เหนือองศารัก (Yaoi)

ตอนที่ 5 : มันไม่ใช่พรหมลิขิตหรอก แต่มันเป็นพี่เขาลิขิตต่างหาก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,347
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 618 ครั้ง
    11 ส.ค. 63

 

 

               เสียงทุ้มต่ำกับอุณหภูมิของฝ่ามือของเขาคนนั้นองศายังรู้สึกว่ามันติดอยู่บนศีรษะตนอยู่เลยทั้งๆที่มันผ่านมาอีกวันแล้วก็ตาม และวันนี้สภาพไอ้องศาคนนี้ก็ขอบตาคล้ำเป็นหมีแพนด้ายิ่งกว่าพี่ปีสี่ที่ทำธีสิสเสียอีก นอกจากไอ้เหตุการณ์เมื่อวานซึ่งทำให้หัวใจเด็กปีหนึ่งต้องสั่นคลอจนนอนไม่หลับแล้วนั้น วันนี้ผมมีเรียนตั้งแต่เช้าอีกข้าวเช้าก็ไม่ได้กินอีกทั้งวันนี้เรียนถึงสิบโมงเช้ามีเรียนอีกครั้งก็บ่ายสองเลย แต่เพราะวันนี้พวกผมตั้งใจจะเลือกชุมนุมกันอีกสองคนซึ่งอยู่ต่างคณะมีเวลาตรงพวกผมแค่ช่วงห้าโมงเช้า - บ่ายโมงครึ่งเท่านั้น

“ พวกมึงจะแวะซื้อขนมปังไปกินในห้องเรียนก่อนไหมล่ะ นมๆล่ะกินไหม ”

 เสียงถามขึ้นด้วยความตื่นเต้นของฟ่งทำให้ผมกับวินต้องหันไปมองไอ้คนที่ชี้ๆไปทางมินิมาร์ทขนาดเล็กที่ข้างในมีนักศึกษาเข้าไปซื้อของกินรองท้องตอนเช้าจนร้านแน่นขนัดไปหมด ผมน่ะความง่วงมันมีมากกว่าความหิวเสียอีกนี่ก็ไม่รู้จะฟุบหลับกลางอากาศระหว่างเรียนไปไหม

“ เราก็รู้สึกหิวๆเหมือนกัน องศานั่งรอตรงโต๊ะก็ได้พวกเราจะไปซื้อของให้เอง เอาเครื่องดื่มชูกำลังสักขวดไหม ”  

คำถามของวินทำให้ผมในตอนแรกไม่รู้จะเข้าไปซื้ออะไร แต่พออีกฝ่ายพูดถึงเครื่องชูกำลังขึ้นมาตอนนี้มันกลับกลายว่ามันเป็นสิ่งที่ผมต้องการเป็นอย่างมาก แม้น้อยนักที่ผมมานั่งกินอะไรแบบนี้แค่มาอยู่ไม่ถึงเดือนก็ทำให้ผมอาการเป็นถึงขนาดนี้ไม่รู้ต่อไปจะเป็นอย่างไร

“ เดี๋ยวกูไปซื้อด้วยดีกว่า ว่าจะหากินอะไรรองท้องสักหน่อย ”

 เมื่อผมพูดจบคนข้างกายก็พยักหน้าหงึกหงักอย่างเข้าใจ ก่อนไอ้คนออกความคิดอย่างไอ้ฟ่งจะเดินลิ่วๆเข้ามินิมาร์ทไปก่อนแล้ว เนื่องจากเวลาที่กระชั้นชิดกับนักศึกษาที่อัดแน่นกันในสถานที่เล็กๆแห่งนี้ทำให้พวกเราต้องรีบซื้อของกัน

   

            ผมเดินตรงดิ่งไปยังตู้แช่เครื่องดื่มด้านหลังซึ่งเครื่องดื่มชูกำลังถูกแอบๆไว้2-3แถวชิดผนังอีกฝั่ง ดวงตากลมโตกวาดมองสักครู่ว่าตนดื่มตัวไหนได้บ้างก่อนผมจะหยิบเครื่องดื่มมาขวดหนึ่ง ผมเป็นคนหนึ่งที่ดื่มกาแฟไม่ได้เลยทั้งแบบกระป๋องสำเร็จรูปทั้งแบบชงมันทำให้ผมท้องเสียซึ่งผมเข็ดจริงๆ

“ องศาเรากับฟ่งไปดูขนมขบเคี้ยวนะ ”  วินพูดขึ้นพร้อมจังหวะเดียวกันที่เจ้าตัวชูห่อขนมปังสองห่อขนมคล้ายเป็นการสื่อว่าตนเลือกของกินรองท้องไว้แล้วแต่ขนมขบเคี้ยวถือว่าเป็นอะไรกินเล่นๆแก้ง่วง ไม่รู้กินขนมจะทำให้แก้ง่วงหรือง่วงไปกว่าเดิมก็ไม่รู้

“ เออเดี๋ยวกูตามไป เลือกขนมปังก่อน ”

 วินพยักหน้าเข้าใจก่อนเจ้าตัวจะเดินเลี่ยงไปหาฟ่งอีกฝั่ง เมื่อเห็นดังนั้นผมจึงหันมาสนใจขนมปังที่เรียงรายเต็มชั้นจนเลือกแทบไม่ถูกว่ากินอะไรดี สายตาผมกวาดมองเรื่อย ๆเพราะไม่รู้จะกินอะไรดีแต่สายตากับปะทะเข้ากับขนมปังไส้พริกเผาหมูหย็องที่เหลือบนชั้นแค่ห่อเดียว เมื่อเห็นดังนั้นผมจึงเอื้อมมือไปหยิบของที่วางเยื้องออกไป

               แต่อยู่ๆมือของใครอีกคนก็หยิบของในชั้นไปเสียก่อน แต่ภาพนั้นมันแทบทำหัวใจไอ้องศาคนนี้เต้นรัวแทบไม่เป็นจังหวะเมื่อข้อมือของคนหยิบขนมปังตัดหน้าผมไปนั้นสวมนาฬิกาข้อมือคุ้นตา และดูเหมือนจมูกผมจะดีจนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆจากร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างกัน เมื่อทุกอย่างมันประมวลในหัวสมองในเวลาอันรวดเร็วผมจะก้าวถอยหลังเพื่อจะหนีทันที แต่เสียงทุ้มต่ำเรียกชื่อผมดังขึ้นเสียก่อน และนั่นเป็นสิ่งยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าสิ่งที่คิดเป็นเรื่องจริง

“ องศาเอาไปเถอะ ” คนข้างกายยื่นขนมส่งมาให้ผม ในมืออีกข้างของเจ้าตัวถือแก้วกาแฟราคาแพงที่ผมไม่แม้จะคิดเข้าไปซื้อกิน

ผมไม่กล้าเงยหน้ามองพี่เขาโดยตรงชุดที่อีกฝ่ายใส่วันนี้มันดูแตกต่างไปจากเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้มหรือเสื้อนักศึกษาสีขาว ซึ่งตอนนี้พี่เขาอยู่ในชุดแบบสวมสีเทาเข้ม ผมเคยเห็นรุ่นพี่บางคนใส่ตั้งแต่วันแรกๆที่เข้ามาอยู่ที่นี่ เห็นฟ่งมันเคยบอกว่าส่วนมากจะเป็นภาคหลักๆที่ต้องลงปฏิบัติที่ต้องใส่ชุดนี้ ชุดต่างสีไปตามภาคที่ตนเรียนผมเคยเห็นคนใส่ชุดนี้สีนี้แต่มันกลับไม่ได้รู้สึกใจเต้นรัวแบบนี้สักนิด แต่พอคนตรงหน้ามาอยู่ในชุดแบบนี้ทำไมผมต้องใจเต้นรัวขนาดนี้ 

“ มีเรียนเช้าเหรอเรา ” อีกฝ่ายยังถามออกมาอีกครั้งเมื่อผมไม่ได้ตอบกลับอะไรออกไปตั้งแต่เรื่องขนม ทั้งๆมือของอีกฝ่ายยังถือขนมชิ้นนั้นยื่นให้ผมอยู่ก็ตาม ผมพูดไม่ออก...

ตอนนี้ไอ้องศามันไม่รู้ควรทำอย่างไรดีแต่ถ้าเดินหนีอีกฝ่ายดื้อๆคงเป็นการเสียมารยาทอย่างแน่นอน เมื่อคิดได้ดังนั้นผมจะส่ายหน้าตอบกลับไป แต่ชั่วครู่สั้น ๆที่ผมส่ายหน้าตอบกลับพี่เขาไปเสียงร้องทักจากด้านข้างทำให้เราสองคนต้องหันไปมอง

“ สวัสดีค่ะพี่เหนือวันนี้เรียนเช้าเหรอคะ ”  

ภาพตรงหน้าผมเป็นพี่ผู้หญิงพี่ผู้ชายที่อยู่ในเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้มสองสามคน แต่คนที่ยืนมองหน้าพี่เหนือยิ้มๆข้างคนพูดนั้นทำให้ผมต้องก้มหน้ามองขวดเครื่องดื่มในมือตนอีกครั้ง กลุ่มพี่คนนั้นอีกแล้ว...   ดูเหมือนว่าพี่เหนือจะส่งยิ้มให้พี่ชื่อหญิงด้วยเขาทั้งสองคงรู้จักกันสินะ ผมไม่ชอบอาการห่อเหี่ยวในใจของตนเองตอนนี้เลย

“ เราเอาขะ... ”

“ ผมขอตัวก่อนนะครับ ” 

ยังไม่ทันที่พี่เหนือจะพูดจบเป็นผมที่นิสัยเสียพูดขึ้นเสียก่อน พร้อมหันไปพงกหัวให้กับพี่ๆที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็นการบอกลาไปด้วย ในเวลาเดียวกันที่ผมเดินไปหาวินกับฟ่งอีกฝั่งทันทีทั้งๆที่ในมือตนเองมีแค่เครื่องดื่มชูกำลังแค่ขวดเดียว ผมรู้ว่าตัวเองนิสัยเสียแค่ไหนแต่ผมไม่ชอบเลยที่พี่เขาเป็นคนนิสัยดีกับทุกคนแบบนี้

“ อ้าวองศาไปเลือกขนมปังตั้งนานทำไมได้มาแค่เครื่องชูกำลังล่ะ ” ผมเงยหน้ามองคนพูดซึ่งตอนนี้สองมือเต็มไปด้วยห่อขนม ก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองคนด้านหลังในเวลาเดียวกันกับที่ไอ้ฟ่งทำเพียงเลิกคิ้วเป็นคำถามเท่านั้น

“ เปล่าหรอกกูไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ ไปเถอะ ” ผมหยิบขนมในชั้นมาถุงหนึ่งก่อนจะบอกให้พวกมันไปจ่ายเงินได้แล้วกว่าจะนั่งกินระหว่างเข้าห้องเรียนอีก ถ้าไม่รีบจ่ายเงินเดี๋ยวไม่มีเวลากินอะไรรองท้องสองคนพยักหน้าตามก่อนเราจะเดินไปจ่ายเงิน

“ องศานั่นพี่เหนือนี่นา ”  คนกำลังยืนรอจ่ายเงินข้างหลังผมพูดขึ้นเบา ๆ พร้อมเจ้าตัวเพยิดหน้าไปทางอีกแถวที่ชิดกำแพงอีกฝั่ง

“ อะหื้อ... พี่เขามองมาด้วยครับ โอ๊ย ๆ กูล่ะอยากเดินไปเปลี่ยนแถวให้พี่เหนือมาต่อกับมึงเหลือเกินครับเพื่อน ”

  ไอ้ฟ่งหันมากระซิบกับผมเสียงเบา ภาพตรงหน้าดูเหมือนพี่เขาจะต่อแถวเพื่อจ่ายเงินต่อจากเพื่อนปกติแต่คนที่อยู่ด้านหลังพี่เขามันทำให้ผมแทบอยากหันหน้าหนีในวินาทีเดียวกับที่หันไปเจอ ยังไม่ทันผมจะพูดอะไรคนด้านหลังก็พูดขึ้นเสียก่อน

“ ด้านหลังพี่เหนือใช่พี่ผู้หญิงที่ชอบพี่เขาหรือเปล่า ”  วินพูดขึ้นเบา ๆ ก่อนเจ้าตัวจะหันมามองหน้าผมรวมทั้งฟ่งที่ยืนอยู่ด้านหน้า ผมทำเพียงพยักหน้าตอบกลับไป ในจังหวะเดียวกันที่ฟ่งจ่ายเงินพวกเราจริงไม่ได้คุยอะไรกันต่อจากนั้น

               หลังเราเรียนวิชาช่วงเช้าเสร็จในช่วงสิบโมงเช้าบริเวณโถงกว้างในอาคารเรียนรวมตอนนี้กลับแน่นขนัดไปด้วยนักศึกษาปีหนึ่งที่ต่อคิวกันลงชื่อในชุมนุมต่าง ๆ  ที่มีพี่ ๆ มาตั้งป้ายเชิญชวนน้อง ๆ เข้าชมรมตนอยู่ แต่เพราะพวกเราต้องรอบูมกับติวซึ่งเลิกเรียนช่วงห้าโมงเช้าด้วย เราสามคนจึงเลี่ยงมานั่งลงบนโต๊ะไม้ยาวอีกฝั่งหนึ่งของห้องโถงแทน

“ องศานอนต่อก็ได้ เดี๋ยวถ้าพวกติวมาเราจะเรียก ” 

ผมพยักหน้าให้อีกคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกันก่อนจะใช้กระเป๋าของตนเองต่างหมอน แต่ซบหน้าลงบนกระเป๋าได้ไม่นานแรงสะกิดเบา ๆ ตรงมือทำให้ผมต้องเงยหน้ามองคนตรงหน้าทั้งสองคน

“ เดี๋ยวพวกกูไปซื้อน้ำก่อนนะ มึงเอาอะไรไหม ”

 เป็นฟ่งถามขึ้นขณะเดียวกับที่พวกมันทั้งสองลุกขึ้นยืน ผมส่ายหน้าว่าไม่เอาอะไรพวกมันจึงเดินไปทิศมินิมาร์ททันที เมื่อเห็นดังนั้นผมจะเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าทั้งสองคนมาวางไว้ใกล้ตัวกว่าเดิมพร้อมกับที่ซบหน้าลงกับกระเป๋าตนเองอีกครั้ง ไม่รู้ว่าครั้งนี้ผมหลับไปนานเท่าไหร่แต่เสียงเรียกชื่อและแรงสะกิดทำให้ผมสดุ้งตื่นอีกครั้ง

“ ไงวะมึง ไปอดหลับอดนอนมาจากไหน ” เป็นไอ้บูมตบลงบนบ่าผมปุ ๆ พร้อมเจ้าตัวนั่งลงข้างกัน ถัดไปเป็นบูมซึ่งกำลังวางถุงขนมลงบนโต๊ะ แต่เสียงพูดของผู้เพิ่งกลับมาจากการซื้อน้ำกลับพูดขึ้นด้วยสีหน้างง ๆ

“ อ้าวองศาไปซื้อขนมมาตั้งแต่ตอนไหน ” ถุงขนาดกลางถูกยกขึ้นพลางคนพูดหันมองมาที่ผมคล้ายสงสัย นั่นกลับทำให้ผมส่ายหน้าหวือทันทีเพราะไม่รู้เหมือนกันว่าไอ้ขนมถุงนี้มาได้ยังไง ตั้งแต่สองคนนั้นไปผมก็หลับจริง ๆเพราะดูเหมือนเครื่องดื่มชูกำลังจะไม่สามารถช่วยอะไรได้มากเท่าที่ควร

“ มันไม่ใช่ของกู ” ผมพูดออกไปตรงๆก่อนจะได้สีหน้าสงสัยจากพวกมันทั้งสี่คน

“ จะไม่ใช่ของมึงได้ยังไงก็มันวางอยู่ข้างแขนมึงเลยนะเว้ย ” ฟ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังพร้อมมืออีกฝ่ายยื่นมาตบลงบนโต๊ะ

“ ก็พวกมึงไปกูก็นอน มารู้สึกตัวตอนพวกมึงเรียกกูนี่แหละ ” ผมมองไปยังถุงในมือวินก่อนคนถือจะค่อย ๆ หยิบของในถุงออกมา มีทั้งขนมขบเคี้ยวทั้งขนมปังอีกสองสามห่ออีกทั้งยังมีนมขนาดกลางอีกขวดแต่นั่นกลับไม่น่าสนใจเท่ากระดาษแผ่นเล็ก ๆ ซึ่งถูกวินจับออกมาเป็นชิ้นสุดท้าย

เจ้าตัวหันมองหน้าทุกคนรอบ ๆ ก่อนมาหยุดอยู่ที่ผม คล้ายวินขอคำอนุญาตว่าตนจะเปิดอ่านแผ่นนี้ได้ไหม แต่ผมเองก็ไม่รู้ว่าเจ้าของถุงขนมถุงนี้คือใครถ้าเกิดเขาให้ผิดคนล่ะ เมื่อคิดได้ดังนั้นผมจึงพยักหน้าให้อีกฝ่ายไป

“ ข้างในเขียนว่า... แลกกันกับขนมเมื่อเช้า องศา... ” ข้อความในแผ่นกระดาษที่วินได้อ่านนั้นทำให้ผมใจเต้นรัวแทบจะทันทีเมื่อฟังจบ ถ้าเรื่องขนมก็คงไม่ใช่ใครนอกจากพี่คนนั้น...

“ องศาขนมถุงนี้ขององศาจริง ๆ ด้วย ”  วินพูดขึ้นพร้อมส่งยิ้มกว้างมาให้ผมแต่ผ่านไปไม่นานอีกฝ่ายก็ค่อย ๆ หุบยิ้มลง

“ แล้วใครเป็นคนให้ขนมถุงนี้ล่ะ ในเมื่อองศาก็ไม่รู้ ”

 คนถือขนมพูดขึ้นทั้งมองขนมในมือตนเอง ทั้งหันมองหน้าผมด้วยความสงสัย เป็นผมเองที่ไม่รู้จะบอกเพื่อนตรงหน้าไปอย่างไรต่อให้จะรู้ก็ตามว่าคนให้คือใคร แต่ขณะผมกำลังหาเหตุผลบ่ายเบี่ยงเรื่องนี้อยู่นั้น เสียงหัวเราะดังลั่นของคนที่นั่งข้างวินก็ทำให้เราต้องหันไปมองยังต้นเสียง 

“ มันจะเป็นใครไปได้ไอ้วิน...  เมื่อเช้ามันเป็นหมาหงอยกลับมาหลังจากไปยืนเลือกขนมปัง ”

  ไอ้ฟ่งพูดออกมาอย่างเนิบนาบ ก่อนมันจะส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาทางผม แล้วฟ่งมันโคตรขี้โกงที่ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นจนทำให้ทุกคนต้องลุ้นไปกับมัน ผมซึ่งกำลังจะบอกให้มันหยุดพูดได้แล้ว แต่เป็นไอ้ติวยกมือมันขึ้นมาปิดปากผมเสียก่อน

“ อื้อไอ่อัด! อ่อยอู... ไอ่อินอาอังอัน อื้ออ่อยอู ” (ไอ้สัด! ปล่อยกู...ไอ้วินอย่าฟังมัน ปล่อยกู)ผมหันไปสั่งไอ้คนกำลังใช้มือมันปิดปากผมอยู่แต่ไอ้ติวกลับลอยหน้าลอยตา สุดท้ายผมต้องหันไปบอกไอ้วินซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

“ ไม่ครับถ้าเป็นเรื่องนี้ผมจะไม่ช่วยองศาเพราะผมก็อยากรู้เหมือนกัน แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่องศาไปเลือกขนมล่ะครับฟ่ง ” ไอ้วินทำไมมึงต้องหัดเป็นคนขี้สงสัยอะไรตอนนี้ด้วยวะ!

“ มันจะอะไรอีกล่ะครับเพื่อนวิน ก็หลังจากเพื่อนองศาของมึงหน้าหงอยกลับมาสักพักเราก็เห็นพี่เหนือฝั่งไอ้องศาเพิ่งเดินมา ตอนมึงบอกว่าพี่เหนือมันก็ไม่เห็นจะตกใจอะไรเลยและถ้ากูจำไม่ผิดในมือพี่เหนือมีขนมปังอยู่ห่อหนึ่งด้วย... ”  ตรง! ตรงทุกอย่าง มันต้องเป็นยอดนักสืบโคนันปลอมตัวมาอย่างแน่นอน คนตรงหน้ามันต้องไม่ใช่เพื่อนผม!

“ องศานี่ของพี่เหนือเหรอ! ” วินมองขนมบนโต๊ะพร้อมเงยหน้ามองผมด้วยสีหน้าตื่นเต้น ในเวลาเดียวกันกับเสียงหัวเราะดังลั่นดังมาจากไอ้คนนั่งถัดไอ้ติวไป 

“ มึงอย่าไปถามอะไรมันเลยวินมันไม่มีทางบอกมึงหรอก กูสรุปให้เลยว่ามันคือเรื่องจริง ” บูมมันพูดขึ้นพร้อมส่งสายตาล้อเลียนมาให้ผม ก่อนร่างแยกของโคนันอย่างไอ้ฟ่งจะพูดขึ้นอีกครั้ง

“ แม่นแล้วครับบูมเพื่อนเลิฟ เพราะเพื่อนมึงมันรับบทนางงอนจนผู้ชายเขาต้องหอบขนมมาง้อถึงที่นี่ไงล่ะ! ”

  คำพูดบ้าบอคอแตกของไอ้ฟ่งทำให้ผมพยายามดิ้นให้หลุดจากติวเพื่อจะได้อธิบายอะไรบ้าง แต่ไอ้นี่มือเหนียวยิ่งกว่าตุ๊กแกอีก

“ อะหู้...หน้าแดงแจ๋เลยว่ะ ฮ่า ๆ ” 

ฟ่งมันพูดขึ้นอีกครั้งพลางชี้มาทางผมก่อนไอ้พวกที่เหลือจะมองมาด้วย ยิ่งไอ้คนนั่งใกล้ผมใช้แขนที่ว่างอีกข้างของมันมารั้งต้นคอผมไว้แน่นพร้อมไอ้ติวจะยื่นหน้าหล่อ ๆ ของมันมาใกล้ผมมากว่าเดิม

“ ไหนดูดี ๆ สิวะ อะหื้อ... แม่งหน้าเน้อแดงไปหมดแล้วไอ้องศา พอหน้าแดง ๆ แบบนี้แล้วมึงนี่หน้ามั่นไส้สุด ๆ ไปเลย ”  คนพูดผละมือที่ปิดปากผมออก ก่อนมันจะปิดปลายจมูกผมเล่นพร้อมกับที่หัวเราะดังลั่นรวมทั้งไอ้เพื่อนอีกสามคน

“ พวกคุณทำอะไรกัน! ” 

เสียงพูดดังลั่นห้องโถงทำให้เราทั้งสองคนผละออกจากกันแทบจะทันที ก่อนเราทั้งหมดจะหันไปตามต้นเสียง ภาพตรงหน้าเป็นกลุ่มพวกพี่ว๊ากของคณะพวกผมแต่ไม่มีใครน่าสนใจไปเท่าร่างสูงตรงหน้าซึ่งใบหน้าอีกฝ่ายเหมือนกำลังโกรธอะไรสักอย่าง แต่สีหน้านั่นมันทำให้ผมรู้สึกชาไปทั้งร่างกาย

     หลังพี่เหนือพูดขึ้นรอบข้างพวกผมก็เกิดความเงียบเช่นกัน คนโดยรอบหันมามองกลุ่มพวกผมและกลุ่มพี่เหนือพร้อมกับหันกลับไปพูดคุยกันเป็นระยะ เพราะกลุ่มพี่เขาไม่มีใครพูดอะไรพวกผมที่ไม่รู้ว่าตนทำอะไรผิดก็ไม่กล้าแม้แต่จะพูดอะไรเช่นกัน แต่ในเวลาเดียวกันนั้นพี่คนนึงกระซิบบอกอะไรพี่เหนือสักอย่างก่อนพี่เหนือจะมีสีหน้าคลายความตึงเครียดลงพร้อมพยักหน้าให้พี่คนนั้นไป จากนั้นพี่เหนือได้เบี่ยงใบหน้าหนีจากพวกผม การกระทำที่ทำให้คนกำลังดีใจที่ได้ขนมจากพี่เขาอย่างไอ้องศาคนนี้ใจมันถึงกลับห่อเหี่ยวแทบจะทันที

“ พวกน้องทำอะไรกันครับ เสียงดังรบกวนเพื่อนคนอื่นเขาหมดแล้วรู้หรือเปล่าอีกฝั่งเขาก็กำลังลงทะเบียนชุมนุมกันอยู่ด้วยเบา ๆ  หน่อยนะครับมันรบกวนคนอื่น ”  พี่ผู้ชายยืนข้างพี่เหนือพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเนิบนาบปนตักเตือน 

“ ขอโทษครับ ” พวกเราทุกคนพูดขึ้นเบา ๆ  ก่อนพี่เขาจะพยักหน้าให้พร้อมกับบอกว่าอย่าลืมไปลงชุมนุมกันพวกผมเพียงพยักหน้ารับเท่านั้น ก่อนพวกพี่เขาจะเดินแยกไปยังตึกเรียนฝั่งหนึ่งของห้องโถงจังหวะพวกพี่เขาเดินยืนนั้น พี่คนนึงใช้มือตบลงบนบ่าพี่เหนือก่อนเจ้าตัวจะพยักหน้าส่ง ๆ  นั่นยิ่งทำให้ใจผมห่อเหี่ยวอยู่แล้วนั้นมันยิ่งเศร้าไปมากกว่าเดิม

“ พี่เหนือเป็นอะไรวะ...  /  เสียงพูดน่ากลัวกว่าพี่เขาเวลาอยู่ในห้องเชียร์อีก ” ฟ่งกับวินพูดขึ้นเบา ๆ  พวกมันมองหน้าผมนิ่ง ๆ ก่อนวินจะจับมือผมเขย่าไปมาพร้อมเจ้าตัวบอกว่าไม่เป็นไรนะ 

“ แต่เรื่องนี้เราผิดจริงนั้นแหละที่หัวเราะกันเสียงดัง มันไม่ได้เป็นเพราะมึงคนเดียวหรอกนะองศาพวกกูด้วยที่ผิด ” บูมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดพร้อมมันหันมาหาผม ใช่ผมไม่ควรมานั่งเศร้าขนาดนี้มันไม่ใช่ความผิดผมเพียงคนเดียว แต่เพราะแววตาโมโหนั่นมันทำให้ผมแทบอยากร้องไห้ออกมา ไม่มีสักครั้งที่ผมจะได้เห็นแววตาแบบนี้จากคนแบบพี่เหนือ

“ ไอ้ส่วนนั้นน่ะเราก็ผิดจริง แต่ที่พี่เหนือโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนี้กูว่าเพราะพี่เขามาเห็นกูกับไอ้องศาหยอกกันแบบใกล้ชิดเกินไปหรือเปล่า ก็นะอาจคิดว่ากูกับองศาเป็นแฟนกันก็ได้ใครมันจะรู้จริงไหม ” ไอ้ติวพูดขึ้นพร้อมมือหนาตบลงบนไหล่ผมเบา ๆ

“ ไม่ใช่หรอก พี่เขาอาจเห็นว่าพวกเราเสียงดังจริง ๆ นั่นแหละ ” ผมพูดไปตามใจคิด ใคร ๆ ก็อยากดูดีในสายตาคนที่ชอบทั้งนั้นแหละ อีกอย่างผมไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองเหมือนตอนนั้นอีกแล้ว

“ เออ! ให้มันได้อย่างนี้สิวะไอ้องศา ไว้มึงคอยดูแล้วกันถ้ากูเจอพี่เหนือนะกูจะบอกพี่เขาเลยว่ากูกับมึงเป็นเพื่อนกัน จะได้จบ ๆ ไป แล้วดูสิพี่เขาจะถ้าท่าทางกระฟัดกระเฟียดเหมือนตอนนี้ไหม ” ติวหันมาพูดกับผมด้วยน้ำเสียงและสีหน้านิ่ง ๆ

“ เออเลิก ๆ คิด มันน่าจะไม่มีอะไรหรอกกูว่าเราไปสมัครชุมนุมกันดีกว่าเดี๋ยวเต็มก่อน ” ฟ่งพูดขึ้นก่อนมันจะเก็บขนมใส่ถุงไว้ตามเดิม วินเมื่อเห็นดังนั้นจึงเก็บห่อขนมของพี่เหนือใส่ถุงไว้เช่นกัน ในจังหวะเดียวกับคนข้างกายผมถอนหายใจแรงๆพร้อมติวตบไหล่ผมเบา ๆ อีกครั้ง

“ มึงเชื่อกูเถอะองศา กูพอดูออกมีแค่มึงนี่แหละกลัวห่าเหวไรก็ไม่รู้ ไปลงชุมนุมกัน ” คนลุกขึ้นก้าวออกไปยืนนอกโต๊ะไม้ยาวพร้อมกับมันฉุดแขนผมขึ้น ผมพยักหน้าให้อีกฝ่ายพร้อมส่งยิ้มให้เพื่อให้อีกคนสบายใจขึ้น 

“ มึงว่าชุมนุมเราจะเต็มไหมวะ ” 

บูมพูดขึ้นขณะเรากำลังต่อแถวของชุมนุมที่เป็นค่ายอาสาพัฒนาชุมชน ซึ่งชุมนุมนี้เป็นวินแนะนำมาโดยเจ้าตัวบอกรุ่นพี่บอกค่ายนี้จะได้จำนวนชั่วโมงอาสาเยอะ เพราะพวกเราทั้งหมดต้องทำจิตอาสาให้สังคมเก็บชั่วโมงกิจกรรมส่งให้ทางกองทุนที่เราทุกคนกู้อยู่

ออกกิจกรรมแต่ละครั้งก็ครบที่ต้องเก็บแต่ละเทอมแล้ว แต่ผมว่ามันมากกว่านั้นด้วยซ้ำเพราะเราต้องไปออกค่ายกันแต่ละทีก็เกือบ ๆ สิบวันเลยก็ว่าได้ บางกิจกรรมแล้วแต่สิ่งที่ทำอาจมากน้อยวันเวลาอาจมากน้อยกว่านั้นนิดหน่อย

“ ต้องพอดิวะ แต่คนต่อหลังเราก็เยอะจริง ๆ นั่นแหละ ” 

ฟ่งเอี้ยวตัวไปมองทางด้านหลังตน พร้อมเจ้าตัวบ่นออกมาเบา ๆ คำพูดนั่นทำให้พวกผมพยักหน้าเห็นด้วยกับอีกฝ่าย ดูเหมือนปลายแถวของพวกเราจะอยู่เกือบ ๆ หน้ามินิมาร์ทนู้นเลย แต่ไม่ใช่ว่าทางแต่ละชุมนุมจะรับหมดทุกคนทางมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้บังคับว่าต้องเข้าชุมนุมกันในส่วนนี้ใครสนใจอะไรก็เข้าตามที่ตนสนใจ มีทั้งด้านกีฬา ดนตรี ศิลปะรวมทั้งอาสาต่าง ๆ แบบชุมนุมที่พวกผมต่อถึงตอนนี้ด้วย

“ ทางค่ายอาสาพัฒนาชุมชนในปีนี้ขอปิดการรับไว้ที่น้องคนสุดท้ายตรงหน้ามาร์ท’ นะคะ ปีนี้เราพยายามเพิ่มจำนวนแล้วแต่คนเยอะจริง ๆ ต้องขออภัยทุกคนด้วยนะ ” 

พี่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ยืนอยู่หน้าสุดพูดผ่านโทรโข่งให้ทุกคนได้รับรู้ นั่นแทบให้พวกผมถึงกลับถอนหายใจออกมาตลอดเวลาที่ต่อแถวตั้งแต่หน้ามินิมาร์ทจนมากลางแถวก็ลุ้นตลอดเช่นกันว่าชุมนุมจะเต็มตอนไหน

 

 หลังจากพี่ ๆ รับสมัครเรียบร้อยพี่เขาก็ให้พวกเราไปนั่งรออยู่ทางด้านหลังของการรับสมัครที่มีปีหนึ่งนั่งกันอยู่ยาวเยียด พวกเรารอไม่นานเมื่อทุกคนมาครบก็เป็นพี่ผู้ชายตัวสูงคนนึงพูดแนะนำตัวเองว่าเจ้าตัวเป็นรองประธานชุมนุมอยู่ปีสองส่วนประธานชุมนุมจะเป็นพี่ปีสาม แต่เนื่องจากวันนี้พี่เขาติดธุระจึงทำให้เจ้าตัวมาไม่ได้ แต่ทางชุมนุมจะมีการผูกข้อมือต้อนรับน้อง ๆ ในค่ายหลังการรับน้องเสร็จเรียบร้อย ซึ่งวันนั้นจะเป็นช่วงเสาร์ – อาทิตย์ แต่เป็นวันไหนนั้นพี่เขาจะแจ้งในกลุ่มอีกครั้ง

      กว่าพี่เขาจะพูดแนะนำสิ่งต่าง ๆ ในค่ายพวกเราก็แทบมากินข้าวกันช่วงเที่ยงครึ่งกันแล้ว จากที่ผมคิดว่าคนที่โรงอาหารกลางในช่วงเวลาเที่ยงครึ่งจะมีคนไม่มาก แต่เหมือนวันนี้ทุกคนก็ไปเลือกชุมนุมเพิ่งมากินข้าวกันทำให้คนเยอะมาก ๆ เพราะบูมกับติวต้องรีบไปเรียนช่วงบ่ายโมงครึ่งทำให้พวกเราเลือกเมนูได้ไม่มากนัก 

แถวที่ดูจะเร็วหน่อยก็มีก๋วยเตี๋ยวและข้าวราดแกง ฟ่ง วิน และบูมแยกไปซื้อก๋วยเตี๋ยว ส่วนผมกับติวไปต่อแถวซื้อข้าวราดแกงกันแต่เนื่องจากแถวเรายาวกว่าแถวของพวกนั้น คนที่ไปซื้อก๋วยเตี๋ยวจึงเดินมาบอกว่าพวกตนจะไปหาโต๊ะรอ พวกผมพยักหน้าให้เล็กน้อย พวกนั้นเดินหาโต๊ะได้ไม่นานก็ได้โต๊ะที่พอบรรจุผู้ชายตัวโตทั้งห้าคนได้พวกผมสองคนจึงเดินไปนั่งด้วย

“ เดี๋ยวพวกกูไปซื้อน้ำก่อนนะ ”

 หลังผมกับติวมาโต๊ะก็เห็นทั้งสามคนมีน้ำแล้ว ตอนแรกพวกนั้นก็ทักมาถามว่าเอาน้ำอะไรแต่เพราะผมกับติวอยากไปดูเองมากกว่าถ้าให้บอกไปก็คิดไม่ออกว่าจะเอาอะไรในตอนนั้น

“ เอาโกโก้แก้วใหญ่แก้วนึงครับ ” ผมพูดขึ้นยิ้ม ๆ กับป้าแม่ค้า ก่อนเสียงทุ้มต่ำของคนที่ยืนอยู่ด้านหลังจะสั่งขึ้นบ้าง

“ ผมเอาโค๊กแก้วใหญ่ครับ ” 

 หลังจากติวคิดอยู่นานเจ้าตัวก็ได้เครื่องดื่มเสียทีผมที่ได้ในของตัวเองพร้อมจ่ายตังค์เรียบร้อยก่อนจะขยับตัวให้วินได้ไปยืนรอบ้าง ผมจับหลอดขึ้นมาดูดโกโก้ในแก้วทันทีเนื่องจากตอนนี้อาการง่วงมันเริ่มกลับมาอีกแล้ว

“ ทำไมมาได้เวลาจังวะ ” คนยืนข้างขวาพูดขึ้นเบา ๆ ในชั่ววินาทีเดียวกันกับที่ด้านซ้ายผมมีคนมายืนข้าง ๆ  แต่ในขณะผมกำลังขยับตัวไปหาติวอยู่นั้นอยู่ ๆ ไหล่สองข้างก็ถูกติวจับหันไปด้านซ้ายผมที่ไม่ทันระวังตัวและกลัวว่าน้ำในแก้วจะหกจึงหันไปทั้งตัว

“ พี่เหนือ ผมกับไอ้องศาเราเป็นแค่เพื่อนกันนะ ”  

ทั้งคำพูดของติวทั้งเมื่อรู้ว่าคนตรงหน้าคือใคร นั่นทำให้ผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจแทบทันที ใจมันเต้นเป็นระส่ำยิ่งกว่ากินโกโก้รสชาติเข้มข้นเมื่อสักครู่เสียอีก พี่เหนือมองผมกับติวสลับกันไปมาด้วยสายตานิ่ง ๆ แต่ไม่ทันที่คนตรงหน้าพวกผมจะได้พูดอะไรเสียงของป้าแม่ค้าก็ดังขึ้นบอกว่าโค๊กที่สั่งได้แล้ว ทำให้ติวต้องหันไปจ่ายตังค์นั่นทำให้ผมได้โอกาสเอี้ยวตัวกลับเช่นกัน

   แต่ป้าแม่ค้ากับบอกติวว่าป้าเขาไม่มีแบงก์ย่อยมีใบอื่นไหมแต่คนข้างกายกับส่ายหน้าบอกเหลือแค่ใบเดียวส่วนผมเอาเงินมาแค่ซื้อน้ำแก้วตนเองเท่านั้น ป้าเขาจึงให้ยืนรอก่อนเขาจะไปแลกเงินให้ นั่นมันแทบทำให้ผมอยากร้องไห้และผมอยากตีตัวเองเหลือเกินว่าทำไมไม่เดินกลับโต๊ะจะมายืนรอเป็นเพื่อนติวทำไม แต่ขาเจ้ากรรมมันกลับก้าวไม่ออกคล้ายสมองตอนนี้ไม่สั่งการอะไรเลยสักอย่าง ความรู้สึกร้อนผะแผ่วบนใบหน้าเกิดขึ้นทันทีเมื่อผมเผื่อคิดตามคำพูดติวอีกครั้ง

“ ของที่พี่ให้ได้กินหรือยังครับ ”  

เสียงทุ้มต่ำของคนยืนอยู่ด้านซ้ายมือดังขึ้นเบา ๆ ให้ได้ยินกันสองคน ผมที่ไม่รู้ว่าควรตอบอะไรอีกฝ่ายกลับไป นี่เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่เรากลับมาคุยกันอีกครั้งหลังเรื่องวันนั้นซึ่งเป็นผมเลือกเดินออกมาจากพี่เขาและไม่คุยด้วย ผมเอื้อมมือไปสะกิดแขนติวเบา ๆ ให้อีกฝ่ายคุยด้วยหน่อยได้ไหม แต่ดูเหมือนอีกคนจะได้ยินและยิ่งแกล้งทำหูทวนลมกับผม

“ ขะ ของพี่เหรอครับ ” 

เสียงที่เปล่งออกไปนั่นทำให้ผมแทบอยากร้องไห้เพราะมันทั้งสั่นทั้งตะกุกตะกักไปหมด แล้วไอ้เสียงร้องหึจากคนข้างกายนั่นยิ่งทำให้ผมอยากแทรกแผ่นดินหนี ๆ ไปเลย ผมไม่ชอบ ๆ พี่เหนือในชุดในเลย ไม่สิไม่ว่าจะชุดนักศึกษา เสื้อช็อปรวมทั้งชุดหมีในตอนนี้ ผมไม่ชอบมันทั้งหมดนอกจากชุดที่ทำให้เจ้าตัวดูมีเสน่ห์แล้วนั้น พี่เขาจะรู้ไหมว่าใจเด็กปีหนึ่งคนนี้มันเต้นแรงจนจะหายใจไม่ทันอยู่แล้ว

“ ครับ เมื่อเช้าทำไมเดินหนีพี่ล่ะ โกรธอะไรพี่หรือเปล่า ” 

เจ้าตัวพูดขึ้นพร้อมขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิมส่วนอีกด้านของผมก็เป็นติวกระแทกไหล่ให้ผมขยับไปชิดพี่เหนือกว่าเดิม พื้นที่หน้าร้านน้ำซึ่งตอนนี้มีผู้ชายร่างสูงใหญ่ถึงสามคนนั้นทำให้เราแทบเบียดกันไปกว่าเดิม กลิ่นหอมจาง ๆ ของน้ำหอมอีกฝ่ายพออยู่ใกล้มาก ๆ มันยิ่งทำให้ผมแทบทำอะไรไม่ถูก

“ คือ... คือว่า ” ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไรเสียงของป้าแม่ค้าก็ดังขึ้นก่อนเสียก่อนติวเมื่อได้เงินทอนเจ้าตัวก็นับอีกครั้ง พร้อมจังหวะเดียวกับคนที่ยืนอยู่อีกข้างของผมพูดขึ้น

“ กาแฟแก้วนึงครับป้า ”

 น้ำเสียงพูดออกไปอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับเจ้าตัวส่งยิ้มกว้างให้ป้าแม่ค้านั่นทำให้คนมองอย่างผมถึงกลับงงเป็นไก่ตาแตก ทำไมพี่เหนือตอนนี้กับพี่เหนือเมื่อชั่วโมงก่อนถึงแตกต่างอย่างกะฟ้ากับเหวได้ขนาดนี้

“ หมดแล้วลูก " ป้าแม่ค้าเอ่ยกับร่างสูงข้างผม เมื่อเห็นดังนั้นผมเองก็อดฟังไม่ได้ว่าพี่เหนือจะกินอะไร

“ งั้นโกโก้ก็ได้ครับ ”  พี่เหนือพูดจบก่อนป้าจะมีสีหน้าลำบากใจทันทีพร้อมหญิงวัยกลางคนพูดขึ้น

 “ โกโก้ก็หมดแล้วจ๊ะ คนข้างเราซื้อเป็นแก้วสุดท้ายพอดี ”   ป้าพูดขึ้นพร้อมส่งยิ้มมาให้ผมเมื่อได้ยินดังนั้นผมจะหันมองไปยังคนข้างกาย สภาพอีกฝ่ายเหมือนคนอดนอกไม่ต่างจากผมหรืออาจมันกว่าผมก็ว่าได้แต่พอนึกไปถึงเมื่อเช้าพี่เหนือก็เพิ่งกินกาแฟไป  แล้วนี่เพิ่งตอนบ่ายจะกินอีกแล้วเหรอ... 

ผมมองแก้วในมือตนเองพร้อมมองคนตรงหน้าสลับกันไปมา ครั้งผมจะให้น้ำแก้วนี้กับพี่เหนือไปมันก็ดูจะแปลก ๆ เพราะผมเพิ่งดูดไปด้วยแต่ดูเหมือนน้ำร้านอื่นจะมีคนต่อแถวกันซะยาวเยียด แต่อยู่ ๆ คนตรงหน้าผมกับพูดขึ้นเบา ๆ

“ พี่ขอชิมของเราหน่อยสิ ” 

ประโยคคำพูดนั้นทำเอาผมอึ้งไปสักพัก แต่ยังไม่ทันที่ผมจะพูดอะไรออกไปพี่เหนือก็ก้มลงดูดโกโก้ในมือผมทำทันที อีกทั้งใบหน้าอีกฝ่ายก็ไม่ได้ละสายตาจากผมแต่อย่างใด มันทั้งอึ้งทั้งช็อคไปหมดการกระทำนั้นนอกจากมันจะไม่ดีต่อใจผมแล้วนั้นอีกทั้งสถานที่ที่เราอยู่ตอนนี้มันกลางโรงอาหารเลยก็ว่าได้

“ อร่อยจังครับ ขอบคุณนะ ” 

คนตรงหน้าเอ่ยขึ้นพร้อมส่งยิ้มกว้างมาให้ รอยยิ้มแบบนี้ผมไม่ได้เห็นมันมากี่ปีแล้วนะ... ในตอนเห็นรอยยิ้มนั้นรอบข้างผมเหมือนมันอื้ออึงไปเสียหมด แต่พี่สองคนที่เดินมากระชากคออพี่เหนือไปกอดไว้แน่นพร้อมเจ้าตัวพูดขึ้น

“ ไอ้พี่เหนือครับ ใจหน่อยครับเพื่อนน้องตกใจไปหมดแล้ว / มึงลืมไปแล้วหรือไงว่าที่นี่โรงอาหารกลางนะ ” 

พี่ทั้งสองพูดกับพี่เหนือแต่สายตาเจ้าเล่ห์นั่นกลับส่งมาให้ผม และนั้นมันทำให้ผมได้สติอีกครั้งในเวลานั้นผมรีบหันมองด้านหลังที่ควรจะเป็นติวยืนอยู่แต่ตอนนี้มันกลับว่างเปล่าไม่มีใคร ผมรีบหันไปมองทางโต๊ะอาหารตนเองที่ตอนนี้มีพวกนั้นส่งยิ้มกว้างมาให้แล้ว

“ น้องกินข้าวยังครับพี่จะชวนไปกินข้าวด้วยกัน ” หนึ่งในเพื่อนพี่เหนือเอ่ยชวนขึ้น นั่นทำให้ผมต้องหันไปมองพี่เหนืออีกครั้ง แต่รอยยิ้มกว้าง ๆ กับสายตาที่มันแตกต่างไปจากช่วงเราอยู่มอปลายนั่นทำให้ผมยิ่งรู้สึกร้อนวูบวาบที่ใบหน้ามากกว่าเดิม

“ คือ คือว่า ผม ผม เพื่อนผมรออยู่ ขอตัวครับ ” ผมหลับหูหลับตาพูดออกไปพร้อมกลับหลังหันจ้ำอ้าวไปยังโต๊ะที่พวกติวนั่งอยู่

“ ฟ่งครับเมื่อสักครู่ฟ่งเห็นเหมือนบูมไหม อร๊ายบูมเขินไปหมดเลยอ่ะที่รัก ” ทันทีที่ผมนั่งลงบนโต๊ะไอ้บูมก็เปิดประเด็นทันที ต่อให้มันไม่บอกว่าเรื่องอะไรแต่ผมก็พอเดาได้ 

“เพื่อนองศาครับ เพื่อนฟ่งอยากกินโกโก้จังเลยแก้วนั้นน่ะ แก้วของมึงอะ”ไอ้คนพูดเพยิดหน้ามายังแก้วน้ำผมพลางส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ แต่ยังไม่ทันที่ผมจะพูดอะไรไอ้ติวที่นั่งข้างกันก็พูดขึ้นเสียก่อน

“ ขนมพี่เมื่อเช้าได้กินยังครับนน้ององศา ” เมื่อติวพูดจบนั่นทำให้ผมรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายต้องได้ยินที่ผมคุยกับพี่เหนือ

“ กลางโรงอาหารพี่เขาก็กล้ารุกองศาได้เนาะ พี่เหนือนี่เหนือสมชื่อจริง ๆ ไอ้เราก็นึกว่าพี่เขาจะเข้าหาองศาทีละเล็กทีละน้อยที่ไหนได้...  ยิ่งสายตาพี่เขามององศาตอนพี่เขากุมไปดูดน้ำนะ โอ๊ย... เรายังเขินแทนองศาเลย ” 

วินใช้มือทั้งสองข้างจับแก้มตัวเองไว้พร้อมใบหน้าอีกฝ่ายขึ้นสีแดงระรื่ออย่างตนบอกไว้ไม่มีผิด  ขนาดวินยังเขินได้ขนาดนี้อย่าถามหาเลยว่าไอ้องศาคงนี้จะแค่ไหน

“ ฮื่อ พวกมึงอย่าแซวกูได้ไหม กูไม่กินข้าวแล้ว! ”

 ผมซบหน้าลงบนท่อนแขนตนเองทำเหมือนกำลังโกรธพวกมัน แต่ความเป็นจริงผมกำลังบังไม่ให้พวกมันรู้ว่าตอนนี้ผมกำลังเขินแค่ไหนต่างหาก แต่ในเวลาเดียวกันเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดผมเมื่อโต๊ะข้าง ๆ นักศึกษากลุ่มที่นั่งก่อนพวกผมแต่แรกได้ลุกขึ้นเอาจานข้าวไปเก็บ พร้อมกับกลุ่มใหม่ที่มานั่งกินข้าวและนั่นมันทำให้ผมจากที่จะแกล้ง ๆ พวกมันกลับรู้สึกอิ่มขึ้นมาจริง ๆ

“ อันนี้กูว่าไม่ใช่พรหมลิขิตแล้วว่ะ อันนี้เขาเลือกพี่เหนือลิขิตแล้วไหมวะ อะไรมันจะพอเหมาะพอดีขนาดนี้ ”

 คำพูดเบา ๆ ของติวทำให้ผมยิ่งซุกใบหน้าเข้ากับแขนตัวเองกว่าเดิม มันไม่ใช่แค่คำพูดของติวที่ทำให้ผมเขินได้ขนาดนี้ แต่เป็นเพราะกลุ่มพวกพี่เขามองมาทางผมแทบทุกคนต่างหากล่ะ แต่อยู่ ๆ แรงสะกิดเบา ๆ ตรงข้อมือทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นมองวินที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

“ มีอะไรหรือเปล่าวิน ” คนตรงหน้าผมเอาแต่ส่ายหน้าไปมาพร้อมเจ้าตัวเม้มริมฝีปากแน่นนั่นทำให้ผมงงไปมากกว่าเดิมว่าเพื่อนเป็นอะไร แต่พอหันไปมองไอ้ฟ่งที่ชี้ไปยังหัวโต๊ะมันทำให้ผมสดุ้งตกใจแทบทันที

“ พะ พี่เหนือมีอะไรหรือเปล่าครับ ” ผมพูดขึ้นเบา ๆ ก่อนคนตรงหน้าจะยื่นขวดน้ำเปล่ามาให้พร้อมเสียงทุ้มต่ำดังขึ้น

“ พี่ซื้อน้ำมาให้ครับอย่ากินน้ำหวานก่อนกินข้าวมากรู้ไหมเดี๋ยวกินข้าวไม่ได้ แล้วนี่ทำไมไม่กินข้าว ” คำพูดร่ายยาวของคนตรงหน้านั้นทำให้ผมไม่รู้ว่าควรตอบอะไรอีกฝ่ายไปดี แต่พอเห็นแววตาคนตรงหน้าที่ดูเหมือนห่วง ๆ ทำให้ผมต้องพูดขึ้น

“ ขอบคุณค่ะ คือผมไม่ค่อยหิว ” ผมพูดประโยคสุดท้ายเบา ๆ เพราะรู้ว่ายังไงซะต้องถูกพี่เขาดุอย่างแน่นอน

“ ต้องกินครับ ข้าวเช้าเราก็ไม่ได้กินไม่ใช่เหรอแล้วอย่างนี้ตอนเย็นเข้าประชุมเชียร์เราจะมีแรงได้ยังไง หรือต้องให้พี่ป้อน ”

 เจ้าตัวพูดไม่พอยังตักข้าวในจานมายื่นถึงริมฝีปากผมเลยจนผมต้องจับมือเจ้าตัวไว้ เหมือนทั้งผมทั้งพี่เหนือเพิ่งนึกได้ว่าเราไม่ได้อยู่กันแค่สองคน ทำให้ผมต้องเป็นฝ่ายผละมือออกจากอีกคน

“ เดี๋ยวผมกินเดี่ยวนี้แหละครับ ” เมื่อผมพูดจบคนตรงหน้าก็ส่งยิ้มกว้างมาให้ก่อนพี่เขาจะกลับไปยังโต๊ะของตนเองแต่เสียงแซวเบา ๆ จากเพื่อนพี่เหนือนั้นทำให้จังหวะกลืนข้าวลงคอของผมมันช่างยากเย็นเหลือเกิน

“ ไอ้เชี่ย... ถ้าจะขนาดนี้นะมึงยกจานข้าวไปนั่งกินกับน้องเขาเถอะครับเพื่อน ”

“ คนนี้เหรอวะที่ทำให้ไอ้เหนือต้องรีบไปซื้อของกินมาให้ถึงที่ ทั้ง ๆ ที่ตั้งแต่ปีหนึ่งมันไม่เคยทำให้ใครเลย ”

 

“ พวกมึงกูไม่เข้าประชุมเชียร์ได้ไหมวะ ” 

ผมพูดขึ้นเบา ๆ หลังก้มมองเวลาในโทรศัพท์ซึ่งตอนนี้บ่งบอกเวลาอีกไม่นานจะหมดคาบเรียนและมันก็คงเหมือนภาพซ้ำที่จะมีพี่ ๆ มาพาไปนั่งประชุมเชียร์ ถ้าเป็นทุกวันผมไม่มีปัญหาอะไรหรอกแต่วันนี้มันไม่เหมือนทุกวันแค่คิดว่าต่อไปผมต้องเจอใครใจผมมันก็เต้นแรงแทบไม่เป็นจังหวะแล้ว

“ ไม่ได้  /  ไม่ได้เด็ดขาดครับ องศาต้องเข้าประชุมเชียร์ ” วันนี้ทั้งวันไอ้พวกสองตัวนี้ก็ขัดใจกูจังวะ ยิ่งไอ้วินแทบจะกระโดดจากเก้าอี้มันมาบังคับผมอยู่แล้ว

“ ทำไมจะไม่ได้ ก็ ก็วันนี้กูเจ็บท้องกูจะไปบอกพี่เขาว่าคงเข้าประชุมเชียร์ไม่ได้แล้ว ” 

ผมพูดขึ้นเบา ๆ พร้อมในเวลาเดียวกันหันไปจดงานตรงหน้า ซึ่งมันหมายถึงผมพูดตัด ๆ บทไปไม่อยากให้พวกมันถามอีก ไว้พรุ่งนี้ค่อยเข้าก็ไม่เห็นเป็นไรเลย

“ มึงไม่ต้องเข้าก็ได้นะมึงเพื่อน เฮ้อ...องศามันไม่เข้าประชุมเชียร์แล้วว่ะวิน กูว่าวันนี้กูกับมึงได้เจอยักษ์เจอมารในห้องประชุมเชียร์แน่เลยว่ะ ” 

ไอ้ฟ่งที่นั่งอยู่ข้างผมหันไปพูดเสียงเศร้า ๆ กับไอ้วิน ซึ่งตอนนี้มันก็เริ่มละมือจากเอกสารตรงหน้ามาจับมือไอ้ฟ่งไว้

“ นั่นสินะครับ ถ้าองศาไม่เข้าประชุมเชียร์เขาคนนั้นคงต้องใจแทบขาดแน่ ๆ เลยล่ะครับ แล้วกว่าจะถึงพรุ่งนี้กว่าจะเข้าประชุมเชียร์อีกครั้ง เขาคงกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ผมน่ะเคยได้ยินมาว่าพี่ว๊ากจบกิจกรรมแต่ละวันจะต้องสรุปรายงานผลว่าน้อง ๆ เป็นอย่างไรบ้าง ยิ่งเฮดว๊ากนะดึกดื่นเที่ยงคืนบางวันยังไม่ได้นอนเลยครับ น่าสงสารพี่่เขานะครับฟ่ง ” ไอ้วินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสีหน้าจริงจัง แล้วมึงพูดกับไอ้ฟ่งทำไมต้องมองหน้ากูด้วย!

“ แล้ว แล้วมันเกี่ยวอะไรกับกูเล่า! ” 

ผมหันไปมองไอ้สองคนที่จ้องมานิ่ง ๆ อย่างกับสิ่งที่ผมพูดไปนั้นมันร้ายแรงมากขนาดนั้นเลยหรือไงกัน

“ เกี่ยว เพราะฉะนั้นมึงต้องไปเข้าประชุมเชียร์อย่าหัดเป็นคนแสดงละครเก่งว่าเจ็บท้อง ไม่กี่นาทีก่อนดูโทรศัพท์มึงยังทำหน้าระรื่นอยู่เลย อย่าหัดเป็นคนโกหกครับไอ้องศาเพราะมึงโกหกไม่เก่งเอาซะเลย ” คนนั่งข้างกันร่ายยาวพร้อมเน้นชัดคำสุดท้าย

“ ใช่ครับ องศาต้องเข้าประชุมเชียร์ ” เสียงไอ้วินตามมาติด ๆ ยังไม่ทันที่ผมจะพูดอะไรออกไปเสียงอาจารย์หน้าห้องก็ดังขึ้นเสียก่อนนั่นทำให้เวลาตัดสินใจของไอ้องศาคนนี้ก็หมดลงเช่นกัน

“ เอาล่ะค่ะไม่มีใครสงสัยอะไร วันนี้อาจารย์ขอจบการบรรยายไว้เพียงเท่านี้ไว้ครั้งหน้าเราจะขึ้นบทใหม่กันสวัสดีค่ะ ”

 อาจารย์พูดขึ้นพร้อมกับท่านเริ่มเก็บของออกไปทันทีด้วยความเร็วแสง และพี่ๆก็เข้ามาด้วยความรวดเร็วเช่นกัน

“ สวัสดีจ๊ะเด็ก ๆ เจอกันอีกแล้ววันนี้เราจะให้น้องเข้าประชุมเชียร์กันก่อน อย่างที่พี่แจ้งไปในกลุ่มรุ่นพวกเราตั้งแต่เมื่อวานนะคะว่าวันนี้ให้น้อง ๆ ใส่เสื้อคณะกัน เดี๋ยวไปถึงห้องประชุมพี่ ๆ จะให้เราแยกไปเปลี่ยนเสื้อพร้อมมาเข้าแถวตามภาคกันเหมือนเดิมเนาะ เอาล่ะค่ะน้อง ๆ แถวแรกลุกเลยจะได้ไม่เสียเวลา ”

พี่เอ็มมี่พูดร่ายยาวในเวลาเดียวกันแถวด้านหน้าสุดก็ลุกขึ้นยืนตามที่พี่เขาบอก เนื่องจากวันรับน้องวันสุดท้ายจะใกล้เข้ามาทุกทีซึ่งชาวคณะวิศวะต้องมีการรับน้องภายในคณะให้เรียบร้อยก่อนวันสุดท้ายจะมีงานรวมทั้งหมด ถ้านับวันนี้ด้วยก็เหลือเวลาอีกแค่สองวันจะถึงวันงานคณะ พี่ ๆ จึงต้องการให้พวกเราร้องเพลงคณะที่เพลงประจำวิศวะให้ได้ซึ่งทั้งสองเพลงย่อมมีท่าทางเข้ามาประกอบทำให้วันนี้จะเป็นวันแรกที่เราต้องร้องเองทำท่าทางประกอบเองทั้งหมด หลังจากเข้าห้องเชียร์พี่ ๆ ก็แยกให้ไปเปลี่ยนเสื้อกันทีละภาค ก่อนฝ่ายสันฯ จะถูกเปลี่ยนเป็นฝ่ายระเบียบแทน

 

“ ผมขอให้เสียงหนักแน่นกว่านี้ครับ ในวันงานมันไม่ได้มีแค่ปีเรามันจะมีพี่ ๆ อาจารย์เข้ามาร่วมด้วยในวันนั้นถือว่าเป็นวันสำคัญของเราชาววิศวะอีกวันหนึ่ง พวกผมอยากให้พวกคุณตั้งใจกันมากกว่านี้ทุกคนกอดคอกันแล้วร้องใหม่ทั้งหมด! ” เสียงพูดดังฟังชัดของเฮดว๊ากทำให้พวกผมต้องกอดคอกันแน่นแล้วร้องเพลงกันใหม่อีกครั้ง!

 

“ ไอ้เชี่ย... วันนี้พี่เหนือมึงทำไมโหดจังวะ ” 

คนยืนข้างขวาผมพูดขึ้นเบา ๆ ปนเสียงหอบหลังจากเราทั้งร้องทั้งกระโดดจนพี่ระเบียบพอใจนั่นแหละถึงยอมปล่อยให้เป็นพี่ ๆ ฝ่ายสันฯ เข้ามาอีกครั้ง ผมยอมรับเลยวันนี้เหนื่อยมาก ๆ พี่ระเบียบวันนี้โหดจริง

“ ผมยังไม่หายเหนื่อยเลยครับ ” ไอ้วินพูดขึ้นสนับสนุนคำพูดของไอ้ฟ่ง เนื่องจากวันนี้เราต้องบูมวิศวะด้วยจึงทำให้แถวต้องถูกจัดเป็นแนวยาวแทน ในเวลาเดียวกันพี่ ๆ ฝ่ายสันก็รีบเดินเข้ามาด้านในพร้อมพี่แป้งพูดขึ้น

“ เอาล่ะค่ะน้อง ๆ นั่งลงพักเหนื่อยกันเลยค่ะ ” พี่เขาพูดขึ้นยิ้ม ๆ พร้อมพี่คนอื่นเริ่มแจกจ่ายทั้งน้ำเปล่าและน้ำหวานให้ทุกคน

“ พรุ่งนี้วันสุดท้ายของการจัดกิจกรรมนี้แล้วพี่ก็ขอเป็นกำลังใจให้นะ แต่เมื่อถึงวันงานจริงน้อง ๆ จะรู้ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหน สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนไม่ได้เข้าประชุมเชียร์ในวันงานพี่ ๆ ก็อยากให้พวกเราชวนเพื่อนมาร่วมกิจกรรมบายศรีสู่ขวัญด้วยกันนะคะ ” 

พี่เอ็มมี่พูดขึ้นยิ้ม ๆ พอมานึกตามคำพูดพี่เอ็มมี่แล้วนั่นมันกลับรู้สึกเศร้าแปลก ๆ เหมือนกันนะ มันไม่ใช่เศร้าเพราะผมอยากมาทนนั่งเข้าเชียร์อะไรแบบนี้แต่เพราะพรุ่งนี้อาจเป็นวันสุดท้ายที่ผมจะได้เจอพี่เหนือก็ได้

เพราะพวกปีสูงส่วนมากจะไม่ค่อยได้เรียนอาคารเรียนรวมสักเท่าไร ยิ่งเป็นภาคที่ต้องเน้นปฏิบัติอย่างภาคพี่เหนือแล้วนั่นยิ่งเหมือนว่าโอกาสที่ผมจะได้เจอพี่เขาจะน้อยลงไปด้วย สมัยเรียนมัธยมมันยังมีบอร์ดติดหน้าห้องทุกห้องว่าห้องไหนเรียนเวลาไหนบ้างแต่พอมหาลัยมันก็เหมือนเราต้องจัดการเวลาเราเอง นั่นยิ่งทำให้ผมไม่รู้เลยว่าพี่เขาเรียนอะไรบ้าง

“ เอาน่ะ พี่เขารุกมึงขนาดนี้เดี๋ยวก็มาหามึงเองนั้นแหละ ” ไอ้ฟ่งพูดขึ้นเบา ๆ เหมือนมันรู้ว่าตอนนี้ผมกำลังคิดอะไรอยู่

“ กูไม่อยากเข้าข้างตัวเองอีกแล้วพี่เขาก็ใจดีแบบนี้กับกูมาตลอดมึงก็รู้... ”

 ผมพูดออกไปตามความจริง ไม่ใช่ผมมาตอกย้ำอะไรตัวเอง แต่ทุกอย่างมันก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความจริงพี่เหนือเป็นแบบนี้มาเสมอตั้งแต่ผมได้รู้จักพี่เขา พี่เหนือเป็นคนอัธยาศัยดีแบบนี้กับทุกคนอยู่แล้ว เรื่องพี่ผู้หญิงคนนั้นจนป่านนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรกันไหมผมไม่อยากเจ็บแบบนั้นอีกแล้ว

“ เออกูรู้มึงกำลังคิดมากเรื่องไหนอยู่ คนที่รู้แก่ใจที่สุดมันคือพี่เหนือเองแต่ถ้าให้กูมองเหตุการณ์วันนี้ทั้งหมดมันเกินคำว่าพี่น้องแล้วนะองศา กูถามหน่อยพี่น้องเชี่ยไร พี่ก้มกินน้ำจากแก้วน้องแล้วมองหน้าน้องซะหวานเยิ้มขนาดนั้น พี่ที่ไหนเขาไม่ทำกันหรอก ” ฟ่งมันพูดพลางส่ายหน้าให้ผมเบา ๆ คนมันกลัวนี่หว่า พอเคยเจ็บแล้วมันเลยทำให้กลายเป็นคนคิดมากไปทุกอย่าง

“ ใช่ครับ ก่อนหน้านั้นผมไม่รู้หรอกนะว่าความสัมพันธ์ระหว่างองศากับพี่เหนือเป็นยังไงแต่ถ้ามองจากสายตาเราตอนนี้มันเกินคำว่าพี่น้องที่รู้จักกันไปมากนะ ” 

วินมันพูดขึ้นยิ้ม ๆ พร้อมหันมองผมกับพี่ด้านหน้าไปพร้อม ๆ กัน ผมมองหน้าพวกมันสองคนสลับกันไปมาก่อนจะถอนหายใจแรง ๆ เพื่อระบายสิ่งที่อยู่ภายในใจตอนนี้ออกไป

“ พี่ได้ยินแว่ว ๆ มาว่าน้องหลาย ๆ คนช่วงวันหยุดที่ผ่านมาก็ได้เจอสายรหัสกันแล้ว แต่สำหรับใครไม่มีสายรหัสนะคะในวันพรุ่งนี้เราจะยึดตามบอร์ดที่เว้นว่างไว้ โดยเราจะใช้รหัสในการจับสายพี่เอื้อกันน้อง ๆ อย่าลืมบอกเพื่อนที่ไม่ได้มาวันนี้ด้วยนะ ” พี่เอ็มมี่พูดขึ้นอีกครั้งนั่นทำให้พวกผมต้องมองหน้ากันปริบ ๆ เพราะตั้งแต่รู้ว่าสายรหัสมีใครบ้างก็ไม่เห็นมีใครพูดถึงเรื่องนี้อีก

“ สายกูบอกว่านัดหลังเข้าประชุมเชียร์เสร็จ หมู'ทะอีกแล้วครับ ” 

ไอ้ฟ่งยักคิ้วให้ก่อนไอ้วินจะพูดเสียงร่าเริงว่ามันก็ถูกเลี้ยงหมูกระทะเช่นกัน ขนาดสองคนนี้มันยังถูกเลี้ยงหมูกระทะแล้วถามว่าสายผมมันเลี้ยงอะไร ก็ไม่ต่างไปจากพวกมันสองคนหรอก หมูกระทะมันเป็นอะไรที่อิ่มอร่อยราคาย่อมเยาสำหรับนักศึกษาแบบพวกเราสุดแล้ว อันที่จริงผมไม่อยากให้พี่ ๆ มาเลี้ยงอะไรแบบนี้เลยมันค่อนข้างจะสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ ผมขอแค่ชีทเรียนบางวิชานิดหน่อยก็พอ แต่พอพี่ ๆ บอกว่าในส่วนของตัวเองพี่เขาจะออกเองแต่ของผมเดี๋ยวพี่ ๆ หารสามเอง แต่ถ้าผมอยากออกเองก็ไว้ครั้งหน้าหารสี่ก็แล้วกัน 

“ เห้ย! ไอ้ดิวมันมาเรียนมอเราเหรอวะ ” 

ไอ้คนว่าง ๆ ไม่มีอะไรทำถึงกลับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นก่อนมาจะยื่นหน้าจอโทรศัพท์มาให้ผมดู ภาพหน้าจอที่เป็นดิวที่ยิ้มให้กล้องตราสัญญาลักษณ์บนเนคไทน์คือตรามอพวกผมเอง ตอนแรกไหนว่าพ่อให้ไปเรียนอีกที่ แต่ตอนนั้นเห็นดิวมันก็ติดเศรษฐศาสตร์ทั้งมอที่พวกผมเรียนและอีกมอ

“ ไหนว่าพ่อให้ไปเรียนอีกที่ หรือคุยได้แล้ว ” 

ผมพึมพำออกไปด้วยความสงสัย ดิวมันติดรอบสุดท้ายเหมือนพวกผมแต่มันตั้งใจว่าจะเข้ามอนี้แต่พ่อให้สมัครอีกมอไว้ด้วย ทำให้มันติดทั้งสองที่แต่พ่อบอกให้เรียนอีกที่ถ้าไม่เรียนที่นั่นก็จะไม่ส่งเรียนแล้ว ตอนนั้นพวกผมประชุมสายคุยกันเกือบทั้งคืนดิวมันเอาแต่ร้องไห้ไม่อยากไปเรียนที่อื่น ใจมันอยากเข้ามอนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วตั้งแต่เราเปิดเรียนมาก็ไม่สามารถติดต่อดิวได้เลยทั้งโทรหาก็แล้ว สุดท้ายพวกผมก็ต้องโทรไปหาแม่ดิวที่พูดเสียงสั่น ๆ ว่าดิวมันทำใจไม่ได้พอเห็นพวกผมได้มาเรียนที่นี่ แค่เห็นหน้าพวกผมมันก็จะร้องไห้แล้วนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ดิวตัดขาดพวกผมไปก่อน

“ มึงกูดีใจมันได้เรียนที่นี่แล้ว ไอ้เชี่ย ๆ กูโทรหามันดีกว่า ” ไอ้ฟ่งมันพูดจริงอย่างปากว่านิ้วที่กดหารายชื่อพร้อมโทรออกทันที

เมื่อเห็นดังนั้นผมจึงกดหัวฟ่งให้ต่ำกว่าเดิมพี่ ๆ จะได้ไม่เห็นในเวลาเดียวกันนั้นพี่คนอื่นก็เริ่มแจกจ่ายข้าวให้น้อง ๆ แล้ว ฟ่งมันคุยไม่นานก็รีบวางสายไปทันที ก่อนมันจะหันมากระซิบใกล้ ๆ ผมด้วยน้ำเสียงร่าเริง

“ มึงไอ้ดิวมันมาเรียนที่นี่แล้วจริง ๆ  พี่มันคุยกับพ่อมันให้วันนี้มันก็เพิ่งมาดำเนินการอะไรเรียบร้อย ” ทันทีที่ฟ่งมันพูดจบทั้งผมทั้งมันแทบจะกอดกันแน่น มันดีใจจริง ๆ นะที่ได้เห็นเพื่อนได้เรียนคณะมหาวิทยาลัยที่ใฝ่ฝัน

“ ดีใจจังไม่ได้คุยกันเกือบ ๆ สองอาทิตย์เลย นัดดิวไปกินข้าวกันจะได้แนะนำวินกับติวให้ดิวรู้จักด้วย ” ผมหันไปยิ้มให้วินซึ่งกำลังหยิบข้าวกล่องให้ผมกับไอ้ฟ่งอยู่ พร้อมหันมามองไอ้ฟ่งอีกครั้ง

“ เดี๋ยวมึงค่อยนัดมันอีกทีแล้วกัน เพราะว่า... ” ยังไม่ทันฟ่งจะได้พูดจบเสียงพี่แป้งพูดผ่านไมค์แทรกคำพูดไอ้ฟ่งเสียก่อน

“ นอกจากจะมีสายรหัส พี่เอื้อแล้วนั้น มหาวิทยาลัยเรายังมีการรับน้องโรงเรียนด้วยนะคะ ” คำพูดของพี่แป้งทำเอาผมนิ่งค้างไปชั่วขณะ มีรับน้องโรงเรียนงั้นเหรอนั่นก็แปลว่า... 

“ ไอ้องศานี่แหละที่กูจะบอกมึง ไอ้เชี่ยกูเขิน!! ” คนพูดซบใบหน้าลงบนฝ่ามือตัวเอง ชั่ววินาทีเดียวกันนั้นที่คนอีกข้างผมพูดขึ้น

“ องศา... เราเขินแทนเลยอ่ะ จะได้ใกล้ชิดพี่เหนืออีกแล้ว คราวนี้ลุยเลยนะรู้ไหม ” คนพูดใช้ไหล่กระแทกไหล่ผมเบา ๆ เพื่อนดีใจ เพื่อนเขินแต่มึงถามกูสักคำไหมว่าตอนนี้กูจะเป็นบ้าแล้ว

          พี่แป้งทิ้งระเบิดไว้แค่นั้นก็จะปล่อยให้พวกผมได้กลับห้องในเวลาเกือบ ๆ หนึ่งทุ่มตรง และไอ้ฟ่งก็ได้ขยายความว่าดิวมันไม่รู้หรอกว่าพี่มันไปคุยกับพ่อมันมารู้อีกทีตอนเขาพามาที่นี่ พ่อมันพามาคุยกับอธิการบดีเองเลยว่ามันมีเรื่องผิดพลาดนิดหน่อยดิวที่มันทั้งอึ้งทั้งตกใจเลยยังไม่ได้โทรบอกพวกผม แต่ตอนเข้ารับน้องในช่วงค่ำที่ผ่านมาพี่ปีสองนัดเจอหลังรับน้องเสร็จเรียบร้อยทุกคณะซึ่งคณะพวกผมไม่มีพี่ปีสองที่มาจากโรงเรียนเดียวกันจึงทำให้พี่เขาฝากไอ้ดิวมาเผื่อมีเพื่อนอยู่คณะนี้

            ขณะพวกผมมายืนอยู่ข้างนอกห้องเชียร์สายตาเจ้ากรรมมันก็มองไปเห็นกลุ่มรุ่นพี่ที่ยืนอยู่ไม่ไกลดูเหมือนร่างสูงในเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้มจะเห็นพวกเราเช่นกัน แต่สิ่งที่ทำให้ผมถึงกลับนิ่งค้างเมื่อพี่เหนือเดินหน้านิ่งเข้ามาทางพวกผมที่ยืนอยู่ สายตาเพื่อนคนอื่น ๆ ที่ยังอยู่ในบริเวณห้องโถงนี้เกือบ ๆ ยี่สิบคู่หันมองมาทางพวกผมเล็กน้อยก่อนจะเริ่มทยอยกลับพร้อมกับเสียงพูดคุยรอบบริเวณเงียบลงแทบทันที ร่างสูงของเฮดว๊ากมาหยุดยืนตรงหน้าผมพร้อมใบหน้านิ่ง ๆ ที่ไม่ได้ดูแตกต่างไปจากในห้องเชียร์เลยแม้แต่น้อย

“ ยานวดกลับห้องไปแล้วอย่าลืมทา ”

 เจ้าตัวยื่นถุงขนาดเล็กมาให้แต่ใบหน้านั้นกลับเรียบเฉยจนผมไม่รู้ควรทำอย่างไรต่อ แต่แรงสะกิดจากด้านหลังทำให้ผมต้องรีบรับของจากอีกฝ่ายไว้ ในจังหวะเดียวกันที่เหนือค่อย ๆ ก้าวเข้ามาใกล้ผมมากว่าเดิมพร้อมเสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นเบา ๆ คล้ายให้ได้ยินกันแค่สองคน

 

“ เบอร์เราบนบอร์ด...  คืนนี้พี่ขออนุญาตโทรหานะครับ ”

 

    สิ้นประโยคของคนตรงหน้าพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งมาแทบทำให้คนฟังอย่างผมแทบเข่าอ่อนไปหมด พี่เหนือทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงบนใจผมจนละเอียดไปหมดแล้วนั้นเจ้าตัวก็หันหลังกลับไปทิศตัวเองเพิ่งมาทันที ใจที่มันเต้นรัวเพราะทั้งคำพูดทั้งรอยยิ้มแล้วนั้นยิ่งเมื่อเห็นว่าทันทีที่พี่เหนือถึงโต๊ะเสียงโห่แซวก็แทบดังมาให้ได้ยินถึงที่ผมยืน พี่เหนือนั่งลงบนโต๊ะไม้เหมือนเดิมแต่เจ้าตัวกลับก้มหน้าซบลงบนแขนตัวเองการกระทำนั่นยิ่งทำให้พวกพี่คนอื่น ๆ โห่แซวมากว่าเดิม

 พี่เหนือกำลังเขินเหมือนผมตอนนี้ใช่ไหม...

 

 

 

หลังจากห่างหายไปนานเรากลับมาแล้วนะทุกคน คราวนี้จะไม่หายอีกแล้วครับ ><

#เหนือองศารัก

 

FB : Ponoi____

TW : poonoi_16

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 618 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

471 ความคิดเห็น

  1. #470 258011 (@258011) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 / 07:47
    เขิน พี่เหนือเค้าเเรงจริง งั้น้เสดงว่าชะนีพวกนั้นที่ว่าลูกเรามโนไปเองสินะ
    #470
    0
  2. #467 toey2468 (@toey2468) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 / 21:17
    อ๊ากกกกก เขินโว้ยยยน แต่คำผิดตรง " ขอบคุณค่ะ คือผมไม่ค่อยหิว " แอบทำเราตกใจตอนอ่าน55555
    #467
    0
  3. #462 Mareemintty (@Mareemintty) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 10:13
    เขินนน เป็นเขินไปหมดเลยวุ้ยยยย
    #462
    0
  4. #455 MinorA (@aun-aom) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 / 22:16
    โอ้ยยยย เขินอีกแล้ววว เขินทุกตอนนน ใจบางไปหมดแล้วน้าาาาาา พี่ไม่แผ่วเลยคร่าาาา
    #455
    0
  5. #407 ENJOY_EVERYDAY (@pink-peat) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 23:55
    พี่เหนือรุกแรงเว่อวังเหลือเกิน เขินไม่ไหวเลยวุ้ย
    #407
    0
  6. #355 laddawan7 (@laddawan7) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2563 / 20:14
    โอ้ยยยยย เขินนนนนไม่ไหววววว
    #355
    0
  7. #346 hh_9094 (@9094_hh) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2563 / 00:23
    พี่เหนือไม่เขาเลย
    #346
    0
  8. #319 Mellowpink (@mildmind19) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 18:56
    เขินมาก
    #319
    0
  9. #315 b_bbexam (@Ppcybk_) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 22:20
    พี่เหนือคือคลั่งรักไม่ไหวแล้วค่าาาา
    #315
    0
  10. #291 KOROAkra (@KOROAkra) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 00:25
    เขิลเหมือนว่าตัวเองชื่อองศา เหมือนพี่เหนือจะโทรกาฉันอะอ้ากกกกก
    #291
    0
  11. #285 pawpanida (@pawpanida) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 13:16
    ชี้นจะสำรักความสุขตายยย
    #285
    0
  12. #275 984363270 (@0984363270) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 18:23
    พี่เหนือพูดกับองศาแล้วทำไมเราเขินวะกรี้ดดดดด!!!!!
    #275
    0
  13. #273 FlukePari (@FlukePari) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 18:03
    จะตายเอาพี่เหนืออ
    #273
    0
  14. #244 KartoonKartoon (@KartoonKartoon) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 19:09

    อยากอ่านต่อแล้วววว

    #244
    0
  15. #243 Wanisa2020 (@Wanisa2020) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 13:33
    ฮื่ออออไหนบอกว่าจะไม่หายไปไงง่ะ
    #243
    0
  16. #241 BenBChan (@BenBChan) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 19:06
    แมรรรรรรรร มาต่อด้วยยยยยยยยยย
    #241
    0
  17. #239 thanaporn0 (@thanaporn0) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 21:39
    พี่เค้าหึงโหดชิม้ะ555
    #239
    0
  18. #231 GFMB (@GFMB) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 13:04
    ฟ่งงงง! อย่าไปว่าเพื่อนลูก! เพื่อนไม่ได้รับบทนางงอน เพื่อนแค่รับบทนางน้อยใจ~~ 555555555

    อร๊ายยยยยย เขินว้อยยยย แล้ว กัปตันร้ายมาก!!! ลูกเรือ ก็พอกันเลยอ่ะ อร๊ากกกก เขิงงงงงงงง
    #231
    0
  19. #230 simy (@manas) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 08:56

    ชอบมากกกก
    #230
    0
  20. #229 GFMB (@GFMB) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 05:11
    พี่เหนือเขินนน5555555555 สักที ทำน้องเขินมานาน!
    #229
    0
  21. #228 GFMB (@GFMB) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 05:11
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด

    ลูกแม๊!!!! เขินนนนนนน เขินมากกก คือ อ่านละก็วนอ่านเป็นสิบรอบอ่ะ กี๊ซซซซซซ!!!
    สำคัญ คือ ชุ้นขำติวมาก เธอพุ่งเป้ามากขำความรับบทล้อเลียนเพื่อนของ ฟ่งกับวินทีแรกมาก! เกินคาด! 555555 หนูวินผู้ดูแล้ว น่าจะสายชิปเปอร์.....บูมกับติวก็ คือ....5555555555 ขำพอกัน กรี๊ดดดด ใดๆคือเขินนนนนน นึกถึงสมัยเรียนเล๊ย! น่ารักกกกกก แก๊งค์นี้โคตรน่ารักกกก ดิวก็มาแล้ววว ฮื้ออออออ
    #228
    0
  22. #223 OPLMAYU (@tookiuy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 17:55
    ชอบมากเลยค่าาา คือแบบว่ามันอบอุ่นในหัวใจ พี่เหนือเขิลน้ององศาเพราะน้องน่ารักใช่ป่ะล่าาาาาาาา
    #223
    0
  23. #222 Capucinno (@Capucinno) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 11:14
    โอยยย เขินไปด้วยเลย
    #222
    0
  24. #221 ppangnoey (@ppangnoey) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 10:18
    ไรท์จะเเต่งต่อมั้ยคะะะ
    #221
    1
  25. #220 beambeam67 (@beambeam67) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 23:36

    เลิฟ energy กลุ่มเพื่อน
    #220
    0