกแต่พอตอนสอบนี่สิไม่รู้จะเป็นยังไง

“ไม่ต้องเครียดหรอกเอาที่เราไหว ทบทวนเนื้อหาที่อาจารย์สอนไปเรื่อยๆจะได้ไม่ต้องหนักช่วงใกล้สอบ”น้ำเสียงสบายๆนั่นทำให้ผมปทบคลายความตึงเครียดไปได้มาก

“ขอบคุณนะครับ เบาใจไปเยอะเลย”ผมระบายยิ้มออกมาจางๆระหว่างพูดออกไปก่อนจะได้ยินเสียงตอบกลับมาเบาๆว่าไม่เป็นไรครับ

“มีอะไรก็ปรึกษาพี่ได้ตลอดถ้าพี่รู้นะ... องศาว่าพี่ควรตัดผมดีไหมรู้สึกเหมือนน้องๆกลัวพี่ยังไงก็ไม่รู้”กลัวอะไรล่ะครับ ผมเห็นมีแต่คนชอบพี่ตั้งเยอะตั้งเเยะขนาดไว้หนวดนิดๆคนยังชอบขนาดนี้ถ้าตัดผมใหม่ โกนหนวดอีกคนชอบคงเยอะกว่านี้แน่ๆ ผมหวงพี่รู้หรือเปล่าครับ หวงทั้งที่เราไม่ได้เป็นอะไรกัน...

“ผม เอ่อผมไม่รู้ครับแล้วแต่พี่เลย”ปลายสายเงียบไปอึดใจนนั่นทำเอาผมเองก็ใจเสียเช่นกัน ผมไปพูดอะไรผิดหรือเปล่า

“องศาชอบทรงไหนพี่ขอถามได้หรือเปล่าพอดีพี่คิดทรงผมไม่ค่อยออกเท่าไร ปกติก็ให้ร้านเป็นคนเลือกให้เองตลอด

 แต่ตอนนี้... พี่อยากให้เราช่วยเลือกทรงผมให้พี่หน่อย” 

จบประโยคคำพูดนั่นเหมือนรอบตัวผมอื้ออึงไปหมด คำพูดมันคงเป็นคำพูดทั่วไป แต่สำหรับคนแอบชอบตอนนี้มันไปไม่เป็นแล้วครับพี่เหนือ!

“เอ่อ… ผมว่าสำหรับพี่ทรงทูบล็อคก็กำลังดีนะครับ แต่อันที่จริงผมว่าร้านเลือกก็ดีนะครับจะได้เข้ากับใบหน้าเราด้วย”

 ผมพูดเสียงเบาในท้ายประโยคเพราะไม่รู้ว่าพี่เขาคิดอย่างไร ยิ่งเจ้าตัวเงียบไปอีกครั้งแบบนี้ใจผมยิ่งกระวนกระวายมากยิ่งขึ้น

“อืม... งั้นเอาทรงนี้แหละพี่ดูแล้ว ทรงนี้ก็ดีนะดูไม่ร้อนมาก” ปลายสายพูดงึมงำเบาๆ นั่นกลับทำให้ผมเบาใจไปได้เยอะว่าพี่เขาก็พอใจในทรงผมที่ผมเลือกให้ 

“พี่ไปประชุมอะไรครับทำไมเลิกดึกขนาดนี้ ผมถามได้หรือเปล่าครับ” ระหว่างนั้นผมจึงเอนตัวไปยังด้านหลังเพื่อพิงกำแพงห้อง

“ประชุมการรับน้องนี่แหละครับ ซ้อมอะไรอีกนิดหน่อยไว้เราคอยดูวันงานดีกว่า”ปลายสายพูดปนหัวเราะเบาๆนั่นยิ่งทำให้ผมระบายยิ้มตามไปด้วย ผมไม่รู้ว่าควรพูดอะไรออกไปดีต่อจากนี้ดูพี่เขาก็คงไม่ต่างกันเพราะหลังจากจบประโยคนั้นพี่เหนือก็เงียบไปเลย มีเพียงเสียงเพลงคลอเข้ามาในสายเบาๆที่ทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายยังถือสายอยู่

“คืนนี้... ดาวสวยดีนะครับ”คำพูดของคนในสายทำให้ผมต้องเงยหน้าไปมองท้องฟ้าทางด้านนอก ซึ่งตอนนี้มีดวงดาวพร่างพรายระยิบระยับไปทั่วทั้งท้องฟ้า อาจเพราะตอนนี้ค่อนข้างดึกพอสมควรไฟบางดวงจึงปิดไปนั่นทำให้ผมมองเห็นดาวชัดกว่าเดิม

“จริงๆด้วยครับ สงสัยวันนี้ฟ้าเปิด”ระหว่างพูดผมระบายยิ้มออกมาจางๆ ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่วันนี้คงเป็นวันที่เห็นดาวชัดสุดแล้ว

“เขาบอกว่าถ้าดูดาว....... มันก็คงจะจริง” พี่เหนือพูดอะไรสักอย่างที่ผมฟังแล้วจับใจความไม่ค่อยได้ เพราะมันเบาๆมากๆคล้ายอีกฝ่ายกำลังพึมพำอย่างไรอย่างนั้น

“พี่พูดว่าอะไรนะครับ” ผมถามออกไปครั้งเพราะฟังประโยคเมื่อสักครู่ไม่ชัด อาจเพราะกำลังคิดอะไรเพลินๆด้วย

“เปล่าหรอกครับ พรุ่งนี้เรามีเรียนกี่โมง”ถึงอยากรู้แค่ไหนว่าพี่เขาพูดอะไร แต่เจ้าตัวปฏิเสธขนาดนี้แล้วผมก็ไม่กล้าแม้แต่จะถามอีกครั้ง พี่เขาอาจจะบ่นเรื่องลมฟ้าอากาศไปทั่วก็ได้...

“พรุ่งนี้มีเรื่องสองโมงครึ่งครับ”  ผมพูดไปตามความจริง เพราะพรุ่งนี้เป็นวันที่มีเรียนเช้าสุด ปกติอยู่บ้านตีห้า หกโมงเช้ายังตื่นได้ แต่อยู่ที่นี่ไม่รู้ทำไมถึงตื่นสายกันแทบทุกคน หรืออาจเป็นเพราะว่าอากาศที่นี่เย็นสบายกว่าที่บ้านพอสมควร

“งั้นนอนเถอะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปเรียนไม่ทัน”  ทั้งที่ตอนนี้ผมไม่รู้สึกง่วงเลยสักนิด อยากคุยด้วยอีกสักหน่อยก็คงดี

“พี่เหนือ... ฝันดีนะครับ”

ประโยคเอ่ยออกไปนั้นมันทั้งเบาหวิวคล้ายกับพึมพำ ทั้งสั่นเพราะตื่นเต้นจนกว่าว่าปลายสายจะจับผิดได้ ครั้งนี้คงเป็นครั้งแรกที่ผมได้บอกฝันดีพี่เขาตรง ๆ แบบนี้

“ขอให้เป็นคืนที่หลับสนิทครับ” 

เราพูดคุยกันเพียงเท่านั้นก่อนเป็นผมที่ขอวางสายก่อนพร้อมกลับเข้ามานอนเหมือนเดิม และคืนนี้ก็คงเป็นคืนแรกตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ที่หลับสนิทจริง ๆ

              

 คาบเช้าผ่านไปได้ด้วยดีแม้จะมีบางอันที่ยังสงสัยนิดหน่อยเพราะอาจารย์จะไม่ทวนเนื้อหาของส่วนม.ปลายให้ แต่ก็ได้วินที่ช่วยติวให้ผมกับฟ่งอีกนิดหน่อยจึงพอเข้าใจได้ เพราะวันนี้ช่วงบ่ายไม่มีเรียนแล้วแต่เราต้องรอดิวก่อนเนื่องจากอีกฝ่ายมีเรียนจนถึงห้าโมงครึ่งซึ่งหลังพวกผมครึ่งชั่วโมง

“ไหนไอ้คนได้ทั้งยานวดได้ทั้งขนมนมเนยจากพี่คนนั้นน่ะไม่เห็นจะพูดให้ฟังเลยวะ”  เสียงพูดคุ้นหูดังขึ้นเบาๆข้างตัวพร้อมมือของคนพูดจะตบลงบนบ่าผมแรงๆเป็นเชิงให้ตอบคำถามมันด้วย

“ก็ไม่มีอะไรพี่เขาแค่ให้ของปกติ”ผมหันไปพูดกับคนที่นั่งลงข้างกันอย่างบูม ส่วนติวที่พูดอะไรกับวินเล็กน้อยก่อนพวกมันจะบอกว่าไปซื้อขนมเอาอะไรเพิ่มหรือเปล่า พวกผมจะวางเงินคนล่ะ20บาทส่วนพวกมันจะซื้ออะไรก็แล้วแต่เลย เมื่อสองคนนั้นเดินไปซื้อขนมไอ้คนนั่งข้างกันก็ยังไม่วายพูดเรื่องเมื่อวานขึ้นมาอีกครั้ง

“มันใช่เหรอวะ พี่รหัสก็ไม่ใช่ พี่ในภาคก็ไม่ใช่ ถึงจะเคยรู้จักกันแต่ห่างกันตั้งหลายปีขนาดนี้จะมาปุบปับสนิทเลยมันใช่เหรอวะ ของที่ให้ก็ไม่ใช่เงินน้อย ๆเลย อันนี้ไม่ได้ว่าใครหรือพาดพิงใครใด ๆนะ กูพูดลอย ๆ”  คนพูดของคนข้างกายแทบทำให้ผมอยากจะเตะก้นมันไปไกล ๆเลย นี่ขนาดมันไม่ได้ว่าใครนะเนี้ยยังละเอียดขนาดนี้เลย

“อ่อเหรอ ไอ้เพื่อนบูม มึงไม่ได้พาดพิงใครเลยสักคนจริง ๆดิ”  ตวัดตามองไอ้คนกำลังส่งยิ้มร่าให้ แต่ยังไม่ทันที่เราจะได้เปิดศึกอะไรกันไอ้คนนั่งตรงข้ามก็สกิดแขนผมยิก ๆ

“อย่ารีบๆเปิดศึกกัน พวกมึงช่วยกูดูผู้ชายที่หน้ามาร์ทนั้นหน่อย ใช่พี่เหนือเปล่าวะ”

พวกผมสองคนที่มองตามสายตาฟ่งไปทางด้านหลังที่เป็นมินิมาร์ทของทางมหาวิทยาลัย คนสองคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าซึ่งผมจำได้ดีว่าคือคนที่บอกจะไปซื้อขนมแต่ร่างสูงของคนที่ยืนอยู่ตรงข้ามติวและวินนี่สิ ผมพยายามจ้องเขม็งไปอีกรอบเพราะคนแถวนั้นก็ค่อนข้างเยอะ แต่ใจมันกลับเต้นกระหน่ำทันทีเมื่อนึกถึงคำพูดเมื่อคืน ทั้งทรงผมที่ถูกเซตให้เป็นทรงมากกว่าเดิม ทั้งใบหน้าเกลี้ยงเกลานั่น....

“เชี่ย... พี่เหนือเหรอวะ ทรงผมนี้เข้ากับพี่เขาโคตรๆเลยว่ะ / เออนั่นดิ ตัดผมใหม่ โกนหนวดเคราออก กูนึกว่าดาราที่ไหนซะอีก หล่อโคตรๆมันเป็นแบบนี้นี่เอง”ไอ้สองคนนั้นบ่นพึมพำเบาๆ นั่นทำให้ผมเพิ่งได้สังเกตว่าพี่เหนือหล่อจริงๆนั่นแหละ ติวและวินพูดคุยกับพี่เหนือเล็กน้อยก่อนพวกนั้นจะกลับมาพร้อมห่อขนมถุงใหญ่ ส่วนพี่เหนือเดินเลี่ยงไปนั่งกับกลุ่มเพื่อนที่อยู่ไม่ไกลจากกลุ่มเรามากเท่าไรนัก

“ฮื่อ~ องศาพี่เหนือโคตรๆหล่อเลย” 

วินวางถุงขนมพร้อมพูดขึ้นเสียงเบา ส่วนติวที่ไปด้วยก็พยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย

“เข้ามาหาพวกกูรอบแรกก็นึกว่าใครต้องมองอยู่นาน” ติวพูดขึ้นระหว่างนั้นเองที่มันยื่นเงินคืนให้พวกผม

“ให้คืนทำไม”  ผมถามงงๆ เพราะดูจากขนมแล้วมันน่าจะเกินเงินที่พวกผมรวมกันอีกมั้ง แต่ไม่นานก็ได้คำตอบเมื่อวินพูดขึ้น

  “คุณคนนั้นขององศาเขาเลี้ยงขนม พี่เขาบอกว่าวันนี้ขอโทรมาหาอีกนะ”วินพูดขึ้นยิ้มๆขณะที่พวกมันทุกคนมองมาที่ผมเป็นตาเดียว ก่อนไอ้ฟ่งจะถามขึ้นด้วยความตกใจ

“พี่เหนือโทรหามึงเหรอเมื่อคืน อะไรยังไงทำไมพวกกูไม่รู้”ไอ้ฟ่งพูดพลางแกะห่อขนมไปพลาง 

“ก็... ก็ตอนพวกมึงหลับแล้ว”ผมพูดน้ำเสียงอ้อมแอ่มออกไปเบาๆ พร้อมในเวลาเดียวกันที่ฟ่งมันส่งสายตาล้อเลียนมา

“ฮื่อกูพลาดแล้ว อย่าบอกนะว่าเรื่องทรงนี่มึงรู้ตั้งแต่เมื่อวาน” คำถามของไอ้ฟ่งทำเอาผมถึงกลับเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะพยักหน้าช้าๆให้มันเป็นคำตอบ

“อื้อ กะ กูไม่คิดว่าพี่เขาจะตัดตามที่กูบอกจริง ๆ” ยังไม่ทันที่พวกมันจะพูดอะไรกันออกมาเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของฟ่งก็ดังขึ้นเสียก่อน จึงทำให้พวกผมต้องพลอยเงียบกันไปด้วย

“พวกกูอยู่หน้ามาร์ท อยู่ทางซ้ายมือแล้วมึงเดินมาเลย”  ฟ่งมันพูดยิ้มๆ จากคำตอบนั่นก็คงเป็นดิวล่ะมั้งแต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้ถามอะไร เสียงร้องเรียกคุ้นหูก็ดังขึ้นเสียก่อน

“ไอ้พวกเพื่อนรัก... คิดถึงกูไหมๆ” เสียงเรียกปนดีใจนั่นทำให้ผมต้องหันไปมอง พร้อมจังหวะเดียวกันกับที่เจ้าตัวนั่งลงข้างกัน

“ดิว เป็นไงบ้าง” ผมเอ่ยขึ้นยิ้มๆแต่จู่ๆคนเพิ่งนั่งข้างกันกับโน้มตัวเข้ามากอดผมไว้แน่นทั้งตัว

“ฮื่อ องศากูโคตรคิดถึงเพื่อนเลยว่ะ มามะจุ๊บเหม่งที” ดิวมาทำท่าทางจะทำอย่างที่พูดจริง ๆ แต่เป็นบูมซึ่งนั่งอยู่ข้างกันอีกฝั่งดันหน้าผากดิวไว้ก่อน พร้อมเสียงทุ้มต่ำดังขึ้น

“เบาได้เบาไอ้ดิว แด๊ดดี้ไอ้องศาเขามองอยู่”  

น้ำเสียงนิ่งๆ แต่นั่นยิ่งทำให้คนฟังอย่างดิวไม่เข้าใจ

“ไหนๆ องศาพ่อมึงมาด้วยเหรอ แล้วแกจะมาทำไมวะตั้งไกล”    ดิวพูดพลางหันมองรอบๆตัวเอง หน้าตาทั้งงุนงงทั้งเลิกลักไปซะหมดจนผมถึงกลับต้องเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นขำ

“แด๊ดดี้ที่ไม่ได้แปลว่าพ่อน่ะ” เป็นฟ่งพูดขึ้นบ้างเพื่อเฉลยในสิ่งที่บูมมันพูดไว้ตั้งแต่แรก

“อ้าว... ไอ้ฟ่งมึงตกภาษากอังกฤษเหรอวะ แด๊ดดี้มันจะไม่แปลว่าพ่อได้ยังไง!”  คนพูดดูจะงุนงงมากกว่าเดิมเมื่อฟ่งมันพูดออกไป จะว่าดิวมันผิดก็ไม่ได้จะว่าฟ่งกับบูมผิดก็ไม่ได้อีก

“เอางี้ๆเพื่อน มึงมองไปยังหน้ามาร์ทแล้วไล่นับไปแถวที่ห้า มึงจะเจอความหมายกูเอง”  เมื่อฟ่งพูดจบดิวก็แทบหันไปทางด้านหลังตนทันที พร้อมเจ้าตัวที่นับช้าๆก่อนมันจะเงียบไปสักพัก

“ไอ้เชี่ย! แด๊ดดี้ที่ไม่ได้แปลวว่าพ่อจริงๆว่ะ เดี๋ยวๆคือพี่เหนือใช่ไหมวะ”ทันทีที่ใครสักคนในกลุ่มพยักหน้าตอบกลับไป ไอ้ดิวแทบจับไหล่ผมไปเขย่าแรงๆทันที

“องศาๆ พี่เหนือเรียนนี่จริงๆเหรอวะ แล้วมึงจะทำไงต่อทีนี้” 

ประโยคสุดท้ายที่เจ้าตัวพูดขึ้นพร้อมความกังวลในแววตาอย่างปิดไม่มิด ผมพอเข้าใจได้ว่าดิวมันห่วงเรื่องอะไรก็เพราะดิวมันอยู่ทุกเหตุการณ์เลยอย่างไรล่ะมันถึงรู้ว่าอาการผมช่วงนนั้นมันแย่ขนาดไหน

“มันจะยังไงได้ล่ะครับเพื่อนดิว เมื่อคืนเขายังโทรหากันอยู่เลย”  น้ำเสียงล้อเลียนดังมาจากคนนั่งฝั่งตรงข้ามกัน ก่อนไอ้คนนั่งซ้อนด้านหลังผมจะพูดเสริมขึ้นมาบ้าง

“เมื่อวานทั้งขนมนมเนย ทั้งยานวด ขนมบนโต๊ะเขาก็ซื้อมาเปย์เพื่อนมึงทั้งนั้นแหละครับ”  ทั้งคำพูดคำจาของฟ่งและบูมทำเอาใบหน้าผมรู้สึกร้อนผะผ่าวทันที ส่วนคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าตอนนี้อาการก็แทบไม่ต่างกันเจ้าตัวอ้าปากค้างเล็กน้อยพร้อมมองดูขนมที่เต็มโต๊ะตอนนี้

“เชี่ย... จะ จริงเหรอวะ พี่เขากำลังจีบมึงเหรอวะองศา”  ดิวพูดขึ้นอึ้งๆขณะหันกลับมามองผมอีกครั้ง แต่คำพูดท้ายประโยคนั่นทำให้ผมต้องส่ายหน้าเป็นพัลวัน

“มะ ไม่ใช่สักหน่อย ก็แค่พี่น้องกัน”  ผมพูดไปตามความจริง แค่พี่น้องซื้อขนมให้กันเองอีกทั้งพี่เขาก็ยังไม่มีทีท่าอะไรเลย เพราะพี่เขาก็เป็นอย่างนี้เสมอมาผมถึงไม่อยากเข้าข้างตัวเองให้มันมากนัก

“พี่น้องอะไรมันจะขนาดนี้วะองศา”  ดิวมันพูดขึ้นเบาๆระหว่างที่มองไปยังกลุ่มพวกพี่เหนือออีกครั้ง ดูกลุ่มพี่เขาจจะมองมาทางพวกเราเช่นกัน แต่เป็นส่ายหน้าว่าก็นั่นแหละตามนั้น

“อย่าให้กูคิดเกินมากกว่านี้ก่อนเลยมึงก็รู้ว่ามันเจ็บแค่ไหน... อื้ม นี่ติวเรียนสถาปัตย์กับบูม ส่วนนี้วินเรียนวิศวะภาคเดียวกับพวกกูเลย”  เพราะไม่อยากให้สถานการณ์ดูกร่อยผมจึงหันไปแนะนำเพื่อนใหม่ทั้งสองคนให้ดิวได้รู้จัก

“สวัสดีนะ ขอพูดกูมึงเลยนะแบบกูกระดากปากว่ะ ชื่อดิวนะเรียนเศรษฐศาตร์”  ดิวพูดขึ้นยิ้มๆ ก่อนไอ้สองคนจะพูดขึ้นนบ้าง

“สวัสดีกูชื่อติวยินดีที่ได้รู้จักนะ / เราชื่อวินนะ ใช้กูมึงได้เลยเราไม่ถือ”  ดูพวกมันจะพูดคุยได้ถูกคอกันมากๆจนไอ้ฟ่งถามขึ้นมา

“ทำไมพ่อมึงถึงยอมให้มึงมาเรียนที่นี่วะ”  ดิวหันมามองพวกผมก่อนมันจะหยิบแก้วน้ำตัวเองขึ้นมาดูดไปอึกนึง

“ตอนแรกกูก็งงแหละจะพาไปยืนยันสิทธิ์อีกที่แต่พากูมาที่นี่ พอพ่อบอกว่ามันคือความสุขของกูและตอนนั้นพ่อต้องขอโทษด้วย จังหวะแกยืนกระดาษเซ็นต์การรับเข้าศึกษาต่อที่นี่จากอธิการบดีให้ ตอนนั้นกูนั่งร้องไห้อยู่หน้าตึกอธิการบดีเลย คนก็เยอะอายก็อาย แต่ดีใจมากกว่าที่พ่อเข้าใจและยอมรับในตัวกู”    เจ้าตัวพูดพลางน้ำตาซึมๆตรงหางตัวนั่นทำให้ผมต้องดึงตัวมันมากอดไว้

“โอ๋ๆ ไม่ร้องนะสัส พวกกูโคตรคิดถึงมึงเลยรู้ไหม ติดต่อทางไหนก็ไม่ได้เป็นห่วงก็เป็นห่วง”ผมพูดขึ้นเบาๆ แต่ระหว่างนั้นสายตากลับหันไปเจอคนที่นั่งหน้าปูดอยู่ไม่ไกล พี่เหนือมองมานิ่งๆนั่นยิ่งทำให้ผมต้องรีบผละตัวออกจากดิวยิ่งกว่าไฟลวก

“เออตอนนั้นคนมันเสียใจแหละ จะว่ากูอิจฉาพวกมึงก็ได้นะทั้ง ๆที่กูก็ติดเหมือนพวกมึง แต่พ่อกลับไม่ให้มาเรียนตอนนั้นความตั้งใจทั้งหมดเหมือนมันพังทลายไปต่อหน้าต่อตาอย่างไงอย่างนั้น ความรู้สึกไม่หิวอะไรสักอย่างรู้สึกจุกอยู่ตลอดเวลากูเพิ่งได้รับรู้นี่แหละ” เจ้าตัวพูดขึ้นพร้อมส่งยิ้มบาง ๆมาให้ นี่สินะที่เขาบอกว่าป่วยใจ... 

“เฮ้อ! กูดีใจนะที่มึงกับพ่อเข้าใจกันได้ซะที แล้วนี่เด็กใหม่อย่างมึงมีชมรมอะไรหรือยัง แล้วพักที่ไหน” บูมมันถามขึ้นเบาๆ

“ยังหาชมรมอยู่เลยว่ะแต่กูลองคุยกับรองอธิการบดีเขาบอกกรณีกูมันเข้าช้ากว่าเพื่อนพอสมควรถึงยังเริ่มเรียนไม่มากแต่เขาเลือกชมรมไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าชมรมก็ได้แต่ถ้าอยากเข้าให้กูยื่นเอกสารตัวที่แสดงสิทธิ์ยืนยันการเข้าศึกษาเมื่อวานให้ประธานชมรมดู กูเลยอยากรู้ว่าพวกมึงเลือกอะไรกัน ส่วนเรื่องที่พักพี่กูให้อยู่หอนอกเลยจะได้ไม่ยุ่งยาก”

“พวกกูอยู่ค่ายอาสาพัฒนาชุมชน ถ้ามึงอยากเข้างั้นไว้วันประชุมเราค่อยไปคุยกับประธานชมรมก็ได้อีกวันสองวันเอง”

ดิวมันพยักหน้าหงึกหงัก ระหว่างเพื่อนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้นผมจึงได้พอแอบมองไปยังโต๊ะพวกพี่เหนือบ้างแต่ดูเหมือนพวกพี่เขาจะไม่อยู่กันแล้ว เมื่อเห็นดังนั้นจึงหันกลับมาคุยกับเพื่อนต่อ

         

      เพราะช่วงเย็นคณะพวกผมยังมีกิจกรรมการรับน้องเหลืออยู่แต่ของพวกบูมกิจกรรมในส่วนนี้เสร็จแล้วแต่ยังคงแยกให้ซ้อมดาวเดือนกันอยู่ซึ่งติวก็ต้องไปซ้อมด้วย ทำให้บูมได้โอกาสในส่วนตรงนี้พาดิวหาของอร่อยรอบมอกิน ถึงมาอยู่ที่นี่ไม่นานแต่ร้านไหนอร่อยก็ไม่พ้นรีวิวในกลุ่มรวมชั้นปีอยู่ดี

“เอาล่ะค่ะสวัสดีน้อง ๆ อีกครั้งนะคะ วู้วันนี้คนมาหนาตากว่าทุกวันจริงๆค่ะพี่เอ็มมี่” พี่แป้งหันไปพูดกับคนข้างกายยิ้ม

“พี่ขอบคุณน้อง ๆที่ให้ความร่วมมือมาก ๆเลยนะคะ ซาบซึ้งไปขั้วหัวใจแล้วพี่อยากให้พรุ่งนี้คนเยอะแบบนี้จังเลย”  พี่เอ็มมี่พูดพลางใช้มือที่วางเช็ดน้ำตาตัวเองปอยๆ แต่อยู่เสียงดังแทรกเข้ามาเบาๆกับชื่อของใครอีกคนทำให้ผมต้องหันมองตามเสียง

“ใครมันจะไม่มาวะ พี่เอื้อกูได้ยินว่ากลุ่มพี่ระเบียบก็มีรายชื่อในนั้นด้วยไม่รู้ว่าใครจะได้ไป”

“มึง... ใครจะได้หัวหน้าเฮดเป็นพี่เอื้อวะ กูได้ยินมาว่านอกจากหน้าตาที่หล่อแล้ว พี่เขายังเรียนเก่งโคตรๆอีก”  นั่นสินะใครจะได้พี่เหนือเป็นพี่เอื้อ เพราะคนนั้นคงเป็นคนที่น่าอิจฉาอย่างแน่นอน

“เสียดายจัง” วินพูดขึ้นเบาๆ เจ้าตัวก็คงได้ยินคำพูดของผู้หญิงสองคนนั้นเหมือนกันสินะ

“เสียดายอะไรไอ้วิน นี่เพื่อนมึงมันได้เกินเลยคำว่าพี่เอื้อแล้วมั้ง”   ฟ่งพูดขึ้นอย่างหยอกล้อระหว่างนนั้นเองเสียงด้านหน้าดังขึ้นอีกครั้ง

“พี่เอื้อของเราในปีนี้จะเป็นพี่ๆที่เต็มใจรับน้อง ๆเพิ่มนะคะ และที่พิเศษไปกว่านี้นั่นคือ...กลุ่มพี่ระเบียบก็จะมาเป็นพี่เอื้อให้ด้วยค่ะ”

 พี่แป้งผ่ายมือไปยังด้านหลังตนที่ตอนนี้มีทั้งพี่ปีสองและปีสามอย่างพี่ระเบียบนั่งอยู่ไม่ไกล  แต่ในจังหวะนั้นเองเหมือนพี่เหนือที่เพิ่งกลับมาจากที่ไหนสักที่กลับมานั่งลงบนเก้าอี้ข้างเพื่อนคนอื่นๆ แต่เสียงฮือฮากลับดังขึ้นเบาๆ มันก็คงหนีไม่พ้นมาดใหม่ของพี่เขา

“เอาล่ะค่ะเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาพี่จะขอเริ่มเลยนะคะ รหัสBXXXXXXX ค่ะเชิญน้องออกมาด้านนอกเลยค่ะ” 

พี่แป้งพูดขึ้นยิ้มๆระหว่างนั้นเองก็เป็นเพื่อนผู้หญิงที่นั่งอยู่มุมด้านหน้าเดินออกไปจับใบกระดาษในโหลแก้ว พร้อมกับที่ได้พี่เอื้อเป็นหนึ่งในพี่ระเบียบเลย ทุกอย่างดำเนินไปเรื่อย ๆแต่ดูท่าทีว่าจะไม่มีใครจะจับได้พี่เหนือเลยสักคนและผมเองก็อดตื่นเต้นไปด้วยไม่ได้

“ตอนนี้เหลืออีก3คนสุดท้ายนะคะ ต่อไปรหัสBXXXXXXX ออกมาเลยค่ะ”   รอบนี้ดูจะเป็นผู้หญิงตัวเล็กน่ารักมากๆ เธอส่งยิ้มหวานให้พี่ๆสองคน ก่อนมือเรียวสวยจะค่อยๆหยิบใบกระดาษในโหลแก้วพร้อมส่งให้พี่เอ็มมี่ ทันที่ที่เจ้าตัวเปิดดูหมายเลขด้านในพี่เอ็มมี่ส่งยิ้มให้พี่แป้งเล็กน้อยก่อนเจ้าตัวจะหันไปทางด้านหลัง

“พี่เอื้อของน้องคือ... ”  พี่เอ็มมี่เงียบไปอึดใจพร้อมเจ้าตัวหันมาส่งยิ้มทางด้านหนน้าอีกครั้ง ไม่รู้ทำไมครั้งนี้ผมถึงใจเต้นแรงตามไปด้วยอาจเป็นเพราะท่าทางชวนให้ลุ้นของพี่เขาล่ะมั้ง

“คือ... ขอเชิญหัวหน้าเฮดว๊ากตรงหน้านี้ด้วยนะคะ”  เสียงประกาศผ่านไมค์ของพี่เอ็มมี่ยิ่งทำให้ใจผมมันเต้นแรงมากกว่าเดิม ไม่นานร่างสูงของพี่เหนือก็ยืนมาหยุดอยู่ข้างผู้หญิงตัวเล็ก

“ฮื่อ เหมาะสมกันจัง~ / น่าจะให้คนนี้ลงประกวดดาวภาคเนาะ กูว่าต้องได้เป็นตัวแทนแน่ๆเลย”  เสียงพูดคุยเบาๆของชายหญิงที่อยู่ไม่ไกลทำเอาใจผมห่อเหี่ยวไปด้วย

“น้องชื่ออะไรคะแนะนำชื่อให้เพื่อนๆได้รู้จักหน่อยค่ะ ถ้ายังไงรบกวนพี่ด้วยนะคะ”  พี่เอ็มมี่พูดขึ้นยิ้มๆจังหวะเดียวกันที่เจ้าตัวยื่นไมค์ให้ผู้หญิงตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างกัน

“ชื่ออิงฟ้าค่ะ จากภาคเครื่องค่ะ”แค่น้ำเสียงของเธอยังน่ารักเลย แค่นึกใจมันก็เจ็บแล้ว....

“พี่ชื่อพี่เหนือ ยินดีที่ได้รู้จักน้องๆครับ”เสียงทุ้มต่ำของพี่เหนือดังขึ้นพร้อมใบหน้าราบเรียบเป็นเอกลักษณ์

“เอาล่ะค่ะไม่ทราบว่าพี่เอื้อของเรามีอะไรให้น้องไหมคะ”

พี่แป้งหันไปพูดยิ้มกับพี่เหนือ ก่อนร่างสูงจะยื่นกล่องขนมช็อคโกแลตให้ ทั้งสองพูดคุยกันนิหน่อยก่อนจะแยกย้ายกลับที่ตนเองตามเดิม อาการหมาหง่อยแหม่มเป็นอย่างนี้นี่เอง

               การจับพี่เอื้อเริ่มไปเรื่อย ๆ พร้อมพี่ฝ่ายสันทนาการแจกแจงเวลาเริ่มงานในวันพรุ่งนี้ ซึ่งมันกินเวลาทั้งวัน ทั้งระเบียบการแต่งกายที่จะเป็นชุดของคณะ กางเกงที่ควรใส่กางเกงสียีนส์เข้มไม่ขาดโดยหน้างานจะมีพี่ๆตรวจอีกรอบ ส่วนข้าวเช้า – เที่ยงเป็นทางคณะจัดไว้ให้ หลังเราพูดคุยกันอีกเล็กน้อยพี่ ๆ ก็ปล่อยให้เราได้กลับห้องกัน แต่ระหว่างที่เรากำลังเดินออกไปนอกห้อง สายตาผมก็หันไปเจอกลุ่มพวกพี่เหนือนั่งอยู่โต๊ะเดิมเมื่อวาน โต๊ะที่พี่เขาเดินกลับไปนั่งหลังจากที่เอายามาให้ผม

               แต่วันนี้มันไม่ได้มีแค่กลุ่มพี่เขาแต่ยังมีร่างเล็กของผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าน้องเอื้อพี่เขายืนอยู่ด้วย ทั้งสองคนมีรอยยิ้มให้กันตลอดประโยคสนทนา และดูเหมือนสองคนนั่นกำลังเดินผ่านพวกผมเมื่อเห็นดังนั้นร่างกายมันกลับสั่งให้ผมหันหนีอัตโนมัติ ผมรู้ว่าควรแยกแยะแต่เราก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน คนชื่ออิงฟ้าเธอก็ดูทั้งสวยทั้งยิ้มก็หวาน แค่คิดใจก็อดห่อเหี่ยวได้

“ไปกินข้าวกันไหม”

น้ำเสียงคุ้นหูดังขึ้นทางด้านหลัง ซึ่งผมจำมันได้ดีว่าเป็นเสียงของพี่เหนือ ดูท่าทางเขาคงชวนกันไปเลี้ยงสายละมั้ง จังหวะที่ผมกำลังจะก้าวเดินต่ออยู่ ๆ แรงฉุดรั้งที่ข้อมือทำให้ผมต้องหยุดอยู่กับที่เหมือนเดิม

“องศาไปกินข้าวกันไหม พวกเราด้วยเดี๋ยวพี่เลี้ยง” 

ครั้งนี้เจ้าตัวเรียกชื่อผมขึ้นนั่นทำให้ผมต้องหันไปมองเพื่อนทั้งสองคนที่มองมายิ้ม ๆ เพราะไม่อยากให้เป็นการเสียมารยาทผมจึงหันกลับไปหาเจ้าของเสียง แต่เป็นจังหวะเดียวกันที่สายตาหันไปเจอผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างพี่เหนือ อิงฟ้า...

“ผมคิดว่า...” ยังไม่ทันที่ผมจะได้ปฏิเสธออกไป เสียงฟ่งก็ดังขึ้นเสียก่อน

“ตกลงครับ พวกผมจะไปด้วยถ้าพี่เหนือเลี้ยงนะ”  ผมหันไปมองหน้าไอ้ฟ่งอย่างงงๆ ว่ามันไปตอบตกลงทำไม ปกติมองหน้ามันก็จะรู้ใจผมอยู่แล้ว ทว่าวันนี้มันกลับแตกต่างกันออกไป

“แล้วเราล่ะไปกินข้าวกับพี่ได้ไหม”

พี่เหนือพยักหน้าให้ไอ้ฟ่งก่อนเจ้าตัวจะหันมาถามผมอีกครั้ง นั่นทำให้ผมต้องหันไปมองเพื่อนทั้งสอง ฟ่งทำหน้าตาเหมือนจะมีอะไรพูดสักอย่าง จังหวะเดียวกันกับวินที่พยักหน้ารัวๆให้ผมไปด้วย

“คะ ครับ”

 ผมหันไปพูดกับคนตรงหน้าอีกครั้ง เมื่อได้ยินดังนั้นพี่เหนือก็ส่งยิ้มร่ามาให้อีกทั้งเพื่อไม่ให้เสียมารยาทผมจงหันไปส่งยิ้มให้อิงห้าที่ยืนอยู่ข้างพี่เหนือเช่นกัน

               เนื่องจากเมื่อเช้าไอ้สองคนมันเกิดอยากขึ้นเมล์มอมาเรียนทำให้ตอนไปร้านอาหารทำให้เราต้องติดรถพี่เหนือไปด้วย รู้มาตลอดว่าฐานะทางบ้านพี่เหนือดีขนาดไหนแต่ไม่คิดว่าจะรวยขนาดที่พี่เขาขับรถราคาหลักล้านขนาดนี้ เนื่องจากพวกผมเป็นผู้ชายจึงให้อิงฟ้านั่งข้างหน้า ส่วนด้านหลังที่เป็นวินนั่งกล้าและเป็นผมกับฟ่งขนาบข้างซ้าย - ขวา กลิ่นหอมอ่อนๆในรถก็ไม่สามารถช่วยระบายอารมณ์เศร้าของผมในตอนนี้ได้ แต่ระหว่างนั้นวินก็สะกิดผมเบาๆพร้อมชูโทรศัพท์มือถือของตนขึ้น พร้อมพูดไม่ออกเสียงว่าให้ดูโทรศัพท์ เมื่อได้ยินดังนั้นผมจึงล้วงเอามือถือในกระเป๋ากางเกงตัวเองขึ้นมาดู

               เป็นข้อความจากวินส่งมา บอกว่าที่สองคนนั่นตัดสินใจมากับพี่เหนือเพราะอยากรู้เหมือนกันว่าพี่เขาคิดอะไรอยู่ แต่ถ้าตามพวกมันคิดคือพี่เขาแคร์ความรู้สึกผมเช่นกัน หรือมันจะเป็นอย่างไรวันนี้ก็คงได้รู้ หลังจากอ่านข้อความนั้นเสร็จผมจึงหันมองไอ้สองคนที่ส่งยิ้มมาให้กัน แต่ไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไรออกไปเสียงพี่เหนือก็ดังขึ้นเสียก่อน

“ว่าแต่เราจะกินอะไรกันครับ”  พี่เหนือหันไปถามผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มพร้อมกับหันมาถามพวกผมอีกครั้ง

“ฟ้าอยากกินชาบูค่ะ” เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นยิ้มๆ แต่ในจังหวะเดียวกันนั้นที่ทำเอาผมถึงกับนิ่งเมื่อมือของพี่เหนือวางลงบนผมนิ่ม

“ตลอดล่ะเรา” ตลอดล่ะเรา? ตลอดล่ะเรางั้นเหรอ? ประโยคนี้มันหมายความว่ายังไงกัน เขาสองคนรู้จักกันตั้งแต่แรกเหรอ...

ขณะที่พวกผมกำลังนิ่งเงียบกันอยู่นั้น คนตัวเล็กด้านหน้าก็หันมาถามอีกครั้ง

“สามคนด้านหลังว่ายังไงคะไม่ต้องตามเราก็ได้นะ อ่อลืมแนะนำตัวเราชื่ออิงฟ้านะ ชื่ออะไรกันบ้างน่ะ” พวกเรามองหน้ากันสลับไปมาก่อนไอ้ฟ่งจะพูดแนะนำตัวตามด้วยวินและคนสุดท้ายคือผม

“เราชื่อองศาเรียนภาคเดียวกันหมดทั้งสามคน พวกเรากินอะไรก็ได้ง่ายๆ” ใช่อะไรที่มันให้ไปง่ายๆเขาย่อมไม่เห็นคุณค่าหรอกเหมือนมาถูกให้เขาย่ำยีใจยังไงไม่รู้...

“งั้นชาบูก็ได้ค่ะ ร้านหลังมอนะพี่เขาว่าอร่อยๆ”   อิงฟ้าหันไปพูดกับคนข้างกายพร้อมส่งยิ้มจนตาหยีไปให้คนข้างกายพี่เหนือหันมาถามพวกผมอีกครั้ง เมื่อตกลงกันได้รถจึงค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากโรงจอดรถ

               ตลอดระยะทางจากคณะมายังหลังมอทั้งที่ระยะทางในการขับรถดูเหมือนไม่ไกลเท่าไร แต่ใจผมที่มันภาวนาให้ถึงทุกๆหนึ่งนาทีมันโคตรทรมาน ตลอดเวลาบนรถมีเพียงเสียงพูดคุยของคนด้านหน้าพร้อมพี่เหนือที่หันมาชวนคุยด้านหลังบ้าง ผมจมอยู่กับความคิดตนเองอยู่นานจนกระทั่งแรงสะกิดเบาๆจากคนนั่งข้างกัน

“องศาถึงร้านแล้ว”

วินพูดขึ้นพร้อมแววตาเป็นห่วง ผมพยักหน้าให้เพื่อนเล็กน้อยแต่จังหวะที่กำลังเงยหน้ามองไปยังร้านตรงหน้า สายตามันกับปะทะเข้ากับสายตาของคนที่กำลังมองมาทางผมผ่านกระจก นั่นทำให้ผมต้องรีบก้มหน้าลงททันที เสียงปลดล็อครถพร้อมกับอิงฟ้ากำลังเปิดประตูรถแต่เสียพูดนิ่งๆของคนขับดังขึ้นเสียก่อน

“อิงฟ้าพี่กับเราเป็นอะไรกันนะ”   คนถูกถามมีสีหน้างุนงงเล็กน้อยพร้อมจังหวะเดียวกันที่เสียงหวานใสถามขึ้น

“อะไรเนี้ยพี่เหนือ มาถงมาถามเราเป็นอะไรกันหรือมีคนตรงให้แคร์ขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ใช่เพราะคนนี้พี่แคร์เขามาก ๆ เลยไงถึงให้เรายืนยัน”  พี่เหนือพูดขึ้นจริงจังพร้อมหันมามองทางผมนั่นพลอยทำให้อิงฟ้าหันมองตามเช่นกัน

“อ๋ออย่างนี้นี่เอง.... เรากับพี่เหนือเป็นลูกพี่ลูกน้องกันน่ะ องศาไม่ต้องกังวลนะ” อิงฟ้าส่งยิ้มร่ามาให้พร้อมเสียงร้องฮื่อเบาๆดังมาจากสองคนที่นั่งถัดกันไป

“มะ ไม่ใช่นะครับผมไม่ได้คิดมากอะไรเลย” แค่ตลอดระยะทางกูน้ำตาจะซึมแล้ว

“หว่า~ พี่เรารับน้ำใบบัวบกสักแก้วไหมคะ”  อิงฟ้าพูดขึ้นอย่างหยอกล้อ ก่อนพี่เหนือจะหันไปพูดเสียงดุ

“รีบไปจองโต๊ะเลย หรือไม่กินแล้วพี่จะได้พากลับเลย”  คนตัวเล็กส่ายหน้าหวือทันทีพร้อมเจ้าตัวที่หันไปชวนฟ่งกับวินไปจองโต๊ะด้วยกัน และดูเหมือนเพื่อนสองคนจะช่วยกันดีมากเพราะเมื่อเขาชวนก็รีบเปิดประตูออกไปทันที ทำให้ตอนนี้เหลือผมกับพี่เหนือที่ยืนอยู่หน้าร้านแทน จังหวะที่กำลังเดินเข้าไปด้านในแรงกอดรั้งตรงช่วงคอทำให้ร่างทั้งร่างหยุดชงักด้วยความตกใจ

“พี่กับอิงฟ้าเราเป็นแค่พี่น้องกันจริง ๆ เลิกงอนพี่ได้ไหมครับ”น้ำเสียงออดอ้อนนั่นทำให้ผมถึงกับนิ่งอึ้งไปทันที

“ผะ ผมไม่ได้งอนสักหน่อย” กว่าจะหาเสียงตัวเองเจอผมก็รีบหันไปปฏิเสธอีกฝ่ายแทบทันที

“ถ้าไม่งอนก็ช่วยยิ้มหวาน ๆ ให้พี่เชื่อก่อนสิครับ ยิ้มแบบนี้ ๆ ”  ใบหน้าของคนกอดคอผมไว้แน่นโน้มใบหน้าลงมา ทำให้ตอนนี้หน้าเราห่างกันไม่ถึงคลืบด้วยซ้ำ

“พะ พี่เหนือคนเยอะ” มืออีกข้างที่พยายามดังหน้าอกอีกฝ่ายออกแต่ดูเหมือนเรี่ยวแรงผมมันจะหายไปตั้งแต่เจอทั้งคำพูด ทั้งรอยยิ้มของพี่เขาแล้ว

“คนเยอะก็ต้องรีบยิ้ม”คราวนี้พี่เหนือไม่ว่าเปล่ายังใช้นิ้วจิ้ม ๆ ลงบนแก้มผมอีกครั้ง ดูท่าทางพี่เขาจะไม่ปล่อยแน่ ๆ ถ้าผมไม่ยิ้มให้ เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงส่งยิ้มจนตาหยีไปให้พี่เหนือทันที แต่ในเวลาเดียวกันที่เจ้าตัวพูดขึ้นเบา ๆให้ได้ยินกันเพียงสองคน

“น่ารักมากครับ”

 จบคำพูดเป็นจังหวะที่พี่เหนือยิ้มจนแก้มบุมเป็นลักยิ้มสองข้าง และมันเป็นจังหวะเดียวกันที่ผมหุบยิ้มลงพร้อมกับใจที่มันเต้นรัวแทบไม่เป็นจังหวะ 

 

 

หายไปนานเลยคิดถึงทุกคนนะคะ ^^ 

ฝากน้ององศาด้วยนะคะ ตอนนี้หัวใจน้องทำงานหนักแล้วค่ะทุกคน>////<

#เหนือองศารัก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 544 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

471 ความคิดเห็น

  1. #468 toey2468 (@toey2468) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 / 21:45
    เขินอะเขิน ฮืออออ
    #468
    0
  2. #463 Mareemintty (@Mareemintty) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 11:02
    เก็บทุกช็อตเลยพี่เหนือออ
    #463
    0
  3. #456 MinorA (@aun-aom) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 / 22:34
    เอาวะ ขนาดนี้แล้ว... คบเลยยยยยย
    #456
    0
  4. #449 JKhottest0115 (@JKhottest0115) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 08:42
    ชอบอะ รู้ด้วยว่าน้องคิดอะไร แปลว่าสังเกตตลอดเลยสินะ
    #449
    0
  5. #446 CB_____17 (@CB_____17) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 23:40
    กี้สสสสสสสส
    #446
    0
  6. #411 ENJOY_EVERYDAY (@pink-peat) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2563 / 21:06
    แพ้ว่ะ แพ้ผู้ชายแบบพี่เหนือ แค่มองก็รู้แล้วว่าน้องคิดอะไรอยู่
    #411
    0
  7. #363 ๋J__N__T___ (@jigsaw2048) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 15:58

    อ๊ายยยยยยย เขินพี่เหนือหนักมากกกก พี่คือพี่เหนือญาณทิพย์รู้ใจน้องว่าเค้างอนด้วย
    ถ้าเด็กดีสามารถใส่สติ๊กเกอร์ได้หลายตัวเราอยากจะใส่รูปเขินซัก3-4อันเลยค่ะ
    #363
    0
  8. #356 laddawan7 (@laddawan7) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2563 / 20:41

    รู้สึกแพ้พี่เหนือออมากกกกกกก

    โอ้ยยยฉันเหมือนนไม่ไหวเลยยยยย
    #356
    0
  9. #347 hh_9094 (@9094_hh) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2563 / 00:50
    พี่เหนือรุนแรงมากกกก
    #347
    0
  10. #333 Wanisa2020 (@Wanisa2020) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 22:28
    รู้เเล้วค่ะว่ายิ้มจนเเก้มเเตกมันเป็นยังไง เพราะเรากำลังเป็นค่ะ งุ้ยยยยมันตะเร็กกกตะน้อยยยกรี้ดดดดดด้วพีบพุจพดีบดจีดรลดรลพกว
    #333
    0
  11. #297 Applewalaiphorn (@Applewalaiphorn) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 16:45
    รอจ้าาา
    #297
    0
  12. #295 pxrn (@Parnza_mb) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 22:27
    เขินพี่เหนือไม่ไหววว คถคุณไรท์ค่า💘
    #295
    0
  13. #294 กระเป๋าตุง? (@chinkangsen) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กันยายน 2563 / 07:50
    อิพี่ใจน้องบ่ดีเลยฮื่ออออออ เขินแทนองศาเลย
    #294
    0
  14. #292 KOROAkra (@KOROAkra) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 00:52
    ไม่ไหวแล้วววหัวใจทำงานหนักมากกกก
    #292
    0
  15. #288 glasss (@glasss) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 16:07
    ชอบมากกกกกกก เขินนนนน
    #288
    0
  16. #286 pawpanida (@pawpanida) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 13:26
    ตายยยยยๆๆๆๆ เขินตัวจัแตก
    #286
    0
  17. #283 chompooArmy (@chompooArmy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 11:16
    ใจเต้นตามองศาเลยค่ะ 555
    #283
    0
  18. #282 Gift2524 (@Gift2524) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 22:26
    คิดถึงไรท์คะ...แต่อ่านแล้วใจเต้นโครมครามเลย
    #282
    0
  19. #281 GFMB (@GFMB) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 20:08
    ไรท์คะ เครื่องปั้มหัวใจ รีดกลัวจะได้ใช้มาก55555 หนักมากไม่ไหวว เขินนน

    แต่องศา น่าจะมีคนผายปอด! อร๊ากกกก เขินนนน ตาลอยยย5555555
    #281
    0
  20. #280 GFMB (@GFMB) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 20:07
    เกือบแล้วววว เกือบไปแล้วนะพี่เหนืออ

    อิแม่กำไม้แน่นมาก! ถ้าซ้ำรอยนะ อื้อหืออ งานหยาบเลย น้องคือเป็นฝังใจมาก สงสารน้องงง

    ใจเจ็บบบบ กล้าๆกลัวๆ สงสารรไอต้าวว

    ขำดิว5555555 แด๊ดดี๊อะไรไม่ได้แปลว่าพ่อ!? 555555 ก็คือ แด๊ดดี๊ที่ไม่ได้แปลว่าพ่อไงดิววว~>//<555555 เพื่อนคือ เอเนอร์จี้ดีมาก ชอบ! หนักกว่าสาววายอีก5555555 ทั้งขำทั้งเอ็นดู
    พี่เหนือหวงเก่งง แต่รอบนี้ คือ รุกแรงจริง! รุกแรงมาก เหมือนพี่จะพยายามชัดเจนในทุกๆอย่างเลยแหละ น้องเข้าใจผิดก็อธิบายย~ โอ๊ยยน๊ออ~ พ่อกลัวอะไรแหละ ดูออก ที่ทำต่อหน้าคนเยอะๆอ่ะ อันนั้นพ่อเปิดตัวช้ะ!!! รู้นะ!

    ปล.และแล้ว ชั้นก็อ่านวนอีกรอบ555555555555 มูฟออนไม่ได้เลยเรื่องนี้อ่ะ555555 คือเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ เกินสิบแล้วอ่ะ555555 เสพความฟินแบบกาวๆเลย จำบทไม่ได้นะ5555
    #280
    0
  21. #279 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 19:50
    อ้ายยยย โล่งอกใช่มั๊ย องศา และเพื่อนๆ เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องกันจ้า
    #279
    0
  22. #278 GFMB (@GFMB) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 19:33
    คือของเรา ไม่แจ้งเตือน แงงง
    #278
    0
  23. #277 GFMB (@GFMB) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 19:33
    กรี๊ดดดดด มาแล้ววว
    #277
    0
  24. #276 984363270 (@0984363270) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 18:31
    ีเา้ักนเึนีี้นำึรนะยะนัร!!!!!! อ๊ายยยยยยย!!!!! เขินหมอนขาดแล้วค่ะ!
    #276
    0
  25. #270 AreeyaBubphamart (@AreeyaBubphamart) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 14:49
    รุกแรงมากพ่อเอ้ย
    #270
    0