เหนือองศารัก (Yaoi)

ตอนที่ 4 : บะหมี่ที่อืด กับ ใจที่เต้นแรงแทบไม่เป็นจังหวะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,989
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 615 ครั้ง
    5 ก.ค. 63

 

 

                เป็นวันเปิดเรียนวันแรก พร้อมกับเป็นวันที่เขาต้องเป็นตัวแทนของภาคไปแข่งเป็นตัวแทนภาค ความจริงเขาไม่ได้หวังที่จะให้ตัวเองได้เป็นหรอก ใจก็อยากให้โอกาสกับเพื่อนคนอื่นเขาบ้าง อย่างที่ไอ้ฟ่ง กับ  ไอ้บูมพูด ผมไม่ใช่คนกล้าแสดงออกขนาดนั้นแต่เมื่อกลับมาจากร้านหมูกระทะเมื่อวาน เขาก็ได้พูดคุยกับเพื่อนในแชทใหม่อีกครั้งว่าใครอากเป็นไหมม หรือใครสนใจ ทักมาแชทส่วนตัวเลยก็ได้ สรุปรอทั้งคืนก็ไม่มีใครทักมาหา แถมในแชทกลุ่มก็ยังมีแต่คนเชียร์ให้เขาลงในครั้งนี้ด้วย  พอได้เป็นตัวแทนคนในภาคมันก็อดตื่นเต้นไม่ได้ 

                ทำให้เช้านี้เป็นเช้าที่เขารู้สึกไม่ค่อยสดชื่นเท่าที่ควร ส่วนไอ้ฟ่งก็เป็นเช่นเมื่อวาน หรือ อาจจะหนักกว่านั้นด้วยซ้ำเพราะวันนี้เป็นวันเปิดเรียนแบบเรียนเต็มที่วันแรก ทำให้ไอ้ฟ่งมันโล่ไปอาบน้ำตั้งแต่หกโมงเช้า จนป่านนี้จะชั่วโมงนึงอยู่แล้ว ก็ยังไม่เห็นวี่แววมันออกมาจากห้องน้ำเลยด้วยซ้ำ ! เดินไปเคาะห้องน้ำตั้งหลายรอบนึกว่ามันตายห่าในห้องน้ำไปแล้ว

สรุปคุณเขาตะโกนออกมาว่าไม่ต้องห่วงกู กูขอหมักตัวด้วยมะขามก่อน ใช่เขาฟังไม่ผิด แล้วคนอย่างไอ้องศามันจะทำอะไรได้นอกจากมานั่ง ๆ นอน ๆ รอเพื่อนอาบน้ำเสร็จ !  ขัดวันเดียวมันคงจะขาวให้มึงแหละไอ้ฟ่ง !  

                หลังจากไอ้ฟ่งออกจกห้องน้ำก็เป็นเขาที่เป็นคนเข้าไปอาบน้ำแทน มองรอบ ๆ ห้องน้ำสะอาดเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เพิ่มเติมมานั้นคงเป็นบรรดาของใช้ของไอ้ฟ่งมัน  ได้แต่ส่ายหัวให้กับบรรดาข้าวของของมัน นี่ผมจะรอดูว่ามันจะทำได้ถึงไหน กับการตื่นเช้าไปเรียนของมัน เนื่องจากผมไม่ใช่คนพิถีพิถันกับการอาบน้ำไปเรียนสักเท่าไหร่จึงอาบน้ำไม่นาน ออมาก่อนได้ยินเสียงเพลงจากโทรศัพท์ของไอ้ฟ่งเปิดคลอเบา ๆ ขณะที่มันกำลังแต่งตัวไปด้วย จะไม่ว่าอะไรเลยถ้ามันไม่ฉีดน้ำหอมเหมือนอาบแบบนี้ 

“ นี่มึงจะเรียน หรือ จะไปเป็นพรีเซ้นต์เตอร์โฆษณาน้ำหอม บอกกูหน่อยครับเพื่อน  ” ผมถามขึ้นเสียงดังแข่งกับเพลงที่มันเปิด ก่อนไอ้คนที่กำลังผิวปากไปตามเพลงอย่างอามรณ์ดี จะหันมายักคิ้วให้

“ ไปเรียนสิครับเพื่อน  นี่กูก็แต่งปกตินะน้ำหอมก็ฉีดปกติ คนเราก็ต้องหอม ๆ เข้าไว้ ใคร ๆ จะได้เลี้ยวหลังตาม ”  อยากกรอกตาให้กับคำนี้ของเพื่อนจริง ๆ นี่มันไม่ใช่หอม ๆ แบบพอดีแล้ว มันหอมจนจะฉุนแล้วโว้ยไอ้ฟ่ง 

“ ที่เขามองตามไม่ใช่ว่าหล่ออะไรนะ เขาแค่มองตามเพราะคิดว่าไอ้หน้าไหนมันถึงฉีดน้ำหอมมาแรงขนาดนี้ ฮ่า ๆ  ”

ทันทีที่พูดจบร่างควาย ๆ ของไอ้คนที่ยืนอยู่หน้ากระจกมันเองแทบจะกระโดดมาทับตัวเขาที่นั่งอยู่บนเตียง 

“ มึงตายไปซะเถอะไอ้องศา มึงกล้ามากนะ กล้าจะบอกว่ากูไม่หล่อ ได้เพื่อนได้ จงรับแรงหนัก ๆ จากกูไป  ” 

“ อุก ! ไอ้ฟ่งกูจุก โอ๊ย มึงได้อึกไหมวะเมื่อเช้า ทำไมมันหนักแบบนี้ มึงเอาหมูกระทะเมื่อวานออกยัง !!!  ”  

 ตัวมันหนักโดยไม่ต้องแกล้งทำ มันหนักจริง ๆ หนักจนตอนนี้เริ่มจะจุกจริง ๆ แล้ว แล้วไอ้คนด้านบนมันรู้สึกอะไรไหม ก็ไม่ พอผมพูดจบ อย่างกับนักกีฬาว่ายน้ำเข้าสิง ล่าสุดมันว่ายน้ำท่ากบแล้ว !  แถมมันจะสนุกจนลืมว่าฐานด้านล่างคือกูที่ชื่อองศา ที่เป็นเพื่อนมึงนะ ไอ้ฟ่ง ไอ้เพื่อนเชี่ย ! 

 

ก๊อก ๆ 

เสียงเคาะประตูห้องเหมือนเสียงสวรรค์  ที่ทำให้ไอ้คนที่กำลังทำท่าทางว่าย้ำอย่างสนุกสนานอยู่บนตัวผม ถึงกับหยุดชะงักไปด้วย  เรามองหน้ากันนิ่ง ๆ เพราะไม่รู้ว่าใครมาหาตั้งแต่เช้าขนาดนี้ และมันคงไม่ใช่ไอ้บูมอย่างแน่นอน เพราะมันเขาหอพวกเขาไม่ได้ ยังไม่ทันที่จะพูดอะไรกัน เสียงพูดจากด้านนอกก็ดังเข้ามาผะแผ่ว

“ ไปเรียนกันยัง  วินเองนะครับ องศา ฟ่งไปเรียนยัง ”  

 พอคนด้านนอกพูดจบไอ้คนอยู่ด้านบนจึงผละตัวออก พร้อมกับเดินไปเปิดประตูห้อง แต่มันก็ยังไม่วายเต้นตามเพลงไปตลอดทาง เอาเข้าไปมัน  ทันทีที่ประตูเปิดออก ก็ได้เห็นหน้าขาว ๆ  ของเพื่อนต่างห้อง ที่โบกไม้โบกมือให้เขา ก่อนเจ้าตัวจะเดินเข้ามาตามไอ้ฟ่งที่เต้นไปตามเพลง วินหลังจากล็อคประตูห้องเรียบร้อย เจ้าตัวก็เดินมานั่งลงบนเก้าอี้นั่งทำงานของผม 

“ ตื่นเช้าจังวะวิน อย่าบอกนะว่ามึงตื่นเต้นเหมือนไอ้ฟ่งมัน ” 

 พยักพเยิดหน้าไปยังไอ้คนที่แต่งตัวอยู่หน้ากระจก ขณะที่เขากำลังทาครีมตามแขนขาอย่างลวก ๆ คนถูกถามส่ายหน้าช้า ๆ ก่อนเจ้าตัวจะพูดขึ้นเสียงเบา

“ ยังไม่ได้นอนเลยตั้งแต่เมื่อคืน แฮ่ ๆ ”   คำพูดของวิน ทำให้ผมกับไอ้ฟ่งถึงกลับหันมองเพื่อนต่างห้องด้วยความงุนงง

“ ทำไมยังไม่ได้นอน อย่าบอกว่ามึงตื่นเต้นกับการเปิดเรียนวันแรก กูว่าแล้วไอ้องศาต้องไม่มีแค่กูที่ตื่นเต้น ” ท้ายประโยคไอ้ฟ่งหันมาพูดกับเขา พร้อมกับส่งยิ้มกว้างให้อย่างผู้มีชัย แต่เสียงต่อจากนั้นทำให้รอยยิ้มกว้าง ๆ ต้องหุบลงทันที

“ เปล่าหรอก คือ ...... คือเรากลัว อืม เรื่องที่มันไม่ควรพูดน่ะ เรื่องนั้นแหละ  เมื่อคืนหลังจากเรากินหมูกระทะกันเสร็จ กลับมาช่วงสี่ทุ่มกว่าใช่ไหม แล้วทีนี้เมทเราน่ะ เขาก็บอกว่าอยู่ห้องเพื่อนเขาคงกลับดึก ๆ ให้นอนไปก่อนเลย เราเป็นคนขี้กลัวอยู่แล้วมันเลยนอนไม่หลับ เลยนั่งดูหนังรอเพื่อนจนถึงช่วง 5 ทุ่มกว่า ๆ แล้วทีนี้ เพื่อนก็ทักมาบอกว่าน่าจะกลับไม่ทัน กลัวถูกหักคะแนนหอด้วย เลยน่าจะนอนหอเพื่อนเลย เราพูดอะไรไม่ได้เพราะอีกแค่สิบนาทีก็จะเลยเวลาเข้าหอพักแล้ว ตอนนั้นมันก็กลัว ๆ เพราะต่างสถานที่ จะเดินมาเคาะห้ององศากับฟ่งเราก็เกรงใจ เพราะทั้งสองคงนอนแล้ว เราพยายามข่มตาหลับแล้วนะ แต่พอหลับตาลงมันก็ชอบจินตนาการไปทั่ว สาพเลยเป็นอย่างที่เห็น ........ ”  

 คนพูดที่หันมองพวกผม ก่อนจะส่งยิ้มเจื่อน ๆ มาให้  ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าอีกฝ่ายใต้ตาคล้ำอย่างกับคอดนอนจริง ๆ  อย่างวินมันก็น่าเห็นใจอยู่หรอกนะ เพราะเจ้าตัวก็เพิ่งมาอยู่ที่นี่เพิ่งคืนที่สองด้วยซ้ำ แล้วนี่เพื่อนยังหนีไปนอนที่อื่นอีก แล้วคนขี้กลัวมันก็คือขี้กลัว อย่างถ้าให้เขานอนห้องที่เพิ่งนอนได้แค่คืนเดียว แล้วคืนต่อไปต้องนอนคนเดียวอีก เป็นผมก็นอนไม่หลับหรอก

“ เคาะได้ตลอดเลยเว้ย เมื่อคืนช่วงเที่ยงคืนไอ้ฟ่งมันยังแหกปากโซโล่เพื่อนอยู่ในห้องน้ำอยู่เลย จะเกรงใจไรวะ เพื่อนกันนะเว้ย  ”  

 ผมเอ่ยขึ้นยิ้ม ๆ พร้อมกับเดือนไปตบลงบนบ่าของเพื่อน ที่นั่งหน้าฝาดสีอยู่บนเก้าอี้ ก่อนไอ้ฟ่งจะพูดสมทบ

“ เออมึงจะเกรงใจไรวะ ตี 1 ตี 2 มึงมีธุระอะไรก็โทรหา เคาะประตูห้องพวกกูได้ แต่ถ้าดึก ๆ กรุณาโทรหากูก่อนละกัน กูกลัว แล้วคืนนี้ถ้าเมทมึงไปมาอีกก็มานอนกับพวกกู เอ๊ะ ๆ ไม่ต้องมาบอกว่าเตียงเล็กจะนอนด้วยกันได้ยังไงนะ เพราะเตียงมันขยับหากันได้  มึงมานอนกับพวกกูได้สบาย ๆ เลย  ”

  ไอ้ฟ่งพูดขึ้นพร้อมกับมันที่ดักไอ้วินไว้ทุกทาง เพราะรู้ว่าเจ้าตัวจะพูดอะไร อย่างไอ้ฟ่งพูดก็ถูก เพื่อนกันต่อให้ดึกแค่ไหนก็ต้องเปิดประตูให้อยู่แล้ว

“ ขอบคุณนะ งั้น ....... วันนี้ถ้าเมทเราเขาไม่กลับห้องอีก เราขอมานอนด้วยคนนะ  ” เจ้าตัวพูดยิ้ม ๆ ก่อนผมทั้งสองคนที่เป็นเจ้าของห้องจะพยักหน้าตอบรับคำเพื่อนทันที

“ เออได้สิวะ มานอนด้วยกันหลายคนก็ดีเหมือนกัน จะได้สนุก ๆ  ” เป็นผมพูดขึ้น ก่อนไอ้ฟ่งจะพูดขึ้นเสียงดังด้วยความตื่นเต้น ระหว่างที่มันกำลังก้มหน้ามองโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะอ่านหนังสือของมัน

“ เชี่ย ! ....... สายแล้ว ๆ  รีบ ๆ เลยมึงรีบ เดี๋ยวกูจะไปกินข้าวไม่ทัน  ” 

  ไอ้ฟ่งพูดจบมันก็รีบคว้ากางเกงมาใส่ลวก เขาที่เห็นดังนั้นจึงรีบเดินไปยังตู้เสื้อผ้าตนเองพร้อมกับเริ่มแต่งตัว ประจวบเหมาะกับสายโททรศัพท์ที่โทรเข้ามา ผมที่กำลังเร่งรีบในการแต่งตัวจึงหันไปมองไอ้คนที่นั่งเฉย ๆ อยู่บนเก้าอี้ เป็นสัญญาณให้มันไปรับโทรศัพท์ แทนหน่อย วินพยักหน้าก่อนเจ้าตัวจะเดินไปรับสายโทรศัพท์ผมที่แผดเสียงร้องลั่นไม่หยุด เจ้าตัวที่กดรับพร้อมหันมามองทางผมไปด้วย

“ สวัสดีครับ นี่วินพูดเองบูม พวกองศาแต่งตัวอยู่ ได้ ๆ เดี๋ยวรีบไปนะ ครับ สวัสดีครับ  ” 

 พูดกับเพื่อนมันยังลงท้ายว่าครับทุกคำ จะมารยาทดีไปไหนวะไอ้วิน ดูจากคำพูดไม่ต้องเดาว่าใครโทรมา นี่มันก็คงโทรตามให้ไปกินเช้าอีกแน่ ๆ 

“ บูมโทรมาตามไปกินข้าว ตอนนี้มารออยู่หน้าหอพักพวกเราแล้ว ”  พวกผมพยักหน้าให้รัว ๆ ก่อนจะรีบแต่งตัวให้เรียบร้อยกันแบบรีบ ๆ   ไม่รู้ตอนนี้ไอ้บูมหน้างิกไปถึงไหนแล้ว 

 

 

“ ช้า สัส ๆ พวกมึงจะไปกินไหมข้าววเช้าน่ะหะ ! กูหิวนะเว้ยบอกไว้เลย โอ้โห .... . ไอ้ฟ่งนี่มึงฉีดน้ำหอม หรือ มึงอาบกันแน่ฮะ ! ” 

 ไอ้บูมที่หันมาด่าทั้งผมทั้งไอ้ฟ่ง มันต้องรู้แหละว่าไม่มีทางที่วินจะสายได้ ส่วนไอ้ติวที่กลั้นขำจนหน้าดำหน้าแดงไปหมด ไอ้คนโมโหหิวก็พาลไปเสียหมดยังกลิ่นน้ำหอมไอ้ฟ่ง แต่มันก็ไม่เกินอย่างที่มันพูดสักเท่าไหร่นัก นี่ขนาดเดินลงมาจากตึกยันหน้าประตูหอพัก ยังมีคนเลี้ยวหลังมองอย่างไอ้ฟ่งพูดเป๊ะ ๆ  ขนาดป้ายามหน้าหอพักยังถามว่า หนู ๆ ใช้น้ำหอมกลิ่นไหนลูกทำไมหอมมาแต่ไกลเลย ผมกับไอ้วินถึงกับหัวเราะลั่นทางเดิน 

“ นี่มันคือทริคทำให้น่าสนใจ มึงไม่รู้หรือไง นี่กูฉีดเผื่อยันตอนเข้าประชุมเชียร์เลยนะโว้ย ตอนเย็นเลิกเชียร์ พากูไปซื้อขวดน้ำหอมเปล่าด้วย กูไม่กล้าเอาขวดใหญ่มาด้วยกล้าแตก  ”   

                ไอ้ฟ่งหันมองทุกครอบ ๆ พร้อมกับพูดเป็นใน ๆ ว่า พวกมึงทุกคนต้องพากูไป ........... 

“ กูว่าเราไปซื้อข้าวก่อน แล้วค่อยมาพูดกันดีกว่านะกูว่า ”

  เป็นไอ้ติวพูดขึ้น หลังจากที่มันควบคุมตัวเองไม่ให้หลุดขำได้ เนื่องจากเราต้องไปเรียนเลยทุกคนจึงเลี่ยงไปเอารถจักรยานยนต์กัน ไอ้ติวกับไอ้บูมที่นำรถมาจอดรอแต่แรกจึงถือโอกาสยืนรอพวกนั้นเป็นเพื่อนผมด้วย  เพราะเป็นผมคนเดียวที่มีแค่รถจักรยาน  ไอ้ฟ่งกับไอ้บูมที่พยายามหัดให้เรื่อย ๆ แต่เขาก็ยังขับไม่ค่อยแข็งอยู่ดี แต่ก็พอขับในหมู่บ้านได้บ้าง  พ่อที่พูดเรื่องรถจักรยานยนต์ใหม่ขึ้น แต่ช่วงนั้นย่าไม่สบายด้วยทำให้ฐานะทางบ้านเราไม่ค่อยดีเท่าไหร่ อีกอย่างรถเมล์มอก็มี จักรยานก็ปั่นนไปเรียนได้เหมือนกัน นี่ไอ้ฟ่งก็ทั้งเรียน ทั้งนอนห้องเดียวกัน ยังไงซะเราก็ต้องไปด้วยกันอยู่แล้ว เขาจึงขอตัดปัญหาสิ้นเปลืองตรงนี้ไปก่อนดีกว่า

                สรุปในกลุ่มมีแค่ผมที่ไม่มีรถจักรยานยนต์ แต่มันก็ทำให้ผมเลือกได้ง่าย ๆ ว่าจะไปเรียนกับใคร ระหว่างไอ้ฟ่ง หรือ ไอ้วิน ที่เราอยู่ภาคเดียวกัน  แต่วันนี้ไอ้วินที่ยิ้มหน้าบานพร้อมกับพูดว่า วันนี้เราตกลงกับฟ่งแล้วว่าให้องศามานั่งกับเรา เขาพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินไปขึ้นรถกับไอ้วินมันทันที ปลายทางที่เป็นโรงอาหารกลางที่อาหารถูกแสนถูก ราคานักศึกษา แต่มันช่างอัดแน่นไปด้วยนักศึกษา คนเยอะกว่าเมื่อวานมาก ๆ อาจเพราะวันนี้เปิดเรียนเต็มที่ด้วย

                เราเลือกอาหารง่าย ๆ เหมือนเมื่อวาน ก่อนเราทุกคนจะหาที่นั่งกัน โชคดีที่โต๊ะนั่งไม่เป็นเหมือนสมัยก่อนที่เป็นส่วนของคณะนั้น คณะนี้ โต๊ะของภภาคนั้น โต๊ะของภาคนี้ เพราะทุกคนจ่ายเงินเท่ากันมีสิทธิ์ที่จะนั่งโต๊ะไหนก็ได้เหมือนกัน

“ แล้วเป็นไงบ้างไอ้องศา มีลอง ๆ หายังว่าพี่เขาจะพูดอะไรบ้าง  ”  

ไอ้ติวถามขึ้นขณะที่ผมกำลังเคี้ยวข้าวอยู่ ก่อนจะส่ายหน้าหวือให้เพื่อนทันที จะรู้อะไรวะ ตั้งแต่เมื่อวานพี่เอ็มมี่ยังไปส่งอะไรมาเลย ว่าต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง 

“ ยังเลย คงเป็นคำถามทั่ว ๆ ไปนั้นแหละ หาไปเขาก็รู้หมดสิวะ เอาตามความรู้สึกกูนี่แหละง่าย ๆ ตื่นเต้นดีด้วย ” 

คนถามพยักหน้าเข้าใจ  ก่อนเสียงของไอ้บูมจะดังขึ้นบ้าง

“ อื้ม วินหน้ามึงทำไมดูซีด ๆ วะ กูว่าจะถามตั้งแต่มึงออกมาแล้วนะ  ”   คำพูดของไอ้บูมทำให้ผมกับไอ้ฟ่งรีบหันมองหน้าไอ้วินทันทีเพราะกลัวว่าคนไม่ได้นอนจะสลบคาโต๊ะทานข้าวไปเสียก่อน

“ พอดีเมื่อคืนเราไม่ได้นอนน่ะ วันนี้เลยไม่ค่อยสดชื่นเท่าไหร่ เราเป็นคนขาวด้วยมันเลยดูออกง่าย ” 

ทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ ไอ้บูมกับไอ้ติวที่ต่างหัวคิ้วแต่ละคนแทบจะชนกันทันที  คล้ายมันกำลังตั้งคำถามไปก่อนคนพูดแล้ว

“ ทำไมล่ะ ทำไมมึงไม่นอน  ”   เป็นไอ้ติวถามขึ้นอย่างสงสัย ก่อนอีกคนข้างกายผมจะยกแก้วน้ำขึ้นมาดูดแรง ๆ 

“ คือเมทเราเมื่อคืนเขาไม่กลับห้อง เพราะเขาคิดว่ากลับไม่ทัน มาบอกก็ช่วงเกือบ ๆ หอปิดแล้ว เราไม่เคยนอนแปลกที่คนเดียวสักครั้ง มันเลยกลัวมาก ๆ จะข่มตาหลับ มันก็จินตนาการไปไกลแล้ว  จะให้มาเคาะห้อง หรือ โทรให้สองคนนี้มารับเราก็ไม่กล้า ตอนนั้นเกรงใจมาก ๆ เพราะนึกว่าสองคนนี้นอนไปแล้ว สภาพมันเลยเป็นอย่างที่เห็นนี่แหละ แฮ่ ๆ   ”

                ทั้งสองคนตรงหน้าพวกเขาที่ถอนหายใจออกมาแรง ๆ ก่อนพวกมันจะหันมามองพวกเขาทั้งสองคนที่นนั่งอยู่ ผมกับไอ้ฟ่งที่กำลังเอ่ยปากพูดออกไป ว่าให้ไอ้วินมานอนด้วยกันได้ ถ้าเมทมันไม่มาอีก แต่ดูว่ามันจะช้าไปกว่าไอ้บูม

“ มึงโทรหาพวกมันเลยจะดึกดื่นเที่ยงคืน ตี1 ตี2 แค่ไหน มึงก็โทรให้มันมารับมึงเลย เพื่อนกันน่ะ แล้วมันก็เรื่องจำเป็น แถมห้องก็อยู่ข้างกันแค่นั้นเอง  ห้องพวกมึงอยู่ด้านบนนิ กูพอเข้าใจว่ามึงไม่กล้าเคาะห้องพวกมันแหละ เพราะช่วงดึก ๆ มันจะเงียบมาก  ” 

  เนื่องจากห้องพวกเราอยู่ชั้น 3 ไม่ได้มีแค่พวกปี 1 เท่านั้น ยังมีพี่ปีสูง ๆ กว่านั้นด้วย ทำให้หอมันค่อนข้างเงียบ บางห้องพี่ ๆ ก็เพิ่งกลับกันมาเมื่อวานตอนพวกผมออกมาเรียนด้วยซ้ำ  อีกอย่างคนมันกลัว ก็คือกลัวแหละ จินตนาการมันต้องมาก่อนอยู่แล้ว 

“ อื้ม นี่องศากับฟ่งก็ให้เราไปนอนด้วยได้เลย ถ้าวันนี้เมทเราไม่มานอนห้องอีก  ”  ไอ้วินหันมายิ้ม ๆ คล้ายเป็นการขอบคุณพวกผมอีกครั้ง  ก่อนไอ้ทั้งสองคนนั้นจะพยักหน้าเข้าใจ 

                เราพูดคุยกันอีกนิดหน่อยก่อนจะรีบกินข้าวกันเพราะมันสายมากแล้ว ก่อนพวกเราจะไปยังอาคารเรียนรวมกัน ก่อนสองคนนั้นจะแยกไปเรียน เขาทั้งสามคนก็รีบเข้าไปเรียนเช่นกัน โชคดีที่วาส่วนมากจะเป็นวิชาที่คนเรียนกันเยอะ จนต้องใช้ห้องใหญ่ในการเรียน ส่วนวิชาที่เรียนตามห้องต่าง ๆ ทั้งไอ้วินและไอ้ฟ่งก็เรียนด้วยกันหมด 

              

  สิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดของการเข้าเรียน ของมหาวิทยาลัยคือ ท่านแค่กล่าวทักทายเล็กน้อย ก่อนจะเช็คชื่อไล่ตามพยัญชนะภาษาไทย  โชคนี้ที่ชื่อพวกเขาอยู่แทบท้าย ๆ เลย แต่มันก็ต้องเสี่ยงดวงเอาว่า อาจารย์ท่านจะเรียกเช็คชื่อต้นคาบ หรือ ท้ายคาบ  แต่ถ้าเป็นห้องใหญ่ที่รวมนักศึกษาไว้เยอะ ๆ จะไม่มีการเช็คชื่อนักศึกษาแต่อย่างใด แถมแต่ละวิชาบางครั้งแทบจะ 3 ชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ  นี่แค่วิชาพื้นฐาน แต่ถ้าอย่างคณะพวกเขาจะมีปฏิบัติด้วย อาจจะนานกว่านี้เลย แถมหน่วยกิตที่ไม่ใช่แค่ 1 หน่วยกิต หรือ 2 หน่วยกิต แต่ละวิชามีแต่ 3 หน่วยกิตทั้งนั้น ทำคะแนนดี ก็ฉุดขึ้น ทำไม่ได้ก็ฉุดลงอย่างเห็นได้ชัดเลย

 

“ ขอบคุณที่อยู่ฟังถึงตอนนี้นะครับ อาจารย์หวังว่าคาบต่อ ๆ ไปจะได้เห็นนักศึกษามานั่งกันครบทุกคนแบบนี้อีก สวัสดีครับ แล้วเจอกันใหม่  ”

 อาจารย์เอ่ยขึ้นยิ้ม ๆ พร้อมกับเก็บข้าวของแล้วเดินออกไปทันที  เพราะวันนี้คาบสุดท้ายของวัน  อีกทั้งเป็น SEC ใหญ่ ทำให้ เพื่อน ๆ บางคนจึงแอบงีบกัน เพราะวิชานี้เป็นวิชาพื้นฐาน อีกทั้งวันนี้เป็นวิชาที่เรียนวันแรก จึงไม่มีอะไรมาก  ผมที่หันไปมองคนที่นอนซบอยู่กับโต๊ะเลคเชอร์ การหายใจเข้า – ออก ทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายคงหลับลึกจริง ๆ ไม่อยากปลุกเลยว่ะ เพราะวันนี้ตารางเรียนแน่นเอี๊ยดแถมเป็นห้องเล็ก ทำให้แอบหลับไม่ได้ มีแค่วิชานี้วิชาเดียวเท่านั้น

                ไอ้ฟ่งมองไปด้านหน้า ก่อนจะเริ่มเก็บของให้ไอ้วิน เมื่อเห็นดังนั้นผมจึงมองไปยังด้านหน้าทันที และสิ่งที่นึกก็เป็นจริง เพราะด้านหน้าสุดของห้องขนาดใหญ่ มีพี่ ๆ ฝ่ายสัน ฯ มารอแล้ว เห็นพี่ ๆ ก็ทำใจผมแทบเต้นไม่เป็นจังหวะ เรียนเยอะจนลืมว่าตัวเองมีภารกิจอะไร   เมื่อเห็นดังนั้นจึงเอื้อมมือไปปลุกคนที่นอนหลับอยู่เบา ๆ 

“ วิน ๆ ตื่นได้แล้ว จะเข้าประชุมเชียร์แล้ว ” 

 เขย่าตัวอีกฝ่ายเบา ๆ ก่อนคนถูกปลุกจะเริ่มขยับตัว  เมื่อผมเห็นดังนั้นจึงเริ่มเก็บของตัวเองบ้าง คนที่นั่งตรงกลางบิดขี้เกียจเล็กน้อย จัดทรงผมตัวเองเข้าที่ ก่อนเจ้าตัวจะหันไปขอบคุณคนที่เก็บกระเป๋าให้  ด้านหน้าที่เป็นพี่ ๆ เมื่อวาน ก่อนจะเป็นพี่ที่ชื่อตะวันประธานรุ่นก่อนพูดผ่านโทรโข่ง

 

“  สวัสดีน้อง ๆ ทุก  ๆ คนนะครับ วันนี้เร็วหน่อยนะ เพราะเราต้องคัดดาวเดือนกันคงต้องใช้เวลานานพอสมควร ถ้าช้าเรายิ่งจะเลิกช้ากันนะครับ  อย่าลืมใส่ป้ายชื่อกันด้วยนะก่อนเข้าห้องเชียร์ ส่วนใครลืมแจ้งพี่ ๆ ไว้เลยนะครับ แถวแรกเก็บของเรียบร้อยยังครับ ......  โอเค งั้นเดินตามพี่ ๆ ไปเลยนะครับ ” 

               

 ทันทีที่พี่ตะวันพูดจบต่างคนก็เริ่มห้อยป้ายชื่อกันแล้ว โชคดีที่ของเราไม่ได้บังคับให้ต้องใส่ตลอดเวลา ใส่แค่ช่วงเข้าห้องเชียร์เท่านั้น ส่วนสีผมดูเหมือนให้ทำได้แค่สีผมเข้ม ๆ เท่านั้น กับช่วงเวลา 1 อาทิตย์นี้ ที่พี่ ๆ ขอร้องไม่อยากให้ไปเที่ยวสถานบันเทิงช่วงนี้ เพราะมันเป็นช่วงหน้าฝนและบางคนอาจจะยังไม่คุ้นทาง  อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ เพราะช่วงปีที่ผ่านมา เคยมีปี 1 ไปเที่ยวแล้วฝ่าสายฝนกลับห้อง ทำให้เกิดอุบัติเหตุแหกโค้งตรงหน้ามอ เพราะไม่คุ้นทาง โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมากกัน  พี่ ๆ จึงอยากให้คุ้นทางกันก่อน ส่วนเรื่องอื่นก็ไม่ได้ห้ามเพราะมันก็สิทธิ์ของใครของมัน 

“ องศามึงต้องไปก่อนพวกกูไหม ” 

ไอ้ฟ่งถามขึ้น ขณะที่เรากำลังต่อแถวเข้าหอประชุมคณะกัน   ผมส่ายหน้าหวือทันทีเมื่อเพื่อนพูดจบ   ก่อนเข้าคาบเรียนนี้ก็ทักไปถามอุงอิ๋ง เพื่อนผู้หญิงที่เป็นตัวแทนภาค เธอก็บอกว่าพี่ ๆ ไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้นเลย และดูจากพี่ตะวันพูดก็ไม่มีใครจะพูดเรื่องนี้ สงสัยเข้าห้องเชียร์ค่อยเรียกกันล่ะมั้ง

“ ไม่รู้ว่ะ พี่ไม่เห็นพูดอะไรคงเดินตาม ๆ กันไปก่อนนี่แหละ  ”   หันไปพูดกับไอ้คนด้านหลัง  ก่อนไอ้วินที่อยู่ตรงกลางจะจับมือผมเขย่าไปมาแรง ๆ 

“ องศา ๆ ตื่นเต้นแทนว่ะ ตื่นเต้นไหม ๆ  ”  

 มองคนด้านหลังนิ่ง ๆ ก่อนผมจะเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น ยังไม่ทันพูดอะไรไอ้ฟ่งที่ยืนอยู่หลังไอ้วินก็พูดขึ้นก่อน

“ มันไม่ตื่นเต้นมั้งไอ้วิน ดูหน้ามันดิซีดขนาดนั้น แล้วมึงจับมือมันเย็นไหมล่ะ  ”    ไอ้วินทำตาโตก่อนจะก้มลงดูมือพวกเรา

“ จะ จริงด้วย  ไม่ต้อง ๆ ตื่นเต้นนะ เดี๋ยวพวกเราให้กำลังใจองศาเอง ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร อย่าเครียดก็พอ อีกอย่างนะพี่เขาไม่ได้เข้ามาดูทำให้ดีไปเลยรู้หรือเปล่า ให้เขารู้ว่าองศาไม่ได้มีดีแค่หน้าตา ”   

คนพูดตบบ่าผมเบา ๆ คล้ายให้กำลังใจ มึงจะให้กำลังใจกูมากเพื่อน ถ้ามึงไม่พูดถึงเขาคนนั้นให้กูได้ยินก่อน อุตส่าห์ว่าจะไม่คิดแล้วนะ แต่ก็วะพี่เขาไม่ได้มาดูด้วยนี่

“ เออขอบใจมาก  มึงนั่นแหละอย่าตื่นเต้นมาก มือเย็นกว่ามือกูแล้ว  ” 

  ผมเอ่ยยิ้ม ๆ ก่อนไอ้วินจะพยักหน้าหงึกหงักตาม เราเดินตามคนอื่น ๆ เข้าไปในห้องประชุมเชียร์  ทุกอย่างเหมือนเมื่อวานไม่มีผิด เราแยกนั่งตามภภาคเหมือนเดิม โดยมีพี่ ๆ ที่ยืนถือป้ายคณะรอแล้ว มุมห้องเริ่มมีพี่ ๆ นำข้าวกล่องมาวางไว้ ระหว่างที่เรากำลังต่อคิวไปยังภาค พี่เอ็มมี่ กับ พี่แป้งก็ยังพูดคุยกับพวกเราไปด้วย 

“ สวัสดีน้อง ๆ ปี 1 ทุกคนนะคะ พบกับพี่เอ็มมี่ และ พี่แป้งกันอีกเช่นเคย วันนี้ใครไปดูมาหรือยังคะว่าได้พี่น้องสายรหัสกันยัง วันนี้พี่เอ็มมี่แอบไปแง้ม  ๆ เดินดูบางสายครบแล้วนะเออ  บางสายพี่ปี3 ปี 4 ก็มาแล้ว  ”

“ จริงค่ะพี่เอ็มมี่ พี่แป้งก็ไปแอบ ๆ ดูมาเหมือนกัน ปีนี้ถือว่าพี่ ๆ มีเขียนสายเร็วมากจริง ๆ ค่ะ  ” 

  พี่ทั้งสองพูดขึ้นยิ้ม ๆ ก่อนแรงสะกิดช่วงไหล่ทำให้ผมต้องหันไปมอง ก่อนจะเจอสายตาของไอ้เพื่อนทั้งสองคนที่มองมาอยู่แล้ว

“ กูว่าแล้วกูลืมอะไร ลืมไปดูสายรหัสเลย ”   ไอ้ฟ่งพูดขึ้นเบา ๆ ก่อนไอ้วินจะพยักหน้าเป็นลูกคู่กันไป

“ เดี๋ยวค่อยไปดูก็ได้หรอกน่า พี่เขาไม่หนีมึงไปไหนหรอก เชื่อกูเถอะ ”  ส่ายหน้าให้กับเพื่อนเบา ๆ ก่อนคนด้านหน้าจะดึงความสนใจเขาอีกครั้ง 

“ เพื่อให้ไม่เป็นการเสียเวลาและน้อง ๆ จะได้กลับเร็ว ๆ ด้วยนะคะ เดี๋ยวให้ตัวแทนแต่ละภาคมายืนเรียงกันอยู่ด้านหน้านี้เลยนะคะ เดี๋ยวเราจะมีการเดินโชว์ตัว กับตอบคำถามนิดหน่อยค่ะ  ”    

 พี่แป้งที่ผายมือไปยังด้านข้างตนเอง มีเดินโชว์ตัวด้วยเหรอวะ เชี่ยแล้ว. ....... ทำไมกูไม่รู้เลยวะว่ามีการเดินโชว์ตัวด้วยวะ  รีบหันหน้าเพื่อน ๆ ทันที ก่อนไอ้ฟ่งจะทำหน้าเป็นกังวล ส่วนไอ้ที่ที่ได้แต่พูด ไม่เป็นไรสู้ ๆ มั่นใจในตัวเอง ๆ  แม่งมาถึงขนาดนี้แล้ว เพื่อนคนอื่น ๆ เริ่มลุกขึ้นเดินไปกันแล้ว ผมที่เริ่มมองหาอุงอิ๋งเช่นกัน  แต่เสียงเซ็งแซ่ของคนที่นั่งอยู่ทำให้พวกผมต้องหันไปมองด้านหลังตามคนนับหลายร้อยคนที่มองไป  และในเวลานั้นเองที่ทำให้ภาพตรงหน้าแทบทำให้ผมที่กำลังลุกขึ้นยืน  ถึงกลับทรุดตัวนั่งลงที่เดิม  เพราะกลุ่มพวกพี่ระเบียบเดินเรียงแถวเข้าไปนั่งเก้าอี้พลาสติกด้านหลังสุด  ไหนพี่คนนั้นเขาบอกว่าพวกพี่เขาไม่มาไงล่ะ ! 

“ ไอ้องศามึงจะเอาไง  ” 

  ไอ้ฟ่งขยับตัวมาชิดไอ้วินก่อนจะกระซิบถาม  ด้วยสีหน้าเป็นกังวล ส่วนอีกคนหน้าตาเป็นกังวลไม่ต่างกัน  ก่อนอุงอิ๋งจะขยับแถวร่นลงมาจนอยู่ระนาบเดียวกับผม  แต่คนละแถว 

“ องศาไปหรือยัง  มีแค่เราแล้วนะ เพื่อน ๆ เริ่มออกไปกันหมดแล้ว ”  

อุงอิ๋งกระซิบถามเสียงเบา พร้อมกับเจ้าตัวจะหันไปมองทางด้านหลัง ที่ตอนนี้มีพี่ผู้ชายไปถามอะไรพี่ผู้ชายที่นั่งข้างพี่เหนือนิดหน่อย ก่อนเจ้าตัวจะวิ่งกับมาบอกพี่แป้งและพี่เอ็มมี่  อุงอิ๋งก็เร่ง เพื่อนก็เริ่มจะลุกกันไปหมดแล้ว ไอ้สองคนก็ยังทำหน้าตาเป็นห่วง ใช่แค่นั่งอยู่กูยังรู้สึกขาสั่นเลย

“ ไม่ต้องห่วงกู แค่นี้เอง ” มองเพื่อนทั้งสองคนยิ้ม ๆ ระหว่างนั้นเองที่เสียงประกาศด้านหน้าดังขึ้น 

“ วันนี้ถึงแม้เราจะไม่มีอะไรเกี่ยวกับด้านต่าง ๆ แต่พี่ ๆ ที่ตอนแรกติดธุระเกี่ยวกับการเรียนก็ยังอุตส่าห์มาดูการคัดครั้งนี้ ฝ่ายสัน ฯ ขอบคุณพี่ ๆ ด้วยนะคะ ”  พี่แป้งพูดยิ้ม ๆ ในเวลาเดียวกันพี่เอ็มมี่ก็พูดขึ้น 

“ ตอนนี่เหลือ ..... ภาคโลหการค่ะ มีไหมเอ่ย ..... ”   เจ้าตัวมองมาเรื่อย ๆ คล้ายกับมองหาผมกับอุงอิ๋ง

“ ไปกันยังอุงอิ๋ง ”

  ผมลุกขึ้นยืน ขณะเพื่อนหลายร้อยชีวิตก็เริ่มมองมาเช่นกัน อุงอิ๋งที่เริ่มเหมือนจะไม่กล้าลุกขึ้นยืน ก่อนผมจะยื่นมือไปให้อีกฝ่ายจับ พร้อมกับส่งยิ้มกว้างไปให้ เรื่องนี้เป็นผมเองที่ผิด ยังไงก็ต้องรับผิดชอบทุกอย่าง

อุงอิ๋งจับมือผมไว้ก่อนเจ้าตัวจะดึงตัวขึ้น เนื่องจากพวกเราอยู่ด้านหลังสุดทำให้ระยะทางจากเราถ้าเดินไปด้านหน้ามันยาวมาก ทำให้เราเราตัดสินใจเดินอ้อมด้านหลังแทน  ฝ่ามือเย็นเฉียบของอีกฝ่ายทำให้รู้ว่าไม่ได้มีแค่ผมที่ตื่นเต้น แต่คนตัวเล็กที่ยืนข้างกันในตอนนี้ด้วย  ดูเหมือนอีกฝ่ายจะตื่นเต้นจนลืมว่าอีกฝ่ายกำลังจับมือผมอยู่ จะบอกให้ปล่อยมือก็ไม่ได้จึงได้แต่จับมือเจ้าตัวไปอย่างนั้น  ผมไม่ได้หันไปมองอีกครั้งว่าพี่ ๆ นั่งข้างหลังเป็นยังไงบ้าง เพราะในใจตอนนี้อยากไปรวมกับเพื่อนเร็ว ๆ 

“ เอาล่ะค่ะมาครบกันทุกภาควิชาแล้วนะคะ  ”     ระหว่างที่พี่แป้งพูดอยู่นั้น พี่เอ็มมี่ก็เดินเลี่ยงมาหาพวกเราทุกคน 

“ เดี๋ยวตอนให้เดินโชว์ตัวกันแต่ละคนรอบแรก รอบสองให้ควงกันเดินนะคะ พี่ต้องขอโทษที่บอกว่ามีแค่ตอบคำถามในรอบนี้ แต่เพิ่งมาพูดคุยกันช่วงบ่ายว่าควรให้น้อง ๆ เดินให้เพื่อนดูด้วย ”   

 พี่เอ็มมี่พูดด้วยน้ำเสียงอ่อยพร้อมกับใบหน้ารู้สึกผิดอย่างเต็มที่ ก่อนทุกคนจะส่ายหน้าว่าไม่เป็นไร อีกฝ่ายจึงพูดขึ้นต่อ 

” พี่จะให้น้อง ๆ มองไปยังพี่ ๆ ที่นั่งทางด้านหลังกันด้วยนะคะ ฝั่งขวามือมุมห้องคือรุ่นพี่ที่มาตัดสิน แต่ส่วนด้านหน้าคือกรรมการพิเศษเรา  ”   

  พิเศษมาก ......   ไอ้องศาอยากน้ำตาไหลเลย ให้กูเดินโชว์ตัวไม่พอ ยังต้องเงยหน้ามองไปข้างหน้าอีกเหรอวะ  แล้วด้านขวามือที่มีรุ่นพี่กลุ่มใหญ่นั่งอยู่มันยังมีพี่ผู้หญิงคนนั้นที่เขาเห็นเมื่อวาน  นั่นสินะพี่เหนือมา  ยังไงพี่คนนั้นก็ต้องมาอยู่แล้ว   ทำไมผมไม่ทันสังเกตตั้งแต่แรก ........ 

“ เดี๋ยวพี่ให้น้อง ๆ เตรียมตัวกันก่อนถ้าประกาศภาควิชาไหนให้เดินกันไปเป็นคู่แล้วเดินวนกลับมา จากนั้นจะประกาศฝ่ายหญิงก่อนน้องผู้หญิงเดินไปหยุดด้านหน้า พร้อมกับฝ่ายชายที่เดินตามไปตอนกลับก็เดินมาด้วยกันนะ เข้าใจเนาะ  ” 

พวกผมพยักหน้าเข้าใจก่อนอีกฝ่ายจะเดินไปหาพี่แป้งเหมือนเดิม ดูเหมือนว่าจะมีการโหวตของเพื่อน ๆ ร่วมด้วย โดยจะตั้งโหวตหลังจากการตอบคำถามครบทุกคน ให้เหลือแค่ 3 คู่ ในกลุ่มคณะรุ่นพวกเขา โดยไม่จำเป็นต้องเป็นภาค และสุดท้ายจะเป็นคณะกรรมการให้คะแนน พร้อมกับคะแนนโหวตจากเพื่อน ๆ ร่วมด้วย 

“ องศา ๆ  ” 

แรงกระตุกตรงมือพร้อมเสียงเรียกเบา ๆ ของคนข้างกายทำให้ผมต้องหันมอง  แต่อุงอิ๋งกลับกวักมือให้ก้มลงเพื่อฟังที่เจ้าตัวพูด เนื่องจากว่าส่วนสูงเราที่ห่างกันพอสมควร 

“ มีอะไรอุงอิ๋ง  ทำไมหน้าซีดอย่างนั้น อย่าบอกนะว่าจะเป็นลม ถอนตัวไหม เดี๋ยวเราถอนตัวด้วยก็ได้ ” 

พูดด้วย้ำเสียงเป็นห่วง  แต่ใจกูอยากถอนตัวแล้ว ถามเพื่อนจะเป็นลมไหม จะเป็นลมไหม แต่กูเนี้ย ! ขากูสั่นพับ ๆ แล้ว  

“ ไม่ใช่ ๆ คือ ..... องศาสัญญากับเราก่อนว่าจะไม่บอกใคร  ” 

   เจ้าตัวยื่นนิ้วก้อยมาตรงหน้าตนเองคล้ายเป็นตัวแทนคำสัญญา  ผมที่พยักหน้ารับพร้อมใช้นิ้วก้อยตนเองเกี่ยวกับนิ้วก้อยของอีกฝ่ายไว้    ก่อนเสียงเล็กจะพูดขึ้นเบา ๆ ระหว่างที่นิ้วเราเกี่ยวกันไว้แน่น โชคดีที่เพื่อน ๆ ที่นั่งอยู่ หันไปมองพี่ ๆ เขาหมด ไม่งั้นกูว่ากูได้คู่จิ้นแน่   

“ คือ ....... ฮื่อ องศา คือ ระ เรา เราชอบพี่ที่เป็นหัวหน้าเฮดว๊าก ! ”   

 หัวหน้าเฮดว๊าก .......  พี่เหนือ ? อุงอิ๋งชอบพี่เหนือเหรอวะ ยังไม่ทันที่เขาจะประมวลความคิดตัวเองได้  เสียงของคนตรงหน้าที่มองไปทางพวกพี่เขาก็พูดขึ้นด้วยใบหน้าแดงระรื่อ  พร้อมกับน้ำเสียงที่เปล่งออกมาด้วยความเขินอาย   

“ เรา .... เราไม่กล้าจ้องไปทางพวกพี่เขา เราเขิน ! ฮื่อ พี่เขามองมาทางพวกเราด้วยอะ  ” 

  สิ้นคำพูดของคนตรงหน้าทำให้ผมเผลอหันมองตามสายตาอีกฝ่ายไปอย่างรวดเร็ว  ภาพด้านหน้าที่เป็นพี่ ๆ 5 -6 คนนั่งบนเก้าอี้มองมาด้านหน้าด้วยสายตาปกติ  แต่คนที่ทำให้ไม่กล้าแม้กระทั่งกลืนน้ำลาย คือคนที่นั่งไขว้ขากอดอกมองมาด้วยสายตานิ่ง ๆ  สายตาที่ทำให้ผมรีบผละมืออกจากอุงอิ๋งแทบจะทันที   ผมไม่รู้ว่าอีกฝ่ายตั้งใจมองมาทางเราสองคนไหม แต่สายนั่นมันกลับเหมือนเป็นตัวบังคับให้ผมต้องรีบปล่อยมือจากคนข้างกายโดยอัตโนมัติแทบจะทันที  พยายามสลัดความคิดที่เข้าข้างตัวเองออกไป ก่อนจะหันกลับมามองคนตัวเล็กตรงหน้า พร้อมกลับส่งยิ้มไปให้

“ อุงอิ๋งก็ไม่ต้องไปโฟกัสที่พี่เขาสิ มองไปรอบ ๆ ยิ้มกว้าง ๆ มั่นใจในตัวเองหน่อย  ” บอกเพื่อนได้ แต่กูเองทำไม่ได้ ! 

“ อื้ม ! ขอบคุณนะ  ว่าแต่องศาก็มือเย็นเฉียบเลยตื่นเต้นเหรอ ”   คนตรงหน้าดูมั่นใจขึ้นกว่าเมื่อครู่ หันมาพูดยิ้ม ๆ 

“ นิดหน่อยน่ะ พอดีไม่เคยต้องมายืนต่อหน้าคนเยอะขนาดนี้ ยิ่งตอนตอบคำถาม ......  ” ตอนนี้กูยอมหมดทุกอย่างขอเอาไอ้กลุ่มพวกพี่ระเบียบมันไปเก็บได้ไหมวะ ! 

“ เอาน่า ..... สู้ ๆ เหมือนกันนะ เราต้องมั่นใจในตัวเองเหมือนที่องศาบอกอุงอิ๋งสิ  เราต้องเป็นตัวแทนคณะให้ได้ !  ” 

เจ้าตัวชูสองนิ้วสู้ ๆ พร้อมกับส่งยิ้มกว้างมาให้ เออสู้ก็สู้วะ !  

 

             

   และแล้วช่วงเวลาแห่งความตื่นเต้นของไอ้องศาก็ผ่านไปได้ด้วยดี  ผมที่ได้เข้าสู่รอบ 3 คนสุดท้ายพร้อมกับอุงอิ๋ง แต่เราก็ไม่ได้เป็นตัวแทนคณะ ผมที่ได้อันดับ 3 ของฝ่ายชาย ส่วนอุงอิ๋งได้อันดับ 2  ต้องยอมรับว่าคนที่ได้เป็นตัวแทนคณะ การตอบคำถาม ไหวพริบเขาดีจริง ๆ สำหรับผมเข้ามาถึงรอบลึกขนาดี้ มันก็ถือที่คาดไว้มากแล้ว 

“ เอาล่ะค่ะ พี่ ๆ ต้องขอขอบคุณทุกคนที่มาช่วยในการคัดเลือกเพื่อน ๆ ไปเป็นตัวแทนคณะเพื่อไปแข่งต่อด้วยนะคะ นี่ก็เกือบสองทุ่มแล้ว  น้องบางคนอาจหิวแล้วเนาะ รบกวนพี่ ๆ นำข้าวมาแจกน้อง ๆ ได้เลยค่ะ ” 

ผมกลับไปนั่งแถวเดิมหลังจากประกาศว่าใครได้เป็นตัวแทนคณะแล้ว  ก่อนไอ้สองคนจะยิ้มร่ามาให้ทันที

“ องศาสุดยอดไปเลย  เรายังอึ้งตอนตอบคำถามเลย เสียดายองศาน่าจะได้เป็นตัวแทน ” 

 ไอ้วินรีบพูดขึ้นทันทีก่อนไอ้ฟ่งจะพูดขึ้นสมทบบ้าง  พร้อมกับมันที่ยกนิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างขึ้น คล้ายบอกว่าสุดยอด

“ เยี่ยมมากเพื่อน  ในที่สุดเพื่อนองศา ของเพื่อนฟ่งก็กล้าแสดงออกสักที  ”   ส่งยิ้มกว้างไปให้พวกมัน ก่อนผมจะพูดขึ้น

“ ขอบใจเว้ย แค่นี้ก็พอแล้วไอ้วิน อย่าให้เป็นตัวแทนเลย ต้องเลิกดึกดื่น   เลิกแถวกูไปเข้าห้องน้ำก่อนะ โคตรปวดฉี่เลยว่ะ ”

 

สองคนตรงหน้าพยักหน้าเข้าใจ ระหว่างที่กำลังรอข้าวกล่องอยู่นั้น อยู่ ๆ อุงอิ๋งก็ทักมาบอกว่าอย่าบอกเรื่องที่ตนเองชอบพี่เหนือให้คนอื่นฟังนะ  เพราะดูเหมือนไม่ได้มีแค่เจ้าตัวที่ชอบพี่เหนือคนเดียว  อันนี้มันคงจะจริง ขนาดผที่ไม่ได้เจอพี่เขาแค่สองปี ยังรู้สึกพี่เขาเปลี่ยนไปมาก ทั้งรูปร่างที่ดูเหมือนคนชอบออกกำลังกายประจำ กับส่วนสูงที่ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้น ผมที่ไม่เหมือนช่วงอีกฝ่ายอยู่ม.ปลาย 

“ มีอีกเรื่องหนึ่ง มีพี่ ๆ ฝากมาบอกนะคะ ว่าเราจะเริ่มมีการสมัครชมรมต่าง ๆ ในวันมะรืนจนถึงวันศุกร์ ส่วนสถานที่จะเป็นบริเวณอาคารเรียนรวมแห่งนี้ ช่วงพักเที่ยง น้อง ๆ คนไหนสนใจก็เดินมาดูได้เลยนะคะ พรุ่งนี้หยุด เราจะไม่มีการประชุมเชียร์กันนะ  ” พี่แป้งพูดขึ้นยิ้ม ๆ 

“ น้องคนไหนได้ข้าวแล้วก็กลับได้เลยนะคะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ สวัสดีค่ะ  ”

 พี่เอ็มมี่พูดจบ เพื่อน ๆ คนที่ได้ข้าวแล้วต่างก็ลุกขึ้นเพื่อกลับห้องกัน  ไอ้บูมที่ทักมาในกลุ่มพวกเราว่าวันนี้คงเลิกดึก เพราะดูเหมือนว่า  แจ็คพอตจะเข้าไอ้ติว เนื่องจากหน้าตาหล่อ ๆ กับรอยยิ้มหวาน ๆ ของมันจะเข้าตารุ่นพี่ เนื่องจากคนเก่าถอนตัวกะทันหัน ไอ้มันก็คิดว่าคงไม่ได้แน่ ๆ แต่ผลออกมาคือมันได้เป็นตัวแทนคณะซะอย่างนั้น เนื่องจากเวลาที่มีจำกัดทำให้ต้องคุยงานตั้งแต่วันนี้ จึงทำให้ไอ้บูมต้องอยู่เป็นเพื่อนไอ้ติวไปด้วย ส่วนพี่เอ็มมี่ก็ทักมาขอบคุณผมนิดหน่อย

“ องศาเดี๋ยวพวกเราไปเข้าห้องน้ำด้วย จะลุกไปตอนเขาประกวดก็ไม่กล้า กลัวไม่ได้ลุ้นด้วย  ” 

 วินพูดยิ้ม ๆ กูก็ลุ้นว่าตัวเองจะได้ไหมจนปวดฉี่เหมือนกันไอ้วิน 

“ คนเยอะจังวะ ”

  ไอ้ฟ่งพูดขึ้นอย่างอารมณ์เสีย คนในห้องน้ำกับหน้าห้องประชุมเชียร์ค่อนข้างเยอะ จะกลับห้องเลยไอ้สองคนด้านหน้าก็ส่ายหน้าหวือทันที  เพราะพวกมันจะไปดูชื่อที่ติดบอร์ดไว้  กว่าพวกเราจะได้เข้าห้องน้ำ ทำภารกิจเรียบร้อย คนตรงบอร์ดก็แทบไม่มีแล้ว ตอนนี้คงเหลือแค่รุ่นพี่ที่อยู่ในห้องประชุมเชียร์เท่านั้น 

               

 

 เรามองตามเลขรหัสนักศึกษาด้านบนบอร์ด  ก่อนจะไล่หาชื่อตนเอง ของไอ้ฟ่งกับไอ้วินสายครบแล้ว เห็นของพวกมันที่ได้พี่รหัสเป็นผู้ชายทั้งคู่ ส่วนปีสูงก็มีทั้งชายและหญิง ไอ้วินที่หิวน้ำจึงชวนไอ้ฟ่งไปที่ตู้กด เพราะตรงหน้าค่อนข้างมืด ของผมที่ได้พี่รหัสเป็นผู้ชาย ส่วนปี 3 กับปี 4 เป็นผู้หญิง ขณะกำลังถ่ายรูปเพื่อจะไปค้นหาเฟสในทีหลัง  อยู่ ๆ บอร์ดตรงข้ามก็ดูเหมือนจะมีคนมาหยุดยืนตรงข้ามผมพอดี  สายตาก้มลงมองโทรศัพท์มือถือตนเอง ก่อนจะมองผ่านไปยังด้านล่างที่ตอนนี้ปลายเท้าของผม กับ คนอีกฝั่งที่ห่างไม่กี่เซน ขณะที่ผมกำลังเดินออกไป แต่เสียงพูดคุยของผู้มาใหม่จากอีกฝ่ายทำให้เท้ามันแทบก้าวไม่ออก

 

“ ดูอะไรวะเหนือ รหัสมึงไม่ใช่ทางนั้นไม่ใช่หรือไง ” 

 ชื่อของคนนั้นมันแทบทำให้ไม่มีแม้แต่แรงก้าวเดิน ในเวลาเดียวกันกับเสียงทุ้มต่ำคุ้นหูก็ดังขึ้น แม้มันจะดูเปลี่ยนไปกว่าเดิมเล็กน้อยก็ตาม ..........

 

“ เปล่า กูแค่เดินดูรายชื่อ  ”

 อีกฝ่ายตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ ก่อนคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลจะเดินมาหยุดอยู่ข้างคนตรงข้ามผม

“ เออ ๆ ไปได้แล้ว พวกกูรอมึงคนเดียวเนี้ย หิวสัส ๆ ตอนนี้กูกินควายได้เป็นตัวแล้ว ”  

อีกฝ่ายไม่พูดอะไรก่อนจะเดินไปตามเพื่อน  เสียงเงียบหายไปสักพัก แต่เป็นผมที่ยังไม่กล้าแม้แต่จะเดินออกไปจากจุดนั้น  จนกระทั่งพวกนั้นเดินกลับมา  แต่สิ่งที่มันติดค้างในใจผมตลอดทั้งคืน ....... ถ้าพี่ผู้ชายอีกคนไม่ถามว่าพี่เหนือไปทำอะไรที่ป้ายอื่นที่ไม่ใช่รหัสตนเอง  ผมคงคิดว่าป้ายชื่อฝั่งตรงข้ามผมคือรหัสพี่เหนือด้วยซ้ำ เพราะเจ้าตัวยืนอยู่นานพอสมควร  หรือพี่เขาไปหารายชื่อใคร ? 

                

           

     วันนี้เป็นวันที่มหาวิทยาลัยหยุด เนื่องจากวันทางพระพุทธศาสนา พวกผมจึงได้โอกาสจัดห้องนอนใหม่ เพราะเมื่อคืนเมทไอ้วินก็ไม่มานอนห้องอีกแล้ว หลังจากเจ้าตัวโทรไปหาอีกฝ่าย สรุปเขาอาจจะอยู่หอเพื่อนที่หอนอกเลยช่วงนี้ เนื่องไม่มีการจำกัดเวลา เข้า – ออก เหมือนหอใน เมื่อวานก็ทำได้เพียงลากเตียงเข้าหากันพร้อมกับไอ้วินที่ขนผ้าห่มมานอนด้วย   แต่วันนี้ไอ้วินบอกจะขอเป็นฝ่ายซื้อผ้าปูที่นอนเอง  เพราะดูจากที่เมทมันพูดคงได้นอนด้วยกันยาว ๆ สำหรับพวกผมไม่ได้คิดมากอะไร เนื่องจากห้องเราอยู่กันสามคนได้ ส่วนเรื่องห้องน้ำ การอาบน้ำไปเรีย ไอ้วินที่ไปอาบน้ำห้องตนเอง จึงทำให้เราไม่ต้องตื่นเช้ากว่าเดิม

                เพราะเราทั้งห้าคนไม่ใช่คนในพื้นที่  จึงได้โอกาสในช่วงหยุดหนึ่งวันในการตระเวนเที่ยวรอบ ๆ ตามแผนที่ อากาศจังหวัดแห่งนี้ถือว่าดีเลยทีเดียว ยิ่งขับออกจากโซนนอกเมืองหน่อย ยิ่งทำให้คิดถึงบ้านขึ้นมาเสียดื้อ ๆ  หลังจากตระเวนเที่ยวจนเกือบเย็น ต่างก็แยกย้ายกลับห้องเพื่อจะอาบน้ำ เรานัดกันไปเวียนเทียนที่วัดใกล้ ๆ มหาวิยาลัย ที่ดูเหมือนค่อนจะค่อนข้างเยอะพอสมควร

“ มึง ...... เวียนเทียนเสร็จ เราไปกินก๋วยเตี๋ยวต้มยำหลังมอกัน  ”   ระหว่างที่เรานั่งรอเวลาเวียนเทียนอยู่นั้น ไอ้บูมก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น แต่ละวันมันสรรหาของกินตลอดจริง ๆ กว่าจะจบนี่จะไม่อ้วนเป็นหมูก่อนหรือไง

“ มึงนี่สรรหาของกินจริง ๆ เลยนะไอ้บูม ”  ผมพูดขึ้นยิ้ม ๆ พร้อมกับสายหน้าให้เพื่อนไปด้วย

“ ผมเคยเห็นคนรีวิวในแอปพลิเคชันรูปนกสีฟ้า ว่ามีร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำ เจ้าดังเลยนะครับเด็กมอเรารู้จักหมด  ” 

ไอ้วินที่เอ่ยขึ้นสมทบ ยิ่งทำให้ไอ้สองคนขยับตัวเข้าไปใกล้กว่าเดิม

“ จริงเหรอวะ ไอ้บูมพูดกูไม่ค่อยอยากเชื่อถือเท่าไหร่ แต่ไอ้วินพูดนี่ใจกูไปนั่งรอที่ร้านแล้ว ”  ไอ้ฟ่งพูดขึ้นก่อนหันไปมองทางไอ้บูม พร้อมกับคนที่ถูกว่า พูดไม่ออกเสียงว่าสัสเถอะมึง

“ งั้นเดี๋ยวเราไปกินกัน กูก็ได้ยินเขาพูด ๆ ว่ามีร้านหนึ่งหลังมออร่อย น่าจะเป็นร้านเดียวกันแน่ ๆ  ”

ยิ่งไอ้วิน ไอ้ติวพูดสมทบ ยิ่งทำให้ไอ้คนนั่งตรงข้ามผมยิ้มกว้างกว่าเดิม ไม่นานคนก็เริ่มทยอยเข้าไปด้านใน เพื่อเตรียมตัวเวียนเทียนรอบโบสถ์  ขณะที่กำลังนั่งยอง ๆ อยู่กับพื้นอยู่นั้น อยู่ ๆ แรงสะกิดของไอ้วินที่นั่งอยู่ข้างกันทำให้ผมต้องหันมอง

“ องศา ๆ นั่นพี่ที่องศาชอบใช่ไหม ”   

 โชคดีที่เรานั่งอยู่ระหว่างของเพื่อนจึงไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาได้ยิน คำพูดของคนข้างกาย ไม่ได้ทำให้แค่ผมที่หันไปมอง แต่รวมถึงเพื่อนอีกสามคนที่นั่งขนาบข้างเราด้วย  คนที่นั่งเยืองพวกเราไปไม่ไกล คือคนที่ทำให้เขาคิดมากเมื่อคืนจริง ๆ ด้วย  เจ้าตัวที่อยู่ในชุดกางเกงยีนส์สีซีดกับเสื้อแขนสั้นสีดำ นั่งอยู่กับเพื่อน 3 – 4 คน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครเด่นเท่าเลย เพราะเสื้อสีดำมันกลับยิ่งขับให้ผิวที่ขาวอยู่แล้วยิ่งขาวไปมากกว่าเดิม

“ พี่หญิง ......  ” 

 

 สายตาเจ้ากรรมที่มันมองไปยังฝั่งตรงข้ามพี่เหนือ ซึ่งตอนนี้เป็นพี่หญิง พี่คนที่บอกว่าชอบพี่เหนือในร้านหมูกระทะวันนั้น  เจ้าตัวมากับเพื่อน ๆ ครบทุกคน พร้อมกับอีกฝ่ายที่หันมองคนที่นั่งอยู่ไม่ไกลพร้อมกับยิ้มกว้างมาให้อีกคน   ผมไม่รู้ว่าพี่เหนือจะรู้ตัวไหม แต่ดูเหมือนเพื่อนพี่เขาจะมองไปยังพี่หญิงพร้อมกับหันมากระซิบพี่เหนือ ผมไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีปฏิกิริยายังไงต่อจากนั้น ใช่เพราะผมมันอาจจะทนดูไม่ได้ พี่ผู้หญิงคนนั้นคือรุ่นน้องในภาค เขาก็คงพอจะรู้จักกันบ้างหรือเจอกันบ้าง แล้วดูพี่ผู้หญิงคนนั้นเขาดูรุกขนาดนั้น ถ้าพี่เหนือไม่รู้ตัวก็ไม่น่าจะใช่

 

“ ทำไมพี่คนนั้น ยิ้มกว้างออกหน้าขนาดนั้นวะ ”   ไอ้ฟ่งพูดขึ้นเบา ๆ ก่อนไอ้ติวที่นั่งถัดจากไอ้บูมไปจะพูดขึ้นบ้าง

“ คนเราออกตัวก่อน มันก็กำจัดคู่แข่งไปได้เยอะเลยนะมึง  มันคือกลยุทธ์ น่ารักขนาดนั้นบางคนก็ไม่กล้าไปจีบพี่เหนือแข่งหรอก ” 

  คำพูดของไอ้ติวยิ่งทำให้ผมก้มหน้าต่ำกว่าเดิม แค่รู้ว่าชอบใคร ผมก็รู้สึกแพ้ตั้งแต่ไม่ลงแข่งแล้วแหละ ...... 

“ แต่กูว่าคนออกหน้าออกตาไม่น่าจะใช่พี่ที่ชื่อหญิงแล้วว่ะ  กูว่าเพื่อนผู้ชายตัวเล็กข้าง ๆ ออกหน้ากว่าอีก  ” ไอ้บูมพูดขึ้น

“ จะใครออกหน้าออกตาก่อน หรือมีใครที่ชอบพี่เหนือบ้างผมว่ามันไม่สำคัญหรอกครับ เพราะคนจะตัดสินใจมีคนเดียว ..... คือพี่เหนือ ดูจากเมื่อสักครู่ที่เพื่อนพี่เหนือมองไปยังพี่ที่ชื่อหญิง ก่อนจะหันมากระซิบยิ้ม ๆ กับพี่เหนือ แต่ก็ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่สนใจเลยนะครับ นั้นก็แปลว่าคนนี้น่าจะไม่ใช่อย่างแน่นอน  คนเราถ้าไม่ลงแข่งมันจะรู้ได้ยังไงล่ะครับว่าเส้นชัยมันจะเป็นของเราไหม  ถ้าสุดท้ายมันไม่ใช่เราก็ไม่เห็นเป็นไรเลย  ถือว่าครั้งหนึ่งเราได้ทำเต็มที่แล้ว  ”

 ฝ่ามือของคนข้างกายตบลงบนไหล่ผมเบา ๆ ก่อนจะตามด้วยอีกสามคน  

               

ผมไม่ได้พูดอะไรออกไป หรือ ไม่ได้หันมองไปยังพวกเขาอีก ผมไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อดี ผมยอมรับว่าถ้ามันเป็นเรื่องของผู้ชายที่ชื่อเหนือ   มันทำให้ผมกลายเป็นคนคิดมาก  ผมไม่รู้ว่าพี่เขามีแฟนหรือยัง   พี่เขาจะจำพวกเราได้ไหม แล้วพี่ผู้หญิงคนนั้นล่ะ คนที่พี่เขาเอาหนังสือไปให้วันนั้น เขาคบกันอยู่หรือเปล่า     ถ้าพี่เขารู้ว่าน้องชายที่คนนี้ ที่ครั้งหนึ่งเขาสนิทด้วย ในใจมันคิดเกินเลยไปมากกว่าคำว่าพี่น้อง แล้วสุดท้ายเราจะเป็นแบบเดิมอยู่ไหมยังเป็นพี่น้องกันได้หรือเปล่า หรือ เขาจะเกลียดผมหรือเปล่า นั่นมันคือสิ่งที่ทำให้ผมกลัวที่สุด .......... 

                หลังจากทำพิธีต่าง ๆ เรียบร้อย เนื่องจากคนค่อนข้างเยอะ   ทำให้เราต้องขยับไปข้างหน้าพอสมควร ด้านหน้าของผมคือคนที่ทำให้ผมกำลังสับสนตัวเองอยู่ในตอนนี้ ส่วนอีกด้านที่มีกลุ่มพี่หญิงเดินอยู่ไม่ห่าง   พี่ผู้ชายสูงพอ ๆ กับพี่หญิงที่พยายามดันเพื่อนไปหาพี่เหนือจนแทบเดินชิดกัน   พี่ผู้ชายที่เดินออกห่างเล็กน้อย  ถ้าคนไม่เห็นเหตุการณ์เมื่อสักครู่ คงนึกว่าพี่เหนือกับพี่หญิงกำลังเวียนเทียนด้วยกัน     

           

      ภาพตรงหน้าที่พี่เหนือไม่แม้จะขยับตัวออกห่างจากพี่หญิง  มันทำให้ผมก้มหน้าลงมองเทียนในมือตนเองเงียบ ๆ พร้อมกับสายตาที่มองแค่ด้านล่าง พยายามเว้นระยะห่างจากคนด้านหน้าพอสมควร  ได้ยินเสียงถอนหายใจจากไอ้วินที่อยู่ข้าง ๆ มันไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้น เพราะลมช่วงกลางคืนมันค่อนข้างแรงเหมือนกัน  ขณะที่ผมกำลังใช้มือบังไม่ให้ลมพัดเทียนให้ดับในรอบสุดท้ายอยู่นั้น ดูเหมือนเราจะเว้นระยะห่างจากคนด้านหน้าพอสมควร  ผมไม่ได้เงยหน้าดูว่าไกลแค่ไหน แต่ขณะที่เรากำลังเดินไปได้เกินครึ่ง เสียงทุ้มต่ำของคนที่ยืนอยู่ข้างเขาอีกฝั่งก็ดังขึ้น  

 

“ ขอต่อไฟหน่อยครับ ”   

                  น้ำเสียงทุ้มต่ำคุ้นหู ดังขึ้นเหนือศีรษะเล็กน้อย ทำให้ร่างกายผมถึงกับหยุดชงัก ใจเต้นโครมครามแทบไม่เป็นจังหว   เมื่ออีกฝ่ายยื่นเทียนของตนเองมาต่อไฟจากผม    นาฬิกาข้อมือที่เห็นไปไม่กี่วันก่อนนั่นยิ่งทำให้ผมรู้ได้ทันทีว่าคนที่ยืนอยู่ข้างผมอีกฝั่งคือพี่เหนือ  ตั้งแต่รอบแรกคนที่ยืนอยู่ข้างผมคือพี่เหนืองั้นเหรอ  ค่อย ๆ หันมองเพื่อนอีกฝั่งช้า ๆ ก่อนจะเจอไอ้ทั้งสี่คนที่ยิ้มกริ่มกริ่มมาให้อย่างล้อเลียน ไอ้เชี่ย ! แล้วไม่บอกกูสักคำ ! 

“ ขอบคุณครับ ”

                ทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ  ผมจึงรีบขยับเข้าไปหาพวกไอ้วินทันที ยังว่าทำไมไอ้วินถึงขยับไปชิดไอ้ติว ผมก็มัวแต่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย จนไม่ทันได้สังเกตอะไร หันมองด้านข้างที่ตอนนี้พี่เหนือเดินไปกลับเพื่อนช้า ๆ 

“ อ้าวองศาจะหยุดทำไม เดินได้แล้ว คนด้านหลังรอแล้วนะ  ”   ไอ้วินพูดยิ้ม ๆ ก่อนผมจะเลื่อนสายตามองอีกสามคน

แต่จากเสียงด้านหลังที่ว่าทำไมไม่เดิน ทำให้ผมต้องจำใจเดิน แต่ก็พยายามเว้นระยะห่างจากพี่เหนือพอสมควร ด้านข้างอีกฝั่งยังเป็นกลุ่มพวกพี่หญิงเหมือนเดิม แต่ข้างเจ้าตัวไม่ใช่พี่เหนือแล้ว 

“ พี่เขามายืนข้างกูตั้งแต่ตอนไหน ” กระซิบถามไอ้คนที่อยู่ข้างกัน ก่อนไอ้วินจะพูดขึ้น

“ ตั้งแต่รอบแรกแล้ว  ตอนที่เราบอกว่าจะไปต่อไฟกับติวนั้นแหละ ไม่สงสัยเหรอว่าทำไมเราไม่ต่อไฟกับองศา  ” 

 เออทำไมกูไม่ทันคิดวะ  ตอนแรกไอ้วินบอกว่าจะไปต่อไฟกับไอ้ติวผมก็ไม่ได้คืชิดอะไร เห็นเพื่อนเดินอยู่ไม่ไกลก็ไม่คิดอะไร ไอ้ฟ่งที่อ้อมมาทางด้านหลังผมกับไอ้วิน ก่อนมาจะพูดขึ้นเบา ๆ 

“ พอพวกกูเว้นระยะห่างให้มึงนะ เพื่อนพี่เหนือก็เว้นระยะห่างให้เฉยเลย  ”  คำพูดของไอ้ฟ่งทำให้ผมต้องหันไปมองคนตรงหน้าอีกครั้ง  เว้นระยะห่างเหรอ เว้นทำไม ……

“ เออจริง พวกกูนี่งงเลย แต่มันเหมือนมึงกับพี่เขามาเวียนเทียนกันสองคนเลยนะเว้ย  ” ไอ้ติวพูดขึ้นอย่างล้อเลียนพร้อมกับไอ้บูมจะพูดขึ้นบ้าง 

“ กูถามจริงมึงไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอวะ เวลามึงเดินช้า พี่เขาก็ดูเหมือนจะชะลอความเร็วตาม มึงหยุดเดิน พี่เขาก็หยุดเดินเหมือนกัน  โอ๊ยกูเขิน ”  

 มองหน้าเพื่อนทุกคนว่าสิ่งที่พวกมันพูดมันคือเรื่องจริงไหม พร้อมกับใบหน้าที่มันรู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมาทันที เมื่อคิดตามที่พวกมันพูด  

 

 

 

 

“ เอาต้มยำพิเศษ 5  ชามครับ  ” 

   ไอ้ติวที่สั่งออกไป  ก่อนมันจะหันมาตามเดิม ไอ้วินนั่งฝั่งผม ส่วนไอ้บูมไอ้ฟ่งนั่งฝั่งตรงข้าม ส่วนหัวโต๊ะเป็นไอ้ติว เพราะเราถอดรองเท้าไว้ด้านหน้าโบสถ์และดูเหมือนรองเท้าไอ้ฟ่งจะถูกเตะไปไกล กว่าจะหาเจอก็นานพอสมควร พอมาร้านก็ต้องนั่งรออีกประมาณสิบนาที ปกติไอ้วินบบอกว่าจะต้องนั่งรอนานกว่านี้ถือว่าโชคดีของเราอยู่บ้าง  ร้านนี้เป็นร้านปกติข้างทาง แต่ดูจากคนน่าจะอร่อยจริง ๆ 

“ กูว่ามันยังไง ๆ แล้วนะเรื่องมึงเนี้ยไอ้องศา ”

 ไอ้บูมพูดขึ้นเหมือนเปิดประเด็น ผมที่รู้ว่ามันจะพูดเรื่องอะไรจึงรีบยกแก้วน้ำขึ้นมาดูดแรง ๆ เผื่อมันจะช่วยดับความวูบวามในร่างกายตอนนี้ได้บ้าง  หันมองเพื่อนรอบ ๆ ที่มองมายังผมเป็นตาเดียวยิ่งต้องส่ายหน้าหวือทันที

“ กะ กูจะไปรู้ได้ยังไง พี่เขาอาจจะรู้ว่าพี่หญิงชอบเลยสลับฝั่งกับเพื่อนหรือเปล่า ก็ ...... ก็แค่นั้น  ” 

หันมองเพื่อนรอบ ๆ สีหน้าของพวกมันที่ดูเหมือนจะพยักหน้าเข้าใจ แต่สายตาที่มองมามันทำให้ผมไม่รู้ว่าควรพูดอะไรต่อ

“ ก็องศาไม่เห็นเหมือนพวกเราเห็นไงล่ะ โอ๊ยเอาจริงเราเขินจริง ๆ นะ บางครั้งพี่เขาก็มององศาตลอดเลย แต่องศานั่นแหละมัวแต่ก้มหน้าจะไปเห็นอะไร  ” ไอ้วินที่ใช้ไหล่ตนเองกระแทกไหล่ผมไปมา กับหน้าตาของพวกที่เหลือยิ่งทำให้ผมต้องใช้มือบังหน้าตัวเองไว้

 

“ ฮื่อ กู .... กูไม่รู้อะไรเลย ไม่ ไม่ฟังแล้ว ไม่อยากฟังแล้ว พวกมึงพูดอะไรก็ไม่รู้  ” 

 อยากกลับห้องแล้ว ไม่หิวแล้วตอนนี้ใจมันเต้นแรงไปหมด ท้องไส้ที่มันไม่รู้สึกหิวแม้แต่นิดเดียว  ผมที่เอาแต่ปิดหน้าก่อนจะได้ยินเสียงพนักงานเดินมาเสริ์ฟก๋วยเตี๋ยว

“ กินให้หมดนะมึง กูขี้เกียจไปต้มมาม่าให้กินกลางดึก เชี่ย ....... หน้าแดงโคตร ๆ เลย พี่เหนือตรงนี้มีคนเขินหนักแล้ว  ”

ไอ้ฟ่งพูดมาอย่างล้อเลียน  เมื่อผมผละมืออกจากใบหน้า พร้อมกับเริ่มปรุงก๋วยเตี๋ยวเล็กน้อยเพราะรสชาติอร่อยอยู่แล้ว

 

“ ถ้าไม่เชื่อว่าพี่เหนือมองมึงหรือเปล่า มึงก็ลองไปกดน้ำน้ำตรงนั้นสิ  น้ำในแก้วมึงหมดแล้วหนิ  ” 

  คำพูดของไอ้ติวทำให้พวกผมหันมองไปตามสายตามัน ที่มองไปทางด้านหลังผมกับไอ้วิน  เป็นกลุ่มพวกพี่เหนือที่มากับเพื่อนกลุ่มเดิม  เจ้าตัวที่นั่งฝั่งเดียวกับพวกผม  แต่จังหวะที่พวกผมหันไปตามไอ้ติว เจ้าตัวที่มองมาอยู่แล้วกับเพื่อน ๆ ที่หันมองมาทางนี้ ก่อนจะหันกลับไป

 

“ มองมาด้วยวะเมื่อกี้ ”  ไอ้ฟ่งพูดขึ้นเบา ๆ ก่อนไอ้ติวจะพูดขึ้นอีกครั้ง

 

“ มองมาตั้งนานแล้วครับ กูก็นึกว่าพวกมึงเห็นตั้งแต่เราเดินเข้าร้านแล้ว  ยิ่งตอนไอ้องศาปิดหน้านะ ชะง้อคอมองซะ เพราะฉะนั้น กูอยากรู้ว่าสิ่งที่กูกำลังคิดอยู่มันคือเรื่องจริงไหม มึงกรุณาเดินไปกดน้ำมากินครับเพื่อน  ”

ไอ้ติวหันมาบอกผมอีกครั้ง  ก่อนพวกที่เหลือจะส่งสายตากลับมาว่ามึงต้องไป ได้แต่ถอนใจแต่ก็ยังลุกไปกดน้ำอย่างที่พวกมันว่า ผมรีบลุกไปกดน้ำก่อนจะเดินกลับมานั่งที่ด้วยความรวดเร็ว พร้อมกลับพวกมันที่นั่งยิ้มกว้า

 

“ ฮื่อ องศา ~ พี่เหนือมองตาม องศาตลอดเลย  ”  ไอ้วินพูดขึ้นพร้อมกับใบหูมันที่เริ่มจะขึ้นสีแดง

 

“ หึ! กูว่าแล้ว งานนี้รู้สึกเพื่อนไม่ต้องลงแข่งกับใครแล้วล่ะครับ เส้นชัยมารอมึงตรงหน้าแล้ว  ” 

 

“ สายตานี่กินไอ้องศาได้คงกินแล้วมั้งกูว่า หล่อขึ้นกว่าสมัยมัธยมมากเลยนะเว้ยไอ้องศา มึงไม่รีบไม่ได้แล้วนะคนต่อคิวเยอะ มึงก็รู้  ”

 

“ อันนี้กูเห็นด้วยกับไอ้บูม สายตาที่มองมึงตอนมัธยมกับตอนนี้แม่งโคตรจะแตกต่างกัน โอ๊ย..... กูเขิน ๆ ๆ แทน ” 

ผมส่ายหน้าหวือทันทีเมื่อเพื่อนพูดขึ้น  ก่อนจะก้มลงกินก๋วยเตี๋ยวตรงหน้า พวกมันที่ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาก่อนจะเริ่มกินเช่นกัน คนที่เริ่มกลับกันไปเกือบจะหมดเพราะตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว เรากินไปได้แค่ครึ่งชาม เสียงดังทางด้านหลังก็ดังขึ้น

 

“ น้องครับ น้องปี 1 โต๊ะนั้นน่ะ !  ”   

ผมที่กำลังก้มลงกินเส้นบะหมี่ในชามถึงกินเงยหน้ามองเพื่อนคนอื่น ๆ ที่มองมายิ้มๆ ก่อนจะหันมองไปทางด้านหลังด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับลืมว่าตนเองยังมีเส้นบะหมี่อยู่ กลุ่มที่เรียกมันทำให้ผมแทบกินต่อไม่ได้  กลุ่มพวกพี่เหนือที่มองมายิ้ม ๆ ทางโต๊ะเรา ยิ่งสายตาของคนที่นั่งฝั่งเดียวกับผม ยิ่งทำให้ผมต้องรีบหันกลับมาทันที  มองเพื่อนตรงหน้าที่ยังมองมาอยู่ 

 

“ มึงไม่ตอบรับเขาไปหน่อยล่ะ พี่เขาไม่ได้เรียกพวกกูนะเขาเรียกมึง  ” ไอ้บูมพูดขึ้นยิ้ม ๆ ก่อนไอ้ติวนั่งหัวโต๊ะจะพูดขึ้น

 

“ เชี่ย ...... พี่เขาลุกมาแล้ว ไอ้องศากลุ่มพี่เหนือเดินมาทางเราแล้ว  ” 

คำพูดของมันยิ่งทำให้ผมก้มหน้าลงไปกินก๋วยเตี๋ยวในชามตัวเองอีกครั้ง     ฮื่อ ..... ตอนนี้กูไม่รับรู้รสชาติอะไรเลยสักนิด อยู่ ๆ พวกมันก็เงียบลงพร้อมกับหางตาผมที่รับรู้ถึงผู้มาใหม่

 

“ ปี 1 ครับ ! ไม่ได้ยินที่พวกพี่เรียกหรือยังไงครับ !  ”  

  เสียงแทบตะคอกนั้นทำให้โต๊ะเรา ร่วมทั้งคนในร้านเงียบสนิท แต่ไม่ทันทีเราจะได้พูดอะไรออกไปเสียงของพี่อีกคนกับดังขึ้นเสียก่อน

“ กฎหอในมันมีว่ายังไงครับ  ไม่รู้กันเลยหรือยังไง !  รู้ไหมทำไมไม่ให้กลับดึก พวกคุณรู้กันไหมครับ ! ” 

“ เข้าหอพักเกินเที่ยงคืน หักครั้งล่ะ 5 คะแนน ถูกใช่ไหมครับ ”   ไอ้ฟ่งที่ใจกล้าสู้เสือ  ส่วนผมที่ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปมอง

 

“ ไม่ใช่ครับ ! ”

   เสียงตะโกนดังขึ้นกว่าเดิม พวกเราที่เงียบไปตาม ๆ กัน ก่อนเสียงของพี่ผู้ชายอีกคนจะพูดขึ้น

 

“ ที่ไม่ให้กลับหอดึกเพราะอะไรครับ พี่เหนือ !  ”

  น้ำเสียงตะคอกตอนแรก กับแปรเปลี่ยนเป็นล้อเลียนในตอนท้าย   ชื่อของอีกคนทำให้ผมเงยหน้ามองทั้ง ๆ ที่บะหมี่ยังเต็มปาก  จังหวะที่สบตาเข้ากับดวงตาคมของคนที่ทำให้ผมใจเต้นแรงไม่เลิก เราสบตากันนิ่ง ๆ พร้อมกับฝ่ามือหนาของคนที่ยืนอยู่ข้างผมจะวางบนศีรษะผมพร้อมกับลูบเบา ๆ  

 

“ รีบกินจะได้รีบกลับห้อง  พี่เป็นห่วง ..... รู้ไหมครับน้ององศา  ”   

 

                รอยยิ้มมุมปากถูกส่งมาให้พร้อมกับเจ้าตัวที่ยังลูบศีรษะผมไปมา  ก่อนเจ้าตัวกับเพื่อน ๆ ที่เดินออกไป ทิ้งพวกผมที่มองหน้ากันอึ้ง ๆ พร้อมกับเส้นบะหมี่ที่อืดไปหมด  ไอ้เชี่ย ...... โคตรไม่ดีต่อหัวใจ ! 

 

 

ไม่เขิน ใครเขินไม่มี๊ ไม่มีใครเขินเล๊ย  ><

ฝาก #เหนือองศารัก   ด้วยนะคะ

 

FB : Ponoi____

TW : poonoi_16

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 615 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

471 ความคิดเห็น

  1. #471 Phoenixxy (@Phoenixxy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 17:19
    พี่เหนืออย่าหาทัมมมมมมม น้องเขินนนนน เราก็เขินแว้กกกกก
    #471
    0
  2. #461 Mareemintty (@Mareemintty) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 09:13
    งื่อออออออ บะหมี่ต้มยำหวานไปเลยยยยย
    #461
    0
  3. #454 MinorA (@aun-aom) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 / 21:57
    โอ้ยยยย เขินนนมากกก เกินไปอ่ะค่ะ ออกตัวแรงแซงโค้งมากกกก ใจผ้มมมม
    #454
    0
  4. #438 CB_____17 (@CB_____17) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 19:54
    ตอนนี้เราเหมือนคนบ้าที่นั่งยิ้มคนเดียว แงงงง เขินไม่หวายยย
    #438
    0
  5. #430 jellyfishzom (@jellyfishzom) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 00:11
    จะบอกว่านิยายตอนนึงยาวมาก แต่เป็นความยาวที่ไม่เบื่อเลย อยากให้ยาวกว่านี้ยาวอีก ไม่อยากเลื่อนสุด55555555 ชอบมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #430
    0
  6. #425 K ā M i N ī (@s-1-a-8-i-7) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2563 / 20:07
    หุบยิ้มยังไงคะ ช่วยบอกที ตอนนี้หุบยิ้มไม่ลงเลยย
    #425
    0
  7. #417 Suenghun (@fofinfing) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 23:25

    หุบยิ้มไม่ได้เลย 😊
    #417
    0
  8. #410 FaridahMayi (@FaridahMayi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2563 / 20:38
    ไม่ไหวค่ะ...บอกเลย....เขินไม่ไหวแล้วค่ะ!!!!
    #410
    0
  9. #374 SawineeYaem-ngam (@SawineeYaem-ngam) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 01:40
    พี่เหนือมันยังไงนะ ยกเส้นชัยให้น้องแล้ว
    #374
    0
  10. #372 adorable_ (@syrup_) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 00:24
    แก้วจะแต้กแล้วว้อยยยพี่เหนือออออ ฮืออออ
    #372
    1
    • #372-1 adorable_ (@syrup_) (จากตอนที่ 4)
      26 ตุลาคม 2563 / 00:25
      แก้มสิแก้ม จะแตกไม่ใช่จะแต้กด้วย รีบพิมพ์ไปหน่อย แหะๆ
      #372-1
  11. #365 nan-sand (@sand1017) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2563 / 17:16
    ใครจะไปสู้อ่ะครับ ตายๆๆๆ
    #365
    0
  12. #354 laddawan7 (@laddawan7) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2563 / 19:29
    เลือดดดดหมดดดด
    #354
    0
  13. #345 hh_9094 (@9094_hh) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 23:59
    ไม่เขินเลยค่ะ อิฉันไม่เขินเลย!
    #345
    0
  14. #327 zerogross (@zerogross) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 09:19
    เขินก็ได้ว่ะ
    #327
    0
  15. #322 PxW_waa (@PxW_waa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กันยายน 2563 / 14:42
    เขิรตายแล้วค่า
    #322
    0
  16. #316 namfon.v (@namfon_99) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 01:38
    ไอต้าวบ้าาา งื้อออออ
    #316
    0
  17. #314 b_bbexam (@Ppcybk_) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 20:44
    ตาย ตายปัยเรยจ่ะ
    #314
    0
  18. #309 Gukka (@lilleguk) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กันยายน 2563 / 23:11
    งื้ออออ พี่เหนือ~~~
    #309
    0
  19. #290 KOROAkra (@KOROAkra) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 23:54
    ยิ้มคนเดียวฉันยิ้มคนเดียววววอ้ากกกกกกอยากเป็นองศาาา
    #290
    0
  20. #287 glasss (@glasss) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 15:56
    ฮือออ เขินนนนน
    #287
    0
  21. #284 pawpanida (@pawpanida) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 13:00
    อ้าดกกกกกกกกกกกก!!! กรี้ดดังมาก-งงงง!!!!!! อีเ-้ยยย!!! เขินนนนนน!!!!
    #284
    0
  22. #274 984363270 (@0984363270) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 18:16
    กรี้ดดดดดด!!!!!!!!!!!!!!!พี่เหนือเว้ยมันไม่ใช่ไหมทำไมต้องทำตัวละมุนอ่อนโยนขนาดนี้ มุแงงงง
    #274
    0
  23. #271 FlukePari (@FlukePari) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 17:50
    พี่เหนือ!!!!เขินนน
    #271
    0
  24. #237 thanaporn0 (@thanaporn0) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 20:12
    กูว่าเเล้ววว ฮิ๊ววว><
    #237
    0
  25. #227 GFMB (@GFMB) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 04:38
    กรี๊ดดดดดดด เขินนนว้อยยยยยย

    ลูกแม๊ะ! ฮื้ออออ เพื่อนก็เนาะ ติว นำขบวนนิดนึง! ทำดีมากลูก กรี๊ดดดดดืหรกา!=%${$}$[©= ตอนหนูวินเล่าตอนเดินเวียนเทียนว่าเขินแล้วนะ ตอนนี้ คือ อร๊ายยยยยย@:*-#+{%{€{%{{%] บวก 10 คะแนน ให้พี่เหนือ!!!
    #227
    0