(fanfic) ปริศนามายา อัตตานิรันดร์

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 9 : ร้อนนน!!..ใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    7 มิ.ย. 63




รถสปอร์ตแล่นไปตามท่องถนนด้วยความเร็ว 180 


“ พี่มิติคะ เราจะไปไหนกันหรอ ” ลัลทริมาหันหน้าไปถามเด็กสาวผมม่วงที่กำลังแสยะยิ้มอยู่


“ เราหน่ะ มันเป็นแค่คนธรรมดาเดินดิน ไม่มีค่าสูงมากมาย แต่ลัลทริมาเธอไม่ต้องห่วง ฉันไม่พาเธอไปในที่แผลงๆ หรอก ” คนหน้าสวยยิ้มร้าย “ ฉันก็แค่อยากรู้เฉยๆ หน่ะ ว่าการหายตัวไปของเรา จะทำให้ไอ้พวกสูงส่ง หัวหมุนได้มากน้อยแค่ไหน หึหึหึหึหึ... ”


ลัลทริมามองหน้ามิติกาอย่างงงงวยระคนกังวลใจ ถ้าเธอหายไปปุบปับแบบนี้ แล้วน้าของเธอล่ะ


มิติกาแสยะยิ้มขับรถไปตามทางอย่างชำนาญ นึกถึงเมื่อคืน....

... คำพูดของเชียร และประโยคในข้อความการิน


‘ เธอมันก็แค่เด็กมีปมปัญหา ที่บังเอิญมาถูกเวลาก็เท่านั้น.. ’


‘ โชคร้ายหน่อยนะยัยหัวม่วง เธอดันเป็นแค่คนธรรมดา ก็เป็นได้แค่สิ่งบรรณาการแบบนี้แหละ ’


“ ชริ.. คนธรรมดา เด็กมีปัญหางั้นหรอ หึ.. ” มิติกาแสยะยิ้มเคียดแค้นปนสนุก “ เดี่ยวก็รู้.. ว่าเด็กมีปัญหากับยัยแม่มดอ่อนต่อโลก จะทำให้คนที่สูงส่ง.. เป็นบ้าได้รึเปล่า ”


คำพูดของมิติกาทำให้ลัลทริมาเริ่มหวาดกลัวแปลกๆ เด็กสาวรู้สึกว่ามิติกาน่ากลัวเสียแล้ว


พลันความน่ากลัวก็หายไปหมดสิ้น เมื่อมิติกาหันมายิ้มจริงใจให้เด็กสาว รอยยิ้มที่ทำให้คนน่ากลัวกลายเป็นคนที่สวยสะพรั่ง “ ลัลทริมา เราใช้เวลานี้ไปเที่ยวกันเถอะ.. ”


“ เอ่อ.. ค่ะ ” เด็กสาวพยักหน้าส่งยิ้มตอบรับคนหน้าสวย แล้วรถสปอร์ตคันหรูก็ขับทะยานไป


“ ว้าว... ที่นี่สวยจังเลยค่ะ ” ลัลทริมายิ้มแก้มปริ มองไปรอบๆ 


มิติกาพาลัลทริมามายังบ้านพักส่วนตัวของเธอซึ่งตั้งอยู่ริมทะเล บรรยากาศดีทำเลสวย และแน่นอนว่าบ้านพักแห่งนี้มันเงียบสงบ มีแม่บ้านอยู่สองสามคนคอยรับใช้อย่างรู้หน้าที่


“ เราไปดูรอบๆ กันดีกว่า หลังจากนั้นไปเล่นน้ำกัน ” มิติกาว่า ลัลทริมาเบิกตาโตเป็นประกายอย่างตื่นเต้น


“ ค่ะ ” เด็กสาวยิ้มรับ แล้วรีบเดินไปชมวิวรอบๆ บ้านพัก เด็กสาวผมม่วงหันมาตีคิ้วให้แม่บ้าน หญิงรับใช้พยักหน้าอย่างรู้งาน ก่อนมิติกาจะเดินตามเจ้าของญาณอาถรรพ์ไปติดๆ


“ โห.. สวยไปหมดเลยค่ะ ฝั่งนี้ก็มีวิวทะเล ฝั่งนี้ก็มีวิวป่า ฝั่งนี้ก็มีวิวสวนดอกไม้.. ฉันชอบที่สุดเลย ” ลัลทริมายิ้มหวาน มองไปรอบๆ อย่างตื่นเต้นสบายอกสบายใจกับบรรยากาศเงียบสงบ


“ ยังไม่หมดหรอกนะลัล ” มิติกายิ้มว่าต่อ “ ตอนกลางคืน ที่นี่ยังมีดาวเยอะด้วยนะ หมายถึงเห็นดาวชัดแจ๋วเลยล่ะ ”


“ จริงหรอคะ.. ” เด็กสาวหันมาถามดวงตาเป็นประกาย 


“ คืนนี้เราออกมานอนดูกัน ” มิติกาว่า ลัลทริมาจึงรีบพยักหน้าทันที


“ ค่าาา ”




ในขณะที่เด็กสาวทั้งสองคนกำลังยิ้มแย้มกันอย่างมีความสุข อีกด้านของความสุขนั้นก็มี....



“ โว้ยยย !! ” คนที่กำลังเป็นบ้าเพราะพวกเธอ “ ยัยโง่กับยัยหัวม่วงหายไปไหนกันวะ ”


“ แล้วทำไมแกยังใจเย็นอยู่ได้ ช่วยกันคิดหน่อยสิเว้ยย ” การินโวยวายใส่ชายผมแดงอย่างคนเสียสติ นับตั้งแต่ลัลทริมาและมิติกาหายตัวก็ล่วงเลยมาหลายชั่วโมงแล้ว 


ทั้งเชียรและการินจึงตามหาเด็กสาวเป้าหมายของตนเอง แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ ทั้งสองจึงยอมเย็บธงขาวเข้าร่วมมือกันชั่วคราว แต่ทำยังไงในตอนนี้ก็ยังหาไม่เจอ หนทางที่เด็กหนุ่มมีจึงเริ่มลิบลี่ลงอย่างเห็นได้ชัด


“ ฉันกำลังคิดอยู่ต่างหาก มัวแต่โวยแบบนาย ให้ตายก็คิดไม่ออก ” เชียรมองอริด้วยหางตา ในยามนี้เขาเองก็มองไม่เห็นว่ามิติกา หรือลัลทริมาจะไปสุมหัวกันอยู่ที่ไหน


“ โธ่เว้ย.. !! ” การินสบถ “ แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่จะเจอวะ ไอ้หัวแดง ” เด็กหนุ่มกึ่งตะคอกกึ่งเรียก


“ อะไร.. ” 


“ แกมีอิทธิฤทธิ์เหาะเหินเดินอากาศหายตัวได้ไม่หรอวะ แกก็หายตัวไปหายัยหัวม่วงสิ ” เด็กหนุ่มออกความคิด จ้องเชียรเขม็ง


คนถูกจ้องส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธอีกฝ่าย “ ฉันจะไปได้ก็ต่อเมื่อรู้ว่าคนคนนั้นอยู่ที่ไหน และฉันนึกออกต่างหากล่ะ ”


“ อะไรวะไอ้ศาสดา มีพลังแต่ทำอะไรไม่ได้ น่าโมโหชะมัด ” การินทุบโต๊ะด้วยความโมโห


“ ถ้าเรามีคนที่รอบรู้เรื่องของยัยตัวแสบมากพอ ก็คงจะดี.. ” ชายผมแดงตัดพ้อกับตัวเองเบาๆ หันหลังจะก้าวออกไปจากจุดนั้น


“ เดี่ยวก่อน ” การินเรียกชายหนุ่มด้วยเสียงที่นิ่งเรียบ ชายผมแดงจึงหยุดหันมารับฟังเด็กหนุ่ม


การินแสยะยิ้ม “ ฉันว่า.. ฉันมีผู้รอบรู้อยู่คนหนึ่งวะ ”


“ ใคร.. ?? ” ไม่มีคำตอบใดจากเด็กหนุ่ม มีเพียงเสียงหัวเราะเลศนัยเท่านั้นที่ดังก้อง



 ที่บ้านจินตเมธร 


สองหนุ่มผมดำและผมแดงเดินเข้าไปในบ้าน ตรงไปที่ห้องโถงเพื่อไปหาผู้รอบรู้ของพวกเขา


“ พ่อ!! ” การินตะคอกจนคนถูกเรียกสะดุ้งโหยงทำหนังสือหล่นลงพื้น แต่ก็มีมือหนามารับไว้ และยื่นให้ชายผู้อำนวยการ


“ กะ..การิน อาจารย์ !!! ” 


“ เออ / สวัสดีครับ ” คนเป็นพ่อประหลาดใจเป็นร้อยเท่าพันเท่า เมื่อลูกชายมายืนเคียงอยู่กับคนที่บอกว่าเกลียดที่สุดอย่างชายผมแดงคนนี้ ช่างเป็นภาพที่แปลกมากสำหรับนรินทร์


คนหนุ่มทั้งสองมองหน้ากันแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมาแสยะยิ้มให้นรินทร์ แล้วเริ่มการ.......

................ สอบสวน



คนถูกถามเริ่มเอียงคอลำบากใจกับคำถามมากมายของลูกชายตัวดี กับอาจารย์หนุ่มผมแดง คำถามที่ตัวนรินทร์เองก็รู้บ้างไม่รู้บ้าง และบางคำถามก็ทำให้เขาลำบากใจที่จะตอบอยู่หลายหน


“ รีบตอบมาสิ ยัยหัวม่วงมีสถานที่ที่ชอบไปส่วนตัวที่ไหนบาง ” การินตะคอกถามคนเป็นพ่อ 


“ รีบตอบสิครับ.. คุณนรินทร์ ” ชายผมแดงเองก็ช่วยเร่งเร้านรินทร์อีกคน คนเป็นพ่อมองลูกชายสลับกับชายผมแดงอย่างพินิจ ก่อนจะแย้มยิ้มเข้าใจสถานการณ์


เจ้าการินเอาแต่โวยวายถามถึงเรื่องหนูลัล ส่วนอาจารย์ถึงจะนิ่ง แต่ก็ถามถึงแต่หนูมิติ แบบนี้แสดงว่า... 


“ ฮ่ะๆๆ ” นรินทร์หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ “ นี่ฉันกำลังเข้าใจถูกรึเปล่า แฟนพวกเธอหนีเที่ยวโดยไม่รายงานกันใช่มั้ย ”


“ แคกๆ ” เชียรที่กำลังจิบน้ำเมื่อได้ยินสิ่งที่นรินทร์พูด ก็ถึงกับสำลักน้ำออกมา ส่วนการินก็เบิกตาโตนิ่งเงียบไป


“ ทำไมถึงคิดแบบนั้นละครับ ” ชายผมแดงเอ่ยปากถามคุณผู้อำนวยการเสียงเรียบ


นรินทร์ยิ้มแล้วพูดต่อ “ ก็ดูเจ้าการินสิ ปกติใครหายไปไม่เคยเห็นจะมาสนใจนี่น่า แต่ตอนนี้มาโวยวายถามเป็นวัดเป็นเวรเนี่ย ก็คงหนีเรื่องนี้ไม่ได้หรอก อาจารย์ก็เหมือนกัน ถึงอาจารย์จะนิ่งแต่ผมมองออกนะครับ ว่าอาจารย์กำลังร้อนใจ ”


“ อาการแบบนี้ จะให้ฉันคิดเป็นอื่นไปได้ยังไง นอกจากกลัวแฟนทิ้งหน่ะ ฮ่ะๆๆ ” นรินทร์หัวเราะ “ คงสร้างวีรกรรมไว้เยอะล่ะสิท่า ถึงกลัวเขาทิ้งหน่ะ ”


คนหนุ่มทั้งสองนิ่งงันไป ถูกทิ้ง... ไม่มีทาง จะไม่มีใครไปหาใครทั้งนั้นแหละ ไม่มีทาง..


“ ตอบมา..!! ” อึย.. คนหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ดังและน่าหวาดกลัว ทำให้นรินทร์หยุดหัวเราะ และตอบคำถามที่ค้างคาให้คนใจร้อนทั้งสองฟัง





“ ดวงดาวเยอะจังเลยค่ะพี่มิติ ” ลัลทริมายิ้มหวานมองดูดาวที่กำลังระยิบระยับสุกสกาวอยู่บนท้องฟ้า 


“ อือ.. สวยดีใช่มั้ยล่ะ ” มิติกาถามเด็กสาวโลกสวยด้วยน้ำเสียงเรียบ


“ ค่ะ.. มันสวยมากเลย ” ลัลทริมายิ้มรับแสงสว่างจากดาวน้อย “ นานมากแล้ว ที่ฉันไม่ได้ดูดาวสวยๆ แบบนี้ ”


“ นาน... ” 


“ ค่ะ นาน.. ” เด็กสาวโลกสวยมองดาวอย่างเหม่อลอย “ เมื่อก่อน ตอนที่ฉันยังเด็กๆ ฉันเคยนอนดูดาวแบบนี้กับพี่ชายน่ะค่ะ แต่พอพี่เสีย.. ฉันเลยไม่ได้ทำแบบนี้อีก.. ”


“ ลัลทริมา ” คนหน้าสวยเรียก


“ คะ ”


“ เธอไม่จำเป็นต้องปิดกั้นความสุขที่เคยมีนี่หน่า ยิ่งเธอปิดกั้นและอมความทุกข์เอาไว้ หึหึ.. ” มิติกาแค้นหัวเราะ “ ซักวันเธอจะเป็นประสาท และ... ครอบครัวที่มองเธออยู่ ก็จะไม่มีความสุข แต่.. ถ้าเธอมีความสุข ทำในสิ่งที่เธอเคยทำร่วมกันกับพวกเขา พวกเขาจะรับรู้และมีความสุขไปกับเธอนะ ”


ลัลทริมาฟังคำมิติกากล่าวนิ่งเงียบ คิดไปตามคำพูดเมื่อครู่ หรือจะจริงอย่างที่มิติกาพูดเธอก็ไม่รู้ แต่.. หลังจากที่เสียพ่อแม่พี่ชายไป เธอก็เอาแต่คิดเรื่องพลังของเธอ เก็บกั้นความทุกข์เอาไว้มากมายจนไม่เป็นอันทำอะไร ยิ่งพอมาเจอกับการิน เขายิ่งทำให้เธอตีกรอบตัวเองมากขึ้น หรือว่า... เธอจะทำตามที่มิติกาบอกกันนะ ฉันจะมีความสุขอย่างที่เคยมี


“ พรุ่งนี้เราไปวัดกันได้มั้ยคะ ” เด็กสาวหน้าหวานลุกขึ้นนั่ง หันมาถามคนหน้าสวย


“ โอเค พรุ่งนี้เราไปวัดกัน.. ” 



..............

.....

.


เสียงสวดมนต์ดังลั่นศาลา เด็กสาวหน้าหวานพนมมือยิ้มอย่างมีความสุข ฟังธรรมเทศนาอย่างตั้งใจ


ส่วนเด็กสาวผมม่วงก็นั่งพนมมือ ทำหน้านิ่งเฉย ร้อนๆ หนาวๆ ตั้งแต่พระธรรมเริ่มร่ายสวดขึ้นมา


ไม่นานพระธรรมเทศนาชาดกก็สวดจบ แต่กระนั้นอาการร้อนๆ หนาวๆ ก็ยังไม่เบาบางลง นี่ฉันเป็นอะไรวะเนี่ย.. หรือว่าไอ้มดดำกับไอ้มดแดงมันเผาพริกเผาเกลือไล่ฉันวะ เดี่ยวปั๊ด ( ฮัดชิ้ว!! // เชียรกับการิน )


ลัลทริมาจูงมือเด็กสาวตัวสูงเดินออกมานั่งที่ม้านั่งข้างศาลา ยิ้มกริ่มสบายอกสบายใจ


“ ขอบคุณนะคะพี่มิติ ที่พาฉันมาทำบุญที่วัดวันนี้ ” รอยยิ้มหวานของลัลทริมาทำให้มิติกาพยักหน้ารับ อาการร้อนๆ หนาวๆ เมื่อกี้ก็เริ่มคลายลงบ้างพอสมควรแล้ว


“ ไม่เป็นไร ฉันยินดี ” เด็กสาวยิ้มบางๆ ให้กับคนหน้าหวาน ลัลทริมาใจเตตึกตัก เธอไม่เคยเห็นมิติกายิ้มแบบนี้เลยซักครั้ง และไม่คิดว่า.. มันจะเป็นรอยยิ้มที่น่ามองขนาดนี้


เช่นเดียวกันกับใครคนหนึ่ง คนที่มองพวกเธอทั้งสองจากที่ไกลๆ ชายที่ตามหาพวกเธอ...


ภาพของเด็กสาวหยุดนิ่งตรงที่มิติกายิ้ม ชายหนุ่มมองภาพนั้น...


หลังจากเขากลับมาจากบ้านของการิน ชายหนุ่มก็มายืนที่หน้ากรอบรูปเวทย์มนต์ ที่สามารถมองคนจากที่ต่างๆ ได้ตามต้องการ


เชียรลูบไปบนภาพเบาๆ รอยยิ้มน่ามองของคนในภาพกำลังดึงดูดเขาเป็นอย่างมาก มีทั้งคำถาม และอารมณ์มากมายปนกันไป


ทำไม.... เธอไม่เคยยิ้มแบบนี้เลย เวลาที่อยู่กับเขา 


...... รอยยิ้มที่น่ามองแบบนี้ ทำไมเขาถึง ไม่เคยเห็นมันเลย


ทำไมเธอถึงดู.. ไม่พอใจตลอดเวลาที่อยู่ร่วมกับเขา ทำไม... 


“ ทำไม.. ” ชายหนุ่มรำพึงกับตัวเองเบาๆ มองภาพรอยยิ้มและใบหน้าของเด็กสาวนิ่ง นิ่งเงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจ


แล้ว... เขาจะทำยังไง ให้เธอยิ้มแบบนี้เวลาอยู่กับเขา ทำยังไง..


แต่ช่างมันเถอะ ในตอนนี้เขารู้แล้วว่าลัลทริมาหายไปกับมิติกา ทั้งคู่ปลอดภัยและกำลังมีความสุข นั้นทำให้ชายหนุ่มโล่งใจไปได้ ทีนี้ก็เหลือแค่ ตามกลับมา.. 


เชียรยิ้มบางๆ ให้รูปในกรอบวิเศษ ก่อนจะสั่งให้มันบันทึกภาพรอยยิ้มนี้ไว้ แล้วตัวเขาก็หายตัวไปจากห้องในทันที





....ทะ.... ท่านศาสดา 


วิฑูรจ้องมองไปยังกรอบรูปวิเศษ เมื่อกี้เขาเห็นผู้เป็นนาย ยืนมองผู้หญิงในรูปอยู่นาน ในทีแรกเขาไม่ได้คิดอะไร แต่...


.... ท่านศาสดาเป็นอะไรไป 


แต่.. พอเขาเห็นชายผมแดงใช้มือค่อยๆ ลูบตามโครงหน้าของหญิงในรูปอย่างทะนุทะนอม เขาก็เริ่มไม่ไว้วางใจกับสิ่งนั้น


ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ทำไมท่านศาสดาถึงดูทะนุทะนอมขนาดนั้น


ชายหนุ่มนักมายากลครุ่นคิด ไม่มีวัน ไม่ว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม หากทำให้ท่านศาสดาไขว่เขวอ่อนแอ 


หึหึหึ..... วิฑูรแสยะยิ้มชั่วร้าย คีบไพ่ใบคมขึ้นมามอง นัยตาดุดันน่าเกรงกลัว 


ฉันจะ... กำจัดมันซะ


จะไม่มีใคร มาทำให้ท่านศาสดาอ่อนแอลงได้ทั้งนั้น 


วิฑูร สาวกผู้นี้ ... จะขอปกป้องท่านศาสดา จากสิ่งมอมเมาเหล่านั้นเอง 


ท่านศาสดา จะต้องอยู่เป็นหลักนำของพวกเราตลอดไป


“ ตลอดไป.. ” 


ปึก... ไพ่ใบคมถูกเหวี่ยงไปปักอยู่บนผนังห้องด้วยความไม่พอใจ


แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่มั่นใจนัก ว่าเธอเป็นใคร หากบุ่มบ่ามทำอะไรลงไป เชียรต้องโกรธเขาแน่


เพราะงั้นเขาจะตาม... ตามดูท่านศาสดาของเขาในระยะนี้ หากไม่มีสิ่งใดผิดปกติ เขาจึงจะวางใจ


แต่...... หากมีละก็ คนที่ทำให้ท่านศาสดาละทิ้งตัวเองไป ไม่ว่าจะใครก็ตามแต่..


เขาจะฆ่าทิ้งเสียให้หมด .....


แต่ชายหนุ่มรู้ว่าถ้าทำอะไรไม่รอบคอบ เชียรต้องโกรธเขาแน่นอน เพราะฉะนั้นเขาจะต้องจัดการกับคนคนนั้นด้วยวิธีที่แยบยล 


หึ.. วิฑูรแสยะยิ้ม แยบยลแบบที่ท่านศาสดาเองก็จะไม่มีวันรู้ ว่าใครอยู่เบื่องหน้าเบื่องหลัง


เขาจะทำทุกอย่าง เพื่อให้ศาสดาที่เขาภักดีทั้งชีวิต อยู่เป็นหลักนำ อยู่เป็นศาสดาตลอดไป


ชายหนุ่มดึงไพ่ใบคมออกจากผนัง แล้วเดินออกจากห้องของผู้เป็นนายไป ไปทำตามสิ่งที่เขาวางผังไว้ในหัวแล้ว 


น่าเสียดายเหลือเกินที่ก่อนหน้านี้ เขาคิดว่าลัลทริมาคือ.. ความอ่อนแอของผู้เป็นนาย ทำให้เขาพยายามเร่งเร้าให้ผู้เป็นนายนำลัลทริมามาทดลองอยู่เสมอ และนั้นทำให้เขาไปค้นบ้านของลัลทริมา หวังจะจับตัวเธอมาให้ผู้เป็นนาย


ในยามนี้เขารู้แล้วว่า มีคนที่น่ากลัวกว่าลัลทริมาโพล่มาแล้ว เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่าเธอเป็นใคร พร้อมกับจัดการเธอ ลัลทริมาและการินซะ คนทั้งสามคนนี้ อันตรายกับตำแหน่งของเขามาก...


หากการินกับลัลทริมายอมรับเป็นสาวกของเชียรเมื่อไหร่ ตำแหน่งสาวกคนโปรดของเขาต้องถูกปลดแน่ เพราะฉะนั้น.. เขาจะใช้โอกาสนี้ กำจัดซะให้หมด


จะไม่มีใครมาเลื่อยขาเก้าอี้ของเขาได้

จะไม่มีใครมานำท่านศาสดาไป

เขาจะอยู่ในตำแหน่งนี้ตลอดกาล




••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••



มิติกาพาสาวหนีเที่ยวซะแล้ว...



สวัสดีค่ะ วันนี้เราก็มา ร้อนอก ร้อนใจ!! ไปกับการินและเชียรค่ะ และก็อิจฉาตาร้อนไปกับวิฑูร  ส่วนสาวๆ ของเราก็อยู่ในช่วงสบายๆ อารมณ์  ให้คุณชายหัวร้อนหัวหมุนไป 


อะ.. พีไนท์ไม่มีอะไรจะพล่ามแล้ว นอกจาก ถ้าชอบก็อย่าลืมติดตามอ่านกันด้วยนะจ๊ะ คอมเมนท์แสดงความคิดเห็นได้เลย ถ้างั้นวันนี้พีไนท์ก็ขอตัว ไปหาวิธี.. คลายร้อนนน!! ให้กับสองหนุ่มก่อนดีกว่า สวัสดีค่ะ >_<



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

54 ความคิดเห็น

  1. #7 Mascher (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 10:53

    ท่านเชียรตกหลุมน้องยังน้า=)
    ทำไมรางสังหรเราบอกว่างานนี้วิทูรอาจไม่รอด~
    ปล.รออ่านตอนต่อไปอยู่นะคะ
    #7
    0