เหนือองศารัก (Yaoi)

ตอนที่ 1 : พี่คนนั้นที่ชื่อ เหนือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,857
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 618 ครั้ง
    19 เม.ย. 63

 

 

 

 

“ มันจะไปทันไหมลูก เรียนมอปลายแล้วเน้อทำอะไรให้มันเร็ว ๆ หน่อย รถโดยสารมันมีแค่คันเดียวนะกว่าจะไปถึงโรงเรียนอีก แม่ไม่ไปส่งนะบอกไว้ก่อน ฟ่งมารอตั้งนานแล้วเนี้ย ”

 

เสียงบ่นของผู้เป็นแม่บ่นลูกชายที่มีทีท่าว่าจะไปเรียนสายตั้งแต่วันแรกของการเปิดเรียน เสียงวิ่งตึงตังดังขึ้นมาจากด้านบนบ้านทำเอาผู้เป็นแม่ถึงกับส่ายหัวอย่างเอือมระอา

 

“ โหแม่เพิ่งหกโมงครึ่งเอง ไอ้ฟ่งมันนั่นแหละตื่นเต้นเกินไปไหม ไหนมึงบอกกูว่ารถโรงเรียนมาตอนโมงนึงไง แล้วมึงแหกตามาบ้านกูทำไมตั้งแต่หกโมงเช้า ”

 

ผมพูดกับแม่ก่อนหันไปบ่นไอ้เพื่อนรักที่นั่งยิ้มร่าอยู่บนแคร่ไม้ไผ่หน้าบ้าน

 

“ ก็กูตื่นเต้นนี่หว่า รถโรงเรียนเคยออกตรงเวลาซะที่ไหนวะแม่งมึงเพิ่งมาอยู่ไม่เคยเจอความรู้สึกที่ต้องวิ่งตามรถหรอกว่ามันเป็นยังไงกูเนี้ยประจำ ”

 

เดินไปวางกระเป๋าโรงเรียนลงข้างไอ้ฟ่งเพื่อเช็คดูว่าเอาหนังสือเรียนมาครบหรือเปล่า

 

“ เถียงอะไรกันเด็กสองคนนี้ตั้งแต่เด็กยันโตเลย มา ๆ แม่ทำข้าวต้มไว้มากินข้าวเช้ากันก่อนไปเรียน ”

 

“ ก็มันผิดจริงๆ นี่แม่ นี่ถ้าผมไม่ตื่นตั้งแต่เช้าแล้วนะป่านนี้ถูกแม่บ่นหูชาไปแล้ว ”

 

นั่งบนโต๊ะอาหารที่อยู่ถัดจากแคร่ไปเล็กน้อยก่อนจะพูดถึงความผิดของไอ้คนที่นั่งกินข้าวไม่รู้สึกรู้สาอยู่ข้างเขา

 

“ น้าสุอย่าไปฟังมันเลยครับ ว้าวข้าวต้มกุ้งด้วยถึงฟ่งจะกินข้าวเช้ามาแล้วแต่ถ้าเป็นอาหารที่น้าสุทำต่อให้จะอิ่มแค่ไหนฟ่งก็สู้ตายครับ ”

 

“ จ๊ะทานเยอะ ๆ เลยนะไม่ต้องเกรงใจ ”แม่หันมายิ้มให้ไอ้คนข้างกายเขาพอมีคนให้ท้ายหน่อยมันชักเหิมเกริมหันมายักคิ้วลิ่วตาใส่ซะงั้น

 

“ ชนะไปเหอะมึงอย่าให้ถึงคราวกูนะ อ้าวแม่แล้วพ่อล่ะตื่นมาผมยังไม่เห็นเลย ”

 

“ วันนี้เขามีต้อนรับปลัดอำเภอน่ะพ่อเลยต้องไปที่ทำงานแต่เช้า ” เขาพยักหน้าอย่างเข้าใจ เพราะพ่อที่รับงานราชการเป็นปลัดอำเภอบางครั้งต้องย้ายที่ทำงานเขาต้องย้ายที่เรียนไปด้วย ในตอนแรกเขากับไอ้ฟ่งเป็นเพื่อนกันตั้งแต่อนุบาลเลยก็ว่าได้แต่พอพ่อได้เป็นปลัดอำเภอทำให้เขาต้องย้ายไปอยู่ในเขตจังหวัดอื่น แต่พอได้มาอยู่แถวบ้านท่านคงไม่อยากไปไหนแล้ว

 

“ อ่อ แม่จะไปบ้านสวนไหมครับ ”

 

ก้มมองนาฬิกาในมือไปด้วยระหว่างที่ถามแม่

 

“ ไปสิเดี๋ยวแม่จะไปช่วยคุณย่าทำขนมด้วยรีบกินได้แล้วเราทั้งสองเดี๋ยวไปเรียนสาย แม่บอกเลยไม่ไปส่งนะ ”

 

“ แม่จะไปส่งผมไงล่ะ หมดบ้านปั่นเป็นแค่จักรยานกัน ดีหน่อยที่พ่อกับผมขับรถยนต์ได้ ”

 

“ เฮ้ยมึงไปเถอะ พวกไอ้บูมแชทมาบอกว่ารถถึงหน้าบ้านพวกมันแล้ว” ไอ้ฟ่งหน้าตาตื่นรีบยัดข้าวต้มที่เหลือเกือบครึ่งใส่ปากรวดเร็ว บ้านไอ้บูมอยู่ห่างจากบ้านเขาไม่ไกลนั้นทำให้พวกเขาต้องรีบกินข้าวต้มในถ้วยให้หมด

 

“ แม่ผมไปแล้วนะ สวัสดีครับ / น้าสุสวัสดีครับ ”

 

ยังไม่ทันที่แม่จะพูดอะไร ผมกับไอ้ฟ่งคว้ากระเป๋านักเรียนได้ก็รีบวิ่งตรงไปยังหน้าบ้านทันทีถึงบ้านจะอยู่หน้าปากซอยแต่ไม่ทันรถขึ้นมาไม่มีรถไปเรียนแน่นอน

 

“ องศาไม่เอาเงินไปโรงเรียนเหรอลูก ”

 

“ ผมพอมีอยู่ครับแม่ ” หันไปพูดกับแม่ที่จะเดินตามมาหน้าบ้านก่อนเขาจะยกมือไหว้อีกครั้ง

 

“ ตั้งใจเรียนกันนะเด็ก ๆ อย่าให้แม่รู้นะว่าเราไปเกเรไหนกัน ”

 

“ ครับ ”

 

รถโรงเรียนที่ไอ้ฟ่งเล่าให้ฟังคือมันจะมีที่ประจำใครมันอยู่แล้วเวลาใครขึ้นรถมาจะรู้ว่าตนต้องนั่งที่ไหน โดยปกติรถโดยสารจะมีรุ่นพี่ม.6 ที่จบไปทำให้ที่นั่งพอ แต่ถ้าเทอมไหนไม่พอบางคนก็จะเอารถจักรยานยนต์ไปเองหรือผู้ชายก็ต้องเสียสละให้ผู้หญิงนั่งก่อน

 

“ เฮ้ยไอ้ฟ่ง ไอ้องศามานั่งนี่ ๆ ” ไอ้บูมที่ชี้ไปยังที่นั่งข้างหน้าที่ว่างอยู่ทำให้เขากับไอ้ฟ่งที่ยืนลังเลอยู่หน้าประตูรถเดินไปหาเพื่อน

 

“ โอ้โหไอ้เชี่ยบูม น้ำหอมมึงนี่ฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้านเลยเนาะ” พอได้ที่นั่งไอ้ฟ่งทักทายเพื่อนอีกคนขึ้น ส่วนไอ้คนที่ถูกว่าก็ยืดอกอย่างภาคภูมิใจ

 

“ มึงไม่รู้ไรคำว่าพี่มอปลาย มันทำให้กูฮึกเหิมแค่ไหน ว่าแต่พวกมึงสองคนน่ะอาบน้ำมาไหม อี๋ นะกูบอกเลย ”

 

ไอ้คนพูดรีบใช้มือปิดจมูกตัวเองอย่างล้อเลียน

 

“ พั๊ว นี่แน ใครมันจะไม่อาบน้ำมาเรียนวะไอ้สัส / มึงนั่นแหละฉีดน้ำหอมมาขนาดนี้กลบเกลื่อนกลิ่นตัวรึเปล่า ”

 

ยังไม่ทันที่ไอ้บูมจะโต้ตอบอะไรกลับมาเสียงฮือฮาของผู้หญิงในรถก็ดังขึ้นทำให้พวกเขาต้องรีบหันมอง ภาพตรงหน้าเป็นผู้ชายน่าจะอยู่มอปลายแบบพวกเขาหรือน่าจะเป็นรุ่นพี่ด้วยซ้ำ

 

“ ใครวะ ทำไมผู้หญิงดูตื่นเต้นกันขนาดนั้น ”

 

เขามองไปยังที่นั่งถัดไปข้างหน้าซึ่งเป็นผู้ชายร่างสูงที่เพิ่งขึ้นมาเมื่อสักครู่นั่งอยู่กับเพื่อน ดูเขาก็ไม่เห็นสนใจใครสักเท่าไหร่นอกจากนั่งคุยกับเพื่อนข้าง ๆ

 

“ พี่เขาชื่อ เหนือ สมบัติโรงเรียนเลยนะมึงเนี้ย ของดี พรีเมียม ” ไอ้ฟ่งพูดขึ้นเบา ๆ

 

“ นั่นคนหรือของวะ มีพรีเมียมด้วย ” อดหัวเราะไม่ได้กับคำพูดของเพื่อน

 

“ คนดิวะ คนเชี่ยไรโคตรหล่อ มึงรู้ไหมว่าสาว ๆ ห้องกูตอนม.ต้นนะแม่งชอบเขาโคตรเยอะ ไอ้เชี่ย ๆ กูอยากเกิดมาเบ้าหน้าฟ้าประทานแบบนี้ เหนือสมชื่อฉิบหาย สูงก็สูง ผิวงี้ขาวจนผู้หญิงยังอาย ”ไอ้บูมที่แหวกหน้าเขากับไอ้ฟ่งเพื่อตัวเองจะได้ยื่นหน้าเข้ามาคุยด้วยได้ จะว่าหล่อไหมสำหรับเขามันก็ดูดีแหละ แม่งผู้ชายด้วยกันจะให้กูมาวี๊ดว๊ายไงวะ แต่ความสูงนี้ยอมรับว่าอีกฝ่ายสูงมากนี่มันความสูงเด็กม.ปลายจริง ๆ เหรอวะ

 

“ เออเรียนก็เก่ง กีฬาก็ดี บ้านก็รวย ชาติก่อนเขาทำบุญด้วยอะไรวะกูจะได้ทำตาม ”

 

“ กูว่าต้องกู้ชาติมาแน่ ๆ เลย ชาตินี้กุศลถึงแรงขนาดนี้ สาธุเผื่อกุศลจะส่งผลถึงกูได้บ้าง ”

 

“ มันได้เหรอวะ ” ถึงกับหลุดขำกับภาพตรงหน้าของเพื่อนทั้งสองคนที่พนมมือเหนือหัวสาธุกันอยู่สองคน พวกมันสองคนที่หันมาพยักหน้าให้อย่างจริงจังก่อนไม่นานพวกเราจะมาถึงโรงเรียน ยอมรับว่าตลอดเวลาอยู่บนรถพี่คนนั้นเป็นจุดรวมสายตาของทุกคนจริง ๆ ความสูงที่แม้แต่เขาที่มาตรฐานชายไทยยังสูงได้แค่ไหล่เองมั้ง ไม่รู้จะสูงไปไหน

 

 

 

เรามาถึงโรงเรียนไปนานเสียงดังกริ่งก็ดังขึ้นไอ้บูมบอกมันก็เหมือนทุกโรงเรียนที่มีกริ่งเข้าแถวหน้าเสาธงแต่เนื่องจากวันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกทำให้ค่อนข้างยุ่งยากในการเข้าแถวจึงต้องมาเข้าแถวก่อนเวลาเกือบ ๆ สิบนาที

 

ไอ้บูมที่เดินแยกไปยังอีกห้องเพราะมันเลือกเรียนสายศิลป์ภาษาไม่ใช่สายวิทย์ – คณิต แบบผมหรือไอ้ฟ่ง  ผมที่เป็นนักเรียนใหม่ถูกมองจากคนในแถวพอสมควร ทุกโรงเรียนคงเคยเจอความรู้สึกที่เปิดโรงเรียนมาวันแรกแล้วเจอผอ. ที่มานั่งพูดนานทำเอาอยากหลับให้ได้ ดีหน่อยที่ให้นั่งฟัง

 

“ แม่งผอ.พูดไรเยอะแยะวะร้อนชิบหาย แต่ไม่เป็นไรสาว สาว ห้องข้าง ๆ นี่มันดีจริง ๆ ” ไอ้ฟ่งที่นั่งบ่นงึมงำอยู่ด้านหน้า ก่อนอีกฝ่ายจะยื่นเศษไม้มาให้หักเล่นแก้ง่วง

 

“ ก็ปกตินะ ”เขากระซิบคุยกับมันเบา ๆ ก่อนเสียงประกาศหน้าเสาธงของอาจารย์สักคนจะดังขึ้น

 

“ สำหรับวันนี้วันแรกของการเปิดภาคเรียนการศึกษาใหม่ อากาศสดชื่น ”

 

“ แม่งครูอยู่คนละโลกกับกูเปล่าวะร้อนชิบหาย ” ไอ้ฟ่งที่ยังไม่เลิกบ่น ตั้งแต่เข้าแถวยันตอนนี้บ่นไม่หยุดเลย

 

“ ทนเป็นไหมล่ะไอ้สัส ”

 

“ เอาล่ะค่ะวันนี้เราจะมีการถอดปลอกแขนสารวัตรนักเรียนของม.6 และ การส่งต่อให้กับสารวัตรนักเรียนม.5 ซึ่งปีนี้สารวัตรนักเรียนจะเป็นม.5 / 3เชิญสารวัตรนักเรียนม.6/1 กับ สารวัตรนักเรียน ม.5/3 ออกมาหน้าเสาธงค่ะ ”

 

 

 

มองไปยังห้องที่อยู่ไม่ไกลที่น่าจะเป็นเด็กม.5/3 เดินเรียงกันมายังข้างหน้าเสาธงซึ่งพวกเขาจะอยู่ตรงกลางพอดี ไม่นานเด็กม.6 / 1 ก็เดินตามมาแต่เสียงฮือฮาตลอดทางทำให้ผมต้องยืดคอหันไปตามเสียง

 

 

 

“ มึงไม่ต้องสงสัยหรอกว่าใคร..... มีคนเดียว ”

 

ระหว่างที่ไอ้ฟ่งพูดจบทำเขายิ่งงงมากกว่าเดิมแต่ไม่นานก็เข้าใจในสิ่งที่มันพูดเมื่อร่างสูงของคนที่เพิ่งเจอเมื่อเช้ากำลังเดินมาหน้าเสาธงพร้อมกับคนอื่น ๆ ที่เดินเรียงตามมาโดยแขนเสื้อนักเรียนด้านซ้ายมีปลอกแขนสีแดงสวมอยู่ สารวัตรนักเรียนสินะ......

 

“ นี่แหละสาเหตุของเสียง แม่งคนเราแค่เดินมาเฉย ๆ ยังหล่อเลย ปีหน้าถ้าห้องเราเป็นสารวัตรนักเรียน กูจะหล่อแบบพี่เขาเปล่าวะ ”

 

“ อย่าเอาเบ้าหน้ามึงไปเทียบกับเขาเลยว่ะ ยังไงมึงก็สู้เขาไม่ได้หรอก ” นึกว่าไอ้ฟ่งจะโกรธแต่มันกลับพยักหน้าเห็นด้วยซะงั้น

 

“ เอออันนี้กูยอมแพ้จริง แพ้ตั้งแต่ความสูงแล้ว ถึงไม่หล่อก็ขอให้ผมสูงเท่าพี่เขาก็พอแล้วครับ ”หน้าตาไอ้ฟ่งเพ้อฝันไปไกลจนเขาอดขำไม่ได้

 

“ หัวหน้าสารวัตรนักเรียนคนเก่ามีอะไรบอกน้อง ๆ สารวัตรนักเรียนไหมคะ ” ครูคนเดิมพูดขึ้นก่อนจะยื่นไมค์ไปยังพี่ที่ชื่อเหนือ เป็นหัวหน้าสารวัตรนักเรียนด้วยงั้นเหรอ

 

“ ตั้งใจทำงานกันนะครับ ” เสียงทุ้มต่ำของพี่เหนือดังขึ้นก่อนอีกฝ่ายจะยิ้มจาง ๆ ไปให้อีกฝั่ง

 

“ ไอ้เชี่ยมึงดูดิขนาดแค่เสียงพี่แกยังหล่อขนาดนี้เลย ”มองไปยังร่างสูงที่ยืนโดดเด่นกว่าเพื่อนขณะกำลังยกมือไหว้ครูเมื่อท่านถอดปลอดแขนให้

 

 

 

“ อืม ก็เสียงเพราะดี..... ” พูดเบา ๆ พร้อมกับก้มลงไปหักไม้ตามเดิม

 

 

 

“ มึงพูดอะไรนะ กูไม่ได้ฟัง ” ผมส่ายหน้าให้ไอ้ฟ่งพอมันเห็นผมไม่พูดจึงกลับไปเล่นฟังด้านหน้าต่อ

 

 

 

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ทุกเช้าต้องได้ยินเสียงไอ้เพื่อนปากหมาสองตัวที่นั่งเพ้อถึงคนที่นั่งด้านหน้าทุกวันสิ่งที่ไม่เข้าใจเลยคือบ้านเขารวยแทบจะต้น ๆ ของอำเภอทำไมไม่ขับรถไปเรียนเองวะทำไมต้องทนนั่งรถที่คนเบียดกันขนาดนี้ด้วย ยิ่งวันนี้เป็นวันที่ทุกคนแต่งชุดที่ไม่ใช่ชุดนักเรียนยิ่งเพิ่มความเกะกะให้รถเข้าไปมากกว่าเดิม และไอ้ท่าทางอยู่ไม่สุขของไอ้สองเพื่อนยิ่งทำให้ผมหงุดหงิดไปมากกว่าเดิม

 

“ ไอ้บูมมึงว่าวันนี้พี่เขาจะไปรถนักเรียนเปล่าวะ” ไอ้ฟ่งหันไปถามไอ้บูมที่นั่งอยู่ด้านหลัง

 

“ กูพนันเลยพี่เขาต้องไปอยู่แล้ว ” ไอ้สองคนที่พยักหน้าให้กันอย่างจริงจังจนเขาแทบอยากเปลี่ยนที่นั่ง

 

“ เฮ้ยมาแล้ว ๆ เชี่ยมึง..... วันนี้หล่อโคตร ๆ โคตร ๆ ของความหล่อเลยวะ ”หันไปตามเสียงของไอ้บูม เป็นภาพที่เห็นได้ชินตาคือผู้ชายร่างสูงสวมหูฟังขึ้นมาบนรถ แต่ชุดวันนี้แปลกไปจากทุกครั้งที่ได้เห็น ไม่ใช่ชุดนักเรียนเหมือนเช่นทุกครั้ง ไม่ใช่ชุดพละของโรงเรียน หรือไม่ใช่ชุดลูกเสือแบบพวกเขา แต่เป็นชุดสีกากีแกมเขียวที่ขัดให้ผิวที่ขาวของพี่เขายิ่งขาวมากขึ้นกว่าเดิม

 

“ มึงชุดนี้คือไม่ได้นะเกินต้าน ” ไอ้ฟ่งพูดขึ้นเบา ๆ ก่อนมันสองคนจะหันไปพูดคุยกันทำให้เขาที่ไม่รู้อะไรใส่หูฟัง ฟังเพลงพร้อมก้มเล่นเกมในโทรศัพท์ต่อ ระหว่างที่กำลังตัดออกจากโลกภายนอกอยู่ ๆ รองเท้าสีดำเข้มก็มาหยุดอยู่ตรงหน้า พร้อมเสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้น

 

 

 

“ น้องครับ.... ”

 

 

 

ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียกไม่รู้ทำไมจากทั้งรถโดยสารเสียงดังจึงถึงเงียบลงได้ถึงขนาดนี้ ภาพตรงหน้าคือร่างสูงของคนที่เขาเพิ่งละสายตาไม่นานมานี้

 

“ ครับ...พี่เหนือ ” เป็นไอ้ฟ่งที่นั่งข้างเขาตอบกลับไป

 

“ ฟ่งได้อยู่ห้อง ม.4 / 2 ไหม พี่ฝากสมุดนี่ไปด้วยหน่อยเมื่อวานมีคนทำตกไว้แถวบ้านพี่ ”เสียงพูดขึ้นทำให้ไอ้ฟ่งรีบยื่นมือไปรับไว้ มันก้มมองชื่อเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นกับคนที่ยืนอยู่

 

“ ขอบคุณนะครับพี่ วิชาฟิสิกส์ด้วยโชคดีนะที่พี่เหนือเก็บได้”ที่กับพี่เขานี่มันพูดเสียงเพราะเชียวถ้าเขามองไม่ผิดอีกฝ่ายมองหน้าเขาเล็กน้อยก่อนจะตอบไอ้ฟ่งกลับไป มองทำไมวะ.....

 

“ ครับ พี่ไปล่ะอย่าลืมให้เพื่อนนะเดี๋ยวไม่มีเรียนกัน ”ร่างสูงที่เดินไปนั่งที่ตนก่อนจะได้ยินเสียงดังจากไอ้เพื่อนทั้งสองคนเบา ๆ

 

“ พี่เขาจำชื่อกูได้ / เอองั้นพี่เขาต้องจำกูได้เหมือนกันดิวะ ” จะมีวันไหนที่พวกมันเลิกคุยเรื่องพี่เขาสักทีวะ

 

 

 

การต้องเรียนพละในชุดลูกเสือไม่ใช่เรื่องดีเลยเสียด้วยซ้ำแต่เพราะตารางเรียนที่แน่นจนหาวันใส่ไม่ได้ก็ต้องหาวันที่ไม่เหนื่อยมากซึ่งก็มีแค่วันนี้แต่เห็นอาจารย์แม่จะไปคุยให้ขอปรับเปลี่ยนให้ชั่วโมงถัดไปเป็นคาบว่างแทนโดยดึงคาบว่างของพรุ่งนี้มาใช้ไม่รู้จะได้ไหม ชุดก็ต้องเอามาเปลี่ยนลำบากชิบหาย

 

“ อ้าวเดี๋ยวแยกเปลี่ยนชุดคนฝั่งเลยนะ ห้องน้ำชาย – ห้องน้ำหญิงแยกกัน เร็ว ๆ ก่อนหน่อยก็ดีนะนักเรียน ”

 

โชคดีที่ผู้ชายในห้องมีไม่มากและมันก็ไม่ค่อยจะอายกันเท่าไหร่ทำให้เปลี่ยนชุดแปบเดียว

 

“ ครับ ครบทุกคนแล้วเนาะ เอาจริงครูก็สงสารพวกเราที่ต้องไปเรียนคาบต่อไปด้วยสภาพเหงื่อซกเต็มตัว ตอนนี้ครูกำลังจัดตารางเรียนวิชาพละให้พวกเราใหม่อยู่นะครับคาดว่าภายในอาทิตย์น่าจะได้คำตอบ แต่มันน่าจะไม่มีอะไรมากหรอกเพราะมีแค่ห้องเราที่มีปัญหากัน อ้าวสำหรับพละในเทอมนี้จะเป็น แบดมินตัน ปกติเราจะเรียนกันในโรงยิมแต่เนื่องจากวันนี้สถานที่ไม่พร้อม ส่วนบรรยากาศขนาดนอกก็ไม่ร้อนเดี๋ยวเราไปเรียนสนามข้างนอกกัน ”

 

 

 

จะว่าอากาศวันนี้ดีก็คงใช่และต้องขอบคุณมากที่ไม่ต้องไปนั่งเรียนในห้องเรียนแออัดกับกลิ่นตัวของเพื่อนแต่ละคนถ้ากลิ่นตัวน่ะมันพอทนแต่บ้างคนมันไม่เคยซักถุงเท้ามาเรียนกันเลยรึไงก็ไม่รู้ เหม็นฉิบหาย เนื่องจากด้านนอกเป็นสนามวอลเลย์บอลติดกับสนามบาส ช่วงนี้เป็นช่วงเปิดเรียนอาทิตย์แรกทำให้นักเรียนบางห้องยังไม่ได้เรียนเต็มที่ และสนามบาสก็เป็นเช่นนั้นมีกลุ่มผู้ชายที่กำลังเล่นบาสโดยรอบแสตนมีผู้หญิงนั่งกันอยู่ประปาย แต่เหมือนห้องที่อยู่สนามบาสจะมีครูสอนเพราะเห็นมีกลุ่มผู้หญิงคนนึงนั่งเช็คชื่อแต่ละคนอยู่

 

ทันทีที่เป็นถึงหน้าสนามเราทุกคนต้องนั่งเรียงแถวตอนลึกเพื่อทำการเช็คชื่อและจับคู่ในส่วนของคนที่เล่นยังไม่เป็นครูจะแบ่งให้ไปซ้อมกันด้านนอกก่อน แต่ก็เหมือนจะปล่อย ๆ ให้เล่นกันมากกว่าเพราะสนามข้าง ๆ เล่นกันเสียงดัง

 

 

 

“ มึงพี่เหนือ.... ” หันไปตามทิศทางของไอ้ฟ่งก่อนจะเห็นร่างสูงของคนที่เจออยู่ทุกเช้าบนรถโดยสาร ร่างสูงที่วิ่งแย่งลูกบาสจากเพื่อนมาได้ก่อนจะชูสลงแป้นอย่างแม่นยำ เสียงปรบมือของผู้หญิงที่นั่งบนแสตนพร้อมเสียงปรบมือเบา ๆ ข้างหน้าเขา

 

“ เชี่ย แม่นสุด ๆ ใส่ชุดวันนี้ว่าหล่อแล้วมาเจอท่าชูทบาสเข้าไปเกินไปว่ะเกินไป ”

 

“ มึงจะชื่นชมเข้าออกหน้าออกตาไปแล้วสัส มึงอยากเป็นเมียพี่เขารึไง ”พอใส่ชุดนี่แล้วมาเล่นบาสมันก็ยิ่งทำให้ดูดีแหละแต่บางครั้งมึงก็ไม่ต้องออกหน้าออกตาขนาดนี้ก็ได้ไหมวะไอ้ฟ่ง

 

“ ไอ้องศามึงยังไม่รู้อะไร เนี้ยความดีงามของโลกใบนี้มึงจะหาใครเรียนดี กีฬาเด่น กิจกรรมไม่เคยขาด แถมเบ้าหน้าฟ้าประทานแบบนี้ได้อีกวะ กูเจอพี่เขาทีไรใจกูเหลวไปหมด ”ส่ายหัวให้ไอ้เพื่อนช่างเพ้อฝันเหนื่อยใจกับมันจริง ๆ นี่ยังไม่เจอไอ้บูมนะไม่รู้มันจะอะไรกับพี่เขาขนาดนั้น

 

 

 

“ จะเล่นไหมแบด มึงคู่กับกูนะ ” เขาที่เปลี่ยนประเด็นถามมันขึ้น

 

“ เออ ๆ มึงไปเลือกไม้แบดนะเดี๋ยวกูไปเช็คชื่อกับครูกับไปเอาลูกขนไก่ ” เขาพยักหน้าให้ไอ้ฟ่งก่อนจะลุกขึ้นเดินไปข้างสนามเพื่อไปหยิบไม้แบดตามเพื่อน ๆ แต่ระหว่างก้มลงเลือกไม้อยู่นั้นอยู่ ๆ วัตถุบางอย่างก็ลอยมาถูกสีข้างอย่างจัง

 

“ พลั๊ก โอ๊ย ”แรงกระแทกมันทำให้เขาถลาล้มลงไปกับสนามซึ่งเป็นพื้นปูนความเจ็บแปล๊บเกิดขึ้นกับเข่าทั้งสองข้างแทบจะทันที

 

“ เฮ้ยน้องพี่ขอโทษ.... ” ร่างสูงของคนที่อยู่ในชุดสีกากีแกมเขียวหยุดลงตรงหน้าแขนข้างนึงของเขาถูกพยุงให้นั่งลงดี ๆ

 

“ เจ็บหรึเปล่า... พี่ดูหน่อย ”คนตรงหน้าทำเขาต้องเม้มริมฝีปากแน่นเพราะเป็นคนที่ฟ่งมันพูดถึงไม่นานมานี้

 

“ เฮ้ยมึงเจ็บตรงไหนไหม ใครทำมึง.... ” ไอ้ฟ่งที่ถลามาจากด้านบนแสตนมาช้อนที่ด้านหลังเขาไว้ แต่เหมือนมันรู้ว่าคนที่ทำคือใครเสียงจึงค่อยๆ เงียบลง

 

“ เดี๋ยวพี่พาเราไปห้องพยาบาลแล้วกัน โทษทีนะพี่โยนแรงเกินไปเพื่อนมันรับไม่ทัน ”สีหน้าของพี่เหนือที่มีความกังวลอย่างชัดเจน แต่รอยถลอกตรงเข่าทั้งสองข้างเลือดออกก็จริงแต่สำหรับเขาแค่นี้มันขี้ประจิ๋วจะตายไป ล้างน้ำเปล่าก็พอแล้ว

 

“ เป็นยังไงบ้างนักเรียน ” ครูเดินมายืนข้างเขาตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ ยังไม่ทันที่เขาต้องพูดอะไรออกไปแต่ของคนตรงหน้ากับดังขึ้นขัดเสียก่อน

 

“ เดี๋ยวผมพาน้องเขาไปล้างแผลที่ห้องพยาบาลครับ ”

 

“ เฮ้ยพี่ไม่ต้อง เดี๋ยวผมล้างน้ำเปล่าก็พอแล้ว ผมไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกครับครู ” เขารีบหยุดมือของพี่เหนือไว้เพราะคนตรงหน้าอยู่ ๆ ก็หยิบผ้าเช็ดหน้าของตนเองออกมาจะซับเลือดให้ ผ้าดีขนาดนั้นจะมาซับเลือดได้ไงวะเสียดายของ ไอ้คนนั่งซ้อนด้านหลังเขาก็สกิดยิก ๆ ให้ไปห้องพยาบาล

 

 

 

 

 

“ อย่าดื้อกับพี่ครับ ”

 

 

 

เสียงทุ้มพร้อมหน้าตาจริงจังทำผมเผลอปล่อยมือจนอีกคนใช้ผ้าเช็ดหน้าของตนเช็ดลงที่เลือดเขาจนได้ ส่วนไอ้คนที่นั่งข้างหลังเขาที่มันหยิกเอวผมจนรู้สึกเจ็บไปหมดแล้ว พร้อมเสียงร้องเบา ๆ ไอ้เชี่ยกูเขิน.... มึงเขินแต่กูเจ็บไอ้สัส.....

 

“ เอา ๆ ไปเราไปห้องพยาบาลกับพี่เขาละกัน เลือดมันก็ออกเยอะ ส่วนเราเหนือเล่นกันเกินไปทั้ง ๆ ที่เห็นว่าน้อง ๆ เขาอยู่ข้างสนาม คาบนักศึกษาวิชาทหารมาพบครูด้วย ส่วนเราเดี๋ยวจับคู่ใหม่ละกัน เหนือเธอเอากระเป๋าน้องเขาไปด้วยนะเพราะคาบหน้าเขามีเรียน ”

 

“ ครับครู น้องลุกไหวไหม ”

 

“ ไหวครับ ” ผมที่ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนถ้าเป็นพี่เขาพูดคนเดียวมันก็พอจะดึงดันไม่ไปได้อยู่หรอก แต่มาเป็นอาจารย์พูดอย่างนี้จะปฏิเสธไงวะ แล้วดูไอ้ฟ่งที่วิ่งหน้าตั้งรีบไปหยิบกระเป๋าผมมาให้พี่เหนืออีก หน้าตาเหมือนหมาเวลาเจอเจ้าของนี่ถ้ามันมีหางคงกระดิก ๆ แล้วมั้ง ร่างสมส่วนลุกขึ้นตามผมทันที พอมายืนข้าง ๆ เทียบความสูงกันแล้วยิ่งสงสารตัวเองไปกันใหญ่ กูสูงยังไม่ถึงคางเขาจริง ๆ เหรอวะ

 

“ พี่เหนือครับนี่กระเป๋าครับ ” ไอ้ฟ่งที่ยื่นนกระเป๋าเขาให้พี่เหนือ แต่เป็นเขาที่ดึงไปถือไว้เอง

 

“ กระเป๋ากู กูถือเองก็ได้ไหม ”ไอ้ฟ่งทำเสียงจิจ๊ะเมื่อถูกขัดใจ ก่อนมันจะหันไปยิ้มให้คนข้างกายผม

 

“ เดี๋ยวพี่ถือให้เราเจ็บอยู่ ” พี่เหนือที่จะดึงกระเป๋าเขาไปถือเอง เมื่อเห็นดังนั้นเขาจึงรีบสะพายไว้ข้างหลัง

 

“ ไม่เป็นไรครับพี่ ผมสะพายได้อันที่จริงพี่ไม่ต้องพาผมไปห้องพยาบาลก็ได้ เดี๋ยวผมล้างน้ำแปบเดียวห้องน้ำอยู่ไม่ไกลด้วย ” ผมเสนอความเห็นให้อีกคนฟัง แต่จากสีหน้าที่เปลี่ยนไปเคร่งขึมของอีกคนทำผมต้องหุบปากทันที

 

“ ไม่ได้เชื้อโรคตั้งเยอะ เดี๋ยวรอพี่ตรงนี้แปบเดียวเดี๋ยวพี่ไปเอากระเป๋าก่อน ” ยังไม่ทันที่ผมจะพูดอะไร อีกคนก็รีบวิ่งไปแสตนของสนามบาสทันที

 

“ ไอ้เชี่ย..... กูล่ะอยากเป็นมึงเลยได้ใกล้ชิดพี่เขา ไอดอลกู.... ทำไม ทำไมพี่เขาไม่โยนมาถูกกูบ้างวะ ” ผมส่ายหัวแทบทันทีเมีอไอ้ฟ่งพูดจบ

 

“ ไอ้สัสเวอร์ แม่งพี่เขาสะอาดเกินไปเปล่าวะล้างน้ำเปล่าก็ได้ แผลแค่เนี้ย ”ก้มลงมองแผลตัวเอง มันดูร้ายแรงตรงไหนวะแค่เลือดออกเยอะแต่พอล้างน้ำแล้ว รอยถลอกมันอาจจะนิดเดียวก็ได้เปล่าวะ

 

“ เออ ๆ กูไปเรียนก่อนนะถ้ายังไงเจอกันที่ห้องเรียนนะเว้ยอย่าสาย ผมไปก่อนนะครับพี่เหนือ ” ไอ้ฟ่งยกมือไหว้คนที่มาหยุดยืนข้างผม ก่อนมันจะวิ่งไปยังอีกฝั่งของสนามทันที

 

“ ไปกันครับ เดินไหวไหม ” พี่เหนือที่เข้ามาพยุงผมไว้ คือผมไม่ได้ขาหักหรือเป็นอะไรมากเลยมันแค่ตึงๆ ที่แผลก็แค่นั้น

 

“ ผมเดินไหวครับพี่ ”เมื่อพูดแบบนั้นรพี่เหนือจึงปล่อยมือจากแขนผม

“ งั้นไปกันครับ ”

 

ตลอดระยะทางจากสนามบาสไปยังห้องพยาบาลถึงไม่ไกลมากแต่เพราะตลอดระยะเวลาที่เราเดินมาไม่มีใครจะไม่หันมองคนข้างกายเขาเลยสักคน ยิ่งเป็นผู้หญิงทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง พอมาเจอสถานการณแบบนี้ทำเอาเขาอดประหม่าไม่ได้เลยได้แต่ก้มมองถนน ผิดกับอีกคนที่ฮัมเพลงไปเบา ๆ ตลอดทาง ไม่นานเราก็มาถึงห้องพยาบาล เขาถูกล้างแผลโดยครูฝ่ายพยาบาลตลอดระยะเวลามีร่างสูงของพี่เหนือยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่ไม่ห่าง

 

“ ขอบคุณมากครับครู ” ผมยกมือไหว้ครูที่ช่วยล้างแผลให้ ท่านพยักหน้าให้เล็กน้อยก่อนจะได้เอาขยะไปทิ้ง

 

“ เรามีเรียนใช่ไหมคาบต่อไป ตอนนี้เหลือเวลาอีกประมาณสิบห้านาทีเดี๋ยวไปเปลี่ยนชุดเป็นชุดลูกเสือเดี๋ยวพี่ไปส่งห้องเรียน ”เสียงทุ้มพูดขึ้น

 

“ ผมไปเองก็ได้ครับ ” ผมรีบตอบกลับไปทันที แค่พามาล้างแผลก็เกรงใจจะแย่ นี่ยังจะไปส่งห้องเรียนอีกเหรอวะ

 

“ น่าจะเป็นเด็กใหม่ รู้ห้องเรียน? ” เมื่ออีกฝ่ายพูดเช่นนั้นผมจึงรีบเปิดกระเป๋าเพื่อหยิบตารางเรียนขึ้นมาดู เออเชี่ยห้องอยู่ตรงไหนวะ ไม่เหมือน 3 วันที่เรียนมาเลย

 

“ ไหนดูหน่อย อ่อห้องนี้ มันต้องเดินไปอีกตึกรีบไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวไปเรียนไม่ทัน ”เออจะดื้อดึงไปก็เท่านั้นเพราะผมไม่รู้ห้องเรียนจริง ๆ ไอ้ฟ่งนะไอ้ฟ่งกูไม่รู้ห้องเรียนยังจะบอกกูว่าเจออยู่ห้องเรียนอีก อย่าให้กูเจอตัวนะ......

 

“ ครับเดี๋ยวผมเปลี่ยนชุดก่อน ” ผมรีบเดินไปยังห้องน้ำของห้องพยาบาลก่อนจะจัดการเปลี่ยนชุด เมื่ออกมาจากห้องน้ำเห็นพี่เหนือที่กำลัง่นั่งอ่านหนังสือรออยู่

 

“ พี่ครับ ผ้าเช็ดหน้าที่เปื้อนเลือดผืนนั้นเดี๋ยวผมเอาไปซักให้ ” แบมือไปขอผ้าเช็ดหน้ากับคนที่นั่งอยู่ ก่อนอีกฝ่ายจะหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อตนขึ้นมา

 

“ ไม่ต้องหรอกมันนิดเดียว เดี๋ยวพี่ซักเอง คงไม่ได้ใช้แล้ว ” มองไปยังผ้าเช็ดหน้าสีอ่อนยิ่งทำให้เขาเป็นกังวล เพราะที่ปลายผ้าเช็ดหน้ามีชื่อแบร์นติดอยู่และคงแพงน่าดู

 

“ งั้นผมซื้อให้ใหม่ไหม ”

 

“ ไม่ต้องหรอกพี่มาเช็ดให้เราเองนะ ไปเรียนได้แล้วพี่ก็ต้องไปเรียนเหมือนกัน ” เมื่อคนที่นั่งอยู่พูดจบก็ลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องทันที

 

 

 

คาบเรียนสุดท้ายของวันก็มาถึงเนื่องจากนนักเรียนที่มีเยอะทำให้ต้องแยกการเรียนเป็นระดับชั้นโดยแยกกันเป็นกลุ่ม ๆ เนื่องจากเป็นม.ปลายทำให้ไม่ต้องเรียนปฏิบัติแบบของม.ต้น ส่วนมากจะเป็นบำเพ็ญตนต่อส่วนร่วมมากกว่า แต่เนื่องจากต้องมีพิธีเปิดกองทำให้แยกย่อย ๆ กันออกไป พื้นที่ที่เด็กม.4 ได้คือส่วนที่ติดกับพื้นที่ของนักศึกษาวิชาทหาร เสียงดังของใครต่อใครทำให้เขาไม่ทันได้ยินจนกระทั่งแรงสะกิดที่แขนเบา ๆ

 

“ ไอ้องศานั่นพี่เหนือนิ อย่าบอกนะว่าถูกลงโทษเรื่องเมื่อเช้านี้ ”

 

เขาหันหลังไปตามเสียงของไอ้ฟ่งที่ยืนอยู่ข้างกัน ภาพเบื้องหน้าที่เป็นพี่เหนือที่กำลังวิดพื้นตรงหน้ามีครูพละผมเมื่อเช้านั่งอยู่ โดยอีกฝ่ายวิดพื้นห่างจากนักเรียนคนอื่นที่มีครูอีกคนสอนอยู่พอสมควร

 

“ 25 26 27 28 29 30 ”ทันทีที่อีกฝ่ายวิดพื้นเสร็จเรียบร้อยจึงลุกขึ้นยืนตรง

 

“ ลุกนั่ง 50 ครั้งปฏิบัติ ”เสียงเข้มของครูดังขึ้น

 

“ เชี่ยเป็นกูเป็นลมตั้งแต่วิดพื้นละสัส / เออกูว่างั้น ” ไอ้ฟ่งกับไอ้บูมที่พูดกันเบา ๆ ก่อนเสียงดังฟังชัดของคนที่เพิ่งวิดพื้นเสร็จจะดังขึ้น

 

“ ลุกนั่ง 50 ครั้งปฏิบัติ 1 2 3 ... ” อีกฝ่ายทีลุกนั่งตามคำสั่ง ระหว่างนั้นครูที่สอนพวกผมพูดขึ้นทำให้ต้องละสายตาจากภาพตรงหน้า บางครั้งก็รู้สึกผิดเหมือนกันที่เป็นฝ่ายให้พี่เขาถูกทำโทษขนาดนี้ ตลอดระยะเวลาที่หันหลังกลับมาผมก็พยายามฟังตลอดว่าอีกฝ่ายจะทำได้ไหม แต่เสียง 50 ทำให้ผมยิ้มออกมาอย่างโล่งอก

 

“ รู้ใช่ไหมว่าที่ครูลงโทษเราขนาดนี้เพราะอะไร ดีแค่ไหนที่มันเกิดอุบัติเหตุแค่เล็กน้อย ถ้าเกินกว่านี้เธอจะรับผิดชอบไหวไหมทีหลังถ้าจะเล่นอะไรก็ต้องให้ระวังกว่านี้รู้รึเปล่า ”

 

“ ครับ ”

 

“ ไปเข้าแถวได้ ”

 

เพราะของม.ปลายจะเป็นส่วนของจิตอาสามากกว่าอาจารย์ไม่มีอะไรมากจึงให้พวกเขาแยกกันไปทำความสะอาดในส่วนของพื้นที่ที่แบ่งให้แต่ละห้อง ถ้าห้องไหนสะอาดสารวัตรนักเรียนเช็คเรียบร้อยก็สามารถพักผ่อนได้ โชคดีที่จุดเขาอยู่ไม่ไกลจากโรงอาหารมากนักไอ้บูมที่เรียบเคียงมานั่งด้วย

 

“ วันนี้เพื่อนองศาได้แผลเดี๋ยวเพื่อนฟ่งกับเพื่อนบูมเลี้ยงน้ำเองครับ ” ไอ้ฟ่งพูดขึ้นพร้อมยืดอกขึ้น ว่าตนเป็นคนเลี้ยง

 

“ เอาน้ำอะไรครับเพื่อน ” เขามองไปยังร้านน้ำที่มีคนยืนต่อคิวอยู่เพราะเหลือแค่ร้านน้ำสองร้านเท่านั้น

 

“ โค๊กแก้วใหญ่ ” ผมยักคิ้วให้มันสองคนไป พวกนั้นพยักหน้าให้ก่อนจะลุกไปซื้อหน้าระหว่างนั้นไม่มีอะไรทำจึงมองสำรวจโรงเรียนไปพลาง ๆ เพราะโทรศัพท์แบตหมดตั้งแต่เที่ยง อยู่ ๆ สายตาเขาก็ปะทะเขากับร่างสูงที่ถอดเสื้อตัวนอกออกเหลือแค่เสื้อยืดข้างใน เสื้อตัวข้างในที่ชื่นไปด้วยเหงื่อ เดินมาพร้อมเพื่อนอีก 2 คน ไปหยุดอยู่ตรงร้านน้ำ แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องแปลกใจเพราะพี่เหนือที่ยืนคุยกับไอ้ฟ่งอะไรสักคำก่อนอีกฝ่ายจะหันมาตามสายตาของไอ้ฟ่ง เราสบตากันนิดหน่อยก่อนเป็นผมที่หันมองด้านอื่น เชี่ยแล้วกูจะตื่นเต้นทำไมวะ.....

 

“ น้ำโค๊กแก้วใหญ่ สดชื่น ๆ มาแล้วครับ ” เป็นไอ้บูมที่วางแก้วน้ำลงบนโต๊ะพร้อมกับมันที่นั่งลงข้างเขา ส่วนไอ้ฟ่งที่นั่งลงตรงข้าม ผมดูดน้ำโค๊กไปนิดหน่อยก่อนจะตัดสินใจถามเรื่องที่ค้างคาใจกับเพื่อนออกไป

 

“ อืม ไอ้ฟ่งคือ....เอ่อ มึงคุยอะไรกับพี่เหนือวะ ” ระหว่างพูดผมจ้องที่หลอดน้ำก่อนประโยคสุดท้ายจะเลื่อนสายตาไปยังเพื่อนที่นั่งอยู่ตรงข้าม

 

 

 

“ อ๋อ พี่เขาถามว่ามึงชื่ออะไร ”

 

จบประโยคของไอ้ฟ่งทำไมใจต้องเต้นแรงขนาดนี้ด้วยวะ

 

 

 

“ อ๋อ อืม ” ผมจับหลอดขึ้นมาดูดน้ำอีกครั้งก่อนจะมองเพื่อนสองคนที่มองมาที่ผมนิ่ง ๆ

 

“ พวกมึงเป็นอะไร ”

 

“ แค่พี่เขาถามชื่อมึง ทำไมมึงต้องยิ้มด้วย / เชี่ย เนี้ย ๆ หะ หูแดงเลยไอ้สัส ไอ้องศา อย่า อย่าบอกนะว่า ”

 

ผมที่มองเพื่อนทั้งสองคนที่เสียงดังก่อนจะละสายตามองไปรอบ ๆ ว่ามีคนมองเยอะรวมทั้งร่างสูงของคนเพิ่งถามชื่อผมไปกำลังมองมาจากร้านน้ำ

 

“ ไอ้องศามึงชอบพี่เหนือเหรอ! ”

 

 

 

 

 

จะเกริ่นช่วงที่เขารู้จักกันก่อนนะคะในช่วงบทแรก ๆ เขียนแนวนี้ครั้งแรกแอบเขิน ๆ จังฝากนิยายเรื่องใหม่ด้วยนะคะฝากนิยายเรื่องใหม่ด้วยนะคะ

ฝากแท็กนี้ไว้ด้วยนะคะ

#เหนือองศารัก

ไว้ไปพูดคุยกันนะคะว่าเป็นยังไงบ้าง

 

TW : @poonoii_16

FB : Ponoi____

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 618 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

471 ความคิดเห็น

  1. #424 ลูกชุบสีดำ (@leehyone) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 / 22:01
    ขัดใจกับการที่อยู่ม.ปลาย แต่ยังเรียนลูกเสืออยู่ ฮัลโหลววว นี่ว่ามีแค่ ปวช. นะที่เรียนลูกเสืออ่ะ ทุก รร. เลยนะ หรือ รร. ไรท์ม.ปลายเรียนลูกเสือหว่า? ก็ไม่นะ เห็นมีแต่ รด. อ่ะ คำผิดเยอะมากเลยนะคะ แต่ก็สู้ๆค่ะเขียนต่อไปค่ะ ติดตาม
    #424
    1
  2. #370 ENJOY_EVERYDAY (@pink-peat) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 23:00
    ขำฟ่งกับบูมมาก อวยพี่เหนือเหมือนเป็นพระเจ้าเลย 55555
    #370
    0
  3. #351 gnat (@gan8824) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2563 / 13:26
    เรานึกว่ามีแค่ปวช.ที่เรียนลูกเสือ
    #351
    0
  4. #312 b_bbexam (@Ppcybk_) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 18:46
    มันจะมีเพื่อนแบบนี้จริงแหละที่พอรู้ว่าเราชอบใครก้ตะโกนเสียงดังซะไม่กลัวคนอื่นได้ยินเรยน้า55555555555
    #312
    0
  5. #289 mookiek (@mookiek) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 21:40
    คนที่งง คือโรงเรียนเราม.ปลายมีให้เลือกเรียนลูกเสือ/นศท./บำเพ็ญฯอ่ะ ทำไมไม่เหมือนคนอื่นอ่ะแง😂😂
    #289
    4
  6. #267 7286 (@7286) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 09:57
    งงม.ปลายใส่ชุดลูกเสือง่ะ น้องอยู่ม.4เเล้วไม่มช่เหรอ??
    #267
    0
  7. #233 thanaporn0 (@thanaporn0) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 00:53
    องศาาาา
    #233
    0
  8. #148 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 03:27
    น่ารักมากมาย
    #148
    0
  9. #117 sseettss (@sseettss) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 02:52
    น้องอยู่มอปลายแล้ว ยังเรียนลูกเสืออยู่อีกหรอคะ?
    #117
    1
  10. #69 Noeyyy9692 (@Noeyyy9692) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 06:55

    💗💗💗💗💗💗
    #69
    0
  11. #39 ^-^ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 17:49

    รออยู่น๊าาา แง้ๆๆ

    #39
    0
  12. #38 JpSminittt (@onepiece32207) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 21:32

    รออ่านอยู่
    #38
    0
  13. #37 071727 (@071727) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 14:17

    วันนี้มาอ่านซ้ำอีกรอบค่ะอย่าลืมมาต่อนะคะ

    #37
    0
  14. #33 nannna2 (@nannna) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 08:23
    ชอบบบบ
    #33
    0
  15. #32 nokmalee (@nokmalee) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 20:11

    ชอบบบบบ

    #32
    0
  16. #31 071727 (@071727) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 08:29

    รอเลยค่ะคิดถึงเมื่อก่อนตอนเรียนเลย

    #31
    0
  17. #30 LovelyWonbin (@LovelyWonbin) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 21:50
    เพื่อนสนิทก็ดีๆ ตอนมัธยม ย้อนวัยกัน
    สนุกดีอ่านแล้วยิ้ม มีความสุข
    #30
    0
  18. #29 Panny2233 (@Panny2233) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 16:04
    น่ารักมากๆๆๆอะ ชอบๆๆๆ
    #29
    0
  19. #28 momosonoerung (@momosonoerung) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 16:00
    ดีย์คือดีย์
    #28
    0
  20. #27 Kog-sasithon (@Kog-sasithon) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 22:20
    น่าร๊ากกกก
    #27
    0
  21. #26 NuiKKS (@NuiKKS) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 21:43
    รอเลยคะต้องสนุกแน่ๆเลย
    #26
    0
  22. #25 Mmm02 (@Mmm02) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 19:45

    นั่งรอละจ้า..

    #25
    0
  23. #24 ㅃㅏㄷ (@elfsarangsj) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 08:32
    สนุกกก มาตามอีกเรื่องเลยค่ะะะ น่ารักมาก
    #24
    0
  24. #23 manejanb (@manejanb) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 07:39

    แค่ชื่อก็ติดตามแล้ว
    #23
    0
  25. #21 Thnoon (@Thnoon) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 00:11
    ชอบอ่ะ! อ่านไปอมยิ้มไปและอ่านสบายด้วย>^<
    #21
    0