เหนือองศารัก (Yaoi)

ตอนที่ 3 : การพบเจอที่ไม่คาดฝัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,560
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 560 ครั้ง
    18 พ.ค. 63

 

 

 

ช่วงชีวิตของวัยมัธยมผ่านไปอย่างตรากตำกว่าจะลากกันจบมาได้และพวกเราคงคิดหนีกันไม่พ้นจริง ๆ เพราะหลังจากไอ้บูมติดคณะสถาปัตย์ ผมกับไอ้ฟ่งที่อยากเรียนคณะเดียวกันตั้งแต่แรกเลยลองลงที่เดียวกับไอ้บูมดู เพราะชีวิตที่คงหนีกันไม่รอดล่ะมั้ง เพราะเสือกติดที่เดียวกันแถมผมยังต้องมาอยู่หอพักกับไอ้ฟ่งอีก ห้องนึงจะอยู่ด้วยกันแค่2 คน หอในมหาวิทยาลัยจะแบ่งเป็นคณะใครมันเพื่อเป็นการช่วยกันในช่วงเรียนแล้วไอ้ฟ่งกับเขาที่มีพยัญชนะขึ้นต้นเหมือนกันและรหัสบัตรประชาชนเลขไม่ห่างกันมากทำให้เราต้องมาอยู่ด้วยกัน ส่วนไอ้บูมที่ได้ไปอยู่อีกหอเพราะเรียนกันคนละคณะ

“ ตั้งใจเรียนนะรู้ไหม ”

“ รู้แล้วครับแม่ ”

ผมที่นอนกลิ้งลงบนที่นอนขนาด 3 ฟุตบนเตียงของหอใน มืออีกข้างถือโทรศัพท์มือถือคุยกับแม่ที่โทรมาถามความเรียบร้อยของการเข้าพักในหอในมหาวิทยาลัยครั้งแรก เนื่องจากบ้านเราอยู่ไกลจากที่นี่มากถ้าจะให้หอบกันมาส่งถึงที่นี่เลยเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางก็ต้องเพิ่มขึ้น ทำให้พวกผมตัดสินใจเอาสัมภาระบางอันที่จำเป็นมาเอง ในส่วนของสิ่งของอื่นค่อยมาหาซื้อเอาจากที่นี่ โชคดีที่หอในมีตู้เสื้อผ้ากับโต๊ะทำการบ้านให้ไม่ต้องหาซื้อให้ยากซึ่งทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะ

“ รู้แล้ว ๆ น่ะทำตามที่แม่บอกด้วยรู้ไหม ไปเรียนก็อย่าตื่นสายพรุ่งนี้ทำกิจกรรมวันแรกใช่ไหม ”

“ ใช่ครับแม่ ผมรีดผ้าเรียบร้อยทุกตัวอย่างที่แม่บอกไว้แล้ว ”

รีบพูดออกไปก่อนที่เสียงบ่นจะตามมา ตอนแรกคิดว่าจะตื่นมารีดผ้าตอนเช้าแต่พอไอ้ฟ่งที่โคตรจะตื่นเต้นกับการรับน้องในวันพรุ่งนี้บ่นหยิก ๆ ว่ารีดผ้าพรุ่งนี้ไม่ทันอย่างนั้นอย่างนี้สรุปก็ต้องรีดเหมาะเจาะกับแม่ที่โทรมาหาพอดี

“ ดีมาก ใกล้จะสี่ทุ่มแล้วรีบนอนกันได้แล้วดูแลตัวเองให้ดี ๆ นะอยู่ไกลบ้านกันแม่บอกทุกคนเลยรู้ไหม ฝันดีเจ้าเด็กดื้อของแม่ ”

“ ครับผม ฝันดีนะครับ ”

คุยกับแม่อีกนิดหน่อยก่อนท่านจะขอวางสายไป จังหวะที่กำลังลุกขึ้นเพื่อจะไปอาบน้ำทำให้สายตาปะทะเข้ากับด้านไอ้ฟ่งที่นั่งหันหน้าเข้าหาตู้เสื้อผ้าคล้ายกับว่ากำลังหาอะไรสักอย่าง

 

 

“ มึงหาอะไร ”

คนถูกถามหันหลังกลับมาตอบก็จะชูของในมือขึ้น

 

“ กูนึกว่ากูลืมเครื่องแต่งกายซะอีก กว่าจะหาเจอเกือบร้องล่ะสัสยิ่งพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้ายิ่งไม่อยากเสียเงินเพิ่ม ”

ตะกร้าเล็กที่บรรจุอุปกรณ์แต่งตัวถูกชูขึ้นเหนือศีรษะคนพูดเล็กน้อย กรอบหน้าที่มีเหงื่อผุดขึ้นประปรายทำให้รู้ว่ามันพูดจริง หาของจนเหงื่อไหลเลยหรือไงวะ

 

“ มึงตื่นเต้นก็บอกมาเถอะไอ้ฟ่ง กูถามหน่อยวันนี้มึงจะนอนหลับไหม ”

ลุกขึ้นเดินไปเอาผ้าขนหนูที่พับเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้ามาพาดบ่าก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าไอ้ฟ่งที่นั่งขัดสมาธิมองมานิ่ง ๆ

“ เชี่ย! มึงรู้ได้ไงวะว่ากูนอนไม่หลับ เนี้ยขนาดกูเด็กอนามัยนอนนไม่เกินสี่ทุ่ม ตอนนี้เวลา.... สามทุ่มสี่สิบแปดนาทีแล้ว มึงดูตากูยังสดใสยิ่งกว่าแดดประเทศไทยขนาดนี้ไอ้องศากูตื่นเต้น ๆ ทำไงดีวะกูไม่ง่วงเลยว่ะ ”

คนที่นั่งอยู่กับพื้นห้องขยับมากอดขาผมไว้แน่นก่อนจะเขย่าแรง ๆ คล้ายอ้อนวอนให้ช่วยคิดวิธีให้นอนหลับให้ที

 

“ มึงจะตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น เพื่อน ๆ ก็คนที่มึงมาเจอวันสัมภาษณ์นั่นแหละ ส่วนรุ่นพี่ก็พวกที่พามาคณะนั่นแหละตื่นเต้นตรงไหนวะ ถ้านอนไม่หลับมึงก็ออกกำลังกายให้เหงื่อออกจะได้เหนื่อยแล้วหลับแค่นั้น ”

 

“ เออว่ะ ออกกำลังกาย ขอบคุณมากเพื่อนรัก ”

ไอ้คนนั่งอยู่รีบลุกขึ้นยืนจากนั้นถอดเสื้อยืดแขนสั้นออกทันที

 

“ อ้าวเพื่อนองศามองไรครับ เพื่อนไปอาบน้ำได้เลยเดี๋ยวกูกะว่าจะฟิตหุ่นซะหน่อยวิดพื้น 50 ครั้งเป็นไง พรุ่งนี้จะมีซิกแพคแน่น ๆ ไปเรียนใส่ชุดนักศึกษาแล้วเห็นกล้ามหน้าท้อง ”

แทบอยากตบหน้าผากตัวเองแรง ๆ ให้กับความเพ้อฝันของเพื่อนตรงหน้า ไล่สายตามองตามไอ้คนที่ตบหน้าท้องตัวเองแปะ ๆแล้วอยากถอนหายใจแรง ๆ วันเดียวกล้ามหน้าท้องคงจะขึ้นให้ หน้าท้องไอ้ฟ่งมันก็หุ่นผู้ชายปกติมีซิกแพคนิดหน่อย นิดหน่อยจริง ๆ ถ้าลองกินอะไร ๆ ลงไปเยอะ ๆ แม่งก็กลายเป็นพุงแล้ว

 

“ กูให้มึงพูดอีกรอบว่ามันคืออะไร ”

 

ผมที่หันไปถอดเสื้อยืดสีเทาลงบนตะกร้าผ้าที่วางอยู่ข้างตู้เสื้อเหล็กก่อนจะถอดกางเกงขาสั้นให้เหลือแค่บ๊อกเซอร์ด้านใน ตอนแรกว่าจะถอดในห้องน้ำแต่ดูจากรูปการแล้วคงต้องฟังไอ้คนตรงหน้าเพ้อฝันไปอีกนาน

“ เชี่ยองศา มึงไปฟิตหุ่นมาจากไหน โห้ถอดเสื้อขิงกูชัด ๆ แม่งดูดิหน้าท้องกูเทียบกับมึงห่อเหี่ยวใจเลยสัส นอกจากความสูงที่แม่งเพิ่มขึ้นแล้วมึงยังจะมีกล้าหน้าท้องอีก แค่ไม่ได้ไปเล่นน้ำคลองกันไม่กี่เดือนมึงฟิตหุ่นขนาดนี้เลยเหรอวะ ซุ้มเงียบนะมึง ”

ก้มมองหน้าท้องของตัวเองที่เป็นกล้ามหน้าท้องเด่นชัดกว่าคนตรงหน้า

 

“ ช่วงนั้นเครียดกลัวไม่ติดมหาวิทยาลัยสักที่ เลยออกกำลังกายคลายเครียดนิดหน่อยมึงออกกำลังกายได้แล้วกูจะไปอาบน้ำ พรุ่งนี้จะได้ตื่นแต่เช้ากัน ”

ไอ้ฟ่งพยักหน้าหงึกหงักอย่าง งง ๆ แต่ก็ทำตามที่ผมพูด เมื่อเห็นเพื่อนกำลังจัดพื้นที่ด้านปลายเตียงนอนเพื่อเป็นที่ออกกำลังกายผมจึงเดินแทรกตัวเพื่อไปเข้าห้องน้ำ หอพักในมหาวิทยาลัยเป็นหอพักมี 3 ห้องนอน กับ 2 ห้องนอน แล้วแต่ดวงว่าจะกดจองได้ตึกไหนแต่ทุกตึกจะมีห้องน้ำในตัว แต่ขนาดห้องก็จะตามจำนวนคนด้วย ราคาก็ถูกแถมมีห้องโถงกลางที่ไวไฟหอแรงพอสมควรเน็ตก็ใช้ฟรี มันแค่เสียงดังมากไม่ได้ อีกอย่างคือทำอาหารไม่ได้เท่านั้นแต่สำหรับพวกผมที่ฐานะทางบ้านไม่ได้มีมากมายขนาดนั้นหอในถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียว

 

 

 

“ ไอ้องศากูหล่อยังวะ ”

ไอ้ฟ่งที่ดูการแต่งตัวของตัวเองในกระจกเรียบร้อยก่อนจะหันมาถามผมอีกครั้ง

“ หล่อแล้วครับ ไอ้บูมมันมารอหน้าตึกแล้ว อ่อมันบอกว่าเดี๋ยวเมทมันไปกินข้าวด้วยนะ”

ก้มมองโทรศัพท์มือถือที่มีแชทจากไอ้บูมเด้งขึ้นว่ามารอที่หน้าหอพวกผมแล้วก่อนจะบอกคนที่ยังไม่เลิกส่องกระจกสักทีเพื่อให้มันรู้ว่าเพื่อนหิวข้าวแล้วโว้ย บูมอยู่อีกหอพักนึงซึ่งอยู่ข้างกัน ทำให้เราไปหากันได้สะดวกเพราะชั้นที่เราอยู่คือชั้น 3 ทำให้ไม่นานจึงมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าหอพักกัน

 

“ นี่ไอ้ติวเพื่อนกูเอง ”

บูมชี้ไปหาร่างสูงของคนที่นั่งอยู่บนม้าหินอ่อนใต้ต้นหูกวางต้นใหญ่ คนถูกแนะนำชื่อรีบลุกขึ้นยืนก่อนจะยกมือขึ้นเป็นการทักทาย

 

“ สวัสดี เราชื่อติวเรียนสถาปัตย์เหมือนบูม ”

ผมกับฟ่งมองคนตรงหน้าก่อนจะส่งยิ้มไปให้ ติวเป็นคนตัวสูงน่าจะเท่า ๆ กับพวกผม เป็นคนออกผิวแทนนิด ๆ พอมันส่งยิ้มมาให้ถึงได้รู้ว่านอกจากหน้าตาที่หล่อเหลาแล้วนั้นมันยังมีดีที่ยิ้มหวานอีกด้วย

 

“ เออสวัสดี ไม่ต้องพูดเพราะหรอก กูฟ่งรูปหล่อพ่อรวยมั้งนะ แต่ที่รู้ ๆ กูเรียนวิศวะ ”

คนตรงหน้าพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะหันมาทางผมที่ยืนอยู่ข้างไอ้ฟ่ง

 

“ กูชื่อองศา เรียนวิศวะเหมือนไอ้ฟ่งมันนั่นแหละ ”

 

“ อ่อแล้วนี่พวกมึงเรียนสาขาเดียวกันเลยไหม ”

ยังไม่ทันที่ผมกำลังตอบกลับไปไอ้คนที่ยืนอยู่ข้างกันก็พูดขึ้นก่อน

 

“ แหม่ม...... รีบกูมึงเลยนะ ”

ทันทีที่ไอ้ฟ่งพูดจบคนตรงหน้ามีสีหน้าเหวอไปเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นด้วยความงุนงง

 

“ อ้าวไม่ได้เหรอ... ทำไมตอนนั้นถึง..... ”

คนตรงหน้ามีสีหน้าลังเล ก่อนคนที่ยืนอยู่ข้างเขาจะเดินเข้าไปกอดอีกคนไว้แน่นอย่างสนิทชิดเชื้อ

 

“ ล้อเล่นโว้ย อยู่ภาคเดียวกันนี่แหละ ปะไปกินข้าวกันได้แล้วเดี๋ยวคนเยอะ เรียกกูมึงได้เลยกูไม่ถือเพราะมันหนัก ”

เรามองหน้ากันไปมาก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกัน

 

 

 

“ กินไรดีวะมึง ”

เรายืนมองบรรดาร้านอาหารที่ตั้งเรียงรายบนโรงอาหารกลางของมหาวิทยาลัย ที่มีนักศึกษาทั้งชายและหญิงยืนเรียงคิวอย่างยาวเหยียด เป็นบูมที่พูดขึ้นแทรกความเงียบขณะที่พวกเรายืนมึนงงว่าควรเริ่มยังไงดี คิดว่าพวกเรามาเช้า ๆ แล้ว ยังมีคนมาเช้ากว่าเราอีกหรือไงวะเนี้ย

 

“ กินอะไรก็ได้ที่แถวไม่ยาว กูหิวแล้วโว้ย หิวสัส ๆ ”

 

ทุกคนพยักหน้าให้กับความเห็นของไอ้ฟ่ง ระหว่างนั้นก็มองรอบ ๆ ว่ามีร้านไหนที่พอแถวจะเร็วบ้างส่วนมากจะเป็นแถวของร้านข้าวราดแกง ซึ่งนาทีนี้อะไรกินได้ขอกินก็แล้วกันเพราะไม่เช่นนั้นพวกผมนี่แหละที่จะไปเรียนสาย ต่อแถวซื้อข้าวไม่นานเราก็ได้มานั่ง ๆ โต๊ะแถวหน้าโรงอาหารกัน ดูเหมือนคนเริ่มจะน้อยลงพอสมควรผมก้มมองเวลาในโทรศัพท์มือถือเหลือเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงที่จะต้องกลับไปที่หน้าหอพักเพื่อจะแยกคณะใครคณะมัน เพราะวันนี้จะเป็นการพบปะอาจารย์ในคณะใครคณะมันพร้อมทำกิจกรรมต่าง ๆ เริ่มเรียนจริงจังก็เป็นวันพรุ่งนี้

 

“ ว่าแต่มึงมาเรียนที่นี่คนเดียวเหรอวะติว มีเพื่อนหรือรุ่นพี่ที่รู้จักไหม ”

ผมที่ถามคนนั่งตรงข้ามออกไป ติวพยักหน้าให้ก่อนจะรีบเคี้ยวข้าวเพื่อตอบคำถาม

“ เพื่อนที่มาเรียนที่นี่ด้วยกันก็พอมี แต่มันเรียนคณะอื่นแถมไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่ แต่เรียนคณะเดียวกันก็มีแต่รุ่นพี่ตอนนี้น่าจะอยู่ ปี 3 ”

พูดจบมันก็หันไปยกขวดน้ำขึ้นดื่มก่อนส่งยิ้มมาให้ รู้ว่าตัวเองยิ้มแล้วหล่อมันก็ขยันยิ้มจริง ๆ นี่สินี่เขาว่ารู้จักใช้เสน่ห์ในตัวให้เป็น

 

“ เออ ยังไงพวกกูก็ฝากไอ้บูมมันด้วยแล้วกัน ”

ไอ้ฟ่งพูดขึ้นบ้างหลังจากที่นั่งกินข้าวและไอศกรีมจนอิ่ม เมื่อเห็นเพื่อนพูดดังนั้นผมจึงพยักหน้าเพื่อเสริมคำพูดนั่น

 

“ ได้สิ กูก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ”

 

“ แก๊งเรานี่มันมีแต่คนหล่อจริง ๆ ว่ะ อืม ๆ เขาจะว่าพวกเราเลือกคบกันไหมวะ ยิ่งกูหล่อสุดรู้สึกลำบากใจถ้าต้องตอบคำถามนี้จริง ๆ ว่ะ ”

ไอ้ฟ่งเสยผมตัวเองขึ้นก่อนยิ้มแบบเก๊ก ๆ ส่งมาให้ ผมได้แต่ส่ายศีรษะให้มัน ถ้าอยู่โรงเรียนจะยืนเชียร์เพื่อนอยู่หรอกว่ามันหล่อไม่แพ้ใครเลย แต่พอมาอยู่นี่ขนาดเห็นแค่รุ่นเดียวกันผมยังจะยกธงขาวยอมแพ้เลย

 

“ อะไร ๆ ไอ้องศาดี ๆ นะมึงนะ ส่ายหัวทำไม วันนี้กูหล่อสุด ๆ นะกูบอกเลย ”

 

“ กูยังไม่ได้ว่าอะไรเลย เพื่อนฟ่งผมหล่อสุด ๆ เลยครับพอใจยัง กูไปหาน้ำกินก่อน ”

พูดจบผมจึงลุกขึ้นไปซื้อน้ำที่อยู่ไม่ไกลจากโต๊ะที่นั่งกันทันที พูดกับไอ้ฟ่งทีไรรู้สึกเหนื่อยทุกที

 

 

 

 

“ เดี๋ยวน้อง ๆ แยกภาคกันเลยนะครับโดยเราจะนั่งเป็นแถวตอนลึกกัน ถ้าพี่พูดถึงภาคไหนให้เดินมาต่อแถวเรียงกันได้เลยนะครับ แถวแรกภาคโยธา ภาคไฟฟ้า ภาคสิ่งแวดล้อม ภาคเครื่องกล ภาคอุตสาหการ ภาคคอม และสุดท้ายนะครับ ภาคโลหการ เดี๋ยวน้อง ๆ เข้าแถวตามนี้ได้เลย ถ้าใครฟังไม่ทันหน้าแถวเราจะมีรุ่นพี่ถือป้ายภาคอยู่นะครับให้เรียงตามนี้เลย ”

รุ่นพี่ผู้ชายยืนหันหน้ามาทางพวกเขาพูดขึ้นก่อนต่างจะลุกขึ้นเพื่อนไปนั่งตามภาคที่ตนเรียน

 

“ ทำไมของเราอยู่สุดท้ายเลยวะแต่ก็ดีขี้เกียจเดิน ”

ไอ้ฟ่งบ่นคล้ายอิดออดอยู่ด้านหน้าผม แค่มันขยับไปทางขวาแค่ 2 ก้าวก็ถึงแถวแล้วมันยังบ่นอีกแต่ยังไม่ทันที่ผมจะโต้ตอบกลับไปเสียงทักด้านข้างก็ดังขึ้นก่อน

 

 

“ เอ่อ สวัสดี ”

 

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นขัดจังหวะทำให้พวกผมกำลังเดินตามเพื่อน ๆ เพื่อไปแถวของภาควิชาถึงกับต้องหยุดชะงัก

 

“ เรียกพวกเราเหรอ ”

ผมที่ชี้ไปมาระหว่างตัวเองกับไอ้ฟ่งก่อนระหว่างถามคนตรงหน้า

 

“ ใช่ ๆ คือเราอยู่ห้องข้าง ๆ น่ะเลยอยากรู้จักเห็นเรียนภาคเดียวกัน ”

 

“ เฮ้ยจริงดิ กูชื่อฟ่งนะ ส่วนไอ้คนข้างกูชื่อองศา ”

 

“ เราชื่อวิน ขอต่อแถวด้วยได้ไหม ”

เพราะจังหวะแถวที่กำลังขยับทำให้พวกเราหยุดเพื่อคุยกันไม่ได้ เมื่อได้ยินดังนั้นฟ่งมันจึงเว้นช่องว่างระหว่างข้างหน้าเพื่อให้วินได้เดินแทรกเข้าไป ทำให้ผมมาอยู่หลังสุดโดยปริยาย

 

“ คือเมทเราเขาเรียนภาคคอมน่ะเลยไม่มีเพื่อนโชคดีที่ฟ่งกับองศาเรียนภาคเดียวกัน ดีจังเลย ”

 

“ ดีเหมือนกันจะได้มีเพื่อนเยอะ ๆ แถมอยู่ห้องใกล้กันอีก ”

ส่งยิ้มให้คนนั่งหน้าไอ้ฟ่งก่อนเจ้าตัวจะส่งยิ้มกลับคืนมา วินถ้าวัดความสูงระหว่างผมกับไอ้ฟ่งเจ้าตัวจะเตี้ยกว่าเล็กน้อย ตาตี๋แถมผิวยังขาวออร่า ดูท่าจะเป็นลูกครึ่ง ขณะที่ผมกำลังตั้งข้อสงสัยกับอีกคนอยู่นั้นไอ้คนที่นั่งด้านหน้าก็ถามขึ้นเสียก่อน

 

“ ว่าแต่มึงเป็นลูกครึ่งเหรอวะเห็นตาตี๋ ๆ ”

 

“ ใช่ ๆ เราเป็นลูกครึ่ง ไทย – จีน น่ะ ”

ฟ่งที่จับไหล่อีกคนเขย่าไปมาเบา ๆ ก่อนจะพูดขึ้น

 

“ โหพูดกูมึงก็ได้ กูพูดเพราะแล้วกระดากปากว่ะ รู้สึกผิดเลยกู ”

คนฟังส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนสียงทุ้มจะพูดขึ้น

 

“ ไม่เป็นไรเราชอบพูดแบบนี้มันชินตั้งแต่เด็กแล้ว พูดกูมึงได้เลย เพื่อนเราตอนแรกก็ชอบว่าทำไมพูดเพราะจัง ฮ่า ๆ”

พูดไปหัวเราะไปทำให้ทั้งผมทั้งไอ้ฟ่งอดยิ้มตาความสดใสของคนตรงหน้าไม่ได้ยังไม่ทันที่จะได้พูดคุยกันมากเสียงพี่อยู่ด้านหน้าแถวก็ดังขึ้นก่อน

 

“ เดี๋ยวพี่จะให้ป้ายชื่อแต่ละคนไปนะครับพร้อมปากกาเมจิกภาคละ 2 ด้าม เขียนชื่อเล่นตัวเองลงไปเผื่อมีเพื่อนอยากรู้จักกัน ปากกาคนสุดท้ายของแถวเขียนเสร็จก็ส่งให้พี่ ๆ ได้เลย สำหรับพี่มีหน้าที่พาน้อง ๆ มาส่งที่นี่เพียงแค่นี้ขอให้สนุกกับกิจกรรมรับน้องหวังว่าน้อง ๆ จะชอบกันนะครับ หน้าที่ต่อไปจะเป็นของพี่ ๆ ฝ่ายสันทนาการ ขอเชิญพี่เอ็ม กับ พี่แป้งครับ ”

เสียงกลองตีรัวก่อนร่างสูงของพี่สองคนจะเดินมาหยุดอยู่ตรงกลางด้านหน้าสุด

 

“ เอ็มมี่ย่ะ เอ็มมี่ มาองมาเอ็มอะไรเฉย ๆ เอ็มมี่ค่ะคุณตะวัน ”

พี่คนที่สูงสุดพูดใส่ไมค์ก่อนจะหันไปตำหนิพี่เดินออกไปนั่งเก้าอี้พลาสติกอยู่ไม่ไกล ก่อนจะทำหน้าเชิดใส่นั่นยิ่งสร้างเสียงหัวเราะดังไปทั่วห้องโถง

 

“ เอาล่ะค่ะน้อง ๆ ปี 1 ที่น่ารักของพี่ ๆ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาพี่ขอแนะนำชื่อแล้วกันเนาะ อย่างที่พี่ตะวันประธานรุ่นได้แนะนำชื่อพี่ ๆ ให้น้องได้รู้จักไปเมื่อสักครู่ พี่ชื่อพี่แป้งนะคะ ส่วนอีกคนชื่ออะไรนะคะให้พี่ได้แก้ตัวอีกสักครั้ง ”

พี่ผู้หญิงชื่อแป้งชี้นิ้วเข้าหาคนข้างกายที่ยืนยิ้มอยู่ ก่อนเสียงทุ้มดัดนิด ๆ จะดังขึ้น

 

“ สวัสดีค่ะพี่ชื่อเอ็มมี่นะคะ อง ๆ เอ็ม ๆ อะไรนั่นไม่ใช่นะคะห้ามเรียกค่ะ นี่คือคำสั่ง อะ ๆ ล้อเล่นนา.... ”

 

“ น้อง ๆ เขียนป้ายชื่อได้เลยนะคะ พี่ ๆ ก็จะพูดปากเปียกอยู่แบบนี้ ภาคไหนคนสุดท้ายเขียนเสร็จแล้วยกมือขึ้นแล้วพี่ ๆ ทางด้านหลังจะเดินไปเก็บปากกานะคะ ”

พี่แป้งพูดขึ้นก่อนจะชี้ไปทางด้านหลังพวกผมที่มีทั้งรุ่นพี่ชายหญิงยืนอยู่

 

“ สำหรับปีนี้เนื่องจากอะไรหลาย ๆ อย่างทำให้การรับน้องการทำกิจกรรมจะย่นเวลาให้เหลือไม่มากนะคะโดยจะใช้เวลาหลังจากที่น้อง ๆ เลิกเรียนแล้วประมาณอาทิตย์นึงสำหรับทำกิจกรรมในครั้งนี้ ”

 

“ ใช่ค่ะอย่างพี่แป้งบอกเนาะ ช่วงนี้ใครไม่มีเพื่อนก็จะได้รู้จักเพื่อน ๆ กัน ในช่วงระหว่างที่กำลังเขียนชื่อกันใครอยากถามเรื่องอะไรสอบถามพี่ ๆ เข้ามาได้เลยนะคะ ไม่ต้องเกร็งกันพวกพี่สบาย ๆ ทั้งด้านการเรียน เรื่องหวี๊ดว๊าย กรี๊ดกร๊าดก็ถามเข้ามาได้เลยค่ะ ”

หลังพี่เอ็มมี่พูดจบเสียงหัวเราะก็ดังขึ้น ก่อนจะมีเพื่อนผู้หญิงแถวหน้า ๆ ถามขึ้น

 

“พี่คะอย่างตึกเรียนเราจะรู้ได้ยังไงคะว่าเราเรียนห้องไหน ”

 

“ เอ่อกูว่าจะถามอยู่ พรุ่งนี้จะเรียนอยู่แล้ว ”

ฟ่งพูดขึ้นเบา ๆ ก่อนพยักหน้าเห็นด้วยกับผู้หญิงคนนั้น

“ อ๋อ ตึกเรียน บางคนอาจจะยังไม่รู้เนาะ ส่วนมากปี 1 เทอม 1 จะยังเป็นพื้นฐานอยู่นะคะเราจะเรียนกันที่อาคารเรียนรวม ในตารางเรียนเราเลขด้านบนจะเป็นเลขห้องเรียน ส่วนเลขสั้น ๆ ด้านล่างคือตึกเรียนค่ะ มีใครสงสัยเรื่องเรียนอีกไหมคะ ”

 

“ เรื่องอื่น ๆ ก็ถามกันเข้ามาได้เลย”

 

“ พี่คะแล้วพี่รหัสน้องรหัสเราจะรู้ได้ยังไงคะ ”

ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าต้องดูยังไง พี่รหัสจะเป็นผู้หยิงหรือผู้ชายก็ได้แต่ขอให้ใจดี ๆ กับน้องก็พอแล้ว

 

“ สำหรับพี่รหัสน้องรัหสนั้นนะคะ เอารหัสนักศึกษาของน้อง ๆ ไปกรอกในREG ของมหาลัยได้เลยค่ะ แต่เปลี่ยนจากรหัส 3 ตัวหน้านะคะ 2 ตัวแรกจะเป็นรหัสของปีที่เข้าศึกษา ตรงนั้นให้เปลี่ยนเป็นปีของรุ่นที่ผ่านมา ส่วนอีกตัวให้ใส่เลข 0 ลงไป 4 ตัวสุดท้ายให้น้อง ๆ เติมรหัสนักศึกษา 4 ตัวหลังของเราลงไปเลยค่ะ แค่นี้เราก็จะได้รู้แล้วว่าน้อง ๆ ได้พี่คนไหนเป็นพี่รหัส ”

 

“ ค่ะ อย่างพี่เอ็มมี่พูดนะคะ พอมาถึงตอนนี้กันน้อง ๆ คงจะเอ๊ะ แล้วเราจะรู้จักพี่รหัสเราได้ยังไงนา สงสัยกันไหมอยากรู้หรือเปล่า ”

พี่แป้งที่ยื่นไมค์มาด้านหน้าให้พวกเราได้ตอบกันก่อนเสียงกลองจะดังรัวขึ้นอีกครั้ง

 

“ อยากรู้ค่ะ /อยากรู้ครับ ”

 

“ น้อง ๆ อยากรู้ขนาดนี้แล้วพี่แป้งต้องรีบตอบคำถามได้แล้วนะคะ ”

 

“ พี่แป้งก็ตื่นเต้นเหมือนน้อง ๆ เช่นกันค่ะพี่เอ็มมี่ อะ ๆ พี่จะแอบกระซิบนะคะว่าหลังจากเลิกกิจกรรมในครั้งนี้เราสามารถเดินไปดูบอร์ดที่ตั้งอยู่ด้านหน้าห้องได้เลยค่ะว่ามีพี่ ๆ ของเรามีใครมาแอบเขียนชื่อ - ข้อมูลติดต่อไว้ไหมนะ โดยจะมีตั้งแต่ ปี 2 ยันปีสุดท้ายถ้าพี่ ๆ ยังไม่มาเขียนก็อย่าเพิ่งเสียใจนะคะเพราะบอร์ดด้านหน้าเราจะตั้งไว้ทั้งอาทิตย์นี้เลย น้อง ๆ ก็สามารถดูได้เรื่อย ๆ เลย วันนี้พี่ยังไม่เขียนวันพรุ่งพี่อาจเขียนก็ได้เนาะ ส่วนถ้าใครสายขาดจริง ๆ พี่ ๆ ไม่มีแบบพี่เอ็มมี่นั้นในช่วงวันสุดท้ายที่ทำกิจกรรมเราจะมีการจับเลือกพี่เอื้อให้น้อง ๆ นะคะ ”

 

“ ใช่ค่ะ มีพี่เอื้อก็ดีนะคะก็คล้าย ๆ พี่รหัสเลยอย่างพี่ก็ได้เพื่อนเพิ่มเป็นน้องรหัสของพี่เอื้อนั่นแหละ ส่วนใครไม่อยากเข้าสายก็ได้นะคะ อันนี้พวกพี่ไม่ได้บังคับกัน ทั้งการเข้าประชุมเชียร์หรือถ้าใครติดธุระอะไรตรงไหนเดี๋ยวเรามาคุยกันได้ ไม่ต้องกลัวพี่ ๆ นะ ”

 

“ ตลอดทั้งอาทิตย์ที่เราอยู่ด้วยกันนี้ พี่ ๆ จะมีข้าวกล่องให้น้อง ๆ แผ่นกระดาษที่ทุกคนได้นั้นจะเป็นเพลงมหาวิทยาลัยกับเพลงวิศวะของเรานั่นเอง ระหว่างนี้เราจะดูเนื้อเพลงกันไปคร่าว ๆ โดยเพลงจะเป็นรุ่นพี่อีกชั้นปีเป็นคนพานำร้องนะคะ ”

มองพี่แป้งที่กำลังพูดคุยเป็นกันเองอยู่นั้นอยู่ ๆ พี่ผู้ชายที่อยู่ด้านหน้าก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามากระซิบพี่เอ็มมี่ก่อนเจ้าตัวพยักหน้าเข้าใจ

 

“ เอาล่ะค่ะเนื่องจากกิจกรรมในครั้งนี้ไม่ได้มีพวกพี่แค่ 2 คนเนาะ เดี๋ยวจะให้พี่ ๆ อีกฝ่ายได้มาพูดคุยกับน้อง ๆ นะคะ แล้วเจอกันก่อนกลับ พี่ ๆ มีข้าวกล่องมาแจกน้อง ๆ ด้วย ”

พี่เอ็มมี่พูดขึ้นยิ้ม ๆ ก่อนทั้งสองจะเดินผละออกไป จังหวะเดียวกันนั้นเองที่ไอ้ฟ่งยื่นป้ายชื่อกับปากกาเมจิกมาให้ เมื่อเห็นดังนั้นผมจึงก้มหน้าเขียนชื่อตัวเองทันที

 

เวลาเดียวกันนั้นเองที่เสียงในห้องโถงเริ่มเงียบลงพร้อมกับฝีเท้าหนัก ๆ ของคนจำนวนนึงเดินเข้ามาด้านใน ผมที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นสนใจเสียงเมื่อสักครู่ เพราะเหมือนว่าผมจะมีปัญหากับไอ้ปากกาเมจิกที่ผ่านการใช้งานมาอย่างสมบุกสมบัน จนกระทั่งหัวปากกาแทบเขียนชื่อไม่ได้ แต่ในระหว่างที่กำลังเขียนตัวสุดท้ายอยู่นั้นเสียงทุ้มคุ้นหูก็ดังขึ้น

 

 

“ สวัสดีครับปี 1 ”

 

เมื่อพูดจบผมที่กำลังเขียนสระอาถึงกับตกใจลากจนเส้นตกลงมานอกป้ายชื่อ ใจที่เต้นระรัวทันทีเมื่อได้ยินเสียงคุ้นหู

ตลกน่า.....คนมีตั้งกี่ล้านคน มหาวิทยาลัยมีตั้งกี่ร้อยแห่ง เขาจะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน แม้จะปลอบใจตัวเองอย่างนั้นแต่ผมกลับไม่กล้าที่จะเงยหน้าขึ้นมองเสียด้วยซ้ำแต่เสียงของคนด้านหน้ากับดังขึ้นเสียงก่อน

 

“ มึงนั่นพี่เหนือปะ ”

เสียงพูดปนตกใจของคนด้านหน้าทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นมอง พร้อมกับใจที่เต้นรัวจนกลัวว่ามันจะกระเด็นออกมาด้านนอกให้ได้

 

“ เชี่ย!!!”

 

เพราะความตกใจทำให้ผมเผลออุทานออกมา ด้านหน้าที่เป็นรุ่นพี่ผู้ชายหน้านิ่งมือไขว้หลัง ยืนเรียงกัน 6 -7 คน แต่ไม่มีใครที่เด่นไปกว่าคนที่ยืนคนตรงกลางแขนเสื้อด้านนึงที่สวมปลอกแขนทับถึงแขนเสื้อแตกต่างไปจากของอีกทั้ง 6 คน

แม้ทรงผมที่ดูเปลี่ยนไป ผมที่ดูเหมือนจะยาวขึ้นกว่าเดิมและความสูง ทั้งผิวขาวกระจ่างที่ดูขัดกับเสื้อช็อปสีน้ำเงินสะท้อนกับแสงไฟทำให้คนตรงหน้าดูขาวขึ้นมากว่าเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ไอ้เชี่ย.....กูหนีมาเรียนไกลถึงที่นี่ยังจะเจออีกเหรอวะ

 

“ เฮ้ยมึงจะลุกไปไหน!!”

 

“ กูจะไปลาออก!”

 

ไอ้ฟ่งที่กระตุกแขนเสื้อผมไว้ขณะที่กำลังลุกขึ้นพร้อมพูดกับเพื่อนตรงหน้า วินที่หันมามองด้วยความสงสัย ส่วนไอ้ฟ่งเมื่อได้ฟังที่ผมพูดใบหน้าก็อึ้งไปชั่วขณะ

“ ไอ้เชี่ยองศามึงจะไปลาออกไม่ได้!นั่งลง ๆ ไอ้สัส ฮือ ใจเย็น ๆ ”

 

ไอ้ฟ่งที่กระตุกแขนเสื้อผมหยิก ๆ หน้าตาตกใจปนจะร้องไห้ แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไรออกไปเสียงทุ้มต่ำของคนด้านหน้าก็ดังขึ้น

“ น้องคนสุดท้ายน่ะครับ ลุกขึ้นทำไม ”

เสียงดังลั่นของคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าทำให้เพื่อน ๆ ที่นั่งอยู่หลายร้อยคนเริ่มหันมองมาที่ผมเป็นตาเดียว

 

“ ไอ้สัสองศามึงรีบตอบไปเลย มึงจะลุกขึ้นทำหอกไรวะ ”

ไอ้ฟ่งที่ปล่อยมือจากแขนผมก่อนจะเลื่อนลงไปจับที่ข้อเท้าไว้แน่นระหว่างนั้นที่มันมองกลับไปด้านหลังที่เป็นพี่ ๆ หน้านิ่ง ไอ้นี่ก็กลัวกูจะหายจังวะ

 

“ น้องจะไปไหนครับ มีปัญหาอะไร”

เสียงทุ้มต่ำพูดขึ้นอีกครั้งทำให้ผมที่ยืนก้มหน้าจำเป็นต้องยืนขึ้นดี ๆ พร้อมเงยหน้ามองตรงไปด้านหน้าเลี่ยงที่จะมองจับจุดโดยการมองผ่าน ๆ ไปทุกคนทั้ง ๆ ที่ใจผมเต้นระส่ำคล้ายกับบอกว่าให้มองพี่เหนือให้ชัดกว่านี้

 

“ พี่ถามทำไมไม่ตอบครับน้อง ชื่ออะไร ”

พี่ที่อยู่ถัดจากคนสุดท้ายพูดขึ้นนิ่ง ๆ นั่นยิ่งทำให้ผมเม้มริมฝีปากแน่น เออแล้วกูจะลุกขึ้นทำไมวะ สายตาของคนที่ยืนอยู่หน้าสุดที่มองมาพร้อมกับเพื่อน ๆ ในห้องคล้ายเป็นการกดดันนิด ๆ ก้มมองไอ้ฟ่งที่กระตุกข้อเท้าผมอีกครั้งก่อนส่งปากกามาให้พร้อมกับพูดไม่ออกเสียง ระหว่างนั้นที่มันชี้ไปทางด้านหลัง

 

“ ปากกา ปากกา ”

ผมพยักหน้าเข้าใจความหมายของเพื่อนก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไปด้านหน้าโดยไม่ได้โฟกัสใครเป็นพิเศษระหว่างนั้นเองที่ชูปากกาขึ้น

 

“ คือผมจะคืนปากกาให้ครับ ”

ส่งยิ้มเจื่อน ๆ ไปให้พี่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้รอยยิ้มตอบกลับมาอยู่ดี ผมที่เริ่มคิดคำตอบให้มันดีกว่านี้อยู่นั้นอยู่ ๆ พี่เอ็มมี่ที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลรีบเดินเข้ามาหาทันที

 

“ อ๋อ ปากกาเดี๋ยวพี่เก็บให้เองค่ะ ไม่มีอะไรค่ะพี่เดี๋ยวเอ็มมี่เคลียร์เอง น้องนั่งลงได้เลยค่ะ ”

ระหว่างที่กำลังส่งคืนปากกาให้พี่เอ็มมี่ก็หันไปพูดกับรุ่นพี่ข้างหน้าก่อนจะบอกให้ผมนั่งลง ก่อนอีกฝ่ายจะนั่งลงตาม

 

“ น้องเป็นอะไรหรือเปล่า ไม่สบายตรงไหนบอกพี่ได้เลยนะ ”

คนตรงหน้าที่มีสีหน้าตกใจมองสำรวจผมไปมา

 

“ พอดีผมขี้ตกใจเสียงดังน่ะครับเมื่อสักครู่กำลังเขียนชื่อเพลิน ๆ พอได้ยินเสียงพี่ ๆ เขาพูดเลยตกใจไปหน่อย”

 

หาเรื่องโกหกทั้งทีให้มันดี ๆ หน่อยสิวะไอ้องศาใครมันจะไปเชื่อมึง....

 

“ อ๋อ พี่นึกว่าเป็นอะไรแล้วนี่พี่ ๆ เขาจะพาร้องเพลงพวกเราจะไหวไหม ”

พี่เขาเชื่อกูจริง ๆ ว่ะ..... มาถึงขนาดนี้ก็ต้องโกหกต่อไปล่ะวะไอ้องศา

 

“ ไม่เป็นไรครับเมื่อสักครู่ผมเหม่อด้วย ”

 

“ ถ้ายังไงน้องบอกพี่ได้เลยนะ น้ององศา ”

คนตรงหน้าก้มมองป้ายชื่อผมนิดหน่อยก่อนอีกฝ่ายจะส่งยิ้มมาให้ เมื่อเห็นดังนั้นจึงส่งยิ้มคืนไปให้เราคุยกันอีกนิดหน่อยก่อนอีกฝ่ายจะขอตัวไปนั่งที่เดิม แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่กล้าแม้กระทั่งเงยหน้าขึ้นมองไปด้านหน้าจนกระทั่งไอ้ฟ่งยื่นแผ่นกระดาษในมือมาให้

 

 

“ ไอ้เชี่ย ทำไมพี่เหนือแม่งดูโหดจังวะ มึงโอเคเปล่า ”

ฟ่งที่หันมานิด ๆ ก่อนถามขึ้น ผมที่นั่งก้มหน้าดูกระดาษเนื้อเพลงที่เพื่อนส่งมาให้ก่อนจะเงยหน้านิด ๆ สบตากับคนพูด

 

“ โอเคดิวะ ตอนนั้นกูแค่ตกใจ”

ส่งยิ้มเท่าที่จะยิ้มได้กว้างที่สุดไปให้เพื่อนตรงหน้า ไอ้ฟ่งมองมาตาดุ ๆ ใบหน้าอีกฝ่ายส่ายไปมาเล็กน้อยอย่างกับคนไม่เชื่อ

“ กูรู้มึงคิดยังไง เดี๋ยวจบประชุมเชียร์ไปกินหมูกระทะกันกูชวนไอ้บูมกับไอ้ติวแล้ว อ่อกูจะชวนไอ้วินไปด้วย อะ ๆ มึงห้ามปฏิเสธ กูมองทะลุทะลวงได้ทั้งใจมึงแล้วไอ้องศาว่าตอนนี้มึงคิดอะไรอยู่ หมูกระทะมันจะเยียวยามึงเองครับเพื่อน เคยได้ยินไหมหมูกระทะจะเยียวยาทุกอย่าง ถ้ามึงไม่ไหวก็นั่งก้มหน้าไปไม่ต้องมอง เคนะแม่งรุ่นพี่มองหน้ากูแล้ว ”

 

ยังไม่ทันที่จะได้ปฏิเสธอะไรไปไอ้คนที่พูด ๆ อยู่ก็หันกลับไปทันที กิจกรรมต่าง ๆ เริ่มไปเรื่อย ๆ แต่นั้นแทบไม่เข้าหัวผมเลยเสียด้วยซ้ำ ในสมองตอนนี้มันมีแค่ประโยคคำถามซ้ำ ๆ ว่าต่อจากนี้มันควรทำยังไงต่อดี ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เจอหน้าระยะเวลา 2 ปีมานี้มันจะลืมเขาไม่ได้เลยหรือไงองศา มึงจะเลิกรักเขาไม่ได้เลยใช่ไหมตอนนั้นมึงเจ็บแค่ไหนมึงจำมันไม่ได้เลยหรือไง

 

 

 

 

 

 

“ เป็นไงบ้างคะน้อง ๆ พี่ ๆ ปี 3 มาช่วยร้องเพลงกัน ”

พี่เอ็มมี่ส่งยิ้มเจื่อน ๆ มาให้ทั้งห้องที่เงียบกริบลงทันที ใครมันจะกล้าตอบกันวะว่าตลอดระยะเวลา 1 ชั่วโมงที่รุ่นพี่เข้าอย่างกับขุมนรก แม้ไม่ได้มีการพูดเสียงดัง ตะโกนหรือทำอะไรแผลง ๆ แต่ไอ้น้ำเสียงนิ่ง ๆ พูดเพราะ ๆ นี่แหละมันทำให้กลัวฉิบหาย

 

“ ฮ่า ๆ เงียบกันเลย ชิวนะทุกคนชิว ๆ เนาะ กิจกรรมในตลอดระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์นี้ที่พี่ ๆ เขาพาร้องเพลงฝึกระเบียบต่าง ๆ นั้นทั้งหมดนี้เราจะไปใช้ในการทำกิจกรรมรับน้องในวันสุดท้ายที่รับน้อง ๆ เข้าเป็นพี่น้องของเราอย่างเป็นทางการสำหรับวันนั้นจะมีการบายศรีสู่ขวัญกัน เดี๋ยววันนั้นก็ได้เห็นเองเนาะ ตอนนี้คนอยู่หน้าสุดหยิบข้าวกล่องได้เลยแล้วส่งถุงต่อ ๆ ไปให้เพื่อนด้านหลังนะ คนสุดท้ายเดี๋ยวให้เอาถุงไปให้พี่ด้านหลัง ข้าวกล่องเดี๋ยวพี่ ๆ จะให้กลับไปกินที่หอพักกันนะคะน้อง ๆ จะได้พักผ่อนกันด้วย ”

พี่แป้งพูดขึ้นระหว่างที่ถุงข้าวกล่องขนาดใหญ่จะถูกส่งต่อ ๆ มาให้ มีทั้งคนที่เอาบ้างไม่เอาบ้าง

 

“ เดี๋ยวก่อนไปนะคะ เนื่องจากวันสุดท้ายเราจะมีประกวดดาว – เดือน เพื่อหาคนที่เป็นดาวเดือนของมหาวิทยาลัยกัน ทั้งนี้เราต้องหาจากคนในภาควิชาเราก่อนเพื่อจะนำคนที่ถูกเลือกภาควิชาละ 2 คน คู่ชายหญิงมาเป็นตัวแทนแข่งกันภายในคณะเรา เพื่อหาคนที่มีแววจะไปสู้กับคณะอื่นเขา มีกลุ่มภาคกันแล้วเนาะก็คุย ๆ กันนะคะจะมีรุ่นพี่ให้คำแนะนำอยู่หรือระหว่างนี้มอง ๆ ใครอยู่ก็บอกเขาไว้เลยก็ได้ เรื่องที่พี่จะบอกเลยนะคะ คือหนึ่งน้อง ๆ ที่เข้าประกวดเพื่อคัดเลือกในตอนนี้จะต้องเป็นคนที่เต็มใจจริง ๆ เพราะน้องที่ได้เป็นตัวแทนคณะต้องซ้อมถึงห้าหกทุ่มเลย และสองน้องต้องเป็นคนที่กล้าแสดงออกในระหว่างคัดเลือกเดี๋ยวจะมีพี่ ๆ เป็นคนตัดสินใจร่วมด้วย สิ่งสำคัญเลยนะคะ ไม่ว่าน้องจะหน้าตาสวยหล่อหรือไม่ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเข้าร่วมในครั้งนี้ ลงรายชื่อแล้วให้เพื่อน ๆ ตัดสินก็ได้นะในกลุ่มภาควิชาแนะนำตัวกันนิดหน่อยความสามารถพิเศษ เดี๋ยวพรุ่งนี้มาดูกันว่าแต่ละภาควิชาจะได้ใคร ”

 

“ อะไรวุ่นวายจังวะ พวกไอ้บูมเลิกตั้งนานแล้วเนี้ยทำไมของเรามันนานจังวะ ”

คนนั่งด้านหน้าเขาบ่นกับตัวเองเบา ๆ ระหว่างนั้นที่เขากำลังนั่งรอข้าวกล่อง ยังไงก็รับไว้ก่อนจะได้ไม่เป็นการเสียน้ำใจพี่ ๆ เขา ถึงแม้ผมจะมีนัดไปกินหมูกระทะก็ตาม จะให้เรียกนัดก็ไม่ได้เรียกว่ารวบรัดให้เป็นนัดดีกว่าเพราะผมไม่ได้แม้จะปฏิเสธอะไรออกไปเลย

 

“ เพิ่งจะหกโมงครึ่งเองฟ่งร้านหมูกระทะเขาไม่รีบปิดหรอก ”

ไอ้วินพูดปนหัวเราะมองคนด้านหลังที่นั่งหน้างอคอหักอยู่

 

“ ก็กูหิวนี่หว่า แม่งยิ่งพี่เข้าพามาร้องเพลงกอดคอกันทำกิจกรรม พลังงานกูก็หมดเยอะมันเลยหิวมากเลยไง ”

 

“ มึงก็กินข้าวกล่องไปก่อน ”

มันที่ยื่นข้าวกล่องในถุงสุดท้ายมาให้ผม ฟ่งเมื่อได้ยินดังนนั้นก็รีบส่ายศีรษะทันทีก่อนที่มันจะหันมามองหน้า

 

“ กูจะกินหมูกระทะไม่ได้อยากกินข้าวกล่อง ”

 

“ กินก่อนไม่....ได้ ”

ระหว่างที่กำลังคุยกับไอ้ฟ่งอยู่นั้นอยู่ ๆ แรงสะกิดที่ด้านหลังพร้อมกับเสียงคุ้นหูที่ได้ยินมาไม่นานก็ดังขึ้น

 

“ น้ององศาคะ พอดีพี่เอ็มมี่รบกวนคุยกับน้องสักครู่ได้ไหมคะ ”

 

ผมมองไปรอบ ๆ ที่เพื่อน ๆ เริ่มถยอยออกไปกันแล้ว ก่อนจะหันหน้ากับมามองคนด้านหลังอีกครั้ง

 

“ ได้ครับ ”

“ คือพี่บอกไว้ก่อนเลยนะคะว่าน้องมีสิทธิ์ปฏิเสธพี่ได้เลยไม่ต้องเกรงใจ คืออย่างนี้นะ คือพี่เป็นตัวแทนพี่ ๆ ภาควิชาโลหการ แล้วทีเนี้ยพี่ก็ลองให้เพื่อนพี่ไปกระซิบถามเพื่อน ๆ เรามาแล้วว่าภาคเรามีสนใจใครบ้างไหม แล้วคือน้องผู้หญิงก็ได้แล้วส่วนน้องผู้ชายเนี้ยสิคืออันนี้พี่ออกตัวก่อนเลยนะคะว่าพี่ถามทุกคนเพื่อนเราทั้งชายและหญิง คือเขารีเควสกันมาว่าอยากให้น้ององศาเนี่ยลงประกวดเป็นตัวแทนภาคหน่อยได้ไหมคะ ”

จบคำพูดของคนตรงหน้ายิ่งสร้างความงุนงงให้กับตัวเองมากยิ่งขึ้น คือกูมีอะไรดีวะ

“ น้ององศาไม่ต้องคิดมากเลยนะ ปฏิเสธพี่ได้เลย ”

 

“ คือว่า..... ”

 

“ ตกลงครับ ”

เสียงพูดแทรกเข้าไปนั้นไม่ใช่เสียงผมเองแต่เป็นเสียงของไอ้คนที่นั่งยิ้มร่าอยู่ทางด้านหลังต่างหาก ในห้องโถงใหญ่ตอนนี้ที่แทบเหลือแค่พวกผมกับรุ่นพี่คนอื่น ๆ ส่วนเพื่อน ๆ ทยอยกลับไปแทบจะหมดแล้ว

 

“ น้ององศาว่ายังไงคะ คือเดี๋ยวพรุ่งนี้ประกาศผลเราก็จะมีให้แนะนำตัวพร้อมตอบคำถามนิดหน่อยแค่นั้นเอง ”

ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบกลับไปไอ้คนที่อยู่ด้านหลังก็กระชากตัวผมไปก่อน

 

“ เดี๋ยวผมคุยกับเพื่อนให้ครับ ”

ไอ้ฟ่งที่พูดออกไประหว่างนั้นพี่เอ็มมี่ที่มองสลับผมกับไอ้ฟ่งก็คนตรงหน้าจะพูดยิ้ม ๆ

 

“ ได้ค่ะ เดี๋ยวพี่ให้น้องตัดสินใจก่อนเนาะถ้ายังไงนี่ไลน์พี่ค่ะแอดมาได้เลยนะเผื่อจะปฏิเสธจะได้ไม่ลำบากใจด้วยยังไงก็กลับกันดี ๆ นะ ”

แผ่นกระดาษเล็ก ๆ ถูกยื่นมาให้ก่อนเจ้าตัวจะลุกขึ้นไปช่วยรุ่นพี่คนอื่นที่กำลังเริ่มเก็บของทันที

 

“ สนใจไหมองศา ”

 

วินยื่นหน้าเข้ามาถามอีกครั้งส่วนไอ้คนที่จับไหล่ไม่เลิกก็ยักคิ้วเพื่อเป็นคำถามอีกคน หน้าตาพวกมึงนี่ผลักไสกูไปให้พี่เขาโดยไม่ต้องถามสักคำ

 

“ มึงก็ยังมีเวลาตอบนิ ตอนนี้ไปกินหมูกระทะกันกูหิวแล้ว ”

 

 

 

 

 

 

“ โหไอ้องศานี่ขนาดมึงหนีมาตั้งไกลยังจะได้เจอพี่เขาอีกเหรอวะ แล้วมึงจะเอายังไงต่อ ”

ระหว่างพูดไอ้บูมพลิกเนื้อหมูบนกระทะก่อนจะหันมามองที่ผม ยิ่งเพื่อนพูดอย่างนั้นความรู้สึกพะอืดพะอมยิ่งตีตื้นขึ้นมาแม้กลิ่นหอมของหมูหมักจะลอยคลุ้งเท่าไหร่แต่ผมกับไม่รู้สึกหิวเลยสักนิด

 

“ เฮ้อ ไม่รู้สิทำไงได้มันก็ต้องเรียนต่อไปแหละหวังว่าจะไม่เจอ ”

มองไอ้บูมระหว่างนั้นวินคีบหมูมาใส่จานให้ หันไปขอบคุณเพื่อนนิดหน่อยก่อนจะคีบหมูในจานจิ้มกับน้ำจิ้มถ้วยเล็กของตนเองถ้าเป็นช่วงอื่นสำหรับผมคงคิดว่าหมูกระทะร้านนี้ใช้ได้เลยทีเดียวแต่เมื่อมาเป็นช่วงนี้อะไร ๆ ก็เหมือนจะจืดชืดไปเสียหมด

 

“ แล้วองศาจะทนเห็นพี่เขาได้จริง ๆ เหรอ แบบยังไงล่ะ อย่างวันนี้องศายังเผลอตกใจขนาดนั้นเลย ”

 

ผมหันมองคนที่นั่งอยู่ข้างขวา เรื่องผมที่มานั่งลำบากใจอยู่ในตอนนี้ได้ระบายให้เพื่อนฟังไปแล้วเรื่องขนาดนี้ทำไมพูดกับเพื่อนที่เพิ่งรู้จักกันเพียงไม่นาน สำหรับผมเรื่องแบบนี้ไม่เคยจะปิดอยู่แล้วทั้งสองคนก็ไม่ได้ติดขัดอะไร ตลอดระยะเวลา2 ปีที่ผ่านมาผมได้คุยกับทั้งผู้หญิงและผู้ชายแต่สุดท้ายเป็นผมเองที่ขอยุติความสัมพันธ์ในตอนแรกคิดว่าการเปิดรับใครสักคนเข้ามาในชีวิตมันจะทำให้ลืมใครสักคนได้ แต่ในวันนี้วินาทีที่ได้เห็นเขาคนนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้เพียรพยายามมาทั้งหมดมันตอกย้ำว่าผมแค่หลอกตัวเองเท่านั้น หลอกว่าใจผมได้ลืมใครคนนั้นไปแล้ว.......

 

“ ไม่ทนก็ต้องทนกูทำอะไรได้บ้างล่ะวะวิน ”

มองเพื่อนอย่างเหนื่อยใจก่อนอีกฝ่ายจะเอื้อมมือมาบีบบ่าผมเบา ๆ คล้ายปลอบใจ

 

“ กูว่ามึงมีวิธีเลี่ยงที่จะไม่เจอพี่เขาได้.... ”

ไอ้ติวที่นั่งเงียบมาตั้งนานหยิบแก้วน้ำโค๊กมาดื่มไปฟืดก่อนมันจะวางลงที่เดิม ใบหน้าหันมามองผมนิ่ง ๆ ก่อนอีกฝ่ายจะพูดออกมา

 

“ คืออย่างแรกเลยมึงต้องรู้ให้ได้ว่าพี่เขาเรียนภาคไหน ถ้าคนล่ะภาคโอกาสที่จะเจอกันมันก็น้อยเพราะปี 1เทอมแรกมันก็ลงพื้นฐานกัน ไอ้พวกปี 3 เขาคงไม่มาสนใจพวกมึงหรอกส่วนเทอมหน้าเขาก็คงวุ่น ๆ กับการเตรียมฝึกงาน ”

พวกผมพยักหน้าตามอย่างเห็นด้วย

“ อ้าว.... แล้วระหว่างนี้ล่ะอาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์เลยนะเว้ย ”

ไอ้ฟ่งพูดขึ้นบ้าง ก็อย่างที่มันพูดก่อนจะพูดถึงตอนนั้นช่วยกูตอนนี้ดีกว่าไหมกูจะทำยังไงไม่ให้เป็นไก่ตื่นวะ

 

“ ผมว่าอย่าเพิ่งพูดถึงตอนเข้าประชุมเชียร์เลยครับ..... เอาตอนนี้ให้รอดก่อนดูนู้นสิ ”

สีหน้าวินที่ตกใจจนหมูที่กำลังคีบออกจากกระทะถึงกับร่วงหล่นลงบนจานนั้นจึงทำให้พวกผมต้องหันมองไปยังทิศด้านหน้าที่เป็นหน้าร้าน

 

“ เชี่ย.... จบรับน้องเสาร์ – อาทิตย์นี้มึงต้องไปทำบุญล้างซวยแล้วล่ะไอ้องศา ”

 

“ กูว่างั้น ”

 

“ กูเห็นด้วย ”

 

“ เดี๋ยวผมพาไปทำบุญนะครับองศา ”

นี่มันวันซวยอะไรของกูวะเนี้ย ภาพตรงหน้าที่เป็นเหล่าบรรดาพี่ว๊ากชวนแหกปากร้องเพลงไปเมื่อตอนเย็นแม่งมาครบทีม ยิ่งร่างสูงของคนที่เดินเข้ามาคนรั้งท้ายนั่นยิ่งทำให้ผมอยากเดินออกจากร้านหมูกระทะไปให้ไกล ๆ ซะตอนนี้ มันคงเป็นวันซวยของผมยิ่งกว่าเดิมเมื่อพี่กลุ่มนั้นนั่งลงบนโต๊ะที่ห่างกับโต๊ะพวกผมแค่แถวเดียว

 

“ ใจเย็นเพื่อนใจเย็นมึงห้ามไปไหนเด็ดขาดเพราะกูกินได้แค่จานเดียวอยู่เลย 199 กูมันจะไม่คุ้ม ขออีกสักจานแล้วกัน ”

ไอ้ฟ่งที่นั่งตรงข้ามแทบจะยกมือกราบผมอยู่แล้ว เมื่อได้ยินประโยคนั้นของเพื่อนผมได้แต่ส่ายหน้า

 

“ กินต่อเถอะมันไม่มีอะไรหรอก ”

 

ระหว่างที่ผมเริ่มกลับมากินอีกครั้ง พยายามไม่หันไปมองทางรุ่นพี่กลุ่มนั้นบ่อย ๆ แต่อยู่ ๆ เสียงของกลุ่มชายหญิงที่นั่งเยื้องกันก็ดังขึ้น

 

“ มึงนั่นกลุ่มพวกพี่เหนือปะ”

ชื่อของใครคนนั้นดังขึ้นทำให้ผมที่กำลังตักวุ้นเส้นเข้าปากเป็นอันต้องหยุดชะงัก ก่อนแสยะยิ้มให้กับตัวเอง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเขาคนนั้นก็ยังเป็นที่น่าสนใจตลอดเลยสินะ

 

“ เออว่ะมานานยังวะว่าไงคะอีหญิงผู้ชายในฝันมึงมาให้เจอตั้งแต่วันแรกของการเปิดเรียนเลย ”

จังหวะที่เสียงผู้หญิงพูดขึ้นผมที่เคี้ยววุ้นเส้นที่เพิ่งเข้าปากเมื่อสักครู่ เงยหน้าขึ้นเจอกับสายตาของบูมที่นั่งอยู่ตรงหน้าเรามองกันนิ่ง ๆ ก่อนผมจะหันไปมองกลุ่มนั้นให้ชัด ๆ โต๊ะที่อยู่เยื้องพวกผมไป ดูจากช็อปสีน้ำเงินนั่นทำให้รู้ว่าน่าจะเป็นรุ่นพี่ในคณะและผู้หญิงผมยาวนั่งหน้าแดงซบหน้าลงกับไหล่พี่ผู้ชายคนนั้นน่าจะชื่อหญิง เพราะดูจากการมองยิ้ม ๆ ของเพื่อน ๆ ในกลุ่มที่มองผู้หญิงคนนั้นเป็นตาเดียว

 

“ บ้าเหรอมึง ผู้ชงผู้ชายในฝันอะไรกันเล่า ก็แค่รุ่นพี่ในภาคเดียวกันแค่นั้น..... ”

 

ผู้หญิงคนนั้นม้วนผักในจานตัวเองเล่นอย่างเขินอายก่อนจะหันไปมองทางด้านหลังโต๊ะเยื้องตัวเองอีกครั้ง ซึ่งเป็นโต๊ะของพวกพี่เหนือ ก่อนอีกฝ่ายจะหันกลับมา ใบหน้าหวานที่เริ่มขึ้นสีแดงระรื่อทำให้ผมต้องหันกลับมาตั้งใจกับของกินบนโต๊ะตัวเองอีกครั้งแต่ถึงอย่างนั้นเสียงก็ยังดังให้ได้ยิน

 

“ แหม่ม....ชะนีคะเมื่อสักครู่มองพี่เขาตาเป็นมันเลยนะคะ นี่ถ้ากลืนลงท้องได้คงกลืนไปแล้ว ”

ทั้ง ๆ ที่สายตาพยายามสนใจกับหมูในกระทะตรงหน้า แต่เหมือนการได้ยินกับสายตามันกำลังทำงานตรงกันข้ามเพราะมันกับได้ยินเสียงพูดคุยของรุ่นพี่กลุ่มนั้น ทั้ง ๆ ที่ร้านหมูกระทะไม่ได้มีแค่พวกเรา

 

“ ก็แค่หันมองเฉย ๆ เหอะไม่ได้คิดอะไรเลย แค่รู้สึกว่าพอพี่เขามีไร้หนวดนิด ๆ ตัดกับสีผิวขาวจัดนั่น มันดูชวนให้ใจสั่นยังไงก็ไม่รู้ ฮื่อพวกมึงอะชวนกูคุยเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ”

เสียงผุ้หญิงคนนั้นตอบกลับมานั่นทำให้วินที่นั่งอยู่ข้างกันแตะแขนผมเบา ๆ สายตาอีกฝ่ายที่มองมาอย่างห่วง ๆ ก่อนเสียงไอ้ฟ่งจะดังขึ้นเบา ๆ

 

“ กินแค่นี้ก็ได้นะมึงเรามีเวลากินหมูกระทะร้านนี้อีกตั้ง 4 ปี กูไม่รีบหรอกกลับกันเลยไหม ”

 

“ กินต่อเถอะ กูไม่ได้เป็นอะไร วินให้แต่กูคีบให้ตัวเองบ้าง ”

มองเพื่อนทุกคนรอบ ๆ ก่อนจะหันไปพูดกับคนที่นั่งอยู่ข้างกัน ไอ้บูมที่เทน้ำโค๊กใส่แก้วให้ผมก่อนจะบอกกินเยอะ ๆ

 

“ เหรอคะมองจากบนฟ้ากูยังรู้เลยว่ามึงตอแหล ชอบก็ไปบอกชอบพี่เขาค่ะกูบอกเลยคนจ้องจะกินเยอะมากยิ่งมาลุคแบด ๆ ไว้หนวดนิด ๆ แบบนี้นะ หืม...... ”

 

“ เออจริงอีหญิงมึงชอบก็ไปบอก ๆ ได้แล้วมั้งจะปี 1 แล้วนะโว้ย มึงเห็นตอนพี่เหนือเดินเข้ามาในร้านคนสุดท้ายปะ แม่งคนมองกันให้พรึบ ของแรร์แบบนี้ใคร ๆ เขาก็อยากได้ ก้าวก่อนได้ก่อนนะมึง ”

ยกน้ำโค๊กขึ้นมาดื่มก่อนจะหันไปช่วยวินพลิกหมูบ้าง ทั้ง ๆ ที่ไม่อยากฟังแต่มันก็ทำให้รู้ว่าไม่ได้มีแค่พี่ที่ชื่อหญิงที่ชอบพี่เหนือสินะ

 

“ พรุ่งนี้มีคัดดาว – เดือนคณะมึงก็ไปสิเดี๋ยวกูพาไป อยากพาเพื่อนไปเห็นตอนพี่เหนือโหด ๆ อะค่ะ เผื่อเพื่อนอยากโดนพี่ว๊ากดุบ้าง โอ๊ยมึงตีกูแรงจังวะเวลาเขินเนี้ยอีหญิง ”

 

“ พอ ๆ หยุดเพ้อฝันค่ะชะนีทั้งหลาย กูบอกเลยว่าพรุ่งนี้พี่ว๊ากไม่เข้าประชุมเชียร์ค่ะเขาให้ฝ่ายสัน ฯ นู้นเป็นฝ่ายจัดการคัดดาว – เดือนคณะพรุ่งนี้ ”

 

“ อ้าวทำไมล่ะ ”

 

“ แหม่ม...ทีอย่างนี้ออกหน้าเลยนะคะเพื่อนหญิง ก็เพื่อนอีกกลุ่มของกูที่อยู่ฝ่ายนั้นเขาบอกว่าฝ่ายระเบียบเขาติดธุระทั้งหมดเรื่องเรียนนี่แหละ เขาบอกอาจเข้าไม่ทัน ”

 

ทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบมันทำให้ผมตัดสินใจเรื่องนึงได้ หันมองเพื่อนทุกคนก่อนผมจะพูดขึ้น

 

“ กูจะบอกพี่เอ็มมี่ว่ากูจะเป็นตัวแทนภาคไปคัดเลือกดาว – เดือนให้ ”

 

“ เฮ้ยเอาจริงดิ ”

 

“ ทำไมวะ กูพอเข้าใจว่ามึงเด็กกิจกรรมแต่เรื่องที่ต้องยืนอยู่ต่อหน้าคนเยอะ ๆ มันไม่ใช่งานถนัดมึงนิ ”

ไอ้บูม ไอ้ฟ่งที่มองหน้าผมงง ๆ ส่วนอีกสองคนก็มองมานิ่ง ๆได้แต่ถอนหายใจให้เพื่อนก่อนที่จะระบายยิ้มออกมา

 

“ เอาจริงกูก็ไม่ได้ปฏิเสธที่จะเป็นตัวแทนคัดให้นะ ยังไงซะกูก็ไม่ชนะคนอื่นหรอกในคณะเราคนหล่อก็มีตั้งเยอะแยะตอนแรกกูลังเลเพราะกลัวว่าพี่เขาต้องอยู่ด้วย แต่ถ้าเป็นอย่างที่พี่คนนั้นพูด..... มันไม่มีเหตุผลอะไรที่กูต้องปฏิเสธหนิจริงไหม ก็ถือ ๆ ว่าช่วยกันเรื่องนี้มันก็เหมือนเรื่องนึงของภาคเรา อะไรที่กูพอช่วยได้กูก็อยากช่วย ”

 

“ อืมก็ดีนะ องศาหล่อขนาดนี้ยังไงก็ต้องได้เป็นตัวแทนอยู่แล้วเชื่อเรา ”

 

“ กูขออวยพรให้เพื่อนได้เป็นตัวแทนคณะ ”

 

“ เออกูไม่ห้ามหรอก เพื่อนกูหล่อขนาดนี้ไม่ขัดศรัทธาความดังหรอกครับ”

 

“ เดี๋ยวกูโทรสั่งซื้อดอกกุหลาบสักแปลงนึงไว้สำหรับเป็นรางวัลให้มึงเลยไอ้องศา ถ้าได้เป็นตัวแทนคณะไม่ได้เป็นเดือนมหาลัย ได้รางวัลขวัญใจก็ยังดี ”

 

ยกนิ้วกลางให้ไอ้คนที่นั่งตรงข้ามกันก่อนจะด่ามันไปหนึ่งที

“ สัสเถอะ กูจะไปถึงรอบนั้นไหมไอ้บูม แพ้ตั้งแต่คัดในคณะแล้วมั้ง ”

 

หยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเป้ขึ้นมาก่อนจะเข้าเช็คดูข้อความในกลุ่มภาค ข้อความที่บอกว่าตัวแทนภาคคือผมก่อนจะมีคนถามว่าคือใคร ก่อนจะมีผู้หญิงคนนึงตอบว่าคนที่ลุกขึ้นช่วงแรก ๆ ที่กลุ่มพี่ว๊ากเข้ามาแต่ตอนนี้ผมยังไม่ตัดสินใจ หลังจากนั้นข้อความร่ายยาวทั้งชายทั้งหญิงที่ขอให้ผมเป็นตัวแทนภาคให้หน่อยได้ไหม อีกทั้งผมได้เห็นเพื่อนผู้หญิงที่เป็นตัวแทนภาคที่เพื่อนอีกคนเอาภาพลงในโน้ตของแชทกลุ่มเธอดูแมน ๆ ดี จัดว่าสวยมาก ๆ เลยด้วยซ้ำ

อ่านข้อความอีกนิดหน่อยก่อนจะกดไปยังช่องเพิ่มเพื่อน กดแป้นพิมพ์ตามชื่อที่พี่เขาให้มา ก่อนภาพจะปรากฏรูปพี่เอ็มมี่หลังกดเพิ่มเพื่อนเรียบร้อยผมจึงพิมพ์ข้อความแนะนำตัวนิดหน่อย ก่อนจะบอกว่าตกลงที่จะเป็นตัวแทนภาคให้พี่เอ็มมี่อ่านรวดเร็วก่อนอีกฝ่ายจะบอกว่าดีใจมากที่ผมตอบรับ เราคุยกันนิดหน่อยก่อนพี่เขาจะบอกว่าไม่กวนแล้ว เมื่อเห็นดังนั้นจึงปลดล็อคโทรศัพท์ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหมูด้านผมกับวินเริ่มหมดแล้วเมื่อเห็นดังนั้นจึงพูดขึ้นกับเพื่อนที่กำลังสนใจของในกระทะ

 

“ เดี๋ยวกูไปตักของมาเพิ่มก่อนนะวินเอาอะไรเพิ่มไหม ”

สายตากวาดมองรอบ ๆ ตัวเองนิดหน่อยก่อนเจ้าตัวหันมามองผมระหว่างนั้นก็ส่งยิ้มมาให้

 

“ อืม....องศาเอาผักมาเพิ่มแล้วกัน อ่อ เราขอหมูนิ่มเพิ่มด้วยอีกสักจานนะนอกนั้นเอาอะไรก็ได้แล้วแต่องศาเลย ”

เมื่อได้ยินดังนั้นผมจึงเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋ากางเกงก่อนจะลุกขึ้นยืนขณะที่กำลังขยับออกจากเก้าอี้เสียงทุ้มของคนที่นั่งอยู่ข้างกันก็รั้งไว้ก่อน

 

“ องศาจะเอามาไหวไหมเดี๋ยวเราไปช่วย ”

วินกำลังลุกขึ้นแต่เป็นผมที่กดไหล่อีกฝ่ายลง เจ้าตัวมองด้วยความแปลกใจปนงุนงง

 

“ ไม่ต้องหรอกกินไปเถอะ มึงคีบให้กูตั้งเยอะให้กูได้บริการมึงบ้างเถอะครับเพื่อน ส่วนนี่กูจะเอาถาดกลับมาด้วยถือมาคนเดียวสบาย ๆ ”

วินมันพยักหน้าเข้าใจก่อนไอ้ติวจะพูดขึ้นว่าให้รีบ ๆ ไปรีบมาเดี๋ยวจะกินหมดก่อน หัวเราะเบา ๆ กับคำพูดมันก่อนผมจะหันหลังเพื่อเดินไปยังโซนตักอาหาร ที่นี่เป็นร้านหมูกระทะแบบบุฟเฟ่ต์ไม่จำกัดเวลาแถมอาหารยังสดสะอาด ด้วยเหตุผลนี้ทำให้นักศึกษาแน่นเอี๊ยดขนาดนี้ไม่รู้พวกมันไปรู้มาได้ยังไงว่าแถวมอมีร้านแบบนี้ด้วย

 

เดินไปหยิบถาดขนาดกลางก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบตะกร้าใส่ผักและจานเปล่าไปสำหรับใส่อาหาร เดินไปเลือกผักเพิ่มอีกเต็มตระกลางผักใบเล็ก ก่อนนจะเดินไปเลือกหมูที่ไอ้วินบอกเป็นอันดับแรก ระหว่างที่ผมกำลังเลือกคีบเนื้อหมูใส่จานอยู่นั้นความรู้ก็เหมือนว่าด้านหลังเหมือนจะมีคนรอเข้ามาหยิบอาหารด้วยผมจึงขยับตัวเล็กน้อยให้เขาได้เข้ามา กลิ่นหอมจาง ๆ ของน้ำหอมที่เคยคุ้นเคยในอดีตไม่ได้กลิ่นมานานทำให้จังหวะตักหมูผมต้องหยุดชชะงัก ร่างกายแข็งค้างแทบจะก้าวไม่ออกอุณหภูมิเย็นเฉียบที่ไล่ขึ้นมาตั้งแต่ปลายเท้าใจเต้นแทบจะไม่เป็นจังหวะ

 

มันอาจจะไม่ใช่เขาคนนั้นก็ได้แค่กลิ่นน้ำหอมใคร ๆ ก็สามารถซื้อใช้ได้มันไม่จำเป็นต้องเป็นเขาคนเดียวเลย มือไม้ที่มันเริ่มอ่อนแรงคีบเนื้อหมูแทบไม่ขึ้น อยากหันมองว่าคนที่ยืนข้างกันคือใครแต่ผมไม่มีความกล้าพอที่จะหันไปมอง มืออีกฝ่ายหยิบที่คีบขึ้นมา ผิวขาวจัดที่ตัดกับนาฬิกาข้อมือเรือนใหญ่สะท้อนแสงไฟยิ่งทำให้ผิวขาวมากยิ่งขึ้น มองอีกฝ่ายที่กำลังตักเนื้อหมูใส่จานสักครู่ ระว่างนั้นเองที่สายตาปะทะเข้ากับพี่ผู้ชายกับพี่ผู้หญิงกลุ่มนั้นยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามพี่ผู้หญิงคนนั้นที่ชื่อหญิง........ ทั้งสองมองมายังคนข้างกายผมไม่รู้ว่าพี่ผู้ชายพูดอะไรถึงทำให้พี่ผู้หญิงคนนั้นที่ใบหน้าแดงอยู่แล้วกับแดงมากยิ่งขึ้น ใบหน้าสวยเม้มริมฝีปากตัวเองเล็กน้อยแต่ถึงอย่างนั้นสายตาก็ยังมองมาหาคนยืนข้างกายผม

 

นั่นยิ่งเป็นสิ่งยืนยันแน่ชัดว่าคนที่ยืนอยู่ข้างผมคือใคร..... ไล้สายตาไปตาลำแขนแกร่งผิวขาวจัดที่มีเส้นเลือดนู้นเด่น ค่อย ๆ เลื่อนสายตาช้า ๆ มาเรื่อย ๆ จนถึงปลายเสื้อสีน้ำเงินเข้มที่ถูกสวมทับด้วยปลอกแขนสีเลือดหมู ใจผมเต้นโครมครามเหมือนจะหลุดออกมาให้ได้ในหัวสมองที่กำลังทะเลาะกันอย่างรุนแรงว่าผมควรจะหยุดมองแค่นั้นแล้วหันกลับมาตักของตรงหน้าต่อ หรือควรเงยหน้ามองคนข้างกายชัด ๆ ให้รู้ไปเลยว่าใช่พี่เขาไหม แต่ระว่างที่ผมกำลังตัดสินใจอยู่นั้นอยู่ ๆ เสียงทุ้มต่ำของอีกคนก็ดังขึ้น

 

 

“ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ”

 

 

ทันทีที่จบประโยคอีกฝ่ายก็เดินออกไปทันทีผมที่เม้มริมฝีปากแน่นหันกลับไปมองร่างสูงของอีกคนที่กำลังเดินไปยังโต๊ะของตัวเอง พี่เขาทักงั้นเหรอ พี่เขาจำผมได้งั้นเหรอระว่างที่กำลังสับสนกับตัวเองใจที่มันเต้นแรงจนรู้สึกเหนื่อยเสียงพูดคุยของคนที่อยู่ตรงข้ามกันกับทำให้ผมต้องหันไปมอง

 

“ ฮื่อ ชะนี..... พี่เหนือถามมึง กรี๊ดกูว่าแล้ว ๆ อย่างนี้ต้องมีซัมติงแล้วนะคะ ฮื่อ กูเขินแทน”

 

ใบหน้าแดงซ่านของคนหน้าหวานซบลงบนไหล่ของเพื่อนก่อนทั้งสองจะร้องขึ้นเบา ๆ สองคนอย่างคนเขินอายเมื่อเห็นดังนั้นจึงทำให้ผมก้มลงมองหมูในจานตัวเองก่อนจะแสยะยิ้มให้กับตัวเอง นั่นสินะตอนนั้นเป็นผมที่ถอยจากพี่เขาเอง พี่เหนือก็ไม่เห็นทุกข์ร้อนอะไร เป็นผมที่เริ่มหลบตาก็จริงแต่อีกฝ่ายก็ไม่แม้จะทักทายกันเลยด้วยซ้ำแล้วอยู่ ๆ วันนี้พี่เขาจะมาทักกันทำไม พี่ผู้หญิงคนนั้นก็รุ่นน้องในภาคเขาก็คงต้องรู้จักกันอยู่แล้วหนิอย่าเข้าข้างตัวเองเลยไอ้องศาเดี๋ยวจะเจ็บเหมือนตอนนั้นอีก

 

 

 

 

 

อีพี่มึงเอาให้ชัดดิ่ ที่พูดน่ะพูดกับใคร ลูกฉันหรือใครเอาให้แน่!!!!

ฝาก #เหนือองศารัก ด้วยนะคะ

 

FB : Ponoi____

TW : poonoi_16

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 560 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

471 ความคิดเห็น

  1. #373 ENJOY_EVERYDAY (@pink-peat) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 00:24
    เราชอบในความเป็นเพื่อนรักของฟ่งมาก เรายังมีเวลากินหมูกะทะร้านนี้ไปอีกตั้ง 4 ปี ความห่วงเพื่อนอ่ะเนอะ 55555
    #373
    0
  2. #362 Sssaiparnnn (@Saipannewgens) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 07:43
    พี่หญิงก้คือเพื่อนชงเว่อร์ ชงไม่ลืมหูลืมตา เอ็นดูนา ถ้าวืดขึ้นมาจะพาลโกรธน้องมุ้ยเนี่ยยยย
    #362
    0
  3. #344 hh_9094 (@9094_hh) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 22:22
    พี่เหนือทักใครเอาชัดๆหน่อย
    #344
    0
  4. #236 thanaporn0 (@thanaporn0) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 17:47
    บรรยายยืดมากก
    #236
    0
  5. #225 GFMB (@GFMB) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 04:02
    ไม้เรียวในมือสั่นมาก ไม่ได้จะเอาฟาดลูกนะ จะเอาฟาดมารร้าย!!!!

    ฟ่งงงง5555 เธอนะเธอออ เอ็นดูกลุ่มนี้จริง มันน่ารักจังเลยว๊าา

    ยัยน้องก็น่ารัก ฮื้อออออ แต่จบด้วยสงสารลูกก~~~
    #225
    0
  6. #150 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 04:11
    ชะนี อย่าเยอะ เขาทักน้อง
    #150
    0
  7. #126 I’m aon (@aon0881607928) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 16:47

    น้องงงง
    #126
    0
  8. #125 ่jane1404 (@noodee2547) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 00:39

    ฮืออออ สงสารน้องงง
    #125
    0
  9. #122 ars.jn (@yutojump) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 15:22

    สงสารน้องงง
    #122
    0
  10. #116 6710 (@6710) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 22:32

    รออออออ
    #116
    0
  11. #114 iuvur (@iuvur) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 12:57

    พี่องศาค่า สรุปทักใครค่า
    #114
    1
    • #114-1 iuvur (@iuvur) (จากตอนที่ 3)
      28 พฤษภาคม 2563 / 12:58
      พี่เหนือสิT-T
      #114-1
  12. #113 code8 (@code8) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 11:36

    รอเหมือนเดิมจ้า
    #113
    0
  13. #112 ramidasukrat (@ramidasukrat) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 14:43

    รออออออออค่ะ
    #112
    0
  14. #111 VRVRDx002 (@esenapaj_nirav) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 13:35

    Plsssss
    #111
    0
  15. #110 VRVRDx002 (@esenapaj_nirav) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 13:35

    Plsssss
    #110
    0
  16. #109 VRVRDx002 (@esenapaj_nirav) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 00:06
    มาต่อเร็วๆนะคะ ชอบมากเลยแงง
    #109
    0
  17. #108 PraepunwaAram (@PraepunwaAram) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 21:12
    ตะไมรู้สึกถึงควัมหน่วง
    #108
    0
  18. #107 Amysarocha (@Amysarocha) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 19:58
    ชะนีหลบไปน้าาาาาา
    #107
    0
  19. #106 reapB (@reapB) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 11:17
    มาต่อเลยนะใจเราหน่วงแล้ว
    #106
    0
  20. #104 chinegidaoo (@chinegidaoo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 01:59
    มาแล้ววว

    มาต่อไวๆนะคะ ชอบมากเลย
    #104
    0
  21. #103 我的王子 (@2559dongyi) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 22:11

    อ่านแล้วร้องไห้รู้สึกอึดอัดจนน้ำตาไหล มีนิยายไม่กี่แบบที่ทำให้รู้สึกอ่านแล้วอยากร้องแบบแรกคือรักใครสักคนแล้วถูกสวมเขาหรือหักหลังอย่างที่สองคือแบบที่ไรท์กำลังเขียนนี้แหละทำเอาเจ็บแบบจุกๆคือเข้าใจองศาเพราะเราก็เป็นแบบองศานี้แหละ คือจะเอายังไงก็ไม่ยอมพูดให้ชัดเจนคนที่อยู่ในสถานะแบบนี้มันก็เจ็บเป็นนะคะ
    #103
    0
  22. #102 sasonsasai (@sasonsasai) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 21:41
    โอ๋ๆนะองศา
    #102
    0
  23. #101 Maybegulf (@NarumonKesornsoi) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 18:59
    รออออออออ
    #101
    0
  24. #100 หมอกควัน2221 (@xoxo003) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 14:51
    กลับมาเจอกันจนได้
    #100
    0
  25. #99 ATENNILE (@ATENNILE) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 00:56
    อาการแบบนี้เคยเป็น แอบชอบแอบมองแล้วต้องมาเจ็บมันทำใจยากเวลาได้มาเจอกันอีกครั้งเข้าใจความรู้สึกขององศาจริงๆ
    #99
    0