Exceed Limit Online โลกออนไลน์ไร้ขีดจำกัด

ตอนที่ 11 : บทที่ 11 หมื่นมารร่ำร้องและเผ่าพันธุ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,377
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 147 ครั้ง
    1 ก.ค. 56

บทที่ 11

หมื่นมารร่ำร้องและเผ่าพันธุ์
            บลูเดินเข้ามาถึงภายในสุดของถ้ำ ซึ่งมีแท่นบูชาอยู่ มีรูปสลักหินของชายคนหนึ่ง ไว้ผมยาว มีปีกขนนกสยายอยู่กลางหลัง มีหางที่มีปลายแหลมคมเหมือนหอก ใบหน้าของเขาแฝงไว้ด้วยความอันตรายอย่างยิ่งยวด

“เซียร์ นี่คือ จอมมาร ที่นายเคยสู้ด้วยเหรอ?”

“อืมส่วนนั่นก็เป็นหนึ่งในสามอาวุธของมัน ดูจากใบดาบสีดำสนิทกับด้ามจับสีเทา คงจะเป็น มารศาสตรา ดาบหมื่นมารร่ำร้อง ล่ะมั้ง” เซียร์ตอบอย่างไม่แน่ใจเท่าไหร่

บลูฉุกคิดขึ้นมาได้จึงเอ่ยปากถามออกมา “เดี๋ยวนะ หนึ่งในสามที่ว่านี่ อย่าบอกนะว่าจอมมารมี

“มารศาสตรา 3 ชิ้น” เซียร์ต่อคำพูดให้

“ปกติ เทพหรือมารจะมีศาสตราวุธคู่กายอยู่หนึ่งชิ้นซึ่งสร้างมาจากพลังของตนเอง แต่จอมมารมีพลังมหาศาลมาก จึงสามารถสร้างมารศาสตราได้ถึงสามชิ้น ตอนที่สู้กันข้าก็เสียเปรียบสุดๆนั้นแหละ แต่ข้ามีสกิลที่ถ้าตายฟื้นคืนชีพได้หนึ่งครั้ง พลังทุกอย่างจะเต็มและดีเลย์ของสกิลทั้งหมดจะถูกยกเลิกไป ทำให้ข้าสามารถเอาชนะมันจนได้ แต่ก่อนตายมันก็อัดพลังทั้งหมดของตัวเองลงไปในมารศาสตราของตัวเองแล้วกระจายออกไปเพื่อค้นหาจอมมารคนใหม่ ส่วนข้าก็เสียท่าพวกเทพลอบกัดผนึกเอาไว้”

เซียร์เล่าเรื่องในอดีต แต่เขาก็รู้สึกแปลกๆบางอย่าง ความรู้สึกเหมือนความทรงจำของเขามันขาดช่วงไป ภาพที่เขาเห็นนั้นหนึ่งในเทพที่ลอบกัดเขามีพลังมากกว่าพวกเทพทั้งหมด แม้แต่ซุสยังมีพลังไม่ถึงเสี้ยวหนึ่ง ภาพนั้นเลือนลางมาก สิ่งที่เขาพอจะนึกออกได้คือมันมีผมสีทองเท่านั้น

“หมายความว่า ฉันสามารถเอามันไปใช้ได้ใช่มั้ย?” บลูหันหน้ามาถาม เซียร์ที่ครุ่นคิดก็ออกจากห้วงความคิดมาพยักหน้าให้

บลูเดินไปที่แท่นบูชา แล้วเอื้อมมือไปคว้าดาบเอาไว้ แล้วดึงออกมาจากแท่นบูชา ดาบสลายกลายเป็นละอองสีดำ แล้วลอยไปรวมตัวกันที่หลังมือของบลู ละอองสีดำไหลลงไปแล้วเกิดเป็นรอยสักสีดำ รูปปีศาจขนาดจิ๋ว แล้วละอองสีดำก็แตกสลายไป

“ผู้เล่น เวสบลู ได้รับ มารศาสตรา ดาบหมื่นมารร่ำร้อง ระดับ SSS เนื่องจากท่านมีสกิลสายอาวุธนี้อยู่แล้วจึงไม่ได้รับสกิลเพิ่มเติม”

“ผู้เล่น เวสบลู ได้รับ เควสเปลี่ยนอาชีพ จอมมารจุติ ท่านต้องการรับหรือไม่”

“รับ” บลูตอบรับทันที เสียงระบบก็ดังขึ้นว่าได้รับเควสมา

รูปปั้นจอมมารก็เกิดรอยร้าวและแตะกระจายออก บลูสักเกตเห็นอะไรบางอย่าง จึงเดินไปหยิบข้ำมาดู ก็พบว่ามันเป็นถุงมือเปลือยนิ้วสีดำข้างขวา บลูก็ตรวจสอบดู

ถุงมือจอมมาร

ไอเท็มระดับ D

เครื่องประดับรูปแบบถุงมือข้างเดียว

ความสามารถเสริม

+ พลังโจมตี 0

ความสามารถพิเศษ

-

ไม่สามารถซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนได้ หากเสียหายจะซ่อมแซมตัวเองในเวลา 1 ชั่วโมง หากสูญหายจะกลับมาหาเจ้าของโดยการเรียกเพียงครั้งเดียว สามารถใช้ได้เฉพาะผู้ทำสัญญาเท่านั้น

 

“แหง่ะ! นึกว่าจะเป็นของดี ที่ไหนได้ ของระดับ 1 โยนทิ้งไปดีกว่ามั้ยเนี่ย” บลูคิดแบบนั้น แต่ไปคิดมาก็ตัดสินใจใส่ถุงมือเอาไว้ที่มือขวา ที่มีรอยสักรูปปีศาจสีดำอยู่เพื่อปิดบังรอยสักเอาไว้ แล้วเดินออกจากถ้ำอย่างไม่เร่งรีบ พลางเปิดหน้าต่างเควสดู

เควสเปลี่ยนอาชีพ จอมมารจุติ

ระดับเควส

SSS

ระยะเวลาปฏิบัติการ

ไม่จำกัด

รายละเอียดเควส

รวบรวมมารศาสตราแห่งจอมมารทั้งสาม ได้แก่ ดาบหมื่นมารร่ำร้อง ดาบอาญาสิทธิ์อเวจี  และดาบอสูรสายฟ้า มาให้ครบ

สถานที่ส่งเควส

ไม่มี

ของราววัล

อาชีพจอมมารจุติ

สำเร็จแล้ว

1/3 ดาบหมื่นมารร่ำร้อง

                 

 

ส่วนด้านล่างมีสถานที่ตั้งของมารศาสตราทั้งสามชิ้น บลูเอาไปเทียบกับแผนที่แล้วหัวเราะเบาๆ เพราะตอนนี้ตนอยู่ในจุดๆหนึ่งแล้ว ส่วนอีกสองจุดนั้นอยู่ที่ ภูเขาไฟและหุบเขาทางเหนือ

“ดูเหมือนเป้าหมายที่เราต้องไปจะอยู่ไม่ไกลแล้วนะ แต่ว่าออกจากที่นี่เถอะ ข้าเบื่อที่มืดๆแล้ว” เซียร์กล่าวเบาๆ บลูก็ใช้วิชาตัวเบาเร่งออกจากถ้ำ ด้วยเส้นทางที่ตรงแหน่ว ตลอดทางที่ผ่านมา ทำให้บลูใช้วิชาตัวเบาได้โดยไม่ต้องกังวลกับอุปสรรค

ด้วยวิชาตัวเบาที่รวดเร็ว ไม่นานบลูก็ออกมาจากถ้ำสำเร็จ ก็เงยหน้ามองท้องฟ้าก็พบว่าพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้ว จึงทำอาหารเย็นกิน

“นี่เซียร์ แล้วจะเอายังไงกับไอ้พลังจุดที่หายไปอ่ะ” บลูถามขณะที่เคี้ยวตุ้ยๆ

เซียร์นิ่งเงียบไม่ตอบ เพราะไม่รู้จะทำยังไงดี เป็นจังหวะเดียวกับที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าพอดี พลังความมืดที่เคยหายไปก็ปรากฎ ทั้งสองมองไปยังด้านที่สัมผัสพลังได้ทันที

“สงสัยจะเกี่ยวกับระยะเวลามั้ง มันคงจะปรากฎออกมาในเวลากลางคืน” เซียร์ตอบนิ่งๆ

“ไม่บอกไม่รู้นะเนี่ย” บลูประชดเข้าให้ เพราะเรื่องแบบนี้ต่อให้โง่ขนาดไหนก็ต้องคิดออก บลูคิดในใจ ซึ่งเซียร์ก็รู้แต่ทำเป็นไม่สนใจ

“ไปดูกันดีกว่า ว่ามันมีอะไรอยู่กันแน่” บลูลุกขึ้นแล้วกางปีกออก ปีกสีดำสยายขึ้นกลางหลัง แล้วออกบินไปอย่างรวดเร็ว

ไม่นานก็มาถึงเป้าหมาย เบื้องหน้าปรากฎแผ่นหินดำที่มีภาพแปลกตาอยู่สิบแถว แนวตั้งและแนวนอนไอความมืดแผ่ออกมาจากแผ่นหิน โดยภาพในแผ่นหินนั้นโดนสลับกันมั่วไปหมด มีช่องว่างหนึ่งช่องอยู่ในแผ่นหิน

“ปริศนาภาพสลับ ลองแก้ดูสิ” เซียร์สั่งนิ่งๆ

บลูหันไปมองเขม็ง “มาทำเองมั้ยฟะ สั่งเก่งจริงๆ”

ถึงปากจะพูดไปแบบนั้น แต่ก็ลงมือเลื่อนแผ่นหินสีดำ ด้วยความสามารถระดับเขาเวลาไม่ถึงห้านาที บลูก็สามารถเรียงแผ่นหินทั้งหมดให้เป็นรูปเป็นร่างได้ แล้วมายืนขมวดคิ้ว รูปภาพนั้นเป็นรูปปราสาทแบบยุโรป เพียงแต่ขาดรูปประตูไป

“ขาดไปส่วนหนึ่ง สงสัยจะถูกซ่อนอยู่ในป่า จะหายังไงวะเนี่ย” บลูเกาหัวแกรกๆแล้วจู่ๆก็นึกขึ้นมาได้ จึงเรียกใช้สกิลออกมา

ฝูงแมลงกลืนวิญญาณ

รอบๆร่างของบลู มีละอองแสงกระจายออกมา แล้วกลายเป็นผีเสื้อและหิ่งห้อย หลายร้อยตัวและบินออกไป แต่ขณะที่บินออกไปก็เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ บลูนั่งลงกับพื้นแล้วรออย่างใจเย็น เวลาไม่นานฝูงแมลงก็กระจายอาณาเขตไปทั้งป่า

“เจอแล้ว!” บลูอุทานแล้วดีดตัวขึ้นมายืน แล้วมุ่งหน้าไปยังที่ได้ข้อมูลจากแมลงมา ด้วยความเร็วขั้นสุดยอดไม่นานก็ถึง พบแผ่นหินสีดำถูกทิ้งไว้ที่พื้น บลูหยิบมันขึ้นมา ลายเส้นในแผ่นหินเป็นรูปคล้ายๆประตูประสาท บลูฉีกยิ้มกว้างแล้วมุ่งหน้ากลับไปยังจุดที่มีแผ่นหินทั้งหมดอยู่

“จะว่าไปมันแปลกๆนะ ไอ้แผ่นหินนี่มันไม่มีสัมผัสพลังอยู่เลย แต่พอเอามาใกล้อันที่เหลือไอความมืดออกมาบานเลย คนที่อยู่ข้างในอาจจะเป็นคนที่เจ้าสู้ไม่ไหวก็ได้”

เซียร์พูดเรียบๆ บลูก็แปลกใจเล็กน้อย แต่ก็คิดว่ามันเป็นบททดสอบของแผ่นหินพวกนี้ล่ะมั้ง บททดสอบก็คงประมาณว่าในเวลาที่แผ่นหินอันอื่นยังปรากฎอยู่ จะต้องตามหามันให้เจอ

“เอาน่าเซียร์ ถ้าสู้ไม่ได้ก็หนี แค่นั้นเอง เอาล่ะเรียบร้อย!” บลูยิ้มแป้น เมื่อเอาแผ่นหินไปวางไว้ มีแสงลากไปตามเส้นในแผ่นหิน แล้วแผ่นหินก็ขยายใหญ่ขึ้น กลายเป็นประตูปราสาทที่อยู่ในภาพ บลูเดินไปเข้าแล้วก็ไปปรากฎตัวขึ้นในทางเดินของปราสาท

“เข้าไปสิ แต่ข้าพอจะรู้นะว่าใครอยู่ในนั้น อยากรู้มั้ยล่ะ?” เซียร์ถามยิ้มๆ เมื่อเข้ามาในนี้เขาก็สัมผัสได้ถึงพลังที่คุ้นเคย เหมือนจะเป็นคนรู้จัก

บลูมองที่ประตูทางเข้า แล้วนึกถึงรูปภาพที่เห็นแบบเต็มๆเมื่อสักครู่แล้วจึงตอบ “ให้เดานะ น่าจะเกี่ยวกับไอ้ตัวดูดเลือดที่เรียกว่า แวมไพร์”

บลูตอบไปตามที่คิด เพราะปราสาทแบบนี้เคยเห็นในหนังสยองขวัญที่เคยดู

“ถูกแค่ครึ่งเดียว ผู้ที่อยู่ในนี้คือ ราชาแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์ ชื่อของมันคือ โรเวน

บลูทำหน้าซังกะตาย “เหรอ แล้วไงอ่ะ คงไม่ใช่ว่ามันเป็นโจทก์เก่านายหรอกนะ”

“ไม่ๆ เจ้านั่นถือว่าเป็นเพื่อนข้าเลย พลังของมันน่ะสุดยอดของความโคตรโกงเลย เคยสู้กันครั้งหนึ่ง ฝีมือของมันเหนือกว่าพวกเทพชั้นสูงทั้งหลายอีก ความสามารถของมันคือ” เซียร์ยังพูดไม่ทันจบ ก็มีเสียงก้องกังวาลแทรกขึ้น

“โจมตีทะลุพลังป้องกันทุกรูปแบบยังไงล่ะ” เบื้องหน้าค่อยๆมีค้างคาวมารวมตัวกันจนกลายเป็นชายหนุ่มผมสีเงินยาวประบ่า ใบหน้าหล่อเหลา อยู่ในชุดขุนนางโบราณ ยืนส่งรอยยิ้มมาให้

“ไม่เจอกันนานนะเซียร์” ชายผมเงินกล่าวทักทายเซียร์

“เออไม่เจอกันนานเลยโรเวน ได้ข่าวว่าเจ้าโดนพวกเดียวกันทรยศ จนล่มจ่มกันทั้งเผ่าพันธุ์เลยนี่” เซียร์ทั้งกลับยิ้มพร้อมกับพูดแบบไม่รักษาน้ำใจ

“ก็ใช่ แต่ข้าใช้พลังสุดท้ายชิงครึ่งหนึ่งของพลังที่คอยพิทักษ์อยู่มาไว้ ส่วนพลังอีกครั้งนั้นหายไปไหนก็ไม่รู้” โรเวนตอบแบบไม่ใส่ใจ บลูยกมือขึ้นเบรก

“หยุด!! พูดอะไรกันเนี่ย ขอรู้เรื่องด้วยคนดิ” บลูแทรกขึ้นมาเพราะไม่เข้าใจที่ทั้งสองคุยกัน

โรเวนหันมามองแล้วจึงตอบ “ก่อนอื่นข้าขอแนะนำตัวก่อน ข้าชื่อโรเวน เป็นราชาของแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์ ผู้ที่คอยพิทักษ์สายเลือดบริสุทธิ์แห่งแวมไพร์เอาไว้เพื่อส่งต่อให้ผู้ที่เหมาะสม ซึ่งก็คือผู้ที่มายังที่นี่ได้”

“แล้วมันเก่งมั้ย ไอ้แวมไพร์เนี่ย” บลูถามด้วยสีหน้าสงสัย

เซียร์ถอนหายใจ “แวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์เฟ้ย อย่าเอาไอ้พวกนี้ไปเทียบกับแวมไพร์ธรรมดานะ แวมไพร์ธรรมดาน่ะ แพ้แสง ใช้ได้แต่เวทมนตร์ความมืดที่ไม่รุนแรง มีดีแค่พลังชีวิตเยอะกว่าชาวบ้านนิดหน่อย ส่วนไอ้พวกสายเลือดบริสุทธิ์น่ะ จะใช้การโจมตีด้วยเลือดที่ทะลุการป้องกันทุกชนิด แม้จะไม่มีเวทมนตร์อะไรดีๆเลยแต่ก็โจมตีเวทมนตร์แรงกว่าแวมไพร์ธรรมดาอีก และที่สำคัญพวกมันไม่แพ้แสง” เซียร์อธิบายอย่างละเอียดราวกับเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันกับตัวเอง

บลูได้ฟังดังนั้นก็ถามต่อ “ฟังดูแล้วน่าจะเก่งนะ แล้วไหงถึงบอกว่าแทบจะล่มจมล่ะ”

โรเวนเป็นผู้ตอบคำถามนี้ “ข้าตอบเองก็แล้วกัน ในอดีตแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์มีอาณาเขตของพวกเราอยู่ ในอาณาเขตนี้ได้รับการพิทักษ์จาก ดวงจิตของราชาแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์รุ่นแรก แต่จุดอ่อนของพวกเราคือ ถ้าออกจากการพิทักษ์ของดวงจิตนั้น พวกเราจะหมดพลังลง

พวกเราอยู่กันอย่างสงบสุขแต่ว่าก็มีผู้ทรยศคิดช่วงชิงดวงจิตแห่งราชา เพราะถ้าทำแบบนั้นจะสามารถออกนอกอาณาเขตได้และยังคงมีพลังอยู่และอาจจะมีมากขึ้นเพราะพลังของราชาแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์รุ่นแรกที่สถิตอยู่ในนั้น ข้าเข้าต่อสู้และช่วงชิงดวงจิตมาได้เพียงแค่ครึ่งเดียว ส่วนอีกครึ่งหนึ่งนั้นอยู่กับคนทรยศนั้น หลังจากได้ดวงจิตไปมันก็หลบหนีไปทันที

และเมื่อดวงจิตที่คอยพิทักษ์พวกเราถูกช่วงชิงไป เหล่าแวมไพร์ทั้งหมดยกเว้นข้าที่เป็นราชา ก็ไร้พลัง ทำให้ผู้ที่ต้องการกำจัดพวกเราพากันเข้ามารุมสังหารจนสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ ส่วนข้าที่บาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้ ก็ใช้พลังทั้งหมดย้ายปราสาทมาซ่อนไว้ที่นี่ เพื่อรอให้มีคนมารับพลังของดวงจิตไป” ราชาแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์เล่าเรื่องด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

“แล้วทำไมถึงไม่ออกไปตามหาคนทรยศนั่น แล้วชิงดวงจิตคืนมาเองล่ะ” บลูถามหน้ามึน

โรเวนแค่นยิ้มเศร้าออกมา “ก็อยากหรอกนะ แต่ว่าเจ้าคนทรยศนั่นมันใช้คำสาปกับข้าเอาไว้ ให้ไม่สามารถออกจากปราสาทได้อีกตลอดกาล”

“คำสาปนี้จะต้องใช้เวลานานมากในการเตรียมการ ถ้างั้นคนทรยศก็ต้องเตรียมการไว้ในแล้วสิ” เซียร์ถามบ้าง เพราะคำสาปนี้มีแต่พวกสายเลือดบริสุทธิ์ด้วยกันเท่านั้นจึงจะร่ายได้

“เจ้าก็คงรู้จักมันนะเซียร์ อดีตเพื่อนรักของข้า อเลน น่ะ”

เซียร์ทำหน้าตกใจ “หือเจ้าอเลนที่เป็นอันดับสองของเผ่าพันธุ์อ่ะนะ ข้านึกไม่ถึงเลยจริงๆแฮะ”

โรเวนถอนหายใจ “เรื่องนั้นช่างมันเถอะ เอาล่ะหนุ่มน้อย เจ้าต้องการเปลี่ยนเป็นเผ่าพันธุ์แวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์หรือไม่” โรเวนถามเสียงจริงจัง บลูพยักหน้ารับ

โรเวนยิ้มบางแล้วสะบัดมือ หลอดแก้วขนาดเล็กที่น้ำสีแดงอยู่ข้างในปรากฎออกมา

“นี่คือสายเลือดบริสุทธิ์แห่งแวมไพร์ดื่มมันซะแล้วเจ้าจะกลายเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกับข้า แต่เจ้าจะอยู่ในสถานะ ลอร์ดออฟแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์ ซึ่งเจ้าจะต้องรับบททดสอบแห่งเผ่าพันธุ์เพื่อเลื่อนขั้นเป็นรัชทายาทแล้วจึงเป็นราชา” โรเวนยืนหลอดแก้วให้ บลูกระดกเข้าปากอย่างไม่ลังเล พริบตานั้นโรเวนก็แทงมือเข้าใส่กลางอกของบลู

เซียร์และบลูเบิกตากว้าง แต่ทว่ามือนั้นก็ไม่ได้ทำอันตรายกับบลู เพียงแค่รู้สึกร้อนนิดๆ ร่างของโรเวนด้านล่างก็ค่อยๆสลายไป

“ไม่ต้องตกใจไป ข้าแค่จะมอบพลังทั้งหมดให้เจ้าเท่านั้น เพราะข้าเองก็ออกจากที่นี่ไปไม่ได้แล้ว จึงขอมอบพลังให้กับผู้ที่ออกไปได้จะดีกว่า แม้พลังของข้าจะไม่เท่าท่านรุ่นแรก แต่ก็คงทำให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้นได้มาก เรื่องความสามารถของข้าก็ถามจากเซียร์เอาก็ได้เพราะเขารู้ดี สุดท้ายข้ามีเรื่องจะขอร้องเจ้า จงสังหารอเลนซะ แล้วชิงจิตวิญญาณของท่านรุ่นแรกมาเป็นของเจ้า สิ่งนั้นจะช่วยเสริมพลังให้เจ้าอย่างมหาศาล ให้มันอยู่กับเจ้าดีกว่าอยู่กับเจ้าคนทรยศนั่น”

โรเวนพูดร่างกายก็ค่อยๆสลายไปเรื่อยจนในที่สุดก็หายไป โดยที่บลูยังไม่ทันจะเอ่ยปากอะไรเลย ส่วนเซียร์นั้นก็ห้ามไม่ทัน ร่างของบลูรู้สึกร้อนวูบ เสียงระบบก็ดังขึ้น

“ผู้เล่น เวสบลู ดื่มสายเลือดบริสุทธิ์แห่งแวมไพร์ เผ่าพันธุ์ของท่านถูกเปลี่ยนเป็น แวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์ ระดับชั้นคือ ลอร์ดออฟแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์”

 “ผู้เล่น เวสบลู ได้รับสกิล นัยน์ตาแวมไพร์

ได้รับสกิล Devil Bat(เดวิล แบท)

ได้รับสกิล กลืนโลหิต

ได้รับสกิล คลื่นค้างความสูบโลหิต

ได้รับสกิล ดินแดนรัตติกาล

ได้รับสกิล รัตติกาลนิรันดร์

ได้รับสกิล ทะเลโลหิต”

“ผู้เล่น เวสบลู ได้รับเควส เลื่อนระดับชั้นเป็นรัชทายาทแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์”

ยังไม่ทันจะทำอะไร ร่างของบลูก็ถูกวาร์ปออกไปจากปราสาท

บลูถูกวาร์ปออกไปยังที่ทางเข้า ประตูปราสาทเกิดรอยร้าวและแตกออก แผ่นหินสีดำก็แตะกระจายกลายเป็นผง เซียร์รบเร้าให้บลูรีบเปิดค่าสถานะดูทันที

ค่าสถานะผู้เล่น

ผู้เล่น เวสบลู

คลาส 1 ระดับ 100

ฉายา ร่างสถิตเทพ

เผ่าพันธุ์

แวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์

ลอร์ดออฟแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์

อาชีพคลาส 1

-

-

ค่าพลังชีวิต

1,680,000

ค่าพลังปราณ

462,000

ค่าพลังเวทมนตร์

980,700

ค่าพลังจิต

837,600

Attack (ATK)

15,000

Defense (DEF)

14,400

Magic Attack (M-ATK)

24,000

Magic Defense (M-DEF)

13,500

               

 

 “ไหงพลังชีวิตมันเยอะขนาดนี้ล่ะเนี่ย!!” บลูตะโกนอย่างตกใจ

“คงจะเป็นฝีมือโรเวนสินะ ข้าจำได้ว่าพวกเลือดบริสุทธิ์มีจะมีพลังชีวิตมากกว่าพวกแวมไพร์ธรรมดาแต่ก็ไม่ขนาดนี้ ถ้าตัดเรื่องระดับชั้นเป็นลอร์ดที่เป็นขั้นที่ 3 ออกไป พลังชีวิตเจ้าเพิ่มขึ้น 5 เท่าซึ่งก็ถือว่ามหาศาลมาก ว่าแต่ลองดูสกิลดูสิ”

 

นัยน์ตาแวมไพร์

เผ่าพันธุ์

ไม่ปรากฎ

ดีเลย์ ไม่ปรากฎ

มองเห็นพลังชีวิตของผู้อื่นได้ และสามารถมองทะลุสิ่งกีดขวางได้ทุกชนิด และถึงแม้จะไม่เรียกใช้จะสามารถมองเห็นในความมืดได้ดั่งเช่นกลางวัน

 

Devil Bat(เดวิล แบท)

เผ่าพันธุ์

ไม่ปรากฎ

ดีเลย์ ไม่ปรากฎ

เปลี่ยนร่ายกายตัวเองให้กลายเป็นค้างดาวหลายร้อยตัวและแฝงเข้าไปในร่างของเป้าหมายและโจมตีจากภายใน

 

กลืนโลหิต

เผ่าพันธุ์

ไม่ปรากฎ

ดีเลย์ ไม่ปรากฎ

สกิลทำงานตลอดเวลา เมื่อโจมตีสำเร็จ ค่าเสียหาย 1 ใน 1,000 ที่ทำสำเร็จในแต่ละครั้งจะถูกเปลี่ยนมาเป็นพลังชีวิต

 

คลื่นค้างคาวสูบโลหิต

เผ่าพันธุ์

ไม่ปรากฎ

ดีเลย์ 1 วัน

สร้างค้างคาวโลหิตออกไปโจมตี ทุกการโจมตีของค้าวคาวจะเปลี่ยนค่าเสียหายเป็นพลังชีวิต ใช้ได้วันละครั้งเท่านั้น

 

ดินแดนรัตติกาล

เผ่าพันธุ์

ไม่ปรากฎ

ดีเลย์ 2 วัน

เปลี่ยนพื้นนี้ในรัศมี 3 กิโลเมตรรอบๆตัวเองให้กลายเป็นเวลากลางคืนได้โดยไม่เสียพลังในการเรียกใช้ อาณาเขตจะคงอยู่เป็นเวลา 2 ชั่วโมง

 

รัตติกาลนิรันดร์

เผ่าพันธุ์

ไม่ปรากฎ

ดีเลย์ ไม่ปรากฎ

สกิลทำงานตลอดเวลา เมื่ออยู่ในช่วงเวลากลางคืน ค่าสถานะทุกอย่างเพิ่มขึ้น 20%

 

ทะเลโลหิต

เผ่าพันธุ์

ไม่ปรากฎ

ดีเลย์ ไม่ปรากฎ

สร้างอาณาเขตรัศมี 2 กิโลเมตรรอบตัวเอง ศัตรูที่อยู่ในอาณาเขตจะถูกลดพลังชีวิตลงเรื่อยๆ

 

 “โกงอ่ะเซียร์ โดยเฉพาะไอ้สกิลสุดท้ายเนี่ย ถ้าใช้แล้วมันทำงานคู่กับสูบโลหิตพลังชีวิตก็ฟื้นตลอดอ่ะดิ”

“ก็ใช่น่ะสิ เลือดบริสุทธิ์น่ะมันเก่งขนาดพวกเทพยังหลบเลยนะ แต่ตอนนี้เจ้ายังไม่ง่วงนอนอีกเหรอ เดี๋ยวพรุ่งนี้มีงานต้องไปหามารศาสตรากันต่ออีกนะ” เซียร์พูดขึ้น

“อื้อ” บลูรับคำส่งๆแล้วออกจากป่าไปหาที่สงบๆนอน แล้วไม่นานก็หลับไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 147 ครั้ง

18,168 ความคิดเห็น

  1. #18156 Candu ลอลี่ป๊อป (@nongfilmnakub) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 20:50
    โกงอ่ะ โครตโกง มหาโครตๆโกง
    #18156
    0
  2. #18134 Ball (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 12:35
    งง ทั้ง 7 บาป จอมมาร แวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์ แต่ละตัวนี่ละดับลาสบอสก้ว่าได้นะ มายุเกาะเริ่ใต้หมดเลย... wtf?
    #18134
    0
  3. #18130 AbysSzXG (@AbysSzXG) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:40
    สกิลพระเอกเยอะเกินไปแล้วนะ แบบว่า pvp กันนี่คงมีลืมบ้างแหละ
    #18130
    0
  4. #18047 เอ็ม`CreepLv24 (@lloulovem) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2558 / 15:09
    เออ!! -*- ได้เผ่าแวมไพร์มา แล้ว หาดาบมารอีก 2 ก็จะเป็นราชา จอมมาร 555+

    #jeunesse #เจอเนสส์
    #18047
    0
  5. #17243 bluesky99 (@kitblue) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มกราคม 2558 / 15:32
    น่าจะเป็นว่า 'รู้ว่าอยู่ที่ใครแต่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ใหน' นะครับ
    V
    V
    V
    #17243
    0
  6. #17207 แฟนพันธ์อ่าน (@henrietta5) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 มกราคม 2558 / 00:02
    ตอนนี้ขัดๆกันอยู่นิดนึงนะครับ ที่ตอนแรก ราชา แวมไพร ออกมา บอก พลังสถิต อยู่ที่ตัวเองครึ่งนึง(ชิงกลับมาได้) แต่อีกครึ่งไปไหนไม่รู้ แต่.....สุดท้ายก้บอกอยู่กับ คนทรยศ เฉยเลย ปล.ท่ามันเปนมุกตอนเปิดตัวก้ของอภัย
    #17207
    0
  7. #17175 Rose (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 มกราคม 2558 / 10:00
    ยิ่งอ่าน ยิ่งเห็นว่าจับนิยายเรือง มอนเดอร์โซลกับเรื่องอื่นๆ มาผสมเล็ก ผสมน้อย



    อาทิ บาป 7 ประการ สกินก็เหมือน บทนี้มีศาสตรา เทพและมาร อีกที่วิธีการใช้และได้มาคล้ายๆกัน ถือได้3 เล่มของมาร



    ดาบหมื่นมารร่่ำร้อง คล้ายๆ ดาบมังกรคร่ำควรญเลยเนอะ



    #17175
    0
  8. #15135 dOjOb (@dojob) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 17:23
    โอ๊โย๊โย๋ ... ท่านไรท์ ... ท่านปล่อยสกิล ตราอสูรสะกดวิญญาณ ได้ด้วยรึเนี่ย ..... ค้างงงงงงงงง ... d~j~b
    #15135
    0
  9. #14891 Mammy Sentereza (@mam3714) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 / 17:22
    พระเอกแม่งโคตรของอภิมหาโคตรของโคตรโกงเลยนะเนี่ยยยยย 0---0
    #14891
    0
  10. #13901 Lighting FOX (@bestrockeiei) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มีนาคม 2557 / 13:21
    สกิลเยอะขนาดนี้จะใช้หมดไหมเนี่ย5555
    #13901
    0
  11. #12904 thawatchaichamp (@thawatchaichamp) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 มกราคม 2557 / 16:03
    พระเอกเราจะถึกไปไหน
    #12904
    0
  12. #12509 ดาร์คพี (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2556 / 13:12
    อะไร้มันจะได้มาง่ายขนาดนั้น!?-0-
    #12509
    0
  13. #12202 Mi_MIjung (@mimimakill) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 / 12:06
    ได้ของดีเวอร์อ่ะ แล้วคนที่ได้กล่องเพชรคนอื่นๆจะได้ของเทพเหมือนพระเอกเรารึปล่าวหว่า
    #12202
    0
  14. #12162 Tonguji (@tonguji) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2556 / 21:24
    พระเอกแม้งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
    ชอบว้อยย
    #12162
    0
  15. #11975 สาวก Y (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2556 / 03:20
    นี่มันเหมือนการตามล่ามรดกของผู้ที่ล่วงลับไปแล้วชัดๆ 555
    #11975
    0
  16. #11797 เฮเบียนัม บราวน์ (@33325) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2556 / 16:11
    แทบไม่ตายเลยนะนี้ -w- โอ้ว พระเอกเราเทพทะลุเมฆไปแล้ว
    #11797
    0
  17. #11699 Orz (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2556 / 00:38
    ไม่นับความเก่งส่วนตัวของพระเอกนะ



    สเตตัส สกิล แล้วก็ออฟชั่นของพระเอกโกงกว่าโจซัวที่เป็นGame masterของนิยายอีกเรื่องอีกOrz
    #11699
    0
  18. #11524 ttdddt (@tpnd02) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2556 / 20:56
    โห ของแต่ละอย่างเนี้ย
    #11524
    0
  19. #11031 นิลกาฬทมิฬ (@naponpete) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กันยายน 2556 / 20:55
    เป็นเผ่าแวมไพร์แล้วยังจะง่วงได้อีก
    #11031
    0
  20. #10655 เทริเซีย (@taya_B) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 กันยายน 2556 / 10:51
    ตอนนี้โหดง่ะ แม่ของเซียร์สุดยอดดดด
    #10655
    0
  21. #10378 NuMaple (@numagicpen) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กันยายน 2556 / 19:36
    อ้าวววว เจ๋งเว่อร์อ่ะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 13 กันยายน 2556 / 19:39
    #10378
    0
  22. #9751 noname (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2556 / 20:51
    แล้วเผ่าจะไม่ทับกับเผ่ามารหรือนี่



    แล้วเกมนี้ไม่ต้องไปไหนแล้วเล่นอยู่แค่เกาะเริ่มต้นก็เทพละ ^^
    #9751
    0
  23. #9709 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2556 / 23:59
    -0-''  ได้สกิลเทพๆมาเต็ม
    #9709
    0
  24. #8992 พายุโลหิตทมิฬ (@154356) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 / 21:32
    ไรเตอร์สกิลพระเอกเราเยอะเกินไปไหมเนี่ยงง
    #8992
    0
  25. #8585 ้heisai09 (@heisai09) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2556 / 19:38
    หนุกหนานๆ
    #8585
    0