merry Christmas ทะลุฝัน วันคริสต์มาส

ตอนที่ 1 : ทะลุฝัน วันคริสต์มาส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    26 ธ.ค. 63

" อืม… จะเอายังไงดีนะ อืม… " เสียงใสๆ ของเด็กสาวร่างเล็กพึมพำขึ้นมาพร้อมกับจ้องหน้าจอเปล่าด้วยสีหน้าครุ่นคิด ซึ่งเหตุผลที่เธอต้องมานั่งครุ่นคิดในวันนี้ก็เพราะเมื่อสองวันก่อนช่วงบ่ายๆ เด็กสาวได้ไปเห็นกิจกรรมกลุ่มมา ซึ่งน่าสนใจมากๆ เป็นการแต่งนิยายในธีมคริสต์มาส แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า.. " โอย!! คิดไม่ออกเว้ย "

" นิยายในวันคริสต์มาสงั้นหรอ จะเริ่มยังไงดีล่ะเนี่ย " เด็กสาวบ่นออกมาด้วยความรำคาญใจที่ตัวเองไม่สามารถทำในสิ่งที่ต้องการได้ แม้ในตอนนี้เธอจะคิดไม่ออก แต่เธอก็อยากจะแต่งนิยายในธีมที่กลุ่มกำหนดขึ้นมาสักเรื่องเพื่อพัฒนาตนเอง แต่หลังจากนั่งคิดนอนคิดมาแล้วกว่าสองวัน เธอก็ยังสมองตันอยู่ดี " เฮ้อ หรือเราจะถอดใจไปเลยดีนะ "

" ทำยังไงก็คิดไม่ออกเลยจริงๆ หนาวก็หนาว อุตสาจะแต่งนิยายในวันคริสต์มาสทั้งทีแต่ไม่มีแรงบรรดาลใจหรือพล๊อตอะไรเลย แย่จริง ๆ " เด็กสาวถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะตั้งจิตพูดขึ้นมา " นี่ก็ใกล้จะถึงวันคริสต์มาสแล้ว จะมีอะไรเป็นแรงบันดาลใจให้ฉันได้มั้ยน้า เฮ้อ.. หรือที่เขาว่ามนต์มหัศจรรย์วันคริสต์มาสน่ะ มันไม่เคย...มีจริง "

" อะ.. " ในระหว่างนั้นเอง แสงสีฟ้านวลสวยของบางอย่างก็ส่องสว่างทอดผ่านหน้าต่างเข้ามากระทบกับดวงตาสีน้ำตาลอัลมอนต์คู่สวย เด็กสาวแหวกผ้าม่านมองหาต้นเหตุของแสงนั้นอย่างสงสัยทันที " นั้นมันแสงอะไรน่ะ?! "

" แสงสีฟ้าด้วย สวยจัง มันแสงของอะไรนะ อยากรู้แต่จะลงไปดูดีรึเปล่า หรือไม่ลงไปดีนะ " ในขณะที่เด็กสาวกำลังบ่นพึมพำอยู่กับตัวเองนั้น จู่ๆ ไฟภายในบ้านก็ดับไปเสียดื้อๆ พร้อมกับเสียงกุกกักกุกกักที่ดังเป็นจังหวะอยู่ชั้นล่างของบ้าน " สะ.. เสียงอะไรน่ะ "

เด็กสาวหันไปมองที่ประตูหน้าห้องอย่างลังเลใจ ตอนนี้เธอกำลังปลอบใจตัวเองอยู่ว่าเสียงที่ได้ยินอาจจะเป็นเสียงแม่ของเธอ แต่.. แม่ของเธอไม่อยู่ นั้นแหละคืออุปสรรคที่ทำให้เด็กสาวคิดปลอบตัวเองไม่ได้ " จะลงไปดูดีมั้ย หรือจะไม่ดี ทำไมฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยนะ งือ… "

กุกกักกุกกัก เสียงนั้นดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ในความมืด เด็กสาวเบิกตากว้างมองประตูหน้าห้องด้วยความตกใจ " ทำยังไงดีล่ะ ไม่ว่าจะอะไรก็ช่างเถอะ แต่ได้โปรดอย่ามาทางนี้เลย ได้โปรด.. ใครก็ได้ช่วยฉันด้วย "

กึก เสียงนั้นหยุดลงแล้ว แต่ราวกับฟ้าไม่เป็นใจ เพราะมันหยุดลงที่หน้าห้องเธอ เด็กสาวอ้าปากผงาบๆ ด้วยความกลัว อารมณ์เหมือนเธอกำลังเล่นเกมส์ผีแต่นี่มันแตกต่างตรงที่เป็นของจริง และมันกำลังพยายามเปิดประตูเข้ามาแล้วด้วย ดวงตาคู่สวยหันมองไปรอบๆ อย่างหาทางรอด เด็กสาวกลั้นหายใจด้วยความกลัวก่อนจะรีบมุดตัวเข้าไปใต้เตียงทันที 'ทำไมฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยนะ แถมต้องมาเจอวันที่แม่ไม่อยู่อีก แง อยากจะร้องไห้ที่สุดในโลกเลย'

ปัง " คึคึคึ " ประตูห้องถูกกระแทกเปิดเสียงพร้อมกับเสียงฝีเท้าและเสียงหัวเราะน่าขนลุกที่ดังเข้ามาภายในห้อง ยิ่งได้ยินเด็กสาวยิ่งกลั้นหายใจมากกว่าเดิม ความต้องการตอนนี้มีเพียงอย่างเดียวก็คือ อยากรอดจากอะไรก็ตามที่มาเยือนนี้ อยากรอดไปให้ได้ " คึคึคึ "

เสียงหัวเราะนั้นมันยังคงดังก้องอยู่ เด็กสาวนอนนิ่งมองรองเท้าหนังสีหม่นๆ ตามความมืดที่กำลังเดินรอบเตียงนั้นเงียบๆ 'ไปสิ ไปสักทีสิ อย่ามายุ่งกับฉัน ได้โปรดใครก็ได้ช่วยฉันด้วย'

" ข้ารู้นะ ว่าเจ้าอยู่ที่นี่ คึคึคึ ออกมาดี ๆ นะ เด็กน้อย " เสียงแหบพร่าพูดขึ้น พร้อมกับหัวเราะน่าขนลุกขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนเจ้าของเสียงจะก้มลงมองใต้เตียงที่เด็กสาวอยู่ราวกับรู้อยู่แล้ว " ออกมาซะ นังหนู "

" อ้าย!! " เด็กสาวร้องลั่น ก็จะไม่ให้ร้องได้ยังไงกันล่ะ เพราะชายตรงหน้าเธอตอนนี้มีสภาพที่ดูน่ากลัวเป็นอย่างมาก ผมยุ่งยักรังราวกับไม่ได้สระมาหลายปี และมีดเปื้อนเลือดที่อยู่ในมือของเขา มันทำให้เด็กสาวกลัวจนแทบขาดสติ " ออกไปนะออกไป อย่ามายุ่งกับฉันออกไป "

" คึคึคึ วันนี้เจ้าจะได้เป็นอาหารของข้า เด็กไม่ดีต้องโดนต้มกิน คึคึคึ " ชายประหลาดพูด พร้อมกับตวัดมีดเข้าไปหาเด็กสาว แต่ด้วยเตียงที่มีขนาดกว้างทำให้มีดนั้นตวัดไปไม่ถึง " ออกมาซะนังหนู ออกมา คึคึคึ "

ชายประหลาดพูด พร้อมกับยกเตียงไม้ขึ้นหวังจะเข้าหาตัวเด็กสาว แต่ทว่าวินาทีนั้น เพล้ง.. เสียงเหมือนกับกระจกแตกออกจากกันดังขึ้นพร้อมกับแสงสีฟ้าส่องสว่างจ้าทั่วห้อง " อะ… กวาง!! "

กวางเรืองแสงตัวหนึ่งกระโจนเข้ามาทางหน้าต่างห้องของเด็กสาว ตอนนี้มันยืนอยู่ตรงหน้าเธอนิ่ง ดวงตาใสกรีดคมมองมาที่เธอราวกับจะสื่ออะไรสักอย่าง ซึ่งเธอไม่เข้าใจ และในตอนนั้นเองที่เธอมองเห็นชายประหลาดคนนั้นกำลังเงื้อมีดขึ้นมาเพื่อจะปักลงไปที่เจ้ากวาง " ระวัง!! "

เจ้ากวางหลบคมมีดของชายน่ากลัวได้อย่างหวุดหวิด ก่อนมันจะวิ่งวนกลับมาหาเด็กสาว พร้อมกับใช้หัวดันหลังเด็กสาวอย่างแรงจนเธอเซไปใกล้หน้าต่างที่แตกตรงจุดที่มันเข้ามา " นี่แกทำอะไรน่ะ เราจะต้องไปลงทางบันไดนะ ฉันลงทางเดียวกับแกไม่ได้ ไม่ ๆ ม่าย!! "

ร่างเล็กถูกผลักจนเซตกลงจากชั้นสองของบ้านทางหน้าต่าง วินาทีนั้นเด็กสาวหลับตาด้วยความกลัว เพราะคิดว่าตัวเองต้องไม่รอดแล้วแน่ ๆ แต่เธอคิดผิด ร่างของเธอไม่ได้หล่นลงมากระแทกพื้นแต่อย่างใด กลับกัน ตอนนี้เด็กสาวกำลังนั่งอยู่บนหลังเจ้ากวางเรืองแสงตัวเดิม " อะ.. เจ้ากวาง "

" คึคึคึ จะหนีไปไหนนังหนู มาให้ข้าจับซะดีๆ " เสียงน่าขนลุกดังขึ้นมาตามหลัง พร้อมกับร่างหนาน่ากลัวที่วิ่งตามมา และดวงตาสีแดงเพลิงนั้นมองเธออย่างมีเป้าหมาย

" ไม่!! " เด็กสาวร้องขึ้นมาด้วยหวาดกลัว แต่ราวกับเจ้ากวางมันรู้สิ่งที่เธอคิดอยู่ในใจ มันพาเธอวิ่งตรงไปตามทางถนนด้วยความรวดเร็ว จนกระทั่งชายประหลาดคนนั้นวิ่งตามมาไม่ทันในที่สุด " เจ้ากวางหยุดเถอะ มันคงไม่ตามมาแล้วแหละ เจ้ากวาง…!! "

เด็กสาวพยายามบอกเจ้ากวางให้หยุด แต่บอกเท่าไหร่มันก็ไม่หยุดเลยสักนิดอีกทั้งยังวิ่งเร็วขึ้นมากกว่าเดิม และที่แย่กว่านั้นมันกำลังวิ่งตรงเข้าไปในป่าข้างทาง ซึ่งเธอไม่ชอบเลยสักนิดเดียวแม้จะไม่รู้สึกถึงอันตรายเลยสักนิดก็ตาม " หยุดสิเจ้ากวาง หยุดนะ ฉันบอกให้หยุดไง หยุด!! "

ในที่สุดเสียงของเด็กสาวก็ส่งถึงเจ้ากวางสีฟ้าแล้ว แต่ไม่รู้ควรจะเรียกว่าโชคดีหรือโชคร้ายเพราะเจ้ากวางหยุดกระทันหัน ทำให้ร่างของเด็กสาวกระเด็นออกจากตัวเจ้ากวางตกลงไปบนพื้นตรงหน้า ก่อนเจ้ากวางจะวิ่งหายไปทิ้งให้เธอนอนนิ่งอยู่ในความมืดเพียงลำพัง " เจ้ากวางหายไปน่ะ อย่าทิ้งฉันไว้แบบนี้สิ ฮือ.. ;-; "

ดวงตาคู่สวยหันมองไปรอบๆ อย่างไร้ทางไป ตอนนี้เธออยากจะร้องไห้เหลือเกิน ถึงจะสามารถหนีรอดจากชายประหลาดมาได้ แต่เธอก็ไม่รู้ว่าที่ที่เธออยู่ตอนนี้มีอันตรายอะไรรึเปล่า จึงไม่กล้าที่จะขยับไปไหน และในขณะนั้นเอง แสงสีฟ้านวลก็ส่องสว่างขึ้นมายังอีกฝั่งของจุดที่เธออยู่ ซึ่งเด็กสาวคิดว่าน่าจะเป็นเจ้ากวางแน่ ๆ จึงลุกวิ่งเข้าหาแสงนั้นทันที " เจ้ากวาง "

" อะ.. " ดวงตาสีน้ำตาลสวยปรือตามองไปรอบๆ ด้วยความสงสัย เมื่อจู่ๆ เธอก็สลบไป และตอนนี้เธอก็มานอนแผ่ร่างอยู่ที่ไหนแล้วก็ไม่ทราบ " เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ แล้วฉันอยู่ที่ไหนกัน "

" ตื่นแล้วหรอเพคะองค์หญิง " หญิงสาวคนหนึ่งยื่นหน้าเข้ามาใกล้เด็กสาว พร้อมกับยิ้มให้ แต่ที่น่าตกใจมากกว่านั้นก็คือ เธอคนนั้นมีเขาอยู่บนหัวด้วย " ทรงเป็นยังไงบ้างเพคะองค์หญิง ยังปวดหัวอยู่รึเปล่าเพคะ "

" อ๊าย!! ออกไปนะออกไป ๆ " เด็กสาวกระเด้งตัวลุกขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยความหวาดกลัวทันที ถึงแม้อีกฝ่ายจะดูไม่น่ากลัวเลยก็ตาม แต่ก็อย่างที่เห็น คนตรงหน้ามีเขานั้นก็แปลว่าไม่ใช่คนแน่นอน " อย่าเข้ามานะ อย่า ๆ ฉันกลัวแล้ว อย่า… "

" ทรงเป็นอะไรไปเพคะองค์หญิง " หญิงสาวถามเด็กสาวเบื้องหน้าด้วยสีหน้าเป็นห่วง " ทรงกลัวหม่อมฉันทำไมเพคะ ทรงมองหน้าหม่อมฉันให้ดีสิเพคะ หม่อมฉันไม่ทำอะไรองค์หญิงหรอก "

" รู้ได้ยังไงกันล่ะ " เด็กสาวพูดพร้อมกับถอยหลังไปจนแผ่นหลังเล็กชินติดขอบเตียงแล้วกอดเข่ามองคนโตกว่าด้วยความหวาดกลัว " เธอเป็นใครแล้วที่นี่ที่ไหน ฉันอยากกลับบ้าน ฮือ;-; "

" ที่นี่คือปราสาทแก้วที่ประทับขององค์หญิงไงเพคะ " หญิงสาวตอบคำถามของเด็กสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน " และหม่อมฉันมาเรียไงเพคะ มาเรียพี่เลี้ยงที่เล่นกับองค์หญิงตลอดไงเพคะ ทรงลืมหม่อมฉันได้อย่างไรเพคะ "

" หะ ราชวัง!? มาเรีย!? " เด็กสาวทวนคำพูดที่หญิงสาวพูดซ้ำด้วยน้ำเสียงสงสัยระคนตกใจ 'ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ ก็ฉันจำได้ว่า… หรือว่า!! ฉันจะตายไปแล้ว แล้วก็มาเกิดใหม่เหมือนในนิยายที่เคยอ่านกันนะ บ้าน่า! '

" ใช่เพคะ ที่นี่คือราชวังแก้ว และหม่อมฉันคือมาเรีย พี่เลี้ยงของพระองค์ ทรงจำหม่อมฉันได้รึยังเพคะ "

'ม่าย ฉันไม่รู้จักเธอ' เด็กสาวปฏิเสธพี่เลี้ยงสาวในใจ แต่พยักหน้ารับแตกต่างจากสิ่งที่คิด " ว่าแต่ มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมฉันถึงมานอนอยู่แบบนี้ "

" หลังจากที่พระองค์ทรงรู้ว่าในอีกมะรืนนี้จะได้เข้าพิธีวิวาห์กับเจ้าชายวิลเลี่ยมดินแดนข้าง ๆ ก็ทรงสลบไปเลยเพคะ " มาเรียตอบนายสาวด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับหันไปหยิบอ่างล้างหน้ามาวางตรงหน้าเด็กสาว " ทรงดีใจมาก ๆ เลยใช่มั้ยล่ะเพคะ ก็องค์หญิงกับองค์ชายทรงสนิทกันตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วนี่นา มาล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นสักนิดก่อนเถอะเพคะ เดี๋ยวหม่อมฉันจะไปเอาของว่างมาให้ แล้วเราไปเฝ้าพระราชบิดาขององค์หญิงกัน "

'ดีใจมาก ดีใจมาก ๆ เลยค่า ดีใจจนจะร้องไห้แล้ว งือ;-;' เด็กสาวก้มหน้าก้มตาทำตามที่พี่เลี้ยงบอกเงียบๆ 'นี่อย่าบอกนะว่าฉันตายไปแล้วจริงๆ น่ะ หรือว่าตอนที่ฉันกำลังวิ่งอยู่นั้นฉันวิ่งไปสะดุดล้มหัวโขกก้อนหินตายกันนะ ฮือ อนาถจริงๆ ตัวฉัน'

ทว่าในขณะที่กำลังคิดอยู่นั้นดวงตาคู่สวยก็เห็นเงาสะท้อนภาพใบหน้าของตนเองในน้ำพอดี " อะ.. นั้นมันฉันหรอ "

" เพคะ? เมื่อกี้ทรงว่าอะไรนะเพคะ "

" เอิ่ม.. " เด็กสาวหันมามองมาเรียสักพักด้วยความไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น ก่อนจะบอกสิ่งที่ต้องการ " กระจก กระจกอยู่ไหนหรอ ฉันอยากได้กระจก "

" กระจกหรือเพคะ ก็อยู่ในห้องแต่งตัวไงเพคะ " มาเรียตอบนายสาว ก่อนจะหันมากำซับเด็กสาวอีกรอบ " ทรงล้างหน้าล้างตาได้แล้วเพคะ จะได้รีบไปแต่งตัว ทานอาหารและไปเฝ้าพระบิดากัน "

" แต่.. "

" และจะได้รีบไปส่องกระจกด้วยยังไงล่ะเพคะ " หญิงสาวยิ้มบอกนายสาวอย่างรู้ทัน เด็กสาวเบิกตาพร้อมกับพยักหน้ารับก่อนจะรีบทำตามที่พี่เลี้ยงบอกทันที ตอนนี้เธอไม่สนใจแล้วว่าคนตรงหน้าจะเป็นมนุษย์หรือไม่ รู้แค่ว่าไม่อันตรายก็ดีมากแล้ว

ดวงตาสีน้ำตาลอัลมอนด์มองตัวเองผ่านกระจกเงาด้วยความตะลึง ตอนนี้เธอไม่มีคราบของยัยเด็กแก่นแก้วแต่งตัวไม่เป็นตามชนบทอีกแล้ว นิ้วเรียวค่อยๆ ยกขึ้นลูบแก้มนวลเบาๆ อย่างไม่เชื่อสายตา " สวยจัง "

" เพคะ องค์หญิงทรงมีพระรูปโฉมงดงามเหนือหญิงใดในอาณาจักรนี้เพคะ พระองค์ทรงมีความละม้ายคล้ายคลึงกับพระราชมารดาอย่างมากเลยนะเพคะ สมแล้วที่พระชาราจะรักและเอ็นดูเช่นนี้ " พี่เลี้ยงสาวยิ้มมองคนหน้าสวยผ่านกระจกตรงหน้าอย่างปราบปลื้มเอ็นดู พร้อมกับลูบเรือนผมสีแดงเพลิงนุ่มเบาๆ

" จริงสิมาเรีย " เด็กสาวหันหน้ามองพี่เลี้ยงสาวด้วยสีหน้าสงสัย " พระราชามีฉันเป็นลูกคนเดียวหรอ อืม.. หมายถึงลูกสาวน่ะ "

" ลูกสาว? "

" เอิ่ม.. หมายถึงท่านพ่อมีฉันเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวหรอ " เด็กสาวยิ้มถามพี่เลี้ยง ความจริงเธออยากรู้ตัวเองต่างหาก แต่ไม่อยากถามตรง ๆ จึงถามไปให้หมดในคราวเดียวเลย " ตอบมาสิ "

" อ่อ พระชาราทรงมีบุตรสาวทั้งหมดหกพระองค์เพคะ และองค์หญิงฟีนิกซ์ ของหม่อมฉันก็คือธิดาคนสุดท้องของพระราชาเพคะ " พี่เลี้ยงสาวตอบยิ้ม ๆ พร้อมกับหยิบมงกุฎที่วางอยู่บนพานแก้วข้างๆ มาสวมบนหัวนายสาวด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ " และองค์หญิงยังเป็นบุตรสาวของพระราชินีโดยตรงด้วยนะเพคะ เพราะฉะนั้นจึงทรงมีสิทธิ์ในวังนี้มากกว่าใครด้วยนะเพคะ "

'หูว ขนาดนั้นเลยหรอ' เด็กสาวมองตัวเองในกระจกพร้อมกับทำหน้าเหมือนไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน แต่เรื่องอำนาจพวกนั่นน่ะเด็กสาวไม่สนหรอก สิ่งที่สนตอนนี้ก็คือ ชื่อและวิธีกลับบ้านต่างหาก " เธอลองพูดชื่อเต็มๆ ของฉันสิมาเรีย ฉันอยากได้ยินมันอีกจังเลย "

" เพคะ " มาเรียตอบรับนายสาวทันที " องค์หญิงฟีนิกซ์ ซัน เดียน่าของหม่อมฉัน ทรงงดงามที่สุดเลยเพคะ และจะงดงามกว่านี้หากทรงไปแต่งตัวจัดผมให้เข้าที่นะเพคะ "

เด็กสาวยิ้มกริ่ม เปล่าที่ยิ้มไม่ใช่เพราะชอบคำชื่นชมนั้นหรอก แต่เพราะเธอกำลังยิ้มกลบความคิดที่ว่า 'ฟีนิกซ์ ซัน เดียน่าหรอ เดี๋ยวนะ ทำไมมันถึงได้.. คุ้น ๆ เหมือนกับนางเอกนิยายที่เราแต่งเลยล่ะ!!? '

" องค์หญิง… "

" เดี๋ยวก่อนอย่ารีบสิ พี่มาเรียลองพูดชื่อฉันกับชื่อแม่ฉันหน่อยสิ " เด็กสาวยิ้มมองพี่เลี้ยงสาวด้วยสายตาร้องขอ " น่า เดี๋ยวพอพี่พูดจบฉันก็จะได้ไปแต่งตัวยังไงล่ะ "

" พี่หรอเพคะ " มาเรียมองเด็กสาวตรงหน้านิ่งไปพักหนึ่ง ด้วยความรู้สึกว่าเด็กสาวแปลกไป ก่อนจะตอบคำถาม " องค์หญิงทรงมีชื่อว่าฟีนิกซ์ ซัน เดียน่า และพระมารดาขององค์หญิงทรงมีชื่อว่า องค์สมเด็จพระราชินีลีน่า ซัน เดียน่าเพคะ "

'นั้นไง ชัดเลย ชัดเจนเลย' เด็กสาวนั่งนิ่ง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ ก็จะไม่ให้ตกใจได้ยังไงล่ะ ลีน่า และฟีนิกซ์ ทั้งคู่เป็นสองแม่ลูกที่อยู่ในนิยายของเด็กสาว ซึ่งมันยังไม่จบ ยังคงดองอยู่ แต่ไม่คิดว่าตนเองจะมาเจออะไรแบบนี้ " เอิ่ม.. "

" ทรงไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้วเพคะ เดี๋ยวจะเลยเวลาทานอาหารเปล่า ๆ มากับหม่อมฉันเพคะ " มาเรียไม่ปล่อยให้นายสาวได้โอกาสเปลี่ยนเรื่องอีกต่อไป เธอรีบดันร่างของเด็กสาวตรงไปยังห้องอาบน้ำทันที

เวลาผ่านไปสักพัก เด็กสาวกลับมายืนอยู่หน้ากระจกอีกครั้ง และครั้งนี้มีการแต่งองค์ทรงเครื่องเป็นอย่างดี " อืม เธอก็สวยเหมือนกันนะเนี่ยฟีนิกซ์ ตอนที่ฉันคิดภาพเธอ ไม่คิดว่าเธอจะสวยขนาดนี้เลย "

" เพคะ องค์หญิงทรงงดงามอยู่แล้วเพคะ " พี่เลี้ยงสาวเดินมาพร้อมกับหีบหนึ่งใบในมือ ก่อนจะมาวางลงข้างๆ เด็กสาว พร้อมกับเปิดหีบออก " ทรงเลือกเครื่องประดับสิเพคะ อยากใส่ชิ้นไหนก็หยิบเลย เดี๋ยวหม่อมฉันใส่ให้ "

" หูว!! " เด็กสาวเบิกตาโตมองเครื่องเพชรในหีบตรงหน้า 'นี่มันอะไรกันเนี่ย ถึงจะเคยบรรยายเอาไว้ว่าฟีนิกซ์มีเครื่องประดับสวยๆ มากมายแต่ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้ สุดยอดเลย' เด็กสาวคิด ก่อนจะหยิบเครื่องประดับที่คิดว่าสะดุดตาที่สุดขึ้นมา " เอาอันนี้ "

" เพคะ หม่อมฉันติดเครื่องประดับให้เสร็จแล้ว เราไปห้องอาหารกันเลยนะเพคะ หม่อมฉันว่าพระราชาต้องต้องรออยู่แน่ ๆ " มาเรียยิ้มบอกนายสาว

" จ๊ะพี่ "

" องค์หญิงแฮนนาเสด็จแล้ว " เสียงทหารร้องบอกต่อๆ กันตั้งแต่หน้าห้องอาหารไปจนถึงข้างใน นักเขียนสาวในร่างองค์หญิงยืนมองการกระทำเหล่านั้นอยู่ข้าง ๆ พี่เลี้ยงเงียบ ๆ พร้อมกับทำสีหน้าไม่ค่อยดีเหมือนกำลังสื่อให้มาเรียรู้ว่าเธอไม่อยากเดินเข้าไป

" ทรงเดินไปสิเพคะองค์หญิง อย่าทรงรีรออยู่เลยเพคะ " มาเรียยิ้มบอกเด็กสาว ก่อนจะจับมือคนตรงหน้าเพื่อให้กำลังใจ " หากกลัว เดี๋ยวหม่อมฉันจะพาไปเองเพคะ "

" องค์หญิงฟีนิกซ์เสด็จแล้ว " เสียงทหารร้องต่อๆ กันดังลั่นไปทั่วห้องอาหาร เด็กสาวเดินไปพร้อมๆ กับพี่เลี้ยงด้วยความลำบากใจ เอาจริงๆ เธอว่าการทำแบบนี้มันเอิกเกริกมากจนเกินไป มันทำให้คนที่มีพื้นฐานไม่ชอบเสียงดังๆ แบบเธอรำคาญมากกว่าเดิมสองเท่า ไม่สิ สามสี่เท่าเลยด้วยซ้ำ

" ลูกข้ามาแล้ว สบายดีหรือไม่ฟีนิกซ์ " ชายหนุ่มหน้าตาดีที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะอาหารกล่าวขึ้น ซึ่งมันทำให้เด็กสาวงงสนิทเพราะตั้งตัวไม่ทัน ก่อนจะพยักหน้ายิ้มเล็กน้อย

" สบายดีค่ะ " เด็กสาวยิ้มแห้งๆ ตอบ ก่อนจะเดินไปนั่งยังเก้าอี้ที่มาเรียเดินไปขยับให้เธอ 'อย่าบอกนะว่าคนคนนี้คือ พ่อของฟีนิกซ์น่ะ สุดยอด ช่างเป็นพ่อที่หล่อเท่ ไม่แก่เลยสักนิด'

" ตอนที่พ่อกำลังประกาศเรื่องการวิวาร์ของเจ้าแล้วจู่ๆ เจ้าก็สลบไปน่ะ พ่อตกใจมากเลยรู้มั้ย ตอนนี้ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วล่ะ " คนเป็นพ่อพูด แต่ดูท่าลูกสาวสุดรักของเขาจะไม่ได้ฟังที่พูดเลยสักนิด แต่กลับจ้องไปยังอาหารบนโต๊ะเขม็ง ชายหนุ่มยิ้มเอ็นดูลูกสาว เขาคิดว่าคงเป็นเพราะการที่เธอสลบไปกว่าหนึ่งวันทำให้เด็กสาวหิว จึงไม่พูดอะไรต่ออีก " งั้นเรามาลงมือทานอาหารกันเถอะ "

" ค่า " เด็กสาวยิ้มกว้าง นี้แหละคือสิ่งที่เธอรอคอย การได้ทานข้าว เพราะเมื่อวานแม่ของเธอไม่อยู่ ทำให้เด็กสาวได้กินแค่บะหมี่ซองเดียวเท่านั้น และพอได้มาเห็นอาหารน่าทานมากมายวางเรียงกันอยู่ตรงหน้าแบบนี้ทำให้เธอหิวเป็นอย่างมาก 'จะกินให้อิ่มเลย หึ'

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว เด็กสาวในร่างองค์หญิงฟีนิกซ์ก็เดินตามคนเป็นพ่อมาที่สวนของปราสาท พร้อมกับสาวใช้และมาเรีย พี่เลี้ยงสาวมาเงียบๆ

" เป็นยังไงบ้างลูก ในอีกสองวันเจ้าก็จะได้เข้าพิธีวิวาร์แล้ว ดีใจมั้ยลูก แล้วเจ้าพร้อมรึเปล่า " คนเป็นพ่อถามลูกสาวพลางยื่นมือมาลูบเรือนผมสีเพลิงร้อนเบาๆ พร้อมกับยิ้มมอง

'ไม่พร้อมเลยค่ะ ฮะ ๆ ' เด็กสาวยิ้มไม่ตอบคำถาม ก็เธอจะพร้อมได้ยังไง เด็กสาวจำได้ว่าตัวเองไม่เคยเขียนให้ฟีนิกซ์แต่งงานกับใครเลย เรื่องที่เธอเขียนน่ะ เกี่ยวกับชีวิตเปิ่น ๆ ของนางเอกล้วน ๆ แต่ทำไม

" ไม่สบายรึเปล่าลูก ทำไมทำหน้าเช่นนั้น "

" เปล๊า ไม่เป็นอะไรค่ะพ่อ หนูสบายดีทุกสิ่งทุกอย่าง ก็แค่ตกใจนิดหน่อย ทำไมจู่ๆ ถึงให้หนูแต่งงานล่ะคะ " เด็กสาวยิ้มถามชายร่างหนาตรงหน้าด้วยความสงสัย ทำไมเนื้อเรื่องถึงไม่เป็นไปตามที่เธอเขียนเอาไว้ แต่กลับตาลปัตรเป็นแบบนี้ 'มันต้องมีอะไรแน่ ๆ '

" คำพูดของเจ้าดูแปลกไปนะลูกพ่อ " คนเป็นพ่อว่าพร้อมกับขมวดคิ้วมองลูกสาวสักพัก ก่อนจะตอบคำถามของเด็กสาว " เพราะพ่อคิดว่ามันถึงเวลาแล้วนะสิ เฮ้อ.. เจ้ารีบเข้าไปในปราสาทก่อนมืดเถอะ พ่อขอตัวไปทำงานต่อก่อนดีกว่า แล้วเจอกันนะลูก "

" อะ… ค่ะ " เด็กสาวยิ้มรับพลางมองตามแผ่นหลังของพ่อด้วยความสงสัย ยังไงซะเธอก็ไม่เชื่อหรอกว่าที่อีกฝ่ายพูดมาจะเป็นความจริง อืม.. อาจจะจริงอยู่นิด ๆ ตรงที่เธอ ไม่สิ ฟีนิกซ์โตพอที่จะออกเรือนแล้ว แต่สีหน้าและน้ำเสียงที่อีกฝ่ายตอบเมื่อครู่น่ะมันเหมือนปกปิดอะไรบางอย่าง

" องค์หญิงเพคะ กลับปราสาทกันเถอะเพคะ " พี่เลี้ยงสาวกล่าวชวนด้วยรอยยิ้มหวาน " พรุ่งนี้องค์ชายวิลเลี่ยมจะเสด็จเดินทางมาแล้ว เราไปเลือกชุดสวย ๆ รอองค์ชายกันเถอะนะเพคะ "

'วิลเลี่ยม นั้นสินะ เขาเป็นเจ้าบ่าวของฟีนิกซ์นี่นา ว่าแต่… มันเป็นใครวะ? ' เด็กสาวยิ้มมุมปากมองพี่เลี้ยงสาวนิ่ง นัยตาจ้องอีกฝ่ายอย่างตั้งคำถามแต่ไม่ยอมถาม " ค่ะ เรากลับปราสาทกันเถอะ "

ภายในห้องเสื้อท่ามกลางชุดสวย ๆ มากมาย เด็กสาวนั่งเงียบขมวดคิ้วครุ่นคิดนิ่ง ไม่สนใจเสียงรอบข้างตั้งแต่กลับมาจากในสวน จนมาเรียพี่เลี้ยงสาวเริ่มเป็นห่วง " องค์หญิงเพคะ องค์หญิง "

" อะ.. คะ เอาชุดไหนก็ได้ค่ะ ไม่ต้องเลือกมากมายก็ได้ "

" ไม่ใช่เรื่องนั้นค่ะ องค์หญิงทรงเป็นอะไรไปเพคะ ทรงมีอะไรไม่สบายใจรึเปล่า หม่อมฉันเห็นองค์หญิงทำท่าไม่ค่อยดีตั้งแต่ทรงสนทนากับพระบิดาแล้วนะเพคะ " หญิงสาวถามคนเหม่อลอยตรงหน้าด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะเดินมานั่งลงใกล้ ๆ " ทรงมีอะไรไม่สบายใจ บอกหม่อมฉันได้นะเพคะ "

" พี่มาเรีย " เด็กสาวเรียกชื่อพี่เลี้ยงด้วยน้ำเสียงลำบากใจ เธอว่าเธอจำได้แล้วว่ามาเรียเป็นใคร เป็นตัวละครตัวไหน เด็กสาวมองพี่เลี้ยงครึ่งคนครึ่งกวางก่อนจะกล่าวขึ้น " ฉันรู้สึกไม่ดีเลย ฉันว่ามันเร็วเกินไปที่จะต้องมาแต่งงานแบบนี้ ฉัน… ฉันไม่แต่งได้มั้ยคะพี่ "

" อะ.. ไม่ได้เพคะ ยังไงก็ต้องทรงเข้าพิธีวิวาห์ก่อนที่วันฉลองพระคริสต์จะมาถึงเพคะ " พี่เลี้ยงสาวว่า พร้อมกับทำท่าเหมือนหวาดกลัวอะไรบางอย่าง และไม่ว่าบางอย่างนั้นจะเป็นอะไรเธอก็ต้องรู้ให้ได้

'วันฉลองพระคริสต์งั้นหรอ จะใช่วันคริสต์มาสโลกเรารึเปล่านะ' เด็กสาวคิด ดวงตาคู่สวยมองพี่เลี้ยงสาวด้วยสายตาอ้อนวอน " แต่ว่า.. ทำไมละคะ ทำไมต้องแต่งก่อนวันฉลองพระคริสต์ด้วย ก็ฉันยังไม่พร้อมนี่นา "

" องค์หญิงทรงลืมไปแล้วหรอเพคะ ว่าตนเองอายุเท่าไหร่แล้วในปีนี้ องค์หญิงทรงเป็นสาวพรหมจรรย์เพียงคนเดียวที่อายุครบสิบแปดปีในอาณาจักรนะเพคะ " มาเรียพี่เลี้ยงสาวพูดด้วยน้ำเสียงกังวลใจ ก่อนจะพูดต่อ " ซึ่งทุก ๆ คนก็รู้กันดีว่า ในทุก ๆ วันที่ 25 เดือนสุดท้ายของรอบปี จะมีปีศาจดำพลังแกร่งกล้าตนหนึ่งมาหารับสาวพรหมจรรย์ไปกิน เช่นนั้นพระชาราจึงทรงให้องค์หญิงแต่งงานในวันมะรืนนี้ยังไงล่ะเพคะ "

" หะ!! " เด็กสาวอ้าปากค้าง มองอีกฝ่ายอย่างตกใจในสิ่งที่ได้ยิน 'บ้าน่า! ในนิยายฉันไม่ได้แอบเขียนปีศาจดำบ้าบอตัวไหนลงไปเลยนะ แกมาจากไหน แกเป็นลูกใคร ให้ตายเถอะ!! '

" เพราะฉะนั้นทรงทำใจให้สบาย และรอเข้าพิธีวิวาห์เถอะนะเพคะ "

" คะ ฉันจะทำใจให้สบาย " เด็กสาวพูดเบา ๆ ราวกับคนไม่มีแรง ก่อนจะหันมองพี่เลี้ยงสาวอย่างตั้งคำถาม " ฉันขอถามอีกนิดนะพี่ ถ้าฉันเป็นสาวพรหมจรรย์อายุถึงเพียงคนเดียวในอาณาจักร แล้วที่นี้พอถึงวันที่เจ้าปีศาจมา แล้วจะเอาสาวพรหมจรรย์ที่ไหนไปให้มันหรอ "

คำถามของเด็กสาวทำให้มาเรียชะงักไป นั้นสิ ไม่มีใครคิดถึงข้อนี้เลย ปกติไม่ว่ายังไงทางอาณาจักรก็มีสาวพรหมจรรย์บูชาเจ้าปีศาจตนนั้นตลอด แต่ตกมาปีนี้สาวอายุสิบแปดต่างรีบออกเรือนกันยกใหญ่ เหลือเพียงองค์หญิงของเธอเพียงคนเดียว และถ้าไม่มีใครจะทำอย่างไร " อย่าทรงถามเช่นนี้อีกเลยนะเพคะองค์หญิง กาลข้างหน้าจะเป็นเช่นไรก็ช่าง ขอเพียงองค์หญิงปลอดภัย ก็เพียงพอแล้วเพคะ "

" ค่ะ " เด็กสาวพยักหน้ารับพร้อมกับยิ้มหวานให้พี่เลี้ยงสาว ถ้าสรุปสั้น ๆ ปีศาจดำที่น่ากลัวตัวนั้นก็คงจะเป็น ปีศาจคริสมาสต์ที่เธอชอบยกขึ้นมาหลอกน้องชายบ่อย ๆ เป็นแน่ แต่ไม่คิดว่าจะมาเจอในโลกนี้ 'จะว่าไปแล้วก็คิดถึงบ้านจังน้า เฮ้อ ใกล้จะถึงวันคริสต์มาสแล้วแท้ ๆ แต่ต้องจากบ้านมาแบบนี้ เศร้าจังเลย อยากกลับบ้านจัง ขอให้วันพรุ่งนี้ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดีด้วยเถอะ'

'อารายกันเนี่ย นี่ฉันอธิฐานขอพระเจ้านะไม่ได้อธิฐานขอซาตาน ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้' เด็กสาวนั่งขดหลบเจ้าปีศาจดำที่มาเรียวิ่งน่าตาตื่นมาบอกว่ามันเข้ามาบุกตีปราสาทด้วยสีหน้ากังวล ทั้งที่เธอคิดว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดีแล้วแท้ ๆ แต่พอตกกลางคืน เจ้าปีศาจกลับบุกมา " ไหนพี่บอกว่ามันจะมาทุกวันที่ 25 ของเดือนสุดท้ายไง แล้วทำไมมันถึงมาบุกก่อนแบบนี้ล่ะ "

" หม่อมฉันไม่รู้เพคะองค์หญิง " มาเรียมองหน้านายสาวอย่างกังวลใจ " แต่มันจะมายังไงก็ช่าง องค์หญิงทรงซ่อนองค์ก่อนเถอะเพคะ "

ครื้น เสียงเศษอิฐที่แตกออกมาเพราะแรงกระแทกจากปีกอันใหญ่ของเงาดำขมึกขมึนที่อยู่ด้านนอกปราสาทดังสนั่น ก่อนกำแพงปราสาทด้านหนึ่งจะแตกออกให้เจ้าปีศาจนั้นเข้ามาได้

" เสียงอะไรน่ะพี่มาเรีย ดังจังเลย " เด็กสาวถามพี่เลี้ยงด้วยสีหน้าหวาดกลัว พร้อมกับเข้าไปเกาะแขนมาเรียแน่น " น่ากลัวจังเลย "

" ไม่ต้องกลัวนะเพคะ หม่อมฉันจะปกป้ององค์หญิงเองเพคะ " มาเรียกล่าว นิ้วเรียวยื่นไปลูบใบหน้านวลของนายสาวเบา ๆ เป็นเชิงปลอบโยน พร้อมกับยิ้มให้ " มาหลบอยู่ทางนี้ก่อนเถอะเพคะ "

'ทำไมเธอถึงได้ดีแบบนี้นะมาเรีย ฉันรักเธอจริง ๆ เลย' ดวงตาคู่สวยมองพี่เลี้ยงสาวอย่างขอบคุณ ก่อนจะรีบวิ่งตามมาเรียไปเพื่อซ่อนตัวทันที

ร่างสีดำทมึนเดินตามทางปราสาทเข้ามา ก่อนจะหยุดมองทหารหลายนายที่ยืนถือดาบเรียงกันอยู่ด้วยสายตาหงุดหงิด พร้อมกับกล่าวด้วยเสียงอันดัง " สาวพรหมจรรย์ ข้าต้องการสาวพรหมจรรย์ จงเอานางมาให้ข้า "

" ไม่ ข้าจะไม่ยกลูกให้เจ้าแน่ ๆ เจ้าปีศาจชั่ว " เสียงห้าวหาญของคนเป็นพ่อกล่าว พร้อมกับถือดาบอันใหญ่ยืนเผชิญหน้ากับเจ้าปีศาจตรงหน้า

" หึหึหึ ดี " เจ้าปีศาจฉีกยิ้มอย่างพอใจ ก่อนมันจะสยายปีกสีดำออกมาทำให้ร่างที่เคยน่ากลัวอยู่แล้วน่ากลัวยิ่งขึ้น " ถ้าคิดว่าสู้ข้าได้ ก็เข้ามาเลย เจ้าพวกอ่อนแอ ฮ่ะ ๆ ๆ "

" อ่อนแองั้นหรอ " ชายหนุ่มในฐานะผู้นำพูดด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะยกดาบขึ้นแล้วร้องสั่งทหาร " ฮึ พวกเรา ลุย!! "

ตึงตึงตึง เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของเจ้าปีศาจเดินไปทั่วปราสาทเพื่อตามหาสาวพรหมจรรย์ที่มันต้องการ แม้กำลังทหารของพระราชาจะมีมาก แต่ก็ไม่สามารถสู้พลังของเจ้าปีศาจได้ เพียงแค่มันสยายปีกตีลมสองสามครั้ง เหล่าทหารและตัวพระราชาเองก็กระเด็นไปคนละทิศละทางแล้ว

" จงออกมาองค์หญิง ไม่เช่นนั้นข้าจะพังที่นี่ซะ " เจ้าปีศาจส่งเสียงเรียกหาสาวพรหมจรรย์ที่มันต้องการตัวเสียงดัง พร้อมกับกู่ร้องประกาศศักดาจนสนั่นลั่นปราสาทไปหมด

'แล้วใครเขาจะออกไปล่ะยะ ใคร ๆ ก็กลัวตายทั้งนั้นแหละ' เด็กสาวบ่นว่าในใจ พลางเกาะแขนมาเรียพี่เลี้ยงสาวที่นั่งเงียบอยู่ข้าง ๆ แน่น สายตาก็กวาดตามองรอบ ๆ อย่างหาทางหนีทีไล่ไปด้วย " พี่มาเรีย ฉันกลัวจังเลย เรารีบหาทางหนีกันเถอะ "

" เพคะองค์หญิง เรารีบวิ่งไปออกทางประตูสวนกันนะเพคะ " มาเรียบอกนายสาว ก่อนจะจับมืออีกฝ่ายแน่นเตรียมพร้อมออกวิ่ง " วิ่งเพคะ "

ตึกตึกตึกตึก เสียงฝีเท้าของคนสองคนทำให้เจ้าปีศาจรู้ได้ทันทีว่าคนที่มันตามหาอยู่ตรงไหน มันฉีกยิ้มน่ากลัวก่อนจะสยายปีกสีดำของมันขึ้นบินตามเสียงฝีเท้านั้นไปทันที

" วิ่งเร็วเพคะองค์หญิง " พี่เลี้ยงสาวร้องบอก พลางมองตามแผ่นหลังเล็กที่วิ่งออกหน้าเธอไป พร้อมกับเร่งฝีเท้าวิ่งให้เร็วมากกว่าเดิม " มันรู้ตัวแล้ว รีบวิ่งไปอย่าหันกลับมานะเพคะ "

'ไม่หันหรอกค่ะ ไม่หันหรอกค่ะ' เด็กสาวคิดในใจ เธอจำได้ว่าเธอเขียนอุปนิสัยของฟีนิกซ์เอาไว้ว่าจะต้องเป็นคนที่รักพวกพ้องและเสียสละ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว เธอเข้ามาทำให้นิสัยของละครเปลี่ยนไปแล้ว 'ฉันจะไม่ยอมตายอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน หรือถ้าจะตายก็จะไม่ยอมเป็นอาหารของใครแน่ ๆ เพราะงั้นฉันจะหนี'

ตึง " ตาย!!! แล้ว!! " เด็กสาวอุทานเสียงหลงพร้อมกับหยุดวิ่งทันทีพลางถอยกรูไปหลบข้างหลังมาเรียอย่างฉับไว เมื่อปีศาจร่างยักษ์กระโจนมาจากทางไหนไม่รู้ ลงมาขว้างหน้าเธอเอาไว้ 'โธ่เอ้ย จะให้วิ่งไปถึงสวนก่อนก็ไม่ได้ ไอ้ปีศาจบ้าเอ้ย ฮือ แล้วทีนี้จะหนียังไงล่ะ'

" หลบไปซะนั่งกวางเฒ่า ส่งตัวนางผู้นั้นมา ไม่เช่นนั้นข้าไม่ไว้ชีวิตเจ้าแน่ " เสียงดุดันกล่าว ดวงตาสีนิลมืดมองมาเรียอย่างออกคำสั่ง แต่หญิงสาวหาได้กลัวไม่ ยังคงยืนหยัดปกป้องนายสาวอยู่ 

" ไม่ ไม่ว่ายังไงข้าก็ส่งตัวองค์หญิงให้เจ้าไม่ได้ หากเจ้าอยากได้ เจ้าก็ต้องข้ามศพข้าไปก่อน " มาเรียกล่าว พร้อมกับเสกดาบออกมาถือเอาไว้อย่างอาจหาญ " องค์หญิง ทรงหนีไปเพคะ ทางนี้หม่อมฉันจัดการเอง "

" แต่.. ขอบคุณนะ " เด็กสาวกล่าวขอบคุณพี่เลี้ยงสาว พร้อมกับวิ่งไปทางประตูด้านหน้าปราสาทที่ไม่ไกลกันมากทันทีโดยไม่หันไปมองอีก แม้จะได้ยินเสียงคมดาบปะทะกันตามหลังมาก็ตาม 'ถ้าฉันกลับไปได้ ฉันจะไปเขียนนิยายเรื่องนี้ต่อ แล้วก็ยำแกให้เละไปเลยเจ้าปีศาจ ฮือ' เด็กสาวคิดอย่างแค้นใจ นอกจากจะทำอะไรไม่ได้ยังทำให้พี่เลี้ยงที่แสนดีมารับกรรมแทนอีก แม้จะเป็นการเจอกันครั้งแรกแต่เธอก็รักพี่เลี้ยงคนนั้น ทำไมฟ้าถึงได้แกล้งเธอแบบนี้ก็ไม่รู้ หรือคริสต์มาสนี้จะเป็นฝันร้ายของเธอ " โอย! "

" ทรงจะรีบไปไหน องค์หญิง " เสียงทุ้มกล่าวถามเด็กสาวที่นั่งลูบขาปอย ๆ อยู่บนพื้น พร้อมกับยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างเป็นมิตร " ทรงหนีอะไรมาอย่างงั้นหรอ พะยะคะ "

เด็กสาวมองคนตรงหน้านิ่งอย่างไม่ไว้วางใจ แม้จะมองในความมืดอีกฝ่ายจะหล่อมากแต่เธอก็ไม่อยากเข้าใกล้เขาอยู่ดี " อย่ามายุ่งกันฉันนะ ไอ้หน้าหล่อ ถ้าให้ฉันเดา นายน่ะเป็นพวกของเจ้าปีศาจดำนั้นละสิ "

ดวงตาคมมองร่างอรชรพลางยกยิ้มพอใจ ก่อนจะปรบมือขึ้นมาเบา ๆ " เก่งมากองค์หญิง แต่ทรงเดาผิดไปอย่างหนึ่งนะพะยะคะ หึหึหึหึ "

" (●__●) "

ชายหนุ่มยิ้มเลศนัยก่อนจะพุ่งตัวเข้าหาเด็กสาวทันที พร้อมกับกระซับร่างบางให้เข้ามาใกล้ ๆ " ข้าคือ.. ปีศาจดำ.. ตนนั้นเอง "

'ปีศาจดำ เท่ากับ มันกินคน และคนที่กำลังจะโดนมันกินก็คือ.. ฉันเอง!! ' เด็กสาวเบิกตากว้าง ก่อนจะกระทุ้งเข่าใส่ท้องน้อยของปีศาจหนุ่มตามสัญชาตญาณ พร้อมกับถอยหลังวิ่งหนีทันที 'ถ้าหล่อ ๆ แบบนี้รุกเข้ามาใกล้ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอก แต่นี่มันจะกินฉันไง ฉันเลยไม่ฟิน ไม่อินอะไรทั้งสิ้น วินาทีนี้หนีดีกว่า'

" หึ แสบดีนี่องค์หญิง " ปีศาจดำยิ้มร้ายพลางกุมหน้าท้องมองตามร่างบางที่วิ่งหนีเขาไปอย่างพึ่งพอใจ ก่อนจะเก็บดาบที่เคยตระเตรียมมาเก็บไป แล้วเรียกพาหนะของตนเอง " หึหึหึ วิหคดำพาข้าไปหานาง "

" จะตามมาทำไมอีกไอ้บ้าเอ้ย! " เด็กสาวสบถอย่างรำคาญใจ ไม่จำเป็นต้องหันไปมองเด็กสาวก็รู้ว่าปีศาจหนุ่มตามมาเป็นแน่ ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบ ๆ อย่างหาทางหนี ก่อนสายตาจะไปบรรจบเข้ากับห้อง ๆ หนึ่ง 'ฉันต้องเข้าไปในห้องนั้น เอาล่ะ'

" คิดจะหนีข้าหรอ ไม่มีวันซะหรอก " ปีศาจดำยิ้มร้าย แค่มองจากทิศที่เธอมองไปเขาก็รู้แล้วว่าเธอกำลังคิดจะไปไหน และมีหรือที่ปีศาจผู้เก่งกล้าแบบเขาจะปล่อยให้เหยื่อหลุดมือไปได้ " วิหกดำบินเข้าไปโฉบเอาตัวนางมาให้ข้า "

" อะ.. ม่าย! " เด็กสาวร้องเสียงหลง เพียงได้รับคำสั่งวิหกดำก็บินต่ำเข้าไปโฉบเอาร่างขององค์หญิงฟีนิกซ์มาให้กับนายของเขาได้ในทันที ณ เวลานี้ร่างบางขึ้นมานั่งบนหลังของนกปีศาจโดยมีปีศาจหนุ่มยิ้มร้าย กระซับกอดเพื่อไม่ให้เธอตกอยู่ด้านหลัง 'มองใกล้ ๆ แบบนี้ยิ่งหล่อแฮะ อะ.. แต่ไม่ใช่เวลามามองเขาสิ ต้องเอาตัวรอดก่อน'

" ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ นายจะพาฉันไปไหน ปล่อย!! "

" เจ้าแน่ใจหรือว่าจะให้ข้าปล่อยเจ้าน่ะสาวน้อย ลองมองดูดี ๆ สิ ว่าตอนนี้เราอยู่สูงจากพื้นมากขนาดไหน " ชายหนุ่มยิ้มยียวน พลางกระซับกอดคนขี้โวยวายให้มากยิ่งขึ้น 'ไหนบอกว่าองค์หญิงฟีนิกซ์ทรงมีความอ่อนโยนไง แต่นี่อะไรกัน หรือว่าเขาหมายถึงองค์หญิงองค์อื่น แต่ข้าจำสับสนกันนะ'

ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อมองลงไปข้างล่าง ตอนนี้นกปีศาจพาเด็กสาวและปีศาจหนุ่มบินออกจากปราสาทมาที่ไหนแล้วก็ไม่ทราบ และบินขึ้นสูงมากด้วย " ส.. สูงฉิบหายเลย ฮือ.. นายจะพาฉันไปไหน ปล่อยฉันคืนสู่ธรรมชาติเถอะ ขอร้อง "

" ฉิบหาย? " ปีศาจหนุ่มขมวดคิ้วสงสัยในความหมายของคำที่เขาไม่เข้าใจ ก่อนจะยิ้มร้ายพูดต่อ " ไม่ ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่ ๆ สาวน้อย หึหึหึ "

" ทำไมล่ะ " เด็กสาวพูดขึ้นมาเบา ๆ ก่อนจะหันไปมองใบหน้าหล่อของปีศาจหนุ่มราวกับไม่เกรงกลัว " ทำไม ทั้ง ๆ ที่วันนี้ไม่ใช่วันคริสต์มาส แต่ทำไมนายถึงไปบุกจับล่ะ นายจำวันผิดหรือสับสนอะไรรึเปล่าห๊ะ "

" หึ ก็เผอิญข้าได้ยินข่าวว่า องค์หญิงฟีนิกซ์ทรงจะเข้าพิธีวิวาร์ในอีกไม่กี่วันนี้ และบังเอิญข้าก็ไปรู้มาอีกว่า องค์หญิงทรงเป็นสาวพรหมจรรย์อายุสิบแปดปีเพียงคนเดียวของเมือง ข้าจึงไม่สามารถนั่งอยู่เฉย ๆ ปล่อยให้อาหารเลิศรสหลุดลอยไปได้ ถึงมาในวันนี้ยังไงล่ะ "

" แล้วนายจะเอาฉันไปกินเลยหรอ มันจะเร็วไปมั้ย ยังไม่ถึงวันคริสต์มาสเลยนะ อย่าพึ่งกินฉันเลย " เด็กสาวพูดด้วยสีหน้าเหมือนกำลังจะร้องไห้ พร้อมกับกุมมือของปีศาจหนุ่มแน่น เป็นเชิงขอร้องเขา

ดวงตาคมมองใบหน้าสวยตรงหน้านิ่ง ตอนนี้มีหลายเรื่องที่เขาไม่เข้าใจในตัวเธอ " คริสต์มาส? เจ้าหมายถึงวันฉลองพระคริสต์รึเปล่า "

" อือ " เด็กสาวพยักหน้ารับ พลางมองหน้าปีศาจหนุ่มเขม็ง " นายอย่าพึ่งกินฉันเลยนะ ฉันขอร้องล่ะ ให้ฉันได้ทำใจก่อนเถอะ "

" หึ ข้ายังไม่กินเจ้าหรอกสาวน้อย " ปีศาจดำแสยะยิ้มพร้อมกับใช้มือเรียวลูบใบหน้านวลเบา ๆ " แต่ข้าจะเอาเจ้าไปไว้ที่หอคอยก่อนต่างหาก และเมื่อถึงเวลาข้าจึงจะกิน หึหึหึหึ "

'อารมณ์เหมือนเอามะม่วงมะยมไปดองรอกินสินะ แต่ฉันเป็นคนไม่ใช่ผลไม้นะเว้ย!! ' เด็กสาวบ่นในใจ ขมวดคิ้วเป็นปมมองปีศาจหนุ่มอย่างมุ่งร้าย 'คอยดูนะแก อย่าให้ถึงทีฉันนะ ฉันจะสับแกเป็นชิ้น ๆ แล้วเอาไปทำลาบน้ำตกเลย'

" กำลังด่าข้าอยู่อย่างงั้นหรอ " ปีศาจหนุ่มพูดขึ้นมาอย่างรู้ทันพร้อมกับกระซับกอดคนตรงหน้ามากขึ้น " บังอาจจังนะ เมื่อกี้เจ้ากำลังด่าข้าว่าอะไรกันองค์หญิง "

" เอิ่ม.. " เด็กสาวอำอึ้งเพราะใบหน้าหล่อของอีกฝ่ายอยู่ห่างไม่มากนัก ก่อนจะผลักร่างปีศาจหนุ่มเบา ๆ " ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว เมื่อกี้ฉันกำลังคิดว่า ถ้าตัวเองมีโอกาสจะจับนายมาสับเป็นชิ้น ๆ แล้วเอาไปทำลาบน้ำตกกินนะสิ "

" หึ นี่เจ้าคิดจะกินข้าอย่างงั้นหรอ ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ น่าขันนัก "

" เออ ๆ ขำไปเถอะย่ะ ทีนายยังบอกว่าเนื้อฉันน่าอร่อย แล้วทำไมฉันจะบอกว่าเนื้อนายน่าอร่อยบ้างไม่ได้ " เด็กสาวว่า ลืมความกลัวไปหมดสิ้น คิดแค่ว่าตอนนี้อยากจะเอาอะไรสักอย่างฟาดหน้าหล่อ ๆ ของปีศาจหนุ่มที่กำลังยิ้มยียวนให้สะใจไปเลย

" ถ้าเจ้ากินข้าได้น่ะนะ " ปีศาจหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์ " จะว่าไปแล้วเราทั้งคู่ใช้ภาษาแตกต่างกัน แต่กลับเข้าใจกัน น่าแปลกจังนะ เจ้าดูห้าวหาญไม่เหมือนกับที่ข้าได้ยินมาเลย หรือจริง ๆ แล้วเจ้าเป็นคนเช่นนี้กัน "

'ก็ต้องแตกต่างสิ ก็ฉันไม่ได้แสนดีเหมือนองค์หญิงฟีนิกซ์นี่น่า ฉันเป็นนักเขียนเว้ย' เด็กสาวบ่นในใจ ก่อนจะมองอีกฝ่ายอย่างตั้งคำถาม " ทำไม ฉันแตกต่างจากที่นายได้ยินมายังไงหะ ไอ้ปีศาจ " 

" อย่างแรกเจ้ากล้าเรียกข้าว่าไอ้ปีศาจ ซึ่งปกติไม่มีหญิงใดกล้าเรียกข้าเช่นนี้ อย่างที่สอง เจ้าดูไม่เกรงกลัวข้า ทั้งยังกล้าด่าปาว ๆ อีกต่างหาก " ปีศาจหนุ่มขมวดคิ้วว่า ก่อนจะยกยิ้มพูดต่อ " และอีกอย่าง เจ้ายังมีความคิดที่แตกต่างจากหญิงสาวที่ข้าเอามา ทั้งคิดจะกินข้า อีกทั้งยังคิดจะสู้ข้าอีก ทั้ง ๆ ที่ตัวเองทำไม่ได้เลยสักนิดเดียว หึ ปากเก่ง "

" เออ ฉันมันปากเก่ง " เด็กสาวทุบหน้าอกแกร่งของปีศาจหนุ่มแรง ๆ ด้วยความไม่พอใจ " ฉันน่ะเป็นผู้หญิงยุคใหม่ ผู้หญิงยุคไอทีอะรู้จักมั้ย ไม่จำเป็นต้องกลัวผู้ชายอย่างนายหรอก "

" ข้าไม่รู้หรอกนะว่าผู้หญิงยุคไอทีที่เจ้าว่าน่ะมันคืออะไร แต่มีอย่างหนึ่งที่ข้ารู้ เจ้ากลัวข้า เพราะไม่เช่นนั้น เจ้าไม่จัดพิธีวิวาห์เพื่อหนีข้าหรอก "

" ไม่ได้หนีนะ แล้วฉันก็ไม่ได้อยากจะแต่งงานด้วย พ่อฉันเป็นคนจัดให้ต่างหาก ฉันไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยสักหน่อย " เด็กสาวทำแก้มป่องกอดอกพูด 'โธ่เอ้ย อุตสาได้เป็นเจ้าหญิงทั้งทีทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยนะ'

" เอาล่ะ ถึงปราสาทของข้าแล้ว วิหกดำบินไปทางหอคอยตะวันตก " ปีศาจดำสั่ง ก่อนนกปีศาจจะพาทั้งสองบินไปจอดส่งที่หน้าหอคอยสูงทางทิศตะวันตกของปราสาท

'หูว นี่นะหรอหอคอย ทั้งใหญ่และสูงสุด ๆ เลย ฉันที่เป็นนักเขียนได้แต่วาดรูปไม่เคยเห็นของจริง วันนี้ได้มาเจอแล้ว สุดยอด' เด็กสาวแหงนมองหอคอยสูงอย่างตื่นเต้น ก่อนจะกระโจนลงจากหลังวิหกดำเพื่อเดินสำรวจรอบ ๆ โดยทันที " สุดยอด ✧o✧ "

" เจ้ากำลังจะโดนกักขังนะ ดีใจอะไรกัน " ปีศาจหนุ่มขมวดคิ้วมองเด็กสาวเบื้องหน้าอย่างแปลกใจ พร้อมกับจับข้อมือเธอแน่น

" เอิ่ม เปล่า ฉันไม่ได้ดีใจนะ ว่าแต่นายจะพาฉันเข้าไปข้างในใช่มั้ย หมายถึงพาฉันไปขังน่ะ ปะ ไปกัน " เจ้าของเรือนผมสีแดงว่า พร้อมกับเดินนำปีศาจหนุ่มเข้าไปในตัวหอคอยทันที 'น่าตื่นเต้นจังเลย'

'แปลก คนอะไร จะโดนขังแล้วยังมีเวลามาดีใจอีก' ปีศาจหนุ่มเหลือบมองเด็กสาวด้วยความแปลกใจ เธอแปลกกว่าที่ผู้หญิงทุกคนที่เขาจับมา ทั้งภาษาและความกล้าที่ดูคล้ายกับจะไปทางไม่ยอมคนซะมากกว่า มันทำให้เขาอยากจะรู้จักเธอมากกว่านี้

'นี่หรอห้องบนหอคอย' เด็กสาวเดินเข้าไปในห้องที่ปีศาจหนุ่มพาขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น ดวงตาคู่สวยมองไปรอบ ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะเดินไปยืนอยู่ข้าง ๆ หน้าต่างพร้อมกับมองออกไปข้างนอก " สูงจัง "

" ใช่ ที่นี่คือห้องชั้นบนของหอคอยที่สูงที่สุด และองค์หญิงจะต้องอยู่ที่นี่จนกว่าจะถึงวันฉลองพระคริสต์ ขอให้มีความสุขกับห้องใหม่ " ปีศาจหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะหันหลังตั้งท่าจะเดินออกไปจากห้อง

" นายจะไปแล้วหรอ " เด็กสาวมองแผ่นหลังกว้างของอีกฝ่ายด้วยสายตาอ่านยาก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาหวิวราวกับคนไม่มีแรง " นายจะทิ้งให้ฉันอยู่ที่นี่เพียงคนเดียวจริง ๆ นะหรอ ถ้าจะให้ฉันอยู่ที่นี่จริง ๆ ก็ขอกระดาษกับปากกาหมึกให้ฉันสักหน่อยเถอะ "

" เจ้าจะเอามาทำอะไร " เสียงทุ้มถาม

เด็กสาวถอนหายใจแรง ๆ ก่อนจะตอบปีศาจหนุ่มเบา ๆ " จะเอามาเขียนนิยาย ได้เขียนนิดหนึ่งก็ยังดีอะ นะ เอามาให้ฉันหน่อยนะ "

" นิยาย? มันคืออะไร " ปีศาจหนุ่มขมวดคิ้วหันมาถามเด็กสาว ดวงตาคมจ้องมองเธออย่างตั้งคำถาม " ว่าไง มันคืออะไรกันล่ะ? "

" เอิ่ม.. มันคือเรื่องเล่า ที่เกิดจาก.. ฉันอธิบายไม่เก่ง เอาเป็นว่านายหามาให้ฉันหน่อยเถอะนะ ถ้าฉันเขียนเสร็จจะเอาให้อ่านนะ " เด็กสาวยิ้มบอก ปีศาจหนุ่มขมวดคิ้วเป็นปมก่อนจะเสกกระดาษหนึ่งม้วนพร้อมกับปากกาหมึกจุ่มมายื่นให้เด็กสาว

" แล้วข้าจะรอดู " เขาว่าก่อนจะเดินออกจากห้องไป พร้อมกับปิดประตูล็อกกลอนแน่น ปล่อยให้เด็กสาวอยู่บนคอหอยเพียงลำพัง

'บางทีเอาไฟไว้ให้หน่อยก็ดีนะ แต่ ช่างมันเถอะ' เด็กสาวขมวดคิ้วมองไปรอบ ๆ พลางชำเลืองมองของในมืออยู่สักพัก ก่อนจะเดินไปนั่งที่ริมหน้าต่าง เพราะหอคอยค่อนข้างสูง ทำให้แสงพระจันทร์สามารถส่องสว่างเข้ามาในห้องได้ " งั้นเริ่มเขียนเลยก็แล้วกัน "

กริก เสียงปลดล็อคประตูห้องพร้อมกับร่างหนาของปีศาจหนุ่มที่ค่อย ๆ เดินเข้ามา ดวงตาคมกวาดมองไปรอบ ๆ ก่อนจะพบเข้ากับร่างบางที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่ริมหน้าต่างทับกระดาษที่เขาให้เธอเมื่อคืน 'หลับอยู่สินะ'

ร่างหนาเดินเข้าไปนั่งลงข้าง ๆ เด็กสาว ดวงตาสีฟ้าคมมองใบหน้าสวยใกล้ ๆ พร้อมกับยื่นมือไปจับเส้นผมสีเพลิงนุ่มเบา ๆ ก่อนจะเผลอยิ้มออกมาเมื่อคิดถึงเรื่องที่เธอต่อว่าเขาเมื่อคืน " ข้าจะได้รู้จักตัวตนของท่านมากกว่านี้รึเปล่าองค์หญิง "

'หล่อจังเลย ตาสีฟ้าด้วย ความฝันสินะ' เด็กสาวยิ้มกริ่มละเมอด้วยความง่วงงุน ก่อนจะปรือตามองคนตรงหน้าอีกครั้ง " อะ.. นาย!! "

" ตกใจอะไรกันองค์หญิง ทำราวกับไม่เคยเห็นข้าอย่างนั้นแหละ " ปีศาจหนุ่มยิ้มยียวน ก่อนจะหยิบเอากระดาษที่เด็กสาวเขียนนิยายเอาไว้ขึ้นมาอ่านดู

" มันยังเขียนไม่เสร็จสมบูรณ์เลยนะ อย่าพึ่งอ่านสิ " เด็กสาวในร่างองค์หญิงโวย ก่อนจะเดินมาหาปีศาจหนุ่มหวังจะเอากระดาษคืนแต่อีกฝ่ายรู้ทันจึงขยับหลบ ก่อนจะรวบเอวเธอให้มานั่งใกล้ ๆ ในระหว่างที่เขาอ่านอยู่

" นี่นะหรอที่เรียกว่านิยายของเจ้า " ปีศาจหนุ่มพูดขึ้นและส่งกระดาษคืนให้เด็กสาว พร้อมกับเปลี่ยนจากรวบเอวเป็นกระซับกอดอีกฝ่ายแน่น " การเอาเรื่องของใครสักคนมาเขียนนี่คือนิยายงั้นหรอ ถ้าเรียกว่าเรื่องเล่ายังจะเข้าใจง่ายกว่า "

" นิยายไม่ใช่เรื่องเล่านะ มันก็คล้าย ๆ กันแต่มันไม่ใช่ " เด็กสาวแย้ง " เรื่องเล่าคือการเอาเรื่องราวในชีวิตของคนจริง ๆ มาเขียน แต่นิยาย คือเรื่องที่ผู้เขียนสร้างขึ้นมาเอง ซึ่งเรื่องราวนั้นไม่มีจริง และผู้เขียนสามารถกำหนดได้ด้วยว่าจะให้ใครเป็นผู้แพ้หรือผู้ชนะ เข้าใจรึยังล่ะ "

" เข้าใจแล้วล่ะ " ปีศาจหนุ่มหยักหน้ารับ " เหมือนกับที่เธอกำหนดให้ซาตานร้ายในเรื่องเป็นผู้พ่ายแพ้สินะ หึ หากข้าเป็นซาตานตนนั้น ข้าคงเสียใจเป็นอันมาก "

" ทำไมล่ะ ก็ซาตานตนนั้นทำไม่ดีมาตั้งมากมาย ในตอนสุดท้ายต้องเสียของรักไป มันก็เหมาะสมแล้วนี่น่า "

" ดูสิ มันน่าเศร้าแทนแค่ไหน แม้แต่คนที่สร้างเขาขึ้นมายังไม่เข้าใจในตัวเขาเลย น่าเสียใจแทนจริง ๆ " ปีศาจหนุ่มพูด พลางมองคนตามไม่ทันด้วยหางตา ก่อนจะพูดต่อ " เจ้าก็ลองคิดดูสิ ซาตานตนนั้นแม้จะเคยทำสิ่งที่ไม่ดีมาก่อน แต่เขาก็คิดที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองใหม่เพื่อหญิงสาวที่เขารัก ทั้งยังทำดีทุก ๆ อย่างเพื่อเธอ แต่กลับกันหญิงสาวนางนั้นกลับไม่เคยที่จะมองเห็นความดีของเขาเลย แล้วเช่นนี้เจ้ายังคิดว่าซาตานตนนั้นใจดำอยู่อีกหรอ เจ้าเป็นคนตั้งเงื่อนไขในข้อนี้ทำไมจึงมองไม่เห็นมันล่ะ "

" เอิ่ม.. "

" ข้าเคยอ่านในพระคัมภีร์ว่า พระเจ้าสร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นมาและเข้าใจในทุก ๆ สิ่งที่สร้าง แตกต่างกันกับเจ้า " ปีศาจหนุ่มยกยิ้มพลางโน้มหน้าเข้าไปใกล้อีกฝ่ายมากกว่าเดิม " เจ้าสร้างซาตานตนนี้ขึ้นมาพร้อมกับตั้งเงื่อนไขโดยที่ไม่เข้าใจในตัวเขาเลยสักนิด "

" นายกำลังจะบอกว่าฉันต้องเข้าใจในความรู้สึกของตัวละครด้วยอย่างนั้นหรอ นั้นสินะ ฉันนี่ยังอ่อนประสบการณ์นัก เฮ้อ.. " เด็กสาวพูดเบา ๆ ก่อนจะขยับร่างหนีจากปีศาจหนุ่ม " ถ้าวันพรุ่งนี้ฉันยังมีโอกาสรอด ฉันจะพยายามเข้าใจในตัวละครมากขึ้นก็แล้วกันนะ "

ดวงตาคู่สวยมองปีศาจหนุ่มด้วยแววตาเศร้าหมอง เธอไม่ได้เสียใจที่กำลังจะถูกเขาจับกินในวันพรุ่งนี้หรอก แต่เธอกำลังคิดถึงบ้านอยู่ต่างหาก 'ถ้าหากว่าฉันตายที่นี่ แล้วฉันจะมีโอกาสได้กลับบ้านรึเปล่านะ'

" นั้นสินะ หากต้องการรอดเจ้าก็คงต้องหาทางกินข้าก่อนที่ข้าจะกินเจ้าแล้วล่ะ หึหึหึ " ปีศาจหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะโยนชุดราตรียาวสีฟ้าให้เธอ พร้อมกับหันหลังตั้งท่าจะเดินออกไปจากห้อง " รีบเปลี่ยนชุดซะ ข้าจะรออยู่หน้าห้อง แล้วเราลงไปทานอาหารกัน "

ภายในห้องกว้าง ที่มีโต๊ะอาหารวางอยู่กลางห้องพร้อมกับเก้าอี้หนังเพียงสองตัวซึ่งอยู่หัวโต๊ะคนละด้านกัน พร้อมกับร่างของเด็กสาวและปีศาจดำที่นั่งทานอาหารกันเงียบ ๆ อยู่ ก่อนเขาจะทำลายความเงียบด้วยการถามเด็กสาวขึ้นมา " ทำไมเจ้าไม่แตะอาหารเลยล่ะ หรือเจ้าไม่หิว "

" อะ.. กินสิ แต่พอดีว่ากำลังคิดอะไรเพลิน ๆ โทษที "

" เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่อย่างงั้นหรอ ถึงได้ลืมทานอาหารที่น้อยคนข้าจะจัดหามาให้อย่างนี้ "

'ต้องตอบด้วยหรอ' เด็กสาวเม้มปากมองปีศาจหนุ่มอย่างลังเล ก่อนจะตอบอีกฝ่ายเบา ๆ " ฉันกำลังคิดถึง.. บ้าน บ้านที่ฉันและครอบครัวเคยกินข้าวกินปลาพร้อมหน้ากัน บ้านที่รวบรวมความสุขของฉัน ฉันอยากกลับบ้าน "

" บ้าน ครอบครัว.. " ปีศาจหนุ่มทวนคำพูดของเด็กสาวซ้ำอีกครั้ง " หมายถึงวังและเหล่าพี่น้องคนรับใช้ของเจ้านะหรือ "

" เปล่า " คนหน้าสวยก้มหน้าปฏิเสธ ก่อนจะเงยหน้ามองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่สื่อถึงบางอย่าง " นี่นาย ถ้าฉันคนนี้ไม่ใช่องค์หญิงฟีนิกซ์ที่นายต้องการ นายจะยังกินฉันอยู่รึเปล่า "

คนฟังขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ มันเป็นเพราะภาษาของเธอแปลกหรือเขาไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอกำลังจะสื่อก็ไม่รู้ " ท่านพูดอะไรกันองค์หญิง องค์หญิงจะไม่ใช่องค์หญิงได้ยังไง ในเมื่อข้าก็เห็นอยู่ชัด ๆ "

" หมายถึง ถ้าคนที่อยู่ในร่างองค์หญิงฟีนิกซ์ไม่ใช่ตัวองค์หญิงเอง แต่เป็นคนอื่นที่บังเอิญจิตเข้ามาอยู่ นายจะยังกินฉันอยู่มั้ย "

" ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้ากำลังสื่ออะไร แต่ต่อให้คนข้างในร่างไม่ใช่องค์หญิงฟีนิกซ์ ข้าก็จำเป็นต้องกิน เพราะนางคือเครื่องบูชา คืออาหารของข้า " ปีศาจดำกล่าว ดวงตาคมเสมองไปทางอื่นในขณะที่ตอบอีกฝ่าย เขาทั้งเหมือนจะเข้าใจและไม่เข้าใจในเวลาเดียวกัน แต่เพราะอะไรไม่รู้เวลาที่เขาตอบ เขาไม่อาจมองหน้าเธอได้ตรง ๆ เพราะกลัว 'นี่ข้ากำลังกลัวอะไรกัน'

'ยังไงก็ไม่มีโอกาสรอดสินะ' เด็กสาวคิด ก่อนจะถอนหายใจแรง ๆ พร้อมกับยิ้มหวานมองปีศาจหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้าม " ไหน ๆ พรุ่งนี้ฉันก็จะตายแล้ว งั้นวันนี้นายก็ช่วยฉลองคริสต์มาสกับฉันหน่อยเถอะนะ ขอร้องล่ะ "

" ไม่ ข้าจะไม่ทำในสิ่งที่เจ้าขออีกแน่ ๆ ยังไงก็ไม่ "

ซะเมื่อไหร่กัน ในตอนนี้ปีศาจหนุ่มกำลังนั่งทำหน้าเบื่อโลกเป็นแบบให้เด็กสาววาดภาพอยู่หลังจากที่เธอขอเขาทำนั่นทำนี่อย่างสนุกสนานแทบจะทั้งวัน " ทำไมข้าต้องมานั่งทำอะไรแบบนี้ด้วย น่ารำคาญจริง ๆ "

" น่า อีกนิดเดียวก็เสร็จแล้ว " เด็กสาวว่าพร้อมกับคลี่ยิ้มบาง ๆ ตวัดปลายพู่กันวาดภาพบนแผ่นผ้าสีขาวอย่างตั้งอกตั้งใจ " นี่ เสร็จแล้วมาดูสิ "

คนถูกเรียกตวัดตามองเด็กสาวก่อนจะถอนหายใจแรง ๆ แล้วลุกเดินไปยืนอยู่ด้านหลังเธอเพื่อดูรูปวาด ภาพเขาที่กำลังนั่งอยู่และผู้หญิงคนหนึ่งที่น่าจะเป็นตัวเด็กสาวเองนั่งอยู่ข้าง ๆ " ก็ดูดีนี่ ฝีมือไม่เลว "

" ใช่มั้ยล่ะ " เด็กสาวยิ้มมองคนหน้าหล่ออย่างมั่นใจ พร้อมกับจับรูปขึ้นมาถือเอาไว้แล้วเดินไปที่ผนังด้านหนึ่งของหอคอย ก่อนจะยื่นรูปวาดให้ปีศาจหนุ่ม " นายต้องเอารูปนี่ติดไว้ที่ผนังตรงนี้นะ "

" ทำไมล่ะ ทำไมข้าต้องติดรูปที่เจ้าวาดเอาไว้ที่นี่ด้วย "

เด็กสาวฟังอีกฝ่ายแล้วยิ้มหวาน มือนุ่มยื่นไปจับใบหน้าหล่อเบา ๆ ก่อนจะกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหมองหม่น " เพราะฉันไม่อยากตายไปโดยที่ไม่มีใครจดจำนะสิ "

ปีศาจหนุ่มขมวดคิ้วชำเลืองมองมือที่กำลังจับต้องใบหน้าเขาอยู่ ก่อนจะพูดออกมา " ต่อให้ไม่ติดรูปนี้ไว้ ก็มีคนจดจำเจ้า ทั้งชาวเมือง พ่อของเจ้า และพี่น้องรวมทั้งสาวใช้ของเจ้า พวกเขาจะจดจำเจ้าอย่างแน่นอน ไม่จำเป็นต้องให้ข้า… "

" ไม่ใช่คนพวกนั้น " เด็กสาวพูดแทรกขึ้นมา " แต่เป็นนาย ฉัน…ไม่สิ เพราะข้าอยากให้ท่านจดจำข้าในฐานะหญิงสาวเพียงคนเดียวที่ท่านยอมทำสิ่งที่ขอให้ จดจำวันคริสต์มาสที่แสนมหัศจรรย์นี่ของเราเอาไว้ ได้โปรดจดจำข้าและให้ข้าเป็นหญิงสาวคนสุดท้ายที่ท่านจะพามาที่นี่ "

" เจ้ากำลังสร้างเงื่อนไขให้กับข้า พันธสัญญาที่ข้าไม่อาจรับมันได้ ข้าไม่ใช่ตัวละครของท่านองค์หญิง เพราะฉะนั้นข้าจึงไม่อา.. "

'ต้องทำอะไรสักอย่างให้เขาเปลี่ยนใจ ไม่ก็ต้องทำให้เขาไม่ไปจับใครมากินอีก' นิ้วเรียวย้ายจากใบหน้ามาแตะที่ริมฝีปากของเขาเบา ๆ เพื่อให้เขาหยุดพูด " ในวันพรุ่งนี้ฉันจะไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้อีกแล้ว แม้นายจะไม่รับปากอะไร แต่ฉันขอเพียงให้รูปวาดนี้เป็นเหมือนตัวแทนของฉัน ให้มันเป็นเหมือนของขวัญชิ้นสำคัญจากฉัน Merry Christmas "

'ข้ากำลังคิดบ้าอะไรอยู่กัน สิ่งเดียวที่ข้าต้องทำในวันพรุ่งนี้คือบูชานางต่อคำสาปที่ข้าได้รับสิ บ้าจริง! ' ปีศาจหนุ่มคิดหงุดหงิดในใจ พร้อมกับกำมีดในมือแน่น ใช่ มีดที่เขากำลังถืออยู่คือมีดที่จะปลิดชีพเธอในวันพรุ่งนี้ แต่ทำไมหลังจากที่ได้ใช้เวลาอยู่กับเธอ และได้ฟังในสิ่งที่เธอพร่ำขอเขาเย็นนี้ กลับทำให้เขาลังเลและลำบากใจที่จะฆ่าเธอ

" นายท่าน " เสียงเข้มของวิหกดำที่บินเข้ามาทางหน้าต่างกล่าวขึ้น " ท่านกำลังลำบากใจกับสิ่งใดอยู่ บอกข้าได้หรือไม่ "

ปีศาจดำขมวดคิ้วหลบตาวิหกดำก่อนจะตอบเบาขึ้นมา " เปล่า ข้าไม่ได้.. "

" หากเป็นเรื่องขององค์หญิงละก็ ทำไมท่านจึงไม่บอกเรื่องคำสาปให้กับนางได้รู้ บางทีนางอาจจะ "

" ไม่ได้ " ปีศาจหนุ่มว่า " ข้าไม่อาจเสี่ยงบอกเรื่องคำสาปให้นางรู้ได้ เจ้าก็รู้ดีหากข้าบอกไปแล้วนางไม่ใช่ ไม่ใช่แค่ข้าที่จะได้รับผลนั้น แต่เป็นนางด้วย เพราะฉะนั้นข้าจึงคิดว่ามันจำเป็นที่จะต้องบูชายัญนาง "

 " หากท่านตัดสินใจเช่นนั้นข้าก็ไม่ขัดข้อง " วิหคดำก้มหัวกล่าว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองนายของเขานิ่งอย่างเข้าใจ เพราะความจริงแล้วนายของเขาเองก็เคยเป็นเจ้าชายองค์หนึ่ง และเขาเองก็เป็นคนคนหนึ่งเช่นกัน แต่เพราะต้องคำสาปของเทพองค์หนึ่ง ซึ่งคำสาปนั้นมีเงื่อนไขว่าต้องจับสาวพรหมจรรย์อายุสิบแปดมาบูชาเทพตนนั้นทุก ๆ วันที่ 25 ในเดือนสุดท้ายของรอบปี หากปีใดไม่นำสาวพรหมจรรย์อายุสิบแปดมาบูชานายของเขาก็จะต้องเจ็บปวดยิ่งกว่าตาย และจิตใจจะกลายเป็นปีศาจจริง ๆ ในที่สุด

และวิธีแก้คำสาปที่เทพตนนั้นได้กล่าวเอาไว้ก็คือ ในวันฉลองพระคริสต์วันใดวันหนึ่ง นายของเขาจะได้พบกับมหัศจรรย์เงื่อนไขของหัวใจ และถ้าหากนายของเขาสามารถปลดล็อกสิ่งที่ซ่อนอยู่ในเงื่อนไขคำสาปได้ นายของเขาจะได้พบกับความสุข

ซึ่งในปีแรก ๆ นายของเขาและเขาไม่ทำตาม จึงได้รับความเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัสและกลายเป็นปีศาจ ทำให้ในปีต่อมานายของเขาต้องไปนำสาวพรหมจรรย์มาจากในอาณาจักรเพื่อบูชายัญไม่ได้จับมากินอย่างที่ชาวเมืองคิด และในขณะเดียวกันก็หาวิธีแก้คำสาปไปด้วย แต่ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ไม่อาจทำได้ ทำให้นายของเขาหมดหวังไม่ยอมเสี่ยงแก้คำสาปแบบนี้

'พรุ่งนี้แล้วสินะที่ฉันจะกลายเป็นอาหาร ม่าย!! ' เด็กสาวครุ่นคิดโวยวายไม่อาจทำใจได้ แล้วใครที่ไหนจะไปทำใจได้ ในเมื่อตั้งแต่เกิดมาเด็กสาวก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องมาเป็นอาหารของใครแบบนี้ 'ฉันควรจะทำยังไงดี ถ้าฉันตายอยู่ที่นี่แล้วจะได้กลับบ้านมั้ยนะ แล้วถ้าไม่ได้กลับล่ะ ง่า;-;'

นั้นสินะ หากต้องการรอดเจ้าก็คงต้องหาทางกินข้าก่อนที่ข้าจะกินเจ้าแล้วล่ะ หึหึหึ

'จริงสิ ถ้าเราอยากรอดก็ต้องกินไอ้หมอนั่นก่อน' เด็กสาวคิด แต่ถึงจะตัดสินใจอย่างนั้น เธอก็คงทำตามที่คิดไม่ได้อยู่ดี เพราะเธอคงจะกินเนื้อใครไม่ได้ 'แต่.. ยังไงเราก็กินหมอนั่นไม่ได้หรอก หมอนั่นเป็นปีศาจนะ เฮ้อ นี่เราต้องมาตายอยู่ที่นี่จริง ๆ หรอ'

กริก เสียงปลดกลอนประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงของปีศาจหนุ่มที่เดินเข้ามา ความมืดไม่ได้ทำให้ใบหน้าหล่อของเขาหม่นหมองลงไปเลยสักนิด แต่ยิ่งต้องแสงจันทร์นวลยิ่งทำให้เขาดูน่าหลงใหล จนเธอเผลอมองเขานิ่งไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ " เจ้ามองข้าทำไมขนาดนั้นกัน "

" อะ " คนเหม่อสะดุ้ง พร้อมกับถอยหลังห่างจากตัวปีศาจหนุ่ม " ก็แค่มองเฉย ๆ แล้วนายล่ะมาที่นี่ทำไม ปกตินายอยู่ที่ปราสาทไม่ใช่หรอ "

ดวงตาคมมองเจ้าของเรือนผมสีแดงเพลิงอย่างจับความรู้สึกได้ เพียงแค่มองในดวงตาก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายคงกำลังคิดจะทำอะไรอยู่แน่ ๆ " พอดีว่าข้าลืมบอกเจ้าไปบางเรื่องน่ะ "

" เรื่องอะไรอีกล่ะ?! "

" ในวันฉลองพระคริสต์พรุ่งนี้จะมีหิมะตกโปรยปรายและจะไม่มีดวงตะวันออกมาปรากฏให้เราได้เห็น พรุ่งนี้ทั่วทั้งแผ่นดินจะมีแต่พระจันทร์ที่ให้แสงสว่างจนกว่าจะถึงวันต่อไป " ปีศาจหนุ่มกล่าว พร้อมกับเดินเข้ามาใกล้และจ่อมีดเข้าใกล้ลำคอระหงหวังจะให้เธอกล้ว แต่กลับกันเด็กสาวกลับยืนนิ่งไม่มีทีท่าว่าจะหลบเลยสักนิด

" นายจะบอกว่าพรุ่งนี้จะไม่มีตอนเช้าสินะ เข้าใจแล้ว " ดวงตาคู่สวยจ้องมองใบหน้าหล่อเขม็ง ก่อนจะจับมือข้างที่เขากำลังจับมีดจ่อคอเธออยู่แน่นใช้แรงทั้งหมดจับมือของเขาให้กดลงมาที่คอของตนราวกับกำลังจะวัดใจว่าเขาจะทำยังไงต่อ " หึ ทำไมไม่กรีดเลือดฉันล่ะ จะยั้งมือเอาไว้ทำไม "

ปีศาจหนุ่มกัดฟันอย่างหงุดหงิดใจ ก่อนจะดึงมือกลับและทิ้งมีดออกทางหน้าต่างไปในทันที " อย่าคิดว่าที่ข้าไม่ทำเพราะข้าไม่กล้า แต่มันเป็นเพราะยังไม่ถึงเวลาที่จะฆ่าเจ้าต่างหาก หึ นอนหลับสบายข้าไปล่ะ "

'มันจะหลับสบายได้ยังไงล่ะอีตาบ้า ในเมื่อแกพึ่งจะเอามีดมาจ่อคอฉันนะ มันน่าฉีกกินซะจริง ๆ อะ จริงสิ คำว่ากินมันก็ความหมายตั้งเยอะนี่นา' คนหน้าสวยขยับยิ้มมุมปาก ตอนนี้ในหัวของเธอคิดเรื่องที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นัก ในขณะที่ปีศาจหนุ่มกำลังก้าวออกจากห้อง เธอก็รีบวิ่งไปเกาะแขนเขาเอาไว้ทันที " เดี๋ยว ฉันมีอะไรอยากจะถาม "

" อะไร? "

" ทำไมนายต้องเอาสาวพรหมจรรย์มาบูชายัญ แล้วถ้าปีไหนไม่ได้บูชายัน นายจะเป็นยังไง " เด็กสาวถามนี่คือสิ่งที่เธออยากรู้ก่อนที่เธอจะทำตามทางรอดที่กำลังคิดอยู่ เธออยากรู้ก่อนว่าทำไม และจากประสบการณ์แต่งนิยายทั้งหมด ไม่มีสิ่งใดไร้ซึ่งเหตุผล ไม่มีนิยายเรื่องไหนไร้ซึ่งเงื่อนไข เพราะฉะนั้นการบูชายันของปีศาจหนุ่มเองก็ต้องมีเหมือนกัน

" ที่ทำเพราะข้าประสงค์บางสิ่งที่ข้าให้เจ้ารู้ไม่ได้ " ปีศาจดำตอบเบา ๆ พร้อมกับหันมามองเด็กสาวด้วยสายตาอ่านยาก และเจ็บปวด " และถ้าหากปีใดที่ข้าไม่นำสาวพรหมจรรย์มาบูชาชีวิต ข้าก็จะเจ็บ ยิ่งกว่าตาย "

ดวงตาสีน้ำตาลสวยจับจ้องเข้าไปในดวงตาสีฟ้าประกายอย่างรู้สึกผิด ความคิดในทางรอดเมื่อครู่หายไปหมดสิ้น เขาไม่ได้โกหกเธอรับรู้ได้ ดวงตาสีฟ้าที่ดูเจ็บปวดจากเรื่องบางเรื่องมันบอกเธอ 'ฉันไม่รู้ว่าตัวเองไปเผลอสร้างนายขึ้นมารึเปล่า แต่ไม่ว่าจะยังไง ฉันอยากจะรู้เหตุผลของความเจ็บปวด และอยากจะช่วยนายจังเลย'

ทั้งคู่สบตากันอยู่สักพักใหญ่ ก่อนเธอจะใช้จังหวะที่ปีศาจหนุ่มเผลออยู่โอบรอบคอของเขา พร้อมกับค่อย ๆ บรรจงประทับรอยจูบบนริมฝีปากหนาเบา ๆ ก่อนริมฝีปากบางจะเป็นฝ่ายถูกรุกล้ำเสียเอง

" ฉันหายใจไม่ออกแล้ว " เด็กสาวหอบหายใจพลางเลือบมองปีศาจหนุ่มด้วยความเขินอาย เพราะไม่คิดว่าเขาจะตอบรับเธอแบบนี้

" เจ้าเป็นหญิงแต่จุมพิตชายก่อน ต้องการอะไรกันแน่ " ปีศาจหนุ่มโน้มหน้าเข้าใกล้เด็กสาว เมื่อกี้เขาเองก็ตั้งตัวไม่ทันเช่นกันที่จู่ ๆ ก็ถูกจู่โจมแบบนั้น แต่พอเห็นเธอเขินอายแบบนี้ความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เข้าใจก็เพิ่มขึ้น

เด็กสาวฟังคำถามแล้วยิ้มอาย พลางหันหน้าหนีคนตรงหน้าแล้วพูดขึ้นมาเบา ๆ " ไม่บอกหรอก ถ้าอยากรู้นายก็ต้องค้นหาคำตอบนั้นเอง "

" อย่างงั้นหรอ " ปีศาจหนุ่มพูดเบา ๆ พลางเข้าไปซ้อนร่างบางขึ้นไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะเดินไปวางเธอลงบนที่นอนนุ่มเบา ๆ ดวงตาคมจ้องมองเด็กสาวนัยตาสีฟ้าประกายสื่อถึงความต้องการบางอย่าง " ถ้าเช่นนั้น หากข้าจะขอค้นหามันในตอนนี้จะได้รึไม่ "

" ถ้านายต้องการ " เด็กสาวพูดเบา ๆ ก่อนริมฝีปากบางจะถูกครอบครองอีกครั้งอย่างดูดดื่ม ฝ่ามือหนาค่อย ๆ ปัดปอยผมออกจากใบหน้าสวยเบา ๆ ใบหน้าหล่อโน้มหน้าลงลิ้มรสหวานจากริมฝีปากบางด้วยอารมณ์และความรู้สึกต่างๆ พร้อมกับจูบไล่ลงมาเรื่อยๆ อย่างเพลิดเพลิน สอดคล้องกับนิ้วเรียวที่กำลังเอื้อมไปปลดชุดของเด็กสาวออก แต่จู่ ๆ เด็กสาวก็พูดขึ้นมา " แต่.. ถ้านายทำ พรุ่งนี้นายจะต้องทรมาน เพราะฉะนั้นฉันปล่อยให้นายทำแบบนี้ไม่ได้ ขอโทษจริง ๆ "

" เจ้า.. " ปีศาจหนุ่มจับจ้องใบหน้าสวยด้วยสายตาอ่านยาก ก่อนจะล้มตัวลงนอนข้าง ๆ เด็กสาว พร้อมกับโอบกอดร่างบางเอาไว้แน่น " หากเจ้าตัดสินใจเช่นนั้น ข้าก็ไม่ขัด ฝันดี "

" ฝะ.. ฝันดี "

แสงสีฟ้าสวยส่องสว่างแยงตาเด็กสาวที่กำลังนอนหลับอยู่ในอ้อมแขนของปีศาจหนุ่มให้ตื่นขึ้นมา ดวงตาคู่สวยมองหาต้นเหตุของแสงนั้นไปรอบ ๆ ก่อนจะเห็นกวางสีฟ้าเรืองแสงที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องซึ่งมันกำลังจ้องมองมาทางเธอและเขา 'เจ้ากวาง'

'ต้องเป็นเจ้ากวางตัวนั้นแน่ ๆ ดีล่ะ' เด็กสาวค่อย ๆ ขยับร่างออกจากอ้อมแขนของปีศาจหนุ่มเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้าไปหาเจ้ากวางตัวนั้น

" ทำอะไรของเจ้าน่ะ " เสียงของปีศาจหนุ่มทำให้เจ้ากวางตกใจโดดวิ่งไปมา ก่อนมันจะวิ่งออกจากห้องไป สำหรับเธออาจจะเห็นแบบนั้น แต่สำหรับเขาตรงหน้าไม่มีอะไรเลย มีแค่เด็กสาวที่ยืนอยู่

" นายพูดเสียงดังทำไหมเนี่ย เห็นมั้ยว่ามันหนีไปแล้วน่ะ " เด็กสาวบ่น ก่อนจะวิ่งตามเจ้ากวางเรืองแสงไป ท่ามกลางความสงสัยของปีศาจหนุ่มที่ไม่รู้ว่าตัวเองผิดอะไร

'ฉันจะไม่ยอมให้แกหนีฉันไปอีกแน่' เด็กสาววิ่งตามเจ้ากวางเรืองแสงมาเรื่อย ๆ ดวงตาคู่สวยมองตามแสงสีฟ้านวลเขม็ง ไม่สนใจเสียงเรียกตามของปีศาจหนุ่มแต่อย่างใด " อะ!! "

" ระวัง! " เฉียดไปแค่นิดเดียว หากไม่ได้ปีศาจหนุ่มคว้าตัวเอาไว้ทันเธอคงได้ตกลงไปในบ่อลาวาแล้วเป็นแน่ เด็กสาวหายใจไม่เป็นจังหวะด้วยความตกใจ พลางมองเจ้ากวางที่กระโดดข้ามบ่อลาวาไปอีกฝั่งและยืนมองมาทางเธอนิ่ง " เจ้าทำบ้าอะไร อยากตายนักรึไงถึงได้วิ่งไม่ดูทางแบบนี้ "

" ฉัน.. ฉันขอโทษ " เด็กสาวพูดออกมาเบา ๆ พลางกวาดตามองไปรอบ ๆ จึงเห็นว่าที่ตรงนี้ไม่ใช่บ่อลาวาริมขอบผาธรรมดา แต่รอบ ๆ มีเสาหินอ่อนสี่เสาตั้งอยู่ครบทุกทิศ และข้างบนตรงกลางมีไม้กางเขนอันใหญ่แขวนอยู่ " ที่นี่ที่ไหน ที่นี่มันไม่ใช่บ่อลาวาธรรมดาใช่มั้ย "

" เอิ่ม.. " คนถูกถามเงียบไปสักพัก ก่อนจะตอบเธอเบา ๆ " ที่นี่คือที่บูชายัญ ที่ข้าจะนำหญิงสาวพรหมจรรย์มาทำพิธีทุก ๆ ปี แต่ว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา ยังมีเวลาพอที่เจ้าจะหนีอยู่ เจ้าควรจะ.. "

" ไม่ ฉันจะหนีไม่ได้ ถ้าทำแบบนั้นนายก็จะเจ็บปวด นายบอกเองนี่นา ฉันอยากจะช่วยนายนะ เพราะงั้นฉันจะไม่หนี " เด็กสาวพูดแทรกพลางยิ้มหวานให้กับเขา ปีศาจหนุ่มมองใบหน้าสวยด้วยสายตาเศร้าหมอง หลังจากเมื่อคืนเขาได้คิดมาถี่ถ้วนแล้ว ยังไงเขาก็ทำร้ายเธอไม่ได้ เขาจะไม่ยอมฆ่าเธอแน่ แม้จะต้องแลกกับความเจ็บปวดของตนเองก็ตาม

นิ้วเรียวหยิบสร้อยคอที่มีจี้รูปดาวสีฟ้าสวยขึ้นมาต่อหน้าเธอ ก่อนจะใส่ให้เด็กสาวในทันที " ไม่ต้องสนใจข้า ความเจ็บปวดของข้าเพียงแค่นี้เทียบกับชีวิตของเจ้าไม่ได้หรอก หนีไปซะ "

" แต่… "

" อีกไม่นานเวลาบูชายัญก็จะมาถึงแล้ว ถือว่าสิ่งที่ขอคือของขวัญวันคริสต์..มาสที่เจ้าจะมอบให้กับข้า หนี… " ยังพูดไม่ทันจบประโยค พลันหิมะก็ตกโปรยปรายลงมา พร้อมกับเสียงของใครสักคนที่กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

" คิดจะเปิดทางให้เครื่องบรรณาการของข้าหนี มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก "

" มหาเทพี " ปีศาจดำเรียกอีกฝ่ายด้วยความตกใจ ใช่ เทพที่สาปเขาก็คือมหาเทพีเจ้าของเรือนผมสีแดงเพลิงเหมือนฟีนิกซ์ที่ยืนอยู่ตรงหน้า และเหตุผลที่บอกให้เธอหนีก็เพราะถ้าหากนางได้มาถึง หญิงสาวคนนั้นก็จะถูกดูดกลืนเอาพลังชีวิตและความงดงามไปจดหมดสิ้น " ท่านเทพได้โปรดอย่าทำร้ายนาง หากต้องการชีวิตขอให้ฆ่าข้าแทน "

" บังอาจนัก เป็นปีศาจแต่หลงรักมนุษย์ คึคึคึ น่าขัน " เจ้าของเรือนผมแดงกล่าว ก่อนจะหันมามองเด็กสาวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ " ว่าไงล่ะ ถ้าเจ้าอยากรอดก็จงก้มกราบขอร้องข้าสิ คึคึคึ กราบข้าซะสาวน้อย "

เด็กสาวมองหญิงตรงหน้านิ่ง 'ไม่ ยัยนี่ไม่ใช่เทพ แต่ยัยนี่คือ red devill หรือ เรดด้า ปีศาจแห่งบาปที่มีพลังในความกลัวและชอบสาปคนอื่นไปทั่วเพื่อความสนุก' เด็กสาวคิด ซึ่งเด็กสาวเป็นคนเขียนปีศาจตนนี้ขึ้นมาและทำให้ตายไปแล้ว แต่เพราะอะไรไม่ทราบนางถึงกลับมาอีก " ไม่ เรดด้า ฉันไม่กราบเธอแน่ "

ปีศาจสาวเบิกตากว้าง ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้เด็กสาว " เจ้ารู้ชื่อข้าได้ยังไง "

" ไม่รู้สินะ สงสัยฉันจะเป็นเทพเจ้าที่สร้างเธอขึ้นมาอีกทีละมั้ง " เด็กสาวยิ้มพูด " จงถอนคำสาปที่เธอสาปเขาซะ ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน "

" เด็กน้อยเยี่ยงเจ้าจะทำอะไรข้าได้ ต่อให้รู้จักข้า เจ้าก็อ่อนด้อยกว่าข้าอยู่ดี คึคึคึ "

" ไม่แน่นี่นา " เด็กสาวพูด ดวงตาคู่สวยมองไปรอบ ๆ ก่อนจะวิ่งตรงไปที่บ่อลาวา ตรงไปหาเจ้ากวางที่กำลังยืนมองอยู่ 'ถ้าโดดไปถึงเจ้ากวางและสามารถขี่มันได้ เราก็มีโอกาสชนะ'

" นั้นหรือว่า อย่า…. " ปีศาจหนุ่มร้องตามด้วยความตกใจ เขาวิ่งไม่ทันแล้วเพราะตอนนี้เธอกระโดดข้ามบ่อลาวาไปแล้ว และบ่อลาวาก็ค่อนข้างกว้างไม่มีทางที่มนุษย์ไร้ปีกจะข้ามมันไปได้ " วิหคดำ ช่วยนางข้ามไป! "

" บังอาจนัก! " ปีศาจเรดด้าร้องขึ้นมาด้วยความโมโห ก่อนจะใช้แส้แห่งความหวาดกลัวฟาดตรงไปยังวิหคที่กำลังบินเข้าไปหาเด็กสาว หวังจะให้แส้รัดวิหคดำให้ได้

เพราะความช่วยเหลือของวิหคดำให้เด็กสาวไม่ตกลงไปในบ่อลาวา แต่ก็โชคร้ายเพราะแส้ของปีศาจเรดด้าที่ฟาดมารัดเข้าที่ปีกของวิหคดำ ทำให้วิหคดำทนกับความเจ็บไม่ไหวเหวี่ยงร่างบางจนเลยขอบผาไป " ว้าย! "

" รีบไปช่วยนาง ไม่ต้องห่วงข้านายท่าน ทางนี้จะข้าจัดการเอง " วิหคดำว่า ก่อนจะกัดฟันทนความเจ็บที่มีอยู่ หันไปสู้กับปีศาจเรดด้าในทันที

" ฝากด้วย " ปีศาจดำกล่าว พร้อมกับรีบกระโจนข้ามบ่อลาวาไปที่ขอบผา ซึ่งเขาคาดเดาว่าเธอไม่น่าจะบาดเจ็บอะไรเพราะด้านล่างเป็นทะเล แต่เมื่อเขากระโดนลงไปดู กลับเจอสิ่งที่น่าเหลือเชื่อกว่า เพราะตอนนี้ร่างบางกำลังสลบอยู่บนหลังของกวางตัวใหญ่ที่มีขนสีฟ้าเรือง ๆ และมันยืนอยู่บนน้ำ

" อะ.. " เด็กสาวปรือตาขึ้นมาพร้อมกับมองไปรอบ ๆ ตอนนี้ตัวเธอกำลังอยู่บนหลังของเจ้ากวางตัวเดิม เด็กสาวยิ้มบางอย่างด้วยความรู้สึกขอบคุณเจ้ากวาง ก่อนจะหันไปมองปีศาจหนุ่มที่ยืนอยู่ริมฝั่งทะเลและการต่อสู้ระหว่างวิหคดำและเรดด้า 'ไม่ได้ จะปล่อยให้วิหคดำสู้กับเรดด้าไม่ได้ ถ้าทำแบบนั้นวิหคดำจะตาย เราต้อง…'

มือนุ่มลูบขนเจ้ากวางเบา ๆ มีแค่วิธีเดียวคือสื่อความต้องการถึงเจ้ากวางเพื่อให้มันทำตาม เด็กสาวลูบขนสวยของมันเบา ๆ ก่อนจะพูดขึ้น " ฉันรู้ว่าทุกสิ่งมีเหตุผล การเจอกันของเราก็เหมือนกัน การที่ฉันได้เจอกับเจ้าและทุก ๆ คน มันมีความหมายสำหรับฉันมาก พวกเขาไม่ใช่คนเลว ได้โปรดร่วมสู้กับฉันเพื่อพวกเขา เจ้ากวาง ได้โปรด " 

ดูเหมือนเจ้ากวางจะรับรู้ถึงสิ่งที่เด็กสาวต้องการจะสื่อแล้ว มันหันมามองเด็กสาวที่นั่งอยู่บนหลังของมันนิ่ง ก่อนจะส่งเสียงรับพร้อมกับร้องประกาศศักดาขึ้นมาเสียงดังหวังจะล่อปีศาจเรดด้าให้หลงกลตามมา และมันก็ใช้ได้ผล นางปีศาจฟาดแส้ใส่วิหคดำอย่างแรงเพื่อเปิดทาง ก่อนจะพุ่งตรงมาทางเด็กสาวทันที " ไปเจ้ากวาง ไปไปไป "

" คิดจะหนีข้าอย่างงั้นหรอ ไม่มีทางซะหรอก คึคึคึ " ปีศาจเรดด้าขยับยิ้มพร้อมกับไล่ตามหลังเด็กสาวบนหลังเจ้ากวาง พร้อมกับฟาดแส้ในมือไปด้วยหวังจะให้ถูกเจ้ากวางและเด็กสาวข้างหน้า

" หลบเร็ว " เด็กสาวร้องบอกเจ้ากวางพลางเหลือบไปมองปีศาจที่ตามมาทางด้านหลัง 'ใช่ นางคือปีศาจแห่งความกลัว ที่มักจะสร้างความกลัวในใจให้กลับผู้อื่น แต่นางก็มีความกลัวเหมือนกัน กลัวตาย'

'เราต้องล่อนางปีศาจนี่ไปที่กลางแม่น้ำให้ได้' เด็กสาวคิด ก่อนจะควบเจ้ากวางไปที่กลางแม่น้ำทันที " เจ้ากวางหยุด!! "

" ทำบ้าอะไรของเจ้าน่ะ " ปีศาจดำที่บินตามกล่าวขึ้นอย่างไม่ค่อยพึงพอใจ " ทำแบบนั้นเดี๋ยวก็โดนนางฆ่าหรอก หนีสิ "

" ไม่ ฉันจะไม่หนี ฉันไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อหนีแค่อย่างเดียวซะหน่อย " คนหน้าสวยยกยิ้ม มองผ่านหิมะที่ตกโปรยปรายจ้องไปยังร่างของปีศาจที่ตามเธอมา " และอีกอย่าง ฉันไม่จำเป็นต้องกลัวตัวละครที่ตัวเองสร้างหรอกนะ "

" คึคึคึ คิดจะสู้กับข้ายังเร็วไปล้านปีนางเด็กน้อย ความงดงามของเจ้าต้องเป็นของข้า!!! "

" ม่ายย!! " ปีศาจดำอ้าปากค้างมองเหตุการณ์ตรงหน้า ปีศาจเรดด้าพุ่งเข้าหาเด็กสาวและเจ้ากวางฟ้าอย่างแรงจนตอนนี้ตรงหน้ามีน้ำฟุ้งกระจายจนมองไม่เห็นอะไร แต่ในขณะที่ปีศาจหนุ่มกำลังตกใจทำอะไรไม่ถูกอยู่นั้น พลันแสงสีแดงเรือง ๆ ก็ปรากฏขึ้น

" ไม่จริง!!! " เสียงกรีดร้องหวีดแหลมของเรดด้าดังลั่น ตอนนี้บนร่างของนางมีดาบทับทิมสีแดงเล่มเล็กปักอยู่ แม้ดาบจะมีขนาดเล็กแต่มันกลับทำให้เรดด้าแสบร้อนและเจ็บปวดไปทั่วร่างกาย " โอย!! ทำไม เจ้ารู้ได้ยังไงว่าข้าแพ้ทับทิมไฟ ทำไม!! "

เด็กสาวจับดาบแน่น มองปีศาจร้ายตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม " เพราะฉัน เป็นคนสร้างเธอขึ้นมายังไงล่ะ และเงื่อนไขในการมีชีวิตของเธอ ฉันก็เป็นคนกำหนดไว้เอง งั้นก็.. ลาก่อน "

" ม่าย!!! " เรดด้ากรีดร้อง ก่อนนางจะสลายกลายเป็นเถ้าธุลีปะปนกับหิมะสีขาวไป และนี่แหละคือเงื่อนไขการมีชีวิตอยู่ของปีศาจเรดด้า เพราะเด็กสาวได้เขียนเอาไว้ว่าเรดด้าจะสิ้นท่าเมื่อเจอกับทับทิมไฟที่หายาก และทับทิมไฟหนึ่งในของหายากนั้น มันก็อยู่ในตัวเธอด้วยเหมือนกัน ดาบที่แม่ของฟีนิกซ์ให้เอาไว้ ดาบปราบปีศาจ

" คำสาปสลายไปแล้ว " เสียงปีศาจ ไม่สิ เสียงเจ้าชายหนุ่มพูดขึ้น ตอนนี้เขาปีศาจอีกแล้ว คำสาปได้สลายไปแล้ว " ข้ากลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว ไม่มีปีก ไม่มีเขาอีกแล้ว "

" นายไม่ได้เป็นปีศาจ " เด็กสาวมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างประหลาดใจ พร้อมกับควบกวางเข้าไปหาเขา ตอนนี้เขาอยู่ในชุดสีขาว รับกับดวงตาสีฟ้าประกาย " นายต้องไม่ใช่แค่คนธรรมดาแน่ นายเป็นใครกัน "

" กราบขออภัยองค์หญิงที่ข้าทำไม่ดีใส่ท่าน ตอนนี้คำสาปได้สลายไปแล้ว เช่นนั้นข้าขอแนะนำตัวหน่อยก็แล้วกัน " ชายหนุ่มยิ้มละมุนมองเด็กสาวที่อยู่บนหลังกวาง ก่อนจะส่งมือให้เธอจับเพื่อก้าวลงมาอยู่ต่อหน้าเขา " ข้ามีนามว่าองค์ชายซันส์ คอลเตอร์ แต่เพราะถูกคำสาปจึงกลายเป็นปีศาจ "

เด็กสาวมองหน้าชายหนุ่มแล้วนิ่งเงียบไป 'ซันส์ คอลเตอร์ หึ ฉันจำได้แล้ว ผู้ชายคนนี้ฉันเขียนให้เขาเป็นพระเอก คู่กับฟีนิกซ์ ไม่น่าเชื่อเลย'

" ข้าท่านไม่รังเกียจช่วยรับขอโทษของข้าด้วย ขออภัยที่จับท่านมา "

" ยินดีที่ถูกจับมาค่ะ คิก ๆ " เด็กสาวกล่าวพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะหันไปมองข้างหลังเมื่อรู้สึกว่ามีใครบางคนสะกิดเธอ

" ทรงเก่งกล้ามากเพคะองค์หญิง "

" มาเรีย พี่คือกวางฟ้าอย่างงั้นหรอ ว้าว " เด็กสาวยิ้มกว้าง พร้อมกับวิ่งเข้าไปกอดพี่เลี้ยงสาวในทันที ไม่รู้ว่าทำไมแต่เวลาที่เด็กสาวอยู่ใกล้มาเรียแล้วจะรู้สึกปลอดภัยเสมอ " ถ้าอย่างงั้น เรื่องที่บ้าน… จริงสิ "

" เพคะ หม่อมฉันเป็นคนพาองค์หญิงมาเอง และตอนนี้มันก็ถึงเวลาแล้วเพคะ กลับบ้านกันเถอะเพคะ "

คนฟังนิ่งเงียบไป รู้สึกทั้งอยากและไม่อยากกลับ 'ไม่สิ เราต้องกลับบ้าน ทุกคนกำลังรอฉลองกับเราในวันคริสต์มาส' เด็กสาวหันไปมองเจ้าชายหนุ่มสลับกับหน้ามาเรียก่อนจะยิ้มกว้าง " อะ.. อืม กลับบ้านกัน "

" เดี๋ยวก่อน " เจ้าชายหนุ่มพูดขึ้น ดวงตาสีฟ้าประกายมองหญิงสาวอันเป็นที่รักของเขาในตอนนี้นิ่ง " แล้วเราจะได้เจอกันอีกมั้ย "

" ไม่รู้สิ ถ้านายเชื่อเราจะต้องได้เจอกันอีกแน่ อะ… " พลันร่างบางก็ถูกเจ้าชายหนุ่มดึงเข้าไปกอดแน่นอย่างไม่ทันตั้งตัว " นาย! "

" ข้าอยากจะกลับไปเป็นปีศาจดำอีกครั้งจริง ๆ จะได้กลืนกินเจ้า ไม่ให้ไปจากข้าได้ ทั้ง ๆ ที่วันนี้เป็นวันสำคัญ แต่ข้ากลับต้องทนกับความทุกข์ที่ต้องเสียสิ่งที่รักไป ทำไมล่ะ ทำไมเจ้าต้องไป "

" ฉันไม่ได้ไปไหนหรอกนะ แต่ฉันจะยังอยู่ในหัวใจของนาย ในความทรงจำของนาย ฉันไม่ใช่องค์หญิงฟีนิกซ์ แต่ฉันคือนักเขียนนิยายที่สร้างพวกนายขึ้นมา หากคริสมาสต์ปีหน้าเรายังมีวาสนาต่อกัน เราต้องได้เจอกันแน่ " เด็กสาวพูด ก่อนจะถอยห่างเจ้าชายหนุ่มไปยืนใกล้ ๆ มาเรีย " ลาก่อน "

ร่างบางตรงหน้าส่งยิ้มหวานมา ชายหนุ่มกระตุกวูบในหัวใจ เขาอยากจะรั้งเธอเอาไว้ แต่เมื่อสิ่งนี้ความสุขของเธอ เขาก็ขัดขวางมันไม่ได้ " สุขสันต์วันคริสต์มาส เจ้าหญิงนักเขียน " นั้นคือคำพูดสุดท้าย ก่อนที่โลกทั้งโลกจะมืดหายไปจากสายตาของเธอ

" พี… พี!! ตื่นเถอะลูก พี!! "

" อะ " เด็กสาวสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ ก่อนจะมองไปรอบ ๆ ที่นี่คือห้องของเธอ และคนที่อยู่ตรงหน้าก็คือผู้หญิงที่เธอคุ้นเคย " แม่ "

" ทำไมมานอนตรงนี้ละลูก เมื่อคืนเขียนนิยายดึกอีกแล้วใช่มั้ย แม่บอกแล้วไงว่าต้องรู้จักแบ่งเวลา ดูซิเนี่ย เฮ้อ " คนเป็นแม่บ่นลูกสาว ก่อนจะเดินออกไปจากห้องพร้อมกับหันมากำซับ " รีบอาบน้ำแต่งตัวซะ เดี๋ยวก็สายหรอก "

 " อะ.. ค่ะแม่ " เด็กสาวพยักหน้ารับมองตามหลังคนเป็นแม่ด้วยความมึนงง 'นี่ฉันฝันหรอ เฮ้อ คิดว่าเรื่องจริงซะอีก อะ..! นั้นมัน' ดวงตาคู่สวยมองเงาของตนเองในกระจกแขวนใกล้ ๆ ด้วยความประหลาดใจ เธอเห็นสร้อยจี้ดาวสีฟ้าที่อยู่บนคอของเธอ นิ้วเรียวแตะไปที่จี้สร้อยเบา ๆ ให้รู้ว่ามันคือของจริง " มหัศจรรย์ นี่มันมหัศจรรย์จริง ๆ "

ดวงตาสีน้ำตาลสวยมองเงาในกระจกพร้อมกับยิ้มกว้าง เธออาจไม่ใช่องค์ฟีนิกซ์ที่งดงาม แต่เธอคือนักเขียนที่มีจินตนาการที่พร้อมจะวาดฝันกำหนดเรื่องราวให้เป็นดั่งใจปรารถนา และเด็กสาวรู้แล้วว่าเธอควรจะเขียนเรื่องอะไรในวันคริสต์มาสนี้ เรื่องราวความมหัศจรรย์ " merry Christmas เช่นกันปีศาจ เอ๊ะ! ไม่ใช่สิ องค์ชาย "

************

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น