(fanfic) ปริศนามายา อัตตานิรันดร์

ตอนที่ 42 : ตอนที่ 42 : พบ หรือ พราก (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    14 มิ.ย. 63


' มิอย่าพึ่งกินลูก ' เสียงหวานใสของคนเป็นแม่ร้องห้าม เมื่อลูกสาวคนเล็กของเธอเริ่มทำตัวดื่อ หยิบเอาคุกกี้อบใหม่ไปกินก่อนได้รับอนุญาต


กรวบกรวบ


เด็กหญิงตัวน้อยรีบยัดคุกกี้แสนอร่อยเข้าปากอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับแม่ของเธอ เหมือนจะบอกว่าไม่ทันเสียแล้ว


' มิ นี่มันคุกกี้สำหรับทุกคนนะลูก อย่าพึ่งกินสิ ' คนเป็นแม่เอ็ดลูกสาวตัวน้อย แต่ดูท่าทีของคนตัวเล็กจะไม่ฟังเธอ ทั้งยังทำหูทวนลมหยิบเอาคุกกี้ขึ้นมายัดเข้าปากอีกชิ้น


' นี่คือขนมของฉันตะหาก ฉันไม่ให้ยัยมุกกินด้วยหรอก ' มิติกาตัวน้อยพูดเสียงฟังชัด หยิบคุกกี้อีก 2 ชิ้นไปไว้ในมือและปากชิ้นละอย่าง


' แล้วทำไมถึงจะไม่ให้พี่เค้ากินด้วยละจ๊ะ ' คนเป็นแม่ถามลูกสาวอย่างเอ็นดู แม้จะสงสัยเป็นอย่างมากว่าทำไมลูกสาวผมสีม่วงถึงไม่ชอบมุกดาก็ตาม 


' เพราะยัยนั่นไร้สาระ ฉันไม่ชอบคนที่ชอบทำเรื่องไร้สาระ ' เด็กหญิงพูด ในปากก็ยังเคี้ยวขนมไปพลางๆ


' แล้วการที่ลูกมาหยิบขนมไปกินก่อนคนอื่นๆ ไม่ไร้สาระหรอลูก ' 


' ไม่ นี่คือการกินเพื่อให้มีพลังไว้อ่านหนังสือหาความรู้ต่างหาก ' เด็กหญิงให้เหตุผล ไม่ว่าใครจะพูดกล่าวโทษเธอยังไง มิติกาตัวน้อยก็สามารถลื่นไหลไปได้เสมอ


' พอได้แล้วลูก เหลือไว้ให้พี่กินบ้าง เดี่ยวพี่มุกจะร้องไห้นะ ' แม่ให้เหตุผล เมื่อเหตุว่าลูกสาวตัวน้อยกำลังแอบหยิบคุกกี้ใส่กระเป๋ากระโปรงเป็นเสบียง


' เดี่ยวก็หยุดร้องเองแหละ ยังไงคุณก็ปลอบอยู่แล้วนิ งั้นฉันไปอ่านหนังสือต่อดีกว่า ชิ ' เด็กหญิงเบ้ปาก กระโดดลงจากเก้าอี้เดินกอดอกออกจากห้องครัวไป


เจัาของรอยยิ้มหวานมองตามเรือนผมสีม่วงของลูกสาวจนลับตา ถึงมิติกาจะดูแปลกๆ มาตั้งแต่เล็กๆ แต่ก็ทำตัวน่ารัก น่าเอ็นดูโดยที่เจ้าตัวไม่ทราบด้วยซ้ำ


...

...

...


นี่คือ อดีตของพี่มิติหรอ พี่มิติน่ารักจังเลย คริๆ ดู... 


ลัลทริมามองภาพเคลื่อนไหวที่กำลังฉายอยู่ตรงหน้า ตรงห้องครัวที่ที่เธอเดาได้ทันทีว่า ที่ตรงนี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นแหล่งรวบรวมความสุขของคนที่เคยอาศัยอยู่


ฉันเคยทำตัวแบบนั้นด้วยหรอ ไม่มั้ง... ฉันไม่ได้ทำตัวแบบนั้นซะหน่อย ไม่แน่ๆ 


คนหน้าสวยมองภาพเหตุการณ์ความหลัง ถึงจะยังจดจำทุกอย่างได้ แต่ก็ไม่อยากจะยอมรับว่าตัวเองเคยทำอะไรแบบนั้นลงไป


...

...

...


' มิติ ทำอะไรอยู่หรอ ' เสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงมัดผมสีน้ำตาลหางม้าวิ่งตรงเข้ามาหามิติกาตัวน้อยที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่


' ซักผ้า ' คนถูกถามตอบห้วนๆ เหลือบมองคนเป็นพี่สาวอย่างไม่พึงพอใจนัก


' อ่านแต่หนังสือไม่เบื่อหรอ เราไปวิ่งเล่นกันเถอะนะ ' รอยยิ้มสดใสของมุกดาส่งให้น้องสาวตัวน้อย แต่อีกคนกลับทำหน้าราวกับกำลังถูกบังคับไปฆ่า


' ไม่ ไร้สาระ ทำไมฉันต้องทำเรื่องที่ไร้สาระแบบนั้นด้วย ' เด็กหญิงว่า ก้มหน้าลงไปที่หนังสือดังเดิม ' ถ้าอยากไปก็ไปคนเดียวสิ '


' แต่... ' ดวงตาสีน้ำตาลสวยวูบไหว มองน้องสาวอย่างน้อยใจ 


' แต่อะไร ' เสียงเรียบเฉย และดวงตาสีม่วงเย็นยะเยือกมองมาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ 


' เปล่า.. ถ้าไม่อยากไป ก็ไม่ต้องไปก็ได้จ๊ะ ' คนเป็นพี่พูดคอตก น้อยเนื้อต่ำใจที่น้องสาวคนเดียวของเธอไม่เคยเล่นด้วยเลย


' แล้วเธอจะมายืนอยู่ตรงนี้ทำไม จะไปไหนก็ไปสิ ' เสียงเรียบเฉยของมิติกาพูดขึ้นมาอีก ทำให้มุกดาสะดุ้งหลุดจากภวังค์ 


' งั้นพี่ขอนั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงนี้ด้วยคนนะ ' เด็กหญิงยิ้ม แต่ไม่มีคำตอบส่งกลับมา ไม่มีสัญญาณใดๆ ส่งกลับมาเลยด้วยซ้ำ


' ชิ จะทำอะไรก็ทำไปสิ อย่าทำเสียงดังกวนฉันก็แล้วกัน ' 


' อะ.... จ๊ะ ' รอยยิ้มน่ารักของมุกดาส่งให้ ก่อนจะนั่งลงข้างๆ น้องสาวของเธอ อย่างน้อยๆ เธอก็ได้อยู่ใกล้ๆ กับมิติกา


...

...

...


ช่าง... แตกต่าง ปกติตอนเด็กๆ เราเป็นคนเซ้าซี้อยากเล่นกับพี่ลัทธ ต่างจากพี่มิติ ที่ให้พี่สาวมาเซ้าซี้ พี่มิตินี่ มีความเป็นผู้ใหญ่มาตั้งแต่เด็กๆ แล้วละสินะ 


ลัลทริมายิ้มมองภาพเหตุการณ์ในสวนหลังบ้าน เปรียบเทียบกับเธอแล้ว มิติกาดีกว่ามาก อาจจะเป็นเพราะเธอคนนั้นเข้มแข็ง


' ♪ วัดเอ่ย วัดโบสถ์ ปลูกข้าวโพดสาลี ลูกเขยตกยาก แม่ยายก็พรากลูกสาวหนี ข้าวโพดเอ๋ยข้าวโพดสาลี ป่านซะนี้จะโรยรา ♪'


นั่นมันเสียงเพลงของใครกันนะ ฟังเหมือนกับเป็นเสียงเด็กร้อง..


มิติกาเดินนำลัลทริมาและผีพ่อผีแม่ทั้งสองไปที่ห้องรับแขกของบ้าน ทั้งหมดเดินไปพบกับ..


...

...

...


เด็กหญิงผมม่วงร้องเพลงเบาๆ อยู่กับอีกาที่กำลังบาดเจ็บตัวหนึ่งที่นอนอยู่ในตระกร้า และตุ๊กตาหมีสีแดงผูกโบว์สีขาววางอยู่ข้างๆ กัน 


เธอร้องเพลงด้วยความเหม่อลอย ราวกับกำลังคิดอะไรอยู่ นัยตาสีม่วงคู่สวยของเด็กหญิงเป็นประกายวิบวับเหมือนกับสิ่งที่คิดถึงอยู่นั้นคือสิ่งที่อยากได้มาช้านาน


' มิติลูกพ่อ ลูกทำอะไรอยู่หรอ ' เสียงของผู้เป็นพ่อถามลูกสาว เมื่อเห็นว่าลูกของเขากำลังอยู่ในอาการเหม่อลอยผิดปกติ


' ฉันอยากได้... ' คนตัวเล็กพูดเว้นวรรคไปสักพักหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าพูดต่อ ' ห้องสมุดที่อยู่ตรงข้ามกับห้องของฉัน ตรงนั้นน่ะ '


' ลูกยังเด็กเกินไปที่จะดูแลมันนะมิติ ห้องสมุดนั้นเป็นของตระกูล ยังไงสักวันลูกก็ต้องได้ ' คนเป็นพ่อปฏิเสธ ลูบผมลูกสาวเบาๆ


' ฉันไม่ได้เป็นเด็กซะหน่อย ฉันโตแล้ว รู้เรื่องแล้ว ทำไมฉันจะใช้ห้องนั่นไม่ได้ ' 


' ก็เพราะ... คนที่อายุเกิน 15 ปีเท่านั้นถึงจะเข้าไปได้ยังไงล่ะ ถ้าลูกอายุถึงแล้ว พ่อจะยกให้แน่นอน ' คนเป็นพ่อว่า ลูบเรือนผมม่วงไปพลาง เด็กหญิงทำหน้ามุ้ยปัดมือคนเป็นพ่อออกอย่างไม่พอใจ ก่อนจะยกตระกร้าลุกเดินฮึดฮัดหนีออกจากห้องไป


เดินขึ้นบันไดไปที่ห้องของตัวเอง แต่ไม่ได้เข้าไปในห้อง กลับเดินเลี้ยวไปอีกทาง มือเล็กพยายามดันประตูเหล็กให้ออก แต่ประตูนั้นกลับไม่ขยับเขยียนจนเป็นที่ขัดใจ


' คอยดูนะ ฉันจะเอาไดนาไมต์มาระเบิดประตูบ้านี่ให้แหลกเลยคอยดู ชิ ' คนตัวเล็กฮึดฮัดเดินกลับห้องไป อีกด้านของมุมบันได คนเป็นพ่อก็คอยมองอยู่ เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมมิติกาถึงต้องการห้องสมุดนั้นนักหนา ทั้งๆ ที่ปกติเด็กๆ จะขอตุ๊กตาหรือของเล่นน่ารักๆ


...

...

...


" บางเรื่อง บางอย่างเราก็ไม่เข้าใจว่าลูกต้องการมันไปทำไม แต่ห้องสมุดนั้น ไม่มีใครเคยเข้าไปเลยสักคนประตูมันเปิดไปออก " ผีพ่ออธิบาย มองลูกสาวที่โตจนแทบไม่เหลือเคล้าโครงความเป็นเด็ก


" เราไปที่ห้องทานอาหารกันเถอะจ๊ะทุกคน " ผีแม่พูด ยิ้มหวานเดินนำคนสองคนให้เดินตาม


ลัลทริมา ถ้าเธอได้ยินฉัน จงฟังฉันให้ดี ต่อจากนี้ฉันคงต้องขอความช่วยเหลือจากเธอซะแล้ว


เสียงของมิติกาแล่นเข้ามาในหัวของลัลทริมา สิ่งที่มิติกาบอกเธอไม่เข้าใจนัก แต่ก็พอจะรู้แค่ว่า ต่อจากนี้มิติกาจะทำอะไรสักอย่าง


...

...

...


' นี่ของลูกจ๊ะมุก ส่วนนี้ของหนูจ๊ะมิ วันนี้แม่ทำอาหารเป็นพิเศษเลยนะ กินเยอะๆ นะลูก ' คนเป็นแม่ว่า วางจานข้าวให้กับลูกสาวทั้งสอง บนโต๊ะมีอาหารหลากหลายอย่างน่ากินเต็มไปหมด เด็กหญิงผมม่วงกวาดตามองอาหารบนโต๊ะเล็กน้อยก่อนจะเริ่มลงมือกิน ไม่ได้พูดอะไร


บรรยากาศในการรับประทานอาหารก็เหมือนๆ กับทุกๆ วัน มุกดาก็ยังชวนคุณพ่อคุณแม่พูดคุยถึงเรื่องต่างๆ ส่วนมิติกาก็ตั้งหน้าตั้งตากิน ไม่พูดไม่จา


' มิติ พรุ่งนี้โรงเรียนจะเปิดแล้ว มิติจะได้ไปโรงเรียนวันแรก ดีใจมั้ย ' มุกดาหันมาพูดกับน้องสาว ซึ่งกำลังตั้งใจกินอยู่ 


' ไม่ ' เด็กหญิงตอบพี่สาวห้วนๆ ตามความจริง เพราะเธอไม่ได้รู้สึกดีใจจริงๆ แค่ได้ยินคำว่าโรงเรียนเด็กหญิงก็รู้ทันทีว่ามันน่าเบื่อ


' อะ.. นั่นลูกชิ้นปลานิ ขอนะ ' มุกดายื่นมือจะหยิบลูกชิ้นปลาที่วางอยู่ในจานของน้องสาว


เพียะ..


' โอ๊ยย '


' ไม่ให้ อย่างอื่นก็มี เธอจะมาแย่งฉันกินทำไม ' เด็กหญิงผมม่วงว่า ขยับจานออกห่างจากมุกดาอย่างรวดเร็ว พลางใช้มือป้องจานไว้อีกชั้น


' ขี้หวง ' มุกดาว่า ทำหน้ามุ้ยเพราะลูกชิ้นปลาของโปรดของเธอมันหมดไปแล้ว


' ชิ ก็รู้อยู่แล้วจะมาแย่งทำไม ไม่ว่าอะไรก็ตามเธอแย่งฉันไม่ได้หรอกถ้าฉันไม่ให้ จำไว้ ' มิติกาตัวน้อยพูดเสียงเข้ม ก่อนจะก้มหน้ารีบกินอาหารในจานส่วนของเธอ


' ไม่เอาน่าลูก หยุดทะเลาะกันได้แล้ว พ่อมีคุกกี้มาฝากด้วยนะ ใครอยากได้บ้าง ' เด็กหญิงสองพี่น้องเบิกตาโต ดวงตาเป็นประกายเพราะต่างก็ชอบคุกกี้ทั้งคู่


' อยากได้ใช่มั้ย งั้นพ่อจะให้ ' ชายหนุ่มยิ้ม ยื่นห่อคุกกี้ให้กับมิติตัวน้อย อยากจะรู้ว่าเธอจะทำอย่างที่พูดรึเปล่า ' แบ่งพี่ด้วยนะลูก '


มิติรับห่อขนมมา เหลือบตามองมุกดาพลางยิ้มในใจ ซึ่งมุกดารู้ทันทีว่าตัวเองอาจจะได้กิน หรือไม่ได้กินก็เป็นได้


' อะ.. ' คุกกี้ถูกเทจากห่อลงที่จานของมุกดาครึ่งหนึ่ง เด็กหญิงผู้พี่มองน้องสาวด้วยสายตาไม่เชื่อ


' กินซะสิ ' เด็กหญิงสั่งพี่สาว ตัวเองก็หยิบคุกกี้ออกมากินเช่นกัน


' ขอบใจนะมิติ ฮือ.. สุดท้ายมิติก็นึกถึงพี่ ฮือ.. ' คนเป็นพี่สาวน้ำตาไหล ซาบซึ้งในน้องสาวที่แทบจะไม่แบ่งอะไรให้เธอเลย


' หุบปากแล้วกินซะ ' มิติกาตัวน้อยพูดเสียงเข้มลอดไรฟันออกมา รำคาญกับความไร้สาระของพี่สาว


คนเป็นพ่อเป็นแม่เองก็ยิ้ม มองลูกสาวทั้งสองด้วยความเอ็นดู


...

...

...


" คิดถึงวันที่พวกเรามีความสุขกันจังเลยนะ อยากให้มันกลับมาอีกครั้งจัง จริงมั้ยลูก " ผีแม่ยิ้ม ถึงเนื้อผิวจะซีดเผือก แต่รอยยิ้มยังหวานเหมือนเดิมที่มิติกาเคยเห็น


" ลูก อย่าไปไหนอีกเลยนะ อยู่กับเราเถอะนะ อยู่ที่นี่ มีความสุขกันนะลูก " มือเย็นชืดจับบ่าของมิติกาเบาๆ ตอนนี้ลูกสาวของเขา ไม่ได้ตัวเล็กเหมือนก่อนอีกแล้ว เธอสูงเกือบเท่าเขาในเวลานี้


" มาอยู่กับเรานะลูก " ผีพ่อแม่ในร่างมายายิ้ม ยื่นมือมาให้ลูกสาว เพียงเธอแตะพวกเขาก็จะได้เธอมา


ดวงตาสีม่วงหม่นวูบไหวมองฝ่ามือซีดอย่างชั่งใจ เธอก้มหน้าคิดสักพัก ก่อนจะแสยะยิ้มเงยขึ้นมาสบตาสิ่งที่เคยเป็นพ่อแม่ของเธอ


" ขอโทษ " เด็กสาวพูด " ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันคงไม่ลังเลที่จะไป เพราะโลกมันน่าเบื่อ แต่ตอนนี้ฉันมีสิ่งสำคัญกว่าความสุขที่ต้องปกป้อง "


" ฉันมีครอบครัว เหมือนกับที่พวกคุณเคยมี เพราะงั้น ลาก่อน " เด็กสาวว่า ก่อนจะแสยะยิ้มร้ายออกมา


" อย่างงั้นสินะ ครอบครัวที่ลูกพูดหมายถึงสิ่งที่กำลังก่อตัวอยู่ภายในนั้นสินะ เข้าใจแล้ว " ผีพ่อผีแม่ทำหน้าเศร้า พลันร่างที่เคยซีดเผือกก็หลายเป็นร่างเน่าเฟะ ในมือถืออาวุธที่ทำมาจากกระดูก


" ถ้าพูดอย่างนั้น เราก็ไม่มีทางเลือกอื่น หึหึหึ " ร่างเน่าแสยะยิ้มร้าย เด็กสาวทั้งสองรีบถอยหนีทันที


ลัลทริมา ถ้าฉันให้สัญญาณวิ่ง โดยไม่ต้องหันหลัง เข้าใจใช่มั้ย 


ลัลทริมาพยักหน้า นัยตาคู่สวยมองร่างเน่านั้นอย่างหวาดกลัว ระคนสลดใจ


" ลูกทำให้เราหมดทางเลือก ถ้าเช่นนั้นละก็ .... "



••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••


แง..ทำไมถึงตัดบทแบบนี้ แถมไม่ได้ตัดธรรมดาซะด้วย ตัดแบบงงๆ อีก แต่ผีพวกนี้น่ากลัวจังเลย มิติกับลัล วิ่งเลยลูก.....



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

54 ความคิดเห็น

  1. #41 Mascher (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 13:52
    น้องจะใช้พลังแน่เลยถึงให้ลัลวิ่ง
    #41
    0