(fanfic) ปริศนามายา อัตตานิรันดร์

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 7 : ปล้ำ..!!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    28 เม.ย. 63




ภายในรถตู้ของบ้านจินตเมธร นรินทร์นั่งยิ้มมองลูกชายของเขา ที่ตอนนี้กำลังฟ้องเรื่องที่คนสองคนทำให้ตัวเองไม่พอใจ


สำหรับคนอื่นๆ คงจะดูน่ารำคาญมาก เนื่องจากการินเป็นคนพูดเสียงดังแต่สำหรับนรินทร์ ไม่ว่ายังไงมันก็ดีเสมอ ถ้าลูกชายของเขาพูดคุยกับเขาแบบนี้


“ พอยัยหัวม่วงเดินออกจากร้านไป ไอ้หัวแดงก็หนีเรากลับเลย แถมพอผมจะพายัยโง่กลับโรงเรียน พนักงานยังมาทวงเงินกับผมอีก ” เด็กหนุ่มเล่าเรื่องด้วยความไม่พอใจ “ ยัยหัวม่วงนะยัยหัวม่วง ลืมอะไรไม่ลืม ดันลืมจ่ายตังค์ พอผมบอกว่าไม่ได้เป็นคนกิน ยัยพนักงานหน้าแบนนั่นก็อ้างนั่นอ้างนี่ต่างๆ นาๆ จะไม่ยอมให้ผมกับยัยโง่ออกจากร้าน ผมเลยต้องจกตังค์จ่าย พ่อดูดิ ทำไมผมต้องเสียเงินให้ยัยคิงคองด้วยก็ไม่รู้ น่าโมโหชะมัด ”


“ ใจเย็นๆ น่า ไอ้ลูกชาย ” นรินทร์ตบบ่าลูกชายของตนเบาๆ “ เงินแค่นั้นช่างมันเถอะนะลูก ถือชะว่าเป็นการเลี้ยงสาวแทนแล้วกันนะ ”


“ สาวหรอ หึ ถ้าเป็นยัยโง่ก็ว่าไปอย่าง แต่นี่มันคิงคองจอมโหดนะ ผมไม่ยุ่งแน่ ” การินว่า พลางทำสีหน้าราวกับตนเองกำลังพูดถึงผีห่าซาตานร้าย


ไม่นานรถตู้ก็มาจอดที่หน้าโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่จัดเลี้ยงในค่ำคืนนี้ การินล้วงมือลงกระเป๋าเดินตามนรินทร์ไปเข้างานเงียบๆ แล้วคนที่เขาไม่อยากให้มาก็มาในงานนี้ด้วย ..เชียร


ชายผมแดงอยู่ในชุดสูทอย่างดีนั่งขยับยิ้มให้เด็กหนุ่มและพ่อของเขาอยู่ที่โต๊ะจัดเลี้ยงโต๊ะหนึ่ง นรินทร์จึงรีบพาการินไปนั่งด้วยทันที ทั้งที่การินคัดค้านแล้ว


“ ไง.. การิน ” เชียรกล่าวทักทายอริของเขาด้วยวาจาที่ดูเป็นกันเอง


“ ไม่ต้องมาทักฉันไอ้หัวแดง ” การินตอบกลับ เด็กหนุ่มนั่งลงเก้าอี้ข้างๆ เชียรอย่างไม่เต็มใจนัก


“ การิน.. ” นรินทร์ข่มเสียงหนักจ้องลูกชาย แล้วหันมาทักทายชายผมแดงตรงหน้า “ สวัสดีครับอาจารย์ ผมต้องขอโทษแทนเจ้าลูกชายตัวดีของผมด้วยนะครับ ”


“ ไม่เป็นไรหรอกครับ ” เชียรยิ้มเล็กๆ เหลือบมองการิน “ ผมชินแล้วล่ะ ไม่ถือเจ้าเด็กปากเสียนี่เท่าไหร่หรอกครับ คุณนรินทร์ ”


นรินทร์ยิ้มแหยๆ ส่งสายตาไปมองการินแวบหนึ่ง สงสัยบางสิ่งว่าการินรู้จักกับชายการศึกษาสูงคนนี้ได้อย่างไร แต่ก็ไม่ถาม



ตึกตึกตึก


ส้นรองเท้าแก้วสีดำสวยกระทบพื้นหินอ่อนของโรงแรมเข้ามาในงาน คนสวมมันอยู่ในชุดเดรสเปิดไหล่กระโปรงสั้นสีดำบางๆ เดินเข้ามาในงานดุจนางหงษ์ สายตาของผู้คนมากมายจับจ้องเธอตั้งแต่เข้างานมา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย เหตุเพราะชุดบางๆ สั้นๆ รัดรูปนั้น


“ ขอโทษนะครับ ” เด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเจ้าของชุดบาง “ ขอเบอร์หน่อยได้มั้ยครับ ”



“ ไอ้หัวแดง พวกนั้นหันมองอะไรกันวะ มองจนคอจะหักอยู่แล้ว ” การินชี้ไปที่โต๊ะแถวๆ ประตูทางเข้างาน แม้จะไม่อยากพูดกับเชียรเท่าไหร่ แต่โต๊ะที่มีแต่ชายรุ่นพ่อของเขานั่งอยู่แบบนี้ เด็กหนุ่มไม่รู้จะพูดกับใครนอกจากเชียร


ชายผมแดงและการินจึงเพ่งมองผ่านกลุ่มคนเหล่านั้นไป เพื่อหาต้นเหตุที่ทำให้ชายในงานเลี้ยงหันตามจนแทบไม่เหลียวกลับ


“ นั่นมัน.. ” การินและเชียรลุกพรึบพรับขึ้นพร้อมกัน จนผู้ใหญ่ร่วมโต๊ะมองอย่างตกใจ แต่คนหนุ่มทั้งสองไม่ได้สนใจอธิบาย รีบเดินแข่งไปที่เป้าหมายทันที


“ การิน.. ” นรินทร์เรียกตามลูกชายตัวดี แต่ชายในกลุ่มที่นั่งอยู่ด้วยกันก็ขัดขึ้นมาก่อน “ คุณนรินทร์ อย่าไปห้ามลูกเลยครับ เด็กกำลังโตก็ต้องวิ่งเข้าหาของที่น่าสนใจเป็นธรรมดา ”


“ ของที่น่าสนใจ ..? ” นรินทร์งงงวย ชายคนดังกล่าวจึงตอบกลับโดยทันที “ ก็คุณหนูตระกูลเก่า ทายาทคนสุดท้ายที่ยืนอยู่ตรงนั้นไงละครับ คุณนรินทร์ ”



“ ขอเบอร์หน่อยได้มั้ยครับ ” เด็กหนุ่มยิ้มให้สาวเจ้าตรงหน้า มือนุ่มกำลังยื่นมือไปรับมือถือจากเด็กหนุ่มคนดังกล่าว แต่.. 


“ ขอโทษด้วยนะครับ แต่ยัยนี่มีแฟนแล้ว ” ชายผมแดงว่า ก่อนจะหันมามองเด็กสาวผมม่วงในชุดที่เขาไม่ถูกใจเป็นอันมาก แล้วลากให้เดินไปอีกมุมหนึ่งของงาน


“ อะ.. ” เด็กหนุ่มกำลังจะคัดค้านร้องตามเพราะไม่เชื่อในคำของชายผมแดง แต่ก็มีเด็กหนุ่มอีกคนมาขวางทางเขาไว้


“ ไม่ต้องตามไป ” การินบอกคนตรงหน้าด้วยเสียงเรียบเฉย 


“ แล้วทำไมผมจะตามไปไม่ได้ แล้วคุณเกี่ยวอะไร ถึงได้กล้ามาขวางผม ” 


การินแค้นหัวเราะ “ นั่นพี่สาวคนสวยของฉัน ส่วนนั่นก็พี่เขยฉันไง เพราะงั้นนายอย่ามายุ่ง ให้เค้าเคลียกันเข้าใจมั้ย ” เด็กหนุ่มแสยะยิ้ม ก่อนจะเดินตามชายผมแดงที่ลากเด็กสาวผมม่วงไป


“ โอ๊ย ” มิติกามองคนตรงหน้านิ่ง ชายผมแดงลากเธอมาที่มุมหนึ่งในงานซึ่งค่อนข้างเงียบ จนแทบจะไม่มีคนเดินด้วยซ้ำ 


เชียรมองเด็กสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ชุดที่เธอใส่มันทำให้เขาหงุดหงิดเป็นอันมาก มันเป็นชุดเปิดไหล่ แถมเปิดมากไปจนเห็นร่อง... เขาสังเกตสายตาของคนพวกนั้นที่มองเด็กสาว มันเป็นสายตาที่หื่นกระหาย ไม่ใช่แค่ชื่นชมหรือชื่นชอบ แต่เป็นอยากจะดอมดมเนื้อสาวไปทั้งตัว “ ใครใช้ให้เธอแต่งตัวโชว์บนแบบนี้มางานยัยตัวแสบ ”


“ ฉันจะโชว์บนโชว์ล่างก็เรื่องของฉันน่า ผู้หญิงส่วนมากในงานเค้าก็ใส่แบบนี้กันนิ.. ” มิติกาตอบ กอดอกทำหน้ามุ้ยใส่ชายผมแดงตรงหน้าอย่างไม่พอใจ เช่นเดียวกัน เชียรก็ไม่พอใจคำตอบของเด็กสาวเหมือนกัน


“ ไม่ได้ เธอยังเด็กอยู่นะ จะโชว์อะไรมันก็ไม่ดีทั้งนั้นแหละ ” ชายหนุ่มเริ่มขึ้นเสียงกับเด็กสาว


“ ทำไมไม่ดี ก็แค่โชว์นิดๆ หน่อยๆ เอง ฉันไม่ได้ตั้งใจมาเดินหาผัวซะหน่อย ” เด็กสาวกอดอก นัยตาสีชาดเดือดราวน้ำต้มร้อน คำตอบของเธอมันทำให้ชายหนุ่มเปลี่ยนอารมณ์จากแค่หงุดหงิดอยากตักเตือนเป็นโกรธและต้องการจะสั่งสอนเธอให้เข็ด


“ เธออาจจะไม่ได้เดินหา แต่ผัวมันจะวิ่งเข้ามาหาเธอเองนะสิ ” ชายหนุ่มพยายามข่มเสียง หากคำพูดต่อไปของเด็กสาวยังไม่เข้าหูเขา เขาจะสั่งสอนเธอซะ


“ ก็ดีนะสิ ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ามีผัวเนี่ย มันเป็นยังไง ” เด็กสาวว่าไปตามอารมณ์ฉุนเฉียวของตัวเอง กอดอกจะเดินหนีชายหนุ่ม แต่เชียรคว้าข้อมือเด็กสาวไว้แน่น ก่อนจะลากเธอเดินออกไปทางด้านหลังโรงแรม


ถ้าเธอไม่ใช่คนที่ฉันจะเอามาเป็นเครื่องมือสำคัญ ฉันจะไม่โกรธเธออย่างนี้หรอก หึ.. เครื่องมือของฉัน ของของฉัน


“ อย่าเข้ามานะ ” เด็กสาวตะคอก สายตาที่ชายหนุ่มมองเธอมันคืออะไรกัน ทำไมเธอไม่เข้าใจและกลัวมันขนาดนี้ “ บอกว่าอย่าเข้ามาไง ออกไปเลยนะ ”


เชียรย่างเข้ามาหาเด็กสาวไม่ยอมหยุด หลังจากลากเธอออกจากงานเลี้ยงนั่นแล้ว เขาก็พาเธอหายตัวมาที่ห้องของเขาทันที “ ก็ไหนบอกอยากมีไม่ใช่รึไง ผัวหน่ะ.. ฉันก็จะ.. ”


“ แต่ไม่ใช่นาย ” เด็กสาวตวาด ถอยหลังหนีชายผมแดงที่มีรังสีน่ากลัวแผ่ฉ้านตรงหน้า “ ฉันเกลียดนาย ฉันไม่ชอบนาย ฉันโคตรรังเกียจนายเลย อ๊ายย!! ”


ชายหนุ่มกดร่างบอบบางลงไปนอนราบบนเตียงนุ่ม แล้วพาร่างแข็งแรงขึ้นคร่อมทาบทับบนร่างของเด็กสาว มือใหญ่กดมือเล็กไว้แน่น ใบหน้าหล่อซุกซนไม่อยู่นิ่ง ซุกไซชอกคอขาวของเด็กสาวอย่างพึงพอใจปะปนอารมณ์โกรธ เสียงขอร้องของเด็กสาวไม่อยู่ในโสตประสาทของชายหนุ่มมากนัก


“ ปล่อย!! ปล่อยฉันนะ ” เด็กสาวร้องลั่น มิติกาพยายามดึงมือให้หลุดออกจากมือใหญ่ของเชียร แต่แรงของเธอมันหายไปหมดอย่างไม่ทราบสาเหตุ ยิ่งชายหนุ่มซุกไซมากเท่าไหร่ แรงและสติสะตังค์ก็หายไปมากเท่านั้น “ ปล่อยฉันเถอะ.. อย่าทำอะไรฉัะ.. อื้อ.. ”


ริมฝีปากบางถูกบดขยี้จากชายผมแดง สัมผัสรุนแรงที่ชายหนุ่มส่งผ่านริมฝีปากบางจนถึงขั่วหัวใจ มันร้อนแรงจนเธอแยกแยะไม่ออกว่าเขากำลังต้องการอะไร รู้สึกเพียงบางสิ่งที่กำลังลูบไล้ร่างบางอย่างซุกซน พร้อมกับกลิ่นเลือดคาวคลุ้งของชายหนุ่มที่เกิดจากเด็กสาวขบที่ริมฝีปากจนเกิดแผลเพียงเพื่อหวังให้เขาผละออกจากเธอ แต่กลับกัน ราวกับโดนยุยงเป็นสองเท่า ชายหนุ่มยิ่งบดขยี้ริมฝีบางหนักขึ้น ก่อนจะถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ใบหน้าหล่อจับจ้องเด็กสาวด้วยรอยยิ้มมีนัยแฝง “ เธอเคยได้ยินคำที่ว่า เกลียดอย่างไหน ได้อย่างนั้นรึเปล่า ยิ่งเธอเกลียดมาก ก็จะยิ่งได้เร็ว ”


“ อย่าทำฉัน ” เด็กสาวส่ายหน้ารัวๆ น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือ “ ปล่อยฉันไป อย่าทำแบบนี้ ” 


ชายผมแดงแสยะยิ้ม ใบหน้าหล่อก้มลงหอมแก้มนวลฟอดใหญ่ แล้วพูดขึ้นมาด้วยเสียงแผ่วเบาและแหบพร่า.. “ เตรียมใจไว้เถอะ ในฐานะศาสดา ฉันจะมอบคำสอน กับเด็กดื้ออย่างเธอเอง หึหึหึ ”


“ ไม่...!!!!!!!! ”



“ โอ้ย.. ” ของเหลวสีแดงไหลซึมออกมาจากฝ่ามือของหญิงสาว ทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ใกล้ๆ รีบตาลีตาเหลือกลุกขึ้นมาดู


“ มุก เป็นอะไรรึเปล่า ทำไมถึงปล่อยให้เลือดออกแบบนี้ ” ชายหนุ่มจับมือเล็กขึ้นมาซับเลือดด้วยความเป็นห่วงและกังวล “ ทำอะไรไม่ระวังเลยนะมุก ทัพว่ามุกควรจะนอนพักผ่อนได้แล้ว ”


“ ทัพ ” มุกดามองชายหนุ่มตรงหน้า นัยตาสั่นเครือ “ มุกเป็นห่วงยัยมิ จู่ๆ ก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเลย มุกอยาก.. ”


“ มุกไม่ต้องกังวลหรอก ” ทัพชัยกล่าวปลอบหญิงสาว “ มุกก็รู้ว่ามิติเอาตัวรอดได้ทุกสถานการณ์ เด็กคนนั้นไม่เป็นไรหรอก ”


“ ไม่หรอกทัพ ยังมีอีกอย่างที่ยัยมิไม่เคยสัมผัส และไม่เคยได้เอาตัวรอดจากสถาณการณ์นั้น ” 


“ อะไรหรอมุก ”


“ เหตุการณ์นั้นก็คือ......... ” มุกดาเงียบไปครู่หนึ่ง “ โดนข่มขืนไง ”


“ ข่มขืน ” ทัพชัยทวนคำของหญิงสาวซ้ำ “ มุกกังวลมากไปแล้ว ใครจะแตะขาอ่อนเด็กคนนั้นได้ ” 


“ รู้ได้ยังไงละทัพ ถ้ามัน.. ” 


“ ถ้ามันเป็นจริงขึ้นมาละก็ ” ทัพชัยยิ้มบางๆ นึกถึงใบหน้าของเด็กสาวที่เขากำลังพูดถึง


“ ก็อะไร.. ?? ”


“ มุกก็น่าจะรู้นิสัยน้องสาวดีไม่ใช่หรอ ว่ามิติเป็นคนยังไง ” ทัพชัยยิ้มกริ่มราวกำลังพูดถึงเรื่องสนุก “ ถ้ามีคนทำแบบนั้นกับมิติจริงๆ พี่เชื่อว่าผู้ชายคนนั้นจะกลายเป็นผู้ชายที่โชคดีกึ่งโชคร้ายมาก ถึงมากๆ ผู้ชายคนนั้นคงจะแปรสภาพเป็นทาสในบัดดล ”


“ ผู้ชายคนนั้นจะหนียัยมิไม่พ้น และต้องทำตามเธอทุกอย่าง เพราะถ้าไม่ทำ.. โดนแน่ ” ทัพชัยว่าพลางทำสีหน้าหวาดกลัว มุกดายิ้มบางๆ แล้วพูดต่อจากทัพชัยขึ้น “ โดนแขวนคอแน่นอน ไม่รอด ”


“ แต่ถึงจะเป็นยังงั้น มุกก็ไม่ปลื่มอยู่ดีค่ะ ยัยมิเป็นน้องสาวมุกทั้งคนนะทัพ จะปล่อยให้มีไอ้บ้าที่ไหนมาทำแบบนั้นกับน้องสาวมุกได้ยังไง ” มุกดาพูดขึ้น เดินไปจับรูปถ่ายของเธอและน้องสาวในสมัยเด็กขึ้นมาดู เธอกับมิติกาต่างกันคนละขั่ว หญิงสาวรู้ดีเลยว่าตัวเองมักจะสร้างภาระให้น้องสาวและโดนมิติกาด่าอยู่เสมอ แต่ในความเป็นพี่สาว เธอก็ยังคงรักน้องของเธอทั้งหัวใจ มิติกาคือคนที่ฉลาดมีไหวพริบ มีความพิเศษและเด็ดขาดมาก ซึ่งต่างกัน มุกดาจะไม่ทันคน ไม่ฉลาดมากนัก และเป็นคนที่ไม่เด็ดขาด เธอรู้ดีว่าที่ผ่านมาการตัดสินใจหลายอย่างของเธอ ทำให้มิติกาต้องคอยมาเก็บกวาดลบล้างให้เธออยู่บ่อยๆ จนถึงตอนนี้ในฐานะพี่สาว เธอคงจะปล่อยให้น้องเจออะไรที่ว่ามาเมื่อกี้ไม่ได้ แค่คิดก็กลัวแล้ว....

........ กลัวว่าตัวตนอีกด้านของมิติกา จะถูกปลุกขึ้นมา


ตัวตนที่แสนน่ากลัวและจะทำลายทุกสิ่งอย่างจนวอดวาย ไม่หลงเหลือแม้เศษธุลี


“ คุณพ่อคุณแม่ ได้โปรด คุ้มครองยัยมิที อย่าให้สิ่งนั้นที่อยู่ในตัวยัยมิ ถูกปลุกขึ้นมาโดยเด็ดขาด ” มุกดากำกรีซสีเงินเอาไว้แน่น กริซที่มิติกาให้เธอไว้ พร้อมกับสั่งมุกดาเอาไว้ว่า ‘ หากยามใดที่อสุราตื่น จงฆ่าฉันซะ อย่าได้ลังเล ’


“ หนูไม่อยากให้ถึงวัน ที่ต้องใช้สิ่งนี้ปลิดชีพน้องของตัวเอง ” 



............



ลัลทริมานั่งจ้องกระดาษใบงานของเธออยู่ซักพัก กำลังคิดถึงสิ่งที่เธอจะเขียนลงงานที่จะนำไปส่งครู เด็กสาวยังมีปัญหาในการคัดสรรค์คำที่ไม่เหมาะสมมากมาย 


ติงนิง.. เสียงข้อความดังขึ้น เด็กสาวจึงละสายตาจากใบงาน ไปสนใจที่มือถือแทน


[ Garin : พรุ่งนี้ห้ามเข้าใกล้ยัยหัวม่วงโดยเด็ดขาด ไม่ต้องถามด้วยว่าเพราะอะไร แต่ฉันเตือนเธอเอาไว้ก่อน ยัยโง่ ]


ทำไมถึงเข้าใกล้พี่มิติไม่ได้ล่ะ หมอนี่สั่งอะไรแปลกๆ อีกแล้วแฮะ


[ Lan : ทำไมละการิน ถ้านายไม่มีเหตุผล ฉันก็ไม่ทำตามหรอกนะ ] 


ลัลทริมารอข้อความตอบกลับจากปลายทาง แต่ดูยังไงก็ไม่มีวี่แววว่าจะมีข้อความส่งมาเลย เด็กสาวถอนหายใจยาวๆ อะไรของเขาหน่ะ พอถามเหตุผลก็ไม่ยอมตอบ


เด็กสาวจึงลุกจากเก้าอี้ เดินไปเอนกายลงที่เตียงของตัวเอง แล้วหลับตาเข้าสู่ห้วงนิทรา..



ตึก ตึก ตึก 


อือ.. เสียงฝีเท้าของใครสักคนเดินอยู่หน้าห้องของเด็กสาว ลัลทริมาปรือตาขึ้นมาในความมืด ยันตัวลุกขึ้นมองไปรอบๆ ห้อง ก็ยังคงพบแต่ความว่างเปล่า และความเงียบสงบ ทำให้เด็กสาวคิดไปว่า ญาณอาถรรพ์ของเธอคงทำงานและรับรู้ถึงผีแถวๆ นี้ จึงไม่ได้ใส่ใจและล้มตัวลงนอนอีกครั้ง แต่..


“ ลัลทริมา... ” เสียงร้องไห้โหยหวน ปนเสียงสะอื้นดังขึ้น เด็กสาวลืมตาโพลงรีบมองหาคนที่เรียกชื่อเธอทันที เสียงที่เรียกเธอคือเสียงของเด็กหญิง ที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน


“ ช่วยหนูด้วย.. ” เสียงร้องขอความช่วยเหลือของเด็กหญิงปริศนา ทำให้ลัลทริมากระวนกระวายรีบลุกจากเตียงเดินออกไปจากห้อง เพื่อตามหาเจ้าของเสียงเล็กที่สะท้อนอยู่ในตอนนี้


“ อย่าเข้ามานะ ” เสียงเล็กยังก้องไปทั่วบ้าน ลัลทริมาวิ่งลงมาจากห้องมายังโถงกลางของบ้าน เธอพยายามฟังและมองหาต้นเสียงขอความช่วยเหลือนั้น


“ ฮื้อ ~ ช่วยด้วย ช่วยหนูด้วย ” ลัลทริมามองตามเสียงเล็ก วิ่งไปด้านหลังบ้านที่เสียงดังมา เมื่อมาถึงเธอก็ต้องหยุดมองอย่างตกใจ


“ พี่สาวช่วยหนูด้วย ” เด็กหญิงตัวเล็กหันมามองลัลทริมา สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเด็กหญิงคือ.....

........ ยักษ์ใหญ่ตัวสีแดงน่ากลัว


ขาของเด็กสาวไม่ยอมขยับดังใจคิด พยายามคุมสติก้าวขาไปหาเด็กหญิงตัวน้อย เด็กหญิงที่มีเรือนผมสีม่วงแดง เหมือนกับใครซักคนที่ลัลทริมารู้จัก


“ หนีเร็ว ” เด็กสาวคว้าข้อมือเด็กหญิงวิ่งหนียักษ์ใหญ่ตัวนั้น แต่เจ้ายักษ์ใช้มือใหญ่ปัดตัวเด็กสาวกระเด็นออกห่างจากตัวของเด็กหญิง มันก้มตัวเข้าใกล้เด็กหญิงผมม่วง ลัลทริมาได้แต่ดูเหตุการณ์ต่อไปด้วยความอดสู


“ อย่า!!! ” เด็กหญิงร้องลั่นยกมือขึ้นมาปิดบังตัวเองด้วยความกลัว แต่มันก็ไม่สามารถกันยักษ์ตัวนั่นได้ มันใช้มือใหญ่รวบตัวเด็กหญิงไว้บนมือ พร้อมกับอ้าปากกว้าง เผยให้เห็นฟันแหลมคมหลายซี่ ก่อนมันจะกินตัวเด็กหญิงเข้าไปทั้งตัว....


ม่ายยยย..!!!!!



••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••


ม่ายยยย... น่าเชื่อ ว่าท่านศาสดาจะ.. จะ..!! 


วันนี้พีไนท์ก็มาลงนิยายอีกแล้ว เนื่องจากวันนี้พีไนท์ขยันผิดปกติ ( ปกติไม่ขยัน ) แล้วก็ไอ้ฉาก.. วาบหวิวจำพวกนั้นพีไนท์ไม่เคยยย... เขียน ถ้าผิดพลาดตรงไหนก็ต้องขออภัยด้วยนะจ๊ะ.. 


วันนี้พีไนท์ก็หมดมุขจะพล่าม หมดเรื่องจะแถลง ถ้ามีอะไรติชมพูดคุยก็คอมเมนท์กันได้ ถ้าชอบก็ติดตามอ่าน ถ้าไม่ชอบก็ลองอ่านกันด้วยนะจ๊ะ.... เอาเป็นอ่านก็แล้วกัน 


วันนี้พีไนท์ ยัยปีศาจตัวแสบขอตัวคร้าา ♥♥♥♥♥♥

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

54 ความคิดเห็น

  1. #5 Mascher (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 11:22

    งุ้ยยย...รออ่านตอนต่อไปเลยค่ะในหัวนี่คิดถึงแต่เรื่องบาปแล้ววว คิดไม่ออกเลยตอนต่อไปจะเป็นไง รีบมาต่อนะคะ
    #5
    0