One Night Stand เป็นแฟนฉันเถอะ Yuri 20+

ตอนที่ 3 : ยินดีที่ได้รู้จัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 373
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    22 ต.ค. 62

     “พ่ออ่ะ จะลากกวางมาด้วยทำไมก็ไม่รู้”

     หญิงสาวใบหน้าน่ารักบ่นอุบอิบเมื่อบิดาเข้าไปปลุกเธอตอนเช้าในวันหยุด และบังคับให้เธอแต่งตัวออกจากบ้านมานั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถที่เธอไม่รู้เลยว่าจุดหมายปลายทางคือที่ใด

     “ฮาๆ ๆ ก็เจ้าไกด์มันไม่ว่าง พ่อก็เลยให้เรานั่งมาเป็นเพื่อนไง ที่สำคัญเหลืออีกไม่ถึงปี ลูกจะเรียนจบแล้ว พ่อตั้งใจว่างานตัวนี้จะให้กวางมาทำต่อตอนเรียนจบ ลูกมากับพ่อแบบนี้ก็ดีนะ” สุชาติเอ่ยบอกลูกสาวที่ยังนั่งงอนแก้มป่อง

     “แล้วพี่ไกด์ไปไหน ทำไมไม่ว่าง” หญิงสาวเอ่ยถามถึงพี่ชายที่กลายมาเป็นคนคุมงานรองจากพ่อ และมักติดสอยห้อยตามไปคุยงานกับพ่อเสมอ

     พ่อจะไปรู้เรอะ” สุชาติตอบกลับเสียงสูง ชายเลยวัยกลางคนกลัวเหลือเกินว่าลูกสาวตัวดีจะจับพิรุธได้

     “โกหก พ่อกับพี่ไกด์ตัวติดกันจะตาย พ่อต้องมาคุยงาน มีหรือที่พี่ไกด์จะไม่รู้” กวางยังโวยวาย และแอบสังเกตอาการของบิดาไปด้วยเพื่อจับผิด

     “เอาน่า มากับพ่อไม่ได้หรือไง ยังไงเราก็ต้องมาทำตรงนี้อยู่ดีเมื่อเรียนจบ” เหงื่อเริ่มออกตามขมับ คนนั่งหลังพวงมาลัยออกอาการลุกลี้ลุกลนให้น่าสงสัย

     “พ่อก็น่าจะบอกกันก่อน” พูดพร้อมสะบัดหน้างอนเข้าหากระจก ดูจากอาการพ่อของเธอก็รู้ว่าอีกคนรู้ดีว่าลูกชายคนโตอยู่ไหน

     สุชาติแอบลอบถอนใจที่กวางไม่ได้ว่าอะไรต่อ ชายสูงวัยจึงหัวเราะขำความขี้งอนของลูกสาวคนเล็กและพูดเปลี่ยนเรื่องเพื่อเบี่ยงประเด็น

     “เอาน่า ไว้ถึงแล้วพ่อจะพาไปเลี้ยงไอติมแล้วกัน” สุชาติพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ รอยยิ้มอบอุ่นถูกส่งไปให้ลูกสาว

     “หนูโตแล้วนะพ่อ เลิกเอาไอติมมาล่อได้แล้ว” กวางหันกลับมาโวยวายคนเป็นพ่อ

     “แล้วจะกินไหม” สุชาติแกล้งถามเสียงจริงจัง

“กิน!!!!” กวางตอบแบบไม่คิด

“ฮาๆ ๆ ๆ ตัวเล็กของพ่อ” สุชาติเอื้อมมือไปยีหัวลูกสาว

“แล้วนี่เรากำลังไปไหนอ่ะพ่อ” กวางถามเมื่อสังเกตวิวข้างทางมีสีเขียวของต้นไม้ให้เห็นมากขึ้น ทางแนวราบก็มองได้ไกลขึ้น ไม่มีตึกสูงระฟ้าบดบังสายตา

“ไม่ไกลหรอกน่า” สุชาติตอบแบบปัดๆ

“ไม่ไกล แต่นั่งมาเป็นชั่วโมงแล้วนะคะ ยังไม่ถึง ไอ้ไม่ไกลพ่อเนี่ยมันที่ไหน หรือพ่อทำธุรกิจเจ๊ง เลยจะพาลูกมาขายตัวหาเงินกิน” กวางโวยวายใส่ผู้เป็นพ่อ

“พรืด ฮาๆ ๆ ๆ ๆ โอ๊ยคิดได้ไงเนี่ย แม่ตัวดี” ขนาดกับพ่อยังกวนแบบนี้ แล้วกับคนอื่น ลูกสาวเขารอดพ้นมือตบตีนตบมาได้อย่างไรกัน

“ก็บอกสิ ว่ากำลังไปไหน” กวางเร่งเอาคำตอบ

“โคราช” สุชาติตอบสั้นๆ นิ่งๆ และเตรียมหูพร้อมรอรับคำโวยวายจากลูกสาว

“พ่อว่าไงนะ!!! โคราชเนี่ยนะพ่อว่าไม่ไกล!!! พ่อจะให้กวางมาโคราชไม่บอกล่วงหน้า แต่ปลุกให้ลุกมาตอนเช้า เสื้อผ้าก็ไม่ได้เอามา พามาขายแน่ๆ พามาขายชัวร์ๆ” กวางบ่นงึมงำท้ายประโยค ที่จริงโคราชกับกรุงเทพก็ไม่ได้ไกลกันหรอก แค่เธอไม่ได้เตรียมตัวเท่านั้น

“ลูกสาวผู้น่ารักของพ่อ พ่อไม่พาหนูมาขายอยู่แล้ว พามาคุยงานน่ะ เข้าใจไหม คุยงาน... นี่ไงเห็นไหม GPS บอกว่าอีกแค่ 1 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว”

กวางไม่ตอบอะไร เพียงแต่เบี่ยงตัวหันหน้าเข้าหากระจก แกล้งทำว่างอน หากในใจกลับคิดถึงคู่ขาของตน ‘จะพามาถึงโคราชก็น่าจะบอกกันก่อน นี่ดีนะ ที่สองเลื่อนนัดคืนนี้’


     “กวาง กวางลูก ถึงแล้ว” สุชาติปลุกลูกสาวให้ตื่นจากอาการหลับใหล

     กวางมองไปรอบๆ รถที่เธอนั่งมาจอดสนิทอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง สภาพแวดล้อมบอกเธอว่าบ้านหลังนี้อยู่ในหมู่บ้านจัดสรร สุชาติเอี้ยวตัวไปหยิบกระเป๋าเอกสารแล้วจึงลงจากรถ

     ชายเลยวัยกลางคนมาเล็กน้อย ร่างกายสันทัดเดินไปกดกริ่ง

     “พ่อ แน่ใจนะว่าพ่อไม่ได้พาหนูมาขาย” กวางเอ่ยถามบิดาอย่างกล้าๆ กลัวๆ จากในรถ ‘นัดคุยงานอะไรกันที่บ้าน’

     “บ้าน่ายัยกวาง ลงมาจากรถได้แล้ว พ่อจะได้ล็อกรถ” สุชาติหันกลับมาตอบลูกสาว และเร่งเร้าอีกคนให้ลงจากรถ

     กวางยอมเดินลงจากรถตามคำขอของบิดา ก่อนจะเห็นผู้หญิงที่ดูวัยไล่เลี่ยกับสุชาติเดินออกมาจากตัวบ้าน ซึ่งนั่นทำให้หญิงสาวเบิกตากว้างเมื่อคิดได้ถึงความน่าจะเป็นอีกอย่างหนึ่ง

     “หรือว่าพ่อมีเมียน้อยอยู่ที่นี่ กวางรับไม่ได้นะพ่อ!!”

     โอ๊ยยยย ไอ้ลูกคนนี้ คิดอะไรออกมาแต่ละอย่าง พ่ออยากจะบ้าตาย ถึงคุณนงคราญจะสวยแต่เธอไม่ใช่อย่างที่ลูกคิดแน่นอน” สุชาติแทบอยากจะกัดลิ้นตายเมื่อได้ยินถึงความคิดของลูกสาว คิดมาได้ไง เขารักกับนาราแม่ของสาวน้อยตรงหน้าอยู่ดีๆ ไม่เคยว่อกแว่ก นี่มันเรียกว่ายัดข้อหา อย่านี้มันน่าจับขี้เถ้ายัดปากตั้งแต่เด็กเสียจริง

     “มาถึงเร็วนะคะคุณสุชาติ มาค่ะ เข้ามาพักข้างในก่อนขับรถมาเหนื่อยๆ”

     กวางได้เห็นนงคราญที่มาเปิดประตูตรงหน้าชัดๆ ถึงกับอ้าปากค้าง แม้จะพ้นวัยสาวไปแล้ว แต่ใบหน้ายังคงความสวยไม่สร่าง น้ำเสียงนุ่มนวลที่แฝงความเมตตาอารีช่างเชื้อเชิญให้คนฟังเคลิบเคลิ้มหลงใหล

     หากแต่ใบหน้าสวยนั้นสะกิดใจกวาง เหมือนเธอเคยเห็นมาจากใครสักคน แต่เธอนึกไม่ออก

     “ขอบคุณครับ อ้าวยัยกวาง ยืนอึ้งอะไร ไหว้คุณน้าเขาสิ ขอโทษด้วยนะครับ พอดีแกพึ่งตื่น” สุชาติรีบขอโทษเจ้าของบ้าน เมื่อลูกสาวยังยืนเหม่อ ไม่ยอมไหว้ผู้ใหญ่ตามมารยาทที่ดี

“น้าเนืออะไรกันค่ะคุณสุชาติ อายุแบบฉันกวางต้องเรียกว่าป้าแล้วค่ะ” น้ำเสียงกรั้วหัวเราะดังออกมาจากคนสวยที่เรียกตัวเองว่าป้า

“สะ สวัสดีค่ะคุณป้า” กวางเอ่ยทั้งที่ยังอยู่ในภวังค์ ความสวยของคนตรงหน้าช่างห่างไกลกับคำว่าป้านัก

“สวัสดีจ้ะ หนูกวางสินะ ตัวจริงน่ารักกว่าในรูปนะคะ มาค่ะ เข้ามาคุยในบ้าน ข้างนอกแดดแรง เดี๋ยวจะไหม้ผิวเสียหมด” นงคราญเอ่ยอย่างคนอัธยาศัยดี เธอเบี่ยงตัวหลบให้แขกทั้งสองเดินเข้าไปยังตัวบ้าน

สุชาติเอ่ยขอบคุณก่อนจะหันมาสะกิดเรียกลูกสาวให้เดินตามเขาเข้าไปข้างใน เขาได้แต่นึกขอบคุณที่นงคราญเดินมาไม่ทันได้ยินความคิดอันบรรเจิดของลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน ขืนอีกฝ่ายได้ยิน เขาคงไม่มีหน้าคุยงานต่อ

“เชิญนั่งก่อนค่ะ ป่าน ไปเอาน้ำมาให้แขกหน่อยสิจ๊ะ” นงคราญเชิญแขกนั่งที่โซฟาแล้วจึงหันไปบอกเด็กในบ้านให้นำน้ำมาต้อนรับ

กวางมองไปรอบๆ บ้านขนาดกลาง ทั่วบ้านตกแต่งน่ารัก น่าอยู่ แลดูอบอุ่น ทำไมอะไรที่เกี่ยวกับผู้หญิงตรงหน้าถึงได้ดูนุ่มนวล อบอุ่น แบบนี้ นี่ขนาดเธอพึ่งได้เจออีกฝ่ายนะยังรับรู้ได้ถึงความอ่อนหวานแฝงความอบอุ่นที่แผ่ออกมา

“ต้องขอโทษด้วยนะคะที่นัดมาคุยที่บ้าน พอดีถ้าเป็นช่วงวันหยุด ที่ร้านคนพลุกพล่าน คุยงานที่นั่นไม่สะดวกค่ะ” นงคราญเอ่ยขอโทษเมื่อทั้งหมดนั่งลงที่โซฟาพร้อมน้ำที่มาเสิร์ฟ

“ไม่เป็นไรเลยครับ คุณนงคราญตกแต่งบ้านน่ารักดีนะครับ” สุชาติเอ่ยตอบ พร้อมมองไปรอบๆ บ้านอย่างชื่นชม

“ไม่ใช่ฉันหรอกค่ะที่ตกแต่ง สอง เออลูกสาวฉันน่ะค่ะ แกเป็นคนตกแต่ง แกเรียนจบด้านนี้มา” นงคราญพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุขเมื่อคิดถึงลูกสาว

     กวางถึงกลับสะดุ้งเมื่อได้ยินชื่อลูกสาวของนงคราญ 'สองงั้นหรือ ไม่มีทางหรอกน่า คนชื่อสองเยอะแยะไป อีตานั่นเย็นชาจะตาย ไม่มีทางตกแต่งบ้านได้น่ารักอบอุ่นแบบนี้แน่'

     “แม่ สองได้ยินเสียงกดกริ่ง แขกมากันแล้วหรือ” เสียงตะโกนมาแต่ไกล ตามด้วยเสียงคนวิ่งลงบันไดด้วยความเร็ว

     “แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าให้ค่อยๆ เดิน ต้องขอโทษแทนลูกสาวที่เสียมารยาทด้วยนะคะ” นงคราญหันไปดุคนที่วิ่งลงบันได แล้วจึงหันมาขอโทษแขกที่อาจจะเป็นหุ้นส่วนในอนาคตของเธอ

     “ไม่เป็นไรครับ” สุชาติเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ สิ่งที่คิดในใจคือ ลูกๆ ของเขาล้นกว่านี้เยอะ

     กวางได้แต่คิดว่า คนเป็นพ่ออาจจะไม่เป็นไร แต่คนเป็นลูกนี่สิ หัวใจจะวายอยู่แล้ว บอกแล้วใช่ไหมว่าสะกิดใจตั้งแต่ชื่อแล้ว ยิ่งเสียงที่ได้ยินยิ่งทำให้ใจกระตุก และเหมือนว่าใจมันหยุดเต้นเมื่อเห็นคนที่เดินลงมาจากชั้นสองชัดๆ ตอนนี้เธอคิดออกแล้วว่าคุณนงคราญมีส่วนหน้าตาคล้ายใคร ก็คนนี้ไง สอง คู่นอนของเธอ

     “สอง แต่งตัวให้มันเรียบร้อยเดี๋ยวนี้เลยนะ ขอโทษจริงๆ นะคะคุณสุชาติ” เมื่อคนอบอุ่นต้องการดุใคร มันก็ดูน่ากลัวได้เหมือนกัน นงคราญแทบอยากจะเดินไปหยิบไม้เรียวมาตีลูกสาว ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้ลูกสาวเธอโตแล้ว คงได้ก้นลายเป็นแน่ ทั้งเสื้อเชิ้ตที่ยังติดกระดุมไม่เรียบร้อย และผมเผ้าที่ยังเปียกปอน

     “สวัสดีค่ะคุ...” สองจัดแจงร่างกายอย่างลวกๆ ให้ไม่ขัดหูขัดใจมารดามากเกินไป เสร็จแล้วจึงหันมาทักทายแขก แต่ยังไม่ทันพูดจบ ก็มีเสียงหวานขัดขึ้นเสียก่อน

“สอง!!!”

     สองอยากจะบ้าตาย ไหนว่าตกลงกันว่าจะไม่รู้จักกันไง ทำไมวันนี้อีกคนมาหลุดเสียได้

กวางเองก็ตกใจไม่น้อยที่เรียกอีกฝ่ายออกไป แต่มาเจอสองในสถานการณ์แบบนี้ เธอตั้งตัวไม่ติดนี่นา เลยเผลอเรียกชื่อ

     “อ้าว นี่ลูกรู้จักหนูสองหรือ” สุชาติเอ่ยด้วยความฉงน ถึงเขาจะยังงงที่สองดูเป็นหนุ่มหล่อแทนที่จะเป็นสาวสวย แต่การที่ลูกสาวเขารู้จักอีกฝ่ายนั้นมันน่างงยิ่งกว่า ตอนนี้สองเป็นนักออกแบบภายในที่ใครๆ ก็อยากร่วมงาน ยังไม่รวมเครือสปาที่มีกระจายอยู่ทุกเมืองใหญ่ทั่วประเทศ กว่าเขาจะติดต่อเข้ามาถึงตัวหญิงสาวได้ช่างลำบาก นี่ถ้ารู้ว่ายัยกวางรู้จัก เขาคงได้ร่วมงานกับร่างสูงตรงหน้าเร็วกว่านี้

กวางที่ยังช็อกไม่หายไม่ได้ยินสิ่งที่บิดาถาม สองที่เห็นอีกฝ่ายเงียบจึงเอ่ยแก้ลำให้

     “บังเอิญโต๊ะอาหารของร้านที่ไปกินเต็มน่ะค่ะ เลยได้นั่งด้วยกัน” สองอธิบายเสียงเรียบ เขาไม่ได้ขยายความอะไรต่อจากนั้น

     “จริงสิ สองกับหนูกวางเรียนที่เดียวกันนี่นา” นงคราญพูดขึ้นเมื่อนึกได้ว่าสถานที่เรียน ป.โท ของบุตรสาวคือที่เดียวกับที่ที่กวางเรียนอยู่ การที่ทั้งสองคนเคยบังเอิญเจอกันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

     “อ๋อ แล้วหนูสองเรียนต่อโทด้านไหนหรือ” สุชาติถามออกไป เมื่อรู้ว่าลูกสาวและคนตรงหน้าไม่ได้รู้จักสนิทคุ้นเคยลึกซึ้ง

     “บริหารค่ะคุณสุชาติ” สองเอ่ยด้วยน้ำเสียงไว้ตัว เธอไม่ชอบให้ใครที่มาติดต่องานกับเธอใช้คำเรียกขานที่ทำให้เธอรู้สึกเด็ก

กวางต้องอึ้งเป็นครั้งที่สอง เมื่อได้รู้ว่าอีกคนเรียนคณะเดียวกันกับเธอ ทำไมโลกมันถึงได้กลมแบบนี้

     “นี่คุณสุชาติทานอะไรมาหรือยังคะ” นงคราญเอ่ยทำลายบรรยากาศตึงเครียดที่ถูกสร้างโดยลูกสาว

     “เรียบร้อยแล้วครับ”

     “ดีเลยค่ะ งั้นเรามาเริ่มคุยงานกันเลยดีกว่า คุณแม่บอกว่าคุณสุชาติต้องการร่วมลงทุนกับเราในการไปเปิดบริการใน สปป. ลาว” สองรวบรัดตัดความ เอ่ยเข้าเนื้อหางานในทันที


     สามชั่วโมงให้หลัง การพูดคุยเคร่งเครียดจึงได้ยุติ หากแต่ยังไม่มีการตกลงอะไรเป็นที่แน่นอนเพราะนี่เป็นเพียงแค่การพูดคุยกันครั้งแรก ทั้งเงินลงทุนและผลประโยชน์จึงยังไม่แน่ชัดให้ตัดสินใจ

     “ยังไงคุณสุชาติลองไปใช้บริการที่ร้านก่อนได้นะคะ” นงคราญเอ่ยเสียงหวาน เมื่อเห็นว่าสิ้นสุดการพูดคุยงานที่เคร่งเครียดระหว่างสองและแขกของเธอ

     สุชาติเพียงยิ้มตอบ เขาไม่คิดเลยว่าเด็กสาวตรงหน้าจะเขี้ยวถึงเพียงนี้ มิน่าเพียงเวลาไม่กี่ปีเครือสปาที่อีกฝ่ายเข้ามาดูแลต่อจากมารดาถึงได้เติบโตจนเป็นที่จับตามอง

     กวางแทบไม่ได้ฟังรายละเอียดในการพูดคุย เธอยังอึ้งกับสิ่งที่ได้รับรู้ สองในมุมมองของเธอตลอดปีกว่าๆ ที่รู้จัก คือคนที่คุยสนุก ร้อนแรงในเรื่องอย่างว่า และเย็นชากับการไม่สนใจคู่นอนเมื่อเสร็จกิจ เธอไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเป็นถึงเจ้าของเครือสปาที่เธอชอบไปใช้บริการและนักออกแบบภายในชื่อดัง

     “ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” สุชาติเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่า ทั้งสองฝ่ายต่างได้ข้อยุติแล้ว สำหรับการเจรจาครั้งแรก

     ซ่า ซ่า ซ่า

     สายฝนที่ตกเพียงพรำ ๆ เมื่อครู่ กลับกลายเป็นฝนห่าใหญ่ตกลงมาให้แทบมองไม่เห็นวิวภายนอก

     “ฉันว่าคุณสุชาติรอฝนซาก่อนดีกว่านะคะ ตกแรงแบบนี้ ขับรถกลับกรุงเทพอันตราย” ข้อเสนอถูกส่งมาจากนงคราญ

     “ครับ” สุชาติไม่มีทางเลือก นอกจากรอฝนหยุดตก

     “สอง นั่นจะไปไหน” นงคราญเอ่ยถามเมื่อเห็นลูกสาวกำลังเดินขึ้นบันได

     “ก็ไม่มีอะไรแล้วนิแม่ สองก็จะไปพัก” สองตอบเสียงนิ่ง

     “นี่สอง แขกยัง... เฮ้อ... ลูกคนนี้ ขอโทษอีกครั้งนะคะ ลูกคนนี้ก็จริงๆ เลย หนูกวางไม่อึดอัดใช่ไหมจ๊ะ นี่รีโมตนะจ๊ะ ดูทีวีได้ตามสบายเลย เดี๋ยวป้าขอตัวไปดูว่าในตู้เย็นว่ามีอะไรพอให้ทำเป็นมื้อเย็นบ้าง”

สุชาติพยักหน้ารับความหวังดีจากเจ้าบ้าน เขาเข้าใจว่าสถานการณ์แบบนี้ เขาสองพ่อลูกคงต้องฝากท้องมื้อเย็นกับบ้านนี้


     สิ้นสุดมื้อเย็น พระอาทิตย์ลาลับ ท้องฟ้าปกคลุมด้วยความมืดยามราตรี จนถึงตอนนี้ฝนก็ยังตกพรำ ๆ ไม่ขาดสาย

“ฤดูมรสุมปีนี้ ฝนตกไม่เกรงใจกันเลยนะคะ” นงคราญยังเป็นคนที่ทำให้บรรยากาศโดยรอบไม่เงียบเหงาจนเกินไป

“ครับ แบบนี้สงสัยคงต้องไปหาห้องโรงแรมพักในตัวเมือง พรุ่งนี้เช้าถึงค่อยกลับ” สุชาติเอ่ยตอบ สภาพอากาศแบบนี้เขาไม่เสี่ยงขับรถทางไกลแน่

     “ไปนอนโรงแรมอะไรกันคะ ที่บ้านมีห้องรับแขกอยู่ นอนกันที่นี่แหละค่ะ เดี๋ยวฉันให้เด็กไปจัดห้องให้ รอสักครู่นะคะ ส่วนหนูกวางก็ไปนอนห้องพี่สอง” คุณนงคราญจัดแจงเสร็จสับ

     ไม่ได้นะ / ไม่ได้นะ

     สองเสียงผสานร้องออกมาเป็นคำเดียวโดยพร้อมเพรียง คนอายุน้อยสองคนต่างหันไปมองหน้ากันด้วยอาการเลิ่กลั่ก



อื้อหือ เข้าบ้านวันแรกก็จะได้นอนห้องกันแล้วหรอ

คุณแม่ก็ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย >///< 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น

  1. #3 gamtamonpon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 01:02

    นี้สินะที่เรียกว่าพรมลิขิต
    #3
    1
    • #3-1 (จากตอนที่ 3)
      23 ตุลาคม 2562 / 13:52
      พรมลิขิตบันดาลชักพาาาาาา
      #3-1