คัดลอกลิงก์เเล้ว

Fic Gintama [HBD Takasugi 2019] งานเลี้ยงวันเกิด

โดย Runirin

งานฉลองวันเกิดหลายครั้ง ที่ถูกจัดขึ้นในช่วงชีวิตของทาคาสุงิ ชินสุเกะ (มีสปอยล์ตอนที่ 704 นะคะ)

ยอดวิวรวม

85

ยอดวิวเดือนนี้

19

ยอดวิวรวม


85

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


4
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  11 ส.ค. 62 / 00:02 น.
นิยาย Fic Gintama [HBD Takasugi 2019] ҹ§ѹԴ Fic Gintama [HBD Takasugi 2019] งานเลี้ยงวันเกิด | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
10 สิงหาคม สุขสันต์วันเกิดทาคาสุงิค่ะ!!!

ฟิคนี้ปั่นแบบวินาทีสุดท้ายมากๆ ขออภัยถ้าช่วงท้ายดูเร่งค่ะ ;w;


***เตือนอีกรอบ ฟิคนี้มีการสปอยล์เนื้อหาของตอนที่ 704 นะคะ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 11 ส.ค. 62 / 00:02


(1) -โชกะซนจุคุ-


     “ชินสุเกะ สุขสันต์วันเกิดนะครับ“


อยู่ๆ อาจารย์โชโยก็เดินยิ้มเข้ามาอวยพร ทำให้ทาคาสุงิสะดุ้ง ใบหน้าเหลอหลาปรากฏสีแดงจางๆ ก่อนจะพูดรับด้วยน้ำเสียงที่ยังงงอยู่น้อยๆ 

“ขะ-ขอบคุณครับ”


โชโยนั้นมีรอยยิ้มอ่อนโยนประดับใบหน้าเช่นปกติ มองดูเด็กชายด้วยความเอ็นดู ก่อนจะปรบมือเข้าหากันพูดประโยคต่อไปแบบไม่ให้ตั้งตัว

“เพราะฉะนั้น มาฉลองกันเถอะครับ”

“เอ๊ะ!? ”


ทาคาสุงิกระพริบตาปริบๆ มองอาจารย์ที่พูดเสนอออกมาปุปปับแบบนั้น

และก่อนที่จะได้พูดอะไรต่อ โชโยก็หันหลังเดินไปด้วยท่าทางเร่งรีบพลางพึมพำถึงของที่ต้องเตรียมสำหรับงานเลี้ยงไปด้วย



     “ซึระ!! นายใช่มั้ยที่บอกอาจารย์เรื่องวันเกิดฉันน่ะ? “

เสียงวิ่งตึงตังมาพร้อมเสียงตะโกน ก่อนประตูจะเปิดออกพร้อมกับทาคาสุงิที่วิ่งเข้ามาหาเด็กชายผมยาวที่อยู่ในชุดฝึกซ้อมพร้อมดาบไม้ในมือ


“ไม่ใช่ซึระ คาซึระต่างหาก! ฉันก็แค่นึกออกว่าวันนี้วันเกิดนายก็เลยพูดออกไปตอนคุยกับอาจารย์เฉยๆ เอง...ว่าแต่มันไม่ดีตรงไหนล่ะ? “

เจ้าของชื่อที่ถูกเรียกผิดหันมาแก้ด้วยความเคยชินก่อนจะตอบคำถามต่อด้วยถามกลับด้วยคำถามที่ทำให้ฝั่งตรงข้ามชะงักกึกไป


“...ก็ ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกจริงๆ ก็แค่...ไม่ชินมั้ง? “

ทาคาสุงิเกาหน้าที่ขึ้นสีเบาๆ ขณะที่นึกถึงคำพูดอวยพรของโชโยเมื่อตะกี้


“หา อะไรนะ วันนี้วันเกิดนาย? “

น้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยที่ทาคาสุงิได้ยินทีไรเป็นต้องรู้สึกหงุดหงิดนั้น มาจากเด็กชายหัวสีเงินยุ่งในชุดฝึกเช่นเดียวกับคาซึระ เดินพาดดาบเข้ามาหาเมื่อได้ยินที่ทั้งสองคุยกัน


“เออ วันเกิดฉันนี่แหละ จะทำไม? “

ใบหน้าที่เหมือนจะแสดงอารมณ์ไม่ถูกเมื่อสักครู่เปลี่ยนมาชักสีหน้าใส่คนที่เดินมาหาแทน


ทางด้านกินโทกิที่ได้ยินประโยคที่ตอบกลับ ก็เดินเข้ามาใกล้ทาคาสุงิ ใช้นิ้วจับคางพลางจ้องมองเด็กชายผมดำขึ้นๆ ลงๆ อย่างตั้งอกตั้งใจ สุดท้ายก็เอามือแปะลงบนหัวของคนตรงหน้า

“อายุเพิ่มขึ้นมาปีนึงแล้ว แต่ส่วนสูงไม่ค่อยจะต่างจากตอนเจอกันครั้งแรกสักเท่าไรเลยนี่หว่า? ”

และกล่าวประโยคที่ว่ามาพลางยกยิ้มเยาะเย้ยคนเตี้ยกว่าตัวเองเต็มที่


“แก!! มาสู้กันเลยดีกว่า ฉันจะตีหัวแกให้ส่วนสูงมันยุบลงมาเอง!! “

“ทั้งสองคนใจเย็น—“

คนโดนด่าว่าส่วนสูงไม่เพิ่มอาละวาด เดือดร้อนให้คนกลางผู้ทำหน้าที่ห้ามศึกทุกครั้งอย่างคาซึระต้องรีบปรามทั้งคู่ แต่ก็หยุดมือเมื่อเห็นว่าใครที่กำลังเดินเข้ามาในโรงฝึก


“ทุกคนครับ!”

เสียงตะโกนที่เรียกสายตาของเหล่าเด็กๆ ทุกคนมารวมกัน จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากอาจารย์โชโย

และแน่นอนว่าแม้แต่สองคนที่เตรียมจะทะเลาะกันเมื่อตะกี้ ก็ต้องรีบเก็บไม้เก็บมือกันอย่างไว ยิ่งทาคาสุงิที่เห็นว่าอาจารย์ที่เคารพหันมายิ้มให้ตัวเองแล้ว ก็รู้สึกได้ว่าต้องมีอะไรแน่ๆ


“อะแฮ่ม วันนี้เป็นวันสำคัญ...วันเกิดของเพื่อนของพวกเรา ครูเลยอยากจะจัดงานเลี้ยงขึ้น จะขอยืมมือทุกคนมาช่วยกันหน่อยจะได้รึเปล่าครับ? “

โชโยกระแอมไอเล็กน้อย แล้วพูดขอความร่วมมือจากเหล่าลูกศิษย์ ซึ่งสิ้นคำนั้น เด็กๆ ในห้องก็พูดคุยกันจอแจและเริ่มเดินมารวมกัน ส่วน ‘เพื่อน’ ที่ว่าคือใครนั้น ดูเหมือนทุกคนจะรู้เพราะเหตุการณ์ก่อนหน้านี้แล้ว


“ฮะๆ ดีจังเลยเนอะ ทาคาสุงิ”

คาซึระหัวเราะแล้วตบไหล่เพื่อนที่ตัวแข็งไปแล้วเบาๆ ก่อนที่จะเดินไปรวมกลุ่มกับคนอื่นๆ


“เหอะ ทำไมฉันต้องทำอะไรแบบนั้นเพื่อวันเกิดแกด้วยฟะ”

กินโทกิเบะปาก แต่ท่าทางไม่ให้ความร่วมมือก็เปลี่ยนไปทันทีที่โชโยหันมามองทั้งรอยยิ้มที่กินโทกิรู้สึกได้เลยว่ามันแฝงไปด้วยการข่มขู่เบาๆ จนเขาเหงื่อตก จำยอมแต่โดยดี


โชโยพูดบางอย่างกับเหล่าลูกศิษย์ แล้วแต่ละคนต่างก็เดินออกไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายในโรงฝึกก็เหลือแค่ทาคาสุงิที่ยังทำตัวไม่ถูกกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น

“เธอเป็นเจ้าของวันเกิด เพราะงั้นช่วยรออยู่ตรงนี้อีกสักครู่นะครับ”

“เอ่อ...ที่จริงก็ไม่เห็นจะต้องวุ่นวายจัดอะไรขนาดนี้ก็ได้นี่ครับ”

สุดท้ายเด็กชายก็เอ่ยปากท้วงออกมา เขาไม่รู้จริงๆ ว่าอาจารย์คิดอะไรถึงอยากจะจัดงานวันเกิดให้ตัวเอง


“อย่าพูดอย่างนั้นสิครับ ยังไงชินสุเกะเองก็เป็นลูกศิษย์คนสำคัญคนนึงของผม แล้วทุกคนเองก็ดูยินดีที่จะช่วยกันจัดงานนี้ด้วย”

มือใหญ่เอื้อมมาลูบหัวที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีดำ รอยยิ้มของที่ประดับใบหน้าของโชโยยังคงอ่อนโยนเช่นเดิม


“...แต่เมื่อกี้มีไอ้หัวหยิกคนนึงทำหน้าไม่สบอารมณ์อยู่นะครับ อาจารย์”

“ฮะๆ กินโทกิก็เป็นแบบนั้นแหละครับ”


     แล้วด้วยความร่วมมือของทุกคน งานเลี้ยงวันเกิดเล็กๆ ก็ได้จัดขึ้นภายในสถานศึกษาโชกะซนจุคุ

สำหรับ ทาคาสุงิ ชินสุเกะ ที่โตมาในตระกูลที่ค่อนข้างใหญ่แล้ว งานเลี้ยงวันเกิดเล็กๆ นี้อาจจะเทียบกับเมื่อก่อนตอนที่อยู่บ้านไม่ได้ แต่เมื่อมองไปยังบรรยากาศครื้นเครงของอาจารย์และลูกศิษย์ของที่แห่งนี้แล้ว เขาก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นบางๆ ภายในใจ




(2) -สงครามขับไล่ต่างแดน-


     “หา งานเลี้ยงวันเกิด? แกจะบ้าเรอะซึระ นี่มันระหว่างสงครามนะ”

ทาคาสุงิทำหน้าไม่อยากเชื่อขณะถามชายผมยาวคนข้างๆ ที่เพิ่งจะเสนอเรื่องที่ดูบ้าบอเป็นที่สุดในความคิดของเขา


“ไม่ใช่ซึระ คาซึระต่างหาก แล้วก็ฟังให้จบก่อนสิ ประเด็นสำคัญที่ฉันจะบอกก็คือ ทหารของเราก็ต้องการการฟื้นฟูทางด้านจิตใจ งั้นไหนๆ ก็ไหนๆ ก็จัดเป็นงานเลี้ยงวันเกิดนายไปด้วยเลยไง”

คาซึระหันไปแก้ชื่อก่อนจะกอดอกอธิบายยาว ทางด้านทาคาสุงิที่ได้ยินคำพูดนั้นก็ชะงักไป เริ่มคิดตาม ก่อนที่อีกเสียงข้างๆ จะดังขึ้นขัด


“จัดงานเลี้ยงก็เข้าท่านะ แต่พอบอกว่าเป็นอะไรที่ทำเพื่อไอ้หมอนี่แล้วก็พาลให้รู้สึกหมดอารมณ์เลยฟ่ะ”

เป็นกินโทกิซึ่งนั่งเท้าคางทำหน้าเหม็นเบื่อบ่น และชี้ไปทางทาคาสุงิที่หน้าดำไปครึ่งแถบเมื่อได้ยินประโยคที่ว่ามา แต่เขาก็กัดฟัน ทำเป็นเมินคนหัวเงินแล้วหันไปท้วงกับคาซึระต่อ

“เหตุผลนายก็ฟังขึ้นนะ แต่เรื่องเสบียง...”


“อะฮะๆ อะฮ่าๆๆ ถ้าเรื่องนั้นไม่ต้องห่วงไปหรอกทาคาสุงิ! ไว้ใจฉันได้เลย ฮ่าๆๆ “

เสียงหัวเราะน่ารำคาญที่นำมาก่อนประโยคพูด จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากซากาโมโต้ ซึ่งหัวเราะไปตบหลังทาคาสุงิไปรัวๆ จนคนโดนตบหลังเอาปลอกดาบเคาะหัวให้ต้องส่งเสียง ‘แอ้ก’ ไปทีนึง


“ในเมื่อไม่มีปัญหาอะไรแล้ว งั้นก็ตกลงนะทาคาสุงิ”

“เออ จะทำอะไรก็ทำไป”

กับคาซึระที่ท่าทางตื่นเต้นซะเหลือเกินแล้ว สุดท้ายคำอนุญาตก็ออกจากปากจนได้



     ในวัดร้างซึ่งเป็นแหล่งพักอาศัยชั่วคราวของเหล่ากลุ่มซามูไรขับไล่ต่างแดนนั้น มีเสียงเจี้ยวจ้าวครื้นเครงจากงานเลี้ยงที่กำลังจัดอยู่

“เฮ้ย เหล้าหมดแล้ว แกอ่ะ ไปเอามาเพิ่มดิ๊”

ชายผู้ถูกเรียกขานด้วยนามอันน่าเกรงขามอย่าง ชิโร่ยาฉะ บัดนี้กำลังอยู่ในสภาพเมาแอ๋หน้าแดง ชี้นิ้วสั่งลูกน้องข้างๆ ให้ไปหยิบขวดเหล้ามาเพิ่ม


“แต่คุณกินโทกิครับ ผมว่าแค่นี้...”

“อะฮะๆ ไม่เป็นไรๆ วันนี้เต็มที่เลย เชื่อใจคนที่จัดการเรื่องเงินทองของกองทัพอย่างซากาโมโต้ ทัตสึมะคนนี้สิ เนอะ คินโทกิ ฮ่าๆๆๆๆ ”

ซากาโมโต้ที่เมาจนหน้าแดงเช่นกันโผล่มากอดคอกินโทกิ บอกกับลูกน้องเช่นนั้นและสะบัดมือให้ไปพลางหัวเราะตามปกติ

“ชื่อตูไม่ใช่คินโทกิโว้ย ไอ้จั้ดง่าว”

ก่อนจะโดนคนที่กอดคออยู่เสยลงไปนอนกับพื้นเพราะการเรียกชื่อผิดของเจ้าตัว


     ในอีกด้าน ชายผู้เป็นเจ้าของวันเกิดซึ่งนั่งใกล้ๆ ได้แต่มองความบ้าบอของเพื่อนแล้วส่ายหน้าขณะค่อยๆ จิบเหล้าในมือตัวเอง


“สุดท้ายก็แค่ใช้วันเกิดฉันเป็นข้ออ้างเพราะอยากกินดื่มให้เต็มที่กันก็แค่นั้นไม่ใช่รึไง”

“ก็อย่างที่ฉันบอกไปไง คลายเครียดน่ะ”

ขณะที่ทาคาสุงิกับคาซึระกำลังคุยกัน ก็มีชายหลายคนเข้ามาหา ทาคาสุงิจำได้ว่าพวกนี้คือลูกน้องในกองทหารอสุราของเขาจึงเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย


“หัวหน้าครับ สุขสันต์วันเกิด แล้วก็ ที่ผ่านมา ขอบคุณมากนะครับ!!”

“การรบที่ผ่านมาก็เป็นเพราะคุณ พวกเราเลยผ่านมันมาได้ ขอบคุณที่เหนื่อยยากมาตลอดนะครับ!!”


และอีกหลากหลายคำพูดอวยพรและขอบคุณจากเหล่าลูกน้อง ซึ่งทำให้ใบหน้าของผู้นำแห่งกองทหารอสุราปกปิดความประหลาดใจไว้ไม่อยู่

“ไงล่ะ บางครั้งมันก็ไม่เลวใช่มั้ยล่ะ”

คาซึระพูดเช่นนั้น ซึ่งทาคาสุงิเองก็อดยอมรับคำนั้นไม่ได้และเผยรอยยิ้มบางๆ ออกมา

“อืม บางครั้งก็ไม่เลวจริงๆ นั่นแหละ”


แล้วคนเมาอีกสองที่เห็นเหตุการณ์ ก็ค่อยๆ เขยิบเข้ามาหาพร้อมกอดขวดเหล้าไว้ในมือ

“อะฮ่าๆๆ ท่าทางเป็นพวกที่ดีเนอะ กองทหารอสุราของนายน่ะทาคาสุงิ ฮ่าๆๆๆ”

ซากาโมโต้พูดไปหัวเราะไป ส่วนทางกินโทกินั้นแสยะยิ้มก่อนล็อคคอทาคาสุงิ ชูขวดเหล้าในมือขึ้น

“ในเมื่อวันนี้ทาคาสุงิคุงเป็นเจ้าของวันเกิด งั้นวันนี้คุณกินจะใจดีเสริฟเหล้าให้นายเอง เอ้า ดื่มๆ “

“เฮ้ย—“

แล้วเอาเหล้าขวดนั้นกรอกปาก อีกคนก็ไม่ทันได้ตั้งตัวจนโดนยัดเข้าไปหลายอึกก่อนจะถีบคนจับเหล้ายัดออกไป


“ไอ้หัวหยิกเวร จะเอาใช่มั้ย หา!?”

“สวยเซ่ เจ้าของวันเกิดฉันก็ไม่ไว้หน้านะว้อย!”

“อะฮะๆ อะฮ่าๆๆ สองคนนั้นเริ่มอีกซะแล้ว”

“พวกนายหยุดนะเฮ้ย จะพังงานเลี้ยงรึไง!? “


ท่ามกลางบรรยากาศสงครามอันคุกรุ่น ทุกๆ วันอาจมีคนตาย คนที่เราคุยเล่นวันนี้อาจกลายเป็นศพในวันพรุ่ง ก็ยังมีจุดหนึ่งในช่วงเวลาหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยเสียงโวยวายอันบ้าบอและเสียงหัวเราะอันครื้นเครง




(3) -กองทหารอสุรา-

     “สุขสันต์วันเกิดค่ะ ท่านชินสุเกะ...ไม่ดีๆ หรือควรทำท่าทางให้ดูจริงจังหน่อย...สุขสันต์วันเกิดนะคะ ท่านชินสุเกะ! ...เอ๊ะ หรือว่าจะ—“


“มาทาโกะ ทำอะไรอยู่งั้นหรือขอรับ”

บันไซที่นั่งมองสาวน้อยคนเดียวแห่งกลุ่มที่เดินวนไปมาพร้อมพึมพำกับทำท่าทางต่างๆ ไม่หยุดมาได้สักพัก สุดท้ายก็ตัดสินใจถามออกไป

“อ๊ะ รุ่นพี่บันไซ คือว่านะคะ ฉันเพิ่งจะรู้มาว่าวันนี้เป็นวันเกิดท่านชินสุเกะน่ะค่ะ!”

มาทาโกะกำมือพูดด้วยความตื่นเต้น


“หืม...วันเกิดงั้นรึขอรับ”

คิ้วเรียวเหนือแว่นดำเลิกขึ้นเพราะความประหลาดใจ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกเช่นกันที่ชายหนุ่มได้ยินเรื่องวันเกิดของผู้เป็นหัวหน้า

“ฉันกำลังคิดอยู่น่ะค่ะ ว่าจะพูดสุขสันต์วันเกิดยังไงดี แล้วไหนจะเรื่องของขวัญ...”

มาทาโกะพูดต่ออย่างรัวเร็ว จ้องมองบันไซไปด้วย เผื่อว่าคนตรงหน้าจะเสนออะไรที่ช่วยเหลือเธอได้ในยามนี้


แต่ทั้งคู่ก็ต้องชะงักไป เมื่อประตูเลื่อนเปิด พร้อมกับได้ยินน้ำเสียงที่คุ้นเคย

“ของขวัญงั้นเหรอ ของแบบนั้นไม่เห็นจำเป็น แทนที่จะสนใจเรื่องนั้น...”

ชายกิโมโนสีม่วงลายผีเสื้อปรากฏเข้ามาสู่สายตาของทั้งสองคนที่อยู่ในห้องก่อน


“...มาช่วยกันคิดวิธีหาเด็กสาวเข้ากลุ่มสักคนเพื่อเป็น—“


‘ปัง’

กระสุนหนึ่งนัดพุ่งไปทางคนพูด โดยที่คนยิงทำหน้าว่างเปล่าสุดๆ

“หุบปากไป โลลิค่อน”

“ผมไม่ใช่โลลิค่อน เป็นเฟมินิสต์ครับ”

ใช่แล้ว ผู้ที่เดินเข้ามาคือทาเคจิที่แต่งตัวเป็นทาคาสุงิบวกกับโทรโข่งที่ใช้เปลี่ยนเสียงนั่นเอง


“กำลังเครียดอยู่นะคะ ทำบ้าบออะไรน่ะรุ่นพี่”

ถ้าเป็นปกติ เธอคงวิ่งเข้าไปยิงไอ้คนที่ชอบแต่งตัวเลียนแบบท่านชินสุเกะนี่ไปอีกหลายนัดแล้ว แต่เพราะตอนนี้มีเรื่องที่ต้องคิดก่อนเลยยังไม่ทำ

“ได้ยินที่พวกคุณพูดกันเลยจะมาบอกน่ะครับ ว่าวันนี้ท่านชินสุเกะออกไปธุระทั้งวัน กว่าจะกลับมาที่เรือคงเย็นๆ เพราะงั้นวางใจได้ถ้าอยากจะวางแผนอะไรกันเรื่องวันเกิด”

ทาเคจิพูดขณะถอดวิกกับผ้าพันแผลออกเมื่อเห็นสายตามาทาโกะที่สื่อว่าเธอมียิงอีกครั้งแน่ถ้าเขายังใส่มันต่อไป


“แต่พูดไป ชินสุเกะก็ไม่เหมือนคนที่จะสนใจเรื่องพวกนี้จริงๆ นั่นแหละขอรับ”

บันไซส่ายหน้ากล่าวออกมาเมื่อนึกถึงนิสัยของทาคาสุงิ และคำพูดของเขาก็ทำให้มาทาโกะหน้าเจื่อนลงไปหลายส่วน

“...ก็ จริงนะคะ ถ้าทำอะไรโดยพลการ ไม่รู้ท่านชินสุเกะจะโกรธรึเปล่า”


เธอเหมือนจะเห็นภาพ ถ้าสมมติพวกเธอแอบจัดงานวันเกิด พอท่านชินสุเกะกลับมาเจอ ไม่แน่อาจจะพูดว่า ‘ไร้สาระ’ แล้วเดินหนีไปเลยก็ได้ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นมีหวังงานกร่อยกันพอดี


“แต่ว่าอุตส่าห์เป็นวันเกิดของท่านชินสุเกะทั้งที...”

หญิงสาวทิ้งตัวลงนั่ง ในเมื่อได้รู้วันเกิด เธอก็อยากจะได้ทำอะไรเพื่อคนที่ที่เธอทั้งรักและเคารพคนนั้นบ้าง

ชายหนุ่มอีกสองหันมามองหน้ากันเอง แน่นอนว่าพวกเขาก็ไม่ใช่จะไม่เข้าใจความรู้สึกของมาทาโกะหรอก แล้วจึงเป็นบันไซที่พูดขึ้นอีกครั้ง

“ถ้าอย่างนั้นล่ะก็...”



     ทาคาสุงิที่เพิ่งทำธุระเสร็จและเดินกลับเข้ามาในเรือของกองทหารอสุรานั้นต้องชะงักไป เมื่อเห็นชายในชุดโค้ทหนังยืนพิงกำแพงดักรออยู่ตรงทางเดิน


“บันไซเหรอ มีอะไรล่ะ?”


คำถามดูจะไม่เข้าหูชายตรงหน้าที่ยังนิ่ง ไม่รู้ไม่ได้ยินเพราะเฮดโฟนที่เจ้าตัวใส่ครอบหูไว้ตลอดเวลาหรือเปล่า ซึ่งทำให้ทาคาสุงิส่งเสียงเรียกอีกครั้ง

“บันไซ...”

“ได้ยินมาว่า วันนี้เป็นวันเกิดของชินสุเกะน่ะขอรับ เพราะงั้นพวกคนอื่นๆ เลยอยากจะจัดงานเลี้ยงกัน”

คำพูดถูกขัดจากบันไซที่โพล่งขึ้นมา เนื้อความทำเอาทาคาสุงิเงียบไปครู่ใหญ่ รวมไปถึงคนสองคนที่แอบดูอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลด้วย


“อะ-เอ๋!? ถึงจะบอกว่าจะจัดการเองก็เถอะ แต่รุ่นพี่บันไซเล่นถามท่านชินสุเกะเอาโต้งๆ งี้เลยเหรอคะ นี่รุ่นพี่ทาเคจิ แบบนี้จะเป็นอะไรมั้ยเนี่ย?"

มาทาโกะที่แอบมองสถานการณ์อยู่มุมหนึ่งหันไปซุบซิบถามทาเคจิอย่างลนลาน

“ผมเองก็นึกว่าเขาจะหาทางพูดเกลี้ยกล่อมท่านชินสุเกะ คิดไม่ถึงเหมือนกันครับ แต่ในเมื่อเป็นแบบนี้เราก็ทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะครับ ต้องรอดู”

แล้วทั้งคู่ก็เฝ้ามองต่อไปด้วยใจระทึก


กลับมาทางด้านทาคาสุงิและบันไซ หลังจากที่คนผมดำเงียบไปนานก็เอ่ยปากออกมาในที่สุด

“จะทำอะไรก็ตามใจสิ ไว้มาเรียกฉันหลังจัดการกันเสร็จแล้วกัน”

ว่าแล้วก็สะบัดตัวเดินกลับห้องพักของตัวเองไป ทิ้งให้บันไซ รวมถึงมาทาโกะกับทาเคจิที่แอบซ่อนอยู่ยืนอึ้ง

เอ๊ะ? ง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?



     ไม่นานงานเลี้ยงที่ได้เตรียมไว้สักพักแล้ว รอแค่คำอนุญาตจากปากของเจ้าของวันเกิด ก็ได้เริ่มขึ้นในเรือของกองทหารอสุรา


เพียงแต่ตัวทาคาสุงิกลับทำแค่นั่งอยู่ในมุมหนึ่ง สูบกล้องยาสูบอยู่เงียบๆ คนเดียว นานๆ ทีก็จะมีลูกน้องเดินเข้ามาคุยบ้าง ซึ่งทุกคนที่เข้าใจลักษณะนิสัยของผู้เป็นหัวหน้าดีอยู่แล้ว แค่เจ้าตัวยอมมานั่งอยู่ในงานโดยไม่ลุกหนีก็นับว่ามากพอแล้ว


“ท่านชินสุเกะ นี่เป็นของขวัญจากเหล่าคนในกองทหารอสุราครับ”

ทาเคจิเดินหอบกล่องต่างๆ มาทางทาคาสุงิที่ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ซึ่งคนแบกของเลยถือเป็นสัญญาณตกลงและวางกล่องกองไว้ข้างๆ


“ชินสุเกะ ให้ข้าน้อยได้บรรเลงบทเพลงเป็นของขวัญสำหรับวันเกิดนะขอรับ”

ต่อมาเป็นบันไซที่เดินมานั่งดีดชามิเซ็นเป็นเพลงสบายๆ จนไม่รู้ว่าเมื่อไรที่เสียงจอแจในงานเงียบสงัด เหลือเพียงเสียงบรรเลงของบทเพลงที่มาจากชามิเซ็น


“ทะ-ทะ-ท่านชินสุเกะ นี่เป็นของขวัญจากฉันค่ะ!! “

สุดท้ายคือมาทาโกะที่เดินมาด้วยอาการหน้าแดง เสียงสั่นด้วยความเขินอาย หญิงสาวคุกเข่าลงพร้อมวางกล่องของขวัญอันไม่ใหญ่ประดับอย่างงดงามไว้ตรงหน้าของทาคาสุงิ ก่อนจะลุกขึ้นวิ่งหนีกลับไปที่เดิม


“หวา ท่านชินสุเกะคงไม่ได้ไม่พอใจอยู่ใช่มั้ยคะ”

มาทาโกะที่วิ่งกลับมากระซิบเสียงสั่นกับรุ่นพี่ทั้งสอง บันไซหันไปมองทาคาสุงิทีหนึ่ง ก่อนจะหันมาพูดยิ้มๆ

“ไม่หรอกขอรับ ก็ท่วงทำนองของชินสุเกะในตอนนี้น่ะ...”

‘มันแฝงไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นอย่างหาได้ยากยิ่งไงล่ะขอรับ’




(4) -เกิดใหม่-


     พอมาย้อนคิดดูแล้ว ในช่วงชีวิตที่แล้วของเขา ก็ได้ผ่านงานวันเกิดของตัวเองมาหลายรูปแบบจริงๆ


ทาคาสุงิได้แต่คิดเช่นนั้น เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมวนมาถึงอีกครั้งในปีนี้


เป็นเวลานานแล้วหลังจากที่เรื่องทุกอย่างจบลง หลังจากที่ ‘ทาคาสุงิ ชินสุเกะ’ ตายลง และเป็นเวลาปีกว่าแล้วหลังจากที่มาทาโกะพบตัวเขาซึ่งมาเกิดใหม่ด้วยพลังของอัลทาน่า ตัวเขาในยามนี้มีอายุร่างกายเท่ากับตอนที่ตายไปแล้ว ความทรงจำเดิมก็ฟื้นคืนกลับมาหมดแล้ว ช่วงก่อนหน้านี้เองก็ได้มีโอกาสไปเจอเหล่าคนรู้จักคนอื่นๆ แล้วด้วย


ปัจจุบันสงบสุข เพียงแต่ไม่รู้ว่าด้วยร่างกายนี้...ร่างกายที่เหมือนกับอาจารย์โชโย...เหมือนกับอุซึโระ อะไรคือสิ่งที่รอตัวเขาอยู่ในอนาคตกัน?


ความคิดที่ล่องลอยของทาคาสุงิถูกขัด เมื่อได้ยินเสียงเจี๊ยวจ๊าวดังมาจากข้างนอกที่พักอาศัยในปัจจุบันซึ่งเขาพักอยู่ร่วมกับอดีตลูกน้องทั้งสองอย่างมาทาโกะและทาเคจิที่ช่วยกันเลี้ยงดูเขา

เมื่อเห็นปลายผมสีทองผ่านหางตา ทาคาสุงิก็ถามออกไป

“มีเรื่องอะไรกัน มาทาโกะ?”

“อะ! ท่านชินสุเกะคะ พอดีว่า...”


ด้านนอกตัวบ้าน มีชายหนุ่มสามคนกำลังยืนคุยกับชายอีกคนอยู่

“ขอโทษนะครับ แต่พวกคุณช่วยรอให้เราบอกท่านชินสุเกะก่อนก็แล้วกันครับ”

คนที่ยืนขวางชายอีกสามไว้คือทาเคจิที่เพิ่งบอกให้มาทาโกะเข้าบ้านไปแจ้งเรื่องแขกทั้งสามจรงหน้า


“น่ารำคาญจริง พวกเราอุตส่าห์ถ่อมาด้วยความหวังดีนะเว้ย ทำไมต้องรอไอ้บ้านั่นอนุญาตก่อนจะเข้าบ้านด้วย เมื่อยก็เมื่อย ร้อนก็ร้อน”

ชายที่บ่นมีผมสีเงินหยักศก ทำหน้าไม่พอใจแล้วก็ยังคงบ่นต่อไป ส่วนอีกสองคน ทางชายผมยาวนั้นยืนกอดอกรออย่างอดทน ส่วนชายอีกคนที่ใส่แว่นกันแดดก็เอาแต่หัวเราะสร้างความรำคาญแก่คนอื่นยิ่งนัก

ใช่ ชายหนุ่มทั้งสามจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากกินโทกิ คาซึระ และซากาโมโต้


“พวกแกมาทำอะไร? ”

แล้วในที่สุดคนที่พวกเขารอก็เดินออกมาพร้อมหญิงสาวผมทอง ทาคาสุงิไล่มองเพื่อนทั้งสามด้วยความสงสัย


“อะฮะๆ อะฮ่าๆๆ ถามอะไรแปลกๆ ล่ะทาคาสุงิ วันนี้ก็ต้องฉลองไงล่ะ ฉลอง! ฮ่าๆๆ”

คำพูดของซากาโมโต้ที่พูดไปหัวเราะไปไม่ได้ช่วยทำให้ทาคาสุงิเข้าใจอะไรมากขึ้นจึงหันไปหาอีกสองคนแทน

“วันนี้เป็นวันเกิดของนายนี่...ถึงจะเกิดใหม่แล้วก็เถอะนะ”

เป็นคาซึระที่ช่วยขยายความให้เข้าใจ

“แล้วก็ไม่ต้องมาทำหน้าอยากไล่พวกฉันกลับเลยนะว้อย ในเมื่อไอ้พวกนี้ก็ลากฉันมาถึงนี่แล้ว งั้นยังไงก็ต้องได้เข้าไปล่ะ”

กินโทกิชี้เพื่อนสองตัวที่บุกไปลากเขาจากบ้านให้มาด้วยกัน ก่อนจะถือวิสาสะเดินเบียดเจ้าของบ้านเข้าบ้านไปโดยไม่สนใจคำทักท้วงใดๆ


“อ้ะ เดี๋ยวสิซากาตะ กินโทกิ...ว้าย!”

มาทาโกะร้องหลังโดนเบียดผ่านไป แล้วก็ร้องอีกทีเมื่อชายอีกสองคนเดินเรียงแถวตามเข้าไปติดๆ

“ขออนุญาตนะคร้าบ”

“อะฮ่าๆๆ ขออนุญาตคร้าบ”

ทาเคจิและมาทาโกะจึงได้แต่หันมองทาคาสุงิอย่างทำอะไรไม่ถูก



สุดท้ายแขกทั้งสามก็ทำให้เกิดงานฉลองวันเกิดขึ้นได้สำเร็จตามประสงค์จนได้ สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม ซากาโมโต้หัวเราะและบอกให้ส่งบิลไปเก็บกับไคเอ็นไตได้ตามสบาย


“ฮะๆๆ นึกถึงเมื่อตอนสงครามเลย ตอนนั้นพวกเราก็ช่วยกันเกลี้ยกล่อมจนทาคาสุงิยอมให้จัดงานวันเกิดกันนี่เนอะ ฮ่าๆๆ”

“พวกเราเองก็เคยจัดงานวันเกิดให้ท่านชินสุเกะกันคนในกองทหารอสุราเหมือนกันนะคะ! ใช่มั้ยคะ รุ่นพี่ทาเคจิ”

“ครับ ลืมไม่ลงเลยล่ะ”

“ฉันจำได้ว่าเมื่อตอนเด็กเอง ถ้าไม่ใช่เพราะฉันพูดถึงเรื่องวันเกิดของหมอนั่นกับอาจารย์โชโย เราก็คงไม่ได้มีโอกาสจัดงานกันหรอก”

ในด้านหนึ่ง ซากาโมโต้ มาทาโกะ ทาเคจิ และคาซึระ กำลังพูดคุยกันถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมา แต่ชายผู้เป็นหัวข้อนั้นแม้จะได้ยินทุกอย่าง ก็ทำเพียงแค่ยกจอกเหล้าขึ้นจิบเหมือนไม่สนใจ


“จากที่ฟังๆ มาเนี่ย สรุปแกไม่คิดจะสนใจวันเกิดตัวเองถ้าไม่มีคนจัดให้จริงๆ ใช่มั้ยเนี่ย”

กินโทกิหันไปฟังที่คนอื่นพูดก่อนจะหันกลับมาพูดเสียงเยาะใส่คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามตัวเอง

“ไม่ใช่เรื่องที่ต้องสนใจขนาดนั้นนี่”

ทาคาสุงิตอบไปเช่นนั้น แต่กินโทกิก็รู้สึกได้ว่าแม้ไอ้หมอนี่ไม่ได้สนใจเรื่องวันเกิดจริงตามที่พูด แต่ว่า...

“ไม่ต้องทำปากแข็งนะเว้ย แกก็ดีใจที่คนอื่นช่วยกันจัดงานให้นี่หว่า? “

ได้รับสายตามองแรงกลับมา แต่เขาคือใคร? ดวงตาสีแดงส่องประกายท้าทาย แสยะยิ้มกวนสู้กลับไป


“จะว่าไป...”

เหมือนจะนึกอะไรออก เมื่ออยู่ๆ กินโทกิก็ชะงักก่อนจะยกจอกเหล้าในมือไปจ่อตรงหน้าทาคาสุงิ

“ทำบ้าอะไรของแก? “

คนผมดำมองการกระทำที่เขาไม่เข้าใจความหมายจึงถามออกไป


“อะไร ความจำสั้นนะแกน่ะ...ฉันก็บอกแล้วไง ว่าอยากจะลองแลกจอกเหล้ากับแกดู

เป็นคำพูดที่ทำให้ทาคาสุงิเงียบไป ความทรงจำเมื่อยามที่ใกล้ตายหวนกลับมา และเขาก็ถอนหายใจ

“แกล่ะมั้งที่ความจำสั้น...ฉันเองก็บอกแล้วไง ถ้ามีเวลามาทำอะไรแบบนั้น ฉันเอาชัยชนะมาจากแกอีกสักครั้งแทนดีกว่า

แม้จะว่าไปแบบนั้น จอกเหล้าในมือของทาคาสุงิก็ถูกยกขึ้นชนกับจอกเหล้าตรงหน้าจนส่งเสียงดังแก๊ง


“เฮ้ย พวกนายทำอะไรกันอยู่สองคนไม่บอกชาวบ้านน่ะ”

“อะฮะๆๆ ไหนๆ ให้ฉันร่วมด้วยสิ ฮ่าๆๆ “

“ท่านชินสุเกะ จะรับอาหารอะไรเพิ่มมั้ยคะ?“


พอหันมองไปข้างๆ ที่เริ่มส่งเสียงโหวกเหวกกัน สุดท้าย รอยยิ้มบางๆ ก็ถูกจุดขึ้นที่มุมปากของทาคาสุงิ ย้อนนึกถึงความคิดก่อนหน้านี้


ด้วยร่างกายนี้ ไม่รู้ว่าในอนาคตจะเกิดสิ่งใดขึ้นบ้าง แต่เพียงแค่ในปัจจุบันที่เขาได้ใช้ชีวิตร่วมกับคนเหล่านี้ ของอย่างอนาคตน่ะเขาจะพับมันเก็บไว้ก่อนก็ได้

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Runirin จากทั้งหมด 6 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น